พฤติกรรมที่ไร้กฎกติกากับเส้นทางสู่หุบเหวของไทย-กัมพูชา

 
ในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มต่างๆ ทั้งในไทยและกัมพูชาต่างไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์และมารยาททางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น พวกเขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้กลุ่มของตนบรรลุเป้าหมาย โดยไม่สนใจว่าอะไรคือ “ราคา” ที่ประเทศไทยและกัมพูชาจะต้องจ่ายในระยะยาว ความผิดปกติที่ว่าได้แก่อะไรบ้าง ผู้เขียนขอใช้โอกาสของการส่งท้ายปีเก่านี้ ทบทวนความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาที่ดำเนินมาสองปีเต็ม เพื่อชี้ให้เห็นว่าการกระทำที่ไม่แยแสต่อกฎเกณฑ์-กติกามารยาท (ซึ่งไม่จำเป็นต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เป็นสิ่งที่ควรตระหนักถึง) นี่เอง ที่ลากพาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมายืนอยู่ตรงปากเหวในปัจจุบัน
 
1.ความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาตินิยมภายใต้การนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลายคนคงยังจำกันได้ว่าเหตุการณ์ที่เป็นตัวจุดชนวนความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาก็คือ เมื่อสมาชิกของกลุ่มนี้พยายามบุกเข้าไปยังปราสาทพระวิหารตั้งแต่เมื่อต้นปี พ.ศ.2551 และอีกครั้งหนึ่งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จุดยืนของพวกเขาคือคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา, ยึดปราสาทพระวิหารคืนจากกัมพูชา, ไม่ต้องการให้มีการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. และพยายามยุยงให้ฝ่ายทหารและรัฐบาลใช้กำลังเข้ายึดครองปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่า บางส่วนไปไกลถึงขนาดเรียกร้องให้ยึดพระตะบองและเสียมราฐคืน แต่โชคดีที่ฝ่ายทหารไม่เล่นด้วย
 
การปลุกกระแสชาตินิยมของคนกลุ่มนี้มีเป้าหมายอยู่ที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ด้วยข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ขายชาติ การเคลื่อนไหวของพวกเขาแสดงผลลัพธ์อย่างรวดเร็วเมื่อนายนภดล ปัทมะ รมต.ต่างประเทศในขณะนั้น ต้องลาออกจากตำแหน่งในเวลาต่อมา
 
การมุ่งเอาชนะต่อศัตรูทางการเมืองภายในของคนกลุ่มนี้ทำให้พวกเขายินดีใช้วิธีการใด ๆ ก็ได้โดยรู้อยู่ว่าจะทำให้เกิดการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสองประเทศ พวกเขาปฏิเสธที่จะยอมรับคำพิพากษาของศาลโลกปี 2505 ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ประกาศยอมรับไปแล้ว พวกเขาปฏิเสธที่จะยอมรับข้อเท็จจริงว่าสิทธิของประเทศไทยที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลโลกนั้นมีอายุเพียงแค่ 10 ปีหลังคำพิพากษาเท่านั้น พวกเขายังเรียกร้องให้ฟื้นชีพอนุสัญญาโตเกียว ค.ศ.1941 ที่ทำให้ไทยได้พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ และจำปาศักดิ์คืนมาชั่วคราวในสมัยจอมพล ป. ขึ้นมา แต่ปฏิเสธการดำรงอยู่ของอนุสัญญาวอชิงตัน ค.ศ.1946 อันเป็นอนุสัญญาที่มายกเลิกอนุสัญญาโตเกียวโดยตรง การกระทำของพวกเขาสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แยแสต่อกติการะหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยในฐานะสมาชิกของสหประชาชาติจะต้องปฏิบัติตาม
 
นายอภิสิทธิ์ ในสมัยที่ยังเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน และนายกษิต ก็อิงอยู่กับการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้
 
2.ประวัติศาสตร์การทูตไทยคงต้องจารึกไว้ว่ารัฐบาลไทยได้แต่งตั้งรัฐมนตรีต่างประเทศที่มีประวัติว่าเคยเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการยึดสนามบินนานาชาติ และโจมตีผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านด้วยถ้อยคำที่รุนแรง การที่รัฐบาลอภิสิทธิ์แต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยไม่ได้คำนึงถึงความสัมพันธ์กับกัมพูชาอย่างเพียงพอ ไม่ตระหนักว่าพฤติกรรมในอดีตของรัฐมนตรีต่างประเทศนั้นเป็นปัญหาสำหรับการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน
 
รัฐบาลอภิสิทธิ์ดูจะไม่ตระหนักว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้นำนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในหมู่ประเทศสมาชิกอาเซียน เพราะอาเซียนไม่ได้มีกลไกในเชิงสถาบัน (Institutionalization) มากมายนัก ที่สำคัญ ไม่มีกลไกการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างสมาชิก ฉะนั้น เมื่อความสัมพันธ์ส่วนตัวของผู้นำมีปัญหา โอกาสที่จะแก้ปัญหาระหว่างกันก็เป็นไปได้ยากยิ่ง ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องการ “ง้อ” ทำความเข้าใจกับรัฐบาลฮุน เซ็น เมื่อครั้งที่ส่งนายสุวิทย์ คุณกิตติไปสเปนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อขัดขวางการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารอีกครั้ง จนสร้างความไม่พอใจให้กับทางกัมพูชา รัฐบาลอภิสิทธิ์กลับเลือกส่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณไปแทน แสดงว่ารัฐบาลก็รู้อยู่แก่ใจว่านายกษิตทำหน้าที่สร้างความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับกัมพูชาไม่ได้
 
กระทรวงการต่างประเทศในยุคของนายกษิต จึงดูจะถนัดกับการตอบโต้เสียมากกว่า ดังจะเห็นได้จากเนื้อหาในเอกสารลับของ กต. ที่พรรคฝ่ายค้านนำมาเปิดเผย มีแต่ข้อเสนอให้ตอบโต้ แต่ไม่มีข้อเสนอให้เจรจาปรากฏอยู่เลย กระนั้น เก้าอี้ของนายกษิตก็ดูจะยังมั่นคงแข็งแรงต่อไป
 
3.ประวัติศาสตร์ไทยคงต้องจารึกไว้อีกเช่นกันว่าปี พ.ศ.2552 เป็นปีที่กลุ่มการเมืองของไทยไปดึงประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายในของไทย ในอดีตนั้น มีแต่ฝักฝ่าย ของเขมรที่มักดึงเอาไทยหรือเวียดนามเข้าไปช่วยโค่นล้มศัตรูภายในของตน จนส่งผลให้ประวัติศาสตร์กัมพูชาเต็มไปด้วยสงครามกลางเมือง เพราะเมื่อเข้าไปได้แล้ว ทั้งไทยและเวียดนามมักไม่ยอมถอนตัวออกมาง่าย ๆ แม้จะถูกเจ้าบ้านขับไล่ในภายหลังก็ตาม
 
เป็นสิ่งที่ชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย หวังใช้กรณีกัมพูชาเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เพื่อเป็นไพ่สำหรับการต่อรองในการเจรจากับพรรคประชาธิปัตย์และฝ่ายอำมาตย์
 
ในแง่นี้ พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยจึงไม่ต่างจากขบวนการเสื้อเหลือง ที่เป็นศัตรูทางการเมืองของตนเท่าไรนัก คือ พร้อมจะใช้วิธีการอะไรก็ได้เพื่อบรรลุเป้าหมายการเมืองภายในของตน เหตุการณ์ล่าสุดที่นายจตุพร พรหมพันธุ์นำเอกสารลับของ ก.ต. มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เป็นเครื่องยืนยันว่าไม่มีคำว่า limit สำหรับการเคลื่อนไหวของพวกเขาอีกต่อไป คนกลุ่มนี้ย่อมตระหนักว่าเอกสารนี้จะทำให้ความสัมพันธ์กับกัมพูชาร้อนแรงยิ่งขึ้น โอกาสของการเจรจาระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศจะยิ่งถดถอยลง 
 
เพื่อที่จะเอาชนะศัตรูของตน พวกเขาไม่สนใจว่า “ราคา” ที่ประเทศไทยจะต้องจ่ายให้กับความสัมพันธ์ที่เลวร้ายกับกัมพูชาในระยะยาวมีอะไรบ้าง และความสัมพันธ์ที่เสื่อมทรามนี้จะส่งผลต่อสถานะทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศไทยภูมิภาคอาเซียนอย่างไรต่อไป
 
สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยจะต้องระวังก็คือ วิธีการเช่นนี้จะกลายเป็นไฟที่กลับมาเผาผลาญตนเอง (backfire) โดยเฉพาะหากไทยและกัมพูชาถูกผลักเข้าสู่ภาวะสงคราม กระแสชาตินิยมในไทยย่อมรวมตัวกันเพื่อต่อต้านทั้งกัมพูชาและกลุ่มของ พ.ต.ท.ทักษิณ ประชาชนไทยจำนวนมากที่ไม่ใช่ทั้งเหลืองหรือแดง คงไม่เลือกข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน
 
4.ผู้นำกัมพูชาเลือกที่จะละทิ้งหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของอาเซียน แล้วหันมาเล่นไพ่ พ.ต.ท.ทักษิณเพื่อตอบโต้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่มีจุดยืนคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชา ด้านหนึ่งสมเด็จฮุน เซ็น เชื่อว่ากัมพูชาจะไม่มีทางเจรจาเรื่องปราสาทพระวิหารกับไทยได้เลยตราบเท่าที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ยังปกครองประเทศไทยอยู่ และหากเจรจากันไม่ได้ ต่อให้การพัฒนาปราสาทพระวิหารเสร็จสิ้นลง ก็คงมีนักท่องเที่ยวไม่มากนักที่อยากเสี่ยงขึ้นไปชมมรดกโลกชิ้นล่าสุดของกัมพูชา เพราะการมีกองทหารของทั้งสองฝ่ายตั้งประจันหน้ากันอยู่ในบริเวณรอบปราสาทไม่ได้ช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวเลย
 
