จดหมายเปิดผนึกถึง คุณหมอประเวศ วะสี: ทำไมไม่วางใจการเลือกตั้ง?

“ผมมีคำถามในใจว่า ทำไมการอภิวัฒน์ประชาธิปไตยจึงไม่ทำกันตรงๆ เลย คือยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เพราะการยุบสภาก็คือการปฏิบัติตามครรลองประชาธิปไตยตามปกติ”

ในบทความชื่อ “ถอดสลักความรุนแรง-อภิวัฒน์ประชาธิปไตย”(ประชาไท, 12 /04/53) คุณหมอประเวศ วะสี เสนอว่า “การอภิวัฒน์ประชาธิปไตยเป็นองค์ประกอบใหญ่อย่างหนึ่งการปฏิรูปประเทศไทย คนไทยต้องฝ่าวิกฤตไปสู่การสร้างสังคมสันติสุขให้ได้ ส่วนจะใช้กลไกรัฐบาลแห่งชาติหรือรัฐบาลเฉพาะกาล หรืออะไรอื่นเพื่ออภิวัฒน์ประชาธิปไตย ก็สุดแต่จะตกลงร่วมกัน”

ผมมีคำถามในใจว่า ทำไมการอภิวัฒน์ประชาธิปไตยจึงไม่ทำกันตรงๆ เลย คือยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เพราะการยุบสภาก็คือการปฏิบัติตามครรลองประชาธิปไตยตามปกติ การเลือกตั้งก็คือการแสดงออกถึงความเป็นประชาธิปไตยที่ตรงไปตรงมาที่สุด เพราะประชาชนทุกคนได้แสดงออกถึงการใช้อำนาจของตนเองอย่างเท่าเทียมกัน

แต่เมื่อย้อนไปพิจารณาการจำแนกกลุ่มคนเสื้อแดงจึงทำให้ผมถึงบางอ้อ คุณหมอประเวศจำแนกกลุ่มคนเสื้อแดงเอาไว้ดังนี้

(1) คุณทักษิณ คงจะต้องการพ้นโทษ ได้เงินคืน และอาจจะอยากกลับมามีอำนาจ คุณทักษิณเป็นพลังขับเคลื่อนในทางอารมณ์และในทางทุนทรัพย์ เพราะการขับเคลื่อนขบวนการที่ใหญ่โตขนาดนี้ต้องใช้เงินมา

(2) คนที่รับจ้างคุณทักษิณ เงินมากขนาดนั้นต้องมีคนอยากรับจ้างเป็นธรรมดา

(3) แดงอุดมการณ์ คือฝ่ายซ้ายซึ่งต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพื่อความเป็นธรรม คนเหล่านี้มีบาดแผลในจิตใจที่เกิดจากเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ที่มีการสังหารนักศึกษาอย่างทารุน เขาควรได้รับการเยียวยาและเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและความเข้าใจในการพัฒนาชาติตามที่เคยสัญญากับเขาไว้ (เคยเรียกเขาว่าผู้ร่วมพัฒนา)

(4) กลุ่มนิยมใช้ความรุนแรง พวกนี้มีจำนวนน้อยควรจำกัดการปฏิบัติการ

(5) คนจนทั้งในชนบทและในเมืองและคนที่เห็นใจคนจน คนจนนั้นต่ำต้อยในศักดิ์ศรีและไม่ได้รับความเป็นธรรม จมปลักอยู่ในความยากจนเพราะโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม ฉะนั้น เมื่อคุณทักษิณมาหยิบยื่นอะไรให้เขาบ้าง แม้ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจริงจังอย่างใด เขาก็หลงรักคุณทักษิณ คุณทักษิณเป็นพาหะในการต่อสู้ของเขา คำว่าไพร่โดนใจเขามาก คนยากคนจนคนที่รู้สึกต่ำต้อยคนที่ไม่มีโอกาสจะเข้าร่วมขบวนการณ์นี้มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจน วันหนึ่งคนจนอาจจะรวมตัวกันมาฆ่าคนรวยก็ได้ ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับคุณทักษิณอย่างใด คุณทักษิณก็คือคนที่รวยที่สุดคนหนึ่ง

 

