ยุบสภา/เสนอ ‘วาระ’ ของฝ่ายตนให้ประชาชนเลือก คือสันติวิธีที่เป็นไปได้จริง
'นักปรัชญาชายขอบ' ถาม สันติวิธีที่ตอบโจทย์ความเป็นประชาธิปไตย ต้องอยู่บนพื้นฐานของการยอมรับความจริงที่ว่า เวลานี้สังคมเราเผชิญปัญหาขัดแย้งทางความคิดที่สำคัญอยู่สองเรื่อง
‘สันติวิธี’ ถูกเรียกร้องอีกครั้ง เมื่อตั้งเค้าปรากฏการณ์ชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ‘14 มีนา 53’ แกนนำของคนเสื้อแดงก็ยืนยันว่าจะใช้สันติวิธี รัฐบาลก็ประกาศว่าจะใช้สันติวิธี สังคมทั้งสังคมก็เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้สันติวิธี
แต่เป็นสันติวิธีท่ามกลางการโหมประโคมภาพความรุนแรงของคนเสื้อแดงในเหตุการณ์จลาจลเมื่อสงกรานต์ปี 52 การสร้างกระแสความหวาดวิตกต่อความรุนแรงของคนเสื้อแดง และมือที่สามที่สี่ จนนำไปสู่การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงและกฎหมายรวม 13 ฉบับ เพื่อการจัดการกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง มีการใช้กำลังพลกว่า 50,000 คน ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เฝ้าระวังสถานที่ราชการสำคัญๆ โดยเฉพาะ ‘โรงพยาบาลศิริราช’ อย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ
ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม สันติวิธีที่เรียกร้องกันท่ามกลางการโหมประโคมดังกล่าวนี้ มันคือสันติวิธีท่ามกลางการส่ง ‘สัญญาณ’ ให้สังคมหวาดกลัว ‘อันตราย’ ของคนเสื้อแดง ทำให้สังคมมองว่าคนเสื้อแดงเป็น ‘สัญญะคุกคาม’ ต่อความสงบสุขของประเทศ
หากสัญญาณที่ส่งออกไปนี้ มีเจตนาเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือต่อข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงแล้วละก็ ในที่สุดการส่งสัญญาณดังกล่าวนั้นเองอาจกลายเป็นเงื่อนไขของความรุนแรงที่ไม่อาจคาดเดา!
ปัญหาที่สังคมควรตั้งคำถามคือ สันติวิธีมันมีความหมายที่ดีงามในตัวของมันเองอย่างเป็นอิสระจากเป้าหมายที่ชอบธรรมอื่นๆหรือไม่?
เช่น การที่รัฐบาลใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง และกำลังพลจำนวนมหาศาลให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างละมุนละม่อม ไม่ใช้ความรุนแรงใดๆในการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงจากคนเสื้อแดง หรือ มือที่สามที่สี่ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลที่มีอำมาตย์และกองทัพหนุนหลัง อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นสันติวิธีที่ดีงามหรือไม่?
เพราะเมื่อใช้สันติวิธีเช่นนี้แล้ว รัฐบาลซึ่งมีที่มาไม่ชอบธรรม หรือรัฐบาลที่อำมาตย์และกองทัพหนุนหลังก็ยังคงอยู่ การดำเนินการไล่ล่า ‘ทักษิณ’ ที่ประชาชนชนจำนวนไม่น้อยให้การสนับสนุนก็ยังดำเนินต่อไป ความไม่เป็นธรรมหรือสิ่งที่เรียกว่า ‘สองมาตรฐาน’ ก็ยังคงอยู่ และคงอยู่อย่างตอกย้ำความรู้สึกของคนชั้นล่างที่ว่า ประทศนี้ไม่มีความเสมอภาคของ ‘1 คน = 1 เสียง’ อยู่เลย
ฉะนั้น ในบริบทความขัดแย้งปัจจุบัน เวลาเราเรียกร้องสันติวิธีจำเป็นด้วยหรือไม่ว่า สันติวิธีจะต้องตอบโจทย์ความเป็นประชาธิปไตยได้ด้วยอย่างจำเป็น
สันติวิธีที่ตอบโจทย์ความเป็นประชาธิปไตย ต้องอยู่บนพื้นฐานของการยอมรับความจริงที่ว่า เวลานี้สังคมเราเผชิญปัญหาขัดแย้งทางความคิดที่สำคัญอยู่สองเรื่องใหญ่ๆ คือ
1. การต่อสู้เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ ‘ทักษิณ’ เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หรือไปด้วยกันได้กับการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยหรือไม่?
2. รัฐบาลอภิสิทธิ์ที่อำมาตย์และกองทัพหนุนหลังเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย หรือมีความชอบธรรมหรือไม่?
ซึ่งปัญหาสองเรื่องนี้มีคนกว่าครึ่งค่อนประเทศคิดเห็นแตกต่างกัน จนนำมาสู่ปรากฏการณ์ ‘14 มีนา’ นี้ ทางเลือกที่ควรจะเป็นจึงอยู่ที่ต้องให้ประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้ตัดสินด้วยตัวของเขาเอง การยุบสภาเลือกตั้งใหม่จึงไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์แพ้ ‘ทักษิณ’ หรือคนเสื้อแดง แต่มันคือการเปิดประตูให้ทุกฝ่ายมี ‘ทางออก’ หรือให้ประเทศมีทางออก ให้ประชาชนทั้งประเทศสร้างทางเลือกใหม่ของเขาเอง
สื่อกระแสหลักชมคุณอภิสิทธิ์ว่าสามารถใช้ ‘วุฒิภาวะผู้นำ’ จัดการกับเหตุการณ์จลาจลเมื่อปีที่แล้วได้ และการชุมนุมของคนเสื้อแดงคราวนี้ก็จะพิสูจน์วุฒิภาวะผู้นำของคุณอภิสิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง
แต่ผมเห็นว่า วุฒิภาวะผู้นำในบริบทปัญหาความแตกแยกทางความคิดดังกล่าวมานี้ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่อยู่ที่ความสามารถในการสร้าง ‘ทางออก’ ตามครรลองประชาธิปไตยให้แก่สังคมได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์
สถานการณ์ ‘14 มีนา’ อาจเป็นเพียงสถานการณ์เดียวที่คุณอภิสิทธิ์จะได้แสดงให้สังคมเห็น ‘วุฒิภาวะผู้นำ’ ในการสร้างทางออกตามครรลองประชาธิปไตยให้แก่สังคม คำตอบว่า ‘ไม่ยุบสภา’ เท่ากับคุณอภิสิทธิ์ยอมรับที่จะแบกภาระแก้ปัญหาความแตกแยกทางความคิดในสองเรื่องใหญ่ดังกล่าวแล้ว ซึ่งไม่มีทางที่คุณอภิสิทธิ์จะแก้ได้ นอกจากจะแก้ไม่ได้แล้วกลับจะเป็นการสร้างเงื่อนไขความรุนแรงที่อาจเป็น ‘ตราบาป’ ไปชั่วชีวิต
ปัญหาการแตกแยกทางความคิดที่ลึกซึ้งกว้างขวางเช่นนี้ ไม่มีใครหรือ ‘อภิชน’ กลุ่มใดๆจะแก้ไขได้หรอกครับ ทางออกที่ควรจะเป็นคือให้ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมกันแก้ไขด้วยการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ให้ทุกฝ่ายได้เสนอ ‘วาระ’ ของตนเองในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอย่างเต็มที่
แต่ละฝ่ายจะเอายังไงกับปัญหาทักษิณ ปัญหาอำมาตย์ ปัญหารัฐธรรมนูญ ปัญหาศาล ปัญหาความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ก็เสนอแนวทาง หรือนโยบายออกมาให้ประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้เลือก เมื่อ ‘เสียงส่วนใหญ่’ เอาอย่างไรก็ต้องยอมรับตามนั้น และหลังจากนั้นก็ตรวจสอบกันตามครรลองประชาธิปไตย
และควร ‘ตรา’ ไว้ด้วยกว่า การยุบสภาเพื่อให้ทุกฝ่ายได้เสนอ ‘วาระ’ ของตนเองให้ประชาชนเลือกนี่เอง คือแนวทาง ‘สันติวิธี’ ที่เป็นรูปธรรมที่สุดซึ่งตอบโจทย์ความเป็นประชาธิปไตย แฟร์สำหรับทุกฝ่ายที่มีความเห็นต่าง และเป็นแนวทางเริ่มต้นของการแก้ปัญหาการแตกแยกทางความคิดที่น่าจะได้ผลดีกว่าวิธีอื่นๆในขณะนี้
ว่าแต่ว่า รัฐบาลที่เรียกร้องสันติวิธี และทุกฝ่ายที่เรียกร้องสันติวิธี จะกล้า ‘เลือก’ และ ‘เรียกร้อง’ แนวทางสันติวิธีบนวิถีประชาธิปไตยดังกล่าวนี้หรือไม่?
