ใบตองแห้งออนไลน์: เหม็นศพ ‘สื่อ-สิทธิ’

เพื่อนพ้องน้องนุ่งโทรมาบอกว่า ได้อ่านที่ผมเขียนวิพากษ์ “ลัทธิประเวศ” ทางฟอร์เวิร์ดเมล์ที่ส่งต่อๆกันแล้วชอบอกชอบใจ จะเอาไปถ่ายทอดต่อ

ฟังแล้วก็อดครึ้มไม่ได้ นี่ถ้าหลงตัวเองหน่อย คงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ว่าเมริงแน่เหมือนกันนิ ใบตองแห้ง

แต่ความจริงแล้วเปล่าเลย ผมไม่คิดว่าผมเขียนได้ถูกต้องแหลมคมดีเด่จับใจอะไรปานนั้น ความจริงก็คือ ผมคิดว่าหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตทางการเมืองครั้งนี้ด้วยซ้ำ คนทำงานภาคประชาสังคมที่แท้จริง สื่อรุ่นใหม่ นักวิชาการรุ่นใหม่ ไม่ได้ศรัทธาเลื่อมใสอะไรนักหนากับหมอประเวศหรอก เพียงแต่ทุกคนเห็นว่าเป็นคนดี ก็ปล่อยให้พูดเรื่อยเปื่อยของแกไป ไม่มีใครอยากคัดค้าน จนหมอประเวศหลงผิด คิดว่ามีสานุศิษย์ล้นหลามทั่วประเทศ

กระทั่งจะเอาความคิดของแกมาเป็นจริงเป็นจัง “ปฏิรูปประเทศไทย” จึงได้รู้ว่ามีคนคัดค้านกันอื้ออึง

ยกตัวอย่างที่เขียนไปก่อนนี้ ผมตั้งข้อสังเกตว่าหมอประเวศพูดจาล่องลอย โดยทวนความจำที่ผมเคยสัมภาษณ์ ปรากฏว่าเขียนไปแล้วก็มีน้องที่ทำงาน NGO โทรมาบอกว่าเขารู้กันตั้งนานแล้วละลุง น้องอีกคน อดีต NGO ช่วยผมตั้งฉายาว่า “บิ๊กจิ๋วแห่งภาคประชาสังคม” (นอกจากพูดไม่รู้เรื่องเหมือนกันแล้วยังมีบางอย่างที่เหมือนกันคือ บิ๊กจิ๋วไม่เคยฟ้องสื่อ ปากก็พูดรักทุกคน แต่มีทหารพรานไปพังบ้านคึกฤทธิ์ หมอประเวศก็รักทุกคนเหมือนกัน แต่สานุศิษย์ลัทธิประเวศไปเย้วๆ ปลุกความเกลียดชังอยู่ในม็อบเสื้อเหลือง)

ที่จริงน้องที่ทำงาน NGO ยังบอกว่าผมเขียนได้ไม่ถึงกึ๋นด้วยซ้ำ ผมก็บอกว่าผมไม่ใช่สาวกลัทธิประเวศนี่หว่า ขี้เกียจนั่งอ่านงานของแกแล้ววิพากษ์ คงต้องให้สานุศิษย์ที่เคยเป็นปลื้มแล้วมา “ตาสว่าง” ภายหลัง เป็นคนวิพากษ์จึงจะถึงกึ๋น

สรุปได้ว่าที่ผมเขียนถึงลัทธิประเวศเนี่ยแค่ผิวๆ เท่านั้น เหมือนอย่างข้อมูลโยงใยในคณะกรรมการปฏิรูปก็เหมือนกัน ผมยกหูถามเพื่อนพ้องน้องนุ่งในวงการ NGO แค่ 2-3 ราย ก็ได้รับรู้เรื่องราวที่ไม่เคยรู้มาก่อน โห เขาเป็นเครือข่ายกันขนาดนี้

นี่แค่ผิวๆ นะครับ แล้วยังผิดพลาดไปหน่อยด้วย ตรงคุณชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ คนให้ข้อมูลคงจำผิด ที่จริงแกเป็นคนใต้ไม่ใช่คนเหนือ ก่อตั้งสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม (Civicnet Institute) ได้งบจาก สสส.มาจัดอบรม “ทฤษฎีกระบวนระบบ” หรือ System Thinking ของนักคิดเยอรมัน ประวัติที่เคยเล่าไว้ในสื่อคือไปเรียนเยอรมัน แต่ได้อ่านหนังสือสิทธารถะ และได้สนทนากับอาจารย์ปรีดี จึงทิ้งการศึกษาในมหาวิทยาลัยมาเลือกชีวิตที่มี “ความหมาย” หลังกลับเมืองไทยปี 2517 ก็มาทำงานจัดตั้งสหภาพแรงงาน

ที่มีคนเล่าลึกกว่านั้นคือแนวคิดแกค่อนไปทางมาร์กซิสม์ยุโรป แล้วก็เคยทำงานให้บุญชู โรจนเสถียร (ซ้ายเก่าเหมือนกัน) ถูกผิดลองไปถามแกดู

แต่ที่สำคัญคือ ปรากฏว่า Civicnet เนี่ยตั้งอยู่ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เก่า หัวถนนโบ๊เบ๊ ที่เดียวกับสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ของหมอพลเดช หรืออีกนัยหนึ่ง ศูนย์บัญชาการลับของลัทธิประเวศ (ฮา) นั่นเองแหละครับ

ยิ่งไปกว่านี้ อ.ชัยวัฒน์ยังเป็นรองประธานสมาคมองค์กรสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง ที่มีหมอพลเดชเป็นประธาน กรรมการคนหนึ่งคือภุชงค์ กนิษฐชาต ที่ออกมาเคลื่อนไหวในนามเครือข่ายพลเมืองชุมชนคนกรุงเทพฯ แต่ถูกจับได้ว่าใส่เสื้อเหลืองอ๋อย

นี่ถ้าทำข่าวสืบสวนแบบที่มติชนชอบตามสืบบริษัทผีฮั้วประมูล (ฮา) ก็ต้องไปแอบถ่ายภาพป้ายสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา คู่กับสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม อ้าว! อยู่ตึกเดียวกันนี่หว่า

เปล่า ผมไม่เถียงว่า อ.ชัยวัฒน์ไม่ใช่คนเก่งคนดีมีความสามารถ แต่อยากถามว่าแล้วแนวความคิดของสมัชชาปฏิรูป มันจะหลากหลายได้อย่างไรละครับ ในเมื่อพวกท่านมาจากข้องเดียวกัน

เพื่อนพ้องทางเหนือ เล่าให้ฟังว่าเขาไปสืบๆ ดูแล้วว่าสมัชชาปฏิรูปจะชักชวนเครือข่ายไหนเข้าร่วมบ้าง ไม่ผิดจากที่คิด ก็เครือข่าย NGO ในสาย สสส.พอช.ของลัทธิประเวศ ซึ่งชาวบ้านเสื้อแดงเขาคันไม้คันมืออยาก “ใต้ดิน” ให้หัวแบะหลายทีแล้ว แต่มีคนห้ามไว้ สาเหตุไม่ใช่เพราะสีเสื้อหรอก แต่เขาหมั่นไส้ที่พวกนี้ชอบไปอบรมชาวบ้านให้รู้จักพอเพียง โดยได้ทุนสนับสนุนมาจาก “ภาษีบาป” ที่ไหนได้ตกเย็นก็นั่งกินเหล้ากินลาบกันควันโขมง

อ้อ แต่อย่าไปกล่าวหาเลื่อนลอยแบบว่ากรรมการปฏิรูป กรรมการสมัชชา เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์นะครับ อย่างที่ใครเที่ยวไปกล่าวหา อ.ณรงค์ว่าถอยรถป้ายแดง เหลวไหล ผมไม่เชื่อ สิ่งที่เราต่อสู้คือแนวคิดและวิธีการ ซึ่งก็คือการบอกว่าที่พวกคุณเอาเงินภาษีจากควันบุหรี่ของผมมานั่งพูดๆๆๆๆ กัน หรืออ้างว่าไปสร้างเครือข่ายประชาสังคมน่ะ ส่วนใหญ่มันไร้สาระ และไม่สามารถวัดผลว่าทำอะไรได้แค่ไหน

นี่มีข้อมูลใหม่อีกแล้ว แหล่งข่าวกระซิบว่าคุณปรีดา คงแป้น กรรมการสมัชชา ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท ใช่แต่จะได้งบ สสส.ยังได้งบจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิฯ ไปทำโครงการประเภท “สร้างเครือข่ายพลเมือง” ในภาคใต้อีก 9 ล้านกว่าบาท

ย้ำนะครับ ผมไม่มีอคติที่จะจ้องจับผิดว่าทุจริตหรือหาผลประโยชน์ แต่ผมข้องใจเรื่องความคุ้มค่าของโครงการพวกนี้ ที่มักเอาชาวบ้านมาอบรม เอาวิทยากรมาพูดๆๆ หรือเอาเงินลงไปอุดหนุนเพื่อหลอกชาวบ้านว่าสามารถอยู่ได้ “โดยไม่พึ่งทุนนิยม”

บอกแล้วว่าสมัยนี้ของบกันง่ายซะด้วย ถ้าคุณอยู่ในจังหวัด ในอำเภอ รวบรวมกัน 10-20 คนตั้งกลุ่มอนุรักษ์โน่นนี่ ก็ของบได้แล้ว น้องบางคนทำงานภาคประชาสังคม เจอกับตัวเอง กลับไปบ้านเกิด แล้วมาเล่าให้ผมฟังว่า เฮ้ยพี่ ผมเพิ่งรู้นะนี่ว่าที่บ้านผมมีกลุ่มอนุรักษ์ แม่-ไม่เห็นทำหง่าอะไรเลย! (ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ตั้งโต๊ะสนุ้ก)

ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ อยากเรียกร้องว่า องค์กรทั้งหลายที่รับทุนจาก สสส.พอช.หรือหน่วยงานใดของรัฐ ช่วยเปิดเผยขึ้นเว็บไซต์ได้ไหมว่าปีหนึ่งคุณได้เงินจากใครมาเท่าไหร่ ทำโครงการอะไรบ้าง ซ้ำซ้อนกันหรือเปล่า เช่นโครงการเดียวของบ 2 แหล่ง แล้วคุณใช้อะไรไปบ้าง จ่ายเบี้ยเลี้ยงจ่ายค่าเดินทางเอาชาวบ้านมาสัมมนา จ่ายเงินเดือนบุคลากร ค่าวิทยากร ค่าเบี้ยประชุม ค่าน้ำมันรถ ค่าเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ซ้ำซ้อนกันในผู้บริหารคนเดียวหรือเปล่า หรือบางคนอยู่หลายองค์กร รับค่าที่ปรึกษาค่าวิทยากรค่าเดินทางซ้ำซ้อนกันไปทั่วหรือเปล่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ท่านที่มาเป็นกรรมการปฏิรูปหรือกรรมการสมัชชา ช่วยบอกสาธารณชนหน่อยว่ามีความผูกพันทางการเงินอย่างไรกับ สสส.พอช.ซึ่งจะทำให้ขว้างงูไม่พ้นคอไม่มีทางมีความเห็นต่างกับลัทธิประเวศ

ในความสงบ

2 เดือนหลังปฏิบัติการ “กระชับพื้นที่” นอกจากข่าวฟุตบอลโลกและปลาหมึกพอล (เสียดายบอลโลกครั้งหน้ามันจะตายก่อน ต้องจับปลาหมอมาร์คเข้ากรงให้เลือกกินหอยแทน เลือกกล่องไหนทีมนั้นแพ้) ถามว่าเราเห็นอะไรบนหน้าสื่อ

วันก่อนผมเปิดเว็บผู้จัดการ อ่านสนธิพูดเรื่องปราสาทพระวิหาร แล้วดูท้ายข่าวว่าช่วงที่ผ่านมาสนธิพูดเรื่องอะไรบ้าง
..........................
คำต่อคำ "สนธิ" ยก "ไช่ฉิน" นักร้องเสียงสวรรค์ เทียบชั้น "เติ้ง ลี่จวิน"
คำต่อคำ "สนธิ"ย้ำฟ้องอัยการสั่งฟ้องคดีหมิ่นเบื้องสูง-จี้ล้มเอ็มโอยูเขมรยุค"ชวน-แม้ว" ป้อง 1.5 ล้านไร่
คำต่อคำ “สนธิ”เผยเกร็ดชีวิต “เติ้งลี่จวิน”-เตือนระวังภัยน้ำมันพืช
คำต่อคำ “สนธิ”ย้ำภัยไมโครเวฟ-จี้ “มาร์ค”หยุดรับโทรศัพท์ เร่งทวงคืนแผ่นดินเขมร
คำต่อคำ “สนธิ” เปรียบ 3 พี่น้องตระกูลซ่งกับ “เจ๊ดา-วิระยา-พจมาน” – เตือนภัยไมโครเวฟ-น้ำอัดลม
...........................

ผมอดหัวร่อไม่ได้ นอกจากปกป้องตัวเอง ปลุกคลั่งชาติ ตอนนี้ศาสดาพันธมิตรต้องลงไปรบกับเตาไมโครเวฟ น้ำอัดลม และน้ำมันพืชแล้ว

อ้อ ศาสดาพันธมิตรยังเป็นผู้สันทัดเพลงจีนด้วย นี่ถ้าสนธิชอบดูบอล ตอนบอลโลก รายการเมืองไทยรายสัปดาห์คงวิเคราะห์บอลกันสนุก

ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเป็นสิทธิของคุณสนธิที่จะพูดเรื่องอะไรก็ได้ แต่ผมยกมาเป็นตัวอย่างการทำหน้าที่ของสื่อกระแสหลัก ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ว่าสื่อทำหน้าที่ตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล “ลัทธิมาร์ค-เนวิน” (คำของผู้จัดการเองนั่นแหละ) น้อยไปจนถึงน้อยมาก

เลยต้องตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์น้ำอัดลม น้ำมันพืช กะเตาไมโครเวฟแทน หวังว่าคงบรรจุไว้ในนโยบายพรรคการเมืองใหม่ตอนหาเสียง สก.เพื่อไม่ต้องวิจารณ์ประชาธิปัตย์

การทำหน้าที่ของสื่อในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา แยกแยะได้คร่าวๆ 3 ส่วน คือ พวกหนึ่งก็อุทิศวิญญาณหนังสือพิมพ์ให้กับการไล่ล่า “โจรแดง” มีธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นพระเอกรายวัน มี พรก.ฉุกเฉินเป็นอุดมการณ์สูงสุด

พวกที่สองคือพวกที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีคนตาย 90 ศพ ชวนชาวบ้านดูหนังดูละคร เล่นหุ้น ลงทุน ส่งเสริมการท่องเที่ยว และช็อปช่วยชาติ

พวกที่สามที่ยังมีเหลืออยู่น้อยนิดก็เช่นมติชน ที่ยังพยายามติดตามตรวจสอบ อย่างเช่นฝูงบินกริพเพน ยุค รศ.112 ซึ่งเอาหัวแม่เท้าตรองดูก็รู้ว่าซื้อถูกหรือแพงเกินจริง

สถานการณ์นี้ต่างจากปีที่แล้ว หลังสงกรานต์ปราบม็อบเสื้อแดง ชะรอยสื่อคงได้สำนึกว่าการตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลเช่น โครงการรถเมล์ 4,000 คัน นอกจากจะสาวไส้ให้กากิน เป็นประโยชน์กับทักษิณและ “โจรแดง” แล้ว ยังทำให้หน้าแหกอีกต่างหาก เพราะที่ลั่นปากไว้ว่าถ้ารัฐบาลอนุมัติโครงการนี้ก็จะอยู่ไม่รอด ที่ไหนได้ สื่อกลับต้องมาอุ้มรัฐบาลเสียเอง

ใครพูดไว้พ่อแม่พี่น้องคงจำได้ ฮิฮิ แล้วตอนนี้เขาครบวงจรกันตั้งแต่รถไฟฟ้าลงมาถึงถนนไร้ฝุ่น ไม่เห็นสื่อมีปากสักแอะ โฉนดเขาแพง ประมูลสร้างโรงพัก ฯลฯ อะไรที่พรรคเพื่อไทยยกมาตรวจสอบรัฐบาล นอกจากสื่อไม่ตามแล้วยังช่วยแก้ต่างอีกต่างหาก

พาดหัวข่าวมีอยู่แค่เนียะ อ้อ-อ้าย หรั่ง หรือไม่ก็อมน้ำลายเทพไทมาละเลงในหน้าหนังสือพิมพ์ตัวเอง ฝึกอาวุธ 3 จุด วินาศกรรม 68 จุด ฯลฯ

สื่อมีหน้าที่ตรวจสอบผู้มีอำนาจ ผู้ใช้อำนาจ แต่ตอนนี้สื่อกลับมาตรวจสอบ-ไม่ใช่สิ ใช้คำนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ ต้องบอกว่าจองล้างฝ่ายที่จะโค่นอำนาจ เพราะตัวเองมีส่วนร่วมในอำนาจนั้น

อภิสิทธิ์ถึงได้เดินสายไปพบสื่อ เวียนไหว้ทุกสำนัก แต่ไม่เคยเดินสายพบประชาชน เพราะสื่อสำคัญกว่าประชาชน

สังเวชก็แต่มวลชนพันธมิตรประเภทที่ถูกปลุกให้เชื่อว่าไล่ทักษิณแล้วบ้านเมืองจะใสสะอาด ปราศจากคอรัปชั่น ไหนว่าเป็นพลังของคนชั้นกลางที่จะมาล้างคอรัปชั่น

ไมโครเวฟจงพินาศ! (น้ำอัดลมออกไป)

สิทธิมนุษยชนมีให้ “โจรใต้”

เหตุการณ์พฤษภาอำมหิต นอกจากมีคนตาย 90 คน มากที่สุด มากกว่าทุกเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ไทย 2 เดือนที่ผ่านมานี้ ยังมีการกวาดจับประชาชนไปจับกุมคุมขัง 400 กว่าคน มากที่สุดนับแต่รัฐบาลหอยใช้ข้อหาภัยสังคมกวาดจับหลัง 6 ตุลา

มิหนำซ้ำยังมีการควบคุมตัวบุคคลไปกักขัง ละเมิดสิทธิเสรีภาพโดยไม่ต้องตั้งข้อกล่าวหา ตั้งแต่อาจารย์ยิ้ม, สมยศ พฤกษาเกษมสุข มาจน บก.ลายจุด

นี่คือการละเมิดสิทธมนุษยชนที่ร้ายแรงที่สุดนับแต่หลัง 6 ตุลา ถ้าไม่นับเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดภาคใต้

แต่ถามว่าสื่อและนักสิทธิมนุษยชนทำอะไรบ้าง เปล่าเลยครับ แล้วก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่กลับยุยงเหยียบย่ำซ้ำเติม

ผมเองก็ไม่ได้เป็นปลื้มชื่นชมบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึ่งผมเห็นว่าไม่ได้ทำหน้าที่สมกับเป็นกรรมการสิทธิฯ ในช่วงพฤษภาอำมหิต และช่วงที่มีการกวาดจับคนเสื้อแดงใหม่ๆ

