วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 9 นาที ที่ผ่านมา
สุเทพคุมเกมสั่งอีแต๋นห้ามเข้ากรุง-ปชป.วิเคราะห์เสื้อแดงรุนแรง
Sat, 2010-03-06 01:41
เมื่อถามถึงการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) ในวันที่ 8 มี.ค.นี้จะมีการประเมินเพื่อประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า หาก คตม.เห็นอย่างไร ผู้ที่ตัดสินใจคือ นายสุเทพ จะประเมินว่าสมควรประกาศหรือไม่ ซึ่งดูจากหลายมิติทั้งผลกระทบต่อประชาชน เศรษฐกิจ และทุกเรื่อง หากตัดสินใจใช้ก็จะให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ดำเนินการตั้งเรื่องขึ้นไปขออนุมัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่วิวัฒนาการของสถานการณ์ที่จะเปลี่ยนไป หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องประกาศ หากจำเป็นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายสุเทพ
"มาร์ค" ขออย่าให้คนทำวุ่นชี้ทางประเทศ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากประกาศทำให้สิ่งที่ผิดกฎหมายคงทำไม่ได้ เชื่อว่าผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ไม่มีวัตถุประสงค์ทำสิ่งผิดกฎหมาย ขออย่าให้ตกเป็นเหยื่อของคนที่ต้องการทำผิดกฎหมาย อย่าให้คนที่อยากให้เกิดความวุ่นวายโกลาหลมาเป็นผู้กำหนดทิศทางการชุมนุม หรือบ้านเมือง และหากประกาศทำให้สิ่งที่ผิดกฎหมายคงทำไม่ได้ ส่วนเรื่องที่อาจมีพระสงฆ์ร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งไม่ควรย้ำ ก่อนหน้านี้ก็พยายามบอกว่ามีแบล๊คลิสต์ ซึ่งมีชื่อพระสงฆ์รวมอยู่ด้วย ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่มี ความจริงทุกฝ่ายมีสิทธิหน้าที่ชัดเจนตามกฎหมาย จึงขอให้ยึดตามนั้น
ให้"สุเทพ"คุมระหว่างเยือนออสซี่
ส่วนเหตุการณ์จะรุนแรงถึงขั้น ต้องประกาศใช้กฎหมายพิเศษหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่จำเป็น แต่คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) ได้ประเมินตลอด ถ้าจำเป็นก็ประกาศ แต่การใช้ต้องเพื่อความสะดวกในการบริหาร ไม่ได้หวังไปปราบปรามใคร โดยจะประกาศไล่ไปตามลำดับ เริ่มจาก พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร ซึ่ง 4-5 ครั้งที่เคยใช้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร
นายสุเทพย้ำว่า สั่งการให้ทางศาลาว่าการกรุงเทพฯและกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดหาสถานที่สำหรับจอดรถให้บริเวณชานเมืองกรุงเทพฯ หากผู้ชุมนุมนำรถส่วนบุคคลเข้ามาจำนวนมาก และจะประสานกับกระทรวงคมนาคมให้จัดหารถบริการให้กับผู้ชุมนุมได้จอดรถไว้ใน สถานที่ที่กำหนดเข้ามาชุมนุมในบริเวณที่ชุมนุมได้ เช่น หากมาจากภาคเหนือและอีสานจะให้จอดรถไว้ที่ดอนเมือง ซึ่งจะประกาศให้ผู้ชุมนุมรับทราบอีกครั้งหนึ่ง
"หากยังมีการนำรถเข้ามาจอดขวางการจราจรหรือตามท้องถนนต่างๆ ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายระดมจัดเตรียมรถยกมา เพื่อยกรถที่กีดขวางออกจากผิวจราจร ซึ่งกรณีนี้ผมได้ตรวจสอบแล้วว่า หากเกิดความเสียหายต่อรถยนต์ ปัญหาก็คือบริษัทประกันภัยทั้งหลายอาจจะไม่จ่ายค่าซ่อมเจ้าของรถก็จะเดือดร้อน ผมจึงประชาสัมพันธ์ไว้ก่อนว่าอาจจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ขอให้ได้ไตร่ตรองได้พิจารณาให้ดี ขอบอกว่ารถอีแต๋นเข้ามาไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว อีแต๋นวิ่งบนถนนหลวงไม่ได้ เที่ยวนี้ออกจากจังหวัด ก็ไม่ให้ออกแล้ว เพราะยอมให้ทำผิดกฎหมายไม่ได้" นายสุเทพกล่าว
ตรวจค้นรถ-เช็คบัตรปชช.ทั่วปท.
