รัฐบาลท้องถิ่นตรังกานู เสนอนโยบาย "ห้องน้ำหนึ่งเดียว" ลดช่องว่างครู-นักเรียน

ในเว็บไซต์โกลบอล วอยซ์ ออนไลน์ (Global Voice Online) เว็บไซต์เครือข่ายของผู้เขียนบล็อกและนักข่าวพลเมือง ที่คอยรายงานเรื่องราวและสรุปข่าวเกี่ยวกับวงการคนเขียนบล็อกจากทั่วโลก มีบทความชื่อว่า "มาเลเซีย:ผู้บริหารรัฐนำเสนอนโยบาย 'ห้องน้ำหนึ่งเดียว' " (Malaysia: State government introduces '1Toilet' policy) นำเสนอในวันที่ 21 ต.ค. โดยบล็อกเกอร์ชื่อ ซยาฟิค ชูอิบ
ซึ่งในบทความพูดถึงนโยบายที่รัฐบาลท้องถิ่นรัฐตรังกานูในมาเลเซียเสนอให้นักเรียนนักศึกษาและครูอาจารย์ (เพศเดียวกัน) เข้าห้องน้ำแบบเดียวกันโดยไม่แบ่งแยก ในชื่อนโยบายว่า "1Toilet" หรือ "ห้องน้ำหนึ่งเดียว" มีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนนักศึกษามีความรู้สึกว่าตนอยู่ในระดับเดียวกันกับคณาจารย์ โดยนโยบายนี้ได้สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นภายในหมู่คนเขียนบล็อก ทั้งเสียงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
บางความเห็นบอกว่ารัฐบาลและบุคคลชั้นนำอย่างผู้บริหารก็ควรมีห้องน้ำร่วมกันกับพนักงานหรือนักเรียนนักศึกษาทั่วไปด้วย ขณะที่ ตัวผู้นำเสนอเองก็ให้ความเห็นว่าควรหันมาเริ่มสร้างความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างนักเรียนนักศึกษากับครูอาจารย์ในห้องเรียน มากกว่าในห้องน้ำ
บทความ "มาเลเซีย:ผู้บริหารรัฐนำเสนอนโยบาย 'ห้องน้ำหนึ่งเดียว' "
นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียเคยนำเสนอแนวคิด "มาเลเซียหนึ่งเดียว" (One Malaysia) หรือที่นิยมเขียนกันว่า 1Malaysia ที่เป็นการสนับสนุนความกลมเกลียวในชาติและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ให้เหนียวแน่นขึ้น
ซึ่งทางรัฐบาลของรัฐตรังกานูก็ยืมเอายี่ห้อ 1Malaysia มาใช้กับอีกนโยบายหนึ่งที่เรียกว่า 1Toilet หรือ "ห้องน้ำหนึ่งเดียว" ซึ่งเป็นนโยบายที่สนับสนุนให้ครูอาจารย์และนักเรียนนักศึกษา (เพศเดียวกัน) ใช้ห้องน้ำแบบเดียวกันเพื่อส่งเสริมด้านความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
"เมื่อนักเรียนนักศึกษาได้ใช้ห้องน้ำร่วมกับครูอาจารย์แล้ว พวกเขา (นักเรียนนักศึกษา) ก็จะเชื่อว่าพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับเหล่าคณาจารย์ และจะเป็นการทำให้เกิดความรู้สึกว่าตนมีความสำคัญต่อองค์กร ซึ่งในที่นี้หมายถึงโรงเรียน โดยอัตโนมัติ" อาหมัด ราซีฟ อับด์ ราห์มาน กล่าวในสื่อท้องถิ่นที่ชื่อ The Star ราห์มานเป็นคณะกรรมการด้านการศึกษา, การศึกษาขั้นสูง, ทรัพยากรมนุษย์, วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี
นอกจากนี้ยังคิดจะมีการขยายนโยบายออกไปอีกนอกจากเรื่องห้องน้ำ โดยมีการสนับสนุนให้ครูอาจารย์กินอาหารภายในโรงอาหารเดียวกับของนักเรียนนักศึกษา ซึ่งเป็นโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสสังสรรค์กันในช่วงพัก
มีความเห็นหลากหลายในวงการผู้เขียนบล็อกเกี่ยวกับนโยบายนี้ บางคนเห็นว่ามันเป็นเรื่องตลก ขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็เห็นว่ามันเป็นการริเริ่มในทางบวก
เจฟฟ์ โอย บล็อกเกอร์ที่มีชื่อเสียงและเป็น ส.ส. อยู่ในปัจจุบัน ให้ความเห็นไว้ว่า
