ใบตองแห้งออนไลน์: สันติวิธีกับความเป็นธรรม

หมอประเวศออกมาเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อความเป็นธรรมแห่งชาติ ชี้ยุบสภาไม่ใช่ทางออก กราบขอบพระคุณในความปรารถนาดี ข้อเสนอของอาจารย์ฟังเหมือนเข้าที แต่ไม่รู้เรื่องตามเคย (ฮา)

อะไรคือความเป็นธรรมของอาจารย์ คงเขียนอธิบายเป็นภาษาสวยงามได้หลายหน้ากระดาษ แต่ไม่มีคำตอบให้กับคนที่เขารู้สึกว่าเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นจากรัฐประหารตุลาการภิวัตน์ จากการปล้นอำนาจที่เขาเลือกตั้งเข้ามา จากความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ฯลฯ

ความเป็นธรรมของอาจารย์จะเกิดได้อย่างไร ภายใต้อำนาจที่มีที่มาไม่ชอบธรรม

นี่คือปัญหาของนักสันติวิธี ที่ออกมาเคลื่อนไหวใส่เสื้อขาวอยู่ตอนนี้ ผมยินดีและยอมรับความปรารถนาดีของนักสันติวิธีอย่างอาจารย์โคทม อาจารย์ปริญญา คุณสารี ที่พยายามห้ามทั้งม็อบเสื้อแดงและรัฐไม่ให้ใช้ความรุนแรง แต่ถามว่าแล้วคุณจะห้ามอยู่ได้อย่างไร ในเมื่อรัฐบาลยืนกรานไม่ยุบสภา ขณะที่ม็อบเสื้อแดงซึ่งมาทำ “สงครามครั้งสุดท้าย” มีมวลชนมากมายขนาดนี้ เขาก็คงไม่ยอมถอยง่ายๆ

นักสันติวิธีจึงมาถึงทางตัน เพราะมองไม่เห็น ไม่ตระหนัก ไม่รู้สึก ต่อความไม่เป็นธรรม ความไม่ชอบธรรม อันเป็นที่มาของรัฐบาลชุดนี้

เมื่อวันอาทิตย์ผมเผอิญได้ดูรายการทีวีไทย ที่เชิญนักสันติวิธีทั้งหลายไปร่วมรายการ (มี’จารย์พิชญ์ไปนั่งพูดอะไรให้ถูกหลักถูกใจอยู่ด้วย) อ.นิธิท่านพูดได้ชัดเจนที่สุดว่า ต้องหาทางลงให้ม็อบเสื้อแดง ไม่เช่นนั้นก็หลีกเลี่ยงความรุนแรงไม่ได้ ฉะนั้นต้องมีการเจรจาต่อรองข้อเรียกร้อง

อ.นิธิชัดเจนเพราะท่านบอกว่าอภิสิทธิ์ควรยุบสภาตั้งนานแล้ว รัฐบาลแม้ขึ้นมาโดยไม่ชอบธรรม แต่ท่านถือว่ายังดีกว่ารัฐประหาร กระนั้นหน้าที่สำคัญของรัฐบาลคือ จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ที่ทุกคนยอมรับโดยเร็ว ฉะนั้น อภิสิทธิ์ควรยุบสภาตั้งนานแล้ว

ชัดเจนนะครับ ผู้ดีอังกฤษ ที่มาของคุณไม่ชอบธรรม ถ้าคุณชนะการเลือกตั้งโดยชอบธรรม ม็อบจะไม่มีสิทธิมาเรียกร้องให้คุณยุบสภาหรือลาออก

คนที่ไม่ชัดเจนคือนักสันติวิธี ซึ่งมองไม่เห็นความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ทั้งรัฐประหาร และตุลาการภิวัตน์ ที่กระทำกับคนอีกฝ่ายจนเขาเหลืออด กระนั้นเขาก็ยังเรียกร้องขอช่วงชิงอำนาจคืนผ่านกระบวนการประชาธิปไตย คือเลือกตั้งใหม่

ถ้านักสันติวิธีมองไม่เห็น แล้วเอาแต่ถือพระปางห้ามญาติ ก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ

ปัญหาของนักสันติวิธีคือส่วนใหญ่ก็เกลียดทักษิณกันทั้งนั้น และดีอกดีใจที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ แม้จะตะขิดตะขวงใจกันอยู่บ้างกับกระบวนการตั้งแต่รัฐประหาร แต่ก็รู้สึกว่าผลไม้พิษมันหอมหวาน นักสันติวิธีจึงแยกไม่ออกระหว่างบทบาทหน้าที่ตัวเอง กับทัศนะทางการเมืองของตัวเอง

อันที่จริงก็น่าสงสารนะครับ เช่นอาจารย์ปริญญา เป็นคนที่มีความจริงใจ ปรารถนาดี เป็นคนที่ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงไม่ว่ากับสีไหนทั้งสิ้น แต่ความไม่ชัดเจนทำให้ออกอาการพะว้าพะวัง จะเป็นพวกนิติไกรพจน์ก็ไม่เชิง จะมาทางอาจารย์วรเจตน์ก็ไม่ใช่ สุดท้ายเลยโดนทั้งพวกพันธมิตรด่า โดนพวกเสื้อแดงด่า แถมยังโดนพวกสองไม่เอาด่า

คำถามใหญ่สำหรับนักสันติวิธีคือ สถานการณ์จะยกระดับขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีใครยอมถอย แทนที่จะเอาแต่ชูพระปางห้ามญาติ คุณช่วยหาทางออกให้มีการเจรจา หรือพบกันครึ่งทางได้ไหม

ข้อเรียกร้องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยนะครับ ถ้าอภิสิทธิ์มีที่มาชอบธรรม ขอย้ำ แต่ในเมื่อตัวอภิสิทธิ์เองก็เคยพูดว่าจะอยู่ไม่ครบเทอม ทำไมถึงจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ ที่จะให้คำมั่นว่าแม้ยังไม่ยุบสภาวันนี้ แต่จะยุบในอีก 3 เดือนหรือ 6 เดือน (เกินนั้นเสื้อแดงอย่ายอม)

การต่อสู้แย่งชิงอำนาจผ่านการเลือกตั้งคือวิถีประชาธิปไตย ที่จะช่วยลดความรุนแรงนอกกติกา อย่ามาอ้างความเป็นธรรมเลื่อนลอยถ่วงเวลา อย่ามาอ้างปัญหาเศรษฐกิจ แบบกรณี 19 ก.ย. เพราะนี่ไม่ใช่การต่อสู้ครั้งสุดท้าย ความรุนแรงจะยังเกิดขึ้นต่อไปถ้าไม่บำบัดความอยุติธรรม

แล้วก็ไม่ต้องอ้างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ผมจะสนับสนุนให้แก้ไข แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะต้องแก้ทั้งฉบับ ต้องต่อสู้กันอีกยาว ที่จะแก้ 6 ประเด็นนะหรือ มาตรา 237 ไม่มีความหมายแล้ว ไม่มีควายที่ไหนส่งกรรมการบริหารลง ส.ส.เขตให้จับใบแดงยุบพรรค ปชป.ยังลดกรรมการบริหารเหลือแค่ 15 คนก่อนเพื่อน

แน่นอนว่าเลือกตั้งแล้วความขัดแย้งยังอยู่ แต่การต่อสู้จะค่อยๆ เข้าไปอยู่ในกรอบ ถ้าคุณบอกว่ายุบสภาใน 6 เดือน ม็อบเสื้อแดงก็จะไม่มาอีกแล้ว แต่จะกลับไปเข้าสู่กระบวนการรณรงค์เลือกตั้ง (อย่างมากอาจจะมาไล่ กกต. เลียนแบบพันธมิตร ไม่ได้ยุนะ-ฮิฮิ)

อย่างน้อย พรรคการเมืองใหม่ก็จะได้แจ้งเกิดเสียที ไม่ต้อง fly kite กันฟรีๆ อยู่แบบนี้ สนธิ ยะใส จะได้ประกาศนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้ประชาชน (ตามแนวทางลัทธิประเวศแข่งกับทักษิโณมิคส์-ฮิฮิ)

แล้วอย่าไปกลัวล่ะว่าจะเข้าทางทักษิณ คุณอยากทำอะไรเขาอีก ต้องโทษจำคุกก็แล้ว ยึดทรัพย์ก็แล้ว พันธนาการที่ทำไว้กับทักษิณน่ะ ต่อให้ชนะเลือกตั้งเข้ามาก็แก้ไม่ได้ง่ายๆ มันต้อง “ปฏิวัติประชาชน” เท่านั้น อยากเห็นแบบนั้นไหมล่ะ อยากเห็นก็กดกันต่อไป

พูดง่ายๆ ว่าถ้าผมเป็นทักษิณนะ ใจจริงก็ไม่อยากให้ยุบสภาหรอก แต่อยากให้มีอะไรเปรี้ยงปร้างในวันสองวันนี้ดีกว่า จริงไหม เลือกตั้งเดิมพันสูง แพ้ขึ้นมาจบเห่

พูดอย่างนี้ไม่ใช่จะให้ขี่ม้าสามศอกไปบอกอภิสิทธิ์ว่ายุบสภาเหอะ ก็แล้วแต่ท่านทั้งหลายจะพิจารณาจังหวะเวลาที่เหมาะสม ผมแค่ฝากเตือนว่า หนึ่ง พระห้ามญาติช่วยไม่ได้ และสอง ยุบสภาเป็นทางออกที่ชอบธรรมและลดความรุนแรง

เสื้อแดง-ขึ้นได้สวย

หวังว่าคงไม่มีแต่... และคงไม่ใช่แค่ลำไม้ไผ่

ในขณะที่เรียกร้องนักสันติวิธีให้มองเสื้อแดงว่าถอยไม่ได้ เสี่ยงต่อความรุนแรง ผมก็ไม่สามารถยุเสื้อแดงว่า “ถอยไม่ได้” เพราะเสี่ยงกับความรุนแรง เสียเลือดเนื้อ และความพ่ายแพ้

ถึงอย่างไรก็ต้องยึดการต่อสู้โดยสันติ สู้ยืดเยื้อ และไม่ใช่สงครามครั้งสุดท้าย

มวลชนเสื้อแดงต้องพร้อมที่จะทำใจว่า ถ้าต่อสู้ถึงที่สุดแล้ว รัฐบาลดื้อรั้นไม่ยุบสภา คุณก็ต้องถอยได้ เพื่อกลับมาใหม่ เพื่อการต่อสู้ครั้งใหม่ ที่อาจได้รับชัยชนะที่เหนือกว่า อย่าคิดว่ากลับครั้งนี้ต้องแพ้เลย

ถ้าดูการเคลื่อนไหวตั้งแต่วันที่ 12-15 มี.ค. และอาจจะต่อเนื่องถึงวันที่ 16 มี.ค. ที่ประกาศกรีดเลือด ผมเห็นว่าเสื้อแดงขึ้นต้นได้สวย ไม่เพลี่ยงพล้ำ แม้ต้องเผชิญหน้ารัฐบาลสร้างภาพถูกจริตคนกรุงคนชั้นกลาง รวมทั้งสื่อ นักวิชาการ (สวมคราบ) ที่รุมกระหน่ำแทบข้างเดียว

นั่นคือเสื้อแดงให้ภาพของมวลชนที่ฮึกเหิม มาด้วยใจ สู้ไม่ถอย มีความเป็นระเบียบพอสมควร มีจำนวนที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องอึ้งทึ่งไปเลย แถมยังมี gimmick แบบยกขบวนแห่ ยกทัพเรือ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการสร้างภาพผีป่าจะมาปล้นเมืองของไอ้เทือกไอ้ไทแล้วคนละเรื่อง ทำให้รัฐบาลต้องถอยไปตั้งรับ ยืนกรานแต่ว่าจะไม่ออก ไม่ยุบ แล้วก็เที่ยวก่อกวนเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขอหมายจับอริสมันต์ในวันก่อม็อบพอดี หรือพอจะกรีดเลือด ก็แห่กันออกมาโวยวายแปลกๆ เช่น จะติดเอดส์ติดเชื้อไวรัส หรือห้ามแพทย์พยาบาลเจาะเลือดเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองถือว่าผิดจรรยาบรรณ (สิทธิส่วนบุคคลของเขา แพทยสภาไปยุ่งอะไรวะ กลับไปทำมาหาเงินไป๊)

การกรีดเลือดประท้วงเป็นประเพณีแต่โบราณ ไม่ใช่เรื่องของแพทยสภา พยาบาล หรือสภากาชาด ที่จะมาเที่ยวปากมากปากเมนท์ นี่ดีเท่าไหร่แล้วที่ไอ้เทือกไม่ส่งตีความว่าเลือดเป็นอาวุธหรือไม่ ยุ่งนัก เดี๋ยวยุให้ปาขี้เสียเลย (ฮา-แต่อย่าลืมนะครับ อารยะขัดขืน ถ้าทำต้องรับสารภาพ มอบตัว รับโทษจำคุก 10 วัน)

กลับมาเข้าเรื่องว่า ภาพรวมใน 4-5 วันคืออะไร คือม็อบเสื้อแดงไม่ได้รับการต่อต้านจากชาวบ้านบางระจัน (ฮา) ตรงกันข้ามยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนกรุง ทั้งเสื้อแดง หรือไม่ใช่เสื้อแดงแต่เบื่อหน่ายรัฐบาลนี้ ซึ่งจำนวนไม่น้อยเป็นคนชั้นกลาง เช่นภาพในประชาไทวันเคลื่อนทัพไปราบ 11 มีคนมาโบกธงแดง ผ้าแดง ต้อนรับตลอดสองข้างทาง ตั้งแต่ยาม คนงาน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล คนขับรถเมล์ ไปจนกระทั่งพนักงานบริษัทผูกไท และคนทุกประเภท

