ใบตองแห้งออนไลน์: ยุทธศาสตร์ประชาธิปไตย

 
 
 
และแล้วพรรคการเมืองใหม่ก็แสดงหัวจิตหัวใจเท่าอวัยวะมด เมื่อประกาศส่งสมัครรับเลือกตั้งซ่อมชั่วข้ามคืนก็ประกาศถอนตัว ด้วยข้ออ้างไม่ต้องการให้ผู้ก่อการร้ายเข้าสภา
 
จะอ้างอย่างไรก็แล้วแต่ แบบนี้เขาเรียกว่า “ฮั้ว” กันครับ และถ้าเป็น “การเมืองเก่า” ฮั้วกันแบบนี้ร้อยทั้งร้อยมีผลประโยชน์ต่างตอบแทน สมมติเช่นเขตเลือกตั้งในภาคอีสาน เค้าจ่ายกัน 5-10 ล้าน แต่ในเมื่อเป็น “การเมืองใหม่” ก็คงมิบังอาจไปกล่าวหาท่านผู้มีเกียรติมีคุณธรรมจริยธรรม เพียงขอบอกว่าสะใจที่ไพศาล พืชมงคล พูดว่าถ้าถอนตัวเพราะกลัวตัดคะแนน ปชป.ก็อัปยศ และควรฝังพรรคการเมืองใหม่ไปได้เลย
 
เอ๊ะ แล้วถ้าไม่กลัวตัดคะแนน ปชป.จะถอนตัวหาพระแสงอันใด สมัยหน้าก็คงกลัวตัดคะแนน ปชป.ถอนตัวอีก เอาไว้ให้พรรคเพื่อไทยแพ้ราบคาบกลายเป็นพรรคต่ำสิบเมื่อไหร่ พรรคการเมืองใหม่ค่อยมาลงสมัครก็แล้วกัน เอิ๊กเอิ๊ก
 
นี่แสดงว่าพันธมิตรและพรรคการเมืองใหม่ ไม่มีเป้าหมายไม่มียุทธศาสตร์ไม่มีแนวทางนโยบายอะไรทั้งสิ้น นอกจากไล่ทักษิณสถานเดียว ทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้ทักษิณและพรรคเพื่อไทยชนะ ไอ้ที่คิดจะสร้างสรรค์สังคมให้บริสุทธิ์สะอาดปราศจากคอรัปชั่นอย่างที่พูดไว้บนเวที ก็ฝากความหวังไว้กับ “ระบอบอภิสิทธิ์” ผ่านคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองของอานันท์-หมอประเวศ ก็พอ
 
ข่าววงในเค้ากระซิบด้วยนะว่า พล.อ.กิตติศักดิ์ยังเป็นแค่ตัวเลือกที่สอง ตัวเลือกแรกที่ พรรคจะส่งสมัครขอเวลาออกนอกห้องประชุมไปคิด 15 นาที ที่ไหนได้ ขับรถหายไปเลย เอิ๊กเอิ๊ก
 
ไว้เจอหน้า “สหายเก่า” เมื่อไหร่ใบตองแห้งจะแซวซะให้เจ็บ อีแบบนี้มันน่าเลือกวีระ สมความคิด ลงสมัครซะดีกว่า (แถมกล่องบริจาคให้หนึ่งใบ)
 
ฝั่งพรรคเพื่อไทยแม้จะเสียรังวัดที่ณัฐวุฒิไม่ลง ต้องเอาตัวสำรองเบอร์ 23 มาลงแทน (ข่าวบางกระแสว่าณัฐวุฒิไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของจตุพร แต่ฝั่งเพื่อไทยอ้างว่ากลัวณัฐวุฒิโดนเล่นงานถึงชีวิต) ในภาพรวมก็ถือเป็นเกมเหนือชั้นคือไม่ต้องหวังผลแพ้ชนะ แต่ใช้การหาเสียงเลือกตั้งเล่นกับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและกระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐาน ซึ่งฟังดูน่าสนุก มีปัจจัยเอื้อให้เล่นได้เยอะ เช่นที่ว่าจะเอาหุ่นยนต์มาหาเสียงแทน ขณะที่รัฐบาลยังดึงดันไม่ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่มีข้อยกเว้นให้หาเสียงได้ เอ้า ก็คอยดูไปสิครับ ปราศรัยหาเสียงด่ารัฐบาลได้ไหม ด่า ปชป.ได้ไหม ด่า ศอฉ.ได้ไหม นักข่าวฝรั่งคงงานเข้าอีกแล้ว เพราะสุเมธ ชุมสาย จะบอกว่าไม่เข้าใจประชาธิปไตยแบบไทยๆ เราเป็นประชาธิปไตยได้ภายใต้ ศอฉ.
 
ดีครับ ผมก็ไม่อยากให้ยกเลิก พรก.ฉุกเฉินเร็ว อ้างกันเข้าไป ว่าเสื้อแดงยังลงใต้ดิน (อ้าว ก็มึงห้ามเขาขึ้นบนดิน) ว่าเสื้อแดงลอบวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย (น่าสงสารนะ ไอ้พวกผู้ก่อการร้ายเสื้อแดงเนี่ยทำอะไรไม่สำเร็จซักอย่าง เอาอาร์พีจียิงวัดพระแก้วก็โดนกระทรวงกลาโหม เอาปืนติดกล้องยิงทหารก็ไพล่ไปโดนพวกกันเองตายเกลื่อน) ยืดไปอีกซักครึ่งปีก็ได้ จนจบคดียุบพรรค ปชป. หรืออ้างว่ายังมีคนคิดจะยิงหัวอภิสิทธิ์ล้างแค้นแทนเสธแดง แบบนั้นก็ประกาศภาวะฉุกเฉินไปจนอภิสิทธิ์แก่ตายเหอะ
 
แต่พูดจริงๆ ก็ยังมองไม่เห็นว่ายกเลิก พรก.ฉุกเฉินแล้ว ขบวนประชาธิปไตยที่มีเสื้อแดงเป็น subset จะสามารถปรับตัวและเริ่มการต่อสู้รอบใหม่ได้อย่างไร เผลอๆ ยกเลิก พรก.ฉุกเฉินแล้วก็จะไปทำอะไรทะเล่อทะล่าเข้าทาง Teen ระบอบอภิสิทธิ์อีก เพื่อนพ้องน้องพี่บางคนที่คุยกันก็ห่วงว่าจตุพรยังลอยนวลอยู่ ถ้าปล่อยให้จตุพรหรือทักษิณนำการเคลื่อนไหวอีก ก็อาจนำไปสู่ความพ่ายแพ้รอบที่สาม เพราะพวกนี้คิดแต่จะทำอะไรสุ่มเสี่ยง ไม่มีความอดทนพอ
 
สู้ทางความคิดต้องอดทน
 
ก่อนอื่นต้องยกย่องว่าการต่อสู้ของเสื้อแดงแม้จะสุ่มเสี่ยงล้ำหน้าจนเสียหาย แต่ก็มีคุณูปการส่งผลสะเทือนอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะการปลุกให้มวลชนจำนวนมหาศาลตื่นขึ้นมามองเห็นความไม่เป็นประชาธิปไตยและความยุติธรรมสองมาตรฐานของระบอบอภิสิทธิ์ชน มวลชนเสื้อแดง ณ วันนี้ไปไกลลิบและไม่มีวันถอยกลับ ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อว่าเกิดขึ้นได้ในเวลาเพียง 3-4 ปี เพื่อนพ้องฝ่ายซ้ายเก่าของผมยังหัวร่องอหงายที่นักการเมืองทุนท้องถิ่นอย่างบรรดา ส.ส.พรรคเพื่อไทย อย่างไชยา สะสมทรัพย์ อย่างสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ซึ่งไม่เค้ยไม่เคยคิดฝันว่าจะ “โค่นอำมาตย์” ยังต้องพลอยโจนไปกับมวลชนด้วย
 
พลังของเสื้อแดงที่ร้อนแรงรวดเร็วเพียงนี้ ก็เพราะมาจากการเคลื่อนไหวมวลชนผ่านสื่อ คือทีวีดาวเทียม วิทยุชุมชน ซี่งมีอิทธิพลเร้าอารมณ์ความรู้สึกคน ไม่ต่างจากพันธมิตรสร้างสาวกขึ้นจาก ASTV แต่มีจุดแข็งก็ต้องมีจุดอ่อน จุดอ่อนก็คือมันเป็นพลังที่วูบวาบ ใจร้อน อยากชนะเร็ว การเผยแพร่ความคิดยังไม่ลึกซึ้งพอ
 
พลังที่ใจร้อน อยากชนะเร็ว มักไม่อดทนกับการต่อสู้ทางความคิดที่ต้องใช้เวลา และเมื่อลุกฮือขึ้นมาแล้วแพ้ ก็เป็นอันตรายที่จะท้อแท้ หักศึก หรือโกรธแค้นแล้วแสดงออกอย่างสะเปะสะปะไม่มีเป้า
 
นั่นจึงเป็นคำถามตัวเบ้อเร่อว่า การต่อสู้รอบใหม่จะเริ่มขึ้นได้อย่างไร ภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน ไม่มีสื่อ ไม่มีพีเพิลแชนเนล ไม่มีวิทยุชุมชน มีแต่มวลชนที่อารมณ์ค้าง แล้วก็พูดกันถึงแต่จะลงใต้ดิน ไม่มีอารมณ์จะมาเคลื่อนไหวมวลชนแบบเดิมๆ อีกแล้ว
 
ไอ้ที่เคยคิดจะไประบายพลังใส่การเลือกตั้งก็เลิกหวังได้แล้วครับ ถ้าเลือกตั้งต้นปีหน้า พรรคเพื่อไทยแพ้แหงๆ เพราะระบอบอภิสิทธิ์จะใช้ช่วงเวลาที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี่แหละไล่บี้สลายเครือข่ายการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ทั้งเครือข่ายทางการเงิน เครือข่ายกลไกราชการ เครือข่ายหัวคะแนน
 
พูดอย่างนี้ไม่ใช่จะมองแต่ด้านที่เลวร้าย เพราะด้านบวกก็มีอยู่ ระบอบอภิสิทธิ์ภาพลักษณ์ตกต่ำถึงขีดสุดในสายตาต่างประเทศ รวมทั้งเป็นปรปักษ์กับประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ (เพราะรากฐานของระบอบนี้คือความคิดอนุรักษ์นิยม ชาตินิยมสุดขั้วดูถูกพม่า ลาว เขมร ญวน) ภายในเองก็เป็นรัฐบาลการเมืองเก่าโคตร ดำรงอยู่ด้วยการตอบแทนผลประโยชน์ รวมหัว ส.ส.มาขอเก้าอี้เสนาบดี
 
ขณะที่มวลชนเสื้อแดง แม้จะถูกตีแตกกระจัดกระจาย แต่ก็อย่างที่บอกว่าไปไกลลิบ ไม่มีวันถอยกลับไปล้าหลังอีกแล้ว มวลชนเสื้อแดงที่เราพูดถึงวันนี้ไม่ใช่แค่คนจนคนชนบท แท็กซี่ สามล้อ เพราะคนที่ไปราชประสงค์มีไม่น้อยที่เป็นคนมีเงินระดับร้อยล้าน เป็นนายพลเกษียณ เป็นอดีตข้าราชการระดับสูง พร้อมกันนั้นก็ยังมีพลังของคนชั้นกลางที่รักประชาธิปไตย ที่ไม่ใช่เสื้อแดง เครือข่ายนักเคลื่อนไหว นักวิชาการ ที่แสดงบทบาทอย่างโดดเด่น
 
ปัญหาก็คือจะรวมพลังคนทั้งหลายอย่างไร จะสร้างการนำใหม่ที่ไม่ขึ้นกับจตุพร-ทักษิณ แต่ถ่ายเดียวได้อย่างไร จะวางยุทธศาสตร์การต่อสู้ที่เป็นจริงได้อย่างไร ที่ไม่ใช่แค่การเอามวลชนมาสุ่มเสี่ยงและหวังให้เกิดรัฐประหารหรือหวังพึ่งการเปลี่ยนขั้วอำนาจในชนชั้นนำ อย่างที่ทักษิณทำ
 
แล้วก็ไม่ใช่ยุทธศาสตร์เพ้อเจ้อที่ไปคิดเรื่องการลงใต้ดิน เอาชนะโดยการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ เพราะการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต้องเอาชนะกันด้วยความคิด เอาชนะกันทางการเมือง แล้วจึงจะนำไปสู่การโค่นล้มอำนาจเผด็จการที่ครอบงำอยู่ ซึ่งถ้าศึกษาตัวอย่างของหลายประเทศ เช่น รัสเซียยุคเยลต์ซิน ฟิลิปปินส์ยุคอาควิโน เขาไม่ได้มีกองกำลังติดอาวุธนะครับ แต่ต่อสู้กันทางการเมืองจนถึงจุดหนึ่งระบอบมันพังทลาย พ่ายแพ้ทางการเมืองไปแล้ว รัฐมีกำลังทหารมากมายแต่สั่งทหารไม่ได้ ทหารไม่เอาด้วย มวลชนลุกฮือขึ้นมาโค่นล้ม
 
โอเค เราอาจจะแตกต่างตรงที่มีคนชั้นกลาง สื่อ นักวิชาการ ผู้ขายวิญญาณประชาธิปไตย แต่นั่นแหละที่ต้องต่อสู้ทางความคิดกันอย่างจริงจัง และคนเหล่านี้ก็กำลังเสื่อมลงไปเรื่อยๆ กับบทบาทการรับใช้ระบอบอภิสิทธิ์ (แม้จะทำกระบิดกระบวนไม่อยากให้รัฐบาลตั้งเป็นประธานปฏิรูปประเทศ ต้องใช้หน้าม้าในนามภาคประชาสังคมล่ารายชื่อกันเข้ามา)
 
การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไทย อยู่ที่การต่อสู้ทางความคิดและทางการเมืองเป็นสำคัญ เพราะเผด็จการครึ่งใบของชนชั้นนำที่ดำรงอยู่ ก็ดำรงอยู่ได้ด้วยการครอบงำทางความคิด ทางวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ในเรื่องคุณธรรมความดีงามนอกระบบ การต่อสู้ทางความคิดนี้จึงต้องใช้เวลา และต้องใช้การเอาชนะกันทางเหตุผล ไม่ใช่เอาชนะกันด้วยการโค่นล้มตัวบุคคลหรือองค์กรสถาบัน เหมือนโค่นล้มมาร์กอสหรือซูฮาร์โต หรือเยลต์ซินโค่นพรรคคอมมิวนิสต์รัสเซีย การต่อสู้ของเราจำเป็นต้องขีดเส้นว่าตัวบุคคลหรือองค์กรสถาบันยังอยู่ แต่ความคิดของสังคมต้องก้าวไปสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ เหมือนเช่นสถาบันกองทัพยังต้องดำรงอยู่ แต่ต้องปฏิรูปให้เป็นอย่างอเมริกา ให้อยู่ภายใต้อำนาจการเมืองที่ชอบธรรม บังอาจปากบอนแบบ ผบ.อัฟกานิสถานก็ต้องตกเก้าอี้
 
การต่อสู้ทางความคิดจึงต้องใช้เวลา ใช้เหตุผลโน้มน้าวให้คนส่วนใหญ่คล้อยตาม และต้องอดทน สร้างความเข้าใจที่แข็งแรงให้กับสังคม รุ่นพี่ผมคนหนึ่งเปรียบเทียบว่า เหมือนสู้กับโจรลักควาย ออกไปตามควายหายกันไม่กี่คนก็โดนโจรไล่ทุบกลับมา ต้องรอให้คนเกือบทั้งหมู่บ้านเหลืออด ออกไปตามควายพร้อมกันถึงจะชนะโจรได้
 
ในทางความคิดของคนเสื้อแดงก็เช่นกัน ดังกล่าวแล้วว่าคนเสื้อแดงลุกฮือขึ้นมาเพราะความไม่เป็นประชาธิปไตยและความยุติธรรมสองมาตรฐาน แต่พื้นฐานความคิดที่ได้จากทีวีดาวเทียมและวิทยุชุมชนยังไม่ลึกซึ้ง เพราะปลุกอารมณ์กันเสียมากกว่า เวทีเสื้อแดงก็ดูจะให้สาระเรื่องประชาธิปไตยน้อยมาก ทำอย่างไรที่จะให้พวกเขามีความคิดที่มีหลักการและเหตุผลมากขึ้น เข้าใจเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีในการต่อสู้ เพื่อจะก้าวเดินไปด้วยกันอย่างมีพลัง
 
ผมยังคิดว่าปมเงื่อนสำคัญประการหนึ่งคือ การประสานระหว่างพลังของเสื้อแดงกับพลังของคนชั้นกลางที่รักประชาธิปไตย สื่อ นักวิชาการ ฝ่าย 2 ไม่เอา ซึ่งที่ผ่านมาก็ตะขิดตะขวงใจที่จะร่วมกับแกนนำเสื้อแดงและทักษิณ หลายคนอาจจะเดินไปดูเวทีราชประสงค์ แต่ไม่รู้ว่ากูจะไปนั่งตรงไหนและมีความหมายอะไร ณ วันนี้ความพ่ายแพ้ของแกนนำเสื้อแดงฮาร์ดคอร์และทักษิณ อาจจะเป็นโอกาสที่ทำให้เกิดขบวนใหม่ คือขบวนประชาธิปไตยที่แท้จริงที่มีเสื้อแดงเป็น subset อาจจะมีทักษิณเป็น subset แต่ไม่ใช่เป็นผู้ชี้นำจนนำไปสู่หายนะ
 
มันจะเป็นจริงได้หรือไม่ เมื่อไหร่ ยังตอบไม่ได้ เพราะมันจะต้องเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ถ้าไม่สามารถสร้างการนำใหม่ ที่ไม่ผูกติดกับทักษิณ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็ไม่มีวันได้ชัยชนะ
 
ปฏิญญาประชาธิปไตย
 
แม้ยังตอบไม่ได้ว่าเราจะก้าวข้ามทักษิณอย่างไร แต่การต่อสู้ทางความคิด การต่อสู้ด้วยเหตุผล การต่อสู้อย่างอดทน ก็คือคำตอบกว้างๆ แล้วจากนั้นก็จะเกิดการนำใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ
 
ฉะนั้นก่อนอื่น เราจะต้องสร้างการนำทางความคิด โดยปัญญาชน นักวิชาการ คนชั้นกลาง ที่รักประชาธิปไตยและมีเหตุผล ซึ่งคนเสื้อแดงยอมรับได้และคนเสื้อสีอื่นก็ยอมรับได้ (ยกเว้นพวกปทปรมะ)
 
เป็นไปได้ไหมที่นักวิชาการ สมมติเช่น อ.นิธิ อ.ชาญวิทย์ อ.เกษียร อ.สมศักดิ์ กลุ่มสันติประชาธรรม มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กลุ่ม อ.วรเจตน์ ฯลฯ จะร่วมกันสร้าง “ปฏิญญาประชาธิปไตย” สรุปแนวคิดที่จะเป็นแม่บทของการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยเต็มใบ 5 ข้อ 7 ข้อ หรือ 9 ข้อ ที่มีความชัดเจนครอบคลุม เป็นเป้าหมาย เข็มมุ่ง เพื่อนำไปสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องที่มีจังหวะก้าวพร้อมกันทั่วประเทศ ทำให้ขบวนประชาธิปไตยเข้มแข็งมีพลัง
 
ซึ่งอันที่จริงมันก็ไม่ใช่สิ่งใหม่ ไม่มีอะไรพิสดาร ไม่ใช่ต้องนำเสนอทฤษฎีใหม่ที่จะปฏิวัติสังคม แต่เป็นทฤษฎีประชาธิปไตยปกติ ที่ต่อสู้กันมาเป็นร้อยปีแล้ว เป็นสิ่งที่นักวิชาการเหล่านี้ท่านพูดท่านเขียนไว้แล้ว แต่มันคือการรวบรวมให้ชัดเจน ขีดเส้นให้รัดกุม แต่แหลมคม สมมติเช่นข้อหนึ่ง เฮ้ย ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนี่ไม่ใช่ล้มเจ้านะ เราขีดเส้นว่าสถาบันจะต้องอยู่คู่สังคมไทย แต่ต้องไม่ถูกดึงมาเกี่ยวข้องกับการเมืองอีก และอย่าตีความพระราชอำนาจจนทำให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต้องผิดเพี้ยน ข้อสอง การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่ได้แปลว่าจะต้องได้ทักษิณกลับมามีอำนาจหรือได้พ่อไอ้ปื๊ดเป็นนายกฯ แต่จะต้องยอมรับอำนาจอธิปไตยของเสียงข้างมากที่เลือกตั้งรัฐบาลเข้ามา ส่วนจะมีอำนาจตรวจสอบอะไรก็อย่าให้มันผูกขาดอยู่ในมืออภิสิทธิ์ชน ซึ่งใช้ความยุติธรรมสองมาตรฐาน ฯลฯ อย่างนี้เป็นต้น
 
คือในโอกาสอันดีที่อานันท์ หมอประเวศ เค้าจะตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศกัน ผมคิดว่านักวิชาการฝ่ายประชาธิปไตยก็ควรจะร่างเค้าโครงการปฏิรูปประชาธิปไตยแข่ง ให้เห็นว่าเฮ้ย ต้องทำอย่างนี้ๆๆ 5 ข้อ 7 ข้อ 9 ข้อก่อนนะ ต้องแก้ปัญหาโครงสร้างแล้วถึงจะไปปฏิรูปประเทศได้
 