จริงอยู่ การแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษานั้น สามารถมองว่าเป็นกิจการภายในของกัมพูชาได้ แต่ในฐานะประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่กำลังมีปัญหากันอยู่นี้ สมเด็จฮุน เซ็นย่อมรู้ดีว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ย่อมไม่สามารถทำเป็นทองไม่รู้ร้อน แล้วทำใจยอมรับว่าสมเด็จฮุน เซ็นไม่มีเป้าหมายอย่างอื่นแอบแฝงอยู่ ยังไม่นับเรื่องการวิจารณ์การเมืองภายในของไทยและที่มาของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่แม้ว่าจะมีมูลความจริงอยู่ก็ตาม แต่ถือเป็นมารยาทที่ผู้นำของประเทศหนึ่งจะไม่วิจารณ์กิจการภายในของอีกประเทศหนึ่ง แต่ความโกรธที่มีต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ทำให้ฮุน เซ็นได้โยนมารยาทข้อนี้ทิ้งไป
 
ในอีกด้านหนึ่ง ท่าทีอันแข็งกร้าวของฮุน เซ็น เป็นการแสดงให้ไทยได้ตระหนักว่า ถึงกัมพูชาจะเป็นประเทศเล็ก แต่จะไม่ยอมอ่อนน้อมให้กับประเทศไทยอีกต่อไป  ประการสำคัญ วิธีการยั่วให้โกรธ ยั่วให้เต้นตามของฮุน เซ็น ก็ดูจะได้ผลกับรัฐบาลอภิสิทธิ์อย่างมากทีเดียว เราจึงได้เห็น พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับเข้าไปยังกัมพูชาซ้ำสองในเวลาไล่เลี่ยกัน และคงมีครั้งที่สามครั้งที่สี่ตามมาอีก  
 
สิ่งที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือ เรายังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการเลือกเล่นไพ่ทักษิณของฮุน เซ็น จะมียุทธวิธีใหม่ ๆ อะไรออกมาอีก และจะยุติลงเมื่อไร สิ่งที่น่ากังขาคือ ทำไมฮุน เซ็นจึงต้องนำเรื่องเอกสารลับ ก.ต. ขึ้นทูลต่อสมเด็จบรมนาถนโรดม สีหมุนี ว่าไทยกำลังก้าวก่ายกิจการภายในของกัมพูชา นี่เป็นเพียงแค่การบลั๊ฟ (bluff) รัฐบาลไทยที่เคยกล่าวหาฮุน เซ็น ว่าแทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชา หรือเป็นสัญญาณเตือนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชากำลังจะก้าวลงสู่ก้นเหวในเร็ววันนี้?
 
หยุดพากันลงเหวได้ไหม
ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาได้กลายเป็นเรื่องของการใช้อารมณ์โต้ตอบกันและกันอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกฝ่ายมุ่งเอาชนะโดยไม่สนใจกติกามารยาทใด ๆ ทั้งสิ้น พายุแห่งความโกรธและทิฐิได้ลากพาความสัมพันธ์ของสองประเทศไปไกลจากจุดเริ่มต้นของปัญหา จนเราแทบจะลืมกันไปแล้วว่าต้นตอของความขัดแย้งนั้นเริ่มจากเรื่องอะไร เมื่อมองไม่เห็นต้นตอของความขัดแย้ง ก็ยากที่จะหาทางแก้ไขได้ถูกจุด
 
ในขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์มองว่าสาเหตุของปัญหาเริ่มต้นเมื่อฮุน เซ็น แต่งตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษา แต่ฝ่ายกัมพูชาบอกว่าทำไมไทยไม่พูดถึงเรื่องปราสาทพระวิหารบ้างเล่า ซึ่งก็ชี้ว่าสองฝ่ายมองสาเหตุของปัญหาที่แตกต่างกัน แต่กระนั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางประนีประนอมเพื่อเจรจากันได้เลย
 
ทั้งนี้ หลักการสำคัญประการหนึ่งของการเจรจาต่อรองระหว่างประเทศ (ซึ่งไม่มีเขียนไว้ที่ไหน) ก็คือ ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ต้องเข้าใจว่าอะไรเป็นเรื่องละเอียดอ่อนหรือเรื่องสำคัญของอีกฝ่ายหนึ่ง
 
ในกรณีนี้ ผู้เขียนเสนอว่า เมื่อรัฐบาลไทยตระหนักว่าปราสาทพระวิหารเป็นเรื่องสำคัญสำหรับฝ่ายกัมพูชา รัฐบาลก็ควรยื่นข้อเสนอเพื่อเจรจาบนเงื่อนไขที่ว่า สำหรับปราสาทพระวิหารและดินแดนอันเป็นที่ตั้งของตัวปราสาท รัฐบาลไทยยอมรับตามการตัดสินของศาลโลกว่าอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา (รัฐบาลอภิสิทธิ์จะต้องใช้ความกล้าหาญและทำความเข้าใจกับประชาชนไทยในกรณีนี้ด้วยว่า ประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขคำตัดสินเมื่อ 47 ปีก่อนได้อีกแล้ว เพราะหากไม่ยอมรับความจริงข้อนี้ ก็ไม่มีทางที่การเจรจาและรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับกัมพูชาจะเกิดขึ้นได้) แต่พื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิ์ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. ยังจำเป็นต้องมีการเจรจาเพื่อหาทางแก้ไขกันต่อไป  ทั้งนี้ การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสมเด็จฮุน เซ็น ให้สัญญาว่าจะไม่เชิญพ.ต.ท.ทักษิณ กลับเข้าไปในกัมพูชาอีก    
 
รัฐบาลไทยไม่ควรมองว่าการเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอให้เจรจาเท่ากับไทยอ่อนแอ หรือจะทำให้ไทยเสียหน้า ในทางตรงกันข้าม การเป็นฝ่ายเสนอให้เปิดเจรจาแสดงให้เห็นความมีวุฒิภาวะและความพยายามที่จะแก้ปัญหาโดยสันติของไทย  
 
ทั้งนี้ การส่งสัญญาณว่าไทยต้องการเปิดเจรจาสามารถกระทำได้หลายทาง เช่น ผ่านทูตไทยไปยังทูตเขมรที่อยู่ในประเทศอื่น หรือใช้บุคลากรของพรรคประชาธิปัตย์เองที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับกัมพูชา แต่ถูกมองข้ามมาโดยตลอด เช่น ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ หรือโดยผ่านผู้นำอินโดนีเซีย ที่จะยินดีเป็นตัวแทนส่งสาส์นให้กับไทยอย่างแน่นอน ทั้งนี้ วิธีที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ ประกาศผ่านสื่อมวลชน เพราะอาจถูกพลิกจนกลายเป็นเรื่องของการหักเหลี่ยมลูบคมระหว่างกันขึ้นมาอีกก็ได้
 
การตอบโต้กันรายวันผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เพียงทำให้สองฝ่ายเสมือนเด็กทะเลาะกัน แต่ยิ่งทำให้การเผชิญหน้าตึงเครียดมากขึ้นทุกที ทางออกของปัญหาไทย-กัมพูชาด้วยการเจรจายังไม่ได้ปิดตาย มันขึ้นอยู่กับเจตน์จำนงของผู้นำเป็นสำคัญว่าต้องการเจรจาหรือไม่ หรือจะมุ่งตอบโต้กันอย่างเดียวตลอดไป
 
โปรดอย่าปล่อยให้ทิฐิของบรรดาผู้นำกลายเป็นความโชคร้ายของประชาชน

...ในขณะที่หนุ่มหน้ามน นาม

...ในขณะที่หนุ่มหน้ามน นาม ตุ๊ดตู่ สู้แล้วรวย กำลังนำเอาเอกสารลับ ซึ่งเป็นแนวนโยบายต่างประเทศ มาเปิดประเด็น ว่ามุ่งทำลายล้างลูกพี่ใหญ่และสร้างปัญหาให้กับอำมาตย์เขมรใหญ่เพื่อนบ้าน โดยไม่มีการสำนึกว่าเป็นการสาวไส้ให้กากิน ไม่สำนึกว่า นี่คือยุทธศาสตร์ประเทศไทย ที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตน จิตสำนึกกตัญญูรู้คุณแผ่นดินคงถูกอำนาจเงินทับถมจมหายหมดแล้ว สนใจแต่การมุ่งทำลายล้างทางการเมือง ไม่เคยสำนึกว่า นี่คือ ชักศึกเข้าบ้าน ของจริง พอจะโดนดำเนินคดี ลูกพี่รองขาใหญ่นักเลงโตดันมีการแถ ว่า เอกสารนี้ไม่ถือว่าเป็นเอกสารลับ ทั้งๆที่ถือเป็น นโยบาย ถือเป็น ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อแก้ปัญหาภายในประเทศ และปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน.......แต่เรื่องตารางการบินที่คนทั่วโลกสามารถรู้ได้โดยไม่ต้องจารกรรม ดันบอกว่า เป็นเอกสารลับ....ผิดกฎหมายอำมาตย์เขมร ....นี่หรือคนที่ด่าคนอื่นว่า 2 มาตรฐาน....
......ในเวลาเดียวกัน ลูกพี่ใหญ่ คนไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ผู้อยากเดินตามรอย อำมาตย์ใหญ่เขมร (ซึ่งการบังคับเจ้าเหนือหัวให้แต่งตั้งตัวเองขึ้นเป็นเจ้าด้วย) ซึ่งพร่ำพรรณาว่า รักชาติ ต้องการความสมานฉัน ต้องการความสงบ ก็โดดงับลูกที่ลูกน้องชง โดยการจะนำเอกสารลับของชาติไปเผยแพร่ทางเน็ตให้คนทั่วโลกลับรู้ ว่า ข้านี่แหละ คนขายชาติตัวจริง ....ความลับของชาติ ข้าก็นำมาเปิดเผยได้.....
......พฤติกรรมตรงข้ามกับคำพ่นประดุจผายลม ย่อมทำให้คนหลายคนซึ่งรักชาติจริง และจงรักภักดีจริง มองเห็นได้ง่ายว่า ....รักชาติ หรือ ขายชาติ จงรักภักดี หรือ จ้องล้ม .....ภาพความจงรักภักดีล่าสุดที่คนอยากใหญ่แสดงให้เห็นคือ ภาพการวีดีโอลิ้งค์เข้ามาที่งานเลี้ยงปีใหม่ของพรรคทรราช โดยคนจงรักภักดีลูกพี่ใหญ่ นั่งเคียงคู่กับกะเทยคู่ขา คนที่พูดจาจาบจ้วงให้ร้ายสถาบันอันเป็นที่เคารพสักการะของคนไทย ....นั่งคู่กับคนที่เป็นหัวโจกในขบวนการล้มเจ้าล้มสถาบันตัวจริงเสียงจริงและเปิดเผย.....ภักดีจริง ทำไมไม่จัดการคนของตัวเอง...
....น่าแปลกใจที่ลิ่วล้อกองเชียร์มองไม่เห็นความเลวร้ายของคนอยากใหญ่ ทุกวันที่ผ่านไป ยังคงเชื่ออยู่เสมอว่า ถูกกลั่นแกล้ง ถูกใส่ร้าย นี่แหละผลการล้างสมองของคนที่จบ อาชวิทยา ....

