"คอมมิวนิสต์"ใน"พิพิธภัณฑ์" และ"งานรำลึก": รายงานจากวงเสวนา

 

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. เวลา 13.30 น. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จัดงานเสวนาเรื่อง “ความทรงจำของสหาย” ขึ้น ณ ห้อง 407 ชั้น 4 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ถ.บรมราชชนนี โดยแบ่งการเสวนาออกเป็นสองช่วง โดยช่วงแรกพูดหัวข้อ “ความทรงจำของสหายจากงานศึกษาความทรงจำ” วิทยากรได้แก่ อาจารย์อังกูร หงส์ครานุเคราะห์ อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ จุฬารัตน์ ดำรงวิถีธรรม เจ้าหน้าที่โครงการทักษะวัฒนธรรม ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

ช่วงที่สองพูดในหัวข้อ “ความทรงจำของสหายผ่านการจัดแสดง” วิทยากรได้แก่ อาจารย์สมประสงค์ มั่งคะนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนอุ้งผางวิทยาคม จังหวัดตาก ผู้ริเริ่มดูแลพิพิธภัณฑ์สงครามประชาชน และ บุษกร จีนะเจริญ ภัณฑารักษ์สวนประวัติศาสตร์พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ผู้ร่วมจัดตั้งอนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ จังหวัดน่าน ดำเนินรายการโดย วัฒนชัย วินิจจะกูล เจ้าหน้าที่อุทยานการเรียนรู้

 

พิธีรำลึกสถูปและการสร้างความทรงจำในหมู่สหาย

อาจารย์อังกูร หงส์ครานุเคราะห์ กล่าวถึงการศึกษาหัวข้อ “เรื่องเล่าจากสหายรูปแบบและการปรากฏตัวของความทรงจำร่วมจากชุมนุมอดีตแนวร่วมขบวนการคอมมิวนิสต์” ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบและเงื่อนไขการเกิดขึ้นของความทรงจำ รวมทั้งสัมพันธภาพทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมขบวนการคอมมิวนิสต์ในอดีตของชาวบ้านในชุมชนบ้านโคกเขา ตำบลโคกมะม่วง อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยใช้งานพิธีรำลึกวีรชนประชาชนอีสานใต้หรือที่เรียกว่า งานรำลึกสถูป ที่เกิดขึ้นในช่วงวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปีเป็นกรณีศึกษา ทั้งนี้ได้ยังได้เข้าไปเก็บข้อมูลด้วยวิธีการทางมานุษยวิทยาด้วยการศึกษาอย่างมีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก

พิธีรำลึกสถูป ประกอบไปด้วยกิจกรรมงานพิธีต่างๆ ทั้งที่มีความสัมพันธ์กับขบวนการคอมมิวนิสต์ เช่น อนุสรณ์สถานหรือตัวสถูป ศาลาสหาย หินจารึกปฏิวัติและงานพิธีรำลึก และที่ไม่มีความสัมพันธ์กับขบวนการคอมมิวนิสต์ เช่น พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอีสานใต้ งานสมโภช ศาลาหลวงปู่เกาะ งานวันเด็ก ร้านค้าต่างๆ ซึ่งทั้งส่วนที่สัมพันธ์และไม่สัมพันธ์กับขบวนการคอมมิวนิสต์นี้ ได้สร้างความทรงจำให้กับคนกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่สัมพันธ์กับขบวนการคอมมิวนิสต์มาก่อน การสร้างความทรงจำให้เกิดขึ้นผ่านอนุสรณ์สถานฯ หรือโอกาสให้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวเกี่ยวข้องกับขบวนการคอมมิวนิสต์

ขณะเดียวกันข้อมูลจากการบอกเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่สัมพันธ์กับขบวนการคอมมิวนิสต์ในแต่ละช่วงเวลาได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับบริบทปัจจุบันที่มีต่อการเกิดความทรงจำและส่วนของความทรงจำจากคำบอกเล่าที่มีความแตกต่างก็มิได้ส่งผลให้สัมพันธภาพทางสังคมเกิดความแปลกแยกขึ้นภายในหมู่บ้าน หากแต่มันกลับทำให้เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการคอมมิวนิสต์และภาพชุมชนในอดีตปรากฏขึ้น นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์กับความทรงจำว่าเป็นสิ่งเชื่อมโยงให้เห็นถึงเหตุการณ์ในอดีตไม่ใช่การพิสูจน์ข้อเท็จจริง

ดังนั้นการศึกษาความทรงจำจึงไม่ได้เป็นเรื่องของการทำความเข้าใจเหตุการณ์หนึ่งๆ เท่านั้นหากแต่ยังทำให้เกิดความเข้าใจถึงบริบททางสังคมที่มีต่อเจ้าของความทรงจำด้วย ดังนั้นความทรงจึงเป็นเครื่องมือในการควบคุมหรือกำหนดทิศทางให้กับคนในสังคมปัจจุบันด้วยการสร้างความสัมพันธ์กับอดีตอีกทางหนึ่ง

 

ความทรงจำแห่ง “ถีบลงเขา เผาลงถังแดง”

