กสม. แม่สื่อเจรจา นายกฯ-นปช. สองฝ่ายยังตั้งแง่

นายกฯตอบรับ กสม. พร้อมเจรจา ตั้งเงื่อนไขห้ามมีเงื่อนไข จตุพร ลั่นเจรจากับนายกฯคนเดียว บนหลักเสมอภาค ขณะที่ณัฐวุฒิ ให้รัฐหยุดใช้สื่อโจมตี ขอเวลาทีวี 2 ชั่วโมงชี้แจง รัฐบาลหวั่นวาทะ 'สงครามชนชั้น' ปลุกผีคอมมิวนิสต์

18 มีนาคม 2553 ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงและตอบคำถามผู้สื่อข่าว ภายหลังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) นำโดย ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม. เข้าพบที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีความพร้อมตลอดเวลาในการเชื่อมต่อประสานงาน เพื่อปรึกษาหารือในกรณีที่มีข้อห่วงใยว่า จะเกิดความตึงเครียดหรือความไม่เข้าใจ และความสุ่มเสี่ยงต่อเหตุการณ์ความรุนแรง

โดยรัฐบาลไม่ขัดข้องที่จะมีการพูดคุยและหาคำตอบทางการเมือง รัฐบาลยอมรับกระบวนการการมีส่วนร่วม และรับฟังทุกฝ่ายอยู่แล้ว 

“ผมมีความจริงใจในการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันด้วยเหตุผล แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขการชุมนุมที่อยู่ภายใต้กรอบกติกา ถ้าเป็นการชุมนุมนอกกติกา ผมไม่อาจที่จะเข้าสู่กระบวนการพูดคุยได้ เพราะผมไม่อาจทำให้สังคมต้องอยู่ภายใต้หรือเดินตามการข่มขู่คุกคาม" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วน ศ.ดร.อมรา กล่าวว่า กสม.ได้นำข้อเสนอเชิงข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุม โดยผู้ชุมนุมตกลงว่าจะชุมนุมโดยสงบ และรัฐบาลจะดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อย ไปจนถึงการปิดล้อมที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและองค์รัชทายาท สถานที่ราชการ สนามบิน และสถานทูต โดยทางรัฐบาลขอเพิ่มข้อตกลงเรื่อง จะต้องไม่มีการปิดล้อมบ้านพักของนายกรัฐมนตรีหรือของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการปิดล้อมบ้านพักของบุคคลเป็นการละเมิดสิทธิ์

"รัฐบาลพร้อมที่จะเปิดการเจรจา หากนำไปสู้ข้อยุติทางการเมืองและความสงบ โดยต้องเคารพกติกาด้วยกันทุกฝ่าย" รศ.ดร.อมรา กล่าว

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย(พท.) แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)-แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ พร้อมเปิดทางเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า นายอภิสิทธิ์ต้องรู้สถานะของตัวเองว่า ได้อำนาจมาโดยไม่ชอบธรรม ถ้ามีเงื่อนไข การเจรจาก็ไม่เกิดขึ้น โดยท่วงทำนองของนายอภิสิทธิ์ ควรเป็นท่วงทำนองของนายกฯ การเจรจาควรเปิดกว้างแล้วค่อยคุยกัน และการเจรจานั้น นายอภิสิทธิ์ต้องทำใจด้วยว่า ต้องฟังข้อเสนอของทางผู้ชุมนุม ส่วนจะเอาหรือไม่ขึ้นกับการพิจารณา  แต่ไม่ใช่การมากำหนดขีดเส้นแบบนี้

"นปช.พร้อมเจรจากับนายอภิสิทธิ์คนเดียวเท่านั้น บนพื้นฐานการเจรจาแบบเสมอภาค ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ปกครองหรือผู้อยู่ใต้การปกครอง ส่วนสถานที่ที่จะใช้เจรจา ควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน" นายจตุพร กล่าว

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช.กล่าวว่า กล่าวว่า ขณะนี้ทุกคนยังให้การสนับสนุนการชุมนุม และยืนยันข้อเสนอเดิมคือ การยุบสภา หากนายกฯจะเจรจาก็พร้อมเจรจาด้วย

อย่างไรก็ตาม ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า เวลา 21.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในแกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุการไม่ยอมเปิดเจรจากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อยุติปัญหาว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นได้เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายมีความเท่าเทียมกัน แต่วันนี้รัฐบาลยังให้สื่อของรัฐออกข่าวโจมตี ใส่ร้ายป้ายสีพวกตน และคนเสื้อแดงว่า เป็นพวกล้มเจ้า คิดลอบสังหารนายกฯ ทำให้กลายเป็นผู้ร้ายของสังคม แล้วตนจะไปนั่งเจรจาทำไม ถ้ารัฐบาล อยากเจรจาอย่างจริงใจ ก็ควรเปิดพื้นที่ให้พวกตนมีโอกาสชี้แจงนำเสนอข้อเท็จจริงต่อพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศผ่านสื่อของรัฐเป็นเวลา 2 ชั่วโมงในช่วงวันเดียวก็พอ แต่คิดว่ารัฐบาลคงไม่กล้า เนื่องจากประชาชนจะเห็นด้วยกับคนเสื้อแดงและจะออกมาร่วมเคลื่อนไหวเป็นจำนวนมาก เพราะวันนี้ประชาชนในสังคมมีวิจารณญาณ มีสติมากพอที่คิดวิเคราะห์ได้เอง แต่รัฐบาลยังมัวคิดว่าประชาชนโง่คิดเองไม่ได้

ทั้งนี้ มติชนนออนไลน์ ได้รายงานคำกล่าวของนายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและแกนนำคนเสื้อแดงประกาศทำสงครามชนชั้น โดยใช้คำว่า "อำมาตย์" กับ "ไพร่" ว่า โอกาสที่จะนำแนวคิดของระบอบคอมมิวนิสต์เมื่อ 30 ปีที่แล้วมา เป็นเงื่อนไขนั้นเป็นไปได้ สิ่งที่รัฐบาลพยายาม คือการอธิบายให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับประชาชนว่า ความหมายของทั้งสองคำคืออะไร โดยให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงไปชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือคนยากจน ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาหนี้สินที่รัฐบาลกำลังแก้ไขอยู่ โดยนายกฯ สั่งการในที่ประชุม ศอ.รส. ชี้แจงเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นระบบทั้งผ่านสื่อ และผ่านเครือข่ายในต่างจังหวัด โดยมี กอ.รมน.รับผิดชอบ และจะให้นักวิชาการทำความใจกับประชาชน เพราะถือเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้งที่จะนำมาประเทศกลับไปสู่สงครามคอมมิวนิสต์

"นายกฯสั่งการในที่ประชุม ศอ.รส. เพื่อชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลมีแนวทางแก้ปัญหาคนยากจน เช่นกว่า 3 ล้านครอบครัวที่เข้าสู่กระบวนการประกันรายได้ หลายสิบล้านคนเข้าสู่กระบวนการเรียนฟรี 15 ปี และแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน" นายสาทิตย์ กล่าว

 

 

เรียบเรียงจาก  : มติชนออนไลน์ และไทยรัฐออนไลน์

 

 

 

ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10 cc.

ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10 cc. แล้วเททิ้ง เป็นฮีโร่

แล้วคนที่บริจาคเลือด 500 cc. ทุก 3 เดือนตลอดชีวิต เพื่อยืดชีวิตให้ผู้อื่น จะเป็นอะไร ???
-
-
-

ด้วยความสัตย์จริง ...... ผมบริจาคเลือดมาแล้วมากกว่า 25 ครั้ง

มันถึงทำให้คนที่บริจาคเลือด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่รับบริจาคเลือด รู้สึกอดสูกับการกระทำที่เอาเลือดมาทำแบบนี้

กรรมการสิทธิมนุษ ไทย พิสูร

กรรมการสิทธิมนุษ ไทย พิสูร ตัวเองไปตั้งนานแล้วว่าเป็นพวกพันธมิตร ในประเทศนี้เขารู้กันหมดแล้ว
คุณปกป้องการกระทำของพันธมิตรและพักพวกทุกอย่าง จะน่าด่านไปถึงไหน

ความคิดเห็นของ a (visitor)

ความคิดเห็นของ a (visitor) (127.0.0.1 202.176.152.229) .. Fri, 2010-03-19 04:34
^
^
^

ไอ้นี่ขยันทำงานจริง

ใครมีกล้วยไหม

ใครมีกล้วยไหม เอาไปแจกกรรมการสิทธิหน่อย

ดูจากการนำของสองฝ่ายแล้ว จะเห

ดูจากการนำของสองฝ่ายแล้ว
จะเห็นได้ว่าสามเกลอตัดสินใจทุกอย่างตามที่ทักษิณเสนอ
ดังเช่นกรณีเกมดูดเลือดที่ดูจะเอียงไปทางแก้เคล็ดตามหลักโหราศาสตร์
มากกว่าการคิดในเชิงสร้างสรรค์ด้วยพลังแห่งจินตนาการ
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทักษิณรู้อยู่ลึก ๆ ว่าอย่างไรก็แพ้
เพราะการงัดกับอำมาตย์ของประเทศนี้มันเหมือนเป็นแจ๊คที่พยายามฆ่ายักษ์
ซึ่งมันไม่ง่ายเหมือนในนิทาน
เพราะความจริงยักษ์นี้มีทั้งกระบองและบูญญาบารมีที่สั่งสมมานานปี

หันมามองข้างนายกอภิสิทธิ์
ที่มีขุนพลยืนเคียงข้างทั้งบุ๋นและบู๋
แถมตัวเองก็มีกองเชียร์แม่ยกเต็มไปหมด
มีวาทศิลป์และภูมิหลังทางความคิดและปัญญาที่ไม่เป็นรองใคร
แล้วไฉนเลยจะแพ้พ่ายกับเกมที่ยังอิงกับหลักไสยศาสตร์แบบแม้วเล่า?

เกมนี้ต้องดูยาว ๆ
และผลแพ้ชนะจะไม่ใช่แบบเข้าเส้นชัยด้วยกล้องถ่ายรูป
แต่ต้องชนะแบบชนะใจคนดูทั้งไทยและเทศ

นี่คืออัศวินรัตนโกสินทร์ตัวจริง
ที่ไม่ต้องประกาศให้โลกรู้!

ไม่ทรราชในคราบ...วีรบุรุษประช

ไม่ทรราชในคราบ...วีรบุรุษประชาธิปไตย(ของประชาชนซีกชั่ว-ประชาชนของทักสิน-หุยฮา)ที่ลิ่วล้อทุกซีกสร้างให้ทักชั่วเป็น

*สันติวิธีที่ไร้ความเป็นธรรม

*สันติวิธีที่ไร้ความเป็นธรรม
จะก่อกรรมต่อไปไม่หมดสิ้น
สันติวิธี ทำเป็นใบ้ ไร้ยลยิน
เสียงถวิลหาความเป็นธรรม

*ไม่รับรู้การกระทำของอันธพาล
พันธมิตรพันธมารสันดานต่ำ
สุดก้าวร้าวรุนแรงแห่งความช้ำ
การกระทำเสียหายมากมายมี

*ครั้งเสื้อเหลืองยึดทำเนียบอยู่ยาวนาน
เกิดเหตุการณ์ผิดกฎหมายหลากหลายที่
ปิดถนนหนทางสร้างคดี
ยังไม่มีใครผิดติดตะราง

*พ.ร.ก. ฉุกเฉินประกาศใช้
แต่ก็ไร้ความหมายให้หมองหมาง
การละเว้นหน้าที่ที่ปล่อยวาง
เป็นการสร้างมาตรฐานเสื้อเหลืองไว้

*ปิดรถไฟปิดท่าเรือเพื่อกดดัน
สนามบินปิดกันก็ยังได้
สารพัดผิดกฎหมายอย่างย่ามใจ
ยังไม่เห็นมีใครติดตะราง

*คนเสื้อแดงทำไปไม่ถึงครึ่ง
ก็ซาบซึ้งเทวดาหน้าเอียงข้าง
สองมาตรฐานเพียงใดได้รู้ทาง
รีบเร่งจับติดตะรางอย่างไพร่เลว

*แต่ความเชื่อว่ามนุษย์เท่าเทียมกัน
ถูกยึดมั่นเอาไว้ไม่ล้มเหลว
ไฟประชาธิปไตยไม่ไร้เปลว
สว่างไสวในเหวเผด็จการ

*สันติวิธีที่กดดันคนเสื้อแดง
ให้ดับแสงแห่งการไล่รัฐประหาร
เป็นสันติวิธีที่สามานย์
อีกไม่นานจะได้รู้แลเข้าใจ

20 มี.นา.53

20 มี.นา.53 ช่วยออกมาแหกตาดูหน่อย..ว่าเป็นไง. เก่งแต่หน้าจอ..

มังกรแดง wrote:20 มี.นา.53

มังกรแดง wrote:
20 มี.นา.53 ช่วยออกมาแหกตาดูหน่อย..ว่าเป็นไง. เก่งแต่หน้าจอ..