.......ตู่ + แม้ว ...รักชาติ แบบไหน ....ใครช่วยตอบหน่อย .....จงรักภักดี แบบไหน...ใคร ช่วยตอบหน่อย...

ฝ่ายที่เห็นต่างเสื้อแดงเดินเก

ฝ่ายที่เห็นต่างเสื้อแดงเดินเกมผิด นิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหวมวลชน เพื่อตอบโต้การกระทำของคนกลุ่มนี้ ดังนั้น ในอนาคตผมวิเคราะห์ว่า เสื้อแดงจะยิ่งเหิมเกริมมากขึ้นไปอีก ปชป นั่นแหละจะพบกับความเจ็บปวด เพราะนายอภิสิทธิ์เป็นคนไม่มีน้ำยาไร้ทักษะการบริหารไม่มีความเด็ดขาด ภาพลักษณ์ดีก็ช่วยไม่ได้ถ้าไร้ฝีมือ ไม่มีความเฉียบขาด รอแต่จะให้ฝ่ายตรงข้ามช่วงชิงความได้เปรียบทำแต้มเก็บคะแนนแย่งชิงมวลชนไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่ตนเองเป็นผู้บริหารสูงสุด กลับไม่ทำอะไรเลย ให้ดูปัญหากรณีศึกษาในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเป็นตัวอย่าง สงกรานต์ที่จะถึงนี้หรือประมาณเดือนมกราเป็นต้นไป ฝ่ายเสื้อแดงก็มีแนวโน้มที่จะปรับแผนใหม่ในการล้มรัฐบาลให้ได้ โดยการเรียนรู้จากสงกรานต์ที่ผ่านมาเพื่อแก้ไขปรับปรุง มันเป็นความงี่เง่าของฝ่ายตรงข้ามทักษิณที่ไม่เดินเกมในเชิงรุก จะมาใช้วิธีนิ่งสงบสยบความเครื่อนไหวไม่ได้ผลหรอกครับ ถ้าเปรียบเป็นมวยต้องเดินหน้าแลกหมัดได้แล้ว ทั้งๆที่ฝ่ายตนได้เปรียบในด้านบริหารกลับไม่ทำอะไรเลยก็สมควรแล้วแหละที่จะถูกเขาเดินเกมล้มอย่างง่ายดาย รัฐมนตรีประเภทแทงกั๊ก ก็ไม่ยอมปลด ผมเดาว่าคงจะจบแน่ในช่วงสงกรานต์ ดูแล้วก็ปลง คนชั่วก็กลับมาครองเมืองต่อไป เขาเดินเกมทั้งในและนอกประเทศ แม่งยังงี่เง่าเฉยเลย เหมือนไม่มีสมอง เดินเกมด้านมวลชนออกมาเครื่อนไหวตอบโต้ซิเว้ย ถ้าหากมวลชนจะประทะกันก็ใช้อำนาจบริหารจัดการเคลียร์ซะทีเดียวเลย และก็กวาดล้างระดับแกนนำให้หมดด้วยมาตรการทางกฎหมาย ถามหน่อยมีสมองหรือปล่าวว่ะ แนะแนวทางแบบนี้คิดออกไหม

สุดท้ายแล้วก็คงต้อง

สุดท้ายแล้วก็คงต้อง "เจรจา"...

แต่ ถ้าไปเจรจากับเขมรในตอนนี้ คง "บ่องแบ๊ว" น่าดู

"สภาพการณ์" ยังไม่เหมาะสม ปล่อยให้ "ท่านผู้นำอาวุโส" หายบ้าก่อน

ประเทศไทยไม่ต้องรีบร้อนอะไร รอได้ เพราะ "เวลา" อยู่ข้างเคียวกับเรา

การค้าแนวชายแดน ก็เป็น "ปกติ" เงินไหลเข้า ประเทศไทย อย่าง สม่ำเสมอ

ส่วนที่ "ไม่ปกติ" ก็คือ บ่อนการพนันที่เขมร ที่ "เข้าออกยากขึ้น" [เข้าทางพี่ไทย]

เรื่อง "มรดกโลก" ก็ "แช่แข็ง" หรือ "ดองเค็ม" ไว้ก่อน

ตอนนี้ "นั่งอยู่บนภู" ดูความเคลื่อนไหว

ค่อย ๆ ประคอง สถานการณ์ "อย่างปราณีต" หรือ Calculated Move ไม่โฉ่งฉ่าง

สุภาษิตไทย ว่าไว้ "หมาเห่าย่อมไม่กัด" เพราะฉะนั้น ก็ ปล่อย สุนัข มัน "เห่า" ไปก่อน

และ "เล่นกับหมา หมาเลียปาก" ประเทศไทยควรอยู่ห่างๆ คือ Keep distance ไว้

ปล่อยให้ "เจ้าด่าง" มันหมดแรง หรือ หิวโซ แล้ว ค่อยไปจัดการ ที่หลัง

ถึงเวลานั้น ค่อยมา "เจรจา" กัน ครับ

This is one of the best

This is one of the best article concerning Thai-Cambodia relationship ever published in Prachatai, fair, balanced, and straited to the point.

Leading Politicians from both sides still spins around their own agendas, care for none but themselves. People! come to your senses, don't be spun by their 'chauvinistic rhetoric'. Be critical to your politicians, aren't they supposed to 'represent' all of you?

ทางไทยก็มีวิธีการอธิบายของทาง

ทางไทยก็มีวิธีการอธิบายของทางไทยไป
ผมมองที่ความคิดของกัมพูชามากกว่า นายกของเขาพูดว่า ปัญหาของเขาคืออภิสิทธิ์และกษิต
ฉะนั้นคำตอบของการเจรจาทางนั้นมันง่ายอยู่แล้ว คือ ตราบใดที่นายกเป็นอภิสิทธิ์และกษิิตเป็นรมต.ต่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มันก็จะเป็นนแบบนี้
การเเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น วิธีแก้ หนึ่ง การใช้เวลาแก้ไขปัญหา ปล่อยมันไปอย่างนี้ เดี่ยวเกิดแรงบีบเอง
สอง ถ้าอยากแก้เร็ว ในปัญหาความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชา ทางออกคือ กัมพูชา ผู้นำไม่ใช่ฮุนเซน กับ ไทยผู้นำไม่ใช้กุ้ยกับพีน๊อคคีโอ
ทีนี้ต้องมาดูครับ ว่า การปล่อยให้อึมรึมเช่นนี้ มีผลกระทบระยะสั้น ยาวอย่างไร และเราจะเลือกเอาวิธีไหน??
ผมเองเสนอว่าเปลี่ยนรัฐบาลไทยง่ายกว่าเปลี่ยนรัฐบาลกัมพูชาครับ

คุณโพสออกมาทำให้เห็นธาตุแท้แล

คุณโพสออกมาทำให้เห็นธาตุแท้และตัวตนที่แท้จริงของคุณ สรุปแล้วพออนุมานได้ว่าพวกคุณใช้กลยุทธ์ใช้เขมร มาบีบเพื่อเปลี่ยนรัฐบาลไทย พวกคุณหวังแค่อำนาจและผลประโยชน์ แต่ไร้ซึ่งศักศรีความเป็นชาติเอกราช พฤติกรรมของฮุนเซ็นใครก็รู้ว่าเป็นเผด็จการในคราบประชาธิปไตย เมื่อทักษิณคบกับฮุนเซ็น ย่อมมีประโยชน์เกื้อกูลกันแน่นอน ผมเลือกอยู่ฝ่ายอุดมการณ์คลั่งชาติ ดีกว่าอยู่ฝ่ายไอ้พวกขายชาติเพื่ออำนาจ รับไม่ได้จริงคนกลุ่มนี้ ถ้าคิดว่าแน่จริงปลุกระดมให้พวกคุณลุกฮือกันมาซิครับหลังปีใหม่ อะไรต่างๆจะได้ชัดเจนขึ้นไปอีก โรงเรียนเสื้อแดงของพวกคุณดำเนินการไปถึงไหนแล้วล่ะ เมื่อไหร่จะก่อการซะที รอดูอยู่เหมือนกัน มีการฝึกหน่วยรบด้วยหรือปล่าวล่ะ

เป็นอาจารย์แต่หน้าไม่อายบิดเบ

เป็นอาจารย์แต่หน้าไม่อายบิดเบือนข้อมูล พันธมิตรไม่เคยเรียกร้องยึดปราสาทพระวิหารคืนจากกัมพูชา แต่เรียกร้องเรื่องพื้นที่ทับซ้อนซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นเขตแดนในทะเล

อยากจะแสดงตัวสนับสนุนทักษิณก็แสดงออกมา อย่าแอบแฝงทำในฐานะนักวิชาการ อีเดียดว่ะ

ไม่เห็นด้วยทั้งกรณีของการสาวใ

ไม่เห็นด้วยทั้งกรณีของการสาวใส้ให้กากินของคนเสื้อแดงในเรื่องนี้..แต่...รัฐบาลกลับยอมรับว่าเอกสารเป็นของจริงและมีแนวนโยบายไปในแนวทางเช่นนั้นแม้ว่าภายหลังจะออกมาปฏิเสธก็ตาม..แต่ประชาชนต้องรับชตากรรมในเรื่องเหล่านี้ด้วยใครควรจะลาออกจากตำแหน่งบริหาร...รัฐบาลหนือเปล่าช่วยบอกที

แล้วไอ้วีะสมความคิดไปทำอะไรที

แล้วไอ้วีะสมความคิดไปทำอะไรที่บ้านภูมิสลอนไม่ทราบมันบอกว่าจะไปทวงปราสาทคืนใช่ไม่ใช่?

