ฎีกาถอดถอน พล.อ.เปรม: บทพิสูจน์แกนนำคนเสื้อแดง !!!

หลายครั้งที่มวลชนคนเสื้อแดงไม่เข้าใจว่า แกนนำของพวกเขา จะมียุทธศาสตร์อย่างไร ? จะพาพวกเขาไปทางไหน ? จะเอาพลังของพวกเขาไปทำอะไร ? ...แต่พวกเขาก็พร้อมจะเดินตาม.

ถามว่า; มวลชนคนเสื้อแดง ต้องการอะไร ในการต่อสู้ครั้งนี้ ?
- เอา “ทักษิณ” กลับมา.
- เอา “ประชาธิปไตยแบบกินได้” กลับมา.
- สถาปนา “ประชาธิปไตยที่แท้จริง” ให้เกิดขึ้น.

คำตอบคงมีอยู่ประมาณนี้.

แต่เมื่อเวลาผ่านไป – จากประสบการณ์การมีส่วนร่วม ทำให้ “คนเสื้อแดง”(ระดับมวลชน) เริ่มใช้ความคิดว่ายุทธศาสตร์การต่อสู้ เพื่อให้บรรลุสิ่งที่ต้องการ คือ ชัยชนะนั้น “ยุทธวิธี” ของแกนนำใช่หรือเปล่า - ถูกต้องหรือเปล่า ?

เพราะหลายต่อหลายครั้ง คำตอบของคำถามนี้มักจะไปหยุดอยู่ที่ “มันเป็น (ยุทธศาสตร์) ของแกนนำ”

60 กว่าวันแล้วที่ “ฎีการ้องทุกข์” (เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2552) เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมของคนเสื้อแดง ยังถูกรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เก็บไว้ โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่อ.

"มวลชนคนเสื้อแดง" จะทำอย่างไร - ต่อกรณี “ฎีการ้องทุกข์” ในครั้งนั้น !!!

ทั้งๆ ที่ ก่อนหน้านั้น พวกเขาก็พอจะคาดเดาได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับ “ฎีการ้องทุกข์” ในครั้งนั้น !!!

ยังไม่นับถึงพฤติกรรมของเหล่าทาสลูกสมุนอำมาตย์ ตั้งแต่นักการเมือง นักวิชาการ ราชบัณฑิต สื่อมวลชน ที่ออกมาคัดค้านการยื่นฎีกาของคนเสื้อแดง อย่างเอาเป็นเอาตาย.

และปฏิบัติการของ “รัฐ” - กระทรวงมหาดไทยที่ตั้งโต๊ะให้ประชาชนลงรายชื่อ “คัดค้าน” การถวายฎีกา.

ทั้งหมดนั้น "มวลชนคนเสื้อแดง" ก็พร้อมที่จะยอมเจ็บปวด, ต้องยอมทำทุกอย่างที่แกนนำร้องขอมา.

...

วันที่ 15 ต.ค. 2552 ที่สโมสรกองทัพบก พล.อ.เปรม ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
โดยได้กล่าวตอนหนึ่งว่า “...ก่อนที่จิ๋วจะไปสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย ตนได้ให้คนไปบอกว่า จะทำอะไรขอให้คิดให้รอบคอบ ไตร่ตรองให้รอบคอบ มิฉะนั้นจะกลายเป็นการกระทำที่เป็นการ “ทรยศชาติ” !!!

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ พล.อ.เปรม กระทำตนผิดบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 14 ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “องคมนตรีจะต้องวางตัวเป็นกลางในทางการเมือง - ไม่ฝักใฝ่การเมือง”.

"มวลชนคนเสื้อแดง" รู้ – ใครก็รู้ – วิญญูชนย่อมรู้ ว่าการกระทำของ พล.อ.เปรม ผิดถูก อย่างไร.!!!

คำถามคือ แล้ว “แกนนำคนเสื้อแดง" คิดอย่างไรต่อกรณีคำกล่าว “ทรยศชาติ” ของพล.อ.เปรม ?

...
ถ้าจะต้อง “ถวายฎีการ้องทุกข์” อีกครั้ง. ความเหมาะสม, ความมีเหตุมีผล เป็นเรื่องสมควรหรือไม่ ดูจะมีความสำคัญ มีความชัดเจน และมีน้ำหนักมากกว่า การถวายฎีการ้องทุกข์เมื่อเดือนสิงหา ที่ผ่านมา.

แล้วทำไม “แกนนำ” จึงเงียบ! ทำไมไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ!!!

เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ท้าทายอุดมการณ์ของ “แกนนำคนเสื้อแดง”, ว่าจะมีท่าทีต่อ "มวลชนคนเสื้อแดง" (ผู้รักประชาธิปไตยที่แท้จริง) อย่างไร?

จะมีท่าทีต่อผู้นำคนใหม่ (พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ) อย่างไร?

และมีความศรัทธาต่ออุดมการณ์ของ "มวลชนคนเสื้อแดง" จริงจังขนาดไหน!!!

นอกจากต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่

นอกจากต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่ององคมนตรี ซึ่งควรจะยกเลิกองค์กรบ้าบอนี้ไปได้แล้ว

มวลชนเสื้อแดงต้องผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยแท้จริง เหมือนในสมัยคณะราษฎรเคยทำเอาไว้ ซึ่งเป็นจำกัดอำนาจนอกรัฐธรรมนูญ และที่มาของอำนาจมาจากประชาชนที่แท้จริง

พวกเหลืองที่ด่านักการเมืองว่าไม่ประชาธิปไตย ก็อาจมีส่วนถูก เพราะรัฐธรรมนูญปี 40 ก็ดูจะไม่เพียงพอเหมาะสมแล้วในปัจจุบัน จำเป็นต้องใช้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากกว่านั้น คือ การนำฉบับคณะราษฎรกลับมาใช้ เพื่อความเป็นธรรม เท่าเทียม ของประชาชนอย่างถ้วนหน้าทุกคน

เสิ้อแดง ยิ่งรุก (พท.)

เสิ้อแดง ยิ่งรุก (พท.) เพื่อทักษิณ ยิ่งจอด

*************************

สร้างความสะเทือนต่อ "รัฐบาล" ภายใต้การนำของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มิใช่น้อย

เมื่อ "บิ๊กจิ๋ว" หรือ "พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ" อดีตนายกรัฐมนตรี และสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) เดินเกมบัญชาการส่งตรงจากนายใหญ่อย่าง "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยการเข้าพบ "สมเด็จฯฮุน เซน" ผู้นำกัมพูชา

โดย "พ่อใหญ่" อ้างว่าการเข้าพบผู้นำกัมพูชาก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 15 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เพื่อหวังลดปัญหาข้อพิพาทแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

กระทั่ง "พท." และ "พ่อใหญ่" สามารถตีรวน "รัฐบาล" จนทำให้ผู้นำกัมพูชากล้าออกมาดิสเครดิต "รัฐบาลไทย" เป็นผลสำเร็จ

เพราะทำให้ "ฮุน เซน" ออกมาอัดแหลกถึงกระบวนการยุติธรรมไทยที่ทำให้ "ทักษิณ" ไม่ได้รับความเป็นธรรม

ทำ ให้ "ฮุน เซน" กล้าประกาศว่าเปิดบ้านจะให้ที่พำนักแก่ "ทักษิณ" พร้อมกับฉีกหน้า "รัฐบาลไทย" ด้วยการยืนยันไม่ส่ง "ทักษิณ" ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับมายังไทย

มิหนำซ้ำ "พล.อ.ชวลิต" ยังยกภารกิจ 4 ยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนให้ "พท." คือ

1. จะพิสูจน์ให้สังคมได้รู้ว่า "พท."-"ทักษิณ" มีความจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง 2.แก้ไขปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ 3.แก้ปัญหาภาคใต้ที่เป็นปัญหาอันตรายต่อความเป็นชาติไทย และ 4.แก้ปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน

ถือเป็น 4 ยุทธศาสตร์ที่หวังจะรุกคืบต่อ "ปชป." เพื่อสร้างคะแนนนิยมให้แก่ "พท." กลับคืนมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

ภายใต้การวิเคราะห์กันว่าจะ "รัฐบาล" เพลี่ยงพล้ำ ต่อปัญหาทุจริตที่เกาะกินจนถูกกระแสประชาชนต้าน "ปชป." เป็นรัฐบาลต่อไป

และ "พท." ยังหวังยุทธศาสตร์ "เสื้อแดงแผลงฤทธิ์" โดยใช้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จแห่งชาติ (นปช.) เดินเกมยกระดับชุมนุมอย่างยืดเยื้อปลายเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นตัวเร่งให้ "รัฐบาล" ต้องยุบสภาไม่เกินต้นปี 2553

เพื่อหวังว่าหาก "รัฐบาล" เพลี่ยงพล้ำเร็วเท่าใด "พท." ก็มีโอกาสได้คะแนนเสียงกลับมาจัดตั้งรัฐบาล ปูทางช่วย "ทักษิณ" กลับประเทศเร็วขึ้นเท่านั้น

แต่การเดินเกมของ "ทักษิณ" ที่ใช้ "พล.อ.ชวลิต" รุกต่อฝ่ายตรงข้ามครั้งนี้ กลับส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาและกระแสสังคมอย่างภาคประชาชนหลายฝ่ายตีกลับและ ประณาม "ทักษิณ" และ "ชวลิต" ว่าเป็นการชักศึกเข้าบ้าน

แทนที่การรุกของ "พท." จะเข้าทางตัวเอง แต่กลับถูกมองว่ายุแยงให้ "ไทย" กับ "กัมพูชา" ยิ่งขัดแย้งขึ้นอีก

แทนที่การรุกของ "พท." จะช่วยให้ได้แต้ม กลับเสียแต้มเพราะถูกมองว่ามุ่งหวังเพื่อช่วย "ทักษิณ" โดยตรง

และแทนที่การรุกของ "พท." ด้วยการให้ "คณะทหาร" และ "ชวลิต" มาการันตีความจงรักภักดีให้ "นายใหญ่" และ "พท."

แต่ "พท." อาจถูกมองว่า "เพลี่ยงพล้ำ" เมื่อกลุ่มเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวคู่ขนานกับการเมืองในสภาอย่าง "พท." จะชูธงไม่ให้ "ประธานองคมนตรี" มาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทั้งที่ตำแหน่ง "ประธานองคมนตรี" เป็นการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย

เมื่อ "พท." อยู่ในฐานะที่ "รุก" สู้ทางการเมือง จึงทำให้ "ปชป." ในฐานะรัฐบาล ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามต้องตั้ง "รับ" และสู้กลับใส่ "พท." เพื่อหักล้างและเรียกคะแนนนิยมและความเชื่อมั่นกลับมา

โดย "ปชป." สู้กลับว่า "พท." กำลังทำให้ปรากฏภาพเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภาและในสภา โดยหวังให้ต่างชาติต่อต้านประเทศไทย การต่อรองสถาบัน และการล้มรัฐบาลไทย

จะเห็นได้ว่าการตั้งรับของ "ปชป." ครั้งนี้ยังซ่อนบทตีสองหน้าในอีกบทบาทของ "รัฐบาล"

เพราะ "อภิสิทธิ์" ผู้นำรัฐบาลยืนยันว่าความสัมพันธ์ของไทย-กัมพูชายังดีอยู่ เป็นเพียงแค่ผู้นำกัมพูชาเข้าใจคลาดเคลื่อนเท่านั้นและไม่อยากให้ตกเป็น เหยื่อหรือเบี้ยล่างของใครบางคน

ขณะอีกหน้าหนึ่งของ "รัฐบาล" ในบทบาท "ปชป." ดันรับกลับด้วยการโต้กลับหักล้างทางการเมืองว่า "พท." และ "ทักษิณ" เดินเกมสู้ "ปชป." ครั้งนี้ยิ่งมีความชัดเจนว่า "ทรยศต่อชาติ" ตามคำพูดของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเข้าไปทุกที

กระทั่ง "รัฐบาล" ได้ผุดให้มี "คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ" (กปช.) ที่มีแนวคิดมานานแล้วเพื่อมาทำหน้าที่ชี้แจงให้ประชาชนลืมภาพ "ทักษิณนิยม" โดยเร็ว

และยังสู้กับ "ทีวีเสื้อแดง" อย่าง "พีเพิ่ลชาแนล" อีกทางหนึ่งเพื่อลดภาพปลุกระดมมวลชนลดดีกรีการยกระดับของ "เสื้อแดง" ให้ดูด้อยลงด้วย

ดังนั้น การรุกคืบของ "พท." แม้จะรุกหนักในยกแรกด้วยการให้ พล.อ.ชวลิตเดินเกมยุทธศาสตร์เพื่อนบ้านล้อมไทยก็ตาม และหากจะยิ่งรุกต่อโดยเดินทางไปยัง "มาเลเซีย" และ "พม่า" แต่ที่สุด ปชป.ก็อ่านเกมออก

โดยเอากรณี "กัมพูชา" มาศึกษาเป็นบทเรียน

ส่งผลให้การเดินเกมรุกสู้ของ "พท." ในยกต่อไป คงต้องอ่านเกมให้ขาด เพราะ ปชป.มีกลยุทธ์ที่ตั้งรับพร้อมอัตราศึกแล้ว

เสิ้อแดง ยิ่งรุก (The Other)

เสิ้อแดง ยิ่งรุก (The Other) เพื่อ มาร์ค ยิ่งเจ็บ

*************************

ฎีกาถอดถอนเปรม

ฎีกาถอดถอนเปรม เป็นวิธีที่วิเศษ ยอดเยี่ยมครับ เอาสัก 10 ล้านนะครับรับรองได้เดือนเดียวได้ครบ

ประเทศไทยที่แตกแยกอยู่ทุกวันน

ประเทศไทยที่แตกแยกอยู่ทุกวันนี้ เพราะทุกเรื่องขึ้นอยู่กับคนสั่งการไม่กี่คน สามารถสั่งศาลให้ตัดสินศรัตรูของตนเป็นคนผิดได้ ท่านอำมาตทั้งหลายรู้หรือไม่ว่าประชาชนเขาอึดอัดเต็มทนแล้ว กับความสองมาตรฐานของรัฐบาลที่ท่านตั้งมากับมือ ประชาชนไม่โง่นะครับ ลองยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่สิ ท่านจะรู้ว่าประชาชนคิดเช่นไรกับท่าน

