วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 3 นาที ที่ผ่านมา
กสม. สอบเหมืองหินเขาคูหา พบบริษัทฯ ผิดเงื่อนไขสัมปทาน
Mon, 2010-02-15 23:18
กรรรมการสิทธิฯ สอบเหมืองหินเขาคูหา พบบริษัทฯผิดเงื่อนไขสัมปทาน ลงพบชาวบ้านคูหาใต้ รับเรื่องร้องเรียนต้านต่อประทานบัตรเหมืองหินเขาคูหา ยันเจอผลกระทบเพียบ ระบุบริษัทฯ ที่ปรึกษา จัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่โปร่งใส
นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 ได้เชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติให้ต่อสัมปทานเหมืองหินเขาคูหา อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ตามที่ชาวบ้านร้องเรียน ประกอบด้วย อุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา องค์การบริหารส่วนตำบลคูหาใต้ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และตัวแทนภาคประชาชน เข้ามาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
นายแพทย์นิรันดร์ เปิดเผยต่อว่า จากการให้ข้อมูลของทุกฝ่ายพบข้อสงสัยว่า ผู้ได้รับสัมปทานอาจจะดำเนินการผิดเงื่อนไขการให้สัมปทาน เนื่องจากขอสัมปทานทำเหมืองหิน เพื่อนำหินการใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างในพื้นที่ แต่ทางผู้ได้รับสัมปทานกลับนำหินดังกล่าว ส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 นายแพทย์นิรันดร์ พร้อมคณะลงพื้นที่พบปะชาวบ้านตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ที่บ้านของนายจิต พูลแก้ว เลขที่ 169 หมู่ที่ 5 ตำบลคูหาใต้ มีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองหินเขาคูหาให้ข้อมูล ตามที่ได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไปเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2552
โดยทางเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองหินเขาคูหา ขอใช้สิทธิตามมาตรา 66, 67 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 พร้อมกับขอให้มีการคุ้มครองแกนนำและครอบครัวผู้เคลื่อนไหว ดังรายชื่อต่อไปนี้ นายครื้น บุญรัตน์ ว่าที่ร้อยตรีหญิงนฤมล จันทสุวรรณ นายสุทธิวงศ์ รักเงิน นายบรรจง ทองเอื้อย นายนิพนธ์ ปราบฤทธิ์ นายสุวรรณ อ่อนรักษ์ นายประเวศ จันทะสระ และนายเอกชัย อิสระทะ ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบการละเมิดสิทธิชุมชน จากการทำเหมืองหินและขอต่ออายุใบประทานบัตร ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ช่วยสนับสนุนการใช้สิทธิชุมชนโดยให้คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอการต่ออายุประทานบัตรไปก่อน จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ
นายแพทย์นิรันดร์ ได้สอบถามึงปัญหาและผลกระทบที่ชาวบ้านได้รับ ตัวแทนชาวบ้านตอบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เกิดความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือน เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากมีเศษหินจากการระเบิดปลิวโดนบ้านเรือนที่พักอาศัย ความสั่นสะเทือนจากการระเบิดหินทำให้บ้านเรือนแตกร้าว ทรัพย์สินเสียหาย ทางบริษัทฯ จ่ายค่าชดเชยความเสียหายไม่เป็นธรรม จ่ายให้เฉพาะผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบริษัทฯ เท่านั้น