ประชาธิปไตยโดยสาระคือการที่ประชาชนคนชั้นล่างสามารถกำหนดนโยบายที่แก้ปัญหาของเขาได้ ถ้าคนยากจนสามารถกำหนดนโยบายได้เขาก็จะหลุดพ้นจากความยากจนอย่างเด็ดขาดและถาวร เราจะต้องช่วยให้คนยากจนมากำหนดนโยบายได้ และป้องกันไม่ให้เขาถูกใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อใครหรือเพื่อวัตถุประสงค์ใดอื่นที่ไม่ใช่เพื่อให้เขาพ้นจากความยากจนได้จริงและถาวร โดยเฉพาะต้องป้องกันไม่ให้เขาถูกพาไปตาย

ข้อ (1) ผมว่าคุณหมอพูดไม่หมด คือไม่พูดต่อว่าคุณทักษิณที่ถูกรัฐประหารยึดอำนาจไป และถูกกระบวนการที่คณะรัฐประหารตั้งขึ้นดำเนินคดีกับเขานั้น เขามีสิทธิที่จะต่อสู้เพื่อตัวเองหรือไม่ ข้อ (2) น่าจะระบุให้ชัดว่าเป็นใครหรือกลุ่มใดบ้าง ข้อ (4) ผมเห็นด้วย แต่ความรุนแรงบางระดับ เช่น การปาขวดน้ำ ก้อนหิน ท่อนไม้ใส่ทหาร หรือทุบทำลายรถถัง (แม้ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง) ย่อมไม่ใช่การแสดงออกของ “ผู้นิยมความรุนแรง” แต่เป็นการแสดงออกของ “ความโกรธทางศีลธรรม” ที่รู้สึกรุนแรงว่า พวกตนเองมาต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เพื่อประชาธิปไตย นอกจากรัฐบาลจะไม่รับฟังเหตุผลที่แท้จริงแล้วยังใช้กำลังทหาร รถถัง รถหุ้มเกราะมาสลายการชุมนุม (มันเป็น “ความโกรธทางศีลธรรม” ที่อาจสั่งสมมานานจนถึงจุดปะทุเมื่อเผชิญหน้ากับกองกำลังทหาร)

ส่วนข้อ (3) แม้อาจจะเป็นเรื่อง “บาดแผล” อย่างที่ว่า แต่ผมไม่คิดว่าพวกเขาต้องการหรือเรียกร้องการเยียวยาจาก “ใคร” (โดยเฉพาะ “ใคร” ที่เคยสัญญากับพวกเขาไว้) ถ้าเป็นเรื่องอุดมการณ์ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพื่อความเป็นธรรม สิ่งที่พวกเขาต้องการก็น่าจะเป็นอย่างที่คุณหมอเสนอนั่นแหละครับ คือต้องการ “ประชาธิปไตย (ที่) โดยสาระคือการที่ประชาชนคนชั้นล่างสามารถกำหนดนโยบายที่แก้ปัญหาของเขาได้...” แต่ต้องเติมข้อความต่อไปว่า “...ต้องไม่มีอำนาจพิเศษมากำกับแทรกแซงรัฐบาลที่เขาเลือกมา ทั้งโดยลับและโดยเปิดเผย (เช่นทำรัฐประหาร)”

และข้อ (5) ผมติดใจกับมุมมองที่ว่า คนจน คนชั้นล่าง หรือคนชนบทถูกใช้เป็น “เครื่องมือ” ถูกพาไปตาย กับคำว่า “เรา” จะต้องช่วยให้คนจน... เพราะมีมุมมองเช่นนี้ “เรา” จึงไม่ควรตอบสนองข้อเรียกร้องของพวกเขา เช่น ให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ทันที (และต่อไปอาจจะออกแบบรัฐธรรมนูญป้องกันไม่ให้ศักดินาอำมาตยาธิปไตยสามารถกำกับแทรกแซงการเมืองได้) “เรา” ต้อง “คิดแทน” ต้องอภิวัฒน์ประชาธิปไตยให้พวกเขาก่อน

สรุปก็คือ พวกเขาถ้าไม่ป่วย (มีบาดแผล) ก็ตกเป็น “เครื่องมือ” ถูกชักจูงไปไหนก็ได้ พาไปตายก็ได้ พวกเขาจึงไม่ใช่ “เสรีชน” ที่สามารถมีวิจารณญาณอิสระเหมือนเรา ฉะนั้น “เรา” จึงสมควรเป็นผู้เยียวยา และช่วยเหลือให้พวกเขาสามารถกำหนดนโยบายของตนเองได้