"บรรดาแกนนำทั้งหลายถ้าไปปลุกระดมชักชวนธรรมดา ตามวิถีทางประชาธิปไตยก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าผมเห็นว่าคนเหล่านั้นไม่ได้มาแสดงออกเพื่อต่อสู้ให้มีระบบประชาธิปไตย แต่ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของคนบางคนบางกลุ่มแล้วใช้วิธีการที่ประเทศเสียหาย ผมจะประมวลพยานแล้วขอหมายศาลดำเนินคดี เมื่อศาลออกหมายแล้วปรากฏว่าคนเหล่านั้นเคยได้รับการประกันตัวมาแล้ว เราก็จะถอนประกันตัว" นายสุเทพกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ระบุว่า ในการชุมนุมจะมีพระสงฆ์จำนวน 2 หมื่นรูปเข้าร่วมการชุมนุม จะเป็นการเหมาะสมหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า "กรณีที่จะเข้ามาร่วมชุมนุม ผมขอกราบขอความกรุณาพระคุณเจ้าว่าเรื่องการชุมนุมทางการเมืองคงไม่ใช่กิจของ สงฆ์ ไม่ใช่เรื่องของพระคุณเจ้า ถ้าใครไปนิมนต์มาด้วยเหตุผลอะไร ขอความกรุณาพระคุณเจ้าอย่าได้มาร่วมในกระบวนการนี้เลย" นายสุเทพกล่าว
มท.1ขานรับสกัด-อีแต๋นไม่งามกรุง
ตร.มีแผนแก้ลำใช้รถก๊าซ-โล่มนุษย์
เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพกล่าวในลักษณะไม่พอใจที่ตำรวจปล่อยเกียร์ ว่าง และสั่งการทางวาจาไม่ได้ ต้องใช้เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า ตำรวจไม่มีเกียร์ว่างและจะทำตามแผนที่ กอ.รมน.กำหนดไว้
นายกฯ ให้"สุเทพ"คุมระหว่างเยือนออสซี่ สั่งอีแต๋นเข้ากรุงผิดกฎหมาย ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์โยนสุเทพประเมิน ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่
5 มี.ค.53 เว็บไซต์มติชนรายงานว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงระหว่างวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ว่า ตนไม่ได้สั่งให้กองทัพเตรียมพร้อมอะไร แต่สื่อเขียนไปเอง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เพียงให้ติดตามสถานการณ์ ขณะนี้เรายังอยู่ในภาวะปกติ คือ เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เมื่อได้รับการร้องขอมาและตั้งจุดตรวจร่วม ยังไม่มีอะไรพิเศษกว่านั้น ทั้งนี้ เชื่อว่าสังคมต้องมีทางออก เราต้องอยู่ร่วมกันได้ด้วยความสามัคคี เพราะผลกระทบเรื่องนี้มีมาก ทุกฝ่ายห่วงใยตน สื่อก็เป็นห่วง อยากให้เหตุการณ์ปกติ ตนเชื่อว่าคงไม่เกิดเหตุรุนแรงอะไร เพราะคนไทยด้วยกันคงรู้ว่า เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อทุกคน ดังนั้น ทุกคนหวังว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรง
เมื่อถามถึงการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) ในวันที่ 8 มี.ค.นี้จะมีการประเมินเพื่อประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า หาก คตม.เห็นอย่างไร ผู้ที่ตัดสินใจคือ นายสุเทพ จะประเมินว่าสมควรประกาศหรือไม่ ซึ่งดูจากหลายมิติทั้งผลกระทบต่อประชาชน เศรษฐกิจ และทุกเรื่อง หากตัดสินใจใช้ก็จะให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ดำเนินการตั้งเรื่องขึ้นไปขออนุมัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่วิวัฒนาการของสถานการณ์ที่จะเปลี่ยนไป หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องประกาศ หากจำเป็นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายสุเทพ
"มาร์ค" ขออย่าให้คนทำวุ่นชี้ทางประเทศ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เปิดแผนกลุ่มคนเสื้อแดงจะให้ ส.ส.ขนคนมาร่วมชุมนุมจำนวน 1 ต่อ 10,000 คน โดยใช้รถปิคอัพ 100 คัน ว่า ตอนนี้มีการประเมินตลอด รัฐบาลจะพยายามบริหารให้เกิดความเรียบร้อย เพราะการชุมนุมโดยสงบถือเป็นสิทธิ แต่การนำรถยนต์และยานพาหนะต่างๆ เข้ามา ต้องให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ที่นายสุเทพพูดไปในเรื่องการบริหารจัดการ เพราะถ้าคนนำยานพาหนะเข้ามามาก จะทำให้เกิดความไม่สะดวกกับทุกฝ่าย ดังนั้น รัฐบาลจะหาทางสื่อสารให้ทราบว่าจะบริหารอย่างไรต่อไป
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากประกาศทำให้สิ่งที่ผิดกฎหมายคงทำไม่ได้ เชื่อว่าผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ไม่มีวัตถุประสงค์ทำสิ่งผิดกฎหมาย ขออย่าให้ตกเป็นเหยื่อของคนที่ต้องการทำผิดกฎหมาย อย่าให้คนที่อยากให้เกิดความวุ่นวายโกลาหลมาเป็นผู้กำหนดทิศทางการชุมนุม หรือบ้านเมือง และหากประกาศทำให้สิ่งที่ผิดกฎหมายคงทำไม่ได้ ส่วนเรื่องที่อาจมีพระสงฆ์ร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งไม่ควรย้ำ ก่อนหน้านี้ก็พยายามบอกว่ามีแบล๊คลิสต์ ซึ่งมีชื่อพระสงฆ์รวมอยู่ด้วย ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่มี ความจริงทุกฝ่ายมีสิทธิหน้าที่ชัดเจนตามกฎหมาย จึงขอให้ยึดตามนั้น
