สนทนาธรรมกับหลวงตา (ว่าด้วย “ธรรมาธิปไตย” ของ “เปรม”)

สถานการณ์สมมติ : ณ วัดป่าบ้านแดง ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ.53 ที่ผ่านมา หลังจากพระฉันเช้าเสร็จ มีการสนทนาธรรมว่าด้วยเรื่อง “ธรรมาธิปไตย”

มรรคทายก : เมื่อเช้าผมเห็นมติชนลงข้อความที่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ไปกล่าวเปิดการสัมมนาอะไรสักอย่างที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สาระสำคัญพอจะสรุปได้ว่า “เราต้องสร้างสังคมธรรมาธิปไตย และในสถานการณ์เช่นทุกวันนี้ทหารต้องมีความเป็นผู้นำมากกว่าคนอื่นๆ” หลวงตา มีความเห็นอย่างไรครับกับเรื่องนี้

หลวงตา : อาตมาก็ไม่รู้ว่าคนพูดเขามีเจตนาอะไร แต่เรื่องธรรมาธิปไตยนี่ เป็นหลักธรรมอย่างหนึ่งที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ดีแล้ว และทุกคนควรนำมาปฏิบัติ

มรรคทายก : หลวงตาครับ เป็นไปได้ไหมว่า เขาถูกโจมตีเรื่องเป็นผู้นำของอำมาตยาธิปไตยมากในระยะสองสามปีมานี้ ก็เลยคิดจะเสนอเรื่องการสร้าง “สังคมธรรมาธิปไตย” ขึ้นมากลบเกลื่อน?

หลวงตา : อาตมาไม่อยากออกความเห็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่...เอาอย่างนี้แล้วกันนะ อาตมาจะพูดใน “มาตรฐานเดียว” กับคนที่โยมอ้างถึงก็แล้วกัน เราก็รู้อยู่แล้วว่า ทุกครั้งที่คนคนนี้เขาอยู่ต่อหน้าสื่อมวลชนเขาก็จะพูดอยู่เสมอว่า “ผมไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ผมไม่อยากออกความเห็นเรื่องการเมือง” แต่คำพูดของเขาก็มี “นัยยะ” ทางการเมือง และเป็นการ “ส่งสัญญาณ” บางอย่างทางการเมืองทุกทีเลย ฉะนั้น เรื่องทางการเมืองนี่อาตมาก็น่าจะพูดได้ในมาตรฐานเดียวกับ “เสาหลัก” ทางจริยธรรมของบ้านเมืองในยุคนี้นะ

มรรคทายก : สังคมธรรมาธิปไตยนี่ ทหารต้องมีความเป็นผู้นำมากกว่าคนอื่นๆด้วยครือครับ?

หลวงตา :  “ธรรมาธิปไตย” ที่พระพุทธเจ้าสอนนี่ไม่ใช่ “ระบอบการปกครอง” แต่หมายถึง “การยึดถือความถูกต้องเป็นใหญ่” คือในสังคมที่มีคนอยู่ร่วมกันตั้งแต่กลุ่มเล็กๆไปถึงระดับประเทศ หรือระดับโลกก็แล้วแต่ คนในสังคมต้องยึดถือ ความถูกต้องในการอยู่ร่วมกัน

มรรคนายก : แล้วอะไรคือ “ความถูกต้อง” ครับหลวงตา? 

หลวงตา : คือ...พุทธศาสนามองว่า “รัฐ” มีหน้าที่สร้างและปกป้องสิ่งที่ดีแก่สมาชิกทางสังคมการเมือง สิ่งที่ดีอาจแยกเป็น 2 อย่างหลักๆคือ “สิ่งที่ดีทางวัตถุ” กับ “สิ่งที่ดีทางศีลธรรม” ในทางวัตถุรัฐต้องกระจายสิทธิประโยชน์ต่างๆทางทรัพย์สิน การศึกษา การมีงานทำ หรือการมีสัมมาชีพแก่สมาชิกของสังคมอย่างยุติธรรม ทีนี้ “ความยุติธรรมแบบไหน?” อาตมาเห็นว่า ความยุติธรรมตามความคิดของพุทธศาสนา น่าจะสอดคล้องกับความยุติธรรมตามทรรศนะของ จอห์น รอลส์ นะ คือความยุติธรรมของรอลส์เขายึดหลักเสรีภาพ และความเสมอภาคเป็นหัวใจสำคัญ ในขณะเดียวกันเขาก็ยอมให้มีหลักประกันสิทธิประโยชน์ หรือสวัสดิการต่างๆที่พึงมีพึงได้สำหรับคนชั้นล่าง คนยากจน หรือคนที่ประสบปัญหาต่างๆเช่น ภัยธรรมชาติ การระบาดของโรคร้าย ฯลฯ ด้วย ส่วนสิ่งที่ดีทางศีลธรรมนั้น รัฐมีหน้าที่ส่งเสริมศีลธรรม เริ่มตั้งแต่ผู้นำต้องเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม คนในสังคมทุกระดับก็ต้องมีศีลธรรม พุทธศาสนามองว่า “คนดี” กับ “ระบบที่ดี” ต้องไปด้วยกัน คนเลวหรือคนชั้นนำที่เลวจะสร้างระบบที่ดีได้อย่างไร? ฉะนั้น “ความถูกต้อง” ก็คือการที่มีรัฐซึ่งมีอุดมคติที่ถูกต้อง ผู้นำทุกระดับ และประชาชนโดยรวมต้องยึดหลักความยุติธรรมในการอยู่ร่วมกัน และมีศีลธรรมตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง

มรรคทายก :   แล้วสังคมธรรมาธิปไตยที่ทหารต้องมีความเป็นผู้นำมากกว่าคนอื่นนี่ เป็นธรรมาธิปไตยแบบพุทธหรือเปล่าครับ?

หลวงตา : โยมนี่จะชักศึกเข้าวัดอยู่เรื่อย! แต่เอาเถอะ อาตมาไม่คิดว่าทหาร ไม่ว่าจะเป็นทหารแก่ไม่เคยตาย ทหารหนุ่มหน้าใสในห้องแอร์ หรือทหารนักรบหน้าแดงกล่ำอะไรนั่น เขาจะทำตัวเป็น “ข้าศึก” ของประชาชน โดยการทำตัวเป็น “ข้าศึก” ของประชาธิปไตยทั้งโดยตั้งใจหรือไร้เดียงสาได้ตลอดไป อาตมาจึงขอฟันธงว่าสิ่งที่เขาพูดมันผิดหลักธรรมาธิปไตยนะ

มรรคนายก : ผิดยังไงครับหลวงตา?!

หลวงตา : มันมีแต่โคตรอำมาตย์!...โทษทีอาตมาน็อตหลุด! คือมีแต่วิธีคิดแบบเผด็จการ/อำมาตยาธิปไตยเท่านั้นที่ “เชิดชูทหาร” ให้เป็นผู้นำเหนือคนอื่นๆ มันไม่ใช่ธรรมาธิปไตยตามมุมมองของพุทธศาสนาที่อาตมาว่ามาหรอก และก็ไม่ใช่ “ความถูกต้อง” ตามระบอบประชาธิปไตยด้วยนะ อาตมาละเซ็งจริงๆ กับพวกที่ชอบอ้างคำสอนของพุทธศาสนาเพื่อ “สร้างภาพ” ให้ตัวเองดูดี แต่ “เนื้อหา” มันไม่ใช่!

(เสียงแทรก) : ผมเคยเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน หลังสิ้นสุดการผ่อนผันตอนจบปริญญาตรีใหม่ๆ ผมว่าบทบาททหารไทยมัน “ย้อนแย้งตัวเอง” นะ คือ ขณะที่กำลังพลชั้นผู้น้อยมีหนี้สินท่วมหัว เขากลับให้ทหารเหล่านี้ไปสอนเศรษฐกิจพอเพียงแก่ชาวบ้าน ขณะที่วัฒนธรรมของทหารเป็นเผด็จการ เขากลับให้พวกนี้ไปเกณฑ์ชาวบ้านมาอบรมประชาธิปไตย แทนที่รัฐบาลจะเอา “งบประมาณ” ไปให้ท้องถิ่นเขาทำเรื่องพวกนี้กันเอง แต่กลับเอาให้ทหารไปทำ แล้วก็ทำกันแบบนี้มาหลายสิบปี ประชาธิปไตยบ้านเรามันจึงอยู่ในอุ้งตีนของอำมาตย์มาตลอด!

มรรคทายก : ใจเย็นๆครับ ตอนนี้เรากำลังสนทนากันใน “อารามอันร่มรื่น” ผมอยากถามหลวงตาต่อว่า ทหารกับประชาธิปไตยนี่ มันไปด้วยกันไม่ได้หรือครับ?

หลวงตา : พระพุทธเจ้าสอนว่าคำ ถามแบบนี้ต้องตอบแบบ “วิภัชชวาท” หรือให้แยกแยะแจกแจง ถ้าทหารเป็น “ทหารของประชาชน” ไม่ออกมาปราบปรามประชาชนผู้รักประชาธิปไตย อยู่ในกรมกอง ทำหน้าที่ของตัวเองจริงๆ คือปกป้องประเทศจากการรุกรานของข้าศึกภายนอก อย่างนี้ก็ไปกันได้กับระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้าทหารจะต้องมาแสดงบทบาทผู้นำเหนือคนอื่นๆ เช่น อยู่เหนือ หรือคอยกำกับชี้นำรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมา เข้ามาแทรกแซงทางการเมือง แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เข้ามาเป็นบอรด์ในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ปากว่าไม่ยุ่งกับการเมืองแต่ให้สัมภาษณ์เรื่องการเมืองผ่านสื่ออยู่เรื่อยๆ หรือประเภทที่อ้างสถาบันกษัตริย์ อ้างธรรมาธิปไตยเพื่อรัฐประหาร อย่างนี้มันคือบ่อยทำลายประชาธิปไตย!

(เสียงแทรก) : หลวงตาคิดว่าปีนี้มีโอกาสจะเกิดรัฐประหารอีกหรือเปล่าครับ?

หลวงตา : น่าจะไปถาม “เกจิ” อย่าง นิธิ เอียวศรีวงศ์ โน่น! เห็นเขาเขียนลงมติชนว่า “เขาเชื่อเกิน 50% ว่ารัฐประหารอาจเกิดขึ้นในปีนี้” แต่ถ้าจะถามว่า เราจะต้านรัฐประหารกันอย่างไร? ก็ขอแนะนำให้ไปถามโยมสมศักดิ์เขา แต่เอ...วันนี้แปลกนะ ไม่เห็นเขามาส่ง “เสียงแทรก” เลย อาตมาคิดถึงว่ะ!

(เสียงแทรก) : ผมขอเรียกร้อง ทั้งที่รู้ว่ามันจะไม่สำเร็จ แต่ก็ขอเรียกร้องให้สื่อ นักวิชาการ ปัญญาชน อธิการบดีของทุกมหาวิทยาลัยที่เคยไปกราบตีนรายงานตัวกับ คมช.คราวที่แล้ว โดยเฉพาะอธิการบดีมหาวิทยาลัยของผมเอง รวมทั้งพวก “สองไม่เอา” ด้วยนะ ออกมาขอโทษประชาชนที่พากัน “กินขี้” รัฐประหาร แล้วจงประกาศต่อสาธารณะว่า จะร่วมต้านรัฐประหารกับคนเสื้อแดง ไม่ต้องกลัวจะตกเป็นแนวร่วมสนับสนุนทักษิณ อย่างี่เง่าขนาดนั้น การต้าน “รัฐประหารเพื่อรักษาอำนาจเผด็จการของศักดินา-อำมาตย์” มันคือความชอบธรรมอย่างไม่มีเงื่อนไข ว่าแต่พวกที่เคยชินกับการ “กินขี้” อย่างพวกคุณจะกล้าหาญพอหรือเปล่า?!