ผมคิดว่ารากเหง้าของปัญหาประชาธิปไตยจริงๆอาจจะอยู่ที่การที่ “เรา” ผูกขาดอำนาจในการคิดแทน ตัดสินใจแทนประชาชนอยู่ตลอดมา ทำให้ “เรา” ไม่วางใจการเลือกตั้ง ไม่วางใจประชาชนว่าเขาสามารถเลือกรัฐบาลที่ดีได้ เราต้องการสร้าง “ประชาธิปไตยสำเร็จรูป” ไปโยนให้ประชาชน ทั้งที่จริงๆแล้ว ความเป็นประชาธิปไตยย่อมเกิดจากการที่ประชาชนได้เรียนรู้และพัฒนาการใช้อำนาจของตนเองอยู่ตลอดเวลา

และขณะนี้ประชาชนในต่างจังหวัด คนชนบท คนชั้นกลางระดับล่างในเมือง ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศได้ตื่นตัวในการใช้อำนาจของตนเองอย่างสูงยิ่ง หรือย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำไม “เรา” ยังต้องมาผูกขาดการคิดแทน ตัดสินใจแทนพวกเขาอยู่อีกเล่าครับ!

มีแต่คนที่จบแพทย์จะคิดแบบนี้ไ

มีแต่คนที่จบแพทย์จะคิดแบบนี้ได้ คือ คิดว่าทุกคนป่วย ต้องรอหมอไปเยียวยารักษา หายเองไม่ได้ หรือคนที่ติดอยู่กับระบบราชการและนักพัฒนาสายอนุรักษ์นิยม ที่คิดว่า ชาวบ้านโง่ คิดไรเองไม่ได้ ต้องรอข้าราชการหรือนักพัฒนาไปช่วยตลอดเวลา หรือไปโปรดสัตว์ตลอด

และหมอประเวศ ก็มีครบทุกคุณสมบัติที่ว่า ไม่แปลกที่แกจะเสนออะไร ที่แลดูสอดคล้องกลมกลืนไปหมด

หมอประเวศมีอิทธิพลต่อนักพัฒนา สายอนุรักษ์นิยม มาหลายทศวรรษเกินไป ผมว่าน่ากลัว โดยเฉพาะนักพัฒนาทางสายงานสาธารณสุข

หมอประเวศ โดน

หมอประเวศ โดน เด็กตอกเข้าอย่างจัง

ผมคิดว่าหมอประเวศเป็นคนที่มีเ

ผมคิดว่าหมอประเวศเป็นคนที่มีเจตนาดี แต่หลงยุคสมัยครับ

ในประเทศไทยนั้นหมอเคยเป็นคนสอบได้ที่ 1 ของประเทศ เคยชินกะคำสอนที่ว่าหมอต้องเป็นผู้ชี้นำสังคม ทั้งๆที่บทบาทของหมอในประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นจำกัดอยู่ที่โรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ ที่สำคัญหมอต้องเชื่อนักกฎหมาย เพราะหมอเป็นอาชีพที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนและเสี่ยงต่อการโดนฟ้องร้อง แพทย์สภาในประเทศพัฒนาแล้วไม่สามารถปกป้องหมอจากผู้บริโภคได้ถ้าไม่มีนักกฎหมายฝีมือดี

ผมคิดว่าคนแบบหมอประเวศต้องเริ่มปลงและยอมรับว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ต้องปล่อยวางให้คนรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาโดนที่ไม่ต้องไปชี้นำเขามากมาย อยากให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าคนรุ่นเก่าก็ต้องยอมลดบทบาทของตัวเอง ต้องยอมรับนะครับว่าผ่านไปเป็นทศวรรษแล้ว นโยบายแบบอนุรักษ์นิยมไม่ได้พาประเทศไปไปกว่าประเทศเพื่อนบ้านเท่าไรนัก

ด้วยความนับถือครับ

กลัวแพ้เลยไม่อยากลงเลือกตั้ง

กลัวแพ้เลยไม่อยากลงเลือกตั้ง

เห็นด้วยอย่างยื่งค่ะ

เห็นด้วยอย่างยื่งค่ะ คุณหมอประเวศคะ คุณไม่ควรเป็นราษฎรอาวุโสของประเทศแล้วค่ะ เพราะคุณแค่อาวุโสเฉพาะวัยเท่านั้นเอง มุมมองของคุณมันเอียงกะเท่เร่ จนไม่น่าเคารพแล้วค่ะ

