ไอซีทียัน “ประเทศไหนก็ติด Sniffer” ผู้ใช้เน็ตค้านหนัก ยกตัวอย่างอเมริกาแย้ง

จากกรณี "คณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต" ภายใต้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เสนอให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพิ่มหลักเกณฑ์ในการออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการต้องติดตั้งอุปกรณ์ดักจับข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ Sniffer ไว้ที่เกตเวย์ เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา (ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ)

ล่าสุด วันที่ 21 ม.ค.53 เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า นายอาจิน จิรชีพพัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประธานคณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยลุกขึ้นมาแสดงความเห็นต่อต้าน Sniffer ว่า การติดตั้ง Sniffer เป็นการช่วยป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ต้นเหตุ แถมยังสามารถคัดกรองเว็บไซต์เหมาะสมทุกประเภท ต่างจาก พ.ร.บ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่สามารถเอาผิดได้เมื่อมีคดีความเกิดขึ้นเท่านั้น ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ
       
"สำหรับกรณีที่หลายภาคส่วนเป็นห่วงว่าการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวจะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงด้วย แต่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเหมือนถนนสาธารณะที่จะต้องมีการเฝ้าระวัง ไม่ให้มีการใช้เพื่อดำเนินการผิดกฎหมาย"
       
อาจินระบุว่าข้อมูลที่วิ่งอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นมีจำนวนมหาศาล เป็นไปได้ยากที่ไอเอสพีจะเฝ้าดูข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าทุกราย ประกอบกับไอซีทีจะมีเกณฑ์ข้อมูลที่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ส่งไปยัง ISP แต่ละรายแบบอัตโนมัติ ซึ่งผู้ประกอบการ ISP จะต้องคัดเฉพาะข้อมูลที่เข้าข่ายเท่านั้นมาพิจารณา และหาก ISP รายใดนำข้อมูลส่วนตัวลูกค้าไปใช้ประโยชน์ก็จะถูกดำเนินการทางกฎหมายทันที
       
“เราจะให้ ISP คัดกรองข้อมูลที่น่าสงสัย สมมติมีปริมาณการเข้าใช้เว็บไซต์เพลงเว็บไซต์หนึ่งจำนวนมากผิดปกติ เราก็ต้องตรวจเช็คว่าเว็บไซต์ดังกล่าวอยู่ในรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงหรือไม่ อย่างไรก็ดี การเฝ้าระวังทราฟิกที่น่าสงสัยบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นการเฝ้าระวังที่ต้นเหตุ ดีกว่ารอให้เกิดคดีแล้วค่อยไปไล่ตรวจจับ ประกอบกับอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ที่มีใช้อยู่ทั่วไปในระดับสากล เพราะในต่างประเทศให้ความสำคัญกับการดักจับข้อมูลไม่เหมาะสม เช่นในอเมริกา ก็มีการร่างกฎหมายดักจับข้อมูลขึ้นมาโดยเฉพาะ”
       
อย่างไรก็ดี การติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวยอมรับว่าเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการ ISP ต้องรับภาระเอง แต่การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบหลีกเลี่ยงที่จะให้ความร่วมมือ ไอซีทีจึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติในฐานะผู้กำกับดูแลสั่งการให้ ISP ติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว
       
"สำหรับกลุ่มผู้คัดค้านก็ต้องถามกลับไปว่าพวกเขาคัดค้านอะไร กรณีการดำเนินการของรัฐบาลครั้งนี้ต้องการสร้างความสงบสุขบนสังคมอินเทอร์เน็ต และเป็นเกราะป้องกันเยาวชนให้พ้นจากภัยที่มากับอินเทอร์เน็ต การทำหน้าที่ของรัฐครั้งนี้เปรียบเสมือนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง คนที่ผ่านไปมาต้องยอมเสียความเป็นส่วนตัวบ้างเพื่อความปลอดภัย ความสงบสุขของประเทศ และการเฝ้าระวังการใช้งานบนเครือข่ายนี้ก็ดูแลโดยรัฐนั้นคือไอซีที ซึ่งการันตรีว่าจะไม่มีการละเมิดข้อมูลส่วนของประชาชนไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นแน่นอน"
       
นอกจากการขอความร่วมมือกทช. ไอซีที ได้ดำเนินการส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดตีความว่า การติดตั้งอุปกรณ์เพื่อเฝ้าระวังการละเมิดลิขสิทธิ์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก่อนเกิดคดีความนั้นสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และยังได้ดำเนินการแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับเรื่องดังกล่าวไปพร้อมกันด้วย
       
ด้านผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ในเว็บไซต์ twitter.com ยังคงแสดงความเห็นวิจารณ์เรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ดูได้ที่ http://twitter.com/#search?q=%23thainosniff  ส่วนใน facebook.com มีการตั้ง fanpage กลุ่ม Thailand No Sniffe http://www.facebook.com/thainosniff ซึ่งขณะนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คนแล้ว
 
 
ภาพการ์ตูน Baby Don't Sniff! "รณรงค์ต่อต้านการใช้ Sniffer เพื่อแอบดูข้อมูลเน็ตของทุกคน" โดย @tpagon ที่มา: http://twitpic.com/z28cs
 