จุฬารัตน์ ดำรงวิถีธรรม กล่าวถึงการศึกษาเรื่อง “การซ่อมสร้างประวัติศาสตร์และความทรงจำหลอน การศึกษากิจกรรมจากความทรงจำกรณีถังแดง” โดยพยายามวิเคราะห์ความทรงจำร่วมและความทรงจำปัจเจกของคนที่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับความเจ็บปวดในช่วงปี 2514-2516

จุฬารัตน์กล่าวว่า ช่วงเวลาดังกล่าว รัฐได้ใช้นโยบายปราบปรามคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เคลื่อนไหวของผู้ถูกเรียกว่าผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และชุมชนลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ดังกล่าว

กองอำนวยการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ เป็นหน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อปราบปรามคอมมิวนิสต์เป็นหน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อปราบปรามผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ในกรณีชุมชนลำสินธุ์มีผู้ต้องสงสัยถูกเผาลงถังน้ำมันกว่า 200 คนต่อมาถูกเรียกว่ากรณีถังแดง

การจับผู้ต้องสงสัยมาเผาลงถังแดงได้สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอันมาก ชาวบ้านชาวบ้านบางส่วนต้องหนีเข้าป่าเพื่อต่อสู้ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หลังจากปี 2523 ชาวบ้านจึงเริ่มทยอยออกจากป่าและเริ่มใช้ชีวิตปกติ อย่างไรก็ตามความทรงจำในอดีตนั้นไม่ได้เลือนหายไปกับกาลเวลา แต่มันกลายเป็นฝันร้ายที่อยู่ในความทรงจำของชาวบ้านตลอดมา คำถามสำคัญคือ ชาวบ้านมีกระบวนการสร้างและจัดการกับประสบการณ์ในอดีตอย่างไร จนกลายเป็นความทรงจำทั้งของชุมชนและปัจเจก

ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ถังแดงถูกสะท้อนออกมาในรูปลักษณ์ของอนุสาวรีย์ที่มีชื่อว่า อนุสรณ์สถานถังแดง และถูกทำให้มีความหมายจากการตัดงานรำลึกถังแดงในเดือนเมษายนของทุกปี โดยมีการคณะกรรมการซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตสหายภาคใต้ที่เคยเข้าป่าเป็นผู้จัดงาน

ขณะเดียวกันชาวบ้านในชุมชนลำสินธุ์ได้ก่อตั้งองค์กรชุมชนชื่อว่า เครือข่ายสินธุ์แพรทอง ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่หลายประการ เช่น เป็นผู้ร่วมก่อสร้างอนุสรณ์สถาน เข้าร่วมกิจกรรมท้องถิ่น และที่สำคัญคือการพัฒนาโครงการต่างๆของตนเอง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยใช้กรณีถังแดงเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นบทเรียนสำคัญในการทำงานด้านต่างๆ ของเครือข่ายฯ

จุฬารัตน์กล่าวต่อว่า การศึกษาความทรงจำเกี่ยวกับถังแดงใช้วิธีสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม การสัมภาษณ์ชาวบ้านที่เกี่ยวข้อง และจากบันทึกต่างๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าประวัติศาสตร์ความทรงจำเกี่ยวกับถังแดงทั้งในระดับชุมชนและส่วนบุคคล ประวัติศาสตร์จึงไม่ได้มีเพียงมิติเดียว แต่มีมิติจากหลายแง่มุม ยิ่งไปกว่านั้นการศึกษานี้อธิบายว่าเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ถูกตีความและจัดการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายบางอย่างได้อย่างไร การศึกษานี้จึงชี้ให้เห็นวิธีที่ความทรงจำถูกนำมาใช้ ผ่านเรื่องเล่าของชุมชนและปัจเจก นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นวิธีที่ความทรงจำสัมพันธ์กับอดีตและสร้างความหมายให้กับปัจจุบัน

 

 

พิพิธภัณฑ์ที่ ‘สหาย’ ไม่ได้สร้าง และ ‘ราชการ’ เพิกเฉย

สมประสงค์ มั่งคะนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนอุ้งผางวิทยาคม กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์อุ้งผางสร้าง ที่ จ.ตาก เกิดขึ้นเพราะต้องการให้คนในพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชนและเห็นว่าเรื่องราวของอุ้งผางนี่น้อยคนมากที่จะเข้าไปถึงหรือรับรู้ได้ อุ้งผางอยู่ในเขตงาน 401 ที่พี่น้องประชาชนเข้าไปตั้งกองกำลัง การสร้างพิพิธภัณฑ์สงครามประชาชนนั้นสร้างจากทุนทรัพย์ส่วนตัวทั้งหมด ทั้งตัวอาคารและสิ่งของทั้งหมดที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ นอกจากนั้นการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ไม่ได้เกิดจากความร่วมมือของอดีตสหายหรือคนในพื้นที่แต่อย่างใด แต่สร้างขึ้นเพราะต้องการให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้เท่านั้น แม้ว่าการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนหรือนักเรียนส่วนใหญ่ในแถบนั้น เขาจะไม่ต้องการทราบประวัติศาสตร์หรือไม่ต้องการเรียนรู้การต่อสู้ของประชาชนแล้วก็ตาม