สมควรแล้ว

สมควรแล้ว ที่มอบให้เขาเป็นราษฎรอาวุโส
เพราะคนอาวุโส หลายๆ คนในประเทศไทยเดี๋ยวนี้
สมองเละเลือนกันหมดแล้ว

โลกมันไปถึงไหน
พวกมันยังคิดว่า พวกมันรู้มากกว่า ชาวไร่ชาวนา
ทุกเรศสิ้นดี
มองแต่ตนเอง ไม่ยอมมองคนอื่น ไม่ยอมรับความจริงของการเปลี่ยนแปลง

หน้าฉากของวิญญูชนจอมปลอมผู้นี

หน้าฉากของวิญญูชนจอมปลอมผู้นี้เสนออะไรก็ดูดี แต่ที่สุดแล้วข้อเสนอต่างๆก็เพื่อจะรักษาระบอบเดิมไว้และรักษาผลประโยชน์ชั้นชั้นผู้ปกครองเท่านั้น สาดๆๆๆๆๆๆๆๆ

ประเวศ

ประเวศ ยิ่งเขียนยิ่งแสดงออกถึงความคิดเผด็จการ มะนุดตัวนี้มันไม่เคยศรัทธาปชต.เลยจริงๆ..
จะว่าไปแล้ว หมอกับทหารดูจะใช้ภาษาและวาทกรรมที่บ่งบอกความเป็นfacism เหมือนกันเลย

ขอบคุณเจ้าของกระทู้มากครับ อย

ขอบคุณเจ้าของกระทู้มากครับ

อย่างน้อยพวกเราก็มีคนที่มีความรู้เท่าทันเหมือนคุณคุณ ที่คอยสะกิดคนที่มียศตำแหน่งทางสังคมที่ยัดเยียดให้คนนับถือ คอยวิจารณ์และคิดแทนชาวบ้านเขาไปทั่วแล้วต้องการให้คนอื่นคิดเหมือนตัวเอง...ขอบคุณอีกครั้งครับ

มองอย่างนก

ขอบคุณเจ้าของกระทู้มากครับ อย

ขอบคุณเจ้าของกระทู้มากครับ

อย่างน้อยพวกเราก็มีคนที่มีความรู้เท่าทันเหมือนคุณคุณ ที่คอยสะกิดคนที่มียศตำแหน่งทางสังคมที่ยัดเยียดให้คนนับถือ คอยวิจารณ์และคิดแทนชาวบ้านเขาไปทั่วแล้วต้องการให้คนอื่นคิดเหมือนตัวเอง...ขอบคุณอีกครั้งครับ

มองอย่างนก

หมอประเวศเคยสร้างภาพว่าเป็นหม

หมอประเวศเคยสร้างภาพว่าเป็นหมอผู้มีอุดมการณ์เพื่อคนจน คนชั้นล่างมาตลอด

มาบัดนี้ ตัวตนของหมอเปิดเผยแล้วว่า ที่ผ่านมาก็แค่เป็นเพียงพวกฝ่ายชนชั้น เสแสร้งทำเป็นเสียสละเพื่อประชาชนคนชั่นล่าง สร้างความโดดเด่นจากเพื่อนๆ หมอทั่วไปด้วยกันว่าตนเองจิตใจสูงส่งกว่าหมอทั่วไปที่พวกแพทย์พาณิชย์ สร้างภาพเช่นนี้จนโดดเด็ด โด่งดังกว่าหมอทั่วไป สร้างภาพจนกลายเป็นสัญญลักษณ์แห่งพระเจ้าของความดีงาม จนได้เป็นราษฎรอาวุโสที่พวกชนชั้นด้วยกันประเคนให้

ประชาชนทั่วไปก็เคลิ้มไปกับภาพจอมปลอมนี้ด้วย หลงโมหะมาหลายสิบปี

ตอนนี้ตัวตนของหมอหล่นตุ๊บลงบนพื้น ที่แท้ค่าก็แค่ขี้ดิน ขี้ตีนเท่านั้นเอง

ไร้จรรยาบรรณ ไร้จิตใจอันเมตตา ไร้ความเที่ยงธรรม

คนอย่างหมอมันก็แค่พวกรับใช้พวกชนชั้น แถมช่วยหลานหน้าหล่อสุดเลิฟของหมอ แม้ว่าหลานรักคนนี้จะทำดีทำชั่วฆ่าคนเพียงใด

หมอไม่เคยตำหนิ ไม่เคยบอกให้ขอโทษ

ความระยำของหลานหล่อสุดเลิฟของหมอ ไม่ทิ้งห่างหมอเท่าไหร่แล้วตอนนี้

ขอประนามจิตใจหมอด้วยอีกคน........ ระยำ!

