มาร์คค้านยืด พ.ร.บ.มั่นคงตาม กอ.รมน. ย้ำคุยเสื้อแดงต้องไม่เอี่ยวแม้ว
อภิสิทธิ์ ค้านข้อเสนอ กอ.รมน. ยืดอายุ พรบ.ความมั่นคง ไปจนถึงวันที่ 7 เมษายน เชื่อสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงได้ ยัน เจรจาม็อบแดงต้องไม่มีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ส่วนระหว่างปัญหาของกลุ่ม นปช.กับปัญหาของพ.ต.ท.ทักษิณ สิ่งไหนเป็นปัญหาหลักมากที่สุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ปัญหาของกลุ่มนปช.เรื่องการยุบสภา เรื่องของประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ปัญหาส่วนตัวของคุณทักษิณไม่ใช่ปัญหาของส่วนรวม" ด้านกระแสข่าวเรื่องมีทหารแตงโมอยู่ในกองทัพ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความจริงคำพูดนี้นายวีระ มุกสิกพงษ์ เคยพูดมาตั้งแต่ปี 2519 โดยกล่าวถึงพรรคพลังใหม่ที่มี น.พ.กระแส ชนะวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรคเพราะขณะนั้นพรรคพลังใหม่ข้างนอกมีแต่ของใหม่ แต่ข้างในเป็นคอมมิวนิสต์"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนตามเส้นทางตามๆใน กทม. ซึ่งในภาพรวมเหตุการณ์ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งขอขอบคุณประชาชนทุกกลุ่มที่ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของเหตุการณ์ที่ทำให้ เกิดความไม่สงบ และขอเรียนว่าในส่วนแนวทางของรัฐบาลยังยืนยันว่าเราพร้อมที่จะพูดคุยกับตัว แทนผู้ชุมนุมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของส่วนรวม ส่วนผู้ชุมนุมจะเข้ามามีส่วนร่วมในการพูดคุยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ชุมนุมเอง
ล่าสุดสมาชิกวุฒิสภากลุ่มหนึ่งประสานงานมา โดยเบื้องต้นจะเชิญตัวแทนของรัฐบาลไปพูดคุย 2 คน ซึ่งตนได้มอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ ส่วนตัวแทนของกลุ่มคนเสื้อแดง นปช. มี นพ.เหวง โตจิราการ ส่วนความคาดหวังจากการพูดคุยนั้นคงพูดอะไรล่วงหน้ายาก แต่เป็นสิ่งที่ดีที่เขาพร้อมมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดอดีตแกนนำของพรรคไทยรักไทย เริ่มเข้ามามีบทบาท และพล.อ.ชวลิต ยงในยุทธ ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะขึ้นเวทีปราศรัย ถือเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้ผู้ชุมนุมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงเป็นความพยายามในการที่จะรวมกลุ่มให้เป็นรูปธรรม ในลักษณะที่เปิดเผยมากขึ้น ซึ่งความจริงก็เชื่อมโยงกันมาตลอดอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้เปิดเผยชัดเจนขึ้น เพื่อประโยชน์ในการที่จะเพิ่มเอกภาพหรือระดมทุกส่วนมาเรื่องของการเคลื่อนไหว
เมื่อถามว่า ความเคลื่อนไหวที่มีแนวโน้มจะยืดเยื้อ รัฐบาลจำเป็นต้องต่อพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชณาจักรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) เสนอความเห็นมาภายในวันจันทร์ ที่ 22 มีนาคม เพราะการประกาศจะดำเนินการในวันอังคาร ที่ 23 มีนาคม ซึ่งอำนาจที่จะประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่เป็นของครม.ที่จะประชุมในวัน อังคาร ส่วนสถานที่การประชุมขณะนี้ยังไม่ได้ตกลงกันจะดูตามความเหมาะสม ส่วนที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) มีความเห็นว่าจะขยายถึงวันที่ 7 เมษายน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการรายงานเข้ามา แต่ในความเห็นของตนไม่น่าขยายยาวขนาดนั้น
เมื่อถามว่า ได้ประเมินหรือไม่ว่าจะสามารถทำงานเป็นปกติได้เมื่อไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนจะดูความพอดีคือด้านหนึ่งในช่วงที่เหตุการณ์ยังมีความตรึงเครียด เช่น ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ไม่ประสงค์ที่จะไปเป็นเงื่อนไขเติมความขัดแย้ง แต่อีกด้านหนึ่งระยะเวลาผ่านมาพอสมควร ประชาชนจำนวนไม่น้อยก็ต้องการเห็นการนำสังคมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ฉะนั้นจะค่อยๆทำไป เช่น เรื่องการคืนพื้นที่บางส่วน ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตกลงแล้ว ส่วนการเข้าไปทำงานของตนจะดูความเหมาะสมของสถานการณ์ ที่จริงแล้วหากผู้ชุมนุมจะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญก็จะไม่มีปัญหาอะไรเลย อันนี้อาจจะเป็นประเด็นหนึ่งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ได้พูดคุยกับทั้ง 2 ฝ่ายอยู่แล้ว ซึ่งไม่ทราบว่าในวันจันทร์จะมีการพูดเรื่องนี้ในการหารือกับวุฒิสภาหรือไม่
ส่วนการเจรจาเงื่อนไขจะเป็นอย่างไร เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมายังยืนยันว่าจะต้องยุบสภาก่อน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นึกไม่ออกว่าหากยุบสภาแล้วจะคุยอะไรกัน เมื่อถามว่า ต้องมีการถอยกันก่อนหรือไม่ เพราะจะได้ไม่ต้องมีเงื่อนไขในการเจรจา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เราไม่พยายามทำให้รูปแบบให้มันแข็งตัว รัฐบาลต้องการเห็นความสงบเรียบร้อย แต่รัฐบาลก็ต้องการที่จะยืนหยัดหลักของบ้านเมือง หากผู้ชุมนุมเห็นว่าอยากจะให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยแลกเปลี่ยนกันด้วยเหตุ ด้วยผลก็ต้องพูดคุยกัน ถ้าไม่พูดคุยกันแสดงให้เห็นว่าไม่มีความต้องการที่จะรับฟังฝ่ายอื่นเลย ก็จะเอาความคิดเห็นของตัวเองเป็นใหญ่ ซึ่งตนเห็นว่าไม่ใช่วิสัยของนักประชาธิปไตย