แต่อย่างน้อย การที่หมอนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กล้าออกมาคัดค้านการต่ออายุ พรก.ฉุกเฉิน และส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมคนเสื้อแดงในเรือนจำทั่วประเทศ ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ต้องปรบมือชมว่า หมอนิรันดร์ตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ที่สมควรจะทำแล้ว แม้จะยังทำไม่เต็มที่ และควรทำมากกว่านี้

โดยส่วนตัวผมยังเห็นว่าจุดยืนของหมอนิรันดร์ยังกึ๊กๆกั๊กๆ แต่อย่างน้อยแกก็ตระหนักว่าต้อง “ทำหน้าที่” แม้สวนทางกับทัศนะ (ที่รู้กันว่าออกไปทางเหลืองอื๋อ) แต่หน้าที่ต้องเป็นหน้าที่ สิทธิมนุษยชนไม่สามารถเลือกข้าง เราจึงต้องยกย่องหมอนิรันดร์ในขณะที่นักสิทธิมนุษยชนผู้มีชื่อเสียงทั้งหลายเงียบเป็นเป่าสาก

แต่ผลปรากฏว่าการทำหน้าที่ของหมอนิรันดร์ กลับถูกคอลัมนิสต์ใหญ่โจมตีว่าเป็น “อีแร้ง” เกาะศพ พร้อมกับตั้งข้อหา “เอาใจโจร” ทำไมไม่พิทักษ์สิทธิ์ของคนกรุงเทพฯ หลายล้านคนบ้าง

ให้ตายเถอะ คำพูดทำนองนี้ผมเคยได้ยินที่ไหน จากปากใครที่หน้าเหลี่ยมๆ เมื่อ 5-6 ปีก่อน ทำไมนักสิทธิมนุษยชนต้องเอาใจโจร ทำไมไม่พิทักษ์สิทธิของคนบริสุทธิ์ที่โดนโจรทำร้ายบ้าง

ทำไมเราต้องคัดค้านการออก พรก.ฉุกเฉินในยุคทักษิณ เพราะมันละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือเพราะมันเป็นของทักษิณ ทำไมเราประณามกรณีกรือเซะ ตากใบ แต่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับพฤษภาอำมหิต อ้าว ก็นั่นมัน “โจร” ชัดๆ เด็กนักฟุตบอลทั้งทีมที่สะบ้าย้อยควงมีดสปาต้าบุกโรงพัก ถ้าคิดแบบนี้คุณก็ต้องปรบมือชมเชยพัลลภ ปิ่นมณี กับตำรวจ ที่กวาดซะให้เรียบ

สิทธิมนุษยชนไม่ใช่เรื่องของการเลือกข้าง ผมเนี่ยไม่เคยชอบพวกมุสลิมเล้ย เพราะไม่ชอบพวกที่บังคับให้ผู้หญิงใส่ผ้าคลุมหน้า ไม่ชอบพวก fundamental ที่ตีความศาสนาแบบตายด้านจนละเมิดสิทธิเสรีภาพ (ไม่เหมือนพวกแกนนำพันธมิตรที่พากันไปดูงานตะวันออกกลาง) แต่การฆ่าคนไม่มีอาวุธ ฆ่าเด็กนักฟุตบอลที่มีแค่มีด โดยบ้างก็มีข้อสงสัยว่าถูกจ่อยิง (ถาวร เสนเนียม นั่นแหละสงสัย) หรือการใช้ พรก.ฉุกเฉินบุกเข้าไปตรวจค้นหมู่บ้าน สงสัยใครไม่มีหลักฐานก็เอาเขาไปกักตัวไว้ก่อน ครบกำหนด พรก.ฉุกเฉินก็ใช้กฎอัยการศึกต่อ มันคือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเขา ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับเขาหรือไม่ก็ตาม

ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร คิดถูกคิดผิด เขาก็มีสิทธิที่ต้องได้รับความคุ้มครอง การดำเนินคดีต้องมีหลักฐานเพียงพอ ตราบใดที่ศาลยังไม่พิพากษาก็ต้องถือว่าเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ รัฐธรรมนูญมาตรา 40(7) บัญญัติว่า ในคดีอาญา ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิได้รับการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม โอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเพียงพอ การตรวจสอบหรือได้รับทราบพยานหลักฐานตามสมควร การได้รับความช่วยเหลือในทางคดีจากทนายความ และการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

การที่กรรมการสิทธิเข้าไปตรวจสอบคนเสื้อแดง 400 กว่าคนที่ถูกจับกุมคุมขัง จึงเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบตามมาตรา 40(7) เพราะไม่ใช่ว่าคน 400 กว่าคนนี้ถูกตัดสินว่าผิดแล้ว กรรมการสิทธิต้องตรวจสอบว่าการใช้อำนาจภายใต้ พรก.ฉุกเฉินของตำรวจทหาร มีการจับกุมโดยมีพยานหลักฐานเพียงพอหรือเปล่า เหวี่ยงแหหรือเปล่า มีจุดประสงค์ทางการเมืองหรือเปล่า เลือกปฏิบัติหรือเปล่า

เหมือนอย่างที่ครูหยุยออกมาโวยว่ามีการจับกุมคุมขังเยาวชนจำนวนมาก ทั้งที่ก่อนกระชับพื้นที่ ไปป่าวประกาศให้เอาเด็กออกมาจะพาเด็กกลับบ้าน แต่เสร็จแล้วกลับจับเด็กไปขัง (ต้องชมครูหยุยด้วยว่าที่ผ่านมาแม้เอียงกะเท่เร่แต่กล้าพูดเรื่องนี้)

คนเสื้อแดงที่ถูกจับ 400 กว่าคนทั่วประเทศ เป็นคน “เผาบ้านเผาเมือง” จริงหรือเปล่า มีพยานหลักฐานชัดเจนหรือเปล่า ไม่เคยมีใครตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะสภาทนายความก็ทิ้งการทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ถ้าไอ้ประชาชนคนนั้นมันใส่เสื้อแดง

คนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อยที่ถูกจับเป็นคนยากคนจน ที่ผมได้ยินได้ฟังมาก็เช่นถูกออกหมายจับทั้งผัวเมีย ผัวหนี เมียติดคุก ทิ้งลูกเล็กๆ 3 คนไว้กับยาย

แต่ไม่เป็นไร โห ก็ทักษิณกับเครือข่ายใช้เงินหมุนเวียนตั้ง 6 หมื่นล้าน ไอ้พวกที่มาม็อบอย่างน้อยมันก็คงได้ไปคนละล้าน ปล่อยให้มันติดคุกซะให้สม... อย่างนั้นใช่ไหม

นี่คือประเด็นเดียวกันที่สภาทนาย สมาคมนักข่าว องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ แห่ลงไปปกป้องสิทธิของ “โจรใต้” เรียกร้องให้มีการ “สมานฉันท์” “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” แต่ถ้าเปลี่ยนหน้ามาเป็นเสื้อแดง กลับกลายเป็นฆ่ามันๆๆ เอามันให้หนัก ปราบมันให้เหี้ยน

โทษที คุณนึกถึงสิทธิของคนบริสุทธิ์ที่โดน “โจรใต้” มันฆ่ามันยิงบ้างหรือเปล่า ผมย้อนถามอย่างนี้เพราะผมคิดว่าถ้าสื่อและนักสิทธิมนุษยชนเหล่านี้ เกิดเป็นคนไทยพุทธในยะลา ปัตตานี นราธิวาส ก็คงไม่ออกมาเรียกร้องให้ “สมานฉันท์” มีแต่จะเรียกร้องให้ “ฆ่ามันๆๆๆ”

ผงไม่เข้าตาตัวเอง เข้าตาแล้วถึงรู้ว่าตัวเองไม่ได้แยแสสิทธิมนุษยชนอะไรนั่นซักเท่าไหร่หรอก

สิทธิมนุษยชนจึงมีให้แต่ “โจรใต้” แต่ไม่มีให้ “โจรทักษิณ” หรือ “โจรแดง” ตลกร้ายน่าสังเวชคือเรามีนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนมากมาย เรียกร้องให้เอาผิดทักษิณกรณีฆ่าตัดตอนยาเสพย์ติด แต่เมินเฉยการกระชับพื้นที่ ที่มีสไนเปอร์ส่องหัวคนเสื้อแดง

เรามีนักสิทธิมนุษยชนมากมาย ที่เรียกร้องให้พม่าปล่อยตัวอองซานซูจี โจมตีเผด็จการทหารพม่าว่าเล่นเล่ห์ลวงโลก ลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแล้วสกัดกั้นฝ่ายค้านลงเลือกตั้ง ขณะที่ตัวเองไปลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญของ คมช.และปกป้องจะเป็นจะตาย

เรามีนักสิทธิมนุษยชนมากมาย ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของคนชายขอบ อย่างเช่นบรรเจิด สิงคะเนติ ที่ต่อสู้เพื่อคืนสัญชาติไทยให้คนไทยพลัดถิ่น ชาวไทยภูเขา (ยกเว้นแม้ว-ฮิฮิ) แต่พวกเสื้อแดงบางคนบอกว่า อยากฝากบัตรประชาชนไทยคืนให้บรรเจิด มึงจะเอาไปให้ม้งเย้าอีก้อหรือคุณพ่อผีตองเหลืองที่ไหนก็ตามใจ