หรืออย่างที่ 18+1 อรหันต์ของสมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ จะปฏิรูปการเมืองแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่ม อ.วรเจตน์กับ อ.สมชาย และอาจารย์กฎหมายอีกหลายๆ ท่านที่มีแนวคิดเดียวกัน ก็น่าจะรวมตัวกันร่างรัฐธรรมนูญแข่ง ซึ่งผมเชื่อว่าพวกท่านทำได้ไม่ยากหรอกครับ แนวคิดสมบูรณ์ชัดเจนอยู่แล้ว ใช้เวลาไม่กี่วันก็อาจจะออกมาตัดหน้าได้เลย
 
ถ้าสามารถร่าง “ปฏิญญาประชาธิปไตย” ออกมา ชัดเจน รัดกุม แหลมคม 5 ข้อ 7 ข้อ 9 ข้อ แล้วตั้งคณะทำงานสักชุดหนึ่ง จัดทำเอกสารเผยแพร่ “แบบเรียนเร็วใหม่” แนวคิดที่เป็นประชาธิปไตยและถูกกฎหมาย แนวคิดเสรีประชาธิปไตยไม่มีตรงไหนผิดกฎหมายนะครับ ทำให้ก้าวหน้า เป็นระบบระเบียบ มีความสมบูรณ์ในตัวเอง เข้าใจง่าย ปัญญาชนอ่านได้ ผู้นำชุมชนอ่านได้ เผยแพร่ไปทั่วประเทศ เปิดให้ดาวน์โหลดทางเว็บไซต์ ใครจะเอาไปซีรอกซ์แจกกันก็ได้ไม่ว่าเสื้อสีแดงหรือเสื้อสีไหน ไม่จำเป็นต้องรอยกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉินด้วยซ้ำ เพราะถูกกฎหมาย ทหารก็อ่านได้ ศอฉ.มึงก็ห้ามไม่ได้
 
ผมเชื่อว่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่นำไปสู่การเคลื่อนไหวอย่างเข้มแข็งกว้างขวางมีพลัง เพราะเมื่อกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และการนำใหม่ก็จะเกิดตามมา
 
ทำงานความคิดกันให้พร้อม แล้วจึงนำไปสู่การเคลื่อนไหว “บนดิน” เมื่อยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเริ่มจากเคลื่อนไหวอย่างมีเหตุผล มีประโยชน์ รู้ประมาณ เหมือนอย่างเช่นการเคลื่อนไหวเรื่องเขายายเที่ยง ซึ่งสร้างเครดิตให้เสื้อแดง ไม่ต้องห่วงหรอกครับ รัฐบาลการเมืองเก่าโคตร เดี๋ยวก็มีเรื่องเน่าๆ โผล่ออกมาเพียบ
 
อย่าหวังพึ่งความรุนแรง อย่าถลำไปคิดเรื่องการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ มันอาจจะเกิดขึ้น จากคนส่วนหนึ่งที่คิดเช่นนั้น จากพวกตำรวจมะเขือเทศหรือทหารแตงโม ซึ่งเราห้ามไม่ได้ แต่ถ้าใครห้ามได้ก็ควรห้าม เพราะการใช้ความรุนแรงถ้าไม่อยู่ภายใต้เป้าหมายเข็มมุ่งทางการเมืองก็มีแต่จะทำให้เสียหาย เหมือนชายชุดดำที่คิดว่าตัวเองจะเป็นตัวช่วย แต่กลับกลายเป็นทำให้ม็อบเสื้อแดงพ่ายแพ้ทางการเมืองอย่างย่อยยับ
 
ลองเทียบกับม็อบพันธมิตรสิครับ เขาสันติ อหิงสา อาวุธครบมือ แต่ควบคุมการใช้อาวุธได้อย่างมีวินัยเข้มงวด การเคลื่อนไหวของพันธมิตรเป็นการเคลื่อนไหวแบบหนัง Thriller คือจ่อๆ ล่อแหลมให้เกิดความรุนแรงอยู่ตลอด แต่เขาคุมไว้ได้ให้อยู่แค่จ่อๆ โอเค อาจจะมีสื่อมีเส้นมีกระแสช่วย แต่ข้อสำคัญคือพันธมิตรเอาการเมืองนำการทหารได้ตลอด
 
ยุทธศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่สามารถยึดเอาการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธเป็นสรณะ เพราะการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต้องต่อสู้กันทางความคิด ต่อสู้ด้วยเหตุผล ไม่ใช่ใช้กำลังบังคับ คุณจะเอาชนะทางความคิดก็ต้องหาทางเผยแพร่ โฆษณา สู้กันด้วยสื่อ ด้วยหลักการ ด้วยวาทะ การเคลื่อนไหวมวลชน การแสดงพลังมวลชน ก็คือการเผยแพร่ความคิด มีแต่จะต้องเคลื่อนไหวมากๆ สู้ทางความคิดกันมากๆ ใช้ชุดความคิดที่เหนือกว่า มีเหตุผลกว่า ขณะที่การต่อสู้ด้วยอาวุธคือการใช้คนจำนวนน้อย ปิดลับ ลอบยิง ลอบวางระเบิด ซึ่งไม่ได้เผยแพร่ความคิดอะไรเลย แค่อาจจะแสดงออกซึ่งความคับแค้นเท่านั้น
 
ผมก็ยังตอบไม่ได้ชัดหรอกว่ายุทธศาสตร์การต่อสู้รอบใหม่ควรเป็นเช่นไร แต่นำเสนอเพื่อกระตุ้นให้ช่วยกันคิด และจำเป็นต้องขบคิด เพื่อหาทางออกให้ผู้รักประชาธิปไตยทั้งเสื้อแดงและไม่แดงที่อารมณ์ค้างคากันอยู่ (ก่อนที่จตุพรกับทักษิณจะพาไปพังรอบใหม่)
 
                                                                        ใบตองแห้ง
                                                                        27 มิ.ย.53
 

ไม่เห็นเอ่ยถึงพวกประชาธิปัตย์

ไม่เห็นเอ่ยถึงพวกประชาธิปัตย์บ้างเลย หรือจะเอาพวกเขาไปไว้ตรงใหน ลูกเค้ามีพ่อมีแม่นะ

ก็เป็นการเสนอความคิดที่ดีครับแต่คุณยังเชื่ออยู่หรือว่าพวก ปชป.มันจะปล่อยให้ทำอะไรแบบที่คุณว่ามาได้สะดวก

เดี๋ยวพวกมันก็ต้องตอดว่าตรงนั้นริดรอนอำนาจในหลวงท่าน ตรงนี้ดูเหมือนเป็นการละเมิดพระราชอำนาจ ตรงนี้ระคาย
เคืองฯ แล้วแต่พวกมันจะสรรหามากล่าวอ้าง เหตุผลเหรอคุณยังคิดว่าคนพวกนี้มันยังมีเหตุผลอยู่อีกเหรอ

แค่คำพูดคุณจักรภพ มันเอาผิดเขาไม่ได้แต่มันก็ยังอุตส่าห์ อ้างเอาว่าเขาคิดไม่ดีต่อถาบัน เป็นทัศนะที่เป็นอัตราย
แค่นี้ก็ผิดจนต้องได้ทำผิดจริง ๆ เพื่อให้มันสาสมกับข้อกล่าวหา

ผมไม่อยากคาดหวังเลยนะว่าวิธีที่ใช้ได้ในหลาย ๆ ประเทศมันจะใช้ได้กับประเทศไทยที่มีผู้นำตอแหลและหน้าด้าน
เพราะถูกให้ท้ายจากผู้มีอำนาจที่แท้จริงอย่างไทยเราได้ ผมว่าบางทีพวกที่เสียงดังในเมืองก็มัวแต่คอยดูท่าทีอย่าง
เฉยเมยมากเกินไป (เพราะจริง ๆ พวกกี้งก่าเขาก็ไม่เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว) สิ่งที่พวกคุณหวังว่าจะให้เป็นไปคงมีบาง
เรื่องที่ต้องเป็นเช่นนั้น แต่บางเรื่องมันอาจเป็นสิ่งที่พวกคุณต้องเตรียมคำประณามไว้ได้เลย!!!!

ถึงตอนนี้ความคิดเรื่องทักษิณมันเลือนลางเต็มทีแล้วครับ แต่คิดอีกมุมเขาคือผู้ที่จุดพลุให้กับชาวบ้านนอกได้เห็น
ถึงสิทธืที่เขาควรมีควรได้ว่ามันมีอยู่จริง และเราเป็นเจ้าของมันได้ใช้ประโยชน์มันได้ แรก ๆ อาจโหยหาทักษิณ
แต่ถ้าไม่มีทักษิณอยู่คุณคิดว่าพวกเสื้อแดงเขาจะเลิกเรียกร้องสิ่งที่พวกเขาต้องการไหม...

ผมน่ะเห็นด้วยกับการต่อสู้ทางค

ผมน่ะเห็นด้วยกับการต่อสู้ทางความคิด และเห็นด้วยว่าต้องจับประเด็น แก่น ของประชาธิปไตยให้ชัดเจน ที่ผ่านมามันคลุมเคลือ เลยขาดพลัง

แต่ก็อยากจะเสนอความเห็นแบบไม่อายเลยว่า ต่อให้ทำอย่างไรก็ไม่ประสบความสำเร็จในเร็ววันนี้ เพราะ "ประชาธิปไตยแบบไทยๆ" มันไม่ใช่ประชาธิปไตยอันใดเลยครับ ผมเล่าโครงสร้างให้คนอเมริกันฟัง เขาหัวเราะแล้วบอกว่าจะเอาไปเล่าเป็นโจ๊กให้เพื่อนๆ ฟังอีกที

ก็ประชาธิปไตยแบบไทยๆ มันไม่ได้ตั้งต้นที่ "คนทุกคนมีความเป็นคนเท่ากัน" แค่เริ่มต้นมันก็บิดแล้ว มีอย่างที่ไหนครับ ประชาธิปไตย แต่มีอภิสิทธิ์ชนเต็มบ้านเต็มเมือง มีชนชั้นนำที่กฏหมายปกป้องซะจนแตะไม่ได้เยอะแยะมากมาย แค่นี้มันก็ผิดหลักการพื้นฐานแล้วครับ

หากเราไม่ปรับพื้นฐานตรงนี้ให้ได้ก่อน ยากที่จะเดินหน้าไปหาประชาธิปไตยที่เราฝัน เพราะมันต้องเริ่มจากศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่ากันก่อน ทุกวันนี้มันเป็นรูปแบบตรงกันข้าม เพราะกลุ่มคนที่กุมอำนาจประเทศ กลุ่มชนชั้นกลางที่สนับสนุน เขาไม่ได้มองว่า คนที่อยู่ตรงข้ามมีศักดิ์ศรีความเป็นคนเท่ากับเขา

ผมสัมผัสมากับตัวเองเลย ครอบครัว คนรอบข้างผม เขาเป็นพวกเสื้อเหลืองกันส่วนใหญ่ แล้วเป็นเอามากด้วย เขาไม่ได้มองพวกเสื้อแดงว่าเป็นคนระดับเดียวกับเขา เขามองว่าโง่ ซื้อได้ หลอกได้ง่าย ไร้คุณธรรม บลาๆๆๆๆ นี่คือเรื่องจริงที่ยากปฏิเสธ เมื่อเขาคิดอย่างนี้แล้ว มีหรือที่เขาจะยอมรับผลการเลือกตั้งที่คนส่วนใหญ่ ซึ่งเขามองว่าด้อยกว่าเขาทางคุณธรรม และจริยธรรม ลงคะแนนมา

จึงไม่ต้องแปลกใจที่จะมีคนอย่าง จรัล โผล่ออกมาด่าว่า คนอีสานเงินพันบาทก็ซื้อได้ หรือบางคนในเสื้อชมพูที่ผมได้สัมผัส บอกว่าพวกเสื้อแดงถูกจ้างมาทั้งนั้น (ยืนยันว่าไม่ได้จ้างทุกคน ไม่ยืนยันว่ามีการจ้าง เพราะยังไม่ได้เห็นด้วยตัวเอง)

หากจะนำประเทศไปเป็นประชาธิปไตย แก้ปัญหาสองมาตราฐาน ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เราต้องตั้งโจทย์ให้ถูก หากไม่กล้าที่จะต้ังโจทย์นี้ เพราะกลัวไปโดนกล่าวหาว่า "แบบครอบจักรวาลของ ศอฉ." ประเทศไทยก็จะย่ำอยู่อย่างน้ีไปเรื่อยๆ และจะยิ่งนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น

ตราบใดที่ประเทศไทยยังมีกลุ่มคนที่มีความเป็นคนเหนือกว่าคนอื่น เมื่อนั้นประชาธิปไตยมันไม่มีทางแตกหน่อได้หรอกครับ

ครับคุณใบตองแห้งมีคำสวยๆที่มี

ครับคุณใบตองแห้งมีคำสวยๆที่มีพลังอยู่คำที่ผมค่อนข้างโดน นั้นคือ การต่อสู้ทางความคิดต้องอดทน(ข้อเสนอในความคิดคุณใบตองแห้ง) แต่สิ่งที่สำคัญ ที่ผมอยากเพิ่มเติม คือพลังทางความคิดในระดับต้นน้ำ ต้องมีพลังในเป้าหมาย มีการดูแล,บำรุงรักษา,ให้เกิดพัฒนาการ(คล้ายๆปลูกต้นไม้)

สิ่งที่เสื้อแดงหรือแม้แต่เหลืองผิดพลาด คือขาดความอดทนมุ่งบรรลุเป้าหมายแบบเฉียบพลัน ไม่มีฐานความชอบธรรมรองรับสนับสนุน จนถึงเร่งเก็บเกี่ยวตอนที่ต้นไม่ยังไม่ออกผล มันยังออกลูกผีลูกคนแต่ดันทุรังจะเก็บเกี่ยว ในนาทีนั้น นั้นคือมันจะไม่เหลืออะไรเลย(แบบชูชก)

แถมสร้างเงื่อนไข ไปเข้าทางในการดีสเครดิตรพลังการต่อต้านการเคลื่อนไหว ฝ่ายปชต คือพลังแห่งความรุนแรง ความไม่สงบของบ้านของเมือง จนสร้างความชอบธรรมให้เขาใช้อำนารัฐมัดให้แน่นลงหม้อตุ๋นกบสนิทกว่าเดิมตอนนี้

ข้อเสนอที่ดูน่าสนใจของคุณใบตองแห้ง ตอนนี้กับเงื่อนไขการต่อสู้ตอนนี้ มันไปไกลเกินไป ยกตัวอย่าง การต่อสู้ทางความคิดของอองซาน ซูจี มีทั้งรูปแบบและพลังการต่อสู้ที่บริสุทธิ์ แหลมคม มีต่างขาติสนับสนุนเต็มที่ แต่ผลสรุปคือ ทหารพม่ายังนำพาประเทสด้วยวิการที่ชายชาติทหารกลับนุ่งผ้าถุงแบบหน้าตัวเมีย รังแกแม้แต่ผู้ยังตัวคนเดียวที่มีผลต่อฐานอำนาจตน โดยไม่สนพลังหรือกระแสปชต ทั่วโลกจะกดดันอย่างไร

ซึ่งตอนนี้ทหารไทยกำลังจะพาเราไปนุ่งผุ้ถุงแข่งกับพม่า และมีแนวโน้มว่าจะล้ำหน้า พม่า เพราะเนื้อหาคือ การต่อสู้กับฝ่ายปชต.ของอำมาตยฯ เขาไปไกลแล้ว(ขนาดกระแสความกดดันฝ่ายปชต.ในไทยแรงหลายด้าน(เพราะเราเปิดประเทศตลอดไม่เหมือนพม่า)

แต่ผลสรุปคือเขากลับหน้าด้านกว่าทหารพม่า เพราะพลังแบบปชตในไทยสูงกว่าพม่ามาก แต่เขาไมสน ดีเดย์เดินหน้า ฆ่าแนวคิดปชต เพื่อจะปกครองครอบงำปชต ที่เปลือกภายนอกเหมือนปชต .แต่ตัวตนภายในไม่ใช่ เช่นนายกแค่ผอ.สวนสัตว์ ในแมตทริซ์สยามซู

ผมจึงเห็นว่าสาระที่นำเสนอออกมา คือตัวบุคคลที่กล่าวถึงและเนื้อหาที่เสนอมา ผมว่ามีคนทำเกินกว่าข้อเสนอนี้แล้ว หลายอันแต่ผลไม่เกิด เพราะ???ที่ไปไกลแล้ว ประกอบเยอะมากเพราะเงื่อนไขแบบนี้ลำพังการต่อสู้ทางความคิดอย่างเดียวเอาไม่อยู่

แต่ ถ้าจะไปบ้าดีเดือดแบบที่แดงเดือดก้อย่างที่ว่าไว้ข้างบน การต่อสู้ทางความคิดที่ไม่มีความอดทนขาดยุทธศาสตร์และโครงสร้างที่ว่าไว้ แต่มุ่งเก็บเกี่ยวผลในการกระทำเกินไปที่สุดมันก็คือแบบนี้
แต่สรุปข้อเสนอนี้ถ้าทำได้ มีพลังระดับหนึ่ง เช่นหลายครั้งที่องเหฟล่านี้ออกมา เช่นบนวิเคราะห์ทางวิชาการเรื่องศาลกรณีคดีทักษิณ

นั้นถือว่าเป็นการเสิรืฟความจึงอีกด้านในด้านที่เป้นวิชาการแรงๆค้านกับสิ่งที่สังคมเสฟติดงอม ขนาดนั้นผ่านสื่อเขา เห็นผลตอบรับไหม? ปิดเงียบกลบให้มิด ช่วงนั้นผมขย่มซ้ำบทวิเคราะห์นั้นจนให้ฉายาศาลว่า"ศาลพระโคนั่งแท่น" เสี่ยงทายคำตัดสินที่ออกแบบที่ฝึกมาแบบศาลราชพิธีแรกพระนังฯ

นี่คือข้อมูลอีกด้านของฝ่ายปชต. เงียบเป็นเป่าสากไหม? ผมก้เข้าใจว่าสังคมส่วนหนึ่งได้รับฟังแต่พลังที่จะสื่อออกไปมันถูกบีบพื้นที่ที่จะขยายความคิดที่ถูกต้องไปยังมวลชน ผลมันก้คือการเป่าสากแบบที่เห็นแถมเป็นความเดือดร้อนของอ.กลุ่มนั้นเสียด้วย ไม่เหมือนอธิการบ่อดีดร.สรุพล เลียอำมาตยฯจนได้ดี เหยียบศักดิศรีทางวิชาการของธรรมศาตร์จมท่าพระจันทร์ไว้ตรงนั้น

ส่วนอ.ฝ่ายปชต.จริงเดือดร้อน นี่ไงครับสถานการณืปชตงมันไปไกลมันถุกครอบงำในหม้อนตุ๋นกบไปไกลแล้วครับ???(ไม่มีเวลาตรวจคำผิดเพราะงานมาด่วนรีบส่ง)

ที่คุณใบตองแห้งบอกว่า"นี่แสดง

ที่คุณใบตองแห้งบอกว่า"นี่แสดงว่าพันธมิตรและพรรคการเมืองใหม่ ไม่มีเป้าหมายไม่มียุทธศาสตร์ไม่มีแนวทางนโยบายอะไรทั้งสิ้น นอกจากไล่ทักษิณสถานเดียว "

คุณใบตองแห้งเพิ่งจะคิดออกหรือครับ? ผมว่าคนที่ติดตามพธม.ด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์หน่อยล้วนสามารถมองประเด็นนี้ออกมานานหลายปีแล้ว นอกจากคนที่มีอคติมาบดบัง หรือว่าคุยกับพธม.สายพิราบบางคนอยู่นาน เลยหลงเข้าใจว่าพธม.ทุกคนเป็นอย่างพิภพไปหมด เพิ่งจะรู้ตัวหรือครับว่า พวกนี้แค่ลิ่วล้ออำมาตย์ รับจ้างเขามา"ไล่ล่า"ทักษิณ อุดมกงอุดมการณ์นั้นเก็บไว้หลอกคนปัญญาอ่อน, หัวอ่อนที่พร้อมจะเชื่ออยู่แล้ว ไม่ว่าสนธิจะพูดหรือ"ผายลม"

แม้แต่อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ในบทสัมภาษณ์ในมติชน ยังคิดว่าเหลืองเป็นกลุ่มการเมือง? แนวคิดแบบเหลืองคือแนวคิดที่carbon copyมาจากอำมาตย์ แต่ถ้าจะนับว่าการเคลื่อนไหวของพธม.ภายใต้การนำของนายหัวหมูเป็นขบวนการทางการเมืองภาคประชาชนอันหนึ่ง ผมยังไม่เห็นด้วย

ถ้าใครจะแย้งว่ามีคนเป็นพธม.เป็นแสนเป็นล้าน ผมท้าให้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกพรรคกมม.เลยครับ อยากรู้เหมือนกันว่าจะเป็นแสนอย่างราคาคุยจริงหรือเปล่า?

เทสๆๆๆ

เทสๆๆๆ

คุณใบตองแห้งมองไม่เห็นคู่ขัดแ

คุณใบตองแห้งมองไม่เห็นคู่ขัดแย้งใหญ่อีกฝ่ายหนึ่งหรือว่ามองเห็นแต่ไม่กล้าพูดถึง?

Did you see the elephant in the room ?

