'ใบตองแห้ง' ออนไลน์: อุดมการณ์สื่อ

และแล้ว 6 แกนนำเสื้อแดง (ที่จริงกลายเป็นเสื้อน้ำเงินไปเกินครึ่ง) ก็ถูกศาลตัดสินจำคุกฐานนำม็อบปิดล้อมกักขังหน่วงเหนี่ยวสื่อ ซึ่งก็สมควรแล้ว เพราะละเมิดสิทธิผู้อื่นเกินเลยจากกรอบการใช้สิทธิชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ

เพียงมีข้อสงสัยว่า ม็อบที่ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ซึ่งไม่มีผู้เสียหายมาเป็นโจทก์ร่วมฟ้องร้อง จะได้รับโทษในมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ เพราะแม้ไม่มีตัวบุคคลถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว แต่เป็นประชาชนทั้งประเทศ ที่ถูกละเมิดสิทธิกักขังหน่วงเหนี่ยว

ขณะเดียวกันก็มีคำถามว่า แล้วสื่อล่ะ สื่อที่ก้าวล่วงกรอบจรรยาบรรณ เลือกข้างทางการเมืองแล้วใช้วิชาชีพเป็นเครื่องมือปลุกความเกลียดชัง ทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะ ทิ้งหลักการ เหตุผล กระทั่งหลักการประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงความเห็นต่าง อันเป็นสรณะของสื่อตั้งแต่ยุคบรรพชน

ควรจะถูกลงโทษอย่างไร หรือควรจะรับผิดชอบอย่างไร

น่าเศร้า ที่คำตอบคงเป็นไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย เพราะสื่อเชื่อว่าตนบริสุทธิ์และมีอุดมการณ์

ไม่มีคำถามในเชิงจรรยาบรรณเลยว่า สาเหตุที่มวลชนโกรธแค้นบุกไปล้อมนั้นเป็นเพราะสื่อลำเอียงจริงหรือไม่

ในฐานะสื่อคนหนึ่ง ผมเศร้าใจทุกครั้งที่เห็นมวลชนอีกข้างก่นด่าสื่อกระแสหลักว่าชั่วเลว เพราะในฐานะที่มีเพื่อน มีพี่มีน้อง กระจัดกระจายอยู่หลายค่ายหลายฉบับ ผมยังเชื่อมั่นว่า บก.ข่าว หัวหน้าข่าว นักข่าวทั่วไป ในสายการเมือง ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนบริสุทธิ์และมีอุดมการณ์ ไม่ใช่มือรับจ้าง หรือเกรงกลัวอิทธิพลบารมีของใคร แม้กระทั่งตัวเจ้าของสื่อเอง

ขอยืนยันว่าปรากฏการณ์สื่อเอียงข้างที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่มาจากเจ้าของสื่อ ที่อาจถูกมองว่าได้ผลประโยชน์ ได้ค่าโฆษณา (ปีนี้รัฐบาลทุ่มโฆษณาพันกว่าล้าน มากกว่าภาคธุรกิจเอกชน) หรือเจ็บแค้นทักษิณ ฯลฯ แต่เป็นความพร้อมใจของสื่อจำนวนมาก ตั้งแต่ระดับ บก.ลงไปถึงนักข่าวพื้นที่ ที่เชื่อว่าตัวเองกำลังทำหน้าที่เพื่ออุดมการณ์ เพื่อชาติ เพื่อประชาชน ในการบดขยี้ทำลายทักษิณกับ “เสื้อแดงชั่ว” ให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย แล้วประเทศจะเจริญวัฒนาสถาพรอมรรัตนโกสินทร์ฯ

ความคิดในเชิงอุดมการณ์ของสื่อ จึงไม่ต่างกับนักเคลื่อนไหวแกนนำพันธมิตร แต่สื่อลืมไปว่าตัวเองไม่ใช่นักเคลื่อนไหว สื่อมีจรรยาบรรณ ความเป็นมืออาชีพ ที่จะต้องไม่เอาตัวเองเข้าไป in ในการต่อสู้ ไม่ว่าจะเห็นด้วยสนับสนุนเพียงไรก็ตาม ก็ยังต้องสำนึกว่าหน้าที่ของเราคือผู้สังเกตการณ์

ภาพหนึ่งที่ผมสลดใจมากคือภาพอดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ ลุกขึ้นมาซักเรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้วยอารมณ์คั่งแค้น เท่าที่ได้ยินกิตติศัพท์มานาน เขาเป็นผู้สื่อข่าวที่ดีมาก เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาชนคนกล้า แต่วันนั้น เขาทิ้งความเป็นมืออาชีพไปแล้ว เขาพ้นจากความเป็นสื่อไปแล้ว

ทำไมสื่อถึงกลายเป็นกระดาษเปื้อนหมึก ดาวสยาม 2552 เป็นเรื่องน่าคิด ผมคงไม่สามารถวิเคราะห์ได้ถูกต้องรอบด้าน เพียงแต่เสนอมุมมองบางอย่าง

นักวิชาการคนสำคัญที่ออกมาทักท้วงสื่อ ก็คือ “อาจารย์ย่า” อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ ซึ่งปรากฏว่าสื่อไม่ฟังเลย ทั้งที่หลายคนก็เป็นลูกศิษย์หรือเคารพนับถืออาจารย์ย่า

จำได้ว่าเมื่อ 5-6 ปีก่อน ผมเองเคยเขียนว่าถ้านักวิชาการนิเทศศาสตร์มาทำหนังสือพิมพ์ก็เจ๊ง เพราะเป็นไปไม่ได้ที่สื่อไทยจะพาดหัวตรงไปตรงมา ไม่เล่นสีสัน ที่สำคัญคือผมเชื่อว่าสื่อต้องมีบทบาทชี้นำ สะท้อนอารมณ์สังคม ผ่านการพาดหัวข่าว โปรยข่าว เพราะการเมืองไทยยังต้องอาศัยสื่อชี้นำทุกยุค ตั้งแต่ 14 ตุลา มาจนพฤษภาทมิฬ ไล่ชวน ไล่บรรหาร ไล่จิ๋ว หรือสร้างกระแสธงเขียว 2540

นึกได้ตอนนี้แล้วก็อายตัวเอง

นั่นแหละคืออหังการของสื่อ ฐานันดรที่ 5 ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นอภิสิทธิ์ชนกลุ่มหนึ่งของสังคมไทย เป็นชนชั้นนำในคราบของคนธรรมดาสามัญ สื่อยุคใหม่ไม่ใช่พวกอีแร้งกเฬวรากตามหนังสือพิมพ์กระจอก ที่เอาสติกเกอร์ “ข่าว” ติดรถแล้วเบ่งคับ รีดไถ สื่อยุคใหม่ในค่ายหลักกินเงินเดือนหลายหมื่น จนหลักแสน เป็นพวกที่มือสะอาด มุ่งมั่น จริงจัง (บ้างก็เก๊กนิดๆ แบบวิศาล ดิลกวณิช-ฮา) เชื่อว่าตัวเองรู้ดีกว่าชาวบ้าน เชื่อว่าตัวเองจะเป็นผู้ชี้นำผลักดันสังคม ช่วยชี้แนะให้ประชาชนเลือกคนดี กำจัดภัยพาล (กระทั่งโดนชกปากก็ยังภาคภูมิใจ)

อันที่จริง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ยืนยันว่าหน้าที่ของสื่อไม่ใช่ความเป็นกลาง ความเป็นกลางไม่มี เพราะสื่อต้องเลือกข้างประชาชน เป็นปากเสียงแทนประชาชน ต้องต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และหลักการประชาธิปไตย

พูดอย่างเป็นรูปธรรมคือ ถ้าสื่อจะเลือกข้าง ไล่ทักษิณเมื่อปี 49 ผมก็ว่าถูกต้องแล้ว และต้องเลือกด้วยซ้ำ เพียงต้องอยู่ในกรอบของจรรยาบรรณ นั่นคือการเสนอข่าวอย่างเป็นจริงและเป็นธรรม ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เพื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงตามครรลองประชาธิปไตย เหมือนที่สื่ออเมริกันจำนวนมากก็เชียร์โอบามาให้ขึ้นมาแทนบุช

ไม่ใช่สื่อตัดสินเอง แทนชาวบ้านผู้จน เครียด กินเหล้า สื่อตัดสินแล้วว่าแม่งขั่วเอาไว้ไม่ได้ ก็โยนทุกอย่างที่เป็นความเลวร้ายเข้าใส่ สร้างภาพให้เป็นอมนุษย์ ข้อหาอะไรจริงเท็จไม่สน เล่นด้วยหมด ใครยังเป็นพวกทักษิณ เลวชั่วหมด ใครแยกตัวจากทักษิณ กระทั่งขี้ยังหอม เลอะเทอะกระทั่งเขียนคอลัมน์ เขียนบทนำ เรียกหารัฐประหาร ตัวแทนองค์กรสื่อเข้าไปรับตำแหน่งหลังการรัฐประหาร

สื่อถือกำเนิดและเติบโตมาได้ด้วยหลักการสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยนะครับ เกิดเป็นสื่อแล้วไม่ยึดมั่นเชื่อถือระบอบประชาธิปไตย ไม่ปกป้องประชาธิปไตย จะเป็นสื่อไปทำซากอะไร มึงตายแล้วเกิดใหม่ไปสอบเข้า จปร. เสียดีกว่า

ย้ำอีกครั้งว่าผมเห็นว่าสื่อเลือกข้างความถูกต้องได้ ไล่ทักษิณได้ แต่ต้องอยู่ในหลักการประชาธิปไตย อยู่ในกรอบจรรยาบรรณของการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเที่ยงตรง รอบด้าน ผิดถูกว่าตามเนื้อผ้า ให้ความเป็นธรรมแต่ละกรณี มีเหตุมีผล มีวุฒิภาวะ ให้การไล่ทักษิณเป็นการยกระดับความมีเหตุผล มีวุฒิภาวะของสังคมไทย

แต่ไม่ใช่เอาความเกลียดชังเข้าว่า โดยไม่มีเหตุผล จนเลอะเทอะขึ้นทุกวัน เช่นหนึ่งในข่าวโจ๊กรอบปีคือ ฟองสบู่แตกดูไบเวิลด์กลายเป็นข่าวใหญ่ เพียงเพราะทักษิณอยู่ดูไบ เข้าทาง “หนักแผ่นดิน” อยู่ที่ไหนฉิบหายที่นั่น

มีเหตุผลกันมั่งไหมเนี่ย เล่นข่าวแบบนี้มีวุฒิภาวะมีความน่าเชื่อถือกว่าโหรฟันธงตรงไหน ก็แค่สนองอารมณ์เมามันไปวันๆ

บางคนอาจต่อว่าทำไมไม่ว่าสื่อเสื้อแดง อ้าว ก็ไหน “สื่อแท้” ว่าเขาเป็น “สื่อเทียม” ผมไม่อยากนับสื่อเสื้อแดงเป็นสื่อ เพราะถือเป็นกระบอกเสียงทางการเมือง เช่นเดียวกับ ASTV และขอโทษด้วย ผมไม่เคยอ่าน แต่ขนาดฟังคนเดือนตุลาด้วยกัน-ที่เคยอยู่กับรัฐบาลทักษิณ บอกว่าเขาซื้อมา 3 ฉบับอ่านได้แค่ 30% ที่เหลือเป็นขยะ

การที่สื่อไทยไม่สามารถ “เลือกข้าง” แบบคง “จรรยาบรรณ” ไว้ได้ ผมมองว่าเป็นจุดอ่อนที่มีมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยกลุ่ม 16 จับกระจง ซึ่งสื่อคงไม่ไร้เดียงสาถึงขนาดเชื่อว่าจะมีใครจับกระจงได้ด้วยมือเปล่า แต่เอาเหอะ เอาด้วย เอาแม่มเลย เข้ากระแส

หรือสมัยต่อต้านท่อก๊าซ แล้วจัดฉากให้นักอนุรักษ์กอดต้นไม้ สร้างภาพดรามาสะเทือนใจไปทั่วประเทศ แต่วิสัยคนทำข่าวด้วยกันเห็นแล้วรู้ทันหัวร่อกลิ้ง

ตั้งแต่ก่อนไล่ทักษิณ เนิ่นนานมาแล้วที่สื่อไทยชอบสร้าง “ดรามา” มีกลิ่นอายหลังข่าวเจือปนนิดๆ สร้างพระเอก นางเอก ผู้ร้าย ตัวอิจฉา ไม่ว่าในข่าวการเมือง สังคม หรืออาชญากรรม

เราชอบสีสันการเน้นให้เป็นแบบฉบับ เป็นขาวดำ เป็นละคร การเสนอข่าวไม่เคยพ้นจากปลักนี้ ไม่มีทางถูกหลักนิเทศศาสตร์อย่างอาจารย์ย่าสอน การเมืองไทยจึงขึ้นอยู่กับการสร้างภาพในสื่อ

ไม่ใช่ว่าแต่คนอื่น ผมก็เป็น ตอนสัมภาษณ์ไทยโพสต์แทบลอยด์หลายปีก่อน ผมก็หลงใหลได้ปลื้ม สร้างพระเอกนางเอกกับเขาเหมือนกัน เช่น ไปสัมภาษณ์ปุระชัย ตอนไทยรักไทยชนะใหม่ๆ โคตรปลื้มเลย เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยก็ชื่นชมไม้บรรทัด จนไปเป็นรัฐมนตรียุติธรรม หวาดผวากลัวถูกลอบฆ่า พูดอะไรกลัวถูกดักฟัง เดินเข้าห้องต้องผ่านเครื่องตรวจอาวุธ ผมร้องโห! ในใจ พระเจ้าช่วยกล้วยหักมุก

พูดแล้วเขิน คุณหญิงจารุวรรณเนี่ยก็เป็นนางเอกรุ่นแรกๆ ในบทสัมภาษณ์ของผมเลยละ

ครั้งหนึ่งเมื่อ 5-6 ปีก่อนเช่นกัน ผมเคยตอบจดหมายเรื่องคุณหญิงหมอหัวฟู นางเอกเจ้าประจำของสื่อ พูดแบบดันทุรังว่าต่อให้คุณเธอมีจุดอ่อนข้อบกพร่องยังไง สื่อก็ต้องข่วยกันปกป้องเพื่อเอาเธอไว้คานกับตำรวจที่เราเห็นว่าชั่วร้าย

นึกได้ตอนนี้แล้วก็อายตัวเองอีกเหมือนกัน

ที่พูดถึงไม่ใช่ว่าบุคคลเหล่านี้ไม่ดี แต่ทุกคนเป็นมนุษย์ มีข้อดีข้อบกพร่อง มีทั้งทำดีทำพลาด มีโมหะได้ bias ได้ เพราะเป็นปุถุชน ไม่ใช่พระเอกนางเอก สมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ จนเป็นบรรทัดฐาน “หัวฟูประกาศิต” คนอื่นผิดหมด ต้องเชื่อหัวฟูแต่ผู้เดียว

สื่อมีชีวิตอยู่กับข้อมูล กับข่าววงนอกวงใน ใครของแท้ของเทียม มีข้อไหนดีข้อไหนอ่อนเป็นจุดบอดซ่อนอยู่ สื่อรู้ทั้งนั้น รู้กระทั่งแวดวงสื่อด้วยกันเอง ไส้ใครมีกี่ขด ต่อให้ตอนแรกไม่รู้ ต่อมาก็จะค่อยๆ เห็นภาพรอบด้านชัดเจนขึ้น นักข่าวการเมืองที่ทำงานสัก 2-3 ปี ก็รู้แล้วว่าการเมืองมันไม่ได้มีเทพมีมารอย่างที่สร้างภาพขายข่าว แต่ทุกพรรคทุกฝ่ายมีด้านอัปลักษณ์อยู่ภายใต้ภาพที่สร้าง มีมากมีน้อยเท่านั้น ไม่มีใครเป็นสีขาวดำ มีแต่เทาแก่เทาอ่อน

แต่ทำไมเวลาให้น้ำหนักกับข่าวจึงเป็นภาพขาวดำ พระเอก ผู้ร้าย

รัฐประหารที่ผ่านมา ทำไมสื่อจะไม่รู้ว่าใครบ้างได้ประโยชน์ ใครตบทรัพย์ ใครทำมาหากิน แต่ทำไมสื่อยังให้เครดิตคนเหล่านี้อยู