หรือจะทนอยู่กับอำนาจที่ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาความแตกแยก และอยู่อย่างไม่แฟร์กับวิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกของประชาชนเช่นนี้กันต่อไป!












หนึ่งห้าห้าห้า จดจำ
หนึ่งห้าห้าห้า จดจำ ไว้ให้แม่น
ร่วมเป็นแกน ตะลุมบอน ก่อนจะสาย
เผื่อพวกแดง บุกเผาฆ่า ชุมชมไทย
ให้ร่วมใจ ร่วมถีบ แล้วรีบโทร
แดงมันขู่ เรือนแสน แผนเผาบ้าน
รัฐบอกผ่าน อดทน อย่าโทโส
ให้สงบ ไม่ลุกลาม จนใหญ่โต
แค่จะโชว์ รัฐไทย ไม่รุนแรง
รัฐแถลง ศึกนี้ ใหญ่หลวงนัก
วินาศกรรม แตกหัก สุดกำแหง
ปาขี้คน ขี้ควาย กลิ่นรุนแรง
หมดเรี่ยวแรง อ้วกแตก แค่เล่าลือ
ผัวเมียลูก ถูกตี มีไครช่วย
ถูกระเบิด ถูกเผาด้วย แค่ซวยหรือ
มัวแต่หนึ่ง ห้าห้าห้า คอยตาปรือ
เข้าทันหรือ ช่วยเหลือ คนใกล้ตาย
แดงอาจจะ กลุ้มรุม ทุ่มกระทืบ
จะให้เรา คลานคืบ กลัวเสียหาย
นโยบาย รัฐบาล ไม่ฆ่าใคร
ทนไม่ไหว เหมือนวีระชน คนดินแดง
ให้ช่วยกัน อย่างไร ฝึกเตรียมไว้
ให้ทุกคน เข้าใจ ให้แจ่มแจ้ง
ถ้าต่างคน ต่างทำ ไม่มีแรง
ไม่แข็งแกร่ง ไร้พลัง ไม่ฟังใคร
ประชาชน คนดี ได้รู้แล้ว
ไม่ได้กลัว ไอ้พวกแม้ว เลวสถุล
กี่แสนล้าน โกงไทย แทบเป็นจุล
กลายเป็นทุน ทำลายล้าง ประเทศไทย
ประชาชน มั่นใจ สู้ไหวแน่
ต้องรู้ให้ ถ่องแท้ ไม่สับสน
ต้องเตรียมการ ซักซ้อม ยอมอดทน
ระดมพล ช่วยกัน ไม่หวั่นใจ
“สยามป่วย” ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓
นู๋มาร์คเค้ารู้ด้วยเหรอ
นู๋มาร์คเค้ารู้ด้วยเหรอ ว่ายุบสภาหมายถึงอะไร ต้องทำอย่างไร ......ถ้ายังไม่มีสคริปส์มาฝึกท่อง จะไม่มีทางได้ยินคำว่ายุบสภาออกจากปากนู๋มาก .......ตรงนี้เข้าใจได้ เพราะคนที่มีจิตสำนึก ต่อคำพูดของตัวเอง ไม่มีวันจะยอมให้โดนด่า โดนปาขี้อยู่อย่างนี้ .....ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งคนหรือแสนคน ก็ต้องฟัง บลาๆๆๆ......ลาออกเถอะครับ....ยังจำคำพูดเหล่านี้ได้หรือไม่..... นู๋มาร์คบรรจงกระดกหัวหงึกๆ จีบปากจีบคอพูด เก๊กหน้าหล่อ ล่อแม่ยก ไปวันๆ .....โดยที่ตัวเขาเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำ คำว่าสำนึก กับคำพูดยุบสภาคืออะไร ต้องเรียนรู้อีกเยอะ จนถึงวันตาย นุ้นแหละ......จงจำใส่กะลาหัวไว้ ก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด ....แต่เมื่อพูดออกมาแล้ว คำพูดจะเป็นนายเรา.....โดยเฉพาะนักการเมืองดีๆ .....แต่ถ้าคิดว่าเป็นนักการเมืองเลวๆ ก็ไม่จำเป้นต้องใส่ใจในคำพูด หะ ตอ หะ แล ของตัวเอง
fuckthaksin
ยี่เกไม่เลิก หลงยุคจังนะคุณ
มายาคตินะจะบอกให้
ขอฝากสักนิด
"สำคัญมั่นคงคือความตาย"
อย่าฝืนโลกไปเลยคู้ณณณณณณณ
*อภิสิทธิ์ อิทธิพล
*อภิสิทธิ์ อิทธิพล ชนชั้นนำ
คอยขย้ำ ประชาธิปไตย ไม่ผ่องใส
เป็นประชาธิปไตย แบบไทยไทย
ไม่เหมือนใคร ในหล้า ฟ้าเดียวกัน
*ลุกขึ้นเถิด ประชาไท หัวใจแดง
มาร่วมแรง ร่วมใจ ให้แข็งขัน
เปลี่ยนประเทศ ให้ก้าวหน้า ร่วมฝ่าฟัน
ร่วมสร้างสรรค์ ประชาธิปไตย
*อยากจะเห็น รัฐบาล จากเลือกตั้ง
มีพลัง แข็งกล้า พาสุขได้
บริหาร ตามนโยบาย หาเสียงไว้
ยืนอยู่ได้ ครบวาระ จะยินดี
*ไม่ต้องการ เห็นอำนาจ นอกระบบ
มารุกรบ แทรกแซง แย่งขยี้
อภิสิทธิ์ชน ไร้ค่า ขออย่ามี
ประเทศนี้ เป็นประชาธิปไตย
*ลุกขึ้นเถิด ประชาไท หัวใจแดง
มารร่วมแรง รวมกัน ร่วมฝันใฝ่
เจตนา ชัดแจ้ง ร่วมแรงใจ
มุ่งมั่นไว้ ประชาธิปไตย มหาชน
กติกาประชาธิปไตย
กติกาประชาธิปไตย ทุกสถาบันต้องเคารพมติมหาชน การคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสิน จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการคลี่คลายวิกฤติประเทศครั้งนี้
.............................
............................................