ความเห็นของคุณหมอประเวศ

ความเห็นของคุณหมอประเวศ ก็เป็นทัศนะอันหนึ่ง ที่จะเห็นด้วยหรือไม่ก็ได้
อาจจะ "ทุเรศสินดี" หรือ "ไม่ทุเรศสินดี" ก็แล้วแต่มุมมอง ความคิด ของแต่ละคน
ก็เหมือนกับทัศนะหนึ่งของคนเขียนบทความ หรือคนแสดงความเห็นนั่นแหละ
คุณก็ประนามว่าความคิดคนอื่น แย่ ทุเรศ เลวทราม ( แต่ความคิดกูดี เป็น "ประชาธิปไตย" "ไม่จอมปลอม" " "อยู่ข้างประชาชน" ฯลฯ คุณรู้รึว่าประชาธิปไตยคืออะไร, ประชาชนนี้นับรวมใครและไม่นับรวมใคร??)
วิธีคิดแบบนี้ก็ไม่เห็นจะแตกต่างจากคนที่คุณกำลังบริภาษอยู่เลย..ช่วยตอบว่าต่างตรงไหน??
ไม่เห็นว่า "ประชาชน" จะต้องดี เลิศเลอเสมอไป ประชาชนคือใคร??
นาย ก. นาย ข. เป็นประชาชน รึเปล่า, นายทักษิณ,นาย สนธิ,นายสุเทพ, นายจตุพร, นายจักรภพ,
รึ เฉพาะคนที่สวมเสื้อแดง (พวกเสื้อเหลืองเป็นพวก โง่ พวกอภิสิทธิชน อำมาตย์ ฯลฯ) และ
ประชาชนก็โง่ ได้ ทำผิดได้ บ้าเลือดได้ ฉลาดได้
ประชาชนที่สงขลาก็คิดแบบหนึ่ง ประชาชนที่เชียงใหม่ อุดร กรุงเทพฯ ชัยนาทก็คิดเหมือนกันต่างกัน แล้วไง
พูดเหมือนกับว่า ถ้าใครคิดไม่เหมือนพวกคุณก็ไม่ใช่ประชาชนอย่างนั้นแหละ???
เสื้อแดงก็เป็นประชาชน บางครั้งก็โง่ บางครั้งก็ฉลาด บางครั้งก็ถูก บางครั้งก็ผิดได้
วิเศษกว่าคนอื่นรึไง???

ประเวศเอ๋ย

ประเวศเอ๋ย ปากไม่สิ้นกลิ่นโกเต็กอย่าไปวิจารณ์เลย ปากสูเจ้าพล่อยๆอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่

ประเวศเอ๋ย

ประเวศเอ๋ย ปากยังไม่สิ้นกลิ่นโกเต็กอย่าไปวิจารณ์ใครเขาเลย อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่

ราษฎรอาวุโส คนนี้เก่าสนิมกิน

ราษฎรอาวุโส คนนี้เก่าสนิมกิน ใช้งานอะไรอีกไม่ได้แล้ว โล๊ะทิ้งได้แล้ว

ถ้าคุณหมอประเวศมีความจริงใจแล

ถ้าคุณหมอประเวศมีความจริงใจและกล้าแสดงความคิดความเห็นที่เป็นธรรมมากกว่านี้ ผมเชื่อว่าจะมีคนอีกมากมายที่จะเห็นด้วยกับคุณหมอ แต่คุณหมอมักจะกล่าวถึงความผิดของอีกฝ่ายเดียว คือฝ่ายคุณทักษิณ ขณะที่อีกฝ่ายก็คือ รัฐบาล กลุ่มพันธมิตรฯ และทหาร ก็ผิดและก็เห็นได้ยิ่งชัดเจนด้วยว่า ผิดทั้งในทางการปฏิบัติและจริยธรรม แต่ก็ไม่เคยเห็นคุณหมอวิพากษ์วิจารณืรัฐบาลและคนกลุ่มนี้เลย......... นี่แหละ ความเห็นของคุณหมอไม่เป็นกลางและก็เลยไม่เป็นที่ยอมรับ และสังคมนี้ก็ลืมคุณหมอไปแล้ว..