 
ด้านสฤณี อาชวานันทกุล บล็อกเกอร์คนชายขอบ’ และกรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต แสดงความเห็นพร้อมตั้งคำถามในบล็อก ‘คนชายขอบ ว่า “1. ไอซีทีระบุว่า “การติดตั้ง Sniffer เป็นการช่วยป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ต้นเหตุ” แต่การดักจับข้อมูลของผู้ใช้เน็ตจะเป็นการ “แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ” ได้อย่างไร? พูดแบบนี้ก็เหมือนกับบอกว่า ตำรวจควรดักฟังโทรศัพท์ของคนไทยทั้งประเทศ เผื่อได้ยินผู้ร้ายโทรศัพท์คุยกัน จะได้ป้องกันอาชญากรรมได้ก่อนเกิดเหตุ
 
“ต้นเหตุ” ของการละเมิดลิขสิทธิ์ย่อมอยู่ที่ “ต้นตอ” เช่น เซิร์ฟเวอร์ที่โฮสแต่ไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์ ทำไมไอซีทีไม่ไปจัดการกับเนื้อหาเหล่านั้น?
 
2. ไอซีทีอ้างว่าอเมริกาก็มีกฎหมายดักจับข้อมูล - อเมริกามีกฎหมายนี้ก็จริง แต่:
 
2.1 วัตถุประสงค์หลักของกฎหมายนี้คือเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยรัฐปราบปรามภัยรุนแรงต่อความมั่นคง เช่น กลุ่มผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ ฯลฯ ไม่ใช่ปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์บนเน็ต และกฎหมายฉบับนี้ก็เป็นที่คัดค้าน โต้แย้ง และต่อต้านตลอดมาจากผู้ใช้เน็ตและผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ต รวมทั้ง Vinton Cerf หนึ่งใน “ผู้ก่อตั้ง” อินเทอร์เน็ต และสมาคมไอทีแห่งอเมริกา (IT Association of America) ว่าไม่เพียงแต่จะละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชนเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดต้นทุนส่วนเพิ่มที่ผู้ใช้เน็ตจะต้องรับภาระ รวมทั้งเปิดความเสี่ยงด้านระบบอีกด้วย – ดูสรุปประเด็นเหล่านี้ใน หน้านี้ของ EFF และบทความ Risking Communications Security: Potential Hazards of the Protect America Act
 
2.2. กฎหมายดักจับของอเมริกาไม่ได้บังคับให้ ISP ติดตั้ง sniffer (คือเป็นฝ่ายดักข้อมูลเอง) แต่กำหนดว่า ISP ต้องเตรียมเครือข่ายให้ “พร้อม” ให้รัฐดักข้อมูลได้โดยง่าย หน่วยงานรัฐที่ทำเรื่องนี้ในอเมริกาคือ FBI โดยใช้ระบบที่เรียกว่า DCSNet
 
2.3. การละเมิดลิขสิทธิ์ในเน็ตอเมริกาไม่ได้ใช้กฎหมายดักจับ แต่ใช้ขั้นตอนตามกฎหมายลิขสิทธิ์ – อ่านสรุปได้ใน หน้า Notice & Takedown Procedure สรุปขั้นตอนคร่าวๆ คือ เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องส่งจดหมาย (Notice of Infringing Material) ไปยังเจ้าของเว็บไซต์ ระบุเนื้อหาที่ละเมิดและตำแหน่งบนเว็บไซต์อย่างชัดเจน ถ้าเจ้าของเว็บไม่ทำตามภายในระยะเวลาที่กำหนด ถึงจะเข้าข่ายที่เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิฟ้องตามกฏหมาย แต่ไม่ว่าในกรณีใดก็ตามจะไม่มีการดักข้อมูลของผู้ใช้เน็ตเพื่อการนี้แบบที่ไอซีทีอ้าง
 
3. น่าสังเกตว่ากระทรวงไอซีทีทำงานคล้ายกับกระทรวงวัฒนธรรมมาก คือดูจะคิดเป็นแต่เรื่อง “ควบคุม” “ปิดกั้น” และ “จับ” ผู้ใช้เน็ต ออกมาตรการลิดรอนสิทธิราวกับมีสมมุติฐานว่าประชาชนเป็น “ผู้ร้าย” โดยอัตโนมัติ ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าแยกแยะได้ระหว่าง “อาชญากร” ตัวจริงที่ทำผิดกฎหมาย กับคนธรรมดาที่บริสุทธิ์ รวมทั้งไม่เคยผลักดันกฎหมายหรือกฏเกณฑ์อะไรที่จะส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้เน็ตบ้าง เช่น เรามีร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มานานหลายปีแล้วแต่ไม่เคยได้ออกมาเป็นกฎหมาย กระทรวงไอซีทีทำเรื่องเชิงบวกแบบนี้บ้างได้ไหม?
 