นี่เพิ่งได้ข่าวว่าบรรเจิด, กิตติศักดิ์ ปรกติ เพิ่งเข้าไปเป็นอนุกรรมการสิทธิร่วมกับวีระ สมความคิด, สมชาย หอมลออ, บุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ขอให้จำเริญๆ

องค์กรสิทธิมนุษยชนที่แสนจะเฟื่องฟูในบ้านเรา (ได้เงินสนับสนุนอู้ฟู่) จึงทำหน้าที่สำคัญสองประการ คือหนึ่ง สอดส่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนใน 3 จังหวัดภาคใต้ แล้วรายงานข้ามโลกไปให้ฝรั่ง กับสอง สอดส่องการละเมิดสิทธิประชาธิปไตยของเผด็จการทหารพม่า แล้วรายงานข้ามโลกไปให้ฝรั่ง ส่วนการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือประชาธิปไตยไทยกูไม่เกี่ยว แถมกูยังหนับหนุนด้วย

สิทธิกับสื่อเกี่ยวข้องกันไหม เกี่ยวสิครับ ในทัศนะผม หน้าที่สำคัญข้อแรกของสื่อไม่ใช่การชี้ถูกชี้ผิด ปลุกระดมชาวบ้าน และยังไม่ใช่การตรวจสอบคอรัปชั่นหรือความไม่ชอบมาพากลด้วยซ้ำ นั่นอาจเป็นข้อสองข้อสาม แต่ข้อแรกที่สำคัญที่สุด-เหมือนรัฐธรรมนูญบทที่หนึ่งของสหรัฐอเมริกา คือการปกป้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของเสียงข้างน้อย

เพราะหลักการสำคัญที่สุดของประชาธิปไตยคู่กับการยอมรับเสียงข้างมาก ก็คือคุ้มครองเสียงข้างน้อย ให้มีเสรีภาพในการแสดงความเห็น เพื่อกลับมาเป็นเสียงข้างมากถ้าเหตุผลดีพอ นี่คือบทบาทหน้าที่โดยตรงของสื่อและนักสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่การปกปักคุณธรรมจริยธรรมความถูกต้องดีงามในทัศนะของคุณ เพราะคุณไม่ใข่ศาสดา

สื่อและนักสิทธิมนุษยชนเคยต่อสู้กับการแทรกแซงของทักษิณ เมื่อครั้งที่ตัวเองเป็นเสียงข้างน้อย แต่พอตัวเองพลอยพยักกับเสียงข้างมาก ก็กลับกลายเป็นอิเหนา เน่าไปหมดทั้งยวง

อันที่จริง สื่อและนักสิทธิมนุษยชนน่ะตายมานานแล้วครับ แต่ 2 เดือนที่ผ่านมา คือการส่งกลิ่นเน่าเพราะว่ายังไม่ได้เข้าพิธีฌาปนกิจเท่านั้นเอง

      ใบตองแห้ง
      21 ก.ค.53

 

ถ้าใบตองแห้งคิดว่านักสิทธิฯกั

ถ้าใบตองแห้งคิดว่านักสิทธิฯกับสื่อนั้นเน่าส่งกลิ่นมาสองสามเดือน

แล้วสนธิกับพธม.หล่ะครับ ที่เน่ามาตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 แล้ว ตอนนี้กลิ่นเป็นอย่างไรบ้างครับ?

คุณใบตองแห้งผมอ่านตั้แต่บรรทั

คุณใบตองแห้งผมอ่านตั้แต่บรรทัดแรกจนถึงสุดท้าย ทุกตัวหนังสือมีความหมายดีมาก แต่พวกรัฐบาลไม่รู้ได้อ่านหรือเปล่า แต่ถึงพวกมันได้อ่านมันก็คงไม่ก่อให้เกิดอะไร เพราะจิตสํานึกพวกทระราดมันตํามาก

สาธุ เอานี่ไปของแถมมันส์ๆ *รว

สาธุ

เอานี่ไปของแถมมันส์ๆ

*รวมฮิตลากไส้สื่อเห้ ใครเป็นใครไส้ในกี่ขด
http://illinoisredshirts.blogspot.com/2009/06/blog-post_4129.html

*รวมฮิตองค์กรซ่อนเงื่อน ฝ่ายซ้าย เอ็นจีโอ,นักสิทธิ,นักวิชาการ,ทหาร ตำรวจ,ชนชั้นสูง
http://thaienews.blogspot.com/2009/10/153.html

สาธุ เอานี่ไปของแถมมันส์ๆ *ลา

สาธุ

เอานี่ไปของแถมมันส์ๆ

*ลากไส้สื่อเห้ืทุกขด
http://thaienews.blogspot.com/2009/06/blog-post_04.html

*ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน ฝ่ายซ้าย เอ็นจีโอ นักสิทธิ นักวิชาการ
http://thaienews.blogspot.com/2009/10/153.html

คุณใบตองแห้งผมอ่านตั้แต่บรรทั

คุณใบตองแห้งผมอ่านตั้แต่บรรทัดแรกจนถึงสุดท้าย ทุกตัวหนังสือมีความหมายดีมาก แต่พวกรัฐบาลไม่รู้ได้อ่านหรือเปล่า แต่ถึงพวกมันได้อ่านมันก็คงไม่ก่อให้เกิดอะไร เพราะจิตสํานึกพวกทระราดมันตํ่ามาก

ไอ้เรื่อง น้ำมันพืช น้ำอัดลม

ไอ้เรื่อง น้ำมันพืช น้ำอัดลม ไมโครเวฟ อะไรพวกนั้น
ผมว่าสนธิกำลังวัดความขลังในคำพูดของตัวเองอยู่
ดูว่าพูดแล้วจะมีคนเชื่อมากน้อยแค่ไหน

ผมยังเชื่อเขาเลยนะ...จะบอกให้

น้ำอัดลม...โถ...ก็มันมีกรดคาร์บอนิคอยู่มันก็มีฤทธิกัดกร่อนได้อยู่แล้ว ลองเอาน้ำมะนาว น้ำมะขาม น้ำมะพร้าว ฯลฯ มาทดสอบมันก็น่าจะได้ผลคล้ายๆกันหมด ไม่เชือลองดูสิ น้ำมะพร้าวนี่กัดสนิมได้ชะงัดนัก แต่ผมไม่ลองหรอก...เสียดาย

น้ำมันพืช...อันนี้ยังไม่เคยศึกษาปรากฏการณ์ที่เขาบอก แต่ก็เคยเห็นด้วยตัวเองว่าน้ำมันพืชเวลาเอามาถูๆๆๆ มันจะเกิดคราบเหนียวที่ล้างออกยากซึ่งพวกน้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว จะไม่เห็นปรากฏการณ์นี้ แต่ผมเข้าใจว่า "กรดไขมันอิ่มตัว" (น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว) นั้นมันอิ่มตัวแล้ว มันจึงไม่อยากสังสรรค์ข้องแวะทำปฏิกิิริยากับใครเขา แต่น้ำมันพืชทั่วไปส่วนใหญ่เป็น "กรดไขมันไม่อิ่มตัว" มันจึงไม่ค่อยเสถียรนัก ถ้ามันเป็นสารก่อมะเร็งจริงก็คงเป็นเรื่องใหญ่ทั่วโลกละครับ อีกอย่างหนึ่งผมยังไม่เคยเห็นว่า พวกฝรั่งมันจะโง่จนไม่รู้ว่าน้ำมันพืชมีอันตรายนะ

ไมโครเวฟ...อันนี้ก็ไม่รู้ว่ามันไปมีผลกระทบกับอาหารแค่ไหน? จริงเท็จประการใด แต่ผมเชือโดยส่วนตัวว่าถ้าเวฟกับพวกโปรตีนมากไป น่าจะมีผลต่อกรดอะมิโนไม่มากก็น้อย จึงควรใช้มันแค่อุ่นก็พอ แต่ไม่ต้องกังวลมากหรอกเพราะทุกวันนี้รอบตัวเรามีการใช้คลื่นวิทยุ คลื่นแม่เหล็ก และสารพัดคลื่นเต็มไปหมด ยิ่งใครอยูใกล้เสาส่งวิทยุ คุณแค่เอาสายไฟยาวๆมาทำเป็นคอยล์ แล้วหันไปหาเสาส่ง คุณก็จะได้ไฟฟ้าฟรีๆใช้แล้ว (แต่มันอาจจะได้ไฟฟ้าน้อยไมคุ้มกับการซื้อสายไฟ) มันก็ต้องมีผลบ้างต่อระบบร่างกายเรา แต่เราคงเลี่ยงไม่ได้หรอก ยังไงๆ ผมก็ยังไม่ยกเครื่องไมโครเวฟไปทิ้งหรอกน่า...อะไรมันจะไขนหนาด

ครับเชื่อเขาเลยครับ

เขียนได้ยาวมากจนไม่อยากอ่าน

เขียนได้ยาวมากจนไม่อยากอ่าน อ่านคร่าวๆสรุปใจความได้คือโจมตีรัฐบาล โจมตีพันธมิตร เชิญตามสดวกเถะครับ ผมไม่ฟัง ไม่เชื่อคุณหรอก ปล ผมอยากแจ้งให้ทราบหน่อยครับ คนที่เขาไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรนั้น ส่วนใหญ่มีสมองครับ และก็ไม่ได้ยึดถือว่าสนธิคือผู้นำทางจิตวิญญานแต่อย่างใด ที่ไปร่วมก็เพราะต้องการไล่ทักษิณและอยากเห็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองใหม่เท่านั้นเอง และกรณี 70/30 ไม่มีใครเขาเอาด้วยหรอกครับ เพราะมันไม่เป็นประชาธิปไตย ผมอยากให้คุณไปดูกลุ่มคนที่ไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตร ส่วนใหญ่เป็นพวกมีการศึกษาทั้งนั้น และโปรดจำไว้ด้วยว่ามติของแกนนำ หรือบทบาทอื่นใดที่นอกกรอบไม่เป็นประชาธิปไตย ผู้ร่วมชุมนุมเขาไม่เอาด้วยหรอก

สมุนจะมีการศึกษาสูงแล้วยังไงก

สมุนจะมีการศึกษาสูงแล้วยังไงก็โง่กว่านายโกเต็กสื่อล้มละลายอยู่นั่นเอง เขางอกแล้วไม่รู้ตัวทำคุยโม้การศึกษาสูง แล้วจิตใจล่ะสูงเปล่า ฮะ 70 : 30 มันทะแม่งๆๆ ตั้งแต่ต้นอยู่แล้วสื่อระดับการศึกษาสูงส่งทำไมคิดการเมืองได้โง่ขนาดนี้ ก็เหลือเชื่ออยู่แล้วมีอีกหลายเรื่องพิเรนๆผิดปกติที่พวก พธม.ตะแบงไปจนสีข้างไหม้ ตกเหวตกบ่อพาประเทศตกต่ำขนาดนี้ยังไม่สำนึกเลย

คุณใบตองแห้งตกข่าวอีกหนแล้วหร

คุณใบตองแห้งตกข่าวอีกหนแล้วหรือ อันที่จริงเรียกว่าข้อมูลไม่สมบูรณ์จะดีกว่า

คือว่า

ภายในกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เก่าที่ว่านั้น ไม่เพียงสององค์กรซิวิคเนตของชัยวัฒน์กับแอลดีไอของหมอพลเดชเขาจะ "เสพสังวาส"กันคู่เดียวเท่านั้น

ยังมีองค์กรที่เรียกว่า เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) ของ พธม คนดังวีระ สมความคิด ร่วมเสพสังวาสกันมานานนมแล้ว

พวกคนมีการศึกษามิได้หมายความว

พวกคนมีการศึกษามิได้หมายความว่าโง่ไม่เป็น ฉลาดปราชญ์เปรื่องกว่าคนไร้การศึกษาขอแจ้งให้ทราบว่ากลุ่มคนที่มีสมองมีการศึกษาที่ไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรแต่ไม่ยอมรับฟังอย่างที่คุณใบตองแห้งบอกปิดหูปิดตา...... จึงไม่ได้กลิ่นเหม็นสื่อและรัฐบาลระบอบอภิสิทธิ์ น่าเสียดาย ที่กลุ่มคนพวกนี้ ช่วยเหลือประเทศไม่ได้เลย ทั้งทางตรงและทางอ้อม อามิตตพุทธ
หมายเหตุ ขอขอบคุณใบตองแห้งที่เขียนมาให้อ่านประเทืองปัญญาสำหรับคนที่ไม่เคยร่วมชุมนุมกับเสื้อเหลืองและเสื้อแดง

คุณใบตองแห้ง

คุณใบตองแห้ง เขียนจากคนวงในผมมันชาวบ้านขอเสริมจากความรู้สึกแบบชาวบ้าน

พวกเอ็นจีโอชอบโจมตี การเลือกตั้ง นักการเมือง สร้างวาทะกรรม ว่าการเมืองไม่ใช่แค่ การเลือกตั้ง หรือ ประชาธิปไตยแค่สองสามวินาที ช่วงการหย่อนบัตร พวกนึ้กำลังสร้างค่านิยมให้ตนเอง ตัวเองไม่ชอบเสนอตัวเข้าขบวนการเลือกตั้ง แต่ยังอยากได้อำนาจ เสนอ แนวทาง สรรหา
ผมอยากจะบอกว่า ระบบสรรหาก็คือการเล่นพวก และสกปรก กว่าการเลือกตั้ง สรรหากี่ครั้งก็ได้แต่คนสายประเวศสายอนันท์ พวกนี้เอาเปรียบชาวบ้านกว่าจะได้เงินสักบาท ต้องทำงานแถบตาย แต่นี้เล่นของบรัฐมาพลาน

อีกประเด็นหนี่ง ทหารเคยแถลงว่าจะสลายม็อบโดยวิธีไม่รุนแรง สันติวิธีทำนองนั้น แต่ สงวนสิทธิในการป้องกันตนเอง

ผมว่าต่อไปเสื้อแดงจะชุุมนุม ก้บอกได้ว่าจะต่อสู้ด้วยสันติวิธี แต่สงวนสิทธิในการป้องกันตนเอง การสลายการชุมนุุมเมื่อๅจ10 เมษา53 ครึ่งชั่วโมงแรก ทหารยิงชาวบ้านตายและบาดเจ็บไปเป็นร้อย ไม่มีใครยิงทหาร อ้ายโม่งมาจากไหนไม่รู้ขวางระเบิดไป นายทหารตาย เลยเลิกแผนปราบ ที่นำรถและอาวุธหนักมานับ 50 คัน สำหรับชาวบ้านอย่างผมนี้คือการป้องกันตนเอง

ขอเสริมอย่างชาวบ้าน เอ็นจีโอส

ขอเสริมอย่างชาวบ้าน

เอ็นจีโอสร้าง วาทะกรรม ประชาธิปไตยไม่ได้หมายถึงแค่การเลือกตั้ง หรือ ประชาธิปไตยแค่สองสามวิ นาที เสนอวิธีการสรรหาเพื่อ แต่ความเป็นจริง การสรรหาก็คือการเล่นพวก สรรหาทีไร ก็ได้แต่คนสายประเวศ สายอนันท์ และการสรรหา ก็ใช้เงิน สกปรกกว่าการเลื่อกต้งอีก

ทหารเคยแถลงว่าจะปราบโดยไม่ใช้ความรุนแรงแต่สงวนสิทธิที่จะป้องกันตัวเอง พูดง่ายๆว่าจะใช้ปืนอาวุธหนักก็อ้างว่าป้องกันตนเอง

ผมว่าเสื่้อแดงก็สามารถอ้างได้ว่า ชุมนุมโดยสันติวิธี แต่สงวนสิทธิในการป้องกันตนเอง ไม่ใช้การกระทำของผู้ก่อการร้าย

..........................ข้อ

..........................ข้อแนะนำแด่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศหลังจากกรุงเทพได้รับเลือกให้เป็นเมืองน่าเที่ยวอันดับหนึ่ง.....................................

...........

..........ที่ข้างถัดวัดปทุมวนาราม..................ติดสยามพารากอนกระฉ่อนฉาน
วังสระปทุมที่ลุ่ม ๆ บัวตูมบาน......................สร้างแต่ต้นรัชกาลจักรี
ได้พบพระราชดำเนินเผชิญพระราชประสงค์....ของพระองค์ทรงประพาสราชวิถี
ทรงมีพระราชดำริทุกวิธี.............................และทรงมีพระราชปรารภพบราชเทวี
.........เป็นพระราชประวัติกษัตริย์สร้าง...........ทุกเส้นทางวางวังวัดจัดราศี
รัตนโกสินทร์มหินทราประชาชี......................สองร้อยปีกว่าแล้วแก้วรัตนะ
เป็นกรุงเทพมหานครอมรฟ้า........................อยุธยาลาล้มก้มศรีษะ
แล้วเมืองหลวงดวงเด่นเป็นวาระ....................ดังกระจะโด่งกระจ่างถึงต่างแดน
ถึงวันนี้ที่นิยมสังคมโลก.............................ทุกชาติโบกธงให้ไทยสุดแสน
ไปท่องเที่ยวกรุงเทพเสพเมืองแมน.................ทั่วทั้งแผ่นดินนั้นสุวรรณภูมิ
มีวัดวาเวียงวังทั้งแม่น้ำ..............................ร่ายเรียงลำแควเขาเงาไม้อุ้ม
มีทะเลเตร่ดูปูปลาชุม................................โดดน้ำตูมตูมตุ้มมุมสำราญ
...........อันดามันมีภูเก็ตเพ็ชรทะเลใต้............ในอ่าวไทยได้สมุยฉุยฉายฉาน
ขึ้นทิศเหนือเพื่อพบสบนงคราญ.....................ไปเยือนบ้านบนดอยไปสอยดาว
ไปสอยดาวเอามาขายเขายายเที่ยง.................ใครกล้าเสี่ยงสวมชุดมงกุฎฉาว
มาเมืองไทยได้ดูลิเก..play เรื่องราว................เป็นเรื่องยาวเยิ่นเย้อเผลอไผลตาย
จะได้พบพานภาพบาปบริสุทธิ์.......................พวกมงกุฎครอบดาวฉาวฉิบหาย
แย่งกันนั่งเก้าอี้มีอุบาย................................มันสืบสายส่งแบ่งตำแหน่งกัน
...........เที่ยวให้เพลินเดินไปไม่สะดุด.............เดี๋ยวจะหยุดหายใจไปสวรรค์
จงระวังหนังสติ๊กจะพลิกพลัน.........................อย่าใช้มันไม่ทันคิดปลิดวิญญาณ
มีตัวอย่างข้างวัดปทุมวนาราม........................ชาวสยามยิงหนังสติ๊กยิกทหาร
กลายเป็นผู้ก่อการร้ายตายประจาน...................เป็นตำนานหนังสติ๊กยิกปืนเอย.

เราว่าสื่อกับรัฐบาลก็เน่าทั้ง

เราว่าสื่อกับรัฐบาลก็เน่าทั้งคู่จริงๆด้วยนะ รู้ว่าเน่าเหม็นก็ยังเฉยกันแปลว่าสังคมไทยชอบของเน่าๆ

REDDY

REDDY wrote:
พวกคนมีการศึกษามิได้หมายความว่าโง่ไม่เป็น ฉลาดปราชญ์เปรื่องกว่าคนไร้การศึกษาขอแจ้งให้ทราบว่ากลุ่มคนที่มีสมองมีการศึกษาที่ไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรแต่ไม่ยอมรับฟังอย่างที่คุณใบตองแห้งบอกปิดหูปิดตา...... จึงไม่ได้กลิ่นเหม็นสื่อและรัฐบาลระบอบอภิสิทธิ์ น่าเสียดาย ที่กลุ่มคนพวกนี้ ช่วยเหลือประเทศไม่ได้เลย ทั้งทางตรงและทางอ้อม อามิตตพุทธ
หมายเหตุ ขอขอบคุณใบตองแห้งที่เขียนมาให้อ่านประเทืองปัญญาสำหรับคนที่ไม่เคยร่วมชุมนุมกับเสื้อเหลืองและเสื้อแดง

บางทีคนเราก็ฉลาดแบบโง่ๆ มัวแต่ไปฉลาดบางอย่าง
จนลืมคิดถึงเรื่องพื้นฐานว่าควรจะเป็นอย่างไร
ลืมคิดถึงผลกระทบด้านอื่นๆที่จะตามมา

คนเรายิ่งเรียนมากๆเรียนสูงๆก็มักจะฉลาดแต่เรื่องที่เรียน
กลับเย่อหยิ่งทนงตนว่าเป็นผู้รู้ หารู้ไม่ว่าเขาเป็นเพียงลูกค้าของพ่อค้าขายทฤษฎี
เขาเป็นเพียงลูกค้าของพ่อค้าที่ขายความเชื่อ
พอค้าเพียงนำความเื่ชื่อของเขามาเรียบเรียง อ้างอิงที่มาที่ไป
เรียบเรียงให้สอดคล้องกับตรรกะ ดูสมเหตุสมผล
แล้วก็นำมาขายให้ลูกค้าที่อยากได้ความรู้ เพราะเขาไม่รู้่ว่า "ความรู้" คืออะไร
ปริญญาบัตรที่ได้มามันไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่าใบเสร็จรับเงิน
มันก็แค่รับรองว่าคนๆนี้ได้ซื้อความเชื่อเรื่องนั้นๆ จากพ่อค้ามาก็แค่นั้น

มีคนมากมายสร้างนวัตกรรม สร้างสิ่งใหม่ๆให้โลกโดยที่เขาไมได้เรียนมหาิวิทยาลัย
และก็ไม่มีมหาิวิทยาลัยใดในโลก ที่สามารถสอนสิ่งเดียวกันนั้นได้ก่อนที่คนเหล่านั้นจะคิด

ถึงพี่ถึกจ้า วันนี้พี่

ถึงพี่ถึกจ้า

วันนี้พี่ ท.ศักดิ์ ไทยโพสต์ เขียน คอลัมภ์ บันทึกหน้า 4 ถึง สสส. ยุค ทพ.กฤษฎา (ที่มีข่าวลือกับสาวสวยในอ๊อฟฟิส ไม่รู้จริงหรือเปล่านะ..อิอิอิ ) ตำหนิการทำงานที่ไม่มีผลงานและการทำตัวเป็น "มาเฟีย"ในสำนักงาน ปรากฎว่า มีคนจาก สสส.โทรไปล๊อบบี้ข้างใน (คิดว่าพี่ถึกรู้ว่าเป็นใคร) จากนั้นผู้บริหารจึงมีคำสั่งห้าม ท.ศักดิ์ เขียนอีก
ของเขาแรงจริงๆ

ป.ล. หนูโชคดีมากที่ได้ออกมาจากไทยโพสต์ ตามพี่ถึกมา เพราะเสียความรู้สึกกับหลายเรื่องที่สื่อฉบับนี้ โดยเฉพาะผู้บริหารขาดจรรยาบรรณของสื่อสารมวลชนที่ดี เลือกข้าง น่ารังเกียจ ..แว่วๆ อภิสิทธิ์เตรียมเข้าไปเยี่ยม .....ที่นั่น เตรียมเลี้ยงหูฉลามต้อนรับ ดูพนักงานกับลูกน้องข้างในก่อนสิ ได้กินอิ่ม กันถ้วนหน้าแล้วหรือยัง...

คิดถึงพี่ถึกจ้า

Anonymous

Anonymous wrote:
สมุนจะมีการศึกษาสูงแล้วยังไงก็โง่กว่านายโกเต็กสื่อล้มละลายอยู่นั่นเอง เขางอกแล้วไม่รู้ตัวทำคุยโม้การศึกษาสูง แล้วจิตใจล่ะสูงเปล่า ฮะ 70 : 30 มันทะแม่งๆๆ ตั้งแต่ต้นอยู่แล้วสื่อระดับการศึกษาสูงส่งทำไมคิดการเมืองได้โง่ขนาดนี้ ก็เหลือเชื่ออยู่แล้วมีอีกหลายเรื่องพิเรนๆผิดปกติที่พวก พธม.ตะแบงไปจนสีข้างไหม้ ตกเหวตกบ่อพาประเทศตกต่ำขนาดนี้ยังไม่สำนึกเลย

สำนวนคล้าย ไอ้ คิก คิก เลยนะ คุณจะมองพันธมิตรและเสื้้อหลากสี คุณต้องมองให้ลึกในส่วนของผู้ร่วมชุมนุม แกนนำเป็นเพียงแค่ตัวประกอบ ฝูงชนที่ไปร่วมนั้นคือพระเอกนางเอกทั้งนั้น ข้อเรียกร้องก็เป็นไปตามหลักคุณธรรมและจริยธรรม ไม่นิยมใช้กำลังสำหรับคนที่มีสมาอง ไอ้พวกไร้สมองนั้นนิยมใช่แต่กำลัง ความคิดอ่านก็น้อย ผมเคยดูข่าวมีชายเสื้อแดงปีนเสา ประท้วงที่หลงกับเพื่อน แล้วเครียดจัดเลยปีนเสา จนตำรวจต้องไปนำลงมาแล้วส่งกลับบ้านทางภาคเหนือ มัน่าขำไหมล่ะ กลับบ้านยังกลับไม่ถูกเลย

ขอบใจนะที่จำได้..เจ้าหนูโ ..

ขอบใจนะที่จำได้..เจ้าหนูโ .. คน ขาหนีบ ที่ยังไม่เต็มเต็งเหมือนเดิม สำนวนตลกดี แกนนำ พธม.เป็นแค่ตัวประกอบ ฝูงชนเป็นพระเอกนางเอก เพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรกในโลกเบี้ยวๆบูดๆ ตัวพระตัวนางเรื่องนี้เยอะจัง คุณเป็นพระเอกหรือนางเอกล่ะ..เพราะคงไม่ใช่แกนนำจิงมะ แต่ทะไมตัวพระตัวนางจึงโง่จังโดนตัวประกอบหลอกทั้งเรื่องหลอกให้ปู้ยี่ปู้ยำประเทศตัวเองเป็นเผด็จการได้ซะขนาดนี้ แสดงว่ายอมรับว่าแกนนำ พธม.ไม่ได้เรื่องเป็นแค่ตัวประกอบไม่มีความสำคัญแต่ทำไมเห็นตัวประกอบมาขู่ฟอดๆ ใส่ร้ายด่าทักษิณซะเละเทะ ตัวพระตัวนางเดินตามตัวประกอบๆสั่งซ้ายก็ซ้าย สั่งขวาก็ขวา..สั่งให้ด่าให้แต่งเรื่องใส่ร้ายใครก็ทำตามกันหมดเหมือนตัวพระตัวนางเป็นสมุนโจรยังไงยังงั้น..ฝูงหุ่นไร้สมองคิดเองไม่เป็นซะมากกว่า

จะยังไงก็ตามถ้าตัวประกอบหรือแกนนำเรียนสูงมากแต่คิดได้แต่เรื่องโง่ๆเช่น 70:30 มะเร็งต่อมลูกหมากมั่ง..ล้มเจ้ามั่ง และสงสัยตั้งใจจะล้มซะเองซะมากกว่า..หยังไอ้อ๊อฟเป็นต้นสดๆหมาดๆตีตัวเสมอเจ้า.. อย่างไอ้โกเต็ก..เดี๋ยวเป็นหัวหน้าพรรคเดี๋ยวลาออก ฯลฯ ผมว่าพวกคุณ(ตัวพระตัวนาง)ทั้งหลายควรช่วยๆกันถีบตัวประกอบให้กระเด็นให้หมดประเทศจะได้สูงขึ้น ..มาอยู่ข้างประชาชนข้างประชาธิปไตยจะดีกว่านะ..หนู

คิดยังไงกล้าอวดอ้างสรรพคุณพวกฝูงชน พธม.เปี่ยมคุณธรรมฟังแล้วขำจนอุจจาระแทบแตก..ที่มั่วใบกระท่อมในทำเนียบดิงดอง(ตัวพระตัวนาง)ในทำเนียบถุงยางตันเต็มท่อระบายน้ำไม่รู้ว่าหื่นอะไรกันนักหนา ยึดทำเนียบ-ยึดสนามบิน(ผู้ก่อการรายชัดๆ) แล้วมายุไอ้มาร์ค-เทือกให้ฆ่าประชาชนมือเปล่าตายไปอีกเกือบร้อย ..นี่มันคุณธรรมจริยธรรมในตำราเล่มไหนของโลก ช่วยตอบให้หายข้องใจทีเถอะท่านเปรตมหาจำเริญของชาติ