หลวงตา : เอ้า...นึกว่าโยมจะไม่มา แต่อาตมามีงานเข้า เอ๊ยมีกิจนิมนต์น่ะ ต้องไปก่อนละ เอวัง...ก็มีด้วยประการฉะนี้!  

(ต่อ) เสียงตะโกนถามไล่หลังหลว

(ต่อ)

เสียงตะโกนถามไล่หลังหลวงตา : คุณเปรมว่าเมืองไทยไม่เจริญ เพราะมีระบบอุปถัมภ์ทำให้คนเกรงอกเกรงใจกัน แบบนี้มันไม่ดีตรงไหนครับหลวงตา

หลวงตา (ตะโกนตอบกลับได้ยินแว่วๆ ว่า) : กลับไปถามมันดู ว่าที่รับปากไอ้มาร์คว่าจะช่วยพูดกับบรรหารให้ มันหมายถึงระบบอะไร ?

*อำมาตยา

*อำมาตยา อ้างธรรมาธิปไตย
ทั้งที่ใจ อธรรม ระยำใหญ่
ผ่อนตนเอง เคร่งคนอื่น ข่มขืนใจ
ลิงรับใช้ โฆษณา ประชาสัมพันธ์

*อำมาตยา มุ่งหมาย ทำลายค่า
แห่งประชาธิปไตย ไร้สร้างสรรค์
เป็นเสือโหย หวงอำนาจ มุ่งฟาดฟัน
มุ่งกระสัน แต่อำนาจ บทบาทนำ

*อ้างต้องการ “คนดี”มาครองเมือง
ตนทำเรื่อง อันธพาล สันดานต่ำ
เป็นธรรมาธิปไตย ใจอธรรม
คอยเหยียบย่ำ ประชาธิปไตย

*ประชาชน จะไม่ทน ต่อไปแล้ว
มาร่วมแนว ต่อต้าน มารหัวใส
หนทางสู้ ยิ่งยังอยู่ อีกยาวไกล
รวมจิตใจ ร่วมสู้ ชูยุติธรรม

สังคมธรรมาธิปไตยของขันทีเฒ่า

สังคมธรรมาธิปไตยของขันทีเฒ่า เก็บภาษีน้ำมันเป็นกอบเป็นกำ ประชาชนเดือดร้อนกันทั่วแผ่นดิน ผิดกับสมัยนายกฯ ทักษิณ แม้น้ำมันดิบจะแพงเป็นร้อยเหรียญ คนไทยยังใช้น้ำมันเบนซิน ดีเซล ถูกว่าทุกวันนี้

พลเอก เปรม ท่านมีผลงาน

พลเอก เปรม ท่านมีผลงาน จารึกเป็นประวัติศาสตร์ ในการปกป้อง และ พัฒนาชาติไทย โดยไม่ได้กอบโกย ความเสียสละ โดยไม่หวังผลตอบแทน จึงเป็นจุดเกิดของ คำว่า บารมี คำสอนของท่านย่อมเกิดจากความปราถนาดีต่อประเทศชาติ เนื้อหาเป็นไปในทางสร้างสรร บทความนี้เขียนขึ้นจากอคติ เกิดจากทัศนคติที่เป็นลบ เนื้อหาที่เป็นเหตุตามมาจึงถูกบิดเบือน โดยบุคคลที่ไม่ทราบว่า ทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศ เอาไว้ให้พวกไร้หัวสมองฟัง ....พอได้

บางคนไม่ได้หวังผลตอบแทนเป็นทร

บางคนไม่ได้หวังผลตอบแทนเป็นทรัพยสิน
แต่หวังในสถานภาพ

แต่น่าเสียดายที่ทำมาทั้งหมด เสื่อมลงภายในเวลาที่รวดเร็ว

พลเอกเปรม ลองไปเดินตลาด แถวภาคเหนือหรืออีสานตอนเหนือ
โดยไม่ต้องมีกองทัพคุ้มกัน ดูสิว่าจะโดนอะไรบ้าง

คงไม่ต้องเดากันมากหลอกนะ

คงไม่ต้องเดากันมากหลอกนะ เต็มฯครับ............๕๕๕๕

เราต้องสร้างสังคมธรรมาธิปไตย

เราต้องสร้างสังคมธรรมาธิปไตย และในสถานการณ์เช่นทุกวันนี้ทหารต้องมีความเป็นผู้นำมากกว่าคนอื่นๆ”

"""โดยมีธรรมมาธิปไตย แบบ ท่านสุรยุด จุลานน คุณ.อภิสิท

เวชชาชีวะ...โดยเจริญรอยตามตัวอย่างจริยวัฒอันงดงามของฟ้าชาย

และฟ้าหญิง ทุกๆพระองค์""""

และรูปแบบที่เป็นรูปธรรมของธรร

และรูปแบบที่เป็นรูปธรรมของธรรมมาธิปไตยทีีเห็นชัดเจนคือ"""ระบบ 70/30 ของเสื้อเหลืองพันธมิตรนั่นเอง

โดยมีระบอบ 74/76 ของวุฒิสภานำร่องให้เห็นชัดเจนไปแล้ว

รั ฐ ไ ท ย ใ ห ม่ ส ร้ า ง ใ

รั ฐ ไ ท ย ใ ห ม่ ส ร้ า ง ใ ห้ ใ ค ร ค ร อ ง กั น แ น่
ล้ ว น แ ล้ ว แ ต่ ก็ พ ว ก พ้ อ ง ข อ ง ทั ก ษิ ณ
ส ว ม เ สื้ อ แ ด ง แ ร ง ฤ ท ธิ์ คิ ด ไ ด้ ยิ น
ล้ ว น ทั้ ง สิ้ น อุ ด ม ก า ร ณ์ ม า ร ค ร อ ง เ มื อ ง
โ จ ม ตี อ ง ค์ ม น ต รี ที่ โ ป ร ด เ ก ล้ า
แ ล้ ว ม อ ม เ ม า เ อ า ป ร ะ ช า เ ป็ น ที่ ตั้ ง
ร ว ม พ ล พ ร ร ค เ พื่ อ รั ก ใ ค ร ใ ห้ ร ะ วั ง
ห ม า ย ห ยุ ด ยั้ ง คำ ว่ า ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย
เ ร า ค น ไ ท ย ค ว ร แ ย ก แ ย ะ ใ ห้ ถู ก
ค น ที่ ผู ก เ รื่ อ ง ร า ว ม า จ ริ ง ห รื อ ไ ม่
ข า ย ทุ ก อ ย่ า ง ส ม บั ติ ข อ ง ช า ติ ไ ท ย
เ พี ย ง ห วั ง ใ ห้ ไ ท ย นั้ น แ ย ก แ ต ก กั น เ อ ง
วั น ส ง ก ร า น ต์ ที่ ผ่ า น ม า ไ ม่ น า น นี้
คิ ด ใ ห้ ดี ใ ค ร ค น แ ป ร แ พ้ ไ ฉ น ?
ยั ง ฝื น สู้ รุ ก เ ร้ า เ ข า คื อ ใ ค ร ?
เ ร า ค น ไ ท ย อ ย่ า ม า แ ย ก แ ต ก กั น เ อ ง

*รัฐไทยใหม่ ไม่คิดไกล

*รัฐไทยใหม่ ไม่คิดไกล ถึงสาธารณรัฐ
อย่าได้จัด ใส่ร้าย และป้ายสี
รัฐไทยใหม่ ไร้ประธานาธิบดี
ยังคงมี พระมหากษัตริย์ ใต้รัฐธรรมนูญ

*รัฐไทยใหม่ เป็นประชาธิปไตย
ไม่มีภัย รัฐประหาร พาลเสียศูนย์
คนมีสิทธิ์ คิด พูด เขียน เพียรเพิ่มพูน
เจิดจำรูญ ด้วยความจริง ทุกสิ่งอัน

*รัฐไทยใหม่ ในกระแส โลกาภิวัฒน์
ไม่ข้องขัด ความจำเริญ เพลินสร้างสรรค์
ยอมรับสิ่งใหม่ใหม่ ได้เท่าทัน
ไม่ขวางกั้น การรับรู้ ชูความจริง

*รัฐไทยใหม่ ใฝ่เป็นธรรม นำเท่าเทียม
และล้นเปี่ยม สวัสดิการ อันดียิ่ง
ชนรากหญ้า ชูเชิดได้ ไม่ทอดทิ้ง
สุขสันต์จริง มิตรภาพ ภราดร

*รัฐธรรมนูญ ปีห้าศูนย์ เลิกทิ้งไป
กลับไปใช้ ปีสี่ศูนย์ พูนเพิ่มก่อน
แล้วแก้ไข ให้งดงาม ตามขั้นตอน
ราษฎร มีส่วนร่วม ความเป็นไป

แค่เป็นการเล่นคำ

แค่เป็นการเล่นคำ หลังจากที่คำว่า... คุณธรรม จริยธรรม...เสื่อมลงอย่างรวดเร็ว อันเนื่องจากกรณีเขายายเที่ยง ที่พิสูจน์ให้เห็นถึง ความไม่มีจริยธรรมไม่มีคุณธรรมของอำมาตย์ มีแต่ด้านได้อายอด ที่เป็นรูปธรรม ฝากไว้ให้สังคมไทย .....จึงสรุปว่า ทุกคำที่อำมาตย์สรรหามาพูด เป็นเพียงการดิ้นรนสร้างภาพ เพื่อคงสถาณภาพความได้เปรียบทางสังคม ของตัวเขาเองและพวกพ้อง จะประพฤติปฏิบัติจริงไม่มี ดูอย่างการรุกเขายายเที่ยง ถ้ายืดถือคำพูด ความมีจริธรรม มีคุณธรรม ต้องมีความรับผิดชอบต่อการกระทำผิด ไม่ใช่ลอยหน้าลอยตา เป็นตัวอย่างเลวๆ ของคนไม่มีคุณธรรมจริยธรรมให้ลูกหลานเห็น

วาทกรรมเก่าๆที่อำมาตย์เฒ่าชอบ

วาทกรรมเก่าๆที่อำมาตย์เฒ่าชอบใช้มาหลายสิบปีแล้ว และลิ่วล้ออำมาตย์ยังใช้ต่อกันมา คือ "คนดี" เท่านั้น เป็นสูตรสำเร็จสำหรับประเทศตอแหลแห่งนี้ ถ้ามีคนดี(อย่างป๋าของผม) ต่อให้เป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ เสี้ยวใบ อย่างในยุค"กลับบ้านเถอะลูก" ประเทศตอแหลก็ไปโลดโคตรๆเลย ระบบยังไงก็ไม่สำคัญ สำคัญที่ต้องเป็นคนดี?????