เช่นเดียวกับรัฐบาลนี้ ทำไมสื่อจะไม่รู้ ว่ามีการคอรัปชั่นกันขนาดไหน หลายรายก็เป็นกลุ่มก๊วนที่สื่อเคยเกลียดชัง แต่วันนี้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพียงเพราะ “กลับใจ” มาอยู่ตรงข้ามทักษิณ (เอาหูไปนาเอาตาไปไร่จนแกล้งลืมว่าวันนั้นที่บุกคมชัดลึก ก็มีข่าวหัวโจกหน้าเขมรไปซุ่มบงการอยู่แถวปั๊ม)

สื่ออาละวาดเกรี้ยวกราดผลโพลล์ที่ออกมาว่าประชาชนยอมรับได้กับนักการเมืองคอรัปชั่น เพียงขอให้ทำงาน โดยลืมไปว่าสื่อเองก็ยอมรับได้กับนักการเมือง หรือทหาร หรือข้าราชการคอรัปชั่น เพียงขอให้ไม่ใช่พวกทักษิณ

ทำไมสื่อถึงเกลียดทักษิณขนาดนั้น ด้านหนึ่งก็เป็นความจริงที่ “ระบอบทักษิณ” แทรกแซงสื่อ ปิดกั้นเสียงข้างน้อย ละเมิดสิทธิเสรีภาพ ทำให้สื่อเจ็บช้ำน้ำใจมาเยอะ นอกจากนี้สื่อยังรู้ดีว่ามีทุจริตสะพัดโดยเฉพาะหลังชนะเลือกตั้ง 48 ย่ามใจมาก (แต่พวกที่เกี่ยวข้องก็รอดไปหมดแล้วละ เอาทักษิณคนเดียวพอ)

อีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมหาเศรษฐีจอมโอหังอย่างทักษิณ บังอาจ”หยาม”สถาบันสื่อ ดิสเครดิตสื่อ สอนให้สื่อทำการบ้าน ใน 4 ปีแรก ทักษิณยังเอาการตลาดมาใช้ ออกโปรโมชั่นใหม่ๆ รายวัน จนสื่อที่เคยแต่ทำข่าวปิงปอง จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แพ้เกมทักษิณตลอด (เรื่องภาคใต้ว่าจะไล่จนอยู่แล้วเชียว แม่มคว้านกจากมืออาจารย์สุริชัยไปพับ โกยคะแนนอี๊ก เจ็บใจจริงๆ)

อหังการ์ของทักษิณมันหยาม ego ท้าทายสถานภาพของชนชั้นนำฐานันดรที่ 5 ไม่เหมือนอภิสิทธิ์ที่พินอบพิเทาเอาใจสื่อเป็นอันดับแรก (ประชาชนมาทีหลัง) สื่อไม่เคยเกลียดผู้นำคนไหนเท่าทักษิณ แม้แต่ถนอม ประภาส สุจินดา ที่สื่อประณามว่าฆ่าประชาชน มีแต่หมักที่ใกล้เคียงหน่อยเพราะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด

ที่สำคัญยังเป็นเพราะทักษิณฆ่าไม่ตาย คะแนนนิยมไม่ตก ไม่เหมือนอดีตนายกฯ คนอื่นๆ ที่ถูกรัฐประหาร หรือถูกสื่อไล่ สื่อจึงดิ้นทุรนทุราย เปลี่ยนตัวเองจากผู้สังเกตการณ์ เข้าไปเป็นคู่ต่อสู้ ในเชิงอุดมการณ์ก็คิดว่าตัวเองมีภาระหน้าที่ต้อง “รับเหมาทำแทน” ประชาชนผู้โง่เขลา จน เครียด กินเหล้า และเมื่อเข้าคลุกวงในแล้ว คุณก็ไม่มีทางถอยจนกว่าจะแพ้ชนะ

4 ปีผ่านไป ตอนแรกผมยังเคยคิดว่าสื่อจะเปลี่ยนได้ สติแตกไปสักพักอาจจะกลับมาอยู่ในร่องในรอย แต่ถึงวันนี้ อาจต้องเปลี่ยนความคิดว่าคิดผิด เพราะสื่อทนนักการเมืองอย่างไอ้ห้อยมาได้เป็นปี ยังไล่ล่าบ้าคลั่งกับทักษิณเสื้อแดงอยู่ข้างเดียว แทบไม่เห็นสัญญาณของการตรวจสอบทั้งสองข้าง

บางทีคงต้องสรุปใหม่ว่าหลุดไปแล้ว ไม่มีทางหวนกลับได้ จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง

อ้าว นี่เขียนด่าพี่เป๊อะ

อ้าว นี่เขียนด่าพี่เป๊อะ พี่ประดิษฐ์ พี่สมชาย นี่หว่า

คิดว่าตนทำสื่อคงไม่ค่อยสนใจคว

คิดว่าตนทำสื่อคงไม่ค่อยสนใจความรู้สึกนึกคิดของประชาชนที่ดู อ่านหรือฟังหรอก เพราะถ้าแคร์จริงก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการนำเสนอ แต่นี่เห็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนจนขี้เกียจจะสนใจแล้ว บางทีคงคิดว่ามีประชาชนที่ไม่ชอบก็ไม่เห็นเป็นไร ก็คนที่ชอบดู ฟังหรืออ่านก็มีนี่หรือไม่งั้นก็มีพวกประเภทไม่มีสื่อทางเลือก ก็ต้องทนดูกันไปนี่สิที่น่าสงสาร

I like this issue,a good read

I like this issue,a good read ,a cool mediator of characterization.

:) thanks,

I got to admit, this is a

I got to admit, this is a good piece of writing. Keep more of your critice coming. Even if

only one of those who you are trying to hint to us, changing his ethic in journalism. It is

still worth it. Do you agree with me!!!

"Give them Hell !!..........Man"

โลกเปลี่ยนไป ประชาชนเปลี่ยนไป

โลกเปลี่ยนไป ประชาชนเปลี่ยนไป สื่อฯก็ต้องเปลี่ยนตาม
สื่อฯที่ดีต้อง
(1) ไม่สองมาตรฐาน
(2) ไม่มองว่าประชาชนโง่
(3) ไม่ยกตนข่มท่าน

ทำไมคนเสื้อแดงและคนที่ชอบทักษิณไม่ชอบสื่อบางคนบางกลุ่ม แม้เขาจะรู้ว่าทักษิณไม่ได้ดีหรอก
เพราะ
- สื่อฯกลุ่มนั้นไม่เคยพูดด้านที่ดีของทักษิณบ้างเลย หรือง่ายๆคือไม่เคยให้ความเป็นธรรม
- สื่อฯเหล่านี้เคยตะโกนให้ทหารทราบดังๆบ้างไหมว่า ประชาชนมีสิทธิ์จะเลือกใครมาบริหารประเทศก็ได้
ทหารไม่มีสิทธิ์จะมาล้มล้างด้วยกระบอกปืน
- สื่อฯบางกลุ่มยังมีการขัดผลประโยชน์ธุรกิจกับทักษิณมาด้วย

"คุณใบตองแห้ง" ครับ ผมว่า

"คุณใบตองแห้ง" ครับ

ผมว่า "สื่อยุคนี้" ก็คงทำหน้าที่ของเขาไปตาม "ปกติธรรมดา" แหละครับ

สื่อที่ "ถูกแทรกแซง" ก็คงเป็น "สื่อยุคทักษิณ" อันนี้เป็นที่ "ประจักษ์" อยู่แล้ว

ตอนเสื้อเหลืองประท้วง Tone ข่าว ก็มีแต่ "เสื้อเหลือง"

พอเสื้อแดงประท้วง Tone ข่าว ก็มีแต่ "เสื้อแดง"

ส่วนฝ่ายไหนจะ "เลวระยำ" ยังไง สื่อแต่ละแห่ง "เขาก็ว่ากันไป"

ตามบริบทที่เกิดขึ้น...

บางครั้งเสนอข่าวเสื้อแดงบ่อยๆ จน "บ้านเมืองเกือบจะฉิบหาย"

เขาก็ช่วยกันเพลาๆ ลงมา "บ้านเมืองก็ดีขึ้น"

ผมว่า "สื่อโดยองค์รวม" ถือว่า ยัง "OK" ครับ

ไม่เลวร้ายอย่างที่ท่านคิดหรอก...

ผมว่า ท่านน่าจะ "ทบทวน" ตัวเองบ้างน๊ะครับ

ว่า ท่าน "In" กับเรื่องบางเรื่องมากเกินไปหรือเปล่า?

ช่วงปีใหม่นี้ ท่านน่าจะไปนั่งเงียบๆ แล้วลอง Reflect ตัวเองดู

ก็น่าจะ "เข้าใจ" อะไรมากขึ้นน๊ะ

ถ้าขืนมา "เขียนบ่น" อะไรทำนองนี้อีก

คนเขาจะหาว่า ท่านเป็นพวก "หมาเห่า ใบตองแห้ง" น๊ะ จะบอกให้.....

อย่าหวังอุดมการณ์

อย่าหวังอุดมการณ์ จากสื่อนายทุน อำมาตย์ มันทำเพื่อผลประโยชน์ธุรกิจมันเท่านั้น

ไอ้นี่มันท่าจะบ้า ลีลา

ไอ้นี่มันท่าจะบ้า ลีลา สำบัดสำนวนเหลือเกิน ขนลุกเลยวะ มีแต่ลีลา เนื้อหา ควายไปหน่อยว่ะ มึงจะเชียร์พ่อแม้วของมึงก็เชียร์ไปสิวะ ก็คนอื่นเขาจะด่า มึงจะมาสำออยหาเฮี่ยอะไร ตอนพ่อมึงเป็นใหญ่อยู่น่ะ คุกคามสื่อที่สุดแล้ว เพียงแต่มันคุกคามโดยการเอาเงินยัดปาก พวกมึงเลยเงียบ แต่ตอนนี้บางคนเริ่มสำนึกตัวแล้ว เริ่มตาสว่าง เริ่มหันมาทำอะไรเพื่อชาติบ้างแล้ว มึงจะเอาด้วยหรือไม่เอา อีกอย่างกรูไม่ได้เรียนนิเทศห่าอะไรของมึงหรอก แต่กูก็ไม่โง่เหมือนมึงจนหลงเชื่อว่า สื่อ คือประชาธิปไตยหรอก สื่อก็คือสื่อ ฮิตเลอร์แม่งก็ใช้สื่อ อีตัวก็ใช้สื่อได้ มาเฟียก็ใช้สื่อได้ ทุกวันนี้ มึงรับใช้นายทุนมากกว่าประชาชนอยู่แล้ว มึงจะยกตัวเองให้วิเศษหาเฮี่ยอะไร ฟังแล้วรำคาญ มึงจะไปเป็นฐานันดร ห้า หก เจ็ด แปด เป็นเทวดา เป็นตัวตะกวดอะไรก็ไป อย่า ยกตัวเองให้มากนัก ไอ้ขี้กราก ควาย หลงตัวเองซะไม่มี ไอ้เฮี่ย ..... เฮ้อ อิ อิ อิ กร๊ากกกกกก กั่กกกกกๆๆๆๆๆ

เวปอื่นหน้าแรกเขามีแต่ถวายพระ

เวปอื่นหน้าแรกเขามีแต่ถวายพระพรในหลวง ถ้าหน้าแรกไม่มีคำถวายพระพร ด้านในเขาก็จะมีแต่คำถวายพระพร

มีแต่เวปแดงของพวกมึงนี่แหละหาไม่เจอเลย

คุณแช่ม

คุณแช่ม

มองคนละมุมกันแล้วล่ะครับ

ผมว่า ใบตองแห้งสะท้อนข้อเท็จจริงได้ดี ลำดับภาพให้เห็นตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร ช่วงรัฐประหาร จนปัจจุบัน

ผมปลงอนิจจัง สังเวชสื่อมวลชนไทยมานานพอสมควร ตั้งแต่ก่อนรัฐประหารทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ - สื่อโทรทัศน์

สื่อออนไลน์จึงเติบโตเป็นดอกเห็ด เพราะสื่อสารสองทาง ได้ความรู้มากกว่าความเห็น

ผมไม่คาดหวังว่า ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์จะเกิดจากสื่อในยุคนี้

คุณแช่มจะชอบ พอใจกับบริบทประชาธิปไตยในสถานการณ์แบบนี้ ก็ว่าไป ตามทัศนะของคุณ แต่ผมไม่พอใจ..

ผมเชื่อว่าพลังประชาธิปไตยฝ่ายก้าวหน้าจะชนะ แม้จะต้องใช้เวลา

กลุ่มพลังล้าหลังจะพ่ายแพ้ รวมทั้งคุณ

ผมรอได้...

ถ้าสื่อจะเลือกข้าง

ถ้าสื่อจะเลือกข้าง ไล่ทักษิณเมื่อปี 49 ผมก็ว่าถูกต้องแล้ว และต้องเลือกด้วยซ้ำ เพียงต้องอยู่ในกรอบของจรรยาบรรณ นั่นคือการเสนอข่าวอย่างเป็นจริงและเป็นธรรม ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดส

""""พูดออกมาด้ายยยย ยังหน้าไม่อายเหมือนเดิม ....""ไล่ทักษิน""" กับ"""จรรยาบรรณ"""มันไปด้วยกันได้หรือ

การ"""เสนอข่าวอย่างเป็นจริง""" แต่ด้านร้ายด้านเดียว ถือว่า"""เป็นธรรม""....หรือ........

....สื่อ...ยังไงก็สื่อ"......ยังไงก็.........นาธาน.........55555555

ไล่ทักษิณเมื่อปี 49

ไล่ทักษิณเมื่อปี 49 ผมก็ว่าถูกต้องแล้ว และต้องเลือกด้วยซ้ำ

""""""""มีขมองคิดได้แค่นี้จิงๆ ยังกะว่า ในเมืองไทย ปัญหาที่ใหญ่กว่าทักษินไม่มีงั้นแหละ หรือไม่มีคนที่เลวและมีอำนาจมากกว่าทักษินในเมืองไทย.......

นอกจากไม่กล้าไล่แล้วยังเจือกสรรเสริญเยินยอกันทุกๆวันอีกต่างหาก.ทั้งที่มันเลวทั้งโครตทุกตัว......ถุยส์ๆๆๆๆๆๆๆๆ""""""""

มรึงเดือดร้อนมากละซิ.......หน

มรึงเดือดร้อนมากละซิ.......หนักกบาลมรึงแย่แล้ววววววววว

"สื่อยุคนี้"

"สื่อยุคนี้" ก็คงทำหน้าที่ของเขาไปตาม "ปกติธรรมดา" แหละครับ

""""5555555 การ"""โกหก"""" ใส่ร้ายป้ายสี"""" ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของเอ็งละซิ"""
ไปดูคอลัมนิสแต่ละตัวซิ.......

ยัยคนนี้ ชอบใช้เต้าไต่

ยัยคนนี้ ชอบใช้เต้าไต่ หนอยมากล่าวหาว่าเราเขียนคำว่าบันได ไม่ถูก โปรโมตทักษิณเหลือเกิด หวังใช้เต้าไต่ละซิท่า แหวะแดงดีมากใช่ไหม ถูกใจละซิหน้าแกนนำแต่ละตัวประดุจโผล่ออกมาจากขุมนรกไม่มีราศีเลยแต่ละคน ฝูงผีเปรตทั้งนั้น

กว่าจะรู้ว่าอยู่ท่ามกลางฝูงหม

กว่าจะรู้ว่าอยู่ท่ามกลางฝูงหมาขี้เรื้อน ก็เกือบสายเกินแก้ ความเลวระยำของสือ ทำให้สังคมเสียสมดุลทางความคิด เพราะไอ้พวกสื่อมันอาศัยจุดอ่อนของสังคมไทย ที่มักเชื่ออะไรอย่างบริสุทธืใจแม้แต่ต้นไม้ต้นกล้วยศักดิ์สิทธื สือเลวอาศัยช่องว่างตรงนี้ ยัดเยีอดความเลวที่พวกมันฝังหัวให้คนไทยสังคมไทยสับสน ผิดถูกชั่วดียากจะแยกแยะได้ ถ้าใครไม่ทำตัวให้หลุดพ้นจากพวกสื่อระยำเหล่านั้น .......ขออภัยสื่อที่มีจรรยาบรรณ์ ขออภัยผู้ที่จิตรใจดีงาม คำทุกคำที่เขียน จงใจโยนให้ไอ้พวกสื่อเลวระยำโดยเฉพาะ

มเศร้าใจทุกครั้งที่เห็นมวลชนอ

มเศร้าใจทุกครั้งที่เห็นมวลชนอีกข้างก่นด่าสื่อกระแสหลักว่าชั่วเลว เพราะในฐานะที่มีเพื่อน มีพี่มีน้อง กระจัดกระจายอยู่หลายค่ายหลายฉบับ ผมยังเชื่อมั่นว่า บก.ข่าว หัวหน้าข่าว นักข่าวทั่วไป ในสายการเมือง ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนบริสุทธิ์และมีอุดมการณ์ ไม่ใช่มือรับจ้าง หรือเกรงกลัวอิทธิพลบารมีของใคร แม้กระทั่งตัวเจ้าของสื่อเอง

"""""หมายควายยย ว่า การโกหก ใส่ร้ายป้ายสี เป็นเรื่องของคนบริสุทธิ คนดี มีอุดมการณ์ สำหรับเอ็ง"""""""

ขอยืนยันว่าปรากฏการณ์สื่อเอียงข้างที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่มาจากเจ้าของสื่อ ที่อาจถูกมองว่าได้ผลประโยชน์ ได้ค่าโฆษณา (ปีนี้รัฐบาลทุ่มโฆษณาพันกว่าล้าน มากกว่าภาคธุรกิจเอกชน) หรือเจ็บแค้นทักษิณ ฯลฯ แต่เป็นความพร้อมใจของสื่อจำนวนมาก ตั้งแต่ระดับ บก.ลงไปถึงนักข่าวพื้นที่ ที่เชื่อว่าตัวเองกำลังทำหน้าที่เพื่ออุดมการณ์ เพื่อชาติ เพื่อประชาชน

"""""การโกหกใส่ร้ายป้ายสี เป็นอุดมการณ์เพื่อประเทศชาติ"""""""""

อันที่จริง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ยืนยันว่าหน้าที่ของสื่อไม่ใช่ความเป็นกลาง ความเป็นกลางไม่มี เพราะสื่อต้องเลือกข้างประชาชน

"""""ประชาชนฝ่าย"""เหลือง""หรือ แดง ล่ะ""""""""

ย้ำอีกครั้งว่าผมเห็นว่าสื่อเลือกข้างความถูกต้องได้ ไล่ทักษิณได้ แต่ต้องอยู่ในหลักการประชาธิปไตย

"""""ไล่ทักษินโดยการโกหก ใส่ร้ายป้ายสี(โดยไม่ไล่ไอ้ที่เลวกว่าทักษิน) คือความ""ถูกต้อง"

คุณ เกาทัณฑ์สยบฟ้า…

คุณ เกาทัณฑ์สยบฟ้า… [ชื่อฟังดูดี แต่มีความหมายซ่อนเร้น]

“มุมมองต่างกัน” มิมีปัญหา ครับ

คุณว่า “พลังประชาธิปไตย ฝ่ายก้าวหน้าจะชนะ”

ฟังคำนี้มานาน 20-30 ปีก่อนแล้ว…

ตอนนี้ คนพวกนี้ “หายไปไหนหมด” แล้วล่ะ หรือ “กำลังรับใช้” ใครอยู่

แล้ว “คนรุ่นใหม่ หัวก้าวหน้า” ที่ก้าวขึ้นมาใน “ยุคนี้” มีใครบ้างล่ะ

จตุพร วีระ หรือ ณัฐวุฒิ….

ฟัง “ชื่อ” คุณแล้วทำให้นึกถึง… “จิวยี่” แห่ง สามก๊ก… คือ

จิวยี่ “ผู้ถ่มน้ำลายรดฟ้า” แต่ “รดหน้าตนเอง” [ขอโทษน๊ะ]

ขอให้โชคดี และ ประสบความสำเร็จ ได้รับ “ชัยชนะ” ในการต่อสู้ ครับ…

กระเทยไม่มีเต้าสิ

กระเทยไม่มีเต้าสิ อิจฉาเต้าจิงจนแต๋วแตกอีกแระ

ไอ้หน้าตาดีอย่างหัวหมูสองหัว แป๊ะลิ้ม เจิมสาก นี่นะหล่อตาย

ไอ้เทือก ดำตาโปนแขนคดอ้วนขี้โรค นี่นะหล่อตาย

ตุดเปรม นี่นะสวยตายเต้าก็ไม่มี

เปรต เหงียนมาร์ค นี่นะหล่อตาย หลอกได้แต่กระเทย

แหวะๆๆๆๆ อ้าคๆๆๆๆๆๆๆ นรกยังเมิน

Oh yeah! เขียนบันได

Oh yeah!
เขียนบันได ได้แย้วววววววววววววววววววววว

น่ารักขึ้นตั้งเเยะเลย
ขอให้มีความสุข ความเจริญ นะคะ

:) Happy Sunday

จ๊ะเอ๋ joof! ทำแถไป แถมา

จ๊ะเอ๋ joof!

ทำแถไป แถมา ไม่ทักทาย
เด๋วป้ำ ซะเลยนี่ อิอิ :)

สนธิลิ้ม เจิมสาก นังเสรี

สนธิลิ้ม เจิมสาก นังเสรี ปราโมทย์

สโรชา ยัยปอง(ปาก...) ไพศาล ไอ้ห้อย งี้

สื่อเน่า สส.สอบตก นักวิชาการขายไม่ออก

แช่ม คน พวกนี้เป็นได้แค่กบถโจรโพกผ้าเหลือง

ยังไม่ถึงขั้นจิวยี่เลย..

ส่วนตุดเปรม น่าจะเทียบได้แค่ หัวหน้าขันที

ระดับกบถ10 ขันทีมากกว่า..ฮาฮาฮา

ฮ่วย

ฮ่วย ทักษิณแทรกแซงสื่อจริงป่าวหว่า ?
แล้วถ้าแทรกแซงมากขนาดอย่างที่ใบตองแห้งพูดป่าว?

ทบทวนดีๆ

ทบทวนตามมาตรฐาน รัฐบาลก่อนหน้าหลายๆชุด เอาแค่ ชวลิต ชวน ก็พอ

ถามหน่อย ระดับการแทรกแซงในยุค ชวน มีไหม ?

ระเบิดลงที่สื่อไหน ? การแก้กฎหมาย ITV ริเริ่มในรัฐบาลชุดไหน ?

ขอแค่ว่า ถ้าระดับมันพอๆกันนะ อย่าใส่สีตีไข่ทำให้มันเลวแบบไม่มีที่ติ วิจารณ์ระดับเดียวกับยุคอื่น หรือมากกว่าก็ได้ แต่ไม่ใช่ให้เป็นสุดยอดของความเลว

ปชป.มันถนัดกับเกมแบบนี้อยู่ แล้วตัวเองทำมาหมด แต่เก่งในการโยนให้คนอื่นเลวกว่า คือ สันดานแบบ ปชป. นะ พูดจริงๆเลยนะ คนปกติเขาไม่ทำกัน แบบว่า ทำเลวแต่พูดกลบเกลื่อนปัดโยนไปให้คนอื่นเลวชาตินะ มันสันดานทนาย คนปกติเขาไม่ทำกัน คนเขามีหิริโอตัปปะ ไม่หน้าด้านขนาดนั้น แต่นักการเมืองที่กระสันต์อำนาจอย่างปชป.มันทำได้ทุกอย่าง ไม่รู้จักคำว่า ใจนักเลง ไม่รู้จักคำว่า ลูกผู้ชาย กุ๊ยป๋าเสนาะ พูดจากงี่เง่า แต่ใจนักเลงกว่า เป็นผู้ชายกว่า ไม่ทำอะไรด้านๆแบบ ปชป.

บอกแล้ว การตรวจสอบรัฐบาลในเมืองไทย มันต่ำมาตรฐาน สื่อน่ะ สุจริตใจซะมาก แต่ใจและวิธีคิดการต่ำกว่ามาตรฐาน ทักษิณตอบโต้ตรงจุดนี้ แต่ทำได้ไม่ดี ก็มีให้ตำหนิเยอะ แต่ไม่ถึงกับที่ใส่สีว่า แทรกแซงสื่ออย่างมหาวายร้าย

เคยจำได้ว่ามีใครเคยพูด

เคยจำได้ว่ามีใครเคยพูด หรืออาจเป็นทฤษฎี ไม่แน่ใจ

เคยพูดไว้ว่า ยุคนี้เป็นยุคสงครามสื่อ

ผู้ใดกุมสื่อคือผู้ชนะ หรือ ผู้ใดชนะสงครามสื่อก็คือผู้ชนะ

ยุคนี้ก็เลยเป็นยุคทองของสื่อล้มละลาย สื่อชั่ว

ไร้อุดมการณ์คุณธรรม อะไรก็ได้เพื่ออำนาจ และเงิน

เป็นพวกมือถือสากปากถือศีล โกหกพกลมปั้นน้ำเป็นตัว

ยิ่งกว่าไฟบรรลัยกันต์

สื่อชั่ว นักวิชาการขายตัว นักการเมืองขายตัว ทำได้ทุกอย่าง

สื่อชั่วสามารถพลิกจากผู้ล้มละลายสิ้นเนื้อประดาตัว

จากที่แทบจะเหลือแค่กางเกงในตัวเดียว

กลายเป็นผู้ชนะบนทรากปรักหักพังของประเทศ

พลิกกลับจากผู้แพ้เป็นผู้ชนะ ได้ทั้งชื่อเสียงเงินทอง

มีหนังสือเล่มหนึ่งของสนธิลิ้มเขียนไว้เรื่องหนึ่งคือ

ต้องแพ้ก่อนจึงจะชนะ...น่าคิดไหม ตรงตามคอนเซปท์ทีเดียว

มีสมุนบริวารสาวกที่คลั่งไคร้หลงคารมเหมือนสาวกฮิตเลอร์

ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ มีอำนาจเชิดนายกฯหุ่นกระบอก

เหงียนมาร์ค ที่ต้องการอำนาจเป็นนายกฯสนองตัณหาส่วนตัว

ให้นานที่สุด..ไม่เคยสนใจทุกข์ร้อนปัญหาของประชาชน

เป็นการจงใจ หรือเป็นอาชีพรับใส่ร้ายป้ายสี สร้างเรื่องเท็จรายวัน

กู้เงินภาษีมาโกงกันครั้งมโหฬารอย่างไม่เคยมีใครกล้ามาก่อน

ถือว่าเป็นยุคทองของสื่อและนักการเมืองนรก

แต่เป็นยุคมืดของสังคมและประเทศไทย

ที่เจอวิกฤตพร้อมกันหลายด้าน

ทั้งอำนาจเผด็จการ สื่อชั่ว นักการเมืองชั่ว

และวิกฤตเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจประเทศ

นอกจากนี้ประมุขของประเทศก็มีสุขภาพพลานามัยไม่แข็งแรงนัก

พวกคนชั่วเดนนรกพวกนี้จึงเหิมเกริมแม้กระทั่งขังดองฎีกา..

เป็นเวลาที่มืดมิดไร้แสงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่ยาวนาน

ที่รอวันเปลี่ยนแปลง..

ในหลวงอยู่ในใจทุกวัน ไม่จำเป็

ในหลวงอยู่ในใจทุกวัน

ไม่จำเป็นต้องเอามาหารับประทานเหมือน

ไอ้โกเต็กลิ้ม ไอ้ห้อยเนรวิน ไอ้เหงียนมาร์ค

ตอนทักษิณจัดงานเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ80ปีอย่างยิ่งใหญ่

เอ็งไปแอบหลับที่ไหน ไม่เห็นมาแหกปากชมมั่ง

เหงียนมาร์คขนาดพาทหารเข้าเฝ้าถวายสัตย์รับตำแหน่ง

ยังไม่ยอมเข้าเฝ้าเลือกไปปาฐกถาเป็นโพเดี้ยมแมน

ที่ตลาดหลักทรัพย์ เป็นการไม่ถวายพระเกียรติ

และไม่บังควรอย่างยิ่ง

ทำไมเอ็งไม่แหกปากไล่ไม่แหกปากด่าบ้างล่ะ..ถุย

ไม่นึกว่าอยู่แถวนี้..เลยลืมทั

ไม่นึกว่าอยู่แถวนี้..เลยลืมทัก..อิอิ

วันนี้พอมีเวลา..มาช่วยไล่ตะกวด

หมู่นี้ตะกวดหางเหลือง ดุ และเพี้ยนมาก ระวังหน่อย นะ

เป็นตะกวดพันธุ์กระเทยซะด้วย..ดุ แถมอิจฉาตาเป็นไฟ

เห็นวันก่อน เรื่องไข่มด โอ้ว... สุดยอด ประทับใจมั้กๆ

ฝีปากรุดหน้าเฉียบขาด หาคนปะทะยากซะแล้ว..อิอิ

ป้ำจิงเหรอ...อิอิ ..อายพระจันทร์ท่านกำลังมอง..อิอิ

สุขสันต์วันอาทิตย์สีแดง...รอวันแดงเดือด..โจรผ้าเหลือง

ต้องวิ่งหนีจนผ้าเตี่ยวหลุดแน่.......อิอิอิ...เอะ..ใครเลียนแบบ..

ป้ำจิง อิอิ.. ไม่ต้องอายร๊อก

ป้ำจิง อิอิ..

ไม่ต้องอายร๊อก มีแต่พระอาทิตย์
พระจันทร์ไม่เห็นค่ะ

คุณยอมให้ป้ำแน่ๆเลย
หวาดเสียวมั๊ยเนี่ย?

('v')"

-----------------------------

------------------------------------------------------------------

ทักษิณ” เกิดเพราะสื่อ ตายเพราะสื่อ

------------------------------------------------------------------

คนใกล้ชิด ทักษิณ ชินวัตร เคยบอกว่า

“ทักษิณเป็นคนที่ไม่อาฆาต แต่ความจำดี และเขาไม่เคยลืมรอยแผลเป็นในหัวใจ ไม่ว่าเวลาจะนานเท่าไหร่”

ถึงวันนี้ เขาจึงจำไม่ลืม ว่าใคร ? ทำให้เขา “บ้านแตกสาแหรกขาด”

ใคร ? หน้า ไหนที่เที่ยว อ้อนวอน หรือ ข้อร้อง ให้ทักษิณยุติความเคลื่อนไหวทั้งปวง ด้วยห่วงว่าความเคลื่อนไหวนั้นจะส่งผลเสียหายแก่ประเทศชาติ

ใคร ? หน้านั้น หาได้รู้จักทักษิณอย่างลึกซึ้งไม่

ทักษิณมีคาถาที่ได้มาจากเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารบทหนึ่ง

มีว่า “ผมจะทำอะไรแล้วแพ้ไม่ได้ เพราะยึดหลักที่ว่า ตายเสียดีกว่าอยู่อย่างผู้แพ้”

ทักษิณเคยเป็นตำรวจที่มีหัวการค้า เขารู้จัก“หาเงิน”ทั้งที่ยังสวมเครื่องแบบ

ก. พ.ให้ทุนไปเรียนเมืองนอก ทักษิณเลือกเรียนคอมพิวเตอร์ กลับเมืองไทยเข้าหุ้นกับเพื่อนตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ไอ ซี เอส ไอ ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาให้กรมตำรวจเช่า

ทำธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “การสื่อสาร” ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น วิทยุบนรถเมล์(บัสซาว์ด) วิทยุติดตามตัว “โฟนลิงค์” , โทรศัพท์มือถือ , โทรศัพท์บ้าน , เคเบิลทีวี.(ไอบีซี)

จนได้เป็นเจ้าของโครงการดาวเทียมไทยคม เป็นเจ้าของธุรกิจโทรคมนาคมที่ยิ่งใหญ่ “แจ้งเกิด” ในนาม อัศวินคลื่นลูกที่สาม อย่างสง่างาม

๐ ๐ ๐

ทักษิณเคยเล่าให้คนใกล้ชิดฟังว่า พ่อของเขาเคยเตือนว่า

“จำ ไว้นะลูก ถ้าฐานะยังไม่ดีจริง ๆ อย่าเล่นการเมือง เล่นการเมืองต้องเสียสละมาก ดูอย่างพ่อสิ ต้องเสียทั้งเงินทั้งเวลา แล้วยังเดือดร้อนครอบครัวอีก”

ทักษิณเชื่อฟังคำสอนของพ่อ เขารอจนรวยเพราะธุรกิจการสื่อสารอย่างเต็มที่แล้ว จึงลงเล่นการเมือง

เมื่อเล่นไปแล้ว การเมืองทำให้เขา “ต้องเสียงทั้งเงินทั้งเวลา แล้วยังเดือนร้อนครอบครัว” อย่างที่พ่อเขาเจอมาแล้วจริง ๆ

ระหว่าง เรืองอำนาจทางการเมือง มีทรัพย์ศฤงคารที่ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด หากจำได้ว่าทรัพย์สมบัติเหล่านั้นอยู่ตรงไหน ไปเอามาใช้สัก 10 ชาติก็ยังไม่หมดนั้น

เครื่องมือสื่อสาร คือ ทีวี.ผ่านดาวเทียมชื่อ เอเอสทีวี. ถ่ายทอดการขุดคุ้ยความร่ำรวยอันมหาศาลของเขา ผ่านริมฝีปากกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ติดต่อกัน 24 ชั่วโมง วันแล้ววันเล่า

ทักษิณรู้ ทักษิณเห็น…กลับยิ้มเล็กยิ้มน้อย มองอย่างหยามหยัน ว่า

ใครจะมีปัญหาดู ทีวี ผ่านดาวเทียมอยู่ได้ตลอดเวลา เพราะมันต้องใช้ “จาน” ไม่ใช่ “ฟรีทีวี.”

๐ ๐ ๐

วันเกิดที่ผ่านมา.. ทักษิณ ชินวัตร บอกกับชาวบ้านว่า เขาจะเปิด ทีวี. 100 ช่อง แบ่ง 3 ช่องให้แก่ชาวบ้านใช้

ช่องหนึ่งจะโฆษณาขายสินค้าโอท๊อป

ช่องหนนึ่งจะสอนชาวบ้านแก้จน

อีกช่องหนึ่งจะสอนหนังสือเด็ก ๆ ด้วยการจ้างครูเก่ง ๆ มาสอน…

ผู้คนในรัฐบาลผสมที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ

ได้ยินแล้ว.. ต่างยิ้มเล็กยิ้มน้อย หยามหยันแนวความคิดของทักษิณ เหมือนเห็นเป็นเรื่อง โปกฮา…

ใครจะมีปัญญาดู ทีวี.ผ่านดาวเทียมอยู่ได้ตลอดเวลา เพราะมันต้องใช้ “จาน” ไม่ใช่ “ฟรีทีวี.”

ทักษิณคนเดียวที่รู้ว่า นี่คือเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ในการดึงมวลชนมาเป็นพวกเพื่อคืนสู่อำนาจอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่เพราะการสื่อสารดอกหรือที่ทำให้เขารวย ?

ไม่ใช่เพราะการสื่อสารหรอกหรือที่ทำให้เขาดับ ?

ก็ถ้าเขาจะฟื้น… ทำไม เขาจะฟื้นด้วยการสื่อสารอีกไม่ได้ ?

๐ ๐ ๐

แทนการ “โฟนอิน” เข้าหาประชาชนในชนบท นาน ๆ ครั้ง ด้วยการกำหนดวันเวลาให้ทุกคนรอคอย

นับจากนี้ไป หาก “แม่ยกรากหญ้า” คิดถึง ทักษิณ

เปิด ทีวี.ช่วงสาย อาจได้ดูรายการ “ก่อนบ่ายส่ายหน้า”ที่เอาผลงานรัฐบาลมายำจนเละเทะ

เปิด ทีวี.ยามบ่าย อาจได้ดูรายการ “สอนให้ทำอาชีพนั้นอาชีพนี้”

เปิด ทีวี.ยามเย็น อาจได้เห็นหน้า “ทักษิณร้องเพลง…สบาย สบาย ฉันจะกลับมา”

เปิด ทีวี.ยามค่ำ อาจได้เห็นข่าวทักษิณ บินไปเจรจาการค้ากับประเทศมหาเศรษฐี

เปิด ทีวี.ยามดึก อาจได้เห็นข่าวกีฬากอล์ฟ ที่ทักษิณออกรอบกับมหาเศรษฐีประเทศน้ำมัน

เปิด ทีวี.ยามดึกมาก อาจได้เห็นทักษิณกอดกันกลมกับสมเด็จฮุนเซ็น

ส่วน…. ข่าวการกัดกันของนักเมืองไทยร่วมรัฐบาลเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์

หรือการปีนเกลียวของนักการเมืองกับคนในเครื่องแบบ

ละครตบจูบ จูบตบ..ก็ยังคงมีให้ดูทาง ฟรีทีวี.ทุกช่องต่อไป – ฮา

หาก “แม่ยกรากหญ้า” สะอิดสะเอียนกับรายการเหล่านั้น

เพียง กดลงไปที่ “ปุ่ม” เปิดหน้าเครื่องรับ ทุกคนก็จะเห็น รอยยิ้มเศร้า ๆ และเสียงอ้อยสร้อย ของ ทักษิณ

ไม่จำเป็นต้องรอคอย “โฟนอิน” อย่างโหยหาอีกต่อไป

แล้วพรุ่งนี้ ทักษิณ ชินวัตร ก็จะกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของ “แม่ยกรากหญ้า” อีกครั้ง อย่างยาวนาน !

-------------------- สื่อทักษ

--------------------

สื่อทักษิณ...สื่อมวลชน

---------------------

บ้างประกาศ เลือกข้าง โจรปล้นชาติ

บ้างขี้ขลาด อีแอบ บอกกลางใส

บ้างเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย น่าตกใจ

ผลประโยชน์ เขายื่นให้ เปลี่ยนสีพลัน

-----------------------------------

นี้คือสื่อ รับใช้ เหลี่ยมทักษิณ

เศษเนื้อโยน ให้กิน ก็แปรผัน

จากเฝ้าบ้าน เป็นช่วยขาย แบ่งปันกัน

จรรยาบรรณ ไม่สำคัญ แต่อย่างใด

--------------------------------

สื่อมวลชน นั้นหรือ มีความหมาย

เพื่อส่องแสง ก่อประกาย ทางสดใส

เป็นตะเกียง นำทาง สว่างไกล

ให้ประชา รู้ได้ เท่าเทียมกัน

----------------------------

คุณต้องไม่ เป็นกลาง ต้องเลือกข้าง

ความถูกต้อง ทุกอย่าง ให้สร้างสรรค์

ต้องเป็นธรรม ยึดความจริง ทุกสิ่งอัน

คุณต้องกล้า สู้มัน คนไม่ดี

--------------------------

หากไม่กล้า บอกกลาง ด้วยขี้ขลาด

คุณก็ไม่ สามารถ จะหลีกหนี

คำว่าสื่อ ทักษิณ ได้อยู่ดี

สื่อต้องกล้า เต็มที่ เพื่อมวลชน

------------------------------

พวกคุณเลือกวันชุมนุมคร่อมวันห

พวกคุณเลือกวันชุมนุมคร่อมวันหยุดยาว แล้วใครจะไปอยู่กรุงเทพฮึ ผมต้องกลับบ้านเพราะวันหยุดยาวหลายวัน ครั้งช่วงสงกรานต์ก็เหมือนกัน ก็แบบนี้แหละ มักเลือกชุมนุมตรงช่วงผมไม่อยู่กรุงเทพทุกทีเลย แหมถ้าเลือกวันที่ผมอยู่กรุงเทพคงสนุกดีนะ

น้าีู้รู้ได้งัย รู้ดีจริงๆ

น้าีู้รู้ได้งัย รู้ดีจริงๆ เฮ้อ

วงการสื่อส่วนใหญ่มีอีโก้กันทั

วงการสื่อส่วนใหญ่มีอีโก้กันทั้งนั้น ยิ่งยุคนี้การข่าว การสื่อสารยิ่งไว ยิ่งแข่งขัน คงจะยากที่สื่อจะยอมเปลี่ยน

ประเทศนี้มันยังมีสิ่งที่เรียก

ประเทศนี้มันยังมีสิ่งที่เรียกว่าสื่ออีกหรือ ในขณะนี้ ต้องบอกว่าไม่มี มันมีแต่ไอ้พวก18มงกุฏ ที่ทำมาหาแดกโดยการหลอกลวงตอแหลโกหกผู้คน แบบชนิดที่ไม่เคยมีความรับผิดชอบ

นับแต่ไหนแต่ไรมาแล้วตั้งแต่อดีต ที่เหล่าเศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่าของตอแหลแลนด์ที่ได้ใช้วิธีการชั่วๆสารเลวโดยการปล่อยข่าว แม้นแต่เรื่องของปรีดี
ประชาชนในตอแหลแลนด์ที่ถูกปกครองแบบสอนให้โง่ี ย่อมที่จะมีความเชื่อว่า ไอ้สิ่งที่พวกเศษกระดาษเปื้อนหมึกมันบอกคือเรื่องจริง นั่นเพราะ คนที่ถูกกล่าวหาใส่ร้ายโดยพวกเศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่า นั้นแทบไม่มีโอกาศที่จะออกมาแก้ตัวได้เลย
เพราะไอ้เศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่ามันจะสกัดกั้นไม่ยอมออกให้หรือขยำจดหมายทิ้งไม่ยอมลงตีพิมพ์

คำกล่าวที่ยังคงเป็นจริงนับตั้งแต่ยุคเผด็จการตั้งแต่หลังรัฐประหารในปี2490 นั่นก็คือ
พวกที่คอรับชั่นหรือมีชนักปักหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกข้าราชการประจำ(ที่ไม่ใช่สายคุมกำลังรบ)และพวกนักการเมือง(กินเมือง) ย่อมที่จะกลัวพวกสื่อกลัวการขุดคุ้ยของสื่อ ดังนั้นสิ่งที่พวกสารเลวเหล่านี้ จะหยิบยื่นให้กับพวกเศษสื่อเน่า นั่นก็คือการแบ่งเศษผลประโยชน์ให้ เพื่อปิดปาก สรุปสั้นๆคือร่วมกันแดก

และคำกล่าวอีกคำหนึ่งที่ว่า พวกสื่อมันจะกลัวคนจริงที่มีเงิน นั่นเพราะคนจริงที่ใจนักเลงและมีเงิน ย่อมจะใช้มือปืนไปยิงหัวของพวกเศษสื่อเน่้า ให้มันระเบิดเหมือนกับลูกแตงโมที่ถูกยิง ส่งเศษสื่อเน่ารายจัญไรที่ว่าไปลงนรก พวกเศษสื่อเน่าจะกลัวพวกนี้ และในประเทศตอแหลแลนด์นี้ เวลาที่พวกเศษสื่อเน่าถูกยิงร่วงกองลงกับพื้นลงนรก ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะมักอนุโมทนาสาธุไปด้วยว่า ตายโหงไปได้เสียก็ดี ไอ้เศษสื่อเน่ารายำอย่างนี้
เหตุการณ์เยี่ยงนี้ เรายังสามารถเห็นไำด้ในปัจจุบัน ที่เห็นเศษสื่อเน่าบางตัวโดนชกปากออกอากาศ ซึ่งมันคือการแค่ีการสั่งสอนกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นว่าให้ลดความเลวรายำ ลงบ้าง
ยุคเผด็จการสฤษดิ์ ใช้วิธีการส่งทหารบุกเข้าไปทุบแท่นพิมพ์ทิ้ง และหนักถึงขั้นลากพวกเศษสื่อเน่าไปยิงทิ้ง
ดังนั้นจะเห็นว่าในยุคสฤษดิ์ จึงไม่มีแม้นแต่หมาเศษสื่อเน่ากล้าออกมาเห่าใส่สฤษดิ์ มีแต่เขียนบทความสรรเสริญเยินยอสฤษดิ์ว่าดีอย่างนั้นดีอย่างโน้น เป็นบุรุษเหล็กที่มีคุโณปกรณ์ต่อตอแหลแลนด์ ไม่มีแม้นแต่ีหมาที่จะกล้าเห่าใส่สฤษดิ์เลยจริงๆ เพราะสฤษดิ์ ถ้าไม่ใช้วิธีฆ่าก็จับขังลืม แต่ทว่าเมื่อสฤษดิ์ตายเท่านั้นแหละ ไอ้พวกเศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่า
ต่างพากันกรูออกมาเห่าใส่สฤษดิ์แบบชนิดรายวันนานเป็นปี นี่คือตอแหลแลนด์

มันมีสื่อประเทศไหนบ้างที่จะเหมือนสื่อของคตอแหลแลนด์ นั่นคือ บ้างกระทำตัวเป็นเจ้าพ่อ บ้างกระทำตัวเป็นพ่อเล้าเคยมีเศษสื่อเน่าบางตัวถึงกับขั้นรับสินบนจากโสเภณีข้ามชาติ(สินบนอาจใช้เรือนร่างจ่าย)มาโฆษณาให้ชายไทยไปใช้บริการ นี่มันเหี้ยได้ขั้นนี้ บางรายเหี้ยขนาดเป็นธุระจัดหาเซ็กส์ทัวร์
บางรายรายำถึงขั้นค้ายาเสพย์ติด บางรายอัปปรีย์พิมพ์สิ่งพิมพ์ลามกออกมามอมเมาประชาชน ส่วนไอ้เรื่องการเต้าข่าวเพื่อใช้มาทำการแบล็คเมลล์รีดไถ นี่คือสันดานที่ปรกติแบบไม่ปรกติของเศษสื่อเน่าตอแหลแลนด์ บางรายก็รายำอัปปรีย์ถึงขั้นมีการฝากบุคคลเข้ารับตำแหน่งในทางราชการระดับสูง9ล9
ความอัปปรีย์เยี่ยงนี้ ในประเทศอื่นๆไม่ว่าจะพัฒนาแล้วหรือด้อยพัฒนามันแทบไม่เคยปรากฏ แต่ทว่า ของไอ้ตอแหลแลนด์นี่ มันปรากฏจนเป็นอาจินต์

มันปฏิเสธไม่ได้ ว่าตัวกาฝากที่บ่อนทำลายประเทศนี้ ที่ได้บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย ทำให้ตอแหลแลนด์ตกอยู่ในสภาพที่เรียกว่า ไม่มีสงครามแต่ก็ไม่มีสันติภาพ ตกอยู่ในสภาพดินแดนแห่งคอรับชั่น ดินแดนแห่งความโง่เขลาที่ลุ่มหลงมัวเมาในไสยาศาสตร์และอบายมุขที่เต็มไปด้วยความโลภ ตกอยู่ในสภาพดินแดนของทรราชที่แสร้งทำเป็นมีเมตตา(benevolent tyrant) นั้นก็ต้องนับรวมเอาเศษสื่อเน่าเข้าเป็นกาฝากตัวหนึ่งที่ได้ร่วมกันก่ออาชญากรรมทำลายแผ่นดินนี้ด้วย

มันต้องรู้จักความเคารพตนเอง นั่นคือ ต้องรู้จักทำสิ่งที่มันเรียกว่าสื่อ นั่นคือการเสนอข่าวที่มันเป็นจริง ไม่ใช่ข่าวที่เต้าขึ้นมา หรือข่าวที่มันเลือกข้าง หรือเสนอข่าวที่มันมีความจริงที่ปิดบัง
ถ้าหากต้องการที่จะให้ประเทศนี้ มันเจริญรุ่งเรือง และสามารถแก้ไขวิกฤติต่างๆได้ นั่นก็ต้องมีแต่ที่จะเสนอเรื่องจริงเท่านั้น
ที่ไม่มีการลูบหน้าประจมูก
เลิกสอนกันซะที หรืออย่ามาใช้สำนวนศรีธนญชัยมันเสียที ที่บอกว่า สื่อนั้นเพียงแต่เสนอข่าว ส่วนวิจารณญานให้เป็นหน้าที่ของคนอ่าน เพราะมันเน่าเกินไป มันเป็นคำแก้ตัวที่สถุลเกินไป

ทำไมแม่ยกรากหญ้านี่ ฟังๆดู

ทำไมแม่ยกรากหญ้านี่ ฟังๆดู มีสภาพเหมือนควายๆยังไงไม่รู้ อิ อิ อิ ครือว่า ถ้าไม่ควายพอ ใครเขาจะยอมเอาตัวเองไปให้ไอ้เฮี่ยเหลี่ยมมันล้างสมองขนาดนั้น หือ อิ อิ อิ กร๊ากกกกก กั่กกกกกๆๆๆๆ

เอาเถอะ ผมไม่เชื่อหรอกว่าคนที่เข้าร่วมกับพันธมิตร เป็นเพราะโดนล้างสมองจากเอเอสทีวี ผมว่าเป็นเพราะพฤติกรรมของไอ้เหลี่ยมเองมากกว่า คนเขารู้ดี ถึงได้ ทนๆสนธิได้ในบางเรื่อง เพราะเรื่องใหญ่กว่า สำคัญกว่า ความทะลุ่มทะลุ่ยของสนธิ ก็คือ เรื่องที่ไอ้เหลี่ยมมันเล่นการเมืองแบบไร้สำนึก ลุแก่อำนาจ เลียนแบบพรรคนาซีแทบทุกกระเบียดนิ้ว นี่แหละ ที่มัน ยอมรับไม่ได้

แต่ผมก็เชื่อว่าพวกเสื้อแดงส่วนใหญ่ รักทักษิณเพราะโดนล้างสมองจากสื่อระยำของไอ้เหลี่ยมจริง แต่มันก็เลยจุดสูงสุดไปแล้ว ตอนนี้ผู้คนที่เคยงมงาย ก็มีบางส่วนเริ่มทยอยๆกันหูตาสว่างขึ้นแล้ว ใครยังจะงมงายต่อ ก็ ตามใจมัน มันคงมีเหตุผลของมัน แต่อย่าเที่ยวมาใช้ความรุนแรงกับคนอื่นๆก็แล้วกัน เราปล่อยให้พวกมันเหิมเกริม จนได้ใจ มากเกินไปแล้ว น่าจะถึงเวลา ต้องกระทืบพวกมันคืนบ้างได้แล้ว ไอ้พวกชั่วทั้งหลาย

สำหรับผม ผมไม่สนหรอกว่ามันจะเป่าหูควายของมันยังไงต่อไป ปล่อยให้มันทำเลย คนกับควายสู้กันสักตั้ง จะเป็นไรไป ขอให้สู้กันแฟร์ๆก็แล้วกัน พวกมึงพูด พวกกูก็ต้องได้พูด ไม่ใช่ให้พวกมึงเห่าอยู่ข้างเดียว พอกูจะพูด พวกมึงก็เที่ยวมาไล่กระทืบ เหมือนสมัยไอ้เชี่ยเหลี่ยมมีอำนาจ แบบนั้นมันถึงต้องไปเรียกให้ทหารเขาลุกขึ้นมาถีบหน้ามันออกไปจากเก้าอี้ไง กรรมที่มันก่อไว้เองแท้ๆ ไอ้พวกอาจารย์เฮี่ยๆ สายคอมมิวนิสต์ มันทำเป็นมองไม่เห็น หลับหูหลับตา หวังจะใช้ไอ้เหลี่ยมเป็นเครื่องมือ มันก็ ควายพอๆกันนั่นแหละ คิดจะใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือทั้งคู่ ถึงได้กลายเป็นตัวน่าทุเรศอยู่ทุกวันนี้ยังไง แต่มันยังไม่ถึงที่สุดหรอก ยังต้องลำบาก และโดนด่าโดนประนามอีกเยอะ ตลอดชั่วลูกชั่วหลาน และประวัติสาสตร์จะบันทึกไอ้พวกขายชาติเหล่านี้ นามสกุลพวกมัน จะเป็นนามสกุลต้องห้าม คอยดูไปเถอะ อิ อิ อิ กร๊ากกกกกก กั่กกกกกๆๆๆๆๆๆ

นานๆจะเห็นความเห็นที่มีสาระพอ

นานๆจะเห็นความเห็นที่มีสาระพอทนอ่านได้บ้างของเดอะขี้เท่อ
.แต่ทำไมไม่ยักเขียนความจริงตรงไปตรงมา

.ใครทำให้ทักษิณบ้านแตก

ที่จริงก็คือความอิจฉาริษยา
พวกที่ดูถูกคนไทย ไม่เคารพเสียงคนส่วนใหญ่
ไม่เคารพกติกาประชาธิปไตย เป็นพวกไม่มีฝีมือ ความสามารถ
สังเกตุได้บรรดาสาวกลูกหาบทั้งหลายที่ยังเหนียวแน่นต่อศาสดาลิ้ม
จะเป็นพวกขี้อิจฉาตาร้อนชอบใส่ความโกหกไฟแลบ
โกรธเกลียดเห็นใครเด่นดีดังเกินหน้าไม่ได้
ต่อมแต๋วจะทะลักจน อกจะแตกตายต้องระบายความอิจฉาโกรธแค้น

ขี้อิจฉาแต่อยากมีอำนาจ สื่อล้มละลายขายตัว
โดยมีแป๊ะลิ้ม เจิมสาก สโรชา เสรี พวกสส.สอบตก
นักวิชาการขายไม่ออก ต้องหาวิธีมีอำนาจทางลัด

ที่สำคัญก็คือ นายใหญ่เกย์เฒ่าบ้าอำนาจเจ้าของมือที่มองไม่เห็น
สนธิบิ๊กบังแขกกบถ โดยมีตัวเสริมหุ่นเชิดกระหายอำนาจ..
คือ นายเหงียนมาร์ค เทือกแขนคด ไอ้ห้อย
และเหล่าลูกหาบพรรคประชาธิปด.

.สรุป เพราะไอ้สนธิ สองตัว
ซึ่งต้องจดจำชั่วลูกหลานเป็นชื่อ
ที่ทำลายประชาธิไตยไทยมากที่สุด กับหนึ่งตุดเฒ่า
กะอีก ดช.เหงียน มาร์ค...จริงไหม..เท่อ

ผมเองติดตามสื่อหลักมานาน

ผมเองติดตามสื่อหลักมานาน ได้เห็นสื่อหลายท่านมีคุณธรรม และรักษาความมีอุดมการณ์ แต่คนเหล่านั้นที่ผมรู้จักบัดนี้ตายไปแล้ว ทำไม ผมถึงกล่าว อย่างนั้น
เพราะ ข้อสังกตุ ดังนี้

1. ท่านอภิสิทธิ์ชนกลุ่มหนึ่งของสังคมไทยคือ สื่่อ เพราะเป็นลุ่มคนที่ได้ชื่อว่าไม่ว่าอำนาจไหน ๆ ก็ต้องเกรงกลัวหมด เหมือนอย่างที่คุณ ใบตองแห้ง กล่าวละครับ เช่น ใคร่จะฆ่าประชาชน ใคร่จะฆ่าประชาธิปไตร ก็ไม่โกรธ เท่ากับคนรู้ทัน คนไม่ให้ความร่วมมือกับสื่อ การไม่ให้ข่าวกับสื่อสมัยคุณทักษิณเป็นนายก การจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แพ้เกมทักษิณตลอด เป็นเรื่องที่สื่อทนไม่ได้ โกรธแบบ หัวฟัดหัวเวี่ยงแบบยอมตาย แต่ไม่ยอมเสียหน้า

2. การสนับสนุนการฆ่าประชาธิปไตรของสื่อ โดยการสันสนุนให้ทำรัฐประหาร แถมยังเอาตัวไปแสดงเป็นผู้รับผลประโยชน์จากการฆ่าประชาธิปไตรอีก ผมคงไม่ต้องกล่าวว่ามันเป็นอุดมการณ์ที่ดีเลิศขนาดไหนสำหรับหน้าที่ผู้สังเกตการณ์และกระจกเงาสะท้อนภาพของสังคม

3. ความเป็นกลางของสื่อ ในอดีตสื่อหลายท่านแสดงให้เห็นแล้วว่าท่านทำหน้าที่เป็นผู้เลือกข้างประชาชน และประชาธิปไตรได้อย่างชัดเจน แต่ปัจจุบันสื่อหลายท่านสามารถพูดได้อย่างเต็มปาก เต็มคำหรือไม่ว่า ท่านเลือกข้างประชาชนไม่ใช้ผลประโยชน์จากการที่รัฐบาลทุ่มโฆษณาพันกว่าล้าน มากกว่าภาคธุรกิจเอกชนซะอีก

ใครแยกตัวจากทักษิณ กระทั่งขี้ยังหอม เพราะมาเป็น ... (ม .14) แต่เทียบกับคำกล่าวที่ว่า "ข้อหาอะไรจริงเท็จไม่สน เล่นด้วยหมด ใครยังเป็นพวกทักษิณ เลวชั่วหมด" ก็เป็นอุมดการณ์ที่ดีเลิศขนาดต้องยกขึ้นหิ้งเลย

4.สื่อต้องเลือกข้างประชาชน เป็นปากเสียงแทนประชาชน เรื่่องนี้จริงไม่จริงต้องดูว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการอะไร แต่เท่าที่ดูก็จะเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ เขาเลือกอะไรกัน แล้วท่านสื่อละครั้บท่านเลือกข้างใคร่

นายเหลี่ยมล้างสมองว่ายังไง???

นายเหลี่ยมล้างสมองว่ายังไง???

กระผมยังไม่เห็นว่านายเหลี่ยมล้างสมองใครที่ไหน??

เสื้อแดงออกมาสู้เพราะเขาเสียผลประโยชน์

เมื่อก่อนตอนทักษิณอยู่ชาวบ้านมีกินมีใช้

หนี้สินไม่ค่อยมี ค้าขายซื้อง่ายขายคล่อง

แต่พอเจ็กกาบถพวกมารเสื้อเหลืองออกมาป่วนบ้านเมือง

ยิ่งปฏิวัติ ยิ่งไปกันใหญ่ 3-4ปีที่พันธมารออกมาบ้านเมืองวิบัติ

ไปเท่าไหร่..บ้านเมืองจากหน้ามือเปลี่ยนเป็นหลังเท้า

ชาวบ้านเขารู้ สัมผัสได้ และเขาไม่ได้ดู ASTV จะดูทีวีแดงก็ไม่มาก

ถ้านายเหลี่ยมไม่มีฝีมือแบบสุรยุทธ เหงียนมาร์ค แป๊ะลิ้ม ฯลฯ

ล้างสมองยังไงชาวบ้านก็ไม่เชื่อ

เมื่อก่อนตอนประชาธิปดเป็นฝ่ายค้าน ASTV พอทนดูได้เพราะ

ต่างจากสื่อหลัก แต่ตอนนี้เห็นชัดเจนว่าโกหกทั้งเพ

ลองบอกมาสักเรื่องที่เกี่ยวกับการเมืองสิที่ ASTV และ

ประชาธิปดไม่โกหก

เปิดดูทีไรโกหกล้วนๆ ล้างสมองจนเอ๋อ แต่ขอโทษ

ทนดูไม่ได้ใส่ร้ายและหยาบคายมาก ต้องรีบเปลี่ยนช่อง

สื่อหลัก เนชั่นเมื่อก่อนก็พอดูได้แต่เดี๋ยวนี้ทนดูแทบไม่ได้

ต้องรีบเปลี่ยน เดี๋ยวเกิดอารมณ์ ถีบทีวีกระเด็น ก็เสียดายแย่ อิอิ

เห็นมีแต่ควายหางเหลืองและลูกหมีฯไม่กี่ตัวแถวนี้ที่ไม่พัฒนา

สมองถาวร โง่ถาวรไม่เคยคิดออกนอกกระลาที่ถูกล้างสมองมา

ไม่เคยแหกตาดูโลกรอบๆตัวดูชีวิตจริงชาวบ้านตอนนี้

ว่าหมดที่พึ่งขนาดไหน

ยิ่งวันควายแถวนี้ก็ยิ่งหลงตัวเองบ้าอำนาจ

เผด็จการเต็มตัวถ้าเถียงว่าไม่ใช่

ถามจิงๆทำไมยังนิยมตุดเปรม

และสุรยุทธ ทั้งที่ทำเรื่องชั่วๆที่ฝืนพระราชดำรัส

ทั้งพาทหารมายึดอำนาจ ทำลายประชาธิปไตย

ไปยึดเขายายเที่ยงเป็นสมบัติส่วนตัว

ทั้งที่อ้างคุณธรรมความซื่อสัตย์ ผิดกฎหมายชัดๆ

ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดา นอนคุกลืมหรือต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ

แต่ยังเสนอหน้าเข้าเฝ้า ไม่อายในหลวงซะบ้างเลย

และพันธมารทำไมต้องยึดสนามบินทำให้ประเทศเสียหาย??

ช่วยตอบให้เป็นภาษามนุษย์หน่อยสิ ที่อ้างว่าไม่ถูกล้างสมอง

คงไม่มีสมองให้ล้างมากกว่า..ฮาฮาฮ่า..

บอกว่าที่ไม่แฟร์

บอกว่าที่ไม่แฟร์ โถหนูเข้าใจแถจนสีข้างไหม้เกรียมเชียว

ปู่ก็เห็นหนูนั่นแหละตัวดีเข้ามาฝอย อวดสรรพคุณ

อวดอุตริ โกหกพกลมเป็นประจำ

ใส่ร้ายป้ายสี เป็นประจำ

ใครไม่เห็นด้วยก็ด่าหยาบๆคายๆ

ที่จริงถ้าดูความเห็นของหนูนั่นแหละแทบจะมาก

ยาวยืดยื้อกว่าทุกคน..พองอนก็หายไปพักๆ

แล้วก็โผล่เปลี่ยนชื่อมาใหม่ทุกครั้ง

ลองไปเข้าเว็บผู้จัดกากสิ ใครเห็นต่างได้

ถ้าเห็นต่างแรงๆมันแบน100% ไม่มีสิทธิ์อุธรณ์

แต่ก็ไม่เคยคิดจะเข้าไปเล่นให้เสียเวลา

เพราะมีแต่ความเห็นโง่ๆควายๆ ฮาฮาฮา

เล่นที่นี่หรือที่อื่นสนุกกว่าเยอะ..อิอิ

“พลังประชาธิปไตย

“พลังประชาธิปไตย ฝ่ายก้าวหน้าจะชนะ”

ฟังคำนี้มานาน 20-30 ปีก่อนแล้ว…

ตอนนี้ คนพวกนี้ “หายไปไหนหมด” แล้วล่ะ หรือ “กำลังรับใช้” ใครอยู่

แหม แช่มถามดี

ก็เพราะไอ้พวกเฮี่ยนี้แหละ พลังประชาธิปไตยจึงยังไม่ค่อยก้าวหน้า (ทั้งไอ้คนรับใช้ และไอ้คนที่ใช้)

แต่ยังไงมันก็ต้องแพ้สังขารเข้าสักวันหนึ่งแหละ รอได้

อ้าว!! ก็ดีแล้วไง

อ้าว!! ก็ดีแล้วไง รวยก่อนแล้วมาเล่นการเมือง จะได้ไม่เป็นข้อครหา
ไอ้ที่ผ่าน ๆ มา มีแต่จนมาก่อน เล่นการเมืองแล้วรวยโคตร ชอบแบบนี้กันหรือไง

เพื่อเพิ่มอรรถรสในการวิพากษ์ว

เพื่อเพิ่มอรรถรสในการวิพากษ์วิจารณ์ความเห็นของคุณใบตองแห้งในบทความนี้ให้กับทุกท่าน ผมขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมสักนิดนะครับ

ในยุคแม้วนั้นการใช้สื่อการควบคุมสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์แบบโปรปะกันดานั้นเน้นหนักที่สื่อทีวีครับ แม้วนั้นเชื่อว่าผู้คนเสพสื่อทีวีต่อเนื่องและยึดติดประจำ อย่างเช่นดูและฟังสรยุทธทุกเช้าอะไรทำนองนั้น การให้ข้อมูลด้านเดียวผ่านสื่อทีวีจะได้ผลที่สุดเมื่อผู้รับชมรับฟังส่วนใหญ่เป็นนักฟังนักชมไม่ใช่นักคิด ข้อมูลที่กรอกผ่านหูผ่านตานั้นมันไม่มีหลักฐานข้อคิดให้ใช้สมองกลับมาประมวลได้ เหมือนกับข้อเขียน หรือการให้สัมภาษณ์ที่ถูกตีพิมม์ทุกคำโดยละเอียด เคยได้ยินมาว่าทีมงานแม้วให้ความสำคัญกับสื่อทีวีมากที่สุดส่วนพวกสิ่งพิมม์แกถือว่า แค่เอางบรัฐจากหน่วยงานต่างๆจ่ายค่าโฆษณาให้ก็พอเพียงที่จะทำให้เจ้าของสื่อต่างๆรู้งานแล้ว

บทความบทนี้ของคุณใบตองแห้งเอง ถ้าอ่านดีๆก็จะพบว่าตัวผู้เขียนมีพัฒนาการการทำหน้าที่สื่อ ประเภทข้อเขียนบทความเป็นยุคๆเหมือนกัน และก็มีสามัญสำนึกพอที่จะเข้าใจว่าข่าวหรือบทความที่เขียนในกาลเวลาหนึ่งในสำนึกอย่างหนึ่ง อาจมีสภาพเปลี่ยนไปเป็นข้อความประเภทสป็อตโฆษณาได้ เมื่อความจริงปรากฏขึ้นในอีกกาลเวลาหนึ่ง

ในขณะที่ตัวสื่อหรือเจ้าของสื่อนั้นพัฒนาการการอยู่ร่วมกับรัฎฐาธิปัตย์แต่ละยุคไปจนถึงชั้นไร้สภาพไร้ตัวตนไร้อุดมการณ์ไร้หลักการทางนิเทศน์ศาสตร์ไปนานแล้ว เจ้าของสื่อนั้นก็เหมือนเจ้าของกิจการค้าทั่วไป ใครจะมาเป็นรัฐบาลไม่สำคัญเท่าธุรกิจตัวเองอยู่รอด จะเป็นธุรกิจทีวีหรือหนังสือพิมม์ก็ไม่ต่างกันนัก

นักธุรกิจการเมืองที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์นั้นฉลาดพอที่จะเลือกใช้สื่อที่มีอิทธิพลสูงสุดในการจูงใจผู้บริโภคให้ลุ่มหลงอยู่กับจุดขายของสินค้าของตนเสมอ คำตอบก็คือ ทีวีไงครับ

ผมสังเกตุพบว่าตัวผมเองและนักวิเคราะห์เศรษฐกิจการเมืองหลายท่านที่ติดตามอ่านงานกันอยู่นั้นทั้งพวกสมัครเล่นอย่างผมและพวกมืออาชีพ เป็นคนประเภทที่นักธุรกิจการเมืองควบคุมยากที่สุด เพราะขี้มักจะเป็นพวกไม่นิยมเสพสื่อทีวีวิทยุ แต่ชอบเสพสื่อสิ่งพิมม์หรืออินเตอร์เนทที่สามารถเรียกกลับมาดูมาอ่านซ้ำได้มากกว่า คนพวกนี้จึงเป็นพวกรู้ทันแม้วรุ่นแรกๆกัน........ส่วนพวกทีมงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลประชาธิปัตย์นั้น จนป่านนี้ผมว่ายังรู้ไม่ทันแม้วเลยครับ....

ในโลกของการแข่งขันทางธุรกิจ การเมือง และโลกแห่งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อ ที่เป็นโลกแห่งความเป็นจริงนั้น ไม่มีทั้งคำว่า เป็นกลาง และ คำว่า ประชาธิปไตย เพราะทั้งสองคำนั้น เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความเป็นจริงปรากฏชัดขึ้น ก็อาจกลายเป็นม็อตโต้โฆษณาใช้ได้เฉพาะกาลเหมือนกัน.....

ผมเองนั้นไม่เคยมองสื่อใดหรือความเห็นของคนๆใด ในแง่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ เป็นกลางหรือไม่ เพราะไม่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อะไร ผมสนใจมองในแง่ เป็นทุนนิยม เป็นสังคมนิยม เป็นชาตินิยม เป็นเสรีนิยม เป็นปัจเจกนิยม เป็นศาสนานิยม เป็นอัตตานิยม เป็นผลประโยชน์นิยมมากกว่า และมองเฉพาะในบริบทของห้วข้อที่สื่อนั้นนำเสนอเป็นเรื่องๆไป

พักนี้ ข่าวคราวบทความในประชาไท ไม่มีเรื่องใดน่าสนใจเป็นประเด็นให้วิพากษ์วิจารณ์กันได้มากนัก ออกไร้สาระเป็นส่วนใหญ่ ก็ขอบ่นมาณ.ที่นี้ด้วย

ก็สื่อชั่วไง

ก็สื่อชั่วไง บ้านเมืองถึงได้ปั่นป่วนเช่นนี้

ใบตองแห้ง นั่นแหล่ะ

ใบตองแห้ง นั่นแหล่ะ หลุดโลแล้ว เหมือนคนประจำเดือนมาไม่ปกติ ความคิดสับสน อวดดี โอหัง อ้างประชาธิปไตย แต่ไม่เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง

เกลียดสื่อ

เกลียดสื่อ เมืองไทยเพราะ
ไม่มีจรรยาบรรณ หาผลประโยชน์ ไม่สร้างสรรค์ หัวหด เสนอความจริงไม่หมด เลือกบางอย่างมานำเสนอ
เลือกข้างที่ตนเองได้ประโยชน์ ยะโสโอหังว่าเป็นฐานันดรที่5(น่าขัน) ภูมิใจว่าตนเองเป็นสื่อแต่ไม่รู้ว่าตนเองเลว
มีปากกาในมือ นานไปก็ลืมตัวติดอำนาจ(ว่าแต่นักการเมือง) ถามตนเองอย่างตรงไปตรงมาซิว่าขี้อิจฉาหรือเปล่า?
แต่....บทความนี้ดี ตรงดี อ่านแล้วมีความสุขนิดหน่อย ขอบคุณที่เข้าใจว่า มนุษย์มีความดีความเลว
ไม่มีเทวดาเดินดินหรอก จะมีก็แต่ "หลักการ" กฎหมายที่บังคับใช้อย่างเท่าเทียมและยุติธรรมเท่านั้นที่จะทำให้
สังคมไทยน่าอยู่
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ

HOPELESS

“ธุรกิจสื่อ” ได้ทั้งเงิน

“ธุรกิจสื่อ” ได้ทั้งเงิน และอำนาจ

ในกระแสทุนโลกาภิวัตน์ และสังคมดิจิตอล ธุรกิจสื่อสารมวลชนเป็นการลงทุนที่มีอนาคตในอันดับต้น ๆ ตัวเลขผลประโยชน์มหาศาล “Time Warner” ประเทศสหรัฐฯ มีรายได้ ปีละมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ มากกว่างบประมาณของประเทศไทย 3 ปี

จากข้อมูล Off Record ระบุว่าบริษัทสื่อมวลชนในสหรัฐ ได้ล็อบบี้นักการเมือง และกมธ. ด้านสื่อสารและโทรคมนาคม พลักดัน ก.ม.โทรคมนาคมให้เปิดเสรีมากขึ้น, เอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมข่าวสาร, ออกก.ม. ลิขสิทธิ์และสิทธิทางปัญญา เพื่อประโยชน์ในการฟ้องคดี, ออก ก.ม. สัดส่วนการถือครองสื่อ, ออก ก.ม. แปรคลื่นความถี่จากของรัฐให้เป็นของเอกชน และบริจาคเงินให้พรรคการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้ง.???

ธุรกิจสื่อ มีลักษณะพิเศษ คือการทำให้ผู้รับข่าวสาร (Audience) กลายเป็นสินค้า!!! หนังสือพิมพ์, นิตยสารที่จำหน่ายอยู่ทุกวันนี้ ขายในราคาที่ขาดทุน แต่สิ่งที่สื่อขายจริง ไม่ใช่ข่าวสารแต่เป็นจำนวนของ “ผู้บริโภคข่าวสาร”, บริษัทที่จะมาลงโฆษณา คือเป้าหมายหลัก - คือกำไรที่แท้จริง!!!

ยุทธวิธีสำคัญของ “สารพัดสื่อ” จึงต้องอาศัยเนื้อหาความสะใจ ความรุนแรง กามารมณ์เป็นเนื้อหาหลักเพื่อกระตุ้นกิเลสอารมณ์ผู้ชมผู้ฟัง เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด.

“สื่อการเมือง” ก็ใช้วิธีเดียวกัน, ประโยคที่ว่า : “...ใคร ๆ พูดว่า “สื่อ” เปรียบเสมือน “กระจกเงา” ที่สะท้อนภาพสังคม แต่สำหรับผมไม่ใช่ – “สื่อ” ของผมเปรียบดังแสงเทียนที่ส่องสว่างอยู่ในสังคมที่มืดมิด..สังคมที่ชั่ว...” การบิดเบือน โจมตี (ด่าแช่ง) โดยผ่านเครือข่ายสื่อ – จึงกลายเป็นจุดขาย.
เมื่อผู้บริโภคเสพติด “ความเชื่อ” ที่ครอบงำสังคมการเมืองทุกวัน (ทุกชั่วโมง) ผู้บริโภคย่อมเชื่อไปตามนั้น โดยไม่คิดที่จะตั้งคำถาม และหาคำตอบ ว่าเบื้องหน้า - เบื้องหลังข่าวนั้นเป็นอย่างไร เพราะถูกล้างสมองไปเรียบร้อยแล้ว.

“สื่อ” สร้างความเชื่อใหม่ ซ้อนทับความเชื่อเดิม : สังคมที่ตั้งอยู่บนหลักของความเชื่อ มากกว่าหลักของเหตุผล ย่อมถูกชักนำไปได้ทุกทิศทาง, จากสังคมเกษตรกรรมกลายเป็น (เหยื่อ) สังคมบริโภคนิยม จากการปกครองระบอบราชาธิปไตยกลายเป็นระบอบประชาธิปไตยที่ไร้กฎเกณฑ์.

ประวัติศาสตร์จะมีประโยชน์ สำหรับคนที่เรียนรู้ และเข้าใจมัน – ยิ่งประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนขึ้นอย่างบิดเบือน “ผู้แอบอ้าง” ย่อมเอาประวัติศาสตร์นั้นมากำหนดเกมแห่งผลของผลประโยชน์ – ของตัวเอง.

ผมขอนิยามสื่อยุคนี้ว่า

ผมขอนิยามสื่อยุคนี้ว่า "สื่อเสี้ยม"

โธ่ ไอ้ ควาย ก็พวกมึงชอบก๊อป

โธ่ ไอ้ ควาย ก็พวกมึงชอบก๊อป ชื่อกู แล้วเอาไปเขียนเชียร์ไอ้เฮี่ยเหลี่ยม เล่นกันแบบหน้าด้านๆ กูก็ต้องเปลี่ยนชื่อหนี พวกมึงก็ตามไปก๊อปอีก ตอนหลังๆนี่ ไม่ก๊อปแต่ชื่อ แถมเลียนแบบสำบัดสำนวนด้วย กูก็เลย ขี้เกียจเข้ามาดูพวกมึง เขียนดีๆไป พวกมึงก็ไม่ฟังอยู่แล้ว จะต้อง มาทำเป็นมีเหตุผลไปทำไมกับพวกสวะอย่างมึง ของมันรู้ๆกันอยู่ ถึงจุดนี้แล้ว พวกมึงทำเพื่ออะไร รู้อยู่แก่ใจ วันไหนว่างๆ กูอยากจะเข้ามาดูตัวเฮี่ยเล่นๆ ก็เข้ามาดู วันไหนมีเรื่องอื่นๆต้องทำ กูก็ไปทำ ไม่ได้ว่างเหมือนพวกมึงนี่หว่า จะได้ต้องเข้ามาทุกวัน ส่วนเวบมึงน่ะ ต้องบอกว่า รัฐบาลเขาใจกว้างต่างหากที่ปล่อยให้พวกมึงได้ทำระยำอยู่ในนี้ ที่จริงเวบแบบนี้ ไม่มีประโยชน์ ไม่มีสาระอะไร เป็นแต่สิ่งมอมเมา มันควรจะโดนปิดซะมากกว่า เอาเงินภาษีประชาชน มาทำร้ายประเทศตัวเอง เผยแพร่ลัทธิอุบาทว์ ของผู้จัดการเขาเงินเขาเอง ของมึงมันเงินอุดหนุน มึงยังคิดจะปิดปากประชาชนอีกเหรอวะ ไอ้ควาย ระญำเกินไปแล้ว อิ อิ อิ

เมื่อก่อนตอนเป็นเด็ก

เมื่อก่อนตอนเป็นเด็ก เคยคิดว่า อะไรหลาย ๆ อย่างในประเทศนี้ จริง
แต่จริง ๆ ส่วนใหญ่จะจอมปลอมทั้งนั้น

สื่อก็เป็นอีกส่วนนึง ที่ตั้งแต่กำเนิดมาล้วน วนเวียนกับความ จอมปลอม

บรรดา บรรณาธิการ เจ้าของ สารพัดต่าง ๆ นา ๆ ( สื่อหลัก ๆ ที่ต้องใช้ทุนมาก ) ล้วนอยู่ในโมเดล
เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ผู้ใหญ่

มันเป็นเรื่องของความอยู่รอดและร่ำรวย และแสวงอำนาจ มากกว่าการที่จะได้ทำตามจรรยาบรรณ
ทำสื่อเพื่อทำหน้าที่รับใช้ประชาชน

เจ้าของสื่อไม่อยากมีเรื่องกับผู้มีอำนาจที่สามารถชี้เป็นชี้ตายสื่อได้ ใครบ้างที่มีอำนาจ
แน่นอนว่า ชื่อแรกที่คิดถึงคือนักการเมือง แต่ถ้าคิดได้แค่นั้นเรียกว่าคิดได้แค่ตื้น ๆ
เรารู้อยู่แล้วว่าเมืองไทย มีระบบคู่ขนาน คือพรรคราชการ คอยครอบงำอยู่อีกที
พรรคราชการนี้ ประกอบด้วย คนหลาย ๆ กลุ่ม เกี่ยวดองและเป็นพวกกันผ่านกันทั้งสายเลือด
วงสังคม และผลประโยชน์

ประเทศไทยเป็นประเทศบ้าบ้าบอบอ ที่ทหารยังคงอ้างสิทธิ์ในการครอบครองคลื่นวิทยุโทรทัศน์
เป็นสัดส่วนมาก โดยไม่มีเหตุผลรองรับ สัญญาสัมปทานที่ให้ ก็ไม่โปร่งใส

เรายังมี ตัวแทนของเจ้าพ่อใหญ่ ลงมาดูแลวงการสื่อ ซึ่งเมื่อส่งสัญญาณ
สื่อส่วนใหญ่ก็จะเดินไปทางนั้นเสมอ ใครละครับ ก็ที่เรียกคนใหญ่โตไปกินข้าววันนั้นนั่นไง

ยิ่งรู้มากยิ่งเข้าใจมากครับ ยิ่งการไปแจกรางวัลสื่อต่าง ๆ หรือ คณะกรรมการสื่อต่าง ๆ ออกมายกย่อง
พวกเดียวกันเอง ยิ่งไร้สาระ เป็นการเอาเวลาสาธารณะ ไปใช้โปรโมทตัวเอง ยกหางตัวเอง

เจ้าของบทความ ก็คงจะเข้าใจเป็นอย่างดีว่า วงการเป็นอย่างไร และคงเพิ่งได้รับผลสะท้อนนั้นด้วยตัวเอง

ต้องขอบคุณ DoD ที่ทำ ARPANET และ ขอบคุณ cern และ ทิม เบอร์เนอร์ลี ที่ได้ทำ ให้เกิด internet และ world wide web

ยุคที่คนครอบครอง ระบบการส่งข่าวสารแบบเก่า ๆ จะเริ่มหมดไปแล้ว
คนครอง คลื่นวิทยุ โทรทัศน์ สายขนส่งหนังสือ หน้าร้าน จะถูกลดความสำคัญลง

