ประกาศ: เว็บไซต์ประชาไท ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแสดงความคิดเห็น จากเดิมแสดงแบบขั้นบันได เปลี่ยนเป็นความเห็นต่อท้าย โดยผู้แสดงความเห็นสามารถ "อ้างอิงความเห็น" เพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นกับความเห็นก่อนหน้านั้นได้
จึงแจ้งมาเพื่อทราบ -- www.prachatai.com
Comments
อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก
อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก
แต่ลมปากหวานอยู่มิรู้หาย
แปลข่าว ก็ดัดแปลงเลี้ยวเข้าเส้นอ้อมเมืองไปเสีย
ของบางอย่าง พูดในที่สาธารณะไม่ได้
ก็อย่าพยายามดื้อดึงเอาชนะ
กฎหมายก็คือกฎหมาย
ปฏิบัติตามก็ปลอดภัย
ถ้าใช้กลยุทธ์แบบศรีธนญชัย
ก็แล้วแต่ดวง (ละวะ)
มันก็คล้ายกับกฎหมายอาญาฐานซ่อ
มันก็คล้ายกับกฎหมายอาญาฐานซ่องโจร ซึ่งให้อำนาจเจ้าพนักงานตั้งขอหาแล้วจับก่อนได้....ใช่หรือไม่ใช่ผู้กระทำผิดจับไว้ก่อนจึงมักจะเป็นแพะ! มันก็ขัดกับรัฐธรรมนูญเช่นกัน
อยากให้ไปสัมภาาณ์ปริญญา
อยากให้ไปสัมภาาณ์ปริญญา เพราะท่านผู้นี้คือมหาปราชญ์แห่งมหาปราชญ์แห่งปัญญาญาณของนิติศาสตร์ไทย ท่านจ้อได้ทุกเืืรื่องตั้งแต่การเมืองไปราคาข้าว น้องเอ็มมี่ถึงน้องแน้ท โปรดอย่าตัดโอกาสท่านในการพูดเรื่องคอม ให้ความเป้นธรรมกับท่านตามอัตภาพเถิด
ถ้าประหารเจ็ดชั่วโคตรได้
ถ้าประหารเจ็ดชั่วโคตรได้ (เหมือนในอดีต)
มันคงทำไปแล้ว
เห็นด้วยกับคุณ KissMyAss
เห็นด้วยกับคุณ KissMyAss ที่ว่ากฏหมายก็คือกฏหมาย มันไม่ได้ทำให้ใครเดือนร้อนนอกจากพวกไม่เค้ารบกฏหมายหรือไม่ปฎิบัติตามกฏหมาย และอีกอย่างคนที่ให้สัมภาษณ์ก็ให้ความเห็นแบบตามใจผู้อยากจะะนำเสนอไม่มีความเนื่อเชื่อถือ ถามว่าก่อนจะมีกฎหมายฉบับนี้มาได้ถูกกลั่นกรองมาตั้งกี่ครั้ง จริงมั้ยครับ พูดไปเรื่องสุดท้ายก็สื่อไปในแนวทางที่จะให้พวกไม่รู้อิโหน่อิเหน่เห็นด้วย
เข้าใจในบทความว่า
เข้าใจในบทความว่า กฎหมายที่ออกใช้ในประเทศไทยมันต่างกับกฏหมายที่ใช้ในประเทศที่เจริญแล้วอย่างไร หัวใจของกฎหมายควรคุ้มครองถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นหลัก แต่หากให้อำนาจโจรในเครื่องแบบตีความในกฏหมายเสียเอง มันจะหาความยุติธรรมจากที่ไหน
เห็นด้วยกับผู้ให้สัมภาษณ์
เห็นด้วยกับผู้ให้สัมภาษณ์ รัฐจงใจหมกเม็ดเพื่อกำจัดบุคคลที่เขาสงสัยเห็นประชาชนเช่นสัตว์ตัวหนึ่ง ที่รัฐจะจัดการอย่างไรก็ได้ สักวันคงได้เห็นการลุกฮือล้มล้างไอ้กฎหมายเฮงซวยตัวนี้
อ. ท่านนี้นำเสนอว่า พรบ.คอมฯ