อย่าทำอะไรที่เร่งรัดรุกเร็วเก

อย่าทำอะไรที่เร่งรัดรุกเร็วเกินไป จะทำให้เสียการใหญ่ของประชาชน ค่อยๆรุกค่อยๆเดิน การเรียนรู้ของประชาชนได้เริ่มต้นแล้ว เหล่าอำมาตย์และพวกกากเดนสมุนก็ใกล้ตายไปจากสังคมทีละตัวสองตัว จนแทบไม่เหลืออำมาตย์ที่จะวางตัวให้สังคมเชื่อถือได้ หายนะของพวกเขาใกล้เข้ามาแล้ว ....พวกเขาคิดผิด ที่บังอาจท้ารบกับประชาชน เป็นแสนเป็นล้าน...... อาศัยมีอาวุธ และเครือข่ายที่สร้างแหกตาประชาชนมานานเท่านั้นที่ทำให้พวกเขามีที่ยืน เวลานี้พวกเขากำลังโดนรุกทุกด้าน บวกกับวัยและสังขาร ล้วนแต่จองวัดจองโลงแล้ว ประชาชนพึ่งลุกขึ้นสู้ จะคอยดู จะต้านแรงเรียกร้องของประชาชนได้ขนาดไหน .....ถึงอย่างไรก็ขอฝากนักต่อสู้ทุกองค์กร อย่าใช้ความรุนแรงในการต่อสู้ จะสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติโดยรวม จะไม่ต่างกับพวกมันกระทำการย่ำยีประเทศชาติและประชาชน

มีหลักฐานหลายอย่างที่เจ้สี่ทำ

มีหลักฐานหลายอย่างที่เจ้สี่ทำผิดรัฐธรรมนูญ และการพูดถึงพลเอกชวลิตว่าทรยศต่อชาติเมื่สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แสดงถึงจิตใจที่วิปริตมองว่าพรรคเพื่อไทย สมาชิกพรรคและคนเลือกพรรคเพื่อไทย 15ล้านคนขื้นทั้งหมดเป็นคนทรยศต่อชาติ เสียงส่วนใหญ่ของประเทศนะเนี่ย ในชีวิตเคยมีความสุขมั่งหรือไม่ อยู่ท่ามกลางเสียงก่นด่า อายุก็มากแล้วปล่อยวางเสียมั่งเจ้

จะเล่นอะไรก็ควรเล่นในบ้าน

จะเล่นอะไรก็ควรเล่นในบ้าน สงสารประเทศบ้างไหม ขายชาติเพื่อคนๆเดียว เเล้วจะตอบลูกหลานยังไง นายจิ๋วให้ฮุนเซ็นเอาเท้าลูปหน้า ประเทศไทย อดสูๆๆจริงๆ

.พท.เเพ้เพราะภัยตัวเอง

.พท.เเพ้เพราะภัยตัวเอง เป็นศูนย์รวมสิงสาลาสัตว์ ดูส.สเเต่ละตัวรับไม่ได้ ดูดเศษเงินเเม้วยังกะเห็บ ทุกวันนี้สอนเด็กให้ทำอย่างเเม้วเเต่อย่าทำเยี่ยงเเม้ว กฏเเห่งกรรมมีจริงใครทำลายประเทศไทยใครโกงเงินเเผ่นดินเศษดินติดเท้าสักเม็ดยังไม่มีให้กลบหน้า ร่อนเล่ห์เป็นยิบซี จิตใจว้าวุ่นด้วยความเเค้น ใจไร้สุข ทุกข์ทับถมทวีวันๆคอยจ้องจะเเก้เเค้น มีเงินท่วมฟ้าเเต่กลับซื้อเศษดินแผ่นดินเกิดมาไว้กลบหน้าไม่ได้ ทุกข์ใจจริงๆ กรรมเวร กรรมเวร

เรานึกถึงเหตุการณ์สมัย ร.6

เรานึกถึงเหตุการณ์สมัย ร.6 พวกทหารมหาดเล็กออกมาก่อการวิวาทกับทหารประจำกรมกองแล้วหลบหนีเข้าวัง ข้างฝ่ายทหารไพร่โดนลงอาชญาประจานแต่ฝ่ายเดียว การแสดงปฏิปักษ์ฝักฝ่ายในหมู่ทหารเริ่มมาแต่นั้น จนมีคณะก่อการล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชในท้ายที่สุด

สมัยนี้ ประวัติศาสตร์กำลังเดินซ้ำรอย ปรากฎการณ์คณะนายทหารเดินแถวเข้าสมทบกับมวลชนที่รักเสรีประชาธิปไตยในทันทีที่ทหารมหาดเล็กเปรียบเปรยว่าพวกเขาเป็นกลุ่มกบฎทรยศต่อชาติ

จากนี้ไป ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ กลุ่มหนึ่งทำงานต่างว่าตอบแทนเศษอาหารจากในรั้วในวัง อีกกลุ่มหนึ่งสำนึกในบุญคุณข้าวปลาอาหารที่ประชาชนชาวไพร่หามาให้ตลอดชีวิตราชการ อำนาจอธิปไตยของปวงชนที่ล้มลุกคลุกคลานมาเกือบศตวรรษจะโดนกดข่มอยู่ต่อไป หรือจะเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ คงจะมีคำตอบในอีกไม่ช้าไม่นาน

เอ็งนะโง่ คิก คิก เอ้ย

เอ็งนะโง่ คิก คิก เอ้ย ถามหน่อยซิ ระบบกลไกการความคุมบริหารประเทศ และงานราชการทั้งมวลอยู่ในมือใคร นักการเมืองมีอำนาจสั่งข้าราชการได้แค่ 30กว่าคนเอง (รัฐมนตรี) ถ้าข้าราชการเฉี่อยงาน ถ่วงเวลา ฯลฯ รัฐบาลหรือใครก็ตามที่มาเป็นรัฐบาลจะทำอะไรได้ และถ้าพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีก ก็จะตกอยู่ในสถานะเดียวกันกับรัฐบาลนี้ คือไม่มีปัญญาทำอะไรได้เลย

จะบอกได้ว่า

จะบอกได้ว่า ตอนนี้อยู่ช่วงระหว่างรบ การเพลี่ยงพล้ำได้เปรียบ ย่อมมีได้ทั้ง 2 ฝ่าย แต่ในตอนจบแล้ว ย่อมมีผู้ชนะและผู้แพ้

แต่ผู้ชนะถ้าเป็นฝ่ายมือที่มองไม่เห็น นอกรัฐธรรมนูญ ก็คงอยู่ไม่ได้เพราะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนและเป็นระบอบแนวความคิดที่ตกยุคเกินไป ไปไม่รอดในกระแสทุนนิยมและประชาธิปไตย ถึงชนะก็อยู่ไม่นานและต้องกลับกลายไปในที่สุด

แต่ถ้าประชาชนเป็นผู้ชนะ นี่คือการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย แน่นอนความวุ่นวายย่อมมีในช่วงแรกแต่เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ประชาธิปไตยของไทยจะเดินไปตามทางที่ถูกต้องของมัน สิ่งที่เสียไปก็คือ โอกาสและเวลา ส่วนอนาคตในมือของประชาชนไม่มีเลือนหายแน่นอน

อย่าลืมทุกๆคนในอำนาจ ก็แค่เบี้ยหมากในกระดานของเวลา มีล้มหายตายจาก แต่ประชาชนไม่มีวันตายเพราะเป็นเจ้าของกระดานนี้ อำนาจนี้

บอดสนิท อีหิตเอ๊ย อ่ำทานตะวัน

บอดสนิท อีหิตเอ๊ย อ่ำทานตะวัน สมแล้วที่เอ็ดเกิดมาเพื่อเป็นทาสรับใช้ไอำมาตศูนย์รวมแห่งไข่สารพัดเน่า

ไม่รัก เจ๊สี่ (นามนี้คุ้นๆ

ไม่รัก เจ๊สี่ (นามนี้คุ้นๆ ขอใช้ด้วยคน) ก็มองว่า ขายชาติ ทรยศชาติ แล้วได้พวกยึดสุวรรณภูมิ ประเทศเสียหายไปกี่แสนล้าน อายหน้าชาวอาณารยประเทศ ขนาดไหน ไม่เห็นพวก สอพลอ เจ๊สี่ บอกว่าขายชาติเลย อดสูๆๆจริงๆ นะ เจ๊ทานตะวัน

***** จำไม่ได้หรือ

***** จำไม่ได้หรือ *****

พลเอกพัลลภแฉว่า

1.องคมนตรี(พลเอกสุรยุทธ)
2.ประธานศาลฎีกา
3.ประธานศาลปกครอง

ประชุมกันที่บ้านของ นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา

มีการถามว่า ทำให้ พ.ต.ท.ทีกษิณ หายไปได้หรือไม่(อุ้มฆ่า)

คนระดับนี้ มาประชุมกัน โดยไม่มีคนสั่งหรือ?

ใครอยู่เบื้องหลังคนเหล่านี้?

เหล่าบัวเต่าถุยเอ๋ย จง....เปิ

เหล่าบัวเต่าถุยเอ๋ย
จง....เปิดเปลือกสมองตรองจงหนัก
สิ่งใดดีสิ่งใดชั่วมืดมัวนัก
บัวจมปลักหลักหินทับไม่เติบใหญ่
เเม้เต่ากินยังถุยถ่มพ่นกระจาย
ชาติฉิหายเพราะเจ้าเหล่านี้เอย.......กำเเท้ๆ

- กระแสตีกลับ ชักศึกเข้าบ้าน

- กระแสตีกลับ ชักศึกเข้าบ้าน ทรยศชาติ ไปร่วมกับพระยาละแวกตีสยาม องค์ดำกับเจ้าตากรู้คงโทมนัสอย่างยิ่ง
- พม่าเจ็บแค้นมากบอกว่าดันเอาไปเปรียบกับซูจี มันหน้ามือกับหลังเท้า อย่างให้ดีที่สุดคงได้แค่เกาะชายกระโปรงซูจีเท่านั้น ทักษิณร่วมกับนายพลพม่าขย่มซูจีเสียด้วยซ้ำ แถมเอาเงินภาษีของทั้งเหลืองทั้งแดงและไม่เหลืองไม่แดง 4,000 ล้านไปช่วยนายพลเผด็จการพม่าเอามาซื้ออุปกรณ์ของชินวัตร แล้วเรียกตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย จะอ้วก
- สุรพงษ์ โต บอกว่ากษัตริย์บรูไนไปพักบ้านทักษิณแทนที่รัฐบาลจัดให้ วันนี้สื่อบรูไนอัดพวกเสื้อแดงซะยับ ฐานหมิ่นกษัตริย์เขา
- ตาสว่างกันซะทีเถอะ มาอยู่กลาง ๆ ก็ได้ นั่งนิ่ง ๆ ตั้งสติให้มั่นแล้วทบทวน ยังไม่สาย

- ผมก็เป็นทหาร

- ผมก็เป็นทหาร เป็นข้าราชการทหาร ก็ทำงานรับใช้ชาติ ประชาชน และราชบัลลังก์ ที่คุณว่าเศษอาหารจากในรั้วในวัง ผมว่าทหารทั้งเหลืองทั้งแดงยังไง ๆ ก็กินภาษีของประชาชนทุกคน
- ทหารปฏิวัติ กับไอ้พวกโคตรโกง โกงทั้งโคตร มันก็พอ ๆ กัน ต้องชั่งน้ำหนักด้วย ไม่ใช่เหมาว่าปฏิวัติแล้วเลวหมด ปฏิวัติดี ๆ ก็มี คิดให้รอบด้านหน่อย

ขออภัย ที่เข้าใจผิด

ขออภัย ที่เข้าใจผิด นึกว่าทหารเหล่านั้นรับเศษอาหารจากในรั้วในวัง แท้จริงกินภาษีของประชาชนนี่เอง ส่วนกรณีปฏิวัติและรัฐประหารดีๆ นี่ขอเห็นต่าง คิดรอบด้านแล้วยังหาผลดีไม่เจอ

การกำจัดคนโกง คนเลว อัณทะพาล

การกำจัดคนโกง คนเลว อัณทะพาล จะเหลืองหรือเเดง ก็ต้องจริงจัง ไมงั้นชาติเสียหาย ตัวอย่างก็เห็นอยู่ ปล่อยยึดสนามบิน ปล่อยไอ้กี้พังกระจกพัทยา มันเกินขอบเขตไปเเล้ว ดีใจที่ยังมีทหารคิดเเบบนี้ ประเทศพอมีทางรอด ไม่อยากพูดภาษาเขมร เหมือนเเดงพนมเปญฮุนเซน

ได้เลยเป็นคำถามที่ง่ายมาก

ได้เลยเป็นคำถามที่ง่ายมาก ...อิอิ นานๆจะเจอคำถามสร้างสรรค์
ปกติเห็นออกมาด่าโพนทะนาแม้วลูกเดี๋ยว พอโดนสวน
บางคนก็งอน บางคนก็ด่าหยาบคาย เคยเจอพวกหยาบคายมีเยอะในผู้จัดกาก
ไม่อยากสังฆกรรมด้วย..เพราะต่ำชั้นกว่ากันเยอะ
เหมือนลูกพี่โกเต็ก กะไอ้เตบไตปากกระโถน

ตอบแบบให้เข้าใจง่ายๆแล้วกันนะ ..อย่างงอีกล่ะ
ข้อแรก..ยอมรับแล้วใช่ไหมว่ารัฐบาลนายกหมีหน้าห้ากทำอะไรไม่ได้
ที่ถูกต้องคือทำงานไม่เป็น เพราะไม่มีฝีมือ..
การควบคุมกลไกบริหารประเทศ..หลักการง่ายๆ

คือ 1 .ประเทศต้องเป็นประชาธิปไตยก่อน(ไม่ใช่มีขันทีนั่งอยู่บนหัวนายกฯ)
เหมือนตอนนี้ มาร์คมีทั้ง ขันทีเฒ่า ทหาร รศ.โกเต็ก ไอ้ห้อยนั่งบนหัว..ทำอะไรก็ติดขัด

2. ระบบยุติธรรมต้องเป็นมาตรฐานเดียว เห็นชัดๆ แดงหรือทักษิณทำอะไรก็ผิด เหลืองชั่ว มาร์ค ลูกป๋าทำอะไรก็ไม่ผิด.. 2 ข้อแรกนี้เป็นเหมือนกติกาของคนทั้งประเทศ..ถ้าไม่มี2ข้อแรกก่อนทำยังไงบ้านเมืองก็ไม่วันมีความสงบ อาจจะรบกันเหมือนแขกไม่กินหมูกับอิสราเอล(มีศาสนาเข้ามาเกี่ยวด้วย)

3.คุณธรรมจริยธรรม (ต้องไม่ทุจริต)

4.หัวไม่ส่ายหางก็จะไม่กระดิก..