หลายครั้งที่ถูกทางการกล่าวหาสั่นคลอนความมั่นคงของรัฐด้วยการมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง ซึ่งอาวุธสงครามที่ทางการกล่าวหานั้นเป็นเพียงอาวุธปืนและลูกระเบิดที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ที่เคยเป็นของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมาก่อน ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วกลับมองว่าสิ่งของเหล่านี้ควรมีไว้เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ ในพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมตำราแพทย์ขนาดเล็กที่ได้มาจากครอบครัวชาวลั๊วะครอบครัวหนึ่งในพื้นที่ และบันทึกต่างๆของสหาย นอกจากนั้นยังรวบรวมเครื่องมือแพทย์ เช่น หลอดแก้ว ขวดยา เข็มฉีดยา และอื่นๆ อีกมากมายที่ตนเอาออกมาจากถ้ำในพื้นที่ เนื่องจากนักเรียนในโรงเรียนที่ตนเองสอนอยู่นั้นไปพบเข้าจึงมาแจ้ง และการแจ้งข่าวของนักเรียนก็ตรงกับข้อมูลที่ตนเองค้นคว้าด้วยเช่นกัน เมื่อไม่นานมานี้นายอำเภอเคยกล่าวถึงการสร้างพิพิธภัณฑ์กับตน แต่ก็เงียบหายไปและพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เหมือนจะถูกปิดหลายครั้งแล้ว ดังนั้นจึงเป็นกังวลเป็นอันมากว่าตนจะเกษียณใน 5 ปีข้างหน้า พิพิธภัณฑ์จะเป็นยังไงต่อไป

 

ภัณฑารักษ์สวน ‘เปรม’ กับงานสร้างอนุสรณ์สถาน ‘คอมฯ’

บุษกร จีนะเจริญ ภัณฑารักษ์สวนประวัติศาสตร์พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ผู้ร่วมจัดตั้งอนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ จังหวัดน่าน กล่าวว่า อนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ จ.น่าน นั้นเกิดจากการปรึกษาหารือของคณะกรรมการที่เป็นอดีตสหายที่เคยเข้าป่า ที่มีมติสร้างอนุสรณ์สถาน นอกจากการเป็นอนุสรณ์สถานแล้วยังเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้ไปในตัวด้วย สาเหตุที่สร้างอนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ขึ้นมาเนื่องจากเมื่อก่อนภูพยัคฆ์เป็นแดงซ้ายเข้มและเคยเป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยด้วย อาจกล่าวได้ว่าเป็นเหมือนเมืองอีกเมืองหนึ่งที่อยู่นอกเขตปกครองของรัฐไทย นอกจากนั้นยังพื้นที่แห่งความผูกพันของสหายในเมืองที่เข้าไปและพี่น้องในพื้นที่ด้วย ซึ่งยังคงมีสายใยต่อกันอยู่จึงก่อให้ก่อเกิดแนวคิดที่จะสร้างอนุสรณ์สถานขึ้น

นอกจากนั้นความมันคงในหน้าที่การงานและชีวิตของอดีตสหายก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กลับไปรำลึกถึงที่ที่เคยอยู่และร่วมกันต่อสู้ ซึ่งการก่อสร้างอนุสรณ์นั้นเริ่มขึ้นในปี 2548 แต่ในความเป็นจริงมีการปรึกษาหารือกันอยู่ก่อนหน้านั้นนานแล้ว นอกจากสหายในเมืองแล้วสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ยังมาจากสหายในพื้นที่และพี่น้องชาติพันธุ์ที่ร่วมกันบริจาคมา ซึ่งล้วนแต่เป็นของใช้ที่ใช้ในฐานที่มั่นทั้งสิ้น

พวกคุณหวลคิดถึงอดีตสมัยเป็นสห

พวกคุณหวลคิดถึงอดีตสมัยเป็นสหายในป่าเป็นคอมมิวนิตส์ ผมก็คิดถึงอดีตแต่หนหลังของผมเหมือนกัน ปี2522 ผมอายุ16ปีไปสมัครเป็นทหารรับจ้างคุ้มกันการก่อสร้างเส้นทางสายบ้านห้วยหลักลาย อ.ปัว จ.น่าน(ไม่ใช่ทหารพราน) ไม่ทราบว่าเป็นเขตงานไหนของพวกคุณ คือบริษัทที่รับเหมาเป็นคนจ่ายเงินให้พวกผม ตอนนั้นวัยรุ่นผมไม่คิดอะไรมาก ยิงกันฉิบหายวายวอดเลย ทหารรับจ้างตายห่าไปเยอะ ผมก็ยิงคอมมิวนิตส์ตายห่าไปหลายเหมือนกัน ใครดีใครอยู่ว่างั้นเถอะ ก่อนที่พวกผมจะบุกเข้าตีก็จะยิดเปิดทางเคลัยร์พื้นที่ก่อนด้วยปืน ค และปืน ปรส แล้วหลังจากนั้นพวกผมก็เข้าลุย นำหน้าทหารอาชีพ มีจ่าหรือนายสิบควบคุมไปด้วย 1-2คนแค่นั้นเอง พวกคอมมิวนิตส์นิยมใช้ปืนอาก้า ของผมM 16 M79 และระเบิดมือ แบบM 26 แม่งมันจริงๆ ได้ยิงไอ้พวกคิดจะล้มสถาบัน นี่จะเริ่มคิดล้มล้างสถาบันอีกแล้วใช่ไหม ผมยังลุยได้สบายมากเลยนะอายุแค่ 40 กว่าเอง ถ้าคิดจะแดงทั้งแผ่นดินก็เปิดตัวออกมาเลย สมัยก่อนยิงแล้วฟันซ้ำมันด้วยมีดสปาต้า อ่อนให้มันไม่ได้หรอกไอ้พวกนี้ มันต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน ถึงจะรู้ผล ผมไม่รู้นะใครจะคิดอย่าไร แต่ผมติดนิสัยสมัยเป็นทหารรับจ้างมาก่อนบ้าระห่ำ ลุยลูกเดียวไม่มีคำว่าสันติอหิงสา พวกคุณมันต้องเจอคนแบบผม ไอ้บ้าเดนสงคราม อย่างไอ้เสธ.ไปให้ไกลๆตีนเลย ไม่เคยกลัวมันเลย แม่งดีแต่ลอบกัดเหมือนพวกคอมมิวนิตส์เชียว แถมซุ่มโจมตีคนมือปล่าวในทำเนียบอีกต่างหาก ไอ้กระจอก ใจแม่งเหมือนหรีมด ดีแต่ลอบกัด