นี่คือชัยชนะแล้ว นี่แสดงให้เห็นพลังของเสื้อแดงที่ไม่ได้มีแค่อยู่ในม็อบ แต่อยู่ทั่วทุกหัวระแหงในกรุง และในประเทศนี้ รวมถึงผู้มีใจเป็นธรรมที่แม้ไม่ใช่เสื้อแดงก็มองเห็นความอยุติธรรม อำมาตย์ ผู้ดี สื่อ เห็นแล้วต้องตกใจว่าพวกเขาเหลือมวลชนอยู่แค่ไหน (เหลืออยู่ในโพลล์-ฮา)

ฉะนั้น ถ้าเสื้อแดงยึดมั่นในการต่อสู้โดยสันติ ใช้มาตรการอารยะขัดขืน ที่ไม่ยกระดับไปสู่ความรุนแรง อย่างน้อยก็จะได้ชัยชนะในจิตใจประชาชน ซึ่งแม้จะเป็นชัยชนะที่เป็นนามธรรม แต่มีผลใหญ่หลวงในการต่อสู้ระยะยาว พร้อมกับลบภาพความรุนแรงเมื่อสงกรานต์ที่แล้ว ถ้าม็อบเสื้อแดงครั้งนี้สามารถกลับบ้านโดยสันติ ผู้คนก็จะลืมเหตุการณ์เมื่อสงกรานต์ และคุณจะมาใหม่อีกเมื่อไหร่ก็ได้

มวลชนเสื้อแดงจึงต้องตระหนักว่า การเคลื่อนไหวจะต้องไม่ยกระดับสู่ความรุนแรง แต่คุณต่อสู้ยืดเยื้อได้ ยาวนานได้ แปรการต่อสู้นี้ให้มวลชนในกรุงเทพฯ เข้าร่วม ทั้งพี่น้องคนยากคนจน คนชั้นกลาง ซึ่งประเด็นสำคัญคือสร้างความเชื่อมั่นว่าพวกคุณจะม็อบโดยสันติ ไม่ยึดอนุสาวรีย์ ไม่บุกมหาดไทย คนชั้นกลางก็จะเข้าไปร่วมกับคุณมากขึ้น

จะเป็นอะไรไปล่ะครับ ถ้าการต่อสู้จะยืดเยื้อไปอีกสักหน่อย ไม่ใช่อยู่แค่ 4 วัน อาจจะ 7 วันถึงวันแดงเดือด (แมนฯยูถล่มลิเวอร์พรุน ฮิฮิ) หรืออยู่ยาวไปกว่านั้น ใครมีธุระกลับก่อน ที่บ้านใครว่างก็มาเสริม (แต่ลำบากหน่อยนะ งานนี้ท่อน้ำเลี้ยงน้อย หลังทักษิณถูกยึดทรัพย์ สื่อพาดหัวว่ามีท่อน้ำเลี้ยงแค่ร้อยล้าน ลดราคาจากเมื่อก่อนที่พาดหัวหลายร้อยล้าน-ฮา)

7 วัน 10 วัน ไม่ต้องถึง 193 วัน “ไม่ชนะ” ในทางข้อเรียกร้องก็กลับได้ เพราะ “ชนะ” ในขั้นตอนทางยุทธศาสตร์ คุณต้องเชื่อมั่นว่า “ระบอบไม่เอาทักษิณ” ที่ไร้ความชอบธรรม ไร้ประสิทธิภาพ ขัดแย้งในตัวมันเอง ไม่มีทางอยู่ได้ ไม่ใช่ว่าคุณกลับวันอาทิตย์นี้แล้วอภิสิทธิ์จะเสวยอำนาจอยู่ราบรื่นถึงปลายปีหน้า (ว่างจากการผลิตเมื่อไหร่ค่อยยกทัพกลับมาทางด่านเจดีย์สามองค์)

ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้บอกไม่ให้กดดัน เพราะในการเคลื่อนไหว แกนนำต้องกำหนดมาตรการกดดันอยู่แล้ว จะมานั่งตบแปะอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร ไม่มีใครรู้ว่าวันที่ 17, 18 หรือวันต่อๆ ไปจะมีมาตรการอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องดูไปวันต่อวัน

เพียงแต่ถึงที่สุดคือในภาวะล่อแหลมของการตัดสินใจ จะต้องยึดแนวทางสันติ ไม่ก่อความรุนแรงก่อน เพราะรุนแรงก่อนก็แพ้ ต้องมองสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น และมองให้เห็นการต่อสู้ระยะยาว ซึ่งลำพังเสื้อแดงไม่สามารถเอาชนะอำนาจที่ครอบงำอยู่ได้ คุณต้องสร้างแนวร่วม คุณต้องมีคนชั้นกลาง คุณต้องมีพลังอื่นๆ คู่ขนาน อย่าให้ความรุนแรงทำลายแนวร่วม ทำลายอนาคต

เพราะถ้าขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่เหมือนสงกรานต์อีก คราวนี้แพ้หนักเลยนะครับ

ใบตองแห้ง
15 มี.ค.53
 

ธึกได้สมชื่อ ควายธึก

ธึกได้สมชื่อ ควายธึก (เลิกเป็นอีแอบจิต)

ถ้าเช่นนั้นก็อย่าสันติวิธีกัน

ถ้าเช่นนั้นก็อย่าสันติวิธีกันเลย...เชิญพลพรรคเพื่อแดงไปร่นหาที่ตายกันตามสบาย!

นักสันติวิธีก็มีหลายคนนะคะ

นักสันติวิธีก็มีหลายคนนะคะ แต่ละคนก็ต่างทรรศนะ อย่างอ.มาร์ค ตามไท, อ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ นั่นก็ใช่ เราไม่อยากเหมา เพราะฉะนั้นคุุณใบตองแห้งชี้เป้ามาเลยดีกว่าว่าหมายถึงใคร อ.ปริญญา หรือนาย ก. นางสาว ข. (จะได้ร่วมด่าด้วยถูกคน :P)

เราไม่เข้าใจคำว่า สันติิวิธี หรอก ฟังคนโน้นคนนี้พูดมาหลายทีก็ยังไม่เข้าใจ แต่เราเห็นว่า การที่ใครบางคนพูดถึุงสันติวิธีเพื่อเตือนให้ใจเย็นๆ ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เราเป็นคนนึงที่เคยมีประสบการณ์โดนแก๊สน้ำตาและฝ่าดงกระสุนมาในม็อบทั้งสองสี เราคิดว่าถึงที่สุดแ้ล้วการรักษาชีวิตไว้เป็นเรื่องสำัคัญมากนะ

แต่ถ้าเป็นการพูดถึงสันติวิธีที่ไปดิสเครดิตหรือทำลายความชอบธรรมในกาีรเคลื่อนไหวของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อันนี้เราก็ไม่ชอบอ่ะ อยากให้เขา

มองในแง่ดี การที่คนกลุ่มหนึ่งในสังคมออกมาโปรโมทสันติวิธีแล้วทำให้คนเสื้อแดงดูเป็นคนไม่รักสันติก่อนหน้านี้ แต่เอาเข้าจริงๆ คนเสื้อแดงกำลังต่อสู้แบบสันติในตอนนี้ มันได้เปลี่ยนการรับรู้ของสังคมไทยที่มีต่อคนเสื้อแดงไปมากพอสมควรนะ เราเชื่อต่อไปว่า คนเสื้อแดงกำลังพิสูจน์ให้สังคมกลุ่มที่ใหญ่มากขึ้นๆ รู้ว่า การต่อสู้ของเขานั้นชอบธรรมและ "สันติ" และเขาจะได้รับการสนับสนุนจากคนมากขึ้นๆ

พื้นฐานความคิดของคุณ คือ

พื้นฐานความคิดของคุณ คือ ในการเคลื่อนไหว แท้จริงแล้ว สันติวิธี คือ แนวทางที่สามารถสร้างแนวร่วมได้ดีที่สุด

เสื้อแดง ได้รับชัยชนะในรูปแบบ กล่าวคือ สามารถไปลบภาพ"แดงเลือด"ในช่วงเมษา คราวก่อนได้
แต่ในระดับเป้าหมาย แม้รบ.จะยุบสภาหรือไม่ อนาคต...ก็คงไม่ได้เปรียบอะไรจริงๆหรอก

การต่อสู้ที่แท้จริง คงเป็นหนังเรื่องยาวสักหน่อย ไม่ใช่คราวเดียว คราวนี้ แต่ต้องยืดเยื้อ และสร้างตัวตนรวมหมู่ขึ้น
กล่าวคือ ผู้นำการต่อสู้จักต้องติดอาวุธทางความคิดให้กับมวลชนไปพร้อมกันเสมอๆ ในขณะที่ในกระบวนการเคลื่อน
ไหวทุกครั้ง พึงสถาปนารูปแบบการจัดตั้งตนเองให้ชำนาญ มวลชนที่ทรงพลังจำต้องมีระเบียบวินัย โดยเฉพาะอารมณ์
หมู่ที่ต้องรู้จักควบคุม ไม่ให้เกินขอบเขตระหว่างอารยะขัดขืนกับความรุนแรง

สรุปว่า จัดตั้งตนเอง ในขณะที่ใช้สันติวิธีในกระบวนการเคลื่อนไหว เพื่อ เพิ่มปริมาณแนวร่วม
พัฒนาจิตสำนึกที่ชัดเจน วิพากษ์ค่านิยมอยุติธรรมที่ีฝังตัวในวิถีชีวิตให้กระจ่าง เอามาแปรเป็นพลังคัดง้างถ้วนทั่ว

******การรัฐประหาร 19

******การรัฐประหาร 19 กันยา 49 เพราะเกลียดทักษิณ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจมาก ๆ กับรํบธรรมนูญปี 2540 ที่ถูกทำลายยไป แก้ก็ยาก ลีลา มายา เล่ห์กล ลับ ลวง พราง

ช่วงนี้นักวิชามาร

ช่วงนี้นักวิชามาร สท่อหนังสือพิมพ์ ออกมากันใหญ่เลยน่ะตัวเอง แอ็บกันไปถึงไหน เสื้อขาวน่ะ สันติของคุณคืออะไรกัน

ชาวบ้านเขารักสันติอยู่แล้วโดยพื้นฐาน รัฐบาลหรือเปล่า หรือทหารที่ต้องการความรุนแรงน่ะ ไม่รีบจัดตั้งแท้ปลอมมาก่อ

ความวุ่นวายจะได้ประกาศพรก ฉุกเฉิน สักที่จะได้จบๆ จะได้ไม่เสียเวลา คงสะใจขุนนางใหญ่ จะได้กำจัดฝ่ายตรงข้ามให้จมลง

แผ่นดินเสียที่ ไม่ต้องมาอาจสันติอะไรของคุณหรอก เสียเวลาเปล่า เชื่อว่าอีกฝ่ายเขาไม่ฟังความเห็นของคุณหมอหรอกน่ะ

การชุมนุมของเสื้อแดง คงไม่มีอะไรมากมายหรอกน่ะ ผมหวังให้พวกคุณทั้งหลายช่วยตอกย้ำความแตกแยกในแผ่นดินนี้

สื่อรัฐบาลช่วยโจมตีให้หนัก เมื่อถึงสุดสูงสุด คนที่มีปัญญาก็จะคิดได้เองว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา โดนหลอกมาตลอดเลย

ป้อนความคิดความเชื่อทุกให้ทุกวัน สักวันเขาคงจะปลดแอกตัวเองออกจากวงจรนี้ หาข้อมูลที่เป็นจริงและแตกต่างจากที่รัฐ

นำเสนอ พยายามโจมตีให้หนักกว่านี้ ประเทศเราจะได้แพ้ทั้งประเทศเพราะสื่อชั่วๆ

ก็แค่พวกนักสันติวิธีจอมปลอม

ก็แค่พวกนักสันติวิธีจอมปลอม นักสิทธิมนุษยชนจอมปลอม นักวิชาการจอมปลอม นักประชาธิปไตยจอมปลอม ก็แค่นั้นนั่นเอง จะเอาอะไรมากมาย เมื่อต้นธารปลอม กระบวนการออกมามันก็ปลอม ผลของมันก็ปลอมๆ อยู่เหมือนเดิม

เอ....นักสันติวิธีนี้เค้าไม่ไ

เอ....นักสันติวิธีนี้เค้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับพฤติกรรมของคนที่เสื้อแดงเค้าไม่ต้องการเลยหรือ
ประชาธิปไตยก็ของปลอม คำพูดก็เล่นลิ้น หลอกล่อ ต. แล ไปวัน ๆ จนต้องเปลี่ยนช่องทีวี หรือปิดทีวีไปเลย เค้าจะอยู่อย่างสันติกับพฤติกรรมแบบนี้ โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ไม่รำคาญใจ หรือไม่รู้สึกว่าตัวเองโง่ที่ให้คนๆนี้พยายามล้างสมอง พยายามหาเหตุผลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงมาชี้แจง คนเสื้อแดงเค้ารับไม่ได้ก็ให้เค้าลุกขึ้นมาเถอะ นักสันติวิธีก็อย่าไพยายามขัดขวางเลย

……………………………………………เลือดไพร่...