‘สันติวิธี’ ถูกเรียกร้องอีกครั้ง เมื่อตั้งเค้าปรากฏการณ์ชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ‘14 มีนา 53’ แกนนำของคนเสื้อแดงก็ยืนยันว่าจะใช้สันติวิธี รัฐบาลก็ประกาศว่าจะใช้สันติวิธี สังคมทั้งสังคมก็เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้สันติวิธี
แต่เป็นสันติวิธีท่ามกลางการโหมประโคมภาพความรุนแรงของคนเสื้อแดงในเหตุการณ์จลาจลเมื่อสงกรานต์ปี 52 การสร้างกระแสความหวาดวิตกต่อความรุนแรงของคนเสื้อแดง และมือที่สามที่สี่ จนนำไปสู่การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงและกฎหมายรวม 13 ฉบับ เพื่อการจัดการกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง มีการใช้กำลังพลกว่า 50,000 คน ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เฝ้าระวังสถานที่ราชการสำคัญๆ โดยเฉพาะ ‘โรงพยาบาลศิริราช’ อย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ
ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม สันติวิธีที่เรียกร้องกันท่ามกลางการโหมประโคมดังกล่าวนี้ มันคือสันติวิธีท่ามกลางการส่ง ‘สัญญาณ’ ให้สังคมหวาดกลัว ‘อันตราย’ ของคนเสื้อแดง ทำให้สังคมมองว่าคนเสื้อแดงเป็น ‘สัญญะคุกคาม’ ต่อความสงบสุขของประเทศ
หากสัญญาณที่ส่งออกไปนี้ มีเจตนาเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือต่อข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงแล้วละก็ ในที่สุดการส่งสัญญาณดังกล่าวนั้นเองอาจกลายเป็นเงื่อนไขของความรุนแรงที่ไม่อาจคาดเดา!
ปัญหาที่สังคมควรตั้งคำถามคือ สันติวิธีมันมีความหมายที่ดีงามในตัวของมันเองอย่างเป็นอิสระจากเป้าหมายที่ชอบธรรมอื่นๆหรือไม่?
เช่น การที่รัฐบาลใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง และกำลังพลจำนวนมหาศาลให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างละมุนละม่อม ไม่ใช้ความรุนแรงใดๆในการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงจากคนเสื้อแดง หรือ มือที่สามที่สี่ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลที่มีอำมาตย์และกองทัพหนุนหลัง อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นสันติวิธีที่ดีงามหรือไม่?
(จากบทความ)
.........................................................................
ข้อสังเกตและคำถามของนักปรัชญาชายขอบข้างต้นนี้ เป็นคำถามที่แหลมคมสำหรับผู้ที่พยายามรณรงค์เสนอแนวทางสันติวิธี พวก "นักสันติวิธี" สื่อ และผู้ที่พยายามจะเรียกร้องความสงบควรต้องตอบให้ได้ก่อนจะเสนออะไรออกมา ไม่เช่นนั้นมันก็แค่การใช้สันติวิธีจอมปลอมที่ไร้ความชอบธรรมมาปิดปากคน และกดไว้ด้วยอำนาจ
อย่างเช่นการรณรงค์ "หยุดทำร้ายประเทศไทย ไม่เอาความรุนแรง" ของสื่อที่ไม่อายตัวเองเอาเสียเลย แทนที่จะยุติการเสนอข่าวข้างเดียว และหันมาทำข่าวบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง บนความเท่าเทียม และมีสำนึกประชาธิปไตย กลับมาช่วยขยายภาพความรุนแรงเพื่อช่วยสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลที่มีปัญหาเรื่องความชอบธรรม
@..เพื่อประชาธิปไตย ต้องทำไม
@..เพื่อประชาธิปไตย ต้องทำไม และอย่างไร
ผู้ถามใจมืดหลง เข้าพงหนาม
หนึ่งคำถาม เพื่อตอบเอง เพรงใส่ความ
หนึ่งคำถาม เพื่อเหยียดหยาม ทำเพื่อใคร
*แน่นอนว่า เราทำเพื่อ อุดมการณ์
ความอุดม จะสามานย์ ได้ไฉน
เราทำเพื่อ ประชาธิปไตย
ไม่หยาบช้า สาไถย ให้ด้อยเลย
*อุดมการณ์ ประชาธิปไตย
เสียงส่วนใหญ่ จักต้องไม่ ถูกเมินเฉย
เสียงข้างน้อย ไม่ยิ่งใหญ่ เสียจนเคย
เพียงอ้างเอ่ย เป็นคนดี ที่ต้นธาร
*ทำเพื่อประชาชน คนส่วนใหญ่
ไม่ยอมให้ อภิชน ก่นล้างผลาญ
ยิ่งเคลื่อนไหว ยิ่งสันติ มิรุกราน
ยิ่งประจาน อำมาตยาธิปไตย
*การเคลื่อนไหว ตอบโจทย์ได้ ไร้ปัญหา
เพื่อประชาธิปไตย......ไร้เงื่อนไข
ล้างระบอบ อำมาตยา มหาภัย
ที่จัญไร รัฐประหาร ผลาญบ้านเมือง
ว ณ ปากนัง
14มี.ค.53
ขณะกำลังโพสต์...ดูทีวีสีแดงไป
ขณะกำลังโพสต์...ดูทีวีสีแดงไปด้วย
"ตักขี้" โฟนอิน บ้าคลั่งใหญ่เลย...ยกมือขึ้นลงไปมา
โยกตัวโงนเงนหน้าหลังเหมือนคนเมา
แต่ลิ้นยังไม่พันกัน...ยังขี้โม้เหมือนเดิม
"ตักขี้" บอกจะแก้ปัญหาน้ำท่วมให้คนกรุงเทพ
บอกเด็กไทยต้องหิ้ว "คอมพิวเตอร์" ไปโรงเรียนทุกคนแม้ไม่มีเงิน
======================================
"มวลแดง"...ตบมือทุกคำที่ "ตักขี้" พูด ไม่ว่าจะพูดอยู่บนพื้นฐานของความโกหก หรือ ตลกร้ายก็ตาม
ด่าว่าอำมาตย์ ชนชั้น มรันพูดอย่างกับว่า "การที่มันร่ำรวยมากขนาดนี้" ...แล้วมีคนจนรับเงินมัน 1,000 หรือ 2,000
ไม่ใช่ช่องว่างระหว่างชนชั้น...ขณะที่ลูกๆ มัน สะพายกระเป๋าใบเป็นแสน...แต่เด็กบางคนไม่มีรองเท้าใส่...แล้วมันบอกจะทำให้เท่าเทียม...ทำไมไม่ทำตอนมีอำนาจอยู่ 6 ปี
เราดูจากทีวีแล้ว "ตักขี้" หมดสภาพจริง...ยิ่งตอนสัญญาณโทรทัศน์ไม่ดี แล้วใบหน้าบิดเบี้ยว พูดติดๆ ขัดๆ...หลับตาพูด โงนไปเงนมา............เราคิดว่าเราสังหรณ์ใจไม่ผิด.....ใกล้ถึงจุดจบของคนเลวแล้ว....พี่น้องเอ๊ย!
=======================================
ดู "ตักขี้" เสร็จ...ได้ดูจตุพังพอนต่อ....พูดเสียงดัง ตาเหลือก พุงป่อง...ด่าว่า ใส่ร้าย นายกฯ อภิสิทธิ์ ...เพื่อปลุกระดมมวลชนให้เคียดแค้น ชิงชัง เหมือนกับต้องการจุดชนวนความรุนแรง
อยากให้รัฐบาล หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บันทึกเทป ข้อความที่พวกนี้หมิ่นประมาท เอาไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย...เพราะพวกนี้ทำผิดซ้ำไปซ้ำมาไม่เคารพกฎหมาย...และทำลายคนดีด้วยคำโกหก หลอกลวง
=======================================
เสื้อแดงโดยมากบอกว่า เรียกร้อง "ประชาธิปไตย" ไม่เกี่ยวกับทักษิณ
แต่ไฮไลท์ คือ ฟัง "ตักขี้" โฟนอิน อย่างมีความหวังว่า จะกลับมาโกงประเทศไทยอีก...