ถ้าไม่โง่จนอ่านภาษาไทยไม่ออกก

ถ้าไม่โง่จนอ่านภาษาไทยไม่ออกก็ย้อนไปอ่านข้อมุลดูดิ

จุดยืนของพวกเขาคือ........ยึด

จุดยืนของพวกเขาคือ........ยึดปราสาทพระวิหารคืนจากกัมพูชา, ไม่ต้องการให้มีการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. และพยายามยุยงให้ฝ่ายทหารและรัฐบาล ใช้กำลังเข้ายึดครองปราสาทพระวิหารและ พื้นที่ทับซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่า บางส่วนไปไกลถึงขนาดเรียกร้องให้ยึดพระตะบองและเสียมราฐคืน ........

จะถือเป็นบทความดีได้อย่างไร เมื่อข้อแรกก็เป็นเท็จเสียแล้ว

ไม่แน่ใจว่าความเป็นเสื้อแดงของผู้เขียนทำให้มีอคติ หรือแยกไม่ออกระหว่างความจริงกับความเข้าใจของผู้เขียน

ถ้าเป็นผลงานของนักศึกษา น่าจะได้เกรด C

ถ้าไอพวกไดโนเสาร์เหลืองอำมาตย

ถ้าไอพวกไดโนเสาร์เหลืองอำมาตย์แม่งอยากได้นักกะไอพื้นที่ขี้ประติ๋วที่อยากจะไปตู่เขาเอาเหลือเกิน
ก็ไห้แม่งไปยึดเองสิฟะ ติดปืน ติดระเบิด เข้าไปลุยเองเลย เสี้ยนนัก

กรูรู้สันดารพวกแม่งดี แค่เอามาเป็นละครหลอกเด็กโง่ๆให้เกิดกระแสชาตินิยมแบบปัญญาอ่อนเท่านั้นล่ะวะ
คนรู้ทันหมดแล้วโว้ย

อันที่จริงทางออกแม่งโครตง่ายเลย ไม่ต้องเจรจาให้เปลืองน้ำลาย ก็แค่เอาไอ้รัฐบาลสัตว์ชั้นต่ำที่ดีแต่ตอแหลไปวันๆนี่ออกไปซะ ทำลายล้างอำมาตย์ให้หมด ..แค่นี้ก็เรื่องระยำทั้งหลายก็จบ ไม่เห็นจะต้องมาวางเงื่อนไขอะไรให้ซับซ้อนเลย

เศรษฐกิจชิบหายป่นปี้หมดพาะพวกมันอยากเสวยสุขบนความทุกข์ของประชาชน

ความอดทนมันมีขีดจำกัด

...เอาไอพวกชนชั้นนำไทยมาฆ่ากลางถนน

...เอาไอพวกเหลืองตัวเป้งมาฆ่ากลางถนน

...ใครที่แม่งปฏิกิริยาเผาก็บ้านแม่งให้หมดเลย

ไอ่พวกเสื้อเหลืองเต่าล้านปี

ไอ่พวกเสื้อเหลืองเต่าล้านปี ตอนนี้ประเทศเป็นหนี้กี่แสนล้าน กี่ล้านๆแล้ว รัฐบาลปล่อยพันธบัตรเพื่อชำระหนี้งวดแรก เวนกำเหมือนไปกู้อีกทีมาใช้หนี้อีกที่ อุตสาหกรรมมาปตราพุดที่ทำให้คนมีงานทำ จ่ายภาษีให้รัฐ
อุตสาหกรรมทำให้คนมีงานทำ เมื่อคนมีงานทำก็จะจ่ายภาษีให้รัฐบาล รัฐบาลมีเงินบริหารประเทศ
อุตสาหกรรมไม่ขยายตัวแถมทรุดตัวด้วยพิษเศรษฐกิจ ประชาชนตกงาน ภาษีบุคคลได้น้อยลง เงินหวยบนดินที่เคยได้ก็ชวดเพราะซัดรัฐบาลทักษิน เลยไม่กล้าใช้เงินหวย รัฐบาลไม่มีเงินบริหารประเทศ สุดท้ายก็กู้ชาติ เอ้ยกู้หนี้ต่างชาติ
คนไทยไม่ต่างอะไรกับคนเป็นหนี้ หนักกว่าสมัยต้มยำกุ้งเสียอีก คิดต่อหัวต่อคน ไม่อยากใช้คำว่าคนเกิดมาก็เป็นหนี้
อย่าลืม ใช้หนี้ได้เพราะสมัยทักษินนะ ดึงกลุ่มทุนมาลงทุน ประชาชนมีงานทำ มีเงินจ่ายภาษี รัฐบาลได้เงินมาบริหารประเทศ ดึงเงินจากหวยใต้ดินมาเป็นบนดิน ให้ทุนการศึกษาเด็ก เด็กเรียนจบมีงานทำ จ่ายภาษี รัฐบาลได้อีก
แจกกองทุนหมู่บ้านทำ OTOP ชาวบ้านขายของได้ เอาเงินไปซื้อของ รัฐได้ค่าภาษี TAX 7 เปอร์เซนต์ ได้กับได้

แต่ตั้งแต่พันธมิตรมาประท้วงประเทศชาติแย่ลง
65 โครงการเอาเงินมาเข้าประเทศ คนมีงานทำกว่า 4 หมื่นคน คนสี่หมื่นคนจ่ายภาษีบุคคล โรงงานจ่ายค่าเช่าที่นิคม โรงงานจ่ายค่าภาษีนำเข้า ส่งออก รัฐได้เงินมาเห็นๆ แต่เอาใจ NGO (need government ox= อยากให้รัฐบาลเป็นวัวเป็นควาย) ซึ่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ควายดีๆนี่แหละ ไปยกเลิก ยุติ โครงการเสีย จนเขาขู่ยกเลิกการลงทุนที่ประเทศไทย เอาแค่นี้นะ กู้มาเป็นแสนๆล้าน จะเอาเงินที่ไหนมาล้างหนี้ เพราะโครงการท่านทักษิน ก็ไปโละของเขาทิ้งเสียหมด จบแล้ววันนี้ นี่สิ คนเสื้อแดงกู้ชาติของจริง อยากได้คนดีคนเก่งมาบริหารประเทศ อยากให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ตกต่ำลงทุกวันเช่นวันนี้

*จุดเริ่มต้น ปัญหา กัมพูชา

*จุดเริ่มต้น ปัญหา กัมพูชา ไทย
คือพันธมาร พาลใหญ่ จุดไฟป่วน
พระวิหาร เรื่องเก่า ปลุกเร้ากวน
เพื่อประโยชน์ เร่งด่วน ฝ่ายตนเอง

*ประชาวิบัติ ยิ่งเหิม เข้าเติมไฟ
ให้ลุกไหม้ สัมพันธ์ ขั้นข่มเหง
เมื่อเขาโต้ ตอบบ้าง ทางนักเลง
ก็โหมเพลง คลั่งชาติ มุ่งฟาดฟัน

*ประชาวิบัติ เมื่อเป็น รัฐบาล
ไม่มีการ ดับไฟ ไร้สร้างสรรค์
มีแต่แผน เติมไฟ ให้เห็นกัน
มุ่งฟาดฟัน เพื่อประโยชน์ ของตนเอง

*ฝ่ายถูกเผา เขารู้แผน อันแสนพาล
จึ่งประจาน ต่อต้าน การข่มเหง
ให้ชาวโลก รู้ไว้ ไม่กลัวเกรง
แล้วอย่างนี้ ใครนักเลง อันธพาล

*ไม่มีหรอก คนไทย ที่ขายชาติ
มีแต่พวก ปล้นอุบาทว์ รัฐประหาร
เป็นพวกชั่ว ไร้ค่า น่าประจาน
รัฐบาล ก็ไม่ใช่ ของปวงชน

นับว่าพวงทอง

นับว่าพวงทอง ยังไว้หน้าให้กับรัดทะบวมเถื่อนโจรก่อการร้ายยึดสนามบินบ้าง
ความจริงเรื่องเขมรหรือกำพูชานี้ จะไม่มีปัญหาเลย และเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับไทยได้ ถ้าหากว่า ไอ้พวกแมงสาปเน่า และพวกเศษสากดินาขี้ทูตสถุน มันไม่เอาเรื่องนี้มาเล่นการเมือง เพื่อทำลาย ฝ่ายตรงข้าม หรือกระทั่งถึงขั้นจะฆ่าฆาตรกรรมฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างจงใจ เพราะจงใจที่จะปล้นเขมือบทรัพย์สมบัติของคนอื่นอย่างหน้าด้านๆ และไร้ยางอาย
เพราะคิดว่า กรูนั้นคือกฏหมาย ที่จะสั่งบังคับใช้ทำอย่างไรกับผู้คนในตอแหลแลนด์อย่างไรก็ได้ตามใจชอบ

มันไร้สาระสิ้นดี ที่ทำไมตอนไทย ขอให้อยุธยา สุโขทัย เขาใหญ่ ทุ่งใหญ่นเรศวร บ้านเชียง 9ล9เป็นมรดกโลก ไม่เห็นมีใครมาคัดค้านแม้นแต่กำพูชา ื แล้วพอเขมร จะขอให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกบ้าง ตอแหลแลนด์โดยเฉพาะไอ้แมงสาปเน่า โจรเจ๊กกาบดโกเต๊กซ์เหลืองขี้สดพันธมิตรชั่วขายชาติขี้ข้าสากดินาอำมาตยาเน่าทรราช เป็นออกมาโวยวาย
แต่ที่โวยวายหาเรื่องนี่ไม่ใช่อะไีร เพียงแต่ต้องการเล่นงานดิสเครดิตรัฐบาลทักษิณสมัครสมชาย ต้องการทำลายชื่อเสียงของทักษิณเท่านั้น เลวร้ายไม่แพ้ตอนที่พวกมันส่งไอ้ควายสถุลไปตะโกนในโรงหนังว่าปรีดีฆ่าในหลวงเพื่อหลอกลวงผู้คนดิสเครดิตทำลายปรีดี

เขมรต้องการที่จะขอเป็นมรดกโลกแล้วตอนที่ชวนชั่ว2เสียด้วยซ้ำ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านยุคชวนชั่ว2 ไม่มีใครเอาเรื่องนี้มาเล่นการเมือง หรือคัดค้านชวนชั่ว2แมงสาปเน่าแต่อย่างใด

