เปิดตัวศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ฯ มุ่งเป็นแหล่งเรียนรู้วิชาท้องถิ่น
มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่บ้านพักศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งไม่ได้มีการใช้งานมาเป็นเวลานานมาปรับปรุงเป็น “ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน” จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนแห่งใหม่

วานนี้ (26 ก.พ.) มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่บ้านพักศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ มุมถนนราชวิถีตัดกับถนนราชภาคินัย ซึ่งไม่ได้มีการใช้งานมาเป็นเวลานานมาปรับปรุงเป็น “ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน” จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนแห่งใหม่ และสนับสนุนการศึกษานอกระบบที่เกี่ยวกับวิชาท้องถิ่น เช่น เรื่องผังเมือง สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเรียนอักขระล้านนา ประวัตศาสตร์ล้านนา ประวัติศาสตร์เชียงใหม่ หรือการสืบทอดภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นต้น
ทั้งนี้ มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมืองแจ้งว่า ในระยะแรกจะต้องมีการดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงสถานที่โดยจะต้องเป็นกระบวนการแบบมีส่วนร่วม เพื่อเป็นการอนุรักษ์อาคารไม้โบราณที่ทรงคุณค่าให้เป็นมรดกของเมืองเชียงใหม่ และต่อไปจะมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ร่มรื่นเพื่อเป็นแบบอย่างในเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางศิลปกรรม
ภารกิจหลัก “ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนนั้น” จะแบ่งได้ดังนี้คือ การเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องเมืองเชียงใหม่และล้านนา เพื่อเป็นแหบ่งที่ให้ความรู้นอกระบบ และผ่านสื่อที่น่าสนใจ ถ่ายทอดข้อมูลเรื่องเชียงใหม่ ล้านนา โดยจัดแสดงเป็นนิทรรศการถาวรและหมุนเวียน
การเปิดสอนตัวเมือง (อักขระล้านนา) เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่มีโอกาสได้เรียนตัวเมือง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาและเห็นคุณค่า โดยทางสำนักเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 และมูลนิ
ธิสถาบันพัฒนาเมือง (เชียงใหม่) จะมีการมอบประกาศนียบัตรให้ผู้ที่ผ่านหลักสูตร
การบรรยายพิเศษหรือเสวนาเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ เรื่องราวเกี่ยวกับล้านนา และปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียน และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ และส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการอนุรักษ์และแก้ปัญหาเมืองเชียงใหม่
การเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ต้านโลกร้อน เพื่อให้คนทั่วไปได้รู้จักผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่ามาจากของเหลือใช้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่ผลิตสินค้าเหล่านั้นสามารถขายสินค้าได้อย่างยั่งยืน
การถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น จะมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ชีวิตจากผู้สูงอายุผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น “ฟังกำคนเฒ่า” ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องในอดีตโดยผู้สูงอายุ หรือ “ฮูปเก่าเล่าเรื่องเมืองเจียงใหม่” ซึ่งเป็นการนำเสนอภาพถ่ายหรือภาพวาดเชียงใหม่ในอดีตจากแหล่งต่างๆ “อุ๊ญสอนหลาน” เป็นการถ่ายทอดความรู้ที่กำลังจะสูญหายไป เช่น การใช้ใบตองทำกระทงใส่อาหารเพื่อเป็นเป็นการลดใช้พลาสติกและโฟม
การจัดกรายการพุทธศาสนากับชีวิตประจำวัน เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และการหลักคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน และการปฏิบัติตัวตามประเพณีล้านนาอย่างถูกต้องเมื่อเข้าวัด โดยเชิญวิทยากรที่สามารถถ่ายทอดความรู้เรื่องพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาที่นักเรียนและประชาชนเผชิญในชีวิตประจำวัน หรือเชื่อมโยงกับการเรียนหนังสือของนักเรียน
การเป็นสถานที่ฝึกงานของนักเรียนนิสิตนักศึกษา เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้การทำงานทั้งท่เกี่ยวกับงานสำนักงาน การสำรวจ การผลิตสื่อ และการรณรงค์
มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง ยังระบุด้วยว่า จะใช้สถานที่ดังกล่าวการจัดงานไหว้สาพญามังรายสร้างแป๋งเมืองเจียงใหม่ เพื่อให้คนทั่วไปได้รับทราบถึงประวัติศาสตร์การก่อตั้งเมือง และได้สัมผัสบรรยากาศและเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมล้านนาในอดีตโดยร่วมในพิธีกรรมทางล้านนาในวันที่ 12 เมษายนของทุกปี
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน











