นักกิจกรรมบุกบ้านพิษณุโลก ลั่นค้านปฏิรูปบนซากศพ

"เครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย" รณรงค์หน้าบ้านพิษณุโลก ประณามคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย ซื้อเวลาให้รัฐบาลที่มาจากการเข่นฆ่าประชาชน ด้านอานันท์เผยการปฏิรูปไม่มีวันเสร็จสิ้น วาระการทำงานไม่ใช่เรื่องใหญ่ เตรียมทำงานคู่ขนานกับสมัชชาของ นพ.ประเวศ เหมือนแฝดอิน-จัน

 

นักกิจกรรมโผล่ต้านคณะกรรมการปฏิรูปประเทศฯ ลั่นเสียดายคนตายไม่ได้ปฏิรูป

วันนี้ (9 ก.ค. 53) เวลา 13.30 น. ที่บ้านพิษณุโลก เครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย (คกป.) ซึ่งประกอบด้วยนักกิจกรรมทางสังคมรุ่นใหม่และนิสิตนักศึกษาจาก สนนท. ได้ทำกิจกรรมรณรงค์คัดค้านการเข้ามาทำหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยที่หน้าประตูบ้านพิษณุโลก ก่อนที่การประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยซึ่งมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธานจะได้เริ่มขึ้น

การชุมนุมดังกล่าวมีการแสดงละครโดยการที่ผู้รณรงค์ได้นำเอาเอาสีแดงมาทาที่ทาตัวและนอนอยู่หน้าประตูบ้านพิษณุโลก โดยผู้จัดกิจกรรมระบุว่าเพื่อเป็นการเปรียบเทียบว่า คณะกรรมการทั้งสองชุดได้จัดตั้งขึ้นอยู่บนซากศพของประชาชนที่ถูกสังหารใน เดือนเมษาถึงพฤษภาที่ผ่านมา นอกจากนั้นในการรณรงค์ได้มีการถือป้ายรณรงค์มีเนื้อหาเช่น “เสียดายคนตายไม่ได้ปฏิรูป” “ไม่ขอปรองดองกับฆาตกร” “เขตอภัยทาน งดปฏิรูปบนซากศพ”และ“คนตาย 90 คน พวกคุณไม่แคร์”

ระหว่างการรรณรงค์ ดังกล่าวได้มีคณะกรรมการปฏิรูปได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมในบ้านพิษณุโลก อย่างต่อเนื่องอาทิ เช่น ทั้งนายชัยอนันต์ สมุทวณิช นางรัชนี ธงไชย นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ ฯลฯ ทยอยเดินทางเพื่อเข้าร่วมประชุม โดยคณะกรรมการเหล่านี้ไม่ได้แสดงอาการสนใจต่อการรณรงค์ดังกล่าว

ขณะที่เมื่อรถของนายอานันท์ ปันยารชุนขับเข้ามา ซึ่งเมื่อมาถึงประตูบ้านพิษณุโลก นายอานันท์ได้เปิดประตูรถและเดินผ่านกลุ่มผู้ประท้วงเข้าไปเล็กน้อยก่อนที่จะขึ้นรถเพื่อเข้าไปสู่ที่ประชุม หลังจากนายอานันท์เข้าที่ประชุมแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมจึงเดินทางกลับ

 

อานันท์เผยจะทำงานนคู่ขนานกับสมัชชาหมอประเวศ เหมือนแฝดอิน-จัน

สำหรับบรรยากาศการประชุมเมื่อเวลา 14.00 น. ได้เริ่มมีการประชุม โดยมีกรรมการเข้าร่วมทุกคน ยกเว้นพระไพศาล วิสาโล ทั้งนี้ นายอานันกล่าวก่อนการประชุมว่า จากการสำรวจเนื้อหาข่าวของ นสพ.ฉบับต่างๆ ส่วนใหญ่ลงครบถ้วนถูกต้อง แต่ก็มีบางฉบับซึ่งนักข่าวอาจจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ยังไม่รู้จักประวัติศาสตร์ จึงอ้างอิงตำแหน่งต่างๆ ของกรรมการไม่ตรงตามเจตนารมณ์ที่ตนพิจารณาคัดเลือก

โดยนายอานันท์ ได้ยกตัวอย่างด้วยว่า เช่น นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์ ตนไม่ได้เลือกเพราะเคยเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แต่เลือกเพราะเป็นนักหมายที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษี หรือนายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ เป็นนักวิชาการด้านการเกษตร เคยลงมือทำนาด้วยตัวเองมาแล้ว หรือนายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ตนไม่ได้สนใจว่าเคยเป็นคณบดีรัฐศาสตร์ที่ไหน แต่เลือกเพราะเคยเป็นผู้นำการเคลื่อนไหวในเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 เช่น เดียวกับนายนิธิ เอียวศรีวงศ์ และนายศรีศักดิ์ วัลลิโภดม ก็เลือกเพราะเป็นนักประวัติศาสตร์

นายอานันท์ กล่าวด้วยว่า สำหรับ ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ ก็เป็นคนที่ทำการศึกษาเรื่องสลัมและชุมชนแออัดมายาวนาน นายสมชัย ฤชุพันธ์ นั้นตนเลือกเพราะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการคลังและงบประมาณ นายพงศ์โพยม วาศภูติ ไม่ได้เลือกเพราะเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่เพราะเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการปกครอง นายชัยอนันต์ สมุทวนิช ก็เลือกเพราะเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมกับการปฎิรูปการเมืองในอดีต ไม่ใช่เพราะเป็นผู้บังคับวชิราวุธวิทยาลัย

"อย่างไรก็ตาม การประชุมวันนี้จะคุยเรื่องกรอบการทำงานยังไม่ลงถึงเนื้อหาสาระ เพื่อกำหนดว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องทำก่อน-หลัง ซึ่งกรรมการชุดนี้จะทำงานคู่ขนานกับชุด นพ.ประเวศ วะสี เหมือนฝาแฝด อิน-จัน นอกจากนี้ จะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญ หรือทำวิจัยเพิ่มเติม เพื่อเป็นข้อมูลศึกษาของเรา " นายอานันท์ กล่าว

และเมื่อเวลา 14.30 น. นพ.ประเวศเดินทางมายังที่ประชุม เพื่อบอกถึงแนวทางการทำงานของกรรมการปฏิรูป เพื่อกรรมการสองชุดจะได้ทำงานประสานกันได้

 

อานันท์เผยเป็นการคุยทั่วไปเพื่อเขียนแผนงาน ลั่นปฏิรูปไม่มีวันเสร็จสิ้น วาระการทำงานไม่ใช่เรื่องใหญ่

ข้อมูลจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ ยังระบุด้วยว่า หลังการประชุมยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูป ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้คิดและพูดออกมาดังๆ เป็นการคุยทั่วๆ ไป ซึ่งจะนำไปสู่การเขียนแผนงาน ทั้งนี้การปฏิรูปไม่มีวันเสร็จสิ้น ทุกประเทศก็มีการปฏิรูปอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น วาระการทำงาน 3 หรือ 5 ปี คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรามีเวลาเท่าใดก็ทำไปเท่านั้น แค่ต้องรู้ว่าจะปฏิรูปเรื่องใด หากกว้างไปคงจะทำเสร็จยาก หากแคบไปก็ไม่สำเร็จ

“คณะกรรมการเราไม่มีอำนาจด้านบริหารคงไปล้วงลูกไม่ได้ แต่เมื่อคณะกรรมการเห็นว่ามีปัญหาต้องแก้ให้ชาวบ้านอย่างปัจจุบันทันด่วน เช่น เรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความไม่ยุติธรรม หรือกรณีถ้าพบว่าต้องมีการปรับปรุงระบบราชการแผ่นดิน การจัดงบประมาณรูปแบบใหม่ หรือต้องแก้ไขกฎกระทรวง ก็สามารถกระตุ้นให้รัฐบาลที่มีอำนาจไปดำเนินการแก้ไขได้” นายอานันท์ กล่าว

นายอานันท์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการประชุมนั้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม คณะกรรมการจะนัดประชุมทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี เวลา 13.30 น.ที่บ้านพิษณุโลก แต่สัปดาห์หน้าคณะกรรมการหลายคนติดภารกิจ จึงเปลี่ยนมาเป็นวันอังคารที่ 13 ก.ค.และวันศุกร์ที่ 16 ก.ค.แทน

เมื่อถามว่า ที่ประชุมได้วางกรอบการทำงานหรือไม่ว่าเรื่องใดควรแก้ไขก่อนหรือหลัง นายอานันท์ กล่าวว่า ยัง เรายังไม่เร่งรีบคงต้องประชุมอีกสัก 2 ครั้ง ถึงจะกำหนดแผนการระยะยาวหรือระยะกลางได้ วันนี้เป็นเพียงการเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้โต้แย้ง และแสดงความคิดเห็น ยอมรับว่า คณะกรรมการที่มาประชุมได้สะท้อนปัญหาออกมามากหลายเรื่อง

นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด เลขานุการคณะกรรมการปฏิรูป กล่าวว่า การสะท้อนปัญหาต่างๆ ของกรรมการครั้งนี้ พบว่า มีทั้งปัญหาในเชิงประเด็น และปัญหาของกลุ่มคน เช่น ปัญหาของเกษตรกรที่เป็นประเด็นใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้านอาหาร เนื่องจากเกษตรกรมีอายุมากขึ้น แต่คนวัยรุ่นส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรน้อยลง รวมทั้งยังมีปัญหาเรื่องการกระจายการทรัพยากรที่ดินทำกิน และปัญหาหนี้สิน นอกจากนี้ที่ประชุมยังพูดถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในเรื่องของระบบงบประมาณ เกี่ยวกับความไม่สมดุลของการกระจายงบประมาณลงสู่ท้องถิ่น รวมทั้งสิ่งที่ไม่ใช่ปัญหา แต่เราต้องมองไปถึงอนาคตทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไป ในอีก 10 ปี 20 ปีข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ขั้นตอนการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปในระยะต่อไปจะดูว่ามีวิธีแก้ไขปัญหา อย่างไร โดยจะนำสิ่งต่างๆ ที่รับรู้ และปัญหาที่เสนอมาจากคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปมาจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหา

 

นักกิจกรรมค้านคณะกรรมการปฏิรูปฯ เพราะกลัวซื้อเวลาและฟอกผิดให้อภิสิทธิ์

ด้่านนายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคม ซึ่งมาจัดกิจกรรมรณรงค์ที่หน้าบ้านพิษณุโลกในวันนี้กล่าวว่า เราเพียงแต่มารณรงค์เพื่อกระตุ้นเตือนผู้ทำหน้าที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศว่า พวกเขามีบทบาทเพียงแค่การซื้อเวลาและฟอกความผิดให้กับรัฐบาลอภิสิทธิเท่านั้น เราอยากเรียกร้องถึงจิตสำนึกของกรรมการปฏิรูปประเทศทั้งหลายว่า สถานะอันทรงเกียรติที่พวกเขาได้รับการสถาปนาขึ้นนั้น มีที่มาอันเดียวกับผู้ที่อนุมัติให้มีการสังหารประชาชนในการชุมนุมจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถึงแยกราชประสงค์ ที่ทำให้มีคนไทยต้องเสียชีวิตไปกว่า 90 ราย นั่นเอง

ในการรณรงค์ดังกล่าวทางกลุ่มผู้รณรงค์ได้ออกแถลงการณ์ประกอบ มีเนื้อหาคัดค้านแผนการปฏิรูปประเทศ ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย และสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยด้วย (รายละเอียดแนบท้าย)

 

000

ปฏิรูปประเทศไทย อำมหิต ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี

ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินหน้าแผน “ปรองดอง” โดยกำหนดให้การปฏิรูปประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของแผน โดยแต่งตั้งนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานกรรมการปฏิรูปประเทศไทย (คปร.) และนายแพทย์ประเวศ วะสี เป็น ประธานกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย (คสป.)

ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2553 นายอานันท์ ปันยารชุน ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย จำนวน 19 คน และ นายแพทย์ประเวศ วะสี ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยจำนวน 27 คน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังรายชื่อที่ปรากฎเป็นข่าวตามสื่อมวลชนทั่วไป

พวกเราในนามของเครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย (คกป.) มีความเห็นต่อการแต่งตั้งคณะกรรมการทั้งสองชุดข้างต้นดังนี้

1.เราเห็นว่า การปฏิรูปประเทศไทยในครั้งนี้เป็นเพียงการซื้อเวลาของรัฐบาล เพื่อจะไม่คืนอำนาจให้ประชาชนผ่านกระบวนการเลือกตั้ง และเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลใช้เบี่ยงเบน ประเด็นความสนใจของสังคมต่อข้อเรียกร้องที่ให้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและ รับผิดชอบในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายนับร้อยราย และผู้บาดเจ็บพิการนับพันรายจากการที่รัฐบาลสั่ง “กระชับ พื้นที่” ในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนการใช้มาตรการที่รุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชนเพื่อไล่ล่าบดขยี้คน เสื้อแดงและการปฏิบัติการทางจิตวิทยาในระดับต่างๆ ของหน่วยงานด้านความมั่นคง ดังนั้นการเข้าร่วมกระบวนการปฏิรูปประเทศไทยเท่ากับเป็นการสนับสนุนให้ รัฐบาลมีความ ชอบธรรมที่จะไม่แสดงความรับผิดต่อการใช้ความรุนแรงและใช้อำนาจรัฐอย่างไร้ ความเป็นธรรม การกระทำดังกล่าวย่อมนับเป็นความอำมหิตแบบหนึ่ง

2.ขณะที่ประชาชนกำลังให้ความสนใจและตั้งคำถามถึงความเป็นประชาธิปไตยในสังคมไทย แต่ที่มาของคณะกรรมการทั้งสองชุดข้างต้นกลับสวนทางกับหลักการประชาธิปไตยโดย สิ้นเชิง ใช้วิธีการแต่งตั้งจากบนลงล่างมาโดยตลอด นับตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง ประธานกรรมการฯ และ ประธานกรรมการฯ แต่งตั้ง คณะกรรมการฯ นอกจากนี้การมีที่มาจากการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี ที่ได้ชื่อว่า “นายกฯ ร้อยศพ” จากการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนที่ผ่านมาจึงทำให้คณะกรรมการทั้งสองชุดข้างต้น ไร้เกียรติและศักดิ์ศรีอย่างที่สุด

ท้ายที่ สุดพวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสังคมไทยจะร่วมกันรับรู้และร่วมกันผลักดัน เปลี่ยนแปลงเพื่อให้ความถูกต้อง ความยุติธรรม และประชาธิปไตยที่แท้จริงเกิดขึ้นในสังคมไทยต่อไป

เครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย (คกป.)

 

วันที่ 9 กรกฎาคม 2553

ก่อนการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย ณ บ้านพิษณุโลก 

เห็นมี อ.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์

เห็นมี อ.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ รวมอยู่ในคณะกรรมการนี้ด้วย ท่านเคยพูดว่า นายกไม่มีความชอบธรรมที่จะตั้งคณะกรรมการใดๆเพื่อมาปฏิรูปหรือปรองดองเพราะถือว่าเป็นคู่กรณี แต่ท่านทำไมไปรับทำหน้าที่นี้จากผู้ที่ท่านเห็นว่าไม่ชอบธรรม แต่หนูก็ศรัทธาในแนวคิดของท่าน หวังว่าคงไม่ทำให้หนูผิดหวัง

dee wrote:เห็นมี อ.นิธิ

dee wrote:
เห็นมี อ.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ รวมอยู่ในคณะกรรมการนี้ด้วย ท่านเคยพูดว่า นายกไม่มีความชอบธรรมที่จะตั้งคณะกรรมการใดๆเพื่อมาปฏิรูปหรือปรองดองเพราะถือว่าเป็นคู่กรณี แต่ท่านทำไมไปรับทำหน้าที่นี้จากผู้ที่ท่านเห็นว่าไม่ชอบธรรม แต่หนูก็ศรัทธาในแนวคิดของท่าน หวังว่าคงไม่ทำให้หนูผิดหวัง

เตรียมผิดหวังได้แล้วหนู

dee wrote:เห็นมี อ.นิธิ

dee wrote:
เห็นมี อ.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ รวมอยู่ในคณะกรรมการนี้ด้วย ท่านเคยพูดว่า นายกไม่มีความชอบธรรมที่จะตั้งคณะกรรมการใดๆเพื่อมาปฏิรูปหรือปรองดองเพราะถือว่าเป็นคู่กรณี แต่ท่านทำไมไปรับทำหน้าที่นี้จากผู้ที่ท่านเห็นว่าไม่ชอบธรรม แต่หนูก็ศรัทธาในแนวคิดของท่าน หวังว่าคงไม่ทำให้หนูผิดหวัง

เตรียมผิดหวังได้แล้วหนู

80

80 ชีวิตเสื้อแดงยังเผาไม่หมดเลย
ก็มาฟอกตัวให้มาร์กร้อยศพแล้ว

ไม่มียางอายจริงๆ ไอ้พวกนี้

คนธรรมดาไร้ยางอายก็เหลือทนแล้ว
เจอพระไร้ยางอายยิ่งแล้วกันไปอีก

อยากดีอยากเด่นไปถึงไหน
อายหลวงพ่อเทียนท่านบ้าง
ไอ้เวรเตี้ยเอ๋ยยยยยยยย

เบื่อหมอประเวศ เบื่ออานันท์ เ

เบื่อหมอประเวศ
เบื่ออานันท์
เบื่อ พวก "ภาคประชาสังคม"
เบื่อ บรรดา "คนดี"
เบื่อพวกมือถือสาก ปากถือศีล

เบื่อหมอประเวศ เบื่ออานันท์ เ

เบื่อหมอประเวศ
เบื่ออานันท์
เบื่อ พวก "ภาคประชาสังคม"
เบื่อ บรรดา "คนดี"
เบื่อพวกมือถือสาก ปากถือศีล

เบื่อหมอประเวศ เบื่ออานันท์ เ

เบื่อหมอประเวศ
เบื่ออานันท์
เบื่อ พวก "ภาคประชาสังคม"
เบื่อ บรรดา "คนดี"
เบื่อพวกมือถือสาก ปากถือศีล

*ปฏิรูปแบบข่มขืน...ประเทศไทย

*ปฏิรูปแบบข่มขืน...ประเทศไทย
สำเร็จใคร่ สมดั่งใจ ปรารถนา
ไม่สนใจ ในเลือดเนื้อ แลน้ำตา
การเข่นฆ่า ประชาชน คนไทย

*ล้วนตัวแทน อภิชน คนชั้นนำ
รุมกันยำ ประเทศไทย ให้เจ็บใหญ่
รุมข่มขืน ประชาธิปไตย
รุมขืนใจ ประชาชน คนธรรมดา

*ตัวแทนภาคประชาชน..ประชาสังคม
ล้วนเรื่องต้ม แหกตา พาไร้ค่า
เป็นตัวแทน อย่างไร ใครเลือกมา
จึงด้านหน้า อ้างที่มา ประชาชน

*แม้นเคยเป็น นายก ยกแต่งตั้ง
มาจากพลัง อำมาตยา พาหาผล
ไร้ตรวจสอบ แต่อย่างไร ให้พิกล
ประชาชน ไม่ได้เลือก ..ส....เข้ามา

*ปฏิรูป กันกี่รอบ..มอบให้ใคร
ปฏิรูป เพื่ออะไร ใยหยาบหนา
ปฏิรูป บนคราบเลือด แลน้ำตา
ปฏิรูป บังปัญหา การฆ่าฟัน

ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไง

ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไง "เบื่อคนดี" จริงๆ

เห็นคณะกรรมการแล้ว

เห็นคณะกรรมการแล้ว ก็รู้ได้ทันทีว่าผลจะออกมาอย่างไร อย่างกับไม่ทันพูด เพียงอ้าปาก ก็เห็นลิ้นไก่ เสียดายเงิน เสียดายเวลา คณะกรรมการก็ล้วนแต่อายุอานามก็มากแล้ว ผมสองสีแล้ว ไม่น่าปัญญาอ่อน ยอมเป็นผงซักฟอกให้กับเด็กมือเปื้อนเลือดเม่ื่อวานซืน มันจะยืมมือพวกคุณเป็นตัวซื้อเวลา กะอีแค่นี้ก็อ่านไม่ออก

งานรวมพลคนถือสากปากถือศีล

งานรวมพลคนถือสากปากถือศีล ครั้งใหญ่เลยนะเนี่ย

สนับสนุนรัฐบาลครับ

สนับสนุนรัฐบาลครับ

อุดร

อุดร wrote:
สนับสนุนรัฐบาลครับ

ไม่บอกก็รู้ เห็นชื่อท่านก็รู้แล้วว่าสนับสนุนรัฐบาล

อุดร

อุดร wrote:
สนับสนุนรัฐบาลครับ

เป็นคนแบบไหนน่ะ สนับสนุนรัฐบาลที่ฆ่าประชาชนมือเปล่า

เป็นคนหรือเปล่าคุณ อุดร

ปฏิรูป กี่ครั้ง

ปฏิรูป กี่ครั้ง ยังกดขี่
ไร้เสรีภาพไฉน ใครไม่เห็น
ปฏิวัติ จัดให้ ไทยลำเค็ญ
ใครนะเล่น หลอกล่อ ขอไปที

ปฏิรูป กลบร่าง อำพรางศพ
ใครนะลบ ภาพพ้น มนตร์วิถี
ในกลางไฟ ไร้ชีวิต ของผู้ดี
ล้วนแต่ไพร่ ถูกไล่บี้ ถูกบีฑา

ชันสูตร หรือไม่ อะไรเหตุ
ไฟอาเพศ เผาใคร ให้สิ้นท่า
ศพกี่ศพ ลบเลือน เผาตำรา
ใครคนฆ่า หรือว่าไฟ เผาให้ตาย

ในคำถาม ถามไว้ ให้ปรากฏ
ไล่คนคด จดจาร เป็นงานหมาย
ใครยืนข้าง เคียงธรรม เกียรติกำจาย
ใครเคียงร้าย ให้รับกรรม ตกต่ำพลัน

Guest ดำดิน
11 กรกฎาคม 2553

อานันท์พูดว่าจะไม่ล้วงลูกแหมพ

อานันท์พูดว่าจะไม่ล้วงลูกแหมพูดมาได้ไม่กล้าล้วงลูกมากกว่ากลัวเจอตอ