ประเด็นต่อมาคือ ผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายจากฝุ่นที่เกิดจากการระเบิดหิน และการใช้เครื่องจักรกลในการทำงาน ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายจากยอดเขาลงสู่พื้นดิน นอกจากนี้ยังมีฝุ่นจากการโม่หินย่อย ฝุ่นจากการขนส่งลำเลียงบนถนน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดโรคปอดฝุ่นใยหิน จากระยะการสะสมฝุ่นใยหินต่อเนื่องยาวนาน 10 – 20 ปี
มีผลกระทบด้านจิตใจ ที่เกิดจากเสียงการใช้เครื่องจักรกลทำงานหน้าเหมือง ทั้งกลางวันและกลางคืน เสียงจากหัวเจาะอัดระเบิด เสียงระเบิด เสียงคุ้ยหิน เสียงกระแทกหิน เสียงลำเลียงหิน ย่อยหิน โม่หิน และการขนส่ง โดยเฉพาะเสียงจากการระเบิดหินที่ดังไกลนับ 10 กิโลเมตร อาณาบริเวณที่ได้ยินเสียงนอกจากตำบลคูหาใต้แล้ว ยังดังไกลไปถึงตำบลกำแพงเพชร ตำบลควนรู ตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา พื้นที่บางส่วนของอำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา และอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
มีผลกระทบต่อการทำมาหากินและการทำเกษตร วัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาวบ้าน บริเวณรอบภูเขา ไม่สามารถทำนาได้ เพราะขาดน้ำทำนา และมีเศษหินกระเด็นมาตกในนา ไม่สามารถไถนาด้วยเครื่องจักรกลได้ตามปกติ ก่อนหน้าจะมีการให้ประทานบัตรกับบริษัทฯ ชาวบ้านเคยตีหินขาย การให้สัมปทานทำให้วิถีการทำมาหากินของคนตีหินเขาคูหาหายไป
ส่วนผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาคูหาเป็นภูเขาลูกโดดอยู่ในที่ราบกลางทุ่งนา มีคลองเคียนไหลลอดใต้ภูเขา ในภูเขามีสายน้ำย่อยหลายสาย เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์ แหล่งอนุบาล และหลบภัยของสัตว์น้ำ บนภูเขามีพันธุ์ไม้ กล้วยไม้ สัตว์ป่า ลิง ค่าง นกหลายชนิด ปัจจุบันหายไปหมดแล้ว
ตัวแทนชาวบ้าน ชี้แจงต่อไปว่า หินที่ได้จากการทำเหมืองหินเขาคูหาปัจจุบันนำส่งขายประเทศอินเดีย ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการให้ประทานบัตร ที่ระบุว่าจะนำหินมาใช้ในจังหวัดสงขลาและบริเวณใกล้เคียง ขณะนี้ชาวบ้านขอแบ่งซื้อหินมาใช้ ทางบริษัทฯ ยังไม่ยอมขายให้
ส่วนรายงานศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่บริษัท เอ บี อี เอ็น เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด ศึกษา มีวาระซ่อนเร้นใน 3 ประเด็นคือ 1.รายงานการประชุมชาวบ้านมีมติอนุญาตให้ต่อประทานบัตรได้ ชาวบ้านชี้แจงว่า เมื่อดูจากวันเวลาประชุม และลายเซ็นต์ผู้เข้าร่วมประชุมพบว่า เป็นการประชุเรื่องอื่น ที่ประชุมในวันดังกล่าว ไม่ได้พูดถึงเรื่องการต่อประทานบัตรเหมืองหินเขาคูหา 2. เรื่องฝุ่นมีการรายงานว่าอยู่ในระดับไม่เกินมาตรฐานกำหนด ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นตามที่รายงานฉบับนี้ระบุ 3. เรื่องผลกระทบจากบ้านร้าวในรายงานระบุว่า ชาวบ้านได้รับค่าชดเชยที่เป็นธรรม ซึ่งขัดกับความเป็นจริง
นายแพทย์นิรันทร์ กล่าวว่า ถ้าถูกคุกคามเป็นเรื่องที่กรรมการสิทธิมนุยชนแห่งชาติมีหน้าที่ป้องกันให้ทุกคนได้รับความปลอดภัย โดยการทำเรื่องนี้ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างว่า มีการคุกคามจะเอาชีวิต ต้องใช้กฎหมายดำเนินการกับกลุ่มคนที่เข้ามาใช้อำนาจและอิทธิพลกับชาวบ้าน ในส่วนของประชาชนต้องพิจารณาให้ดีว่า หากต่อประทานบัตร จะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง
“มีหลายเรื่องที่ผมไม่เห็นด้วย เช่น ประกาศโรงงานดีเด่น โรงโม่หินติดดาว ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทางอุตสาหกรรม เรื่องเหล่านี้ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด จะทำอะไรต้องให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย การให้รางวัลหรือเชิดชูอะไร ต้องทำให้เห็นกระบวนการพิจารณาอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา” นายแพทย์นิรันดร์ กล่าว
ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 ที่โรงเรียนวัดเจริญภูผา (จุ้มปะ) ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองหินเขาคูหา เปิดโรงเรียนสิทธิชุมชนเขาคูหา เปิดห้องเรียนให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพ หรือ HIA
นายเอกชัย อิสระทะ ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองหินเขาคูหา เปิดเผยว่า นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ มาให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงการทำเหมืองหินว่า อาจจะเป็นโรคปอดฝุ่นใยหินจากฝุ่นเข้าไปอยู่ในถุงลม เกิดการสะสมเป็นเนื้อเยื่อ ทำให้พื้นที่ปอดลดลง ถ้าเป็นแล้วไม่มีโอกาสที่จะรักษาให้หายได้ กว่าจะเจออาการอาจจะต้องใช้เวลาประมาร 10 - 20 ปี โดยมีอาการเริ่มต้นคือเหนื่อยอ่อนเพลีย
นายเอกชัย กล่าวถึงกรณีร้องขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนคุ้มครองแกนนำคัดค้านการต่ออายุสัมปทานเหมืองหินเขาคูหาว่า เพื่อให้เกราะสร้างความปลอดภัยกับบรรดาแกนนำ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีแกนนำคนใดถูกข่มขู่คุกคามแต่อย่างใด












แปรรูปรัฐวิสาหกิจ
แปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพื่อใคร
จากนโยบายประชานิยม ที่แม้วใช้เป็นเครื่องมือปูทางเข้าสู่อำนาจได้อย่างสวยสดงดงาม
ด้วยการชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และเป็นนโยบายที่ใช้เม็ดเงินงบประมาณแผ่นดิน
จำนวนมหาศาล รวมแล้วเป็นมูลค่างบประมาณ 890,000 ล้านบาท (แปดแสนเก้าหมื่นล้าน
บาท) เป็นการหว่านเงินงบประมาณแผ่นดินลงไปเพื่อการหาเสียง สร้างฐานกำลังเพื่อตนเอง
และพวกพ้อง นโยบายประชานิยมของแม้วยังสร้างความเสี่ยงสูงให้แก่เศรษฐกิจ ในระดับ
ประเทศและระดับชุมชน ครัวเรือนมีหนี้สินพอกพูนขึ้น ในขณะที่ผลผลิตทางเศรษฐกิจไม่ได้
เพิ่มขึ้นอย่างที่แม้วได้โฆษณาไว้แต่อย่างใด ผลกระทบที่เกิดขึ้นคงไม่ต้องอธิบาย เพราะ
มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน
นโยบายต่อจากประชานิยมของรัฐบาลแม้ว คือ นโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยรัฐบาลแม้ว
ได้ประกาศนโยบายชัดเจนว่ามีความต้องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ
ทำงาน และประหยัดงบประมาณแผ่นดิน 4 ปีกว่าที่รัฐบาลแม้วครองอำนาจบริหารประเทศ
ได้ทำการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ภายใต้ข้ออ้างที่ว่า
เป็นการระดมทุนจากภาคเอกชนและนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
ลักษณะของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลแม้ว คือ การทำให้ภาคเอกชนเข้ามาเป็น
เจ้าของบางส่วนในรูปแบบของผู้ถือหุ้น โดยรัฐบาลยังคงมีอำนาจในการบริหาร แต่ไม่ได้
