วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 3 นาที ที่ผ่านมา
“กลุ่มลูกน้ำปิง” จัดอภิปรายค้านประตูระบายน้ำแม่สอย กังขา EIA ไม่โปร่งใส
Wed, 2009-11-04 01:03

จากกรณีการคัดค้านการสร้างประตูระบายน้ำแม่สอย โดย “กลุ่มลูกน้ำปิง” ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในแผนโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาล โดยกลุ่มลูกน้ำปิงให้เหตุผลว่าชาวบ้านไม่ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการดังกล่าว ทั้งไม่มีการพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ล่าสุดวันที่ 17-18 ต.ค. ที่ผ่านมาที่ หอประชุมบ้านแม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ มีได้จัดโครงการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิชุมชนกับผลกระทบจากโครงการรัฐ โดยได้มีการจัดเวทีเสวนาให้ความรู้ ซึ่งเริ่มจากการที่ชาวบ้านในพื้นที่ ได้มาลำดับเหตุการณ์โครงการฯ และมีวงเสวนา “โครงการประตูระบายน้ำแม่สอย (เขื่อน) กับผลกระทบต่อวิถีชีวิตของลุ่มแม่น้ำปิง”
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวนั้นดำเนินการโดยสำนักชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ โดยมีแนวคิดเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ การอุปโภคบริโภคในพื้นที่ท้ายน้ำของลำน้ำแม่ปิงตอนบน โดยเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมประตูระบายน้ำแม่สอยได้ให้ข้อมูลว่า คาดการณ์ว่าจะต้องใช้งบประมาณก่อสร้างและดำเนินการทั้งสิ้น 965.974 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สิน 48.484 ล้านบาท ค่าก่อสร้างประตูระบายน้ำ แนวคันกั้นน้ำ รวมถึงอาคาร 850.240 ล้านบาท และค่าดำเนินการเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอีก 67.250 ล้านบาท
สำหรับพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการเมื่อมีการก่อสร้างแล้วนั้นจะสามารถทดน้ำไปทางเหนือประมาณ 21 กิโลเมตร โดยมีพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่อยู่ด้านเหนือจำนวน 31 สถานี รวมพื้นที่ส่งน้ำ 33,496 ไร่ นอกจากนี้ยังสามารถระบายน้ำลงสู่ท้ายน้ำแก่พื้นที่โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจำนวน 44 สถานีรวมพื้นที่ส่งน้ำ 47,359 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ต.แม่สอย ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และ ต.หนองปลาสะวาย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
นางพิมพ์ใจ นามเทพ ตัวแทนชาวบ้านแม่สอย ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่เพิ่งทราบว่าจะมีการสร้างประตูระบายน้ำเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งหากมีการสร้างขึ้นจริงจะทำให้เกิดปัญหาน้ำเอ่อเข้าท่วม ที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของชาวบ้าน ทั้งจะส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตริมฝั่งน้ำของคนชนบท ที่ใช้เป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค โดยทางสำนักชลประทานที่ 1 นั้นไม่ได้ให้ข้อมูลกับคนในพื้นที่ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโครงการ นอกจากนี้ การจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA นั้นก็มีส่วนที่ขัดกับข้อเท็จจริง โดยในส่วนที่ระบุว่าช่วงที่มีน้ำท่วมหนักที่สุดนั้นคือปี พ.ศ. 2548 ทั้งที่ในปี พ.ศ. 2516 นั้นมีพื้นที่นี้ประสบภาวะน้ำท่วมสูงกว่ามาก ทำให้ชาวบ้านเห็นว่าทางผู้ดำเนินการจัดทำ EIA นั้นดำเนินการอย่างไม่โปร่งใส