การเข้ามาของ อุปกรณ์ ที่สามารถใช้ในการรับสื่อ และสร้างสื่อ โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง เป็นรูปแบบใหม่ที่คนรุ่นเรา
โชคดีที่ได้เห็น

ขอบคุณประชาไท ที่ช่วงนี้ลงบทความที่สะท้อนถึงปัญหาต่าง ๆ ของสังคมไทยอย่างแท้จริงออกมาเรื่อยๆ

คุณคนบ้านปางเขียนได้ดี

คุณคนบ้านปางเขียนได้ดี จนบดบังรัศมีของบทความต้นฉบับของคุณใบตองแห้งเสียอีก : )

แต่คุณใบตองแห้งอย่าเสียใจเลยครับ เพราะบทความของคุณยังคงคุณภาพเหมือนเดิม ยังครงและกล้าวิจารณ์ตัวเองอย่างลูกผู้ชาย ผมนับถือครับ

ความเห็นของคนบ้านปางทำให้นึกถึงอดีต ในสังคมด้อยพัฒนา สังคมเผด็จการเต็มรูปแบบ อย่างยุคสฤษดิ์ สามทรราช หรืออย่างRawanda สื่อถูกใช้เป็นpropaganda machineอย่างได้ผลดีเสมอ ทั้งนี้ เพราะว่าประชาชนที่"อ่านออก เขียนได้" แต่คิดไม่เป็น ย่อมเป็นเหยื่ออันโอชะของขบวนการโฆษณาชวนเชื่อ ล้างสมอง ที่ดีที่สุด

ในสังคมที่เปิดและประชาชนเริ่มคิดเองได้ ก็ยังไม่วายถูกใช้เป็นเครื่องมือถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารด้านเดียว อย่างที่เป็นอยู่ในอเมริกาและยุโรปตะวันตก ทั้งนี้ด้วยผลประโยชน์ร่วมกันของนายทุนเจ้าของสื่อกับนายทุนข้ามชาติผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อนมหาศาลในโลกที่สาม(ทั่วโลก) เราจึงได้เห็นแต่ข่าวhuman bombของอาหรับหัวรุนแรง ที่สังหารคนยิว แต่เราไม่เคยเห็นข่าวยิวเข้าไปแย่งชิงอาหรับอย่างหน้าด้านๆ ฆ่าอาหรับอย่างไม่เลือกหน้าและโหดเหี้ยมพอๆกัน เราเห็นแต่ข่าวโจรสลัดโซมาเลีย แต่ไม่เคยรู้ว่าทำไมอดีตชาวประมงโซมาเลีย ต้องตัดสินใจเลิกจับปลามาจับอาวุธปล้นเรือสินค้าแทนจับปลา

สื่อไม่มีวันเป็นกลางได้เด็ดขาด ตราบใดที่ยังเป็น"ธุรกิจสื่อ" ตราบนั้นก็ยังมีผลประโยชน์ทับซ้อนได้เสมอ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ผู้บริโภคสือตาดำๆ จะต้องมีcritical thinking เพื่อจะได้แยกเนื้อข่าวออกจากกากข่าว รู้เท่าทันว่าเขาเสนอข่าวนี้ ปล่อยข่าวนี้ออกมาเพื่ออะไร ก็จะได้ประโยชน์จากการบริโภคข่าวยุคนี้ หากบริโภคข่าวผิดวิธี จะเกิดอาการ"ข่าวเป็นพิษ" ได้ ถ้าเป็นกันหลายๆคน สังคมก็เป็นพิษ อย่างสังคมไทยทุกวันนี้

โปรดอย่าลืมว่า เราอยู่ในประเทศที่ปกครองโดยนักการตลาดมือหนึ่งของโลก ก็ควรหัดรู้เท่าทันเขาบ้าง

-ประเทศไทยจึ่งเป็นอย่านี้ไงละ

-ประเทศไทยจึ่งเป็นอย่านี้ไงละท่านรอวันแตกหัก มีแต่ถอยหลังเข้าคลอง ไม่ว่าส่วนใหนในสังคมนี้ต้องรับผิดชอบร่วมกันหมดครับ ที่สุดแล้วพวกเขายังตามคนเสื้อแดงไม่ทัน คนรากหญ้า และชาวบ้าน ที่เป็นคนชั้นล่างและถูกมองว่าโง่ ไม่มีการศึกษา เห็นแต่เงิน แต่วันนี้คนกลุ่มนี้ก้าวล่วงผ่านพ้นคำนิทาไปหมดแล้ว เหลือแต่พวกเต่าล้านปีที่ยังคงจมอยู่กับสันดานเดิมๆต่อไป

เออ รากหญ้า ฉลาด สติปัญญาสูง

เออ รากหญ้า ฉลาด สติปัญญาสูง รู้เท่าทันโลกาภิวัฒน์ ทุนนิยม ไม่งมงายตามกระแสโฆษณาชวนเชื่อ ไม่เห็นแก่เงิน มีเหตุผล วิเคราะห์การเมืองได้ถูกต้อง ก้าวหน้ากว่าคนไทยทั้งหลาย เป็นกลุ่มเดียวที่ฉลาดที่สุดในประเทศไทยเวลานี้ กูเชื่อมึง ไอ้ควาย.

ใช่ครับ

ใช่ครับ สื่อเติมโตมาจากเสรีภาพของการแสดงเห็น แต่คำว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ต้องอยู่บนจรรยาบรรณแห่งความถูกต้อง ความเป็นจริง ไม่ใช้แสดงออกตามความคิดเห็นของสื่อเอง ที่มีทั้งอคติและความเห็นด้วย

เป็นเมื่อก่อนผมคงเคลิ้มเหมือน

เป็นเมื่อก่อนผมคงเคลิ้มเหมือนกัน ที่ป๋าเปลว หรือสื่อ คอลัมนิสต์ อื่นๆ ว่าทักษิณไปอยู่ไหน ฉิบหายที่นั่น ((ฮา)

แต่ตอนนี้รู้สึกว่า แหม หาทางด่าว่าตอกย้ำ โดยไม่เป็นเหตุเป็นผลก็เอา
เนื้อหาที่เขียนก็เห็นแต่ความเคียดแค้นชิงชัง

พฤติกรรมของคนที่เราไม่ชอบ ฝ่ายเสื้อเหลือง เสื้อแดง ดูเหมือนยิ่งพยายามทำอะไรก็จะถูกทิ่มตำ
แรกๆ พอผมลองมาดูฝั่งเสื้อแดงบ้าง ซื้อไทยเรดนิวอ่าน สามสี่ฉบับแล้ว
ให้คะแนนมากที่สุดก็จักรภพ นะ คนอื่นๆรู้สึกอ่านๆไปจะมีแต่พ่นผรุสวาทไม่ต่างกับ ต่างฝ่ายต่างกระทำต่อกัน ระบายความคับข้อง เคียดแค้น จนเกินงาม ว่าด้วยเรื่องกฏหมาย ว่าด้วยเรื่องประชาธิปไตย ก็หาเรื่องเลี้ยวหัวด่า เหมือนปักธงเอาไว้ แล้วยกชูทักษิณยังกับเทพ...

อ่อ มีหมอเหวง ที่พออ่านได้อยู่อีกคน แกไม่หมกมุ่นเกินเหตุ เช่น ล่าสุดเขียนเรื่องการทุตจริตซื้อมอเตอร์ไซค์ตำรวจ ถ้าติดปลายนวมว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ละเลยเรื่องปราบปรามคอรัปชั่นบ้าง ยังพอทน

นิตยสารเอเอสทีวี ผู้จัดการ ผมซื้ออ่านฉบับเดียว ก็เป็นบทความที่อยู่ในเวบเสียมากกว่า ก็อีกหรอบเดียวกัน

ผมมาได้ข้อสรุปประมาณว่า...แต่ละฝ่าย ต่างก็คลั่งความถูกต้อง(ของตัวเอง)จนหน้ามืดตามัวไปหน่อย...

ออกสื่อมาฉะกัน หาความชอบธรรมให้สมัครพรรคพวกตัวเอง อย่าเลอเลิศ ทำอะไรถูกหมด จริงๆนะครับเนี่ย
อย่างนี้ประชาชนคนอ่านไม่ได้อะไร ต้องเลือกข้างฝ่ายเดียว ขณะที่ใครทำอะไร อีกฝ่าย ต่างก็เรียกร้องความสามัคคีธรรม ว่าอย่าทำ ให้สามัคคีกัน

ฝ่ายรัฐบาลเป็นเอาหนักครับ พอเสื้อแดงจะชุมนุม เลื่อนวันออกไป เพราะตรงกับช่วงวันพ่อ แน่ะยังว่าเค้าอีกว่า อยู่ในช่วงวันมหามงคลอยู่ สุริยะใส ก็ออกมาว่านี่แสดงให้เห็นว่าไม่น้อมนำแนวทางพระราชดำรัสฯ

สมมุติว่าถ้าเลื่อนไปสักวันที่ 20 ธันวา ก็จะบอกว่า นี่สถานการณ์ปกติสุขกันอยู่ดีๆ มาสร้างให้สังคมคนในชาติวุ่นวาย แสดงถึงความไม่รักชาติของเสื้อแดงกันจริงๆ ถ้าเลื่อนไปหลังจากนั้นก็ นี่จะเทศกาลปีใหม่แล้ว ไม่รักชาติบ้านเมืองให้สงบบ้างเลย คือพูดอย่างนี้มันเป็นการตั้งธงไว้แล้วล่วงหน้าไงครับว่าผิด...
คือเป็นการชุมนุมโดยสันติ ปราศจาก อาวุธ ก็ผิด ไม่ควร แสดงออกในช่วงนี้ ช่วงไหนล่ะ ประเทศไทยมันมีวันอะไรต่อมิอะไรทั้งเดือนทั้งปีนี่ นี่คือการแสดงออกของเหตุผลข้างๆคูๆและพฤติกรรมการปิดกั้น อย่างหน้าชื่นตาบาน เสียจริงๆ

คงให้พอดีกับว่าเสื้อเหลืองไม่ได้มีวาระชุมนุมอะไรกระมัง ถ้ามี ก็คงต้องบอกว่า เสื้อเหลืองชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยจริงๆ อย่างสงบ สันติ นับเป็นวันมหามงคลฤกษ์ของมหาประชาชน กิ๊วๆ (ไม่ฮา)

อะไรเทือกทำนองนี้ไงครับ ยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด

สื่อหลักก็กระโดดลงมาเหยงๆเหมือนกัน

ถ้าอารมณ์ของคนในสังคม สะท้อนถึงพฤติกรรมการทำสื่อ คำว่า จรรยาบรรณ ก็คงจะไม่มีในพจนานุกรมสื่อ ถ้าสื่อบอกว่าให้ทั้งสองฝ่ายลดราวาศอกต่อกันก่อนแล้วสื่อจะสะท้อน

ถามว่าหน้าที่ของสื่อคือเป็นกลาง...เลือกข้าง หรือชี้นำ

คุณใบตองแห้ง คือใคร

คุณใบตองแห้ง
คือใคร

ใบตองแห้ง

ใบตองแห้ง ยังรับเงินเดือนไทยโพสต์ครับ

ไม่น้อยด้วย

เพราะไทยโพสต์ ยังให้เกียรติเขาอยู่ ถือเป็นคนเก่าแก่

งานที่คุณใบตองแห้งทำให้ไทยโพสต์ ไม่ได้ใช้สมองมาก

เพราะลอกมาล้วนๆ

คอลัมน์แรกคือ แปลข่าวดาราต่างประเทศ(หน้ากลางเอ็กซ์ไซท์)
ที่มีรูปโป๊ะเยอะนะครับ

คอลัมน์ที่สองอันนี้น่าสนใจมาก และดูจะเหมาะกับ
นักประชาธิปไตยอย่างคุณใบตองแห้ง
เพราะคอลั่มน์นั้นคือ

โตโต้ ในฉบับเทบลอยด์ครับ สำคัญแค่ไหน

ไทยโพสต์ไม่น่าเลี้ยงไว้นะ

จากเพื่่อนสื่อ

นู๊ดแบบใบตองแห้ง

พอเห็นใช่มั้ยครับว่านายคนนี้

อืมแบบว่า

อืมแบบว่า สื่อด้วยกันอยากจะแฉหรือ การไม่ให้เขียนงานประจำที่ทำมาเกือบสิบปี มันก็เหมือนการบีบให้ออกดีๆนี่เอง
แล้วยังมาบอกว่าให้เกียรติด้วยการยังจ่ายเงินเดือนอยู่ ช่างแปลกจริงๆ (ไม่คิดว่าเขาอาจจะละอายใจบ้างหรือ)-ข่าวตปท.รายงานอันดับหนังนี่ถามจริงๆเถอะว่าที่อื่นมันไม่ลอกเขามาหรือ มันไปทำข่าวถึงตปท.กันหรือ... สงสัยคนอื่นเขาต้องใช้สมองกันมากนะ-ผู้ชายถ้าไม่ชอบTOTOก็แปลกๆนะ

พวกสื่อก็แบบนี้แหละ

พวกสื่อก็แบบนี้แหละ ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด พอสู้กันด้วยหลักการ ความถูกต้องไม่ได้ ก็ชอบเอาเรื่องส่วนตัวมาแฉ เฮ่อ...สื่อประเทศไทย แฟนประจำคุณใบตองแห้งส่วนใหญ่น่าจะรู้แล้วหละว่าคุณใบตองแห้งทำคอลัมน์โตโต้ด้วย ....แบบว่านักประชาธิปไตยเขาห้ามเรื่องนู๊ด,เรื่องxหรือเนี่ย....พระเจ้ากล้วยทอด...(คุณใบตองแห้งเอ๊ย..ต้องไปบวชซะแล้ว)

เห็นด้วยกับคนบนดอย ส่วนเจ้า

เห็นด้วยกับคนบนดอย ส่วนเจ้า อิ อิ อิ กร๊ากกกกกก

เป็นขาประจำขี้อิจฉา ประจำเว็บ

เป็นสมุนรับใช้นายใหญ่เผด็จการระดับหางแถว

จะคอยทำหน้าที่ก่อกวนชักใบให้เรือเสียเป็นประจำ

เถียงข้างๆคูๆแบบเด็กๆชอบเข้าม

เถียงข้างๆคูๆแบบเด็กๆชอบเข้ามาเล่น

แต่ยุให้โดนปิดแสดงว่าเป็นพวกเนรคุณ

ตามนิสัยลูกหมีตะกวดหางเหลืองเดี๊ยะ

กินบนเรือนแล้วถ่ายบนหลังคาบ้าน

รัฐบาลโจรมันยิ่งใหญ่อะไรนักหนาไปปล้นอำนาจเขามา

จะมาทำอำนาจบาตรใหญ่มาทำนิสัยเอี้ยๆ

ปิดปากประชาชน จะให้ชมให้เชลียร์แบบควายเหลืองหางกุด

ใครจะทำลง เชิญเอ็งเลียไอ้เวียดกงเหงียนมาร์ค

กะขี้ตีนผสมโกเต็กไอ้แป๊ะลิ้ม ไปคนเดียวเถอะ

พวกกูคนไทยเสื้อแดงมีสมองไม่รับใช้เจ็กกาบถกะโจรเวียดกงแบบเอ็ง

ถ้าจะปิดควรปิดเว็บผู้จัดกากก่อน เถียงว่าเงินเขาเอง

แสดงว่าใครมีเงินจะทำชั่วยังไงก็ได้หรือ คิดแบบควายๆเดี๊ยะ

แล้วยิ่งไอ้เหงียนมาร์ค กะพรรคประชาะปดเอาเงินภาษีประชาชน

มาถลุงโฆษณาชวนเชื่อให้ตัวมันเองกะพรรคแมงสาปเน่า

เงินภาษีคนทั้งประเทศและหยาดเหงื่อคนรากหญ้า

โดยไม่เคยมีผลงานให้สัมผัสได้

สมคบทรราชเปรม ทหารแตกแถวมากดขี่กดหัวประชาชน

พวกมันไม่ถือว่าเป็นรัฐบวมเลวระยำชาติหมาล่ะ

หรือรัฐบาลทรราชล่ะหรือ

ควรยุบสภายุบพรรคไปรวมอยู่กับไอ้แป๊ะลิ้มเป็นสื่อเน่า

นั่นนะเหมาะสุดกับพรรคนี้ ตั้งพรรคมาไม่เคยสร้างประโยชน์

ให้ประเทศเลย คอยฉกฉวยโกงกิน

พูดเอาหน้าเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่นไปวันๆ

ก็เหมือนเสถียร

ก็เหมือนเสถียร แห่งมติชนไหมล่ะครับ
โดนขรรค์ชัยปลด
แกก็ยังคงกุมบังเหียนอยู่
...