การพูดมีแต่คำเว่อร์ โอ้อวด และ ติดสินบน ประชาชน
ไม่มีคุณธรรม และ มโนธรรม อยู่ในหัวสมองเลย
มีแต่ความอิจฉานายกฯ อภิสิทธิ์
========================================
สมแล้วที่ผู้หลัก ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองบอกว่า นิสัยทักษิณ คือ "ผิดไม่ได้ และแพ้ไม่เป็น"
คือ กูไม่เคยรู้เลยว่ากูผิด โยนให้คนอื่นหมด
และกูไม่มีวันยอมแพ้...กูจะลากเอาชาติ และ ประชาชน ไปด้วย...(เลวได้ถ้วยจริงๆ)
ก๊วยเจ๋ง
คนบ่ผิด ท่ามาล้าง ดาบนั้นคือสนอง
จำบาป 6 ตุลาฯ ได้ไหม มันกำลังกลับมาเอาคืนอำมาตย์ทั้งหลายแล้วครับทั่น!!
***รัฐบาลต้องประเมิน
***รัฐบาลต้องประเมิน และรู้แล้วว่า อะไรได้ อะไรเสีย ใครได้ ใครเสีย รัฐบาลได้ ประชาชนเสีย รัฐบาลเสีย ประชาชนได้ คิดสาระตะแล้ว พรรค่ายค้านอาจจะได้เสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด จนพระตัวเองเหลือไม่ถึงร้อย
***ยุบแล้วตนจะได้เสียงกลับมาเท่าไร เสียไปเท่าไร ข้อนี้รัฐบาลคิดหนัก
***ถ้าพรรคฝ่ายค้านได้เป็นรัฐบาล และคิดบัญชีเสื้อเหลืองคดีต่าง ๆ นำความจริงมาตีแผ่อยางละเอียดยิบ จะเป็นที่น่าอับอายแค่ไหน รัฐบาลคิดหนัก
***ไอ้ที่เป็นรัฐบาลอยู่ทุกวันนี้ เหมือนอยู่ในกระทะที่แดงร้อน จะทำอย่างไร
***เห็นทีว่าจะไม่ยุบ เพราะยุบแล้วเสียมากกว่าได้ แล้วพวกแดงก็แผ่วไปเอง
***แต่ว่าอย่าไปเชื่ออะไรทั้งนั้น เพราะเป็นเรื่องอนาคต อาจจะมีบางตัวแปร ทีบีบรัดให้จำต้องยุบสภาก็ได้
***ยุบสภาแล้ว พวกเราที่คอมเม้นแย้งกันในที่นี้ก็ไปลงคะแนนกันว่า ฝ่ายไหนจะได้รับเป็นพรรคในดวงใจที่กาคะแนนเสียงให้
***ภายในสามวันเจ็ดวันนี้อาจจะรู้ หรืออาจจะถึง 193 วันรู้ ก็ได้ ว่าแดงจะฟุบ หรือรัฐาลบาลจะพอง ตามดูอย่ากระพริบตา
ก๊วยเจ๋ง
...สมแล้วที่ประชาชนบอกว่า นิสัยอำมาตย์ คือ "ทำอะไรไม่ผิด และแพ้ไม่เป็น"
คือ กูไม่เคยรู้เลยว่ากูผิด โยนให้คนอื่นหมด
และกูเป็นนักฆ่าลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไม่มีเคยแพ้ใคร...กูจะลากเอาทหาร และ รถถัง ออกมาด้วย...(เลวได้ถ้วยจริงๆ)
นี่คือสูตรการทำรัฐประหารเมื่อ
นี่คือสูตรการทำรัฐประหารเมื่อ กันยา 49
1 เสียงของประชาธิปัตย์ = 221 เสียงของเพื่อไทย ก่อนที่ห้อยศรีจะแยกวง
1 เสียงของพันธมิตร = 10,000 เสียงของนปชเสื้อแดง
1 เสียงของสื่อที่สนับสนุนประชาธิปัตย์และพันธมิตร = 1 ล้านเสียงของนปชเสื้อแดง
ทำผิดแล้วโยนให้คนอื่น
ทำผิดแล้วโยนให้คนอื่น น่าจะเป็นลิขสิทธิ์ส่วนตัวของประชาธิปัตย์มากกว่านะ
คืนอำนาจที่ได้มาจากการรัฐประห
คืนอำนาจที่ได้มาจากการรัฐประหารซ่อนรูปให้ประชาชน เลือกตั้ง โยเสนอแนวทางที่ชัดเจนของแต่ล่ะฝ่ายให้ประชาชนเลือก นั่นเป็นทางที่ถูกต้อง และเป็นธรรมยุบสภา
ไม่มีเหตุผลที่สมควรใดเลยที่จะ
ไม่มีเหตุผลที่สมควรใดเลยที่จะยุบสภา นอกจากความต้องการเสื้อแดง
ต้องการให้ทักษิณกลับมามีอำนาจ โดยการซื้อพรรค ซื้อผู้แทน ซื้อเสียง
เป็นถุงเท้า..จะทอดทิ้งเมื่อไห
เป็นถุงเท้า..จะทอดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้.....เพราะยุบสภา...ฬช่ไหม? พ่อแม้วและพวกลูกกะจ๊อกทุกซีกขว่าย-ซ้ายนรก-ขวาชั่วชาติ-กลางกลวงสามานย์.....จึงมีวันนี้....5555
บักมาร์คยุบก็งั่งแล้ว.....ยุบสภาให้เข้าทางนักลากตั้งเสียงข้างมากสามานย์ชั่วชา้ชั่วชาติของพวกแก...ก็งั่งแล้ว.....
ฟฟฟ
มาร์คเอ้ยยย...ท่องไว้นะ...ยุบให้โง่ๆๆๆๆๆๆๆๆ......เชื่อแน่ว่ามาร์คไม่โง่เหมือนพ่อแม้วของพวกแกแน่....และไม่ชั่วกว่าด้วย..เอิิ๊อกกกๆๆๆๆ
ฟฟฟ
สร้างให้ไอ้ชั่วแม้วเป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย-แต่ไอ้ชั่วนี่ไปตอบกระทู้ในสภานับครั้งได้แล้วขณะนี้ไอ้พรรคเพื่อแม้วยังทำสภาหล่มแล้วล่มอีกเพื่อให้สอดคล้องกะข้อเรียกร้องยุบสภาๆๆๆ ของไอ้พวกชั่วชาติทางวิสัยทัศน์นอกสภา...ฝันไปเล้ยย....ฝันค้างว่ะ...ขอแนะนำเพลงประจำเวทีแดงเถือกแดงช้ำเลือกช้ำหนอง....นะ...สายบัวๆๆๆๆเตรียมเนื้อเตรียม...เลือกตั้งจะมา.....
