สัมภาษณ์ ปธ.สหภาพรถไฟ หาดใหญ่: จับคนใต้เป็นตัวประกันหรือเหยื่อรถจักรเน่า?

วิรุฬ สะแกคุ้ม

ชอบพัง - รูปเทรคชั่นมอเตอร์ หรือ มอเตอร์ขับเคลื่อนซึ่งติดตั้งที่เพล้าล้อรถจักรทุกเพลา คันละ 6 ลูก
แต่รถจักรที่ใช้ในเส้นทางสายใต้บางครั้งใช้การได้แค่ 5 หรือ 4 ลูก ทำให้กำลังรถจักรตกจนทำให้รถช้ามาก
ที่สำคัญช่างของการรถไฟแห่งประเทศไทยซ่อมเองไม่ได้ ต้องส่งเข้ากรุงเทพให้เอกชนซ่อมให้ตามข้อตกลง
12 วันที่รถไฟชายแดนใต้ไม่ได้วิ่ง สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.) สาขาหาดใหญ่ ที่มี นายวิรุฬห์ สะแกคุ้ม เป็นประธาน กลายเป็นจำเลยสังคมมาตลอด ในฐานะที่เป็นแกนนำหยุดวิ่งขบวนรถไฟ อีกทั้งยังถูกระบุว่าขัดขวางพนักงานจากส่วนกลางที่เข้ามาขับรถจักรแทนพนักงานที่พาเหรดกันลาหยุดงาน ทั้งที่เหตุผลหลักของพวกเขาคือ จะไม่เดินรถจนกว่าระบบความปลอดภัยจะได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมให้สมบูรณ์
แม้วันนี้สถานการณ์การเดินรถไฟสายใต้เกือบเข้าสู่สภาวะปกติทั้งระบบแล้ว แต่วิรุฬห์กับพวกกลับถูกคำสั่งไล่ออกไปแล้ว ต่อไปนี้เป็นบทสัมภาษณ์ของวิรุฬห์ สะแกคุ้ม กับบทบาทสำคัญในการนำขบวนรถฝ่าพื้นที่เสี่ยงภัย สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นมากมาย ไม่แพ้ดับเครื่องรถจักรท้าชนอำนาจฝ่ายบริหารอย่างที่เกิดขึ้น ก่อนที่เขาจะถูกไล่ออกไม่นาน
วิรุฬ สะแกคุ้ม
เรื่องการคำนึงถึงความปลอดภัยในอุปกรณ์และหัวรถจักรนั้น เป็นหนึ่งในข้อเสนอที่สหภาพฯ ได้ยื่นแนวคิดในการปรับปรุงโครงสร้าง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในสมุดปกขาวตั้งแต่ปี 2545 แต่ก็ได้รับการเพิกเฉย และดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการรถไฟที่ต้องการแปรรูปรถไฟ ซึ่งไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบยาก และขึ้นอยู่กับนักการเมือง ทำให้กิจการรถไฟไม่ได้รับการพัฒนา แต่ถูกตักตวงผลประโยชน์เข้าหากลุ่มทุนและนักการเมืองมาโดยตลอด
เห็นได้ว่าทรัพย์สินของการรถไฟไม่ได้ถูกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเปิดที่ดินทำเลทองให้เอกชนเช่า ก็ได้ค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อยที่ต่ำกว่าอัตราการเช่าตามมาตรฐาน หรือปัญหาที่ดินรถไฟถูกฮุบโดยกลุ่มนักการเมือง ซึ่งผู้บริการรถไฟก็ละเลยที่จะพิทักษ์ผลประโยชน์มาโดยตลอด
นโยบายการบริหารรถไฟที่ผ่านมา คือ ทำอย่างไรก็ได้เพื่อจะให้รถไฟอ่อนแอ ทั้งเรื่องการให้บริการ และการบริหารทรัพย์สินที่ปล่อยให้เช่าที่ดินทำเลทองในราคาถูก การติดหนี้รถไฟอุดหนุนการบริการเชิงสังคม 2.6 หมื่นล้านบาท ทำให้สภาพคล่องของรถไฟไม่มี การปรับลดพนักงานและต้องทำงานหนักขึ้น แม้แต่ภายใต้ผู้บริหารรถไฟคนนี้เข้ามา พบว่ารถไฟเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นกว่าเดิมเฉลี่ย 2 วัน/ครั้ง ทั้งนี้ เพื่อสะสมปัญหาและนำไปสู่การแปรรูป
ต่อกรณีอุบัติเหตุล่าสุดที่สถานีเขาเต่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้สหภาพฯ รถไฟตกเป็นจำเลยของสังคมมาโดยตลอด ซึ่งผลการสอบสวนระบุถึงการชำรุดของอุปกรณ์ Vigilance แต่ผู้บริหารแก้ปัญหาโดยไล่พนักงานขับรถ ทั้งที่วันปฎิบัติงานกินยาแก้ไข้ และตัดเงินเดือนพนักงานอีก 2 รายโดยไม่พิจารณาถึงความผิดของตัวเอง นำไปสู่การตรวจสอบหัวรถจักรและหยุดวิ่งขบวนรถไฟ เพราะความไม่ปลอดภัยดังกล่าว
แต่ยังมีการออกคำสั่งบีบบังคับให้พนักงานวิ่งขบวนรถไฟ แต่ให้ใช้ความระมัดระวัง ซึ่งหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นพนักงานปฎิเสธไม่ได้ที่ต้องมีความผิดทางอาญา ขณะที่ผู้บริการอยู่อย่างลอยตัวเหนือปัญหา พนักงานหลายคนจึงเกิดภาวะกดดัน จึงเป็นที่มาของการลาหยุดงาน
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟประเทศไทยได้มีการเสนอเรื่องการปฏิรูประบบรถไฟหลายครั้ง แต่ภาครัฐต้องการที่จะเปลี่ยนเป็นการแปรรูป โดยที่ให้ระบบเอกชนเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการ ซึ่งถ้ามีการแปรรูปคนที่ได้รับผลกระทบคือประชาชน ฉะนั้นการที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟประเทศไทยออกขยับ มีความตั้งใจที่จะปกป้องประโยชน์ของประชาชน
เราจะทำอะไรมากกว่านี้ไปก็ไม่ได้ เนื่องจากเรามีข้อจำกัดมากกมายหลายข้อที่ขัดแย้งกับส่วนกลาง
สำหรับการเดินรถในภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยนั้น จะมีรถจักพิเศษที่ต้องใช้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หุ้มเกราะ) มีทั้งหมด 13 คัน ที่ต้องประจำอยู่หาดใหญ่ แต่ไม่สมบูรณ์ และที่ผ่านมาไม่ได้ประจำอยู่ที่หาดใหญ่ เพราะถูกโยกไปใช้ในเส้นทางอื่นๆ ทำให้พนักงานขับรถ หวั่นเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เราเรียกกลับตลอด แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้บริหาร แต่เมื่อเกิดเหตุครั้งหนึ่ง ก็เอามาครั้งหนึ่ง
ตรงนี้มีข้อตกลงระหว่างผู้บริหารกับสหภาพฯ เมื่อเดือนเมษายน 2550 แล้วว่า ทั้ง 13 คัน ต้องใช้วิ่งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ที่ผ่านมา เมื่อมีการซ่อมจนใช้งานได้ดี กลับถูกดึงไปใช้ที่อื่น นี่คือความหนักใจของพนักงานที่นี่
จริงๆ แล้ว ทั้ง 13 คัน ต้องประจำอยู่ที่นี่ ซ่อมที่นี่ มีอะไหล่สำรอง เพราะมีความสำคัญต่อความปลอดภัยมาก และต้องมีประจำที่สถานียะลาอีก 1 หัว ไว้สำรองกรณีรถจักรชำรุด แต่ไม่มีให้ ซึ่งจะโทษหน่วยซ่อมไม่ได้ ต้องโทษฝ่ายนโยบาย
เพราะการบริหารรถจักรเป็นของส่วนกลาง ซึ่งผมเคยบอกไปแล้วว่า ตรงนี้เป็นพื้นที่พิเศษ ให้ที่นี่ได้บริหารจัดการแบบพิเศษเสร็จสรรพทุกอย่าง แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ทั้งๆ ที่มีข้อตกลงร่วมกัน
