วันอังคาร ที่ 22 พฤษภาคม 2555 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมง 26 นาที ที่ผ่านมา
วิพากษ์ความดีจอมปลอม
Tue, 2010-01-12 01:48
การทำดีที่ดูเหมือนดีนั้น บางครั้งอาจไม่ใช่ แต่เป็นการกลับหน้ามือเป็นหลังมือ และนี่กระมังที่ทำไมเราส่งเสริมการทำดีมากมาย แต่กลับไม่เป็นผล ไม่ได้ประโยชน์อะไรต่อประเทศชาติ ได้ดี ได้หน้าเฉพาะคนทำดี เราจึงควรมาทบทวนกันใหม่ เผื่อจะช่วยกันหาทางทำดีในหลักการ เนื้อหาและรูปแบบที่แตกต่างไป และเป็นการสร้างสรรค์อย่างแท้จริง เรามาลองทบทวนกัน:
1. แจกผ้าห่มให้ชาวเขา เราเห็นภาพคนใหญ่คนโต สมาคม มูลนิธิ ผู้ใจบุญมากมายช่วยเยียวยาภัยหนาว ภัยแล้ง วาตภัย อุทกภัย ฯลฯ ในแง่หนึ่งก็เป็นการแสดงความใจบุญที่น่ายกย่อง จากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ คนเราชอบทำบุญเพราะทำแล้วสบายใจดี ก็เลยมีคนอยากทำกันบ่อย ๆ <1> แต่เราจะหวังพึ่งการบริจาคก็คงไม่ได้ ที่ผ่านมามีข่าวหน้า 1 ไทยรัฐว่า “เศรษฐกิจแย่คนใจบุญหาย-สถานสงเคราะห์-ขาดเงิน เลี้ยงเด็ก-คนพิการ-คนแก่” <2>
อย่างไรก็ตามความซ้ำซากในการแจกเช่นนี้ แสดงว่ารัฐบาลเจียดจัดงบประมาณไม่เพียงพอต่อการจัดสวัสดิการสังคมหรือไม่ เราเอาเงินไปโกงกินกันหรือไปซื้ออาวุธกันมากกว่าหรืออย่างไร เราขาดการวางแผนสวัสดิการสังคมเพื่อประชาชนหรือไม่ เป็นความบกพร่องในการปฏิบัติราชการหรือไม่ ในความเป็นจริง คนที่ควรไปถึง ไปแจกเป็นคนแรก ควรเป็นหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนมากกว่าใคร
2. แก้ปัญหาด้วยการรณรงค์ เรามีการรณรงค์ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบกันอย่างขนานใหญ่ มีการประกวดคำขวัญ มีการจัดสัมมนา มีค่ายเยาวชน แต่เราแทบไม่เคยได้ข่าวการลงโทษผู้บริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นอย่างจริงจังให้เข็ดหลาบ ปัญหาป่าถูกทำลายก็ได้รับการแก้ไขด้วยการรณรงค์ให้ปลูกป่าแทนที่จะเน้นการปราบปราม จนทำให้เกิดคำถามว่าคุณสืบ นาคะเสถียร ตายฟรีหรือไม่ <3>
การรณรงค์นั้นเป็นการสร้างภาพและเหวี่ยงแห ซึ่งไม่น่าจะมีประสิทธิผลเท่าที่ควร แต่การตีฆ้องร้องป่าวนี้ยังอาจเป็นการปิดบังคนผิด คนโกงกิน หรือคนตัดไม้ทำลายป่าให้พ้นจากสายตามหาชน โดยเบื่อเมาให้ชาวบ้านหลงคิดว่า การรณรงค์เช่นนี้จะได้ผล เลยไม่พุ่งเป้าไปที่คนผิด หรือมัวแต่ปลูกป่าซึ่งส่วนมากคงตายไปกว่าครึ่ง จนในอีก 30 ปีข้างหน้า ป่าหมดประเทศโดยไม่มีใครปราบปรามเท่าที่ควร
3. ข้าราชการนักเขียนยอดนิยม ข้าราชการบางคนเขียนหนังสือออกมามากมาย และเป็นที่ยกย่องในสังคมว่าเขียนได้ดี แต่ที่สหรัฐอเมริกา ในเมืองโอลิมเปียซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐวอชิงตัน เพื่อนผมเล่าให้ฟังว่า ข้าราชการคนหนึ่งมีพฤติกรรมคล้ายเช่นนี้ เขียนหนังสือยอดนิยมออกมาเพียงเล่มเดียว แต่ภายหลังถูกทางราชการไล่ออก เพราะถูกจับได้ว่า เอาเวลาและทรัพยากรของทางราชการไปใช้เพื่อเขียนหนังสือหาชื่อเสียงส่วนตัว
เราจึงควรทบทวนความดีแบบไทย ๆ เสียใหม่ การเอาทรัพยากรของทางราชการมาใช้ในฐานะที่เป็นผู้บริหารหรือผู้มีชื่อเสียงนั้นเป็นสิ่งที่พึงละอาย หาไม่แล้วข้าราชการไทยที่แทนจะทำงานรับใช้ประชาชน แต่กลับทำงานราชการเป็นงานอดิเรก ทำตัวเป็นกาฝาก อยู่ไปเพื่อแสวงหาโอกาสอื่น หรือเพียรไต่เต้าด้วยด้วยลิ้น ด้วยการเช้าถึงเย็นถึง สอพลอเจ้านาย แทนที่จะได้ดีด้วยผลงาน ความเพียรและความซื่อสัตย์
4. ขี่จักรยานลดโลกร้อน ฉากการขี่จักรยานเพื่อลดโลกร้อนที่เกิดขึ้นทั่วไปเป็นระยะ ๆ ในประเทศไทยนั้น ถือเป็นการทำดีแบบฉาบฉวย และอาจส่งผลร้าย กล่าวคือ กว่าจะจัดฉากดังกล่าวได้ ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ต่างออกมาจากบ้านด้วยรถราคาแพงเป็นขบวนใหญ่ เหล่าลูกหาบก็ต้องตามแห่อีกเป็นขบวน สร้างมลพิษโดยไม่จำเป็นขึ้นอีกมากมาย อย่างไรก็ตามบางท่านอาจแย้งว่า การทำดีแบบนี้ถือเป็นการรณรงค์ ที่สามารถส่งกระแสในวงกว้าง แต่จะได้ผลหรือไม่ก็ไม่รู้ ไม่มีอะไรวัด
5. คหบดีใจกว้าง มีที่ดินแปลงหนึ่ง สมมติให้มีขนาด 5 ไร่ใจกลางเมือง เจ้าของยังไม่ได้ใช้ทำอะไร ก็เลยให้หน่วยราชการเช่าใช้ในราคาถูกเพื่อทำเป็นสนามเด็กเล่น ดูแล้วเจ้าของที่ดินรายนี้ช่างเป็นคหบดีใจกว้างจริง ๆ แต่ความจริงท่านควรจะเสียมากกว่านี้ ในประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว ที่ดินเปล่าที่ยังไม่ยอมทำอะไร จะต้องเสียภาษีเพื่อนำไปพัฒนาท้องถิ่น อย่างในร่างกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของไทยก็กำหนดไว้ปีละประมาณ 0.5% หากที่ดินแปลงนี้มีมูลค่า 200 ล้านบาท ก็แสดงว่าต้องเสียภาษีประมาณ 1 ล้านบาท กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่า นอกจากเจ้าของที่ดินจะไม่ต้องเสียภาษีแล้ว ยังได้ภาพพจน์ที่ดีอีกต่างหาก
การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นถือเป็นหน้าที่พลเมือง คล้ายกับเรามีห้องชุดอยู่ในอาคารชุดหรือมีบ้านในโครงการบ้านจัดสรร เราก็ต้องเสียค่าบำรุงรักษา แม้เราจะไม่ได้อยู่อาศัย เราก็มีหน้าที่รักษาสภาพแวดล้อมให้ดีเพื่อไม่ให้ชุมชนที่เราอยู่เสื่อมลงแต่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ดังนั้นหากเรามีที่ดินในใจกลางเมืองที่มีสาธารณูปโภค แต่ไม่พัฒนาอะไรเลย ปล่อยทิ้งรอให้ราคาขึ้นสถานเดียว ก็นับเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ยอมขาย ก็ทำให้อุปทานที่ดินมีจำกัด การพัฒนาก็ต้องขยายตัวออกไปนอกเมือง สาธารณูปโภคก็ยิ่งต้องตามออกไปมากขึ้น เสียทรัพยากรของส่วนรวม อย่างนี้แล้ว เราจึงจะปล่อยให้มีที่ดินเปล่าใจกลางเมืองไว้โดยไม่เสียภาษีไม่ได้ <4>
โดยสรุปแล้ว การทำดีแต่เปลือกข้างต้น คนได้ดีก็คือคนทำดี ได้หน้า ได้เสริมบารมี ได้ทำบุญไว้ชาติหน้า ได้ผูกสัมพันธ์กับคนใหญ่คนโต ฯลฯ แต่ทำแล้วสังคมได้ดีหรือไม่ ปราบปรามการโกงกินได้หรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญ นอกจากนี้ยังได้สร้างเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือกันและกันเผื่อในยามที่ประกอบอาชญากรรมทำผิด ก็อาจสามารถช่วยเหลือกันได้ กลายเป็นวงจรอุบาทว์เกิดขึ้นเสียอีก
เราจึงควรส่งเสริมการทำดีที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นการทำดีก็เป็นแค่กิจกรรมคุณหญิงคุณนายในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแม้ทำมา 60-70 ปี ก็ไม่ได้เอื้อประโยชน์อย่างจริงจังต่อสังคม เว้นแต่คนที่มาปรากฏตัวทำดีฉาบฉวยเท่านั้น
อ้างอิง:
<1> โปรดอ่านเพิ่มเติมที่ “รายงานสุขภาพเรื่องสมอง และระบบประสาท กับหลักการพื้นฐานด้านชีววิทยา” ของสถานีวิทยุ Voice of America: http://www.voanews.com/thai/2009-04-01-voa1.cfm
<2> ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.thairath.co.th/today/view/56346
<3> อ่านบทความ “อย่าปล่อยให้ "สืบ นาคะเสถียร" ตายฟรี” http://www.komol.com/newwebboard/main.php?board=000539&topboard=2
<4> ดูรายละเอียดเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ในบทความ “ภาษีทรัพย์สิน มีแต่ดี ดีต่อทุกฝ่าย” ที่ http://www.thaiappraisal.org/thai/market/market257.htm
หมายเหตุ:
สนใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ ดร.โสภณ พรโชคชัย ติดต่อได้ที่ Email: sopon@thaiappraisal.org หรือที่ http://www.facebook.com/sopon.pornchokchai









วันก่อนฟังนักวิชาการรุ่นใหม่(
วันก่อนฟังนักวิชาการรุ่นใหม่(ขออภัยจำชื่อไม่ได้) พูดทางทีวีชมรมฟ้าใหม่ แกบอกรัฐบาลต่างๆ เริ่มให้เงิน ngo ไปทำโครงการต่างๆมากมายเริ่มสมัย นายกอานันท์ ngo ก็เป็นหัวหอก ผู้กำกับชาวบ้านที่ร่วมในโครงการนั้นๆ แต่ ngo จะสมอ้างว่าเป็นความต้องการของประชาชนทั้งหมด เป็นการเมืองภาคประชาชน
นักวิชาการท่านนี้บอกว่า ngo ย่อมาจาก non government organization แต่แกขอเรียกใหม่ว่า government
funded organization กลุ่มคนพวกนี้ตั้งเป็นกลุ่มต่างๆมากมาย แล้วไปขอเงินจากรัฐบาลมาทำกิจกรรมต่างๆ หากินกันไป แกบอกว่าตรวจสอบดูได้จากงบรัฐบาล
พวกนี้จึงไม่ชอบ เป็นอริกับ รัฐบาลที่มีนโยบายแก้ปัญหาเข้าถึงประชาชน โดยตรง เพราะนอกจากจะทำให้ฐานมวลชน ngoหมดไป แล้ว ยังหมดทางทำมาหากิน จากงบรัฐด้วย
ล่าสุดผมเพิ่งถามคนอื่นๆอยู่เล
ล่าสุดผมเพิ่งถามคนอื่นๆอยู่เลย แจกผ้าห่ม แจกผ้าห่ม แจกผ้าห่ม แจกผ้าห่ม แจกๆๆๆๆ แจกตั้งแต่ผมอ่านหนังสืออก(6ขวบ) ยันตอนนี้ 30 แล้วแม่งก็ยังแจกกันอยู่ คนรับผ้าห่ม ชาวเขาชาวดอยนี้มันไม่รู้จักวิธีรักษาผ้าห่มไม่ให้มดปลวกกัดกินกันหรืออย่างไรวะ? หรือว่าคนจนมันผลัดเปลี่ยนหน้ากันมารับ พวกที่รับตอนผมเด็กยากจนตายๆไปหมดแล้ว พวกที่มารับใหม่นี้คงลูกหลาน เอ้อ แจกเข้าไป ไม่ได้แก้ปัญหาที่พื้นฐานคงต้องแจกให้ถึงรุ่นเหลน
(คนจนนี้แปลกดี ไม่มีปัญญาหาผ้าห่มแต่มีปัญญาออกลูกออกหลาน)
....................................
...................................
..............ผมล้อเล่นฮะ พวกแจกนี้เอาหน้าทั้งนั้น ตอนนี้คนจนเค้าไม่ต้องการผ้าห่มหรอก มันหาง่าย แต่ต้องการปลดหนี้กับที่ดินทำกินมากกว่า คนรวยคงรู้สึกว่าให้ไอ้สองอย่างนี้ มันคงยุ่งยากมากเลยแจกแต่ผ้าห่มดีกว่า อิอิอิ
ประเทศเหรี้ยอะไรวะนี้?
