วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 4 ชั่วโมง 38 นาที ที่ผ่านมา
จีนเริ่มการประชุม 2 สภาประจำปี
Sat, 2010-03-06 03:02

การประชุมสภาปรึกษาการเมืองประชาชนจีน ที่ปักกิ่ง เมื่อ 3 มี.ค. ที่มา: CRI
สถานีวิทยุสากลแห่งประเทศจีน หรือ CRI ภาคภาษาไทย รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคมนี้ การประชุมสภาปรึกษาการเมืองประชาชนจีน (The Chinese People's Political Consultative Conference—CPPCC) ประจำปี เริ่มจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง โดยวาระการประชุมที่ใช้เวลา 10 วันนี้ มี 8 พรรคการเมืองประชาธิปไตยซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ในสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติจีนจะปรึกษาหารือกันในภารกิจต่างๆ ของประเทศจีน พรรคประชาธิปไตยต่างๆ จะเข้าร่วมการปรึกษาหารือกิจการบ้านเมือง ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติตามกรอบประชาธิปไตย และได้แสดงบทบาทสำคัญด้านการเมือง
โดยในการประชุมวันแรก นายหู จิ่นเทา ประธานาธิบดี นายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรี นายอู๋ บังกั๋ว ประธานสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ นายเจี่ย ชิ่งหลิน ประธานสภาปรึกษาการเมืองประชาชนจีนและผู้นำของพรรคคอมมิวนิสตร์จีนและรัฐบาล จีนคนอื่นๆได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม นายเจี่ย ชิ่งหลินกล่าวในพิธีเปิดประชุมว่า สภาปรึกษาการเมืองเป็นช่องทางสำคัญที่รวบรวมความคิดเห็นและภูมิปัญญาของประชาชนจีน
ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว สภาปรึกษาการเมืองประชาชนจีนรับมือกับวิกฤตการเงินโลกอย่างแข็งขัน อุทิศกำลังเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและรวดเร็ว ในปี 2010 งานสำคัญของสภาปรึกษาการเมืองประชาชนจีนคือ ให้ข้อเสนอเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจ ประกันและปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจีนให้ดีขึ้นต่อไป
นายหวัง รุ่ยเสียง รองหัวหน้าคณะกรรมาธิการญัตติสภาปรึกษาการเมืองประชาชนแนะนำว่า "ปี 2009 ในญัตติสำคัญ 87 ฉบับมี 25 ฉบับเป็นญัตติที่เสนอโดยพรรคประชาธิปไตย ในการประชุมอภิปรายญัตติ 13 ครั้ง มี 8 ครั้งอภิปรายญัตติจากพรรคประชาธิปไตย ในการตรวจสอบการปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง 6 ครั้ง มี 4 ครั้งเกี่ยวกับญัตติที่ พรรคประชาธิปไตยเสนอ"
โดยข้อเสนอต่างๆ จากพรรคประชาธิปไตยเกือบเป็น 1 ใน 3 ของญัตติทั้งหมด ญัตติเหล่านี้เกี่ยวพันถึงการรับมือกับวิกฤติการเงินโลก การประกันสวัสดิการสังคม ความสามัคคีระหว่างชนชาติต่างๆ และความปรองดองของศาสนา การส่งเสริมความสุจริตทางการเมืองเป็นต้น ต่างเป็นข้อเสนอที่ดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่กำลังบริหารประเทศอยู่