ฟฟ
เลือกตั้งไม่มาร๊อกจะมาแต่...มุ้งสายบัวสำหรับไอ้พวกแกนนำสู้แล้วรวยๆๆๆๆ เท่านั้นขอบอก
มีเหตุผลตั้งเยอะ
มีเหตุผลตั้งเยอะ ที่ต้องยุบสภา เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง
ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง
ที่ว่าซื้อพรรค ซื้อผู้แทน ซื้อเสียง รัฐบาลปัจจุบัน ไม่ได้ซื้อหรือ
ตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญที่แบ่งให้พรรคร่วมรับบาล ไม่ใช่การซื้ออีกรูปแบบหนึ่งหรือ
555-ไม่ใช่พ่ทักชั่วของพวกแกนี
ถ้าไม่เห็นประโยชน์ของการยุบสภาและการเลือกตั้ง ท่านก็คือผู้ฝักใฝ่ในระบอบเผด็จการ เมื่อใดก็ตามที่ตนเองได้รับ การข่มเหงรังแก จากผู้มีอำนาจในระบอบเผด็จการ เมื่อนั้น ท่านก็จะโหยหาเสรีภาพ ประชาธิปไตย และความยุติธรรม
แม้ในตอนนี้ ท่านจะสุขสบายดีกับฐานะที่เป็นอยู่ ไม่ได้เดือดร้อนจากอิทธิพลใดๆ จากระบบความคิดแบบเดิมๆ ที่ครอบงำประเทศไทยอยู่ตลอดมา หากท่านไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนเพื่อเรียกร้องให้ปรับปรุงโครงสร้าง การบริหารงานของประเทศไทย แต่ก็ไม่ได้ฝักใฝ่ในกรอบเก่าๆ ที่มีอำนาจและมือที่มองไม่เห็น คอยป่วนอยู่ตลอดมา
ก็จงนั่งมองอย่างเฉยๆ ดีกว่า แม้จะไม่ได้ให้กำลังใจพวกเขา ก็ยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ขัดขวางการเคลื่อนไหวในครั้งนี้
แต่ถ้าหากการเคลื่อนพลของ นปช. เพื่อให้รัฐบาลคืนอำนาจให้กับประชาชน แล้วทำให้ท่านต้องสูญเสียอำนาจและผลประโยชน์อย่างรุนแรง ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะไปต่อปากต่อคำ กับผู้ที่ไม่ไยดีต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะในหัวใจของท่าน มีแต่ความชิงชัง ที่มีต่อ พ.ต.ท. ทักษิณ เท่านั้น .....
ท่านก็ก้มหน้ารับใช้และอยู่ใต้เงามหาอำมาตย์ ต่อไป อย่าทอดทิ้งท่านล่ะ... เพราะท่านกำลังตกในที่นั่งลำบาก ประชาชนเขารู้สิ่งที่ไม่ควรรู้กันหมดแล้ว
การที่ประชาชนออกมามากมายในครั
การที่ประชาชนออกมามากมายในครั้งนี้ ก็เพราะเหตุใดเล่า
ความไม่ยุติธรรม ยังไงล่ะ "กูทำอะไรก็ผิด มึงทำอะไรก็ไม่ผิดดดดดดดด......"
"สมัครทำกับข้าวออกทีวีถูกปลด
พธม. เป็นกบฏยึดสนามบินยึดทำเนียบโดนปล่อย
กษิตได้รับปูนบำเหน็จเป็นรัฐมนตรี
ทักษิณทำดีเพื่อประชาชนโดนยึดทรัพย์
อภิสิทธิ์หนีทหารยังได้เป็นนายก
ผู้บุกรุกป่าสงวนยังคงเป็น องคมนตรี (ไม่ถูกดำเนินคดี)"
แล้วจะอยู่กันยังไงในประเทศนี้.....
การที่ประชาชนออกมามากมายในครั
การที่ประชาชนออกมามากมายในครั้งนี้ ก็เพราะเหตุใดเล่า
ความไม่ยุติธรรม ยังไงล่ะ "กูทำอะไรก็ผิด มึงทำอะไรก็ไม่ผิดดดดดดดด......"
"สมัครทำกับข้าวออกทีวีถูกปลด
พธม. เป็นกบฏยึดสนามบินยึดทำเนียบโดนปล่อย
กษิตได้รับปูนบำเหน็จเป็นรัฐมนตรี
ทักษิณทำดีเพื่อประชาชนโดนยึดทรัพย์
อภิสิทธิ์หนีทหารยังได้เป็นนายก
ผู้บุกรุกป่าสงวนยังคงเป็น องคมนตรี (ไม่ถูกดำเนินคดี)"
แล้วจะอยู่กันยังไงในประเทศนี้.....
ความจริง
ไม่มีเหตุผลที่สมควรใดเลยที่อภิสิทธิ์จะอยู่ต่อ นอกจากตัณหาของมันเอง
ต้องการให้ไอ้หงอกมีอำนาจต่อไป โดยการยุบพรรคฝ่ายตรงข้าม ซื้อศาล ซื้อทหาร
การรัฐประหาร ขับไล่รัฐบาล
การรัฐประหาร ขับไล่รัฐบาล ยุบสภา เป็นสันติวิธีหรือเปล่า
อนุพงศ์ และผู้นำกองทัพ ออกมาแถลงผ่านสื่อ ให้รัฐบาล สมชายหยุดใช้อำนาจ เป็นสันติวิธีหรือเปล่า
การยึดสนามบิน ยึดทำเนียบ ยึดสถานีโทรทัศน์ ของเสื้อเหลืองเป็นสันติวิธีหรือเปล่า
ถ้าไม่ใช่ ทำไม่ นักสันติวิธี ไม่ต่อต้าน หรือประณาม ตั้งแต่ตอนนั้น
น่าแปลกใจที่หลายๆ คน
น่าแปลกใจที่หลายๆ คน ในเว็บนี้...ยัดเยียดให้ รัฐบาล อภิสิทธิ์ เป็นรัฐบาลที่ไม่ถูกต้อง
ทั้งๆ ที่ นายกฯ อภิสิทธิ์ ผ่านการเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2534...แต่ครอบครัว หรือ ประวัติ ของผู้นำคนนี้ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เหมือน "อ้ายตักขี้"....ก็อ้างไปอีกว่า มีอำมาตย์อยู่เบื้องหลัง ทหารตั้งรัฐบาล ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าจริง หรือ ไม่จริง
แล้วถ้าจริง แล้วผิดหลัก ประชาธิปไตย ตรงไหน ในเมื่อพรรคของเขา สส.ของเขาก็มาจากการเลือกตั้ง
แล้วต่างจากการซื้อพรรค เซ้งพรรค หรือ ล็อบบี้พรรคอื่นตรงไหน...การล็อบบี้ในสภามีทุกยุคทุกสมัย ในการให้ฝ่ายตนได้เป็นรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข
"มวลแดง" แย้งอีก ...รัฐบาลนี้มีผลพวง มาจากการรัฐประหาร
ทั้งๆ ที่ หลังรัฐประหาร หรือ การนายกฯ มาร์ค มีนายกของ "ผ่ายตักขี้ อยู่เบื้องหลัง" ถึงสองคน
สส.ก็ไม่พอใช้ รธ.ปี 50 บอกมาจากการรัฐประหาร...แล้วไม่รู้ตอนเลือกตั้งลงสมัครทำไม...ไม่ต้องลง ให้พรรคที่เขาพร้อมจะลง ลงสมัครไป...เขาไม่จ้างพรรคเล็ก มาลงสมัคร เหมือนบางพรรคที่กระทำแล้วโดนยุบพรรคมาแล้วแน่
ถ้า "มวลแดง" บอกว่า อำมาตย์ หรือ ทหาร อยู่เบื้องหลัง รัฐบาลของ นายกฯ อภิสิทธิ์ แล้วมันแตกต่างกันตรงไหน...ที่ "ปีศาจ ตักขี้" อยู่เบื้องหลังสองรัฐบาลที่กล่าวมา