ประเด็นคือ เมื่อก่อนมีอะไหล่สำรองอยู่ที่หาดใหญ่ แต่เมื่อผู้ว่าการรถไฟคนนี้เข้ามา พวกอะไหล่สำรองที่มีความจำเป็น ซึ่งที่นี่สามารถเปลี่ยนได้เลย ไม่ว่า เทรคชั่นมอเตอร์ หรือ มอเตอร์ขับล้อ ที่เรียกว่า TM ปัจจุบันไม่มี เพราะไม่มีการสานต่อ ผู้ว่าฯ คนนี้ไม่ให้ความสำคัญ ทั้งๆ ที่ที่ผ่านมามีสำรองไว้ตลอด
เทรคชั่นมอเตอร์พังแต่ซ่อมเองไม่ได้
ในส่วนของรถจักรตอนนี้มีทั้งหมด 240 คัน แต่ที่วิ่งได้ 137 คัน บางวันก็ 140 คัน แล้วแต่การซ่อม วันไหนซ่อมได้ดีก็ได้ถึง 145 คัน ขึ้นอยู่กับอะไหล่ ในจำนวนนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะสมบูรณ์ โดยเฉพาะระบบขับเคลื่อนที่ยังไม่เกี่ยวกับระบบความปลอดภัย ซึ่งนั่นยังใช้ไม่ได้จำนวนมาก
ระบบขับเคลื่อนหรือที่เรียกว่า เทรคชั่นมอเตอร์ ซึ่งติดอยู่กับเพลาล้อ ถ้าชำรุดก็งดใช้ไปลูกหนึ่ง เพื่อรอซ่อมแล้วนำมาใส่ใหม่ รถจักรมี 6 เพลา ก็มีเทรคชั่นมอเตอร์ 6 ลูก เสียไปลูกหนึ่งก็เหลือ 5 ลูก กำลังรถก็ตกทำให้วิ่งช้า แต่รถจักรที่หาดใหญ่ บางทีเหลือ 4 ลูก รถตายแล้วตายอีก
เทรคชั่นมอเตอร์ที่ชำรุด ต้องส่งให้เอกชนซ่อมเท่านั้น เพราะงานส่วนนี้เขาได้ยกให้เอกชนไปแล้ว เพราะฉะนั้นช่างของการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่สามารถซ่อมได้ เพราะมีข้อตกลงระบุไว้ เมื่อส่งซ่อมก็ต้องรอ บางครั้งก็นาน ต่างจากเมื่อก่อนที่ช่างของการรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถซ่อมเองได้ แก้ปัญหาได้ทันทีและมีความชำนาญสูง
ตอนนี้เมื่องานซ่อมเทรคชั่นมอเตอร์ยกไปให้เอกชน ก็ทำให้ช่างของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่มีอยู่ ไม่สามารถทำงานได้ ตอนนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยมีช่างที่ชำนาญเรื่องเทรคชั่นมอเตอร์ เหลือ 2 คนแล้ว ก่อนหน้านี้มี 3 คน
รถจักรตายในชายแดนใต้
ดังนั้น เมื่อไม่มีอะไหล่ รถจักรเกิดความชำรุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้โดยสารก็ได้รับความเดือดร้อน ส่วนพนักงานก็เกิดความหวาดระแวงไปด้วย รถจักรชำรุดกลางทางในพื้นที่อันตรายใครจะรับผิดชอบ มันน่ากลัวมั้ย ทหารตำรวจเองก็ตกใจว่า รถหยุดกลางทางทำอะไรตรงนี้
จริงๆ แล้ว ฝ่ายบริหารเข้ามาจัดการได้ แต่ไม่ยอมบริหารในด้านวัสดุ ในด้านการจัดหาอะไหล่ ให้อย่างจริงจัง แต่กลับไปพัฒนาเรื่องสถานี เรื่องห้องน้ำ ซึ่งเราเห็นด้วย มันทำให้สวยงาม แต่ปัญหาอะไรหลัก อะไรรอง พนักงานมองเห็นมากกว่า นั่นคือต้องให้ความสำคัญกับการเดินรถก่อน แต่แทนที่จะเอาเงินเหล่านั้นมาซื้ออะไหล่ ปรับปรุงรถจักร รถพ่วงที่ผู้โดยสารต้องอยู่จริงๆ ก่อน กลับเอาไปปรับปรุงสถานี แต่สถานีเราก็ยอมรับว่าต้องปรับปรุง แต่ต้องเรียงลำดับว่า อะไรหลัก อะไรรอง ซึ่งเรื่องหลักคือการบริการประชาชน
สำหรับรถจักรทั้ง 13 หัวที่มีอยู่ก็พอหมุนเวียนใช้ได้ เข้ามาแล้วออกไป เข้ามาแล้วออกไป การซ่อมบำรุงจึงไม่เต็มที ปัจจุบันรถขาดแคลน ซึ่งจริงๆ แล้ว ที่หาดใหญ่ต้องใช้ทั้งหมด 22 คัน และสหภาพก็เสนอให้ซื้อใหม่ รวมทั้งพวกอะไหล่แล้วด้วย
ทั้ง 13 คันดังกล่าว ช่างของหาดใหญ่ติดตั้งอุปกรณ์เสริมขึ้นมาเอง เพื่อให้ปลอดภัยกับคนขับ เพราะไม่อยากให้ใครรู้ บางคันก็มาจากโรงงานมักกะสัน เป็นรถต้นแบบ ราคาติดตั้งรวมทั้งค่าแรงคันหนึ่ง 8 หมื่นบาท
พนักงานทำงานตัวเป็นเกลียว
ในส่วนพนักงานของเขตหาดใหญ่ ทุกฝ่ายประมาณ 700 คน ทั้งที่อยู่บนรถและประจำสถานีตั้งแต่สถานีพัทลุงไปจนถึงสุไหงโก-ลก และปาดังเบซาร์ ซึ่งทั้งพนักงานขับรถ ช่างเครื่อง ช่างฝีมือ เสมียนขาดแคลนทั้งหมด
อย่างพนักงานตรวจตั๋วขบวน 463 พัทลุง-สุไหงโก-ลก มีอยู่คนเดียว รถขับจากพัทลุงไปสุไหงโก-ลก แล้วกลับพัทุลงอีก ถามว่าทำงานกี่ชั่วโมง ตอนนี้มี 3 คน จากเมื่อก่อนมีอยู่ 5 คน
จะรับพนักงานเพิ่มไม่ได้ ติดปัญหาตรงมติคณะรัฐมนตรี 28 กรกฎาคม 2541 ที่จำกัดการรับคนเข้ามา คือเขาต้องการทำให้เสียแรง เพื่อจะเอาเอกชนเข้ามา ประสิทธิภาพก็ลดลง ตัดงบด้วย ตัดคนด้วย ปีหนึ่งเกษียณ 100 คน บรรจุใหม่ได้ 5 คน ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา มีพนักงานทั้งหมดอยู่ที่ 2 หมื่นคนเศษๆ ปัจจุบันเหลือ 1.3 หมื่น จากที่เขาน่าจะอยู่ที่ 1.8 หมื่นคน หายไปเกือบ 5 พันกว่าคนทั้งระบบ
การรับคนเพิ่มเข้ามา 171 กว่าคน เห็นด้วย เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ส่วนที่ยังขาดอยู่อีกนั้น น่าจะอนุมัติครั้งเดียว เพราะตัวเลขชัดเจนว่า พนักงานขับรถ ขาดอยู่เท่าไหร่ ช่างเครื่อง ช่างฝีมือ นายสถานีขาดอยู่เท่าไหร่
ส่วนกรณีแอร์พอร์ตลิงค์ นั้นก็ยังไม่ชัดเจนว่าเขาต้องเกลี่ยพนักงานการรถไฟฯ ไปด้วยหรือไม่ แต่คิดว่าเขาน่าจะเลี่ยงบาลี โดยจ้างบริษัทเอกชนรับคนมาขับ เพราะถ้าฝ่ายบุคคลของการรถไฟแห่งประเทศไทยรับคนเพิ่มก็ขัดมติคณะรัฐมนตรี
สถิติรถจักรตาย 2 วันครั้ง
ตอนนี้สถิติรถชำรุดกลางทางเฉลี่ย 2 วัน ต่อครั้ง แต่บางวัน โดยเฉพาะในช่วงระยะหลัง ชำรุด 2 – 3 ขบวนทีเดียว ซึ่งเป็นความหนักใจของช่วงซ่อมบำรุงด้วย เพราะช่างต้องซ่อมบำรุงในส่วนที่ไม่มีอะไหล่จะเปลี่ยน อีกส่วนหนึ่งความชำรุดทรุดโทรมที่ไม่ได้ดูแลมานาน เพราะรถถูกส่งมาจากส่วนกลาง ที่สำคัญรถที่ประจำอยู่ที่หาดใหญ่ เมื่อเราเรียกกลับมาอีกที รถก็กลับมาโทรมแล้ว ช่างที่นี่ก็เหนื่อยอีก เหมือนยืมรถไปแล้ว ใช้มาอย่างเต็มทีจนบอบช้ำ พอเรียกกลับมาอีกที ส่งมาให้รถก็เน่าแล้ว
ช่างที่นี่ก็เดือดร้อนอีก เราก็เห็นใจ ไม่อยากให้ทำงานขัดแย้งกัน ที่นี่อยู่แบบพี่แบบน้องกัน เข้าใจกัน ช่วยเหลือกัน โดยสหภาพเป็นแม่งานในเรื่องอย่างนี้
สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับรถจักรที่ชำรุดกลางทางใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องยอมรับว่าพนักงานขับรถกับช่างเครื่องของเรามีความสามารถสูง เพื่อให้รถเข้าสู่สถานีให้ได้ แต่บางทีก็ไม่ได้จริงๆ ก็ต้องขอร้องพนักงานที่ยะลา กรณีที่มีรถสำรองช่วยลากเข้ามาที่สถานีหาดใหญ่ ยอมเสียสละแม้มืดค่ำ