เมื่อถามว่า รัฐบาลอยากพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดเงื่อนไขอะไรเลย เพียงแต่บอกว่าถ้ารัฐบาลจะยุบสภารัฐบาลต้องมีเหตุผลว่าการยุบสภาเพื่อแก้ ปัญหานำไปสู่ความเป็นปกติความสงบของบ้านเมือง จริงอยู่มีผู้ชุมนุมและผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งที่มากพอสมควร ที่บอกว่าการยุบสภาเป็นสิ่งที่เขาต้องการ แต่มีประชาชนจำนวนไม่น้อยซึ่งไม่ทราบว่าฝ่ายไหนมากกว่ากัน ที่บอกว่ายังไม่อยากให้ยุบสภา ตนมีหน้าที่ในการทำงานให้กับคนทั้งประเทศ การบริหารงานก็ต้องฟังเสียงคนทั้งประเทศ เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ยังดำรงอยู่จะทำความเสียเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "เราคงไม่ให้สถานการณ์อย่างนี้ดำรงไปจนไม่มีที่ สิ้นสุด ผมก็เรียนว่าหากการชุมนุมอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด แม้จะมีการกระทบกระเทือนถึงความไม่สะดวกบ้าง ก็ไม่มีผลมากนัก ตอนนี้สิ่งที่เราต้องการที่จะให้เกิดความชัดเจนคือผู้ชุมนุมจะชุมนุมอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งถ้าเขายอมทำได้ทุกอย่างก็จะเป็นไปด้วยดี ถ้าเขาไม่ยอมทำก็เป็นเรื่องที่ผมจะตัดสินใจต่อไป ว่าจะดำเนินการอย่างไรในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด"
เมื่อถามว่า ขั้นตอนต่างๆจะใช่เวลาอีกนานหรือไม่ หรือจะปล่อยให้สถานการณ์เดินไปเรื่อยๆ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เราประเมินอยู่ตลอด เนื่องจากตนเห็นว่าวันจันทร์จะมีการพูดคุยกันด้วย ซึ่งน่าจะมีการพูดคุยกันเบื้องต้นก่อน ก่อนที่รัฐบาลจะตัดสินใจอะไรต่อไป เมื่อถามว่า หากมีการปิดล้อมสถานที่ราชการหรือสถานที่นายกฯทำงาน จะต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งในการปฏิบัติกับผู้ชุมนุมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ผมอยากย้ำว่าการกระทำเหล่านั้นได้มีคำวินิฉัยของศาลปกครองกลางแล้วว่าไม่ เป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ พูดง่ายหากปิดล้อมสถานที่ราชการไม่ได้เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญอีกต่อไป รัฐบาลก็มีสิทธิที่จะสลายการชุมนุม แต่ตนต้องการที่จะรักษาบรรยากาศของบ้านเมือง ซึ่งในช่วง 7 - 8 วันที่ผ่านมา ก็หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเงื่อนไข แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งตนคิดว่าประชาชนคนไทยมีความต้องการและมีสิทธิที่จะให้ บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งต้องดูกันต่อไป
ส่วนจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า
ต่อข้อถามว่า แต่ล่าสุดนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย แถลงว่าพรรคจะไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสภาทั้งหมด และอาจรวมถึงเรื่องการเจรจาด้วย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบและเห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังประชุมเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจกันอยู่ และถามคนอื่นในพรรคครบหรือไม่เพราะตนเห็นว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคน อยากทำหน้าที่ในสภา โดยเฉพาะการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอถามว่าพรรคเพื่อไทยประชุมเมื่อใด ที่ผ่านมานายวรวัจน์พูดในสภาก็มีท่าทีแปลกๆอยู่
เมื่อถามว่าการเจรจาในครั้งนี้นั้นควรมีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและทางการเมือง เช่นนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน มาร่วมหารือด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในชั้นนี้การที่มีตัวแทนมาพูดคุยเบื้องต้นก่อน และควรเปิดทางเลือกต่างๆไว้ตนเชื่อว่าผู้ใหญ่หลายคนจากพรรคอื่นๆไม่จำเป็น ต้องเป็นพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าเป็นประโยชน์ในการพูดคุยก็ไม่เป็นปัญหาตน บอกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุม ตนยืนยันว่ารัฐบาลไม่ใช่คู่กรณีแต่รัฐบาลมีหน้าที่ตัดสินใจเพื่ออนาคตของ บ้านเมืองที่ดีที่สุด ฉะนั้นหากมีอะไรที่คุยด้วยเหตุผลได้ หากรัฐบาลเห็นว่าเหมาะสมก็ตัดสินใจ หากไม่เหมาะสมก็จะให้เหตุผลของรัฐบาลไป การหาเหตุผลนั้นตนไม่คิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมีสิทธิผูกขาดหรือควรมีสิทธิดี ไปกว่าผู้ที่ไม่มาชุมนุมหรือผู้ที่มีความเห็นอื่น
เมื่อถามว่า นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำนปช.จะพาคนเสื้อแดงมาที่
ร.11 รอ.อีกรอบขณะที่นายกฯบอกว่าสัปดาห์หน้าจะทำให้การทำงานของรัฐบาลกลับสู่ภาวะปกติ มาตรการที่นายกฯวางเอาไว้จากเบาไปหาหนักจะดำเนินการจริงจังแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนพูดมาแต่ต้นว่าในการปฏิบัติจะเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายและหลักสากล ดังนั้นเรื่องเบาไปหาหนักชัดเจนตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ส่วนนายอริสมันต์ ขณะนี้เข้าใจว่ามีการถอนประกันและมีหมายจับด้วย เมื่อถามว่า นายอริมันต์ก็ยังอยู่บนเวทีคนเสื้อแดง นายอภิสิทธิ์ ตอบสวนกลับทันทีว่า "ก็เข้าใจว่าไม่กล้าออกมาหรอกครับ" เมื่อถามต่อว่า ถ้าเช่นนั้นเจ้าหน้าที่สามารถบุกไปจับกุมบนเวทีได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็กำลังจะดูเพราะถ้าจับแล้วเกิดปัญหาลุกลามไปก็คงไม่ค่อยจะเป็นประโยชน์นักเพราะการต้องการจับกุมและถอนประกันเพราะต้องการให้บ้านเมืองสงบ และเจ้าตัวไปพูดจาลักษณะที่ยุยงให้เกิดความไม่สงบ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ยืนยันว่านายอริสมันต์ถึงได้อยู่ที่เวทีปราศรัยใหญ่