เคยดู "อดีตนายกฯ สมชาย"...รายงานสดออกทีวี เกี่ยวกับการดำเนินงาน การไม่ยุบสภา (ในครั้งที่พันธมิตร) ชุมนุม...คือ น่าตลกมาก...สมชายนั่งแถลงอยู่...แต่มีโทรศัพท์เข้ามา สมชายทุรนทุราย พร้อมกับมุดหัวลงไปใต้โต๊ะเล็กน้อย...เหมือนนกอีมูน หรือ นกกระจอกเทศ...แล้วก็เดินออกไปรับโทรศัพท์...จากผู้สั่งการ...หรือ ตัวจริงที่อยู่แดนไกล
เราว่านะ...."อ้ายตักขี้" มรันยิ่งกว่ามหาอำมาตย์ เสียอีก
===================================
เพราะความ โลภมาก อยากได้ไม่สิ้นสุดของมันนี่เอง...ทำเอาคณะรัฐมนตรี หรือ ใครต่อใครต้องติดร่างแหไปด้วยเยอะเลย...พวกนี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร...จึงทุรนทุราย ปั่นป่วน ตาม "อ้ายตักขี้" ไปด้วย...เพราะมีความผิด และ ชนักติดหลัง
พี่น้องเอ๊ย! จำไว้เป็นบทเรียน...อย่าปล่อยให้คนเลวมีอำนาจนาน
แล้วพี่ห้อย พี่โหน ห้าสั้น หรือ นักการเมืองเลวคนไหนก็แล้วแต่...จำไว้เป็นบทเรียน...คุณอาจเป็นรายต่อไป...เพราะคนไทยเขารู้เท่าทันขึ้นทุกวัน
ท่านก็ก้มหน้ารับใช้และอยู่ใต้
ท่านก็ก้มหน้ารับใช้และอยู่ใต้เงามหาอำมาตย์ ต่อไป อย่าทอดทิ้งท่านล่ะ... เพราะท่านกำลังตกในที่นั่งลำบาก ประชาชนเขารู้สิ่งที่ไม่ควรรู้กันหมดแล้ว
aaa
ไม่เคยรับใช้อำมาตย์ทั้งเก่าทั้งใหม่ว่ะมีแต่ให้พวกมันรับใช้.......เพราะกู๋คือ....พลเมืองไทยตัวจริงเสียงจริงและไม่เคยเป็นอำมาตย์ทั้งเก่าและใหม่....ยกเว้นบรรพบุรุษที่ซีกหนึ่งเป็นไพร่อีกซีกเป็นเสนา-นายทาส-นายเบี้ยนายบ่อนและนายหน้า.....อิอิ
เพราะท่านกำลังตกในที่นั่งลำบา
เพราะท่านกำลังตกในที่นั่งลำบาก ประชาชนเขารู้สิ่งที่ไม่ควรรู้กันหมดแล้ว
""""""ก็รุเท่าๆกะหัวดจกซ้ายนรก ขวาอุบาท กลางกลางสามานย์ ที่กะลังขึ้นเวทีแดงเถือกโกหกหลอกลวงพลควาายไปตายแทนทักชั่วและลูกเมียนอกสมรสของมันนั่นแหละ.....รุเท่าๆกะที่นายประดาบรุนั่นแหละ...แม่นบ๊อ..บักไอ้พี่แช๊ป.....
เพราะฝีมือของประชาชนชั่วของไอ
เพราะฝีมือของประชาชนชั่วของไอ้ทักชั่ว....ขวาอุบาทก์ซ้ายนรกและกลางกลวงชั่วชาติ.....
ฟฟฟ
แม้ในตอนนี้ ท่านจะสุขสบายดีกับฐานะที่เป็นอยู่ ไม่ได้เดือดร้อนจากอิทธิพลใดๆ จากระบบความคิดแบบเดิมๆ ที่ครอบงำประเทศไทยอยู่ตลอดมา หากท่านไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนเพื่อเรียกร้องให้ปรับปรุงโครงสร้าง การบริหารงานของประเทศไทย แต่ก็ไม่ได้ฝักใฝ่ในกรอบเก่าๆ ที่มีอำนาจและมือที่มองไม่เห็น คอยป่วนอยู่ตลอดมา
ก็จงนั่งมองอย่างเฉยๆ ดีกว่า แม้จะไม่ได้ให้กำลังใจพวกเขา ก็ยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ขัดขวางการเคลื่อนไหวในครั้งนี้
ฟฟฟ
พลเมืองและพลโลกเขาจับตาดูพวกแกยู๊.........ตาเป็นสัปรดนะจ๊ะ...จะบอกให้.....นอกจากจะต้องขัดขวางแล้วยังรอตื๊บซ้ำไอ้พวกหัวโจกที่หลอกประชาชนซีกควายๆไปลำบากลำบนตากแดดตากลม...แน่จริงพวกเอานังอุ้งอิ๊งนังฯลฯ มานั่งตากแดดด้วยสิฟะ
ก๊วยเจ๋ง
เห็นตรงกับท่านพี่ก๊วยเจ๋ง จอมยุทธคุณธรรม
.............................
.......................................................ไปเป็นทหาร...........................
.............ลูกหลานชาวไร่นามาเป็นทหาร...................เกณฑ์มาเป็นรั้วบ้านงานนักสู้
เกณฑ์มาชี้เป็นขี้ข้า who are you…………………………….เกณฑ์มาขู่เข่นฆ่าประชาชน
มึงเห็นกูโง่เง่าเข้าปกครอง................................สั่งกูผองต้องทำตามหยามเหตุผล
เหมือนว่ากูไม่รู้เรื่องเมืองมณฑล.............................สั่งให้ปล้นอธิปไตยไพร่ผองกู
มึงมีดาวพราวฟ้าอนาคต....................................ทหารเลวทรหดและอดสู
มึงสั่งซ้ายขวาหันไปพันตู..........................................ลั่นไกสู่ผู้คนพลเมือง
............ทำไมกูโง่งั่งมึงสั่งได้...............................ไม่ใช่ควายแต่มึงรู้กูมันเชื่อง
มึงสั่งได้ให้กูเขลาเง่าเนืองเนือง.............อย่าปราดเปรื่องจงเซื่องซึมลืมรอยตีน.........
แปะก้วย wrote:ก๊วยเจ๋ง
ครับ เห็นด้วยครับที่คุณคิดสั้น
คิดได้เท่านี้เอง........อนิจจา
ก๊วยเจ๋ง
เขียนนิยายเพ้อเจ้ออะไรหรือ น้องไพร่
มองต่างมุม
อีกไม่นานครับอีกไม่นาน
แน่จริงมาล้อมปราบแบบ 6 ตุลาฯ สิ
คราวนี้จะได้หลักฐานเป็นดิจิต้อลให้เห็นจะๆกันไปเลย
รู้เช่น เห็นชาติ
มายาคตินะจะบอกให้
==================================
อ้อ! ตกลงคุณนี่ ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าเป็นขี้ข้าของ "มหาอำมาตย์" หรือ ปีศาจ "อ้ายตักขี้"
จึงเรียกเราแบบ ดูถูก เหยียดหยามว่า "น้องไพร่"
เราไม่สนหรอก เรียกอะไรก็ได้...แต่ขอให้ "ปีศาจ ตักขี้" พ่ายแพ้ และ ฉิบหาย วายป่วง ก็แล้วกัน พอใจแล้ว
ขอให้ประเทศไทยกลับมาสงบสุขโดยเร็ววัน...เห็นสัญญาณ แล้ว "อ้ายตักขี้" แทบไม่มีที่เหยียบยืนแล้ว
คนต่างประเทศเขารู้ทันหมดแล้ว...ขนาดมีเรื่องรุนแรงในวันนี้ ตอนบ่ายเห็นหุ้นขึ้น...แสดงว่าเขารู้ เขาไม่กลัว...ฑูตในหลายประเทศรู้ถึงความเลวร้ายของระบอบทักษิณ (ประเทศที่เจริญทั้งนั้น)
สังเกตุดู ขนาด "ตักขี้" มีล็อบบี้ยีสต์ในต่างประเทศนะ พอศาลตัดสินแบบละเอียด แบบยุติธรรม
เขาไม่กล้ามาสัมภาษณ์ "อ้ายตักขี้" เลย เพราะรู้เช่นเห็นชาติหมดแล้วพี่น้องเอ๊ย!
ปลูกพืชให้ดูดิน ปฏิวัติให้ดูถ
ปลูกพืชให้ดูดิน
ปฏิวัติให้ดูถิ่น
จะประทินความยุติธรรมให้ดูตัวเอง
หากนำคนโง่ไม่ได้
ก็อย่าให้คนโง่เป็นผู้นำ
คนระยำ
ย่อมไม่เห็นประโยชน์ของการทำเพื่อคนอื่น
แหละไม่เห็นโทษของการทำเพื่อตัวเอง
ความเขลาย่อมบริโภคแต่ปัญหา
ความบ้าพอกบวมซึ่งความวิบัติ
ผู้มีปัญญาย่อมเห็นคุณค่าของบทเรียน
ไม่มีชัยชนะในหมู่คนโง่
ความโง่ทั้งหลายต่างแสวงหาความหายนะ
ความมีชัยหลังความหายนะ
คือชัยชนะของโมฆะบุรุษ
http://www.oknation.net/blog/usamarnlookyee/2010/03/15/entry-2
*อวดอ้างเสียง ข้างมาก
*อวดอ้างเสียง ข้างมาก ในสภา
เสียงข้างมาก ของประชา หาฟังไม่
รัฐบาล อำมาตยาธิปไตย
ตั้งกันใน ราบสิบเอ็ด สำเร็จการ
*ใช้แท็กติก วิธีการ อันฉ้อฉล
อิทธพล ของพวกจัด รัฐประหาร
เข้าโอบอุ้ม ให้ได้ เป็นรัฐบาล
วิธีการ ปล้นเสียง ประชาชน
*รัฐบาล ตัวแทน เสียงข้างน้อย
ที่เลิศลอย อภิสิทธิ์ ผิดเหตุผล
มาโดยใช้ อุปเท่ห์ เล่ห์กล
สนองผล การปล้น ประชาธิปไตย
*พูดได้สวย ว่าฟังเสียง ประชาชน
แต่พิกล จะฟังจริง ก็หาไม่
เพียงแต่พูด สวยหรู ดูดีไว้
พฤติกรรม ปากใจ ไม่ตรงกัน
*ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ให้งามสง่า
นั่นแหละฟัง เสียงประชา อย่าไหวหวั่น
หากแน่ใจ ว่าตัวดี มีประกัน
ยุบสภาโดยพลัน.....สันติจริง
ยุบสภา
ยุบสภา แล้ว"แฟร์สำหรับทุกฝ่าย"จริงหรือ?
ในเมื่อ ข่มขู่กันตลอดเวลา
ว่า...จะไม่ยินยอมให้บางพรรค
ไปหาเสียงในพื้นที่
เพราะเมื่อใช้สันติวิธีเช่นนี้
เพราะเมื่อใช้สันติวิธีเช่นนี้แล้ว รัฐบาลซึ่งมีที่มาไม่ชอบธรรม หรือรัฐบาลที่อำมาตย์และกองทัพหนุนหลังก็ยังคงอยู่ การดำเนินการไล่ล่า ‘ทักษิณ’ ที่ประชาชนชนจำนวนไม่น้อยให้การสนับสนุนก็ยังดำเนินต่อไป ความไม่เป็นธรรมหรือสิ่งที่เรียกว่า ‘สองมาตรฐาน’ ก็ยังคงอยู่ และคงอยู่อย่างตอกย้ำความรู้สึกของคนชั้นล่างที่ว่า ประทศนี้ไม่มีความเสมอภาคของ ‘1 คน = 1 เสียง’ อยู่เลย
ฉะนั้น ในบริบทความขัดแย้งปัจจุบัน เวลาเราเรียกร้องสันติวิธีจำเป็นด้วยหรือไม่ว่า สันติวิธีจะต้องตอบโจทย์ความเป็นประชาธิปไตยได้ด้วยอย่างจำเป็น
สันติวิธีที่ตอบโจทย์ความเป็นประชาธิปไตย ต้องอยู่บนพื้นฐานของการยอมรับความจริงที่ว่า เวลานี้สังคมเราเผชิญปัญหาขัดแย้งทางความคิดที่สำคัญอยู่สองเรื่องใหญ่ๆ คือ
1. การต่อสู้เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ ‘ทักษิณ’ เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หรือไปด้วยกันได้กับการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยหรือไม่?
2. รัฐบาลอภิสิทธิ์ที่อำมาตย์และกองทัพหนุนหลังเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย หรือมีความชอบธรรมหรือไม่?
ซึ่งปัญหาสองเรื่องนี้มีคนกว่าครึ่งค่อนประเทศคิดเห็นแตกต่างกัน จนนำมาสู่ปรากฏการณ์ ‘14 มีนา’ นี้ ทางเลือกที่ควรจะเป็นจึงอยู่ที่ต้องให้ประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้ตัดสินด้วยตัวของเขาเอง การยุบสภาเลือกตั้งใหม่จึงไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์แพ้ ‘ทักษิณ’ หรือคนเสื้อแดง แต่มันคือการเปิดประตูให้ทุกฝ่ายมี ‘ทางออก’ หรือให้ประเทศมีทางออก ให้ประชาชนทั้งประเทศสร้างทางเลือกใหม่ของเขาเอง
สื่อกระแสหลักชมคุณอภิสิทธิ์ว่าสามารถใช้ ‘วุฒิภาวะผู้นำ’ จัดการกับเหตุการณ์จลาจลเมื่อปีที่แล้วได้ และการชุมนุมของคนเสื้อแดงคราวนี้ก็จะพิสูจน์วุฒิภาวะผู้นำของคุณอภิสิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง
แต่ผมเห็นว่า วุฒิภาวะผู้นำในบริบทปัญหาความแตกแยกทางความคิดดังกล่าวมานี้ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่อยู่ที่ความสามารถในการสร้าง ‘ทางออก’ ตามครรลองประชาธิปไตยให้แก่สังคมได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์
สถานการณ์ ‘14 มีนา’ อาจเป็นเพียงสถานการณ์เดียวที่คุณอภิสิทธิ์จะได้แสดงให้สังคมเห็น ‘วุฒิภาวะผู้นำ’ ในการสร้างทางออกตามครรลองประชาธิปไตยให้แก่สังคม คำตอบว่า ‘ไม่ยุบสภา’ เท่ากับคุณอภิสิทธิ์ยอมรับที่จะแบกภาระแก้ปัญหาความแตกแยกทางความคิดในสองเรื่องใหญ่ดังกล่าวแล้ว ซึ่งไม่มีทางที่คุณอภิสิทธิ์จะแก้ได้ นอกจากจะแก้ไม่ได้แล้วกลับจะเป็นการสร้างเงื่อนไขความรุนแรงที่อาจเป็น ‘ตราบาป’ ไปชั่วชีวิต
ปัญหาการแตกแยกทางความคิดที่ลึกซึ้งกว้างขวางเช่นนี้ ไม่มีใครหรือ ‘อภิชน’ กลุ่มใดๆจะแก้ไขได้หรอกครับ ทางออกที่ควรจะเป็นคือให้ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมกันแก้ไขด้วยการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ให้ทุกฝ่ายได้เสนอ ‘วาระ’ ของตนเองในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอย่างเต็มที่
แต่ละฝ่ายจะเอายังไงกับปัญหาทักษิณ ปัญหาอำมาตย์ ปัญหารัฐธรรมนูญ ปัญหาศาล ปัญหาความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ก็เสนอแนวทาง หรือนโยบายออกมาให้ประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้เลือก เมื่อ ‘เสียงส่วนใหญ่’ เอาอย่างไรก็ต้องยอมรับตามนั้น และหลังจากนั้นก็ตรวจสอบกันตามครรลองประชาธิปไตย
และควร ‘ตรา’ ไว้ด้วยกว่า การยุบสภาเพื่อให้ทุกฝ่ายได้เสนอ ‘วาระ’ ของตนเองให้ประชาชนเลือกนี่เอง คือแนวทาง ‘สันติวิธี’ ที่เป็นรูปธรรมที่สุดซึ่งตอบโจทย์ความเป็นประชาธิปไตย แฟร์สำหรับทุกฝ่ายที่มีความเห็นต่าง และเป็นแนวทางเริ่มต้นของการแก้ปัญหาการแตกแยกทางความคิดที่น่าจะได้ผลดีกว่าวิธีอื่นๆในขณะนี้
ว่าแต่ว่า รัฐบาลที่เรียกร้องสันติวิธี และทุกฝ่ายที่เรียกร้องสันติวิธี จะกล้า ‘เลือก’ และ ‘เรียกร้อง’ แนวทางสันติวิธีบนวิถีประชาธิปไตยดังกล่าวนี้หรือไม่?