พวกคุณจะทำให้ได้อย่างว่า
พวกคุณจะทำให้ได้อย่างว่า ต้องทำ "ปฏิวิติประชาชน" เท่านั้น ถ้าทำได้จะมีผลทันทีทันใดได้ทันที แท้แน่นอน
คุณต้องสร้างประชาชน หัวปฏิวัติให้มีมากขึ้น อย่ารอคอย เสื้อเหลือง เสื้อแดง มวลชนปฏิวัติต้องมีพลังของการเปลี่ยน
แปลงสูง และมีความเข้าใจธรรมชาติของชีวิตอย่างถ่องแท้ ถึงจะได้รับการสนับสนุนจากมวลชนครับ.
รบกวนหน่อยครับ
รบกวนหน่อยครับ ฝากวิจารณ์บทความผมหน่อยครับ
เพื่อเป็นแนวทางการปรับปรุงต่อไปครับ
วิพากษ์ความดีจอมปลอม
สำหรับบทความเดิม
การโกงกินชาติโดยผู้เปี่ยมคุณธรรม
ได้แก้ไขใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น
รากเหง้าการโกงกินที่กัดกร่อนชาติ
สัจธรรมของ
สัจธรรมของ “ความดีจอมปลอม”
เพราะความดีจอมปลอม คือ การกระทำที่โง่เง่า เพียงเพื่อ “รักษาตัวเอง” ให้อยู่รอดในสังคม
เพราะความดีจอมปลอม คือ การลงทุนที่รอเก็บเกี่ยวผลกำไร จากดอกผล
ความดีจอมปลอมจึงกลายเป็นเรื่องปรกติในสังคม!!!
ตราบใดที่มนุษย์ยังไม่รู่ว่าความสุขที่แท้จริง คืออะไร?
ตราบใดที่มนุษย์พยายามดิ้นรนหาทางพ้นทุกข์
“ความสุขที่แท้จริง – ที่เกิดจากการกระทำดี” จึงเป็นเรื่องที่ไกลเกินสติปัญญาของพวกเขา.!!!
ดร. โสภณ พรโชคชัย ครับ
ดร. โสภณ พรโชคชัย ครับ คุณเขียนได้ห่วยแตกมาก...5555...!!! สะใจโว้ย..!! ขอด่า ดร. หน่อยนะครับ..
ผมเขียนวิจารณ์ด่าคุณ คุณรู้สึกโกรธไหม..! รู้สึกหวั่นไหวไหม..! ถามจิตใจคุณเอง ผมไม่รู้กับคุณหรอก
ถ้าคุณคิดจะเป็นผู้รู้จักให้แก่ผู้คนบนโลกใบนี้ คุณต้องไม่รู้สึกหวั่นไหว กับสิ่งที่มากระทบกับคุณไม่ว่าเรืองใด ๆ ทั้งสิ้น
ถ้าคุณมั่นใจว่า ได้ทำดี ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว คุณต้องรู้ได้ด้วยตัวคุณเองนะครับ การขอคำวิจารณ์มันมีร้อยพันแปด
อย่าง อยู่ที่ใครจะมองมุมไหน สุรุปแล้วมันก็อยู่ที่ตัวคุณอีกนั่นแหละ..!! จริงหรือไม่จริง..?
ผมอารัมภบท มายึดยาว เพื่อจะบอกคุณว่า คุณมีความคิดดี มีความตั้งใจดี นำเสนอมุมมองที่ดี ใช้ภาษาพื้นฐานธรรมดา
ออกจะฟุ่มเฟือยไปหน่อย ในการพรรณาเรื่องราวต่าง ๆ สรุปนะครับ ความดีจอมปลอมที่คุณว่า มันเป็นความดีระดับหนึ่ง
เท่านั้น เรียกว่าทำดีแต่ยังไม่ถึงดี ยังไม่พอที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ประมาณนั้น o.k. นะครับ.
มาวิจารณ์ตามคำขอ
มาวิจารณ์ตามคำขอ (อย่าด่าตอบนะ)
มองต่างมุม เรื่อง การเขียนหนังสือ...
เราควรส่งเสริมให้มีการเขียนหนังสือมากๆ
ไม่ว่าจะแบ่งเวลาส่วนใดของชีวิตมาเขียนก็ตามทีเถอะ
เพราะหนังสือ เป็นแคปซูลเวลาที่ประมาณค่ามิได้
เรื่องข้าราชการ...คุณพูดถูกส่วนเดียว
บางหน่วยงานมีการเมืองมาก ต้องแย่งทรัพยากรกันทำงาน
มีการกีดกันไม่ให้คนอื่นได้งบประมาณทำงาน
คนที่ไม่ได้งบประมาณ ก็ต้องหาทางออกอื่น
เช่น แต่งตำรา, เขียน International paper
จะให้นั่งเฉยๆรอเวลากลับบ้าน...คงบ้าตาย
จะให้ไปเลียเจ้านาย ก็คงทำไม่ได้ ทำไม่เป็น
ทะเลาะกับเจ้านายยังง่ายกว่าอีก...