กูไม่อยากไปแหกตาดูพวกมึงหรอก มึงอยากจะทำอะไรก็เรื่องของมึง ทำไปซิ กูไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไรเลย แต่จำไว้ด้วยว่าคนอย่างกูใครจะมาแหกตาปั่นหัวคงไม่ง่ายหรอกนะ ไม่ใช่ควายนี่ สั่งให้ทำอะไรก็ทำ ขวางโลกแม่งงี้แหละ สบายใจจัง

อย่าด่าว่ากันเลย ประชาชน

อย่าด่าว่ากันเลย ประชาชน คนไทย
เรามาร่วมมือกัน ทวง สิทธิพลเมือง เสียงส่วนใหญ่ในการกำหนดผู้บริหารประเทศของเราเองดีกว่า
เราขอเสียงส่วนใหญ่คืนในการตัดสินเลือกผู้บริหารผู้นำของเราเอง
เรามาช่วยกัน รักษา สมดุลยภาพแห่งอำนาจทางการเมืองการปกครอง ไม่ให้เทไปอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนหมด
แนะนำ นปช. การเดินขบวน ในวันที่20 แนะนำ พยายาม ทำลักษณะคล้ายการเดินพาเรด แฟนซี ล้อเลียนทางการเมือง แสดงหุ่นจำลอง นักการเมือง ฝ่ายอำมาตย์เพื่อให้คนกรุงเทพได้ดูเพื่อเห็นภาพชัดเจนว่า วันนี้ ประเทศตกอยู่ในการปกครองของใครกลุ่มไหน และพวกเขาทำอะไรไว้บ้าง
เปิดช่องทางจราจร ไว้ให้ประชาชนเดินทางผ่านไปมาได้ด้วย จะได้ไม่ถูกเหล่าอำมาตย์โจมตีได้
ถ้าพวกท่านทำเป็นพาเรด แฟนซีล้อเลียน รัฐอำมาตย์ พวกเขาก็ไม่รู้จะส่งคนออกมาต่อต้านทำไม
เพราะมันเป้นการประท้างแบบสร้างสรรค์ สร้างสีสันมากกว่า
ทำเลยเชื่อเถอะสำเร็จแน่
ไม่สังเกตุหรือว่า ฝ่ายรัฐอำมาตย์ หาทางแก้ไข โดยประโครมข่าวเรื่องการเจรจา เขาพยายามแสดงให้คนดูว่า เขาพยายามเจรจาแล้วนะ แต่นปช.ไม่ยอมเจรจาอะไรทำนองนั้น มาตรการต่อไปคือ ใช้กำลังเข้าปราบหรือสร้างสถานการณ์ก่อนเข้าปราบ เขาวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนชัดเจน
ประชาชน เดินทางมาประท้วงเรียกร้องขอสิทธิการเลือกตั้งคืน โดยให้นายก ยุบสภา คืนอำนาจให้พวกเขา
พอพวกท่านจะมาเป็นตัวกลางเจรจา พวกท่าก็กลับมาอ้างว่า ประชาชน มีเงื่อนไข ตลกว่ะ
วิธีการแก้ไขง่ายมาก คือ ยุบสภา ตั้งคณะกรรมการกลางทุกฝ่่าย เพื่อเขียนกติกา ลงสัตยาบัน ทำเป็นกฏ แล้วกลับไปเลือกตั้ง ใครได้เสียงข้างมาก ก็ตั้งรัฐบาล บริหารประเทศตามนโยบายที่หาเสียง ห้ามฝ่ายที่แพ้เอาคนออกมาแกล้งอีก บ้านเมืองก็จะเดินหน้าได้แน่นอน

อสม. ไร้ค่า

อสม. ไร้ค่า

ไม่ต้องต่อลองหลายข้อ เอาเพียง

ไม่ต้องต่อลองหลายข้อ

เอาเพียงหนึ่งข้อ

ยุบสภาเลือกตั้งใหม่

ถ้านายกไม่ตกลง

ขอให้ย้ายทำเนียบไปอยู่ที่ราบ 11 รอ.

จะได้เป็น ราบ 11 รอ. รน.

ไหนบอกว่า

อาสามารับใช้ประชาชน

ก็ต้องทนได้กับคำตำหนิ

แค่ล้อมบ้านเพียงหนึ่งชั่วโมง

ทนไม่ได้

ไหนว่าผ่านการเป็นทหารมาแล้ว

ขวัญอ่อนจังเลย

ผมว่ามันตบหัวแล้วมาขอจับมือ

ผมว่ามันตบหัวแล้วมาขอจับมือ พวกคุณลองคิดดูสิว่ามีคน คนมาตบหัวคุณแล้วมาขอจับมือ จะมีความรู้สึกอย่างไร

ความหมายคือ ประชาชน ในนาม

ความหมายคือ ประชาชน ในนาม เสื้อแดง(นปช) เขาเดินขบวนมาเพื่อเรียกร้อง ขอคืนสิทธิพลเมืองเสียงส่วนใหญ่ของเขาในการเลือกผู้นำคืน โดยการ ให้ รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากเสียงส่วนใหญ่ คืนอำนาจให้่เขา คือ การยุบสภา
นี่คือข้อเรียกร้องหลักๆ ที่เขามา วันนี้ ท่านออกมาบอกจะเจรจา แต่ห้ามมี่เงื่อนไข การยุบสภาไม่ใช่เงื่อนไข แต่เป็นข้อเรียกร้องตั้งแต่แรก ในเมื่อรัฐบาลขอเจรจา ก็มานั่งคุยกันว่าจะทำยังไง เช่น ตั้งกติกาก่อนไม๊ ลงสัตยาบันต่อหน้าประชาชนก่อนไม๊ สร้างกฏระเบียบก่อนไม๊ ลื้อองค์กรอิสระที่ลำเอียงออกไปก่อนไม๊ แล้วมาว่ากันว่า ถ้าเลือกตั้งแล้วเสียงส่วนใหญ่เลือกใครก็ห้ามแกล้งกันอีกไม๊ ก็มาคุยกัน แล้วก็มาประกาศต่อหน้าประชาชนทั่วประเทศ
ไม่ใช่ ห้ามโน่นห้ามนี่ การเจรจาของรัฐคือต้องการเรียกแกนนำไปเพื่อแจ้งให้รู้ว่า ฝ่ายรัฐอำมาตย์จะเอาจริงแล้วนะ เลิกชุมนุมซะ แต่ยังทำอะไรไม่ได้เพราะความชอบธรรมยังไม่เกิด กำลังหาทางอยู่ และให้ม๊อบคนน้อยกว่านี้หน่อยจะดำเนินการแล้ว ใช่ไม๊ท่าน

ความชอบธรรมในการเรียกร้องของ

ความชอบธรรมในการเรียกร้องของ “ม็อบเสื้อแดง” !!!