บางทีขับไปแล้ว ไม่มีรถสำรองที่ยะลา ก็ต้องให้พนักงานที่ขับรถที่ไปถึงปลายทางสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นรถจักรที่ลากขบวนไปนอนที่นั่น เพื่อทำขบวนใหม่พรุ่งนี้ ไม่เกี่ยวกับรถจักรสำรอง ติดเครื่องรถจักรที่สุไหงโก-ลก อีกครั้งมาลากขบวนที่ชำรุดมาที่หาดใหญ่ วิ่งมาจนค่ำเหมือนกัน แล้วแต่ดวงใครดวงว่า อยู่ใกล้ใคร ถ้าชำรุดใกล้สุไหงโก-ลก ก็ให้รถจักรที่จอดสุไหงโก-ลกมาช่วย ก็พวกเราทั้งนั้นที่ช่วยกัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้กำหนดมาจากฝ่ายบริหารเลย
ทางแก้ปัญหารถตายในพื้นที่เสี่ยง
อีกวิธีการหนึ่งคือ ถ้ารถชำรุดแล้วต้องไปถึงช้ามากที่ยะลา ก็จะงดวิ่ง แล้วแจ้งให้ผู้โดยสารที่ยะลาทราบล่วงหน้า ส่วนรถที่วิ่งไปก่อนขบวนที่ชำรุด ก็ให้รอวิ่งแทนในเวลาของขบวนที่ชำรุด กลับกลายเป็นว่า ขบวนที่นำหน้าทำให้ขบวนอื่นช้าไปด้วย แต่ผู้โดยสารไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ แต่คนแน่นไปหน่อย
อีกวิธีหนึ่งคือ รถไฟมีรถพ่วงหรือโบกี้โดยสารสำรอง ซึ่งเมื่อก่อนมีถึง 20 คัน ปัจจุบันไม่รู้หายไปไหนหมด ก็เขาเอาไปใช้อีก
เราจะมีการเพิ่มโบกี้ โดยสหภาพทำงานร่วมกับผู้บริหารท้องถิ่น โดยเวลารถช้า ก็จะมีการประสานงานกันอย่างบูรณาการ ประสานไปยังฝ่ายความมั่นคง ศูนย์เดินรถภาคใต้ สหภาพ เพราะมันเสี่ยงเหลือเกินเวลารถช้า เพราะต้องไปถึงปลายทางค่ำ เราก็ติดต่อหน่วยกองกำลังมาดูแล
แต่ถ้าค่ำเกิน ปกติก็จะนอนยะลา แม้เป็นขบวนรถปลายทางสุไหงโก-ลก เพราะกลัวชำรุดกลางทางก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะมันค่ำ แต่ไม่เคยทิ้งรถกลางทาง แต่จะมีการเคลียร์เส้นทาง ซึ่งฝ่ายทหารเองก็ยอมรับว่ามันเสี่ยง
เรื่องรถชำรุดกลางทางแล้วต้องทิ้งไว้อย่างนั้นไม่เคยเกิดขึ้น ต้องหารถจักรอื่นมาลากไปให้ได้ เพราะผู้โดยสารก็อยู่ตรงนั้นกับเรา จะปล่อยให้อยู่ตรงนั้นไม่ได้
แต่ถ้ารถจักรที่ชำรุดกลางทางเป็นรถขบวนสุดท้ายที่จะไปสุไหงโก-ลก จะทำอย่างไรนั้น ตรงนี้แหละยังเป็นปัญหาอยู่ เพราะผู้โดยสารจะไปไม่ถึงปลายด้วย
ต้องยอมตกเป็นจำเลยสังคม
ความจริงสหภาพฯ เคยเสนอปัญหาอย่างนี้มาตลอด ที่จำได้ก็เริ่มปี 2545 ที่มีการเสนอให้มีการปฏิรูปรถไฟ เคยเขียนแผนปี 2545 เป็นโครงสร้างการรถไฟ ให้แก้ปัญหาในระบบการจัดการโครงสร้างการบริหารทั้งหมด ไม่ใช่แปรรูป แต่เป็นการปฏิรูป
ปัญหาเหล่านี้ ตอนนี้แม้แต่นักวิชาการก็เห็นด้วยว่า ผู้บริหารแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ไม่ว่าเรื่องโครงสร้างการบริหารงาน ที่ต้องปรับเปลี่ยน พนักงานทุกคนยอมรับในการเปลี่ยนแปลง แต่กับข่าวที่ออกไปมันไม่ใช่ เราไม่ใช่ไม่ต้านเรื่องการเปลี่ยนแปลง แต่เราต้านการทุจริต
เรายอมรับว่าเราต้องตกเป็นจำเลย เราวิเคราะห์แล้วว่า เราต้องตกเป็นจำเลยสังคม เพราะถ้าเราไม่ทำให้เป็นจำเลย บางทีเขาไม่รู้เลย วิธีการสื่อของเราคือ ทำเท่าที่ทำได้ ต้องยอมรับว่าสื่อหลักไม่ค่อยสนใจ แต่ทางกลับกัน ไม่ใช่เพียงต้องการให้เป็นข่าว เมื่อมีการสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น มันก็เป็นผลดี
ผลดีกับประชาชนที่ได้รับรู้รับทราบ ถึงแม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์สหภาพฯ ในทางลบ แต่ผลที่ได้รับในทางสังคม คือ รถไฟได้ประโยชน์ ประชาชนได้ประโยชน์ในขณะนี้ แม้กระทั่งมีการอนุมัติงบไทยเข้มแข็งขึ้น เพราะผลพวงที่เราพูดคุยนำเสนอความจริงขององค์กร เพื่อต้องการให้มีการผ่าตัดเหมืนกัน ตรงกัน แต่วิธีการมันต้องคุยกัน เพราะคนรู้ปัญหาดีที่สุด คือ คนที่ทำงานรถไฟนี่แหละ ต้องนำเอาปัญหาไปสู่การแก้ปัญหา แล้วไปวางโครงสร้างกันใหม่ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ให้เอกชนเข้ามา
สำหรับนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยก็มาจากคนรถไฟเหมือนกัน แต่มาจากฝ่ายกฎหมาย ไม่ใช่มาจากฝ่ายปฏิบัติ ซึ่งเราวิเคราะห์ว่า ความเข้าใจในปัญหาอาจไม่ลึกซึ้งมาก ไม่ได้สัมผัสกับคน แต่อยู่กับการสอบสวนพนักงาน หรือคดีความ ไม่เหมือนฝ่ายช่วงกล คือหน่วยซ่อมบำรุงทั้งหมด รวมทั้งพนักงานขับรถและช่างเครื่อง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใหญ่ มีพนักงานมาก ในอดีตมีคนที่ผ่านการบริหารคนมา ฝ่ายเดินรถ คือ เสมียน นายสถานี ตรงนี้ก็ผ่านการบริหารจัดการคนมาเยอะ แล้วก็ฝ่ายบำรุงทาง คนก็มาก จึงสามารถบริหารการจัดการคนได้
ตรงนี้เปรียบเทียบได้ว่า วิสัยทัศน์ในการมองปัญหาในกรอบงานที่วางอยู่ไม่เหมือนกัน งานที่แท้จริงด้านเทคนิค เพราะรถไฟ มีด้านเทคนิคเสียส่วนมาก ซึ่งตรงนี้ต้องดูข้อจำกันของงานและประสบการณ์ที่ผ่านมา
แนวทางจริงๆ ที่สหภาพฯ ต้องการเพื่อแก้ปัญหารถไฟจริงๆ คือ 1.ซื้อรถจักรใหม่พร้อมอะไหล่ 2.ปรับปรุงสภาพรางให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ให้เป็นรางมาตรฐานกว้าง 1.435 เมตร ซึ่งก็ต้องทำ เพราะการขนส่งทางรางเขาจะใช้กัน แต่ถ้าไม่ทำรางมาตรฐาน ก็ต้องทำรางคู่ทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน หรือจุดที่มีการหลีกหนาแน่น จะทำให้ลดชั่วโมงวิ่งลงได้มาก ซึ่งทุกคนรู้ ผู้บริหารก็รู้ เพราะฉะนั้นให้ทำตรงนี้ก่อน และ 3.ซื้อรถพ่วงเพิ่มทั้งรถโดยสารและรถสินค้าให้เพียงพอกับผู้ใช้บริการ ซึ่งปัจจุบันนี้ขาดแคลน เพราะนั่นเป็นอุปกรณ์หลักที่การรถไฟดำรงอยู่บริการประชาชนในเบื้องต้น












ปัญหา