4. กลุ่มคนหรือบริษัทใดก็แล้วแต่ที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐ “จัดการ” กับการละเมิดลิขสิทธิ์บนเน็ตแบบเหวี่ยงแหเหมารวมและลิดรอนสิทธิแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเพลง ฯลฯ กำลังทำตัวเป็น “ธุรกิจล้าหลัง” ที่ดึงดันจะกอดโมเดลธุรกิจโบราณของตัวเองเอาไว้ แทนที่จะวิ่งตามความต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิทอล ถ้าท่านอยากรู้ว่าโลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว เจ้าของลิขสิทธิ์ที่ก้าวหน้าและไม่ดูถูกผู้บริโภคคิดอย่างไร ขอแนะนำให้อ่านหนังสือเรื่อง FREE โดย Chris Anderson, Remix โดย Larry Lessig, และ The Pirate’s Dilemma โดย Matt Mason”
 
สฤณีระบุด้วยว่า คุ้นเคยกับขั้นตอนของกฎหมายอเมริกาดี เพราะเคยมีประสบการณ์ตรงหลายครั้ง เมื่อตอนทำเว็บไซต์ที่มีเกมเก่าแต่ผิดกฎหมายให้ดาวน์โหลด ทุกครั้งที่ทนายส่งจดหมายมาก็จะเอาเกมที่ละเมิดลิขสิทธิ์ลงจากเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งคิดว่าเป็นขั้นตอนที่เป็นธรรมและรักษาสมดุลได้ค่อนข้างดีระหว่างสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และวัฒนธรรม “เปิด” ของอินเทอร์เน็ต

ความกลัวทำให้เสื่อม (ICT

ความกลัวทำให้เสื่อม (ICT คุณคิดจะดักจับข้อมูลอะไรกันแน่???)

ทำให้คิดถึง "บอลเชวิค"

ทำให้คิดถึง "บอลเชวิค"

ทำให้คิดถึง

ทำให้คิดถึง "บอลเชวิค"
ลืมใส่ชื่อ เด๋วหาว่าเป็นอีแอบ

ยิ่งห้าม ยิ่งกดดัน

ยิ่งห้าม ยิ่งกดดัน ยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกว่า พวกเขาถูกยัดเยียดให้เป็นสัตรู
การปกครองประชาชน ต้องทำความเข้าใจในวิวัฒนาการของพวกเขา
ต้องยอมรับความจริง
ใช่ฟังเฉพาะที่ถูกใจ
ปก คือ ปกปักรักษา
ครอง คือ ความเป็นเจ้าของ
ปกครอง คือ ผู้เป็นเจ้าของให้การปกปักรักษา

เมตตาธรรม ความเป็นธรรม ความเป็นนิติรัฐ
และความเข้าใจในวิวัฒนาการของประชาชนของท่าน
คือ พรสวรรค์

ไอซีที ต้องพูดให้ถูกว่า

ไอซีที ต้องพูดให้ถูกว่า "ประเทศเผด็จการไหนๆ ก็ติด Sniffer"

ไม่ใช่ประเทศที่อ้างเป็นประชาธิปไตยแบบตอแหลโว้ย!

มึงไม่ต้องมาแสดงหรอก

มึงไม่ต้องมาแสดงหรอก ไม่มีใครเขามาจับมึงหรอก กระจอกเกินไปไม่ใช่บุคคลสำคัญอะไรเลย จะอีแอบหรือไม่อีแอบ ก็เช็คได้ตามหมายเลขไอพี ตรวจหาไม่ยากหรอก อย่าไปหมิ่นเจ้าก็แล้วกัน ไม่มีใครมายุ่งกับมึงหรอก กะอีแค่โพสแสดงความเห็นแบบนี้

ในระบอบประชาธิปไตย ทุกคน

ในระบอบประชาธิปไตย
ทุกคน ยากดีมีจน นายพลหรือกรรมกร มีสิทธิ์และเสียงเท่ากัน
ส่วนความเป็นกระจอกบุคคลนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยศหรือตำแหน่ง
แต่มันขึ้นอยู่กับสายเลือดอันสืบทอดจากบรรพบุรุษ
ดั่งโบราณว่า
สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล

การสื่อสารทาง Internet นั้น ก็มี IP สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่
จึงไม่จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากอีแอบตัวใด
การใช้ถ้อยคำอันหยาบคายต่อบุคคลอื่น
เป็นคุณสมบัติที่ถ่ายทอดจาก DNA
ท่านว่า อย่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือ

ไ อ้ พวก หมา มันอ้าง

ไ อ้ พวก หมา มันอ้าง เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
แต่มันไม่เคยเรียกร้องสิทธิที่ฝรั่งมันละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาคนไทยเลย
มันอ้างปกป้อง โดยอ้างเรื่องกีดกันการค้า มันโกหก เพราะพวกรัฐอำมาตย์ไม่ชอบค้าขาย ชอบใช้แต่อำนาจให้ได้มา
ประเทศไทยต้องสูญเสียรายได้ในการสั่งซื้อสินค้าไอที ซอฟร์แวร์ แพงมากเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ประชากรคนไทย
แพงมากๆ จนประชาชนไม่มีปัญญาซื้อ เพราะรายได้ไม่เพียงพอ พวกอำมาตย์มันก็จะย้อนว่าก็ไม่ต้องใช้ ถ้าประชาชนไม่ต้องใช้ ก็โง่ดักดานแน่นอนประเทศก็สูญเสียทรัพยากรมนุษย์ไปโดยสิ้นเชิง
ข้อเท็จจริง คือ พวก รัฐอำมาตย์ มันชอบละเมิดประชาชนใต้ปกครองของมัน มันต้องการที่จะล่วงรู้สิ่งที่มันสงสัย เพื่อประจบสอพลอนายอำมาตย์มัน เพื่อหวังให้ตัวมันมีตำแหน่งยศฐาบันดาศักดิ์ลาภยศ แล้วมันก็หันมาทำลายประชาชนที่เป็นคนเลือกและเสียภาษีให้กับพวกมันแทน
ประชาชนที่มีความคิดเห็นที่ตรงกัน ควรแอนตี้พวกรัฐอำมาตย์อย่าให้มันครองเมืองต่อไปอีก ไม่งั้นชาติเราล่มจมแน่นอน