ให้"สุเทพ"คุมระหว่างเยือนออสซี่
นายกฯกล่าวถึง การดูแลคนจำนวนมากไม่ให้กลุ่มมือที่สามเข้าป่วนว่า จะบริหารให้มีการจัดระบบการเคลื่อนไหวต่างๆ ดังนั้น เวลานี้ถ้าเจ้าหน้าที่เช่นตำรวจทหารเข้ามาลาดตระเวนหรือสอดส่องดูแล ขอให้เข้าใจว่ามาช่วยดูแลผู้ชุมนุมเองด้วย อย่าไปหลงคิดว่าเจ้าหน้าที่จะเข้ามาปราบปรามประชาชน เพราะรัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายปราบปรามประชาชน มีแต่ต้องรักษากฎหมาย ใครทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินการ เมื่อถามว่า ระหว่างเดินทางเยือนประเทศออสเตรเลีย 13-17 มีนาคม จะให้ใครรักษาการนายกฯแทน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นไปตามระบบราชการคือนายสุเทพจะเป็นผู้รักษาการ จะไม่มีช่วงเวลาสุญญากาศแน่ ยืนยันว่ากำหนดการเยือนประเทศออสเตรเลียกำหนดไว้ล่วงหน้า เพราะว่าจะมีอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงไม่อยากเลื่อน ส่วนกรณีที่นายสุเทพจะลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 13-14 มีนาคมด้วย จะสอบถามเพื่อขอให้ปรับ คิดว่าคงไม่ยาก
ส่วนเหตุการณ์จะรุนแรงถึงขั้น ต้องประกาศใช้กฎหมายพิเศษหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่จำเป็น แต่คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) ได้ประเมินตลอด ถ้าจำเป็นก็ประกาศ แต่การใช้ต้องเพื่อความสะดวกในการบริหาร ไม่ได้หวังไปปราบปรามใคร โดยจะประกาศไล่ไปตามลำดับ เริ่มจาก พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร ซึ่ง 4-5 ครั้งที่เคยใช้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร
"สุเทพ"กร้าวสั่งห้าม"อีแต๋น"เคลื่อน
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ฟังข่าวว่าในบรรดาที่มาชุมนุมตามการชักชวนของบริวารของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะอาศัยรถปิคอัพเข้ามาในกรุงเทพฯจำนวนมาก เข้าใจว่าคนที่วางแผนการชุมนุมตั้งใจที่จะใช้รถปิคอัพจำนวนมากๆ อาจจะมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนคนกรุงเทพฯ ในเรื่องการปิดกั้นการจราจร จึงอยากขอส่งความไปถึงประชาชนที่จะเข้ามาร่วมชุมนุมว่า รัฐบาลไม่ได้ขัดขวางการแสดงออกถึงสิทธิเสรีภาพ แต่อยากจะขอความกรุณาว่า การจราจรในกรุงเทพฯตามปกติก็หนักอยู่แล้ว หากผู้ชุมนุมนำรถยนต์หรือรถปิคอัพของตัวเองมาจำนวนมาก จะมีผลกระทบต่อระบบการจราจรของคนกรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯก็จะเดือดร้อน ฉะนั้นผู้ชุมนุมต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของคนกรุงเทพฯด้วย
นายสุเทพย้ำว่า สั่งการให้ทางศาลาว่าการกรุงเทพฯและกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดหาสถานที่สำหรับจอดรถให้บริเวณชานเมืองกรุงเทพฯ หากผู้ชุมนุมนำรถส่วนบุคคลเข้ามาจำนวนมาก และจะประสานกับกระทรวงคมนาคมให้จัดหารถบริการให้กับผู้ชุมนุมได้จอดรถไว้ใน สถานที่ที่กำหนดเข้ามาชุมนุมในบริเวณที่ชุมนุมได้ เช่น หากมาจากภาคเหนือและอีสานจะให้จอดรถไว้ที่ดอนเมือง ซึ่งจะประกาศให้ผู้ชุมนุมรับทราบอีกครั้งหนึ่ง
"หากยังมีการนำรถเข้ามาจอดขวางการจราจรหรือตามท้องถนนต่างๆ ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายระดมจัดเตรียมรถยกมา เพื่อยกรถที่กีดขวางออกจากผิวจราจร ซึ่งกรณีนี้ผมได้ตรวจสอบแล้วว่า หากเกิดความเสียหายต่อรถยนต์ ปัญหาก็คือบริษัทประกันภัยทั้งหลายอาจจะไม่จ่ายค่าซ่อมเจ้าของรถก็จะเดือดร้อน ผมจึงประชาสัมพันธ์ไว้ก่อนว่าอาจจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ขอให้ได้ไตร่ตรองได้พิจารณาให้ดี ขอบอกว่ารถอีแต๋นเข้ามาไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว อีแต๋นวิ่งบนถนนหลวงไม่ได้ เที่ยวนี้ออกจากจังหวัด ก็ไม่ให้ออกแล้ว เพราะยอมให้ทำผิดกฎหมายไม่ได้" นายสุเทพกล่าว
ตรวจค้นรถ-เช็คบัตรปชช.ทั่วปท.
นายสุเทพกล่าวว่า ต้องขออภัยประชาชนด้วย เพราะในระยะนี้ทุกจังหวัดทุกพื้นที่จะขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทยดูแล ตรวจค้น ยานพาหนะที่สัญจรไปมา เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำอาวุธเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะต้องตรวจค้นดูว่ารถที่เข้ามามีทะเบียนรถถูกต้องหรือไม่ ไม่ใช่ไปขโมยรถคนอื่นเข้ามา เพราะคิดว่าหากเกิดความเสียหายขึ้นมาจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบ การตรวจบัตรประชาชน เพราะไม่ต้องการคนที่เข้ามาอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นคนต่างด้าว หากพูดจากันไม่รู้เรื่องจะทำให้เกิดปัญหาเยอะ รวมถึงการตรวจค้นอาวุธ ผู้ชุมนุมต้องไม่พกอาวุธเด็ดขาด กำหนดใช้มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะพร้อมในอีก 1-2 วัน