ปัญหา รฟท.มีมานานนักหนาแล้วและไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนเลยที่คิดจะพิจารณาแก้ไข รถไฟไทยจึงเหมือนผีตายซากที่ยังพอเหลือกระดูกให้สัตว์บางจำพวกคอยแทะเลียอย่างเอร็ดอร่อยจากทรัพย์ของแผ่นดินที่เป็นสมบัติสาธารณะชิ้นนี้ พัฒนาการ รฟท.อายุนับร้อยปีแต่ล้าหลังมากๆ นี่มิใช่เพราะความบ่มีไก๊ของพรรคการเมืองพรรคแล้วพรรคเล่าที่เข้ามาเสวยอำนาจในแผ่นดินนี้ แต่ไม่เคยใส่ใจ รฟท.เลย ระบบโลจิสติคเมืองไทยไปพองโตที่การสร้างถนนเพื่อรถบรรทุกของเสี่ยบางคนที่เข้ามาเล่นการเมือง ถนนสร้างแล้วสร้างอีกพังแล้วพังอีกเพราะรถบรรทุกนำหนักเกินแล่นกันพลุกพล่านทั่วแผ่นดินเพราะถนนพังมันก็ตั้งงบประมาณซ่อมมูลค่าการสน้างถนนแต่ละปีหลายหมื่นล้าน เพราะจะได้งาบคอมมิชชั่นร้อยละ๒๐-๓๐ วันนี้ดันผ่าจะแปรรูปการรถไฟเอาไปให้นายทุนสวาปามกันอีก มันสะท้อนให้เห็นถึงความอดอยากหิวโหยของนักการเมือง หลายๆฝ่ายเคยเรียกร้องให้สร้างรถไฟรางคู่เรียกร้องกันมานานแล้วแต่ก็ไม่มีหน้าไหนขานรับเพราะมีรถไฟรางคู่เมื่อไหร่เสี่ยรถบรรทุกคงเจ้งกันระนาวเพราะเจ้าพ่อรถบรรทุกมันไม่ใช่ใครที่ไหนก็นักการเมืองหนาๆทั้งนั้น น่าเห็นใจพนักงานการรถไฟ เพราะวันนี้นักการเมืองน้ำเน่ากำลังใช้พวกคุณเป็นเครื่องมือโขกสับกระทืบพนักงานการรถไฟ ก็ดู สส.ปุ้มปุ้ยเมืองกระบี่ก็ถือโอกาสออกมายำประธาน สรส.การรถไฟเพราะวันนี้ ปชป.กำลังจะจมธรณีเพราะคนภาคใต้เริ่มระอากับพรรคการเมืองที่ดีแต่พูดแต่ทำไม่เป็น แต่ยังอาศัยปากพร่ำเพ้อเจ้อไปหวังจะตีตื้นทางการเมืองโดยอาศัยจังหวะเหยียบ สรส.การรถไฟ เพื่อหาคะแนนนิยม ประชาชนเขาไม่โง่กับการแถลงข่าวงี่เง่าและเล่นการเมืองน้ำเน่าอีกต่อไปแล้ว ลองยุบสภาดูซี.....เลือกตั้งคราวหน้า ปชป.อย่างมากไม่น่าจะเกิน ๕๐-๗๐ คนก็นับว่าบุญโขแล้ว แต่รับรองว่ายังไงซะ นายกฯอภสิทธิ์คงไม่กล้ายุบสภาแน่นอนล้านเปอร์เซนต์เพราะขืนยุบก็ไปนอนเก่าไข่เท่านั้นแหละ เอ้า.....มาดู รฟท.จะเดินไปทางไหน ล่าสุดเหตุการณ์ทำท่าจะบานปลายเพราะการแก้ปัญหาแบบเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก มันยิ่งย้ำประเด็นว่าทำงานไม่เป็นให้เห็นถนัดตายิ่งขึ้น ใช้แต่อำนาจบาทใหญ่ แก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ก็ระบบมันเน่าดันผ่าไปตัดแขนตัดขาทิ้งมันก็เลยโกทูบิ๊ก รัฐบาลนี้คิดเป็นไหม ทำอย่างไรให้การรถไฟเป็นของคนไทยให้คนไทยเป็นเจ้าของไม่ใช่คิดจะแปรรูปแล้วสุดท้ายใครก็ไม่รู้ใครมาซื้อหุ้นเป็นเจ้าของ ก็ดู ปตท.นั่นไงมันทุเรศๆที่สุดทุเรศจริงๆ คนไทยต้องใช้นำมันแพงทั้งๆที่ส่งออกพลังงานหลายแสนล้านมันทุเรศไหมครับ(ชายแดนใต้คนไทยแห่ไปเติมน้ำมันฝั่งมาเลย์เขาขายถูกว่าเราครึ่งหนึ่ง ถามประเสริฐ บุญสัมพันธ์หน่อยทำไม ปตท.จึงขายนำมันแพงค่าใช้จ่ายงี่เง่าที่เอามาบวกรวมเป็นต้นทุนนะอย่าทำเป็นซื่อบื่อ อิงราคาสิงคโปร์.....อยากจะอ๊วกทั้งๆที่ไทยผลิตน้ำมันส่งออกได้เองแท้ๆดันผ่าไปคิดราคาว่าขนส่งจากสิงคโปร์) ท้ายสุดสุดท้ายเราขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองไหนก็ได้เขียนนโยบายพรรคไว้เลยว่าจะสร้างรถไฟรางคู่ทั่วประเทศและสร้างระบบไฮสปีดด้วย แค่นี่เลือกตั้งคราวหน้าคะแนนก็ถล่มทลายแล้ว
ควรแปรรูปเอาเข้าตลาดหลักทรัพย
ควรแปรรูปเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์จะได้บริหารจัดการใหม่ให้ปชช.ที่สนใจได้เข้าไปซื้อหุ้นเหมือนการบินไทย อสมท. ปตท.กรุงไทย ทรัพย์สินที่ดินมากมายแต่ขาดทุนสะสมมหาศาลเหมือน ขสมก.ได้ไงอย่าเอาแต่โทษนักการเมืองมันบริหารงานแบบราชการมันก็เจ็งทุกแห่ง การท่าเรือ การไฟฟ้าก็สมควรจะเข้าตลาดรัฐบาลเป็นหุ้นใหญ่จะกลัวอะไรมัวแต่อ้างกันว่าขายสมบัติชาติ(เน่าๆ)คนไทยจะได้รับการบริการที่ทันสมัยรวดเร็วและอาจถูกลงด้วยเหมือนที่การไปรษณีย์ทำอยู่ สืนทรัพย์ที่ดินมากมายทิ้งเอาไว้ก็ไม่ได้บริหารจัดการอะไร เมื่อก่อนพรรคปชป.ก็ต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจสมัยเป็นฝ่ายค้านอะไรก็ว่าขายสมบัติชาติพอเป็นรัฐบาลก็เตรียมขายธนาคารสองแห่งก็เพราะมันทำเองแล้วไม่พัฒนาเหมือนชาวโลกเขานี่แหละนิสัยแท้จริงของปชป.มึงทำอะไรผิดหมดกูทำไม่เป็นไรแต่ทำไม่ค่อยเป็น
สงครามตัวแทน สงครามเย็น มันจะ
สงครามตัวแทน
สงครามเย็น
มันจะเกิดขึ้น เมื่อไร จะหยุด จะดับ
ขึ้นอยู่กับหัวหน้าใหญ่เป็นผู้สั่ง
ประชาชนเป็นผู้ดู เป็นผู้รับผลกระทำไป
คนบางคนชอบดูละครน้ำเน่า ที่แสนจะทุเรศศศศศศศศศ
จั่วหัวเรื่อง ชิงชัง แสนดี รู้ตัวพระตัวนาง
ก็รู้แล้วว่าตอนจบเป็นอย่างไร
ละครสมัยใหม่ ตบตี ปล้ำกันชนิดผ้าปูเตียงขาดกระจุย
พระเอกอกสามศอกต้องตีบทแตก
ร้องไห้ได้เหมือนเผาเต่า
ในบทเรื่องจริง รฟท. สุสานเศษเหล็ก
และสุสานคนเป็น
มันก็ละครน้ำเน่า
สหภาพเป็นคนของใครในพรรคการเมืองใด
ผู้บริหารเป็นคนของใครในพรรคการเมืองใด
คนภาคใต้เป็นคนของใครพรรคการเมืองใด
คณะนี้ก็เป็นสงครามสามก๊กใหญ่
เมื่อเริ่มต้นอย่างนี้แล้วคนดูก็รู้ว่าตอนจบเป็นอย่างไร
เรื่องของสามก๊ก
คนดูไม่เกี่ยว ถ้าไม่ชอบก็อย่าดู
กูไม่ง้อพวกมึง
ไม่เชื่อไปถาม
ไอ้โกเต็ก
ไอ้เนรคุณ
ไอ้มาร์ค
ผมว่ามันเป็นอย่างนี้จริงๆนะครับ
สำหรับปัญหาของ
สำหรับปัญหาของ "การรถไฟแห่งประเทศไทย" ในขณะนี้
สรุปได้คำเดียวว่า "ส นิ ม เ กิ ด แ ต่ เ นื้ อ ใ น ต น" โดยแท้
ไม่ต้องไปโทษใคร ครับ
แต่คิดว่า "รัฐบาลนี้" จะแก้ไขได้ ครับ
รวมทั้ง "ปัญหาสะสม" อื่นๆ ที่กำลังแก้ไขอยู่ ได้แก่
มาเฟียสนามบิน, มาเฟียล๊อตเตอรี่ขายเกินราคา, รถตู้เถื่อน,
ยาเสพติด, ของละเมิดลิขสิทธิ์ ฯลฯ
อ่านแล้วต้องยกให้พี่แกบริหารแ
อ่านแล้วต้องยกให้พี่แกบริหารแทน
มีส่วนกลาง ช่าง ค่าเช่า รถเก่า ซ่อมบำรุง
ปัญหาออกจะเยอะ รถก็เสีย แล้วไหง ค่าจ้างพวกคุณ แพงจัง
อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านโฆษก
อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านโฆษก รัฐบาล..
รัฐบาลนี้พังเพราะทีมงานโฆษกนี
รัฐบาลนี้พังเพราะทีมงานโฆษกนี่แหละค้า
ใช่เลย! mr. Chaem
ใช่เลย! mr. Chaem เชียร์จนหัวห้อย หางห้อย..อิอิ ...ไม่มีแรงยก..อิอิ....เอ๋งเอ๋ง
อิอิ..อิอิอิ
:p
ขำว่ะ
หัวรถจักรขำรุด "มอเตอร์ขับเคล
หัวรถจักรขำรุด
"มอเตอร์ขับเคลื่อนซึ่งติดตั้งที่เพล้าล้อรถจักรทุกเพลา คันละ 6 ลูก
แต่รถจักรที่ใช้ในเส้นทางสายใต้บางครั้งใช้การได้แค่ 5 หรือ 4 ลูก"
นี่ขนาด มอเตอร์ขับเคลื่อนรถไฟ ใช้ได้แค่ 4ลูก (จากทั้งหมด 6 ลูก)
รถไฟ ที่จังหวัดประจวบ ยังวิ่งเข้าสถานี ด้วยความเร็ว 105 ก.ม./ชม.จนรถไฟตกราง มีคนตายถึง 7 คน
ถ้า มอเตอร์ขับเคลื่อนรถไฟ ใช้ได้ทั้ง 6 ลูก
มันจะวิ่งเข้าสถานี ด้วยความเร็ว เท่าไร?
แล้วจะมีคนตายกี่คน?