พระสยามเทวาธิราช ถ้ามีอยู่จริง ไทย ก็คงไม่ต้องรบแพ้ฝรั่งเศส (พระสยามเทวาธิราชถูกสร้างขึ้นมาในยุคร4ถ้าจำไม่ผิด)
ในยุคร5 เพราะถ้าหากมีอยู่จริง มันก็ต้องทำให้กองทหารฝรั่งเศส ที่มีทหารเพียงหรอมแหรมไม่ถึง500นายซะด้วยซ้ำ พ่ายแพ้เละเทะ แต่นี่ที่ไหนได้ ฝรั่งเศส ดันสามารถยึดจันทรบุรีตราดเอาไว้ได้ แถมปิดปากอ่าวไทยอีกต่างหาก
พวกทหารพระราชาที่ดีแต่ติดอาวุธทำร้ายประชาชนของตนเอง พอมาเจอ เอากับทหารที่ติดอาวุธฝรั่งเศสเข้า เป็นรบไม่เป็น แพ้มันดื้อๆ(ไม่ว่าจะมาบิดเบือนประวัติศาสตร์ว่ารบเก่งอย่างนั้นอย่างนี้มันก็แค่แต่งประวัติศาสตร์แหกตาประชาชนในชาติของตนเองเพราะของจริงที่เกิดขึ้นคือ ฝรั่งเศสอังกฤษ ได้ยึดดินแดนของไทยไปราว6แสนตารางกิโลเมตรโดยที่ฝรั่งเศสยึดลาวยึดเขมรไปทั้งประเทศ

พอฝรั่งเศสทำแผนที่เพื่อปักปันอาณาเขต ฝ่ายสยามก็ยอมรับ ไม่ใช่ไม่ยอมรับ เพราะไม่เช่นนั้น กรมพระยาดำรง9ซึ่งตอนนั้นมีตำแหน่งที่เทียบเท่ากับนายก9 ได้เคยทำหนังสือ ขออนุญาติจากรัฐบาลฝรั่งเศส เพื่อขอเข้าไปในปราสาทพระวิหาร
เพื่อศึกษาโบราณสถานและโบราณวัตถุ และทางรัฐบาลฝรั่งเศสก็มีหนังสือตอบรับอนุญาติแถมยังจัดการต้อนรับ มีธงฝรั่งเศสที่เขาพระวิหาร ซึ่งมีการถ่ายภาพเอาไว้ด้วย และทนายฝ่ายเขมรก็ได้ใช้ภาพถ่ายนี้รวมทั้งหนังสือการขออนุญาติ
ใช้เป็นหลักฐานด้วยในศาลโลก ตอนสมัยสฤษดิ์ส่งฤษีเลี้ยงลิงเสนีย์ไปเป็นหัวหน้าทนายนำทีมทนายที่เรี่ยไรเงินคนไทยตาดำๆไปว่าความในศาลโลก ซึ่งผลการตัดสิน ก็ออกมาชัดเจนว่าศาลโลกตัดสินให้เขมรเป็นประเทศที่มีอำนาจอธิปไตยต่อปราสาทพระวิหาร ซึ่งคำคำนี้มันชัดเจน มันก็เหมือนกับคำว่า ที่รัฐไทยมีอำนาจอธิิปไตยเหนือดินแดนประเทศไทย

ความพ่ายแพ้นี้แทนที่รัฐบาลยุคสฤษดิ์หรือยุคต่อๆมาจะประกาศให้ประชาชนได้รับรู้ให้ชัดเจน โดยการเอาคำพิพากษาของศาลโลกฉบับเต็มมาตีพิมพ์ กลับดันไม่ทำ ดันมาโกหกหลอกลวงประชาชนว่า เขมรโกง ฝรั่งโกง เรียกว่าเลวรายำมันจริงๆ ทั้งๆที่คณะลูกขุนที่ตัดสินให้ไทยแพ้ ไม่ใช่มีแค่ฝรั่ง แต่ทว่า มีทั้งแขกอินเดีย ญี่ปุ่น และชาติอื่นๆที่ไม่ใช่ฝรั่ง
เรียกว่าทับขี้เอาไว้ แถมยังไม่พอ ยังเอาขี้ที่ตัวเองสร้างขึ้นมา ใช้ทำลายผู้อื่นทางการเมืองอีกต่างหาก เรียกว่ามันเลวชาติสุดขั้วจริงๆ เลวซะยิ่งกว่าความเลวทั้งปวง ที่มีอยู่ในกล่องแพนโดร่า

คนไทยที่รักความยุติธรรม รักประชาธิปไตยทุกคน นั้น ล้วนรักชาติ ไม่มีใครไม่รักชาติ แต่ถ้าจะให้คนไทยที่รักชาติไปเห็นดีเห็นงามกับไอ้พวกโจร ชั่วที่ปล้นคนอื่นหรือโกงคนชาติอื่น นั้น คนไทยที่รักความยุติธรรมรักประชาธิปไตย คงทำไม่ได้หรือไม่อาจที่จะไปเห็นดีเห็นงามด้วยได้ เพราะการไปหน้าด้านคดโกงนั้นมันสถุล ไร้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มันไม่มีคุณค่าแม้นแต่จะเป็นแค่คน ทว่ามันมีค่าที่น้อยกว่าขี้ เสียอีก

นับตั้งแต่ที่พวกโจรเจ๊กกาบดโกเต็กซ์เหลืองขี้สดพันธมิตรชั่วขายชาติรวมทั้งแมงสาปเน่าได้รวมหัวกับพวกสากดินาอำมาตยาทรราชเน่า ทำร้ายประเทศชาติและประชาชนโดยการก่อกวนบ้านเมือง ทำลายเศรษฐกิจของชาติโดยการเดินขบวนบุกเข้ายึดทำเนียบ ก่อการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง บุกเข้ายึดแล้วปล้นสนามบินสุวรรณภูมิดอนเมืองฆ่าคนรวมทั้งปล้นข้าวของในร้านค้าของสนามบิน จับตัวทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศเป็นตัวประกันห้ามเครื่องบินขึ้นลงสร้างความพินาศทางเศรษฐกิจทันทีสองแสนเก้าหมื่นล้านบาท(ซึ่งไอ้รัดทะบวมโจรเถื่อนหน้าด้านมันก็เอาเงินภาษีของประชาชนไปจ่ายให้กับชาวต่างชาติที่เสียหายแทนที่จะเอาเงินจากไอ้กลุ่มโจรเจ๊กกาบดโกเต๊กซ์เหลืองขี้สดพันธมิตรชั่วขายชาติ เลวมันเกินพิกัดจริงๆ)
พวกมันเมื่อยังไม่สามารถยึดอำนาจรัฐได้ มันก็ใช้วิธีการหาเรื่องเอากับเขมร โดยยกกรณีที่เขมรเขาจะขอขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยวิธีการเน่าๆ แบบโบราณไทยๆในอดีตที่ขนาดมีการสอนความเลวเยี่ยงนี้เอาไว้ในนิทานสอนเด็กๆ นั่นคือการตีเขมรด่าแม่เขมรเพื่อให้มากระทบกับทักษิณสมัครสมชาย ไอ้พวกเลวชาติชั่วเหล่านี้ ไม่ใช่ทำแค่นอกสภา
แต่ทว่าแม้นในสภา พวกแมงสาปเน่า มันก็ยังเอามาเล่น ซึ่งทีวีของตอแหลแลนด์นี่มันถ่ายทอดผ่านดาวเทียมไทยคมทุกช่อง เขมรเขารับรายการได้ เขาสามารถดูการถ่ายทอดสดในสภาได้(เช่นเดียวกันที่พอเขมรมีการประชุมรัฐสภา คนไทยในประเทศไทยก็สามารถดูรายการได้โดยผ่านดาวเทียมเช่นกัน) คนเขมรเขาฟังภาษาไทยออก ดังนั้นเขาได้ยินชัดเจนว่าไอ้ควายแมงสาปเน่ามันด่ามารดาเขาใส่ร้ายเขาดูถูกเขาเอาไว้อย่างไรบ้าง แต่ทว่าฮุนเซ็นเขาก็นิ่ง ไม่เคยตอบโต้
ไอ้รัดทะบวมโจรก่อการร้ายแมงสาปเน่า มันย่ามใจ มันคิดว่า มันจะบีบเขมรได้ ในเวทีโลก หรือบีบเขาได้ในเรื่องเงินกู้
แต่ที่ไหนได้ มีแต่คนเกลียดชังไอ้รัดทะบวมโจรก่อการร้ายแมงสาปเน่า มันทั่วโลก รวมทั้งเขมร
มันแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะ ที่เป็นโจรนักเลงโดยแท้ แถมเป็นโจรนักเลงที่ยังไม่รู้สึกถึงเงาหัวของตนเองอีกด้วย ว่าตัวเองนั้นมีอะไรจะไปกราทืบเขมร จะส่งทหารพระราชาไปรบเรอะ น่าจะส่งไปตายซะมากกว่า แถมพวกทหารพระราชาพอเจอเข้ากับกองกำลังที่มีอาวุธที่พอฟัดหอเหวี่ยงกับตนอย่างเขมรด้วย พวกทหารพระราชาถึงกับใบ้รับประทาน

ก็ขนาดสามจังหวัดชายแดนใต้ ที่พวกโจรใต้ขนาดยังไม่มีอาวุธยิงจรวดประทับบ่าอย่างอาร์พีจี หรือขนาดยังไม่มีปืนไรเฟิ่ลซุ่มยิงอย่างเอ็ม109หรือเอ็ม110เบเร็ตต้า.50คาลิเบ้อร์ พวกโจรใต้มันก็เป่า พวกมีสีลงนรกมันแทบจะรายวัน(เรียกว่าตายเละเทะยิ่งกว่ายุคทักษิณเสียอีก)
ลองถ้าพวกโจรใต้มีอาวูธอย่างที่ว่า รถถังก็รถถังเถอะ หรือเครื่องบิน ก็เครื่องบินเหอะ เละกันไปข้างหนักกว่าเก่า

จงทำร้ายประชาชนมันเข้าไปเถิด โดยการทำให้เกิดขบวนการยุติธรรมที่มันดับเบิ้ลแสตนดาร์ด
จงกู้เงินสร้างหนี้ทิ้งขี้รวมทั้งจงคอรับชั่นเงินที่กู้มาอย่างพอเพียนงเถิด
จงจุดไฟเผามันทั้งแผ่นดินเถิด
แล้วจะได้เห็นว่านรกน่ะมีจริง เมื่อวันที่ประชาชนเขาเหลืออด และพร้อมใจกันลุกขึ้นมาเดินฆ่าทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า เ้พื่อล้างทรราช ให้แผ่นดินมันเบาขึ้น

เห็นด้วยครับ

เห็นด้วยครับ ผมก็เห็นอย่างนี้มานานแล้ว เรื่องพระวิหารนี้ไม่ต้องเอาประเด็นเสื้อเหลืองเสื้อแดงมาพิจารณา แม้แต่แม้วก็ไม่ใช่ประเด็น การเจรจามรดกโลกนั้นรอได้อีกเป็นร้อยปี และบทจบก็ลงท้ายด้วยการเจรจาอยู่ดี การเจรจานั้นสองฝ่ายที่จะเจรจากันต้องมีความสนใจและตั้งใจในโครงการมรดกโลกเท่านั้น ปัจจัยการเมืองหรืออื่นๆไม่เกี่ยว

เก็บเอาไว้รอเขมรพร้อม ฮุนเซนหมดอายุไปแล้วค่อยมาเริ่มนับ หนึ่งกันใหม่ก็ยังได้ เวลาอยู่ข้างฝ่ายไทยครับ

ช่วงนี้ถ้าเขมรอยากคุยกับไทยก็เน้นคุยมันเรื่องทูตเรื่องแม้วไป ไม่ต้องไปให้ความสำคัญกับพระวิหารนัก......แยกประเด็นความขัดแย้งออกจากกันซะ............