ชื่นชมอ.จุฦารัตน์มานาน

ชื่นชมอ.จุฦารัตน์มานาน แต่ขอแย้งหน่อยว่าคุณมันไม่แน่จริง

พูดเรื่องพรรค แต่ไม่พูดเรื่องนั้น ไม่พูดเรื่อง ๑๑๒ ไม่พูดเรื่องคดีหมิ่น พูดได้แค่นี้อย่าพูดดีกว่า พูดแค่นี้ ก็แค่ปัีญญาชนรับจ้างเขียนทำมาหากินไปวันๆ

ถ้าปัญยาชนจริงๆ ต้องพูดแบบกระผม กระผมบอกแล้วว่าต้องพูดเรื่องอะไร อ้าว ทำไมไม่เชื่อ ทำไมไม่ฟัง พุดโธ่ พูดแค่นี้อย่พูดดีกว่า ไม่ีมีอะไรใหม่จริงๆ ต้องพูดอย้างกระผม ถึงใหม่ ถึงแจ๋วจริง อ้าว ไม่ฟังอีก กระผมบอกแล้วว่าต้องพูดเรื่องอะไร อ้าว ทำไมไม่เชื่อ ทำไมไม่ฟัง พุดโธ่ พูดแค่นี้อย่พูดดีกว่า ไม่ีมีอะไรใหม่จริงๆ ต้องพูดอย้างกระผม ถึงใหม่ ถึงแจ๋วจริง อ้าว ไม่ฟังอีก กระผมบอกแล้วว่าต้องพูดเรื่องอะไร อ้าว ทำไมไม่เชื่อ ทำไมไม่ฟัง พุดโธ่ พูดแค่นี้อย่พูดดีกว่า ไม่ีมีอะไรใหม่จริงๆ ต้องพูดอย้างกระผม ถึงใหม่ ถึงแจ๋วจริง

อ้าว ไม่ฟังอีก กระผมบอกแล้วว่าต้องพูดเรื่องอะไร อ้าว ทำไมไม่เชื่อ ทำไมไม่ฟัง พุดโธ่ พูดแค่นี้อย่พูดดีกว่า ไม่ีมีอะไรใหม่จริงๆ ต้องพูดอย้างกระผม ถึงใหม่ ถึงแจ๋วจริง อ้าว ไม่ฟังอีก กระผมบอกแล้วว่าต้องพูดเรื่องอะไร อ้าว ทำไมไม่เชื่อ ทำไมไม่ฟัง พุดโธ่ พูดแค่นี้อย่พูดดีกว่า ไม่ีมีอะไรใหม่จริงๆ ต้องพูดอย้างกระผม ถึงใหม่ ถึงแจ๋วจริง อ้าว ไม่ฟังอีก กระผมบอกแล้วว่าต้องพูดเรื่องอะไร อ้าว ทำไมไม่เชื่อ ทำไมไม่ฟัง พุดโธ่ พูดแค่นี้อย่พูดดีกว่า ไม่ีมีอะไรใหม่จริงๆ ต้องพูดอย้างกระผม ถึงใหม่ ถึงแจ๋วจริง อ้าว ไม่ฟังอีก

อ่านแล้วผิดหวังจริงๆ ไม่มีอะไรใหม่ อยากรู้ว่าพูดใหม่ทำไง กลีบไปอ่านกระผมย่อหน้าที่แล้ว ไ่ม่งั้นจะด่าซ้ำๆ ซากๆ อีกที แถมให้อีกดอก ไอ้พวกกระดูกสันหลังไสม่มี

ซาบซึ้งใจมากที่ยังมีคนที่พยาย

ซาบซึ้งใจมากที่ยังมีคนที่พยายามรักษาตำนาน"ถังแดง"ไว้ให้ลูกหลานได้เรียนรู้ความผิดพลาดของคนรุ่นก่อน คงต้องหาโอกาสไปเยี่ยมชมบ้าง

การทบทวนหรือสังคายนาประวัติศาสตร์เป็นสิ่งดีและจำเป็นสำหรับสังคมที่ปรารถนาจะเดินหน้าต่อไปสู่ความเจริญ แต่จะทำได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับคนส่วนใหญ่ในสังคม ว่าพร้อมที่จะเรียนรู้ความผิดพลาดของตนหรือไม่ ถ้าหากยังมีคนที่"ไม่อาจยอมรับว่า ตนเคยทำผิด" หลงเหลืออยู่ และมีอิทธิพล บารมีสูงส่ง การสังคายนาย่อมเป็นได้แค่นิทานหลอกเด็ก