รัฐบาลนี้
รัฐบาลนี้ ไม่มีนโยบายเกี่ยวกับ การขนส่งโดยรางเหล็ก เราจึงไม่รู้ว่าจะขยับเขยื่อนรถไฟไปกันอย่างไร การรถไฟอันเป็นสมบัติของชาติจึงต้องเป็นอย่างนี้ และมันได้เป็นอย่างนี้มานานแล้ว เป็น รถไฟการเมืองไปแล้ว คณะกรรมการรถไฟชุดใหม่
ถูกตั้งขึ้นเมื่อมีรัฐบาลใหม่เสมอ แล้วคณะกรรมการรถไฟชุดนี้มีนโยบาย แบะ แบะ หรืออย่างไร
เมื่อ นโยบายไม่มี ผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะสหภาพจึงใช้ช่องว่าง(เช่นรถจักร์เก่า รถจักร์มีน้อยไม่พอใช้หมุนเวียน) เบียดตัวเข้าแทรกแซงการบริหารของการรถไฟโดยนัดหยุดงานเพื่อต่อรอง แล้วนำไปสู่การเมือง สอดคล้องกับ นายเคราแพะอดีตสหภาพคนหนึ่งซึ่งเกษียณไปแล้วและวันนี้มีตำแหน่งรองหัวพรรคการเมือง
จะเห็นว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถไฟตกรางด้วยเหตุ พขร.เมา ยา หลับ จึงฝ่าสัญญาณไฟแดง นำขบวนรถวิ่งเข้ารางหลีกด้วยความเร็วเกินกำหนด รถไฟจึงตกรางมีคนตายหลายศพ สหภาพจึงทำสิ่งเลวร้ายต่อประชาชนขึ้น คือนัดหยุดงาน หยุดเดินรถไฟโดยอ้างรถจักร์ที่รถไฟมีอยู่ไม่สมบูรณ์ แต่รถจักร์คันที่คนเมาขับวิ่งมาตกรางนั้น หากมันไม่สมบูรณ์ แล้วพขร.ชุดแรกมันขับมาได้อย่างไร?....พขร.ชุดเมาแล้วขับรถ จึงตกราง มันจะอ้างกันอย่างนี้หรือ??? ในการนัดหยุดงาน..... รถไฟ ความเลวสูง
ก่อนนี้ ใช้พนักงานขับรถเป็นเครื่องมือในการนัดหยุดงาน ครั้งนี้ก็ใช้...และยังใช้โรงซ่อมรถจักร์ ออกความเห็นทางเสียหายต่อองค์กร นี่เป็นอาการของมะเร็งร้ายเกาะกินรถไฟ...สหภาพรถไฟอาจคิดว่าตัวเองเข้มแข็งจนไม่มีใครกล้าทำอะไร ....เครื่องยนต์ทุกชะนิดต้องเข้าโรงซ่อม ไม่ว่าจะเป็น รถ เรือ เครื่องบิน ต้องซ่อมทั้งนั้น รถไฟต้องซ่อมเช่นกัน
วันนี้ประชาชนเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมของสหภาพแรงงานการรถไฟ เป็นอันมาก
ทางรถไฟที่ให้ขบวนรถวิ่งนั้น
ทางรถไฟที่ให้ขบวนรถวิ่งนั้น ทางระหว่าง สถานี ถึง สถานี เราเรียกว่า ทางประธาน เมื่อผ่านสถานี จะเรียกกันว่าทาง๑ เสมอ ส่วนทางหลีกตามสถานีต่างๆนั้น จะเรียกว่าทาง๒,๓,....ฯลฯขึ้นอยู่กับความใหญ่ของสถานี
ทางหลีก ทาง๒,๓..นั้นจะมีระยะความยาว ประมาณ ๕๐๐~๑๐๐๐ ม.ทำใว้สำหรับใช้หลีกขบวนรถกัน เมื่อขบวนรถวิ่งมาในทางประธานซี่งเป็นทางตรง จะเข้าไปสู่ทางหลีก(ทาง๒...) มันจะต้องวิ่งผ่านโค้งรัศมีแคบมากที่ต้องมีอยู่ในอุปกรณ์อย่างหนึ่งซึ่งเรียกว่า ประแจ ซิ่งอนุญาติให้ใช้ความเร็วเมื่อผ่านได้ ๒๕ กม./ชม.เท่านั้น
วันเกิดเหตุรถตกรางที่สถานีเขาเต่าใกล้หัวหินนั้น รถด่วนวิ่งมาในทางตรงด้วยความเร็ว ๑๐๕ กม./ชม.ต้องหยุดรอที่เสาสัญญาณ แต่เขาไม่หยุดขบวนรถ ฝ่าฝืนสัญญาณเข้าไป ภายหลังสารภาพว่าเมา ยา วูบหลับไป(ทั้งสองคน) รถจักร์ได้วิ่งเข้าไปที่ประแจด้วยความเร็ว ๑๐๕ เกิน ๒๕ กม./ชม. ไป สี่เท่า มันจึงตกราง อย่างที่รู้ๆๆกัน
ครับไม่ค่อยมีเวลา
ครับไม่ค่อยมีเวลา อ่านคร่าวๆแล้วครับ เป็นการสะท้อนปัญหาจากระดับปฎิบัติ จากข้อเท็จจริงของปัญหา(ผมเชื่ออย่างนั้น) แต่ มันพยายามจะชงแมสเซสนี้ไปยังเป้าหมายหลักอย่างอื่น ด้วยข้ออ้างตรงนี้(ซึ่งหัวรถจักรเป็นเรื่องที่เป็นมานานแล้วเพราะกรอบวิธีคิดแบบนี้ที่สหภาพฯพยามกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้กลัวการเปลี่ยนแปลง)ทำไมพึ่งจะคอขาดบาดตายตอนนี้ถ้าพนักงานมีความต่อเนื่องหรือสะท้อนความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา มันจะเห็นปัญหานี้มานานแล้วไม่ใช่แค่วันนี้และจะต้องวันนี้ที่แล้วมาไปอยู่ไหน?)
เพราะเรื่องนี้คือความรับผิดชอบร่วมในองค์กร ถ้าพนักงานระดับปฎิบัติอ้างว่าหัวรถจักรไม่พร้อม(ปัญหานี้มีมานานแล้ว) ถ้าจะเล่นประเด็นนี้ที่ความจริงใจไม่เจตนาส่งแมสเซสไปต่อรองอย่างอื่น(เอาแค่ในนี้ก็จับประเด็นได้แล้วว่าเป้าหมายหรือแมสเซสแฝงของเขาคืออะไร) แต่การมาอ้างปัญหาที่ปลายเหตุทั้งที่ต้นน้ำของปัญหาสหภาพฯหรือพนักงายนระดับปฎิบัติทราบปัญหานี้มานานแล้ว? แล้วตอนนั้นไปอยู่ไหนกัน ถ้าเจตนาแบบที่อ้าง? เพราะมันมีปัญหาเรื้อรังมานาน
และเป็นปัญหาที่การรถไฟต้องพูดจากกัน ส่งสัญญานไปตามชั้นความรับผิดชอบอย่างมีลำดับและต่อเนื่องจนถึงที่สุด ก่อนที่คุณจะวางแผนปล้นแบบนี้?(ไม่บอกกล่าวโจรที่ไหนจะบอกก่อนปล้นนิสัยโจรหรือไม่ทำแบบนี้?) เพราะเนื้อหาปัญหานี้ทุกคนในรฟท.ต้องมีส่วนรับผิดชอบไปตามลำดับชั้นความรับผิดชอบ ไม่ใช่มาโยนเผือกร้อนให้กันแบบนี้(เพราะก่อนมันจะร้อน พนักงานระดับปฎิบัติต้องรับก่อนจึงต้องส่งสัญญานเตือนมายังบริหาร ถ้าเขาเฉยไม่ทำอะไร)ค่อยมีแอคชั่นตามขั้นตอนตามลำดับถ้าเจตนาจะดุแลผลประโยชน์ผู้โดยสารหรือรฟท.จริงๆ
มาตรการขั้นสุดท้ายก่อนมามาถึงมาตรการปล้นเลยแบบนี้ มันไปไหน? เป็นหน้าที่สหภาพด้วยไหม? คุณเพิกเฉยหรือไม่? ความรับผิดชอบร่วมกันอยู่ไหน? ไม่ใช่เอะอะ ลากตัวประกันมาต่อรองแบบโยนเผือก ร้อน แบบนี้?มันชี้เจตนาแฝงครับ(คนสัมภาษณ์นี้ส่งแมสเซสมาแล้วนั้นคือกลัวการเปลี่ยนแปลงที่กระทบตัวเอง และ กลุ่มทุนอนุรักษ์(พวกหลงยุคตกขบวนรถไฟสายโลกาภิวัฒน์โลกนั้นคือกลัวทุกเรื่องที่จะมีการเปลี่ยนแปลงกระทบตนไม่ว่าแปรรูปหรือปฎิรูปด้วยการหาข้ออ้างแบบนี้)
ผมก็ไม่ได้ให้เราหอบลูกจูงหลานวิ่งตามโลกาภิฯด้านมืดน่ะ แต่ด้านสว่างเขาก้มีสำคัญความคิดที่ล้าหลังหรือไม่?ที่หันหลังแล้งวิ่งลงรูแบบนี้? ไม่ใช่ทั้งเก่าล้าหลังเสื่อมแบบนี้ เพราะถ้าเอาตามกรอบสหภาพ,กลุ่มทุนศักดินาเก่าและพวกกลัวการเปลียนแปลงว่า ก็กรอบ"เตี้ยอุ้มค่อม"เหมือนเดิม อีกกี่ปีอีกกี่สิบปีก็แค่นี้?เพราะมันไม่เคยจะไปไกลกว่านี้ได้? มันจะทั้งเตี้ย(รบ.ถังแตก) จะมาอุ้มค่อม เด็กนรกไม่เคยโตอย่างสหภาพรถไฟ ที่นอกจากจะพิการทางกายสมรรถภาพแล้วยังพิการทางใจ ? งก สมบัติไว้กับตัวแต่สมรรถภาพ คือ"ไอ้ค่อมรฟท" ดีๆนี่เอง หวงก้างคนอื่นไม่เข้าเรื่อง?
ผมเคยเสนอในนี้ว่ารฟท ต้องปฎิรูป แค่แปรรูปไม่พอ? แนวคิดง่ายง่ายคือ ไอ้ค่อมรฟท. มันคือเด็กมีปัญหาเพียงแต่ว่ามันเป็นลูกคนโตตามอาวุโสแบบไทย ต้องให้คุมสมบัติครอบครัว แต่เมื่อพิสูจน์แล้วว่า สมรรถภาพมันคือไอ้ค่อมรฟท. เด็กนรกที่สร้างปัญหาให้ครอบครัวมาตลอด? ทั้งที่สมบัติรถไฟคือของคนไทยและองคในหลวงร.5 ก่อตั้งไว้ให้ มันเอาไปทำให้เสื่อมถอยล้าหลังที่สุด ทั้งที่รฟท.ก่อตั้งเป็นอันดับสองของเอเซีย เพราะมหาวิสัยทรรศน์
แล้วจากวันนั้นถึงวันนี้มันพัฒนาต่อถึง5%ไหม?แล้วส่วนที่เสื่อมโสมลงไปล่ะ ?มันติดลบกี่% กับของเดิมมันเอาอวัยวะส่วนไหนคิดหรือพัฒนากัน? ฮ้าไอ้ค่อมรฟท. ตัวเองคือตัวปัญหาคือตัวถ่วงยังมาหวงก้างอีก?