แล้วไอ้"คนดี"นี่เอาอะไรมาวัด นอกจากคนที่มีแนวคิดเดียวกับป๋าแล้ว นอกนั้นไม่ไช่คนดีว่างั้นเถอะ? แม้แต่ยุทธ ยายเที่ยง นี่ก็ยังจัดว่าเป็นคนดี เพียงแต่เผลอทำผิดโดยไม่เจตนา(ตลก?) พอถูกlabelว่าดี ก็ต้องดีตลอดไป ทำ(ห่า)อะไรก็ต้องดีหมด คนดีกลายพันธุ์เป็นคนชั่วไม่ได้? ดังนั้นไม่ต้องตรวจสอบ

ถ้าประเทศตอแหลจะยึดถือเอาวาทกรรมแบบนี้เป็นแนวคิดแห่งชาติ ก็เตรียมตัวไปยืนต่อแถวพม่า เกาหลีเหนือได้เลย

จะเอา"คนดี"แนวป๋า หรือสร้าง"ระบบ"ที่ดีขึ้นมาเอง ตามแนวคิดประชาธิปไตยจริงๆ ซึ่งสามารถตรวจสอบคนได้"ทุก"คนว่าดีหรือไม่ดี โดยยึดถือกติกาสากล(กฏหมาย, รัฐธรรมนูญ) มีความเสมอภาค เคารพสิทธิของทุกคน ยุติธรรม

คนไทยจะเลือกเชื่อคนดีหรือจะสร้างระบบที่ดี? ต้องเลือกแล้ว เอาทั้งสองอย่างไม่ได้ เพราะมันขัดกันโดยหลักการ

** **พวกมีธรรม เพราะไม่ทำ

**
**พวกมีธรรม เพราะไม่ทำ การผลิต
มันนั่งคิด นอนคิด จิตจึงฟุ้ง
มันเคยชี้ จนเคยชิน กินไก่กุ้ง
นั่นน้องนุ่ง น้องไม่นุ่ง ขนรุงรัง

**ใช้อารมณ์ ชมกับด่า มาตลอด
จึงเป็นยอด ผู้มีศีล แสนเข้มขลัง
ตั้งแต่เด็ก มีแต่ได้ ไม่จ่ายตังค์
เคยแต่สั่ง นั่งตำแหน่ง แจงศีลธรรม

**พวกวิปริต จิตสารธารณะ จะไม่มี
มันจึงชี้ จะตีทุบ อุปถัมภ์
จะหาคน มาปกครอง จองการนำ
มันจึงย่ำ ยำยี ศักดิ์ศรีคน

**ปฏิวัติ กำจัดป๋า น่าจะดี
เหมือนบ่งฝี ออกจากไทย ได้กุศล
พวกมีศีล มันกินฟรี มีชั้นชน
มันอยู่บน เราอยู่ต่ำ ทำเลี้ยงมัน

ด.ช.เปรม

ด.ช.เปรม เป็นผู้ใหญ่อย่างไปยุ่งกับเด็ก โดยด่าได้ยินกันทั้งประเทศ พวกมึงยังยกย่องมันอีกหรือบารมีหมดนานแล้วลองถูกปลดจากองค์มนตรีซิ

** **รัฐไทยเก่า เต่าล้านปี

**

**รัฐไทยเก่า เต่าล้านปี มีชุกชุม
อยู่เป็นกลุ่ม รุมกินยอด ตลอดสมัย
ทางการเมือง มันก็นั่ง บนหัวไท
จะตรวจสอบ ก็ห้ามไว้ ไม่บังควร

**รัฐไทยเก่า มันเน่าหนอน สอนไม่ดี
ประเพณี มีผีสาง นางสงวน
เสียเวลา มาแบกคอน พวกดอนฮวน
พวกนี้ล้วน กินฟรี ภาษีเรา

**รัฐไทยเก่า มีเจ้าพ่อ ล่อคนหลง
มีการชง มีการชู ดูยิ่งใหญ่
เน้นสร้างภาพ ของบุคคล จนเกินไป
ประชาไทย ถูกลดค่า อาศัยกิน

**รัฐธรรมนูญ 50 หนุนกาฝาก
ให้ปลิงทาก ลากพี่น้อง ครองทรัพย์สิน
ให้อำนาจ อภิสิทธิ์ชน ขนไปกิน
ป่า น้ำ ดิน หิน ภูเขา เอาไปฟรี

ปล. อีกที เผื่อใครมองข้าม

ปล. อีกที เผื่อใครมองข้าม ที่ผมบอกว่าคนไทย 63 ล้าน คนที่ไม่ได้เป็น พธม. ก็เห็นด้วยกับ พธม. นั้น คุณคำนวณถูกแล้วว่า พธม. มีเกิน 2 ล้าน คนแน่นอน

อันนี้มิดิคุย อิอิ๊อิ อิ๊อิ๊อิ๊

บ่น บ๊น บ่น

บ่น บ๊น บ่น แต่เขายายเที่ยง

เอาไอ้นี่ด้วยดิ้ ที่ยายเนื่อม เนี่ย

อยู่ราบๆ กับพื้น ไม่ต้องเลื้อยขึ้นเขาด้วย เดินไป เอาคืนให้ประเทศได้เลย

ว่าแต่กล้ามะล่ะ เพราะถ้าจะไปเอาที่ยายเนื่อมคืนนี่ ไม่มีค่าตัวนะ ไปเองกลับเอง กินเอง จ่ายเอง จนเอง เจ็บเองนะ

อิอิอิ

ปล. เด๋ว จะโง่ไม่รู้กัน ที่ยายเนื่อม วันนี้ชื่อ อัลไพน์ธรรมากิรามกอล์ฟสถาน ว่ะ รุยัง ที่ไหน?

อิ๊อิ๊อิ๊

ไปบอกนู๋มาร์คเจ้าของบ้านสี่ถุ

ไปบอกนู๋มาร์คเจ้าของบ้านสี่ถุงกับไอ้เทือกสิ มันมีอำนาจสั่งการเจ้าหน้าที่โดยตรง ....อย่างปล่อยให้คนชั่วลอยนวน เหมือนเรื่องรุกเขายายเที่ยง อีแหละ

แหมตอนจบท่อนสนทนา

แหมตอนจบท่อนสนทนา เล่นเอาฮาเลยนะหลวงตา

แม่ค้าเสื้อเหลืองก็จะด่าทักษิ

แม่ค้าเสื้อเหลืองก็จะด่าทักษิณแบบไมลืมหูลืมตาเช่นกัน เศร้าใจที่คนไทยไม่มีสมองคิดเองฟังแต่การปลุกระดมแบบบ้าคลั่ง ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบขุดรากถอนโคนนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจในปัจจุบันว่าเคารพหลักการประชาธิปไตยมากน้อยขนาดไหน หากยึดเอาความคิดของตนเป็นใหญ่ก็ใกล้หายนะมาทุกวันๆ แม้แต่เขมรยังมองออกว่าหากแข็งข้อกับไทยในตอนนี้ก็มีแต่ได้เปรียบเพราะเราไม่มีเอกภาพและมีแต่ความชิงชังกันเองเพิ่มขึ้นทุกวัน

นี่แหละที่พูดถึง

นี่แหละที่พูดถึง คนไทยชิงชังกันเอง หายนะๆๆๆๆๆๆๆ ใกล้เข้ามาแล้ว

ตรงใจ

ตรงใจ

นักปรัชญาชายขอบ รอ "ศักดิ์

นักปรัชญาชายขอบ

รอ "ศักดิ์ ดิวโปรเซส" มาแจมอยู่

ผมก็กำลัง รออ่าน วิวาทะ (อภิปราย = ด่า) ของท่านอยู่

เอ...หรือว่า คราวนี้ ยังไม่ใช่ "ของชอบ"

หมดมุกเล่นแลัวใช่มั้ย?

หมดมุกเล่นแลัวใช่มั้ย? คุณปรัชญาชายขอบ จึงผลิตงานออกมาถี่ยิบแต่เนื้อหาเหมือนพ่ายเรืออยู่ในอ่าง เพียงแค่จะเอาวาทกรรมที่ไร้รสนิยมเป็นเหยือล่อให้เซียนขี่รุ่งอย่างดรสมศักดิ์แหวกเมฆออกมางับเหยื่อ มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ? เอาให้มันแหลมคม หนักแน่นในเนื้อหา ที่กินลึกอัดแน่นด้วยข้อมูล ผมรับร้องได้ว่า อาหารก้อนโตที่อุดมเต็มไปด้วยวิตามินทางสมอง คงจะเป็นเหยื่ออันโอชะยั่วยวนให้ดรสมศักดิ์บินโฉบลงมางับเหยื่อแน่ ส่วนงานนี้คุณรอไปเถอะ ดรสมศักดิ์บินเข้ากีบเมฆไปแลัว

***ธรรมาธิปไตยเป็นเรื่องเหนือ

***ธรรมาธิปไตยเป็นเรื่องเหนือโลก โสดา สกิทาคา อนาคา อรหันต์

***ประชาธิปไตยเป็นเรื่องอยู่ในโลก ลาภ ยศ สรรเสริญ สูข อำนาจ

***ศีล และธรรม ระดับคิหิปฏิบัติพอได้ แต่สูงแล้ว ต้องอยู่เนือการเมือง ไม่เช่นนั้นเจ้าชายสิทธัตถะไม่ออกบวชหรอก

อำมาตย์

อำมาตย์ ก็ควบคุมทหารไปอย่างเดียว ไม่ให้ออกมาปฏิวัติอีก แย่งชิงด้วยกำลัง ให้ดูแลรักษาเขตแดนบ้านเมืองภัยนอกประเทศก็พอ
ส่วนเรื่องการเมืองการปกครอง ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนส่วนใหญ่ และไม่ควรสนับสนุนให้ใครส่วนใด ออกมาคัดค้านเสียงส่วนใหญ่ ควรปล่อยให้ เสียงส่วนใหญ่ตัดสินใจกันเองในการเลือกผู้นำของเขา แล้วไม่ควรเข้ามาควบคมบงการใดในการบริหารประเทศอีก
ทุกอย่างก็จะดีขึ้นมากๆ
ทหารก็ใช้สิทธิของประชาชนในทางการเมืองทั่วไปก็พอ
ดูตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ เกาหลี ฯลฯ หลายๆประเทศเป็นตัวอย่าง ว่าทหารเขาปฏิบัติอย่างไรกับการเมือง

เออ

เออ ไม่ได้กอบโกย
ช่วยบอกหน่อยสิว่า ท่านมีทรัพย์สินเงินทองตอนนี้กี่ล้านบาท
ไอ้กระพ๊มอยากทราบจริง ๆ

อภิสิทธิ์กอดกับเนรคุณ เอ๊ย

อภิสิทธิ์กอดกับเนรคุณ เอ๊ย เนรวิน
พอ ๆ กับทักษิณกอดฮุนเซ็น ไหมน๊อ

ช่าย

ช่าย เอาเขาพระวิหารคืนมาให้กูด้วย กูรอนานแล้วนะมาร์ค

ถึง...คุณอิสานใต้ ชอบ และ

ถึง...คุณอิสานใต้

ชอบ และ เห็นด้วยกับความคิดเห็นของคุณ

อยากให้คนอิสาน ไม่ว่า อิสานเหนือ หรือ อิสานใต้...รู้ และ เข้าใจ ความดีงามและคุณูปการของ พลเอก เปรม ที่มีต่อประเทศของเราเหมือนคุณ

===============================================

ท้ายนี้ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้เขียนขึ้นจากอคติ และ ทัศนคติที่เป็นลบ เนื้อหาที่เป็นเหตุตามมาจึงถูกบิดเบือน...โดยบุคคลที่ไม่ทราบว่า ทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศนี้บ้าง...(เติมให้อีกหน่อย มีแต่สร้างความแตกแยกให้สังคม)

เอาไว้ให้พวกไร้หัวสมองฟังรึ...ดีนะที่เราไม่ฟัง และ ถึงฟังก็ไม่เชื่อ เพราะมีสมองไว้คิด พินิจ และ ตรึกตรอง ว่า"ท่านเปรมฯ" คือรัฐบุรุษ คือคนดีของสังคมไทย

ส่วน "ชายขอบ"...อาจเป็นเพราะแกอยู่ชายขอบ แกเลยคิดเรื่องราวโกหก พกลม ใส่ร้าย ผู้อื่น คิดได้แค่เนี้ย! ตามประสาขอบๆ ของแกต่อไป

..... ผิดกับสมัยนายกฯ ทักษิณ

..... ผิดกับสมัยนายกฯ ทักษิณ แม้น้ำมันดิบจะแพงเป็นร้อยเหรียญ คนไทยยังใช้น้ำมันเบนซิน ดีเซล ถูกว่าทุกวันนี้

เรื่องน้ำมันถูกในยุคทักษิณนั้น ผมนึกไม่ถึงเลยว่าจะมีคนที่ยังไม่เข้าใจหลงเหลืออยู่อีกในวันนี้
ในตอนนั้น ทักษิณเอางบกองทุนน้ำมันอัดลงไปตรึงราคาน้ำมัน 40 000ล้าน
และบอกว่าอีกสามเดือนราคามันก็จะกลับมาเหมือนเดิม

แต่ ปรากฏว่าราคาน้ำมันไม่ลงตามคาดเลยอัดเงินลงไปอีกรวมแล้ว แสนสองหมื่นล้าน
ซึ่งหลังจากนั้น เราจึงต้องมานั่งใช้คืนเงินกองทุนน้ำมันลิตรละบาทกว่าถึงสามบาทกว่าต่อลิตร ตามประเภทของน้ำมัน
ทำให้ราคาน้ำมันหลังจากนั้นมาสูงกว่าราคาจริง เพื่อนำเงินไปใช้หนี้คืนกองทุน แสนสองหมื่นล้านนั่นไงครับ....