ลองเข้าไปดูนี่สิครับ

ลองเข้าไปดูนี่สิครับ ได้แง่คิดดีๆสำหรับคนไทย
http://www.voicetv.co.th/content/6413/สงครามประชาชนบทเรียนประชาธิปไตยที่ประเมินค่าไม่ได้

ลองเข้าไปดูนี่สิครับ

ลองเข้าไปดูนี่สิครับ ได้แง่คิดดีๆสำหรับคนไทย
http://www.voicetv.co.th/content/6413/สงครามประชาชนบทเรียนประชาธิปไตยที่ประเมินค่าไม่ได้

ลองเข้าไปดูนี่สิครับ

ลองเข้าไปดูนี่สิครับ ได้แง่คิดดีๆสำหรับคนไทย
http://www.voicetv.co.th/content/6413/สงครามประชาชนบทเรียนประชาธิปไตยที่ประเมินค่าไม่ได้

นับว่าธงชัย วินิจ9 ได้ก้าวพ้น

นับว่าธงชัย วินิจ9 ได้ก้าวพ้น และเข้าใจ เรื่องประชาธิปไตย รวมทั้งเข้าใจ วิถีชีวิตของ สังคมที่เรียกตัวเองว่าไทย ได้อย่างลึกซึ้งคนหนึ่ง ที่ก้าวไปไกลกว่า ธีรยุทธ บุญ9ที่เป็นรุ่นพี่ของเขา เพราะธีรยุทธ ดันไปติดหล่ม ของความเป็นขี้ข้าของเหล่าสากดินาอำมาตยาทรราชเน่าทำให้เขาเป็นได้เพียง สิ่งที่เป็นปรักหักพังทางประวัติศาสตร์ที่ไร้ค่า

สิ่งที่ธงชัยกล่าวนั้นถูกต้องแล้ว สังคมจะสงบสุขและรุ่งเรืองได้ นั้น ต้องยืนอยู่ที่ความยุึติธรรม ที่ไม่ใช่ดับเบิ้ลสแตนดาร์ด ต้องไม่เอียงข้างหรือลำเอียง และรวมทั้ง ทุกคนต้องอยู่ในกฏกติกาเดียวกัน และต้องเคารพกฏกติกาที่ทุกคนในสังคมหรือประเทศนี้ได้ร่วมกันตั้งขึ้น

คงต้องลองไปค้นดูคลิปคำปราศัยข

คงต้องลองไปค้นดูคลิปคำปราศัยของบรรดาขุนพลคนเสื้อเหลืองทั้งหลาย ที่เคยพูดไว้บนเวทีพันธมิตร หลายครั้ง หลายแห่ง หลายเวลา

เสียดายที่ไม่ได้เก็บrecordเอาไว้ เพราะเห็นว่าเป็นความเห็นขยะ ไม่อยากเปลีองเนื้อที่ในhard disk จึงยังไม่อาจนำมาโชว์ตอนนี้

การเลือกที่จะจำเฉพาะสิ่งที่อยากจำ เลือกที่จะอ้างเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตน ก็ถือว่าเป็นอคติอย่างหนึ่งนะครับ เรื่องแบบนี้เด็กนักเรียนก็ยังเข้าใจ

สิ่งสำคัญของกัมพูชาคือประสาทพ

สิ่งสำคัญของกัมพูชาคือประสาทพระวิหาร แล้วเรื่องนี้มันเจรจามาตั้งแต่สมัยนายชวนปี43มั้ง ผ่านมาแค่8ปีเจอไอเฮี่ยลิ้ม-ไอเฮี่ยลองเอากรณีประสาทพระวิหารมาละเลงเพื่อโค่นนายกฯสมัคร โดยมีพรรคกระบือม้ากไปร่วมขโยกอย่างเมามันด้วย การเมืองภายในของไทยมันเฮี่ยเพราะไอเฮี่ยลิ้มกับนักการเมืองไร้วุฒิภาวะแต่ดันมีคนยกก้นให้เป็นหัวหน้าพรรค ไอ้ความไร้วุฒิภาวะที่จะจำกัดขอบเขตการเมืองภายในไม่ให้ลามไปถึงต่างประเทศมันไม่มีงัยฮะ

กี่รัฐบาลกี่นายกฯละฮะที่ผ่านมาราบรื่น ชวน ทักกี้ แม้แต่รัฐบาลเผด็จการทหารสุรยุทธ์ก็ยังคุยกับกัมพูชารู้เรื่อง ยุคสมัครก็เดินตามกรอบที่รัฐบาลก่อนๆวางไว้ แล้วมามั่วตอนบรรดาเฮี่ยออกมาเล่นเกมการเมืองและการเมืองท้องถนนที่ไร้วุฒิภาวะ กัมพูชาก็รู้ว่ากรณีเขาพระวิหารใช้เวลาคุยไม่จบในรัฐบาลชุดเดียว รู้ว่ารัฐบาลนี้คุยให้ตายก็คุยไม่รู้เรื่องเพราะรู้ว่ากระบือม้ากมันแนวคิดแบบพันธมิตรฯเต็มๆ ดูการ์ตูนของสื่อกัมพูชาจิฮะ เค้าวาดรูปไอม้ากใส่เสื้อPADเอามีดจ่อคอคนไทยเพื่อให้นายกฯสมชายลงจากเก้าอี้ เค้าวาดตั้งแต่ปลายปี2551ยุคนายกฯสมชาย คือหนังสือพิมพ์ประเทศเค้าอ่านขาดงัยฮะว่าม้ากเป็นพวกเดียวกับพันธมิตรที่ขายความคลั่งชาติและก่อการร้าย ฮุน เซน เจอสงครามกลางเมืองของพวกซ้ายมาเต็มๆ เค้าคงพอรู้ความรายำของพวกที่เรียกตัวเองว่า'ฝ่ายก้าวหน้า' เผลอๆอาจจะเกลียดชิบหาย เพราะพวกที่เรียกตัวเองว่า'ฝ่ายก้าวหน้า'มันฆ่าคนเขมรไปเป็นล้านและเคยไล่ล่าฮุน เซนด้วย ฮุน เซน คงรู้สีนดานของพธม.และความดักดานของไอบือม้าก รู้ว่าอย่างมากรัฐบาลชุดนี้จะให้ได้แค่คำพูดการฑูตเพื่อยื้อเวลาไม่ดำเนินดำเนินการใดๆ ผลักให้รัฐบาลไทยชุดต่อไปดำเนินการ ความจริงใจไม่มี แล้ว2ประเทศจะคบกันแบบนี้ไปทำไม รัฐบาลหลายชุดที่ผ่านไม่เห็นมีปัญหา

ก็ไม่รู้ ฮุน เซนคิดยังไงนะ ก็คงรำคาญเรื่องคำขอส่งตัวทักกี้ ถ้าว่าตามคำสัมภาษณ์ของ ฮุน เซน ฮุน เซน ฉุนที่กระบือม้ากคุยกับเขาแบบคนปัญญาอ่อน เอะอะก็ ฮุน เซน ไม่รู้ข้อเท็จจริง ไอม้ากเอ๊ย โลกกว้างใหญ่ไพศาลเหนือฟ้ายังมีฟ้า เค้าอ่านสันดานมรึงออกตั้งแต่ยุคสมัครยุคสมชายแล้วว่ามรึงเป็นพวกเดียวกับไอเฮี่ยลิ้ม ยิ่งมรึงเอากาสิดมาเป็นรมว เค้ารู้สันดานมรึงแต่มรึงไม่รู้จักตัวมรึงเองงัย ฮุน เซน ก็เลยเช็คบิลด่าตบกบาลแสกหน้ามรึง แถมด้วยตบกบาลอำมาตย์ฝ่ายศาลด้วย

ควายเหลืองคงถามว่ามองทะลุเป็นคนไทยหรือเปล่า?