ทางแก้คือเอามันออกไป? รถไปไทยต้องมีหลายกระเป่า? ส่วนทีเน่าที่เสียที่มันกอด งกไว้เอาให้มันไปทำให้ไอ้ค่อมมันไปทำต่อ ในทางเลือกรถไฟฟรีที่แม่ก็กระเตงค่อมต่อเพราะลูกอีกหนึ่งคนแล้วเป็นลูกคนโต แต่สิทธิการพัฒนารถไฟไม่ใช่แค่ค่อม? แต่เป็นลูกพ่อแม่ด้วยแถมสมรรถภาพไม่พิการเหมือนค่อม มีความพร้อมที่จะดุแลพัฒนาได้ดีกว่าค่อม และเป็นผู้มีสิทธิกับสมบัติรถไฟทุกคนมีสิทธิได้ทำ(ไม่ใช่แค่แปรรูปมันไปกว่านั้นนั้นคือปฎิรูปรถไฟ)
ลูกทุกคนมีสิทธิพัฒนารถไฟเท่ากัน บนการแข่งขันทางสมรรถภาพของลูกแต่ล่ะคนในการหาเงินเข้ากระเป่าแม่(ลดการอุดหนุนในส่วนการแข่งขันในมิติอื่นๆ) เช่น ค่อมรฟท.มันค่อมใจพิการด้วย อาจจะลดบทบาทที่มันจะเหมาทุกเรื่องของการรถไฟไปกอดไว้?เอาให้มันทำเท่าที่มันทำได้อย่าเอาให้มันไปเกินตัว
เอามาให้ลูกๆคนอื่นทำ แล้วหาเงินมาให้แม่แล้วแม่เอาเงินต่อจากนั้นในอีกหลายกระเป่าไปอุดหนุนค่อม? ที่นี้สถานะทางการเงินแม่ก็ไม่เตี้ยถังแตกอีกต่อไป? อุ้มค่อมได้ดูแลส่วนที่ค่อมดูแลให้เป็นรัฐสวัสดิการ(รถไฟฟรีหรือราคาถูกในทางเลือกรถไฟแบบที่เป็นอยู่นี้นั้นคือถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง)ที่พูดทีไรเห็นภาพไอ้ค่อมรฟท.ชัดมาก? นั้นละตัวตนค่อรฟท. ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง ปล่ยลอยแพที่ไหนก็ช่าง?
นั้นล่ะเอาให้มันไปควบปุเลงๆเรื่องของมัน? แต่ลูกหลานหลายคนจนถึงมิติการท่องเทียวอยากนั่งรถไฟหัวกระสุน ก็ไม่ใช่ต้องมาประสบชะตากรรวิ่งหัวซุกหัวซุน หารถทัวร์เปลี่ยนกลางคันเพราะมันหยุดเดินรถดื้อๆ เอาปชช.ผู้โดยสารตัวประกันอดทนคนไทยมาเป็นตัวประกันต่อรองด้วยเนื้อหาคนรถไฟหลับ?ทำรถไฟตกรางมันจึงคือจุดเปลียนในที่มาของการปล้นจับตัวประกันครั้งนี้ที่แท้จริงอย่างอื่นก็อ้างโน้นอ้างนี่?
หลักฐานคือปัญหานี้ไม่ใช่พึ่งเกิด ?แต่จุดเปลี่ยนจริงๆคือคนรถไฟหลับใน พารถไฟตกรางมันไร้สาระไหมล่ะ? หัวจักรก่อนจะเสียใช้ไม่ได้? มันใช้เวลาให้คุณดำเนินการร้องระดับบริหารมากี่ปี?ไม่ใช่วันดีคืนดีนึกบ้าขึ้นมาก็มาวางแผนปล้นจับตัวประกันแบบนี้(ฮ้าขุนโจรแห้วหวาน(สาวิตต์)) ไอ้ค่อมรฟท.มันเป็นใคร? เป็นเจ้าของการรถไฟไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ?สิทธิมันมีแค่ไหน? ไม่ใช่ค่อมแล้วยังใจพิการ วางแผยปล้นรถไฟตัวเอง?เอาพี่เอาน้องเป็นตัวประกันแบบนี้แล้วมาอ้างโน้นอ้างนี่?
เพราะถ้าอ้างไปอ้างมา ก็เอ็งนั้นแหละ ?ใช้เองดูแลกันเองเสียเมื่อไหร่ตัวเองรู้ อยู่แล้วทำไมมันจะมาคอขาดบาดตายกันแค่วันนี้?วันที่หลับในพารถไฟตกรางแบบนี้ ถ้ามันจะคอขาดบาดตายมันขาดมานานแล้ว? ไม่ใช่แค่วันนี้พรุ่งนี้ที่มันจะวิกฤตขนาดนี้(ข้อมูลตรวจสอบแล้วมีทั้งใช้ได้และใช้ไม่ได้ที่เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของคนรฟท ทั้งหมดครับไม่ใช่มาโยนขี้ให้ใครแบบนี้)
ไปคิดกันดีๆครับคนไทยอย่าหลงทางไปตามสหภาพบางคนกลุ่มนี้? เพราะนี่คือตัวถ่วงระดับทหารราบของรฟท.ครับ?(รับงานมาป่วนก็ว่ากันตรงๆดีกว่าอย่าอ้างโน้นอ้างนี่) ถ้ามีเวลา และหาสถานที่ดีๆ ผมอยากอบรมคนรถไฟทั้งองค์กรนี้ดูสิว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่นี้คือมิจฉาฯ(จับขัง)หรือเจตนารักษาพัฒนารถไฟกันแน่? คนเคลื่อนไหวเป็นเหยื่อใครอยู่ตอนนี้? อย่างไม่รู้ตัวหรือไม่? แต่ ผลงานแบบไอ้ค่อมรฟท. มันฟ้องหลายมิติ(แม้รฟท.มันไปไกลถึงกรอบวิธีคิดของคนโตในบ้านในเมืองนี้ที่แคบกว่ากะลาหรือรถไฟเหาะตีลังกาโครงไม้ไผ่เพราะทำรถไฟแบบพอเพียงไงแบบเตี้ยอุ้มค่อมไงมันจะดีกว่านี้ได้อย่างไร)???
แต่ปัญหาคือ มีการส่งสัญญากบในกะลาลงมาหาคนคุมรถไฟไทย(รฟท) ด้วยกรอบในกะลาที่หลงยุคตกขบวนโลกมันจึงได้ผลเป็นความล้าหลังที่สุด?ทั้งๆที่รฟท.ก่อตั้งสมัยร.5มาเป็นชาติที่สองในเอเซีย แต่เพราะกะโหลกกะลาคนพวกนี้และครอบงำรถไฟด้วยสมรรถภาพแบบไอ้ค่อมรฟท.? แบบนี้ผลงานมันจึงฟ้องให้ออกมาแบบนี้ สหภาพครับ พวกนู๋ๆแค่ ทหารราบแค่หมากนี้แค่นั้น?
เป็นเครื่องมือในการเป็นตัวถ่วงรฟท.อยู่แค่นี้ หรือไม่? ไปพิจารณาตัวเอง ถ้าอยากให้ชัดกว่านี้ วันไหนว่างๆจัดมา? จะให้ไปเขกโป๊กๆกะโหลกเปิดกะลาให้วันไหน? เชิญมาครับ? จะแบบไหนก็ได้ดีเบตก็ดี?เพราะรถไฟหัวกระสุนเกิดแน่?ไม่ถึง5ถึงหกปีหรือไม่ถึง10ปี(เผื่อมีกั๊กถ้าไม่แทงกั๊กผมไม่ถึง5ปีครับ) มีรถไฟหัวกระสุนวิ่งแข่งกับญี่ปุ่นครับ?เพราะสมัยก่อตั้งฯเราตีคู่กันมา
สำคัญแค่ว่าอย่าให้ไอ้ค่อมรฟท.รับงานพวกหลงยุคตกขบวนพัฒนามาห่วงก้างจับตัวประกันอดทนคนไทยแบบนี้อีก? เพราะตอนนี้แบบนี้ก็คงมีแต่รถไฟวิ่งหัวซุกหัวซุนแทนรถไฟหัวกระสุนไปก่อนจนกว่า จะเอาหมอนี่?(ไอ้ค่อมรฟท.)ไปสงบสติอารมณ์ก่อนให้มันมาวางแผนปล้นแบบนี้จับผู้โดยสารเป็นตัวประกันเพื่อหวงก้างการพัฒนาแบบนี้อีก)???