แก้ปัญหาเร่งด่วน

แก้ปัญหาเร่งด่วน โดยตรึงราคาน้ำมันเอาไว้ เอากองทุนน้ำมันอัดใส่ไปก่อน เพื่อรอให้ทุกองคายพค่อยๆ ปรับตัว หลังจากนั้นค่อยเก็บเพิ่มแล้ว มันไม่ดีตรงไหนละท่าน เหมือนเงินช็อตกู้หนี้นอกระบบมาทุเลา พยายามยืดลมหายใจไปให้นาน เพื่อจะได้มีกำลังสู้ตอนสถานการณ์ดีขึ้น

แล้วมันไม่ดียังไงละท่าน ถ้าตรึงราคาน้ำมันไม่ได้ ข้าวของก็แพงตาม เงินเฟ้อก็ตามมา ค่าเงินลดลง จนสถานการณ์มันทุเลา ตอนนี้น้ำมันดิบลดราคาลงแล้ว จ่ายตอนนี้ยังถูกกว่าตอนนั้นไม่ใช่เหรอ

นี่ว่าโดยหลักการนะ แต่ว่าผมคิดว่าตอนนี้มันเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนมากกว่า น้ำมันในประเทศแพง พวกทางให้จะได้ทำมาหากินเป็นล่ำเป็นสัน เอาน้ำมันเถื่อนเข้ามาจากมาเลย์ ทำกำไรได้ง่าย

ตัวที่น่ากลัวสุดน่ะ คือ เงินกู้จากแบงก์ไทย 8 แสนล้านนี่ต่างหาก กู้มาแล้วไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แจกทิ้งแจกขว้าง ที่สำคัญคือ ไปไล่แจกพวกที่เขามีงานทำอยู่แล้ว คนว่างงานถูกทอดทิ้ง ไม่ได้เกิดมรรคเกิดผลอะไรเลย

พวกที่ถูกลอยแพเขามีทางเดียว คือ ไปร่วมกับพวกเสื้อแดงแล้วตะโกนว่า.... อภิสิทธิ์ ออกไป ระบอบคมช.จงพินาศ

ครับ

ครับ เคยอ่านผ่านๆแต่ยังไม่มีอะไรที่เป็นแมสเซสสำคัญเลยไม่ได้ตอบ แต่ตอนนี้ขึ้นหน้ากระทู้แนะนำเลยได้อ่านอีกรอบ พออ่านซ้ำ แล้วเห็นว่ามีบางประเด็นต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องโดยเฉพาะคำว่า"ธรรมาธิปไตย"

ครับคำคำนี้ฝากถึงป๋าฯตรงๆแบบเดลิเวอร์ลี่เลยว่า"ธรรมาธิปไตย"ที่ป๋าอ้างมานั้น มันเป็นแค่วาทะกรรมแบบยกธรรมมาข่มท่าน(พูดไว้แล้วหลายวันตั้งแต่วันที่ป๋าฯออกมาพูดคำนี้ใหม่ๆกระทู้ไหน?จำไม่ได้) เพราะนิยามคำนี้ถ้าจะยกมาต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องก่อนนำมาเสิร์ฟ ?

เพื่อไม่ให้มีการเอาม่าม่าไวไวควิกควิกความรู้ภึ่งสำเร็จรุปมาลวกๆไวไวควิกเสิร์ฟแบบที่ป๋าฯกำลังทำอยู่นี้ โดยไม่ได้เข้าใจทั้งในเนื้อหา หรือที่มาของ"นวัตกรรม"ที่คือเจตนาสร้างวาทะกรรมของนิยามคำๆนั้นให้ถูกต้อง?

เพราะคำว่า"ธรรมาธิปไตย"นั้น จะต้องใช้ในหลักการปกครองที่สังคมนั้นมีลักษณะอัตตาในความต่างที่มี"ธรรมเสมอกัน" นั้นคือสังคมนั้นๆ จะปกครองโดยธรรมได้โดยที่ไม่มีกฎหมายหรือกติกาที่กำหนดไว้ให้คนที่มีธรรมต่างกันในเงื่อนไขความต่างเพื่อป้องกันความต่างแบบนั้นมาเบียดเบียนอีกความต่างที่มากว่าคนที่มีธรรมเท่ากัน?ในหลักปกครองที่ใช้ธรรมะไม่มีหลักกฎหมายที่นอกจากธรรมมาบังคับกัน

เช่น"ธรรมาธิปไตย"ในหมู่เทพฯ หรือ"ธรรมาธิปไตย"ในสังคมอุดมคติยุคพระศรีอารย์

แต่ข้อเท็จจริงของสังคมไทยบตอนนี้มันห่างไกลกับยุคพระศรีอารย์มาก(โดยเฉพาะคนผลิตวาทะกรรมนี้หรือคนดูแลคนผลิตวาทะกรรมนี้) สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงในปัญหาความต่างที่จะอ้าง"ธรรมธิปไตย"(ปชต.ยุคพระศรีอารย์) แต่ความจริงข้อเท็จจริงวันนี้ของสังคมไทยคือสังคมยุค

"ศรีธนญชัยแบกกิเลสในอัตตาตนจนหลังอาน"???

ยังห่างไกดลกับยุคพระศรีอารย์มากครับป๋าฯยังห่างไกลครับป๋า? แต่ที่ป๋าฯยกมาในเจตนาแบบยกธรรมมาข่มท่าน แล้วคนที่ที่หลังอานในกิเลสที่สุดคือผู้บังคับบัญชาป๋าฯกับการเสฟอำนาจร้อนแบบก้อนยาฝิ่นหลงมัวเมาในอำนาจร้อน การติดยึดในอัตตาตนหลงในความใหญ่ความไม่เที่ยงของอำนาจร้อนแบบก้อนยาฝิ่นทางอำนาจ?

สิ่งที่ป๋าฯควรจะเทศน์เรื่องธรรมาธิปไตยที่ข้อเท็จจริงในความเป็นจริงของวาทะกรรมนี่ของป๋าฯคือ"ทำมาริบให้ใคร"ไม่ใช่"ธรรมาธิปไตย"ครับ

ป๋าฯครับ? การยกธรรมาข่มท่านแบบนี้ผมเตือนคนแบกคนยกธรรมาดีกว่า ว่า อย่าแบกกิเลสก้อนอำนาจร้อนแบบนั้นจนหลังอานเลยครับ? ปล่อยวางเสียบ้าง เอาอย่าง"พอเพียง" ไม่ใช่"โหม่มรึด"(ภาษาอิสาณว่าแปลเป็นไทยแบบดิบดิบว่า"แดกคนเดียวหมด")

คือการยกธรรมมาข่มท่านนี้? แม้เจตนาในทำหรือของที่เสิร์ฟเป็นสิ่งที่ดีต่อคนทาน เป็นการให้ทานทางธรรมที่ขึ้นแต่คนที่ทานนั้นจะแยกแยะนำไปใช้? ไม่ใช่มาติดยึดที่ตัวคนเสิร์ฟก็จริง? แต่ข้อเท็จจริงของสังคมไทย(ยุคสมาธิสั้น)เขาเชื่อคนที่เสิร์ฟหรือหน้าตาศรัทธาบารมีคนเสิร์ฟมากกว่าธรรมหรือสัจจะธรรมในนั้น?

ดังนั้นการยกธรรมมาข่มท่านแบบตลกจำอวดแบบนี้(ผมนึกถึงท่านววัชรเมธีขึ้นมาทันที) ที่แม้วัฎฯปฎิบัติท่านวฯ จะมีปฎิปทาที่น่าเคารพ? เป็นแบบอย่างที่ดีของพระธรรมทูตที่ดีมากเป็นต้นแบบที่ดีได้เลย

แต่สิ่งที่ผมกำลังจะชี้(ไม่เจตนาดีสเครดิตรท่านว.ฯคือส่วนตัวในปฎิปทาฯผมยังปฎิบัติได้ยังไม่ถึงครึ่งของท่านในวัฎฯปฎิบัติที่ดี) แต่ผมกำลังชี้ในเนื้อหาวิธีการเสิร์ฟธรรมในลักษณะ"ยกธรรมมาข่มท่าน" หรือ"จำอวดทางธรรม"พอดีมันโยงมาที่กรณีนี้ที่ป๋าฯอ้างธรรมาธิปไตย อย่างไม่ศึกษานิยามในตัวตนที่มาของคำๆนี้ให้ดีจนสร้างกรณี"ยกธรรมมาข่มท่าน"

บังเอิญว่ามันพ้องกับวัฎฯและวิธีปฎิบัติแบบท่านว.ฯพอดี คือท่านมีวัตถุดิบทางธรรมที่ศึกษาค้นคว้าและเป็นนักอ่านที่ดี(ผิดกับผมมากที่อ่านหนังสือนอกจากตำราไม่ถึงสิบเล่ม)มาโดยบทบทหน้าที่สูงและแน่นกว่าหลายพระที่เป็นบทบาทอีกบทบาสทหนึ่งที่สำคัญในโครงสร้างหลักของสังคมนั้นคือสถาบันศาสนา

ตามบทบาทหน้าที่ธรรมทูตแบบนั้น แต่สิ่งที่ท่านไม่มีคือ"ลายธรรม"หรือลายมือ"หรือ"ลายธรรม"(ลายเซ็นต์ที่เป็นเอกลักษณ์ทางลายมือทางความคิดหรือลายธรรม)เป็นของตัวเอง?