"บรรดาแกนนำทั้งหลายถ้าไปปลุกระดมชักชวนธรรมดา ตามวิถีทางประชาธิปไตยก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าผมเห็นว่าคนเหล่านั้นไม่ได้มาแสดงออกเพื่อต่อสู้ให้มีระบบประชาธิปไตย แต่ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของคนบางคนบางกลุ่มแล้วใช้วิธีการที่ประเทศเสียหาย ผมจะประมวลพยานแล้วขอหมายศาลดำเนินคดี เมื่อศาลออกหมายแล้วปรากฏว่าคนเหล่านั้นเคยได้รับการประกันตัวมาแล้ว เราก็จะถอนประกันตัว" นายสุเทพกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ระบุว่า ในการชุมนุมจะมีพระสงฆ์จำนวน 2 หมื่นรูปเข้าร่วมการชุมนุม จะเป็นการเหมาะสมหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า "กรณีที่จะเข้ามาร่วมชุมนุม ผมขอกราบขอความกรุณาพระคุณเจ้าว่าเรื่องการชุมนุมทางการเมืองคงไม่ใช่กิจของ สงฆ์ ไม่ใช่เรื่องของพระคุณเจ้า ถ้าใครไปนิมนต์มาด้วยเหตุผลอะไร ขอความกรุณาพระคุณเจ้าอย่าได้มาร่วมในกระบวนการนี้เลย" นายสุเทพกล่าว
มท.1ขานรับสกัด-อีแต๋นไม่งามกรุง
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่นายสุเทพสั่งให้มีการสกัดกันรถอีแต๋นที่กลุ่มเสื้อแดงจะนำมา ซึ่งจะต้องมีการกำชับให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดดูแล และในเมื่อเป็นคำสั่งห้าม ผู้ว่าฯก็จะต้องทำให้น้อยลง โดยให้ผู้ว่าฯใช้มาตรการขอร้อง ทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม หากไม่ได้ผลก็ให้ใช้ข้อบังคับตามกฎหมายดำเนินการ "คงจะต้องดูที่กฎหมายว่ารถอีแต๋นสามารถนำมาวิ่งบนทางหลวงได้หรือไม่ เพราะรถอีแต๋นไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำมาวิ่งในเมือง เพราะเป็นรถที่มีป้ายทะเบียนและมีไว้ใช้ตามต่างจังหวัด ซึ่งหากเดินทางเข้ามาใน กทม.และจะทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก อีกทั้งยังสร้างความไม่สง่างามให้กับเมืองหลวง" นายชวรัตน์กล่าว
ตร.มีแผนแก้ลำใช้รถก๊าซ-โล่มนุษย์
พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) กล่าวถึงมาตรการรับมือการระดมรถของกลุ่มเสื้อแดง 35,000 คันเข้ากรุงว่า ตำรวจได้เตรียมรถยกเพื่อเคลียร์เส้นทาง กรณีมีกีดขวางเส้นทาง ทำให้การจราจรติดขัด ทั้งนี้ เตรียมแผนว่าหากผู้ชุมนุมนำรถบรรทุกก๊าซมาปิดกั้นเส้นทาง เหมือนตอนเดือนเมษายน 2552 ตำรวจอาจต้องใช้รถยกออกไปให้ได้เพราะอันตราย กรณีปิดถนนโดยใช้มวลชนเป็นโล่มนุษย์ นั้นก็มีแผนกรกกฎ 52 ตามหลักสากลในการรับมือตามขั้นตอนอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพกล่าวในลักษณะไม่พอใจที่ตำรวจปล่อยเกียร์ ว่าง และสั่งการทางวาจาไม่ได้ ต้องใช้เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า ตำรวจไม่มีเกียร์ว่างและจะทำตามแผนที่ กอ.รมน.กำหนดไว้
วอร์รูมประชาธิปัตย์วิเคราะห์เสื้อแดงรุนแรง
น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคฯ ได้มีการหารือของคณะกรรมการและปฏิบัติการทางเมือง (วอร์รูม) โดยที่ประชุมมีการติดตามสถานการณ์ และเห็นว่าแนวทางของรัฐบาลต่อการเตรียมการชุมนุมนั้นถือว่าดำเนินมาอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลไม่ปิดกั้นการเคลื่อนไหวใดๆ ที่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย และเป็นการใช้สิทธิ เสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกในเรื่องความคิดเห็นทางการเมือง หากทั้งหมดนั้นจะมีการไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย
น.พ.บุรณัชย์กล่าวว่า ทางพรรคฯ มีความกังลวว่า ยุทธวิธีที่ได้มีการเปิดเผยในเรื่องการก่อความวุ่นวายและทำลายความเชื่อมั่น มีรูปธรรมที่เป็นสัญญาณว่าอาจเกิดความวุ่นวายได้ 5 สัญญาณด้วยกัน คือ
1.การเผยแพร่โดยใช้เครือข่ายสื่อ ทั้ง ดีสเตชั่น วิทยุชุมชน มีใบปลิว จัดทำคู่มือ สิ่งพิมพ์ เผยแพร่ผ่านเว็ปทั้งในและนอกประเทศ ในลักษณะที่เปลี่ยนแนวทางจากการให้ความรู้โดยการปฏิบัติทางทางจิตวิทยามาเป็นการบิดเบือนความจริงที่ปลุกระดมและเรียกร้องให้มีการลุกชึ้นสู้และอาจจะถูกตีความและอาจนำไปสู่ความวุ่นวายได้
2. แนวร่วมทางด้านความมั่นคงที่มีการส่งสัญญาณว่าจะเกิดสงครามทางการเมือง สงครามประชาชน การก่อวินาศกรรมชัดเจน เช่น นายเคทอง และอาจมีกลุ่มอื่นๆ อีก ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการตามกฎหมายและออกหมายจับ
3. ความเคลื่อนไหวของกลุ่มแดงสยาม วันนี้ได้ระบุชัดว่าจะดำเนินการสร้างความเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่เปิดรับระบอบประชาธิไตยที่แตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ มีการกล่าวเปรียบเทียบประเทศเนปาล ในลักษณะที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง และมีการเปิดเผยว่าจะให้นายจักรภพ เพ็ญแข มาเป็นประธานกลุ่มแดงสยาม และจะมีการเคลื่อนไหวเวทีในต่างประเทศ ในการขับเคลื่อน และระบุชัดว่าจะนำไปสู่การขับเคลื่อนใต้ดินได้ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่คุณจักรภพเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้
4. การเคลื่อนไหวของ ร.ร.นปช. ตลอดเวลา 3-4 เดือนที่ผ่านมา ที่มีการฝึกการก่อวินาศกรรม เช่น มีการเตรียมถังแก๊ส ขวดน้ำมัน ผ้าขี้ริ้ว ในลักษณะที่จะก่อเหตุความวุ่นวายนำไปสู่การจลาจล
5. สัญญาณจากประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยเอง
“ที่เมื่อถูกถามว่า จะมีเหตุการณ์นองเลือดขึ้นหรือไม่ ท่านตอบว่าเรื่องนี้เป็นความลับ ซึ่งถ้าท่านล่วงรู้ วันนี้สังคมรอคอยคำตอบอยู่นะครับ ว่าสิ่งที่ท่านล่วงรู้นั้นคืออะไร ถ้าหากท่านไม่ตอบแต่ท่านรู้ท่านก็คือผู้เกี่ยวข้องกับการก่อความวุ่นวายทั้งก่อนและหลังการชุมนุม ในช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้” นพ.บุรณัชย์กล่าวและว่า
ส่วนยุทธวิธีที่ทำลายความเชื่อมั่น ขณะนี้มี 3 แนวทางที่เป็นรูปธรรม 1. การเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณเองที่จะร่างหนังสือไปถึงผู้นำประเทศต่างๆ ในลักษณะที่พาดพิงกระบวนการยุติธรรม และทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันศาล อย่างที่เคยเคลื่อนไหวมาก่อนหน้านี้ 2.การเคลื่อนไหวเพื่อถอดถอนตุลาการกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาเพื่อหวังตำแหน่งทางการเมือง เข้าข่ายลักษณะของการกดดันหลังจากที่มีการคุกคาม ส่งสัญญาณมาจากหลายคนว่าอาจจะมีอันตรายเกิดขึ้นต่อองค์คณะตุลาการ 3.การที่จะปลุกระดมโดยอ้างกระบวนการถวายฎีกาโดยอ้างว่าถูกขัดขวาง เพื่อที่จะนำไปสู่การกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อสถาบันที่เกี่ยวข้อง นั่นคือ สถาบันองคมนตรีราชสำนักราชเลขา ในขณะเดียวกันในขณะนี้ก็เห็นชัดว่า การปะทุ 3 ยุทธศาสตร์ที่ได้มีการวิเคราะห์ไว้ คือการ ไม่ให้คดีการยึดทรัพย์ถูกบังคับได้ ไม่ให้ความผิดจากคดีอาญาที่ตามมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และล้มรัฐบาลโดยใช้การปฏิวัติประชาชนผ่านการชุมนุมนั้น เป็นเป้าหมายที่ไม่สามารถบรรลุได้ด้วยวิถีทางที่เป็นประชาธิปไตย หรือวิถีทางกฎหมาย จึงมีการสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการสร้างเงื่อนไขให้นำไปสู่ความวุ่นวาย และมีแกนนำหลายคนก็ได้อ้างว่ามี 3 ประการที่นำไปสู่การปราบปรามประชาชนโดยรัฐบาล












พวกนี้ก็ตีปี๊บตีกลองนำหน้าก่อ
พวกนี้ก็ตีปี๊บตีกลองนำหน้าก่อนเลย กลัวขี้แตกเลยนะ ขอเอาใจช่วยประชาชนเสื้อแดง ให้แดงเปือดทั้งแผ่นดินไปเลย
ใครทำก่อนล่ะ ทีมรึงกรูไม่ว่า
ใครทำก่อนล่ะ ทีมรึงกรูไม่ว่า ทีข้าเองโวยหาพระแสงอาไรวะน้องมาร์กี้
ไปตายเอาดาบหน้าไป๊ ไอ่อีตีนที่มองไม่เห็นที่คอยชักใยมันน่าสำนึกกะลาหัวบ้างนะว่า ปชช เขาคิดอาไร....ไปตายซะพวกอำมาตยาเลวๆๆๆๆๆปกครอง ปท จนชิบหายมานานแล้ว มองดูเพื่อนบ้านมั่งสิวะ เขาไปถึงไหน ทำไมไม่สงสาร ปชช หาเช้ากินค่ำบ้าง ดูแลเยาวชนบ้าง อย่าเอาแต่มอมเมา ถึงเวลาปลดแอกแล้วกะมัง
เทือกบอกเองว่ามาไม่เกินหมื่นเ
เทือกบอกเองว่ามาไม่เกินหมื่นเเล้วเทือกจะออกอาการทำไมหล่ะเทือก
ไอ้เทือกนี่มันเสพย์อำนาจจนบ้า
ไอ้เทือกนี่มันเสพย์อำนาจจนบ้าอำนาจเหมือนกับไอ้พวกเมายาบ้า ที่พอเสพย์ยาบ้าแล้วเมาเดินตาขวาง กร่างไปทั่วเที่ยวไล่จี้ไล่ปล้นจับผู้คนเอามีดปาดคอจริงๆ
คำสั่งที่ผิดกฏหมาย รวมทั้งละเมิดสิทธิมนุษยชนเยี่ยงนี้ มันออกมาได้ยังไง
ลาออกเก็บฉากยุบสภาไปเหอะ มันไร้ความชอบธรรมแล้ว อย่าทำลายบ้านเมืองและประเทศชาติให้มันพังพินาศไปกว่านี้อีกเลย มันหมดสภาพของการเป็นรัฐบาลแล้ว
มันมีอย่างที่ไหน ที่ดันเห็นประชาชนเป็นศัตรู ขนาดฮิตรเล่อร์นาซี ฟาสซิสต์มุสโสลินี ก็ยังไม่เคยกระทำต่อคนเยอรมันและคนอิตาลีเยี่ยงนี้
ชะช้า เหวยๆ
ชะช้า เหวยๆ อ้ายเทบเมือก
ใส่เกือก ลำพอง หองหาญ
วาจา ก้าวร้าว รำคาญ
ในสันดาน เป็นคน ชอบกลนัก
เห็นคน บ้านนอก คอกนา
เป็นหมู เป็นหมา ฤาไฉน
มาทวงสิทธิ์ ด้วยไมตรี มีน้ำใจ
ใยขับไล่ ไสส่ง จงเมตตา
นิติรัฐ ยุติธรรม ยำป่นปี้
คนดีดี ถูกทำร้าย ให้อาสัญ
อำนาจเถื่อน ไม่มี ความนิรันดร์
แสงตะวัน ผ่องอำไพ ให้มวลชน
คำให้สัมภาษณ์ของรมต.มหาดไทยนั
คำให้สัมภาษณ์ของรมต.มหาดไทยนั้น แสดงให้เห็นถึง2มาตรฐานอย่างชัดเจน ทำไมรถอีแต๋นจะมาวิ่งในกทม.ไม่ได้