ส่วนมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้ทางออกโดยการออกพ.ร.ก.นิรโทษกรรมทางการเมืองยกเว้นคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "มันไม่ใช่ข้อเรียกร้องในขณะนี้" เมื่อถามต่อว่า แต่มันน่าจะเป็นทางออกได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ย้อนถามว่า ถ้าผู้ชุมนุมเขาบอกเขาไม่ได้สนใจจะให้ยุบสภา ตนถึงบอกว่าของอย่างนี้มันต้องมีพูดคุยกันขนาดพวกเราที่เป็นสื่อมวลชนยังเข้าใจเลยว่ามันยังมีเรื่องอื่นอยู่อีก ไม่ใช่เฉพาะการยุบสภา ถ้าเกิดไม่คุยกันให้ครบถ้วนเราจะไม่มีหลักประกันว่ามันเป็นทางออกสำหรับสังคมหรือประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้เบื้องต้นเป็นของนปช.แต่ท่าทีของพรรคเพื่อไทยนั้นตนไม่ทราบเพราะว่าอย่างที่บอกว่านายวรวัจน์พูดนั้นเป็นมติที่ประชุมหรือเปล่า หรือเป็นที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค หรือที่ประชุมส.ส.หรืออะไรและอย่าไปสมมติว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ถึงเวลาค่อยมาดูกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เวลานี้นายกฯมองว่าทางออกมันที่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าถ้าผู้ชุมนุมอยู่ในกรอบทุกอย่างก็เดินหน้าไปและมาพูดคุยได้ แต่ตนไม่ลงรายละเอียดอะไรเพราะหากตนพูดมากไปกว่านี้ก็จะกลายเป็นว่าตั้งแง่ตั้งเงื่อนไขอะไร คิดว่ามันอยู่ที่การตั้งหลักก่อนว่าอยากจะมาหาข้อยุติด้วยเหตุผลและคำนึงถึงความเห็นและความรู้สึกของคนอื่นหรือไม่ เมื่อถามว่า แต่นายกฯยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้สถานการณ์มันอึมครึมอยู่ไปอย่างนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เราต้องบริหารให้มีความชัดเจนมากขึ้นเพราะการปล่อยสถานการณ์ให้เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆคงไม่ได้
เมื่อถามต่อว่า เหตุการจะยุติลงก่อนวันสุดท้ายในการประกาศพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้แต่ถ้ายังมีความจำเป็นต้องใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงจะใช้ต่อเพราะการใช้ พ.ร.บ.ได้ช่วยให้เราบริหารจัดการไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงได้ เมื่อถามว่า นายกฯเห็นควรที่จะขยายเวลาใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงออกไปแค่ไหน นายอิภสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องให้นายสุเทพประเมินเสนอมาอีกครั้งแต่ที่ตนเห็นในข่าวว่าไปถึง 7 เม.ย.มันนานเกินไป เมื่อถามว่า การต่ออายุพ.ร.บ.ความมั่นคงจำเป็นต้องครอบคลุมพื้นที่เดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นตนยังคิดว่าน่ามีความเป็นไปได้ที่จะต้องมีการลดพื้นที่ลงด้วย
เมื่อถามว่า นายกฯมีความอดทนหรือมีกำหนดเวลาขีดเส้นตายให้กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ไปทำความเดือดร้อนให้ประชาชนในกทม.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวตนไม่มีปัญหาเรื่องอดทนไม่อดทน แต่ตนเป็นห่วงเรื่องความอดทนของพี่น้องประชาชนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับที่เขาไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุมเพราะจะมีความรู้สึกที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้นต้องทำความเข้าใจกับคนทั้งสังคมว่าทางออกที่ดีที่สุดน่าจะเป็นอย่างไร เมื่อถามอีกว่า นายกฯห่วงหรือไม่หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไปแล้วจะเสียมวลชนในกทม.ไป นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้ห่วงว่าใครจะเสียมวลชนแต่คิดว่าเราต้องเอาประโยชน์เป็นที่ตั้ง การยิดเยื้อออกไปไม่จบสิ้นลักษณะที่ทำให้เกิดความไม่สะดวกหรือความอึดอัดคงไม่เป็นเรื่องที่ดีก็ต้องว่ากันด้วยเกตุผลแต่ถ้าไม่ยอมใช้เหตุผลกันก็ต้องมีการพิจารณาต่อไปว่าจะทำกันอย่างไร
เมื่อถามว่าขณะนี้กลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างรอดูท่าทีกันว่าฝ่ายใดจะใช้ความรุนแรงก่อนกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลคงไม่มีเป้าหมายใช้ความรุนแรง แต่จะใช้มาตรการต่างๆเพียงเพื่อให้สังคมสามารถกลับมาสู่ความปกติได้ และได้มีการจับตากลุ่มที่จ้องป่วนอยู่ตลอดเพราะเราไม่วางใจจากการข่าวต่างๆเราติดตามอย่างต่อเนื่อง
ต่อข้อถามว่า ฝ่ายตรงข้ามเปิดตัวออกมาชัดเจนและเคยมีประวัติเกิดเหตุรุนแรงเมื่อครั้งพฤษภา 35 มาแล้วแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หมายถึงใคร แต่ก็ดีจริงๆเราทราบว่าเชื่อมโยงกันมาตลอดอยู่แล้วเมื่อเปิดเผยมาจะทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น เมื่อถามว่า เท่าที่ติดตามความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่ออกมาชักชวนคนกทม.ออกมาชุมนุมนายกกดันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่กดดัน ตนเป็นนักการเมืองลงเลือกตั้งมา 7 ครั้ง เวลามีกิจกรรมต่างๆอย่างนี้ก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไร โดยสภาพข้อเท็จจริงในการเลือกตั้งแต่ละครั้งพรรคที่แทบไม่มีที่นั่งหรือมีที่นั่งน้อยในพื้นที่นั้นเขาก็ได้คะแนนเสียงอยู่ประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 35-40 ดังนั้นเขาก็มีผู้สนับสนุนแต่บางทีเราไปเข้าใจภาพรวมว่ากรุงเทพฯประชาธิปัตย์มีส.ส. 30 คนจาก 36 คนแปลว่าอีกฝ่ายไม่มีผู้สนับสนุนนั้นไม่ใช่ เช่นกัน ตนมีส.ส.อยู่ภาคเหนือโซนสูงสุด 4 คนก็จริงแต่คะแนนเสียงตนก็มีเกือบร้อยละ 40 เหมือนกันไม่ได้มีอะไรน่าแปลกใจ ส่วนคนที่ไม่สนับสนุนการชุมนุมวันนี้ตนต้องขอบคุณว่าเขาไม่ออกมาทำอะไรที่ทำให้เกิดการปะทะกัน ไปเที่ยวต่างจังหวัดหรืออยู่ในบ้าน เมื่อถามว่า นายกฯประเมินจำนวนผู้ชุมนุมจากวันนี้ไปจะลดลงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ตนจะประเมิน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดทางการดูไบก็ยังอนุญาตให้พ.ต.ท.ทักษิณเข้าไปได้จะดำเนินการอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็มีการประสานงานกันส่วนใหญ่ ทางดูไบจะมีปัญหาว่าเขาไม่ทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะไปทำกิจกรรมตอนไหน แต่โดยหลักแล้วเขาบอกว่าอยู่ที่ดูไบ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ควรจะทำกิจกรรมที่เป็นปัญหากับประเทศเรา พอเกิดขึ้นแต่ละครั้งมันต้องไปตามบอกทางดูไบทีหลัง ซึ่งทางดูไบคงดำเนินการไปตามความเหมาะสมของเขาส่วนเราก็ต้องแจ้งข้อมูลไปตลอด เหมือนกับที่เราให้ข้อมูลไปยังมอนเตรเนโกร