แต่เป็นการเสิร์ฟธรรมแบบจำอวด และยังมีลักษณะไปชี้นำวิธีการเสิร์ฟธรรมของตัวเองคือสิ่งที่เป็นความถูกต้องทั้งหมดเป็นปฎิปทาฯที่ศาสนาพุทธต้องมาทางนี้(ตามต้นแบบท่านพุทธทาส)

แต่นั้นคือวิธีคิดหรือสีสันแบบหนึ่งตามหลักคิดแบบแปดหมื่นสี่พันกว่าๆของพระคาถาคำสอนเพื่อเจตนาในการหลอกล่อกิเลสเข้าหา"จิตพุทธะ" ที่คือจิตพิสุทธิ์จิตเดิมมนุษย์ที่ยังไม่สะสมกิเลสเครื่องเศร้าหมองมาทำให้ขุ่นมัวตามประสพกรรม, ตามรัสมีเส้นรอบกรรมของอัตตานั้นๆทั้งที่จิตพุทธะมันแค่นิดเดียวทำไมต้องสร้างสีสันมากมายในการหลอกล่อกิเลสมนษย์ตั้งแปดหมื่นกว่าพระคาถาคำสอน รวมหลากหลาย สีสันพิธีกรรมความต่างจนสร้างหลายมหานิกาย?

นั้นคือสิ่งที่ผมกำลังจะชี้ในวิธีการแบบท่านว.ฯก็แค่สีสันในวิธีการแบบหนึ่งเท่านั้น? ไม่ใช่ทั้งหมดของความถูกต้องจนไปตำหนิ การปฎิบัติสายวิปัสนากรรมฐาน หรือเกจิอาจารย์หรือปฎิปทาฯความเชื่อหลายๆอย่างว่างมงาย???(ตรงนี้หลายท่านหาว่าผมกล่าวหาท่านว.ฯไปตรวจสอบได้ว่าจริงไหม?)

นั้นคือสิ่งที่ผมกำลังจะสรุปว่า ก่อนท่านจะกล่าวหาในปฎิปทาแบบนั้น ท่านไปถึงหรือเข้าถึงความเป็นเช่นนนั้นหรือยัง? แต่สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงปฎิเสธ ในความเป็นเช่นนั้นเพราะไม่ใช่แนวทางหลักแห่งการหลุดพ้น(อภิญญานบารมี) ไม่ได้ปฎิเสธการมีอยู่หรือเป็นอยู่ในความเป็นเช่นนนั้นแบบท่านว.ฯโดยสิ้นเชิง(สมัยพุทธการศาสนาพราห์มฮินดูเรืองอำนาจถ้าพระพุทธองคปฎเสธความเปแนเช่นนั้นศาสนาพุทธคงไม่อยู่รอดจนถึงทุกวันนี้)???

เพราะหลักศาสนาโครงสร้างศาสนามีอะไรบ้าง คงไม่ใช่แค่หลักปรัชญาหรืออภิปรัชญาตามปฎิปทาฯทานว.ฯหรือแม้แต่ท่านพุทธทาส? ที่เข้าไม่ถึงความเป็นเช่นนั้น หรือถึงแต่ปฎิเสธมันอย่างสิ้นเชิงโดยลืมไปว่าโครงสร่างศานา ทุกศาสนา ต้องมีศรัทธาความเชื่อเป็นโครงสร้างหลัก(แม้แต่พุทธจนมีการใส่อภิญญาบารมีไว้ในพุทธประวัติ) ถ้าท่านว.ปฎิเสธ หรือจริงๆไม่รู้จริงๆว่ามีจริงตรงนั้น?(แต่ทางพุทธสอนไม่ให้ถือเป็นสาระก็จริงแต่ไม่ได้สอนให้ปฎิเสธความมีอยู่เป็นอยู่ของสีสันความต่างตามมัชฉิมาทางจนทำให้ศาสนาพุทธรอดมาจากอิทธิพลฮินดูพราห์มอย่างมหัศจรรย์)

ก็เท่ากับว่าแนวทางท่านว.ฯหรือท่านพุทธทาสสร้างลิทธิใหม่ให้ศาสนาพุทธแบบไทยๆ นั้นคือ"อภิปรัชญาทางพุทธ" ไม่ใช่ศานสนาพุทธเชิงจิตวิญญานความเป็นพุทธแบบไทยๆผมไม่ได้ชี้ว่าพุทธแบบไทยๆต้องงมงายน่ะครับ? แต่แปดหมื่นสี่พันพระคาถาคำสอนมีมาทำไม? ถ้าไม่ใช่เพื่อเรื่องนี้? ทั้งที่คำสอนพุทธจริงๆมีนิดเดียวนั้นคือจิตพุทธะ

แต่ทำไมต้องมีหลายหลายพระคาถาคำสอนบวกสีสันพิธีกรรมจนถึงหลายนิกายตามศรัทธาความเชื่อเพื่อหลอกล่อคนเข้าหาศาสนาหรือจิตพุทธะ?

ท่านว.ครับ ท่านละเลยเรื่องแบบนี้ไปหรือไม่? หรือบารมีธรรมท่านยังไม่มีลายธรรมจนต้อง"จำอวดทางธรรม"ตามความเชื่อท่านเท่านนั้น? แม้จะสร้างปฎิปทาที่ดี ผมอนุโมทนา แต่เพียงแค่ขอว่าอย่าละเลยจนปฎิเสธ สีสันวิธีการในความต่างที่หลากหลายในการเข้าหาจิตพุทธะ ด้วยขีดเส้นในปฎิปทาแบบตนเท่านั้นคือนิยามศาสนาพุทธ แค่เป็นอภิปรัชญญา ไม่ใช่ศาสนาอีกต่อไป???

สามก๊ก ตอนที่ 28. ชูธงธรรม

สามก๊ก ตอนที่ 28. ชูธงธรรม กำจัดทรราชย์

โจโฉให้ปักธง “ตงหงี” ผืนนี้ขึ้นที่หน้าบ้าน นับเป็นการชูธงปฏิวัติ ของประชาชนขึ้น เพื่อจะล้มล้างอำนาจทรราชย์ของตั๋งโต๊ะ โดยยึดเอาความจงรักภักดีต่อฮ่องเต้ของปวงชนเป็นแกนหลักรวมน้ำใจคน นี่คือการเสนอเข็มมุ่งทางการเมืองที่สอดคล้องกับความปรารถนาอันร้อนแรงของ ผู้คนทั้งแผ่นดิน

บรรดาชาวเมืองซึ่งเคียดแค้นระบอบทรราชย์อยู่เต็มอก เห็นธงปฏิวัติ แล้วจึงเล่าขานกันต่อไปอย่างรวดเร็ว แล้วพากันมาเข้าร่วมด้วยโจโฉเป็นอันมาก แม้ข้าราชการบ้านนอกได้ทราบข่าวแล้วสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ความว่าโจโฉกระทำการโดยถือรับสั่งลับของพระเจ้าเหี้ยนเต้ และการที่ทำนั้นก็สอดคล้องกับความปรารถนาของตน จึงพากันมาเข้าร่วมด้วย

พระเจ้าเหี้ยนเต้ก็ถูกโจโฉหลอก เหมือนกับข้าราชการ และบรรดาชาวเมือง เพราะในที่สุด เมื่อโจโฉมีอำนาจ โจโฉ และลูกหลานก็เป็นทรราชย์ซะเอง ล้มล้างราชวงศ์ราชวงศ์ฮั่น

ขอบกระด้งหมดมนต์ขลังจริงๆ คนอ

ขอบกระด้งหมดมนต์ขลังจริงๆ

คนอื่นเขาล่อไปจะสองร้อย นี่ยังอยู่ 60

พิจารณาตัวเองด่วน นะ นายขอบกระด้ง

อ้อสะกดผิดครับ"วัฎฯ"น่าจะเป็น

อ้อสะกดผิดครับ"วัฎฯ"น่าจะเป็น"วัตร"ปฎิบัตรน่ะครับภาษาไทยไม่แข็งแรงขอโทษกูรูด้านภาษาไทยถ้าใช้ผิด?

อาจารย์ที่โรงเรียนเห็นผมสนใจท

อาจารย์ที่โรงเรียนเห็นผมสนใจทางการเมือง ท่านเลยแนะนำให้ผมมาหาความรู้ที่website นี้ ก็ขออนุญาตพูดตามตรงว่าความรู้ก็พอได้บ้าง แต่ที่ได้หลักๆ เลย คือผู้ใหญ่ก็ไม่ได้แตกต่างกับเด็กเลย พูดคำหยาบ เสียดสี เพ้อเจ้อ นอกประเด็น ที่จริงสิ่งเหล่านี้มันไม่จำเป็นหรอกนะครับ ความจริง ความรู้ สามารถสื่อสารได้ด้วยถ้อยคำธรรมดา ถ้าเราอธิบายดี ชัดเจน คนเขาก็ยอมรับเอง ถ้าเขาไม่ยอมรับหรือคิดต่างกับเราก็เป็นเรื่องธรรมดา อันนี้ไม่ได้ว่าลุงๆ นะครับ ผมเพียงแต่สะท้อนความคิดเห็นของเยาวชนคนหนึ่งที่เคยผ่านการอบรมศีลธรรมมานิดๆหน่อยๆ เท่านั้นเองครับ
ขอบคุณครับ

***พระเทวทัตก็เล่นการเมืองกับ

***พระเทวทัตก็เล่นการเมืองกับพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้ามีธรรมาธิปไตย เทวทัตมีอัตตาธิปไตย ลอบสังหาร จ้าง วานฆ่า พระพุทธเจ้า

***เปรมมีธรรมาธิปไตยแบบพรุพุทธเจ้าหรือเปล่า เพราะพระพุทธเจ้ามีจิตเมตตาพระเทวทัต เท่ากับสามเณรราหุล

***ธรรมมาธิปไตย เป็นคำที่ทุกคนที่ปราศจากกิเลศเห็นเหมือน แต่ในโลกของคนมีกิเลศ จะเห็นธรรมมาธิปไตยไม่เหมือน เพราะทุกคนเอาอัตตาธิปไตยของตนเอง มาเจือกับธรรมธิปไตย มันจึงเป็นประชาธิปไตยเพี้ยน เช่นเปรม

****ขอแก้เป็น... ****เพราะทุก

****ขอแก้เป็น...

****เพราะทุกคนเอาอัตตาธิปไตยของตนเองมาเจือกับธรรมมาธิปไตย มันจึงกลายเป็นธรรมมาธิปไตยเพี้ยนไปตามอำนาจกิเลส เช่น ธรรมาธิปไตยแบบมีกิเลสของเปรม

ครับคุณ"เยาวชนไทย"

ครับคุณ"เยาวชนไทย" คือค่อนข้างสะดุดตรงที่ ผมอ่านลายมือทางความคิดแล้ว ไม่น่าจะเป็นเด็ก น่าจะเป็น"เด็กโข่ง"ปลอมตัวมามากกว่าแต่จริงๆต้องขอบคุณน่ะครับในเนื้อหาที่เตือนมาเป็นกระจกให้อย่างดี?

และผมก็เคยได้ยกประเด็นนี้อธิบายไปหลายๆครั้งแล้ว ทำไมหนังจึงมีเรตXเรตRหรือ R&B(เอ้ยอันนี้แนวเพลง)ยอมรับครับว่าจริงๆควรจัดโซนนิ่ง หรือแบ่งเป็นห้องแบบพันทิพย์ ไปเลยว่าใครสนใจแนวไหน?จะเข้าห้องสมุด หรือหว้ากอ ศาสนาหรือราชดำเนินที่ราชดำเนินนี่จะคล้ายประชาไท ?

มีลักษณะฮาร์ดคอร์มาก เพราะคือคอการเมือง หรือถ้าเอาตัวอย่างง่ายๆก้เหมือนงานวัด มีเวที่ หมอลำซิ่ง,ลำตัด,ลิเก,ตะกร้อลอดห่วง ทอยแก่น หนังกลางแปลง และ"มวยวัด"

ตรงมวยวัดนี่ละครับมันชัดมากว่า จะสกรีน คนเข้าไปดูแบบไหน ภาษาขอบเวทีมวยวัดกับขอบเวทีลิเก,ลำตัด,จึงต่างกัน(หรือถ้าจะหาได้จากหลายเว็ปท์ฯที่เกี่ยวกับการเมืองจะฮาร์คอร์กว่านี้เยอะมาก) แม้แต่ที่นี่แต่ก่อนฮาร์ดคอร์กว่านี้มากครับ?