กูไม่เคยประกาศเลยว่ากูดี

กูไม่เคยประกาศเลยว่ากูดี การใช้คำพูด กู มึง มันหยาบคายตรงไหนว่ะ ถ้าหยาบคาย งั้นพ่อขุนรามสมัยสุโขทัยก็หยาบคายด้วยซิว่ะ กูไม่ใช่ผู้ดีนี่หว่า กูคนบ้านนอกเว้ย ไอ้ที่ประกาศว่าตนเองผู้ดีมีตระกูล แม่งโคตรโกงเลย หาแดกกับงบประมาณ แต่คนอย่างกูไม่เคยทำ ไม่เคยหมิ่นเบื้องสูง และที่สำคัญกูไม่เคยลอบกัดใครเหมือนพวกมึง ถ้าจะเล่นกันก็เอากันซึ่งๆหน้าไม่มีหนีอยู่แล้ว กูไม่ใช่อีแอบ แต่ไม่จำเป็นที่ต้องประกาศตนใช้ชื่อจริง เพราะมันเป็นสิทธิ์ส่วนตัว มึงต้องไปฟังไอ้ปลอดประสพมันพูด หรือไม่ก็ไอ้สมชัย อธิบดีป่าม้วย แม่งพูดกับลูกน้องหยาบกว่ากูอีก นี่หรือผู้ดี

ทีเรื่องเลวๆอย่างนี้

ทีเรื่องเลวๆอย่างนี้ เอาประเทศอื่นมาอ้าง ทุเรศ
แล้วทำไมเรื่องอย่างนี้ต้องเอาประเทศอื่นมาอ้างด้วย
แล้วทำไม หวยออนไล หวยบนดิน ที่ประเทศอื่นๆเขาก็มีไม่เอามาอ้างบ้าง

อ้างถึง > ความคิดเห็นของ

อ้างถึง > ความคิดเห็นของ Anonymous (127.0.0.1 61.19.55.239) .. Fri, 2010-01-22 11:55
กูไม่เคยประกาศเลยว่ากูดี การใช้คำพูด กู มึง มันหยาบคายตรงไหนว่ะ ถ้าหยาบคาย งั้นพ่อขุนรามสมัยสุโขทัยก็หยาบคายด้วยซิว่ะ กูไม่ใช่ผู้ดีนี่หว่า กูคนบ้านนอกเว้ย ไอ้ที่ประกาศว่าตนเองผู้ดีมีตระกูล แม่งโคตรโกงเลย หาแดกกับงบประมาณ แต่คนอย่างกูไม่เคยทำ ไม่เคยหมิ่นเบื้องสูง และที่สำคัญกูไม่เคยลอบกัดใครเหมือนพวกมึง ถ้าจะเล่นกันก็เอากันซึ่งๆหน้าไม่มีหนีอยู่แล้ว กูไม่ใช่อีแอบ แต่ไม่จำเป็นที่ต้องประกาศตนใช้ชื่อจริง เพราะมันเป็นสิทธิ์ส่วนตัว มึงต้องไปฟังไอ้ปลอดประสพมันพูด หรือไม่ก็ไอ้สมชัย อธิบดีป่าม้วย แม่งพูดกับลูกน้องหยาบกว่ากูอีก นี่หรือผู้ดี <

อ้าว เล่นงานพวกผู้ดีตีนแดงตะแคงตีนเดินเข้าให้แล้ว
อืม์ ก็เขียนตรงๆดี เชื่อว่าปากกับใจตรงกัน
ผมเขียนแสดงความคิดเห็น ก็ด้วยว่าเป็นประชาชนที่มีช่องทางจาก ประชาไท ให้แสดงออกได้บ้างในขอบเขต
ไม่ได้มีเจตนามาตั้งเวทีโต้แย้งกับใคร
บางทีก็แหย่ๆกันบ้างถ้านึกสนุก
ทว่า ดูพวกผู้ดีตีนแดงที่เขากระทำกับบ้านเมืองทุกวันนี้
ก็ได้แต่เสียใจแทน

กดดัน ตรวจสอบ กันเข้าไป

กดดัน ตรวจสอบ กันเข้าไป จะทนไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยย

ไอ้พวกกระทรวง ICT มันไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์กว่านี้จะทำแล้วมั้ง ประเทศไทยยังมีคนอีกค่อนประเทศเข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต ทำไมไม่ทำเรื่องพวกนี้ให้มันเป็ฯรูปธรรมก่อนน ทำแต่อะไรที่จะได้เงินๆๆๆ อะไรไม่ได้เงิน ไม่ได้ผลประโยชน์ ไม่ใช่การรักษาเก้าอี้ นักการเมืองไม่ทำจริง ๆ