ใส่ร้ายป้ายสีโกหกเป็นไฟกระล่อนปลิ้นปลอนตามแบบไอ้โกเต็ก มาร์ควี99 นี่น่ะหรือคนมีการศึกษาสูงมีสมอง ..พวกนี้มีอยู่เต็มนรกภูมิล่ะมิว่า..กล้ายุกล้าฆ่าประชาชนมือเปล่าๆผิดศีล ข้อปาณาฯ โกหก ใส่ร้ายป้ายสีสร้างข้อมูลเท็จสารพัดเรื่อง ทำให้คนในประเทศแตกแยก ไม่เคารพหลักการประชาธิปไตย ข้อมุสาฯ โกงแบงก์โกงเงินหลวง ข้ออทินนาฯ ยึดทำเนียบยึดสนามบินผิดกฎหมายชัดๆ ถ้าคนมีการศึกษาสูงมีสมองทำเรื่องชั่วๆแบบนี้ได้ อย่าไปเรียนให้เสียเวลา อย่ามีสมองเลยจะดีกว่า..เพราะคนมีการศึกษาและฉลาดทำชั่วๆได้น่ากลัวกว่าคนธรรมดาเป็นไหนๆอย่างไอ้มาร์คไอ้โกฯเป็นต้น

เสื้อแดงปีนเสา..แหมเรื่องความคับแค้นใจ คนใสๆซื่อๆโดนรังแกอย่างอยุติธรรม แค่ปีนเสาทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้..วัดค่ามนุษย์เพียงแค่เรื่องไร้สาระแค่นี้หรือ...หรือจะให้ปีนเข้าทำเนียบไปจับคู่เข้าพระเข้านาง ดิงดองกันแบบตะกวดหางเหลืองจึงจะควรได้รับคำคำยกย่อง.

.ถามจริงๆเหอะ เคยสำรวจแล้วยังว่าฝูงชน พธม.เป็นเจ้ามือหวย ค้าของเถื่อน ค้ายา ยึดป่า เป็นสื่อขายตัวนักวิชาการชอบเลียอำมาตย์มีกี่เปอร์เซ็นต์อีกพวกก็ข้าราชการขี้ฉ้อเช้าชามเย็นชามอีกเท่าไหร่ ที่แน่ๆแกนนำแต่ละตัวตะกวดเรียกพี่ทั้งน้าน แล้วฝูงชนจะขนาดไหน รู้จักคนเสื้อเหลืองหลายคนโดยส่วนตัวเรียกว่าเชี่ยสุดๆ..ส่วนเสื้อแดงใสซื่อน่ารักทั้งน้านการศึกษาก็ไม่ต่ำต้อยเสมอไปอย่างที่หนูคิดหรอกนะ ..ขออภัยเขียนยาวไปหน่อย..เขียนสั้นเดี๋ยวจะแกล้งโง่ทำงงอีก

หมามั้ง

หมามั้ง wrote:
เขียนได้ยาวมากจนไม่อยากอ่าน อ่านคร่าวๆสรุปใจความได้คือโจมตีรัฐบาล โจมตีพันธมิตร เชิญตามสดวกเถะครับ ผมไม่ฟัง ไม่เชื่อคุณหรอก ปล ผมอยากแจ้งให้ทราบหน่อยครับ คนที่เขาไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรนั้น ส่วนใหญ่มีสมองครับ และก็ไม่ได้ยึดถือว่าสนธิคือผู้นำทางจิตวิญญานแต่อย่างใด ที่ไปร่วมก็เพราะต้องการไล่ทักษิณและอยากเห็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองใหม่เท่านั้นเอง และกรณี 70/30 ไม่มีใครเขาเอาด้วยหรอกครับ เพราะมันไม่เป็นประชาธิปไตย ผมอยากให้คุณไปดูกลุ่มคนที่ไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตร ส่วนใหญ่เป็นพวกมีการศึกษาทั้งนั้น และโปรดจำไว้ด้วยว่ามติของแกนนำ หรือบทบาทอื่นใดที่นอกกรอบไม่เป็นประชาธิปไตย ผู้ร่วมชุมนุมเขาไม่เอาด้วยหรอก

เรียนคุณหมามั้ง
ผมเชื่อว่าทุกคนมีสมอง ทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแดง แต่มันอยู่ที่ว่าจะใช้สมองส่วนไหนคิด ส่วนไหนตรึกตรอง ธรรมดาถ้าคนเราใส่ใจแต่เรื่องเดียว มันก็รับแต่เรื่องนั้นๆ เข้าไป และเชื่อเป็นตุเป็นตะว่าสิ่งที่เชื่อนั้นมันถูกต้องแล้ว ผมว่าคนไทยเราปัจจุบัน ส่วนหนึ่ง(ไม่รู้ส่วนใหญ่หรือเปล่านะไม่แน่ใจ) ทั้งที่มีการศึกษาสูง แต่ก็แยกแยะไม่เป็น คิดว่าคนเห็นต่างจากตัวเองมันผิดปรกติ แต่ไม่ดูตัวเองว่าผิดปรกติตรงไหนหรือไม่ บางทีการศึกษา อายุ ความเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมันก็ไม่ได้บอกว่าคนนั้นแหละใช่ อีกคนไม่ใช่ และที่แย่ที่สุด เราเชื่อคนง่ายเกินไป พอเชื่อแล้วก็ไม่เห็นด้านลบของเขา แล้วช่วยกันชูจนเกินไป สาธุ....

หมามั้ง

หมามั้ง wrote:
เขียนได้ยาวมากจนไม่อยากอ่าน อ่านคร่าวๆสรุปใจความได้คือโจมตีรัฐบาล โจมตีพันธมิตร เชิญตามสดวกเถะครับ ผมไม่ฟัง ไม่เชื่อคุณหรอก ปล ผมอยากแจ้งให้ทราบหน่อยครับ คนที่เขาไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรนั้น ส่วนใหญ่มีสมองครับ และก็ไม่ได้ยึดถือว่าสนธิคือผู้นำทางจิตวิญญานแต่อย่างใด ที่ไปร่วมก็เพราะต้องการไล่ทักษิณและอยากเห็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองใหม่เท่านั้นเอง และกรณี 70/30 ไม่มีใครเขาเอาด้วยหรอกครับ เพราะมันไม่เป็นประชาธิปไตย ผมอยากให้คุณไปดูกลุ่มคนที่ไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตร ส่วนใหญ่เป็นพวกมีการศึกษาทั้งนั้น และโปรดจำไว้ด้วยว่ามติของแกนนำ หรือบทบาทอื่นใดที่นอกกรอบไม่เป็นประชาธิปไตย ผู้ร่วมชุมนุมเขาไม่เอาด้วยหรอก

อ้อแล้วที่ไปปิดและยึดสนามบินนั่นก็เป็นพวกมีสมองมากจนล้นใช่ไหม

ประเทศไทยเสียหายเพราะใคร- ลอง

ประเทศไทยเสียหายเพราะใคร-
ลองสืบสาวราวเรือง
การทำสนธิสัญญาเบาริงกับอังกฤษ
ลาว เขมร มลายู ต้องจำใจยกให้ฝรั่งเศส อังกฤษ เพื่อแลกกับสิทธิสภาพนอกอาณาเขต สิทธิทางศาล สิทธิบนผืนดิน
การเรียกร้องให้มีคอนสติติวชั่น มีปาเลียเม้นท์ การเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ กรมพระนเรศวร์/หมอเหล็ง/คณะราษฎร์
การยอมตกอยู่ใต้อำนาจญี่ปุ่น
การมีปฏิวัติรัฐประหารแย่งอำนาจกันเองระหว่างขุนทหาร
การหลอกประชาชนให้ไปเลือกตั้ง ให้มีไฮปาร์ค ให้หลงเชื่อว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลาย/เป็นของปวงชน กษัตริย์ทรงใช้อำนาจนิติบัญัติ/บริหาร/ตุลาการทางรัฐสภา/ครม./ศาล
การให้มีองคมนตรีเป็นที่ปรึกษากษัตริย์ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเพราะกษัตริย์เป็นเพียงประมุขในเชิงสัญลักษณ์ของประเทศเท่านั้น คนที่บริหารประเทศ คือ นายกรมต.-คนที่ควบคุมการออกกฎหมาย คือ ปธ.สภา-คนที่พิจารณาอรรถคดีตีความตัดสินวินิจฉัย คือ ผู้พิพากษา/ศาล.
กษัตริย์ไทยต้องลำบากตรากตรำ มีโครงการตามพระราชปรารภ/พระราชดำริ/พระราชประสงค์ แก้ไขเรื่องป่า เรื่องน้ำ เรื่องที่ทำกิน เรื่องยาเสพติด เรื่องน้ำท่วม ,ฝนแล้ง,ภัยหนาว เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร . เรามีรัฐบาลไว้ทำอะไร.
การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ดูแทบจะไม่ได้เปลี่ยนอะไร กษัตริย์ ร.9 ไม่ได้รับผิดชอบเองเหมือนร.5-6-7.เพราะมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการมานวิทูร.แต่การออกกฎหมายรัฐธรรมนูญ-พรบ.-พรก.ต้องทรงลงพระปรมาภิไธย.การแต่งตั้งนายก-ครม.-ปธ.สภา-ปธ.ศาล-กกต.-ปปช.-สตง.-ศ.รธน-ปปง..ต้องมีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งตามที่กฎหมายกำหนด.-แต่ปรากฏว่า กกต.-ปปช.-สตง. แต่งตั้งโดยหัวหน้าคมช.-เมื่อมีคนค้าน ก็บอกว่า คมช.เป็นรัฏฐาปัตย์ มีอำนาจเหนือรัฐ เหนือกฎหมาย เหนือกษัตริย์ จึงไม่จำเป็นต้องให้กษัตริย์แต่งตั้ง.-เหิมเกริมทำตัวเทียมเจ้า หมิ่นพระราอำนาจหรือไม่ ไม่เห็นมีใครทำอะไรได้.มันก็ลอยหน้าลอยตาทำหน้าที่เอียงข้างพรรคปชป.ไม่เป็นกลางต่อไป.พรรคอื่นทำอะไรก็ผิดหมด พรรคปชป.ทำอะไรก็ถูกหมด.
ใครเป็นเจ้ามือหวยใต้ดิน คนค้ายาเสพติด พวกค้าของเถื่อน..พธม./ทหาร/ตำรวจ/นักการเมือง/องค์กรสิทธิ์-มันถึงไม่ยอมให้เอาหวยใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดินเพราะรายได้มหาศาล-มันไม่ยอมให้จับกุมการค้ายาเสพติดแหล่งรายได้ใหญ่ จึงใส่ความทักษิณเรื่องฆ่าตัดตอนเล่นไม่เลิก-มันไม่ยอมให้จับกุมการค้าของเถือ่น,น้ำมันเถื่อน,อาวุธเถื่อนแหล่งชุมนุมผู้มีอิทธิพลมาเฟีย จึงทำทุกวิถีทางโค่นล้มระบอบทักษิณ....ด้วยข้อกล่าวหาร้ายแรง ไม่มีสิ่งใดดีไปกว่า ข้อหาหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ทำตัวเทียมเจ้า ล้มสถาบัน ล้มราชวงศ์ จะตั้งตนเป็นประธานาธิบดี จะสถาปนาสาธารณรัฐ..จึงต้องโหมโพนทะนา ปลุกระดม ยุยง โฆษณาชวนเชื่อ ก่อกระแส สร้างเรื่องเท็จ สร้างสถานการณ์ กุข่าว เต้าข่าว ปล่อยข่าว กระจายข่าว ... แย่งอำนาจ โดยการทำรัฐประหารของขุนทหาร .ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ ยึดทรัพย์ ทำลายชื่อเสียงเกียรติยศ ยึดเครื่องราช สั่งจำคุกโดยอาศัยมือกฎหมาย-การกำจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นซาก