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะยื่นข้อต่อรองไปยังพ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องกระทำในขณะนี้หรือจะคุยกับแกนนำนปช.อย่างเดียว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่มีสิทธิไปต่อรองอะไรกับพ.ต.ท.ทักษิณ พ.ต.ท.ทักษิณมีหน้าที่ทำตัวให้เหมือนกับคนไทยคือรับผลพวงของกฎหมายไทยและการกระทำของตัวเอง มิเช่นนั้นจะทำให้สังคมนี้มีชนชั้น คือใครรวยไม่ต้องรับผิดซึ่งเป็นไปไม่ได้ เมื่อถาม เกรงหรือไม่ว่าแกนนำนปช.จะนำมาคุยกับนายกฯและรัฐบาลจะเป็นหนึ่งในข้อเสนอของพ.ต.ท.ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่เกรงตนบอกแล้วว่าคุยในเรื่องเงื่อนไขส่วนรวมแต่ผิดเป็นถูกตนไม่มีสิทธิทำ
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกำหนดการเดินทางเยือนประเทศบรูไนในวันที่ 29 มี.ค.ต่อเนื่องด้วยการเยือนประเทศบาห์เรนในวันที่ 30-31 มี.ค. ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการเดินทางเข้าร่วมประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น)ที่ประเทศเวียดนาม ในระหว่างวันที่ 8-9 เม.ย. และการเดินทางเพื่อเข้าร่วมประชุม"นิวเคลียร์ ซัมมิท"ระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย.ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ตนจะพยายามทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่ภาวะปกติให้ได้โดยเร็ว ซึ่งในสัปดาห์หน้าตนก็จะเดินทางไปประชุมสภาในวันพุธและพฤหัสฯ ส่วนวันศุกร์ทราบว่าจะมีการจัดประชุมสหภาพรัฐสภา(IPU) จนถึงวันอาทิตย์ก็คงไม่มีอะไร












เป็นธรรมดาครับ
เป็นธรรมดาครับ ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ต้องการเจรจาแต่อยากสร้างภาพว่าตนเองพร้อมเจรจา ก็จะตั้งเงื่อนไขที่รับไม่ได้เอาไว้ ตัวอย่างเช่น ผมมีที่สัก 50 วา ราคาประเมินอยู่ที่ เอาว่าสัก 2000 บาท มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งอยากได้ แต่ผมไม่ขาย ผมก็บอกขาย วาละ 7500 จบ
*รัฐบาล อภิสิทธิ์ชน
*รัฐบาล อภิสิทธิ์ชน โดยอภิสิทธิ์ชน
เกิดจากผล ชิงปล้น ผลมารอุ้ม
ที่ได้เป็นรัฐบาลเพราะมารคุ้ม
หนุนหลังกลุ่ม พันธมาร ผลาญบ้านเมือง
*รัฐบาล ของคนรวย เพื่อคนรวย
จึงต้องช่วย คนรวย ช่วยหัวเหลือง
ส่วนคนจน คนข้นแค้น คนแค้นเคือง
พลเมือง ชั้นสอง ของเมืองไทย
*เมื่อคนจน คนส่วนใหญ่ ไร้อำนาจ
ไร้บทบาท ต่อรอง ต้องหมองไหม้
ไม่เพียงพอ ไม่พอเพียง เลี้ยงชีพไป
จึงต้องสู้ มารใหญ่ ใฝ่เสรี
*ชอบสร้างภาพพร้อมรับฟัง นั่งเจรจา
ตั้งเงื่อนไข ล่วงหน้า พาหน่ายหนี
ใช้น้ำตาล เคลือบยาพิษ จิตกาลี
รัฐบาล นอมินีอำมาตยา
มันก็พูดให้ฟังดูดีไปอย่างนั้น
มันก็พูดให้ฟังดูดีไปอย่างนั้น
ที่จริงขึ้นอยู่กับคนชักใยที่มีอำนาจเต็ม
ลูกชาวบ้านร้านตลาดวันนี้ ขายของกินในตลาดสดช่วยพ่อแม่ เรียนจบตรี โท กำลังต่อเอก เยอะแยะจริงๆ
พูดอังกฤษปร๋อ
โลกของประชาชนในวันนี้ ต่างจากวันวาน จะมองว่าพวกเขาไร้ปัญญา ขายสิทธิ์ขายเสียง ไม่ใช่อีกแล้ว
ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือ Local Wisdom ที่แม้แต่ฝรั่งเองยังต้องมาศึกษา
ระดับศาสตราจารย์ฝรั่งหลายชาติ มาใช้ชีวิตกับชาวบ้านเพื่อวิจัยศึกษาการเกษตรกรรม
มาเรียนรู้การปลูกพืชของชาวบ้านที่สั่งสมวิธีการมาหลายชั่วอายุคน
คนไทยด้วยกัน กลับดูหมิ่นกันเอง โง่บ้าง ขายเสียงบ้าง
คนของมันเท่านั้นที่เป็นคนดี คนที่ชาวบ้านเลือกเข้าไปเลวหมด
พับผ่า
คนอีสานเข้ามารับจ้างในเมืองกร
คนอีสานเข้ามารับจ้างในเมืองกรุง เป็นคนรับใช้ เป็นเด็กปั๊ม มันน่าดูหมิ่นเขาตรงไหน
เขามาประกอบสัมมาชีพ ถึงเวลาเพราะปลูกหรือเก็บเกี่ยว เขาก็กลับไปทำงานบ้าน แล้วใช้เวลาว่างมาหาเงินโดยสุจริต
พวกกระจอกจะยกตนข่มท่าน ทั้งๆที่โคตรเหง้าเหล่ากอของมัน ก็เหมือนกับประชาชนทั่วไปเช่นเดียวกัน
อาหารอีสาน ขึ้นห้าง ส้มตำปลาร้ายอดนิยม ในร้านอาหารของฝรั่งหลายชาติมีเมนูส้มตำปลาร้า
บางจำพวกทำทีเป็นดัดจริต แสดงความรังเกียจการกินข้าวด้วยมือของชาวเหนือหรืออีสาน ทั้งๆที่ใครๆก็ใช้มือเปิบข้าวกันทั้งนั้น
ฝรั่งเอง ก็กินด้วยมือ เช่น ฮ็อตด็อก แฮมเบอร์เกอร์ หรือแซนด์วิช แม้แต่ปลา ไก่ เขาก็ใช้มือหยิบกินทั้งนั้น
เขาไม่ได้ดัดจริตใช้ช่อนส้อมเลย
คนบางคน หรือ บางจำพวก ลืมตัว เมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่ดี ก็ลืมสายเลือดของตัวเอง ดูหมิ่นคนอื่นที่คิดว่าต่ำกว่าตน
หูมีไว้ฟังเฉพาะเสียงที่ถูกใจถูกอารมณ์
ที่ถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจ กลายเป็นความผิดเสียสิ้น
นู๋มาร์คตัดสินใจเรื่องพวกนี้ไ
นู๋มาร์คตัดสินใจเรื่องพวกนี้ได้ด้วยหรือ เริ่มเก่งแล้วนี่เริ่มเรียนรู้การกระบวนการตัดสินใจด้วยตัวเองเป็นแล้ว นายกสองสมัย
แก้ไข เพราะปลูก เป็น เพาะปลูก
แก้ไข เพราะปลูก เป็น เพาะปลูก
เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า
เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า
ช่วงนี้ทักษิณต้องการให้เรื่องการเมืองกลบเรื่องโกงของตัวเอง
-
-
ถ้าทุกอย่าง มันไม่เริ่มต้นที่คนดี ....