ที่จริง

ที่จริง การพิมพ์แสดวงความคิดเห็น ถ้าไม่ลงชื่อ ระบบคอมพิวเตอร์จะขึ้นชื่อให้เองว่า Anonymous หรือ นิรนาม
บังเอิญว่าผมลืมพิมพ์นามแฝง จึงแก้ตัวพิมพ์ลงไปใหม่ ไมได้มีเจตนาว่าร้ายบคุณนิรนามแต่ประการใด
ผมขอโทษด้วยครับ

บังเอิญผมก็คนปากหมา สันดานชอบเย้าแหย่ กลอนพาไปก็เลยเหมือนชวนทะเลาะ
เอาเป็นว่า
การจับตาดูประชาชนทางเน็ต จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
ในสถานการณ์ปัจจุบัน ย่อมเล็งเห็นเจตนาของพวกผู้ดีตีนแดง
แทนที่จะทำความเข้าใจประชาชน ใช้หลักนิติธรรมในการปกครอง
กลับใช้อำนาจ
ตรงนี้...น่าห่วง เพราะมันส่งผลลบในระยะยาว

ขี่ช้างจับตั๊กแตน

ขี่ช้างจับตั๊กแตน เป็นเรื่องถนัด แต่บางเรื่องก็ตำน้ำพริกละลายมหาสมุทร

ทีเรื่องนี้ทำอ้างอเมริกา

ทีเรื่องนี้ทำอ้างอเมริกา ทีเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตทำไมไม่เอาอย่างเขาบ้างล่ะ ควายเอ๊ย

ท่านว่า

ท่านว่า อย่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือ

ผมก็ไม่ได้โกรธเคืองคุณแต่อย่า

ผมก็ไม่ได้โกรธเคืองคุณแต่อย่างใด ผมก็ขอโพสตามตรง จริงๆแล้วส่วนตัวก็ไม่ได้พอใจพวกผู้ดีตีนแดงเท่าไหร่หรอก เพราะเวลาจะไปไหนมาไหน แม่งปิดถนนให้มันไปก่อน ไอ้เห้กูก็เสียภาษีเหมือนกัน แม่งต้องจอดรอให้มันไปก่อน คิดดูซิ ขนาดปวดขี้แทบตายยังต้องอั้นไว้ก่อนในรถ แต่ก็ช่างมันเถอะ ไอ้เรามันคนจน ไม่ได้มีวาสนาบารมีได้เป็นคนใหญ่คนโตเหมือนเค้า ก็ต้องทนเอา เพราะมาคิดดูแล้วมันไม่มีหรอกความเท่าเทียมในโลกใบนี้ โพสแบบนี้อย่าเข้าใจผิดว่าจะหันมาเป็นแนวร่วมทักษิณนะ เมินเสียเถอะ ถ้าหันไปเชื่อพวกมันก็ควายแล้วครับท่าน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

ทำมาพูดอวดเบ่ง

ทำมาพูดอวดเบ่ง เป็นเด็กสามขวบหรือไง ถ้าเห็นหน้าตากันต่อหน้าจะมีปัญญามาท้าทายคนอื่นแบบนี้ไหม พวกหน้าตัวเมีย เป็นแต่อวดเก่งไม่มีวุฒิภาวะ สันนิษฐานได้ว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน ไม่ก็ไม่มีการศึกษา ถ้าอินเตอร์เน็ตจะมีข้อเสียก็เพราะสร้างคนขี้ขาดไร้ปัญญาแบบนี้มามากเกินไป ใช้เน็ตไม่สร้างสรรค์ น่าเสียดายที่คุณเป็นแค่คนกระจอกๆแบบที่คงไม่มีใครมาสนใจจับไปเข้าคุก

ด่าใครว่ะ JustSophist

ด่าใครว่ะ JustSophist ด่าผมหรือไง จัญไรจริงๆ ดีนะเนี่ยที่มาด่าผมคนสถุน เลยไม่โกรธรับกันได้ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ฮ่าๆๆๆๆ เฮ้ยผมไม่ใช่เด็กนะเว้ย 40 กว่าแล้วจริงๆ ผมไม่ได้เบ่งนิสัยผมเป็นแบบนี้เอง ขนาดผู้บังคับบัญชาเสื้อแดง ผมยังให้ของลับท้ายิงแม่งมาแล้ว ในกรมฯ ไม่มีใครมากล้ายุ่งกับผมหรอก ศรัตรูเยอะว่ะผม( เสื้อแดง)

มันน่ากลัวตรงไหน ถ้าใช้จริง

มันน่ากลัวตรงไหน ถ้าใช้จริง ไม่นานคงมี Anti-Sniffer หรือ โปรแกรมหลอกSniffer
ไม่ซับซ้อนอะไรมากมาย เผลอๆเขียนเองแก้เองยังได้ เอิกๆๆๆ

ขอเสริมอีกนิดหน่อยว่า สหรัฐอเ

ขอเสริมอีกนิดหน่อยว่า

สหรัฐอเมริกาก็ไม่เคยทําได้สําเร็จ 100 % ด้วย
เพราะเท่าที่ผมคลุกคลีตีโมงกับเรื่องพรรค์นี้มานานพอสมควร