พวกมรึงก็ขี้ลืมจัง ตอนออกมาไล่ทักกี้ ไล่นายกฯจากการเลือกตั้ง ดันมีนักวิชาการออกมาพูดว่า 'รัฐบาลไม่ใช่ประเทศ' รัฐบาลมาแล้วไป แต่ประเทศอยู่ไปตลอด พูดแบบนี้เพื่อไล่รัฐบาล ทีตอนนี้เงียบเลย รัฐบาลอำมาตย์ ใช่ประเทศไทยซะที่ไหน ที่พวกเอ็งพูดมามันก็จริงแหละ แต่จริงเฉพาะรัฐบาลที่พวกมรึงเกลียด แล้วหุบปากเงียบตอนรัฐบาลอำมาตย์พวกมรึงปกครอง

ฮุน เซนเคยเป็นรมว.ตปท. ก็คงรู้ว่าไอบือม้ากอยู่ได้แค่ในประเทศเท่านั้น พูดแต่ละอย่างทำแต่ละอย่างเหมือนคนไม่มีการศึกษาแต่พ่อยกแม่ยกในประเทศชอบ 'คุณไม่รู้ข้อเท็จจริง เราจะชี้แจงให้เข้าใจ' ไอ้งั่งเอ๊ย อะไรที่มรึงคิดอะไรที่อยู่ในหัวมรึงเท่านั้น ถึงจะเป็นข้อเท็จจริง ส่วนอะไรที่อยู่ในหัวคนอื่นไม่ใช่ข้อเท็จจริง สติปัญญาควายๆขนาดนี้มาเป็นผู้นำ

แช่มกับบางกอกนี่เข้ากันได้เป็

แช่มกับบางกอกนี่เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ
คำว่าไม่ต้องไปให้ความสำคัญกับปราสาทพระวิหารนัก น่ะ พูดช้าไปปีหนึ่งรึเปล่าครับ มันพังกันไปแล้วค่อยมาพูดเหรอครับ

เห็นด้วยกับ ดร. เจ ครับ

เห็นด้วยกับ ดร. เจ ครับ ถ้าคุณข้างบนนี้อยากจะเป็นเหลืองอยากเชียร์เหลืองจริงๆ ก็อย่าทำเป็นเหลืองความจำเสื่อมสิครับ

รู้เปล่าว่า ผมเคยใส่เสื้อเหลืองมาก่อน และ 2 เรื่องที่ทำให้ผมทนไม่ได้กับเหลืองก็คือ การที่เหลืองบ้ายึดสนามบิน กับการที่เหลืองบ้าคลั่งชาติโวยวายเรื่องประสาทพระวืหารนี่แหละ

เอาอีกละ พื้นที่ทับซ้อนบนบกกร

เอาอีกละ
พื้นที่ทับซ้อนบนบกกระดกไปกระทบเส้นเขตแดนทางทะเล อีกละ

ขอร้อง กุย อั๊วไม่ได้กินหญ้า ฟังคำปราศัยบนเวทีเหลืองมาหลายหน แล้วก็ยังจำได้ด้วย พวกตัวเองพูดอะไรพล่อยๆ ออกไป อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจำไม่ได้

อ้อ บอกให้ลื้อหายสงสัยว่า อั๊วไม่ได้รักทักสิน แต่ในที่สุด ชั่งดูแล้ว อั๊วรักเหลืองไม่ลงเหมือนกันโว้ย

เฮ้อ..!

เฮ้อ..! อ่านบทความกระทู้ข้างบนนี้จบ ถามใจตนเองดู กูเป็นคนไทยรึเปล่าวะเนี๊ยะ..! หรือว่าเกิดผิดยุคผิดสมัย มันมีความรู้สึกว่า มีความดิบ เถื่อน ถ่อย การเบียดเบียนกัน การทำลายล้างกัน เหมือนเป็นสัญชาตญาณของสัตว์ป่าที่ดุร้าย ไม่ได้รับการพัฒนา อะไรพรรณนั้น กระบวนการคิดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ มีมันสมองที่ใหญ่โต มีสติปัญญาที่สามารถพัฒนาได้ แต่ไหง..ไม่มีความต่างจากสัตว์เดรัจฉาน ที่หาความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น หรือเสมือนหนึ่งหนอนที่มีความสุขอยู่กับมูดคูดเน่ากันเล่าพี่น้องไทย..เอ๋ย โลกนี้ยังมีสิ่งสวยงาม สิ่งที่ท้าทายความสามารถอีกมากมายให้ค้นหาเรียนรู้ อย่ามัวมากัดกันอยู่เลยพี่น้องไทย

ผู้มีการศึกษา ครูบาอาจารย์

ผู้มีการศึกษา ครูบาอาจารย์ ไม่สมควรที่จะเอาเรื่องไม่จริง(ความเท็จ)ไปใส่ร้ายผู้อื่นด้วยอคติของตัวเอง

ปีใหม่นี้ขอคุณพระรัตนตรัยบันดาลให้ doctor J มีความสุข ปราศจากโรคาพยาธิ อคติ อวิชชาด้วยครับ

แหมได้เจอสัตว์ประเสริฐดีใจจัง

แหมได้เจอสัตว์ประเสริฐดีใจจัง ไหนลองแสดงปัญญาอันประเสริฐโดยวิจารณ์'ทักกี้'แบบสัตว์ประเสริฐหน่อยจิฮะ

เช่นเดียวกันครับ

เช่นเดียวกันครับ ขอให้สุขและสวัสดีด้วยครับ ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนกัน แม้จะเห็นตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง

หวังว่าจะได้เสวนากันต่อในปีหน้า

สวัสดีปีใหม่ครับ : )

ส่วนกรณีที่ทักกี้และเสื้อแดงท

ส่วนกรณีที่ทักกี้และเสื้อแดงทำที่ผ่านมา อาจดูล่อแหลมต่อสำนึกทางชาตินิยม
มองทะลุดูแล้วก็เสียวๆเหมือนกันแหละ เพราะไม่เคยเห็นแบบนี้ มันยากที่จะจินตนาการ
ได้นะถึงภาพแบบนี้ มันอาจล้ำเส้นเพราะไม่เคยมีใครทำมาก่อนแล้วหาจุดลงตัวในการกระทำยาก อย่างภาพทักกี้ไปจับกลุ่มกับฮุน เซนถล่มนายกฯไทย ดูแล้วก็เสียวๆว่าควรทำไหม จะบอกว่าดูไม่ดีก็บอกได้ จะบอกว่าก็สมควรแล้ว ก็บอกได้ แต่หากมองที่สาเหตุกันจริงๆ แบบมีหลักฐานนะไม่ใช่กล่าวหาแบบไม่เห็นหลักฐานประเภทกล่าวหาทักกี้ไปรับผลประโยชน์จากทางนั้น เรื่องแบบนี้พอทีเหอะ วัดพระแก้วเอย สังฆราชเอย ปฏิญญาฟินแลนด์เอย หรืออะไรต่อมิอะไรที่กล่าวหาทักกี้ ทักกี้ไม่ผิดหลายคดีแล้ว แต่คนกล่าวหากลับผิดหลายคดีข้อหาให้ร้ายป้ายสีเพื่อให้คนอื่นเข้าใจผิดและเกลียดชังทักกี้ กล่าวหาแบบนี้ไม่นับนะ เอาแต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงเห็นจริง ก็อย่างที่บทความนี้ว่ามาแล้วก็เห็นโดยประจักษ์ว่าใครทำและพูดอะไรในสภา ใครทำและพูดอะไรนอกสภา เกิดคดีนพดลเกิดคำตัดสิน คลิปใครด่ากัมพูชา หลักฐานพวกนี้มันชี้บอกว่า เอากัมพูชามาเป็นเครื่องมือโค่นล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แล้วยังใช้อำนาจต่างๆทำให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งสิ้นสภาพ เกมการเมืองในประเทศมันเชี่ยอะ มันทำลายรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่เป็นตัวแทนอำนาจอธิปไตยของประชาชนทั้งประเทศ มันเข้าข่ายกบถมาแต่แรก จริงๆเป็นกบฏต่อแผ่นดินที่มีโทษถึงประหารชีวิตตั้งแต่วันที่ 19 กันยา แต่ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเอง โจรปล้นอำนาจยังอยู่ แล้วก็ยังยึดครองอำนาจและใช้อำนาจเหนือหัวประชาชนมาเรื่อยๆ ถ้าไม่ยอม'นับ'ข้อเท็จจริงอันนี้ ก็ย่อมมองทักกี้และเสื้อแดงแบบไม่ดี ถ้านับเมื่อไหร่ก็จะเห็นว่าทักกี้ที่ปกป้องตัวเองก็ถือเป็นการปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชนด้วย เสื้อแดงก็ต่อสู้เพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยของตัวเองและตัวแทนที่แสดงถึงอำนาจอธิปไตยของประชาชนก็คือทักกี้ ถ้าปล่อยให้ใครกระทำมิชอบต่อตัวแทนอำนาจอธิปไตยที่คนเกือบ20ล้านเลือกมาเป็นนายกฯอย่างไรก็ได้ มันก็ไม่ถูกมากๆนะฮะ ไม่ถูกเอามากเมื่อเทียบกับที่ทักกี้และเสื้อแดงเคลื่อนไหวเรื่องกัมพูชา ที่ว่ากระทำอย่าง'มิชอบ' เช่นรัฐประหาร ตั้งธงยุบพรรค กระบวนยุติธรรมตั้งธงทำลายทักกี้ มันนอกระบบนอกกฏเกณฑ์กติกานะฮะ แล้วพวกอำมาตย์มันไม่ได้เฮี่ยแค่เกมการเมืองใน ยังเอาประเทศกัมพูชามาอยู่ในเกมทำลายนี้ด้วย ทางกัมพูชาก็ได้รับผลกระทบจากเกมนอกกติกาพวกนี้ ที่เค้าเล่นนะ อย่างน้อยนะ เค้าสื่อว่า เฮ๊ย เวลาเอ็งเป็นฝ่ายค้านเอ็งยกเอาพวกมาเล่นกัมพูชามาเล่นเสียๆหายๆ ครั้นได้เป็นรัฐบาลถึงมาพูดดี (แต่สติปัญญาดักดานพูดจาหมาไม่แดรก) นี่ถ้าเอ็งเป็นฝ่ายค้านอีก เอ็งก็จะเอากัมพูชามาเล่นอีกเพื่อโค่นล้ม'ฝ่ายรัฐบาล'อีกใช่มั้ย แล้วเมื่อไหร่'ข้อตกลงต่างๆที่ทำในนามรัฐบาล' มันจะได้เดินหน้าสำเร็จเป็นเรื่องๆวะ นี่ลองเล่นมรึงเข้าบ้าง มรึงรีบก็ปล่อยหมาออกมาเห่าเรื่อง 'เลือดพระยาละแวกล้างเท้า' เลยนะ มรึงนี่...