……………………………………………เลือดไพร่........................................

.............ผองมึงมันเลือดไพร่ไยฮึกเหิม..............คิดจะเพิ่มกดดันฝันไปไหม

เอาเลือดไพร่ใช้ราดรดพื้นโลกไป.......................แดงชัดใช่โชกเลือดอันเดือดแดง

เราร่วมหลั่งเลือดไพร่ให้ส่วนรวม........................มีส่วนร่วมรู้สุขรู้ทุกข์แฝง

เลือดที่รวมรู้รักและฮักแพง...............................เราไม่แล้งน้ำใจ....ไม่มีวัน

พร้อมกับบอกตอกย้ำอำนาจเอ๋ย.........................ไพร่ไม่เคยนึกวาดจะคาดฝัน

ว่าเลือดไพร่จะหลั่งไหลรวมใจกัน.......................อัศจรรย์ในวันนี้ที่เมืองไทย...

..............ให้โลกเห็นเป็นตัวอย่างทางต่อสู้..........เราไม่ชูปืนผาออกมาไล่

เรามีแต่มือเปล่าสองเท้าไป..............................พร้อมหัวใจเจ็บช้ำนำมารวม.

การต่อสู้เพื่อนักโทษหนีอาญาแผ

การต่อสู้เพื่อนักโทษหนีอาญาแผ่นดิน ภายใต้การชี้นำของตัวนักโทษเอง เป็นจุดมุ่งหมายของการต่อสู้ที่ผิดคุณธรรม

เมื่อจุดมุ่งหมายมันผิดเสียแล้ว วิธีการใดๆก็ไม่สามารถสร้างความชอบธรรมได้

ชอบบทความนี้ พวกที่เชียร์สันต

ชอบบทความนี้

พวกที่เชียร์สันติวิธี ไม่จริงใจ ถ้าบอกว่าสันติวิธีดี ก็เหมือนเครื่องทั่วไป ต้องช่วยพิสูจนด้วยว่าใช่ได้ผล

เขามาขอให้ยุบสภาด้วยสันติวิธี ก็ควรไปบอกรัฐบาลให้ยุบสภา

การยุบสภาก็เป็นการแก้ปัญหาสันติวิธี

@..เลือดแดงล้านหยดนี้.......ย

@..เลือดแดงล้านหยดนี้.......ยอมพลี
โดยสันติวิธี...........................ถ่องแท้
เลือดหลั่งพื้นปฐพี................มีค่า.....แท้นา
สู้บ่มีวันแพ้..........................แช่งแล้เลือดไหล

@..ใจแดงแรงรักร้อย...........รวมกัน
แดงร่วมแรงร่วมสรรค์..........ร่วมสู้
รวมเลือดร่วมผูกพัน.............มั่นจิต.....แท้นา
ให้หมู่มารรับรู้......................กู่ร้องไล่มัน

@..วันแดงรวมเลือดพร้อม.....เพรียงกัน
รินหยดไหลในวัน....................ต่อสู้
เลือดรินหลั่งพื้นพลัน...............ร่วมแช่ง
รินหลั่งเลือดให้รู้......................ว่าสู้สุดใจ

@..ภัยพาลมารหมู่ร้าย.............อำมาตยา
ภัยเบียดเบียนบีฑา....................ห่าร้าย
ภัยปล้นกฎกติกา......................วิบัติ
จงพ่ายพังยับย้าย................พ่ายแพ้มลายสูญ

ทักษินนะ จะสะเทือนที่สุด

ทักษินนะ จะสะเทือนที่สุด ตอนที่อยู่ประเทศไหนไม่ได้
ไม่ใช่สะเทือนเพราะถูกยึดทรัพย์ เพราะทรัพย์โดนอายัดมาสามปีแล้ว ยังสบาย ๆ เสื้อแดงแรงไม่ตก
****ฉะนั้นใครบอกว่าเป็นศึกสุดท้าย เรียกว่าปลอบใจตัวเองสาหัส*****

การกรีดเลือดนี้ เป็นความคิดที่ดีมาก ๆ
๑. แสดงไปสู่ชาวโลกว่า รบ. ที่อ้างความชอบธรรม โดนเกลียดขนาดคนเป็นแสนยอมเจ็บตัวสละเลือดได้

๒. เลือดเป็นของคนชนบท ทุกครั้งที่เห็น คนฝ่ายเดียวกันต้องสะเทือนใจ ถ้าไม่ได้ตามที่หวังจะยิ่งเจ็บช้ำน้ำใจ และการเจ็บช้ำน้ำใจนี่จะลามไปไหนบ้าง ใครจะรู้ เลือดคนคนหนึ่ง ญาติพี่น้องที่อยู่ชนบทจะรู้สึกด้วยแน่นอน

๓. การกรีดเลือด บางคนอาจคิดไม่ถึง แต่ที่สำคัญคือ มันเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นพี่เป็นน้องกันตั้งแต่โบราณ เสื้อแดงจะยิ่งผูกพันกันแน่นแฟ้นขึ้น ตรงนี้ ทักษินได้ประโยชน์เต็ม ๆ

ถามจริงหนอ รบ. คิดว่าชนะทักษินได้จริงๆ หรือ มาถึงตอนนั้น ถึงขนาดกรีดเลือดรวมกันและ
บรรยากาศพาเอา สส พรรคไปรวมกันแล้ว มีทั้งพระสงฆ์ด้วย กรีดเลือดสาบานเป็นพวกเดียวกัน
ทักษินได้พวกมาอีกเป็ฯล้าน อย่างเหนียวแน่น

คิดไง ถึงดื้อ

*เลือดสีแดง แรงกล้า

*เลือดสีแดง แรงกล้า ทาผืนดิน
ร่วมดูหมิ่น รัฐบาล ที่มารตั้ง
พร้อมสาปแช่ง ด้วยเลือด เดือดชิงชัง
มารจงพัง แพ้พ่าย สลายไป

*เลือดหลั่งหลายล้านหยด..รดรินหลั่ง
หยดจากพลัง ประชาชน คนยิ่งใหญ่
เลือดเพื่อล้าง อำมาตยาธิปไตย
ประชาชนมีชัย ได้กลับคืน

*เลือดแห่งพลังต่อสู้..สันติวิธี
เราคนดี ประชาธิปไตย ใจสุดฝืน
สู้อำนาจ อำมาตยา กล้าด้วยปืน
สู้หยัดยืน เพื่อประชาธิปไตย

*เลือดสีแดงเข้มข้น คนเสื้อแดง
ร่วมพลีแรง พลีใจ เพื่อไทยใหม่
สละเลือด รวมพลัง อย่างตั้งใจ
ขอประชาธิปไตย...ยั่งยืนยง

หากเสื้อแดง(หรือแกนนำเสื้อแดง

หากเสื้อแดง(หรือแกนนำเสื้อแดง)ไม่ชัดว่าระหว่างเป้าหมายกับยุทธการที่เลือกจะให้น้ำหนักกับเรื่องใดมากกว่ากัน การยกระดับไปสู่การทำให้รัฐบาลยุบสภา...ดูเหมือนว่ายาก...แต่ถ้าจะสร้างการรับรู้ใหม่ให้กับชนชั้นกลาง ให้ภาพการต่อสู้โดยแนวทางสันติ(สันติจริงหรือ? ต้องพิสูจน์ทราบอีกไม่น้อย) การประกาศตัวเอง ขีดวงว่าเป็นไพร่ เท่ากับยึดโยงกับฐานคิดแบ่งชนชั้น ไพร่จะมาร่วมกับชนชั้นกลางได้หรือ(ไม่พักถามว่าชนชั้นกลางน่ะ จริงๆแล้วก็มีพื้นฐานมาจากไพร่ทั้งนั้น) ฐานคิดการแบ่งแยกชนชั้่นเช่นนี้ มีอคติรองรับหรือไม่...น่าจะมีอยู่ไม่น้อย

ที่น่าแปลกก็คือ การมีส่วนร่วมในหมู่เสื้อแดงทำไมน้อยจัง จะเคลื่อนไหวจะทำอะไรฟังแต่แกนนำ(3คน)หรือคนไกลเท่านั้นหรือ? ผู้ชุมนุมมีความหมายอย่างไรในการร่วมคิดร่วมทำ(เช่นเดียวกับเสื้อเหลือง รอแกนนำเป่านกหวีด-ไม่ต่างกัน)

เช่นนี้แล้วจะยกระดับประชาธิปไตยในหมู่ไพร่(ในกรณีเสื้อแดง-ชนชั้นกลางในกรณีเสื้อเหลือง)ด้วยกันอย่างไร

ทฤษฎีชนชั้นยังใช้ได้จริงหรือในสังคมไทยปัจจุบัน?

คนเสื้อแดง(หรือเหลือง)จะต้องแสดงให้เห็นว่ายุทธการไม่สำคัญกว่าเป้าหมาย มิฉะนั้นเราก็นักแอบอ้่างทั้งสิ้น

พวกเรา(รวมถึงผมด้วย)จะข้ามพ้นเรื่องเหล่านี้ไปได้ อาจจะต้องละจากอคติในใจให้ได้เสียก่อน

Ladies and Gentlemen Or

Ladies and Gentlemen

Or Gentlemen and Ladies...

" I like is article" I do't know about all of you out there......

" You said it all " My friend

ความขัดแย้งในทางการเมืองไทยที

ความขัดแย้งในทางการเมืองไทยที่ผ่านมานับแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 49 ก็มีสาเหตุรากเหง้าปัญหามาจากความรุนแรงทางโครงสร้างและเพื่อแก้ไขปัญหานี้ จึงต้องหาหนทางแก้ไขปัญหาอย่างสันติ อย่างมั่นคงและเป็นประชาธิปไตย จึงต้องคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน รณรงค์อย่างขนานใหญ่ให้ประชาชนเคารพกติกาประชาธิปไตยที่มีวาระเลือกผู้ปกครองแน่นอน ต่อสู้กันอย่างมีหลักการเหตุผล อย่างสันติวิธี ไม่ทำร้ายกัน
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ จัดตั้งโดยมีทหาร อำมาตย์หนุนหลัง หรืออำนาจนอกระบบประชาธิปไตยกำหนดขึ้น ไม่ได้มาจากเสียงสวรรค์ของประชาชนโดยแท้จริง
และคงมีแต่พวกตีสองหน้า สร้างภาพลักษณ์ให้ดูดี มืดบอดทางปัญญา พวกป้อนปิ้นหลอกลวงประชาชนไปวันๆเท่านั้นที่บอกว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์มีความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย
ดังนั้น การยุบสภา จึงเป็นทางออกเดียวเพื่อสร้างสันติวิธีทั้งเฉพาะหน้าและระดับโครงสร้าง
นอกจากนักสันติวิธีจอมปลอม และนักสันติวิธีไร้หัวใจประชาธิปไตย รับใช้อำมาตย์เท่านั้นที่ปฏิเสธแนวทางนี้
ใช่หรือไม่? โปรดทบทวนความคิดกันดู

จนป่านนี้แล้ว

จนป่านนี้แล้ว คุณพ่อน้องใบตอง ยังใส่ใจกับความคิดเห็นของ ราษฏร โกโรโกโส อีกหรือครับ มันก็ หนึ่งในคณะของ

กระเทยเฒ่า ก็แค่นั้นอย่าไปใส่มันอีกเสียเวลา

ก็หวังอย่างคุณใบตองแห้งนะ

ก็หวังอย่างคุณใบตองแห้งนะ ให้คนเสื้อแดงไม่ใช้ความรุนแรง จะได้ใจคนกรุงเทพฯแน่(ถ้าเขาเปิดใจรับความคิดเห็นของคนเสื้อแดง) ต้องขอยกย่องเรื่องการเจาะเลือดนะ มันดูแบบว่าเป็นการรวมใจที่เป็นหนึ่งเดียว

คนที่ด่าทักษิณ

คนที่ด่าทักษิณ ก็ปล่อยมันไปเหอะ มันไม่มีปัญญาด่าสนธิ ลิ้มทองกุล เนี่ยแหละประชาธิปไตยของไทยที่เสื้อเหลืองปกป้องหวงแหน

คนนอก

คนนอก wrote:
หากเสื้อแดง(หรือแกนนำเสื้อแดง)ไม่ชัดว่าระหว่างเป้าหมายกับยุทธการที่เลือกจะให้น้ำหนักกับเรื่องใดมากกว่ากัน
ู^
^
ถ้าเราควบคุมกระบวนการ เป้าหมายจะจัดการตัวมันเอง
แต่ปัญหาคือ ในระดับอุดมการณ์เอง ก็ยังมีความต่าง ไม่ชัด เรียกว่า วิกฤกติฉันทานุมัติ
ดังนั้น เท่าที่ทำได้ เป็นไปได้ การเคลื่อนไหวทั้งหมด จึงมุ่ีงสร้างและขยายแนวร่วม หรือ การทำให้ปริมาณไปให้ถึง
ระดับมีนัยยะต่อเป้าหมายย่อยต่างๆ ในขณะที่ก็พัฒนารูปแบบการจัดตั้งตนเอง จึงถึงระดับจิตสำนึกที่แท้(ไม่แปลกแยก
จากฐานคิดที่เป็นจุดยืน) ตรงนี้ เป็นภารกิจการวิพากษ์ว่าอยุติธรรมในระดับโครงสร้างเป็นเช่นไร?(รวมถึงค่านิยมในระบบอุปถัมภ์ที่ทั้งสังคมได้จุ่มจม..มายาวนานหรือ เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของมันด้วย...อย่างที่คุณว่า อคติทั้งหลาย)