5. ภาวะผู้นำ

6.สัจจะวาจา

7.การใช้พระเดชกับพระคุณให้เป็น

8. การลงโทษ

9.ต้องเลี้ยงสื่อไว้คอยเชลียร์โดยเฉพาะผู้จัดกากและเนชั่ว เอาสร้างภาพถึงจะไม่มีผลงานหรือฝีมือก็ใช้สื่อสร้างผลงานหลอกลาโง่ได้ไม่น้อย
แค่นี้ก็แล้วกันนะ..อิอิ

รวมๆ8ข้อแรก หาไม่เจอในรัฐบาลชุดนี้ เจออยู่ข้อเดียวข้อที่9
และเป็นข้อที่รัฐบาลทักษิณขาดซะด้วย
ย้าข้อ 4,5,6 แล้วกันเมื่อนายกหมีฯเป็นโพเดี้ยมแมน..
ทำงานไม่เป็นเก่งแต่พูดแก้ตัวไปวันๆไม่มีไอเดียเชิงสร้างสรรค์
ลูกน้องหรือข้าราชการก็เลยเฉื่อยชาไม่เอาไหน
หัวหน้าต้องจริงจังทำงานเป็นตัวอย่าง
และต้องมีสมองไม่ใช่มีแค่ปาก เห่าอย่างเดียว

ไม่เหมือนทักษิณพูดจริงทำได้ ผลงานเลยผิดกันลิบลับ
นี่ยังไม่พูดถึงวิสัยทัศน์ความเชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจและการหาเงิน
มาร์คเทียบกับทักษิณไม่เห็นฝุ่น ไม่ต้องเถียงผลงานฟ้อง
แก้ปัญหาผิดหลักเกือบทุกเรื่อง ดีแต่ซื้อเวลา5555

ท้าพิสูจน์รีบยุบสภา หุ้นจะเด้งไปรอก่อน..
พอ พท.เป็นรัฐบาล หุ้นจะเด้งต่อ
ถ้าทักษิณกลับมาเป็นนายก(ได้โดยไม่มีพันธมารมากวนโอ้ยยย
แต่ถึงยังไงแป๊ะลิ้มก็แทบจะไม่มีน้ำยาและเครดิตแล้วเพราะ ตอแหลไว้มากเ
ก่งแต่ปาก พูดยังสู้มาร์คไม่ได้)หุ้นจะพุ่งเป็นประวัติการณ์เจียว
ประเทศไทยจะกลับมาโชติช่วงชัชวาลอีกยุคหนึ่ง

ตย. น้ำมันจะลดราคา, พืชผลจะราคาดีกว่าปัจจุบัน
, อีกสักพักพวกข้าราชการอาจได้ขึ้นนนน..เงินเดือนสวัสดิการ
,การโกงทุจริตน้อยกว่ารัฐบาลชุดนี้แน่นอน
น่าจะดีกว่ารัฐบาลทักษิณ1 ด้วยซ้ำ
เพราะบทเรียนที่ผ่านมาจะได้นำมาแก้ไข
สุดท้ายระยะกลางหรือยาวหนี้ประเทศ(ตอนนี้ประมาณ 4 ล้านๆ)
จะค่อยๆลด ถ้าโชคดีทักษิณหรือคนเก่งได้บริหารนานพอ
หนี้ประเทศอาจจะหมดหรือเหลือน้อยมาก

เป็นข้อเสนอส่วนตัว ถ้าทักษิณกลับมาเป็นนายกอีก
อยากให้ทำงานช้าลงบ้างด้วยซ้ำ เน้นความแน่นอนรอบครอบ
พูดเร็วไป ทำเร็วไปอาจผิดพลาดง่าย และมีพวกขี้อิจฉาคอยเขม่น
แถม พวกที่ชอบกล่าวหาทักษิณว่าโกงต้องดูหลักฐานข้อกฎหมาย
ไม่ใช่สักแต่ตามแห่เชื่อสิ่งที่เขาเป่าหู ข่าวลือที่พูดต่อๆกันมาจนเป็นกระแส.
.ต้องใช้หลักกาลามาสูตร ถ่วงหูไว้...อย่าสองมาตรฐาน

เห็นแล้วยังคนเสื้อแดงมีสมองไม่เหมือนพวกอีกฟังถูกหลอกง่าย
เสื้อแดงไม่ได้หลับหูหลับตาเชียร์ทักษิณ
(ส่วนคนที่จะรักสุดจิตใจเป็นเรื่องส่วนตัวห้ามไม่ได้)
ไม่เหมือนอีกฝั่งหูเบาขี้อิจฉาตาร้อนทำงานไม่เป็น
คิดสิ่งดีๆยังไม่เป็นด้วยซ้ำ

ปล.ตอบช้าเพราะเพิ่งอ่านเจอ

แนะนำให้ควรปริ้นท์บทความนี้ติดหัวนอนอ่านให้เข้าใจ..อิอิ

มีข้าราชการ นายทหาร

มีข้าราชการ นายทหาร นายตำรวจมากมาย จ้องจะอยู่ฝ่ายคุณทักษิณ เพียงแต่รอโอกาศที่เหมาะสมเท่านั้น อย่าลืมว่าหรืออย่าคิดเป็นอันขาดว่า จะเผาทักษิณ ให้ร้อนให้ฉิบหายวายหวอดแล้วตัวเอง(พรรคประชาธิปัตย์)ไม่ฉิบหายวายหวอดเป๊นไปได้ยากตามเงือนไข ความขัดแย้งในบัจจุบัน เพราะว่า แต่ก่อนยึดอำนาจเสร็จได้เมื่อไรจบเมื่อนั้น แต่พอถึงยุคทักษิณ
มันไม่จบ เงื่อนไขเปลียน หลักกติกาเปลียน ขี้นแล้วไม่อยากลง ลงแล้วอยากจะขี้น จากนี้ไป ช่องทางสมัครสมานสามัคคี
น้อยลงเต๊มที และช่องทางการต่อสู้ แนวความคิดทางการเมืองมีแรงกดดันเพิ่มขี้นเรือยๆๆจุดดีๆๆของกติกาทำลายที้งให้หมดสี้น จุดเสียๆๆของกติกาเอาออกใช้ ถ้าหากบันไดขั้นไหนแก้ไม่ใด้ มาถึงจุดบังคับ ใครใหญ่ใครอยู่ มึงไม่ตายกูตายบ้าน
เมืองนี้ผู้ใดเป๊นคนรับผิดชอบ กติกาต้องรับผิดชอบหรือผู้ทำลายกติกาต้องรับผิดชอบ วิญญูชนรีบบอกด่วนๆๆๆ

องคมนตรีไม่ฟักไฝ่การเมือง

องคมนตรีไม่ฟักไฝ่การเมือง แต่การเมืองเข้าไปยุ่งกับองคมณตรีเอง
เท่าที่ผมดูมามีแต่การเมืองโจมตีเหล่าองคมนตรี ซึ่งองคมณตรีก็ไม่เห็นออกมามาตอบโต้เท่าไหร
พอองคมณตรีออกมาพูดนิดเดียวทำรับกันไม่ได้ ทำยังกะเป็นไส้เดือนโดนขี้เถ่าเลย
แล้วผมเห็นว่าการพูดก็เป็นแบบกลางๆ ไม่ได้ว่าเสื้อแดงทรยศชาติตรงไหน
ผมเชื่อว่าไมว่าจะเป็นเสื้อสีอะไร องค์การหรือองค์กรทุกทีล้วนรักประเทศชาติทั้งนั้น

*** ไอ้ ทรพี มาจากควาย

*** ไอ้ ทรพี มาจากควาย ที่ชื่อว่า ทรพี ควายทรพีเป็นลูกของควายทรพา ที่แม่แอบไปคลอดในถ้ำ และมีเทวดา ทั้งสี่คอยดูแลเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ มีพลกำลังมากมายหมาศาล แล้ววันนึง ทรพีก็ฆ่าพ่อตัวเอง อวดเบ่งศักดา ว่าตัวข้านี้ยิ่งใหญ่ยิ่งจองหอง ถ้ารบไปทั่วทั้งแผ่นดิน แม้กระทั้งเทวดาอินทร์พรหม สุดท้ายก็ตายเพราะความยิ่งจองหอง และโอ้อวด ว่าที่ข้ามีพละกำลังมหาศาลนี้ ไม่มีใครคอยช่วยเหลือ เหล่าเทวดาที่คอยเลี้ยงดูมาแต่เล็กเลยพากันหนีจาก สุดท้ายไอ้ ทรพีก็ตาย...ขี้เกียจเล่าครับผม มันยาว ...อิอิ เอาเป็นว่า ไอ้ทรพี มันตายเพราะ อวดเก่ง คิดการใหญ่ รบไปถึงสรวงสวรรค์..จบ **

ในระบบกลไกรของราชการและรัฐวิส

ในระบบกลไกรของราชการและรัฐวิสาหกิจ 90% เป็นเหลืงครับ แดงส่วนน้อย แต่ก็มีไอ้พวกสอพลอเข้าได้กับทุกสีจำนวนหนึ่ง ถ้าสมมุติว่า มีเลือกตั้งแล้ว เพื่อไทย ไดกลับมาเป็นรัฐบาลอีก ก็ดูตัวอย่างรัฐบาล สมัคร สมชาย ก็แล้วกันว่าอยู้ได้ไหม ไม่จำเป็นต้องปฏิวัติให้เมื่อยตุ้ม เฉื่อยงาน เต๊ะขาเก้าอี้รัฐมนตรีให้หัก ฯลฯ สารพัดรูปแบบที่จะทำได้ แล้วพวกเอ็งจะทำไงได้ เมื่องานไม่เดิน ก็เดินเครื่องโจมตี แฉกลวิธีการทุจริต ทุกรูปแบบ ทุกอย่างพวกเอ็งก็จบเช่นกัน อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายไม่สามารถควบคุมคนให้อยู่ในโอวาทได้หรอกครับ ถ้าไม่ชอบซะอย่างงานตามนโยบายก็ไม่ทำให้ แถมหมกใส่ไข่เรื่องทุจริตเข้าไปด้วยจะอยู้ไหวหรือ คิก คิก 5555

สุดยอดคิดได้ไงนี่ เต่าถุย

สุดยอดคิดได้ไงนี่ เต่าถุย ฟังเเล้วตรงประเด็นไม่ต้องนึกมองเห็นกริยาทันที 55555ชอบม๊ากมาก เหมาะสมดีเจ้า

คลื่นยุคใหม่ไหลบ่าอะคล้าโหม แ

คลื่นยุคใหม่ไหลบ่าอะคล้าโหม
แรงจู่โจมโน้มทวนเจียนม้วนคว่ำ
ศักดิดาท้าคลื่น ย่อมลื่นคะมำ
ป. ระยำ ค้ำเสา จำเน่าเป็นหนังหน้าไฟ ฯ

ขอบคุณพระเจ้าแล้วที่มีทาสสัตย์ซื่อต่อระบบศักดินา เช่น ป.
สมแล้วที่ห้อยเหรียญตราเต็มอก ภาระหนักอึ้งยิ่งดว่าอีดี้อามีนดาด้าฯลฯ เสียเอง

เห็นด้วยคะ

เห็นด้วยคะ *ความถูกต้องนั้น
ประชาชน (สมควร)เป็นผู้ชนะ

*** ระบบทุนนิยมเสรี

*** ระบบทุนนิยมเสรี ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไปนะครับ ดูตัวอย่าง USA สิครับผม ล่าสุดเป็นเช่นไร สุดท้ายต้องนำเงินภาษีของราษฏร อย่างเราๆไปช่วยเหลือ บมจ. และอีกตัวอย่าง อาเจติน่า เปิดเสรี ให้ต่างชาติทุกอย่าง สุดท้ายเป็นเช่นไร ประเทศชาติล่มจมคนในชาติเดือดร้อน ไม่ต้องอธิบายเยอะท่านผู้รู้ในที่นี้ มีองค์ความรู้กันทุกคน หรือท่านๆๆทั้งหลายจะเถียงว่า..ไม่ใช่.. หากไม่ไปหาข้อมูลมาหักล้าง ... มันไม่มีระบบไหนดี 100 เปอร์เซน หรอกครับผม และอีกอย่าง ผมก็เห็นด้วยกับ ทหารหากไม่มีทหาร ขอถามหน่อยว่า ตั้งแต่อดีตจน ถึงปัจจุบัน ใครคือผู้พิทักษ์ แผ่นดินนี้ไว้ อย่าเหมารวมว่าไม่ดีทุกคน หวังว่าคงเข้าใจในความรู้สึก ที่ผมระบายนะครับ ***

ความจริงผ้มก็อยู่ข้าง พนักงาน

ความจริงผ้มก็อยู่ข้าง พนักงาน รสก. นะ
เพราะรัฐวิสาหกิจก็คือสมบัติของชาติ.

วิธีคิดและตัดสินใจ..คือชาติต้องมาก่อน
ประชาธิปไตยต้องมาก่อน เผด็จการทำให้ชาติถอยหลัง(เกือบ20ปี)
ทำให้คนแก่เดือนตุลาที่ยังมีอุดมการณ์
ไม่ถูกตำแหน่งลาภยศกลืนกินต้องออกมาสู้อีก
เป็นกรรมของคนเดือนตุลาแดงจริงๆที่ต้องมาสู้เพื่อชาติทั้งตอนหนุ่มสาว
และตอนแก่แทนที่จะใช้ชีวิตสบายๆ

ไม่เหมือนคนตุลาเหลืองที่ทรยศต่อวิญญาณวีระชน

โ คน ขาหนีบอยู่ในวงราชการน่าจะรู้ดีว่ามีการโกงกินกันอย่างมโหฬาร
ถ้าไม่รู้แสดงว่าหลุดโลก รวมทั้ง รสก.โดยเฉพาะในระดับผู้บริหารระดับสูง
นักการเมืองที่เข้าที่มาดูแล รสก.หรือกระทรวงนั้นๆ
รัฐบาลชุดนี้โกงกินกันมากที่สุดเท่าที่เคยเห็น
โกงกินแบบเย้ยฟ้าท้าดิน.เพราะรู้ว่ามีขันทีเฒ่าและสื่อชั่วคอยหนุนหลัง
.เช่นโครงการชื่อของพ่อหลวง ฯลฯ

สิ่งที่น่ารังเกียจมากที่สุดตอนนี้ก็คือ สื่อชั่ว ค่าย AXTV
ที่กลายพันธุ์เป็นม็อบป่วนบ้านรับจ็อบ
จ้องทำลายทักษิณอย่างเดียว
อย่างไม่ลืมหูลืมตา รวมทั้งสื่อสายเนชั่ว
ที่ทำตัวเป็นโรงน้ำแข็งปั้นน้ำเป็นตัวสารพัดใส่ร้าย..คน
อย่างต่ำทราม..และไปรับใช้เผด็จการเพราะได้ค่าโฆษณา
และรับจ็อบจากรัฐบาลหมีฯ
มาร์คมาเป็นนายกไม่สง่างาม ไม่เก่งสมราคาคุย..
ครั้งที่แล้วยังแอบเชียร์ แต่ตอนนี้ขอสาบส่ง1000%พรรคนี้เก่งแค่พูดและสร้างภาพ

ไม่รักษาคำพูด..แก้ตัวไปวันๆ พูดเรื่อยเปื่อยทำงานไม่เป็น
นักวิชาการชั่ว..ที่โง่อวดฉลาดเต็มไปหมด คอยวิ่งตามกระแสสื่อเต้าข่าว
ทำให้ประชาธิปไตยถอยหลัง ประเทศล้าหลัง..ประเทศถึงทางตัน
คนชั้นล่างหรือรากหญ้า หรือคนระดับจำนวนไม่น้อยหลังผิงฝา
หมดหวังที่จะพึ่งรัฐบาลหมีฯ เขาก็เลยออกมาสู้....