ความปั่นป่วน วุ่นวาย แตกแยก ในสังคมไทยเกิดขึ้นจากคน ๆ เดียว จากครอบครัว ๆ เดียว และจากตระกูล ๆ เดียว ที่มีแต่ “โลภะ โทสะ โมหะ” คือ ไม่มีใครเหนี่ยวรั้งใคร จึงเป็นที่มาของ “โคตรโกง และโกงทั้งโคตร” เพราะมีแต่ความโลภที่อยากจะได้มาก ๆ ไม่รู้จักพอ เมื่อไม่ได้ดังใจก็โกรธอาฆาตมาดร้าย ด้วยความลุ่มหลงตัวเองเพราะอำนาจเงินที่จะทำอะไรได้ทุกอย่างแม้แต่จ้างคนเผาบ้านเผาเมือง

คำว่า “เผาบ้านเผาเมือง” นั้นมีความหมายมากกว่าการใช้ “ไฟ” ดังเช่นได้เห็นในช่วงเดือนเมษายน 2552 ที่ม็อบเสื้แดงปิดถนนสายหลักหลายแห่งในกรุงเทพ เผารถเมล์หลายสิบคัน เผายางทั่วกรุง ใช้รถแก๊สและถังแก๊สข่มขู่ประชาชน กุ๊ยอันธพาลแก๊งแท็กซี่เสื้แดงปิดถนนไล่ตีชาวบ้าน ทุบทำลายตู้เอทีเอ็มของธนาคารบางแห่ง จนกระทั้งไล่ล่าฆ่าชาวบ้านเพราะชาวบ้านขัดขวางไม่ให้พวกเสื้แดงเผาบ้านของชุมชนนางเลิ้ง

แต่คำว่า “เผาบ้านเผาเมือง” มีความหมายถึงความเสียหายทั้งหลายทั้งปวง เช่น ทำลายเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำไม่สามารถแข่งขันกับนานาอารยประเทศ ความแตกแยกในสังคมแม้กระทั้งคนในครอบครัวเดียวกันยังทะเลาะกันเพราะการปลุกปั่นล้างสมองของพวกเสื้อแดง ทำลายความเชื่อมั่นของชาวต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย ความทุกข์ระทมและความเครียดของคนไทยทั้งประเทศ ตลอดจนการสูญเสียทรัพยากรของประเทศที่จะต้องใช้ในการจัดการกับคน ๆ เดียว เป็นต้น

ต้นตอปัญหาทั้งปวงที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย และคนไทยทั้งประเทศ ที่ต้องตกอยู่ในวังวนวงจรอุบาทว์ อย่างต่อเนื่องมาหลายปี จนกระทั้งทำให้ประเทศชาติวิกฤตอย่างแสนสาหัสในขณะนี้ เพราะคน ๆ เดียว ซึ่งไม่ต่างจาก “ซาตานกลับชาติมาเกิด” เพื่อทำร้ายทำลายประเทศชาติโดยแท้จริง

การเรียกร้องป่วนบ้านป่วนเมืองของม็อบเสื้อแดง ไม่ชอบธรรมมาตั้งแต่ต้น จนกระทั้งบัดนี้ เพราะ

1. การต่อสู้ของม็อบเสื้อแดง ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศแและประชาชนคนไทยทั้งประเทศแต่อย่างใด แต่เป็นการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของคน ๆ เดียว เพื่อผลประโยชน์ของครอบครัวตระกูลเดียว ที่โกงชาติ โกงแผ่นดิน

2. การต่อสู้ของม็อบเสื้แดง เกิดมาจากปลุกปั่นล้างสมองให้ชาวบ้านรากหญ้า (ที่พวกแกนน้ำเสื้อแดงอุปโลกน์ให้เป็นไพร่) ให้ลุ่มหลงในตัวของนักโทษหนีคุก โจรปล้นชาติ แบบล้าคลั่ง เพราะรับข่าวสารเพียวด้านเดียว จนเห็นกงจักรเป็นดอกบัว

3. การต่อสู้ของม็อบเสื้อแดง ไม่ได้มาจากใจ แต่ส่วนมากมาจากจ้าง เพราะพยายหลักฐานได้เห็นโดยชัดเจนจากคลิปวิดีโอ ทั้งแจกทั้งรับเงินกันอย่างไม่อายฟ้าอายดิน เพียงแสดงบัตรประจำตัวรับทันทีสองพันบาท เป็นต้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดี แม้แต่สื่อต่างประเทศยังวิเคราะห์และเผยแพร่ไปทั่วโลกว่ามีการว่าจ้างชาวบ้าน และใช้เงินลงทุนก่อม็อบหลายสิบล้านบาท ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าใครอยู่เบื้องหลังเป็นนายทุน จึงเป็นม็อบที่ไม่บริสุทธิ์

4. การต่อสู้ของม็อบเสื้แดง ทำตามคำสั่งและบงการของคนที่เป็น นักโทษหนีคุก หนีอาญาแผ่นดิน ด้วยการโฟนอิน ปลุกม็อบ ยุแหย่ สารพัดที่จะทำระหว่างการชุมนุมใหญ่ของม็อบเสื้แดง จึงเป็นขบวนการต่อสู้ที่มีวาระซ่อนเร้นเพียงเพื่อผลประโยชน์ของคน ๆ เดียวโดยแท้จริง

เมื่อม็อบเสื้อแดงปราศจากความชอบธรรม จะอ้างเหตุผลอะไรที่จะออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องไม่ให้มีการปฏิบัติสองมาตรฐาน เรียกร้องยุบสภา เพราะในหมู่มวลม็อบเสื้อแดง ซึ่งหมายความรวมถึง นักโทษหนีคุก หัวหน้าม็อบเสื้อแดงตัวจริง ตลอดจนแกนนำม็อบเสื้อแดงลิ่วล้อบริวารนักโทษหนีคุก มีคุณธรรมใช้ระบบประชาธิปไตย มีการปฏิบัติเพียงมาตรฐานเดียว เช่นนั้นหรือ แต่กาลเวลาเป็นข้อพิสูจน์ว่าไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะ

1. กรณีการกล่าวอ้างหลอกมวลชนคนเสื้อแดงว่า รัฐบาลนี้จัดตั้งกันมาอย่างไม่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่ ขั้นตอนขบวนการจัดตั้งรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ไม่ได้แตกต่างจากขั้นตอนขบวนการจัดตั้งรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีสมัคร หรือสมชาย แต่ประการใด เพราะเป็นไปตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ

ถ้าจะอ้างว่าการจัดตั้งรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่ชอบธรรม เพราะไปหารือจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร หรืออ้างว่ารัฐบาลนี้มาจากรัฐธรรมนูญปี 2550 เพียงแค่เหตุผลเท่านี้ก็จะเรียกร้องยุบสภา เรียกร้องให้ลาออก เช่นนั้นหรือ

ถ้าเช่นนั้นต้องถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรีสมัคร และสมชาย มิได้มากจากขบวนการของรัฐธรรมนูญปี 2550 เช่นนั้นหรือ คำตอบคือไม่ใช่ เพราะเป็นขั้นตอนขบวนการเดียวกับการจัดตั้งรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เพราะมาจากการเลือกตั้งในคราวเดียวกันตามรัฐธรรมนูญปี 2550

โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมัคร เป็นที่ทราบและโจทย์ขานกันว่ามีการเจรจาต่อรองผลประโยชน์บางอย่างระหว่างนักโทษหนีคุกกับนักการเมืองน้ำเน่าที่กลัวอดอยากปากแห้งบางคน เพื่อใช้ให้เป็นแกนนำในการชักชวนพรรคการเมืองอื่น ๆ จนทำให้เกิดการเปลี่ยนขั่วเปลี่ยนข้าง เข้าร่วมสนับสนุนให้จัดตั้งรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมัคร ด้วยเงื่อนไขประหลาด ๆ สี่ห้าข้อใช่หรือไม่

หรือกรณีการจัดตั้งรัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรีสมชาย เป็นเพราะมาจากการที่ศาลตัดสินให้นายกรัฐมนตรีสมัครมีความผิดจนต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งการฟ้องร้องดำเนินคดีเอาผิดกับนายกรัฐมนตรีสมัคร เมื่อถึงเวลานี้เป็นข้อเคลือบแคลงใจของประชาชนคนไทยว่า มีการยืมมือ นักการเมืองบางคน (ที่ผู้คนเข้าใจว่าเป็นคนดีและเชื่อเถือได้ในระยะแรก แต่ขณะนี้ที่เริ่มเผยธาตุแท้ตัวตนที่แท้จริงว่าดีจริงหรือดีเก๊) ดำเนินการฟ้องร้อง เพื่อโค่นล้มนายกรัฐมนตรีสมัคร เพราะไม่ยอมเชื่อฟังนักโทษหนีคุก โดยเปลี่ยนเป็นคนใกล้ชิดที่ไว้วางใจสามารถสั่งให้ซ้ายหันขาวหันได้ ใช่หรือไม่ และในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีมีการหักหลังหลอกนายสมัครใช่หรือไม่

จากพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น จึงต้องถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีสมัครและสมชาย ชอบธรรมมากกว่าการจัดตั้งรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เช่นนั้นหรือ

2. กรณีกล่าวหารัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ปฏิบัติสองมาตรฐานจนเป็นข้ออ้างข้อหนึ่งที่มวลชนคนเสื้องแดงเรียกร้องให้ยุบสภา จึงต้องถามว่าสมัยนักโทษหนีคุกและสมัยนายสมัคร นายสมชาย เป็นนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติมาตรฐานเดียวเช่นนั้นหรือ คำตอบคือไม่ใช่ เพราะ

วลีที่ออกกมาจากปากของนักโทษหนีคุกในสมัยเป็นนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่กล่าวว่า จังหวัดหรือพื้นที่ไหนเลือกพรรคการเมืองของนักโทษหนีคุก จะได้รับการดูแลด้านงบประมาณความช่วยเหลือก่อนจังหวัดหรือพื้นที่ที่ไม่เลือกพรรคการเมืองนักโทษหนีคุก อย่างนี้เรียกว่าปฏิบัติมาตรฐานเดียวเช่นนั้นหรือ

การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ในสมัยนักโทษหนีคุกเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นที่ทราบดีว่าเล่นพรรคเล่นพวกกันอย่างเลวร้ายที่สุด คือ ถ้าพวกเดียวกันสนับสนุนกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา กระโดดข้ามหัวข้ามหาง มีความรู้ความสามารถหรือไม่ไม่สนใจ ขอให้เป็นพวกข้าฯ ได้ดิบได้ดีเป็นโหญ่เป็นโตกันยกแผง เพื่อจะได้เป็นลูกไล่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ แต่ถ้าไม่ใช่พวกตัวเอง นอกจากไม่ได้ดิบได้ดีแล้วยังถูกสารพัดกลั่นแกล้ง อย่างนี้เรียกว่าปฏิบัติมาตรฐานเดียวเช่นนั้นหรือ

กรณีการใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี หาผลประโยชน์ให้กับบริษัทธุรกิจของตัวเองตามที่ศาลฏีกาฯ ตัดสินยึดทรัพย์ 46,000 กว่าล้านบาทนั้น โดยที่ประเทศชาติและประชาชน เสียหาย ตลอดจนทำลายบริษัทคู่แข่งทางธุรกิจด้วยสารพัดวิธี อย่างนี้เรียกว่าปฏิบัติมาตรฐานเดียวเช่นนั้นหรือ

กรณีการเสียภาษี ผู้คนทั้งประเทศมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเพื่อเป็นเงินหลวงใช้บำรุงประเทศชาติ แต่มีครอบครัวบางครอบครัวหลบเลี่ยง คดโกง ไม่ยอมเสียภาษี ทำตัวให้ผิดแปลกจากผู้คนในบ้านเมือง อย่างนี้เรียกว่าปฏิบัติมาตรฐานเดียวเช่นนั้นหรือ

กรณีการปฏิบัติสองมาตรฐานนั้น ในยุคสมัยนักโทษหนีคุก และนอมินี เป็นรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี มีการปฏิบัติสองมาตรฐานอย่างมากมายและอย่างชัดเจน ไม่ทราบว่ามวลชนคนเสื้อแดง แกล้งไม่รู้หรือไม่รู้จริง ๆ เพราะอวิชาปิดบังจนมืดมิดแยกไม่ออกว่า อะไรชั่ว อะไรดี

3. กรณีเรียกร้องระบบประชาธิปไตย สมัยที่นักโทษหนีคุก เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นที่ทราบกันดีว่าบริหารปกครองผู้คนด้วยวิธีการเผด็จการ ข้าฯ แน่ ข้าฯ เก่ง ข้าฯ เป็นเทวดา แต่เพียงผู้เดียว คณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ข้าราชการ หรือผู้คนรอบข้าง ไม่กล้าขัดแย่งไม่กล้าออกความเห็นที่ขัดใจนักโทษหนีคุก ภาพลักษณ์ของนักโทษหนีคุก จึงเป็นเผด็จการในคราบระบอบประชาธิปไตยบริหารประเทศและเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองตลอดมา อย่างนี้คือระบบประชาธิปไตยของมวลชนคนเสื้องแดงเช่นนั้นหรือ

จึงสรุปได้ว่า การเรียกร้องของม็อบเสื้อแดง ไม่มีความชอบธรรมที่จะเรียกร้องนั้นเรียกร้องนี้เกี่ยวกับประเด็นการเมืองหรือเกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศ โดยเฉพาะการเรียกร้องยุบสภา บีบบังคังข่มขู่ให้รัฐบาลต้องลาออก แต่ประการใด

thaksin-gotohell

thaksin-gotohell wrote:
ความชอบธรรมในการเรียกร้องของ “ม็อบเสื้อแดง” !!!