สำหรับการเสวนานั้นนายนเรศ สิงห์คำ จากอำเภอเชียงดาวได้มาบอกเล่าประสบการณ์โครงการสร้างฝายที่อำเภอเชียงดาวเมื่อปี พ.ศ. 2543 ว่าไม่ได้ทำประโยชน์ให้กับชุมชนแต่อย่างใด ซึ่งเท่ากับเป็นการใช้งบประมาณอย่างสิ้นเปลือง ส่วนนายนาวิน โสภาภูมิ นักศึกษาปริญญาโทมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะผู้ที่ติดตามโครงการดังกล่าวได้ให้ความเห็นว่าสภาพที่เกิดขึ้นคือคนในพื้นที่ที่จะมีการสร้างประตูระบายน้ำนั้นแทบไม่ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ ซึ่งควรจะต้องเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบที่จะต้องอธิบายสร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่ได้เข้าใจ
ทาง อ.เดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับๆ หลายโครงการที่เคยดำเนินการในหลายพื้นที่ ซึ่งในท้ายที่สุดก็เกิดปัญหาตามมามากมาย สำหรับโครงการสร้างประตูระบายน้ำที่บ้านแม่สอยนั้นที่จะมีการสร้างพนังกั้นน้ำนั้นถึงแม้ว่าจะสามารถรองรับการไหลของน้ำจากต้นทางได้ แต่พนังกั้นน้ำจะเป็นตัวกันน้ำที่ไหลจากด้านข้างของแม่น้ำไม่ให้ไหลลงสู่แม่น้ำ ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ใกล้เคียงเกิดน้ำท่วมได้
ด้านนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ นักพัฒนาเอกชน ได้ชี้ให้เห็นว่าโครงการไม่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้มีส่วน เพราะการประชุมตัดสินใจในการกำหนดโครงการนั้นเป็นข้าราชการเท่านั้น ขณะที่ผู้ที่จะได้รับผลกระทบไม่ใช่คนเหล่านั้นแต่เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านก็มีสิทธิในการตรวจสอบโครงการดังกล่าว เพราะโครงการดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติในหลักการชลประประทาน
ขณะที่ นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า การใช้งบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็งเพื่อสร้างประตูระบายน้ำแม่สอยนั้น จะเป็นโครงการไทยเข้มแข็งไม่ได้ หากประชาชนไม่มีส่วนร่วม ซึ่งต้องย้อนถามว่าโครงการไทยเข้มแข็งแสดงว่าตอนนี้ไทยอ่อนแอใช่หรือไม่ ถ้าใช่แล้วใครอ่อนแอ ประชาชนหรือนักการเมือง ซึ่งหากเป็นประชาชนก็ควรจะให้งบประมาณมากับชุมชนเพื่อพัฒนา แต่ในกรณีจะเห็นได้ว่างบประมาณอยู่กับหน่วยงานราชการเท่านั้น












เหมือนเดิม วันก่อนคัดค้านประต
เหมือนเดิม
วันก่อนคัดค้านประตูระบายน้ำแม่น้ำปิง
วันนี้มาคัดค้านแม่สอยอีกพวกเดิม ๆ จะค้านทำไม
ค้านไปก็มีสำเร็จ มันก็ถูกสร้างอยู่ดี ให้เขาสร้าง ๆ ไปเถอะ วันสิ้นโลกจะได้จบเร็วขึ้น
รัฐจะอยากสร้างอะไรก็เปิดให้สร้างเลย
ไอ้โน้นก็ไม่ดี
ไอ้โน้นก็ไม่ดี ไอ้นี้ก็ไม่เอา
แต่พอถึงหน้าแล้งทีบนกันฉิบหาย
ก็เป็นสะเงียจะบ่นทำห่าทำเตียอาไรละตอนหน้าแล้ง
ถ้าคิดค้านแล้วแนะวิธีแก้ไขให้ด้วยก็คงดี
หรือไมก็รวมมือกันหาความพอดีกันทั้งสองฝ่ายอะ
หัดหาความพอดี หรือจุดกึ่งกลางกันบ้าดิ
ที่รับได้กันทั้งสองฝ่ายอะ ผมว่ามันน่าจะมีทางนะ
จะได้ใช่ให้เกิดประโยชคุ้มค่า
บ้านคุณไม่ได้อยู่ริมน้ำ
บ้านคุณไม่ได้อยู่ริมน้ำ คุณก็พูดแบบนี้ได้สิ
ผมว่า เรามาเจอกันหน่อยซิ
ผมก็อยากเจอคุณเหมือนกัน
มาคุยกันให้รู้เรื่อง
จะพูดอะไรคิดหน่อยนะ ศึกษาข้อม
จะพูดอะไรคิดหน่อยนะ
ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนค่อยมาพูด
อย่ามาพล่ามให้เสียพื้นที่สาธารณะ
มีปัญหาสงสัย อยากคุย อยากรู้ มาเจอก้น
กล้ารึเปล่า
ลงพื้นที่ไปเจอกัน
อย่ามานั่งจินตนการหน้าจอคอมพ์