‘พลเมืองเน็ต’ ร้องขอความชัดเจนกรณีใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จับกุมผู้ใช้อินเทอร์เน็ต

เครือข่ายพลเมืองเน็ตออกแถลงการณ์หวั่นวิธีการเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิของบุคคลซึ่ง รธน.คุ้มครอง เรียกร้องให้ปฏิรูป พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะ ม.14 ชี้เปิดช่องให้นำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองและลิดรอนสิทธิเสรีภาพได้ง่าย พร้อมเรียกร้องให้มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 

 

วานนี้ (9 พ.ย.) เครือข่ายพลเมืองเน็ตออกแถลงการณ์เรื่อง “เรื่อง การร้องขอความชัดเจนกรณีใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จับกุมผู้ใช้เน็ตในเดือนตุลาคม 2552” กรณีที่มีการควบคุมตัวนายณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ และกรณีควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 ราย ในข้อหากระทำผิดมาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยมีรายละเอียดของแถลงการณ์ดังนี้
 
 
แถลงการณ์
เรื่อง การร้องขอความชัดเจนกรณีใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จับกุมผู้ใช้เน็ตในเดือนตุลาคม 2552
 
สืบเนื่องจากกรณีดังต่อไปนี้ (ตัวหนาเน้นโดยเครือข่ายพลเมืองเน็ต)
 
1. พนักงานสอบสวนดีเอสไอควบคุมตัว นายณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 13 ตุลาคม 2552 โดยคำร้องฝากขังระบุว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ขออนุญาตศาลอาญาเข้าถึงข้อมูลในอีเมลของ นายอีมิลิโอ เอสเทแบน (Emilio Esteban) อายุ 46 ปี ชาวอังกฤษ ผู้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ไว้ในเว็บบล็อก โดยใช้อินเทอร์เน็ตจากประเทศสเปน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า วันที่ 21-23 ก.ค.2552 ได้มีอีเมลของ นายณัฐ ผู้ต้องหา ส่งข้อมูล ภาพ และเสียงที่มีลักษณะหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ให้กับ นายอีมิลิโอ จำนวน 3 คลิป ซึ่งเป็นคลิปเดียวกันกับที่มีการเผยแพร่ในเว็บบล็อกของ นายอีมิลิโอ พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติหมายจับนายณัฐต่อศาลอาญา (อ้างอิงข่าว นสพ. เอเอสทีวี ผู้จัดการ วันที่ 15 ตุลาคม 2552
 
2. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 ราย ในข้อหากระทำผิดมาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (“พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์”) คือ “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชน” เมื่อปลายเดือนตุลาคม และต้นเดือนพฤศจิกายน 2552 ซึ่งการจับกุมดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกรณีข่าวลือในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นักลงทุนจำนวนมากตื่นตระหนกจนพากันเทขายหุ้นระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2552 (อ้างอิงข่าว นสพ.คมชัดลึก วันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 – http://www.komchadluek.net/detail/20091103/35639/รวบเสี่ยโต๊ะสนุกชลผู้ต้องหาทุบหุ้นอีก.html)
 
เครือข่ายพลเมืองเน็ตเห็นว่า การเข้าถึงอีเมลของนายอีมิลิโอตามข้อหนึ่ง และกระบวนการสืบค้นตัวและจับกุมผู้ต้องหาอีกสองรายตามข้อสอง อาจเป็นการใช้อำนาจรัฐและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (“พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์”) โดยละเมิดสิทธิของบุคคลในความเป็นอยู่ส่วนตัวและเสรีภาพในการสื่อสารของประชาชน ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 35 และ มาตรา 36
 
ส่วนในกรณีหลังคือการจับกุมผู้ต้องสงสัย 3 รายโดยอ้าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นั้น อาจเป็นการใช้กฎหมายในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการสื่อสารของประชาชนเช่นเดียวกัน เนื่องจากผู้ต้องหาอาจไม่รู้ว่าข่าวลือที่นำมาส่งต่อนั้นเท็จจริงหรือไม่อย่างไร ทั้งอาจไม่มีเจตนาที่จะก่อความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อความตื่นตระหนกแก่ประชาชน เครือข่ายพลเมืองเน็ตเห็นว่า กรณีเดียวที่อาจพิสูจน์ได้ว่าผู้ต้องหามีเจตนาเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จนั้น คือกรณีที่ผู้ต้องหาดังกล่าวมีส่วนในการสร้างราคาหุ้น อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (“พ.ร.บ.หลักทรัพย์”)
 