งั้นต่อไปเกิดคนตจว.เขาเกิดไม่อยากให้รถเก๋งมาวิ่งในตจว. ให้อยู่แต่ในกทม.บ้างจะว่าอย่างไร
การบริหารประเทศชาตินั้น ไม่เหมือนกับการบริหารบริษัทส่วนตัว ที่จะมีนโยบายหรือสั่งการอย่างไรก็ได้
ตามใจผู้บริหาร เพราะประเทศชาติไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนเสียภาษีเหมือนกัน ดังนั้นไม่ควร
เลือกปฏิบัติ
ท่านสุเทพกลัวอะไรเหรอ
ท่านสุเทพกลัวอะไรเหรอ ทำไมไม่ให้ประชาชนนั่งคุณแต๋นเข้ากรุง
ไหนบอกว่ามาจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ชื่อบอกว่ารักความเป็นประชาธิปไตย
แล้วใยท่านไม่ให้ประชาชนตาดำๆนั่งคุณแต๋นเข้ากรุงหละ
นี่แหละวิถีชีวิตคนบ้านนอก
นั่งได้แค่คุณแต๋น ไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนมาเป็นแลนด์โรเวอร์กันกระสุนเหมือนพวกท่านๆ
ในรธน. ปี 50 พวกท่านน่าจะเขียนกำหนดไว้เลยนะว่าคนที่ต่อต้านรัฐบาลที่มาจากประชาธิปัตย์นั้นต้องถูกลงโทษ เพราะถือว่ากระทำความผิด
เขียนตราเป็นกฏหมายเลยสิ ประชาชนจะได้กลัว และพวกท่านก็จะลงโทษได้อย่างถูกกฏหมายด้วย
อย่างนี้ต้องโทษคนเขียนรธน. ปี 50 แล้วหละว่าไม่รอบคอบ ไม่รู้จักตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
ถ้าจะคิดกำจัดทักษิณให้สิ้นซาก ก็ต้องคิดแผนดักทางไว้ทุกทางสิ
เพื่อว่ารัฐบาลเทพประทานอย่างประชาธิปัตย์จะได้นั่งทำงานและโซ้ยงบประมาณได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครตามรังควาน
ในเมื่อไม่มีกฏหมายห้ามในรธน. ปี50
ชาวบ้านตาดำๆจึงคิดว่าการกระทำของพวกเขาไม่ผิดกฏหมาย
แค่พร้อมหน้าพร้อมตาพากันนั่งคุณแต๋นเขากรุง
เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาปากท้องให้พวกเขา
และถ้ารัฐบาลแก้ไม่ได้
ก็แค่ให้ท่านลาออก ยุบสภา และให้เลือกตั้งใหม่แค่นั้น
ไม่ต้องมีการเกณฑ์ตำรวจทหารออกมาทำร้ายประชาชนให้เปลืองงบประมาณ
ทำไมท่านทำไม่ได้หละ ที่จะคืนสิทธิ์ให้พวกเขาที่ท่านปล้นไปเมื่อกันยา 49
หรือว่าท่านกลัวอะไรเหรอ
ก็ไหนโพลล์เอแบคบอกว่าพรรคท่านได้รับความนิยมมากมายนี่นา
ไอ้พวกเสื้อแดงนี้ก่อนออกศึกปา
ไอ้พวกเสื้อแดงนี้ก่อนออกศึกปากเก่งทุกตัว เเสร็จศึกแล้วคอตกเดินโอดครวญขอค่ารถกลับบ้านเป็นแถวครั้งที่แล้วทหารขนไปส่งหมอชิดครั้งนี้เอามันไปปล่อยชอยอ่อนนุช
Maple Leaf
ต่างชาติกว้านซื้อที่ดินจากชาวนาไทยเป็นข่าวใหญ่ข่าวหนึ่งที่สะเทือนความรู้สึกของคนไทยผู้หวงแหนแผ่นดินไม่น้อย
เป็นข่าวต่อเนื่อง หลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้พาแขกวีไอพีมหาเศรษฐีชาวซาอุดีอาระเบีย ชมสาธิตการทำนาที่ จ.สุพรรณบุรี อ้างเหตุผลต้องการดึงเงินลงทุนจากชาติเศรษฐีน้ำมันเข้าประเทศ ให้มาลงทุนทำนาปลูกข้าวส่งขายต่างประเทศ
ทั้งที่เป็นข่าวช็อกความรู้สึกของคนทั่วไป แต่กระบวนการขับเคลื่อนตรวจสอบและหยุดยั้งของหน่วยราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง...กลับไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
สิ่งที่คนไทยได้รับคำตอบจากหน่วยราชการ มีเพียง...การเข้ามายึดครองที่ดินของต่างชาติเป็นแค่ข่าวลือ ไม่ใช่เรื่องจริง
ต่างชาติไม่สามารถเข้าถือครองที่ดินทำกินไปจากคนไทยได้ เพราะเรามีกฎหมายบังคับไม่ให้ต่างชาติถือครองที่ดิน ทำนา ทำการเกษตรได้
ในขณะที่หน่วยงานไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่มีความสำนึกหวงแหนแผ่นดินเกิด กลับพบความจริงที่ตรงข้ามกับหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงชี้แจง
สำนักคลังสมอง วปอ. เพื่อสังคม ซึ่งมี พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ เป็นประธาน พบว่า มีต่างชาติเข้ามากว้านซื้อที่นา ที่ดินทำกินไปจากเกษตรกรไทยจริง
พบมากในพื้นที่จังหวัดภาคกลางที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศไทย เช่น สุพรรณบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อุทัยธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว
และมีหลายรายที่ทำผิดกฎหมายชัดเจน แต่ยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปหยุดยั้งปัญหาที่เกิดขึ้น อย่าง อ.โคกตูม จ.ลพบุรี มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจากชาวอินเดีย
อ.บางเลน จ.นครปฐม มีการเช่าที่ดินเพื่อทำการเกษตรกรรม 500 ไร่ เป็นเวลา 10 ปี ในราคาค่าเช่าไร่ละ 4,000 บาท ทั้งที่ค่าเช่าปกติอยู่ที่ไร่ละ 2,000 บาท
อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี มีชาวไต้หวันมาทำนาข้าวและแปรรูปเป็นข้าวสาร
จ.นครนายก มีนักการเมืองเป็นนายหน้าและนายทุนต่างชาติเป็นผู้ลงทุนทำสัญญาเช่านา เพื่อทำนามากถึง 1,600 ไร่
นี่เป็นเรื่องจริงหรือ??