คุณด่า
คุณด่า ผมไม่ด่าตอบครับ
ผมก็พยายามดูแต่เนื้อหาเป็นสำคัญ
คุณดูที่ผมตอบตามกระทู้ต่าง ๆ
ไร้อารมณ์เจือปนเลยครับ
ถ้ามีอีกอย่าลืมนะครับ
เชิญให้ความเห็นได้ครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณที่มาวิจารณ์ตามคำขอครับ
ขอบคุณที่มาวิจารณ์ตามคำขอครับ
เป็นข้าราชการ ต้องทางทำงานให้ได้
ไม่เช่นนั้นควรลาออก
มาเขียนหนังสือขาย ทำงานเป็นงานอดิเรก
สมควรละอายเป็นอย่างยิ่ง
จิตสำนึกอันนี้ต้องมี
ไม่เช่นนั้นจะเป็นหน่ออ่อนของการโกงกินต่อไปครับ
เชิญนะครับ มีโอกาส
เชิญนะครับ มีโอกาส ก็แวะไปอ่านและให้ความเห็นบทความนี้หน่อยครับ
วิพากษ์ความดีจอมปลอม
ประชาไทเพิ่งลงให้วันอังคารที่ 12 มกราคม
แต่คงด้วยความผิดพลาดทางเทคนิค
เลยอยู่ใต้ ๆ ท้าย ๆ มาก ๆ เลยครับ (ฮา)
(กระทู้ที่มาก่อนยังแซงอยู่ข้างหน้า)
ผมก็เลยมาเรียกร้อง (เอ๊ย) มาช่วยตัวเอง (เอ๊ย)
มาเชิญชวนทุกท่านไปแสดงความเห็นด้วยครับ
ผมจะได้ปรับปรุงบทความของผมใหม่ ๆ ครับ
เชิญ click เลยครับ
วิพากษ์ความดีจอมปลอม
มาตามคำขอ เรียนคุณโสภณ
มาตามคำขอ
เรียนคุณโสภณ ผมไม่ค่อยมีเวลาอ่านทุกบทความจะเลือกหัวข้อที่น่าสนใจ
ประเด็นของคุณโสภณ ตามมุมมองผมการตั้งชื่อบทความไม่ดึงดูดเท่าไหร่
ภาษาวัยรุ่นเรียกว่ายังไม่ค่อยโดน ลองปรับปรุงดูครับ
ขอบคุณครับ และยินดีครับ
ขอบคุณครับ และยินดีครับ
ผมว่าในการวิพากษ์ความดีจอมปลอ
ผมว่าในการวิพากษ์ความดีจอมปลอมของโสภณนั้น ฉากและตัวอย่างที่เขียนถึงนั้นมันเล็กและหยุมหยิมเกินไปนะครับ ยังมีความดีจอมปลอมที่ยิ่งใหญ่และสมควรเลือกใช้เป็นเนื้อเรื่องให้เขียนถึงอีกมากมาย ขนาดตัวอย่างที่ใหญ่และเป็นที่สนใจของสาธารณะชนนั้น ถ้าโสภณอธิบายได้ดี ใช้แค่เรื่องเดียว ผู้อ่านก็ซาบซึ้งถึงความหมายของความดีจอมปลอมแล้ว
โสภณเขียนบทความนี้ วิพากษ์แต่บทบาทของผู้ให้ ที่โสภณรู้สึกเอาเองว่าจอมปลอม แต่ไม่ได้วิเคราะห์บทบาทของผู้รับ และผลกระทบของผู้รับที่เกิดจากการได้รับความดีจอมปลอมเท่าที่ควร
ความดีจอมปลอมนั้นยังเป็นมายาคติอยู่ในจิตใจของคนไทยเสื้อแดงมากมายมหาศาลอยู่จนทุกวันนี้ โสภณว่าเป็นความผิดของผู้ให้หรือผู้รับครับ.....ในแง่ใด
ผมตั้งคำถามไว้เพราะอยากให้โสภณมีหัวเรื่องเขียนต่อ ที่ฉากหรือScenarioใหญ่กว่าเดิม.......ครับ
ดูคุณโสภณจะเขียนออกแนวสังคมนิ
ดูคุณโสภณจะเขียนออกแนวสังคมนิยมเข้มขึ้นเรื่อยๆนะครับ ผมชอบที่ทุกเรื่องที่คุณโสภณเขียนมันตีแสกหน้าอภิสิทธิ์ชน คนชั้นสูง ที่มักชอบทำดีเอาหน้า จะบริจาคทั้งทีต้องหาที่มันใบเสร็จมาหักภาษีได้ ผ้าห่มก้อแจกมันทุกหน้าหนาว แหม...ของแท้มันต้องถุงยังชีพสิครับ มันเด็ดที่สุดแล้ว
ส่วนข้อสอง ดูเหมือนจะเป็นเรื่องถนัดของราชการไทยล่ะครับ ยิ่งสโลแกน "เกิดมาต้องทดแทนบุญคุณแผ่นดิน" นี่มันช่างสุดแสนจะครีเอทเสียจริงๆ คนที่คิดสโลแกนนี้ได้มันช่างเป็นคนแสนดี"ตัวพ่อ" เลยกระมังครับ
ข้อสาม....อันนี้เราอ่านแล้ว เราชอบมาก ไปบอกเค้านะ..หาเวลาเขียนเรื่องแบบนี้อีก อิอิ
ข้ออื่นผมคงไม่ขอพูดต่อแล้วล่ะครับ เพราะมันช่างตรงกับ "ความดัดจริต" ของชนชั้นสูงล้วนๆ เลยอ่ะ
คือว่าถึงมันจะจอมปลอม
คือว่าถึงมันจะจอมปลอม เอาหน้าแต่มันก็มีประโยชน์ไม่ใช่่รึ บางทีแม้จะน้อยนิดก็ตาม ถึงทำดีมีเจตนาเสแสร้งไม่เดือดร้อนใครก็พอแล้วนี่ แต่คนที่มีอคติกับคนอื่น คอยกระแนะกระแหนคนอื่นมันก็คงไม่ดีเท่าไหร่มังคับ
ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ
ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ ผมขอแลกเปลี่ยนดังนี้:
1. การทำบุญแล้วขอใบเสร็จ ทำได้ครับ เป็นการที่รัฐส่งเสริมให้คนทำดี ทำดีแล้วได้ดีด้วยการลดภาษี ไม่เสียหายครับ และถือเป็นการตรงไปตรงมาครับ แต่อาจไม่ "บริสุทธิ์" เหมือนการทำดีแบบไม่ปรากฏนามครับ
2. การแจกผ้าห่มนั้น คนแจกอยากทำดี ก็ทำไป แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ รัฐขาดการวางแผน เลยถูกคนที่ชอบสร้างภาพประจำแย่ง scene ไปน่ะครับ ถ้ารัฐมีบูรณาการในการแก้ปัญหา มีการตระเตรียมงบที่เพียงพอ ก็คงจะดี แต่นี่เราเอาไปเลี้ยงข้าราชการ เอาไปซื้ออาวุธ อย่างนี้ไม่ถูกครับ ปล่อยให้ประชาชนไม่มีผ้าห่มได้อย่างไร ส่วนกรณีแจกซ้ำซาก แล้วผ้าห่มเดิมหายไปไหน ก็น่าคิด แต่เป็นเรื่อง "หยุมหยิม" แต่ก็น่าให้รายนการ "กบนอกกะลา" ตามไปดูครับ
ผมขอขอบคุณนะครับ มีข้อคิดอื่นอีก ก็เชิญนะครับ
ขอบคุณครับ ผมขอเรียนว่าการทำด
ขอบคุณครับ
ผมขอเรียนว่าการทำดีเอาหน้า นั้น
1. แม่ชะม้อย ก่อนติดคุก ก็พยายามทำ เพื่อเลี่ยงคุก แต่เลี่ยงไม่พ้น
2. แต่หลายคนทำดีเพื่อปกปิดความชั่วครับ คนชั่ว ๆ ชอบทำดี เพื่อให้คนส่วนใหญ่ไขว้เขว
ถ้าถ้าเศรษฐี หรือมหาเศรษฐี ที่ไหนทำดี เราก็ควรอนุโมทนาสาธุครับ
แต่ที่ผมเขียนนี้มุ่งหมายที่การทำดีที่
1. มีวาระซ่อนเร้น
2. เป็นบ่อเกิดของการโกงกิน จากการใช้ทรัพยากรของราชการ
เป็นต้นครับ
ขอบคุณมากนะครับ
เราต้องส่งเสริมให้คนละอายใจใน
เราต้องส่งเสริมให้คนละอายใจในการใช้ทรัพยากรของชาติเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เพราะนี่คือบ่อเกิดการโกงกินนะครับ
นี่ขนาดทาง กอง บก.