ถ้าสังคมไทยกล้าพอที่จะทบทวนประวัติศาสตร์ร่วมสมัย ตั้งแต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เป็นต้นมาได้ โดยเฉพาะ หก ตุลา 2519 สังคมไทยก็ยังพอมีความหวัง จะก้าวไปข้างหน้า กับเพื่อนร่วมโลกบ้าง ไม่อย่างนั้น ก็ต้องจมปลักกับความเป็นไทยๆอย่างนี้ ไปเรื่อยๆ รอให้เขมรเจริญข้ามหัวไปก่อน แล้วค่อยให้เขามาสอนบทเรียนทางประวัติศาสตร์กับคนไทยคืนกันหล่ะมั้ง

ใครลบควมเห็นตรูฟระ

ใครลบควมเห็นตรูฟระ

ก้อดีนะค่ะ วันงานเสวนา

ก้อดีนะค่ะ

วันงานเสวนา ก้อได้ไปมา

ทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมอะไร หลายๆอย่าง

อย่างที่อุ้มผางเนี่ย น่าสนใจมาก

แต่ก้ออย่างว่า จะมีใครสานต่อ ท่านผู้อำนวยการ อุ้มผางรึป่าว

เนี่ยก้อน่าติดตาม

ชอบที่ อจ.สมศักดิ๊ ถาม

ชอบที่ อจ.สมศักดิ๊ ถาม และเพิ่มข้อมูลมากก

ทำให้ได้ความรู้เพิ่มอีกเยอะ

สิ่งที่ ผอ.สมประสงค์ มั่งคะนะ

สิ่งที่ ผอ.สมประสงค์ มั่งคะนะ กล่าวไว้เป็นจริง ผมทำได้แค่บอกกับชาวบ้านให้นำสิ่งของสมัยสงครามประชาชนมามอบให้ ถ่ายสำเนาเพลงปฏิวัติกะเหรี่ยง บ้านเกริงโบ ของลุงเนเตอะ ได้รับบริจาคชุด ทปท. จากร้านดาวแดงหนึ่งชุด และผมซื้อให้หนึ่งชุดเท่านั้น ไปติดต่อขอการสนับสนุน what ever ที่มูลนิธิ 14 ตุลา เข้าช่วยเหลือในการจัด ก็ไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่ชื่อ รักษา อาจจะเป็นเพราะ มูลนิธิ 14 ตุลา คือ เหตุการณ์ 14 ตุลา ไม่เกี่ยวกันก็ได้ (แต่ในทางกลับกัน ถ้าบอกว่ามีงบ 1 ล้านบาทให้ช่วยจัด ทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้)

เมื่อแจ้งให้กับ "สหายเก่า" เขตงานนี้ บางคนก็บอกว่า ผม "หน้าใหญ่"

ครั้งหนึ่ง ผมเคยพยายามติดต่อ "สหายเก่า" นพ.พงษพัฒน์ รพ.มหาชัย เพื่อหายาสนับสนุนโครงการสาธารณสุขลุ่มแม่น้ำแม่จันของ มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ผมตั้งสมมติฐานว่า "สหายเก่า" งกและไม่ยอมรับควักเงิน จึงขอแค่ให้เขา บังคับบริจาคจาก บริษัทยาที่เขาเป็นผู้ซื้อ จากรายได้ของ รพ. มหาชัย ปีละ 1,200 ล้าน เป็นค่ายาแค่ 200 ล้าน เป็นว่า ขอบริจาค 0.25 % ของมูลค่า น่าจะได้ยาประมาณ 500,000 บามสำหรับเพื่อนและลูกหลาน (ที่ครั้งหนึ่ง "สหายเก่า" เหล่านี้ เคยพาพวกเขาไปตาย) ประมาณ 4,000 คน แค่นี้ เขายังทำไม่ได้ โดยไม่ต้องจ่ายแต่บาทเดียว

โครงการพ่อแม่อุปถัมภ์ กับ ลูกหลานของเพื่อนเก่า ปีละ 5,000 บาท "สหายเก่า" เขตนี้ ดีใจมากเมื่อคุณอภินันท์ บัวหะภักดี ช่วยประชาสัมพันธ์ให้โครงการ แต่เมื่อถามว่าคุณจะบริจาค เขาปฏิเสธ ทันที เข้าใจได้ว่า "ดี ถ้าเงินคนอื่น แต่ เงินของเราไม่"

และ ....

มีผู้แสดงความห่วงใยว่า ขณะนี้

มีผู้แสดงความห่วงใยว่า ขณะนี้ คนที่คิดร้ายต่อบ้านเมืองกำลังพยายามเคลื่อนไหว ก่อเหตุ เพื่อชักนำบ้านเมืองของเราเข้าไปสู่สถานการณ์ที่เป็น "สงครามกลางเมือง" ในอนาคตอันใกล้...

ผมเรียนตอบด้วยความเคารพ และด้วยความห่วงใยไม่แพ้กันว่า... ขณะนี้... วันนี้... ปัจจุบัน... สงสัยว่า เรากำลังอยู่ในช่วงต้นของ "สงครามกลางเมือง" เสียแล้ว!