ใช้อำนาจการบริหารนั้นเพื่อประชาชน กลับทำเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนผู้ถือหุ้น
ซึ่งเป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลแม้ว เช่น ในกรณีของ ปตท มีประชาชนเข้าคิว
รอเพื่อจับจองหุ้นก่อนเวลานานหลายชั่วโมง พอเริ่มเปิดให้จองเพียง 1 นาที 2 วินาที
หุ้นที่เตรียมจัดสรรให้ประชาชนทั่วไปถูกจองหมดแล้ว 1 นาที 2 วินาทีเท่านั้น
ผลที่ปรากฎหลังจากนั้น คนที่ได้สิทธิซื้อหุ้นจองมากที่สุด 20 อันดับแรกเป็นตระกูลของ
นักการเมือง ส่วนหุ้นอีกจำนวนหนึ่งถูกขายให้กับนักลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งบิรษัทที่ถือ
หุ้นใหญ่ที่สุดจำนวน 3 ใน 5 ราย เป็นบิรษัทตัวแทนนักลงทุนโดยไม่ได้ระบุชื่อนักลงทุน
แต่อย่างใด สุดแล้วแต่ว่าใครจะคาดเดาว่ากลุ่มนักลงทุนเหล่านั้นเป็นใคร (มีเพียงเสียง
กระซิบผ่านสายลม ว่า คงเป็นกลุ่มนักธุรกิจในคราบของนักการเมือง เป็นพียงเสียงกระซิบ
จากสายลมเท่านั้น)
การแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นบริษัทจำกัด เพื่อเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์นอกจากเป็นการหา
รายได้เข้าประเทศ (หลังจากใช้เงินคงคลังที่เหลือจากการใช้หนี้ IMF จนแทบไม่เหลือ)
ผลพวงที่ได้รับคือ การเพิ่มขนาดของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของดัชนี
ตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มูลค่าหุ้นตัวอื่นขยับขึ้นตามไปด้วย ซึ่งผู้ถือหุ้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
นักธุรกิจนักการเมืองทั้งหลายในเครือข่ายของแม้วทั้งนั้น
อีกมุมหนี่งการกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มีการกำหนดมูลค่าซื้อขายต่ำกว่าความเป็น
จริง เช่น กรณีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของ กฟผ.เพื่อทำการแปรรูปต่ำกว่าความเป็นจริง
ถึง 10 เท่า ดังนั้นราคาหุ้นที่เสนอขายจึงมีมูลค่าค่ำ นั้นหมายความว่า ผู้ที่ซื้อหุ้นรัฐวิสาหกิจ
ได้ในราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาลจากส่วนต่างของ
มูลค่าหุ้นในอนาคต การดำเนินการเช่นนี่สามารถสะท้อนพฤติกรรมแสวงหากำไรจากการ
แปรรูปได้อย่างชัดเจน
การแปรรุปรัฐวิสาหกิจ ไม่ได้ลดการผูดขาด หรือ ลดการแข่งขันอย่างที่รัฐบาลแม้วได้
โฆษณาไว้แต่อย่างใด และไม่ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น เพียงแต่เปลี่ยน
จากการผูกขาดของรัฐบาลเป็นการผูกขาดของเอกชน ส่งผลให้อำนาจการต่อรองของ
ประชาชนลดลง.. และมีแนวโน้มที่อาจจะต้องจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในอัตราที่
สูงขึ้นต่อไปในอนาคต...
ในส่วนของการแปรรูป ปตท คงไม่ต้องอธิบายรายละเอียด การดำเนินการของรัฐบาล
รวมถึงผลกระทบต่อประชาชนของประเทศ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างได้ปรากฎอยู่ในคำฟ้อง
ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายยื่นฟ้องนายกและคณะรัฐมนตรี ตามสำเนาที่นำมา
ให้ทุกท่านได้อ่าน ได้วิเคราะห์ รวมถึงผลคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ในหัวข้อ
ที่ผ่านมา "คำฟ้องกรณีแปรรูป ปตท
โกงเชิงนโยบาย มีความหมายแบบพอ
โกงเชิงนโยบาย
มีความหมายแบบพอสรุปให้เข้าใจได้ง่ายๆ หมายถึง การโกง การทุจริต การคอรัปชั่น
โดยการออกกฎระเบียบ ออกกฎหมาย ออกคำสั่ง มอบหมายแนวนโยบายทางปฏิบัติ