นี่ขนาดทาง กอง บก. ตั้งชื่อบทความให้ใหม่แล้วนะครับ ยังไม่โดนใจ จะพยายามครับ แต่เนื้อหาก็คือ การทำดีแบบจอมปลอมนั้น มันไม่ได้อะไรดีขึ้นมาเลย
เป็นห่วงคุณโสภณจริงๆ อยากให้ค
เป็นห่วงคุณโสภณจริงๆ
อยากให้คุณโสภณดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนคลายเครียดบ้างนะคะ
งานในทุกระดับความสำคัญจะมีความขัดแย้งแทรกอยุู่ในเนื้อหาแทบจะเรียกได้ว่าเกือบทุกชิ้นงาน ต่อให้เป็น Masterpiece หรือ Masterplan ก็ไม่เว้น หากเราหวังสูง เราก็อาจผิดหวังสูง
ณ เวลานี้เพียงแค่..มีปฏิบัติการไม่ซ้ำเติมทำร้ายประชาชน ขอให้ทำได้แค่นี้..ก็นับว่าหรูหราแล้วค่ะ
เมื่อคนในชาติเริ่มทำงานอย่างเต็มใจและตั้งใจได้เมื่อไหร่ ชาติก็ยิ่งใหญ่ได้เมื่อนั้น
ขอให้คุณโสภณมีความสุขปีใหม่2010และมีกำลังภายในสร้างชาติให้แข็งแรงสืบต่อไปค่ะ
:)
ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ห่วงผมเรื่องอะไรครับ
เรื่องความแข็งแรงของผม ดูได้ที่นี่ครับ
MY_SWIMMING
(ดูแล้ว อย่าฮา นะครับ)
. ผมเชื่อว่าใจจริงคุณโสภณต้อง
.
ผมเชื่อว่าใจจริงคุณโสภณต้องการเขียนให้มากกว่านี้ แต่ไม่บังอาจ
ความดีจอมปลอมในเมืองไทยนั้นมีมากมาย และบางอย่างมันเกินบรรยาย
วันนี้เราไม่อาจเขียนได้ แต่เรายังคิดได้
หวังว่าสักวันหนึ่งเราจะเขียนได้
.
คนทำดีแม้เพียงน้อยนิดก็ควรส่ง
คนทำดีแม้เพียงน้อยนิดก็ควรส่งเสริมครับ
เศรษฐีไทยให้รัฐใช้ที่ดินราคาถูก ในเมื่อเมืองไทยยังไม่มีกฏหมายเสียภาษีสูงสำหรับที่ดินส่วนเกินแบบประเทศอื่น เราก็ควรสรรเสริญการกระทำ ไม่ใช่ไปด่าเขาครับ ดร.โสภณ
ลองถามเพื่อนในอเมริกาของคุณดู เขามีหนังสือ The Christian Science Monitor ที่ข่าวส่วนใหญ่เป็นข่าวสร้างสรรค์
ข้อเขียนของคุให้ข้อคิดดีแต่มุมมองยังไม่กว้างพอ
ผมก็เป็นข้าราชการแต่เขียนหนัง
ผมก็เป็นข้าราชการแต่เขียนหนังสือตอนกลางคืน
คุณโสภณทำงานเอกชนก็ผิดถ้าเอาเวลางานไปเขียนหนังสือ
ทำดี มากบ้างน้อยบ้าง 10 บาท
ทำดี มากบ้างน้อยบ้าง 10 บาท 1,000 บาท 1,000,000 บาท
ก็ดีทั้งนั้น
(แต่บางคนถึงขนาดว่า 10 บาท แต่ตั้งใจมากกว่าอาจได้บุญมากกว่า 1,000,000 บาท
อันนี้ผมคิดว่าคงไม่ใช่ เป็นโฆษณาชวนเชื่อครับ)
แต่ก็เพราะบ้านเราไม่มีกฎหมายที่เป็นมาตรฐานที่ดี
คนที่ควรมีหน้าที่ กลับกลายเป็นได้ดีเพราะทำดี
คนที่บริจาคเหล่านี้แหละที่ไม่ต้องการการเปลี่ยนภาษีที่ดิน จะได้ไม่ต้องเสียมาก
แต่แค่ให้เศษเสี้ยวเล็กน้อย ก็กลับได้หน้า ทั้ง ๆ ที่โดยหน้าที่ต้องจ่ายมากกว่านี้
พวกเขาประกอบอาชญากรรม ไม่เสียภาษีต่างหากครับ
ปล. หนังสือ The Christian Science Monitor ที่ข่าวส่วนใหญ่เป็นข่าวสร้างสรรค์
มันเป็นอย่างไรก็บอกมาเลยครับ เอาแบบ short-cut อำนวยความสะดวกคนอ่านหน่อยครับ
และที่คุณว่า "ข้อเขียนของคุให้ข้อคิดดีแต่มุมมองยังไม่กว้างพอ" ช่วยขยายความด้วยครับ
ขอบคุณครับ และยินดีครับ
ผมก็เขียนไปหมดแล้วครับ
ผมก็เขียนไปหมดแล้วครับ ส่วนคุณมีอะไรเพิ่มเติม ก็เชิญนะครับ
คนเขียนตอนกลางคืนไม่เป็นไร
คนเขียนตอนกลางคืนไม่เป็นไร ใช่เวลากลางวันทำงานส่ง fax ส่ง mail หาข้อมูลทาง internet หรือเปล่า ใช้เด็กพิมพ์ให้หรือไม่ เอาเวลาทำงานมานั่งนึก นั่งตรองเพื่อเขียนกลางคืนไหม ฯลฯ นี่คือการโกงเวลาส่วนรวมทั้งนั้นครับ
ผมเป็นครู
ผมเป็นครู ในเวลาราชการผมไม่ได้ทำงานตลอดเวลา บางทีก็ว่าง และผมก็เอาเวลาว่างนั้นมานั่งคิดนั่งตรองบ้างอย่างนี้ผิดไหมครับ ผิดกฎอะไร เช่นขณะนี้ก็เป็นเวลาราชการแต่ผมว่างไม่มีอะไรทำก็มานั่งตอบกันคุณนี่ (ถามจริงเหอะคุณทำงานเอกชนเวลาคุณว่างจากงานคุณไม่เคยเอาเวลามานั่งคิดนั่งตรองในเรื่องที่จะเขียนหนังสือเลยหรือ? หรือว่าที่คุณทำตัวเป็นมอนิเตอร์บทความของตัวเองอยู่นี่ไม่เป็นการเบียดบังเวลาทำงานเลยหรือ?)
เอามาคิดมาเขียนเพื่อประเทืองป
เอามาคิดมาเขียนเพื่อประเทืองปัญญาและเอามาพักผ่อนบ้างเป็นธรรมดาครับ จะได้มีแรงทำงานมากขึ้น หรือถือเป็นส่วนหนึ่งของการ research ก็คงไม่มีปัญหา แต่หากเขียนหนังสือเป็นเล่ม ๆ ขายจนมีชื่อเสียง แต่ทำงานราชการหรือเอกชนเป็นงานอดิเรก อันนี้คงไม่ได้นะครับ
Professional SM, unbelievable
Professional SM,
unbelievable you are!!!!!!!!!!!!!