การประกาศตัวเอง ขีดวงว่าเป็นไพร่ เท่ากับยึดโยงกับฐานคิดแบ่งชนชั้น ไพร่จะมาร่วมกับชนชั้นกลางได้หรือ(ไม่พักถามว่าชนชั้นกลางน่ะ จริงๆแล้วก็มีพื้นฐานมาจากไพร่ทั้งนั้น) ฐานคิดการแบ่งแยกชนชั้่นเช่นนี้ มีอคติรองรับหรือไม่...น่าจะมีอยู่ไม่น้อย
^
^
ตรงนี้ ไม่น่ามีปัญหา เพราะ ชนชั้นกลาง มักมีคุณสมบัติที่ง่ายต่อการเป็นตัวเชื่อมต่อของการเปลี่ยนแปลง
พวกเขา มักมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้น-ลง และมักไม่ผูกติดกับสถานะที่ตายตัว มักเป็นแนวร่วมที่มีศักยภาพในระดับ
นักรบทางความคิดของการเคลื่อนไหวได้ แต่ในแง่คุณค่าความเท่าเทียมแล้ว ปริมาณไพร่หรือชนชั้นล่าง ย่อมมีความ
หมายต่อการเคลื่อนไหวมากกว่า

ที่น่าแปลกก็คือ การมีส่วนร่วมในหมู่เสื้อแดงทำไมน้อยจัง จะเคลื่อนไหวจะทำอะไรฟังแต่แกนนำ(3คน)หรือคนไกลเท่านั้นหรือ? ผู้ชุมนุมมีความหมายอย่างไรในการร่วมคิดร่วมทำ(เช่นเดียวกับเสื้อเหลือง รอแกนนำเป่านกหวีด-ไม่ต่างกัน)
^
^
นี่คือ ภารกิจการสร้างปริมาณให้มีคุณภาพนั่นเอง มิฉะนัน ก็อาจเป็นแค่พวกมากลากไป
การติดอาวุธทางปัญญาให้ผู้ชุมชนจึงเป็นสิ่งจำเป็น(ในระยะยาว) นั่นเท่ากับ ความจริงและเหตุผลจำเป็นต้องสถาปนา

การจักสามารถยกระดับการต่อสู้ได้นั้น ขึ้นอยู่กับ พลังการวิเคราะห์ที่ไปอธิบายความเป็นจริงได้อย่างมีนัยยะ แล้วเอา
ไปส่งมอบหรือสร้างปัญญาให้เกิดขึ้นในผู้ชุมชน มิฉะนั้น การเติบโตไม่มี ทิศทางไม่ต่อเนื่องและปริมาณก็ไม่อาจยก
ระดับสู่คุณภาพใหม่ได้่

คนที่ไม่ชัดเจนคือนักสันติวิธี

คนที่ไม่ชัดเจนคือนักสันติวิธี ซึ่งมองไม่เห็นความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ทั้งรัฐประหาร และตุลาการภิวัตน์ ที่กระทำกับคนอีกฝ่ายจนเขาเหลืออด กระนั้นเขาก็ยังเรียกร้องขอช่วงชิงอำนาจคืนผ่านกระบวนการประชาธิปไตย คือเลือกตั้งใหม่

ถ้านักสันติวิธีมองไม่เห็น แล้วเอาแต่ถือพระปางห้ามญาติ ก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ

ปัญหาของนักสันติวิธีคือส่วนใหญ่ก็เกลียดทักษิณกันทั้งนั้น และดีอกดีใจที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ แม้จะตะขิดตะขวงใจกันอยู่บ้างกับกระบวนการตั้งแต่รัฐประหาร แต่ก็รู้สึกว่าผลไม้พิษมันหอมหวาน นักสันติวิธีจึงแยกไม่ออกระหว่างบทบาทหน้าที่ตัวเอง กับทัศนะทางการเมืองของตัวเอง

....................................................

ขอร่วมเสริมและแย้งนิด ๆ ต่อความเห็นของคุณใบตองแห้งเฉพาะส่วนที่ผมยกมาอ้างข้างบน

อาจเป็นไปได้ที่นักสันติวิธี "บางคน" มองไม่เห็นความรุนแรงเชิงโครงสร้างอย่างที่คุณใบตองแห้งบอก แต่โดยส่วนตัวแล้วผมมั่นใจว่า "ทุกคน" ที่เป็นระดับแถวหน้าในกลุ่มที่เรียกกันว่า "นักสันติวิธี" มองเห็นและเข้าใจดีถึงความรุนแรงเชิงโครงสร้าง (ตามความหมายของคุณใบตองแห้ง) แต่พวกเขา "จงใจ" ไม่แตะต้องมากกว่า (ไม่อยากพูดว่าถ้ามองไม่เห็นก็โง่เต็มที)

เหตุผลก็อย่างที่คุณใบตองแห้งบอก "ปัญหาของนักสันติวิธีคือส่วนใหญ่ก็เกลียดทักษิณกันทั้งนั้น และดีอกดีใจที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ แม้จะตะขิดตะขวงใจกันอยู่บ้างกับกระบวนการตั้งแต่รัฐประหาร แต่ก็รู้สึกว่าผลไม้พิษมันหอมหวาน นักสันติวิธีจึงแยกไม่ออกระหว่างบทบาทหน้าที่ตัวเอง กับทัศนะทางการเมืองของตัวเอง"

เชียร์คนอื่นอยู่นั่นแหละ

เชียร์คนอื่นอยู่นั่นแหละ แล้วเมื่อไหร่จะโดดขึ้นเวทีให้รู้แล้วรู้รอด หนังโป๊น่ะดูเมื่อไหร่ก็ได้นะ

"ในทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไต

"ในทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เสียงข้างมากไม่ได้หมายความ
ว่า ท่านทำได้ทุกสิ่ง และการที่จะมีประชาชนจะ 1 คน หรือจะแสน
คน ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ ทบทวนตัวเอง
พิจารณาตัวเอง ไม่ได้ขัดกับหลักประชาธิปไตยครับ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งถ้ามีข้อสงสัยว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลนั้น อาจจะแค่
บกพร่อง ผิดพลาด ถ้าร้ายแรงกว่านั้นก็คือละเมิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิ
ของประชาชน หรือเลวร้ายอีกเรื่องหนึ่งก็คือการทุจริต คอร์รัปชั่น"

"มีเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่ง ท่านยกตัวอย่างกรณีของเกาหลี
นั่นแค่คิดนโยบายนะครับ ว่าจะต้องเปิดการค้าเสรี เอาเนื้อวัวจากอีก
ประเทศนึงเข้ามานะครับ คนลุกฮือขึ้นมาเป็นแสน เขาลาออกทั้งคณะ
ผมว่าอายุรัฐบาลเขาสั้นกว่ารัฐบาลนี้นะครับ ตอนที่เขาตัดสินใจอย่าง
นั้น ใครเคยอยู่ในประเทศประชาธิปไตยในยุโรป ในสหรัฐฯ จะทราบ
อย่าว่าแต่รัฐมนตรีเลยครับ ส.ส. ส.ว. บางทีมีเรื่องอื้อฉาวส่วนตัว ลา
ออกครับ"

"เวลามีการชุมนุมทางการเมือง จะถูกหรือผิดกฎหมายนั้น มันต้องมี
คนเดือดร้อนครับ แต่ผมถามว่า คนที่เขาตากแดด ตากฝน กลาง
ถนน 3 เดือน ชนะเขาก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นนะครับ ส่วนตัว หลายคน
ละทิ้งธุรกิจ การงาน ทะเลาะกับครอบครัวมาอยู่ตรงนั้น เรามองเขา
เป็นกบฏเหรอครับ เรามองเขาว่าเป็นเครื่องมือของพรรคการเมือง
เหรอครับ ไม่ใช่หรอกครับ ผมบอกเลยครับว่า เคลื่อนไหวกันมาแบบ
ที่เห็นกันอยู่หลายเดือนนั้น ผมไม่กล้าบังอาจไปพูดถึงพรรคอื่นนะครับ
ผมบอกว่าถ้าเป็นพรรคประชาธิปัตย์เราจัดไม่ได้หรอกครับ เป็นไปไม่
ได้ครับ แต่นี่คนมากันจำนวนมากนั้นเราต้องคิดครับ รัฐบาลต้องคิด
ท่านนายกฯ ต้องคิดครับ"

ลืมไปอย่าง

ลืมไปอย่าง คนกรุงที่ออกมาโปกมือข้างถนนนั้น ให้นับรวมกับผู้ชุมนุมด้วยจะได้ขาดอีกสัก 9 แสนจะได้ครบล้าน

ฝากถึงผู้ใช้เว็บประชาไท

ฝากถึงผู้ใช้เว็บประชาไท (และรวมไปถึงเว็บการเมืองอื่นๆ) อยากอ่านความเห็นในเชิงการยกระดับความคิด มิใช่แค่ใช้อารมณ์ ความรู้สึกเฉพาะหน้ามากำหนดประเด็นสาธารณะ...เพราะนี่คือการใช้เทคโนโลยีที่เปี่ยมพลัง ใช้สื่อเพื่อความเปลี่ยนแปลง

อยากให้รู้เท่าทันตัวเองมากขึ้น...ลดอคติในใจให้น้อยลง มองโลกอย่างรอบด้านมากขึ้น ความรู้จึงจะบังเกิด และจะมีส่วนสร้างคุณภาพใหม่

โอโห..."ใ บ ต อ ง แ ห้ ง"

โอโห..."ใ บ ต อ ง แ ห้ ง" แดงจ๋า

ไป "เ จิ ม ก ร ะ ห ม่ อ ม" เข้ารีต ที่ "ดูไบ" หรือยังจ๊ะ

ฮา...

จริยธรรมของอำมาตย์ 1.ปล้นอำนา

จริยธรรมของอำมาตย์
1.ปล้นอำนาจอธิปไตยจากประชาชน สนับสนุนทหารชั่วออกมาทำรัฐประหาร
2.บิดเบือนระบอบประชาธิปไตย ตั้งรัฐบาลโดยไม่คำนึงมติมหาชน
จริยธรรมแบบนี้ไม่ต่างไปจากจริยธรรมของเผด็จการทหารพม่าเท่าไหร่นัก

เปิดคลิปเสียงปลอมอีกแล้ว

เปิดคลิปเสียงปลอมอีกแล้ว โอ้สันติวิธีและความเป็นธรรม การกล่าวคำเท็จนี่ไม่เข้าข่ายความรุนแรงนะถึก

oio

oio wrote:
เปิดคลิปเสียงปลอมอีกแล้ว โอ้สันติวิธีและความเป็นธรรม การกล่าวคำเท็จนี่ไม่เข้าข่ายความรุนแรงนะถึก

หรือว่า ถ้าเป็นความเลวของแดง ถึกจะหรี่ตาเสีย เอิ้ก เอิ้ก

น่าแปลกที่คนตุลาแบบใบตองแห้งแ

น่าแปลกที่คนตุลาแบบใบตองแห้งแยกไม่ออกระหว่างการได้รับเลือกตั้งมากกว่าพรรคอื่น กับการได้รับเลือกตั้งเป็นเสียงข้างมาก ถ้ารัฐบาลชุดนี้มีที่มาไม่ชอบธรรม รัฐบาลก่อนหน้านี้ ๒ ชุด ก็จะมีที่มาอันชอบธรรมได้อย่างไร ก็มันเลือกตั้งคราวเดียวกันเห็นๆ โหวตเลือกนายกก็สภาเดียวกันเห็นๆ มิหนำซ้ำโหวตครั้งล่าสุดพรรคแม้วก็ยังไม่มีน้ำยาหาคนในพรรคตัวเองมาเป็นนายก ต้องไปหยิบยืมหัวหน้าพรรคไม้ประดับมาเป็นนอมินี อย่ามาอ้างเรื่องจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารเชียวนะ เพราะยังไงๆ ก็น่าจะชอบธรรมกว่าจัดตั้งรัฐบาลจากต่างประเทศล่ะน่า...รึไม่จริง(ฮา) แต่ถ้าส่วนลึกของจิตใจของใบตองแห้งในการมองมวลชนเสื้อแดงก็เพราะเสียดายปริมาณที่ออกมาล่ะก็ บอกได้คำเดียวว่า..น่าอนาถ อยากเรียกหาประชาธิปไตย อยากหาความเท่าเทียมกันในสังคม แต่ไม่มีปัญญาหามวลชน ต้องแสร้งตอแหลว่าเห็นใจเขา ผลักดันเขาให้ออกหน้าสู้ ทั้งๆ ที่พวกเขาก็แหกปากตะโกนจากใจจริงมาโดยตลอดว่า..."กูจะเอาทักษิณว้อยยย...เพราะอะไรนั้น มันเป็นเรื่องของกู มึงไม่ต้องมาถาม"...(ฮา) อีหรอบนี้ ขอแนะนำให้เอาบทกลอนห่วยๆ ข้างล่างนี้ ไปรับประทานทุกวันๆ ละ ๔ เวลา เช้า เที่ยง เย็น ก่อนนอน เผื่อจะกระตุกต่อมสำนึกอะไรได้บ้างนะ...สวัสดี