ข้อบังคับทั้งในส่วนท้องถิ่น ชนบท หรือตัวเมือง ในระดับประเทศ ระดับจังหวัด หมู่บ้าน
ให้เข้าทางของตนเองและพวกพ้อง เพื่อนำสิ่งต่าง ๆ เข้าพกเข้าห่อที่ได้จัดเตรียมไว้
อย่างถูกต้องตามระเบียบ ตามคำสั่ง ตามกฎหมาย
การโกง การทุจริต การคร์อรัปชั่น นับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา มีการพัฒนารูปแบบ
แนบเนียนชนิดที่หน่วยงานและองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่สามารถเอาผิดได้
เพราะถือเป็นการให้โดย เสน่หา หรือออกมาในรูปของการเข้า ร่วมทุน
โดยไม่ต้องนำเงินมาลงทุน หรือที่นิยมเรียกกันว่า หุ้นลม แทนการจ่ายเป็นตัวเงิน
เป็นเช็คหรือสิ่งของสุดแล้วแต่จะประเคนมาให้ เค้าเรียกว่าเป็น การโกงกินแบบยาวนาน
ต่อเนื่องชั่วลูกชั่วหลาน
การกระทำข้างต้นได้อาศัยช่องว่างของรัฐธรรมนูญที่พยายามเรียกร้องให้นำกลับมา
บังคับใช้ของมวลชนกลุ่มหนึ่ง ช่องว่างดังกล่าวเพียง 2 มาตราก็สามารถกระทำการ
ที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน ระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองและทางธุรกิจ
มาตรา 110 ห้ามมิให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องไม่รับสัมปทานจากรัฐ
หรือไม่รับประโยชน์ใด ๆ จากรัฐ
มาตรา 209 ห้ามมิให้รัฐมนตรีเป็นหุ้นส่วน หรือ ผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
หรือห้ามไม่ให้รัฐมนตรีกระทำการใดอันมีลักษณะเข้าไปบริหารหรือจัดการใด ๆ
เกี่ยวกับหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
ในข้อความที่ปรากฎตามรัฐธรรมนูญ ตีความภาษาซื่อ ของคนซื่อ ๆ คือ ห้ามเฉพาะ
ตัวรัฐมนตรี ไม่ได้ห้ามภรรยาและบุตร ไม่ได้ห้ามไปถึงพี่น้อง เครือญาติ จึงไม่ใช่
เรื่องแปลกที่บรรดาท่านรัฐมนตรีจะทำการโอนหุ้นและกิจการต่างๆให้กับ ภรรยา
บุตร พี่น้อง และ เครือญาติ แทนที่จะโอนให้บรรษัทบริหารสินทรัพย์หรือบริษัท
ตัวแทนผู้ถือหุ้นให้ดูแลรักษาผลประโยชน์แทน...
21 ม.ค.46 ครม.มีมติออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษี
สรรพสามิต พ.ศ.2537 เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิต
กับผู้รับสัมปทานโทรคมนาคม แทนการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้แก่รัฐ ทำให้แอดวานซ์
ได้รับผลประโยชน์จากการแปรค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต
19 พ.ย.46 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีมติส่งเสริมการลงทุน
โครงการดาวเทียม "ไอพีสตาร์" ของชินแซท โดยให้การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
เฉพาะรายได้ที่ได้รับจากต่างประเทศ เป็นระยะเวลา 8 ปี ทำให้ชินแซท ได้รับการยก
เว้นภาษีครั้งนี้สูงถึง 16,459 ล้านบาท
14 ธ.ค.46 กระทรวงคมนาคมให้สิทธิการใช้สนามบินแก่สายการบินราคาถูกและ
ยกเลิกการคุมค่าโดยสารขั้นต่ำ 3.8 บาทต่อกิโลเมตร ทำให้แอร์เอเชียได้ผลประโยชน์
จากนโยบายนี้
30 ม.ค. 47 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้สำนักงานปลัดนายกฯ
ปรับลดค่าสัมปทานกับไอทีวี เป็นเงิน 20 ล้านบาท พร้อมมีคำสั่งให้ สปน.ปรับลดค่า
สัมปทานให้ไอทีวี เหลือปีละ 230 ล้านบาท ทำให้ไอทีวีได้ประโยชน์ไปไม่น้อยกว่า
17,000 ล้านบาท
กลางปี 2547 ครม.มีมติอนุมัติให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า ออกเงินกู้ดอกเบี้ย