ไหนว่าบ้านเรามีกฎหมายบังคับสารพัดห้ามต่างชาติถือครองที่ดิน ห้ามทำนา ทำการเกษตร แต่คนต่างชาติเข้ามาทำอย่างนี้ได้อย่างไร?
มองจากตัวบทกฎหมาย ต้องยอมรับ บ้านเรามีกฎหมายห้ามไว้จริง ต่างชาติทำไม่ได้ ไม่มีสิทธิมากว้านซื้อที่ดิน ทำนา
แต่ถ้ามองจากภาคปฏิบัติ...คนไทยรู้กันดี เห็นกันทุกวัน บ้านเรากฎหมายมีไปก็เท่านั้น ใช้บังคับไม่ได้
กฎหมายบ้านเรามีไว้ให้ข้าราชการใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ เท่านั้นเอง...อะไรที่เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้เสมอ
ยิ่งไปกว่านั้น บ้านเราไม่เพียงให้ต่างชาติสามารถครอบครองที่ดินแบบผิดกฎหมายได้อย่างเปิดเผย มีแต่ข้าราชการเท่านั้นที่ไม่รู้
บ้านเรายังมีช่องทางให้ต่างชาติครอบครองที่ดินได้อย่างถูกกฎหมาย โดยที่กฎหมายห้ามใดๆก็ไม่มีผลที่จะไปห้ามได้
คนไทยครอบครองที่ดินได้เท่าไร...ต่างชาติมีสิทธิครอบครองได้ เท่านั้น
คนไทยทำอะไรในที่ดินได้ทุกอย่าง...ต่างชาติก็มีสิทธิทำอะไรได้ทุกอย่างเหมือนกัน...ทำไร่ ทำนา ทำสวน ต่างชาติมีสิทธิทำได้โดยถูกกฎหมายทุกประการ แม้จะมีกฎหมายห้ามไว้ก็ตาม
ด้วยข้อมูลที่ สำนักงานคลังสมอง วปอ. ได้จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม พบว่า การถือครองที่ดินของต่างชาติในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายได้สิทธิเหมือนเป็นคนไทย สามารถทำได้ในรูปการจัดตั้งเป็นนิติบุคคล หรือบริษัท
ตั้งเป็นบริษัทมีต่างชาติถือหุ้นในบริษัท 49% มีคนไทยถือหุ้น 51%...ถูกกฎหมายทุกประการ ถือเป็นบริษัทของคนไทย
แต่คนไทยที่ถือหุ้นมากกว่านั้น ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างของบริษัทที่ปรึกษากฎหมายให้ต่างชาติ ที่พบว่า มีคนไทยหลายคน รับจ้างถือหุ้นมากถึง 600 บริษัท
แต่นั่นไม่สำคัญเท่า การจัดทะเบียนผู้ถือหุ้นที่ระบุว่า คนไทยถือหุ้นมากกว่านั้น...กฎหมายไทยอนุญาตให้จัดฉากได้อย่างเปิดเผย
เพราะ สามารถระบุไปในข้อบังคับของบริษัทได้ว่า ต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่ามีสิทธิ มีอำนาจออกเสียงลงคะแนนในการดำเนินกิจการต่างๆ ของบริษัทได้มากกว่าคนไทยที่ถือหุ้นมากกว่า
ต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า แต่มีอำนาจมากกว่าได้
นั่นเท่ากับว่า บริษัทที่มีเปลือกนอกเป็นของคนไทย...เนื้อในแท้จริงแล้วเป็นของต่างชาติเต็มร้อย
เมื่อกฎหมายบ้านเราเปิดช่องไว้เช่นนี้...ต่างชาติเลยมีสิทธิทำได้ทุก อย่างเหมือนเป็นคนไทยทุกประการ กฎหมายห้ามใดๆ เลยมีอันเป็นหมัน...ห้ามไม่ได้
และด้วยเหตุนี้การตรวจสอบของหน่วย ราชการเลยไม่พบว่า มีบริษัทต่างชาติมากว้านซื้อที่ดินทำนา เพราะมัวแต่มะงุมมะงาหราจับหาแต่บริษัทนอมินีอยู่นั่นแหละ
ยุคนี้ต่างชาติก้าวไปอีกขั้น เลิกใช้นอมินี...ใช้วิธีนี้ดีกว่า ถูกทั้งเงินถูกทั้งกฎหมาย ได้สิทธิเท่าเจ้าของประเทศ
การศึกษาของสำนักงานคลังสมอง วปอ. ยังพบอีกว่า ปัญหาการเข้ามายึดครองที่ดินทำกินของต่างชาติในลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดกับบ้านเราประเทศเดียวเท่านั้น
ปัญหานี้ได้กลายเป็นกระแสใหม่ของโลก โดยเฉพาะในกลุ่มชาติที่ร่ำรวย มีเงินสดเหลือจากการค้าขายน้ำมัน สินค้าอุตสาหกรรม ได้ออกล่าหาผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ไว้ทำการเกษตร
โดยมีสาเหตุมาจากความหวั่นวิตกในเรื่องความมั่นคงของอาหาร...อนาคตอาหารจะขาดแคลน จาก 3 สาเหตุสำคัญ