สรุปได้ว่า

ไม่ว่าจะเป็นภาพยนต์, Series ต่างๆ (เเม้กระืทั่งหนังผู้ใหญ่)
Software : Windows OS, Mac OS X, PDA-Mobile
e-Book (หนังสืออิเล็กทรอนิกส์)
Games : PC, Wii, X-Box, NDS
MP3 : เพลงสากล

มีให้ดาวน์โหลดได้ทุกวัน สมํ่าเสมอ อัพเดทเป็นรายวันได้เลย

ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมานี้ ล้วนมาจากเเหล่งใน" สหรัฐอเมริกา" ทั้งสิ้น
เเละไม่มีท่าทีว่าจะลดลงเเต่อย่างใดเลย มีเเต่จะเพิ่ม จะขยาย ออกไปเรื่อยๆ

ข่าวจะว่าอย่างไรก็เเล้วเเต่ สําหรับผม สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ละเมิดลิขสิทธิ์อันดับหนึ่งของโลก

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่วนเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของคนไทย ผมว่าไปเเก้กันให้ตรงจุดดีกว่า
ของมันมีที่มาที่ไปเสมอ ก็รู้กันดีอยู่เเล้วว่ามาจาก " คนใน " วงการนั้นๆ

เหมือนถนน... มีต้นสายก็จะมีปลายทางเสมอ ไม่มีต้นสายเเล้วปลายทางจะมีำได้อย่างไร

ไม่ใช่มาเเก้เอาหางเเถว ปลายเเถว คนละเมิดลิขสิทธิ์ คนขายซีดีเถื่อน
มันไม่ช่วยอะไรเลย ตราบใดที่ยังมีต้นทางอยู่

หลุดออกมา มีขายในราคาถูก มีใครบ้างไม่เอา (ด้วยความเคารพ เเม้กระทั่งพระสงฆ์ยังซื้อ)

หรือ ดาวน์โหลดฟรี ไม่เสียเงิน มีใครบ้างไม่เอา

ลิขสิทธิ์ของคนไทยส่วนใหญ่มันเป็นของหยิบจับไม่ได้ เช่น เพลง ภาพยนต์
ถือว่าเป็นความบันเทิงชั่วครั้งชั่วคราว ซึ่งคนส่วนใหญ่ (คนรายได้น้อย) ไม่อยากเสีัยเงิน
เเค่ปัจจัยสี่ทั้งหลาย ณ ปัจจุบัน ก็เเทบเอาตัวกันไม่ีรอดเเล้ว

ชนชั้นล่างรายได้วันละ 200 กว่าบาท หากจะให้ซื้อซีดีเพลง หรือ วีซีดีภาพยนต์สักเรื่องนึง
มันเป็นไปได้เหรอ (หรือว่าคนจนถูกจํากัดสิทธิ์ได้รับความบันเทิง)

ดุแบบนี้

ดุแบบนี้ น่าจะส่งไปรับใช้ชาติทาง 3 จว.ภาคใต้นะเนี่ย
พวกโจรก่อการร้ายคงจะหัวหดไปนาน 5555555555555555555
หรือไม่ก็ทางบ้านรอรับศพได้

Definition: Sniffers monitor

Definition: Sniffers monitor network data. A sniffer can be a self-contained software program or a hardware device with the appropriate software or firmware programming. Sniffers usually act as network probes or "snoops." They examine network traffic, making a copy of the data without redirecting or altering it. Some sniffers work only with TCP/IP packets, but the more sophisticated tools can work with many other protocols and at lower levels including Ethernet frames.

Years ago, sniffers were tools used exclusively by network engineers. Today, however, these utilities have become popular on the Internet with hackers and the merely curious. The U.S. Federal Bureau of Investigation (FBI) has utilized a famous sniffer system called "Carnivore" to help detect illegal Internet communications.

Also Known As: network monitor

http://compnetworking.about.com/od/networksecurityprivacy/g/bldef_sniffer.htm

ผมขี้เกียจถกเถียงด่าทอ

ผมขี้เกียจถกเถียงด่าทอ แต่มาออกเสียงเรื่อง sniffer ด้วย

1.การติดตั้ง sniffer ในโลกอินเทอร์เน็ต มันก็เหมือนการให้นักท่องอินเตอร์เน็ต ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ หล่อสวยรวยดี หรือเหี้ย ทั้งหลายต้อง "แก้ผ้าเดินตามท่อ" ผ่านกล้องวีดิโอของ ICT เพื่อบันทึกท่าทางเอาไว้ทั้งหมด จะได้จับตาดูว่า "คนพวกนี้ซ่อนของผิดกฎหมายเอาไว้ในมุมหลืบเร้นอะไรของร่างกาย" และ "มีท่าทีจะก่ออาชญากรรมอะไรขึ้น หรือจะก่อความผิดทางเพศอะไรกัน" เพราะมีสมมุติฐานว่า เส้นแบ่งระหว่างคนดี กับโจร ในทัศนะ ICT หรือ รัฐ มันแทบไม่มีอยู่เลย