1) ในประวัติศาสตร์สงครามการเมือง ไม่ว่าจะในประเทศใดของโลก ก่อนที่แต่ละฝ่ายที่มีความแตกแยกกันภายในประเทศ จะเริ่มต้นสาดกระสุน หรือใช้อาวุธสงครามเข้าห้ำหั่นโจมตีกัน ก็จะต้องเริ่มต้นด้วยการประกาศไม่ยอมรับอำนาจปกครองรัฐของอีกฝ่ายหนึ่ง

ไม่ว่าจะในสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา หรือที่ไหนๆ ก็ตาม

2) ขณะนี้ ฝ่ายระบอบทักษิณ เหมือนพยายามแสดงออกว่า ไม่ให้การยอมรับอำนาจการปกครองของรัฐบาลที่มีที่มาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 หากว่ารัฐบาลนั้นไม่ใช่พรรคพวกของตน

จะเห็นว่า ขบวนการเสื้อแดงและระบอบทักษิณเคยให้การยอมรับรัฐบาลสมัคร และรัฐบาลสมชาย แต่กลับไม่ให้การยอมรับรัฐบาลอภิสิทธิ์ ทั้งๆ ที่ มีที่มาจากการเลือกตั้งครั้งเดียวกัน และมีการเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งชุดเดียวกัน

พยายามปลุกระดม เคลื่อนไหว คุกคามมิให้คนของรัฐบาลไปปฏิบัติหน้าที่ในงานอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลตามพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดที่เป็นฐานคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทย

พยายามสร้างเหตุการณ์ต่อต้านรุนแรง เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขข้ออ้างในการกีดกันมิให้คนของรัฐบาลได้ปฏิบัติหน้าที่ตามพื้นที่ต่างๆ เช่น อ้างว่า จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ถ้านายกฯ หรือรัฐบาลไปพื้นที่ เป็นต้น

เป็นลักษณะที่แทบจะไม่ต่างจากการพยายามสถาปนาเขตอำนาจหรือเขตอิทธิพลของพรรคพวกตนเอง แบ่งแยกหรือทับซ้อนเขตอำนาจอธิปไตยของรัฐไทย

3) มีการใช้สื่อเพื่อแบ่งแยกประชาชนออกจากอำนาจรัฐ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ ปลุกระดมด้วยความเท็จ ป้อนข้อมูลปั้นแต่ง และสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองประเทศของรัฐบาล

สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม "ดีทีวี" ถูกจัดตั้งขึ้นมาด้วยเจตนาในทางการเมืองมากกว่าจะทำหน้าที่ตามจรรยาบรรณวิชาชีพของสื่อสารมวลชนที่ดีทั่วไป

"ดีทีวี" ถูกจัดตั้งและดำเนินการโดยขบวนการของกลุ่มคนซึ่งล้วนแต่เป็น "บริวารผู้จงรักภักดีต่อทักษิณ" ไม่ว่าจะเป็น อดีตทนายของทักษิณ อดีตลูกจ้างของทักษิณ หรืออดีตคนที่ทักษิณเคยโยนเศษเนื้อเศษกระดูกให้ เป็นต้น โดยมีเป้าหมายที่กระทบกระเทือนต่อ "รัฐ-ราชอาณาจักรไทย"

ถ้อยแถลงของนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำผู้จัดตั้ง แจ้งชัดว่า "พวกผมมาคิดการใหญ่ ไม่ใช่แค่เปิดรายการโทรทัศน์ แต่สร้างรัฐไทยขึ้นมาใหม่ด้วยมือคนเสื้อแดง"

การจัดตั้ง "ดีทีวี" จึงเป็นการสร้างเครื่องมือทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ต้องการเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในประเทศไทย เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองประเทศของรัฐบาล แบ่งแยกประชาชนในประเทศ เอื้อประโยชน์ทางการเมืองแก่นักโทษหลบหนีคำพิพากษาของศาล

ก่อให้เกิดสถานการณ์ทางการเมืองที่เอื้อต่อสงครามกลางเมือง

4) การแสดงท่าทีของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ และอดีตนายทหาร เตรียมทหาร 10 ที่พยายามส่งสัญญาณ "ตบเท้า" เข้าสวามิภักดิ์ต่อพรรคการเมืองระบอบทักษิณ ส่งสัญญาณว่าทหารบางส่วน แม้จะเป็นส่วนน้อยของกองทัพไทย ยังโอนเอน และอาจแกว่งไปเข้าทางระบอบทักษิณ

ในขณะที่ตำรวจจำนวนมาก ยังคงเป็นคนของระบอบทักษิณ ดังจะเห็นว่า คดีที่คนร้ายใช้ระเบิด M79 ยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมอย่างสันติของพันธมิตรฯ เสียชีวิตหลายครั้งหลายหน ยังไม่มีความคืบหน้าเลย ทั้งๆ ที่ เสธ.แดง เคยหลุดปากออกมาว่า คนร้ายที่ลงมือนั้น เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังที่ตนเองเคยฝึกหัดอาวุธให้ เป็นต้น

5) มีการพยายามดึงรัฐต่างประเทศ หรือกองกำลังต่างชาติ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลผู้ปกครองประเทศไทย