ดังนั้นการพูดจากันบางทีต้องปรับคีย์ฯ เพราะถ้าแค่กระซิบในลานเวทีเมียงูอาจจจะสื่อสารกันได้แต่ถ้าเวทีมวยอาจจะต้องปรับคีย์เป็นตะโกน

เช่นเรื่องนี้เป็นเรื่องศาสนา จริงต้องเป็นห้องศาสนาในพันทิพย์บทสนทนาธรรมในห้องศาสนา ภาษาจะไม่แบบนี้ หรือแม้แต่การเมืองในสภาฯภาษาจะอีกแบบหนึ่ง(แม้ขนาดนั้นสภาฯผู้ทรงเกียรติยังมีทรงเกือกสกายคลิกกันเลย)

ดังนั้นธรรมชาติของเวทีแบบนี้จึงเป็นธรรมชาติที่สุดของเขาแบบนี้ ดังนั้นกระจกของคุณ"เยาวชนไทย" (จริงๆต้องขอบคุณน่ะครับที่แวะมาเป็นกระจกให้) แต่ที่สำคัญต้องส่องจริตตัวเองก่อนว่า ชอบแนวไหนแบบไหนจริงๆคอการเมืองแบบไหน?ส่องให้เห็นจริตในใจตัวเองก่อนเข้ามา

เวทีไหนเหมาะสมกับตัวเอง ผมตอนแรกเข้ามาที่นี่ก็ตกใจ(ทั้งในภาษาและการสนทนาในนี้จนออกมาเตือนบ่อยๆ) แต่เพราะหน้าที่ที่หาเวทีคุญยากมากพันทิพย์เขาก็ปิดไม่เปิดปกติในห้องราชดำเนิน หลายทีคุยกันไม่เป็นธรรมชาติและเหิดกว้างได้แบบนี้

ที่สุดก็คือผมต้องคืนความเป็นธรรมชาติของที่นี่ให้เขา แล้วเงื่อนไขในการเมืองปัจจุบัน มันมีแต่คนตะโกนหรือใช้เครื่องขยายเสียงเครื่องทุ่นแรง

ตามเครื่องมือที่ตนเองมีเพื่อกลบเสียงของอีกฝ่ายหรือสร้างเงื่อนไขในสีสันให้อีกฝ่ายสนใจ ? ดังนั้นการคุยกันให้ได้อรรรถรสหรือได้อารมณ์แบบนักเขียนนักกลอนปราชญ์จีนที่นั่งฝังเสียงจิ้งหรีด,แล้วดีดกู๋เจ้งแล้วจึงจะผลิตคำกลอนได้?หรือคิดการ์ณ์ได้แบบเขงเบ้ง

ในขณะที่อีกเวทีในเวทีเชิดมังกร ทำไมมันจึงอึกระทึกครึกโคลมเน้นผางๆๆเสียงดังเข้าว่าปัญหาจึงคือเราไปอยู่ในที่ไม่ตรงจริตเราหรือไม่?

ผมจึงได้พิจารณาตัวเองหลายครั้งตั้งแต่เข้ามาที่นี่ จนสรุปได้ว่า คืนความเป็นธรรมชาติให้เขาดีกว่าเวทีแบบนี้ สีสันเขาคือความเป็นธรรมชาติในการคุยกัน ไม่มีสร้างภาพ(ไม่รู้จะสร้างไปให้ใครดูเพราะคุยไม่มีใครเห็นหน้ากันแทบมันก้แคบๆแค่นี้)

นั้นคือเงื่อนไขของเวทีแบบนี้มันจึงมีความเป็นะรรมชาติสูงในบทสนทนา ดังนั้นการเอาเรื่องศาสนามาสนทนาธรรมแบบนี้มันจึงเหมือนไม่เหมาะสมที่จะคุยแบบนี้

แล้วธรรมชาติในตัวตนของผมคืออะไร? ก็อย่างที่หาอ่านได้ในนี้? ที่ช่วงนี้จะปรับคีย์ให้แรงขึ้นเพราะสถานการณ์มันแรงขึ้นตลอดจนผมโดนอะไรค่อนข้างแรงมากในชีวิติตอนนี้ในเรื่องส่วนตัวที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ จนบางทีใส่อะไรแรงๆลงไปแบบนั้นใครอ่านอาจจะไม่เข้าใจ

ที่หลายคนบางทีรับไม่ได้เหมือนกับที่ผมเข้ามาที่นี่ใหม่ๆรับไม่ได้
เป็นธรรมดาครับคณ"เยาวชนไทย"ผมเข้าใจและเคยทำหน้าที่แบบคุณในช่วงแรกๆ แต่ที่สุดต้องคืนความเป็นธรรมชาติให้สถานที่แบบนี้เวทีแบบนี้ให้เขา เราต่างหากที่ไปบอกว่าอย่าเชียร์มวยเสียงดังได้ไหม?เสียงเบาไบบดูลิเกได้ไหม? ภาษาแบบตีๆๆลดลงได้ไหม? ที่สุดผมจึงได้เข้าใจ???

I Pad's

I Pad's fallacy:

ตรรกะสำคัญของพธม. "ระบบดีหรือไม่ดี ไม่สำคัญ สำคัญคือคนต้องดี"

ระบบเลวทราม คนดีมันจะทำงานได้อย่างไร?

ไม่ได้หมายความว่า ระบบสมัยทักษิณดีสมบูรณ์ มันยังไม่สมบูรณ์ ยังต้องแก้ไข แต่ไม่ไช่ด้วยวิธีการป่าเถื่อนแบบ รปห.

ไม่ว่าคุณจะมีหลักฐานดีแค่ไหนในคดีที่กำลังจะตัดสิน ก็ไม่อาจจะสร้างความชอบธรรม ให้กับการรัฐประหารที่ผ่านมา

ถ้าคุณฟ้องร้องดำเนินคดีกับเขาในศาลตามขบวนการปกติ โดยไม่อาศัยการรัฐประหาร ผมจะเชียร์คุณสุดใจเลย

สรุปว่า มาช่วยกันสร้างระบบที่ดี จะดีกว่า ถ้าระบบดีจริง คนดีจะทำงานได้ คนเลวจะถูกลงโทษโดยระบบ

และที่คุณบอกว่า"พล.อ. เปรม ไม่เคยโกงชาติ" คุณแน่ใจแล้วนะ? วันหลังเกิดไปรู้เข้าระวังจะช๊อคหัวใจวายตายคาหนังสือพิมพ์ไม่รู้นะ : )

อ้อครับจำได้แล้วผมเคยตอบโต้กร

อ้อครับจำได้แล้วผมเคยตอบโต้กรณีนี้กับป๋าฯในวันแรกๆที่ป๋าฯออกมาในกระทู้นี้

http://www.prachatai.com/node/27589/talk

ขอยกมาแต่ส่วนที่เคยพูดไว้ตามนี้

"""แต่แนวคิด"ธรรมาธิปไตย" ตามที่ป๋าฯยกมา เป็นแค่วาทะกรรม? หรือเป็นแค่ยกธรรมมาข่มท่าน หรือข่มใครมันสร้างเป็นจริงยังไม่ได้?เป็นอุดมคติ เป็นเป้าหมายที่แม้เราจะต้องไปให้ถึงในอีกเงื่อนไขในสภาวะพัฒนาการสังคมอีกระดับหนึ่ง?

แต่ไม่ใช่วิธีการแบบพยายามออกแบบบ้านปชต.ให้กลายเป็นแบบ"แบบบ้านเสาเดียว" สมถะพอเพียงสุดโต่งลงทางแคบ ไปถึงแค่คนเดียวอยู่ได้คนเดียว(ศาลพระภูมิไง) บ้านเสาเดียวมีไว้ให้แค่เทพฯอยู่ คนอยู่ไม่ได้?แต่มีคนดันทุรังจะทำแบบบ้านเสาเดียวในปชต.ของไทยให้ได้? มันจึงยุ่งอยู่นี่?

ดังนั้นประชาธิปไตย ต้องไปด้วยกันทั้งหมดแม้แต่คนไม่ดีหรือคนเลวของป๋าฯที่สั่งให้ใครต่อใครแยกแยะให้ออกให้เป็นนั้น? ก็ต้องให้สิทธิในการตรวจสอบฐานความผิดตามกติกาตามกระบวนการที่ถูกต้องเป็นธรรมแก่เขา? ไม่ใช่ถีบลงเรือเลย?(ใช้กระบวนการยุติโดยทำหรือถีบตามวิธีคิดแบบทหารไม่ใช่ปชต.)

ไม่ใช่ชั่วหรือดีมีการพิพากษาด้วยมายากรรมทางกาสิโนอำนาจวิธีการตั้งข้อกล่าวหา แล้วใช้"ตุลาการอภิบาลนุมัติ" สั่งตายได้อย่างเดียว

เพราะสิทธิขั้นพื้นฐาน(สิทธิมนุษยชน) จะต้องได้รับการปฎิบัติอย่างไม่เลือกปฎิบัติ และให้โอกาสเท่าๆกันในการพิสูจน์ความเป็นคนดีไม่ดีต่อสาธารณะชน โดยที่ไม่มีการตั้งธงให้คนไหนดีไม่ดี ก่อนกระบวนการจะสิ้นสุด และเป็นกระบวนการแบบปกติเป็นที่ยอมรับด้วย(ตรงนี้สำคัญมากที่เราไม่มีเลยตอนนี้)

ไม่ใช่วิธีการแบบโจรปล้นโจรวิธีการจัดการคนไม่ดีแบบนี้? มันก็จะหาข้อสิ้นสุดในการพิสูจน์คนดีคนไม่ดีก็ให้เป็นที่ยอมรับไม่ได้?

แม้เราพอมองออกคนไหนดีไม่ดี แต่กระบวนการยุติธรรม ใช้ความรู้สึกแบบป๋าฯว่ามาพิพากษาจนตัดสินก่อนอย่างมีธงแบบนั้นไม่ได้? ต้องให้กระบวนการที่ถูกต้องเป็นที่ยอมรับเป็นคนฟันธงไม่ใช่ความรู้สึก? แต่รู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจนั้น เป็นสำนึกเชิงหลักการและเหตุผลบวกความรู้สึกจากประสบการณ์

ที่มันง่ายต่อมายาเชิงสัมพัทธของเกมกาสิโนอำนาจมาก(อัตตาอคติส่วนตัวตามจริตข้อมูลความเชื่อที่รับมาว่ารอบด้านแค่ไหน)ที่สำคัญนิยามความดีคือตามใบสั่งผู้บังคับบัญชาในนิยามคนดีความดีแบบทหารของป๋าฯนั้นมันใช้ได้กับความดีแบบปชต.ได้ไหม?เพราะความดีแบบนั้น เช่นการปฎิวัติ,ฆ่าคน(โดยหน้าที่แบบทหาร) เพื่อบรรลุเป้าหมายตามใบสั่งแบบนั้นคือคนดีแบบทหารของป๋าฯมันจึงอาจจะคนละนิยามความดีแบบปชต.ก็ได้???

ดังนั้นมาตรฐานการวัดคนดีการแยกแยะคนดีไม่ดีแบบป๋าฯใช้ความรู้สึกแยกแยะแล้วตัดสินประหารเลยให้"ยุติโดยทำ"แบบทหารนี้ไม่ได้?แต่ต้องใช้กระบวนการที่จะต้อง"ยุติโดยธรรม"แบบกระบวนการปชต.ปกติที่ยอมรับเท่านั้นครับ???