ว่ากันไปแล้วมันก็มีส่วนถูกเหมือนกัน

แต่ข้อเท็จจริงของประเทศในโลกที่สาม ผู้ประกอบการอาชญากรรม ไม่ได้มีเพียงคนประชาชน ว่ากันตามข้อมูลที่ปรากฎในทัศนวิสัยของประชาชน ผู้ก่ออาชญากรรมกับประชาชนตัวหลัก ก็คือ บรรดาข้ารัฐกาลทั้งหลายนั้นเอง ซึ่งก็คือ พวกข้ารัฐกาล หน่วยงานพวกกำกับดูแล กำหนด ควบคุมทั้งหลาย ที่ทำมาหาแดก ขูดรีด รีดไถประชาชน นักธุรกิจทั้งหลาย ก็คนพวกนี้แหละ ที่ทำให้เกิดผู้มีอิทธิพลขึ้น ทำให้นักนายทุนคนนั้นคนนี้ผูกขาดขึ้น ก็คนพวกนี้แหละมันเปิดช่องเปิดทาง

ประชาชนได้แต่ทำตาปริบๆ อยากทำมั่งแต่ก็ทำไม่ได้ ไม่ได้พูดถึงที่ดินเขายายเที่ยงนะ

คราวนี้พอย้อนกลับมากรณี sniffer คนถ่ายทำวีดิโอ ซึ่งก็คือรัฐ หรือ ICT ในฐานะ "ผู้กระทำ" เมื่อโยงกลับไปถึงประวัติศาสตร์ คนของรัฐกาล ก็ยังไม่พบเส้นแบ่งระหว่าง "ข้ารัฐกาลดีกับข้ารัฐกาลเหี้ย" แถมซ้ำไม่รู้มันเป็นไง คนดีเข้าในระบบไป มันกลายเป็นคนเหี้ยเลย สมมุติข้ารัฐกาลตัวเหี้ย มาเป็น "ผู้กระทำ" เก็บภาพถ่ายวีดิโอ สาวสวยหุ่นดีแก้ผ้าเดินผ่าน น่ะพวกเข้าจะไม่ตามถ่าย ทุกซอกทุกมุม เพื่อเอาไปเก็บไว้ Play Kite หรือ อัดวีดิโอแจกกันในเหล่าตัวเหี้ยเป็นที่ครื้นเครง รวมทั้งจะเป็นไปได้มั้ย ที่จะล่วงเลยไปถึงระดับ เอารูปถ่ายวีดิโอที่อัดไว้ต่อหน้าต่อตาไป "แบล็คเมล์" กับเจ้าตัว หวังจะบังคับร่วมเพศ หรือ บังคับเอาเงิน หรือได้ทั้งสองอย่าง

ครั้นประชาชนผู้เสียหาย จะร้องเรียนดันต้องไปร้องเรียนกับ ข้ารัฐกาลโจรซะอีก ยิ่งสมมติว่าเกิดมีระบบยุติธรรมที่เข้าข้างโจรเข้าไปอีก เอ่อ มันยุ่งเหมือนกันนะโลก

ดังนั้นถ้าจะติดตั้งแล้วให้เกิดความเป็นธรรม จริงๆ ICT จะให้ประชาชนถ่างขาอ้าซ่าเหมือนจับสาวขึ้นขาหยั่ง ICT และระบบรัฐกาล ก็ควรเปิดกว้างให้ประชาชน ได้เป็น "ผู้กระทำ" มีสิทธิ์ถือกล้องวีดิโอ เข้าไปบังคับคนรัฐ แก้ผ้าถ่างขาอ้าซ่า ต่อหน้าประชาชน ให้เขาเอาไปเล่น Kite ได้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ เมื่อต่างคนต่างแก้ผ้าเข้าหากัน เหมือนสมัยสังคมดั้งเดิมก็ ไม่ต้องมาเขินอายกัน

ถ้า ICT จะทำต้องเปิดให้ทำได้แบบนี้ ปัญหาคือ มีกฎหมายที่เปิดให้ประชาชนทำแบบนั้นได้แล้วหรือยัง ถ้ายัง ควรพัฒนาตัวกฎหมายขึ้นมาก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน

2.เป็นการเปิดประเด็นใหม่เรื่องกระบวนการรีดไถเอกชนหน้าด้านๆ ด้วยนโยบาย แทนการถกเรื่องการละเมิดสิทธิเสรีภาพ สมมติฐานข้อนี้คือ บริษัทติดตั้งและขายระบบกับ ICT รู้เห็นเป็นใจกัน นี่มันยิ่งกว่าการ "ทุจริตเชิงนโยบาย" ด้วยซ้ำ เพราะทุจริตคือการถ่ายเงินงบประมาณภาครัฐ ไปสู่ภาคเอกชนที่เป็นพรรคพวก แต่นี่เป็นการ ไถเงินกระเป๋า ISP ไปไว้ในมือของ กลุ่มทุน ผู้ผลิตพัฒนาและติดตั้ง sniffer ระบบแบล็คเมล์ประชาชน ซึ่งรู้เห็นเป็นใจกัน

เพราะเนื้อหาข้างบนที่พูดกันมา ดุเหมือนจะมีส่วนที่บอกว่า sniffer ถูกต่อต้านในอเมริกา การทำงาน ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ประโยชน์ 100% ผมขอเพิ่มอีกประเด็น คือ สินค้า IT โดยส่วนใหญ่มักจะมี "ราคาแพง" แต่ตกรุ่นอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีสูงขึ้นเร็วขึ้น ทำให้เกิดคำถามว่า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วทำไม ICT จึงอยากเอามาใช้จังนะ