"ในคราวนี้ การขยายผลของนโยบาย 1Malaysia ก็คือเรื่องสถานที่ปลดทุกข์ของพวกคุณ"
บล็อกที่ชื่อ Life and Ti(m)es of Liang Seng แสดงความเห็นในเชิงไม่เชื่อว่ารัฐบาลประจำรัฐตรังกานู จะนำเสนอแนวคิดเรื่อง 1Toilet
"ผมเข้าใจได้ในเรื่องการใช้โรงอาหารร่วมกัน แต่การใช้ห้องน้ำร่วมกันนั้นจะช่วยให้ซึมซับความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันและสร้างความเป็นเลิศจริงหรือ ให้ตายสิ เราทำอะไรได้ดีกว่านี้น่า"
นิกิ ชอง นักข่าว, บล็อกเกอร์, และนักเขียนของ Global Voices เขียนไว้ในบล็อกส่วนตัวของเขาว่า
"เจ้าบ้าคนไหนกันนะที่คิดไอเดียแสนบรรเจิดนี้ออกมาได้ ... ผมคิดว่าการใช้ห้องน้ำร่วมกันกับครูอาจารย์ไม่ได้ช่วยให้นักเรียนนักศึกษาเรียนดีขึ้นเลย การเรียนการสอนในระบบต่างหากที่จะช่วยได้
มันเกิดบ้าอะไรขึ้นนะ นี้เราจะต้องเริ่มกินหมี่ 1ton (หนึ่งตัน) ฟังแต่เพลงของ 1Buck Short (หมายถึงวง "วันบัคชอร์ท" ซึ่งเป็นวงร็อคของมาเลเซีย) หรือคราวนี้เราจะต้องให้ประชาชนจดทะเบียนแจ้งเกิดด้วยชื่ออย่าง 1Sharina ด้วย"
บล็อก Thots Here And There ให้ความเห็นว่า พวกผู้นำควรนำนโยบายนี้มาใช้กับพวกเขาเองก่อน
"ทำไมเราไม่เริ่มใช้กับกลุ่มชนชั้นนำก่อนนำมาใช้กับคนหมู่มากล่ะ ในโรงเรียนของฉันพวกระดับสูงมีกุญแจที่ใช้ไขเข้าห้องน้ำพิเศษโดยเฉพาะของตัวเอง ... ฉันรู้ว่าในบริษัทและองค์กรเอกชนอื่น ๆ ก็มีเรื่องของอภิสิทธิ์แบบนี้ด้วย ฉันจำได้ว่ามีเพื่อนฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่เขาได้ไต่ขึ้นไปถึงระดับคนมีอภิสิทธิ์ได้ครอบครองกุญแจไปยังสถานที่เฉพาะตัว! ในปัจจุบัน ถ้าเราจะใช้นโยบาย 1toilet ในสถานศึกษาแล้ว ก็อยากให้ลองนึกถึงภาพคนที่จะมาร่วมยืนต่อคิวกับนักเรียนนักศึกษาดูสิ เราน่าจะเริ่มจากระดับผู้บริหารก่อน หากพวกผู้นำพูดถึง 1Malaysia ก็เอาเลย ทำตามที่พูดเอาไว้ แสดงให้พวกเราเห็นหน่อยสิคุณผู้นำมาเลเซีย ว่าพวกเราทั้งหมดล้วนเป็นหนึ่งเดียวกันรวมถึงเรื่องการใช้ห้องน้ำด้วย"
ขณะที่บล็อก Voices Inside My Head กล่าวถึงนโยบาย 1Toilet ในแง่ดี
"ในตอนที่ยังเรียนอยู่เคยก็สงสัยเรื่องเดียวกันนี้เหมือนกัน ว่าทำไมครูอาจารย์ถึงต้องไปปลดทุกข์ในห้องน้ำแยกกับนักเรียนด้วย พวกเราปลดทุกข์ในวิธีที่ไม่เหมือนกันหรือ พวกเขามีอะไรที่พวกเราไม่มีหรือ คิดว่านโยบายนี้ควรนำมาใช้ในวงกว้าง อย่างแม้แต่ในสถานที่ทำงานผู้บริหารระดับสูงก็ควรมาใช้ห้องน้ำร่วมกัน อาจจะถึงขั้นว่าเหล่ารัฐมนตรีเอง รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นก็ควรมาใช้ห้องน้ำเดียวกันด้วย และถึงตอนนั้นเราก็จะบอกได้ว่านักการเมืองของเราพูดจริงทำจริง"
ขณะที่ผู้เรียบเรียงเรื่องนี้ใน Global Voice Online ก็เขียนแสดงความเห็นไว้ในบล็อกของเขาเองว่า
"ครูอาจารย์ควรจะเริ่มแสดงตัวอย่างโดยการได้รับการยอมรับจากนักเรียนนักศึกษาของพวกเขาเสียก่อน หากนักเรียนนักศึกษามีความรู้สึกด้อยอยู่ก่อนแล้วในชั้นเรียน เขาจะรู้สึกว่าตนมีความสำคัญจากนโยบาย 1Toilet นี้ได้อย่างไร"
พวกเราจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำร่วมกันเพื่อทำให้เกิดความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างนักเรียนนักศึกษากับครูอาจารย์จริงหรือ หรือความเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ควรเริ่มต้นในห้องเรียนไปเลยจะดีกว่า