ถ้ามองเห็นแต่ไม่กล้าพูด ก็เหมือนคนไทยอีกหลายสิบล้านคน ถ้ามองไม่เห็น ก็เลิกเป็นนักวิเคราะห์การเมืองไทย ไปวิเคราะห์ฟุตบอลโลกเลยดีกว่า

ถ้าหวังดีต่อประเทศชาติจริงๆอย่างที่อ้าง กล้ากว่านี้หน่อย หรือว่ากลัวกฏหมายอำมหิตเหมือนกับผม แฮ่ๆ

อำนาจที่อยู่เหนืออำนาจ ผมไม่เ

อำนาจที่อยู่เหนืออำนาจ

ผมไม่เห็นด้วยที่คุณใบตองแห้งนำการเคลื่อนไหวของ PAD มาเปรียบเทียบกับ UDD
PAD นั้นเหมือนปลวกที่ควบคุมได้ด้วย Pheromone
สื่อและทหารนั้นก็ควบคุมได้ด้วย Pheromone ชนิดเดียวกันอีก

ลองมี Pheromone ต่างชนิดกันกับ PAD มาควบคุมทหารและสื่อดูสิ PAD ก็ะมีสภาพไม่ต่างจาก UDD
นั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำไมเขาถึงต้องชิงปฏิวัติรัฐปะหารในปี 2549

เห็นนำเสนอ เห็นร่ำเรียนกันมามากมาย ประเทศไทยมีอำนาจอธิปไตย 3 ฝ่าย
อำนาจฝ่ายบริหาร อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ อำนาจฝ่ายตุลาการ

แต่ผมว่าโกหกกันทั้งเพ...มันเป็นเพียงสิ่งที่เขียนขึ้นมาเพื่อหลอกเด็กอนุบาลเท่าั้นั้น
อำนาจที่แท้จริงมีเพียงหนึ่่งเดียว..."อำนาจที่มองไม่เห็น" ครอบงำได้ทุกอำนาจ
มิหนำซ้ำยังมีอำนาจทหารที่ไม่ยอมเอ่ยถึง...แต่ก็เป็นสิ่งที่อยู่เหนือทั้งสามอำนาจอธิปไตย

ผมเพียงอยากจะเห็นการย้าย "อำนาจที่มองไม่เห็น" มาเป็น "อำนาจของปวงชนเพื่อปวงชน"

ภาคต่อไปของภาพยนตร์เรื่อง

ภาคต่อไปของภาพยนตร์เรื่อง HERO

อาทิตย์ก่อนโน้นเห็นเจ้าลัทธิของ PAD เขาำนำเสนอเกี่ยวกับหนังจีนเรื่อง HERO
เหล่าสาวกเขาอินกับเจ้าัลัทธิเป็นแถวๆ เขาทำการไฮไลท์ว่า คนที่จะลอบฆ่าฮ่องเต้นั้น
เขายังมีจิตสำนึกต่อประเทศชาติ เกรงว่าประชาชนจะล้มตายเข่นฆ่ากันมากขึ้นเมื่อไม่มีฮ่องเต้

อันที่จริงผมอยากเปรียบเทียบหนัง HERO กับคณะราษฎรของไทยมากกว่า
แล้วท่านปรีดีก็กลายเป็นตัวแทนของคณะราษฎรเหมือนตัวเอกใน HERO
ที่ต้องรองรับลูกธนูนับหมื่นนับแสนจนตัวปลิวออกนอกประเทศ

แล้วอีกอย่าง HERO ควรจะมีภาคถัดไปที่จะแสดงถึงกื๋นของเหล่ากุนซือของฮ่องเต้
การจัดการฆ่าคนที่จะลอบปลงพระชนม์นั้น(...รู้สึกจั๊กกะเดียมที่ต้องใช้คำราชาศัพท์)
มันเป็นเพียง Corrective Action จัดการกับปัญหาที่ได้เิกิดขึ้นแล้ว
แล้วต้นเหตุของปัญหา (Root Cause) มันอยู่ที่ใด ?
แ้ล้วจะมี Preventive Action อย่างไร ? ที่จะไม่มีใครคิดมาลอบปลงพระชนม์อีก

ถัดจากบทความในเวไซต์ที่ถอดเทปจากรายการเมืองไท(ย)รายสัปดา์ห์
เห็นมี "คนไทย" และ "pn" ช่วยกัน post รายชื่่อของกิจการและร้านค้าในย่านศรีราชาและแหลมฉบัง
เยอะพอสมควรที่สนับสนุนสื้อแดง (อันที่จริงอาจจะเยอะกว่านั้นอีก) ผมก็ไม่รู้นะนั่น...เดิมเห็นเป็นสีเหลืองกันเพียบ
แต่สะดุดเอาชื่อกิจการหนึ่่ง "โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา" ไม่รู้เป็นสีแดงได้อย่างไร
ถ้าเจ้าของโรงพยาบาลเห็นคงไล่เขกกบาลเอาแน่ๆ อุตส่าห์ให้ PAD ใช้สถานที่ที่ ม.รังสิต
ยังมาทำอย่างนี้อีก...เขาต้องถามว่า "มึงทำอะไรของมึง ?"
เขานะเหลืองอ๋อยเต็มตัว...สมัยปี 35 ยังเคยอยู่ในทีมวิ่งผลัดอำนาจผสม4x100
เป็นมือสองวิ่งส่งต่ออำนาจให้กับ "ท่านอานันท์" มาขัดตาทัพ
ก่อนส่งไม้ให้ปชป.พร้อมกับตำนานงูเห่าภาคที่หนึ่่ง
เขานั้นห่างหายจากการเืมืองไปนาน หลังจากลูกสาวแสดงหนังXโดยไมได้ตั้งใจ

doctor J

doctor J wrote:
ที่คุณใบตองแห้งบอกว่า"นี่แสดงว่าพันธมิตรและพรรคการเมืองใหม่ ไม่มีเป้าหมายไม่มียุทธศาสตร์ไม่มีแนวทางนโยบายอะไรทั้งสิ้น นอกจากไล่ทักษิณสถานเดียว "

คุณใบตองแห้งเพิ่งจะคิดออกหรือครับ? ผมว่าคนที่ติดตามพธม.ด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์หน่อยล้วนสามารถมองประเด็นนี้ออกมานานหลายปีแล้ว นอกจากคนที่มีอคติมาบดบัง หรือว่าคุยกับพธม.สายพิราบบางคนอยู่นาน เลยหลงเข้าใจว่าพธม.ทุกคนเป็นอย่างพิภพไปหมด เพิ่งจะรู้ตัวหรือครับว่า พวกนี้แค่ลิ่วล้ออำมาตย์ รับจ้างเขามา"ไล่ล่า"ทักษิณ อุดมกงอุดมการณ์นั้นเก็บไว้หลอกคนปัญญาอ่อน, หัวอ่อนที่พร้อมจะเชื่ออยู่แล้ว ไม่ว่าสนธิจะพูดหรือ"ผายลม"

แม้แต่อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ในบทสัมภาษณ์ในมติชน ยังคิดว่าเหลืองเป็นกลุ่มการเมือง? แนวคิดแบบเหลืองคือแนวคิดที่carbon copyมาจากอำมาตย์ แต่ถ้าจะนับว่าการเคลื่อนไหวของพธม.ภายใต้การนำของนายหัวหมูเป็นขบวนการทางการเมืองภาคประชาชนอันหนึ่ง ผมยังไม่เห็นด้วย

ถ้าใครจะแย้งว่ามีคนเป็นพธม.เป็นแสนเป็นล้าน ผมท้าให้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกพรรคกมม.เลยครับ อยากรู้เหมือนกันว่าจะเป็นแสนอย่างราคาคุยจริงหรือเปล่า?

คำก็ลิ่วล้ออำมาตย์ สองคำก็ลิ่วล้ออำมาตย์ ไอ้ส้นตีนด่าแม่งให้ชัดๆแบบนี้แหละอยากลบก็ลบไป

น้ำลัด

น้ำลัด wrote:
ภาคต่อไปของภาพยนตร์เรื่อง HERO

อาทิตย์ก่อนโน้นเห็นเจ้าลัทธิของ PAD เขาำนำเสนอเกี่ยวกับหนังจีนเรื่อง HERO
เหล่าสาวกเขาอินกับเจ้าัลัทธิเป็นแถวๆ เขาทำการไฮไลท์ว่า คนที่จะลอบฆ่าฮ่องเต้นั้น
เขายังมีจิตสำนึกต่อประเทศชาติ เกรงว่าประชาชนจะล้มตายเข่นฆ่ากันมากขึ้นเมื่อไม่มีฮ่องเต้

อันที่จริงผมอยากเปรียบเทียบหนัง HERO กับคณะราษฎรของไทยมากกว่า
แล้วท่านปรีดีก็กลายเป็นตัวแทนของคณะราษฎรเหมือนตัวเอกใน HERO
ที่ต้องรองรับลูกธนูนับหมื่นนับแสนจนตัวปลิวออกนอกประเทศ

แล้วอีกอย่าง HERO ควรจะมีภาคถัดไปที่จะแสดงถึงกื๋นของเหล่ากุนซือของฮ่องเต้
การจัดการฆ่าคนที่จะลอบปลงพระชนม์นั้น(...รู้สึกจั๊กกะเดียมที่ต้องใช้คำราชาศัพท์)
มันเป็นเพียง Corrective Action จัดการกับปัญหาที่ได้เิกิดขึ้นแล้ว
แล้วต้นเหตุของปัญหา (Root Cause) มันอยู่ที่ใด ?
แ้ล้วจะมี Preventive Action อย่างไร ? ที่จะไม่มีใครคิดมาลอบปลงพระชนม์อีก

ถัดจากบทความในเวบไซต์ที่ถอดเทปจากรายการเมืองไท(ย)รายสัปดา์ห์
เห็นมี "คนไทย" และ "pn" ช่วยกัน post รายชื่่อของกิจการและร้านค้าในย่านศรีราชาและแหลมฉบัง
เยอะพอสมควรที่สนับสนุนสื้อแดง (อันที่จริงอาจจะเยอะกว่านั้นอีก) ผมก็ไม่รู้นะนั่น...เดิมเห็นเป็นสีเหลืองกันเพียบ
แต่สะดุดเอาชื่อกิจการหนึ่่ง "โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา" ไม่รู้เป็นสีแดงได้อย่างไร
ถ้าเจ้าของโรงพยาบาลเห็นคงไล่เขกกบาลเอาแน่ๆ อุตส่าห์ให้ PAD ใช้สถานที่ที่ ม.รังสิต
ยังมาทำอย่างนี้อีก...เขาต้องถามว่า "มึงทำอะไรของมึง ?"
เขานะเหลืองอ๋อยเต็มตัว...สมัยปี 35 ยังเคยอยู่ในทีมวิ่งผลัดอำนาจผสม4x100
เป็นมือสองวิ่งส่งต่ออำนาจให้กับ "ท่านอานันท์" มาขัดตาทัพ
ก่อนส่งไม้ให้ปชป.พร้อมกับตำนานงูเห่าภาคที่หนึ่่ง
เขานั้นห่างหายจากการเืมืองไปนาน หลังจากลูกสาวแสดงหนังXโดยไมได้ตั้งใจ

ก่อนส่งไม้ให้ปชป.พร้อมกับตำนานงูเห่าภาคที่หนึ่่ง
ต้องออภัยครับ เป็นความผิดพลาดของผู้เขียนเรื่องช่วงเวลาของประััวัติศาสตร์ ในการเกิดตำนานงูเห่า
เข้าใจว่างูเห่าภาคแรกเกิดในปี 40 ไม่ใช่ปี 35 แต่อย่างไรก็ตามมันเกิดขึ้นคู่กับ ปชป.เหมือนกัน

น้ำลัด

น้ำลัด wrote:
อำนาจที่อยู่เหนืออำนาจ

ผมไม่เห็นด้วยที่คุณใบตองแห้งนำการเคลื่อนไหวของ PAD มาเปรียบเทียบกับ UDD
PAD นั้นเหมือนปลวกที่ควบคุมได้ด้วย Pheromone
สื่อและทหารนั้นก็ควบคุมได้ด้วย Pheromone ชนิดเดียวกันอีก

ลองมี Pheromone ต่างชนิดกันกับ PAD มาควบคุมทหารและสื่อดูสิ PAD ก็ะมีสภาพไม่ต่างจาก UDD
นั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำไมเขาถึงต้องชิงปฏิวัติรัฐปะหารในปี 2549

เห็นนำเสนอ เห็นร่ำเรียนกันมามากมาย ประเทศไทยมีอำนาจอธิปไตย 3 ฝ่าย
อำนาจฝ่ายบริหาร อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ อำนาจฝ่ายตุลาการ

แต่ผมว่าโกหกกันทั้งเพ...มันเป็นเพียงสิ่งที่เขียนขึ้นมาเพื่อหลอกเด็กอนุบาลเท่าั้นั้น
อำนาจที่แท้จริงมีเพียงหนึ่่งเดียว..."อำนาจที่มองไม่เห็น" ครอบงำได้ทุกอำนาจ
มิหนำซ้ำยังมีอำนาจทหารที่ไม่ยอมเอ่ยถึง...แต่ก็เป็นสิ่งที่อยู่เหนือทั้งสามอำนาจอธิปไตย

ผมเพียงอยากจะเห็นการย้าย "อำนาจที่มองไม่เห็น" มาเป็น "อำนาจของปวงชนเพื่อปวงชน"

ประโยคสุดท้ายของความเห็นข้างบนสรุปได้ตรงประเด็นกว่าบทความทั้งหมดของคุณใบตองแห้งเสียอีก ทั้งสั้นทั้ง"กระชับ"

ประเทศไทย

ประเทศไทย อำนาจมันรวมศูนย์อยูที่กรุงเทพ การอยากเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม เปลี่ยนแปลงการรวมศูนย์ให้เป็นกระจาย โดยเริ่มที่การแก้ไขอำนาจทางการเมืองโดยเลย ผมว่ายาก มันจำเป็นจะต้องเริ่มแก้ที่รัฐธรรมนูญ เพราะอำนาจทางการเมืองเป็นอำนาจที่มีตำแหน่งหน้าที่

เริ่มที่อำนาจทางเศรษฐกิจก่อนดีกว่า
ควรเริ่มที่การกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจก่อน ถ้าเรื่องเศรษฐกิจกรุงเทพไม่เป็นผู้นำอีกต่อไป เมื่องอื่นขึ้นมามีบทบาททัดเทียม มีพลังพอในการแข่งขันกับกลุ่มทุนกรุงเทพได้
กระจายอำนาจทางเศรษฐกิจออกมาได้นี้ ทำให้เมืองใหญ่ในภูมิภาคที่มีเป็น 10 กว่าเมืองเหล่านี้จะเติบโตขึ้น เมื่ออำนาจทางเศรษฐกิจกระจาย อำนาจทางสังคมก็ต้องกระจายตาม
มาถึงตรงนี้โครงสร้างทางสังคมมันเปลี่ยนแปลงแล้ว

เมื่ออำนาจทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมันเป็นอำนาจที่ไม่มีตำแหน่งหน้าที่ กระจายออกแล้ว เสียงเรียกร้องถึงการกระจายอำนาจทางการเมืองก็มีพลังและจะเป็นเสียงที่ดังพอ

เค้าคงอยากให้รวมกันได้นิ

เค้าคงอยากให้รวมกันได้นิ

เป็นข้อแนะนำที่ดีนะ

เป็นข้อแนะนำที่ดีนะ แต่ก็ทำได้อยากสำหรับคนเสื้อแดง ไม่รู้ว่าจะหวังพึ่งสื่อ นักวิชาการ ผู้รักประชาธิปไตยได้แค่ไหน

รีๆรอๆอยู่ว่าพี่ตองจะพูดไงถึง

รีๆรอๆอยู่ว่าพี่ตองจะพูดไงถึงทุนทักษิณ แต่พอจบบทความนี้ว่า.....ก่อนที่ทักและตู่จะพาคนเสื้อแดงไปพังรอใหม่.......

เฮ้อ! ค่อยโล่ง

ฟังพี่เสนอวันนี้ " เป็นไปได้ไหมที่นักวิชาการ สมมติเช่น อ.นิธิ อ.ชาญวิทย์ อ.เกษียร อ.สมศักดิ์ กลุ่มสันติประชาธรรม มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กลุ่ม อ.วรเจตน์ ฯลฯ จะร่วมกันสร้าง “ปฏิญญาประชาธิปไตย” สรุปแนวคิดที่จะเป็นแม่บทของการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยเต็มใบ 5 ข้อ 7 ข้อ หรือ 9 ข้อ ที่มีความชัดเจนครอบคลุม เป็นเป้าหมาย เข็มมุ่ง เพื่อนำไปสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องที่มีจังหวะก้าวพร้อมกันทั่วประเทศ ทำให้ขบวนประชาธิปไตยเข้มแข็งมีพลัง "

ที่พี่ต้องเริ่มก่อนคนอื่นคือ อ.นิธิ ทำไมทราบมั้ย? พี่จงไปอ่าน " ล้อมวงฯ " อันโด่งดังในปชท.ก่อน แล้วบังอาจถามอาจารย์ด้วยว่าเข้าเน็ตเป็นอ๊ะป่าว ไม่ใช่หนูอ้อยถามนะ - ฮา มีพี่คนนึงเขาเม้นท์ท้ายบทความหนะ คนรุ่นหนูเขาไม่ฟังแล้วนะไอ้วาทกรรมประเภท "ทหารฆ่าประชาชน" อะไรเทือกๆนั้น เล่นคลิปกันสดๆเลย ทิ้งไพ่อย่ารอหลังไพ่เย็น ยกตัวอย่างคนดึงธงเหลืองทิ้งแม่ปิง ดึงเช้า-เย็นได้ดูทางยูทูบแล้ว มีแต่น้ำลาย-ไม่มีภาพแอ็คชั่น ขออนุญาตไม่เชื่อนะคะ แต่ถ้ามีภาพแล้วปลอมแบบเด็จพี่พร้อมซองละก็ ไปโลดไปไกลๆ

พี่ยังดีเห็นทุนหมื่นๆล้านของทักกี้ที่ม็อบใช้แล้วไม่หลอกตัวเองว่าเงินผี คนที่รับว่าแพ้แล้วหาตัวต้นเหตุเจอว่าเป็นไอ้เหลี่ยมและไอ้ตู่ - พี่นั้น_น่านับถือ

อาจารย์สมศักดิ์อีกคนนะที่ได้ใจคนรุ่นใหม่ไปเต็มๆ โดยเฉพาะหนูประทับใจมากเพราะอาจารย์ "มีไอเดียเรื่องชีวิตมวลชน"
นี่ก็เป็นคำอาจารย์ที่ก็อบไว้ในสมอง มันมีคุณค่ามากทำให้รู้สึกว่าคนที่เชียร์แดง อย่างน้อยยังมีคนมีเหตุผล

วันนี้ขอโฉบมาเฉี่ยวแค่นี้ก่อน ติดเวรอยู่แว่บได้นิดหน่อยเด๋วโดนไล่ออก อย่างอื่นๆจะเข้ามาเม้นท์อีกนะคะ

ไอเดียพี่ตองโดนก็อบซะแล้ว

ไอเดียพี่ตองโดนก็อบซะแล้ว อิอิ

เผย "อานันท์" ทาบ" อคิน-นิธิ-ศรีศักร" ร่วม กก.ปฏิรูป
เนชั่นทันข่าว 28 มิย. 2553 21:50 น.