1. แจกผ้าห่มให้ชาวเขา อันนี้ค
1. แจกผ้าห่มให้ชาวเขา
อันนี้คนส่วนใหญ่ก็คงรู้ว่มันเป็นการโฆษนาประชาสัมพันธ์ซะมากกว่าโดยมีความดีเป็นสินค้าอีกชิ้น
2. แก้ปัญหาด้วยการรณรงค์
อันนี้เป็นกิจกรรมร่วมของครอบครัวในวันหยุด อย่างน้อยก็เป็นอีกกิจกรรมที่สร้างสรรค์
3. ข้าราชการนักเขียนยอดนิยม
ผมว่าการจำกัดความคิดอิสระเป็นเรื่องน่ารังเกียจ หลายคนเลือกการดำเนินชีวิตเองไม่ได้แต่ความจำเป็นทางเศรฐกิจและอาจเป็นค่านิยมเก่าที่ว่าราชการมั่นคงและมีเกียรติ อย่างน้อยก็พอมีพอกินอย่างมั่นคง อีกอย่างโอกาศทางสังคมและธุรกิจในประเทศนี้น้อยมากจนใครๆก็คิดหนักที่จะดิ้นรนมาต่อสู้ หรือการเป็นนักเขียนอิสระ คุณโสภณเองก็คงไม่สามารถการันตี อาหารแต่ละมื้อของพวกเขา ใครจะรู้ว่าจินตนาการหรือประสพการณ์ของพวกเขาจะสรรค์สร้างแรงบรรดาลใจหรือวรรณกรรมสวยงาม หรือฯลฯ ของโลก ส่วนที่จะเป็นที่นิยมหรือไม่นั้นสังคมแต่ละสังคมจะตัดสินภูมิปัญญาของพวกเขาเอง
4. ขี่จักรยานลดโลกร้อน
ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมวันหยุดที่น่าสนใจ
5. คหบดีใจกว้าง
มีคนเสนอก็มีคนสนอง ปัญหามันอยู่ที่ทำไมคหบดีจึงมีที่ถือครองมากมายจนหากำไรจากที่เหล่านั้นไม่ทันเลยเอาไปโชว์หน่อยมากกว่า ขณะที่คนไร้ที่อยู่ยังมีอยู่มาก
ผมว่าบทความจะไปทางวิพากษ์กิจกรรมทั่วๆไปของหน่วยงานหรือองค์กรเอกชน
มีการทำความดีจอมปลอมที่น่ารังเกียจอีกมากที่น่าจะไปวิพากษ์
มาตามคำขอ ขออภัยถ้าไม่ถูกใจ
555 กรูมาอีกแล้ว
555 กรูมาอีกแล้ว เอางั้นเลยเหรอ ด็อกเตอร์ ไม่ว่ากันนะ
อิๆๆ คืออย่างนี้อ่ะนะ มันก็ดีนะ แต่กรูอ่านแล้ว กรูต้องแปลอีกรอบ กรูเคยบอก ไอ้อะตอม ไปทีนึงแล้ว
มัน อรัมภบทอยู่ แปดบรรทัด ไปดาวศุกร์ วกมาดาวอังคาร ไปพลูโต กลับมาโลก ของด็อกนี่ น่าจะไปอังคาร
แล้วก็กลับมาโลกอ่ะนะ แต่ไม่ใช่ว่าไม่ดีอ่ะนะ มันก็ดีทั้งคู่นั่นแหละ แต่บางคนชอบกินกระเพรา บางคนชอบกินเตี๋ยว
กรูดูที่เจตนามากกว่า เห็นด็อก ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ก็ โอเคแล้ว อ่านของทุกคนนะ แต่ใครร่ายยาว จะไม่ค่อยจบ
เพราะจะจับใจความ เห็นถึงเจตนาก็ โอเคแล้ว
เอาแบบนี้ ดิ " เขาสอยดาว
เอาแบบนี้ ดิ " เขาสอยดาว กระสือลากใส้ ใครอยู่ใครไป นับถอยหลัง ดีเดย์ " ลองตั้งหัวข้อแบบนี้นะ
ระทึก เร้าใจ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และอาจเป็นเป้าซะเอง สุ่มเสี่ยง อาจมีภาคต่อ แค่แนะนำอ่ะนะ
ขอบคุณที่แนะนำ
ขอบคุณที่แนะนำ แต่หัวข้อนี้ผมคงไม่เอาหรอกครับ
อันนี้เป็นเรื่องการเมือง ผมคงไม่กล้าไปเกี่ยวข้องด้วยครับ
ตั้งแต่จบธรรมศาสตร์มา 33 ปี ไม่เคยไปข้องแวะกับการเมืองครับ
มีลูกเมียหลายคน กลัวมีภัยครับ
ขอบคุณครับ ให้ความเห็นเพื่อกา
ขอบคุณครับ
ให้ความเห็นเพื่อการปรับปรุงก็เป็นเรื่องน่ายินดีครับ ไม่ต้องถูกใจหรอกครับ
ข้อ 1 แจกผ้าห่ม คุณพูดถูกครับ
แต่ที่ผิดร้ายกาจคือทางราชการ แสดงว่าขาดการวางแผนที่ดี ปล่อยให้เกิดปัญหาซ้ำซาก
ข้อ 2 และข้อ 4 เรื่องการปลูกป่า และการขี่จักรยานลดโลกร้อน
ผมก็เคยพาครอบครัวไปปลูกป่า เคยพาครอบครัวไปขี่จักรยานที่สวนรถไฟในวันหยุด
แต่กิจกรรมอย่างนี้ มันเป็นการเบื่อเมาไม่ให้คนเห็นความจริง
1. การโกงกิน แก้ไขไม่ได้ด้วยการรณรงค์ ต้องเชือดไก่ให้ลิงดู หรือมีการปราบปรามเฉียบขาด
ซึ่งที่ไม่ทำเพราะตัวใหญ่ ๆ เขากินกันทั้งนั้น แถมปี ๆ หนึ่งยังต้องคอยไปส่งส่วย และแสดงคารวะ
2. การตัดไม่ทำลายป่า ก็ต้องปราบปรามเช่นกัน แต่เราส่งเสริมให้คนปลูกป่า
เป็นการกันอาชญากรเข้าในมุมมืด คนไม่สนใจ พวกมันก็ประกอบอาชญากรรมกันสบาย ๆ
3. เรื่องลดโลกร้อนก็เหมือนกัน กิจกรรมพวกนี้ คนเข้าร่วมก็สนุกดี
แถมยังอาจได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านให้พอชื่นใจ ได้ทำดี ทำให้สบายใจ
แต่ถ้าโลกร้อนจริง แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ย่อมไม่ได้ผล
ยิ่งกว่านั้น ข้อมูลโลกร้อนนั้น อาจเป็นการแหกตาประชาชน มอมเมาก็ได้ด้วยครับ
4. เรื่องคหบดีใจดี
ก็ดีครับที่เขาทำบุญ แต่เรื่องอย่างนี้เป็นหน้าที่ที่พึงทำ เสียดายบ้านเราไม่มีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