ความปั่นป่วน วุ่นวาย แตกแยก ในสังคมไทยเกิดขึ้นจากคน ๆ เดียว จากครอบครัว ๆ เดียว และจากตระกูล ๆ เดียว ที่มีแต่ “โลภะ โทสะ โมหะ” คือ ไม่มีใครเหนี่ยวรั้งใคร จึงเป็นที่มาของ “โคตรโกง และโกงทั้งโคตร” เพราะมีแต่ความโลภที่อยากจะได้มาก ๆ ไม่รู้จักพอ เมื่อไม่ได้ดังใจก็โกรธอาฆาตมาดร้าย ด้วยความลุ่มหลงตัวเองเพราะอำนาจเงินที่จะทำอะไรได้ทุกอย่างแม้แต่จ้างคนเผาบ้านเผาเมือง

คำว่า “เผาบ้านเผาเมือง” นั้นมีความหมายมากกว่าการใช้ “ไฟ” ดังเช่นได้เห็นในช่วงเดือนเมษายน 2552 ที่ม็อบเสื้แดงปิดถนนสายหลักหลายแห่งในกรุงเทพ เผารถเมล์หลายสิบคัน เผายางทั่วกรุง ใช้รถแก๊สและถังแก๊สข่มขู่ประชาชน กุ๊ยอันธพาลแก๊งแท็กซี่เสื้แดงปิดถนนไล่ตีชาวบ้าน ทุบทำลายตู้เอทีเอ็มของธนาคารบางแห่ง จนกระทั้งไล่ล่าฆ่าชาวบ้านเพราะชาวบ้านขัดขวางไม่ให้พวกเสื้แดงเผาบ้านของชุมชนนางเลิ้ง

แต่คำว่า “เผาบ้านเผาเมือง” มีความหมายถึงความเสียหายทั้งหลายทั้งปวง เช่น ทำลายเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำไม่สามารถแข่งขันกับนานาอารยประเทศ ความแตกแยกในสังคมแม้กระทั้งคนในครอบครัวเดียวกันยังทะเลาะกันเพราะการปลุกปั่นล้างสมองของพวกเสื้อแดง ทำลายความเชื่อมั่นของชาวต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย ความทุกข์ระทมและความเครียดของคนไทยทั้งประเทศ ตลอดจนการสูญเสียทรัพยากรของประเทศที่จะต้องใช้ในการจัดการกับคน ๆ เดียว เป็นต้น

ต้นตอปัญหาทั้งปวงที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย และคนไทยทั้งประเทศ ที่ต้องตกอยู่ในวังวนวงจรอุบาทว์ อย่างต่อเนื่องมาหลายปี จนกระทั้งทำให้ประเทศชาติวิกฤตอย่างแสนสาหัสในขณะนี้ เพราะคน ๆ เดียว ซึ่งไม่ต่างจาก “ซาตานกลับชาติมาเกิด” เพื่อทำร้ายทำลายประเทศชาติโดยแท้จริง

การเรียกร้องป่วนบ้านป่วนเมืองของม็อบเสื้อแดง ไม่ชอบธรรมมาตั้งแต่ต้น จนกระทั้งบัดนี้ เพราะ

1. การต่อสู้ของม็อบเสื้อแดง ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศแและประชาชนคนไทยทั้งประเทศแต่อย่างใด แต่เป็นการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของคน ๆ เดียว เพื่อผลประโยชน์ของครอบครัวตระกูลเดียว ที่โกงชาติ โกงแผ่นดิน

2. การต่อสู้ของม็อบเสื้แดง เกิดมาจากปลุกปั่นล้างสมองให้ชาวบ้านรากหญ้า (ที่พวกแกนน้ำเสื้อแดงอุปโลกน์ให้เป็นไพร่) ให้ลุ่มหลงในตัวของนักโทษหนีคุก โจรปล้นชาติ แบบล้าคลั่ง เพราะรับข่าวสารเพียวด้านเดียว จนเห็นกงจักรเป็นดอกบัว

3. การต่อสู้ของม็อบเสื้อแดง ไม่ได้มาจากใจ แต่ส่วนมากมาจากจ้าง เพราะพยายหลักฐานได้เห็นโดยชัดเจนจากคลิปวิดีโอ ทั้งแจกทั้งรับเงินกันอย่างไม่อายฟ้าอายดิน เพียงแสดงบัตรประจำตัวรับทันทีสองพันบาท เป็นต้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดี แม้แต่สื่อต่างประเทศยังวิเคราะห์และเผยแพร่ไปทั่วโลกว่ามีการว่าจ้างชาวบ้าน และใช้เงินลงทุนก่อม็อบหลายสิบล้านบาท ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าใครอยู่เบื้องหลังเป็นนายทุน จึงเป็นม็อบที่ไม่บริสุทธิ์

4. การต่อสู้ของม็อบเสื้แดง ทำตามคำสั่งและบงการของคนที่เป็น นักโทษหนีคุก หนีอาญาแผ่นดิน ด้วยการโฟนอิน ปลุกม็อบ ยุแหย่ สารพัดที่จะทำระหว่างการชุมนุมใหญ่ของม็อบเสื้แดง จึงเป็นขบวนการต่อสู้ที่มีวาระซ่อนเร้นเพียงเพื่อผลประโยชน์ของคน ๆ เดียวโดยแท้จริง

เมื่อม็อบเสื้อแดงปราศจากความชอบธรรม จะอ้างเหตุผลอะไรที่จะออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องไม่ให้มีการปฏิบัติสองมาตรฐาน เรียกร้องยุบสภา เพราะในหมู่มวลม็อบเสื้อแดง ซึ่งหมายความรวมถึง นักโทษหนีคุก หัวหน้าม็อบเสื้อแดงตัวจริง ตลอดจนแกนนำม็อบเสื้อแดงลิ่วล้อบริวารนักโทษหนีคุก มีคุณธรรมใช้ระบบประชาธิปไตย มีการปฏิบัติเพียงมาตรฐานเดียว เช่นนั้นหรือ แต่กาลเวลาเป็นข้อพิสูจน์ว่าไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะ

1. กรณีการกล่าวอ้างหลอกมวลชนคนเสื้อแดงว่า รัฐบาลนี้จัดตั้งกันมาอย่างไม่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่ ขั้นตอนขบวนการจัดตั้งรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ไม่ได้แตกต่างจากขั้นตอนขบวนการจัดตั้งรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีสมัคร หรือสมชาย แต่ประการใด เพราะเป็นไปตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ

ถ้าจะอ้างว่าการจัดตั้งรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่ชอบธรรม เพราะไปหารือจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร หรืออ้างว่ารัฐบาลนี้มาจากรัฐธรรมนูญปี 2550 เพียงแค่เหตุผลเท่านี้ก็จะเรียกร้องยุบสภา เรียกร้องให้ลาออก เช่นนั้นหรือ

ถ้าเช่นนั้นต้องถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรีสมัคร และสมชาย มิได้มากจากขบวนการของรัฐธรรมนูญปี 2550 เช่นนั้นหรือ คำตอบคือไม่ใช่ เพราะเป็นขั้นตอนขบวนการเดียวกับการจัดตั้งรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เพราะมาจากการเลือกตั้งในคราวเดียวกันตามรัฐธรรมนูญปี 2550

โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมัคร เป็นที่ทราบและโจทย์ขานกันว่ามีการเจรจาต่อรองผลประโยชน์บางอย่างระหว่างนักโทษหนีคุกกับนักการเมืองน้ำเน่าที่กลัวอดอยากปากแห้งบางคน เพื่อใช้ให้เป็นแกนนำในการชักชวนพรรคการเมืองอื่น ๆ จนทำให้เกิดการเปลี่ยนขั่วเปลี่ยนข้าง เข้าร่วมสนับสนุนให้จัดตั้งรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมัคร ด้วยเงื่อนไขประหลาด ๆ สี่ห้าข้อใช่หรือไม่

หรือกรณีการจัดตั้งรัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรีสมชาย เป็นเพราะมาจากการที่ศาลตัดสินให้นายกรัฐมนตรีสมัครมีความผิดจนต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งการฟ้องร้องดำเนินคดีเอาผิดกับนายกรัฐมนตรีสมัคร เมื่อถึงเวลานี้เป็นข้อเคลือบแคลงใจของประชาชนคนไทยว่า มีการยืมมือ นักการเมืองบางคน (ที่ผู้คนเข้าใจว่าเป็นคนดีและเชื่อเถือได้ในระยะแรก แต่ขณะนี้ที่เริ่มเผยธาตุแท้ตัวตนที่แท้จริงว่าดีจริงหรือดีเก๊) ดำเนินการฟ้องร้อง เพื่อโค่นล้มนายกรัฐมนตรีสมัคร เพราะไม่ยอมเชื่อฟังนักโทษหนีคุก โดยเปลี่ยนเป็นคนใกล้ชิดที่ไว้วางใจสามารถสั่งให้ซ้ายหันขาวหันได้ ใช่หรือไม่ และในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีมีการหักหลังหลอกนายสมัครใช่หรือไม่

จากพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น จึงต้องถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีสมัครและสมชาย ชอบธรรมมากกว่าการจัดตั้งรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เช่นนั้นหรือ

2. กรณีกล่าวหารัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ปฏิบัติสองมาตรฐานจนเป็นข้ออ้างข้อหนึ่งที่มวลชนคนเสื้องแดงเรียกร้องให้ยุบสภา จึงต้องถามว่าสมัยนักโทษหนีคุกและสมัยนายสมัคร นายสมชาย เป็นนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติมาตรฐานเดียวเช่นนั้นหรือ คำตอบคือไม่ใช่ เพราะ

วลีที่ออกกมาจากปากของนักโทษหนีคุกในสมัยเป็นนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่กล่าวว่า จังหวัดหรือพื้นที่ไหนเลือกพรรคการเมืองของนักโทษหนีคุก จะได้รับการดูแลด้านงบประมาณความช่วยเหลือก่อนจังหวัดหรือพื้นที่ที่ไม่เลือกพรรคการเมืองนักโทษหนีคุก อย่างนี้เรียกว่าปฏิบัติมาตรฐานเดียวเช่นนั้นหรือ

การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ในสมัยนักโทษหนีคุกเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นที่ทราบดีว่าเล่นพรรคเล่นพวกกันอย่างเลวร้ายที่สุด คือ ถ้าพวกเดียวกันสนับสนุนกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา กระโดดข้ามหัวข้ามหาง มีความรู้ความสามารถหรือไม่ไม่สนใจ ขอให้เป็นพวกข้าฯ ได้ดิบได้ดีเป็นโหญ่เป็นโตกันยกแผง เพื่อจะได้เป็นลูกไล่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ แต่ถ้าไม่ใช่พวกตัวเอง นอกจากไม่ได้ดิบได้ดีแล้วยังถูกสารพัดกลั่นแกล้ง อย่างนี้เรียกว่าปฏิบัติมาตรฐานเดียวเช่นนั้นหรือ

กรณีการใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี หาผลประโยชน์ให้กับบริษัทธุรกิจของตัวเองตามที่ศาลฏีกาฯ ตัดสินยึดทรัพย์ 46,000 กว่าล้านบาทนั้น โดยที่ประเทศชาติและประชาชน เสียหาย ตลอดจนทำลายบริษัทคู่แข่งทางธุรกิจด้วยสารพัดวิธี อย่างนี้เรียกว่าปฏิบัติมาตรฐานเดียวเช่นนั้นหรือ

กรณีการเสียภาษี ผู้คนทั้งประเทศมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเพื่อเป็นเงินหลวงใช้บำรุงประเทศชาติ แต่มีครอบครัวบางครอบครัวหลบเลี่ยง คดโกง ไม่ยอมเสียภาษี ทำตัวให้ผิดแปลกจากผู้คนในบ้านเมือง อย่างนี้เรียกว่าปฏิบัติมาตรฐานเดียวเช่นนั้นหรือ

กรณีการปฏิบัติสองมาตรฐานนั้น ในยุคสมัยนักโทษหนีคุก และนอมินี เป็นรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี มีการปฏิบัติสองมาตรฐานอย่างมากมายและอย่างชัดเจน ไม่ทราบว่ามวลชนคนเสื้อแดง แกล้งไม่รู้หรือไม่รู้จริง ๆ เพราะอวิชาปิดบังจนมืดมิดแยกไม่ออกว่า อะไรชั่ว อะไรดี

3. กรณีเรียกร้องระบบประชาธิปไตย สมัยที่นักโทษหนีคุก เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นที่ทราบกันดีว่าบริหารปกครองผู้คนด้วยวิธีการเผด็จการ ข้าฯ แน่ ข้าฯ เก่ง ข้าฯ เป็นเทวดา แต่เพียงผู้เดียว คณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ข้าราชการ หรือผู้คนรอบข้าง ไม่กล้าขัดแย่งไม่กล้าออกความเห็นที่ขัดใจนักโทษหนีคุก ภาพลักษณ์ของนักโทษหนีคุก จึงเป็นเผด็จการในคราบระบอบประชาธิปไตยบริหารประเทศและเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองตลอดมา อย่างนี้คือระบบประชาธิปไตยของมวลชนคนเสื้องแดงเช่นนั้นหรือ

จึงสรุปได้ว่า การเรียกร้องของม็อบเสื้อแดง ไม่มีความชอบธรรมที่จะเรียกร้องนั้นเรียกร้องนี้เกี่ยวกับประเด็นการเมืองหรือเกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศ โดยเฉพาะการเรียกร้องยุบสภา บีบบังคังข่มขู่ให้รัฐบาลต้องลาออก แต่ประการใด