สวัสดีครับคุณใบตองแห้ง คราวนี

สวัสดีครับคุณใบตองแห้ง

คราวนี้เขียนดีนะครับ สติสตางค์คงกลับมาแล้ว อย่างนี้สิถึงจะสนุก น่าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แต่ก็มีเรื่องที่ไม่เห็นด้วยบ้างเป็นธรรมดา

๑. เรื่องแรกคือการกระแนะกระแหนพรรคการเมืองใหม่ ก็ตามสบายเลยครับ แต่ผมมองว่าดีแล้วที่ไม่ลงสมัคร เพราะฐานเสียงก็ไม่มี เป็นพื้นที่เก่าของ ปชป. อยู่แล้ว อีกอย่าง ผมอยากเห็นกันจะๆเลย ให้มันมีแค่สองข้าง ผมอยากดูว่าคนเขตหกเขาจะคิดอย่างไร จะเอาหรือไม่เอาพรรคเพื่อไทย เห็นด้วยกับการกระทำของเสื้อแดงหรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วยก็เลือกประชาธิปัตย์ เห็นด้วยก็เลือกเพื่อไทย ผมจะรอดูด้วยใจระทึก

ตอนนี้คุณเชิญขำกับพรรคการเมืองใหม่ได้ตามสบาย บางคนคิดว่าเป็นขี้ข้าอำมาตย์ ก็เชิญเชื่อแบบของคุณอย่างไม่ลืมหูลืมตาต่อไป แต่ผมมั่นใจว่ามวลชนพันธมิตรไม่ใช่ใครที่ให้มาจูงจมูกกันง่ายๆ( อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่ง ) พวกคุณอาจยังไม่เห็นกิจกรรมการประชุม มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างไม่ไว้หน้า สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ถึงแม้คนจะยังน้อยอยู่ แต่ผมเห็นว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ใครจะบอกว่าอยู่ภายใต้ศาสดาสนธิ ก็ว่ากันไป แต่ตัวผมเองสนับสนุนแนวทางของพรรคนี้ และผมก็ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยทุกอย่าง เพราะพรรคนี้มีทางออกในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ แล้วของพวกคุณล่ะ ชาวเสื้อแดง

๒. ผมเห็นว่าการคง พรก.ฉุกเฉิน เอาไว้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะตอนนี้เหตุการณ์ยังไม่สงบ จะสำเร็จหรือไม่ การก่อวินาศกรรมก็ต้องถูกสกัดกั้น และจัดการอย่างเด็ดขาด ล่าสุดก็ยิง RPG ใส่คลังน้ำมันเข้าให้แล้ว ผมเห็นว่าคนพวกนี้ต้องถูกจัดการก่อนครับ (ไม่ต้องปรองดอง) และเมื่อใช้การตำรวจไม่ได้ ก็ต้องใช้เจ้า พรก. นี่แหละ ดีกว่าไม่จัดการอะไรเลย ความวุ่นวายคงไม่สิ้นสุด

๓. ผมดีใจที่คุณกับผมเห็นตรงกันเรื่องการนำมวลชน ตราบใดที่ยังเป็นทักษิณ นำผ่านร่างทรงจตุพรนั้น มีแต่เน่าซ้ำซากแน่ๆ แต่นี่ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ยากมาก เพราะถ้าไม่มีทักษิณ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาเงินมาจากไหนและจะระดมคนมาได้อย่างไร? ผมอยากเห็นคนเสื้อแดงตระหนักเรื่องนี้ให้มาก หลายคนทำเป็นมองไม่เห็นว่าทักษิณ คือปัญหาที่แท้จริงของขบวนการเสื้อแดง โดยเฉพาะนักวิชาการ อย่างข้อเขียนล่าสุด นิธิ หรือ ธงชัย ไม่รู้ว่าแกล้งโง่หรือไงถึงได้มองว่าทักษิณเป็นแค่ผี ไม่มีความหมาย ยิ่ง อ.นิธิ นี่ไม่รู้ไปอยู่ส่วนไหนของโลก เขียนเข้าข้างไอ้จตุพรซะงั้น แถมไม่เชื่อเรื่องเสื้อดำอีก ระวังนะครับ ความเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียง อย่างคนที่คุณชอบนั้นไม่ได้การันตีคุณภาพเสมอไป แต่ผมก็เห็นด้วยนะครับ ที่จะสนับสนุนให้คนกลุ่มนี้ทำงานแข่งกับรัฐบาล เพราะประโยชน์จะมาตกสู่ผู้บริโภคซึ่งก็คือประชาชน

๔. เรื่องสถาบัน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นจุดบอดของขบวนการเสื้อแดง เรื่องนี้น่าอึดอัดใจครับ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมหลายคนคิดว่าสถาบันคือผู้มีอำนาจสูงสุดอย่างแท้จริง เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และชี้เป็นชี้ตายได้เหมือนสมัยโบราณ ผมรู้สึกว่าเรื่องเหล่านี้มาจากการพูดกันปากต่อปากเสียมาก ผมเห็นการโจมตีสถาบันอย่างโจ๋งครึ่มของคุณดารุณี หรือ ชูพงษ์ ผมไม่เข้าใจว่า มีคนเชื่อเรื่องไร้สาระที่คนเหล่านี้พ่นออกมาได้อย่างไร แถมมีเฮกันด้วย ข้อกล่าวหานั้นสุดแสนจะเบาหวิว มีแต่คำพูดและความคิดเห็นของตัวเองล้วนๆ ( ในสายตาผมเห็นว่าปัญญาอ่อนมากๆ เช่นเรื่องสั่ง ฆ**) พอข่าวพวกนี้หลุดมาถึงคนภายนอก จะให้พวกเขารู้สึกอย่างไรดีล่ะครับ มากล่าวหาคน คนหนึ่งที่ทำความดีมาตลอดชีวิตแบบเสียๆหายๆ โดยไม่มีเหตุให้น่าเชื่อเลยสักนิด

ผมเห็นว่านอกจากต้องก้าวให้พ้นทักษิณแล้ว เสื้อแดงต้องก้าวให้พ้น (หรือถีบมันให้พ้นๆ) พวกล้มสถาบันด้วย มันมีแต่เข้าเนื้อพวกคุณเอง คนที่เชื่อก็จะเป็นพวกมึนๆ ฟังอะไรก็เชื่อไปหมด ซึ่งเป็นคนคุณภาพต่ำ คนที่รู้จักคิดก็จะกลายเป็นรู้สึกต่อต้าน และก็จะนำมาซึ่งการเสียแนวร่วมโดยไม่จำเป็นในที่สุด อันนี้ผมเห็นกับญาติผมเองเลยนะครับ เขาเชียร์เสื้อแดงนะ แต่เขารับเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ

เรื่องที่คนเสื้อแดงเรียกร้องหลายเรื่องนั้นเป็นเรื่องดีจริงๆครับ เช่น เรื่องสองมาตรฐาน หรืออำนาจนอกระบบ ถ้าพวกคุณเรียกร้องเรื่้องเหล่านี้อย่างจริงจัง อย่าแถมพ่วงเรื่องอี่นเข้ามาด้วย ( เช่นนิรโทษกรรม ) ผมคิดว่าพวกคุณต้องชนะเข้าสักวันแน่ๆ เพราะผมเชื่อว่าเป็นธรรมชาติของสังคมที่จะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เพียงแต่ต้องใช้ความอดทนอย่างที่คุณใบตองแห้งบอก ต้องสู้บนดิน สู้ด้วยความคิด ที่สำคัญต้องสู้ด้วยความจริง อย่าสร้างข่าวลือ สร้างคลิปตัดต่อเพื่อหวังผลทางการเมือง อย่าสร้างวาทะกรรมเช่น "ทหารฆ่าประชาชน" โดยมองข้ามบริบทหรือเหตุการณ์แวดล้อม แล้วหวังผลจะเอาชนะให้ได้อย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้หมดสมัยไปแล้วครับ กลับมาสู้ในสนามกันดีกว่า รับรองมีหวัง อย่างน้อยก็ดีกว่าลงใต้ดินแน่ๆครับ อันนั้นหมดหวังชัวร์

นอกนอก

นอกนอก wrote:
ไม่เห็นเอ่ยถึงพวกประชาธิปัตย์บ้างเลย หรือจะเอาพวกเขาไปไว้ตรงใหน ลูกเค้ามีพ่อมีแม่นะ

ก็เห็นตรงกับอันนี้และเห็นว่าเป็นประเด็นที่ขาดไม่ได้เลย!

ที่ไม่ชอบใจมากๆคือเรื่องเอาการเมืองในสภาไปปนกับการเมืองนอกสภา
แล้วตัวการที่แย่ที่สุดก็คือไอมาร์คนั่นเอง

ไอมาร์คที่จริงเป็นพวกแอคติวิสต์สมองกลวง กลวงเหมือนพวกแอ็คติวิสต์เอ็นจีโอที่ยึด'อุดมการณ์'ตามใจกู กลายเป็น'กะลาอุดมการณ์'จำกัดความคิดอ่านตัวเอง ใต้กะลาอุดมการณ์ที่ว่านี้เป็นความถูกต้องสูงสุดที่ใช้วัดและตัดสินทุกอย่าง แต่เดิมคนมีอุดมการณ์เขาอุทิศ ก า ร ทำ ง า น ใ น ห น้ า ที่ ให้คนยากไร้อย่างเช่นหมอและครู ครั้นอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายฮิต อุดมการณ์มันก็เลยเปลี่ยนมาเป็นแนวการเมืองยุ่งการเมือง ตอนหลังเขาเรียกชื่อชื่อก็บอกว่าเป็น'นักเคลื่อนไหวการเมือง'ค่อนไปทาง'นักการเมือง'แล้ว...ก็ยัง'หลง'คิดว่าเป็นนักอุดมการณ์ทั้งๆที่เล่นกับอำนาจการเมือง เล่นกับอำนาจต่างๆ แล้วนิยามไหนๆของอำนาจก็คืออำนาจบังคับคนอื่น ทีนี้ถ้าไม่มีฐานอ้างอิงกับอำนาจอธิปไตยของประชาชนส่วนใหญ่ ก็จะมายุ่งการเมืองหรืออำนาจบังคับของคนทั้งประเทศไม่ได้ ถ้ามายุ่งแบบพันธมิตรฯ ก็คือเผด็จการเสียงส่วนน้อย

แทรก:พวกงี่เง่าคิดว่าประชาธิปไตยจะต้องมีความถูกต้องด้วย โดยอ้างว่าเสียงส่วนใหญ่อาจไม่ถูกต้อง พวกงี่เง่าเหล่านี้วัดประชาธิปไตยจาก'กะลาอุดมการณ์'โดยไม่สนใจว่า กะลาทัศน์สมัยนี้มันขยายรัศมีโตกว่า'กะลาอุดมการณ์'ยุค2519ไปแล้ว ในปี2519เวลาพูดถึงหลักเสียงส่วนมาก พวกหัวก้าวหน้าสั่นหัวเพราะแน่ชัดในใจว่าไม่เอาประชาธิปไตยเลือกตั้ง แต่จะเอา'เผด็จการชนชั้นกรรมาชีพ' หลักของเสียงส่วนมากจึงไม่มีอยู่ในกะลาอุดมการณ์ยุคปี2519

กลับมาเรื่องไอมาร์ค แรกสุดไอมาร์คไปรับข้อเสนอของพันธมิตรฯบอยคอตเลือกตั้ง อ้าวพรรคการเมืองสู้กันในคูหาเลือกตั้ง ดันไม่สู้ดันไปไปแนวร่วมกับการเมืองท้องถนนไล่นายกคู่แข่ง เอ๊ะพรรคการเมืองคู่แข่งสู้กันมา2สมัย ก็สู้กันตามกฎกติกาไม่มีอะไรให้ว่า การเมืองจะคดจะโกงก็มีระบบตรวจสอบ2-3ชั้น สื่อ-สภา-องค์กรอิสระ เสร็จแล้วตรวจสอบด่านสำคัญที่เสียงประชาชนทั้งประเทศจะให้กลับมาอีกไหม เขาก็ให้กลับ หลังๆเอารัฐประหารเข้ามาเชือด คุมสื่อมีเอกสารลับบ่อนทำลายพรรคเขาร่างกติกาบล็อคเขา ประชาชนก็ยังเลือกกลับมาอีกในปี2550 นี่คือเสียงส่วนใหญ่คือหลักการเสียงส่วนใหญ่ ก็ยังเอาอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญไปบี้เขาอีก...ถามไอมาร์คพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเขาสู้พรรคคู่แข่งด้วยวิธีแบบมึงเหรอ มึงมันสู้วิธีโบราณแบบชิงอำนาจในราชสำนักยุคโบราณที่เลือดสาดฆ่าพ่อฆ่าพี่ฆ่าน้องฆ่าหลานฆ่ายกฝ่าย!

อันแรกบอยคอตเลือกตั้ง อันที่สองมึงไปยุ่งอะไรกับไอสื่อสนธิ ไปเป็นพวกฝ่ายกับสื่อทำไม ที่ผ่านมาโจมตีเขาว่าซื้อสื่อ แต่ตัวเองไปเป็นพวกกับสื่อ คือไอพันธมิตรแต่แรกมีแต่'เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร'สาวกราวๆหมื่น พวกนี้ไปดึงเอาคนมาเพิ่มแล้วเรียกว่าพันธมิตร แต่แกนกลางใหญ่คือสื่อสนธิ มึงไปเป็นแนวร่วมกับพันธมิตรฯแล้วยังไปตีซี้สื่อสนธิที่เป็นแกนกลางใหญ่อีกแปลว่าอะไร?

อันที่สามมึงไปร่วมขอนายกฯม.7 อ้าวเฮ้ยเลือกตั้งผ่านมา2สมัยก็ได้นายกดีพอประมาณจะเอานายกพระราชทานมาแทนซะงั้น อันที่สี่สำนวนยุบพรรคทรท.มันสำนวนอภิปรายของปชป.ก็สารภาพมาซะดีๆว่าไปมีเอี่ยวยุบพรรคคู่แข่ง อันที่ห้าหลังเลือกตั้ง2550 มึงปล่อยลูกพรรคไปยุ่งพันธมิตรเต็มตัวขึ้นเวทีไปเยี่ยมในทำเนียบที่ยึดไว้ แปลว่ามึงอยากอยู่ในทำเนียบแต่มึงอาศัยกลุ่มการเมืองเถื่อนนอกสภายึดให้ เอ๊ะมึงคิดยังไงของมึงตำแหน่งนายกฯควรมาจากคูหาเลือกตั้ง มาจากคนทั้งประเทศตัดสินใจเลือกพรรค แต่กลับกลายเป็นว่าตำแหน่งนายกฯมาจากการยึดทำเนียบและสนามบิน

เมื่อมึงเอาการเมืองออกจากคูหาเลือกตั้งไปไว้ที่การเมืองท้องถนน มันก็เริ่มมีการเสียเลือดเสียเนื้อและตกตายเกิดขึ้น ตอนที่ม็อบนปช.ชนม็อบพันธมิตรที่ยึดทำเนียบมีคนตายหลายคนแล้วก็ตายต่อเนื่องไปนอกสภาจนไปถึงตอนยึดสนามบิน นี่เป็นฉากแรกที่มึงได้อำนาจโดยมีเลือดและความตายของม็อบ2ฝ่ายละเลงให้มึงขึ้นสู่อำนาจในปี2551

ปี2552ม็อบนปช.มาเอาคืนด้วยวิธีการการเมืองท้องถนนเหมือนที่มึงเคยไปร่วมพันธมิตร เลือดและความตายก็ละเลงมาเรื่อยเมษาเลือด2552 ตามาด้วยเมษาเลือด2553และพฤษภามหาอำมหิตยิงไม่เลือก เพียงเพื่อรักษาอำนาจที่มึงได้มาด้วยเลือดและความตายในปี2551

อำนาจมาจากเลือดและความตาย การรักษาอำนาจก็รักษาด้วยเลือดและความตาย

ถ้ามึงยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อำนาจมึงมาจากความศรัทธาของประชาชน มึงก็รักษาอำนาจโดยศรัทธาประชาชน

มึงมันกลวงเปล่าอย่างที่มองทะลุพูดไว้แต่ย่อหน้าแรก นักวิชาการปัญญาชนเอ็นจีโอพวกของมึงก็กลวงเปล่า มีแต่โวหารสวยหรูดูดีแต่กลวงเปล่า กลวงเปล่าจากกะลาอุดมการณ์โบราณยุคปี2519 ไปไม่ถึงไหน มีแต่โวหาร-คำขวัญ-คำประดิดประดอย ห่ารากเอ๊ย พันธุ์เดียวกันหมด ตั้งแต่ยุทธ์เสื้อกั๊ก นิธิ-การเมืองท้องถนน ประเวศ-ประชาสังคม อานันท์-ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เอ็นจีโอ-การเมืองภาคประชาชน ประเด็นร่วม-สิทธิมนุษยชน,สื่อ ที่บทบาทการกระทำจริงตรงข้ามกับคำขวัญหรูอย่างระยำสุดอัปรีย์!

ไอมาร์คประวัติศาสตร์จะจารึกไว้ว่านับตั้งแต่มึงย้ายการเมืองในสภาไปไว้บนท้องถนน เกียรติภูมิของประเทศก็ตกต่ำเรื่อยมาจนในที่สุดก็หมดเกียรติภูมิเพราะประเทศแตกแยกแล้วกระทำต่อกันอย่างดิบเถื่อนอยากให้ฆ่าและฆ่าจริงๆกลางเมืองท่ามกลางกล้องนับสิบนับร้อยตัว ประเทศนี้มีการเมืองท้องถนนดิบเถื่อน มีม็อบชนม็อบ มีการปราบม็อบ มีเลือดไหลนอง และความตายที่ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะลากเอาการเมืองรัฐสภามาไว้บนท้องถนน จึงลากเอาประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาด้วย เลือดและความตายก็มาจากบรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหล่านั้นนั่นแหละ!

โถ... เขาซ้าย

โถ...

เขาซ้าย เองก็จะขวา

เขาขวา เองก็จะซ้าย

ไอ้หอกหัก

ครับกลับมาอ่านอย่างมีเวลามากข

ครับกลับมาอ่านอย่างมีเวลามากขึ้น แม้ข้อเสนอหลักของเจ้าของบทวิเคราะห์นี้(ใบตองแห้ง)จะมีเนื้อหาน่าสนใจโดยเฉพาะข้อเสนอ แต่ยังขาดความน่าจะเป็นในรายละเอียดหลายเรื่อง ผมจะยังไม่ลงลึกในข้อเสนอทางยุทธวิธีหรือยุทธศาสตร์ ขณะนี้ เพราะ สถานการณ์แบบนี้(ยักษ์ยังเมามันในการฟาดกระบอง จนฝ่ายปชตกระเจิงตัวใครตัวมัน)

สถานการณ์แบบนี้ต่อให้สิบพระพุทธเจ้าก็หยุดยักษ์บ้าตกมันนี้ไม่อยู่?เพราะตัวอย่างองคุลิมาร ยังน้อยกว่าเคสนี้อย่างเทียบไม่ได้? ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมจึงเปล่าประโยชน์ เพราะที่แล้วมาเคยเสนอไปคร่าวๆ เช่นยุทธวิธี "ป่าล้อมเมือง" และ"โลกล้อมประเทศ"(แต่คนล่ะเวอร์ชั่นที่เขาพยายามเอาไปต่อยอดใช้) เพราะเนื้อหาที่เอาไปใช้ไม่ใช่ป่าล้อมเมืองแบบต่อสู้ทางความคิด (ตามคอนเซ้ปท์ผมต่างจากป่าล้อมเมืองเชิงกองกำลังที่ผลผลิตคือไฟป่าล้อมเมืองแบบนี้)

แต่มันกลายพันธุ์ไปเป็น"ไฟป่าล้อมเมือง"อย่างที่เห็น? มันจึงเป็นการโคลนนิ่งทางกายภาพให้เหมือนแฝดคนล่ะฝา? จนเขาจับทางด้วยการบล็อกกุลยุทธนี้ผ่าน โครงสร้างมหาดไทยของอำมาตยฯเดิม เสริมด้วยโครงสร้างกอรมน.ใหม่ภายใต้การชงผ่านกฎหมายความมั่นคงที่ยึดโยงทหาร(มากกว่ากรอบกฎหมายความมั่นคงที่ผมแย้งเอาไว้)จนอ.ปนิธานเอาไปชงใหม่ให้กรอบความมั่นคงมันกว้างกว่าศักยภาพเก่าเตาขุดของทหารไทยจะรับไหวกับนิยามความมั่นคงแบบใหม่ที่ไปไกลกว่ากรอบในกะลาของศักยภาพแบบทหารไทย(แต่อ.ปนิธานทั้งที่เข้าใจเจตนารมร์ที่ผมค้านแล้วอ.ชงใหม่ไปแต่พอใช้จริงทำไมติดหนวดแบบทหารเยอรมันแบบนั้น)

นั้นคือเขาบล็อกกลยุทธนี้ของเสื้อแดง ที่วางกลยุทธชั้นเดียว นั้นคือกลยุทธทางการทหารไม่ใช่การเมือง เพราะถ้าตอบแบบการเมือง ที่ทหารเจ้าภาพหลักเป็นจุดอ่อนทางยุทธศาสตร์นี้ ให้กลายไปเป็นการต่อสู้ทางความคิดผ่านด้วยการส่งต่อแบบเดลิเวอร์ลี่ ผ่านสส.ในพื้นที่(เพราะสื่อของแดงและกระแสหลักโดนคุมหมด) แต่กลยุทธแดงไปใช้การทหาร(เผาแบบไฟป่าล้อมเมืองมันผิดตั้งแต่ต้นแล้วเท่ากับชี้เป้าการต่อสู้ทางความคิดที่เข้าถึงตัวเร็วเกินไป)ตอบโจทย์การทหารที่เข้าทางเขาพอดี?

แดงจึงถูกอำนาจรัฐเข้ารัดตัวรวบตัว เร็วเกินไปเพราะยุทธวิธี"ป่าล้อมเมือง" ถ้าใช้ในเชิงการต่อสู้ทางความคิดตามคอนเซ็บท์นี้ ทหารตอนนี้ที่ใช้ยุทธวิธีแบบค้นหาทำลายล้างหรือควบคุมตัวเพื่อขีดกรอบจำกัดบริเวรยึดพื้นที่แล้วตรึงกำลังรักษาพื้นที่(อย่างตอนนี้ทำอยู่) แต่ถ้ากลยุทธป่าล้อมเมืองของแดงไม่ทื่อเกินไป เปลี่ยนมาเป็นการต่อสู้ทางความคิด ให้ขยายผ่านกลยุทธแม่ไก่หรือเมล้ดพันธุ์ทางความคิด ขยายผลทางความคิดแบบเดลิเวอร์ลี่ในการหว่านเมล็ดพันธูปชตที่ถูกต้อง เพราะความคิดมันมีพลังต่อต้านแบบผี คือมีพลังแต่ไร้ตัวตน?(ที่3จว.ใต้ใช้อยู่)รายละเอียดมากกว่านี้ขอไม่กางแผนที่ให้เขาย้อนเกล็ด???

