เจรจาสันติภาพรอบล่าสุดที่เชียงตุง รัฐบาลพม่าเห็นชอบเบื้องต้นให้กองทัพรัฐฉานเปิดสำนักงานกลางที่เมืองหัวเมือง และเมืองทา รวมถึงเรื่องปล่อยตัวนักโทษการเมือง ให้สื่อมวลชนชาวไทใหญ่รายงานข่าวได้อย่างเสรีและตั้งสำนักงาน รวมถึงเรื่องพัฒนาเศรษฐกิจ ปราบปรามยาเสพย์ติด แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องพื้นที่ปกครองของกองทัพรัฐฉาน

พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน ระหว่างการสวนสนามเนื่องในวันปฏิวัติประชาชนรัฐฉาน เมื่อ 21 พ.ค. 2553 ทั้งนี้เมื่อวันเสาร์ทีผ่านมา พล.ท.เจ้ายอดศึกและเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้เจรจากับผู้แทนฝ่ายรัฐบาลพม่านำโดยนายอ่อง มิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการรถไฟ ที่เมืองเชียงตุง ถือเป็นการเจรจาระดับสหภาพเป็นครั้งที่ 2 โดยมีข้อตกลงร่วมกัน 11 ข้อ รวมทั้งเรื่องปล่อยนักโทษการเมือง การปราบปรามยาเสพติด และพัฒนาเศรษฐกิจ แต่เรื่องสำคัญอย่างพื้นที่ปกครองของกองทัพรัฐฉานยังไม่สามารถตกลงกันได้ และคาดว่าจะมีการเจรจาในรอบต่อไปอีกในอนาคต (ที่มา: แฟ้มภาพ/ประชาไท)
ตามที่คณะเจรจาสันติภาพของสภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS) และกองทัพรัฐฉาน (SSA) นำโดย พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน เดินทางไปเชียงตุงเพื่อเจรจาระดับสหภาพรอบ 2 กับรัฐบาลพม่าที่นำโดยนายอ่อง มิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการการรถไฟ และ พล.อ.โซ วิน รองผู้บัญชาการกองทัพพม่า และรองประธานคณะทำงานเพื่อเสริมสร้างสันติภาพ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. นั้น ล่าสุด สำนักข่าวฉาน [1] (S.H.A.N.) รายงานผลการเจรจาซึ่งทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงได้ 11 ข้อดังนี้
1. ปราบปรามยาเสพติด
2. ตั้งสำนักงานหลักของกองทัพรัฐฉานที่หัวเมือง ภาคใต้ของรัฐฉาน และที่เมืองทา ภาคตะวันออกของรัฐฉาน
3. ตั้งคณะกรรมการสังเกตการณ์กระบวนการสันติภาพ
4. ปล่อยนักโทษการเมือง
5. อนุญาตให้สื่อมวลชนชาวไทใหญ่สามารถรายงานข่าวได้อย่างเสรีและตั้งสำนักงานในประเทศได้
6. ให้ทำงานร่วมกับองค์กรนอกภาครัฐบาล หรือเอ็นจีโอ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน
7. เปิดด่านด้านชายแดนไทยพม่า 3 จุดในพื้นที่รัฐฉาน
8. อนุญาตให้สมาชิก สภากอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน สามารถติดอาวุธได้อย่างเสรี และสามารถเคลื่อนไหวในพื้นที่ยึดครอง
9. อนุญาตให้ดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น การค้า และธุรกิจกับประชาชน เพื่อสนับสนุนสมาชิกของ สภากอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน และสมาชิกครอบครัว
10. อนุญาตให้มีการเพาะปลูกในพื้นที่รอบๆ แม่น้ำฉ่วยลี (แม่น้ำมาว)
11. จัดลงทะเบียนบัตรประชาชนสำหรับสมาชิกสภากอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (IDP) และผู้ลี้ภัย
อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงได้ในเรื่องพื้นที่ปกครองของกองทัพรัฐฉาน แต่จะมีการกำหนดรายละเอียดกันอีกครั้ง
โดยนับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายเจรจาหยุดยิงเมื่อ 19 พ.ย. และมีการเจรจาที่เมืองตองจี เมื่อ 2 ธ.ค. ปีที่แล้ว เพื่อตั้งคณะทำงานสำหรับการเจรจาสันติภาพร่วมกันนั้น พล.ท.เจ้ายอดศึก ระบุกับสำนักข่าวฉานว่าได้เกิดการปะทะกันขึ้น 17 ครั้งแล้ว แม้จะมีการเจรจาหยุดยิงกันมาตั้งแต่ 2 ธ.ค. และหากการปะทะกันเช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไป น่าจะส่งผลด้านลบต่อสิ่งที่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง มุ่งหวังว่าจะสามารถสร้างสันติภาพกับกลุ่มติดอาวุธได้ภายในปี 2556 นอกจากนี้รัฐบาลพม่าจะเผชิญกับความยากลำบากต่อเป้าหมายการเป็นประธานอาเซียนในปี 2557 เนื่้องจากรัฐบาลจะสูญเสียความน่าเชื่อถือจากประชาคมนานาชาติ แต่หากกองทัพรัฐฉานสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มชาติพันธุ์ได้ ก็จะเป็นหมุดหมายสำคัญต่อประวัติศาสตร์พม่า
ขณะเดียวกับที่มีการเจรจาระหว่างกองทัพรัฐฉานกับรัฐบาลที่เชียงตุงเมื่อ 19 พ.ค. นั้น ในวันเดียวกัน หนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ของรัฐบาลพม่า ได้เผยแพร่คำกล่าวของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ที่เตือนให้กองทัพของกลุ่มชาติพันธุ์เข้ามาอยู่ภายใต้กฎหมาย และตั้งพรรคการเมืองเพื่อลงรับสมัครการเลือกตั้ง เขากล่าวด้วยว่า กองทัพของกลุ่มชาติพันธุ์สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเสรีเหมือนกับประชาชนอื่นๆ ใต้รัฐธรรมนูญปี 2551
ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก RCSS/SSA and Naypyitaw have agreed on 11 points on peace talks [1], S.H.A.N., 20 May 2012.
หมายเหตุเพิ่มเติม [24 พ.ค. 55]: ผลการเจรจาโดยละเอียดใน เปิดข้อตกลง 12 ข้อหลังเจรจากองทัพรัฐฉาน - รัฐบาลพม่าที่เชียงตุง [2], ประชาไท, 24 พ.ค. 55