"กลุ่มพลังรวมใจ" ชวนส่ง ส.ค.ส.ให้ "ดา ตอร์ปิโด"

 

3 ธ.ค. กลุ่มพลังรวมใจ แจ้งข่าวชวนประชาชนร่วมโครงการ “ส่งความสุขให้-ดา” เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ซึ่งถูกจำคุกตามความผิดมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา เป็นเวลา 18 ปี โดยคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา

กลุ่มพลังรวมใจ ระบุว่า จากการเข้าเยี่ยมดารณีที่เรือนจำพบว่า การรณรงค์เขียนจดหมายถึงดารณีในโครงการจดหมายรักถึงนักสู้เพื่อประชาธิปไตย ได้มีจดหมายและโปสการ์ดมายังดารณีเป็นจำนวนกว่า 100 ฉบับ จากคนไทยทั้งที่อยู่ในประเทศไทย และต่างประเทศ

กลุ่มพลังใจระบุว่า ดารณีกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “รู้สึกตื้นตันใจที่ได้รับข่าวคราวจากคนไทยทุกมุมโลกส่งกำลังใจมาให้ จะพยายามทยอยตอบกลับตามที่อยู่ที่แนบมา เนื่องจากอาทิตย์หนึ่งๆ ดาจะสามารถตอบจดหมายได้เพียง 15 บรรทัดเท่านั้น ขณะนี้ดาได้รับจดหมายให้กำลังใจประมาณ 50 ฉบับ เข้าใจว่าที่เหลืออาจจะถูกพิจารณาเซ็นเซอร์ เพราะเนื้อหาจะมิให้เขียนพาดพิงถึงการเมืองแต่ประการใด”

“สภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำแย่มาก อาหารก็เป็นผัดผักกะหล่ำ ซึ่งก็ได้ทานมาตลอดเกือบเดือนแล้ว น้ำดื่มก็มีไรตัวเล็กๆ อยู่ในน้ำดื่ม” โดยดาได้เรียกร้องว่า “อยากให้คณะกรรมาธิการรัฐสภา หรือ คณะกรรมาธิการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มาดูแล จัดคณะมาเยี่ยมชมเรือนจำบ้าง จะได้รับรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ที่อยู่ในสภาพต้องกักขัง ที่สูญเสียอิสรภาพและยังอาจสูญเสียความเป็นมนุษย์อีกด้วย”

กาญจนา ศรีพรประชา ผู้แทนกลุ่ม “พลังรวมใจ” กล่าวว่า ขอเชิญชวนผู้รักประชาธิปไตยและความยุติธรรมทุกท่านร่วมแรงร่วมใจส่งคำอวยพร และความสุขให้แก่ผู้กล้าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยการส่งจดหมาย ส.ค.ส. หรือ โปสการ์ดอวยพรปีใหม่ให้แก่ดารณี เขียนจ่าหน้าว่า “ส.ค.ส. ถึง ดา” ตู้ ปณ. 58 ปณศ (พ) พระโขนง กรุงเทพฯ 10110 และทางกลุ่มจะดำเนินการจัดส่งให้คุณดารณีทุกอาทิตย์ และจะนำภาพที่ถ่ายจดหมายนี้มาดำเนินการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ หรือ งานนิทรรศการที่จะจัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลุกจิตสำนึกให้คนไทยส่วนใหญ่ร่วมกันให้กำลังใจแก่คุณดา ในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้องต่อไป

 

ส่งไปเยอะๆ

ส่งไปเยอะๆ 18ปีคงไม่นานพอมี่ป้าเเกจะสำนึกผิดชอบชั่วดีเเกจะได้อ่านเเก้เหงา

copy เสนาะ

copy
เสนาะ เทียนทอง...จะเอาทักษิณ หรือประเทศไทย"

นายเสนาะ ได้เขียนในหัวข้อ "จะเอาทักษิณ หรือประเทศไทย"
มีเนื้อหาสาระที่สำคัญว่า รู้จักพ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ปี 2529 แบบผิวเผิน ตั้งแต่เป็นนายตำรวจติดตามรัฐมนตรี
พ.ต.ท.ทักษิณพยายามสร้างความสัมพันธ์กับหัวหน้าพรรคคือทำธุรกิจ กับการเมือง วิ่งเต้นเข้าทางผู้ใหญ่สูงสุดของพรรค
ต่อมาตนย้ายไปเป็นเลขาธิการพรรคความหวังใหม่
พ.ต.ท.ทักษิณได้สนับสนุนปัจจัยการเมืองผ่านไปทาง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ในขณะนั้น
พ.ต.ท.ทักษิณจึงได้เข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรี

เมื่อก่อนเกิดวิกฤตค่าเงินบาท นายอำนวย วีรวรรณ รมว.คลังในขณะนั้นลาออก มีการคิดกันว่าจะให้ตำแหน่งนี้กับพ..ต.ท.ทักษิณด้วยซ้ำ
ตนได้ไปทาบทามคนที่น่าเชื่อถือในสังคม โดย นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์
รับปากว่าจะเข้ามาช่วยเป็นรมว.คลัง ปรากฏว่าพ.ต.ท.ทักษิณไปนำนายทนง พิทยะ ผู้บริหารธนาคารทหารไทยมารับตำแหน่งนี้แทน โดยที่ตนไม่รู้เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ไปซุบซิบกับพล.อ.ชวลิต และนายโภคิน พลกุล อดีต รมต.สำนักนายกฯ แล้วจึงมีคำสั่งแต่งตั้งนายทนง

"ก่อนเงินบาทลอยตัว ผมไม่รู้เรื่องด้วย เพราะอยู่นอกวงของพวกเขา
คนที่เกี่ยวข้องกับการลดค่าเงินบาทในขณะนั้นมี 4 คือ พล.อ.ชวลิต
พ.ต.ท.ทักษิณ นายทนง และนายโภคิน
ส่วนจะรู้เห็นกันขนาดไหนผมไม่รู้ เขาบอกว่าเขาไม่รู้ อันนี้ไม่มีใบเสร็จ
แต่ถ้าถามผมว่า ผลที่เกิดหลังค่าเงินบาทลอยตัวออกมาอย่างไร
มันส่อชัดว่าทักษิณและบริษัทรอดวิกฤตคนเดียวคือผลลัพธ์มันสะท้อนชัดอยู่แล้ว
การที่มีคนไปซื้อประกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทเอาไว้มาก ๆ
หรือไปซื้อดอลลาร์เอาไว้มากๆ ก่อนประกาศลอยค่าเงินบาท
ก็เหมือนจุดไฟเผาบ้านตัวเองเพื่อเอาเงินประกัน เศรษฐกิจของชาติพังเสียหาย แต่ตัวเองรอดพ้นวิกฤตเพราะได้ประกัน" นายเสนาะกล่าว

นายเสนาะ กล่าวว่า หากต้องการจะรู้ทันทักษิณ
ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนอย่างไร
เพราะลักษณะเฉพาะและตัวตนของ พ.ต.ท.ทักษิณ
เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการใช้อำนาจและบริหารราชการแผ่นดินของ
ทักษิณทั้งหมดนั้นประกอบขึ้นมาเป็นระบอบทักษิณ
ซึ่งมีทั้งระบบการใช้อำนาจและการแสวงหาผลประโยชน์อยู่ร่วมกัน พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นคนมีวุฒิการศึกษา แต่ขาดวุฒิภาวะการเป็นผู้นำ
ไม่มีสภาวะผู้นำโดยเฉพาะในระดับประเทศ
เป็นคนไม่มีประสบการณ์ในการบริหารราชการ แม้เคยรับราชการตำรวจ ก็อยู่ไม่นาน และใช้เวลาว่างไปกับการประกอบธุรกิจ
พ.ต.ท..ทักษิณเป็นนักเสี่ยงโชค ขาดความรอบคอบ เคยประสบปัญหาทางธุรกิจ แลกเช็คและถูกฟ้องเช็คเด้ง นิยมบริหารธุรกิจแบบคิดไวทำไว โดยใช้การตลาดเป็นเครื่องมือ
"การจดทะเบียนคนจนนั้น ผมเคยแนะนำว่ามันทำไม่ได้ ไปประกาศเฉยๆไม่ได้ เอามาขึ้นทะเบียนเฉยๆ คนที่เป็นหนี้สินอยู่ที่ไม่ใช่คนจนก็ไปจดทะเบียนด้วย มันจะบานปลายไปใหญ่ พี่ไม่เห็นด้วย มองด้วยจิตสำนึกมันปฏิบัติไม่ได้ มันได้แค่โชว์ตัวเลขตอนเลือกตั้งจากนั้นไม่มีผลจริง แต่ทักษิณตอบว่า
โธ่...พี่เหนาะ คนตาบอดมันกลัวเสือเหรอ
ถ้าเราไม่พูดแบบนี้เราจะได้เสียงเหรอ
เขาพูดอย่างนี้แสดงว่าไม่ได้จริงใจกับนโยบาย
ประกาศไปก่อนค่อยหาวิธีการทำการตลาดทีหลัง
ไปเสี่ยงเอาข้างหน้าขอให้ได้คะแนนเสียงไว้ก่อน ไม่สนวิธีปฏิบัติราชการ
แม้แต่โครงการ เอสเอ็มแอล ผมก็เตือนว่าเข้าข่ายซื้อเสียง
เพราะอยู่ในภาวะเลือกตั้ง ทักษิณตอบว่าโธ่...อำนาจอยู่ที่เรา
กกต.ก็ของเรา คนก็บอกเรา ล่าสุดก่อนการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 มีการกระทำผิดกฎหมาย คือขนคนมาฟังการปราศรัยโดย จ้างมา มันผิดกฎหมายแน่นอน แต่ กกต.กลับเฉย"นายเสนาะกล่าว

นายเสนาะ กล่าวว่า
พ.ต.ท.ทักษิณเคยบอกรัฐมนตรีในรัฐบาลว่า ไม่ต้องคิดอะไรมาก ขอให้ทำตามก็พอ หากรัฐมนตรีของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนที่คิดมาก รอบคอบ คอยตักเตือน จะอยู่ไม่ได้เลย คนที่อยู่ได้จะต้องตอบ"เยส"อย่างเดียว เช่น นายพินิจ เคยพูดว่า "ท่านนายกฯ ผมไม่เคยเห็นใครคิดได้ดีเท่านี้เลย" หรือ นายเนวิน ก็มักพูดว่า "ดีนายๆ"
ด้วยเหตุนี้รัฐมนตรีบางคนในช่วงเทศกาลเลือกตั้ง
มักมีบัตรเลือกตั้งที่พิมพ์เกินอยู่เต็มรถ จึงได้รับการฟูมฟักอย่างดี
เหนียวแน่น ถูกเรียกใช้งานบ่อยๆ ในช่วงหลัง

นายเสนาะ กล่าวว่า
ยิ่งกว่านั้นยังมีการใช้ระบบธุรกิจครอบครัว มาจัดการผลประโยชน์ในรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ขนคนที่เคยทำงานกับตัวเองในบริษัทแบบยกชุด วางคนของตัวเอง ไปในทุกกระทรวง โดยไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งที่มีอำนาจอย่างเป็นทางการ แต่ทุกคนในกระทรวงจะรู้ดีว่า คนๆนี้คือคนของเขา จะทำอะไรก็ต้องผ่านคนคนนี้ เรียกว่ามีสองสามคนไปดูแลผลประโยชน์ทุกกระทรวง เป็นเสมือนหลงจู๊ แล้วยังส่งคนไปยึดตำแหน่งใน กมธ.ชุดต่างๆ ของสภาผู้แทนฯ
ใน ครม.ก็ไม่ต่างกัน ทุกโครงการที่จะมีการอนุมัติ
ถ้ารัฐมนตรีคนไหนเสนอเรื่องขอใช้งบกลางที่จัดสรรไว้มหาศาล
ก็ต้องไปเคลียร์กับคนของเขาให้เรียบร้อยก่อน
รัฐมนตรีหลายคนจะมีคนของเขาเข้ามาบอกว่า เดี๋ยวทำงบฯ จะเอากี่พันล้าน แต่ต้องเอาเข้าพรรค 10 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าจะไปทำอะไรขึ้นมาก็ได้ ไปเขียนโครงการมา
นายเสนาะ กล่าวว่า ถ้ารัฐมนตรีคนไหนทำไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้ เวลาทำโครงการก็ต้องจ้างที่ปรึกษาที่เป็นคนของตัวเอง แล้วใช้วิธีที่เก่งที่สุด คือ ยกเว้นระเบียบพิเศษ ยิ่งใช้วิธีขีดเส้นตายว่าต้องเสร็จวันนั้นวันนี้
เหมือนกรณีสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อจะได้ใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ
นโยบาย 10 เปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรีต้องทำโครงการ โดยตบแต่งงบประมาณขึ้นมาก่อนว่า มูลค่าของโครงการจะครอบคลุม 10เปอร์เซ็นต์ที่ต้องหักเข้าพรรค จากนั้นไปตกลงกับคนของเขาผ่านคุณหญิง
เมื่อเรียบร้อยเมื่อใด ก็ส่งมาให้ตัวตายตัวแทนทางการเมืองที่เขาไว้ใจ
พอเข้า ครม. นายกฯ จะเสนอโครงการและอนุมัติให้เองเสร็จสรรพ
รัฐมนตรีไม่ต้องคิดไม่ต้องสงสัย ทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ใครเข้าใจว่า 10
เปอร์เซ็นต์มีอยู่เท่าไร คงต้องไปถามคุณหญิง