ส่วนกลยุทธ"โลกล้อมประเทศ" นั้นทักษิณทำได้ดีระดับหนึ่งเพราะความถนัดส่วนตัวและศักยภาพส่วนตัวเขา แต่คุณลักษณะพิเศาแบบนั้นมันกลับให้โทเพราะมันเป็นเป้าจนเกินไป และเพราะกลยุทธนี้ไปกางแผนที่ให้เขาเห็นมานานการแก้เกมผ่าน การต่างประเทศที่กษิตฯ ที่เคยเป็นคนใกล้ชิดทักษิณมีความพิเศษเรื่องข้อมูลอินไซด์เดอร์นั้นคือเหตุผลของตำแหน่งรมต.ที่มีภาระกิจ ในไล่ล่าเกมกาสิโนอำนาจแค่นั้น จนใช้บริการรมต.ตูดเหม็น(ขี้ระบายออกทางปชต.เหลืองอ๋อยเต็มสนามบินกับข้อหาติดตุดก่อการร้ายสากลแต่ยังไม่เช็ดตูดให้เสร็จก่อน)ทั้งที่ความผิดซึ่งหน้ากว่าใคร? ไปตามไล่ล่าคนที่ได้ข้อกล่าว(ทั้งข้อกล่าวหาที่มีมูลและเอาขี้ไปป้ายเขาเป็นผู้ก่อการร้ายด้วย)

ความชัดเจนของความผิดฐานผู้ก่อการร้ายของคนไปตามชัดกว่าคนที่ถูกไล่ล่า มันสะท้อนหรือประจานปัยหาความพิกลพิการของระบบยุติธรรมไทยแค่ไหน? งามหน้าแค่ไหนเพียงแค่หวังผลโดยไม่มองวิธีการที่สะท้อนตัวตนรัฐที่มีวุฒิภาวะในเวที่โลกการเมืองโลกแค่ไหน??

มันจึงได้ผลผลิตกับภาพ ผู้ก่อการร้ายสากลความผิดซึ่งหน้า? ไปเที่ยวเอาไฟไล่ล่าไล่เอาไฟตามข่มขู่ชาวโลกว่า จะเอาใคร?ประเทศไทยหรือไอ้ลูกทรพีหน้าเหลี่ยม(ข้อกล่าวหาเรื่องภายในประเทศ)ถ้าเอาเหลี่ยมจัด ก้จะเผาบ้านคุณ(แบบเขมร)หรือตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับคุณ(ทั่วโลก)มันน่าโขกกะบาลในความสิ้นคิดที่เอาหน้าตาประเทศไปเดินพันกาสิโนอำนาจของอัตตาตัวนั้นไหม?

คือเอาเรื่องภายในฯไปข่มขู่ความสัมพันธ์เพื่อนบ้านและชาวโลก ซึ่งแน่นอน ถ้ามาแบบหน้าด้านกูจะเอาให้ได้อย่างเดียว? แม้วิธีการมันจะขาดวุฒิภาวะทางการทูต แบบเดียวกับที่ไปนั่งขี้กลางสนามบินประท้วงเอาตำแหน่งรมต.มา เอาวิธีคิดวิธีไล่ล่าตามชุดความคิดแบบบนั้นไปประจานประเทศไทยผ่านนายกษิตสิ้นคิดไหมประเทศนี้เมืองนี้ความเสียตรงตรงนี้กี่ปีจะฟื้นคืนได้

แม้ชาวโลกเขาจะรู้เช่นเห็นชาติถึงไส้ทุกขดในเมืองไทย แต่การที่จะ เอาผลประโยชน์มหาศาลและความสัมพันธ์ระยะยาว เพราะเขามีวุฒิภาวะพอที่จะมองเด็กอมมือแบบกษิตฯและวิธีทางการทูตการเมืองระหว่างประเทศแบบไทยๆหรือความเบี้ยวสนิทศิษย์ส่ายหน้าของระบบยุติธรรมไทย(แม้โครงสร้างเอาไปอ้างเขาจะดีแต่การปฎิบัติคือ"ตุลาการอภิบาลนุมัติ" หรือ"ศาลพระโคนั่งแท่น"(กรณีคดีทักษิณชัดมากกับคำตัดสินปรุงเสร็จตั้งแต่ในซองให้พระโคเลือก)มันทันดูสมัยแค่ทางโครงสร้างแต่วิธีปฎิบัตินี่สิมั่สนิทศิษย์ส่ายหน้า(5อ.ธรรมศาสตร์ออกมาคอนเฟิร์มที่ผมเคยชี้ไว้ก่อนอ.จะออกมานั้นคือรูปธรรมในข้อกล่าวหานี้ว่าเชื่อได้ขนาดไหน?

แต่คนที่มีวุฒิภาวะมากกว่าหรือชาวต่างประเทศ เขามองด้วยความเอ็นดูกึ่งสมเพช กลุ่มบุคคลกลุ่มนั้น? หรือกลุ่มคนที่คุมประเทศระยะสั้นกลุ่มนี้? แต่เขามองผลประโยชน์ระยะยาว และความเป็นประเทศไทยที่ศักดิ์สิทธิ์มีจิตวิญญานไทยที่ศักดิ์สิทธิผ่านหลายรัชกาลฯ,ผ่านหลายรัฐบาล หลายๆรอบผู้มีอำนาจ หลายรอบประวัติศาสตร์? ตรงนั้นคือสิ่งที่เขามอง แม้จะสมเพชระยะสั้น ต่อนโยบายต่างประเทศที่น่าสมเพช บวกน่าเอ็นดูและฉวยโอกาส(สำหรับบางประเทศ)แบบเด็กอมมือ? ถือไฟมา กร่างชาวบ้านให้เลือกเอาว่าพี่ทรพี(ข้อกล่าวหาที่มีมูลบ้างป้ายสีบ้างแต่ขี้คนทวงถามติดตูดชัดๆกว่าผิดซึ่งหน้ากว่า? มันประจานระบบยุติธรรมไทยแค่ไหน?ว่าอะไรของมัน)

แต่ทั้งๆที่รู้แต่กูจะเอา? กูหน้าด้านจะเอา? เขาก็ต้องให้ล่ะครับ?(เพราะเงื่อนไขแบบที่ว่าคือเก็บเกี่ยวทั้งบารมีเก่าและผลประโยชน์ข้างหน้ามาต่อรองเพื่อเกมอำนานที่ไร้สาระวันนี้วันเดียว) เพราะเอ็นดูในความร้ายเดียงสาและความมีวุฒิภาวะชาวโลกเขาต้องมองระยะยาวกว่าเรื่องอารมณ์เด็กไร้สาระไร้วุฒิภาวะ

แต่เคารพความเป็นประเทศไทยที่ศักดิ์สิทธิผ่านหลายรอบผู้นำข้างหลังไว้ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร?ไส้ทุกขดเขารู้หมดและเห็นจะจะ อ่านขาดกว่าคนไทยในประเทศโดยเฉพาะคนกรุงที่ติดมายาสัมพัทธ กรอบศรัทธาและมายาสัมพัทธจอมสับขาหลอกหล่อหลักลอยจนโงหัวไม่ขึ้น? เขาจูงเข้าคอกไหน?ป้อนอะไร? ก็กินได้กินดีกับปชตไม้ดัดหรือระบอบสวนสัตว์ที่บริหารผ่านผอ.สวนสัตว์มาร์ค?

สิ่งเหล่านี้คือกลยุทธที่เขาแก้เกม"โลกล้อมประเทศ" ที่เหมือนได้ผล แต่จริงๆมันได้ผลแบบนกกระจอกหนีปัญหาด้วยการเอาหน้าซุกทรายหรือแบบไทยๆคือแก้ผ้าเอาหน้ารอด แล้วหลอกตัวเองว่ากำลังหายตัวตามแรงยุของคนใหล้ตัวตอแหล ประจบแบบขันทีในจีนสมัยหลอก? ว่ากำลังหายตัวอยู่น่ะ? เราคือผู้วิเศษ มือที่มองไม่เห็น? แต่ เปล่าเลย? เดินตัวเปล่าโทงๆและข่มขืนประเทศ ปชต.กลางถนนหวงโลกาภิฯเป็นที่อุดจาดตาชาวโลกอยู่?

ทางที่จะแก้เกมคืออดทนยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศ? คือ ใช้ความจริงบนความถี่?และความอดทน อย่าพึ่งหวังผลเก็บเกี่ยว ต้องคอยทะนุบำรุง ประคองทิศทาง แม้จะโดนแบบตอนนี้มาขวาง แต่ความจริงก็คือความจริง,เสิร์ฟบนความถี่ดีกว่าหวังผล เป็นเพคเกตใหญ่ระยะสั้นแบบที่ทักษิณทำ เพราะนั้นคือการล่อเป้ากำหนดพิกัดชัดเจนเกินไปให้เขาล้อมปราบ(ไปยังหน่วยงานเล้กแบบหน่วยงานสิทธิก็ได้ แต่ใช้แบบมัลติฯอย่างใช้ทางเดี่ยวแบบบตอนนี้)

แก้ทางและประจาน ดีสเครดิตรวิธีการทางการทูตแบบนั้นแบบที่เขาใช้กษิต?ไปยืนส่ายตูดเหม็น?ถือไฟไปไล่ข่มขู่ชาวโลกให้เลือกเอาใคร? ทั้งที่เขามองเห็นความพิกลพิการของระบบยุติธรรมของบ้านนี้เมืองนี้ มันประจานตัวเองด้วยการเอาผู้ก่อการร้ายสากลความผิดซึ่งหน้ามาเที่ยวตามล่าผู้ถูกกล่าวหา(ตรงนี้แค่มีมูลที่ต้องจัดการผ่านกระบวนการยุติธรรมปกติก่อนไม่ใช่ตุลาการอภิบาลนุมัติแบบนี้) และผู้ถูกป้ายสี(ส่วนที่ตัดสินคดีแล้ว?ส่วนใหญ่ผมใช้คำว่าป้ายสีและเชื่อ99% ชาวโลกดู(ระดับผู้นำประเทศน่ะ)ดูออกไม่ใช่กระสื่อที่ข้อมูลไม่ลึกพอ)

แต่เงื่อนไขระยะสั้นคือการดีสเครดิตรกษิตฯ ขยายภาพตัวตนที่แท้จริงว่าไปในนามก่อการร้ายสากล?เพื่อไล่ล่าตามเกมกาสิโนอำนาจของผุ้ผุกขาดอำนาจหรือยึดอำนาจปชชขณะนี้ ไม่ใช่รมต.ในนามประเทศไทยหรือคนไทยทั้งประเทศ?สิ่งที่จะชี้ชัดให้เขาเห็นตามคือปิดสนามบินเพราะทั่วโลก ก็เห็นเป็นพยานเดียวกัน ว่าขี้ไม่เซ็ดก้นจากการใช้วิธีการสกปรกแบบนี้ขี้ประท้วงก็ได้รับตำแหน่งรมต.ฟอกตัวเองทั้งที่ขี้ยังไม่เช็ดก้นบนมาตรฐานการแต่งตั้งคหบ่ดี,รมต.แบบไทยๆเพื่อตอบสนองเกมไล่ล่าทางกาสิโนอำนานแค่นั้น???

ผมขอให้เอาของเก่าไปปรับใหม่ ส่วนเนื้อหาที่เป็นรูปธรรมในการต่อสู้อันใหม่? ผม ขออุบไว้ เพราะตรงนี้พูดได้เพราะมันกางแผนที่แบ๋ไต๋ไปแล้วไม่มีประโยชน์ที่จะปิดหรืออุบไว้???

ส่วนคุณGOP กรณี เรื่องสถาบันฯ

ส่วนคุณGOP กรณี เรื่องสถาบันฯ มีบางส่วนผมเห็นด้วย? เช่นเราต้องแยกสถาบันฯออกไปจากกาสิโนอำนาจครั้งนี้?ด้วยความเคารพและรักษาต้นทุนทางสังคมเดิมที่สดค้ลองและไปกันได้กับการปกครองในระบอบปชต. แต่เนื้อหาในรายละเอียดแล้ว มันไปไกลแล้ว? ที่มีการใช้ตรงนั้นมาเป็นอาวุธหน้า หมัดเด็ดที่ทรงพลังจากเกมกาสิโนอำนาจ ด้วยบารมีเงื่อนไขในศรัทธา???

ปัญหาในการดึงกลับเพื่อรักษฯและศรัทธาให้ถูกต้องอย่างไร?และปรับทิศทางให้เป็นมิตรหรือไม่ไฟ้ต์สวนทางกับปชต.ในวิธีการ หรือปรับตัวเข้าหาปชต. อย่างไรให้เป็นปัจจุบันต่อเงื่อนไขพัฒนาการของโลกปัจจุบันและโลกแห่งการแข่งขันแม้เราไม่จำเป็นต้องวิ่งตามแต่ เราจะปรับตัวอย่างไรให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเเวสน์โลกไม่ให้มันต้านหรือขวาง จนกลายสถานะภาพเป็นเหยื่อในระบบเพราะเผยจุดอ่นมากมายให้ด้านมืดของโลกาฯโจมตีได้???

ตรงนี้ต่างหากคือสาระในเงื่อนไขที่ผมเห้นด้วย แต่ไม่ใช่ตรงนี้แบบนี้ ในทิศทางคหกรรมปชต.ลงหม้อตุ๋นกบเมนูอำนาจ ไม่ใช่ปรับตัวเข้าหาปชต. แต่ทิศทางตอนนี้เงื่อนไขการปรับตัวเป็นไปได้ยาก? หรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะทิศทางเขาไม่มีวี่แววการปรับตัว แต่ทำในสิ่งที่ตรงข้าม?

ตัวแปรคือ ความหลงในอัตตาความเป็นนิรันดร์ และตัวแปรที่สำคัญที่สุดคือ ตัวแปรตัว "ตัวสาระแนตัวป่วนถวายโอสถพิษ" เพื่อรีดพลัง หรือศรัทธาบารมีตรงนั้น มาเป็นอาวุธหนักหมัดหน้าในการฆ่าการเมืองหรือปฎิปักษ์ตน?จะด้วยมิจฉาฯ หรือเจตนาเพื่อเกมอำนาจก็สองแรงบวกมันถึงได้พัฒนาย้อนหลังไปไกลแบบไหลย้อนกลับแบบนี้???

ด้วยข้ออ้างที่ว่าต่างตอบแทน อัตตาแบบนั้น? ให้ดำรงอยู่ในความเป็นนิรันดร์ที่ขวางโลกแบบนั้น? หรือพัฒนาไหลย้อนกลับไปหาแบบเก่าๆแบบเดิมๆที่ยังหลงในมายาคติบนมิจฉาทิฐิต่อแนวทางพัฒนาปชต. ที่ติดยึดในความเป็นนิรันดร์ในมายาสัมพัทธที่หลอกไว้? ทั้งที่จริงๆแล้วความเป็นนิรันดร์ที่สุดคือ"อนัตตา" ความไม่เที่ยง สรรพสิ่งล้วนมีการเปลี่ยนแปลง ทำได้ดีที่สุดคือให้การเปลี่ยนแปลงมันพัฒนาไปสู่คาบแบบไหน? รอบการเกิดหรือวิวัฒนาการหรือรอบการดับแบบหลุมดำมวลความเกลียดชังมวลมหาศาลให้กลับไปสู่รอบการดับ

แต่รูปธรรมที่ชัดที่สุดของกลุ่มตัวสาระแน ตัวถวายโอสถพิษ และตัวนักฉวยโอกาสเพื่ออำนาจทางการเมือง(ไปแบ่งเอาคุณลักษณะแยกตามจริตพวกนั้นเอาเอง จะไม่ชี้ชัดว่าตรงไหน?ของใคร?) ทำให้กำนดทิศทางพัฒนาการสถานการณ์บ้านเมืองปชต แบบไหลย้อนกลับ เพราะเจตนาคนออกแบบคือก่อน "2475" แต่ข้อเท็จจริงๆคือมันกำลังไหลย้อนกลับไปหา?(แต่ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ย้อนไปกี่สิบปี) แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ยุคป๋าฯ(ที่เคยบอกไว้ครั้งแรก)ที่อำมาตยฯคุมแต่ยังให้งานบริหารแบบหุ่นเชิดอิสระกว่านี้มาก มันไปไกลกว่านั้น

นี่คือผลผลิตใน"นวัตกรรม"ของพธม.ที่ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่?(เจตนาเอาปชตออกจากหม้อต้มกบทักษิณ แต่เพราะมิจฉาทิฐิและมิจฉาวิธี จนกลายเป้นเครื่องมือกาสิโนอำนาจ) แต่เหลาไปเหลามา มันได้บ้องกัญชาเอาไว้เสฟอำนานร้อนแบบก้อนยาฝิ่นให้ใคร? มอมกันเข้าไป?จนได้เรื่องไหม? "บ้องกัญชาทางอำนาจของพวกคุณนี่น่ะการเมืองใหม่ ? รู้ไหม?มันไหลไปไกลกี่สิบปี?ให้ตายเถอะพธม.นี่คือผลงานเพื่อปชตใช่ไหม?

ผมถามใจพวกคุณตรงๆว่าจะเอาอะไร? จะยังเอาปชต.หรือไม่กับพวกนักปชต.จอมปลอมจอมลวงโลก "บ้องกัญชา"นี่น่ะ?ปชตไม้ดัด?หรือระบอบสวนสัตว์นี่น่ะ ? ลงหม้อตุ๋นกบหนักกว่าต้มกบ ทักษิณหลายสิบเท่าไหม??? ประชากรกบเลือกนาย? ทำไม่มันโง่ได้ดักดานแบบนี้?

โง่ไม่โง่เปล่า? ถามจริงๆ มันให้ประโยชน์กับใคร?บ้องกัญชากับก้อนยาฝิ่นทางอำนาจแบบนี้ มันทำลายทั้งปชต. และสถาบันฯในระยะยาว ส่วนปชป.หรือผอ.สวนสัตว์มาร์ค กับปชต.ไหลย้อนกลับแบบนี้ปชป.นักฉวยโอกาส แค่กินตามน้ำบริหารสถานการณ์แบบศพเน่า(เสื้อแดง)ลอยตามน้ไปไหลตามน้ำไป มันง่ายดี? ไม่ต้องชงต้องหาแต่เขาเอามาป้อน แบบอุ้มสมมา ตามสโลแกน(ล้านแล้วจ้าลุกป๋าเข้าวิน) ไงขาไม่ถึงดินแบบนี้ไง? มันง่ายดี แค่หน้าที่ทหารเอกในกรงลิงและผอ.สวนสัตว์

มัดตราสังปชต.ลงหม้อตุ๋นกบ และปล่อยให้มันไหลย้อนกลับ ไปในทิศทางสวนทางปชต.ไปเรื่อยๆแบบนี้ล่ะพร้อมไปกับ สร้างภาพให้มันเป็นปชต.แบบโคลนนิ่งให้เหมือนของจริงด้วยทีมงานตกแต่งซอมบี้ปชต.ให้เหมือนจริง(โคลนนิ่ง)ทาง.กายภาพเช่นทีมงานสามก้อนเส้า(สามเหลี่ยมขะย่อนภูเขา)หรือกินรวบโหมมลึดหมดทางอำนาจ เหลือทอนให้ปชตเช้งพิธิกรรม ให้หมอประเวศ และท่านอานันต์เอามาสร้างภาพปฎิลูบแบบลูบหน้าปะจมูก

แหม? คุณอะไรน่ะที่ชื่อสนธิ ที่เขียนบทความตอบโต้ผม? ที่สวนหมัดทีมงานของท่านอานันต์และหมอประเวศ(ตอบไว้ในบทวิเคราะห์3เหลี่ยมของใบตองแห้ง) ไว้ในในไทยรัฐเมื่อวาน ผมอ่านคร่าวๆพอจับประเด็นได้ว่าแอบตอบหรือโต้ผม?

เรื่องการวินิจฉัยโรค"เมืองไทยภูมิคุ้มกันภัยบกพร่อง" ของหมอประเวศ คุณนิธิพยายามสาธะยายเงื่อนไขตัวแปรของแต่ละเคสการป่วยและความเป็นเงื่อนไขเฉพาะต่อการให้ยาหรือวิธีรักษา บนการยืนยันคอนเซ็ปท์"รักษาตามอาการของหมอประเวศ" เพือแย้งผมที่แย้งหมอประเวศไว้ ว่า การใช่ยาพาราฯหรือยาชารักษาได้ทุกโรคแบบนั้นกับเจตนาเพื่อ ให้คนป่วยหนักลุกมาเดินและไปฮันนี่มูนอำนาจชั่วคราวแก้ปัญหาแบบให้ยาตามอาการยื้อให้มันยิ่งทรุดหนักในระยะต่อไป? ท่ามกลางซากศพแดงลอยตามน้ำมาทวงความยุติธรรมแบบฟ้องด้วยภาพ

แต่สิ่งที่หมอประเวศเสนอกลับมอง ว่าต้องตอบโจทย์การฮันนิมูนอำนาจด้วยยาชาก่อน (จริงๆไม่ต้องใช้หรอก? เพราะคนไทยส่วนหนึ่งในส่วนใหญ่ชาได้ที่แล้วยาชาไม่ต้องในหม้อตุ๋นกบทางอำนาจแบบนี้ เปื่อยสนิทแล้ว เขาไม่มีการตอบสนองเชิงต่อต้านใดใดอย่างที่ควรเป็นและมีผลพอที่จะอะไร???กับพวกคุณแล้ว) มีกระดี้กระด้าได้บ้างแค่พวกที่ได้กรงอภิสิทธิกว่าใครเช่นพธม.,ปชป.,ผอ.สวนสัตว์มาร์คกับการตกถังข้าวสารอำนาจ

ท่านนิธิฯสาธายายมามากมาย ไปถึง การรักษาทางสุขภาวะทางจิต กับเรื่องมะเร็งที่ผมกล่าวถึง(ของเก่าไปอ่านเอายกมามันจะยาว) พูดถึงการรักษวตามแนวทางมัลติวิธี(ที่ยอมรับว่าดูดีเพราะจับเอาจุดอ่อนของเก่าไปเกลาๆใหม่แล้วเอามาเสิร์ฟ) แน่นอนมันอาจจะคล้ายๆคือนวัตกรรมเป็นความคิดใหม่ที่ต่อยอด ออกไปจากการเอาของเก่าไปเกลาใหม่

แต่ข้อสำคัญคือมันตอบโจทย์อะไร? คุณจะรัษาโรคคนไหน?รายไหน? ผมแย้งหมอประเวศฯ เรื่องรักษาโรคประเทศไทยตอนนี้? ไม่ใช่คนป่วยทั่วไปทั้งโลก์? ที่มีหลายเคสหลายกรณีจนผมฟันธงว่า แค่ยาชามันไม่ได้รักษาได้ (ต่อกรณีอาการป่วยประเสไทยขณะนี้) แต่ไม่ได้หมายความว่ารักษากรณีอื่นๆไม่ได้? ที่ไม่ใช่โรคอาการป่วยหนักๆประเทศไทยตอนนี้

แล้วแนวทางมัลติวิธี มันตอบโจทย์จริงๆต่อเคสนี้แค่ไหน? ผมยอมรับว่าได้ส่วนหนึ่ง? แต่ไม่ใช่วิธีการใช้ยาชา(วิธีการที่คุยอะไรไกลๆเพื่อจะเกลาๆปัญหาทั้งที่รู้ว่าคือโรคอะไร)ของหมอประเวศ?หรือคุญอะไรที่ไกลตัวตนปัญหาแบบครอบจักรวาลเพื่อวนมาหาเคสผ่าตัดประเทศไทยของคุณนิธิ?คือมันดูดีแต่น้ำท่วมทุ่งฯ

ผมถามตรงๆแล้ววิธีการที่เป็นรูปธรรมของคุณนิธิต่อปัญหานี้ล่ะ?(อย่าเอาอะไรที่ไปชักแม่น้ำทั้ง5ที่ให้ไว้ในไทยรัฐเมื่อวานมาอ้างน่ะ) เพราะถ้าอ้างแบบนั้นอะไรก็ใช่หมด? แบบนั้น จะพูดทำไม่ตะวันขึ้นทางตะวันออกตะวันตกดินทางตะวันตก? พุดหาสาระหาหาพระแสงของ้าวทำไม ? ถ้ามันใช่ต่อเคสอื่นกรณีอื่น?แบบนั้น แต่แนวทางดับปัญหาที่เหตุที่ต้นน้ำของปัญหาอ.หมอประเวศก็รู้? คุณถ้าเดาไม่ผิดก็น่าจะรู้?

