ประยุทธ์ประกาศ 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ ย้ำคนยังขาดความเข้าใจเรื่องนี้

พล.อ.ประยุทธ์ ปาฐกถาพิเศษเพื่อประกาศ “วาระแห่งชาติ: สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ชี้คนยังขาดความเข้าใจในเรื่องนี้ ระบุสิทธิมนุษยชนต้องไม่ละเมิดกฎหมายและต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 

ที่มาภาพ เว็บไซต์ทำเนียบฯ

12 ก.พ.2561 รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ เวลา 9.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานงานวันสิทธิมนุษยชนสากล และกล่าวปาฐกถาพิเศษเพื่อประกาศ “วาระแห่งชาติ: สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

โดย มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ซึ่งความจริงแล้วสิทธิมนุษยชนต้องไม่ละเมิดกฎหมายและต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่สังคมที่ปรองดอง แต่ขณะนี้ประเทศไทยมี 2 คน ขยับอยู่ต่างประเทศ แต่กลับทำให้คนป่วนไปหมดในประเทศ ส่วนตัวจึงไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้เยี่ยมชมเกมส์ SIM Democracy ซึ่งเป็นเกมเมืองประชาธิปไตย ให้ผู้เล่นทอยลูกเต๋า เปิดการ์ดแล้วให้แก้ปัญหาในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอให้มีการตั้งกติกาที่จะต้องลดความขัดแย้งและมีธรรมาภิบาลในสังคม และกล่าวว่า หากใครทำผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันได้กล่าวย้ำอีกครั้งว่า ขยับทีเป็นข่าวไปหมดเดือดร้อนคนทั้งประเทศ

สำหรับรายละเอียดการกล่าวปาฐกถาพิเศษในครั้งนี้นั้น เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล รายงานว่า พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว ดังนี้
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า มีความยินดีที่ได้มาเป็นประธานงานวันสิทธิมนุษยชนสากล เพื่อประกาศ “วาระแห่งชาติ: สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ปัจจุบันเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นประเด็นที่แต่ละประเทศให้ความสำคัญเพราะเป็นหลักการสากลที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับที่จะช่วยทำให้เกิดสันติภาพและความเจริญก้าวหน้าต่อมวลมนุษยชาติ ทั้งนี้รัฐบาลมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการส่งเสริม คุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับนานาประเทศ และมุ่งหวังให้ประเทศไทยเกิดความสงบสุข สันติสุข ให้ทุกคนมีความรักสามัคคี รู้สิทธิ รู้หน้าที่ เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน และไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น โดยคำนึงถึงหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declarations of Human Rights) ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ละเลยต่อการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน จะเห็นได้จากการประกาศ ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 นโยบายลดความเหลื่อมล้ำในด้านต่างๆ การประกาศใช้กฎหมายหลายฉบับ ตลอดจนการประกาศใช้แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2557-2561) เพื่อส่งเสริมคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน
 
ล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2560 เห็นชอบและประกาศวาระแห่งชาติ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในการยกระดับสิทธิมนุษยชนให้เป็นวาระแห่งชาติ สนับสนุนการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบาย Thailand 4.0 ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายที่ต้องการ ให้ “สังคมไทยเป็นสังคมที่ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมกันโดยคำนึง ถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อนำไปสู่สังคมสันติสุข” ภายใต้กรอบนโยบาย ถอดรหัสวาระแห่งชาติ 4 สร้าง 3 ปรับ 2 ขับ 1 ลด = กุญแจสู่สังคมสันติสุข
 
พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า หวังว่าทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จะร่วมมือกันนำกรอบนโยบายของวาระแห่งชาตินี้ ไปเพิ่มขีดความสามารถการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน และบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม โดยมีการดำเนินการดังนี้
 
(1) การดำเนินการป้องกันและจัดการการค้ามนุษย์ด้วยการประกาศวาระแห่งชาติ ภายใต้ “ประชารัฐ ร่วมใจ ต้านภัย การค้ามนุษย์ อย่างเข้มแข็ง” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นมา เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง ภายใต้มาตรการ 3P คือ 1. การดำเนินคดี Prosecution/ 2. การคุ้มครองช่วยเหลือ Protection/และ 3. การป้องกัน Prevention
 
(2) ด้านสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง ศีลธรรมอันดี และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคน
 
(3) ด้านสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 
(4) ด้านสิทธิของผู้ต้องหาหรือผู้ถูกควบคุมที่มีความเสี่ยงหรือมีโอกาสที่จะถูกซ้อมทรมาน ประเทศไทยต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี
 
ในโอกาสที่ปีนี้จะครบรอบ 70 ปี ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน นายกรัฐมนตรีเห็นว่าหากทุกภาคส่วนให้ความสำคัญของการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ก็จะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่มีคุณภาพ มีความเป็นอยู่ที่ดี มีสุขอย่างยั่งยืน ดังหลักคิดของนายกรัฐมนตรีที่ได้เคยกล่าวไว้ว่า “เราจะเดินหน้าไปด้วยกันและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” (Stronger, Together and Leave No One Behind)