ความจริงอยากถาม พวกบ้าเสื้อเหลืองว่าการเมืองใหม่คืออะไร???
มีนโยบายที่จะทำงานให้เป็นรูปธรรมอย่างไร..เชื่อว่า99%ยังตอบไม่ได้
เพราะจะคอยฟังและวิ่งตามกระแส รศ.โกเต็ก และมาร์คเป็นหลัก
อุดมการณ์แท้จริงของพวกนี้ที่แท้จริง คือเกลียดทักษิณแบบไม่มีเหตุผล
หลักฐาน..และใจเป็นกลางยุติธรรมพอ

ความเห็นส่วนตัวเผด็จการซ่อนรูปกลุ่มนี้รวมตัวกันเหมือนค่ายกล
อย่างที่เห็น..เวลาผ่านมา3-4ปีคนส่วนใหญ่ที่ฉลาดใจเป็นธรรม
ตามการเมืองมาพอสมควร น่าจะมองเห็นรอยปิแตกของค่ายกลเผด็จการนี้แล้ว
และอาจจะเป็นไปตามกฎแห่งกรรม..

ประเทศไทยมีแค่สองทางเลือกคือเป็นเผด็จการเข้มข้น
หรือประชาธิปไตยมากขึ้นเท่านั้น สภาพปัจจุบันอยู่ระหว่างทางสองแพร่ง
ที่สั่นคลอนมาก..ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ทางใดทางหนึ่งแน่นอน..
คอยดู..ว่าจะออกหัวหรือก้อยแลมีโอกาสสูง..ประชาธิปไตย..ชนะ

คนชั้นล่างหรือรากหญ้า

คนชั้นล่างหรือรากหญ้า หรือชนชั้นกลางจำนวนไม่น้อยหลังผิงฝา
หมดหวังที่จะพึ่งรัฐบาลหมีฯ เขาก็เลยออกมาสู้....

.....ไม่สามารถควบคุมคนให้อยู่

.....ไม่สามารถควบคุมคนให้อยู่ในโอวาทได้หรอกครับ ถ้าไม่ชอบซะอย่างงานตามนโยบายก็ไม่ทำให้ แถมหมกใส่ไข่เรื่องทุจริตเข้าไปด้วยจะอยู้ไหวหรือ คิก คิก 5555 ...

ลืมตอบ ขำกลิ้ง...เกเรแบบเด็กๆ..ประเทศนี้คนดีๆมีอีกเยอะแยะ..
(ขอให้คนชั่วๆถูกจัดการ)..คนดีๆที่อยากจะทำงานยังมีอีกเยอะไม่ต้องห่วง
ขึ้นกับวิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำ และการใช้พระเดชและพระคุณ
หัวดีๆส่าย หางดีๆก็กระดิกตามเองแหละ...เฮ้อ ปัญหาง่ายๆ
แก้ไม่ได้ควรเอาหัวไปโหม่งโลกตาย..ถ้าหนูเป็นลูกน้องผมเสร็จแน่
หนูโ คน ขาหนีบ..ส่งเข้าคอร์สประชาธิปไตยก่อน..
ตามด้วยเอาสมองและปากไปล้างให้สะอาด
ส้างทัศนะที่ดี ก็จะกลายเป็นยอดข้าราชการ ชัวร์ๆๆ อิอิ

คิก คิก

คิก คิก ผมเห็นว่าคุณประเมินสติปัญญาผมต่ำไปนะ ผมจะเล่าความจริงให้ฟัง ขนาดอธิบดี รองอธิบดี ผู้อำนวยการสำนักฯ ยังไม่กล้ามายุ่งกับผมเลย ขนาด C ผมไม่สูงเท่าไหร่เลย แต่พวกเขากลัวผมกันทั้งนั้น คุณลองคิดดู ขนาด C8 C 9 C 10 ยังปอดผมเลยกลัวผมทั้งนั้น ผมมีทีเด็ดที่จะจัดการกับคนเหล่านี้เช่นกัน อันคำว่าข้าราชการตั้งแต่ C1 ถึง C11 มันใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน เขามิใช่นายจ้างผม ผมจะบอกให้ผมเต๊ะเก้าอี้หัก เด้ง ไปหลายคนแล้วเพราะผมหัวหมอรู้มาก ไม่มีแผล ใครก็ทำอะไรผมไม่ได้ ถ้าคุณมาเป็นหัวหน้าผม จะเหลือหรอ คิก คิก คุณอาจจะโม้ได้แต่ในเวปนี้แหละครับ ถ้าคุณมาเป็นหัวหน้าผมจริงๆแล้วคุณจะหนาว ขนาดลูกชายนักการเมืองใหญ่ที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาผม ผมเกือบจะถีบไปแล้วแต่เพื่อนห้ามไว้ซะก่อน พ่อมันนะอยู่พรรคเพื่อไทย มันเอาพ่อมันมาขู่ผม เจอท้ายิงหน่อยเดียวหงอยหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ผมท้ามันให้เอาพ่อมาชนกับผมด้วยนะ พวกผมก็มีเป็นนักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น พรรคพวกญาติพี่น้องก็มีเป็นพวกเป็นข้าราชการใหญ่ก็เยอะ สำหรับคุณมันกระจอกเกินไป คิก คิก ขนาดสวัสดิ์ คำประกอบ และจำลอง ครุทขุนทด ผมยังให้ของลับมาแล้วเลยแต่ไม่ระบุชื่อนะเดี๋ยวมันฟ้องเอา นายอภิสิทธิ์นี่ผมก็เคยเจอ เมื่อประมาณปี 34 ที่สำนักงานทนายความของอุกฤษ มงคลนาวิน ขนาดรัฐมนตรีในยุค คมช ผมยืนในที่ประชุมด่าเสียดสีแม่งซะเลย กลัวอะไรกับพวกมันนักหนาว่ะ คนเหมือนกันนี่หว่า ไม่มีใครใหญ่ไปกว่าใครหรอก อำนาจหน้าที่ต่างกันเท่านั้นเอง ถ้าจะมาสั่งผมต้องเป็นเรื่องที่ชอบด้วยกฎหมายด้วยนะ ถ้าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผมเล่นแน่

นั่นสิ ท่านจิ๋วถามว่า

นั่นสิ ท่านจิ๋วถามว่า คนพูดน่ะ เคยทำอะไรบ้างไหม?