จึงไม่สามารถเก็บภาษีมาบำรุงประเทศไทย
โปรดอ่าน: ภาษีทรัพย์สิน มีแต่ดี ดีต่อทุกฝ่าย (คลิก)
สำหรับบทบาทของ NGO ใหม่ที่ควรมีนอกจากเย้ว ๆ เรื่องไม่เป็นเรื่อง
ดูได้ที่นี่ครับ: 10 ประเภท NGO ทางเลือกใหม่เพื่อการอาสาทำดี (คลิก)
ขอบคุณครับ แต่ผมก็เขียนตรง ๆ
ขอบคุณครับ
แต่ผมก็เขียนตรง ๆ ไม่มีอารัมภบท หรืออ้อมค้อมนะครับ
แต่ที่ผมรู้ถึงขณะนี้ก็คือ ยังไม่ชัดเจนพอ ทำให้ไขว้เขวได้
ก็จะต้องปรับปรุงกันต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ว่าง ๆ ก็มาอีกนะครับ
ถึง...คุณโสภณ
ถึง...คุณโสภณ พรโชคชัย
การมีลูกเมียหลายคน ก็ทำให้ชาติสิ้นเปลืองทรัพยากรเหมือนกันนะ...(ควรมีแบบ พอดี พอเพียง หรือ พอประมาณ)...คือ เราแซวเล่นง่ะ...คุณคงหล่อ มีเสน่ห์ เร้าใจ จึงมีลูกเมียเยอะ
มีน้อย มีมาก ไม่เป็นไร ขอให้เขาเหล่านั้นไม่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม และขอให้เขาเหล่านั้นทำประโยชน์ให้สังคมบ้างก็แล้วกัน
เริ่มละนะ...ขอมองต่างมุมบ้าง
1. แจกผ้าห่ม...เราเคยนึกนะว่า แจกกันทุกปี...เขาไม่ซัก เก็บรักษากันหรืออย่างไร หรือ ใช้แล้วทิ้งเดี๋ยวมีคนมาแจกใหม่...หรืออาจเหมือนเขมร...ที่มีคนบริจาคให้ แล้วเอาไปขายในตลาดโรงเกลือ...พ่อค้า แม่ค้า ก็ซื้อมาขายตามตลาดนัดอีกทอดหนึ่ง
2. แก้ปัญหาด้วยการรณรงค์ปลูกป่า...ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยดีไหม...ให้เด็กๆ ดู กูเกิ้ล เอริธ ขยายแผนที่ให้เห็นป่าไม้ถูกทำลาย...และบอกถึงปัญหา เช่น อุทกภัย วาตภัย เลย (ชี้แนะเขาตั้งแต่เด็กเลย ให้เขารักธรรมชาติ เอาข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ให้เขาดู ผลของการบุกรุกป่า เป็นต้น)
3. ข้าราชการนักเขียน...ก็เห็นมีหลายคน เช่น ดร.ที่ผู้คนนับถือเขียนความรู้เกี่ยวกับเรื่องกล้วยไม้...พืชพรรณ ต่างๆ
4. ขี่จักรยานลดโลกร้อน...ก็ดีได้ออกกำลังกาย...วันก่อนไปนั่งกินกาแฟ มีแก๊งค์จักรยานเข้ามาจอดกินด้วย...ได้ยินเขาคุยว่ารถจักรยานเขา คันละเป็นแสนก็มี
5. คหบดีใจกว้าง...เรามีความเห็นว่า ควรจะปรับโครงสร้างภาษี...ใครมีที่ดิน มรดก มาก เสียภาษีมากตามอัตราก้าวหน้า...นำรายได้เข้าสู่รัฐ...(ชูรักแร้ หนับหนุน สองรักแร้ เลย)
เขียนติดตลกน่ะครับ
เขียนติดตลกน่ะครับ "ลูกเมียหลายคน" เขียนเร็วไปหน่อย
ควรเป็นมี "ลูก (2 คน) เมีย (1 คน รวมผมอีกหนึ่งเป็น 4 จึงเป็น) หลายคนครับ
ลูกเมียหลายคน ฟังดูอาจคล้ายดูถูกทางเพศ
จะบอกว่า "ลูกผัวหลายคน" เดี๋ยวคนก็ไม่เชื่อว่าผมเป็นตุ๊ด (เดี๋ยวก็จะมีคนหาว่าดูถูกเพศที่ 3 อีก)
แต่ผมเชื่อว่าคงมีช่องว่างให้พูดเรื่องเพศในเชิงติดตลกได้โดยไม่ต้องมี serious มาครับ
1. แจกผ้าห่ม...เราเคยนึกนะว่า แจกกันทุกปี...เขาไม่ซัก เก็บรักษากันหรืออย่างไร หรือ ใช้แล้วทิ้งเดี๋ยวมีคนมาแจกใหม่...หรืออาจเหมือนเขมร...ที่มีคนบริจาคให้ แล้วเอาไปขายในตลาดโรงเกลือ...พ่อค้า แม่ค้า ก็ซื้อมาขายตามตลาดนัดอีกทอดหนึ่ง
ตอบ
เรื่องของชาวบ้าน ก็ว่ากันไป
แต่ประเด็นที่ผมพยายามกล่าวถึงคือ รัฐบาลไม่รู้จักวางแผนป้องกัน จนทำให้กลายเป็นช่องว่างให้คนต้องไปแจกซ้ำซากครับ
2. แก้ปัญหาด้วยการรณรงค์ปลูกป่า...ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยดีไหม...ให้เด็กๆ ดู กูเกิ้ล เอริธ ขยายแผนที่ให้เห็นป่าไม้ถูกทำลาย...และบอกถึงปัญหา เช่น อุทกภัย วาตภัย เลย (ชี้แนะเขาตั้งแต่เด็กเลย ให้เขารักธรรมชาติ เอาข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ให้เขาดู ผลของการบุกรุกป่า เป็นต้น)
ตอบ ดีครับ
3. ข้าราชการนักเขียน...ก็เห็นมีหลายคน เช่น ดร.ที่ผู้คนนับถือเขียนความรู้เกี่ยวกับเรื่องกล้วยไม้...พืชพรรณ ต่างๆ
ตอบ
มีอีก มีชื่อด้วย มีสายสะพายด้วย ชื่อดี ๆ ทั้งนั้น โกงเวลาราชการมาทั้งนั้น
4. ขี่จักรยานลดโลกร้อน...ก็ดีได้ออกกำลังกาย...วันก่อนไปนั่งกินกาแฟ มีแก๊งค์จักรยานเข้ามาจอดกินด้วย...ได้ยินเขาคุยว่ารถจักรยานเขา คันละเป็นแสนก็มี
ตอบ