ปล.เอาไปแบ่งให้เพื่อนพ้องน้องพี่และสหายทั้งหลายรับประทานบ้างล่ะ อย่าอมไว้คนเดียว แบบไอ้แม้วและครอบครัว(ฮา)

-คนตุลา เมื่อคราว

-คนตุลา เมื่อคราว เยาว์เขลาทึ่ง
เคยถ่วงดึง อำมาตย์ พิฆาตทหาร
แต่เพราะยัง อ่อนไร้ ประสบการณ์
จึงถูกเหล่า ทหาร ผลาญทำลาย

-คนตุลา เข้าป่า ตามล่าฝัน
อุดมการณ์ ล้มเจ้า สู่เป้าหมาย
ใช้ชีวิต สมบุกสมบัน อันตราย
ยอมเป็นฝ่าย ถูกใช้ ให้ก่อการ

-คนตุลา ออกจากป่า มาสู่เมือง
บ้างก็เซื่อง ซึมเศร้า ไม่เอาถ่าน
บ้างสั่งสม ปัญญา ประสบการณ์
บ้างร่วม ทุนสามานย์ สำราญใจ

-คนตุลา เมื่อปีกกล้า เมื่อขาแข็ง
เริ่มเห็นแสง ท้องนภา เห็นฟ้าใส
เริ่มจะหวัง ฟ้าสีทอง ผ่องอำไพ
หวังมวลชน เป็นใหญ่ ในแผ่นดิน

-ดั่งนั้น..คนตุลา จึงเคลื่อนไหว
บ้างฝักใฝ่ จมปลัก กับทักษิณ
บ้างรวมพล คนสู้ กู้แผ่นดิน
บ้างหยามหมิ่น ดินฟ้า อย่างสาใจ

-แต่ครั้งนี้ คนตุลา ขอบงการ
มุ่งล้ม ขุนทหาร อำมาตย์ใหญ่
แต่ลวงหลอก รากหญ้า ว่าประธิปไตย
สนองตัณหา สาไถย ในใจตน...คนตุลา./

ว ณ ปากนัง wrote:*เลือดสีแดง

ว ณ ปากนัง wrote:
*เลือดสีแดง แรงกล้า ทาผืนดิน
ร่วมดูหมิ่น รัฐบาล ที่มารตั้ง
พร้อมสาปแช่ง ด้วยเลือด เดือดชิงชัง
มารจงพัง แพ้พ่าย สลายไป

*เลือดหลั่งหลายล้านหยด..รดรินหลั่ง
หยดจากพลัง ประชาชน คนยิ่งใหญ่
เลือดเพื่อล้าง อำมาตยาธิปไตย
ประชาชนมีชัย ได้กลับคืน

*เลือดแห่งพลังต่อสู้..สันติวิธี
เราคนดี ประชาธิปไตย ใจสุดฝืน
สู้อำนาจ อำมาตยา กล้าด้วยปืน
สู้หยัดยืน เพื่อประชาธิปไตย

*เลือดสีแดงเข้มข้น คนเสื้อแดง
ร่วมพลีแรง พลีใจ เพื่อไทยใหม่
สละเลือด รวมพลัง อย่างตั้งใจ
ขอประชาธิปไตย...ยั่งยืนยง

-มุกเอาเลือด มนุษย์ มาละเลง
อาจจะดู ครื้นเครง ชวนให้หลง
แต่ถ้าคิด พิศให้ถ้วน ชวนให้งง
ฤๅจะหา ทางลง ก่อนจะไป

-เลือดของคน ของอะไร ยังไม่แจ้ง
รู้แค่เพียง สีแดง หลายขวดใหญ่
เลือดของคน เพรียกหา ประชาธิปไตย
ฤๅเลือดสัตว์ ปนไว้ ใครบอกที

-น่าจะขอ เลือดทักษิณ มาสักหยด
จะได้รู้ เลือดคนคด มีกี่สี
ถ้าขอได้ ทั้งตระกูล ก็ยิ่งดี
ก่อนราดรด ปฐพี ขอล้างตีน...(ฮา)/

ถ้าคิดจะเอาเลือดคนโกงสงสัยจะไ

ถ้าคิดจะเอาเลือดคนโกงสงสัยจะได้เลือดคนทั้งประเทศโดยเฉพาะไอ้พวกนายทหารใหญๆๆๆๆๆๆๆเลือดมันต้องแยะกว่าตระกูลทักษิณ เพราะมันคงโกงไปไม่น้อยกว่าใครเห็นปฎิวัติทีไรแม่งมันรวยกัยฉิบหายแต่ชอบด่านักการเมืองว่าโกงทุเรศว่ะ

นักวิชาการ ผู้มีการศึกษา

นักวิชาการ ผู้มีการศึกษา รู้เห็นการมีสองมาตรฐานในการปกครอง แต่เขาทำปิดหูปิดตา และเชื่อฟังสื่อที่เกลียดทักษิณ เขาชอบและเชื่อว่า คนที่ถูกสื่อหน้าตาดี แต่งตัวดี พูดจาดี ใช้สินค้าราคาแพง แต่งหน้าสวย ทำผมสวย ด่าใครคนๆ นั้นต้องเลวจริงๆ พวกเขาจะมีความมั่นใจว่าชีวิตตนเองเป็นชีวิตที่น่ายกย่อง เป็นคนดี ดูดีในสายตาสังคมชั้นสูง มีคนเลวแล้ว แสดงว่าตัวพวกเขาเป็นคนดี หมดข้อกังหาหรือสงสัยว่าตนเองไม่เลว เป็นคนดี ยิ่งด่าเขา ยิ่งดูดี ดูมีการศึกษา ดูน่ายอย่อง ตัดประเด็นคนเลวอีกมากมายได้เลย นักวิชาการ ปัญญาชน กลัวการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ กลัวการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลัวอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นนายก อยากเห็นนายกรณ์ ยิ้มกว้างให้กับสื่อหลัก อยากให้สังคมดูดี อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ เสื้อผ้าสวย ในบ้านเมืองมีแต่คนหน้าตาดี ลืมด้วยว่าเคยมีข้าวเป็นอาหารหลัก อยากกินเค้ก ลืมว่าออฟฟิศทำงาน ชนชั้นล่างสร้าง แอร์เย็นสบายจากโรงงานที่คนจนประกอบ ลืมภาวะที่ยากลำบากปี 2540 ผ่านมาจนมีเครดิตไปกู้เขาอีกได้ พวกเขาคิดว่าตนเองสูญเสียผลประโยชน์มากมายจากการขายหุ้นของชินคอร์ป ทั้งที่มันเป็นความว่างเปล่าไม่มีอะไร ไม่ได้มีใครสูญเสียเงินจากกระเป๋าตัวเองแม้แต่บาทเดียว ถ้าเขาไม่ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ คุณจะมีเงินมาสูญเสียอะไรไหม มีใครมาปล้นเงินคุณจากกระเป๋าแม้แต่บาทเดียวไหม ทั้งที่จริงคุณหลายคนและคนไทยได้สูญเสียรอยยิ้ม ความรัก ความสามัคคี ประเทศแบ่งแยกเป็นฝักฝ่ายนับตั้งแต่เจ้าของสื่อไม่ได้รับผลประโยชน์จากทักษิณ บุคคลอันตรายนี้ได้พูดถึงเรื่องบอบบางทั้งศาสนา การเมือง สถาบันเบื้องสูง จนเสียหายเดือดร้อนไปทุกสถาบัน ทั้งที่ตอนทักษิณเป็นนายกประเทศที่คุณคิดว่าเสียหายเพราะเขาทั้งที่แสนสงบสุขเจริญในสมัยรัฐบาลของเขา อะไรจะสูญเสียก็ไม่เกินกำลังคนไทยที่มีการศึกษาอย่างพวกคุณจะทำให้ดีได้ แต่ความรักความสามัคคี ความมีมาตรฐานของกฎหมาย ความยุติธรรม และประชาธิปไตย คุณนำกลับมาให้ประเทศได้ไหม และต้องใช้เวลานานแค่ไหน นักวิชาการ พนักงานออฟฟิศ นักศึกษา ผู้มีการศึกษา นักการเมือง ตำรวจ ทหาร ที่อ่านแต่ฟอร์เวิร์ดเมล์ของสื่อเจ้าของประเทศที่อภิสิทธิ์ชนไม่กล้าด่าว่า ผู้มีแต่สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติตลอดมาหลายช่วงอายุ คนที่คิดว่าคนอื่นโง่คือคนที่โง่ที่สุด คนที่คิดว่าคนอื่นฉลาดคือคนที่ฉลาดที่สุด คนที่คิดว่าคนอื่นเลวคือคนที่เลวที่สุด คนที่คิดว่าคนอื่นดีคือคนที่ดีที่สุด
กฎหมายมีอำนาจเมื่อผู้มีอำนาจใช้ ประชาธิปไตยมีอำนาจเมื่อประชาชนใช้มัน
กฎหมายไม่มีอำนาจเมื่อผู้ไม่มีอำนาจใช้ ประชาธิปไตยไม่มีอำนาจเมื่อประชาชนไม่ใช้มัน
กลับมาเถอะประเทศสยามเมืองยิ้ม

ผมเพิ่งรู้ว่า

ผมเพิ่งรู้ว่า เอาปืนจี้ให้ลงเสียง นี่มันถูกต้องทำนองคลองธรรม เท่ากับล็อบบี้เสียงในประชาธิปไตย

แล้วถ้า พล.ต.อ.ประชา พรหม นอก

แล้วถ้า พล.ต.อ.ประชา พรหม นอก ชนะโหวตอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯจะชอบธรรมใช่มั้ยทั่น

ส.สุวรรณภูมิ wrote:ว ณ ปากนัง

ส.สุวรรณภูมิ wrote:
ว ณ ปากนัง wrote:
*เลือดสีแดง แรงกล้า ทาผืนดิน
ร่วมดูหมิ่น รัฐบาล ที่มารตั้ง
พร้อมสาปแช่ง ด้วยเลือด เดือดชิงชัง
มารจงพัง แพ้พ่าย สลายไป

*เลือดหลั่งหลายล้านหยด..รดรินหลั่ง
หยดจากพลัง ประชาชน คนยิ่งใหญ่
เลือดเพื่อล้าง อำมาตยาธิปไตย
ประชาชนมีชัย ได้กลับคืน

*เลือดแห่งพลังต่อสู้..สันติวิธี
เราคนดี ประชาธิปไตย ใจสุดฝืน
สู้อำนาจ อำมาตยา กล้าด้วยปืน
สู้หยัดยืน เพื่อประชาธิปไตย

*เลือดสีแดงเข้มข้น คนเสื้อแดง
ร่วมพลีแรง พลีใจ เพื่อไทยใหม่
สละเลือด รวมพลัง อย่างตั้งใจ
ขอประชาธิปไตย...ยั่งยืนยง

-มุกเอาเลือด มนุษย์ มาละเลง
อาจจะดู ครื้นเครง ชวนให้หลง
แต่ถ้าคิด พิศให้ถ้วน ชวนให้งง
ฤๅจะหา ทางลง ก่อนจะไป

-เลือดของคน ของอะไร ยังไม่แจ้ง
รู้แค่เพียง สีแดง หลายขวดใหญ่
เลือดของคน เพรียกหา ประชาธิปไตย
ฤๅเลือดสัตว์ ปนไว้ ใครบอกที

-น่าจะขอ เลือดทักษิณ มาสักหยด
จะได้รู้ เลือดคนคด มีกี่สี
ถ้าขอได้ ทั้งตระกูล ก็ยิ่งดี
ก่อนราดรด ปฐพี ขอล้างตีน...(ฮา)/

*ทุกทุกสิ่ง จริงแท้ แลจริงใจ
แต่จะเชื่อ หรือไม่ ไร้ปัญหา
ทุกคนล้วน มีสมอง ตรองปัญญา
มีหูตา รับรู้ ดูเองเป็น

*สละเลือด ต่อสู้ ชูสัญลักษณ์
แจ้งประจักษ์ จริงใจ ได้รู้เห็น
เพื่อทักษิณ หรือไม่ ใช่ประเด็น
จุดมุ่งเน้น เพื่อประชาธิปไตย

*อย่างสงบ สันติ อหิสา
มีคุณค่า มีปัญญา อย่าสงสัย
สู้ขับไล่ รัฐประหาร ที่ผลาญไทย
ให้หมดสูญ สิ้นไป จากแผ่นดิน

สันติวิธีเริ่มที่ใจเราก่อนครั

สันติวิธีเริ่มที่ใจเราก่อนครับ แล้วมองเห็นคนอื่นเหมือนๆกับเรา

oio wrote:แล้วถ้า

oio wrote:
แล้วถ้า พล.ต.อ.ประชา พรหม นอก ชนะโหวตอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯจะชอบธรรมใช่มั้ยทั่น

เป็นเช่นนั้นแล....เนี่ยหละมาตรฐานปชต.เค้างัย
หลับตาสองข้างก็ยังได้...ฉันทนางง และปลงจริงๆ

*สันติวิธีที่ไร้ความเป็นธรรม

*สันติวิธีที่ไร้ความเป็นธรรม
จะก่อกรรมต่อไปไม่หมดสิ้น
สันติวิธี ทำเป็นใบ้ ไร้ยลยิน
เสียงถวิลหาความเป็นธรรม

*ไม่รับรู้การกระทำของอันธพาล
พันธมิตรพันธมารสันดานต่ำ
สุดก้าวร้าวรุนแรงแห่งความช้ำ
การกระทำเสียหายมากมานมี

*ครั้งเสื้อเหลืองยึดทำเนียบอยู่ยาวนาน
เกิดเหตุการณ์ผิดกฎหมายหลากหลายที่
ปิดถนนหนทางสร้างคดี
ยังไม่มีใครผิดติดตะราง

*พ.ร.ก. ฉุกเฉินประกาศใช้
แต่ก็ไร้ความหมายให้หมองหมาง
การละเว้นหน้าที่ที่ปล่อยวาง
เป็นการสร้างมาตรฐานเสื้อเหลืองไว้

*ปิดรถไฟปิดท่าเรือเพื่อกดดัน
สนามบินปิดกันก็ยังได้
สารพัดผิดกฎหมายอย่างย่ามใจ
ยังไม่เห็นมีใครติดตะราง

*คนเสื้อแดงทำไปไม่ถึงครึ่ง
ก็ซาบซึ้งเทวดาหน้าเอียงข้าง
สองมาตรฐานเพียงใดได้รู้ทาง
รีบเร่งจับติดตะรางอย่างไพร่เลว

*แต่ความเชื่อว่ามนุษย์เท่าเทียมกัน
ถูกยึดมั่นเอาไว้ไม่ล้มเหลว
ไฟประชาธิปไตยไม่ไร้เปลว
สว่างไสวในเหวเผด็จการ

*สันติวิธีที่กดดันคนเสื้อแดง
ให้ดับแสงแห่งการไล่รัฐประหาร
เป็นสันติวิธีที่สามานย์
อีกไม่นานจะได้รู้แลเข้าใจ

1.