ทัศนคติที่ว่า "เรา"

ทัศนคติที่ว่า "เรา" จะต้องช่วยเขา เพราะเขา ด้อยทางปัญญาและทุนทางสังคมแบบนี้เคยได้ยินเองจากการไปนั่งฟังทั่นบรรยายที่ราชสุดาครั้งหนึ่ง

หมอประเวศ กล่าวนำต่อคนที่ทำงานด้านคนพิการ(ที่ไม่พิการ) ว่า การมาเสียสละทำงานของพวกเราในนี้ ถือว่าเราเป็นคนที่มีใจสูงมาก

แม้ฉันไม่พิการ แต่ได้ฟังแบบนี้ ก็สัมผัสได้ทันทีว่า หากฉันพิการแล้วมีคนมาทำงานเพื่อฉัน พวกเขาเป็นคนที่เหนือกว่า ใจสูงกว่า ฉันด้อยกว่า ทันที

หมอประเวศจะแสดงความเห็นแบบมองแคบและตื้นแบบนี้ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น เพราะในหัวมีแต่คนชื่อทักษิณมาหลอกหลอน ไม่เคยมองว่า ปัญหาที่เกิดเพราะคนอย่างทักษิณอย่างที่อ.นิธิว่า เราจะจัดการกันอย่างไร กี่ปีมาแล้วที่เออะอะไรก็ออกมาเรียกหาทักษิณ วันนี้พรุ่งนี้ ทักษิณตายไป จะเอาอะไรมาอ้างเพื่อกดขี่คนด้อยเปรียบด้วยวาจาและทัศนคติเหยียดแบบนี้อีก

นักปรัชญาชายขอบก็วิพากษ์จุดยื

นักปรัชญาชายขอบก็วิพากษ์จุดยืนลุงประเวศเข้าทีดีครับ เห็นด้วยถึงหัวโต สมศักดิ์เจียมจะด่าคุณมันๆ คันๆ ในบทความอื่นก็ช่างเหอะ แต่อันนี้ผมว่ามันโอเคสำหรับผมนะ

ถ้าเป็นผมก็จะวิพากษ์เริ่มจากประสบการณ์เดิมของลุงประเวศ ที่เป็นหมอ ทำมานาน จนเผลอเกิดอัตตา เกิดความหลง จนเผลอคิดว่า ตัวเองเป็นหมอ และ คนอื่นเป็นคนไข้ที่หมอต้องรักษา เยียวยาอยู่เรื่อย พอมาเล่นเรื่องสังคม เลยอดทำตัวเป็นคุณพ่อรู้ดี เลยตกกับดักประสบการณ์ตัวเอง กลายเป็นพวกยูโธเปีย แนวเหนือ-ใต้ คือคิดว่า ผู้อยู่เหนือต้อง เก่ง ดีเลิศ ประเสริฐถ้วน ผู้อยู่ล่างเป็นเพียงคนป่วยไข้ ต้องเยียวยาซะงั้น

พอมองสังคมแบบองค์รวมเลยออกมาเพี้ยนๆ บ้าง เช่น ด้านวัฒนธรรม ก็หลงไปว่า ผู้นำเป็นเสมือน "ศาสดา" ต้องพร่ำสอนเยียวยาจิตใจชนชั้นล่าง ที่เป็นเหมือน "สาวก" ไม่ให้ทำบาป ถ้าด้านการเมือง ก็มักคิดว่า ผู้นำ หรือ "ผู้ปกครอง" ที่ต้องเยียวยา "ผู้ใต้ปกครอง" ไม่ให้ทำผิดกติกา ด้วยการ กำหนดกฎระเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ซะเอง เพราะนี่เป็นการเยียวยารักษา ผู้ใต้ปกครอง ถ้าแกไปคิดแทนพวกเจ้าของกิจการ ก็มักเผลอคิดอยู่เรื่อยว่า เป็นเจ้าของผู้แสนดี "นายจ้างผู้แสนประเสริฐ" การขูดรีดค่าจ้าง ก็ไม่ใช่การขูดรีด แต่เป็นการเยียวยาการใช้ชีวิตอันเหลวไหลของพวกลูกจ้าง ป้องกันไมพวกเขาฟุ่มเฟือย จะเกิดการผลิตล้นเกิน ทำให้เกิดปัญหาการเงินตามมาอีก การสะสมกำไรของนายจ้างจากการขูดรีด ก็ไม่ใช่การสะสมเพื่อตนเอง แต่เป็นการสะสมเอาไว้จ้างคนงานต่อไปอีกต่างหาก เป็นต้น่