ถึง...ปรัชญาชายขอบ เราเพียงแค

ถึง...ปรัชญาชายขอบ

เราเพียงแค่สะดุดขาตัวเราเอง?

ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวว่า...ความเป็นจริงแล้ว ประเทศอื่นเขาไม่ได้ก้าวไปข้างหน้ามากมายเท่าไรนัก...แต่เราสะดุดขาตัวเราเอง...เรื่องคอร์รัปชั่น อาตมาคิดว่า ประเทศรอบข้างของเรานี่...คงต้องตกอกตกใจว่าประเทศไทยต้องไปได้ไกลมาก...เนื่องจากสภาพแวดล้อมก็ดี...อุปนิสัยใจคอของคนไทยก็ดี สภาพทางภูมิศาสตร์ก็ดี มันเอื้อทุกอย่างให้ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจได้ทั้งนั้น

"น่าสังเกตไหมว่า ขณะที่เราก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์...แต่ประเทศไทยเริ่มก้าวถอยหลังในทางจิตวิญญาณ...ประชาชนแทนที่จะพึ่งตนเองได้ทางปัญญากลับไปพึ่งเทพ...ยิ่งเรียนมหาวิทยาลัยมากขึ้น...แทนที่จะมีปัญญาชนมากขึ้น แต่เรากลับไปใช้ปัญญาชนยุค 14 ตุลาคม...ใช้กันจนช้ำ...จนเซ็งกันไปข้างหนึ่ง...ปัญญาชนยุคใหม่หายไปไหน"

===================================================

เราว่า "แนวคิด และคำถามของท่าน ว.วชิรฯ...น่าคิด น่าค้นหาคำตอบ น่าที่คนไทยทุกคนควรนำไปปรับปรุงตนเอง...พร้อมทั้งกาย และ ใจ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในส่วนรวม

ดูดี มีประโยชน์ และมีคุณค่ากว่า แนวคิดสมมติละคร (แบบมีอคติ) ของปรัชญาชายขอบเยอะเลย...

ขอให้เขาวัวเขาควาย

ขอให้เขาวัวเขาควาย จงอยู่บนหัววัว หัวควาย เท่านั้นเถิด อย่ามาอยู่ที่อื่นเลย สาธุ เมืองไทย คนไทย จงปลอดภัยจากเขา

แค่ยอมรับความจริง

แค่ยอมรับความจริง ตาก็สว่างแล้ว

ตื่นได้แล้ว?!?

ตื่นได้แล้ว?!?

คุณก๋วยเจ๋งครับ(จำหาว่าผมอะไร

คุณก๋วยเจ๋งครับ(จำหาว่าผมอะไร??? ส.ใส่เกือกหรือไม่? ทั้งที่คุณไม่ได้พาดพิงเอ่ยชื่อตัวผมมา) แต่เนื้อหามันพาดพิง?จึงต้องชี้แจง(ประเด็นเรื่องงมงายในการยกกรณีเรื่องเทพฯมาของคุณ) นั้นแสดงว่าคุณไม่เข้าใจในแมสเซสที่แท้จริงผมต่อประเด็นนี้?

เพราะประเด็นนี้ผมชี้ไปที่เรื่องโครงสร้างศาสนาทุกศาสนา แม้แต่พุทธที่เน้นปัญญาตามหลักอิทัปปัจายาตา อตัมสกสูตร จนถึงไตรลักษณ์,กาลามสูตรนั้นคือพุทธเน้นเหตุผล แต่จะขาดหลักศรัทธาในความเชื่อไม่ได้? เพราะถ้าเราละเลยสิ่งนี้ มันจะกลายเป็นอภิปรัชญา หรือลิทธิๆหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ศาสนา?

เพราะแนวทางแบบนี้จะปฎิเสธปฎิปทาแนวทางพระสายวิปัสนากรรมฐาน อย่างสายอ.มั่น,หลวงพ่อชาฯ(สายวิปัสนาทางอิสาณหรือแม้หลวงปู่แหวนทางภาคเหนือ)ที่เป็นเกจิฯที่มีลายธรรม (ลายเซ็นต์เป็นภาษาของนักเขียนเป็นของตัวเอง)ชัดเจนและชัดเจนในอีกปฎิปทาอย่างหนึ่งที่ยึดโยงจิตวิญานทางพุทธสายเลือดไทย หรือเถระวาทที่ใกล้ชิดตัวตนแบบพุทธทางฮีนยานหรือเถรวาทแบบของไทยที่สุด

ที่แม้จะแตกต่างจากสายอ.พุทธทาส ที่เน้น ไปคล้ายๆมหายาน นั้นคือเชิงปรัชญญา แบบมหายาน ซึ่งแต่ละปฎิปทา มีคุณค่าในตัวเอง? ที่เราสายกรรมฐาน(เถระวาท,ฮีนยาน) จะไปล้อพระสายมหายานแบบจีน ว่าพระอะไร?มีการเทศน์มหาชาติทำนองฮิบฮอบแรฟมหาชาติได้,หรือดื่มเหล้าได้ไม่ผิดศิลข้อ5แบบพระไทย

(แนวคิดนี้ตอนผมบวชใหม่ๆเมื่อหลายปียังเป็นวัยรุ่น ผมแอบแร็ฟมหาชาติให้พระลูกวัดฟัง)
ถึงกับร้อนถึงพระอ.พระอุปฌาฯต้องเรียกไปเตือนจนต้องมีคำถามกลับพระอุปฌาว่า ท่านก้ในเมื่อเทศน์มหาชาติเอาแค่แต่ล่ะภาคยังทำนองไม่เหมือนกัน แล้วท่านเองก็ให้ผมให้ไปฝึกอ่านบาลีให้คล่องแล้วก็ไปใส่ทำนองเอาภายหลัง ก็นี่ไงผมใส่ทำนองฮิบฮ็อบ แร็ฟมหาชาติ แล้วไงผิดตรงไหน?

เหมือนกันครับ เหมือนกับที่พระองว.ฯ ล้อว่า สายวิปัสนาฯงมงายไม่เน้นปัญญา?ยังไงยังงั้นครับ?แต่จริงๆแล้ว แนวทางแบบเถรวาทหรือฮีนยาน เป็นการเดินทางในแรลรี่พุทธศาสนาสายตรง แบบบายพาส เดลิเวอร์ลี่ที่สุดแล้ว?

เน้นปฎิบัติเข้าถึงความหลุดพ้นที่อัตตาตนแบบสมถะยานลำเล็ก(ฮีนยาน)สายวิปัสนากรรมฐาน? จึงเน้นทางตรงในการเข้าหาจิตพุทธะ แต่สายมหาญาน เน้นปรัชญา หรือปัญญาในการสอนให้คนหมู่มาก ไปด้วยกัน

ดังนั้นการรับผิดชอบการไปด้วยกันแบบคนหมู่มากมันจึงต้องใช้หลายอย่างมาหลอกล่อกิเลสในสีสันในความต่างหรือปัญหาความต่างของมนุษย์มากมาย ทั้งที่ฮีนยาน เน้นการเข้าถึงจิตพุทธะที่การวิปัสนากรรมฐานที่ตัวเองเลย หลุดพ้นด้วยปฎิบัติของตัวเองจากกิเลสตรงนั้นเลย

แต่มหายานจะต้องรับผิดชอบบรรทุกความต่างของกิเลส อย่างที่พระพุทธองค์ยกไว้ในหลักความต่างของ"ดอกบัวสี่เหล่า" นั้นคือการชี้ถึงปัญหาความต่าง ทั้งที่แก่นพุทธจริงมีนิดเดียวคือการเข้าถึง

"จิตพุทธะ"

แต่ทำไมพระพุทธองคจึงทรงยังต้องมีตั้งแปดหมืนสี่พันพระคาถาคำสอน(บวกอีกหลายสีสันประเพณี,พิธีกรรม) ในการหลอกล่อกิเลสมนุษย์เข้าหาจิตพุทธะล่ะ? เพราะปัญหาความต่างของมนุษย์ใช่ไหม?

ดังนั้นจึงไม่ควรไปล้อเงื่อนไขความต่างหรือปฎิเสธปฎิปทาแบบข้าคือความถูกต้องจนมองหลักศรัทธาความเชื่อในโครงสร้างศาสนาว่าคืองมงาย? แล้วถ้ายึดแบบนั้น พุทธประวัติที่มีเกี่ยวกับอภิญญาบารมีต่างๆในพุทธประวัติต้องสังฆายาณาใหม่หมดสิ?

เพราะพุทธ,พราหม(โดยเฉพาะในไทยและสมัยพุทธกาล) คือญาติร่วมท้องบิดามารดาเดียวกันทั้งต้นกำเนิดและหลายเรื่อง เพราะบนความเป็นหนึ่งในนั้น? สรรพสิ่งเกี่ยวโยงถึงกัน แม้แต่ศาสนาอื่นที่คนและพ่อแม่กัน อย่างอิสลาม หรือคริสต์ ก็คือศาสนาที่ว่าด้วยเรื่องความดีเดียวกัน

มันแยกความเกี่ยวเนื่องกันไม่ได้หรอก แต่เราสามารถบริหารจัดการกับความต่างแบบไหนให้อยู่ร่วมกันได้สำคัญกว่านั้นคือเทพในสุมมติกับคนเพื่อเป้าหมายความดีแบบเทพในต้นแบบคล้ายเป้าหมายยุคพระศรีอารย์นั้นมันมีอยู่จริงหรือไม่ก้คงงมงายเดียวกันกับเรื่องเทพของอีกศาสนาสิ???

***วันมาฆบูชา

***วันมาฆบูชา คือวันธรรมธิปไตย

***ในวันนี้ พระอรหันต์ 1250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย

***และพระพุทธเจ้าได้ ประกาศธรรมาธิปไตย

***สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสู ปสมฺปทา สจิตฺต ปริโยทปนํ เอตํ พุทธานสาสนํ

***ซึ่ง หนังสือพุทธภาษิตหลักสุตรนักธรรม แปลว่า ...ความไม่ทำบาปทั้งสิน ความยังกุศลให้ถึงพร้อม ความทำจิตใจให้บริสุทธิ์สะอาดปราศจากสิ่งเศร้าหมองทั้งปวง นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

***ถ้าเปรมอ้างว่า ได้ทำตามธรรมาธิปไตยของพระพุทธเจ้าข้อนี้แล้ว ผมไม่เชื่อ เพราะเปรมไม่ใช่พระอรหันต์ แต่เป็นคนกิเลสหนา ติดอยู่ในลาภยศสรรเสริญอย่างหนาเตอะ ชนิดที่ใครแตะต้องมิได้ ต้องมีการปฏิวัติกัน ดังเช่นที่มีคนโดนไปแล้ว

กองทัพธรรมเที่ยวไปไร้อาวุธ เป

กองทัพธรรมเที่ยวไปไร้อาวุธ
เป็นพุทธบุตรสาวกวิเวกจิตร
แผ่เมตตากรุณาเป็นเนืองนิตย์
เจตน์อุทิศสรรพสัตว์ในภพไตร

จาริกไปในถิ่นทั้งแปดทิศ
สังฆกิจสอนธรรมทำโลกใส
คณาชนเห็นชอบมรรคาชัย
ต่างน้อมใจปฏิบัติกุศลกรรม

ตั้งตนในทานศีลภาวนา
เกิดปัญญาเห็นทุกข์ทีเหยียบย่ำ
ถึงอรหันต์จบสิ้นซึ่งบ่วงกรรม
พ้นจองจำสู่โลกุตรวิมุติเมือง