ด้วยฤทธีอภิสิทธัตถะ สั่งฆ่าประชาชนได้โดยไม่สะทกสะท้าน ไม่มีความผิด ลอยหน้าลอยตา เชิดศีรษะอยู่ในสังคมจอมปลอม กดหัวประชาชน เหยียบย่ำความยุติธรรม ด้วยพลังอาวุธสงคราม ยิงเป้านิ่ง-ซิททิ้งดั๊ก-สบาย ๆ ด้วยสไนเปอร์ ปืนติดกล้องส่องยิงประชาชนเหมือนยิงส่องสัตว์ในป่า..พวกอธิปัญญาชน(ผู้เฉลียวฉลาดเลิศล้ำกว่าใคร ๆ ที่หลงอัตตา ชอบดูถูกชาวบ้านว่า ทึ่ม โง่เหมือนควา-) นักปราชญ์ราชบัณฑิต นักวิชาการ นักกฎหมาย(ผู้ไม่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจอิทธิพลของเผด็จการทหาร) นักสิทธิมนุษยชน(ผู้จะพิทักษ์คุ้มครองประชาชน เรียกร้องทวงสิทธิ์ให้ปวงชนทีถูกกดขี่ข่มเหง ไม่ได้รับความเป็นธรรม-ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีใครยอมไปหา -แต่กลับไปพึ่งพา ปวีณา) อาจารย์มหา'ลัย(ผู้ขลังวิชา ไม่ยอมทรยศต่อวิชาชีพ ไม่กบฏต่อหลักวิชาการ) สื่อสารมวลชน(ผู้อหังการ์ หยิ่งทรนงในศักดิ์ศรีฐานันดรสี่ของตน) ต่างปิดปาก แสร้งเมินเฉย ไม่มีใครออกมาประณาม หยามเหยียด ตำหนิติฉิน(ไม่เหมือนทักษิณ นั่นถูกระดมโจมตีทุกวี่วัน ไม่ลดละ เหมือนจะไม่มีคุณความดีเอาเสียเลย เป็นคนเลวได้สุด ๆ ทั้งทุจริต คดโกง คอร์รัปชั่น ซุกหุ้น เลียงภาษี ฆ่าตัดตอน ขายชาติ ขายแผ่นดิน หมิ่นเบื้องสูง แย่งความรักของประชาชน)

ไม่เคยเห็นนักกฎหมายชั้นเซียน เทียบอ๋อง ปรมาจารย์ที่ทรงภูมิธรรมปัญญาสูงส่ง ที่หลงผิด คิดหมกเม็ด สร้างผลงานอัปยศที่ไท่เคนฃยปรากฏมาก่อนว่า จะทรยศต่อหลักนิติธรรม สร้างปัญหาให้บ้านเมือง รบบเศรษบกิจ สังคม การเมือง อย่างมากมายทำให้ประเทศเสียเปรียบในการทำนิติสัมพันธ์ การค้าขาย การแลกเปลี่ยนวิชาการ ระหว่างประเทศ ผิดหลักประชาธิปไตย ผิดหลักคุณธรรม ทำให้ชาวบ้านตกอยูใต้อาณัติของเผด็จการทหาร ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ที่สำคัญกลับกำหนดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเว้นโทษให้แก่คมช.ผู้ก่อรัฐประหาร รวมทั้งบริวาร-ผู้กระทำความผิดกฎหมายร้ายแรงถึงตายทั้งก่อนและหลังประกาศใช้กฎหมายเสียอิกด้วย--ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนคะรับ.สังคมจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าไม่มีความเป็นธรรม ไม่มีความเสมอภาค ไม่มีความยุติธรรม -คนกลุ่มหนึ่ง เหมือนเป็นอภิสิทธิ์ชน-ชนชั้นนาย/ชนชั้นผู้ปกครอง/ชนชั้นสูง ทำผิดร้ายแรงไม่ต้องรับผิด ไม่ต้องติดตะรางตางตะหริต ไม่ต้องถูกประหารชีวิต ขณะที่คนอิกกลุ่มหนึ่งเหมือนทาส-ชนชั้นไพร่/ชนชั้นผู้ถูกปกครอง/กุลี/ชนชั้นต่ำ ทำผิดเล็กน้อย กลับถูกติดคุก ไม่มีการรอลงอาญา/ยกเว้นโทษ

ใครเอ่ย สั่งฆ่าประชาชนมือเปล่าที่มาเรียกร้องให้ยุบสภา-อยู่ได้...ใครให้อยู่

ใครเอ่ย สั่งสอนให้บทเรียนแก่เจ๊กลิ้ม เบาะ ๆ ถล่มยิงเฉียดกะโหลก เลือดซึมนิด ๆ ไม่ถึงตาย...ใครบัญชา-เพราะเหตุใด ฤๅ

ใครสั่งปิดสื่อแดง-ทีวี-วิทยุ-หนังสือพิมพ์..แต่ไม่กล้าแตะต้องสื่อเจ๊กลิ้มเหลืองอ๋อยอุจจาระเน่าเหม็น..ใครอยู่เบื้องหลัง

ใครสั่งเล่นงานทักษิณ ไม่ยอมให้อภัย ไม่ยอมรับฎีกาของประชาชน ทั้งที่เป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วไปไฉนจะไม่รู้..ใครสั่ง

ใครไล่ทักษิณ ใครต้องการชีวิตทักษิณ ใครขยี้เสื้อแดง ใครฆ่าผู้มาชุมนุม นปช.กลุ่มเสื้อแดง ยัดข้อหาผู้ก่อการร้าย/ล้มเจ้า ไล่ล่า จับกุม ขังลืม หลอกต้มสังคมว่าต้องการปรองดอง ต้องการให้สงบ ไม่มีเหตุร้าย(ไม่รู้ใครวางระเบิด สร้างถานการณ์ทุกครั้งที่มีคนเสนอขอให้ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน) แต่ไม่กล้าฆ่าพธม.เสื้อเหลือง(ที่ทำความเสียหายให้บ้านเมืองมากมายสุดที่จะพร่ำพรรณนา) แล้วยังอยู่ได้โดยไม่ยีหระ แยแส แคร์ต่อสายตา คำตำหนิ ของใคร...ใครว๊ะ

มีใครเชื่อถือกรรมการสิทธิมนุษยชน โรงพยาบาลจุฬา ม.ธรรมศาสตร์ ส.นิด้า ที่เอียงข้างขัดเจน เมินเฉยต่อการตายของคนเสื้อแดง. -แสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง ไม่รับรักษาพวกเสื้อแดง-กล่าวโจมตีพวกเสื้อแดงว่า ไม่รักชาติ ไม่จงรักภักดี. หาว่าเสื้อแดงทำลายเศรษฐกิจ แต่กลับชื่นชมการกระทำของฝั่งเสื้อเหลืองเจ๊กลิ้มที่ยึดทำเนียบครึ่งปี ปิดสนามบินเป็นสัปดาห์ ปิดล้อมรัฐสภากระเหิ้ยนกระหือรือ ตะโกนก้องร้องฆ่ามัน ๆ ปิดน้ำ ตัดไฟ ครม.ส.ส.ส.ว.ข้าราชการต๊กะใจปีนบันไดหนีออกไปอย่างทุกทุเล.....

ใครทำดีได้ดี ใครทำชั่วได้ชั่ว ..ผลกรรมที่ทำไว้ ต้องสนองม่วันใดก็วันหนึ่ง...ต้องรอคอย..ไม่ต้องถามหมอดู.