กับการลูบๆแล้วคลำๆเพื่อการปฎิลูบนี้ ถ้าไม่เจตนาลูบหน้าปะจมูก อวัยวะไหน?เป็นมะเร็งร้าย อวัยะวะไหนคือตัวเงื่อนไขหลักของสังคมไทย(บางที่มันแค่เอาหน้ามาแถพื้นดันทุรังกับขา หรือขาไปฟาดพระโอษฐหรือนวดหน้าด้วยฝ่าท้าวให้ใครผิดหน้าที่) บางที่มันง่ายเส้นผมบังภุเขา แค่ประบทบาทหน้าที่ให้มันถุกต้อง และเข้าใจในหลักคิดแนวทางร่วมกันว่าจะเอาอะไร? จะเอาเรือยนต์ปชต.หรือเรือสำเภากางใบเอาให้ชัด เพื่อจะปรับอวัยวะให้ทำงานตามหน้าที่ในเรือลำนั้นให้ถุกว่าจะแจวหรือชักใบ หรือจะติดเครื่องยนตืเทอรืไบด์ปชต.ดี
เอาให้แน่ๆอย่ามั่วจนไม่รู้จะเอาอะไรแบบนี้สรุปง่ายบางที่แค่เลือกให้ชัดแล้วเอาชักทาง???

หรือเอาลงมาตาตัวอย่างคนไข้ตามเดิมก็คือ แนวทางปรับตัวปรับ"สมดุล"เข้าหาระบบที่ซับซ้อนที่สุดของระบบร่างกายคืออะไร? แนวทางตัดอวัยวะแดงหรือเสื้อแดงออกไปแบบนี้ใช่หรือไม่? เป็นเนื้อร้ายมะเร็งตามข้อกล่าวหาหรือยัง?

หรือเป็นแค่ก้อนเนื้อในอวัยวะขาของประเทศที่สงสัยว่ามันเริ่มเป็นพิษต่อใครมันใช่ต่อปชตหรือไม่? กับเจตนาตัดทิ้งไส้หัวออกไป? ใครพูดมากรู้รู้มากด้วย? ไสหัวออกไป? แต่ตัวแปรเงื่อนไขที่เป็นต้นน้ำของปัญหาที่สร้างเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมที่สร้างหลุมดำความเกลียดชังผลิตเงื่อนไขเป็นน้ำไหลบ่าออกมาจากทีมงานวิ่งพลัดกี่คูณให้ร้ายนั้นน่ะเหลือแค่นั้นน่ะแค่หัวและอวัยวะที่เหลืออย่างสองอย่างแบบนี้มันยังจะมีชีวิติเดินได้ต่อไปไหม?

ตัวเงื่อนไขสำคัญๆทั้งนั้นในการไปบล็อกคนอื่นกีดกันอวัยวะอื่นหรือเปล่า? เช่นมัดมือมัดเท้าชกเขาข้างเดียว แล้วบอกว่าทำไม่อวัยวะประเทสไทยเดินไม่ได้เสียที ฏ็มันบ้าไง สิ้นคิดไง??? ใครกล้าแตะไว้เลี้ยงเงื่อนไขมะเร็งร้ายไว้ทำไม? ไม่รักษา เพราะนั้นคือต้นน้ำของปัญหาตัวเงื่อนไขของผู้เล่นกาสิโนอำนาจแนวทางการปรับพฤติกรรมเข้าสู่โหมดการรักษาให้ครบทุกจุดได้ไหม?

เขายอมคลายอำนาจ90%ที่อมไว้ตอนนี้หรือยัง? ถ้ายัง? อย่ามาพูดมากเหม็นขี้ฟัน? กับการปฎิลูบ? ที่ลูบเจอแล้วทิ้งไว้?กัดปัยหาแล้วคายไว้ถ้ามันเจอกระดูก แทะเนื้อๆกินง่ายๆแบบได้หน้าดีกว่า เอาแค่10%กับกิจกรรมทางปชต.มาปฎิรูปนี่น่ะ?มันจะได้อะไร หรือเอามารักษาได้แค่นั้น? ที่อื่นห้ามแตะ คุณนิธิครับ? ผมฟังหรืออ่านคุณในไทยรัฐที่โต้ผมแล้วเหม็นขี้ฟัน?

ที่ไยกแม่น้ำทั้ว5มา นั้นคือแนวทางการรักษาโรคอะไร?ให้ใคร?มันใช่ประเทศไทยไหม? เพราะ10%ที่เขาให้เชิงพิธีกรรมนี้มันทำได้ ลูบหน้าปะจมูก มันใช่ปฎิลูบที่ไหน?มันจะได้อะไรกับการสร้างภาพเป็นเครื่องซักผ้าเปื้อนเลือดให้เขาในรพ.ฆ่าสัตว์(เอ๊าะ!ไม่ใช่? )ปชต.ในระบอบสวนสัตว์อันนี้???

แช่ม wrote:โถ... เขาซ้าย

แช่ม wrote:
โถ...

เขาซ้าย เองก็จะขวา

เขาขวา เองก็จะซ้าย

ไอ้หอกหัก

งี่เง่าไม่เลิก!

เขาซ้าย ต้องซ้ายตาม?
เขาขวา ต้องขวาตาม?

ในสภาพอได้รัฐบาลแล้วต้องตามรัฐบาล ฝ่ายค้านก็ให้ตามรัฐบาล อย่าค้านอย่าวิจารณ์?

งี่เง่าจริงๆ

ไม่รู้จักการวิจารณ์ การมองต่างมุม การคิดให้รอบด้าน

เวลาคิดผลดีกะเก็งผลดี ก็ต้องการคิดถึงผลเสียกะเก็งผลเสียด้วย
เวลาคนโฆษณาข้อดี ก็ต้องอาศัยมาคนพูดข้อเสีย
จะได้ชั่งใจรอบคอบ ตัดสินใจได้รอบคอบ

เรื่องแค่นี้ไม่รู้จัก?

ใครอาจจะมองว่าคอมเม้นท์แรกกับ

ใครอาจจะมองว่าคอมเม้นท์แรกกับคอมเม้นท์ที่สองมันไฟ้ต์กันเอง แต่อ่านลึกๆจะเข้าใจ ในเหตุผลที่ว่า ทิศทางตอนนี้ เขาไม่มีท่าที่ปรับตัวเข้าหาปชต แต่ทำในทิศทางตรงข้ามที่ชัดมากขึ้นๆๆๆ

ดังนั้น แนวทางจึงต้องปรับอำนาจต่อรองฝ่ายปชตให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน มันจึงเหมือนผมเชียรฝ่ายปชต.ไม่เอาคนไทยด้วยกันอีกฝ่ายหนึ่ง?(แต่อีกฝ่ายได้ใจจนไม่เห็นหัวใครบางที่คำผมจึงต้องแรงแบบบ้องหุมันซ่ะเลยจนคนที่เคยอ่านจะหาว่าผมเปลี่ยนไป แต่จริงๆคือคนไทยเราเปลียนสถานการณืมันเปลี่ยน ผมจึงต้องปรับคีย์ใหม่)

แต่เงื่อนไขคือตอนนี้มันมีผู้ผูกขาดกระทำหรือมัดมือชกผู้ถูกกระทำเกินไป หรือถ้าทิศทางแบบนั้นมันได้ผลสรุปว่าคือการได้อำนาจแบบเรือสำเภากางใบเบล็ดเสร็จเด็ดขาดแล้วว่ามติคนไทยเลือกจริงทั้งหมดแล้วผมจะหยุดและจบไปพร้อมกับมตินั้น?

ฝ่ายปชต.กลัวหงอ จนไม่มีการต่อต้านเพื่อปรับเข้าหาพัฒนาการปชต.ที่ถูกต้องแล้ว? แต่จริงแล้วแม้จะถึงตรงนั้นจริงๆก็ไปไม่รอด?คือถ้ามองแล้วรอดผมจะไม่ย่งอะไรเลย กับตัวอย่างง่ายๆ ขอเงื่อนไกรไปไม่รอดคือไดโนเสาร์? บางที่สูญพันธ์ไม่ใช่เพราะการฆ่าหรือการล้างเผ่าพันธ์กันเอง ทั้งที่สภาพจริงๆคือครองโลกสมัยนั้น เรือสำเภาฯสมัยเก่าก็เหมือนกันสมัยก่อนครองทะเลฯ

แต่สมัยนี้สูญพันธุ์หรือเข้าพิพิธฯเร็วเกินไปเพราะอะไร? เพราะการขวางธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงด้วยความหลงติดยึดในความใหญ่ ?โดยหลงเชื่อสำนักคิดสุดโต่งอีกฝ่ายว่าสำนักคิดสุดขั่วจะล่าล้างเผ่าพันธุ์สร้างหลุมดำความกลัวแปลมาเป็นอาวุธ หรือให้ปรับตัวจากไดโนเสาร์มาเป็นกิ้งก่า,จิ้งจกต๊กแกเพื่อสร้างหลุมดำความเกลียดชังเพียงหวังต่างตอบแทนอำนาระยะสั้นตน แต่ผลคือสถานการณืรวบเร่งไปสู่รอบการดับหรือความเสื่อมให้เร็วขึ้นๆๆ

ทั้งที่แท้ที่จริงแล้วการเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั่วแบบนั้นอาจจะสาเหตุเพราะไดโนเสาร์ไม่ยอมลดขนาดหรือปรับตัวเข้าหาธรรมชาติก่อนที่มันจะไปวิปลาศขนาดนั้นแทนที่สัดส่วนไดโนเสาร์จะยังใหญ่แบบช้างทั่วไปไม่ใช่แบบ กิ้งก่า,จิ้งจก,ตุ๊กแกแบบที่เห็นนี้?

ผมต้องขอบอกว่าผมยังจงรักษ์ภักดีสถาบันฯหลักของเรา เพราะส่วนตัวร.ที่5.คือสิ่งเหนือหัวผม ตลอด?จนถึงทุกวันในพระวิสัยทัศน์และคุณูประการณ์ แม้จะเป็นร้อยปีแต่ยังร่วมสมัยให้ลูกหลานสมัยพัฒนาต่อยอด แต่มันต่อไปในทางเสื่อม? ทั้งที่จุดเริ่มต้นเราระดับสูสีญี่ปุ่นแต่ตอนนี้ทหารจะพาเราไปนุ่งผ้าถุงแข่งกับพม่าแล้ว

นั้นคือสถาบันฯเชิงโครงสร้างเราต้องรักษาเพราะคือตัวตนในจิตวิญญานแบบไทยๆ เพราะถ้าเรามีแต่ตัวแต่จิตวิญญาในอัตลักษณ์ไทยไม่ชัดเจนไม่แข็งแรงก็เป็นรัฐที่ล่มสลายในทางจิตวิญญาน วัฒนธรรม หรือความมีอารยะที่พัฒนาเป็นอารยะธรรมที่เป็นเฉพาะรวมมาเป็นชาติที่แข็งแรงแข็งแกร่งในทุกอวัยวะภาคส่วน พร้อมจิตใจที่เป็นอารยะ ไม่ใช้กลับไปกลักขระ อำมหิต แบบสัตว์กับระบบนักล่าจนออกแบบปชตแบบไม้ดัดหรือระบอบสวนสัตว์แบบนี้ ตอนนี้ ที่เป็นอยู่นี้อีก?

ดังนั้นการปรับทั้งโครงสร้าง และพฤติกรรมครั้งใหญ่เพื่อการเปลี่ยนแปลง หลักใหญ่คือต้องปรับวิธีคิดจูนกันให้ได้ง่ายๆหลักๆเลยก่อนว่า เราจะเอาอะไรกันแน่? เรือสำเภาหรือเรือยนต์ปชต หรือไปด้วยกันทั้งสอง? ตามที่ควรเป็นก็ต้องปรับเข้าหาในทิศทางที่ไปกันได้ไม่ใช่ไฟ้ต์ไล่ล่าจนได้เรือยนต์รูปร่างประหลาดอเมซซิ่งไทยแลนด์

ทั้งติดเครื่องยนต์ปชต.พร้อมทั้งติดเบรคกางใบหัวทิ่มหัวตำหัวขมำ(ปฎิวัติอำนาจพิเศษนอกปชต.ที่ดำรงอยู่อย่างสอง นาคราปชต) พลวัฒน์คือหมุน หัวทิ่มหัวตำกันอยู่แค่นี้พายเรือในอ่างอำนานสาละวนกันอยู่แบบนี้เรื่องที่ไม่ควรเป็นพาลกันเมื่อนหลายสิบปี ในประวัติศาตร์ มันยังขุดกันเอามาพาลไหม?

เช่น ตุลาฯ19โมเดล,ตะโกนในโรงหนัง พล็อตเรื่อง"ปอบสยามกับต้นมะขามสนามหลวง"พล็อตเรื่องเก่าๆเมื่อหลายสิบปีกับจิตวิทยามวลชนขั้นสองในการกำจัดคู่กรณีตนที่แยบยลแบบไทยที่อำมหิตยิ่งกว่าปลาบู่ทอง ตายไปยังขุดเอาวิญานมาพาลกันได้อีก? ประวัติศาสตร์การเล่นละครฆ่าแขวนคอ

ทุกวันนี้ดูทีวี ก็ยังจ้อ ไก่ขัน มั่วแบบไก่อู(ขันเกิน ล่อระเบิด)จากสคริบขันมั่ว ของ หนูหริ่ง(สาแทะ ลงหนองเลย)กับโพยสคริบตะโกนในโรงหนังให้ไก่อูขันผ่านวิทยุยานเกราะสมัยตุลา19ฯก็ยังขุดมาใช้ในปี2010 คนไทยยุคนี้แล้วโลกาภิฯก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย?

กลับตอบสนองแบบปชต.สมาธิสั้นหนักกว่าเก่าอีก? ให้ปชป.สับขาหลอกเล่นบทนางร้ายในคราบนางเอกสองหน้า(พระเอกไม่ได้เพราะใจไม่ใช่ลูกผู้ชาย)อย่างปลาบู่ทอง เหนื่อยครับ ?นี่คือเหตุผลที่ผม ไม่ร่วมสังฆกรรมใดใดกับอะไรตอนนี้? ขอบ่นในที่แคบๆส่วนตัวแบบนี้ เพราะคนไทยไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีคือเจตนาเผาความจริงทิ้งเอาชุดความจริงโคลนนิ่งมาสร้างมายาสัมพัทธจัดฉาก เล่นลิเกที่เป็นลิเก้ทางการเมือบแบบนี้

เพราะเงื่อนไขที่ผมมองตอนนี้คือทิศทางพัฒนาการไหลย้อนกลับ ไปหา???ที่ผมบอกได้เลยว่ามันจะไม่มีอะไร??? เพราะปลายทางตรงนั้นมันขวางโลกแบบไดโนเสาร์???

เทส???

เทส???

อะตอม

อะตอม wrote:

...
...
ผมต้องขอบอกว่าผมยังจงรักษ์ภักดีสถาบันฯหลักของเรา เพราะส่วนตัวร.ที่5.คือสิ่งเหนือหัวผม ตลอด?จนถึงทุกวันในพระวิสัยทัศน์และคุณูประการณ์ แม้จะเป็นร้อยปีแต่ยังร่วมสมัยให้ลูกหลานสมัยพัฒนาต่อยอด แต่มันต่อไปในทางเสื่อม? ทั้งที่จุดเริ่มต้นเราระดับสูสีญี่ปุ่นแต่ตอนนี้ทหารจะพาเราไปนุ่งผ้าถุงแข่งกับพม่าแล้ว

นั้นคือสถาบันฯเชิงโครงสร้างเราต้องรักษาเพราะคือตัวตนในจิตวิญญานแบบไทยๆ เพราะถ้าเรามีแต่ตัวแต่จิตวิญญาในอัตลักษณ์ไทยไม่ชัดเจนไม่แข็งแรงก็เป็นรัฐที่ล่มสลายในทางจิตวิญญาน วัฒนธรรม หรือความมีอารยะที่พัฒนาเป็นอารยะธรรมที่เป็นเฉพาะรวมมาเป็นชาติที่แข็งแรงแข็งแกร่งในทุกอวัยวะภาคส่วน พร้อมจิตใจที่เป็นอารยะ ไม่ใช้กลับไปกลักขระ อำมหิต แบบสัตว์กับระบบนักล่าจนออกแบบปชตแบบไม้ดัดหรือระบอบสวนสัตว์แบบนี้ ตอนนี้ ที่เป็นอยู่นี้อีก?
...
...

ผมว่าคนไทย 99% ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง
น่าจะยังเห็นความสำคัญของสถาับันอยู่ แบบเดียวกันกับคุณอะตอมนั่นแหละ
รวมทั้งผมด้วย ถึงผมจะดูออกไปในแนวกระแนะกระแหนกระทบกระทั่งสถาบันก็เถอะ
แต่ผมว่าผมแกล้งติเพื่อให้สถาบันจะได้ยังคงอยู่ ติเพราะไม่อยากเห็นใครอิงแอบสถาบันมาใช้ในทางผิดๆ
และพยายามดึงอำนาจไปสู่สถาบันมากเิกินไป โดยเฉพาะท่านที่ใกล้ชิดสถาบันทั้งหลาย

หลายท่านกำลังใช้สถาับันในทางผิดๆ นั่นเป็นสิ่งอันตรายที่จะทำให้ตัวเลข 99% อาจจะเขยื้อนลงสู่จุดวิกฤติไ้ด้
ผู้คนไม่ได้เกลียดในหลวง แต่ผู้คนจะเกลียดกลุ่มคนที่รายล้อมในหลวง

แล้ววันหนึ่งกลุ่มคนที่รายล้อมนั้นจะแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย และขัดผลประโยชน์ักันเอง
และนำไปสู่การเกิดสงครามกลางเมืองจริงๆในที่สุด

2475 ก็เกิดขึ้นทำนองนี้เช่นกัน บังเอิญกลุ่มอำนาจเก่าฝ่ายหนึ่ง ดึงกลุ่มหัวก้าวหน้ามาเป็นแนวร่วมเท่านั้น
อำนาจที่แท้จริงยังคงอยู่กับกลุ่มอำนาจเก่ากลุ่มนั้น และกลุ่มอำนาจเก่าก็ไม่อาจรับข้อเสนอสุดกู่ของกลุ่มก้าวหน้า
กลุ่มก้าวหน้าึจึงไม่อาจสร้างฝันของตนเองได้ และสุดท้ายก็กลายเป็นแพะ ในที่สุดตำนาน 2475 จึงเป็นหมันไป

กลุ่มอำนาจเก่ายังคงวนเวียนอยู่ในการเมืองไทยในหลากหลายมิติ
การเกิดขั้วอำนาจใหม่อย่างทักษินนั้นน่ากลัวยิ่งต่อพวกเขา
"ความสามัคคีเฉียบพลัน" จึงเกิดขึ้นท่ามกลางกลุ่มอำนาจเก่าทั้งหลาย
ปรากฏการณ์ "รุมกินโต๊ะ" จึงเกิดขึ้นอย่างเมามันอย่างที่เห็นๆ
โดยไม่สนใจเีสียงของชาวประชาที่ยังเห็นความดีของเขาอยู่บ้าง

แล้วเมืองไทยจะถึงจุดวิกฤติของอำนาจอย่างรุนแรงอีกครั้ง มันจะรุนแรงมากกว่าที่เคยเห็นอีกหลายเท่าตัวนัก

ครับคุณ"น้ำลัด" ตามนั้นครับ

ครับคุณ"น้ำลัด" ตามนั้นครับ แต่สิ่งที่ผมเห็นและมองในอีกมุม จากสัจจะธรรมหรือความจริงที่ว่า

"""มะม่วงสุกย่อมมีวันลาต้น""""

ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอะไร? กำลังเสิร์ฟสัจจะธรรม ตามหลักอนัตตา ผมเข้าใจว่าถ้ามองอีกมุมคือการให้เกียรติมะมม่วงสุก กับคณูประการณ์อื่นๆที่มะม่วงรุ่นนี้สร้างไว้และให้เวลาที่เหมาะสมในการที่เราจะพูดถึงการเปลี่ยนแปลง ตามข้อเท็จจริงของปัญหาหรือสาระจริงแบบปชต.ที่ไปกันได้อย่างสมดุลกับตรงนี้? ส่วนปฎิรูปที่ตัวตนแค่วาทะกรรม แต่ตัวตนคือ"ปฎิลูบ" ปรองดองที่เนื้อในคือ"เด็กดอง" (เด็กคนไหนที่ไม่อยู่ในคาถาก้จับมันมาดองแบบลูกกรอกคะนองกับกุมารทองอาธรรพ์ อย่าให้มันได้ผุดได้เกิด) นี่คือตัวตนในข้อเท็จจริงหลักฉากวาทะกรรมเหล่านั้น???