มันจะกลายเป็นที่อย่างที่ทักษิณแบ่งจังหวัดที่สนับสนุน กับไม่สนับสนุนตนเอง
- ถึงตัวเองผิดจริง แล้วคนไม่สนับสนุน ก็จะไม่ให้งบในการพัฒนาจังหวัดนั้น
ถึงจุดนั้น ประเทศก็เป็นของมาเฟียในคราบนักการเมืองดี ๆ นี่เอง
คงต้องย้ำว่าสิ่งที่เรียกว่าชั
คงต้องย้ำว่าสิ่งที่เรียกว่าชัยชนะของประชาธิปไตยและประชาชนนั้นไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนผู้ปกครองหรือผู้บริหารประเทศจากคนหนึ่งไปเป็นอีกคนหนึ่ง หรือจากกลุ่มหนึ่งไปเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง
เพราะในยุคสมัยของเรา หรือประวัติศาสตร์ของโลกเราไปอีกนาน ที่ไม่ว่าในประเทศไหน สังคมไหนก็ต้องมีผู้ขึ้นมาปกครอง และมีผู้อยู่ใต้การปกครอง
ชัยชนะของบางประเทศที่อ้างว่าเป็นสังคมนิยมหรือถือแนวทางลัทธิมาร์กซ ก็หนีไม่พ้นต้องสร้างผู้นำเป็นชนชั้นปกครองขึ้นมาใหม่ บางแห่ง(หรือส่วนใหญ่)ก็เลยเถิดไปสร้างผู้นำระดับเทพเจ้า อย่างกรณีของจีนในยุคเหมาเจ๋อตุง เกาหลีตั้งแต่คิดอิลซุงคนพ่อมาจนถึงคิดจองอิลคนลูกและยังคิดจะสืบต่อทางทายาทกันต่อไป หรือในคิวบาก็คัสโตร แม้แต่ในเวเนซุเอล่าก็คือนายชาเวซ ถามว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ปกครองระดับเผด็จการขนาดไหน ก็ล้วนแต่ระดับหัวกระทิของการเผด็จอำนาจหรือเผด็จการทั้งนั้น
ดังนั้นแม้แต่ในประวัติศาสตร์ของฝ่ายซ้ายที่มักเรียกกันให้ดูดีว่าฝ่ายที่ "ก้าวหน้า" ของสังคม เป็นฝ่ายที่ทำเพื่อคนส่วนใหญ่ก็ยังเป็นแบบนี้ แล้วสำมะหาอะไรกับโลกของทุนนิยมที่ถือกำไรสูงสุดและผลประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้องเป็นที่ตั้ง ที่จะได้ผู้ปกครองแบบนั้นหรือตลบแตลงยิ่งกว่าได้เช่นกัน หรือดูได้ยากยิ่งกว่าเสียด้วยซ้ำ
ดังนั้นชัยชนะของประชาชนและประชาธิปไตยที่แท้จริงก็คือการที่ประชาชนได้ตื่นขึ้นมาใช้อำนาจในการตรวจสอบและควบคุมผู้ปกครองระดับต่างๆ ของตัวเอง ให้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ชัยชนะของประชาชนและประชาธิปไตยคือการควบคุมคนเหล่านี้
แล้วมาดูว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในเวลานี้จะนำไปสู่จุดนี้ได้หรือไม่ หาไม่เลย เพราะเป็นเพียงการแค่การเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งเท่านั้น ! ดังนั้นนักวิชาการจึงไม่ควรใช้สายตาที่สั้นมองเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวโดยไม่มองถึงผลในระยะยาว เพราะนั่นจะเท่ากับเป็นการทำลายภาคประชาชนและประชาธิปไตยไปด้วยความไม่รู้เท่าทัน ก็จะน่าเสียดายมันสมองและความปรารถนาดีไปเสียสิ้น
ตรงกับสถานการณ์ไทย
ตรงกับสถานการณ์ไทย "ชาวเมืองมัชรูมถูกย้อมสี"
http://www.youtube.com/watch?v=zqOiXHdhU-w
แดงเดนนรกนึกว่าพวกมันชนะ....แ
ก็ทักษิณเขาโดน รัฐประหาร และถูกใช้อำนาจต่างๆ ที่มีอยู่ ตามแผนบันไดสี่ขั้น มันยุติธรรมแล้วหรือ
อำนาจที่มากระทำกับทักษิณนี่แหละ ที่ประชาชนเขา้ต้องการต่อสู้ด้วย
คงไม่มีใครชอบหรอก กับคำว่า "พวกมึงทำอะไรก็ถูก กูทำอะไรก็ผิด..."
มันไม่มีความยุติธรรมยังไงล่ะ
ทักษิณจึงเป็นเหยื่อของอำนาจนั้น ซึ่งมันนอกเหนือจากกฎหมายปกติ มาจาก คปค.
ประชาชนเขาชิงชัง ที่มาของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่ปล้นอำนาจเขาไปทั้งใช้กำลังทหาร และตุลาการ
ว่าแต่ว่า พวกคุณน่ะ กำลังต่อสู้เพื่ออะไร เพื่อชาติ หรือเพื่อตนเอง หรือเพื่อตามล่าตามล้างทักษิณ
ที่เขาอาจทำให้การเสวยสุขของพวกคุณต้องติดขัด และเป็นก้างขวางคอ สิ่งที่กำลังเขมือบกันอย่างมูมมาม
เจ้ามือหวยเถื่อน ข้าราชการกังฉิน นักการเมืองผู้ได้ประโยชน์จากอำมาตย์ กลุ่มทุนที่ตรงข้ามกับทักษิณ
พธม. ผู้เคยร่วมยึดสนามบิน และทำเนียบ พวกคุณจะต้องเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนี้แน่นอน
เพราะถ้าเป็นชาวบ้่านทั่วไปแล้ว เขาล้วนเห็นดีด้วยกับคนเสื้อแดงทั้งนั้น ยกเว้น ชาวบ้านผู้เป็นญาติพวก ปชป. และสมุนตลอดกลุ่มทุนที่สนับสนุนอำมาตย์ หรือพวกที่ได้รับแต่ข่าวด้านเดียวของ ASTV และ TV และสื่อหลัก เท่านั้น
ที่จะเห็นดีกับพวกคุณ
อยู่ในอำนาจ
อยู่ในอำนาจ มันก็ยากที่จะอยากลงจากอำนาจ
คนขี่หลังเสือ กลัวเสือจะขบเมือหมดอำนาจ เป็นเรื่องที่ตลก แต่ก็ขำไม่ออก ลงจากหลังเสือสิ ลงมาเลือกตั้งกันใหม่ ประชาชนจะให้ขี่หลังต่อไปหรือไม่
@..ใจแดงแรงรักร้อย...........