นายเสนาะ กล่าวว่า สิ่งที่สุดทนจริงๆ คือ กรณีผู้ว่าฯ สตง.
ที่ถูกแทรกแซงการทำงาน แทรกแซงองค์กรอิสระ และละเมิดพระราชอำนาจ มันเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่สำคัญ ที่ทำให้ตนลุกขึ้นอภิปรายเมื่อ 8 มิ.ย.2548 การประกาศตัดขาดแตกหักกลางสภาฯ พูดได้ว่า
ถ้ามันเอาชีวิตได้มันเอาไปแล้ว มันแค้น แต่ก็ไม่กล้า ตอนหลังคนของ
พ.ต.ท.ทักษิณก็ติดต่อมาหลายครั้ง ตนพูดตรงๆ ไปว่า
เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว เมื่อไม่ยอมลดละเอง จนเราต้องแตกหักไปสู่สาธารณชนแล้ว สิ่งสำคัญนายกฯก็ต้องแก้ข้อกล่าวหาทั้งหมดให้ได้ และตนยังพูดอีกว่า ถ้าบอกจะกินข้าวกันตอนนี้ มันยังไงล่ะ
ให้พี่เป็นผู้เป็นคนดีกว่าอย่าให้พี่เป็นหมาเลย

นายเสนาะ กล่าวว่า ก่อนที่จะเกิดปัญหาทั้งหมดตนก็พยายามไปเตือน แต่เรื่องที่เตือนก็เป็นการขัดผลประโยชน์เขาทุกเรื่องเช่นคิดว่ารัฐมนตรีคอรัปชั่น ตนก็ไปเตือนเพราะคิดว่าไม่รู้ ที่ไหนได้มันสั่งเอง ขนาดกลายเป็นว่ารัฐมนตรีคนไหนไม่ทำตามสั่ง ภายหลังก็อยู่ไม่ได้
ความขัดแย้งในปัจจุบันมาสาเหตุมาจากตัวปัญหาคนเดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ คนคนนี้โกงเพื่อเข้ามาสู่อำนาจ เมื่อมีอำนาจก็โกงอีก
อันตรายต่อบ้านเมืองสุดๆ พ.ต.ท.ทักษิณน่ากลัวเพราะเป็นคนมีวุฒิการศึกษา จ้องวางแผนเอาเปรียบคนอื่น ถือว่าต่ำต้อยเหลือเกินในการเป็นผู้นำประเทศ

ผมจำคำพูดของทักษิณที่เคยบอกว่า "พี่เหนาะผมพร้อมแล้ว
สมบัติส่วนหนึ่งผมให้ลูก อีกส่วนเก็บไว้สำหรับตายาย
ยาวสักหน่อย

เด๋วไว้จะส่งไปให้แน่นอน

เด๋วไว้จะส่งไปให้แน่นอน รอรับแล้วกันนะ

ชื่อคนเขียนก็บอกอยู่แล้ว"คิดเ

ชื่อคนเขียนก็บอกอยู่แล้ว"คิดเองไม่เป็น"เลยไม่อยากเสียเวลาอ่านว่ะ

จะส่งพวงหรีดไปให้ก็เสียดายตัง

จะส่งพวงหรีดไปให้ก็เสียดายตังค์ว่ะ เอาเงินไปซื้ออาหารให้หมาจรจัดกินยังได้ประโยชน์กว่าเยอะ หมามันยังซื่อสัตย์รักเจ้าของ แต่อีดา มันไม่ซื่อสัตย์กับแผ่นดินเกิด เปรียบเทียบกับหมามันยังมีค่ามากกว่าอีดาจริงๆ

ถ้าเห็นว่าดาต่อสู้เพื่อความถู

ถ้าเห็นว่าดาต่อสู้เพื่อความถูกต้องเเล้วไซร้ ชาติไทยดับสูญเเน่ รอรับนะป้าจะเจียดตังค่ารถเมล์ส่งไปให้

เซ็งจริงๆ

เซ็งจริงๆ พวกคนโรคจิตชอบทับถมคนอื่น อย่าติดแบบเขาบ้างก็แล้วไป จะส่งขี้ไปให้เลย

ดาเอ๋ยได้รับทวิตเตอร์จากท่านพ

ดาเอ๋ยได้รับทวิตเตอร์จากท่านพ่อหรือยัง ปัดกวาดคุกให้สะอาดเนอะบ่เมินพ่อจะไปปิ๊กเน้อ