จากกรณีที่เกิดขึ้น เครือข่ายพลเมืองเน็ตจึงมีข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
 
1. ขอให้รัฐเปิดเผยว่าเข้าถึงอีเมลของนายอีมิลิโอด้วยวิธีการใด ใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับใด เนื่องจากอาจเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในความเป็นอยู่ส่วนตัวและเสรีภาพในการสื่อสารของประชาชน
 
2. ขอให้รัฐเปิดเผยแนวทางการดำเนินคดีสร้างราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อมิให้ประชาชนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเกิดความตื่นตระหนก และคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการสื่อสารภายในหมู่ประชาชน ตามที่รัฐธรรมนูญได้ให้ความคุ้มครองไว้
 
3. ขอให้รัฐพยายามจับกุมผู้กระทำความผิดที่แท้จริง มิใช่จับกุมตัวกลาง (intermediaries) หรือ “ผู้ให้บริการ” เนื่องจากการดำเนินการกับตัวกลางจะส่งผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ต่างๆ มากมายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อีกทั้งยิ่งจะทำให้การจับกุมผู้กระทำความผิดยุ่งยากลำบากมากขึ้น ซึ่งล้วนเป็นผลเสียต่อสาธารณะ
 
สุดท้ายนี้ เราขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงรวมถึงสาธารณชน ร่วมกันตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ และแสดงจุดยืนเรียกร้องให้มีการปฏิรูป พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะมาตรา 14 ซึ่งมีความคลุมเครือจนเปิดโอกาสให้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองและลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้โดยง่าย รวมถึงร่วมผลักดันการออกกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถแยกแยะระหว่างการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก กับผู้มีเจตนาใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการทุจริต ได้อย่างเที่ยงตรงและชัดเจนกว่าที่แล้วมาในอดีต
 
ด้วยความเชื่อมั่นในสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีของพลเมือง
 
เครือข่ายพลเมืองเน็ต
 
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552
 
 
 

 

เอางี้เป็นหลักจำง่ายๆ

เอางี้เป็นหลักจำง่ายๆ เรื่อง"สาวนักศึกษาใส่กระโปรงสั้น" แล้วโพสต์รูปตัวอย่างนักศึกษาหญิงใส่กระโปรงสั้นลงในเวป(ตอนนี้ยังไม่มีความผิด เนื่องจาก แสดงความคิดเห็นสุจริต และไม่มีเจตนาแต่อย่างใด) ต่อมาผู้หญิงในรูปที่โพสต์รู้ตัวแล้วสั่งห้ามโพสต์รูปใส่กระโปรงสั้นนี้ต่อไป คนโพสต์ต่อไปถึงจะมีความผิด!!!

.....ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าไอ้ที่จับเรื่องหุ้น มันก็คือแพะทั้งนั้นถ้าเที่ยบกับ ตัวอย่างนี้ หรือผู้จับสามารถพิสูจน์เจตนาแต่แรกได้ก็เอา ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย...กับคำว่ากรรมหรือการกระทำเป็นเครื่องชี้เจตนา /หรือเจตนาย่อมเล้งเห็นผลได้ ซึ่งมันก็คลุมครือหาได้เหมือนอย่างในคดีอาญาทั่วไปไม่............

ขอบคุณ

ขอบคุณ มาช้ายังยังดีกว่าไม่มาครับ

:-)

นั่นซิ

นั่นซิ อย่างเราไม่เคยคิดร้ายใคร แต่อาจจะพลาดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ได้นะ ถ้าอย่างนี้มันจะ
ยุติธรรมรึ..

เผด็จการครองเมือง

เผด็จการครองเมือง ถึงคราวล้างเผด็จการให้สิ้นซาก ปชชทั้งประเทศต้องช่วยกันขจัดเผด็จการให้สิ้นซาก

ถ้ายึดอำนาจได้ ก็เป็น

ถ้ายึดอำนาจได้ ก็เป็น รัดถาทิปัด เขียนกดหมา.ย เว้นโทษตัวเอง
คนเล่น เน็ต มี อำนาจ มั้ย.มีอาวุธ มั้ย ถ้าไม่ ก็ ผิด

มันชัดเจนอยู่แล้ว คนที่เข้าซั

มันชัดเจนอยู่แล้ว

คนที่เข้าซังเตไปแล้ว

ยังไม่ชัดอีกหรือ

หมิ่นก็คือหมิ่น

ชัดไม่ชัด