@..ใจแดงแรงรักร้อย...........รวมกัน
แดงร่วมแรงร่วมสรรค์..........ร่วมสู้
รวมเลือดร่วมผูกพัน.............มั่นจิต.....แท้นา
ให้หมู่มารรับรู้......................กู่ร้องไล่มัน
@..วันแดงรวมเลือดพร้อม.....เพรียงกัน
รินหยดไหลในวัน....................ต่อสู้
เลือดรินหลั่งพื้นพลัน...............ร่วมแช่ง
รินหลั่งเลือดให้รู้......................ว่าสู้สุดใจ
@..ภัยพาลมารหมู่ร้าย.............อำมาตยา
ภัยเบียดเบียนบีฑา....................ห่าร้าย
ภัยปล้นกฎกติกา......................วิบัติ
จงพ่ายพังยับย้าย................พ่ายแพ้มลายสูญ
.............................
......................................................................... แม้ว
.....................................................................แม้ว....แม้ว
.........................แม้ว....................................แม้ว แม้ว แม้ว
........................แม้ว........................................................
....แม้ว...........แม้ว............แม้ว.....................แม้ว......แม้ว....
แม้ว...แม้ว....แม้ว........แม้วแม้วแม้ว............แม้ว....แม้ว....แม้ว
...แม้วแม้ว...แม้ว.......แม้ว..........แม้ว........แม้ว......แม้ว....แม้ว
.........แม้ว....แม้ว......................แม้ว......แม้ว..................แม้ว
.........แม้ว......แม้ว....................แม้ว.....แม้ว.......แม้ว......แม้ว
.........แม้ว.......แม้ว...................แม้ว...แม้ว....แม้ว..แม้ว...แม้ว
.........แม้ว........แม้ว..................แม้ว....แม้ว........แม้ว......แม้ว
.........แม้ว.......แม้ว...................แม้ว.....แม้ว.....แม้ว........แม้ว
............แม้ว..แม้ว.....................แม้ว.......แม้ว..แม้ว.........แม้ว
...............แม้ว..........................แม้ว............แม้ว............แม้ว
.....แม้ว.............แม้วแม้ว..........แม้ว..............แม้ว............แม้ว
แม้ว...แม้ว.....แม้ว.......แม้ว..แม้ว...แม้ว...........แม้ว.....แม้วแม้วแม้ว
...แม้วแม้ว.......แม้ว.....แม้ว.....แม้วแม้ว...........แม้ว...แม้ว........แม้ว
.........แม้ว..........แม้วแม้ว............แม้ว............แม้ว.................แม้ว
.........แม้ว.........แม้ว.แม้ว............แม้ว............แม้ว..................แม้ว
.........แม้ว.......แม้ว..แม้ว.............แม้ว............แม้ว.................แม้ว
.........แม้ว.....แม้ว....แม้ว.............แม้ว............แม้ว.................แม้ว
.........แม้ว....แม้ว.....แม้ว.......แม้วแม้วแม้ว.......แม้ว.................แม้ว
.........แม้ว..แม้ว.......แม้ว.....แม้ว...แม้ว...แม้ว...แม้ว.................แม้ว
.........แม้วแม้ว.........แม้ว.......แม้วแม้ว.......แม้วแม้ว.................แม้ว
หน้า
........................................แม้ว............แม้ว..................แม้ว
.....................................แม้วแม้ว......แม้ว..แม้ว.......แม้ว.....แม้ว
.........................แม้ว......แม้ว..แม้ว...แม้ว..แม้ว......แม้ว...........แม้ว
.......แม้ว.......แม้ว..แม้ว....แม้วแม้ว....แม้วแม้ว....แม้ว...............แม้ว
....แม้ว.แม้ว...แม้ว..แม้ว.......แม้ว.........แม้ว.........แม้ว..............แม้ว
....แม้วแม้ว.........แม้ว.........................................แม้ว...........แม้ว
.......แม้ว........................แม้วแม้วแม้วแม้วแม้ว..........แม้ว....แม้ว
........................แม้วแม้วแม้ว.......................แม้วแม้ว
..................แม้วแม้ว.........................................แม้วแม้ว..
...........แม้วแม้ว..................................................แม้วแม้ว
.......แม้ว................................................................แม้ว
.....แม้ว................................................................แม้ว
....แม้ว.............................................................แม้ว
.....แม้ว........................................................แม้ว
.......แม้ว............................................แม้วแม้ว
..........แม้ว................................แม้วแม้ว
............แม้ว.............................แม้ว
.............แม้ว................................แม้ว
................แม้ว.................................แม้ว
..................แม้ว................................แม้ว
...................แม้ว................................แม้ว
......................แม้ว.............................แม้ว
.........................แม้ว...........................แม้ว
.............................แม้ว.....................แม้ว
.................................แม้ว.............แม้ว
.....................................แม้วแม้วแม้ว
ประเทศไทย นักการศึกษา
ประเทศไทย นักการศึกษา นักสังคมสงเคราะห์ นักการเมือง ได้น้ำแนวคิด และปรัชญาของรุสโซ มาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ อย่างครบถ้วน แต่ก็ถูกรัฐประหารไปเรียบร้อยแล้ว นำรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ มาใช้ ซึ่งรัฐธรรมนูญนี้ มีหลักการที่เห็นชัดในหลายมาตรา ที่ตัดโอกาสไม่ให้ประชาชนเข้าถึงการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ มี สว. สรรหา มี สว. เลือกตั้ง สว.มีได้ จังหวัดละคน ทั้ง ๆ ทีปะเทศไทยไม่ใช่ประเทศมลรัฐ การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ถูกปฏิเสธจากนักการเมืองกลุ่มจารีตนิยม การเลือกตั้งถูกกล่าวหาว่าสกปรกไปด้วยการซื้อเสียง จึงเป็นเสียงที่ด้อยคุณภาพ ไม่มีคุณค่า
