NGO-นักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตยร้องคืนอำนาจสูงสุดให้ "ประชาชน" จี้เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

เครือข่ายนักพัฒนาเอกชนและนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย อ่านแถลงการณ์ 78 ปี เปลี่ยนแปลงการปกครอง อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย ในโอกาสการรำลึกวันครบรอบ 78 ปี 24 มิถุนายน 2475

ย่ำรุ่ง วานนี้ (24 มิ.ย.53) ที่บริเวณหมุดคณะราษฎร ลานพระบรมรูปทรงม้า ด้านหน้าสนามเสือป่า "เครือข่ายนักพัฒนาเอกชนและนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย" อ่านแถลงการณ์ 78 ปี เปลี่ยนแปลงการปกครอง อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย ในโอกาสการรำลึกวันครบรอบ 78 ปี ที่คณะราษฎรเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475

ประกาศจุดยืน 1.เชิญชวนเรียกร้องให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้าโดยยึดถือหลักการ “อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย” ของคณะราษฎร เป็นหลักการที่มีความถูกต้องชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย ดังกล่าว เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

2.รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีที่มาและการใช้อำนาจขัดต่อหลักการ “อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย” อย่างรุนแรง สังคมไทยจงร่วมกันรับรู้และเปิดเผยความจริงข้อนี้ และร่วมกันต่อสู้เพื่อให้รัฐบาลที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริงได้เข้ามาปกครองประเทศต่อไป

3. การประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ของรัฐบาล ในสถานการณ์เฉพาะหน้านี้ คือรูปธรรมของการใช้อำนาจแบบเผด็จการเพื่อธำรงความมั่นคงของกลุ่มอำนาจเดิมที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลร่างทรง เรียงร้องให้ สังคมไทยร่วมกันต่อต้านการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ในการต่อสู้เพื่อให้อำนาจอธิปไตยกลับมาอยู่ในมือของประชาชนอย่างแท้จริง

 

 
แถลงการณ์ เครือข่ายนักพัฒนาเอกชนและนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย
78 ปี เปลี่ยนแปลงการปกครอง อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย
 
เป็นเวลา 78 ปีมาแล้ว ที่คณะราษฎรได้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบที่ปกครองโดยรัฐธรรมนูญ ภายใต้หลักการที่ว่า “อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย” ดังที่ได้ปรากฏเป็นมาตรา 1 ของธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว 27 มิถุนายน 2475อย่างชัดเจน มิอาจบิดเบือนเป็นอย่างอื่นได้
 
กระนั้นก็ตาม ประวัติศาสตร์ตลอดช่วงเวลากว่าค่อนศตวรรษที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่า ประเทศนี้มิได้ปกครองโดยอำนาจของประชาชนตามหลักการของคณะราษฎรแต่อย่างใด แทนที่กลุ่มผู้ปกครองเดิมจะละวางอำนาจและให้ประชาชนปกครองตนเอง ในทางตรงกันข้าม เมื่อเห็นว่าประชาชนเริ่มเกิดสำนึกในสิทธิเสียงของตน กลุ่มผู้ปกครองเดิมกลับหวาดกลัวที่จะสูญเสียอำนาจ ลงมือกระทำการทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจของตนไว้ ดังที่ปรากฏเป็นวิกฤติการณ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 การยุบพรรคการเมืองและล้มรัฐบาลที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งข้างมาก การตั้งรัฐบาลร่างทรงของตน จนกระทั่งการลุแก่อำนาจ ปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนอย่างโหดเหี้ยมทารุณในการสลายการชุมนุมและล้อมปราบ เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา เป็นที่ชัดเจนว่า หลักการสำคัญของคณะราษฎรยังไม่บรรลุผลอย่างที่ควรจะเป็นแต่อย่างใด
 
ในสถานการณ์เช่นนี้ ประกอบกับวาระการครบรอบ 78 ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เรา “เครือข่ายนักพัฒนาเอกชนและนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย” ขอประกาศจุดยืนดังต่อไปนี้
 
1. หลักการ “อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย” ของคณะราษฎร เป็นหลักการที่มีความถูกต้องชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย เราขอเชิญชวนเรียกร้องให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้าโดยยึดถือหลักการดังกล่าวเป็นสำคัญ เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
 
2. รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีที่มาและการใช้อำนาจขัดต่อหลักการ “อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย” อย่างรุนแรง สังคมไทยจงร่วมกันรับรู้และเปิดเผยความจริงข้อนี้ และร่วมกันต่อสู้เพื่อให้รัฐบาลที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริงได้เข้ามาปกครองประเทศต่อไป
 
3. ในสถานการณ์เฉพาะหน้า รัฐบาลยังคงการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน นี่คือรูปธรรมของการใช้อำนาจแบบเผด็จการเพื่อธำรงความมั่นคงของกลุ่มอำนาจเดิมที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลร่างทรง สังคมไทยจงร่วมกันต่อต้านการประกาศใช้พระราชกำหนดดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ในการต่อสู้เพื่อให้อำนาจอธิปไตยกลับมาอยู่ในมือของประชาชนอย่างแท้จริง
 
24 มิถุนายน 2553
เวลาย่ำรุ่ง ณ หมุดคณะราษฎร
 
 

 

Comments

แหม !

แหม ! คนเพียบเลยนะเท่าที่นับได้ตามภาพที่เอามาลง มีทั้งสิ้น 13 คน โถพ่อคุณ แม่คุณ อุดมการณ์จัดจริงๆ

เป็นถึงประเทศที่เป็นประธานคณะ

เป็นถึงประเทศที่เป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน องค์การสหประชาชาติ ทำไมยังต้องให้ประชาชนทุกภาคส่วน และทุกภาคของประเทศออกมายกเลิกพรก.ฉุกเฉิน

เป็นถึงประธานทำไมต้องให้คนมาจี้ต่อมสำนึกอยู่ได้ ตัดสินใจเร็วๆ นานาชาติทั่วดลกเขามองพฤติกรรมของไทยอยู่

ในฐานะประเทศที่เป็นประธานคณะม

ในฐานะประเทศที่เป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน องค์การสหประชาชาติ ทำไมยังต้องให้คนทุกกลุ่ม ทุกภาคเขาออกมาเรียกร้องกระตุ้นต่อมสำนึกของประธานเล่าคะ

ทำอะไรก็ทำเข้า นานาชาติทั่วโลกเขาจับตามองประเทศไทยอยู่