จะเห็นว่า ภายหลังจากที่พลเอกชวลิต เดินทางไปกัมพูชา หลังจากนั้น ท่าทีของกัมพูชาต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็เปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายอย่างทันที

นายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ถึงกับแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจนต่อผู้กุมอำนาจรัฐบาลไทย ถึงขนาดแสดงท่าทีชี้นำหรือกำหนดผลการเลือกตั้งภายในของประเทศไทย ว่าจะต้องได้คนของทักษิณหรือพรรคพวกของทักษิณเข้ามาเป็นรัฐบาลเท่านั้น จึงจะเป็นที่พอใจของตนเอง

เสมือนหนึ่งว่า ไทยเป็นประเทศที่ต้องให้กัมพูชาเป็นฝ่ายกำหนดว่าคนไทยต้องให้ใครขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

6) การเคลื่อนไหวของแกนนำคนเสื้อแดงในประเทศไทย มีการนำเอกสารที่อ้างว่าเอกสารลับของทางการออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชน และหลุดไปถึงรัฐต่างชาติ ทั้งๆ ที่ เนื้อหาในเอกสารดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศชาติ

มีการใส่สีตีไข่ ปรุงแต่งเนื้อหาของเอกสาร สื่อความหมายอันเป็นเท็จ เพื่อเปิดช่องทางให้รัฐต่างชาติใช้เป็นข้ออ้างในการก่อเหตุ หรือดำเนินการในทางที่เป็นผลร้ายต่อประเทศไทย

และสร้างเรื่อง สร้างเงื่อนไข ปูทางให้เกิดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลภายในประเทศ เช่นเดียวกับที่เคยพยายามกระทำมาก่อน แม้ที่ผ่านมาจะถูกจับได้ไล่ทันว่าใช้ความเท็จเป็นเครื่องมือปลุกระดมทางการเมืองมาแล้วหลายครั้งหลายหน เช่น โกหกว่า มีคนเสื้อแดงถูกฆ่าตายระหว่างการก่อจลาจลในช่วงเดือนเมษายน 2552 และการบุกทำลายการประชุมอาเซียนที่พัทยา, โกหกว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ไม่ได้อยู่ในรถที่คนเสื้อแดงรุมล้อมพยายามจะฆ่า, โกหกว่า มีคลิปเสียงที่นายกฯ อภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน, โกหกว่า มีเทปเสียงรัฐมนตรีกษิตสั่งการให้จารกรรมข้อมูลลับของกัมพูชา ฯลฯ

ทั้งหมด ล้วนแต่เป็นการพยายามโกหก เพื่อสร้างสถานการณ์รองรับการเคลื่อนไหวของพวกตนทั้งสิ้น

7) การทำสงครามกลางเมืองในขณะนี้ อยูในขั้นหาแนวร่วมเคลื่อนไหว ร่วมรบ โดยเอาผลประโยชน์เฉพาะหน้าของแต่ละฝ่ายเป็นเครื่องล่อให้ทำงานรับใช้ระบอบทักษิณในสงครามกลางเมืองครั้งนี้ เช่น

กับกลุ่มนักเคลื่อนไหวการเมืองที่พร้อมขายตัว ขายจิตวิญญาณ ขายแรงงาน ก็เอาเงินค่าจ้างเป็นเครื่องล่อ

กับกลุ่มคนที่เป็น "คอมมิวนิสต์เก่า" ก็พยายามปลุกเรื่องชนชั้น นำมาเป็นของล่อใจ

กับกลุ่มคนที่ไม่เอาเจ้า ก็เอาขบวนการล้มเจ้ามาเป็นเครื่องล่อ

กับนักวิชาการเสื้อแดงบางกลุ่ม ที่มีแนวคิดว่าระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไม่เหมาะสมกับประเทศไทยในปัจจุบัน ก็นำเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองมาเป็นเครื่องล่อ เพื่อที่จะลดบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้เหลือเพียงแค่สัญลักษณ์ในการปกครอง ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบอื่น เช่น ประธานาธิบดี ฯลฯ หรือไม่ก็พยายามทำให้เหมือนในประเทศกัมพูชา ที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวกษัตริย์ โดยเอากษัตริย์ที่ตนครอบงำไม่ได้ออกไป แล้วสนับสนุนให้กษัตริย์ที่ตนเองครอบงำได้ขึ้นมาแทน ทำให้ตนเองสามารถมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือกว่าทุกสถาบันในประเทศ

กับกลุ่มคนที่รักและชื่นชอบรัฐธรรมนูญ 2540 ก็เอาเงื่อนไขเรื่องการนำรัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาแก้ไขดัดแปลงใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทั้งฉบับ มาเป็นเครื่องล่อ

กับกลุ่มคนยากจน หรือคนที่เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารเพียงพอ ก็ใช้ผลประโยชน์เฉพาะหน้าและความคาดหวังลมๆ แล้งๆ ในตัวทักษิณมาเป็นเครื่องล่อ

กับทหารรับจ้างบางกลุ่ม ก็เอาเงิน เอาผลประโยชน์เป็นเครื่องล่อ หรือเครื่องว่าจ้าง

หรือแม้แต่กับรัฐต่างประเทศ ผู้นำต่างประเทศ ก็เอาสิทธิและผลประโยชน์ของชาติ อำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนไทย เป็นเครื่องล่อ โดยหวังว่า หากพวกระบอบทักษิณได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็จะเอื้อประโยชน์ตอบแทนแก่ต่างชาติดังกล่าว มากกว่าที่ได้รับในปัจจุบัน เป็นต้น