1. นักสันติวิธีเขาไม่มีหน้าที่ตัดสินว่าอะไรเป็นธรรม อะไรไม่เป็นธรรม เขาพยายามทำหน้าที่เปิดเวทีให้ทุกฝ่ายได้คุยกัน ผู้เขียนต้องเข้าใจบทบาทนี้ให้ชัดเจนเสียก่อนนะ
2. ความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะกันจนสังคมเสียหาย ควรได้รับการส่งเสริม ไม่ใช่ติเรือทั้งโกลนด้วยอคติและอวิชชา ตั้งแต่มีเสื้อแดงปลอม เสธฯแดงไปเขมรเป็นตัวปลอม ก็พยายามทำให้มีนักสันติวิธีปลอม นักสิทธิมนุษยชนปลอม ต่อไปทักษิณที่โฟนอินเข้ามาก็ตัวปลอม แล้วเราจะมีอะไรจริงบ้างในสังคม?
3. คำว่า gimmick กับตัวอย่างที่ยกมา ดูไม่ค่อยจะเข้ากัน จะเขียนให้ใครอ่าน ในเมื่อตัวเองยังสื่อสารไม่ชัด ยกภาษาอังกฤษโก้ๆมาให้ดูขลังๆ
4. ถ้าหลีกเลี่ยงภาษาประเภท ไอ้เทือก ไอ้ไท บทความนี้อาจดูเป้นวิชาการและน่าโน้มน้าวมากขึ้น

ยิ่งนักสันติออกมามากเท่าใด

ยิ่งนักสันติออกมามากเท่าใด มองกลับนะ มันแสดงว่า เขารู้สึกถึงความอึดอัดใจของคนส่วนใหญ่ที่ไม่เอารัฐบาลนี้ และ อีกนิด กรุงเทพฯ จะเอาไม่เอาคนเสื้อแดง คนเสื้อแดง เขาก็คงไม่ถอย แต่ถ้าคนกรุงเทพฯเห็นด้วยกับคนเสื้อแดง มันก็ส่อแสดงได้ว่า คนกรุงเทพฯทันสมัยพอๆกันคนเสื้อแดง (ฮิ ฮิ ) ว่าไหมคะ ขออีกนิดว่า ทำไมนักสันติถึงหลงประเด็น ขออ้างถึงอาจารย์พิชญ์ ที่ท่านบอกว่า ทำไมนักสันติถึงไม่มุ่งไปที่ประเด็นของคนเสื้อแดงที่ออกมาประท้วง มัวแต่ไปกลัวว่าจะรุนแรงๆ ก็อย่างว่าละค่ะนักสันตินี่ก็เป็นนักหลงเหมือนรัฐบาลนะ คงติดเชื้อ หลงๆเลือนๆเฉๆไฉๆ สุดท้ายดันทุรัง

ponpan wrote:
ก็หวังอย่างคุณใบตองแห้งนะ ให้คนเสื้อแดงไม่ใช้ความรุนแรง จะได้ใจคนกรุงเทพฯแน่(ถ้าเขาเปิดใจรับความคิดเห็นของคนเสื้อแดง) ต้องขอยกย่องเรื่องการเจาะเลือดนะ มันดูแบบว่าเป็นการรวมใจที่เป็นหนึ่งเดียว

เห็นด้วย.. ใบตองแห้ง ดีมาก

เห็นด้วย.. ใบตองแห้ง ดีมาก แดงไม่มีทางแอย่างแน่นอน

แช่ม wrote:โอโห..."ใ บ ต อ ง

แช่ม wrote:
โอโห..."ใ บ ต อ ง แ ห้ ง" แดงจ๋า

ไป "เ จิ ม ก ร ะ ห ม่ อ ม" เข้ารีต ที่ "ดูไบ" หรือยังจ๊ะ

ฮา...

แล้วคุณล่ะ
โดนล้างสมองจากอภิสิทธิ์ชนมานานแค่ไหน....หึหึ..

oio

oio wrote:
เปิดคลิปเสียงปลอมอีกแล้ว โอ้สันติวิธีและความเป็นธรรม การกล่าวคำเท็จนี่ไม่เข้าข่ายความรุนแรงนะถึก

ใช่แล้ว อภิสิทธิ์ชนทำอะไรก็ดี ขี้ก็หอม ทาสีดำ คนยังพร้อมใจกันมองว่าเป็นสีขาวเลย หึหึ....

ส.สุวรรณภูมิ wrote:ว ณ ปากนัง

ส.สุวรรณภูมิ wrote:
ว ณ ปากนัง wrote:
*เลือดสีแดง แรงกล้า ทาผืนดิน
ร่วมดูหมิ่น รัฐบาล ที่มารตั้ง
พร้อมสาปแช่ง ด้วยเลือด เดือดชิงชัง
มารจงพัง แพ้พ่าย สลายไป

*เลือดหลั่งหลายล้านหยด..รดรินหลั่ง
หยดจากพลัง ประชาชน คนยิ่งใหญ่
เลือดเพื่อล้าง อำมาตยาธิปไตย
ประชาชนมีชัย ได้กลับคืน

*เลือดแห่งพลังต่อสู้..สันติวิธี
เราคนดี ประชาธิปไตย ใจสุดฝืน
สู้อำนาจ อำมาตยา กล้าด้วยปืน
สู้หยัดยืน เพื่อประชาธิปไตย

*เลือดสีแดงเข้มข้น คนเสื้อแดง
ร่วมพลีแรง พลีใจ เพื่อไทยใหม่
สละเลือด รวมพลัง อย่างตั้งใจ
ขอประชาธิปไตย...ยั่งยืนยง

-มุกเอาเลือด มนุษย์ มาละเลง
อาจจะดู ครื้นเครง ชวนให้หลง
แต่ถ้าคิด พิศให้ถ้วน ชวนให้งง
ฤๅจะหา ทางลง ก่อนจะไป

-เลือดของคน ของอะไร ยังไม่แจ้ง
รู้แค่เพียง สีแดง หลายขวดใหญ่
เลือดของคน เพรียกหา ประชาธิปไตย
ฤๅเลือดสัตว์ ปนไว้ ใครบอกที

-น่าจะขอ เลือดทักษิณ มาสักหยด
จะได้รู้ เลือดคนคด มีกี่สี
ถ้าขอได้ ทั้งตระกูล ก็ยิ่งดี
ก่อนราดรด ปฐพี ขอล้างตีน...(ฮา)/

กลอนมั่วดีนะ ระวัง Logic จะพันคอตัวเองตายเสียก่อน

มายาคตินะจะบอกให้

มายาคตินะจะบอกให้ wrote:
ส.สุวรรณภูมิ wrote:
ว ณ ปากนัง wrote:
*เลือดสีแดง แรงกล้า ทาผืนดิน
ร่วมดูหมิ่น รัฐบาล ที่มารตั้ง
พร้อมสาปแช่ง ด้วยเลือด เดือดชิงชัง
มารจงพัง แพ้พ่าย สลายไป

*เลือดหลั่งหลายล้านหยด..รดรินหลั่ง
หยดจากพลัง ประชาชน คนยิ่งใหญ่
เลือดเพื่อล้าง อำมาตยาธิปไตย
ประชาชนมีชัย ได้กลับคืน

*เลือดแห่งพลังต่อสู้..สันติวิธี
เราคนดี ประชาธิปไตย ใจสุดฝืน
สู้อำนาจ อำมาตยา กล้าด้วยปืน
สู้หยัดยืน เพื่อประชาธิปไตย

*เลือดสีแดงเข้มข้น คนเสื้อแดง
ร่วมพลีแรง พลีใจ เพื่อไทยใหม่
สละเลือด รวมพลัง อย่างตั้งใจ
ขอประชาธิปไตย...ยั่งยืนยง

-มุกเอาเลือด มนุษย์ มาละเลง
อาจจะดู ครื้นเครง ชวนให้หลง
แต่ถ้าคิด พิศให้ถ้วน ชวนให้งง
ฤๅจะหา ทางลง ก่อนจะไป

-เลือดของคน ของอะไร ยังไม่แจ้ง
รู้แค่เพียง สีแดง หลายขวดใหญ่
เลือดของคน เพรียกหา ประชาธิปไตย
ฤๅเลือดสัตว์ ปนไว้ ใครบอกที

-น่าจะขอ เลือดทักษิณ มาสักหยด
จะได้รู้ เลือดคนคด มีกี่สี
ถ้าขอได้ ทั้งตระกูล ก็ยิ่งดี
ก่อนราดรด ปฐพี ขอล้างตีน...(ฮา)/

กลอนมั่วดีนะ ระวัง Logic จะพันคอตัวเองตายเสียก่อน

กลอนมั่วดีนะ ระวัง Logic จะพันคอตัวเองตายเสียก่อน
นะคุณไพร่เพลินตรวน หลงภาพอภิสิทธิ์ชน

ใบตองแห้งดูท่าทางรุกรี้รุกรนช

ใบตองแห้งดูท่าทางรุกรี้รุกรนชอบกล
แนะคนโน้นทำอย่างนี้ คนนี้ทำอย่างนั้น เหมือนรูปการณ์ไม่ได้อย่างใจนึก
ไม่สะใจซาดิสซ์ อย่างที่คาดการณ์บ่อยๆว่าเละแน่ๆ
เสร็จแล้วรีบหาทางลงให้เสื้อแดง บอกให้แค่อภิสิทธิืบอกว่าอีก 6 เดือนยุบสภา
เสื้อแดงก็โอเคยกทัพกลับ ดูๆไม่อยู่กับร่องกับรอยเลยแฮะ

*เลือดที่หลั่ง

*เลือดที่หลั่ง ลงพื้น..ปฐพี
ถึงชะล้าง อย่างดี มิจางหาย
มีแต่ความ ชัดเจน มิเว้นวาย
เลือดจากใจ ประชาชน คนเสื้อแดง

*โลกบันทึก รับรู้ อยู่ทั่วไป
ล้างอย่างไร ก็ไม่หมด กำหนดแจ้ง
เลือดแห่งใจ บริสุทธิ์ ไม่หยุดแรง
ทรงพลังแห่ง ใจกล้า มุ่งฝ่าฟัน

*วันต่อวัน ต่อสู้ กู้อธิปไตย
สู้ด้วยจิต ด้วยใจ ไม่หวั่นไหว
สู้เพื่อประชาชน คนยากไร้
รู้ว่ายาก เพียงไร ไม่ย่อท้อ

*สื่อของรัฐ มุ่งทำลาย หัวใจสู้
ต้องรับรู้ ทีท่า อย่าระย่อ
หัวใจแกร่ง แรงกล้า อย่ารั้งรอ
สู้เพื่อก่อ ประชาธิปไตย

มายาคตินะจะบอกให้

มายาคตินะจะบอกให้ wrote:
มายาคตินะจะบอกให้ wrote:
ส.สุวรรณภูมิ wrote:
ว ณ ปากนัง wrote:
*เลือดสีแดง แรงกล้า ทาผืนดิน
ร่วมดูหมิ่น รัฐบาล ที่มารตั้ง
พร้อมสาปแช่ง ด้วยเลือด เดือดชิงชัง
มารจงพัง แพ้พ่าย สลายไป

*เลือดหลั่งหลายล้านหยด..รดรินหลั่ง
หยดจากพลัง ประชาชน คนยิ่งใหญ่
เลือดเพื่อล้าง อำมาตยาธิปไตย
ประชาชนมีชัย ได้กลับคืน

*เลือดแห่งพลังต่อสู้..สันติวิธี
เราคนดี ประชาธิปไตย ใจสุดฝืน
สู้อำนาจ อำมาตยา กล้าด้วยปืน
สู้หยัดยืน เพื่อประชาธิปไตย

*เลือดสีแดงเข้มข้น คนเสื้อแดง
ร่วมพลีแรง พลีใจ เพื่อไทยใหม่
สละเลือด รวมพลัง อย่างตั้งใจ
ขอประชาธิปไตย...ยั่งยืนยง

-มุกเอาเลือด มนุษย์ มาละเลง
อาจจะดู ครื้นเครง ชวนให้หลง
แต่ถ้าคิด พิศให้ถ้วน ชวนให้งง
ฤๅจะหา ทางลง ก่อนจะไป

-เลือดของคน ของอะไร ยังไม่แจ้ง
รู้แค่เพียง สีแดง หลายขวดใหญ่
เลือดของคน เพรียกหา ประชาธิปไตย
ฤๅเลือดสัตว์ ปนไว้ ใครบอกที

-น่าจะขอ เลือดทักษิณ มาสักหยด
จะได้รู้ เลือดคนคด มีกี่สี
ถ้าขอได้ ทั้งตระกูล ก็ยิ่งดี
ก่อนราดรด ปฐพี ขอล้างตีน...(ฮา)/

กลอนมั่วดีนะ ระวัง Logic จะพันคอตัวเองตายเสียก่อน

กลอนมั่วดีนะ ระวัง Logic จะพันคอตัวเองตายเสียก่อน
นะคุณไพร่เพลินตรวน หลงภาพอภิสิทธิ์ชน

*อากาศร้อนเพียงใด ไม่เพ้อเจ้อ
มั่นเสมอ จริงใจ ไม่ไหลหลง
สละเลือด ด้วยใจ ไม่งวยงง
เพื่อประสงค์ ขับไล่ อำมาตยา

*ทุกทุกสิ่ง จริงแท้ แลจริงใจ
แต่จะเชื่อ หรือไม่ ไร้ปัญหา
ทุกคนล้วน มีสมอง ตรองปัญญา
มีหูตา รับรู้ ดูเองเป็น

*สละเลือด ต่อสู้ ชูสัญลักษณ์
แจ้งประจักษ์ จริงใจ ได้รู้เห็น
เพื่อทักษิณ หรือไม่ ใช่ประเด็น
จุดมุ่งเน้น เพื่อประชาธิปไตย

*อย่างสงบ สันติ อหิสา
มีคุณค่า มีปัญญา อย่าสงสัย
สู้ขับไล่ รัฐประหาร ที่ผลาญไทย
ให้หมดสูญ สิ้นไป จากแผ่นดิน

เจอคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ

เจอคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ ว ณ ปากนัง แล้ว

เขาผู้นั้น คือ ส.สุวรรณภูมิ...(ดินแดนแห่งทอง)...ชื่อพระราชทานจาก องค์พ่อหลวงของเรา

***บทความนี้ส่งเสริมให้ต่อสู้

***บทความนี้ส่งเสริมให้ต่อสู้โดยสันติ พวกที่ไม่ต้องการให้การต่อสู้โดยสันติต่างไม่ชอบ

***แดงจงเดินในทางที่สันติต่อไป การได้ชัยชนะที่ได้มาอย่างสันติ เป็นที่สรรเสริญของชาวโลก ดูอย่างนางอองซาน แม้รัฐบาลพม่าจะครองอำนาจ แต่ชาวโลกมิได้ยกย่อง กลับยกย่องคนไม่มีอำนาจ หัวใจใฝ่สันติของเธอ ทำให้เธออยู่ในฝ่ายสันติธรรมของชาวโลก ซึ่งเป็นแนวร่วมที่ถาวร

เมื่อคิดต่ำ

เมื่อคิดต่ำ ก็ยากที่จะทำในสิ่งสูง

ในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในครั้งนี้ มีใครบ้างที่พึงชม คนที่ควรชม และ พึงข่ม คนที่ควรข่ม

ทักษิณ ชินวัตรและแกนนำเสื้อแดงได้กระทำการประหนึ่ง “ปล้น” เจ้าทรัพย์ที่เป็นคนไทย ประเทศไทย โดยอาศัยการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 14 มีนาคม ที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา และหากปฏิเสธก็แสดงท่าทีว่าจะ “ฆ่า” เจ้าทรัพย์หากไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ

ทักษิณ ชินวัตรและแกนนำเสื้อแดง อาศัยเหตุผลหลักๆ อยู่ไม่กี่ประเด็นในการปลุกระดมคนเสื้อแดงที่เข้ามาร่วมชุมนุมในครั้งนี้

ประเด็นเรื่องความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชนชั้น คือ ประเด็นระหว่างชนชั้นล่างหรือ “ไพร่” กับชนชั้นสูงหรือ “อำมาตย์” ที่ไม่รู้ว่าเป็นคนหรือสถาบันที่เอาเปรียบชนชั้นล่าง

ทักษิณ ชินวัตรพยายามจะยกตนเองเป็น “ไพร่” ที่ประสบความสำเร็จ โดยอ้างว่าตนเองเป็นวีรบุรุษประชาธิปไตยที่เข้าใจและสามารถอาศัยกระแสโลกา ภิวัตน์มาต่อสู้กับ “อำมาตย์” เพื่อชาว “ไพร่” ทั้งหลาย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นด้วยชุดของนโยบายประชานิยม แต่ต้องมาพ่ายแพ้กับ “อำมาตย์” ด้วยการเล่นไม่ซื่อล้มกระดานด้วยการปฏิวัติเมื่อ 19 ก.ย. 49 เพราะกลัวประชาชนจะรักทักษิณมากกว่า

รัฐบาลอภิสิทธิ์ที่รับช่วงต่อจากรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชายจึงเป็น รัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมเพราะถูกจัดตั้งขึ้นมาด้วยอำนาจของ “อำมาตย์” เพื่อ “อำมาตย์”

ทักษิณ ชินวัตรจึงกลายเป็นเหยื่อของโครงสร้างที่ไม่เท่าเทียมกันที่มี “อำมาตย์” อยู่เบื้องหลัง เป็นผู้ไร้เดียงสาที่เข้ามาผิดที่ผิดเวลา ขัดขวางการเอารัดเอาเปรียบของโครงสร้างที่ “อำมาตย์” เอาเปรียบ “ไพร่”หรือชนชั้นล่าง

ข้อหาที่ทักษิณ ชินวัตรอ้างอยู่เสมอๆ ว่าถูกยัดเยียดก็คือ การไม่จงรักภักดี ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุขไปเป็นระบบอื่น

ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมที่ทักษิณ ชินวัตรได้รับจึงไม่มีความยุติธรรม และตัวเขาเองก็รับไม่ได้เพราะได้มีการกำหนดคำพิพากษาไว้ล่วงหน้าแล้ว ถูกเลือกปฏิบัติหรือมีสองมาตรฐาน

หากประชาชนชาวไทยและ “อำมาตย์” ต้องการคลี่คลายสถานการณ์ที่ตึงเครียดจากการชุมนุมของคนเสื้อแดงในครั้งนี้ ก็ต้องยุบสภา หาไม่แล้วประเทศไทยและคนไทยก็จะไม่มีความสงบ

คนที่พึงข่มในที่นี้จึงเป็นทักษิณ ชินวัตรและแกนนำเสื้อแดงที่อาศัยประเด็นวาทกรรมดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นมา ยุยงปลุกปั่นกับกลุ่มคนเสื้อแดง อาศัยกลุ่มคนเสื้อแดงมาเป็นมวลชนรองรับเพื่อเรียกร้องการยุบสภาเพื่อ ประโยชน์ของทักษิณ ชินวัตร เพราะการยุบสภาจะเป็นหนทางที่จะทำให้ระบอบทักษิณสามารถฟอกความผิดให้กับ ทักษิณ ชินวัตรด้วยการออกกฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมและสามารถกลับสู่อำนาจได้อีกครั้ง

ระบอบทักษิณอาจกล่าวได้ว่าเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิโดย “ทุน” เป็นสำคัญ หากใคร “มีเงิน มีทุน” แล้วก็จะเป็นความชอบธรรม คล้ายดั่ง เช่น ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ประเทศไทยได้ผ่านเลยไปนานแล้ว เป็นความแตกต่างจากระบบทุนนิยมในโลกตะวันตก เพราะทุนนิยมยังต้องเคารพกฎหมายแต่ระบอบทักษิณเป็นระบบที่รวบอำนาจโดยอาศัย ทุนเป็นที่ตั้ง ความถูกต้องถูกชี้ขาดโดยทุนที่มีอยู่ และ “ต้อง” มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ควบคุมทุนที่มีอยู่ก็คือทักษิณ ชินวัตร

แกนนำเสื้อแดงอาจไม่เข้าใจว่า ทักษิณ ชินวัตรได้ตระหนักถึงการผูกขาดว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการควบคุมทุนที่ มีอยู่ การเข้าสู่อำนาจรัฐจึงเป็นหนทางที่สำคัญเพราะการผูกขาดที่สามารถคงทนอยู่ได้ นานส่วนใหญ่เป็นการผูกขาดโดยอำนาจที่รัฐมอบให้ ส่วนการผูกขาดด้วยวิทยาการจากการค้นคว้าหรือจากทรัพยากรที่มีอยู่ไม่สามารถ คงทนอยู่ได้นาน และทักษิณไม่เคยคิดที่จะกระทำแต่อย่างใด มุ่งแต่การผูกขาดโดยอำนาจรัฐ ดังนั้นการเข้าสู่อำนาจรัฐจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมทุน

การเป็นผู้รับสัมปทานโทรศัพท์มือถือ สัมปทานดาวเทียม แต่เพียงผู้เดียวโดยปราศจากคู่แข่ง จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้ทักษิณได้ลิ้มรสชาติของความสำเร็จเป็นเจ้าของ และควบคุมทุนหลังจากล้มลุกคลุกคลานมาเป็นเวลานาน

คำพิพากษาในคดียึดทรัพย์จึงเป็นการโต้แย้งและเป็นข้อพิสูจน์ที่สำคัญ ว่าทักษิณกับเมียร่วมกันทุจริตเชิงนโยบายโดยซ่อนเร้นความเป็นเจ้าของใน กิจการที่เป็นคู่สัญญากับรัฐในขณะที่ทักษิณ ชินวัตรเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในการกำกับดูแลกิจการดังกล่าว เป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับส่วนรวมอย่างร้ายแรง เป็นการแสดงว่าทักษิณ ชินวัตรไม่ได้เก่งกาจเป็นอัศวินลูกที่สามที่เข้าใจกระแสโลกาภิวัตน์แต่อย่าง ใด หากแต่สำเร็จร่ำรวยเพราะการผูกขาดโดยอาศัยอำนาจรัฐ เป็นต้นตอของความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นโดยแท้

การสวมรอยหาประโยชน์จากความขัดแย้งทางชนชั้น โดยเอาทักษิณเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ของ “ไพร่” ที่มีต่อชนชั้นสูงหรือ “อำมาตย์” จึงเป็นภาพลวงตาที่ยกขึ้นมาโดยทักษิณ ชินวัตรและแกนนำเสื้อแดงอย่างน่าละอาย เพราะทักษิณเป็นตัวอย่างที่ดีของการอาศัยช่องว่างระหว่างชนชั้นตักตวงผล ประโยชน์ไปกระจุกตัวไว้ที่คนเพียงคนเดียว เงินกู้กองทุนหมู่บ้านจำนวนเกือบ 8 หมื่นล้านบาทที่หว่านออกไป จึงเป็นที่มาของจำนวนโทรศัพท์มือถือและค่าโทรศัพท์ที่กิจการของทักษิณกับ เมียแอบเป็นเจ้าของอยู่ที่ขายดิบขายดีอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

ทักษิณ ชินวัตรจึงมิใช่ผู้ที่ไร้เดียงสา มิใช่เหยื่อของโครงสร้างที่ไม่เท่าเทียมกัน มิใช่เป็นปัญหาปลายเหตุของสังคม หากแต่เป็นต้นเหตุของปัญหาอย่างแท้จริงของสังคมไทย

หากทักษิณเป็นวีรบุรุษประชาธิปไตยที่ชอบตีตนเสมอกับ นางอองซาน นายเนลสัน แมนเดลล่า จริง ทำไมประเทศประชาธิปไตย เช่น สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น และเกือบจะทั่วโลกจึงปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ มีแต่ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบที่มิใช่ประชาธิปไตยที่เอื้อเฟื้อให้เข้า ประเทศโดยแลกกับสินจ้าง

“ไพร่” หรือชนชั้นล่างน่าจะอยู่ตรงข้ามกับ “เจ้า” ที่เป็นชนชั้นสูง มิใช่ “อำมาตย์” แต่อย่างใดเพราะ “อำมาตย์” เป็นผู้รับใช้ “เจ้า” คำปราศรัยของท่านผู้หญิง วิริยอุตสาหะ ที่ชอบทำบุญและอ้างว่าร่ำรวยกว่าทักษิณที่ขึ้นไปกล่าวบนเวทีร่วมกับกลุ่มแกน นำเสื้อแดงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น ดูจะสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของระบอบทักษิณได้เป็นอย่างดี เพราะการที่ท่านผู้หญิง วิริยอุตสาหะ มารับรองความจงรักภักดีให้กับทักษิณในอดีตที่ผ่านมาโดยใช้เพียงแต่สัมผัสที่ หก ไม่แยแสไม่สนใจข้อเท็จจริงที่มีอยู่ หรือการรับเงินบริจาคโดยไม่สนใจที่มาว่าเงินนั้นได้มาอย่างสุจริตหรือไม่ สนใจแต่เพียงจำนวน แต่ที่สำคัญก็คือ ท่านผู้หญิง วิริยอุตสาหะ ทราบหรือไม่ว่าแกนนำเสื้อแดงคนหนึ่งที่ท่านเข้าไปร่วมด้วย คนที่ยืนข้างอย่างใกล้ชิดที่ชื่อ ก่อแก้ว นั้นมีพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูหมิ่นสถาบันที่ท่านผู้หญิง วิริยอุตสาหะ บอกเสมอว่าจงรักภักดี เพราะพยายามจะปลดรูปที่ทุกบ้านมีอยู่ออก