โดยหลักการ โครงการนี้คือ ICT กำหนดให้ ISP จัดหาระบบ sniffer เพื่อให้กับ ICT เข้าไปใช้ ซึ่งดูก็ไม่น่าจะเป็นคอรับชั่น เพราะไม่ได้เอาเงินภาษีไปใช้ แต่มันเป็นการบังคับให้ ISP ต้องจ่ายเงินให้ กับผู้พัฒนาและติดตั้งระบบ sniffer แต่เนื่องจาก sniffer มีอาจมีหลายระบบ ISP มีกว่า 10 ราย หากแต่ละรายติดตั้ง ระบบดักจับสัญญาณต่างกัน จะทำให้เกิดปัญหากับผู้ใช้งาน ซึ่งก็คือ ICT

ย้อนตัวอย่าง เช่น ทศวรรษ 2530 เราได้พบว่าไฟแนนซ์เกิดเยอะและล้มเยอะ ปัญหามันคืออะไร ทั้งที่แบงก์ชาติกำกับตรวจสอบประจำ เรื่องของเรื่องก็คือ ไฟแนนซ์จะร่วมร้อย แต่ละบริษัทก็พากันสร้างระบบบัญชี การประมวลผล ออกมาใช้งานของใครของใคร พอแบงก์ชาติไปตรวจสอบก็พากันงงเต๊ก เพราะ Interface และการแสดงผล ต่างกับทีเคยชิน ส่งที่ทำได้เลยทำได้ แค่ กาแฟ อาหารกลางวัน อ่านรายงานสรุปแทน เลยปรากฎว่าปลายทศวรรษ ไฟแนนซ์เจ๊งระนาว ร่วม 60 บริษัท ก็เพราะผล Interface ต่างกันจนทำให้ผู้ตรวจสอบเองก็มึนนั่นแหละ ถ้ามีระบบเดียวเหมือนกันหมด คงไม่ออกมาแย่ปานนั้น

เลยมาเป็นเหตุผลว่า ผู้พัฒนาและติดตั้งระบบดักข้อมูล แม้มีหลายรายแต่ที่ ICT ต้องการจะต้องมี "เพียงรายเดียว" คือ กลุ่มที่ ICT สนับสนุน เพราะ "รัฐมีบุคลากรจำกัด" ทำให้ระบบ Sniffer มีเพียง "ระบบเดียว" เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน(ป่านนี้บริษัทที่ว่า คงเขียน TOR ร่วมกับ ICT เสร็จเรียบร้อยรอเวลาเซ็น MOU)หากไม่ใช่ระบบที่ ICT ยอมรับ เอกชนย่อมต้องลงทุนใหม่ ทำสิ่งที่ ICT ยอมรับได้ จึงเท่ากับว่า เปิดให้พรรคพวกได้ "ผูกขาด"

จริงๆ พวกเราต้องเห็นใจ ISP ที่ถูก ICT รีดเงิน โดยผ่านบริษัทพัฒนาและติดตั้งตัวดักสัญญาณ ที่คงขายราคาแพงลิบลิ่ว และต่อไปราคาจะตกฮวบ พวก ISP ก็คงได้แต่มองตามตาปริบๆ ที่สร้างระบบแบล็คเมล์ประชาชน ให้โจรใช้ แถมเอามาใช้กันตัวเอง และตัวเองยังเป็นเหมือน "กันชนหน้า" ที่ต้องเจอกับผู้ใช้บริการด่าซะอีก กรรม 2 เด้งจริงๆ

ISP จะอ้าปากบอกเรื่องตัวเองถูก ICT รีดไถก็คงไม่สะดวก เพราะเส้นทางเงินมันไปเข้าบริษัทsniffer แล้ว บริษัท ก็เอาเงินฝังดิน(เงินใต้โต๊ะจะเป็นเงินไม่เคยอยู่ในระบบ)ขนไปฝังดินในบ้าน ผู้อนุมัติโครงการนี้แทน งานนี้ต่อให้พ่อ คตส. คตง. ก็คงไม่รู้จะไปตรวจสอบยังไง

3.ต่อเนื่องจากข้อ 2 คำถามคือ ทำไมอยากดูรัฐบาล เร่งร้อนคิดโครงการ จังเลยได้เงินนักหนานะตอนนี้ดูราวกับรัฐบาล กำลังเร่งคิดโครงการ ทำราวกับเร่งระดมทุนมาทำมาหากินกัน ซะจนมีข่าวฉาวโฉ่เห็นชัดๆ เรื่องทุจริต (นี่ยังไม่ได้พูดถึงเงินกู้ 8 แสนล้านว่าเอาไปใช้อะไรมั่ง ที่เป็นดอกเป็นผลงอกเงยกับชาวบ้าน แทนการไปทำโครงการ แล้วปล่อยให้บริษัทนอมินีเข้ามารับช่วง)มันดูราวกับการเร่งรัดออกโครงการหาเงินเพื่อสะสมทุน สะสมกระสุนดินดำ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล หรือการเลือกตั้งใหม่ยังไงยังงั้น

หรือว่าปีนี้มันกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่จริงๆ

NGzrPEY MWHWcAt

NGzrPEY MWHWcAt

vbvGfYo Phentermine Valium

mClKaXG Cheapest Cialis

uCEtUItm Xanax Cheap

ehLueGG Viagra Phentermine

IjixjhFc Cheap Ambien