ผมก็ว่าไปแล้วครับ ผมก็เคยไปพาลูกขี่จักรยาน พาลูกไปปลูกป่าวันหยุด ก็เป็นการพักผ่อน แต่การทำให้คนเข้าใจ่ว่าการรณรงค์แก้ปัญหาได้ แล้วไม่ค่อยได้พยายามปราบปราม มันทำให้คนเลิกกีดขวางหรือมุ่งไปที่การแก้ปัญหาตรงจุด (ปราบปราม) ปลูกป่าไปมา 30 ปี ป่าหมด
5. คหบดีใจกว้าง...เรามีความเห็นว่า ควรจะปรับโครงสร้างภาษี...ใครมีที่ดิน มรดก มาก เสียภาษีมากตามอัตราก้าวหน้า...นำรายได้เข้าสู่รัฐ...(ชูรักแร้ หนับหนุน สองรักแร้ เลย)
ตอบ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณที่เห็นคล้าย ไม่ได้เห็นต่างนี่ครับ แต่ถ้าต่าง ก็ยินดีฟังครับ
(ใส่ใหม่
(ใส่ใหม่ เมื่อกี๊ใส่ผิดช่อง)
เขียนติดตลกน่ะครับ "ลูกเมียหลายคน" เขียนเร็วไปหน่อย
ควรเป็นมี "ลูก (2 คน) เมีย (1 คน รวมผมอีกหนึ่งเป็น 4 จึงเป็น) หลายคนครับ
ลูกเมียหลายคน ฟังดูอาจคล้ายดูถูกทางเพศ
จะบอกว่า "ลูกผัวหลายคน" เดี๋ยวคนก็ไม่เชื่อว่าผมเป็นตุ๊ด (เดี๋ยวก็จะมีคนหาว่าดูถูกเพศที่ 3 อีก)
แต่ผมเชื่อว่าคงมีช่องว่างให้พูดเรื่องเพศในเชิงติดตลกได้โดยไม่ต้องมี serious มาครับ
1. แจกผ้าห่ม...เราเคยนึกนะว่า แจกกันทุกปี...เขาไม่ซัก เก็บรักษากันหรืออย่างไร หรือ ใช้แล้วทิ้งเดี๋ยวมีคนมาแจกใหม่...หรืออาจเหมือนเขมร...ที่มีคนบริจาคให้ แล้วเอาไปขายในตลาดโรงเกลือ...พ่อค้า แม่ค้า ก็ซื้อมาขายตามตลาดนัดอีกทอดหนึ่ง
ตอบ
เรื่องของชาวบ้าน ก็ว่ากันไป
แต่ประเด็นที่ผมพยายามกล่าวถึงคือ รัฐบาลไม่รู้จักวางแผนป้องกัน จนทำให้กลายเป็นช่องว่างให้คนต้องไปแจกซ้ำซากครับ
2. แก้ปัญหาด้วยการรณรงค์ปลูกป่า...ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยดีไหม...ให้เด็กๆ ดู กูเกิ้ล เอริธ ขยายแผนที่ให้เห็นป่าไม้ถูกทำลาย...และบอกถึงปัญหา เช่น อุทกภัย วาตภัย เลย (ชี้แนะเขาตั้งแต่เด็กเลย ให้เขารักธรรมชาติ เอาข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ให้เขาดู ผลของการบุกรุกป่า เป็นต้น)
ตอบ ดีครับ
3. ข้าราชการนักเขียน...ก็เห็นมีหลายคน เช่น ดร.ที่ผู้คนนับถือเขียนความรู้เกี่ยวกับเรื่องกล้วยไม้...พืชพรรณ ต่างๆ
ตอบ
มีอีก มีชื่อด้วย มีสายสะพายด้วย ชื่อดี ๆ ทั้งนั้น โกงเวลาราชการมาทั้งนั้น
4. ขี่จักรยานลดโลกร้อน...ก็ดีได้ออกกำลังกาย...วันก่อนไปนั่งกินกาแฟ มีแก๊งค์จักรยานเข้ามาจอดกินด้วย...ได้ยินเขาคุยว่ารถจักรยานเขา คันละเป็นแสนก็มี
ตอบ
ผมก็ว่าไปแล้วครับ ผมก็เคยไปพาลูกขี่จักรยาน พาลูกไปปลูกป่าวันหยุด ก็เป็นการพักผ่อน แต่การทำให้คนเข้าใจ่ว่าการรณรงค์แก้ปัญหาได้ แล้วไม่ค่อยได้พยายามปราบปราม มันทำให้คนเลิกกีดขวางหรือมุ่งไปที่การแก้ปัญหาตรงจุด (ปราบปราม) ปลูกป่าไปมา 30 ปี ป่าหมด
5. คหบดีใจกว้าง...เรามีความเห็นว่า ควรจะปรับโครงสร้างภาษี...ใครมีที่ดิน มรดก มาก เสียภาษีมากตามอัตราก้าวหน้า...นำรายได้เข้าสู่รัฐ...(ชูรักแร้ หนับหนุน สองรักแร้ เลย)
ตอบ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณที่เห็นคล้าย ไม่ได้เห็นต่างนี่ครับ แต่ถ้าต่าง ก็ยินดีฟังครับ
ผมเห็นเชิญไว้หลายหน้า
ผมเห็นเชิญไว้หลายหน้า ก็เลยเข้ามาอ่าน แต่ด้วยเหตุที่ผมมีความรู้เพียงน้อยนิด ห่างจากคุณโสภณอยู่หลายช่วงตึก ฉะนั้นของดแสดงความคิดเห็น เขียนต่อไปครับ สักวันผมจะอ่านให้เข้าใจ แตกฉาน แล้วความคิดเห็นจะตามมา
***ความดีไม่จอมปลอม
***ความดีไม่จอมปลอม โปรดอ่าน ***คู่มือมนุษย์*** ของท่านพุทธทาสภิกขุครับ ความดีจอมปลอมท่านก็กล่าวไว้ว่า เป็นเนื้องอกของพระพุทธศาสนนาครับ
FFF FFF เอ๊.....เฮียโสภณ ไอ้
FFF
FFF
เอ๊.....เฮียโสภณ
ไอ้ "การจัดประกวดคำขวัญเพื่อแก้ปัญหาคอรัปชั่น" (ประเภทเยาวชน)ที่เห็นกันทุกบ่อยๆเนี่ย
อันนี้ก็ปอมปอมด้วยมะ ?..........
แถมตอนไปรับรางวัลชนะเลิศก็ยังโดนหักหัวคิวฟรีๆอีก1ใน3ด้วย(รางวัลเงินสด300บาท).......
ยังงี้ก็น่าจะปอมปอมนะเฮียนะ ?.........
ว่าแต่ว่า
องคมนเตรยรุกป่าสงวนเขายัยเอียงแล้วตีลูกเซ่อon airจนคนทั่วโลกเค้าเกาหัวน่ะ
เฮียว่า ดีจอมปลอม รึว่า ดีจอมปลวก ?
คิกคัก คิกคัก
--------------
อยากให้เฮียเขียนเกี่ยวกับ การวางผังเมืองและการบริหารจัดการเกี่ยวกับที่ดิน-ทั้งการจัดโซนนิ่งและการเก็บภาษี-ของเนเธอร์แลนด์ให้อ่านซักหน่อย
--------------
FFF
FFF