วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 13 นาที ที่ผ่านมา
ศาลอุทธรณ์ลดโทษคดีหมิ่นฯ ‘บุญยืน ประเสริฐยิ่ง’ เหลือ 2 ปี
Fri, 2009-11-13 20:30
หลังจากนางบุญยืน ประเสริฐยิ่ง อายุ 46 ปี ผู้ต้องขังคดีหมิ่นประมาทรัชทายาท ตามมาตรา 112 ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาขอลดหย่อนโทษจำคุก 6 ปีที่ได้รับ ล่าสุดวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมาศาลได้มีคำสั่งลดโทษเหลือ 2 ปี นับตั้งแต่ 15 ส.ค.51 ที่โดนจับกุม และพ้นโทษในวันที่ 15 ส.ค.53
13 พ.ย.52 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนางบุญยืน ประเสริฐยิ่ง อายุ 46 ปี ผู้ต้องขังคดีหมิ่นประมาทรัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาขอลดหย่อนโทษจำคุก 6 ปีที่ได้รับ ล่าสุดวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมาศาลได้มีคำสั่งลดโทษเหลือ 2 ปี นับตั้งแต่ 15 ส.ค.51 ที่โดนจับกุม และพ้นโทษในวันที่ 15 ส.ค.53
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 พ.ย.51 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก นางบุญยืน ในข้อหา หมิ่นประมาท ดูหมิ่น รัชทายาท จากการที่จำเลยได้ปราศรัยบนเวทีประชาชนที่ท้องสนามหลวง ด้วยการกระจายเสียงทางเครื่องกระจายเสียงท่ามกลางประชาชนที่มาฟังจำนวนหลายคน โดยระบุว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 วางโทษจำคุก 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก 6 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อ.4308/2551 วันที่ออกแดง 6/11/2551) ต่อมาวันที่ 22 ธ.ค.51 บุญยืนได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา โดยขอลดหย่อนโทษจากในเรือนจำ โดยระบุว่าขอให้ศาลพิจารณารอลงอาญาและให้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ หรือไม่เช่นนั้นก็ขอลดกำหนดโทษลง












คดีของดา
คดีของดา ศาลอุทธรณ์จะลดโทษอย่างคดีนี้บ้างหรือเปล่าหนอ?
ข้าแต่ศาลที่เคารพ อีสำเพ็ง
ข้าแต่ศาลที่เคารพ อีสำเพ็ง มันเด้งเกินขนาด ข้าเลยมีความผิดพลาดในคำพูด ขอให้ศาลจงพิสูจน์ ว่าคำพูดของข้าคือการใส่ความ ก็ข้าโง่ตกเป็นเครืองมือของพวกมันนี่เจ้าคะ ตอนนี้ข้าเข็ดแล้วจริงเจ้าคะ เพราะพวกคนที่มันยุยงข้าไม่เคยไปดูดำดูดีข้าเลย ปล่อยให้ข้าทุกข์ระทมตรอมตรมในคุกอยู่อย่างเดียวดาย
กรณีสนธิ ลิ้มทองกุล
กรณีสนธิ ลิ้มทองกุล อัยการทำไมถอนฟ้อง..........กรณีคดีที่ดินรัชดาโทษจำคุก 2 ปี ทำไมไม่รอลงอาญา ทั้งๆที่กฎหมายให้โทษจำคุกน้อยกว่าสามปีสามารถรอลงอาญาได้.......ใครที่อยู่ฝ่ายเสื้อแดงจะโดนลงโทษขั้นรุนแรงในขณะที่ฝ่ายเสื้อเหลืองทำอะไรไม่เคยมีความผิด.........สองมาตรฐานแบบนี้ก็ต้องฉิบหายกันไปข้างหนึ่ง