พูดก็พูดเถอะ ผลประโยชน์ของชาติกับอธิปไตยเหนือดินแดนน่ะ มองทะลุว่ารัฐบาลกับนักการเมืองเขาไม่เสี่ยงหรอก เค้าว่าตาม'หน่วยราชการ'ต่างๆ หลักๆก็ต่างประเทศกับหน่วยงานความมั่นคงมั้ง ช่วงที่เรื่องปราสาทเขาพระวิหารเป็นเรื่อง เขาก็บอกว่า'หน่วยราชการ'เหล่านี้ได้ตรวจสอบหมดแล้ว ก็มีออกมาพูดนะ แต่พวกเสียงดังอย่างไอ้เฮี่ยลิ้มกับสื่อเลวๆ มันกลบเสียงข้าราชการพวกนี้หมด เวลาจะโค่นล้มกันมันก็พูดอะไรก็ได้พุดให้ร้ายเข้าไว้ก็พูดได้แล้วมีพวกกินหญ้าพยักหน้าหงึกๆว่าใช่ๆๆๆ ฟังไอ้เฮี่ยลิ้มก็พอไม่ต้องฟังคนอื่นอีกแระ แม้แต่พวงทอง พวกควายเหลืองก็ไม่ฟังพวงทอง จะฟังแต่พวกที่มาพูดในไทยพีบีเอส ในช่อง11 ในช่องass สไตล์ปชป.เห็นมันทำโครงการอะไรมั่ง มันไม่ค่อยมีนโยบายกับเค้าหรอก เพราะมันลอกวิธีชอง'ชวน' ไม่ค่อยทำโครงการใหญ่ไม่ค่อยมีนโยบายใหญ่ทำให้การถูกโจมตีน้อยลง ถ้าทำก็ทำแบบเล็กๆเงียบๆ ผิดพลาดขึ้นมาถูกโจมตีน้อยหน่อย สื่อถึงบอกว่า'ชวน'แค่มานั่งโต๊ะประธานของระบบราชการงัยฮะ อย่างกองทุนหมู่บ้านเค้าก็เคยทำแต่โครงการเล็กไม่กี่พันล้านไม่รู้กี่สิบปีเงินถึงจะกระจายลงต่างจังหวัดทั่วถึง เค้าทำเล็กๆ แต่มาเคลมว่าเค้าทำมาก่อนเรื่องกองทุนหมู่บ้าน คือที่พูดนี้จะบอกว่า นักการเมืองธรรมดาไม่เสี่ยงเรื่องที่อาจถูกโจมตีง่าย ก็อิงระบบราชการเข้าไว้ เรื่องกัมพูชา-ดินแดน ก็อิงระบบราชการหลายๆหน่วยเหมือนทุกรัฐบาลน่ะแหละฮะ รัฐบาลนานาประเทศก็คงรู้ธรรมชาติอันนี้ อะไรทำไม่สำเร็จในรัฐบาลนี้ก็เป็นหน้าที่รัฐบาลชุดต่อไป แล้วอะไรที่รัฐบาลประเทศอื่นทำไม่เสร็จก็มีรัฐบาลชุดต่อไปขึ้นมาทำ รัฐบาลแต่ละประเทศก็ดีลกันแบบนี้แล้วมันก็มีความไม่แน่นอนว่าแต่ละรัฐบาลจะคิดเหมือนเดิมป่าว เรื่องใหญ่อย่างเช่นโลกร้อนมันก็ดีลกันมานานเกือบ20ปีแระ แต่ละประเทศเปลีย่นรัฐบาลกันไปหลายชุดแระ ที่พวงทองกังวลเรื่องความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา มันแคบไปหน่อยนะ มองความรู้สึกของกัมพูชาน้อยไปที่เค้าถูกเอามาเป็นเครื่องมือโค่นล้มรัฐบาลของเรา แล้วตอนนี้เค้าปรับตัวอย่างเร็ว แหมไม่อยากพูดว่า'เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส'เพราะจะมองไปทางทักกี้อย่างสงสัย ก้อเค้าหันไปญาติดีกับ 'จี น 'อย่างที่เห็นกันแล้วฮะ ได้เงินมาพัฒนาประเทศก้อนเบ้อเริ่ม ตอนนี้ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา มันเปลี่ยนเป็นยุทธศาสตร์มหาอำนาจแล้วฮะ ไทยมีลูกพี่เมกาที่เกรงใจอำมาตย์เพราะเคยช่วยสงครามอินโดจีนเยอะแล้วใช้'เ ก้ า อี้'ฟาดขบวนการนักศึกษาฝ่ายซ้ายได้ถูกใจเมกามาก เมกาเลยอุ้มรัฐบาลของอำมาตย์ยอมยกเว้นหลักการประชาธิปไตยในไทยตามหลักผลประโยชน์ของเมกาเป็นใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้ แต่จีนเคยยอมเสียทหารหลายหมื่นบี้เวียดนามเพื่อลดความเสี่ยงเวียดนามบุกโจมตียึดไทย จีนก็มีบุญคุณต่อประเทศไทยยามหน้าสิ่วหน้าขวานที่อาจไม่มีแผ่นดินจะอยู่ กัมพูชาเลือก'ลูกพี่'ได้หลักแหลมมาก เมกายอบแยบแต่จีนอู้ฟู่ โห อะไรมันจะลงตัวขนาดนี้ ต่อไปนี้กัมพูชาเจรจากับไทยมันก็ง่ายขึ้น เค้ายกตัวขึ้นเป็นประเทศที่มีความสำคัญในภูมิภาคนี้ไปแล้วด้วยการซูฮกจีนให้เป็นลูกพี่ (แล้วจีนจะหนุนกัมพูชาเป็นผู้นำอาเซียนไหมนี่ เอื๊อก!) ในขณะที่รัฐบาลอำมาตย์ไทยยกเมกาเป็นลูกพี่ เค้ากำลังจะกลายเป็นประเทศทางยุทธศาสตร์ของพวกประเทศมหาอำนาจเหมือนไทย เค้าไม่จำเป็นต้องพึ่งหรือง้อไทยมากเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ก็เชื่ออย่างหนึ่งว่ากัมพูชาในฐานะประเทศเล็กพลเมืองน้อยก็ยังคงมีนโยบายต่างประเทศผูกมิตรประเทศเพื่อนบ้านฮะ

เรื่องแบบนี้ท่านพวงทองจะโทษใคร โทษทักกี้-เสื้อแดง หรือม้ากอำมาตย์พันธมิตร?

สวัสดี ปีใหม่ครับ.....

สวัสดี ปีใหม่ครับ..... ปัญหาบ้านเราเกิดจาก ทหาร เพราะหากทหารวางตัวเป็นกลาง เดินตามนโยบาย ของ คนที่ประชาชนเลือกก็จบ..แต่นี้ไม่ใช่ คำว่าสภาพบุรุษ ใช้กับทหารไทย ได้เพียงบางท่านเท่านั้น...

หากทหาร ไม่อิง ไม่แอบ ปัญหาต้องไม่เกิด...การทีทหาร อิงแอบ ทำให้บ้นเมืองวุ่นวาย สังคมเสื่อมโทรม สิงเสพติด มาเฟีย โต๊ะบอล ตามแผงหนังสือพิมพ์ เล่นกันไม่อาย ไม่เกรง...แล้วอย่างนี้ สังคมไม่อ่อนแอได้อย่างไร...

ทุกวันนี้ พอจะมองออก เราอ่อนแอมาก เกิดการแทรกแทรง จากนอก ประเทศได้ง่าย เกิดช่องว่างทางสังคม แล้วลูกหลานเราจะอยู่อย่างไร อนาคต ประเทศเราจเป็นอย่างไร.. ทำไมต้องทำร้ายประเทศไทยขนาดนั้น...

คำว่าสมาน....มีแต่พูด กล้าทำหนอยสิ..เริ่มจากตัวเราก่อน ไม่ต้องไปเรียกร้อง กฏเกณท์ ระเบียบ อะไรต่าง ไม่มีความยุติธรรม แล้วสังคม จะอยู่อย่างไร...

การกระทำที่ 2 มาตร...น ต้องไม่เกิด แต่นี้ อะไร ถาม ป.4 ยังรู้...ของอย่างนี้ต้องมีสำนึก...แล้วจะพาชาติก้าวพ้นวิกฤติ...

ฝากให้คนที่มีอำนาจ ด้วย เราอยู่กันไม่คำฟ้าหรอก...แต่ประเทศเราสิต้องอยู่ คำฟ้า..
อย่าต้องให้ร้องเพลง....อ้ลูกหลานจัญไร เลย...
ขอบคุณ

อ้างถึง> #275826 »

อ้างถึง> #275826 » ความคิดเห็นของ doctor J (visitor) (127.0.0.1 58.8.83.149) .. Mon, 2009-12-28 11:15 ..
...
and straited to the point.

Leading Politicians from both sides still spins around their own agendas
****
ขออนุญาตถามท่าน doctor j ว่า "straited to the point" คำว่า straited ผมหาในพจนานุกรมไม่เจอ
และ both sides still spins คำว่า spins ใช้ได้กับ plural หรือครับ

ข้าผู้น้อยอ่อนภาษาอังกฤษ อ่านแล้วก็สงสัยยิ่งนัก
อย่าถือโทษต่อคำถามเลยนะขอรับ

เบื่อพวกขี้โม้ว่ะ

เบื่อพวกขี้โม้ว่ะ ไปอยู่กับนาธานเถอะ..ไป๊

ไอ้ " กุย " ตอนเอาโกเต๊ก

ไอ้ " กุย " ตอนเอาโกเต๊ก ติดคราบเลือด สาวๆ พันธมิตร ไปวางบน พระบรมรูป มรึงอยู่กับ" ไอ้ลิ้ม " ป่าวว่ะ

โธ่...อย่าเอาแต่คอยจับผิด

โธ่...อย่าเอาแต่คอยจับผิด Doctor J เลยครับ เท่าที่ผมติดตามอ่านความคิด ตลอดทั้งการใช้ภาษาไทยและอังกฤษมานาน เขาเป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง ระดับภูมิปัญญาที่แสดงออกมาทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ เขาอยู่ในระดับแถวหน้าของฝ่ายประชาธิปไตยหน้าบนเวทีประชาไทที่รักษาเอกลักษณ์ของตนเองไว้อย่างคงเส้นคงวา แต่บางครั้งอาจจะเกิดความผิดพลาดในการเคาะตัวอักษรเร็วไป ผมเชื่อว่าคำว่า "straited to the point" คำว่า straited นั้น ไม่มีหรอกครับ จริงๆต้องเป็น" straigthed to the point"
ส่วน both sides still spins คำว่า spins ใช้ได้กับ plural หรือครับ? both sides คือ คำนามที่เป็นplural ส่วนคำว่า spins นั้นเป็นverb ที่ทำหน้าทีขยายนามข้างหน้า ไม่มี S ครับ ที่จริงน่าจะเป็น both sides still spin ถ้าจะเอาให้แน่ใจก็ต้องถาม doctor J อีกทีครับ ผมแค่เป็นแฟนคลับของเขาเท่านั้นเอง