เป็นอย่างไรบ้าง สาธุชน
เป็นอย่างไรบ้าง สาธุชน กับคำพูดที่หวังกะโยนขี้ให้คนอื่นตามสันดานชั่ว ที่ติดมาจากไอ้แมงสาปเน่า และสหภาพเน่า ซึ่งในที่สุดมันก็คือการประจานความรายำที่เกียจคร้านสันหลังยาวของตนเอง
ในที่สุดไอ้ควายวิรุฬ มันก็พูดออกมาเองว่า มติครม ปี2541 นั้นได้ออกมาที่จำกัดการรับคนเข้ามาทำให้มันอ้างว่าพวกสหภาพรถไฟเลยขาดกำลังคน คำถามมันมีอยู่ว่า ไอ้ครมปี2541นั่นใครบริหาร ถ้าหากไม่ใช่ แมงสาปเน่าประชาวิบัติชวนชั่ว2
ที่ได้ทิ้งระเบิดขี้่เอาไว้ นั่นคือการแสดงความเจตจำนงต่อไอเอ็มเอฟ ที่ชวนชั่ว2ได้ไปขอกู้เงินจากไอเอ็มเอฟ14พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยที่ชวนชั่ว2 สัญญาหรือแสดงเจตจำนงว่าจะ ทำการ
แปรรูปรัฐสาหัสกิจ
เอามหาวิทยาลัยของรัฐออกนอกระบบ
ลดจำนวนข้าราชการ พนักงานรัฐสาหัสกิจ โดยให้บริษัทเอกชน เข้ามาทำหน้าที่แทนหรือรับเหมาช่วงซึ่งเป็นเช่นนี้ทุกกระทรวงทบวงกรม
ขี้อย่างนี้ ไอ้ควายวิรุฬ ทำไมไม่บอกกับผู้คนที่มัีนตามืดบอด และมองไม่เห็นความจริง ว่า ไอ้รัฐบาลชุดไหนมันคือรัฐบาลที่สร้างแต่ปัญหาทิ้งขี้เอาไว้
แต่ถึงแม้นว่า ไอ้แมงสาปเน่า มันจะสร้างหนี้ทิ้งขี้ทิ้งปัญหา ทว่า ในหลายกระทรวงทบวงกรมเขาปรับตัวได้ มีแต่ไอ้พวกสหภาพการรถไฟ และพวกสหภาพรัฐสาหัสกิจแห่งอื่นๆมันกลับดันปรับตัวไม่ได้
มันตลกเป็นอย่างยิ่ง ที่อ้างว่า ตนเองมีช่างที่เก่งในการซ่อมไอ้เครื่องทีเอ็ม แต่ทว่าดันซ่อมไม่ได้เพราะถูกห้ามซ่อมต้องส่งให้เอกชนซ่อม คำถามมันมีอยู่ว่า แล้วมันดันมีนายช่างเอา่ไว้แดกเงินเดือนทำหอกอะไรไม่ทราบ จ้างเอาไว้ให้แดกเงินเดือนเฉยๆโดยไม่ต้องทำงานหรือ มันไม่ควายไปหน่อยหรือ บริษัทไหนขืนมีพนักงานเยี่ยงนี้ พูดได้คำเดียวเจ๊งไม่ต้องแจว
ไอ้เรื่องที่อ้างว่าที่ดินการรถไฟถูกนักการเมืองผู้บริหารเอาไปให้เอกชนเช่าในราคาถูก คำถามมันมีอยู่ว่า แล้วทำไมไอ้พวกสหภาพรวมทั้งพนักงานรถไฟทำไมไม่ประท้วง หรือแจ้งไปที่ปปป(ปัจจุบันแปลงร่างเป็นปปช) หรือออมบุสแมนผู้ตรวจการรัฐสภา หรือไม่ก็แจ้งความร้องทุกข์ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเลย ทำไมไม่ทำ ซึ่งมันควรน่าที่จะทำนานแล้วเมื่อนับสิบปีก่อนไอ้ตอนที่มันหมดสัญญาที่ดินเช่าของการรถไฟกับเอกชน ทำไมไม่ทำมัวอมสากอะไรไว้อยู่หรือ
รถไฟ มันมีรางวิ่งของมันเอง ที่สำคัญ วิ่งมันอยู่คนเดียว ไม่มีใครแย่งวิ่ง แถมเวลารถไฟ มันชนรถยนตร์รถโดยสารอื่นๆรถกระบะ(เมื่อไม่กี่วันก็ชนรถกระบะที่พานางชีไปทำบุญตายเรียบหลายศพ)รถจักรยานยนตร์ คนที่เดินบนรางรถไฟตาย
พวกรถไฟมันก็ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะมันจะอ้างว่า มันวิ่งบนรางของมัน คนอื่นผิดลูกเดียว ซึ่งมันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่โบราณแล้ว
และนี่ที่พวกมันเกาะรถไฟแดก จนแทบจะถือเอารถไฟรวมทั้งที่ข้างงทางรถไฟเป็นสมบัติส่วนตัวของพวกมัน นี่มันยังจะมีความรู้สึกสำนึกผิดบ้างไหม มันมีความพยายามที่จะทำองคกรให้แข็งแกร่ง(ไม่ใช่แข็งแกร่งทางชั่วๆที่ออกมาเดินขบวนแดกเหล้ารำวงไม่ทำงาน)ทำให้กิจการรถไฟมันมีความเจริญขึ้นบ้างไหมโดยการพัฒนาตนเองพัฒนาองค์กร ไม่มี มีแต่พยายามที่จะทำให้กิจการรถไฟมันเลวลง สร้างหนี้ที่เป็นภาระต่อประชาชนถึงกว่าสองหมื่นล้านบาท นี่มันมีความสำนึกบ้างไหม
หันไปมองดูหน่วยงานอื่นๆบ้างที่เคยเป็นรัฐสาหัสกิจแล้วแปรรูป เขามีแต่เจริญขึ้นแบบชนิดผิดหูผิดตา และประชาชนได้ประโยชน์อย่างมาก เช่น องคการโทรศัพท์ หรือปตท ที่ปตทกลายเป็นบรรษัทยักษ์ใหญ่ ที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับประเทศที่สำคัญ โดยที่รัฐบาลหรือประชาชนไม่ต้องไปปวดกระบานต่อการเดินขบวนประท้วงแบบเหลวไหลไร้สาระ(นั่นคือการเดินขบวนประท้วงหรือไตรค์หยุดงานเพื่อประโยชน์ของตนเองโดยการเอาประชาชนไปเป็นเหยื่อตัวประกัน)
โดยที่ประชาชนไม่ต้องไปหวั่นไหวว่าจะต้องถูกรีดภาษีเพื่อไปอุ้มพยุงล้างหนี้ให้กับพวกรัฐสาหัสกิจที่มันขาดทุนเรื้อรัง
ชนิดที่ว่าถ้าหากเปรียบคนที่เป็นโรค ก็เป็นโรคประเภทไตวายเรื้อรังที่ต้องล้างไตผลาญเงินเพื่อรักษาชีวิตจนต้องขายบ้านขายช่องขายนาเสร็จแล้วก็ตายตามระเบียบแบบชนิดไร้ความหวัง
ไปกลัวอะไรมันกับนักการเมืองถามจริงๆ ถ้าหากตนเองและพวก ไม่ร่วมแดกด้วย พวกนักการเมือง มัีนจะแดกหรือคอรัปชั่นได้ไหม ลองถ้าขืนมันคอรัปชั่นโดยที่พวกข้าราชการประจำหรือพวกรัฐสาหัสกิจไม่ร่วมมือด้วย พูดได้คำเดียวว่า คุก
แต่นี่ เล่นแท็คทีมแดก เสร็จแล้วเอาประชาชนเป็นเหยื่อ
ปัญหาของประเทศชาติทุกวันนี้ถ้าหากสาธุชนได้ติดตามมาตลอดแบบชนิดเกาะติดก็จะพบความจริงว่า ล้วนเกิดขึ้นจากน้ำมือของไอ้พวกแมงสาปเน่า ที่ได้สร้างปมทิ้งปัญหาเอาไว้ทั้งสิ้น
เสร็จแล้ว พวกมันเองก็ไม่มีปัญญาไปแก้ แต่ทว่า กลับทำให้ปมปัญหา มันหนักหนาสาหัสมากขึ้นยิ่งกว่าการ์เดี้ยนนอต
แล้วไอ้พวกแมงสาปเน่าก็จะใช้ลีลาศรีธนญชัย ใช้วาทะตอแหลโกหก สร้างเรื่องบิดเบือนพลิ้วหนีปัญหาโยนขี้ให้คนอื่น
และพยายามหาประเด็นอื่นๆมากลบเรื่องที่เน่าๆมันรายวัน ไอ้เรื่องที่คิดจะแก้ปัญหาพวกมันทำไม่เป็น
พวกมันทำเป็นแต่การบริหารปาก หรือละเลงขนมเบื้องด้วยปาก
เพราะพวกมันรู้ว่าคนไทยนั้นส่วนใหญ่ความจำสั้น ลืมง่าย และชอบนิยายโกหกตอแหลอิจฉาริษยาตบตีแบบน้ำเน่า
มันจะไม่เตี้ยอุ้มค่อมได้อย่าง
มันจะไม่เตี้ยอุ้มค่อมได้อย่างไร เพราะที่ไอ้ค่อมรฟท.มันไปนอนขวางโลกอยู่นั้น นั้นคือศักยภาพแฝงภายในของการรถไฟไทยนั้นคือทางรถไฟสายโลกที่จะเป็นการรถไฟที่ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกบนที่ตั้งทางภูมิศาตร์ความเป็นจุดศูนย์กลางที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ แต่มีคนจับขังศักยภาพตรงนั้นไว้ด้วยกรอบวิธีคิดแบบเตี้ยอุ้มค่อมของวิสัยทัดดอกไม้(บ้องหูกันเอง)
ผมชี้เรื่องนี้มานาน จนล่าสุดที่นายกมาร์คไปจีน? พยายามจะต่อเรื่องนี้ของผม? แต่เจอตอครับ? และก็นี่ไงครับ?ที่มันหยุดเดินรถวันนี้ก็ตออีกตอที่ไปรับสัญญานมานั้นคือเจตนาขวางให้มันรู้ว่าไผ่เป็นไผ๋บ้านนี้ใครใหญ่?ใครคือคนกำหนดตัวจริง? คือถ้ารฟท.ไม่พยายามทำอะไรที่หลงยุคตกขบวนแบบนี้ และถ้าตัวเองมีผลงานมีสมรรถภาพกว่าค่อมในผลงานที่ผ่านๆมา อันนี้ไม่ว่าจะไม่ด่าแบบนี้?
เพราะเรามอบเหมาเช้งให้คนทำไปแบบผูกขาดแล้วแต่นี่นอกจากจะไม่ได้เรื่อง? เสียหายจนถึงล้าหลังเสื่อมโสมที่สุด ผมดูพระฉายาฯขององค์ท่าร.5 กับภาพไอ้ค่อมรฟท.ทำกับตัวประกันอดทนคนไทย แล้วผมนึกถึงพระองค์ถึงน้ำตาไหล?
แต่ผมช่วยอะไรกับพระมหาวิสัยทัศน์ตรงนั้นไม่ได้(ผมก็ฐานนะตัวประกันพอๆกันตอนนี้) ผมทำอะไรต่อไม่ได้จริงๆกับทางรถไฟสายโลกสายนี้ ทั้งที่มันเกิดได้ไม่ยากเลย แม้อาจจะค่อยเป็นค่อยไป เช่นสายจีน (อันดับแรกเลยคือจีนลงมาเลย,ไปสิงคโปร หรือลงนิคมอสาหกรรมเราจะได้เมืองท่าใหญ่เพิ่มอีกหลายที่) แต่ถ้าเราช้าอีกนิดเดียว พม่า,เวียตนามฉวยโอกาสนี้ทันที ความน่าสนใจ หรือพลังการระดมความร่วมมือมันจะแชร์ไป คล้ายกับสนามบินหนองงูเห่าที่สุด โดนแชร์ไปหมดเพราะเราช้า ความน่าสนใจเลยดาวน์ลงเพราะความเคยชินแม้จะไม่ใช่ศุนย์กลางบนความได้เปรียบแบบเรา
ที่ผมเคยวาดฝันโครงข่ายศูนย์กลางเชื่อมต่อคมนาคมในภูมิภาคและโลกที่ใหญ่และน่าสนใจกว่าทางสายไหม
เพราะแนวเส้นทางใหม่นี้บวกเทคโนฯและความร่วมมือที่มากขึ้น บนความได้เปรียบที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ที่จีนเลียนแบบ หรือญี่ปุ่นจะเอาไปทำไม่ได้เพราะมันต้องย้ายประเทศมาหาที่ตั้งแบบเราก่อน แต่เรื่องนี้มันจะพลาดโอกาสที่สำคัญไป ถ้าจีนสนใจเวียตนาม และพม่า เราจะสูญเสียโอกาศหลายเรื่องมหาศาลเลย
เพราะกรอบวิธีคิดแบบขุนโจรแห้วหวาน(สาวิตต์ แห้วหวาน) และคนคุมบัง
คับบัญชา(ตัวจริง)ของไอ้ค่อมรฟท. พวกหลงยุคตกขบวนกลุ่มนี้ คือพันธนาการของพัฒนาการรถไฟไทย ไว้ด้วยกรอบวิธีคิดแบบนั้น?