แต่ถึงยังไง ลุงประเวศนะเป็นคนดี เป็นคนมีจิตเมตตาแน่นอน เพียงแต่จุดยืนประสบการณ์ และชนชั้นทำให้แกเป็นตัวแทน ผู้ครอบงำ วิธีคิดก็แบบวิถีหมอกับผู้ป่วย ที่ไม่ได้ให้เกียรติกับผู้อืนในด้านความเสมอภาค

หมดราคาแล้วคนๆ นี้

หมดราคาแล้วคนๆ นี้

ใครๆ ก็แสดงความคิดเห็นกันได้

ใครๆ ก็แสดงความคิดเห็นกันได้ ไม่แปลก ที่นพ.ประเวศ จะแสดงความคิดเห็นของตน
... การได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตย ต้องเสียเลือดเนื้อ หยาดน้ำตาไปมากเพียงใด เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเชิดชู รู้คุณค่าและเรียนรู้ ที่จะเติบโตอย่างเป็นประชาธิปไตยจริงๆ แต่ในสังคมประชาธิปไตย ทุกวันนี้ ที่คนในสังคมส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเลยว่า "ประชาธิปไตย" คืออะไร มองเฉพาะกระบวนการได้มาซึ่งผู้แทนราษฎร คือ เลือกตั้ง บางคนก็ไม่ไป ไม่รู้จะเลือกทำไม ในต่างจังหวัด ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ส่วนใหญ่ถ้าไม่มี "เงิน"มาแจก ก็ไม่ออกไปเลือกตั้ง และเมื่อต้องไปเลือก ก็เลือกคนที่เขาเอาเงินมาให้นั่นแหละ อยากถามว่า ทั้งกระบวนการทั้งหมดของประชาธิปไตย ทั้งคนเลือก และคนถูกเลือก ถ้าตัดคำว่า "เงิน"ออกไปเพียงคำเดียว คิดว่า ทุกคนจะมาแก่งแย่ง และร้องเรียกหาประชาธิปไตย เสียงดังเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้หรือไม่
.... เรารังเกียจเผด็จการโดยทหาร เช่นเดียวกับ เผด็จการโดยรัฐสภา เผด็จการเบ็ดเสร็จ เหมือนกัน แต่ต่างกันว่าเป็นโดยทางตรง หรือทางอ้อม เผด็จการอย่างหลัง เกิดได้โดยการ ใช้คำว่า "ประชาธิปไตย" เป็นเครื่องกำบัง กว้านซื้อเสียง ซื้อตัวนักการเมือง ซื้อพรรคการเมือง สร้างฐานเสียงของตน เกิดเป็นเสียงข้างมาก อยากทำอะไร เปลี่ยนกฎหมายมาตราไหน ข้าราชการคนไหน ไม่สนับสนุน ก็ปรับเปลี่ยนออกไป ให้เสร็จสรรพ คนใดปรับเปลี่ยนไม่ได้ ก็ใช้เงินซื้อ อยากให้ใครตาย ทำได้ทั้งนั้น และคุณคิดว่า รัฐบาลไหน ที่ทำได้ รัฐสภา ไม่มีความหมาย เป็นเพียงสถานที่ฟอกตัวว่าได้ทำตามกระบวนการแล้วโดยชอบธรรม ไม่ต้องมาถามแย้ง ซักค้าน พวกมาก ลากไป อยากทำอะไร ได้ดังใจ ที่สำคัญไร้คุณธรรม
... นี่หรือ คือประชาธิปไตย ที่คุณหมอต้องการ เราไม่กล่าวโทษชาวบ้าน ที่เงินน้อยนิด หรือเงื่อนไขที่ผู้ต้องการเสียง ประกาศออกไป เป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต หากแต่กล่าวโทษผู้ที่มีความรู้ มีอำนาจมากกว่า แต่ไร้จริยธรรมในตนเอง เอาเศษเงินไปหว่าน และสร้างภาพอนาคตอันสวยหรู จนติดตรึงตราในใจคนรากหญ้า(ที่เขาจำกัดความไว้) คนที่พยายามใช้ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือ ให้ได้มาซึ่งเส้นทางสู่อำนาจและเงินตรา อันหอมหวล ที่พวกเขาไม่รู้จักพอ กระบวนการประชาธิปไตยในบ้านเราจึงวนเวียน เวียนวน ไม่ได้ผุดได้เกิด
... จักให้มีการเลือกตั้งใหม่ สักกี่สิบหน เปลี่ยนรัฐบาลไปอีกเป็นร้อย หากคนยังยึดติดอยู่กับ การรอรับการอุปถัมภ์ จากคนมีเงิน มีอำนาจ หากมิได้ภาคภูมิใจในความเป็นคนของตน เลือกตั้งใหม่วันนี้ คุณจะได้ผู้แทน ซื้อเสียง และสร้างวิมารในอากาศ เข้ามาอีกวันยังค่ำ การยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ในคราวนี้ จึงเป็นเพียงการแก้ปัญหาเพียงปลายเหตุ อันเกิดจากผลพวงจากม๊อบเท่านั้น หากต้นเหตุยังคุกรุ่น พร้อมโหมให้เกิดไฟเผาผลาญลุกโชน ไม่สนใจว่าจักทำลายบ้านเมืองของตนให้พินาศไปเพียงใด เพียงเพื่ออำนาจ และพวกพ้องของตน...จักต้องให้เลือกตั้งใหม่อีกกี่สิบหนเล่า คุณหมอประเวศ