ดังนั้น การเมืองจึงควรมีผู้ปกครองที่ฉลาด สะอาด ซื่อสัตย์ โปร่งใส แม้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ก็ควรได้รับการแต่งตั้ง ให้เข้าไปดูแล ปกครองบ้านเมือง ซึ่งก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เลือกข้างระหว่างประชาชน
ฝ่ายที่มีแนวความคิดจารีตนิยม อ้างสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรย์ เป็นเกราะกำบังตัว ฝ่ายผู้มีฐานะด้อยทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เรียกร้องความเสมอภาค ปฏิเสธสองมาตรฐาน เป็นข้อเรียกร้อง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม และการเมืองไทยในขณะนี้
ฝ่ายจารีตนิยมอ้าง ประชาธิปไตยและเศรษฐกิจแบบพอเพียง เพื่อบังหน้าในการครองอำนาจ ฝ่ายสังคมชั้นล่าง หรือที่เรียกว่า รากหญ้า เรียกร้องประชาธิปไตยกินได้ โดยนักการเมืองที่ประชาชนเลือกมาเป็นตัวแทน เหตุการณ์จะเป็นอย่าง ต้องจับตาดูกันต่อไป หวังว่าคงไม่เกิดความรุนแรงอย่างการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส
อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์ ตัวแทนของประชาชนหรือผู้แทนของอำมาตย์
แกนนำมันจะคิดอะไรเป็น
แกนนำมันจะคิดอะไรเป็น มันต้องรอคำสั่งจากผู้มีบารมีนอกที่ชุมนุม ตอนนี้ท่านอารมณ์หุดหิดลูกกะเเป๋งทำงานไม่ได้เรื่อง ป๋าท่านโกรธจัดจ่ายเงินตั้งเยอะเเต่งานไม่เดิน เลยสั่งสูบเลือดเทให้เเมงสาปกิน ชาวบ้านด่ากันจม ป๋ายั๊วมากงั้นพวกมึงทั้งหมดนี่เเหละไปเดินตากเเดดตะวันไม่ตกดินห้ามกลับนะโว้ยเผื่อจะฉลาดขึ้นบ้าง วันรุ่งขึ้นนอนเเผ่หลาเป็นปลาตะเพียนเเดดเดียวกันหมด
อภิสิทธิ์มันหน้าด้าน หน้าทน
อภิสิทธิ์มันหน้าด้าน หน้าทน ทำปาบจากการบริหารไม่เป็นกรมตำรวจไม่มีหัวจ่าเพียรจึงต้องตาย ไอ้อภิสิทธิ์มันต้องรับผิดชอบ คงต้องรอชาติหน้าเพราะหน้าอย่างไอ้อภิสิทธิ์มันรับแต่ความชอบผิดมันโยนให้คนอื่นประจำ เป็นสันดานพรรคประชาธิปัตย์ พี่น้องสีแดงเข้มแข็งอดทน ไอ้อภิสิทธิ์นอมินีอำมาตย์มันต้องแพ้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
รากหญ้า wrote:อภิสิทธิ์
เป็นตัวแทน ของ ป๋าโหมก...
.............................
......................................................................... มาร์ค
.....................................................................มาร์ค....มาร์ค
.........................มาร์ค....................................มาร์ค มาร์ค มาร์ค
........................มาร์ค........................................................
....มาร์ค...........มาร์ค............มาร์ค.....................มาร์ค......มาร์ค....
มาร์ค...มาร์ค....มาร์ค........มาร์คมาร์คมาร์ค............มาร์ค....มาร์ค....มาร์ค
...มาร์คมาร์ค...มาร์ค.......มาร์ค..........มาร์ค........มาร์ค......มาร์ค....มาร์ค
.........มาร์ค....มาร์ค......................มาร์ค......มาร์ค..................มาร์ค
.........มาร์ค......มาร์ค....................มาร์ค.....มาร์ค.......มาร์ค......มาร์ค
.........มาร์ค.......มาร์ค...................มาร์ค...มาร์ค....มาร์ค..มาร์ค...มาร์ค
.........มาร์ค........มาร์ค..................มาร์ค....มาร์ค........มาร์ค......มาร์ค
.........มาร์ค.......มาร์ค...................มาร์ค.....มาร์ค.....มาร์ค........มาร์ค
............มาร์ค..มาร์ค.....................มาร์ค.......มาร์ค..มาร์ค.........มาร์ค
...............มาร์ค..........................มาร์ค............มาร์ค............มาร์ค
.....มาร์ค.............มาร์คมาร์ค..........มาร์ค..............มาร์ค............มาร์ค
มาร์ค...มาร์ค.....มาร์ค.......มาร์ค..มาร์ค...มาร์ค...........มาร์ค.....มาร์คมาร์คมาร์ค
...มาร์คมาร์ค.......มาร์ค.....มาร์ค.....มาร์คมาร์ค...........มาร์ค...มาร์ค........มาร์ค
.........มาร์ค..........มาร์คมาร์ค............มาร์ค............มาร์ค.................มาร์ค
.........มาร์ค.........มาร์ค.มาร์ค............มาร์ค............มาร์ค..................มาร์ค
.........มาร์ค.......มาร์ค..มาร์ค.............มาร์ค............มาร์ค.................มาร์ค
.........มาร์ค.....มาร์ค....มาร์ค.............มาร์ค............มาร์ค.................มาร์ค
.........มาร์ค....มาร์ค.....มาร์ค.......มาร์คมาร์คมาร์ค.......มาร์ค.................มาร์ค
.........มาร์ค..มาร์ค.......มาร์ค.....มาร์ค...มาร์ค...มาร์ค...มาร์ค.................มาร์ค
.........มาร์คมาร์ค.........มาร์ค.......มาร์คมาร์ค.......มาร์คมาร์ค.................มาร์ค
........................................มาร์ค............มาร์ค..................มาร์ค
.....................................มาร์คมาร์ค......มาร์ค..มาร์ค.......มาร์ค.....มาร์ค
.........................มาร์ค......มาร์ค..มาร์ค...มาร์ค..มาร์ค......มาร์ค...........มาร์ค
.......มาร์ค.......มาร์ค..มาร์ค....มาร์คมาร์ค....มาร์คมาร์ค....มาร์ค...............มาร์ค
....มาร์ค.มาร์ค...มาร์ค..มาร์ค.......มาร์ค.........มาร์ค.........มาร์ค..............มาร์ค
....มาร์คมาร์ค.........มาร์ค.........................................มาร์ค...........มาร์ค
.......มาร์ค........................มาร์คมาร์คมาร์คมาร์คมาร์ค..........มาร์ค....มาร์ค
........................มาร์คมาร์คมาร์ค.......................มาร์คมาร์ค
..................มาร์คมาร์ค.........................................มาร์คมาร์ค..