อ. ท่านนี้นำเสนอว่า พรบ.คอมฯ บางมาตรา "มีความคลุมเครือ" ขัดต่อหลักการบัญญัติกฎหมายที่มีโทษทางอาญา โดยชัดแจ้ง ต้องเป็นโมฆะ ฯลฯ
------------------
จากสัมภาษณ์ดังกล่าว ผมขอเพิ่มเติมครับว่า
กรณีการบัญญัติแบบนี้ (ซึ่งสำหรับไทย ได้ขัดต่อมาตรา๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และรัฐธรรมนูญ) เคยเกิดในเยอรมันเหมือนกันครับ มีผลให้กฎหมายข้อนี้เป็นโมฆะ เช่น กฎหมายของนาซี ฉบับลงวันที่ ๒๘ มิถุนายน ค.ศ.๑๙๓๕ บัญญัติว่า "ผู้ใดกระทำการใด ๆ ซึ่งอาจถูกลงโทษตามกฎหมายได้ หรือซึ่งสมควรจะถูกลงโทษตามหลักพื้นฐานของกฎหมายอาญา และตามความรู้สึกอันดีงามของประชาชน ผู้นั้นจะต้องถูกลงโทษ" [๑]
จากหลักที่ว่า "ความไม่รู้กฎหมายไม่เป็นข้อแก้ตัว"นั้น ก็ย่อมหมายความว่า กฎหมายนั้น รัฐต้องออกให้ชัดแจ้งไม่คลุมเครือ ไม่ยอมให้ปฏิเสธกฎหมายที่ชัดแจ้งอยู่แล้วนั้นเป็นข้อแก้ตัว หากกฎหมายคลุมเครือก็ไม่เป็นธรรมที่จะไม่ยอมให้ประชาชนเอาความไม่รู้กฎหมายเป็นข้อแก้ตัว อีกทั้งเป็นการ "ลด" การบังคับใช้กฎหมายโดยเลือกปฏิบัติ และตามอำเภอใจอีกด้วย(ดังที่ปรากฎในการจับ แพะ ๓ รายล่าสุด)
ซึ่งกรณีตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ก็มีความคลุมเครือ ลักษณะเดียวกัน
/////Quote
มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ
ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
...
(๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิด
ความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน////
ฯลฯ
------------------------------
อ้างอิง : Lawrence Preuss , Punishment by Analogyy in National Socialist Penal Law, 26 Journal of Criminal Law and Criminology, 847(1936). "Whoever commits an action which the law declares to be punishable or which is deserving of punishment according to the fundamental idea of a penal law and the sound perception of the people, shall be punished." อ้างใน เชิงอรรถที่๑ เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ ,คำอธิบายกฎหมายอาญา ภาค ๑ , พิมพ์ครั้งที่๙ (กรุงเทพฯ ; ห.จ.ก.จิรรัชการพิมพ์ , ๒๕๔๙) หน้า๒๑.
ความเห็นเพิ่มเติม ดูที่ : http://sameskyboard.com/index.php?showtopic=39361
ถ้าชนชั้นปกครองมองเห็นหัวประช
ถ้าชนชั้นปกครองมองเห็นหัวประชาชน
มีหรือจะถูกเรียกว่าตอแหลแลนด์
อายชาวโลกเขาไหมท่านเทวดาทั้งหลาย????