ผมจึงค่อนข้าจะอินกับความล้าหลังของวิสัยทัศน์คนไทยที่มีแต่วิสัยทัดดอกไม้(บ้องหูกัน)เป็นแค่นั้นมันจึงได้ล้าหลังแบบนี้???
สงสารคนปักษ์ใต้บ้านเราจริง ๆ
สงสารคนปักษ์ใต้บ้านเราจริง ๆ ยานพาหนะหลักสำหรับการเดินทางระหว่างจังหวัดโดยเฉพาะคนใต้ คือรถไฟ ตั้งแต่เป็นเด็ก เคยเห็นสภาพรถไฟเป็นยังไง ปัจจุบันก็เหมือนเดิม ทั้งที่ผ่านมาตั้ง 40 ปี เลือกตั้งทุกครั้งเราเลือกพรรคประชาธิปัตย์ หวังให้มาแก้ไขปัญหาให้คนใต้ รถไฟก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ต้องการให้มาปฏิวัติให้ทัดเทียมกับประเทศที่เจริญแล้ว (จากที่เคยเห็นในทีวี) เขามีรถไฟความเร็วสูง บริการดีเยี่ยม รถไฟสะอาดสะอ้าน แล้วลองหันกลับมาดูรถไฟบ้านเรา ไม่ตรงเวลาเป็นเรื่องปกติ ช้ากว่ากำหนด 2-3 ชั่วโมง เป็นเรื่องธรรมดา ห้องน้ำไม่สะอาดเลย ปวดท้องแทบตายต้องพยายามกลั้นจนแทบเป็นลม ขอบอกตรง ๆ ว่าอายชาวต่างชาติที่เขามาเที่ยวบ้านเรา นี่ขนาดบริหารไม่ดีนะครับ แต่เชื่อหรือไม่ว่าเต็มทุกเที่ยว ต้องจองล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ จึงมีสิทธิ์เดินทาง ขนาดเต็มทุกเที่ยวแต่งบสิ้นปีดันขาดทุน และขาดทุนทุกปี บริหารยังไงไม่ทราบ ทั้งที่เงินเดือนและสวัสดิการของพนักงานรถไฟดีเยี่ยม วันดีคืนดีพนักงานรถไฟก็ประท้วงหยุดเดินรถซะงั้นแหละ ประชาชนจะลำบากยังไงไม่เกี่ยว ประธานสหภาพมีบารมีสูง จะสั่งให้หยุดเดินรถเมื่อใดก็ได้ เพราะมีพรรคการเมืองหนุนหลัง เอาประชาชนเป็นตัวประกันตลอด ขอบอกดัง ๆ เที่ยวนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่แก้ไขให้เป็นรูปธรรม ยอมให้สหภาพรถไฟขี่คออยู่แบบนี้ ขอบอกได้เลยว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์อีกแล้ว พอกันทีเราเลือกพวกเอ็งเข้ามา เพื่อให้มาทำงาน ไม่ใช่ให้มาพูดปาฐกถาด้วยถ้อยคำที่เพราะเสนาะหู ผมพยายามนึกและทบทวนดูโครงการที่ชาวปักษ์ใต้บ้านเราได้รับจากการบริหารงานของพรรคประชาธิปัตย์ คิดแล้วคิดอีก เอาเท้ามาก่ายหน้าผากก็ยังคิดไม่ออก สู้ทักษิณไม่ได้ รายนั้นมันพูดแล้วมันทำได้จริงว่ะ
@..สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ.....
@..สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ.........ในตน
เหมือนรัฐบาลสัปดน.................ด่างพร้อย
เอาดีใส่ตนผลพาพ่าย.................พังนา
ความชั่วคนอื่นน้อย..................ถ่อยย้ำทำลาย
@..ประชาวิบัติร้าย................เหลือทน
พันธมิตรของพวกตน..............ก่นได้
ความจริงย่อมมีผล...................ตนผิด.....ด้วยนา
บริหารห่วยจริงไซร้.................จึ่งได้ตกราง
เรื่องกำลังเข้าได้เข้าเข็ม ฝ่
เรื่องกำลังเข้าได้เข้าเข็ม
ฝ่ายลิโป้ กะว่าจะตีสหภาพให้ตายคาตีน
ให้เกิน 15 วัน จะได้ไล่ยกเข่ง
เล่าปี่ ชวนป๋วยปี่แป่กอ เห็นท่านพวกจะต้องตาย
สายตรงให้เถาวอน ณ สงขลา ไปงานศพน้องแล้วให้
แถ ไปคุยกับพวกกบถด้วย
มันหัวอ่อน เมื่อเห็นว่าโกเต็กไม่ช่วยพวกมันเลย
ยอมมาขับรถเศษเหล็กซาเล็ง
อันตรายไม่มีเบรคก็ยอม
ดีกว่าถูกไล่ออก
ฝ่ายลิโป้จอมเนรคุณ สายตรงให้ผู้ว่า
อย่างนี้ต้องไล่ออกๆๆๆๆๆๆๆๆ
แล้วก็ไล่ออกจริงๆ
งานนี้ต้องยกผลงานให้ลิโป้จอมเนรคุณ
ได้ทั้งใจ ได้ทั้งงบ ได้ทั้งแต้ม
ก็ไอ้ชวนมันมัวแต่เชื่องช้า
ไอ้ตี๋ก็เอาแต่ขึ้นโพเดี้ยม
ปชป ก็เอาแต่ล่อทักษิณ
น้ำเน่าจริงๆ
อ่านจากที่มึงโพสแล้วดูมีหลักก
อ่านจากที่มึงโพสแล้วดูมีหลักการดีนะ อย่ากระนั้นเลย กูว่ามึงไปสมัครรับเลือกตั้งซะก็หมดเรื่องจะได้แก้ปัญหาได้ไง มึงเก่งรู้ดีมิใช่เรอะ มึงจะได้ไปแก้ปัญหาตามความคิดของมึงไง ชาวบ้านเขาจะเลือกมึงหรือปล่าวก็ไม่รู้นะ รู้ดีก็ต้องแสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกซิว่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้ในการต่อสู้
ขอเป็นกำลังใจให้ในการต่อสู้ ปัญหารถไฟมีมานานแล้ว ไม่มีใครแก้ไข
ถ้าจะแก้ไขก็แตะต้องไม่ได้ เพราะได้รับพระราชทานจาก ร.5
สังเกตุดู ตั้งแต่เด็กจนแก่ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเลย
มันใกล้จะหมดอายุแล้ว คงต้องปล่อยให้ตายไปเอง
แล้วมาสร้างกันใหม่
มีเอกชนมากมายอยากทำ
มีเอกชนมากมายอยากทำ หวงก้างทำไม ทำไม่ไหวก็ยุบแบบ รสพ. ซิ อย่าตะแบงเลย ทุกวันนี้ผมนั่งเครื่องบินอย่างเดียว เลิกนั่งมาเป็น 10 ปีแล้ว ไม่ใช่รวยแต่เบื่อ บริการห่วย สภาพสกปรก ไม่ครงเวลา กลัวตายเพราะคนขับห่วย(อย่าอ้างสภาพรถเลย รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง) และที่สุดจะทนคือเดี่ยวประท้วงหยุดเดินใครจะไปทนนั่งมันอยู่ได้ อย่าอ้างประชาชนเลย ทุเรศ ขสมก. มันก็ขาดทุน มันก็ยังไม่เหมือนพวกคุณเลวจริง ๆ ๆ
แก้วรรคผิด @..สนิมเหล็กเกิดแต
แก้วรรคผิด
@..สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ.........ในตน
เหมือนรัฐบาลสัปดน.................ด่างพร้อย
เอาดีใส่ตนผล........................พาพ่าย....พังนา
ความชั่วคนอื่นน้อย..................ถ่อยย้ำทำลาย
@..ประชาวิบัติร้าย................เหลือทน
พันธมิตรของพวกตน..............ก่นได้
ความจริงย่อมมีผล...................ตนผิด.....ด้วยนา
บริหารห่วยจริงไซร้.................จึ่งได้ตกราง
เพ้อเจ้อ เอาแค่มาเฟียสนามบิน
เพ้อเจ้อ เอาแค่มาเฟียสนามบิน มันก็ไม่กล้าแตะต้องแล้ว วิ่งหางจุกตูด ร้อง เอ๋ง เอ๋ง
ไอ้ที่เน่าอะ
ไอ้ที่เน่าอะ ผมว่ามันไม่ใช่หัวรถจักรหรอกครับ
องค์กรต่างหากที่มันเน่า เน่าทั้งผู้บริหาร เน่าทั้งสหภาพ
ดูแล้วไปๆมาๆ ทำเพือตัวเองทั้งนั้นเอาชาวบ้านมาเป็นตัวประกัน
ลอไปดูข่าวย้อนหลัง ช่อง Nbt วันที่ 30 ตลาดูครับ
ว่าองค์กรนี้มีสิทธิพิเศษให้ผู้บริหาร และ สร รฟท สมประโยชกัน
ดู Nbt
ดู Nbt ย้อนหลังช่วงเวลาหนึ่งทุ่มนะคับ