แต่เงื่อนไขสำคัญที่เราจะประคองสถานการณ์ภาพรวมต่อสถาบันฯ ไม่ให้ถูกกระทำหรือชี้นำแบบการถวายยาฝิ่น(อำนาจร้อนเพื่อตอบโจทย์ความเป็นนิรันดร์)ต่อฉินซีสมัยนั้น? กับเหล่าขันทีจอมสาระแนและสอพลอ เพื่อใช้ตรงนั้นมาเป็นอาวุธทำลายคู่กรณีตน ที่จะเป็นความเสื่อมในระยะยาวต่อสถาบันคือเราจะต้องระวังป้องกัน สิ่งแวดล้อมเหล่านั้นที่เราคุณกับผมกำลังโฟกัส ที่ตัวโครงสร้างแบบนั้น

โครงสร้างที่หมิ่นเหม่อย่างมากที่จะสร้างสารพิษในระบบจากผลมะม่วงตรงนี้ เพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขในระยะยาว ต่อข้ออ้างการกำจัดออกไปเพราะคือสารพิษที่อันตรายในคือผลสุดท้ายจากการประกรรมของต้นมะม่วงเองว่าสร้างเงื่อนไขเดิมไว้อย่างไร เช่นกรณีการถวายโอสถพิษเพื่อแปลมาเป็นอาวุธทางการกำจัดคู่กรณีตนโดยการต่างตอบแทนการพัฒนาปชต.แบบไหลย้อนกลับ เป็นการเสพอำนาจที่ฉาบฉวยชั่วคราวแต่ผลข้างเคียงคือทรยศไส้ศึกฝ่ายปชต.หรือแนวทางปชต.ที่ถูกต้องตรงนี้ต่างหากที่เราจะต้องคอยดูแลไม่ให้สิ่งเหล่านั้นไปสร้างตัวแปรให้เกิดสารพิษต่อสถาบันหลักเราได้

จนถึงการแปลปรากฏการณืเสื้อเหลืองวันนั้น ความปิติวันนั้น แปลไปผิดเจตนารมณ์ศรัทธาที่แท้จริง ไปเป็นต้นทุนในเชิงกาสิโนอำนาจ(ผมให้ความสำคัญกับปรากฎการณ์วันนั้นมากที่ผมก็ร่วมปิติในอีกนัยยะหนึ่งในความคาดหวังอีกแบบหนึ่ง) แต่ผลที่เป็นรูปธรรมมันกลับกลายเป็นอีกแบบหนึ่ง เช่น คาดหวังขอพึ่งบารมีมาเป็นระงับเหตุแต่ผลกลายเป็นผู้ร่วมก่อเหตุเสียเองเพราะนั้นคือจุดเปลี่ยนในหลายๆเรื่อง(ปฎิวัติเพื่อแช่คสอำนาจไว้ในโครงสร้างอำนาจขณะนี้คือโครงสร้างอำนาจนอกปชตคุมไว้หมดแล้วเหลือทอนให้ปชต.เชิงพิธิกรรม)

แต่ถึงตรงนี้แล้ว ส่วนหนึ่งคนไทยต้องยอมรับ(แม้เฉพาะตัวผมเองบอกตรงๆว่ารับไม่ได้) กับสถานการณ์ที่บานปลายมาถึงตรงนี้? กับสถานการณ์โดยรวมตอนนี้ นั้นคือสาเหตุผมปฎิเสธร่วมสังฆกรรมทุกกรณี

ผมรู้ว่ายิ่งทำแบบนี้ ยิ่งเข้าตัวเองเหมือนถ่มน้ำลายรดฟ้า ไม่มีประโยชน์? แต่ผมจะทำ? เพราะนั้นคือความรู้สึกส่วนตัวที่ต้องแสดงออก?และไม่เดือดร้อนใคร(ไม่แน่บางทีอาจจะมีหมายศาลฯมาเรื่องหมิ่นฯ เพราะเขาขู่มานาน) คือ ถ้ามา? ผมก็จะให้มันอุ้มไป? ผมไม่ยอมแม้แต่จะก้าวขาให้เกียรติกับเนื้อหาตรงนี้แบบนี้สักก้าว? ในการยอมรับเนื้อหาเรื่องแบบนี้ ถ้าคดีถึงที่สุด?(ผมพูดถึงตรงนี้เพราะกรณีเชือดไก่ฯสุวิชาและคุณดารริณี ให้คนไทยกลัว)

เพราะเนื้อหา ส่วนนี้แม้จะคือกฎหมายจารีตฯเฉพาะที่รัฐนั้นควรอนุญาติใช้ เพื่อเจตนารักษษปกป้องสถาบันฯไม่ใช่ไปสร้างแรงเสียดทาน ให้สถาบันฯสร้างเงื่อนไขกับปชช. เจ้าของอำนาจแบบปชต.ที่แท้จริง? แม้ถ้าจะคงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์ศรีกบัติย์ไทยตามจารีตฯสภาพบังคับใช้ก็ต้องแบบกฎหมายจารีตฯไม่ใช่อาญาฯจนสร้างปัญหาให้สถาบันฯเองกับปชช.หรือแยกส่วนปชช.ออกจากมีปฎิสัมพันธ์ทางปชต.ตามหลักราชประชาสมาศรัยที่ทุกหนึ่งคือในนั้นตามกระบวนการปชต. บนหลักพึ่งพา

ไม่ใช่นักล่าอำนาจแบ่งแยกใครใหญ่ใครตัวเล็กกำหนดขนาดแบ่งแยกชัดเจนเกินไปตามเนื้อหากฏหมายและสภาพบังคับใช้ที่สุ่มครอบจักรวาลไม่ชัดเจนขึ้นกับการตีความบังคับใช้ เท่ากับให้กระบองอาญาสิทธิต่อผุ้บังคัฐใช้สุ่มๆมั่วอย่างกรณีมายแม็ปกระบวนการล้มเจ้าที่ผ่านมา

และสาระสำคัญไม่ให้ไปหมิ่นเหม่หรือไปไฟ้ต์กับหลักมนุษยชน จนถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ต้องเคารพให้สอดคล้องกับปชต.หลักหลักการณ์ สาระในปชต.หรือกฎหมายสูงสุดที่ยึดโยงปชต.? คือถ้าไม่? (ตรงนี้สำคัญ) คุณต้องกล้าประกาศว่ารัฐนี้ไม่ได้ปกครองในระบอบปชต.ก่อน ผมถึงจะยอมรับและให้เกียรตืเดินไปเข้าคุกกับคุณอย่างพลเมืองนั้นที่ปกครองในระบอบที่ไม่ใช่ปชตนั้น?

คือไม่ใช่สอดไส้คาราเมลอะไรไว้? หลอกผม?หรือคนไทยว่าคือปชต. แต่สาระในกฎข้อบังคับจริงๆมันไม่ใช่? ตรงนี้ไงครับที่ผมรับไม่ได้???เช่นกรณีมายแม็บล้มเจ้าฯข้อกล่าวหาแบบการตะโกนในโรงหนัง แล้วบังคับคดีติดคุกได้เลย? แบบนั้นผมเห็นอ.ยิ้ม(สุธาชัย)โดนแล้วผมกลัวญาติหรือคนไทยรวมทั้งตัวผมเองโดนแบบนั้นบ้าง?บนเนื้อหาการปฎิบัติแบบนั้นที่ทำไปแล้ว?ไม่ใช่ผมกล่าวหานั่งเทียนจินตนาการอ้างลอยๆ

มันไม่ใช่หลักแห่งความเสมอภาคในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ขั้นต้น แม้จริงๆบทบาทคนเราต่างกันอาจจะไม่เหมือนกันไปตามบทบาทหน้าที่ตามแต่สถานะทางสังคม? แต่ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในหลักการณ์ขั้นพื้นฐานตรงนี้แบบนี้ต้องคงสาระแบบปชต.เท่านั้น ?ถ้าไม่ใช่? ก็ต้องบอกตรงๆว่าไม่ใช่ ?แล้วบอกปชช?ตรงๆว่าเราปกครองด้วยอะไร??? แต่ไม่ใช่ปชต.อันมีพระมหากษัติย์เป็นประมุก? เพราะตัวตนเป็นแค่การประดิษฐคำที่ไม่ตรงสาระในทางปฎิบัติเลย?

ถ้าใช้อำนาจรัฐผ่านกฎหมายโดยอ้างนิติรัฐที่ขัดหลักนิติธรรมที่ยึดโยงปรัชญาหลักปชต. กับการที่อ้างว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย? แต่ถ้ากฎหมายนั้นละเมิดสาระ แห่งหลักปชต.ที่แท้จริง ในการเคารพศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ขั้นพื้นฐานต้องเท่าเทียมกันการอ้างเฉพาะหลักนิติรัฐหรือกฎหมายจารีต เช่น ตัวอย่างบางกรณีในประเทศมุสลิม อย่าง ตอลีบัน นิติรัฐที่ยึดโยงศาสนาความเชื่อแต่ผลทางนิตฺธรรมสากลคือการกดขี่สตรีเพศแม่ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพศแม่

นั้นคือนิติรัฐที่ขาดหลักนิติธรรมสากล แม้จะเป็นนิติธรรมที่ยอมรับได้ในสังคมนั้น?(ที่เมืองไทยแย่กว่านั้นหลักนิติรัฐที่ไม่มีนิติธรรมที่ยอมรับกันไม่ได้หลายกรณีหลายๆเรื่อง) เช่นความไม่มีมาตรฐานที่แย่กว่าสองมาตรฐานขณะนี้ และกรณีอย่างมายแม็ปล้มเจ้าฯในเจตนาใช้กฎหมายแบบนั้นเพื่อเป็นอาวุธทางการเมืองที่ยึดโยงสิ่งอื่นที่นอกปชตมากกว่ามาครอบหลกสาระแห่งปชต. ไม่ใช่ความมั่นคงใดใดต่อสาระการปกครองแบบปชต.เนื้อแท้มันคือความมั่นคงของใครที่ใช้มาไล่ล่าปชตอยู่หรือเปล่า?

นั้นคือสรุป ในเนื้อหาที่เราทำต่อกันตอนนี้ มันแย่กว่า ตอลีบาน เพราะที่นั้นแม้หลักนิติรัฐจะขัดหลักนิติธรรมสากล แต่คนเขาส่วนใหญ่ แม้แต่ตัวผู้ถูกกระทำผู้ถูกกดขี่เอง เขากับยอมรับได้ส่วนใหญ่ไม่ได้ต่อต้านรุนแรงแบบไทยๆมันยังมีสภาพการบังคับใช้ที่รัฐยังมืขือมีแป ไม่ใช่แปรจากขื่อ เอามาเป็นไม้หน้าสามหวดกันป้าปๆแบบนี้

แต่ของเมืองไทยไม่ใช่ครับ? นี่คือต้นน้ำของปัญหาหลักๆจริงๆคือตรงนี้ครับ ? อย่าไปตั้งกรรมกงกรรมการหาอะไรให้มันวุ่นวาย สาระคือ"""คืนความเป็นธรรมและคายปชต.จริงๆออกมา"""

คือเนื้อหาความไม่เป็นธรรมที่ถูกตอกย้ำ แถมผันเงื่อนไขจากต้นน้ำของปัญหาตรงนี้ลงมาเรื่อยๆโดยอ้างนิติรัด(ไม่ใช่รัฐ)ตอนนี้ผมแค่รอดูว่ามันจะมีการไหลตามน้ำไปถึงไหน?แบบไร?ในการบริหารสถานการณ์แบบนี้ตอนนี้แบบไร้ความรู้สึกชาชิน?

นั้นคือสถานการณ์ ศพเน่าลอยตามมาทวงถามความเป็นธรรม กลับให้ความเป้นธรรมและถีบกลับไปจนกลายเป็นศพ การพยายามกลบเกลื่อนด้วยการมองไม่เห็นแบบหนวกบริโภค กลับกลบเกลื่อนเบี่ยงประเด็นไปถึง เรื่องฮันนี่มูนอำนาจสำคัญกว่า? ลืมๆสิ่งที่เกิดและสิ่งแวดล้อมรอบตัว? จะตักน้ำมาประกอบพิธีกรรมทางปชต.ที ก็เขี่ยๆศพที่ลอยตุบป่องๆมาร้องความเป็นธรรม

ในขณะที่สถานการณ์ รวมยังมีการผันเงื่อนไขการไล่ล่าเกมกาสิโนอำนาจ จากต้นน้ำของปัญหา ตอกย้ำความไม่เป็นธรรมเลือกปฎิบัติสูงขึ้นๆๆเรื่อยๆๆ เช่นล่าสุด ให้เสื้อเหลือง,เสื้อหลากสี(ผู้ก่อการดีในนามกระทิงแดงและนวพล2010ทั้งที่ตัวตนคือก่อการร้ายในเนื้อหาเดกียวกับก่อการร้ายแดง) ทั้งที่เนื้อหาคดีข้อกล่าวหาเดียวกับแดง แต่เป็นตัวออกมาขย่มซ้ำ ตอกย้ำความไม่มีมาตรฐาน

เป็นคนออกแบบให้รบ.ไล่ล่าบุคคลที่มีข้อกล่าวหาในคดีเดียวกันกับตน? บนเงื่อนไขที่ว่าถ้ามึงไม่ทำ? ก็ไม่มีสิทธิอยู่ตรงนี้? เช่น กรณีกุนซือเสื้อเหลืองเป็นต้นคิดออกแบบใบอนุญาติฆ่าไปยังเข้าของสวนสัตว์ อนุมัติตามแนวทางความเชื่อในกลุ่มคนนี้? ทั้งที่อนุญาติฆ่าในเนื้อหาข้อกล่าวหาเดียวกับคนออกแบบคนชี้

นี่คือเนื้อหาในพัฒนาการการตอกย้ำเพิ่มเงื่อนไขในการผันเงื่อนไขจากต้นน้ำของปัญหาให้ไหลบ่าลงมาเรื่อยๆที่ปลายน้ำที่เต็มไปด้วยศพเน่าลอยตามน้ำมาแต่เนื้อหาที่เจอในปลายน้ำคือการจัดการเตรียมการประกอบพิธีกรรมทางปชต.(ที่เขาอนุญาติให้ฝ่ายปชต.เพียงพิธีกรรม) ในงานการฮันนี่มูนอำนาจ

นั้นคือสรุปผมดูแนวทางในทิศทางแล้วมันคือแนวทางพัฒนาปชต.แบบไหลย้อนกลับ ,พยายามทวนกระแสน้ำปชต.?หรือทวนกระแสน้ำบนข้อเท็จจริงเพื่อกลบเกลื่อนเบี่ยงสรระจริงของประเด็นสำคัญๆ เพื่อวิ่งไปตอบโจทย์ สนองนีดของคนที่บงการที่ต้นน้ำปัญหา จนได้ข้อเท็จริงๆที่เกิดขึ้นในปลายน้ำ เป็นศพคนไทยด้วยกันเน่าลอยตามน้ำมา ก็ทำเป็นมองไม่เห็นซ่ะ?เขี่ยๆมันออกไป กูจะฮันนี่มูนอำนาจกัน? ใครไม่ใช่พวกกูสีกูนอกจากหมดสิทธิในพิธีกรรมปชต.ยังจะได้รับมอบประชาธิปตายให้มันซ่ะทั้งที่เป็นคนไทยด้วยกัน???

ครับเพื่อให้เนื้อหามันประติดป

ครับเพื่อให้เนื้อหามันประติดประต่อผมจึงยกสิ่งที่เกี่ยวข้องในเนื้อหาเดียวกันจากกรณีเรื่องที่คุณนพดล เดินแนวทางการต่อสู้ในแนวรบด้านต่างประเทศ ได้ค่อนข้างตรงตามที่ผมเคยพูดไว้(คือไม่ล่อเป้าแม่ทัพบนหลังช้างในการจัดกลยุทธแบบยุทธหัตถีเกินไป) ในนี้

http://www.prachatai3.info/journal/2010/06/30160

"""ครับเป็นการเคลื่อนไหวที่แหลมคมครับ(ตามยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศตามแนวทางมัลติวิธี) นั้นคือตลอดมาส่วนใหญ่เราเคลื่อนไหวผ่านบทบาททักษิณ แม้ตัวทักษิณมีศักยภาพในตัวตนสูงมากM แต่มันกลับกลายเป็นจุดอ่อนเพราะเป็นเป้าเกินไปโดยเฉพาะจุดอ่อนในภาพลักษณ์ที่เขาจะดีสเครดิตรตอบโต้ได้ง่ายM ผ่านเครื่องมือที่เป็นต่อ(อำนาจต่อรองระดับรัฐต่อรัฐมันบีบหลายทาง)ตรงกับเนื้อหาจริงๆในยุทธศาสตร์โลบกล้อมประเทศที่ผมเคยชี้ไว้(แต่ไม่ใช่เสนอเขา)แต่โดยศักยภาพแบบนั้นเขาเข้าถึงได้เอง?หรือแอบเอาไปเอง???

แต่ความที่เขาถืออำนาจรัฐ จึงมีเครื่องมือที่เป็นต่อ หลายทาง? ตลอดจนการชี้แจงอย่างเป็นระบบแม้ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร?ตอแหลอย่างไร? แต่น้ำหนักแบบรัฐต่อรัฐมันสูงกว่าน่าเชื่อถือกว่าจนกว่าจะได้พิสูจน์ความแหลก่อน แต่เบื้องต้นเชื่อไปแล้วแถมอีกฝ่ายเงียบกริบ ก้เขาไม่ได้เสียกับเราใครเขาจะมายุ่งเรื่องของเราอย่างง่ายๆถ้าไม่ชัดเจนจะจะหรือเห้นคาตาจริง แต่เงื่อนไขความไม่ชัดเจนคลุมเครือแบบไทยๆมันจะจะยาก(แถมแผลทักษิณหรือเสื้อแดงก็เยอะ?ยังไปล่อเป้าตัวเองเกินไปจนมันกลบเนื้อหาข้อเท็จจริงอื่นๆมิด)

ดังนั้นการเคลื่อนไหวผ่านตัวแทน ในแบบหลายๆทางแบบนี้ (แบบที่นพดล และทนายต่างชาติที่ไปพูดญี่ปุ่น) นั้นคือยุทธวิธีที่ถูกต้องในประเทศก็ ผ่านทางหน่วยสิทธิฯ บีบหลายๆทางเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง(ผมไม่ได้สนับสนุนให้ใช่วิธีการสาวไส้ประเทศน่ะครับ แต่เงื่อนไขแบบนี้บางที่ต้องทำเพื่อช่วยประเทศ เหมือนสมัยเสรีไทยตอนนนั้นก็คือกบฎต่อรบ.หลักหรือรบ.ของประเทศขณะนั้น)

เพราะการต่อสู้ของแดงในเนื้อหาที่ถูกต้องต่ออนาคตลพัฒนาการของปชต ยังมีอยู่มีความชอบธรรมอยู่? แต่ถูกอำนาจรัฐแบบโรนัลโด้มาร์คสับขาหลอกคนไทยกับสถานการณ์ การเมืองภาคปชช.ที่สมาธิสั้นตอนนี้หลอกคนไทยง่าย?รวมทั้งมิจฉาฯแบบพธม.จนถึงพวกต่างตอบแทนสมประโยชน์ในการล่าฝ่ายปชต.อย่างปชป.

หลอกต่างชาติ(ส่วนใหญ่เขาไม่เชื่อหรือเชื่อก็เพราะน้ำหนักคำว่ารัฐต่อรัฐในมารยาทเพราะถ้าไม่ขนาดกระทบเขาจังๆใครเขาจะอยากเสือกกับเงื่อนไขคนบ้าถือไฟกษิตไปขู่เขาว่า ถ้าไม่ให้ความร่วมมือจะเผา(แบบเขมร) และจะตัดสัมพันธ์ที่เป็นมาตรการกลางไปทั่วโลก) มันยั่งดีมานด์ให้ชาวโลกเขาโบกบาทาไหม?