สำหรับพรรคประชาธิปไตย 8 พรรคสำคัญในสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีนคือ คณะกรรมการปฏิวัติพรรคก๊กมิ่นตั๋งแห่งประเทศจีน สมาคมสร้างชาติประชาธิปไตยแห่งประเทศจีน สมาคมส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งประเทศจีน พรรคประชาธิปไตยกรรมกรชาวนาแห่งประเทศจีน พรรคจื้อกงแห่งประเทศจีน สมาคมจิ่วซาน และสันนิบาตประชาธิปไตยปกครองตนเองแห่งไต้หวัน พวกเขาสามารถใช้วิธีต่างๆ แสดงบทบาทของตนในการเมืองจีน รวมทั้งเข้าร่วมการปรึกษาการเมือง เป็นผู้สังเกตการณ์ในการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน ซึ่งเป็นองค์กรอำนาจแห่งชาติสูงสุดของจีน ในการประชุมสมัชชาของสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติจีนสามารถ แสดงความคิดเห็น และเสนอญัตติในนามของพรรคประชาธิปไตย เป็นต้น
ศาสตราจารย์หยวน ถีงหวากล่าวว่า พรรคประชาธิปไตยเป็นส่วนสำคัญของสภาปรึกษาการเมืองแห่งประชาชนจีน กลไกสภาปรึกษาการเมืองสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือแบบหลายพรรค ที่สำคัญคือพรรคประชาธิปไตยเข้าร่วมการปรึกษาหารือกิจการบ้านเมือง และกล่าวคำปราศรัยในนามพรรคประชาธิปไตยในการประชุมฯ เสนอญัตติ และปฏิบัติหน้าที่สำรวจและตรวจสอบ มีบทบาททางการเมืองที่เป็นคุณ
กลุ่ม “พรรคประชาธิปไตย” อยู่ในสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติ มีแบบแผนเข้าร่วมการปรึกษาหารือด้านการเมืองที่สมบูรณ์ ญัตติที่เสนอส่วนใหญ่เป็นแผนการเมือง กฎหมาย กฎข้อบังคับและกิจกรรมสำคัญของท้องถิ่น ในจำนวนนี้ ญัตติส่วนใหญ่ถูกนำไปปฏิบัติ บางฉบับยังเสนอให้ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โดยศาสตราจารย์หยวน ถีงหวา กล่าวถึงข้อเสนอเพื่อร่างกฎหมายจากกลุ่มพรรคประชาธิปไตย อย่างเช่น เพื่อยับยั้งการแบ่งแยกไต้หวันออกจากจีน โดยเฉพาะการแบ่งแยกทีละนิดทีละน้อย พรรคประชาธิปไตยจึงเสนอให้ออกกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการแบ่งแยกประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากฝ่ายต่างๆ จนในที่สุด ได้ประกาศกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการแบ่งแยกประเทศ จึงมีความสำคัญในการโจมตีกลุ่มอิทธิพลการแบ่งแยกไต้หวันออกจากจีน และพิทักษ์อธิปไตยของจีน เขายังกล่าวว่า เนื่องจากสมาชิกพรรคประชาธิปไตยส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการ ดังนั้น มีความได้เปรียบในด้านผลักดันการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษาและวัฒนธรรม
นายหยวน ถึงหวา กล่าวด้วยว่า ในช่วงปี 1985 มีสมาชิกพรรคประชาธิปไตยบางคนเสนอว่าให้รัฐบาลติดตามการพัฒนายุทธศาสตร์ เทคโนโลยีใหม่ระดับสูงของโลก เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์เทคโนโลยีใหม่ระดับสูงของจีน ข้อเสนอนี้ได้รับความสนใจอย่างสูงจากรัฐบาล และกำหนดโครงการพัฒนายุทธศาสตร์เทคโนโลยีใหม่ระดับสูงหมายเลข 863 ในปีเดียวกัน การดำเนินโครงการนี้ทำให้จีนได้พัฒนาก้าวหน้าในด้านชีวภาพ การบินอวกาศ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีอัตโนมัติ พลังงาน และวัสดุใหม่ในโลก
ขณะที่วันนี้ (5 มี.