เมื่อคิดต่ำ ก็ยากที่จะทำในสิ่งสูง หากท่านผู้หญิงยังไปคบหาสมาคมด้วยอย่างน่าชื่นตาบาน ก็จะเป็นอย่างสุภาษิตว่าไว้ เพราะดูท่าชอบคบแต่คนพาลที่จ้องจะ “ล้มเจ้า” มิใช่คบบัณฑิตแต่อย่างใด

เลือดของมนุษย์เป็นสัญลักษณ์ของสูง วีระ จตุพร ณัฐวุฒิ เหวง ต่างก็เกิดมาพร้อมกับเลือดของแม่ผู้ให้กำเนิดเต็มหน้าเต็มตัว เช่นเดียวกับมนุษย์ทุกคน ลูกที่กำเนิดมาจากเลือดเนื้อของแม่จึงเป็นของสูง

พ.ต.อ.สมเพียร แม้จะเสียชีวิตด้วยระเบิดจากการลอบฆ่า มีเลือดเปรอะเต็มกาย แต่ก็เป็นเลือดที่ยอมเสียสละเพื่อปกป้องประเทศชาติ เพื่อสังคมส่วนรวม

เลือดจึงเป็นของสูงที่ไม่สมควรเอามาละเลงเล่นดังเช่นที่แกนนำเสื้อ แดงเอาเลือดมาเททิ้งเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของทักษิณ ชินวัตรแต่อย่างใด

แกนนำเสื้อแดงและผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้จึงโปรดสังวร ไว้ว่า เมื่อคิดต่ำ ก็ยากที่จะทำในสิ่งสูง

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ใช้ความเป็นหัวหน้าผู้อภิบาลรัฐได้คุ้มค่า เพราะหาก มิได้มีการเตรียมการเป็นอย่างดี แกนนำเสื้อแดงที่หลายท่านหลายสื่อพยายามชมว่าไม่ใช้ความรุนแรงก็อาจก่อความ รุนแรงก็ได้ ดังเช่นเมื่อเมษาที่ผ่านมา แต่ที่ไม่รุนแรงก็เพราะนอกจากจะถูกรัฐบาลกดดันเอาไว้แล้วยังถูกเฝ้ามองจาก นักข่าวพลเมืองนิรนามที่พร้อมแฉข้อเท็จจริงด้วยภาพวิดีโอ มิใช่เป็นอย่างที่ “เสนาะ ผู้โกงที่วัด”ได้ปรามาสเอาไว้ว่าเป็นนายกฯ ได้แต่อภิบาลรัฐไม่ได้

ประโยชน์จากการที่คนเสื้อแดงมาชุมนุมก็คือ รัฐบาลที่จะเป็นอภิสิทธิ์หรือไม่ควรจะตระหนักถึงคือปัญหาในเชิงโครงสร้าง เช่น ความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้น ที่ต้องอาศัยวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำที่กล้าในการปฏิรูปประเทศไทย อย่าได้ปล่อยให้เกิดผีบุญเช่น ทักษิณ ชินวัตรมาหลอกลวงคนไทยอีกต่อไปว่าจะทำให้กินดีอยู่ดีโดยแลกกับการเข้าสู่ อำนาจ เพราะมีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนแล้วว่าเขาทำงานเพื่อตนเองและเครือญาติเป็นหลัก ประชาชนเป็นรอง

ดังนั้นคนเสื้อแดงจึงควรตระหนักว่า หากก้าวข้ามสินจ้างที่ทักษิณและแกนนำให้เพื่อนำเอาพวกคุณมาเป็นเบี้ยต่อรอง ได้ ข้อเรียกร้องหรือเสียงของพวกคุณจะมีความหมายขึ้นทันที เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ที่ต้องฟังเสียงของประชาชนทุกคน เพราะเมื่อ คิดสูง ก็จะทำในสิ่งสูงได้

สุดท้ายสำหรับคนที่พึงข่ม เรืองไกร ส.ส. และ ส.ว.ที่มาออกข่าวประณามเรื่องการไม่เข้าร่วมประชุมสภาของ ส.ส.และ ส.ว.ส่วนใหญ่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ควรที่จะสำนึกว่า การเป็นนักการ เมืองอาชีพกับการมีอาชีพเป็นนักการเมือง นั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ฟฟฟฟ
ถึงเวลาจำกัดวงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง
อยากชุมนุมก็ทำไป และควรทำในวงจำกัด ไม่ให้กระทบการสัญจรไปมา
ทีตอนพันธมิตรยังใช้กฏหมายจราจรมาเล่นงาน ตอนนี้ข้าราชการที่ชอบออกมาตอนนั้นหายไปไหนหมด
ทำไมเวลานี้จึง สองมาตรฐาน ฮา

กะไอ้พวกเดรัจแานวิชาเกินโดยเฉ

กะไอ้พวกเดรัจแานวิชาเกินโดยเฉพาะไอ้พวกมหาลัยมืดมิดอวิชาและอับเฉาเบาปัญญาด้านดี.....มีแต่ปัญญาด้านชั่ว เช่น ชายก็ทิ้งเมียตัวเองไปเอาเมียคนอื่น เมียก็ทิ้งผัวตัวเองไปเอาผัวคนอื่น.....ใช่มะ..บักนิกะทิ....อิอิ....

ฟฟฟฟ

การสวมรอยหาประโยชน์จากความขัดแย้งทางชนชั้น โดยเอาทักษิณเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ของ “ไพร่” ที่มีต่อชนชั้นสูงหรือ “อำมาตย์” จึงเป็นภาพลวงตาที่ยกขึ้นมาโดยทักษิณ ชินวัตรและแกนนำเสื้อแดงอย่างน่าละอาย เพราะทักษิณเป็นตัวอย่างที่ดีของการอาศัยช่องว่างระหว่างชนชั้นตักตวงผล ประโยชน์ไปกระจุกตัวไว้ที่คนเพียงคนเดียว เงินกู้กองทุนหมู่บ้านจำนวนเกือบ 8 หมื่นล้านบาทที่หว่านออกไป จึงเป็นที่มาของจำนวนโทรศัพท์มือถือและค่าโทรศัพท์ที่กิจการของทักษิณกับ เมียแอบเป็นเจ้าของอยู่ที่ขายดิบขายดีอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

เปิดเผยคลิปลับ!! ดักฟังอภิสิท

เปิดเผยคลิปลับ!!

ดักฟังอภิสิทธิ์...ปาถกฐา???

http://www.youtube.com/watch?v=SunS-wZs-mo

ai wrote:นักวิชาการ

ai wrote:
นักวิชาการ ผู้มีการศึกษา รู้เห็นการมีสองมาตรฐานในการปกครอง แต่เขาทำปิดหูปิดตา และเชื่อฟังสื่อที่เกลียดทักษิณ เขาชอบและเชื่อว่า คนที่ถูกสื่อหน้าตาดี แต่งตัวดี พูดจาดี ใช้สินค้าราคาแพง แต่งหน้าสวย ทำผมสวย ด่าใครคนๆ นั้นต้องเลวจริงๆ พวกเขาจะมีความมั่นใจว่าชีวิตตนเองเป็นชีวิตที่น่ายกย่อง เป็นคนดี ดูดีในสายตาสังคมชั้นสูง มีคนเลวแล้ว แสดงว่าตัวพวกเขาเป็นคนดี หมดข้อกังหาหรือสงสัยว่าตนเองไม่เลว เป็นคนดี ยิ่งด่าเขา ยิ่งดูดี ดูมีการศึกษา ดูน่ายอย่อง ตัดประเด็นคนเลวอีกมากมายได้เลย นักวิชาการ ปัญญาชน กลัวการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ กลัวการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลัวอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นนายก อยากเห็นนายกรณ์ ยิ้มกว้างให้กับสื่อหลัก อยากให้สังคมดูดี อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ เสื้อผ้าสวย ในบ้านเมืองมีแต่คนหน้าตาดี ลืมด้วยว่าเคยมีข้าวเป็นอาหารหลัก อยากกินเค้ก ลืมว่าออฟฟิศทำงาน ชนชั้นล่างสร้าง แอร์เย็นสบายจากโรงงานที่คนจนประกอบ ลืมภาวะที่ยากลำบากปี 2540 ผ่านมาจนมีเครดิตไปกู้เขาอีกได้ พวกเขาคิดว่าตนเองสูญเสียผลประโยชน์มากมายจากการขายหุ้นของชินคอร์ป ทั้งที่มันเป็นความว่างเปล่าไม่มีอะไร ไม่ได้มีใครสูญเสียเงินจากกระเป๋าตัวเองแม้แต่บาทเดียว ถ้าเขาไม่ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ คุณจะมีเงินมาสูญเสียอะไรไหม มีใครมาปล้นเงินคุณจากกระเป๋าแม้แต่บาทเดียวไหม ทั้งที่จริงคุณหลายคนและคนไทยได้สูญเสียรอยยิ้ม ความรัก ความสามัคคี ประเทศแบ่งแยกเป็นฝักฝ่ายนับตั้งแต่เจ้าของสื่อไม่ได้รับผลประโยชน์จากทักษิณ บุคคลอันตรายนี้ได้พูดถึงเรื่องบอบบางทั้งศาสนา การเมือง สถาบันเบื้องสูง จนเสียหายเดือดร้อนไปทุกสถาบัน ทั้งที่ตอนทักษิณเป็นนายกประเทศที่คุณคิดว่าเสียหายเพราะเขาทั้งที่แสนสงบสุขเจริญในสมัยรัฐบาลของเขา อะไรจะสูญเสียก็ไม่เกินกำลังคนไทยที่มีการศึกษาอย่างพวกคุณจะทำให้ดีได้ แต่ความรักความสามัคคี ความมีมาตรฐานของกฎหมาย ความยุติธรรม และประชาธิปไตย คุณนำกลับมาให้ประเทศได้ไหม และต้องใช้เวลานานแค่ไหน นักวิชาการ พนักงานออฟฟิศ นักศึกษา ผู้มีการศึกษา นักการเมือง ตำรวจ ทหาร ที่อ่านแต่ฟอร์เวิร์ดเมล์ของสื่อเจ้าของประเทศที่อภิสิทธิ์ชนไม่กล้าด่าว่า ผู้มีแต่สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติตลอดมาหลายช่วงอายุ คนที่คิดว่าคนอื่นโง่คือคนที่โง่ที่สุด คนที่คิดว่าคนอื่นฉลาดคือคนที่ฉลาดที่สุด คนที่คิดว่าคนอื่นเลวคือคนที่เลวที่สุด คนที่คิดว่าคนอื่นดีคือคนที่ดีที่สุด
กฎหมายมีอำนาจเมื่อผู้มีอำนาจใช้ ประชาธิปไตยมีอำนาจเมื่อประชาชนใช้มัน
กฎหมายไม่มีอำนาจเมื่อผู้ไม่มีอำนาจใช้ ประชาธิปไตยไม่มีอำนาจเมื่อประชาชนไม่ใช้มัน
กลับมาเถอะประเทศสยามเมืองยิ้ม

I do support this comment...

เพิ่งรู้ว่า

เพิ่งรู้ว่า ใบตองแห้งเชียร์ผีแดงด้วยนะเนี่ย

งั้นผมก็มีแนวร่วมคนรักผีเพิ่มขึ้นแล้วสิเนี่ย

Glory Glory Unied !

โอ๊ย ดูดิ

โอ๊ย ดูดิ พวกขาว...เนียน
ช่าวทำไปได้

http://www.youtube.com/watch?v=zMv300AnGoQ&feature=player_embedded#

อะแฮ่ม เจิมกระหม่อม อะไรนี่

อะแฮ่ม เจิมกระหม่อม อะไรนี่ คุ้นๆ นะ ว่ามีคนเคยชอบให้เป่า ให้พรมน้ำ เมื่อไรจะก้าวพ้นเรื่องเก่าเก็บจ๊ะ เรามารวมกันก้าวให้พ้นเรื่องเก่าๆ เพื่อให้พวกเรามีพลัง ในการเรียกร้องขอประชาธิปไตยเต็มใบกันเถิด เรามาช่วยกันยับยั้งพวกที่ชอบไปทางลัด พวกใจร้อน ไม่คำนึงถึงประชาชนว่าเขาจะเอาด้วยไหม กันดีกว่านะ อย่าให้คนประสงค์ร้ายกับแผ่นดิน อมยิ้มดีใจเลยนะที่คนไทยแตกกันเอง

แช่ม wrote:
โอโห..."ใ บ ต อ ง แ ห้ ง" แดงจ๋า

ไป "เ จิ ม ก ร ะ ห ม่ อ ม" เข้ารีต ที่ "ดูไบ" หรือยังจ๊ะ

ฮา...

ABUZTKj dlclNaeg

ABUZTKj dlclNaeg