ส่วนหนึ่งคือการยักย้าย ทำหน้าที่ในส่วนที่เหมาะควร(ตามความเห็นของเจ้าของหรือบรรณาธิการ)

แต่อย่างสุรยุทธ ไปแล้วไปเลย แต่ไม่ได้ขัดแย้งแตกหักกับสุทธิชัย หรือใช่เปล่า...วานผู้รู้ช่วยตอบ/ขอบคุณ

นี่คือหนึ่งในวิธีเขียนของสื่อ

นี่คือหนึ่งในวิธีเขียนของสื่อที่ชอบนั่งเทียน ไม่มีข้อมูลอ้างอิง

อะไรวะ ไอ้นิ่มสาดดด..

อะไรวะ ไอ้นิ่มสาดดด.. เถียงข้างๆคูๆพร่อมึงน่ะสิ แบบที่มึงเขียนมาต่างหาก นั่นแหละ ใช่เลย ไอ้ควายแดงเอ๊ย ..

มึงเอาเงินภาษีประชาชนไทย เขียนบทความยุแหย่ บ่อนทำลายศูนย์รวมจิตใจคนไทย บั่นทอนความสามัคคีคนไทย ทำเหมือนสมคบคิดกับเขมร คอยเตะตัดขาคนไทยด้วยกัน ใครแค่ด่าเขมรเพียงนิดหน่อย มึงก็หาว่าคลั่งชาติ ทำให้คนไทยแตกแยกและอ่อนแอ จนเขมร มันกล้า เข้ามาถุยน้ำลายใส่หน้าถึงในบ้าน แบบนี้เรียกว่าเนรคุณไหม

เงินภาษีส่วนหนึ่ง เป็นไปได้ว่าจะมีของกูอยู่ด้วย ในเมื่อมีการใช้เงินของกูแบบผิดๆ กูก็ต้อง เขามาด่าในเวบนี้ แสดงความเห็นให้ชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย กูไม่มีสิทธิแสดงความเห็นคัดค้านหรือ มันเงินของกูด้วยเหมือนกันนะโว้ย อีกอย่าง ในโลกนี้ไม่ได้มีเวบมึงเวบเดียวนะ ที่ให้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นได้ เรื่องแค่นี้ มึงเล่นคำโตขนาด ใช้คำว่าเนรคุณเลยเหรอ กูว่า แค่นี้ก็ส่อให้เห็นแล้วว่า พวกมึงมันใจปลาซิว และคิดเข้าข้างตัวเองขนาดไหน

มึงว่า as เขาทำชั่ว นั่นมันมึงพูดของมึงคนเดียว กูว่าเขาทำความดีว่ะ เขาใช้เงินเขาเองทำความดีอยู่ คอยเปิดโปงคนชั่ว เขาต้องได้บุญเยอะ และเจริญรุ่งเรืองแน่นอน เขาใช้เงินตัวเองทำความดี เทียบกับ พวกมึงใช้เงินคนอื่น ทำความชั่ว ถึงมึงจะเห่าหอนให้ตาย มันก็คงไม่ทำให้เขากลายเป็นคนชั่วไปได้หรอก ไอ้ควายเอ๊ยย... อิ อิ อิ กร๊ากกกกก กั่กกกกกกๆๆๆๆๆๆ

ขอบคุณ

ขอบคุณ ประชาไทที่มีบทความดีๆเสนอ คุณบางกอกเข้ามาระบายอารมณ์ความคิด เสร็จแล้ว ตำหนิเวปประชาไท เช่นนี้เข้าข่ายกินบนเรือนขี้รดบนหลังคาหรือปล่าวเอย หรือ เนรวิน !!!!

ผมคนบ้านนอก

ผมคนบ้านนอก รู้สึกเบื้ออ้ายพวกความรู้ท่วมหัวจริงๆ บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ทุกวันที่ก็อ้ายพวกห่านี่แหละอ้าย doctor เลวๆมีเยอะ เห็นแก่ตัว เอาเปรียบสังคม ขี้โกง อย่าไปให้ความยำเกรงอ้ายพวกนี้มาก ความเป็นคนเท่ากัน คนบ้านนอกมีความจริงใจกว่ามากๆ อ้ายพวกนี้ชอบประดิษฐ์คำพูดดีๆมาพูด ให้ตัวเองดูดี ถุย........

อ้ายเจ้าของคอกควาย

อ้ายเจ้าของคอกควาย ลืมตาไปดูช่องอื่นมั่ง หรือไม่ก็เอาโกเต็กของได้สนธิปิดปากเสียบ้าง ถุย............ๆ

อ้าว ไอ้เฮี่ยนี่

อ้าว ไอ้เฮี่ยนี่ ..มึงนี่แม่ง ชอบเสือก ชอบทำตัวเป็นผู้จัดการชีวิตคนอื่นเขาแบบนี้เหรอ ...หือ. อิ อิ อิ .เชิญมึงทำไปคนเดียวเถอะ ไม่ต้องมาแนะนำกูหรอก เฮ้อ.... ไอ้ควายเอ๊ย อ้อ แล้ว ไอ้ที่มึง ถุยมาเนี่ย แสดงว่าโกเต๊ก คงติดคอละสิท่า เป็นไงล่ะ ชอบเอาโกเต๊กปิดปากดีนัก เกือบติดคอตายแล้วไม๊ล่ะมึง อิ อิ อิ กร๊ากกกกกก กั่กกกกๆๆๆๆๆๆๆ

แล้วทำไมใบตองแห้งไม่ตั้งคำถาม

แล้วทำไมใบตองแห้งไม่ตั้งคำถามเชิงจรรยาบรรณว่า ทำไมพันธมิตรต้องบุกเข้าไปในกรมประชาสัมพันธ์เพื่อให้ยุติการออกอากาศที่บิดเบือน

เอาสีข้างถูเข้าไปนายถึก

อ้าวที่ตัวเองสู้และ in

อ้าวที่ตัวเองสู้และ in กับเสื้อแดงแล้วหลงทางว่าสู้เพื่อประชาธิปไตยล่ะ

ไปดูช่อง

ไปดูช่อง พีเพิลชาแนลแบบพวกมึงเหรอ กูดูไป5นาที แม่งโง่ไปเยอะเลย พวกมึงดูกันมากมั๊ยละ

ดูมากๆแล้วเขามันจะงอกนะมึง อ้อมีหางด้วยแต่เสือกงอกออกมาเป็นหางเหี้ยน่ะ ของมึงงอกยาวยังวะ

ไอ้หอกหัก

ตอนมันอยู่ไทยโพสมันเขียนบทควา

ตอนมันอยู่ไทยโพสมันเขียนบทความเหี้ยๆมา ก็ถูกคนด่า แล้วมันก็เปลี่ยนเรื่องเขียนไปเรื่อย ไม่เห็นมันเดือดร้อนอะไร

ผมไม่อ่านมันหรอก บทความของไอ้นี่นะ ตอนนี้มันต้องมาสิงอยู่นี่แหละ

พวกมึงมองข้ามได้ทุกอย่างแหละ

พวกมึงมองข้ามได้ทุกอย่างแหละ ถ้าเห็นเงิน กูเชื่อมึง มึงก็อยู่บนดอยไปเหอะนะ ไอ้ควายบนดอย

มึงอยู่หัวแถวแล้วเหรอ

มึงอยู่หัวแถวแล้วเหรอ โง่อย่างมึงอยู่หัวแถวเหรอ แล้วหางแถวมันจะเง้าขนาดไหน

พวกมึงรบกี่ครั้งก็แพ้ยังดื้ออยู่อีก ยังงี้เขาถึงเรียกว่า โง่จนตาย เฮ้ออออ..........

ช่ายยย.....

ช่ายยย..... ไอ้หอกหักพูดถูกบางส่วน สื่อที่ดีต้องอยู่ข้างความถูกต้อง ไม่หลอกคนเหมือนเวปประชาไทเนี่ยะ

เอาอีกๆๆๆๆ..บทความแนวๆนี้

เอาอีกๆๆๆๆ..บทความแนวๆนี้ แมลงวันตอมกันเองซ่ะมั่ง..!!! ทุกวันนี้รับสื่อต้องอาศัยวิชาสื่อสารมวลเบื้องต้นมาช่วยแยกประเด็น ข้อเท็จจริง ออกจากข่าวแล้ว เพราะแต่ละสำนักใส่ความคิดเห็นเยอะเกิ้นๆๆๆๆ

เอารูปมาลงได้มั๊ยละ

เอารูปมาลงได้มั๊ยละ ว่ารูปอะไรวะ แต่ใบตองแห้งนี่มันแดงแหงๆอยู่แล้ว อยู่ๆก็หายไปจากไทยโพส

หนังสือขายดีขึ้นอีกเยอะเลย

เอ้อ ไปบวชซะก็ดี

เอ้อ ไปบวชซะก็ดี กูเห็นใบตองแห้งก็เลิกอ่านแล้ว

ตกลงกล้วยจะเอาไปบวดหรือทอดดีหละ

ประชาไทมันขี้เต็มเรือนอยู่แล้

ประชาไทมันขี้เต็มเรือนอยู่แล้ว มีแต่พวกมึงไม่เหม็นหรือไง เขาหนีไปบนหลังคาจะได้ไม่เหยียบขี้ไง

มองคนแง่ร้ายไปหรือเปล่า

มึงอย่ามาว่าใครว่าเนวินนะโว้ย โคตรโกรธเลย ยิ่งมาเรียกกูว่าทักษิณแล้ว

มาชกกันเลยดีกว่า

ตกลงสื่อไหนดีนะ??

ตกลงสื่อไหนดีนะ?? ฮาชอบถุยทูเดย์ที่มีไอ้เหลือกสองคนกะหนึ่งไข่หมูกดำ วันๆชวนเชาวบ้านชาวช่องมาชุมนุม อู่ซ่อมรถชอบใจ๋มันมากันทีไรทุบรถทุกที รถนายกจะอี้ รถนักข่าวจะอี้

ห้วงเวลาฟ้ายามแลงแสงแดดอ่อน "

ห้วงเวลาฟ้ายามแลงแสงแดดอ่อน
"ตองแห้งอ้อน" กะล่อนสื่อคือความหลัง
คือแหล่งซุ่มซ่อนตัวเสริมเพิ่มพลัง
"สื่อกระชัง" หมดขลังแล้วหรือน้อง.. "ใบตองแห้ง"

ไอ้หอกหัก มึงด่าใครวะ

ไอ้หอกหัก

มึงด่าใครวะ ด่าไอ้เหี้ย doctor j กับประชาไทใช่รึเปล่า มึงพูดตรงใจกูฉิบหายเลย

ทำแอ็ปแบ๊ว เป็นเด็กวัยรุ่น

ทำแอ็ปแบ๊ว เป็นเด็กวัยรุ่น เห็นตัวจริงแล้วจะสยอง

ไอ้ตี๋ พ่อหรือแม่มึงเป็นฝรั่ง

ไอ้ตี๋

พ่อหรือแม่มึงเป็นฝรั่งวะ ถึงใช้ภาษาอังกฤษแทนภาษาไทย แล้วย้อมหัวแดงด้วยหรือป่าวละ

กูไม่เดือดร้อนหรอก

กูไม่เดือดร้อนหรอก พวกมึงนะซิจะเดือดร้อน

เห็นวันเกิดทักษิณแม่งอวยพรทำเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต

เวปเหี้ยของพวกมึงนี่ไม่เอาเจ้าก็บอกไปเลย หรือมึงจะเอาทักษิณมาเป็นเจ้าแทนดีหละ

ถ้าอย่างงั้น พวกมึงควรจะไปอยู่กับไอ้เหี้ยทักษิณที่ดูไบซะเลยดีกว่ามั้งงงงง

ปัญหาใหญ่กว่าทักษิณ

ปัญหาใหญ่กว่าทักษิณ ก็มีแต่พวกแดงเหี้ยๆแบบมึงนี่แหละ

ไม่มีพวกมึงเมืองไทยคงมีความสุขขึ้นอีกเยอะ

ไอ้ฟ้าอ่อน(ปัญญาอ่อน)

ไอ้ฟ้าอ่อน(ปัญญาอ่อน)

ไม่ว่ารวยหรือจนถ้าจะเล่นการเมือง ก็ควรเป็นคนดีไม่โกงบ้านโกงเมือง หากโกงบ้านเมือง

มึงก็ไม่ควรสนับสนุนมันขึ้นมา เรื่องง่ายๆอย่างนี้มึงยังไม่รู้อีกรึไง จึงมาวัดด้วยความรวยความจน

ระยะนี้ก็นั่งเงียบๆ

ระยะนี้ก็นั่งเงียบๆ มากกว่าเมื่อก่อน เพราะตัดสื่อแย่ ๆ ฟังไม่ได้ไปตั้งเยอะเลย เลือกฟังแต่สื่อดีๆที่เหลืออยู่น้อยเต็มที ยืนยันได้เลยตามที่คุณใบตองแห้งพูดมา เพราะเจอเข้ากับตัวเองจริง

มึงไม่ต้องมาตอแหลทำเป็นกลาง

มึงไม่ต้องมาตอแหลทำเป็นกลาง มึงมันก็ควายแดงอีกตัวเท่านั้น

ไม่คิดหรือว่ามึงจะตายซะก่อน

ไม่คิดหรือว่ามึงจะตายซะก่อน ไอ้ฟ้าอ่อนปัญญานิ่ม

เอะ comment

เอะ comment นี้เคยเห็นแล้วนี่

เฮ้ย มึงก็อปของเก่ามานี่ เขียนใหม่ซิ มีปัญญารึป่าววะ

มึงก็อปอย่างนี้เวปมาสเตอร์เขาไม่จ่ายให้มึงนะ แม่งขี้โกงนี่หว่า

เกาหำสยบฟ้า อ่านของมึงแล้วขำว

เกาหำสยบฟ้า

อ่านของมึงแล้วขำว่ะ พลังประชาธิปไตยฝ่ายก้าวหน้าเหรอ พวกมึงเคยชนะที่ไหนบ้างวะ แม่งแพ้กลับไปทุกที ไม่ต้องสงสัยว่าแพ้ได้ย้งไง พวกมึงแค่คิดก็แพ้แล้ว แล้วเอาควายมานำอีก พยายามเลียนแบบฝรั่งมัน นี่มันเมืองไทยโว้ย ทำไมต้องเหมือนฝรั่งวะ ถ้ามึงชอบมึงก็หาทางไปอยู่กับฝรั่งมันซี่

คุณเป็นสื่อคนแรกในยุคนี้

คุณเป็นสื่อคนแรกในยุคนี้ ที่ผมพยายามอ่านตั้งแต่ต้นจนจบในครั้งเดียว คุณให้ความกระจ่างจุดด้อยดีด่างของสื่อ ชัดเจนมาก
ผมมองเห็นภาพข่าวที่คุณเสนอตรงๆ ปรบมือให้ครับ

Sail on, sail on ... O mighty

Sail on, sail on ...
O mighty Ship of State!
To the Shores of Need
Past the Reefs of Greed
Through the Squalls of Hate
Sail on, sail on, sail on, sail on.

I'm sentimental, if you know what I mean
I love the country but I can't stand the scene.
And I'm neither left or right
I'm just staying home tonight,
getting lost in that hopeless little screen.

From the song "Democracy (is coming to USA)" by Leonard Cohen

Check out his music video : http://www.youtube.com/watch?v=gHoOTXEfUNo&feature=related

ขอบคุณ คุณ p_n_ เห็น ด้วย

ขอบคุณ คุณ p_n_ เห็น ด้วย อย่างยิ่ง อิ อิ อิ.

ครับ

ครับ แบบว่ายุคนี้สมัยนี้ที่สื่อมวลสัตว์ครองเมืองคงจะเป็นประเภทอุดมการณ์เสื่อมมากกว่านะ ครับผม