ผ่านเครื่องมือที่เป็นต่อ จนบิดเบือนหลายๆข้อเท็จจริง จนเป็นการมัดมือชกเนื้อหาการต่อสู้เพื่อปชต.ขแงเสื้อแดงหรือ ฝ่ายทักษิณ

ส่วนเป้าหมายในข้อเสนอของเขา“Peace Talk” ผมว่าสมเหตุผล? เพราะอีกฝ่ายไล่ต้อนไล่ล่ามัดมือชก? อย่างมันมือและกำลังเป็นต่อได้ใจ? เพราะภูมิคุ้มกันภัยคนไทยบกพร่องด้านปชต.จากภาคปชช.มันสมาธิสั้น จนโดดเดี่ยวอนาคตหรือทิศทางปชต.ที่ถูกต้อง? จนพลังทางปชต.ในไทยตอนนี้มันอ่อนแอมาก เอาไปต่อรองเขาไม่ได้?กำลังต่อต้านที่แรงสุดแบบเสื้อแดงก็พ่ายเสียรูป(แม้ผมไม่ได้สนับสนุนวิธีการ แต่บางส่วนการเคลื่อนไหวได้สร้างอำนาจต่อให้กับฝ่ายปชต)

เพราะเนื้อหาปรองดองที่นู่มาร์คอ้าง ที่บอกว่าพยายามเร่งสร้างความร่วมมือ หรือประสานความร่วมมือไปยังทุกภาคส่วน? เป็นคำพูดหวานแบบน้ำผึ้งซ่อนมีดโกนตามสไตล์ปชป.ของลิเกการเมืองที่ตัวตนมันคือลิเก้? หล่อหลักลอย หล่ออำมหิต ? ตอนนี้มันซ่อนอะไรหลังฉากเยอะมากจนไม่แน่ใจว่าปากปราศรัยฯ นั้นน่ะ? อะไรอยู่หลังมือ มีดแบบเก่าๆ? หรือสไนน์เปอร์ในแบบที่พัฒนาความอำมาหิตขึ้นมาในสร้างมาตรฐานการฆ่าแบบใหม่?ในการฆ่าครั้งใหม่ครั้งใหญ่เป็นมาตรฐานใหม่ของประวัติศาสตร์ทุกๆด้าน

พูดง่ายง่ายตรงๆคือรบ. ปชปหรือรบ.มาร์คV1 หุ่นยนต์นักล่าสังหาร นั้นล่ะคือตัวอุปสรรคสูงสุด หรือตัวแปรหลักต่อในเงื่อนไขการปรองดอง เพราะคือคู่กรณีหลัก? หรือผู้ที่ต้องถูกตรวจสอบ ถูกสอบสวนข้อหาฆาตรกรรมหมู่? กลับเป็นเจ้าภาพหลักในการ ยื่นมือเปลื้อนเลือดและมีสไนน์เปอร์อยู่ข้างหลัง ยังเล่นเกมมอญซ่อนผ้า ฯมีสปาร์ต้าอยู่ข้างหลัง ถ้าระวังไม่ดีเดี๋ยวมันมีสไนน์เปอร์แถมให้อีกดอก???

ที่ปากพูดถึงการปรองดอง? แต่มือกลับ คลำหาสไนน์เปอร์มาไล่ล่าคู่กรณีทางการเมืองตนอย่างมันมือ? สภาพแบบนี้ล่ะ? ผมจึงฟันธงว่า ตัวคนพูดเองนั้นล่ะ? คือเงื่อนไขหลักตัวแปรหลักของอุปสรรคการปรองดอง? เพราะก่อเหตุระดับนั้น(กับข้อกล่าวหาฆาตรกรรมหมู่) ที่แล้วมาไม่เคยมีรบ.ไหนในประวัติศาสตร์ลอยหน้าลอยตาอยู่ได้แบบปชป.???นั้นคือส่สวนใหญ่ต้องมีรบ.ขั้นกลางมาตรวจสอบความเสียหายจากผุ้ก่อเหตุ ไม่ใช่ผุ้ก่อเหตุข้อหาฆาตรกรมาตรวจสอบตัดสินตัวเอง มันบ้าไหมล่ะบ้านี้เมืองนี้สิ้นคิดไหม?

นั้นคือปชป.กำลังจะสร้างมาตรฐานใหม่ในประวัติศาสตร์การฆ่าหมู่ที่ยังลอยหน้าลอยตาเอามือเปลื้อนเลือดนั้นมาจัดฉากซับน้ำตากับอ้อมกอดอำมหิตแบบนั้น คนก่อเหตุมือยังถือสไนน์เปอร์ยืนจังก้าเลือดยังไหลสดๆอยู่ กวักคนอื่นมาปรองดองแบบนั้น?

มันจะปรองดองอะไร? มันจะปรองดอง หรือกุดหัวมันมาดองไว้ทำคหกรรมเมนูปชต.ในหม้อตุ๋นกบ

ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าเจตนาจะซ้ำเติมสถานการณ์ แต่เราต้องนำเสนอความจริงทุกด้านก่อน?เพราะขณะนี้ปชป.คุมกระแสเพราะคุณภาพทางปชต.แบบสมาธิสั้นของคนไทยมันจูงง่ายมันจึงจะไม่ได้ทางออกที่จะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายปชต. นั้นคือถ้าให้มันผูกขาดเล่น มันลากยาวพัฒนาการปชต.ไหลย้อนกลับไปไกลมาก? เกินกว่าจะดึงกลับได้ง่ายๆเพราะเงื่อนไขคุณภาพทางปชต.ของคนไทยโดยเฉพาะชนชั้นกลาง มันกลวงโบ๋ว?

แถมส่วนหนึ่งในส่วนใหญ่คือไส้ศึกปชต.ต่างตอบแทนอำนาจนอกปชตไปแล้ว(พธม.เสื้อหลากสีก็คือฐานเสียงปชป.บวกมวลชนกลุ่มทุนศักดินาที่โยงอำมาตย์)

นั้นคือมวลชนจัดตั้งแบบนี้ที่ต่างตอบแทนอำนาจนอกปชต.ไปแล้ว มันจึงสร้างความอ่อนแอของ ปชต.ภาคปชช. เพราะฝ่ายปชช.ก็โดนมุกนก กระจิบในแหนายพรานผ่านจุดอ่อนที่ว่าไว้ ฝ่ายการเมืองก็เหมือนกันดีเดย์ผ่านปชป.

ดังนั้นอำนาจการ่อรองฝ่ายปชต.แทบไม่เหลืออยู่เลย? เพราะเท่าที่มีว่าแรงๆสุดเสื้อแดงดันไปพลาดทางยุทธศาสตร์กามิกาเซ่ตัวเองไปแล้ว? กระเจิงกระจัดกระจายไปแล้ว เสียขวัญกันมากแล้ว ดังนั้น ตอนนี้เขายิ่งได้ใจเมามันกับการๆไล่ล่าเก็บศพเก็บงานต่อด้วยดาบสองดาบสามดาบสี่>>>>>

สถานการณ์หรือสภาพแบบนี้น่ะ? มาร์ค? ปากบอกปรองดอง แต่มือยังถือสไนน์เปอร์ไล่ล่าโดยอ้างว่าจะไม่ปรองดองกับผู้ก่อการร้าย? ทั้งที่ประกาศคาดโทษให้เขาภายใต้ฐานความผิดกฎหมายพรก.ฉุกเฉิน(ที่ต้องถุกตรวจสอบเช่นกันว่ามันฉุกเฉินของใครยึดโยงปชตอย่างถุกต้องหรือไม่ กับกฏหมายลูก(พรกฉุกเฉิน)ที่อนุญาติผ่านใบมอบอำนาจฝ่ายบริหารจากพ่อมัน(อำนาจปชช.) อย่างมีเงื่อนไข ไม่ใช่ตามฯกฯ(อ่านว่าไปกันใหญ่)ที่แปลว่าตามอำเภอใจจนมันลามปามตามมากุดหัวพ่อมัน(อำนาจปชตที่แท้จริงคือปชช.)

แถมเลือกปฎิบัติ กับเฉพาะแดง แต่เหลือง เสื้อหลากสีไม่ต้อง เพราะมันสีกู ทั้งทมี่เนื้อหาเดียวข้อหาเดียวกันกับ คนของตัวเองที่ชี้หรือจี้ให้ไปไล่จับผู้ก่อการร้าย หรือผิดกฏหมาย(พธม.กับก่อการร้ายสากลและเสื้อหลากสีหมอตุลย์ชุมนุมในพรกฉุกเฉินเดียวกับแดง)

ถ้าจะอ้างแบบนั้น ว่าไม่ปรองดองกับผู้ทำผิดกฎหมายหรือผู้ก่อการร้าย แต่ทำไม่ต้องเป็นผู้(ผู้ก่อการดีฝ่ายตน)ที่จริงๆตัวตนคือผู้ก่อการร้าย สั่งให้ไล่ล่า อีกฝ่ายเป็นคนออกแบบใบอนุญาติฆ่าสั่งรบ.นี้ล่ะ? คือนอกจะเลือกปฎิบัติ,ละเว้นปฎิบัติแล้วยังเป็นทาสรับใช้ผู้ก่อการรายอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

นี่ล่ะครับเงื่อนไขที่เป็นต้นน้ำของปัญหามันเกมนักล่ากาสิโนอำนาจ มือยังเปลื้อนเลือดสดๆและยังถือสไนน์เปอร์คามืออยู่ แต่ปากบอกว่าขอกอดขอให้มาปรองดองกันได้ไหม? แล้วคนที่โดนจะจะสดๆใหม่ๆอารมณืกระเจิงอยู่แบบนั้น จะไว้ใจได้อย่างไรว่า มันจะกอดจริงๆหรือว่าจะเคาะกะลาให้หมาดีใจแบบคราวประกาศโรดแม็ปที่กลายเป็นตดแม็ปแบบคราวนั้นอีก หรือนั้นคือกลลวงที่จะเรียกมาใกล้ๆจะได้แทงข้างหลังระยะหวังผลหรือระยะประชิดปลิดขั่วหัวใจได้ถนัดๆมือ???

คือถ้าไม่อ้างแบบนี้(เคาะกะลาให้หมาดีใจ)มันจะไม่มีตัวไหนกล้าเข้าใกล้ๆ ในเขตคิลลิ่งโซน? มันจึงได้ประกาศแบบ"เคาะกะลาให้หมาดีใจ" ว่า มาปรองดองกันเถอะ? ถุย!

ส่วนเรื่องที่ปชป.จัดฉากข่าวสห

ส่วนเรื่องที่ปชป.จัดฉากข่าวสหรัฐต่อเรื่องที่นพดลเดินเกมนี้ขอชี้แจงไว้อย่างนี้

"""ครับคุณเจตน์ครับมติที่เห็นด้วยกับแนวทางการปรองดองของอภิสิทธิ ของสหรัฐฯ เพราะเขาเข้าใจในภาพไหน? กับวาทะกรรมแบบไทยๆ(แม้แต่ผมเองยังเคยหลงทางการสับขาหลอกของโรนัลโด้มาร์คในการเคาะกะลาให้หมาดีใจกับทั้งแนวทางปรองดองและโรดแม็ปที่กลายร่างไปเป็นตดแม็ป)ในเจตนาแค่ชงความชอบธรรมให้ใบอนุญาติฆ่าให้หมาจรจัดเหล่านั้นมันเข้ามาเขตคิลลิ่งฟิลเขตสุ่มยิงจะจะ???

แม้แต่กับไทยด้วยกันเองอย่างผมที่ค่อนข้างจะรู้เช่นเห็นชาติลีลาปชป.ดี? ผมยังพลาดเลย นับประสาอะไร กับสหรัฐที่เขามองไกลๆแบบผิวเผิน เนื่องจาก พอดีเงื่อนไขความไม่ใช่ปชต.แบบไทยมันถูกโคลนนิ่งฉาบทาจนเหมือนจริงมากในมายาสัมพัทธแบบนี้ที่ตัวตนจริงๆร้ายกว่าในพม่าในดีกรีความหน้าด้านของอำนาจนอกปชต.กระทำต่อสถานการณ์ปชต.ขณะนี้???

แต่สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือคนไทยเอง กับคุณภาพแบบปชต.สมาธิสั้นประเมินสถานการณ์ปชต.ในหม้อตุ๋นกบตอนนี้ไม่ออก? คือมันซึมลึกจนชาชินหรืออะไรก้ได้แล้ว จะคหกรรมต้มยำทำแกงแบบไหนตามสายนักปกครองเลย ปชชหรือปชตไม่เกี่ยวแล้วบ้านนี้เมืองนี้ยกให้มึงแล้ว? เขาจะต้มจะตุ๋นคหกรรมแบบไหน? ก็หมดสภาพในการต่อรองตามคุณภาพแบบปชต.จะดิ้นรนแล้ว ที่สำคัญมันมีพวกไส้ศึก และมิจฉาฯอยู่ในนั้นในการทำหน้าที่ท้าวสุวรรณ ณ.ปชต.ตุ๋นกบ

ผมเชื่อว่าอเมริกาเข้าใจในระดับหนึ่งจนถึงเห็นไส้ทุกขดในสถาณการณ์ปชต.ในประเทศไทย? แต่เงื่อนไขจริงๆคืออเมริกามองผลประโยชน์ต่างตอบแทนระดับรัฐฯดีกว่าจริงใจในเนื้อหาบทบาทตำรวจโลก?(ที่ตัวตนก็ฉาบทาเนื้อหาผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อเท่านั้นเช่นเรื่องอิรัคจริงๆคือต้องการกุมยุทธศาสตร์พลังงานโลกไม่เกี่ยวกับก่อการร้ายอะไรเลย? นั้นคือตัวตนอเมริกา ที่แท้จริง)?

ดังนั้นบทบาทในการวางตัวต่อท่าที่นี้ของอเมริกา จึงแสดงแบบกั๊กๆมากกว่าจะมายุ่งเต็มตัว ทั้งที่รู้ดี? ซึ่งขึ้นกับเนื้อหาคนที่ถูกกระทำ(ฝ่ายปชต.)ในไทย จะสร้างน้ำหนักเพิ่มเติมขยายภาพที่แท้จริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนชาวโลกเข้าใจตรงกัน แล้วไปกดดันบทบาทสหรัฐอีกทีในการกำหนดท่าที่ที่แท้จริงต่อเรื่องนี้เพราะบทบาทผู้นำโลก?

เงื่อนไขจึงคือฝ่ายปชต.ทำได้ถึงบนความถี่? และเข้าถึงเวทีระดับโลกขนาดไหน? เพราะ ตัวแปรที่เวทีระดับรัฐต่อรัฐมันบังความจริงไว้มิดเลย และมันไม่ค่อยชัดเหมือนในพม่าแต่พม่ามันจะจะอย่างนั้นมานาน และการต่อต้านในเชิงปชต.ไม่เหมือนในไทยที่เปิดประเทศทั้งที่ในไทยเนื้อหาการครอบงำปชต.มันหน้าด้านกว่าเยอะ เพราะระดับปชตไทยสูงกว่าพม่ามานาน กับการที่จะหักดิบแบบที่เป้นนี้มันจึงใช้ดีกรีความหน้าด้านสูงกว่าพม่ามาก

ด้วยเงื่อนไขแบบนี้อยู่แล้วทั้งที่เนื้อหาจริงๆเรา แย่กว่าพม่า ในเนื้อหาความหน้าด้านของฝ่ายอำนาจนอกปชต.กระทำต่อฝ่ายปชต. แต่โดยมายาภาพที่กลบภาพที่แท้จริงมันยัง ไม่ชัดจนกว่า???

ซึ่งตรงที่ว่า???นี่ล่ะคือตัวแปรภาคปชช.จริงๆจะตื่นในการหลับอย่างไร้สาระในหม้อตุ๋นกบปชต.หม้อนี้รู้ชะตากรรมจริงๆของสถานการณ์ปชต.เข้าใจจนจับทาง มุกหรือกลยุทธนกกระจิบในแหนายพรานของนักปกครองปชต. ที่ดีเดย์ผ่านไส้ศึกฝ่ายปชต. อย่างพธม. ปชป.มวลชนทั้งหมดรวมมวลชนฝ่ายอำมาตยฯ แค่นี้ก้บังมิดฝ่ายปชตแล้ว แล้วภาคปชช.หรืออำนาจการต่อรองภาคปชช. เกิดขึ้นจริงๆอย่างเป็นเอกภาพ

ตรงนั้นครับภาพมันจึงจะชัดไปทั่วโลก ว่ามีอำนาจนอกปชต.กำลังข่มขื่นกระทำชำเรา ปชต.ในไทย แบบต่อเนื่องมานาน บนความโง่ดักดานแบบไทยๆ การดิ้นรนขัดขืนอย่างมีเอกภาพ ของประชากรกบเลือกนายที่เห็นพิษต้มกบ(ระบอบทักษิณ) มาบ้างที่ส่วนใหญ่เป็นเงื่อนไขแฝงในการสร้างภาพหลุมดำความเกลียดชังให้เกินจริงจากความจริงบ้างส่วนหนึ่งชงความชอบธรรมให้ต้นทุนกาสิโนอำนาจเข้ามาเล่นได้ มันไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงจริงๆ

แบบแม้เสือกับลูกแกะกินน้ำในลำธารเดียวกันมากกว่า เพราะถ้าอ้างคอรัปฯหรือเสียหาต่อรัฐฯ มันเสียหายทุกรบ.และมากกว่ารบ.ทักษิณหลายเท่า ถ้าตรรกะแม่เสืออ้างจริง? มันปฎิวัติได้ทุกรบ.แม้แต่รบ.มาร์คที่พึ่งเข้ามาเนื้อหาความเสียหายในขั้นทราช ฆาตรกรด้วยซ้ำ แต่ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้

ดังนั้นชะตากรรมกบเลือกนายแบบไทยกับคุณภาพปชต.สมาธิสั้นแบบนี้ กับดักกรงของปชต.ไม้ดัดระบอบสวนสัตว์มันซับซ้อนมากเกินกว่าคุณภาพปชต.แบบนี้จะดิ้นรนออกมาได้ หรือบอกกับใครๆหรือชาวโลกให้ชัดๆว่าตัวเองกำลังโดนอะไร?รวมกับพวกไส้ศึกทั้งหลาย นั้นคือมายาภาพที่มันไม่ชัดในสถานการณ์ปชตไทย ในความโง่ดักดานแบบไทยๆตอนนี้

สรุปก็คือในเมืองคนไทยยังโง่ที่จะบอกชาวโลกว่าตัวเอง สถานภาพตัวเองเป็นอย่างไรไปยังชาวโลกให้ชัดๆไม่ได้ แม้เข้ามูลเชิงลึกส่วนใหญ่ เข่ารู้ทุกไส้ทุกพุงในสถานการณ์ปชต.ที่ถูกข่มขืนนี้ แต่เงื่อนไขคือคนไทยแบบคุณเจตน์ หรือแบบปชป. แบบพธม.ต่างหากคือเงื่อนไขตัวสร้างมายาภาพให้มันไม่ชัดครับ(คือเรื่องในบ้านถ้ายังหน้าชื่นอกตรมแบบนี้ใครเขาอยากจะเสืกเรื่องในบ้านคนอื่น)

มันจึงเป็นเงื่อนไขให้ต่างชาติในบทบาทที่ต่างมองตัวเองผลประโยชน์ตัวเองไว้ก่อน อะไรที่ยังไม่ใช่กระแสชัดเจน ก็ยังไม่อยากเสือก ทั้งที่รู้ เหมือนเราเห็นการกดขี่กระทำความรุนแรงในข้างบ้าน ส่วนใหญ่อันดับแรกจะมองว่าเป็นเรื่องครอบครัว แม้จะพอรู้ว่าผัวหรือสามีนั้นมันซาดิสซ์ ขั้นโรคจิต ข่มขืนคนในบ้านกักขังมานานต่อน้องมานาน?

แต่ถ้า สมมุติไม่มีการตาย? บางที่เรื่องแบบนี้มันยังโกออนไปได้สบายๆ เพราะคนในบ้าน ยังแสดงท่าที่ปกติ(แบบปชป.และพธม.บทบาทท้าวสุวรณ ณ.กระทะตุ๋นกบ)แถมมีตัวตัว โอเวอร์รีแอค(อำมาตยฯ,ปชป.บวกพธม.) ออกมาสร้างภาพฮันนี่มูนอำนาจในบ้านเพื่อให้คนนอกบ้านเห็นว่าบ้านี้เมืองนี้ยังรักกันปกติ? แม้จะมีตีกันบ้างเผาบ้านเล่นๆบ้างมันก็ปกติของลิ้นกับฟัน

แต่หารู้ไม่ว่าเนื้อแท้แล้วสถานการณ็ปชต.ในบ้านนั้นถูกกักขังและข่มขื่นยำยี ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายกาจ หนักหนา ที่กฎหมายแม้แต่เรื่องสิทธิมนุษยชน ยังเข้าถึงไม่ได้เพราะเขาคุมสร้างภาพไว้หมดแล้ว

ดังนั้นอเมริการู้?(ทำไมจะไม่รู้) แต่ ยังไม่อยากเสือกตราบใดที่ กระแสชาวโลกยังมองภาพรวมๆแบบนี้อยู่ประเทศไทยต่อเรื่อง นี้เขาไม่มีเงื่อนไขแบบน้ำมันในอิรัค, ความมั่นคงต่อตัวเขาแบบอัฟกานีสฯ แต่ผลประโยชน์ต่างตอบแทนในรัฐต่อรัฐยังสูงกว่า? เขาจึงเลือกที่จะวางท่าทีแบบแทงกั๊กมากกว่าที่จะเล่นบทนักบุญจริงๆทั้งที่รู้ว่าจริงๆคืออะไร???