จะเห็นว่า ระบอบทักษิณพร้อมเอาทุกอย่างเป็นเครื่องล่อ โดยพ่วงสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของตนเองไว้ในทุกๆ เงื่อนไข คือ การพ้นผิดจากคดีทุจริตโกงกินทั้งหลาย และไม่ถูกยึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ในคดีร่ำรวยผิดปกติ

8) หากมองว่า ระบอบทักษิณกำลังทำสงครามกับรัฐราชอาณาจักรไทย อาจมองได้ว่า มีการจัดวางยุทธวิธีการรบอย่างเป็นขบวนการ เช่น นายใหญ่ทำหน้าที่กดปุ่ม หรือยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป หรือรับหน้าที่ "โจมตีน่านฟ้าของราชอาณาจักรไทย", บริวารเสื้อแดงส่วนหนึ่งทำหน้าที่ทหารราบ เคลื่อนไหวรุนแรงสร้างสถานการณ์ในประเทศ บริวารเสื้อแดงอีกส่วนหนึ่งก็ทำหน้าที่ทหารปืนใหญ่ ใช้โทรทัศน์เป็นเครื่องมือโจมตี อีกส่วนที่อยู่ในสภา ก็มีหน้าที่ปั่นป่วน ขัดขาขัดขวาง เหมือนเป็นทหารม้าในรถถังบุกตะลุย โดยมีตำแหน่ง ส.ส.เป็นเกราะป้องกันตัว แม้แต่ข้าราชการบางส่วนที่ยู่ในตำแหน่งสำคัญ ก็ทำหน้าที่เสมือน "สายลับ" คอยส่งข่าวหรือขัดแข้งขัดขาอย่างลับๆ เป็นต้น

ประเทศไทยในวันนี้ ไม่ได้กำลังจะก้าวไปสู่สงครามกลางเมือง แต่ "สงครามกลางเมือง" ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยกองกำลังภายใต้อาณัติของระบอบทักษิณ

รัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินเยี่ยงสถานการณ์ปกติต่อไป ไม่ได้เด็ดขาด

แต่จะต้องดำเนินการตอบโต้ และเดินเกมรุก เพื่อสลายความร่วมมือของฝ่ายตรงข้าม รักษาอำนาจรัฐไทย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อำนาจตุลาการ การบังคับใช้กฎหมายบ้านเมือง และดูแลความสงบเรียบร้อย รักษาประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่เอาไว้ให้ได้

มีภาษิตจีนกล่าวว่า "ถ้าจะจับขุนพล ก็ต้องยิงม้าขุนพลก่อน" เพราะถ้านายใหญ่ไม่มีม้าขี่ ก็จะถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย

จะต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะบริวารทักษิณที่มีคดีติดตัว บ้างอยู่ระหว่างการประกันตัว แต่กลับก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือในการก่อการทั้งหลาย จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเร็วที่สุด พร้อมๆ กับขยายข้อมูลความรู้เท่าทันออกไปสู่สังคมวงกว้างให้มากที่สุด

ทำอย่างไร จะยุติ "สงครามกลางเมือง" ได้ก่อนกาลที่เลือดจะนองแผ่นดิน?

ฮา... ปลุกผีคอมมิวนิสต์

ฮา...
ปลุกผีคอมมิวนิสต์ ...
ฮ่าๆๆๆๆ
หันมาดูตัวเอง ทำอะไรกับประชาชนไว้บ้าง
ไม่มีปัญาบริหารบ้านเมือง
ไม่มีปัญญาสร้างความสามัคคีในชาติ
อ้างเทวดาบ้างละ
ท้ายสุด ปลุกผีคอมมิวนิสต์
ไม่ใช่พวกกู พวกมึงเลวหมด กระนั้นหรือ?
ก็มัวเป็นกบในกะลาครอบแบบนี้
บ้านเมืองถึงวุ่นวาย

ฟัง Uriah Heep เขาร้องสิ ....
Don't be afraid, just look at yourself.....

โผล่มาอีกแล้วหรือ

โผล่มาอีกแล้วหรือ ทหารรับจ้าง

เคยคุยว่าเป็นทหารรับจ้าง รบกับ พคท. ที่ห้วยหลักลาย

แต่พอถามว่าเป็นทหารรับจ้างพวกไหน หายหน้าไปเลย

เอ้า จะถามใหม่ เป็นทหารรับจ้างพวกไหน

1.พวกจีนฮ่อ กองพล 93 จากดอยแม่สลอง

2.พวกชาวเขา ที่"ป่ากลาง" ศิลาเพชร

2.พวกชาวเขาอพยพ ที่บ้านน้ำยาว

คราวนี้ อย่าหายหน้าไปอีกนะ

***** ประชาชนไทย

***** ประชาชนไทย เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ให้มาเป็นฝ่ายค้าน *****

แต่มันได้เป็นรัฐบาล เพราะพวกอำมาตย์และทหาร ช่วยกันบีบ

ให้เนรวิน และพวก มาร่วมกับ พรรคประชาธิปัตย์ จัดตั้งรัฐบาล