คนคนนี้ น่าจะแค้นเคืองทักษิณเป็นส่วนตัว ที่พยายามเขียนมาซะยึดยาว
ประเด็น คุณไม่ต้องการ สิทธิพลเมืองเสียงส่วนใหญ่ในการตัดสินเลือกผู้นำของเรามาบริหารประเทศหรือ
เรามาช่วยกันเรียกร้องสิทธิพลเมืองตรงนี้คืนจากผู้มีอำนาจกันเถอะ ลืมทักษิณไปบ้างก็ได้

เพิ่มเติม

เพิ่มเติม พวกที่มีอำนาจในบ้านเมือง ใช้อำนาจกองกำลัง ปฏิวัติ แย่งชิงเสียงสิทธิพลเมืองเขามา แล้วก็ใช้วิธีการต่างๆเพื่อให้ได้รัฐบาลอำมาตย์ที่มีนายมาร์คเป้นคนนำ วันนี้ พิสูจน์ให้เห็นเด่นชัดว่า รัฐอำมาตย์เต็มไปด้วยคอรัปชั่น บ้านเมืองหยุดชะงัก มีแต่โฆษณาชวนเชื่อจากสื่อทีวีว่าโน่นก็ดีนี่ก็ดีทำอะไรก็ดีไปหมด แต่ประชาชนทั่วไปกลับ อดอยากหิวโหย ลำบาก
บังเอิญ ท่านทักษิณ ดวงไม่ดี ที่พวกเราเสียงส่วนใหญ่ไปเลือกท่านมาเป็นผู้นำต่างหาก จึงทำให้ท่านเดือดร้อน
เราไม่ได้เลือกอภิสิทธิ์ให้เป็นผู้นำเรา และเสียงส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เลือกท่านอภิสิทธิ์ แต่ฝ่ายที่มีอำนาจ (อำมาตย์) ใช้วิธีของอำนาจบีบบังคับทำทุกอย่างเพื่อให้อภิสิทธิ์เป็นผู้นำเรา
ขอเถอะท่าน ขอสิทธิพลเมืองในการเลือกผู้นำของเราคืน ขอคืนเถอะ
แต่ถ้าท่านให้คืนไม่ได้ ก็ควรประกาศให้ประชาชน คนไทย รับรู้ไว้ว่า ต่อแต่นี้ไป จะไม่มีเสียงส่วนใหญ่ตัดสินอีก พวกท่านจะเลือกกันเอง ประกาศไปเลย

โดนต่างชาติขึ้นบอกว่าเป็นประเ

โดนต่างชาติขึ้นบอกว่าเป็นประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็เลยสร้างภาพกันจัง เชื่อตายเลย

มันเป็นหน้าที่ของสภาที่จะต้อง

มันเป็นหน้าที่ของสภาที่จะต้องแก้ไขเรื่องแรงๆเช่นนี้

กสม. คืออะไร

ไม่รู้หรือว่าใครคือตัวจริง

ถ้าเข้าไม่ถึงตัวจริงก็นั่งดูเขาเล่นดีกว่า

นึกว่ายึดทรัพย์แล้วจะหมดแรง

มันไปไกลเลยป้ายทักษิณแล้ว

เปิดดูบัญชีหนังหมาว่ามีใครบ้าง

รู้แล้วกล้าเรียกมาคุยไหม

ในฐานะที่ผมเคยบริจาคเลือดมาแล

ในฐานะที่ผมเคยบริจาคเลือดมาแล้วรวม 8ครั้ง 5ครั้งให้สภากาชาด 2ครั้งให้คนรู้จัก อีก1ครั้งแค่ 10cc เมือไม่กี่วันนี่เอง
ทุกครั้งไม่เคยมีใครบังคับ ทำด้วยความเต็มใจ ภูมิใจ
ผมไม่แน่ใจว่าได้ยินคำพูดที่ว่า "บริจาค 10cc เป็นฮีโร่" ออกจากปากใครหรือไม่ อาจจะกำลังมึนๆ ฉะนั้น
ฝากบอกคนที่อดสูกับเหตุการณ์นี้ อย่าไปอดสูกับมันมากเลยครับ เลือดก็เลือดผม แผ่นดินที่เทลงไปก็แผ่นดินเกิดของผม
เอ้า..คุณบริจาค500ซีซี25ครัง ผมให้คุณเป็นฮีโร่ 1250ครั้งเลยเอ้า...รำคาญว่ะ

a wrote:ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10

a wrote:
ถ้าคนถูกเจาะเลือด 10 cc. แล้วเททิ้ง เป็นฮีโร่

แล้วคนที่บริจาคเลือด 500 cc. ทุก 3 เดือนตลอดชีวิต เพื่อยืดชีวิตให้ผู้อื่น จะเป็นอะไร ???
-
-
-

ด้วยความสัตย์จริง ...... ผมบริจาคเลือดมาแล้วมากกว่า 25 ครั้ง

มันถึงทำให้คนที่บริจาคเลือด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่รับบริจาคเลือด รู้สึกอดสูกับการกระทำที่เอาเลือดมาทำแบบนี้

คิดมากจิงบ่าวนี้

ถ้าคนบริจาคเลือดประจำ

ถ้าคนบริจาคเลือดประจำ ก็จะรู้ว่า "เลือดคนต้องตรวจหา เอดส์ ไวรัสตับ บี ซี เชื้อซิฟิสิส ฯลฯ

เลือดที่มาจากคนเป็นพันเป็นหมึื่น โดยที่ไม่มีการตรวจหาเชื้อโรคเลย

กับการที่มีคน (รวมทั้งพราหมณ์ปลอมนั่นด้วย) โกยเลือดมือเปล่า เหยียบเลือดเท้าเปล่า

รวมทั้งพระเจ้าอาวาสที่เชียงใหม่ เอาเลือดไปสาดใส่ทหาร

-
-

ถ้าคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เป็นเอดส์ เพราะสาเหตุนี้ ---> คนที่่ทำคงไม่รับผิดชอบอะไรแน่ ๆ อยู่แล้ว
(รวมทั้ง หมอที่ไม่รักษาคน อย่างหมอเหวง ที่เป็นคนต้นคิดด้วย)

ปกติผมไม่ชอบใช้คำไม่สุภาพ แต่รู้สึกว่าเป็นการกระทำที่ "โง่และเลว"

-
-
ป.ล. - ยกเว้น อริสมันต์ ----- มันใส่ถุงมืออยู่คนเดียว โดยไม่สนใจพี่น้องที่มาร่วมชุมนุมคนอื่นว่าจะติดเชื้ออะไรหรือไม่

------- ไอ้เนี่ย เลวสุดขั้ว ชั่วสุดขีด (คงเป็นเฉพาะคน ไม่เกี่ยวกับคนอื่น)

ncDjBapX jNYjEQe

ncDjBapX jNYjEQe

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน