อุปทูตไทยในกัมพูชา ได้เยี่ยมศิวรักษ์แล้ว เผยกำลังใจดี ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

อุปทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของสถานทูต 2 คน ได้พบนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ที่ถูกกัมพูชาควบคุมตัวที่เรือนจำเพซอ  ใช้เวลาพูดคุยประมาณ 30 นาที พร้อมขออนุญาตเรือนจำเปิดโอกาสให้นายศิวรักษ์โทรศัพท์หามารดาที่อยู่ประเทศไทย เผยนายศิวรักษ์มีขวัญกำลังใจดีและมีจิตใจที่เข้มแข็ง

เมื่อเวลา 14.10 น. นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อเวลา 10.40 น. นายชโลทร เผ่าวิบูล อุปทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของสถานทูต 2 คน ได้มีโอกาสเข้าพบนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ พนักงานบริษัทแอร์ทราฟฟิก เซอร์วิส (CATS) บริษัทในเครือบริษัทสามารถเทเลคอม ที่ถูกกัมพูชาควบคุมตัวที่เรือนจำเพซอ  โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 30 นาที และได้ขออนุญาตเรือนจำเปิดโอกาสให้นายศิวรักษ์โทรศัพท์หามารดาที่อยู่ประเทศไทย โดยได้คุยเป็นเวลาสั้นๆ โดยสรุป นายศิวรักษ์มีขวัญกำลังใจดีและมีจิตใจที่เข้มแข็ง

“เท่าที่อุปทูตได้รายงานให้ทราบ สภาพจิตใจเขายังแข็งแรงอยู่ ส่วนเรื่องสุขภาพยังไม่ได้รับรายงานว่า มีปัญหาสุขภาพใดๆ ทั้งนี้ ทางฝ่ายกัมพูชาก็ยืนยันกับฝ่ายเราว่า ในเรือนจำของกัมพูชามีทั้งแพทย์และยาพร้อมให้การรักษาหากจำเป็น รวมทั้งดูแลเรื่องอาหารการกิน ดูแล้วคุณศิวรักษ์มีกำลังใจ จิตใจเข้มแข็ง” นายธานีกล่าว

ส่วนความเป็นไปได้ที่มารดาของนายศิวรักษ์จะเดินทางไปเยี่ยมที่กัมพูชา นายธานีกล่าวว่า เท่าที่ทราบนางสิมารักษ์มีความต้องการจะเดินทางไปเยี่ยม ซึ่งเมื่อกำหนดการเดินทางแน่นอนแล้ว ทางกระทรวงฯ พร้อมจะประสานกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อขออนุญาตให้นางสิมารักษ์ เข้าไปเยี่ยม ทั้งนี้ ทางกัมพูชาไม่ได้ขัดข้อง แต่ต้องทำเรื่องขอเข้าเยี่ยมใหม่แต่ละครั้ง แม้แต่ทางสถานทูตฯก็ต้องทำเรื่องขอเข้าเยี่ยมใหม่ในการเยี่ยมครั้งต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตาม เมื่อทางครอบครัวพร้อม ทางกระทรวงฯก็พร้อมจะประสานการเข้าเยี่ยมอีกครั้ง

เมื่อถามว่ารมว.ต่างประเทศไทยได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับ รมว.ต่างประเทศกัมพูชาหรือไม่ นายธานี กล่าวว่า วานนี้ (16 พ.ย.) นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พยายามติดต่อนายฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาแล้ว แต่ยังติดต่อไม่ได้ เนื่องจากรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาอยู่ระหว่างการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พัฒนาการของเรื่องก็ไปในทิศทางอย่างที่ทราบ ดังนั้น อาจจะไม่จำเป็นแล้ว

นายธานี กล่าวว่า จากการพูดคุยกับอุปทูต ได้ทราบว่า นายศิวรักษ์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ ซึ่งตอนนี้อยู่ในกระบวนยุติธรรมของฝ่ายกัมพูชา ในส่วนความเป็นอยู่ของนายศิวรักษ์ ก็ได้รับการดูแลอย่างดีจากกัมพูชา ทั้งนี้ ทางสถานเอกอัครราชทูตได้ส่งสิ่งของไปให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นของใช้ประจำวันและอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นายศิวรักษ์ นอกจากนี้ น.ส.มธุรพจนา อิทธะรงค์ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้ไปพบนางสิมารักษ์ ณ นครพนม แม่ของนายศิวรักษ์ เพื่อย้ำความพร้อมของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกให้กับนายศิวรักษ์

นายธานีกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้แนะนำทนายความให้นายศิวรักษ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่นายศิวรักษ์จะพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในส่วนการว่าจ้าง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

โดยรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการต่อสู้ทางคดีนั้นนายธานีกล่าวว่า ในชั้นพนักงานสอบสวนได้เรียกตัวไปแล้ว ตอนนี้ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมของฝ่ายกัมพูชาว่า จะมีการไต่สวนหรือจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งเราต้องรอติดตามดู และหวังว่า นายศิวรักษ์จะได้รับความเป็นธรรม

ส่วนกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือไปยังกัมพูชา เพื่อขอรับทราบข้อกล่าวหาที่มีต่อนายศิวรักษ์ ขณะนี้ได้รับคำตอบจากทางกัมพูชาแล้วหรือไม่ นายธานีกล่าวว่า กระทรวงฯ ยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากฝ่ายกัมพูชาว่า ได้ตั้งข้อกล่าวหาอะไรกับนายศิวรักษ์ แต่การทำหนังสือขอจากฝ่ายไทย ในส่วนเรื่องการขออนุญาตเข้าพบนั้น ทางกัมพูชาก็ได้อนุญาตแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่านายศิวรักษ์ได้ระบุหรือไม่ว่า ถูกสอบสวนประเด็นใด นายธานีกล่าวว่า ไม่ได้รับแจ้งรายละเอียด เพียงแต่ได้รับทราบว่า นายศิวรักษ์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาในชั้นพนักงานสอบสวน โดยยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ถามว่า โดยหลักการจะสามารถประกันตัวได้หรือไม่ นายธานีกล่าวว่า ในหลักการคงขอได้ แต่จะได้รับการประกันตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของพนักงานสอบสวน ในชั้นนี้ยังต้องรอฟังฝ่ายทนายความของนายศิวรักษ์ว่าจะเดินเรื่องต่อไปอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องตั้งทนายก่อนขอประกันตัวหรือไม่ นายธานีกล่าวว่า โดยปกติก็เป็นเช่นนั้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกระบวนการกฎหมายของกัมพูชาว่าเป็นอย่างไร ซึ่งฝ่ายไทยยังเชื่อมั่นว่าต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล
 

ดีใจครับ รัฐบาลฟันน้ำนมกับรัฐ

ดีใจครับ

รัฐบาลฟันน้ำนมกับรัฐมนตรีกษิตทำงานสักที

ไม่ต้องไปเดือดร้อนถึงคุณทักษิน

ไปเล่นเขาไว้เรื่องทวงพระวิหาร

ไปเล่นเขาไว้เรื่องทวงพระวิหาร ความเดือดร้อนก็เลยตกเป็นของตน อย่างนี้แหละครับจึงเรียกว่า

เวรกรรมมีจริง ทำอะไรไว้ก็ได้อันนั้น

-----------------------------

--------------------------------------------------

"ระบอบฮุนเซน"สมสู่"ระบอบทักษิณ"

--------------------------------------------------

ลองส่องกล้องมอง เข้าไปยัง"ระบอบฮุนเซน" ที่กำลังเริ่มต้นสมสู่กับ"ระบอบทักษิณ"รอบใหม่ที่มีพัฒนาการความชั่วร้าย หลายอย่างแทบจะมาจากพิมพ์เดียวกัน

เพียงแต่ "ระบอบทักษิณ" ได้ถูกยึดอำนาจจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ไม่สะเด็ดน้ำ อันเนื่องมาจากสังคมไทยมีพัฒนาการประชาธิปไตยไปไกลกว่าประเทศเพื่อน บ้านอย่างเขมร ทำให้การรัฐประหารไม่สามารถสถาปนาความชอบธรรมได้เต็มปากเต็มคำ

ทำให้ "อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา" พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กำลังเร่งแผนฟื้นฟูอำนาจของตัวเองขึ้นมาใหม่อย่างไม่หวั่นเกรงสิ่งใดอีกต่อ \ไปแล้ว