แปลจาก:
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












นับว่าเป็นความคิดริเริ่มที่ไม
นับว่าเป็นความคิดริเริ่มที่ไม่เลวทีเดียว 1 toilet คงไม่สามารถนำมาซื่ง 1 Malaysia ได้ในพริบตาหรอกครับ แต่อย่างน้อยเป็นการยอมรับว่าทุกคนมีความเสมอภาคกันในการแบ่งปันผลประโยชน์กัน คุณครูก็จะได้รับรู้เสียทีว่าห้องน้ำที่เด็กๆใช้ ปลดทุกข์ หรือแอบสูบบุหรี่ มันสกปรกและเหม็นขนาดไหน ในขณะที่คุณครูมีห้องน้ำที่สะอาดใช้ มีภารโรงทำความสะอาดวันละสี่เวลา เป็นการเริ่มปรับattitudeของครูได้ดีทีเดียว ถ้าครูอยากใช้ห้องน้ำสะอาด ก็ต้องดูแลห้องน้ำทั้งโรงเรียนให้สะอาด ถ้าไม่ดูแล ก็ต้องใช้ห้องน้ำเหม็นๆเหมือนนักเรียน
นับเป็นideaในการสร้างจิตสำนึกถึง"ผลประโยชน์ร่วม" ได้อย่างเป็นรูปธรรมทีเดียว น่าชมเชย
โรงเรียนเตรียมอุดม ไม่ลองนำไปใช้ดูหรือครับ อย่างน้อยท่านผู้อำนายการจะได้เดินลงมาจากหอคอยงาช้าง มา"ฉี่"ในส้วมเดียวกับนักเรียนบ้าง จะได้รู้ว่าเด็กๆต้องทนเหม็นขนาดไหน อีกทั้งยังจะได้รู้ว่าเด็กๆเขาคิดอย่างไรกับท่าน เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า กำแพงส้วมของโรงเรียนคือ"กำแพงประชาธิปไตย" บางคนยังเขียนด้วยซ้ำไปว่า "ประชาธิปไตยอยู่ในกำมือท่านแล้ว"
เป็นจุดเล็ก ๆ ที่
เป็นจุดเล็ก ๆ ที่ น่าสนมากครับ
สังเกตได้ว่า ห้องน้ำนักเรียนส่วนมาก ต้องรองรับการใช้งานที่หนักหน่วงกว่ามาก ทำให้สกปรกทรุดโทรมกว่า
ขณะที่ของอาจารย์นั้นจะสภาพดีกว่า
ตรงนี้มองอีกแบบคือการ discriminate เอาเงินเอาทรัพยากรในการสร้างและ ดูแลห้องน้ำมาแบ่งให้กับคนเป็นอาจารย์โดยเฉพาะ
เป็นการพิเศษ และรองรับการใช้งานที่น้อย
ห้องน้ำนักเรียนมักจะชำรุดและได้รับการแก้ไขช้า เพราะนักเรียนไม่มีอำนาจในการดำเนินการต่างๆ
การให้อาจารย์มาใช้ห้องน้ำร่วมกันกับนักเรียน น่าจะทำให้ ปัญหาห้องน้ำนักเรียน เป็นแหล่งเสื่อมโทรมลดลงไปได้
เพราะอาจารย์จะได้รับผลกระทบไปด้วย จึงนำพาจัดการ ถ้าเป็นแนวคิดเดิมก็จะมองได้ว่า เรื่องของเด็กอย่าไปยุ่งให้เสียเวลา
"มันเกิดบ้าอะไรขึ้นนะ
"มันเกิดบ้าอะไรขึ้นนะ นี้เราจะต้องเริ่มกินหมี่ 1ton" <--- หมายถึงหมี่ "เกี๊ยว" นะ (wonton เล่นเสียงกับคำว่า one ton)
ครับ
ครับ เป็นนโยบายที่ดีมั๊กๆเลยขอรับ "ห้องน้ำหนึ่งเดียว" พวกอำมาตยาธิปไตยกับพ่อแม่พี่น้องประชนคนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยอย่างเราๆ จะได้ใช้ห้องน้ำร่วมกัน อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ครับผม
แหมเกิดเป็นไพร่จะให้ใช้ส้วมเด
แหมเกิดเป็นไพร่จะให้ใช้ส้วมเดียวกับอำมาตย์ผู้สูงศักดิ์คงไม่ได้มั้ง
เพราะถ้าอำมาตย์เขาพร้อมที่จะแชร์ส้วมกับไพร่อย่างเรา ก็คงไม่มีเรื่องราวใหญ่โตกันมาหลายปีหรอก
คงต้องใช้"ประชามติ"กระมัง ถ้าไพร่ส่วนใหญ่ทั้งประเทศ ต้องการใช้ส้วมเดียวกันกับอำมาตย์ อย่างนั้นถึงเขาจะไม่พร้อม ไม่ยินยอม ก็คงไม่ได้แล้วกระมัง เพราะส้วมที่พวกเขาใช้ ไพร่ทั้งหลายเป็นคนสร้าง ล้างทำความสะอาดให้
ไพร่ทั้งหลายต้องพร้อมใจกัน ลุกขึ้นทวง"สิทธิ์"การใช้ส้วมเอาเอง ไม่ต้องรอให้สวรรค์โปรด เพราะไม่มีสวรรค์สำหรับไพร่