ค.) เป็นการเริ่มการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน (National People’s Congress - NPC) ครั้งที่ 3 ของชุดที่ 11 เปิดประชุมที่กรุงปักกิ่ง สมาชิกสภาฯชนเผ่าต่างๆ จากทั่วประเทศประมาณ 3,000 คนจะร่วมกันปรึกษาหารือกิจการบ้านเมือง หนังสือพิมพ์ People's Daily ตีพิมพ์บทนำแสดงความยินดีต่อการประชุม โดยบทนำกล่าวว่า “ระบอบสภาผู้แทนประชาชนเป็นระบอบการเมืองพื้นฐานที่สอดคล้องกับสภาพความเป็น จริงของจีน เป็นวิถีทางพื้นฐานและรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของ ประเทศ และให้ประชาชนใช้สิทธิอำนาจต่างๆ อย่างเต็มที่ วาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือพิจารณาร่างกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งฉบับ แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการยืนหยัดและปรับปรุงระบอบสภาผู้แทนประชาชนให้ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พัฒนาการเมืองประชาธิปไตยแบบสังคมนิยม”
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












ถึงเขา เคลมตัวเอง ว่า
ถึงเขา เคลมตัวเอง ว่า เขาเป็นประชาธิปไตย โดยใช้พรรคนำพรรคเดียว เป็นประชาธิปไตย dictate โดยพรรคคอมมิวนิสต์
แต่ดูโดยเนื้อหาน่าสนใจมากครับ
ใครสนใจลองอ่านดูได้ครับ
http://www.cctv.com/english/special/twosessions/homepage/index.shtml
ผมดูง่าย ๆ เทียบกับของเราได้ ดังนี้
ระบบของเขา จริงใจ ตรงไปตรงมา ครับ ไม่ได้ ตอแหล แบบของเรา
ใครที่เคยบอกว่าจีนมีแต่พรรคคอ
ใครที่เคยบอกว่าจีนมีแต่พรรคคอมมิวนิสต์พรรคเดียวนี่ต้องเปลี่ยนความเข้าใจให้ถูกต้องเสียใหม่ได้แล้วเพราะ นี่เขามีถึง8พรรค แถมมีพรรคประชาธิปไตยด้วย
ที่สำคัญที่สุด ถ้าจำไม่ผิด ปรากกฏว่า สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้นลดลง เพราะมีประชาชนจีนที่เป็นสมาชิกพรรคนั้นได้ลาออกเป็นจำนวนมาก
จีนสามารถทำให้กระบวนการยุติธรรมนั้นเชื่อถือได้ การคอรับชั่นลดลงไปอย่างมากจากยุคราชวงค์ชิงจนมาถึงยุคยวนซีไขและเจียงไคเช็ค มาทำให้ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฏหมายเดียวกัน
เราจะพบความจริงอยู่ว่า ลูกหลานของเหมา ตายในที่รบอย่างน้อยสองคนเพราะต้องไปสงครามร่วมรบกับทหารคนอื่นๆ
หลังสงครามสงบเหมาขึ้นเป็นใหญ่ แต่ตระกูลของเหมา ก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้ร่ำรวยมหาศาลแต่อย่างใด ลูกสาวของเหมาก็ต้องทำงานหนัก หาเลี้ยงชีพเช่นเดียวกันกับประชาชนจีนคนอื่นๆอีก1400ล้านคน หรือแม้นแต่ลูกหลานของโจวเอินไหล หรือเติ้งเสี่ยวผิงก็เช่นกัน ให้ดูรายงานของฟอรบส์ที่ประกาศรายชื่ออัครมหาเศรษฐีของประเทศในทวีปเอเซีย ซึ่งมีรายงานของเศรษฐีจีนยุคใหม่ด้วย จะเห็นว่าไม่ใช่รายชื่อนามสกุลที่แสดงถึงลูกหลานของทั้งเหมา ทั้งโจวเอินไหลทั้งเติ้งเสี่ยวผิงเลย
นอกจากนี้ทายาททางการเมืองที่ขึ้นมาบริหารปกครองประเทศต่างก็ไม่ใช่คนในตระกูล ทว่าตัดสินคัดเลือกเอาจากคนที่มีความสามารถมือสอาดและเห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
นี่ต่างหากที่จะทำให้สังคมน่าอยู่ ประเทศชาติมีความศิวิไลซ์และปราศจากชนชั้นและวัดความสามารถกันที่ฝีมือไม่ใช่เส้นหรือดูที่นามสกุล
ใครที่เคยดูรายงานของเจนส์ดีเฟ็นส์นิวส์ จะพบความจริงที่น่าประหลาดใจว่าจีนนั้นใช้งบประมาณทางทหารที่น้อยกว่าทั้งสหรัฐ รัสเซียญี่ปุ่ีน รวมทั้งอียูมากทั้งๆที่จีนมีกองกำลังพลประจำการทางทหารที่มากที่สุดในโลก แถมไม่เคยมีข่าวการ
คอรับชั่นซื้ออาวุธที่เน่าๆเก๊ๆใช้ไม่ได้เลยของจีนที่ขอซื้อจากรัสเซีย อิสราเอลและกลุ่มอียู ไม่เคยมีข่าวว่าทหารจีนซื้อของแพงกว่าคนอื่น นี่แหละการกระทำเยี่ยงนี้แหละที่แสดงถึงความรักชาติรักประชาชน