...........มาร์คมาร์ค..................................................มาร์คมาร์ค
.......มาร์ค................................................................มาร์ค
.....มาร์ค................................................................มาร์ค
....มาร์ค.............................................................มาร์ค
.....มาร์ค........................................................มาร์ค
.......มาร์ค............................................มาร์คมาร์ค
..........มาร์ค................................มาร์คมาร์ค
............มาร์ค.............................มาร์ค
.............มาร์ค................................มาร์ค
................มาร์ค.................................มาร์ค
..................มาร์ค................................มาร์ค
...................มาร์ค................................มาร์ค
......................มาร์ค.............................มาร์ค
.........................มาร์ค...........................มาร์ค
.............................มาร์ค.....................มาร์ค
.................................มาร์ค.............มาร์ค
.....................................มาร์คมาร์คมาร์ค
คนกรุงเทพส่วนใหญ่เลือกตั้งตาม
คนกรุงเทพส่วนใหญ่เลือกตั้งตามกระแส และมองการเมืองแบบแฟชั่น สวย หล่อ ดูดี มีชาติตะกูล ชื่นชมคนมีฐานะที่คิดไปเองว่าอยู่สูงชนชั้นตัวเอง ชอบฟังคำพูดนักวิชาการหรือผู้ชี้นำในสังคมที่ตรงกับอคติตัวเองและเป็นคนในเมืองที่เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจในการดูถูกและมีทัศนคติที่ไม่ดีกับชาวบ้าน คนจน คนขาดโอกาศ (แต่ส่วนหนึ่งเข้าใจผิดมาจากภาพคนจนในละคร tv. น้ำเน่าด้วย ไม่เคยรู้เลยว่าลูกสาวกำนันตอนนี้ไปเรียนเมืองนอกหมดแล้ว) คนกรุงเทพส่วนใหญ่อ่านหนังสือพิมพ์ก็อ่านแต่ข่าวพาดหัว เข้าเว็บก็ขออ่านแต่ที่ด่าตรงกับอคคติตัวเอง ขาดการวิเคราะห์รอบด้าน คนกรุงเทพชอบหลงตัวเองว่าไม่ซื่อเสียง เราเก่งมีอิสระทางความคิด ก็จะไปซื้อได้อย่างไรละ ข้างบ้านยังไม่มองหน้ากันคุยกันเลย สังคมแบบโดดเดี่ยวตัวใครตัวมัน ลองสังเกตุดูสิบางเขตที่ชุมชนหนาแน่นอบอุ่นแบบฝั่งธนบุรีก็จะได้ทุกสมัยติดต่อกัน คนกรุงเทพไม่มีวันเข้าใจสังคมแบบอุปถัมส์ของชาวต่างจังหวัดหรอก ว่าเรื่องเงินมันเรื่องเล็กน้อยที่เขาลงคะแนนให้กัน เขาช่วยกันมาจากระบบหัวคะแนนที่ผ่านคนคุ้นเคยกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่งานบุญ งานบวช งานแต่งต่างๆ สังคมชนบทเขาเอื้อเฟื้อต่อกัน ที่นี้เวลาเลือกตั้งที่เขาก็ไม่ทิ้งกันดูแลกัน เขาไมมีเวลามากระแดะอวดรู้ว่าใครดีใครไม่ดีในภาพรวมหรอก เขาไม่สนภาพใส่สูทผูกไทด์พูดจาจีบปากจีบคอมีหลักการหรอก ลองเปรียบเทียบตัวเราดูถ้าใครดีกับเรา เราก็ดีตอบเช่นกัน ถึงคนนั้นจะไม่ดีกับคนอื่น แต่ดีกับเราเป็นงั้นก็พอเราย่อมรู้สึกดี ส่วนใหญ่คนที่ทำงานในกรุงเทพเป็นคนที่มาจากต่างจังหวัดเสียส่วนใหญ่ แทนที่พวกนี้จะเข้าใจธรรมชาติการเลือกตั้งธรรมชาติการเมืองของชาวบ้าน(ก็เข้าใจว่าเป็นทาสลูกจ้างทางธุรกิจอยู่ ต้องนั่งรถไฟบรรทุกทาสไปทำงานให้นายทุน) กลับไปยอมรับไปเชื่อฟังคาถาของชนชั้นนำที่ไม่ศรัทธาการเลือกตั้ง และผสมกับคนชั้นกลางในเมืองที่สนใจแต่ทำมาหากินของตัวเองเท่านั้นคนในประเทศจะประสบอย่างไรพวกเราไม่สน เพราะจะมีชนชั้นนำที่ไหนที่จะยอมให้คนส่วนใหญ่ของประเทศมาริดรอนผลประโยชน์ของตัวเอง มารู้ทันเค้กก้อนโต ก้อนใหญ่ ทีเกาะกินฝังรากมานาน แล้วใช้คาถามหาอมตะ ซื้อเสียง โกงกิน นักการเมืองชั่วเลว แล้วไอ้กลุ่มทุนเก่าระบอบเก่าทั้งอำมาตย์ พรรคข้าราชการที่ตัวเองอีแอบกอบโกยผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองนี้เรียกว่าอะไร(ผู้วิเศษเทวดาหรืออย่างไร) ผู้รักการตรวจสอบและปราบคอรัปชั่นทั้งหลาย อย่าลืมตรวจสอบ พรรคข้าราชการ พรรคที่ใหญ่และมีอำนาจมากที่สุด เพราะถ้าพวกคุณมัวแต่ตรวจสอบบุคคลแต่ไม่ตรวจสอบระบบ ระบบแบบนี้ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมไม่มีวันหายไปไหน ไม่ต้องไปโทษแล้วเอาระบอบทักษิณมาอ้างปลุกระดมประชาหรอก เพราะต้นตอของปัญหาไม่ได้แก้ไขใดเลยและยังคงมีอำนาจริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม
สรุปธรรมชาติของพรรคการเมืองกลุ่มผลประโยชน์นายทุนและกลุ่มผลประโยชน์พรรคข้าราชการมุ่งหวังเพียงแต่พลัดกันมีอำนาจเท่านั้นเอง แบ่งเค้กงบประมาณให้ดั่งใจกลุ่มกูแล้วกัน แล้วเราประชาชนจะยอมเป็นเครื่องมือหรืออย่างไร ถ้าอยากแก้ปัญหาจริงๆขอให้มองเชิงโครงสร้างทั้งระบบ
ลั่นเสื้อแดงต้องไม่เอี่ยวแม้ว
ลั่นเสื้อแดงต้องไม่เอี่ยวแม้ว ฮา แล้วหมี๋น่าฮ๊าก ชี้โทษเขานิ้วเดียวเลี้ยวใส่ตัวอีกสี่เท่า*
ทำไมหมี๋ฯ ต้องเอี่ยวป๋า เอี่ยวป้า เอี๋ยว จี่เจ๋า เอี๋ยวริ้มฯลฯ ทำงานไม่เป็นพูดเก่งอย่างเดียว
หากจะให้ทักษิณมาติดคุกก่อน
ควายฆ่า พลทหารอภินพ ลูกผู้ชายทั้งแท่งที่รับเกณฑ์หทารสง่างามคนนั้น
ทำไมนายกรัฐมนตรี ที่หนีเกณฑ์ทหารไม่จับฆาตกรฆ่าคนมาติดคุกให้ได้ก่อน
ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ใส่ร้ายป้ายสี ฆ่าโหดอำมหิต ติดแค่ยศถาบรรดาศักดิ์*
เฮฮาประสาบ้านเมืองไม่เคยพูดความจริง สากลยอมรับ ทักษิณ ลูกผู้ชาย*
มี๋ฯเรียนจริยธรรมการเมืองระดับสูง มาทำงานพฤติกรรมซอมบี้อยุธยา ฮา ฮา