ที่ประชาชนจำนวนมาก เปรียบแผ่นดินเกิดของตัวเองว่า เป็นดินแดนแห่งความ "ตอแหล"
ก็แม่งเล่นอยู่ฝ่ายเดียว..... แล้วใช้คาถามหาอุดกับประชาชน ปิดหู ปิดตา ปิดปากซะ
ทำไมแม่งไม่ปิดตูดซะด้วยวะ ไอ้พวกเฮงซวย เหี้ยยยยิ่งกว่าขายชาติร้อยเท่า
มากมายหลายเรื่องราวเหี้ยๆอย่างนี้แหละ คือปฐมเหตุแห่งการเกิดขึ้นของคนสวมเสื้อสีแดง
เพื่อที่จะล้างความเลวทราม ความตอแหลทั้งหลาย ของเหลือบแผ่นดิน
นั่นสินะ กว่าที่สาวตรี
นั่นสินะ กว่าที่สาวตรี ทั้งๆที่อุตส่าห์ตั้งตาเฝ้ารอพรบนี้ถึง9ปีมันก็สายไปเสียแล้วเพราะว่า เมื่อมันคลอดออกมา มันดันมีเมตามอร์ฟอสิสแปลงร่างกลายเป็นมหันตภัยของเหล่าปวงชนชาวบู๊ลิ้มผู้บริสุทธิ์ แบบชนิดจากที่คิดว่ามันจะเป็นผู้ปกป้องอธรรม หรือผดุงความยุติธรรมแบบไอ้แมงมุมทว่ามันกลับดันกลายไปเป็นอสุรกาย
เหล่าผู้คนที่รักสงบ รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม ที่หวังว่าจะมีพรบมาช่วยป้องกันกำจัดเหล่าร้ายอันได้แก่พวกที่เป็น
แฮคเก้อร์ ล้วงข้อมูลเปลี่ยนแปลงข้อมูล ลักขโมยทรัพย์สินผู้คนทางอิเลคโทรนิคส์
กำจัดเหล่าสถุลชนที่มันปล่อยไวรัส ทำลายข้อมูลหรือแม้นถึงกระทั่งทำลายแม้นแต่เครื่องคอมพิวเต้อร์ของเหยื่อที่ดันหลงรับเข้าไปโดยที่ไม่รู้ตัวพูดง่ายๆทำให้เสียทรัพย์
กำจัดเหล่าทรชนคนชั่ว ที่ตัดต่อภาพ ทำลายผู้คน หลอกลวงผู้คน
แต่ทว่า ผลที่ออกมามันดันตรงกันข้าม ทั้งๆที่ได้ใช้ข้ออ้างในการออกพรบนี้ออกมาเพื่อกำจัดภัยร้ายดังกล่าว แต่ที่ไหนได้
คนละเรื่องเดียวกัน แบบฟ้ากับเหว
ความแตกต่างระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการทรราช นั้นมันเห็นได้อย่างชัดเจน
การมองโลกกว้างว่าประเทศต่าง ๆ
การมองโลกกว้างว่าประเทศต่าง ๆ เขาคิด และเขาประพฤติปฏิบัติกันอย่างไรแล้ว นำมาปรับใช้กับประเทศเรา โดยดูจากแนวความคิดของประเทศนั้น แล้วนำมาปรับเข้ากับ เรื่องราว สิ่งแวดล้อมทั้งภายนอก สิ่งแวดล้อมภาย (กระบวนทัศน์) และ สังคม จึงออกมาเป็น พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
ปี พ.ศ.2550 ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นช่วงของสภาที่เกิดจากอำนาจคณะปฏิวัติ แนวคิดต่าง ๆ ตัวกำหนด จึงเป็นแนวคิดเดียวกับผู้แต่งตั้ง ผลของแนวคิดนี้ เมื่อนำมาใช้กับสภาพที่เป็นสังคมประชาธิปไตรก็ดูว่าจะออกขัด ๆ นิด จึงต้องมีหลายเรื่องตามที่ท่านอาจารย์ได้แสดงเป็นข้อ ๆ ให้เห็นแล้ว มันอยู่ที่ว่า เมื่อมีสภาที่มาจากการเลือกตั้งเห็นข้อพกพร่องแล้ว ยังจะขืนใช้ต่อไป หรือจะแก้ไข ซึ่งโดยปกติ “ชนชั้นใดออกกฎหมาย ก็เพื่อชนชั้นนั้น” ฉะนั้น ชนชั้นใดแก้กฎหมาย ก็คงต้องเพื่อชนชั้นนั้น เช่นกัน