T

T wrote:
ความเห็นของคุณหมอประเวศ ก็เป็นทัศนะอันหนึ่ง ที่จะเห็นด้วยหรือไม่ก็ได้
อาจจะ "ทุเรศสินดี" หรือ "ไม่ทุเรศสินดี" ก็แล้วแต่มุมมอง ความคิด ของแต่ละคน
ก็เหมือนกับทัศนะหนึ่งของคนเขียนบทความ หรือคนแสดงความเห็นนั่นแหละ
คุณก็ประนามว่าความคิดคนอื่น แย่ ทุเรศ เลวทราม ( แต่ความคิดกูดี เป็น "ประชาธิปไตย" "ไม่จอมปลอม" " "อยู่ข้างประชาชน" ฯลฯ คุณรู้รึว่าประชาธิปไตยคืออะไร, ประชาชนนี้นับรวมใครและไม่นับรวมใคร??)
วิธีคิดแบบนี้ก็ไม่เห็นจะแตกต่างจากคนที่คุณกำลังบริภาษอยู่เลย..ช่วยตอบว่าต่างตรงไหน??
ไม่เห็นว่า "ประชาชน" จะต้องดี เลิศเลอเสมอไป ประชาชนคือใคร??
นาย ก. นาย ข. เป็นประชาชน รึเปล่า, นายทักษิณ,นาย สนธิ,นายสุเทพ, นายจตุพร, นายจักรภพ,
รึ เฉพาะคนที่สวมเสื้อแดง (พวกเสื้อเหลืองเป็นพวก โง่ พวกอภิสิทธิชน อำมาตย์ ฯลฯ) และ
ประชาชนก็โง่ ได้ ทำผิดได้ บ้าเลือดได้ ฉลาดได้
ประชาชนที่สงขลาก็คิดแบบหนึ่ง ประชาชนที่เชียงใหม่ อุดร กรุงเทพฯ ชัยนาทก็คิดเหมือนกันต่างกัน แล้วไง
พูดเหมือนกับว่า ถ้าใครคิดไม่เหมือนพวกคุณก็ไม่ใช่ประชาชนอย่างนั้นแหละ???
เสื้อแดงก็เป็นประชาชน บางครั้งก็โง่ บางครั้งก็ฉลาด บางครั้งก็ถูก บางครั้งก็ผิดได้
วิเศษกว่าคนอื่นรึไง???

คิดได้เช่นนี้ก็ดี
และถ้าจะให้ดี
กรูณาอย่าสนับสนุนให้มีการทำรัฐประหาร
กรุณาอย่าล้มการเลือกตั้ง
กรุณาอย่าบอยคอร์ดการเลือกตั้ง
กรุณาฟังเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ
เพราะทุกเสียงทุกความคิดมีคุณค่า อย่างที่คุณว่าจริงๆ
และสุดท้าย กรุณาสนับสนุนให้ทุกเสียงทุกคนมีที่ยืนในสังคม(ในเวทีสาธารณะ)
อย่างเท่าเทียมกันจะดีมากๆๆๆๆๆๆ

ใช่ครับ . .

ใช่ครับ . . ต้องคนรุ่นใหม่อย่าง หมอเหวง นิยมมากในหมู่วัยรุ่น