ทุ่มเทเงินทองรวบรวมพลพรรคทั้งจากคนรักทักษิณหัวปักหัวปำ กับอีกพวกที่เคยชิงชังระบอบทักษิณ แต่ด้วยความเกลียดทหารและอำนาจแฝงของเหล่าอำมาตย์ "เข้าไส้" มากกว่าความชั่วช้าสามานย์ของระบอบทักษิณ ที่มีทั้งทุจริตทุกรูปแบบ ละเมิดสิทธิมนุษยชนเข่นฆ่าผู้คนยัดเยียดข้อหายาเสพติด แทรกแซงควบคุมทุ่มซื้อสื่อให้ศิโรราบ โฆษณาชวนเชื่อมอมเมาให้สังคม และคนรากหญ้าให้มีค่านิยมผิดๆ ฯลฯ

จนทำให้พวกเขาที่เคยเกลียดชังระบอบทักษิณกลายเป็นแนวร่วมมุมกลับ สร้างเครือข่ายเชิงลึก เพื่อช่วยสถาปนาระบอบทักษิณใหม่ ที่มีแนวคิดเดียวกับ "ระบอบฮุนเซน" ที่ทำทุกวิถีทางลดบทบาท หรือทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันกษัตริย์

"ระบอบฮุนเซน" เติบใหญ่หลังสมเด็จฮุนเซน "รัฐประหารตัวเอง" เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2540 ด้วยการไล่ล่าสังหารศัตรูทางการเมืองไปร่วมครึ่งร้อย เพื่อสถาปนาความเข้มแข็งให้ "ระบอบฮุนเซน" อยู่ยืนยงตลอดกาล จนกว่าสมเด็จฮุนเซนจะหมดเรี่ยวแรง ที่คาดว่าคงอีกกว่า 30 ปี เมื่อสมเด็จฮุนเซนอายุ 90 ปี (ปัจจุบันอายุ 57 ปี)

จึงไม่แปลกใจแต่อย่างใดในความร่วมมือกันครั้งใหม่ของ "ผู้นำนักเลงโตแห่งแผ่นดินเขมรต้องคำสาป" กับ "อดีตผู้นำที่เป็นนักโทษชาย ณ ดูไบที่ยังโหยหาอำนาจ" เพราะแผนการคงอยู่อย่างถาวรของ "ระบอบฮุนเซน" แยกไม่ออกกับการเลือกข้างช่วยฟื้นฟู "ระบอบทักษิณ" ให้กลับมามีอำนาจเหนือแผ่นดินไทย

ภายใต้ "ระบอบฮุนเซน" ที่สมเด็จฮุนเซนมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้บนแผ่นดินต้องคำสาป แม้กระทั่งมหากษัตริย์ของประเทศกัมพูชา "สมเด็จนโรดม สีหมุนี" ยังอยู่ในสภาพ "ตรายาง" ยินยอมให้สมเด็จฮุนเซนใช้พระปรมาภิไธยของพระองค์ลงนามแต่งตั้ง "อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา" ที่มีสถานะนักโทษหนีคุกให้เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลฮุนเซน จนสร้างความร้าวฉานกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย

แถลงการณ์ของรัฐบาลเขมรที่อ่านออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เขมร และได้รับการแปลเป็นไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำเผยแพร่ทั่วไปใน "สื่อทักษิณ" โดย นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่มีความเชื่อโดยไม่เคยปิดบังว่าประเทศไทยจะอยู่รอดได้ต้องโค่นล้ม "มหาอำมาตย์" แต่เพียงประการเดียว และ เทิดทูนทักษิณให้กลับมามีอำนาจเหนือบุคคลใด ด้วยเสื้อคลุมหลายชั้นกล่าวอ้าง "ประชาธิปไตย"

ใครได้อ่านแถลงการณ์ฉบับแปลแล้ว "เลือดรักชาติ" ไม่เดือดพล่าน คงจะเป็น "คนไทยหัวใจเขมร" ที่กำลังเผยตัวออกมาชูหน้าสลอนใน "พรรคเพื่อไทย" นักวิชาการเสื้อแดงและพวกอีแอบ (อ้าง) รักสันติ จนแทบไม่น่าเชื่อว่าการเมืองไทยที่ทะเลาะเบาะแว้งกันได้ลุกลาม จนคนไทยบางพวกหันไปเชียร์ผู้นำเขมรให้มาดูหมิ่นเหยียดหยามศาลไทย

แถลงการณ์ของรัฐบาลเขมรพาดพิงถึงความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมของ ไทย การไม่เคารพข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดน และการยึดถือผลประโยชน์ "ส่วนบุคคล" ของอดีตผู้นำไทยเหนือกว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

"นายกรัฐมนตรีของเรา" คนปัจจุบันทำถูกต้องแล้ว ที่ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลเขมร ด้วยการเรียกทูตไทยประจำกรุงพนมเปญกลับ และทบทวนสนธิสัญญาระหว่างกันใหม่ทั้งหมด โดยประกาศว่าจะไม่ยอมให้ "นักเลงโตข้างบ้าน" เอาก้อนหินมาเขวี้ยงใส่อีกต่อไปและมิหนำซ้ำยังยินดีให้ที่พักพิงกับ "อดีตผู้นำไทยที่เป็นนักโทษชาย" มาทำลายศักดิ์ศรีของศาลไทย และปลุกระดมบ่อนทำลายประเทศไทยไม่หยุดหย่อน

"พรรคเพื่อไทย" ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายกฯ อภิสิทธิ์ทำเกินกว่าเหตุในการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลเขมร ด้วยเหตุผลข้างๆ คูๆ อาทิเช่น ลายประเทศในแอฟริกาได้ตั้งอดีตนายกฯ ทักษิณเป็นที่ปรึกษาไปแล้ว แต่ทำไมนายกฯ อภิสิทธิ์ไม่ประกาศเรียกทูตกลับเหมือนเขมร ฯลฯ

ขอถามว่าประเทศยากจนในทวีปแอฟริกาเหล่านั้น มีผลประโยชน์อะไรบ้างที่เกี่ยวกับประเทศไทย ยกเว้นผลประโยชน์ทางการค้าเล็กๆ น้อยๆ ที่แทบไม่มีความหมายกับประเทศไทย แต่อดีตนายกฯ ทักษิณ คงหวังผลประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเหล่านั้น

ซึ่งส่วนใหญ่เป็น "ผู้นำเผด็จการและฉ้อฉล" พร้อมจะเปิดประตูให้ "หัวขโมย" เข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ของชาติ แล้วจัดสรรแบ่งปันเข้ากระเป๋า "ผู้นำชั่วช้าสามานย์" เสียเป็นส่วนใหญ่ ประเทศเหล่านี้เสมือนอยู่ในคำสาป ดังเช่นประเทศไนจีเรียที่มีบ่อน้ำมันมหาศาล แต่กลับมีผู้นำฉ้อฉลทำให้เสมือนเป็น "คำสาปน้ำมัน (Oil Crurse) ที่ประเทศเหล่านี้ ล้วนแต่ปกครองด้วย "ผู้นำหัวขโมย" ที่เรียกว่า Kleptocracy

สมเด็จฮุนเซนที่เป็น "ประมุขระบอบฮุนเซน" มีพฤติกรรมต่ำช้าเป็นที่เลื่องลือมาตลอด 23-24 ปีที่ปกครองเขมร แทบไม่ต่างจาก "ผู้นำโกงชาติ" เหล่านั้น จึงชอบคบหาสมาคมกับ "อดีตนายกฯ ทักษิณ" ที่มีพฤติกรรมไม่ต่างกันเลยมากกว่าผู้นำไทยปัจจุบัน แม้ว่าหลายครั้งขัดแย้งกันถึงขั้นลอบสังหาร และส่งเงินช่วยปฏิวัติที่ไม่สำเร็จ แต่เมื่อเกิดผลประโยชน์แบบทุจริตเชิงนโยบายก็จะร่วมมือกันได้ ขโมยผลประโยชน์ของชาติไปเป็นของส่วนตัว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแลกเปลี่ยนระหว่างการสนับสนุนรัฐบาลเขมร ให้ยื่นเรื่องปราสาทเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลกกับการลงนามเขตพัฒนาร่วม พื้นที่ทางทะเลในแหล่งก๊าซและน้ำมันที่มีจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นได้ใน "ระบอบทักษิณ" อย่างเดียว แต่เมื่อรัฐบาลต่อมา ที่ไม่ได้อยู่ใต้อิทธิพลของ "อดีตนายกฯ ทักษิณ" กลับไม่ยินยอม ทำให้สมเด็จฮุนเซนไม่พอใจรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาโดยตลอด

ดังนั้น การแต่งตั้งอดีตนายกฯ ไทยเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลเพื่อนบ้านอย่างเขมรที่ไม่เคยมี ความจริงใจใดๆ กับประเทศไทย โดยใช้พระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์ของเขมรมารับรองคุณงามความดีของอดีต นายกฯ ไทย ที่มีคำพิพากษาติดคุก 2 ปี ย่อมมองเป็นอื่นไปไม่ได้ว่าอดีตนายกฯ ทักษิณกำลัง "ทรยศต่อชาติ" เพื่อมุ่งใช้กองกำลังของต่างชาติมาล้มล้างอำนาจศาลไทย และกลับเข้ามีอำนาจทางการเมือง แล้วชดใช้บุญคุณให้กับผู้นำเขมรสมเด็จฮุนเซนที่แทบไม่มีอะไรจะเสียเลยกับเกม นี้ที่มีแต่ได้

เอาแค่ "ตอกลิ่ม" ให้คนไทยแตกแยกรุนแรงมากขึ้นจนยากจะแก้ไขได้แล้ว ย่อมส่งผลทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่มีสมาธิไม่เป็นอันบริหารประเทศได้อย่าง ปกติสุข

ธาตุแท้ของ "อดีตนายกฯ ทักษิณ" คือ นายทุนสามานย์ที่ไร้คุณธรรม จึงไม่มียางอายใดๆ ในการคิดแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัวทุกขณะ แล้วพยายามทำให้ค่านิยม "โกงบ้างแต่ทำงาน" กลายเป็นค่านิยมที่ถูกต้องชอบธรรมของสังคมไทย เช่นเดียวกับค่านิยม "บกพร่องโดยสุจริต" ที่เป็นประโยคเลวที่สุดที่ทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมไร้คุณธรรม ด้านได้อายอด-ทำชั่วกลับได้ดี-ทำดีมีคุณธรรมกลับถูกมองว่าพวกหน้าโง่

ตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ของประเทศไทย เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยศและศักดิ์สิทธิ์ในการอุทิศตนทำงานเพื่อประเทศชาติ โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ซึ่งจะต้องได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเกือบทั้งหมด ยกเว้น "อดีตนายกฯ ทักษิณ" และข้าทาสบริวารของอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่มีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีก 3 คน คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สมัคร สุนทรเวชและสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผู้คนบนแผ่นดินนี้ยังเต็มใจยกมือไหว้ได้ไม่ตะขิดตะขวงใจในความดีงามในการทำ งานเพื่อประเทศ ที่ยังหลงเหลืออยู่พอสมควร

แต่อดีตนายกฯ ทักษิณกับอดีตนายกฯ ที่เป็นทาสน้ำเงินอีก 2 คน (ยกเว้นอดีตนายกฯ สมัครที่นอนป่วยหนักในโรงพยาบาล) กำลังนำความแค้นส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนตนมาปลุกปั่น สร้างปัญหาบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ และปลุกระดมสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นไปทั่วบ้านทั่วเมือง

นายกรัฐมนตรีของไทยเป็นตำแหน่งผู้นำประเทศสูงสุด ที่สามารถเข้าถึงชั้นความลับข้อมูลขั้นสุดยอดด้านความมั่นคงของชาติ ทั้งทางทหารที่รับรู้ข้อมูลความลับตำแหน่งกองกำลังและอาวุธทุกอย่างของ ประเทศที่มีไว้ในการปกปักรักษาแผ่นดินไทย ข้อมูลทางการเงินและเศรษฐกิจที่มีการเก็บรักษาทรัพย์สมบัติของชาติไว้ที่ กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย แผนการพัฒนาประเทศในเชิงลึกในระยะยาว ฯลฯ

การปลุกเร้าคนไทยให้หลงผิดไปเห็นดีเห็นงามกับการรับตำแหน่งที่ปรึกษาของ ผู้นำประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านเกเรนักเลงโตอย่างผู้นำเขมรคนนี้ ที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับประเทศไทยมาโดยตลอด แล้วอาศัยปากของผู้นำชาติเขมรมาดูหมิ่นศาลไทย และให้ร้ายประเทศบ้านเกิดตัวเอง

เพียงเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตนหวังอาศัยกองกำลังต่างชาติเข้ามาช่วยให้ กลับมามีอำนาจทางการเมืองครั้งใหม่ ย่อมคิดเป็นอื่นไปไม่ได้ว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ กับอดีตนายกฯ ชวลิต กำลังสมคบกัน "ทรยศหักหลังต่อชาติ" ถือเป็นพวกกบฏล้มล้างประเทศด้วยกองกำลังต่างชาติ

หากจับตัวได้จะต้องถูกลงโทษสถานเดียว "ประหารชีวิต!"

สาธุชนคงจำได้

สาธุชนคงจำได้ ที่ไอ้รัฐบวมโจรแมงสาปเน่ายึดสนามบิน ทีตั้งแต่หัวตีนจนปลายตีน ต่างออกมาเห่าหอนหลอกลวงประชาชนว่า เขมรนั้นโหดร้าย ต่อ จำเลย ซึ่งก็เห่าหอนออกทางจอตู้เน่้าและตามเศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่า
แต่ทว่าพอพวกขี้ทูต ไปเยี่ยม ก็เลยปรากฏความจริงว่า เขมรดูแลอย่างดี ซึ่งตรงข้ามกลับคำกล่าวหา ของพวกรัฐบวมโจรแมงสาปเน่า
ส่วนไอ้ควายThe Other นี่ก็แสดงความควายแบบชนิดที่มีดีเอ็นเอเบสของควายไบซันอยู่ในโครโมโซม เพราะดีแต่ตัดแปะมันอย่างเดียว คิดเองไม่เป็น แถมไอ้ที่ตัดแปะ ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่มันโกหกตอแหลมันล้วนๆ และไม่ใช่แค่โกหกตอแหลเพียงอย่างเดียว แต่ทว่า ยังแสดงถึงความคด ความโลภ อันเป็นสันดาน ประจำชนเผ่าที่ติดตัวมาตั้งแต่ครั้งสมัยอยุธยา
(พระนเรศวรได้เคยพูดถึงคนสยามว่าเป็นพวกที่โลภ เกียจคร้านรวมทั้งชอบโกหกตลบแตลง)

อย่าไปว่าเขาเลยครับ

อย่าไปว่าเขาเลยครับ เพราะบัวเหล่าที่ 4 (ปทปรมะ) สอนได้ยากหรือสอนไม่ได้เลย สอนไปก็แค่นั้น เปลืองน้ำลายเปล่าๆ ปลงเถอะกับคนประเภทนี้

คุณ The OTHER

คุณ The OTHER น่าจะได้รับค่าเขียนเป็นรายคำ ถึงเขียนได้ยืดยาวเป็นน้ำท่วมท่ง(ผักบุ้งโหลงเหลง) ถ้าไม่ได้รับค่าจ้างก็ต้องถือว่าเป็นผู้เสียสละเวลามาทำสิ่งที่ในรัฐสภาอเมริกันเรียกว่า "Filibustering" ก็คือเขียนหรือพูดไม่หยุดนั่นแหละ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้คนที่จะเข้ามาอ่านในเวบไซต์นี้เบื่อ เลิกอ่าน

*นโยบาย สร้างศัตรู

*นโยบาย สร้างศัตรู ชูชาตินิยม
มุ่งถล่ม ทางการเมือง เคืองหักหาญ
เป็นความคิด จิตใจ อันธพาล
มุ่งต่อต้าน ประชาชน คนไท

*ไม่ก่อเกิด สันติสุข เร่งรุกเร้า
จุดไฟเผา บ้านเมือง ขุ่นเคืองใหญ่
ก่อไฟลาม ลุกไหม้ ทั้งใกล้ไกล
ดุจก่อไฟ พยาบาท พาชาติร้อน

*พันธมิตร ประชาวิบัติ ผู้จัดการ
ผู้เชิดชู รัฐประหาร มารเน่าหนอน
ยังปลุกเร้า ความคลั่งชาติ มิขาดตอน
จิตเร่าร้อน เผาเพื่อนบ้าน ผลาญทำลาย

*นโยบายต่างประเทศ ทุเรศริยำ
ใช้ม๊อบนำ การเมือง เรื่องเสียหาย
นำสู่ความขัดแย้ง แรงวุ่นวาย
นี่คือสิ่งทำลาย สามัคคี

ตัดแปะ ไ่ม่ตรงประเด็น

ตัดแปะ ไ่ม่ตรงประเด็น เข้าข่าย flood ทำให้คน จำนวนมาก เห็นชื่อ the other แล้วะ กลายเป็น the scroll
ต้อง scroll ทิ้งไปไว ๆ เปลืองนิ้วคนอ่านเป็นพัน

admin กรุณาพิจารณาลบ

ข่าวเพิ่มเติม

ข่าวเพิ่มเติม ส่วนนายอภิสิทธิ์เถียงคอเป็นเอ็นว่ากัมพูชาสร้างข่าวป่วนกระแส อ้างว่าเจ้าหน้าที่ไทยยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังแต่ประการใด