ทหารจีนในยามปรกติเมื่อไม่มีสงครามก็ยังช่วยประชาชนสร้างบ้านสร้างถนนสร้างสะพาน(จากข่าวของซีซีทีวีคนที่ติดจานดาวเทียมดูมันสามร้อยช่องทั้งเอเซียยุโรปอเมริกาใต้ ก็จะพบความจริงในเรื่องเหล่านี้ มันไม่ใช่ข่าวโฆษณาชวนเชื่อ)
คนส่วนมากที่หลงผิดกับระบอบคอม
คนส่วนมากที่หลงผิดกับระบอบคอมมิวนิสต์ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ล้วนมีผลมาจากปัจจัยที่สำคัญยิ่งประการหนึ่ง คือ พวกเขาลืมคิดไปว่า ข้อมูลที่ได้จากคอมมิวนิสต์ล้วนเป็นข้อมูลที่คัดกรองและหรือปรุงแต่งมาแล้วจากกลไกของพรรคคอมฯที่ทำหน้าที่ควบคุมสื่อ ซึ่งได้แก่คณะกรรมการโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ขึ้นตรงต่อกลุ่มนำของพรรคเสมอ
และไม่เคยเข้าใจแนวคิดของคอมมิวนิสต์จีนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เหมา เจ๋อตง เรียกว่า "แนวรบทางวัฒนธรรม" แนวรบที่ว่านี้ครอบคลุมไปถึงมิติต่างๆอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง ไม่เพียงหมายถึงศิลปวรรณคดี หากยังรวมถึงระบบการศึกษา สื่อสารมวลชนทุกชนิด ศาสนา และบรรดาข้อมูลข่าวสารสารพัดทั้งน้อยใหญ่
การปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรมระหว่างปีค.ศ.๑๙๖๖-๗๖ ยืนยันได้อย่างชัดเจนถึง แนวคิดดังกล่าว และยังสะท้อนให้เห็นการพัฒนาแนวคิดที่ว่านี้ไปจนสุดโด่ง กล่าวคือมีการรณรงค์กวาดล้าง ทำลายวัฒนธรรมจีนโบราณและความเชื่อหลักของชาวจีนนับพันปี อันได้แก่ศาสนาพุทธ เต๋า ขงจื้อ และศาสนาคริสต์ กับอิสลาม คัมภีร์โบราณที่ล้ำค่านับพันปีถูกนำมากองสุมกันแล้วเผาราวกับเศษขยะ โบราณวัตถุและศาสนสถานเก่าแก่นับพันปีก็ถูกกลุ่มเรดการ์ดบุกไปทุบทำลายและเผาจนพินาศย่อยยับ ยิ่งกว่าเมื่อตอนกองกำลังผสม ๘ ชาติที่รุกรานจีนเมื่อตอนปลายราชวงศ์ชิง ที่บุกเผาพระราชวังหยวนหมิงหยวน
การประชุม ๒ สภาที่เพิ่งผ่านไป ก็ตอกย้ำการยึดมั่นในแนวคิดดังกล่าวอย่างเหนียวแน่น ทว่ามีลักษณะหลอกลวงยิ่งขึ้น กล่าวคือตอนหนึ่งของคำปราศัย รายงานการทำงานของรัฐบาลโดยนายกฯเวิน เจียเป่า ที่ว่า"เราต้องให้โอกาสประชาชนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ตรวจสอบรัฐบาลได้" แต่ในทางปฏิบัติ กลับปรากฎว่าเว็บไซต์กว่า ๓๐ เว็บและสื่อท้องถิ่นอีกหลายฉบับที่นำเสนอปัญหาและข้อเรียกร้องให้รัฐบาลและสภาทั้งสอง ทบทวนนโยบาย การห้ามย้ายถิ่นที่อยู่ของพลเมือง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยปรากฏในรัฐธรรมนูญจีนปีค.ศ.๑๙๕๘ ที่รับรองเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ของพลเมืองจีนอย่างเสรี แต่ต่อมา ถูกลบออกไปจากรัฐธรรมนูญฉบับหลังๆ นโยบายดังกล่าวนอกจากลิดรอนเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมืองแล้ว ยังเป็นช่องทางคอรัปชั่นอย่างกว้างขวางของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว สร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสให้ประชาชนจีน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีเงินจะให้ใต้โต๊ะ เป็นต้น ดังนั้นการประชุม ๒ สภาที่ว่า ก็เป็นแค่ละครตบตาฉากหนึ่งเท่านั้นเอง
ปัจจุบันชาวจีนระบายความอัดอั้นตันใจได้ โดยการประกาศลาออกจากพรรคคอมมิวนิสต์ ผ่านเว็บไซต์ "ทุ่ยตั่ง" www.tuidang.org(แปลว่าลาออกจากพรรคฯ) จนถึงขณะนี้ยอดผู้ประกาศลาออกมีมากถึง ๗๐ ล้านคนแล้ว
JZVtJab qokBBD
JZVtJab qokBBD