1. ภาวะโลกร้อน พื้นที่หลายแห่งประสบภัยธรรมชาติ ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย
2. น้ำมันแพง ต้องการที่ดินปลูกพืชพลังงานทดแทนมากขึ้น พืชพลังงานแย่งพื้นที่พืชอาหาร
3. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของพลเมืองโลก ที่ผันตัวเองเป็นผู้มีรายได้ ระดับกลางมากขึ้น ผู้คนทิ้งอาชีพเกษตรเข้ามาทำงานในเมืองมากขึ้น...คนผลิตอาหารน้อยลง คนบริโภคอาหารเพิ่มขึ้น
ด้วยเหตุนี้จึงได้ก่อให้เกิดกระแสการล่าหา ดินแดนเพาะปลูกเพื่อผลิตอาหารของชาติร่ำรวย จนเมื่อปีที่แล้ว มีรายงานจากสหประชาชาติ ระบุว่า ขณะนี้โลกกำลังเข้าสู่ยุคล่าอาณานิคมทางการเกษตร (Agro-Colonization)
แม้แต่ นิตยสารไทม์ส ฉบับต้นปี 2552 ยังได้กล่าวถึงธุรกิจที่ดีที่สุดของโลกอนาคต 10 ประเภท...ธุรกิจการทำเกษตรแบบ Contract Farmming ในประเทศที่มีที่ดินอุดมสมบูรณ์ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของธุรกิจที่ดีที่สุดในอนาคต
ในละแวกภูมิภาคอาเซียน ประเทศไหนมีที่ดินอุดมสมบูรณ์ อยู่ในชัยภูมิได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติน้อย...ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย พม่า กัมพูชา เสี่ยงต่อพายุถล่มทุกปี ปีละหลายครั้ง
บ้านเราอยู่ในชัยภูมิ มีประเทศเพื่อนบ้านเป็นเกราะกำบัง ลดแรงพายุโดยธรรมชาติ...เลยเป็นที่หมายตามากกว่าที่อื่น
และเป็นที่น่าสังเกตการเข้ามากว้านหาที่ดินของต่างชาติในบ้านเรา จะมุ่งเน้นไปที่ภาคกลาง...เขตพื้นที่ชลประทาน
ประเทศไทยมีพื้นที่ทำการเกษตร 130.29 ล้านไร่ มีพื้นที่ชลประทาน 32.7 ล้านไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลางที่ต่างชาติเข้ามากว้านยึดครอง
คนไทยเสียภาษี ให้รัฐบาลลงทุนระบบชลประทานไปไม่รู้กี่แสนล้าน หน่วยราชการไทยจะยอมให้ต่างชาติมาชุบมือเปิบ...แล้วปล่อยให้คนไทยคอยฟ้าคอย ฝนไปตามยถากรรมกระนั้นหรือ
ทำงานกันได้แค่นี้...เราจะเสียภาษีไปเพื่ออะไร.
ก็ยังคิดอยู่ว่า
ก็ยังคิดอยู่ว่า จะเสียภาษีหรือเปล่า เห็นนักการเมืองละเลงเค้กก้อนโตมหึมา ตั้ง1100 ล้านล้านบาทขึ้นไปต่อปี
ภาษิตอีสานว่า สมัยนี่ สมัยไทยซื้อเหล็ก สมัยเจ็กซื้อขี้ดิน
คนไทยขายนาซื้อเหล็กอิฐหินปูนทราย สร้างบ้านแล้วนอนดูเสาปูน ทั้งๆที่ท้องก็แห้งกิ่ว ซื้อรถมาขับ ประดับบารมี ซื้อรถ
มีแต่ลดกับลด ซื้อที่ดินมีแต่ขึ้นกับขึ้น
ใครยังไม่คิดจะซื้อที่ดินไว้ทำการเกษตร คิดทิ้งไร่ทิ้งนาก็คิดผิดซะแล้ว ต่อไปคนก็จะต้องกินมากขึ้นทุกวัน อยู่ตึกระฟ้าก็ลงมากินอาหารจากพื้นดินเหมือนกัน
เมื่อถึงเวลานั้น ข้าวเปลือกกิโลละ 100 บาท ขึ้นไป ชาวนาก็โอดครวญว่า เสียดาย ฉันไม่อาจซื้อที่นาได้อีกแล้ว ที่นาแพงมาก
เมื่อปลาตัวสุดท้ายถูกจับกิน เงินก็คือกระดาษ หาค่าอะไรไม่ได้
จงภูมิใจเถิดที่เกิดเป็นชาวนา พลพรรคเสื้อแดงเอ๋ย ขอส่งแรงใจ 14 มีนา วันที่ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
ถามคนกรุงเทพฯซิว่า
ถามคนกรุงเทพฯซิว่า รถอีแต๋นของชาวนาชาวไร่จะมาเรียกร้องความชอบธรรม หรือ จะเอารถถังมารักษาอำนาจเผด็จการไว้!!
จะคอยดุน้ำหน้ามัน
ไอ้ตัวนี้น่าเอาน้ำร้อนลวกให้หนังกลับร้องเอ๋ง ๆ ๆ ไอ้ลูก ก.ป.ของอำมาตย์ พวกที่ชอบเผด็จการเป็นพวกไดโนเสาร์
หลงยุค รีบ ๆ ตายแล้วไปเกิดใหม่อาจได้สมองกลับคืนมา รู้ผิดชอบชั่วดีขึ้นบ้าง
zJxCWyM IdRSOAx
zJxCWyM IdRSOAx