นี่ขนาดเป็นนายกยังกล้าตอแหลสร้างความสับสนให้กับสังคม เราเองยังพลอยฟ้าพลอยฝนหลงเชื่อว่าเขมรใจร้ายขนาดเจ้าหน้าที่ไทยขอเยี่ยมผู้ต้องขังยังไม่อนุญาต เหมือนกับที่เคยหลงเชื่อสายข่าวไอ้เทพเทือกเลือกข้างว่าชุมนุมพันธมิตรปลอดภัย แต่ทำไมกลับมีระเบิดตูมตาม เหล่าแกนนำปลอดภัยส่วนชาวบ้านรับเคราะห์ไปตามระเบียบ

จับตัววิศวกร ป่าหี่ข้ามชาติระ

จับตัววิศวกร
ป่าหี่ข้ามชาติระดับโลก

นักการเมือง
ล้วนแต่จำอวดตัวเบ้ง

เกมส์จารชนนั้นทำกันทุกคู่กรณี

เกมส์จารชนนั้นทำกันทุกคู่กรณี

ไม่ว่ารัซเซียกับสหรัฐ

ยิวกับอาหรับ

ล่าสุดเกาหลีเหนือกับสหรัฐ

ไม่มีประเทศใดใช้เหตุนี้ประกาศสงคราม

ก็โต้ตอบกันตามเพลง เต้นกันตามเพลง

ไม่ใช่อีกฝ่ายเต้นร็อค

แต่อีกฝ่ายรำวง

สว.เดโมแครตเดินทางไปจับมือกับประธานาธิบดีคิม

วันรุ่งขึ้นก็นิรโทษกรรมให้

จารชนหนังหนังสือพิมพ์หญิง 2 คน ก็กลับบ้านได้

มันต้องโดนขึ้นศาลก่อนเพื่อโชว์ว่าเป็นนิติรัฐ

ให้ประธานาธิบดีอภัยโทษเพื่อแสดงความหมานฉันท์

ดังนั้นปล่อยให้จารชนไทยเป็นไปตามเกมส์เถอะ

ขึ้นศาลมันก็ผิดเต็มร้อยอยู่แล้ว

อย่าไปทำเก่งอุทรณ์ ฎีกาเลย ติดคุกหัวโต

พอศาลตัดสินแล้วก็ให้ เป็นเรื่องของไอ้แม้ จิ๋ว เป็นคนจัดการ

เรื่องก็จะจบ

จารชนก็จะได้กลับบ้าน

ให้ กสัตว์ ไอ้มาร์ค ไอ้เทพ เฉยๆและดี

ได้กลับบ้านแน่

คอยดูกันรัฐบาลจะช่วยอะไรได้ใน

คอยดูกันรัฐบาลจะช่วยอะไรได้ในเมื่อเมื่อเขมรไม่คุยด้วย ฮา เรื่องนี้คงไม่พ้นคุณ ทักษิณที่จะช่วยคนไทยด้วยกันถึงแม้จะมีหัวใจเขมรก็เถอะอยากดูน้ำหน้าผู้ที่รักชาติแต่ปากแต่ทำอะไรไม่ได้ดีแต่สร้างภาพลัทธิคลั่งชาติชวนเพื่อนบ้านทะเลาะแทนการทำงานที่สร้างสรรค์

เปืดใจให้กว้าง

เปืดใจให้กว้าง เราจะได้เป็นสุข ใจมีแต่ทุกข์ คือใจคับใจแคบ......หากไม่มีมูลหมามันคงไม่ขี้หรอก....เหมือนกรณีเงิน 258 ล้านบาทที่มีตัวช่วย...หรือกรณีที่ไอ้ลิ้มชักดาบธนาคารต่างๆ แต่ยังเดินลอยหน้าลอยตาในสังคมได้เลย หรืออย่างที่ไอ้ลิ้มเอาผ้าอนามัยเปื้อนเลือดไปทาที่ฐานร.5 แต่นายทหารและสื่อสารมวลชนเงียบกริบ....แปลกดีเน๊าะ.....นี่หรือรักสถาบันมีปัญญาเล่นเน็ท ต้องมีสติและเหตุผลด้วยเด้อ....

นายปรี หน้าเหม Thanks for

นายปรี หน้าเหม Thanks for very good comment love it !.....