ผมในฐานะคนที่เล่น Internet และ Post ข้อความลงใน Website ของทั้งที่เป็นสีแดง และที่เป็นสีเหลือง ก็พบความจริงอย่างหนึ่งคือ Website สีเหลืองจะไม่มีคน Post ถึงเรื่องนี้เลย แต่ทั้ง Website สีเหลือง และสีแดงก็ดุว่าจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. นี้ พอ ๆ กัน ผมยกตัวอย่างเช่น ใน Website สีเหลืองจะให้ร้าย และใช้คำหยาบคายดูหมิ่นบุคคลซึ่งเข้าข่าย ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จตามมาตรา 14 ทั้ง เรื่องคุณทักษิณ ทั้งเรื่องเขาพระวิหาร ฯลฯ ที่อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการให้เกิดความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรได้ หรือแม้แต่ Website ของฝ่ายแดงเองก็ตามก็จะให้ร้ายและใช้คำหยาบคายดูหมิ่น พลเอกเปรม ก็เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 14 เช่นกัน แต่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็ปล่อยให้เกิดขึ้นได้ไม่เว้นแต่ละวัน หรือ ถ้าใคร่จะผิดตามพ.ร.บ. นี้ ก็ต้องมีการสั่งก่อนถึงจะมีการดำเนินการ หรือไม่ก็ อย่างที่ท่านอาจารย์สาวตรี กล่าวถึงความไม่ชัดเจนของ พ.ร.บ.ฯ ถ้าใช้หลักการตีความทั้ง 4 ข้อแล้ว อาจจะทำให้ เมื่อคดีถึงศาลแล้วไม่ผิดก็จะเป็นการหน้าแตก หรือไม่ก็ จะดำเนินคดีเฉพาะคนที่ไม่มี Back เก่ง ๆ ทางด้านกฎหมายเท่านั้น
เอาอย่างงี้ไหม
เอาอย่างงี้ไหม ต้นเหตุมาจากระบบอินเตอร์เน็ต เพราะฉะนั้น ประเทศไทย สมควรอย่าใช้ Internet
ให้ย้อนกลับไปเมือน 50 กว่าปีก่อนโน้น อีกที ปิดประเทศ ช่วยภาวะโลกร้อนได้นะ คนก่อนหน้านี้เขายังอยู่กันมาได้นี่นา
จบข่าว...
หากเป็นกฎหมายที่ริดรอนสิทธิแล
หากเป็นกฎหมายที่ริดรอนสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของคน..ย่อมกระทบแน่ๆ..ก็รู้ๆกันอยู่ว่ากฎหมายของ คมช.จะเอื้อประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ได้ยังไง เมื่อพวกเขาเป็นกากเดนของเผด็จการ..เหตุผลที่อ้างล้วนฟังไม่ขึ้น
ถามว่า
ถามว่า ทำไมจับเฉพาะสามคนที่โพสท์ลงเว็บประชาไทกับฟ้าเดียวกันล่ะ
ในเมื่อเขาโพสท์เมื่อหุ้นตกไปเรียบร้อยแล้ว และโพสท์สิ่งที่สื่อนอกเขียน
และอันที่จริงก็เป็นสิ่งที่สื่ออื่นและเว็บอื่นพูดถึงอยู่แล้วไม่ใช่ของใหม่
ถ้าเขาตอบว่า ก็กูจะจับเฉพาะสองเว็บนี้ล่ะ อาจารย์จะว่าอย่างไร?
ใครต้องการกฎหมายแบบนี้
ใครต้องการกฎหมายแบบนี้ อันนี้มันเรียกกฎหมู่ ก่อนจะออกกฎหมายนี้ออกมาเคยถามประชาชนอย่างตูบ้างมั๊ย ไอ้....
ยุคประชาธปิไตยใครอยากประหารคน
ยุคประชาธปิไตยใครอยากประหารคนเจ็ดชั่วโคตรประชาชนก็ให้เสรีภาพนั้น
ก็ให้ไปตายแล้วเกิดย้อนยุคสมัยศรีอยุธยาเป็นราชธานีสิ ไปซะ เร็ว ๆ เลยไป๊
*นี่นี่บ้านเมืองประชาธิปไตย*
หมายถึงได้พัฒนา"ยกระดับ" ศิวิไลย์ชนแล้ว
ไปช่วยกัน
ไปช่วยกัน ออกแบบพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ใหม่ ให้ส่งเสริมสังคมสื่อสาร
http://ilaw.or.th/node/61
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้
ได้เห็นมุมมองและอคติของรัฐไทยในเรื่องทิ้ง