หรือจะทนอยู่กับอำนาจที่ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาความแตกแยก และอยู่อย่างไม่แฟร์กับวิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกของประชาชนเช่นนี้กันต่อไป!
อ่านแล้ว มีสปิริตลาออกหรือยุบสภา ว่าแต่เขาด่ารัฐบาลสมัครให้ลาออก อิเหนาเป้นเอง(รัฐบาลอภิสิทธิ์ชนแม้จะมาจากการเลือกตั้ง ไม่ลาออกมันก็ไม่แตกต่างจากขุนนางและอำมาตย์หน้าด้านอยู่ดี )
@..แนวทาง สันติวิธี ในวิถี
@..แนวทาง สันติวิธี
ในวิถี ประชาธิปไตย
ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่
อย่าไร้ ความยุติธรรม
@..แนวทาง สันติวิธี
ในวิถี โจราธิปไตย
รัฐประหาร ปล้นชนส่วนใหญ่
แล้วบอก ให้สันติวิธี
@..สันติ วิธีเกิดได้
ถ้าให้ ไพร่มีศักดิ์ศรี
เท่าเทียม เสนาบดี
มีสิทธิ์ เสรีชื่นชม
@..ผู้เคย สนับสนุน หัวเหลือง
ทำเรื่อง รุนแรง เสร็จสม
อย่าได้ ดัดจริต โสมม
เที่ยวต้ม สันติวิธี
@..วิถี ประชาธิปไตย
พาให้ บ้านเมืองสุขี
ยุบสภา ฝ่าวิกฤต เสียที
สันติวิธี แน่นอน
ว ณ ปากนัง
15มี.ค.53
555-ไม่ใช่พ่ทักชั่วของพวกแกนี
Wel, that means you support this government to stay in power for goods?
Then,there is no difference of what you claimed as above.
There is no stupid guys here, just only greed and power struggling..
They are all the same. And Abhisit is not any better than Thaksin.
What Abhisit has proved is he will never dissolve the parliament because if he let others speak, let the voice and right of other people to come out, He's a truly representator of double standard.
เนื่้องจากอภิสิทธิ์
เนื่้องจากอภิสิทธิ์ ไม่ใช่บุคคลผู้มีอำนาจอย่างแท้จริง จึงป่วยการที่จะไปเรียกร้องให้ยุบสภา
สส. ที่อยู่ในสภา ประธานสภานั่นแหละ จะต้องประกาศยุบสภา หรือลาออกกันให้หมด เพื่อให้สภาไม่สามารถทำงานต่อไปได้
สส. สว. ต้องร่วมมือกับภาคประชาชน
ว ณ ปากนัง wrote:*อภิสิทธิ์
*อภิสิทธิ์ อิทธิพล คนรากหญ้า
เตะตัดขา ประชาธิปไตย ให้ผิดเพี้ยน
เป็นประชาธิปไตย แบบนั่งเทียน
ราวกับเขียน ด้วยส้นเท้า ไม่เข้าใจ
*เปลี่ยนเสียเถิด คนไทย ในทุกที่
มาปรับจูน ความดี กันเสียใหม่
แล้วมาร่วม เปลี่ยนประชาธิปไตย
มาร่วมสร้าง การเมืองใหม่ ให้มันดี
*อยากจะเห็น รัฐบาล การเลือกตั้ง
มีพลัง สร้างชาติ ศาสน์ศักดิ์ศรี
บริหาร นโยบาย ครบสี่ปี
พร้อมรู้รัก สามัคคี ประเทศไทย
*ไม่ต้องมี อำนาจ นอกระบบ
ไม่ต้องมี การสมคบ จากทุนใหญ่
ไม่ต้องมี คนวางท่า ว่าเหนือใคร
ไม่ต้องมี คนหลอกใช้ เป็นควายแดง
*ลุกขึ้นเถิด คนไทย ทุกทุกท่าน
มาสร้างฝัน ให้ทั่ว ทุกหัวระแหง
ใช้กฎหมาย คุณธรรม นำสำแดง
กล้ากำแหง ทายท้า อยุติธรรม
แค่คำถาม ๒
แค่คำถาม ๒ ข้อที่ตั้งขึ้นมาให้ตอบมันก็เป็นนักปรัชญาตกขอบไปแล้วคุณเอ๊ย...มิหนำซ้ำขอบที่ตกไปมันยังเป็นขอบแดงแจ๋แบบยีนส์ลีวายส์ยังไงยังงั้นเลยคุณ...คุณลองเปลี่ยนโจทก์ใหม่ดีมั้ย...ลองดูนะ
1. การเรียกหาทักษิณโดยไม่สนประชาธิปไตย เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หรือไปด้วยกันได้กับการเรียกหาประชาธิปไตย(ปลุกผีอำมาตย์...คลับคล้ายคลับคลาว่าจะล้มเจ้าด้วย...ฮา)โดยอาศัยพลังของคนที่เรียกหาทักษิณ หรือไม่ ?
2. รัฐบาลอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย หรือมีความชอบธรรมหรือไม่?...ไม่เอาคำว่า "ทีอำมาตย์และกองทัพหนุนหลัง" เพราะมันเป็นคำถามนำ คำถามหลอกรับประทาน มันไม่แฟร์ (เว้นแต่คุณถนัดวิธีการแบบนี้...ฮา)
ตั้งคำถามใหม่แล้ว ก็ลองตอบกันดูอีกทีนะคุณ เผื่อจะเกิดไอเดียใหม่ๆ ให้มันสามารถขึ้นจากขอบที่ตกไปได้...ฮา
หมายเหตุ..ไอ้ที่อำมาตย์และกองทัพหนุนหลัง มันก็หนุนหลังมาทุกรัฐบาลนั่นแหละ หนุนจนกระทั่งมันปรากฏความสารเลวเสียจนทนกันไม่ได้ เท่านั้นเอง
TQGZSSdP eQXHWVv
TQGZSSdP eQXHWVv