ที่ต่ำต้อยด้อยปัญญาอุตสาหะ
ก็รับพระรัตนตรัยใจชักเชื่อง
บ้างก็เป็นโสดาปัญญาเรือง
บ้างห่มเหลืองเป็นสมณะมุ่งพระนิพพาน

คิดถึงองค์อโศกมหาราช
เคยพิฆาตข้าศึกเลือดแดงฉาน
เห็นซากศพมากมายสุดประมาณ
เกิดสงสารเลิกรบนบพระธรรม

นำราษฎรรับนับถือพุทธ
ใจผ่องผุดตรึกทุกข์ทุกเช้าค่ำ
มเหสีคู่พระทัยใจภักดิ์ธรรม
ช่วยน้อมนำสวามีเลิกตีฟัน

ทรงส่งพระโสณะสู่สุวรรณภูมิ
ที่ราบลุ่มทวาราวดีศรีไทยนั่น
ไทยรับพุทธธรรมสงฆ์เป็นอัศจรรย์
พุทธจึงมั่นถิ่นไทยวิไลมา

ถึงสุโขทัยอยุธยารัตนโกสินทร์
ไม่สุดสิ้นพุทธธรรมสงฆ์องค์ศาสนา
จนบัดนี้ยังทวีมีประชา
สืบศาสนาอริยสัจตรัยรัตน์เอยฯ

แล้วไง

แล้วไง ก็ถูกต้องแล้วคุณเป็นนักบริหาร คุณก็ต้องกล้าตัดสินใจ ทำไปสามเดือนราคาน้ำมันตลาดโลกไม่ลด ก็ต้องหาวิธีการใหม่ แต่ปัจจุบันนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่ได้แพงแบบสมัยสมัคร กองทุนก็ใช้คืนแล้ว แต่รัฐบาลนี้ซึ่งเคยประกาศว่าจะใช้นโยบายลดภาษีน้ำมันเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน กลับใช้ราคาน้ำมันเป็นแหล่งรายได้หลัก มาอัดฉีดโครงการใหญ่ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม ราคาน้ำมันจึงแพงกระฉูด เป็นการขูดรีดจากประชาชนที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันมาทำให้ภาพลักษณ์ประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจประเทศดี แต่ประชาชีไม่มีกิน แปลว่าอะไรประเทศไทย

ผมมองว่า พลเอกเปรม

ผมมองว่า พลเอกเปรม ท่านเป็นผู้มีคุณูปการต่อสังคมไทย แม้ท่านจะพ้นวัยที่สมควรจะทำหน้าที่เพื่อบ้านเพื่อเมืองแล้ว ท่านก็ยังอุตส่าห์ดำรงอยู่ เพื่อสอนลูกหลานให้รู้ว่าการติดยึดอยู่กับสิ่งใดมากเกินไป อาจทำให้ตัวคนนั้นต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีอย่างไม่คาดคิด เหมือนกรณีของท่านนั้นแล สาธุ

ถึง...คุณอะตอม ผมเขียนถึง

ถึง...คุณอะตอม

ผมเขียนถึง "ปรัชญาชายขอบ" เพราะว่า เขาเอาเรื่องสมมติ มาแต่งเป็นเรื่องราว แบบลำเอียง (อคติ)

เราเห็นเขาอุปโลกเรื่องราว ที่เกี่ยวกับพระ...เราเลยเอาคำพระที่เราชอบ...เพราะตามความเห็นส่วนตัวของเรา ท่านใช้ถ้อยคำสอนเตือนสติมนุษย์ด้วยคำที่คมคายมาก...และเท่าที่ศึกษาประวัติท่าน...ท่านตอบคำถามแบบมีสติ แบบชาญฉลาด และ นึกถึงส่วนรวม

ถ้าคุณคิดว่ากระทบถึงคุณ...ขออภัยด้วย..เพราะบอกตามตรงว่า "เราไม่มีเวลาอ่านของคุณหมด" บางทีอ่านข้ามๆ เพราะยาว...บางทีด้วยความอ่อนด้อยของปัญญาเรา...หรือ ความเป็นปรัชญาที่มีมากของข้อเขียนของคุณ...ทำให้เราอ่านซ้ำหลายรอบแบบไม่เข้าใจว่า "คุณต้องการสื่ออะไร"

คือ เราเป็นคนเรียบง่าย แบบชาวบ้านๆ น่ะ...อะไรที่ล้ำลึก เป็น ดร. เป็นปรัชญาจนเกินไปก็ไม่มีเวลาทำความเข้าใจเหมือนสมัยเราเรียนมหาลัยหรอก (แหม! ขอคุยซะหน่อย ได้วิชาปรัชญาการศึกษา เกรด A ด้วยนะ)

================================================

ท้ายนี้ ยังอยากเห็นประเทศไทยที่เคยสงบสุข รอดพ้นวิกฤต ความแตกแยกของคนในชาติ...ขอให้เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ผู้คนน่ารัก คนต่างชาติ ไม่ว่าชาติไหนอยู่แล้วไม่อยากกลับไปบ้านเกิดตัวเอง...เพราะหลงรักในประเทศไทย...(เหมือนเช่นคนไทยในต่างแดน...เขารัก และ หวงแหน ประเทศเรา เขารักพระเจ้าอยู่หัว เขามีความทุกข์ที่เห็นคนไทยแตกแยก...เขาเศร้าใจที่เห็นคนไทย ทำร้าย ไล่ทุบตี ไล่ฆ่ากัน ปลุกระดมให้ฆ่าคน เผาบ้านเผาเมือง)

พระราชดำรัสฯ "...ความสามัคคีน

พระราชดำรัสฯ
"...ความสามัคคีนี้เป็นคุณธรรมสำคัญประการหนึ่ง ซึ่งหมู่ชนผู้อยู่ร่วมกันจำเป็นต้องมีต้องถนอมรักษา และต้องนำมาใช้อยู่สม่ำเสมอ เนื่องด้วยสรรพกิจการงานที่เป็นส่วนรวมทุกด้านทุกระดับ ต้องอาศัยบุคคลหลายฝ่ายร่วมกันคิดร่วมกันทำ..."

น่าคิดว่าสังคมส่วนใหญ่จะเชื่อ

น่าคิดว่าสังคมส่วนใหญ่จะเชื่อใคร ระหว่างคนที่หนีความผิด กับ “บุคคล” ที่ระบุถึงซึ่งแต่ละท่านล้วนพิสูจน์มาตลอดชีวิตว่า ได้ทำงานในหน้าที่จนได้รับการยอมรับจากสังคม แต่สิ่งที่ต้องคิดตามมาคือ นับวัน “ความขัดแย้ง” ในสังคมล้วนมีเพิ่มมากขึ้น ๆ จาก “ข้อกล่าวหา”

เหตุผลอะไรก็ได้ที่มันเข้าทางต

เหตุผลอะไรก็ได้ที่มันเข้าทางตัวเองนะครับ คุณจะพูดอะไรก็ได้ คุณจะใช้คำอะไรก็ได้

เมื่อจิตมีแต่กิเลส

เมื่อจิตมีแต่กิเลส การกระทำย่อมเป็นไปตามนั้น ที่ตามมาคือกรรม ..เดิมก็คิดแบบนี้เพราะครูสอนมา .. แต่วันนี้คนทำเลวทำผิด ไม่เห็นรับผลที่กระทำเลย รู้งี้ไม่ทำบุญกะหลวงตาหรอก ทำบุญผ่านตู้บริจาคหน้าบ้านสี่เสาดีกว่า เห็นผลไวดี

ถูกซะเมื่อไหร่

ถูกซะเมื่อไหร่ เหยียบสี่สิบบาทพ่อคุณ

ดีมากๆ น้อง

ดีมากๆ น้อง ลองให้คนที่ด่าเขาทุกวันนี้คิดดูดีๆ ส.ส., ส.ว. หรือผู้มีส่วนกับการเมืองทั้งหลายมีใครจนมีเงินไม่ถึง 5 ล้านบ้าง มีใครที่ได้โกงที่สุจริตอีก

เห็นด้วยกับคุณเป็นอย่างยิ่งคร

เห็นด้วยกับคุณเป็นอย่างยิ่งครับ หนับหนุน หนับหนุน

ข้อนี้ เห็นด้วยกับคุณ

ข้อนี้ เห็นด้วยกับคุณ เกินล้านเปอร์เซ็นต์ เลย...พี่น้องเอ๊ย!

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก
พระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ ของวิเศษต่างๆ
พระองค์เริ่มต้นด้วยการสร้างมหาสมุทร ทั้ง7 โดยการวางของวิเศษของพระเจ้า
พระองค์จะต้องวางทั้งของดีและของไม่ดี คู่กันไป
เพื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใดสมบูรณ์ไปกว่าประเทศอื่นๆ
ทรง เอาเทือกเขาร็อกกี้ น้ำตกไนแองการ่า วางไว้ให้อเมริกา
แล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่า กับพายุทอนาโดวางไว้ด้วย
เอาป่าอเมซอนวางไว้ให้บราซิล
ทรงเอาไข้ป่า วางไว้ให้ด้วย
เอาขั้วแม่เหล็กโลกวางไว้ให้แคนาดา
แต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้
เอาเทือกเขาหิมาลัยให้ธิเบตกับเนปาล เพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึก
แต่ก็เอาความเบาบางของอากาศ และความแห้งแล้งไว้ให้
ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ ทั้งหมด
จึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากัน
คราวนี้ พระองค์ทรงลืมประเทศรูปขวานเล็กๆ ทางแหลมอินโดจีน
ทรงสะพายถุงวิเศษแล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไป
แต่ด้วยความที่เขาสูงมากเกี่ยวถุงของพระเจ้าขาด
ข้าวของที่ดีๆที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆ
เช่น ชายหาดสวยๆ ผืนดินอุดมสมบูรณ์
ศิลปะวัฒนธรรมดีๆ อาหารอร่อยที่สุดในโลก
ดอกไม้ ผลไม้ ชายทะเล ก็เทไปกองรวมกันที่ประเทศไทยหมด
ว้า แย่แล้ว พระเจ้า ทรงคิด ประเทศนี้
ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆทั้งหมดแน่นอน
พระเจ้าทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล แต่สายเสียแล้ว
พระองค์ทรงเอาภูเขาไฟ กับแผ่นดินไหว ให้ญี่ปุ่นไปแล้ว
ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ประเทศอื่นๆ
จะมาฟ้องร้องพระองค์ได้ว่าพระองค์ไม่ยุติธรรม
จะมีภัยธรรมชาติอันใดหนอที่ จะทำให้ประเทศไทยไม่เจริญกว่า
ประเทศอื่นๆได้
เพื่อเป็นการป้องกันประเทศอันสมบูรณ์ที่สุดในโลกนี้
ไม่ให้ล้ำไปกว่าที่อื่นๆ พระองค์ก็เลยสร้าง คนไทยขึ้นมา
ถ้ามีคนไทยอยู่ล่ะก็ ต่อให้สมบูรณ์แค่ไหน
---------------ไทยก็ไม่มีวันเจริญ---------------

omEbky Buy Viagra Cheap

JpWyFlo Cialis Cheap Tramadol

PPWUibD Cheap Valium Buy

szYvhUZ Xanax Cheap Ativan

TvIZgyrM Cialis Cheap Xanax

xOvmhD Xanax Phentermine Buy

CUUzBcZ Buy Valium Viagra

GpTjuRpF Ambien Viagra Buy

MymNdBMX Cheap Ambien Cialis

bkmTvE Valium Buy Cialis