ต่ำให้รัฐบาลพม่า เพื่อมาทำสัญญาขอใช้บริษัทดาวเทียมไทยคมกับชินแซท ซึ่งนอกจาก
รัฐบาลต้องค้ำประกันความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ให้กับพม่าซึ่งถือเป็นการโอนภาระของ
ชินแซท ในฐานะคู่สัญญาโดยตรงมาให้ การคลังด้วย
20 ม.ค.2549 ประกาศใช้ พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544
แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 โดยแก้ไขให้คนต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ซึ่งเดิมระบุ
ให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 25% เท่านั้น และมีการตัดเงื่อนไขเรื่องสัดส่วนกรรมการบริษัท
ที่ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ออกทั้งหมด โดยกม.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้
ในวันที่ 21 ม.ค. 2549 ก่อนที่จะเกิดการขายหุ้นให้กับเทมาเส็กเพียงแค่ 2 วัน คือขายวันที่
23 ม.ค.49
ข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่นอกเหนือจากนี้เล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นส่วนของพวกพ้องและ
เครือข่าย ซึ่งยากต้องการพิสุจน์เพราะกระทำการอย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับ
ทุกประการ จึงไม่ถือว่าเป็นความผิดแต่อย่างใด หากแต่ว่า ความผิดที่กระทำมันคงฝังลึก
อยู่ในจิตใจ ตราบจนถึงวันสิ้นลมหายใจ ตราบาปหากแม้นไม่ปรากฏต่อสายตาสาธราณชน
ตราบาปนั้นจะจมลึกอยู่ในสามัญสำนึกทั้งในปัจจุบัน ในจิตใจของลูกหลานให้หาความสุข
ในชีวิตมิได้ ถึงแม้ว่า กองเงิน กองทุน จะทำให้ชีวิตหรูหรา ฟู่ฟ่า แต่ ชีวิตยากนักที่จะพบ
กับความสงบสุข หากแต่ต้องดิ้นรน ต่อสู้ กับตราบาปที่ยังคงอยู่ ตราบนานเท่านาน....
เส้นทางสายธุรกิจ ความมั่นคงแล
เส้นทางสายธุรกิจ
ความมั่นคงและมั่งคั่งของชินคอร์ป เกิดจากความสามารถของผู้บริหาร หรือเกิดจากโอกาส
ที่ประชาชนหยิบยื่นให้ ได้มีโอกาสเข้ามาบริหารบ้านเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี (โดยประมาณ)
ยังเป็นสิ่งที่ต้องวิเคราะห์โดยปราศจากภาพลวงตาใด ๆ
เอไอเอส : ได้สัมปทานและยังสามารถขยายเวลาสัมปทานโทรศัพท์มือถือที่สร้างรายได้
ในลักษณะของการสูบเงินจากประชาชนด้วยจำนวนเลขหมายรวมเกือบ 21 ล้านเลขหมาย
(ข้อมูล ณ ปี 2549) หรือประมาณ 90 % ของเลขหมายที่เปิดใช้บริการ มีรายได้รวมต่อปี
ประมาณ 80,000 ล้านบาท
ชินแซทเทิลไลท์ : ได้รับสัมปทานดาวเทียมจากรัฐบาล รสช และยังได้รับยกเว้นภาษี
เงินได้จากบีโอไอประมาณ 16,400 ล้านบาท ในปี 2546 (19 พย. 2546) ในสมัยรัฐบาล
ของใครคงไม่ต้องอธิบาย
แคปปิตอลโอเค : บริษัทให้สินเชื่อในรูปแบบเงินกู้ด่วน โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าผู้มีรายได้
น้อย คนยากจน และอาจจะรวมถึงชาวรากหญ้า โดยการปล่อยสินเชื่อเงินกู้ด่วน ดอกเบี้ย
สูง (ชาวบ้านบอกว่า มหาโหด)
แอร์เอเซีย : สายการบินราคาถูก ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปันส่วนลูกค้าจากการบินไทย
ไอทีวี : ทีวีได้รับสัมปทานจากกรมประชาสัมพันธ์ ได้รับการอนุมัติให้ลดค่าสัมปทาน
พร้อมทั้งอนุญาตให้ปรับผังเวลาขยายรายการบันเทิง เพื่อผลประโยชน์เชิธุรกิจในปี 2547
เอสซีแอทเซท : บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือบริษัทสร้างที่อยู่อาศัย หมู่บ้าน เพื่อ
ขาย ที่สามารถซื้อที่ดินราคาถูกทั้งจากบุคคลธรรมดาและหน่วยงานบรรษัทบริหารสินทรัพย์