ตอบ เคยทำมามากกว่ามรึงเยอะจิ๋

ตอบ
เคยทำมามากกว่ามรึงเยอะจิ๋วเอ๋ย ลูกก็ไม่มีอย่าแดร๊กโลภมากนะ สงบจิตใจดูตัวเองอย่าสร้างแต่ปัญหานักเลย

ก็ขอให้พระสยามอันเป็นที่นับถื

ก็ขอให้พระสยามอันเป็นที่นับถือสักการะของท่านเปรม

คุ้มหัวกะละให้อยู่รอดปลอดภัยด้วย

อย่าได้มีอันเป็นไป

ถ้า..ไปแล้ว ไม่เป็น

ดูไม่จืดเลยชาวเรา

ตลาดจตุจักรพัง

ตลาดสำเพ็งพัง

สงครามกลางเมืองเกิดแน่

ใครๆก็ไม่อยากให้เกิด

อยู่อย่างงี้ล่ะดีแล้ว

ถึงเวลามันคงต้องเปลี่ยนแปลงอะ

ถึงเวลามันคงต้องเปลี่ยนแปลงอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ธงที่ตั้ง คนที่สั่ง ยุติธรรมสองมารตฐานมันทำให้คนไทยแตกแยกกัน

มึงมันทหวยหัวคาน

มึงมันทหวยหัวคาน สถานะเดียวกับเหี้ยตัวหนึ่งที่กูถูกบังคับให้เลี้ยง
ตอนพูดคำว่า"ทหาร"ไม่รู้สึกละอายเลยนะมึง????? ไม่คู่ควรว่ะ.....

ยกมือสนับสนุนให้ปรับปรุงเป็นก

ยกมือสนับสนุนให้ปรับปรุงเป็นการด่วน

โม้..........................

โม้..............................................ว่ะ...................................

ถ้าคิดว่า ป๋าเปรมทำไม่ถูก

ถ้าคิดว่า ป๋าเปรมทำไม่ถูก ผิดข้อบัญญัต้ใน รธน. ข้อกล่าวหาฝักใฝ่การเมือง เสื้อแดงน่าจะใช้ช่องทางฟ้องร้องศาล รธน.ได้หรือไม่เพื่อพิสูฐความจริง

555 กรูมาอีกแล้ว

555 กรูมาอีกแล้ว ตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อตเลยกรูช่วงนี้ ลำบากม๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ น้ำมันจะลงกว่านี้ก็ได้ใช่ไหม
พี่มาร์ค มัวทำเอี้ยยยยยยย ไรอยู่ มรึงกู้มาตั้ง แปดแสนล้าน แบ่งๆ ไอ้พวกรถไฟหน่อยดิ สงสารมัน หยุดเดินรถกันเป็นแถว ขนาด พวกโรงไฟฟ้า เงินเดือนไม่ถึง 5 หมื่น พวกมรึงยังช่วยเลย พวกรัฐวิสา หากิจ พวกไหนยังไม่ได้ แห่กันมาเลย ให้มันครบทุกตัวนะ ไม่งั้นอ้อนกันอีก 555

ไม่ต้องมาช่วยกรูหรอก กรูชินแล้ว กับการถูกทอดทิ้ง และ เอาเปรียบจากรัฐบาล ปชป เหลืออะไร ยังไม่ขึ้นอีก บุหรี่ พอแล้วนะ มรึงขึ้นอีก กรูจะไปเอาบุหรี่ลาวหนีภาษีมาดูดล่ะ ซองละ 10 บาทเอง

ไอ้ลิ้ม มันไปไหนหละ ไม่เห็นหัวมันเลยช่วงนี้ แหม..... ไอ้ยามเผาแผ่นดิน คงนอนเคี้ยวเอื้งอยู่สินะ ไอ้ใสหละ ใช้ตังค์ยังไม่หมดใช่ไหม ได้เยอะอะดิ ทั้งบ้าน ทั้งรถ หมดเมื่อไหร่ออกมาเย้วๆๆ พาพวกเหลืองเดินขบวนอีกนะ ประเทศไทยเป็นของพวกมรึงแล้วนิ จะทำอะไรก็เชิญเลย

กรูมาบ่นแค่นี้หละ ไปทำงานต่อแล้ว ไอ้สาดดดดดดดดดดดด

ยกตัวอย่าง

ยกตัวอย่าง การปฏิวัติของทหารที่ว่าดี

มาสักตัวอย่างซิครับ

เสื้อแดงเพียงแค่หยิบมือเป็นเจ

เสื้อแดงเพียงแค่หยิบมือเป็นเจ้าของประเทศนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่ต้องแสดงพลังอะไรมากหรอกแค่นี้คนก็กลัวจะตายอยู่แล้ว เอาเวลาที่เหลือไปอบรมตัวเองและลูกหลานให้ขยันเรียนหนังสือและขยันทำมาหากิน จะได้ไม่ต้องไปรับเศษเงินไครนะคนเสื้อแดงผู้มีอุดมการณ์มีพลังและรักประชาธิปไตยที่แท้จริง ทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ลองไปถามดูเวลามาประท้วง 100คนมันตอบได้ว่า ปรชาธิปไตยคือเงินทักษิณ98คน ส่วนอีก2คนรู้ว่าประชาธิปไตยคือ การปกครองของแม้ว โดยแม้วและเพื่อแม้ว ขอรับ

รู้จัก "สิทธ" เรียกร้องเข้าไป

รู้จัก "สิทธ" เรียกร้องเข้าไป แต่ไม่รู้จัก "หน้าที่ทำตัวเป็นคนดี อยู่อย่างสงบ และสันติ" ...กรรม คือ ผลแห่งการกระทำ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ...ผู้นำคือผู้ที่เปี่ยมไปด้วยทศพิธราชธรรม ดีพอที่จะเป็นผู้นำแล้วหรือยัง??? สงสารบรรพบุรุษที่กอบกู้เอกราชครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อให้ลูกหลานมีที่ซุกหัวนอน...มาบัดนี้ลูกหลาน ทำลายล้าง แย่งชิงเหมือนห มา ฆ่าฟันกันเอง...ขอให้ผู้คิดร้ายต่อแผ่นดินไทยทุกคน ฉิบ หาย ตายโดยไม่มีแผ่นดินจะอยู่...

เวลาตายก็เอาอะไรติดตัวไปไม่ได้ แม้แต่เสื้อผ้า นับประสาอะไรกะสมบัติ ที่ได้มาไม่ว่าวิธีการใดๆ ก็ตาม..ทำดี เพื่อที่ลูกหลานจะได้ภูมิใจ เวลามีผู้คนมาร่วมงานศพ และกล่าวระลึกถึงคุณความดี... ดีกว่าที่จะกล่าวถึง ด้วยคำด่า สาป แช่ง..."อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน"

สนับสนุนเห็นด้วยเพราะจุ้นการเ

สนับสนุนเห็นด้วยเพราะจุ้นการเมืองเกินไปจริงๆ สมควรปลด

เสียใจที่ประเทศไทยดีไปหมด

เสียใจที่ประเทศไทยดีไปหมด เสียอย่างเดียวที่มีคนไทย
และมีประชาธิปไตยมากเกินไป มิฉะนั้นพวกคุณคงไม่ได้มานั่งด่าคนนั้นด่าคนนี้ได้หรอกจำไว้ ผมเคยอยู่ประเทศที่มีประชาธิปไตยอย่างอังกฤษมาก่อน ถ้าพวกคนประท้วงกันลักษณะเหมือนตอนเมษานะ พวกคนโดนยิงไปแล้ว หรอืไม่ก็โดนจับไปเป็นร้อยแล้ว
โดยเฉพาะกฏหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองของผู้นำประเทศ ของเขาเด็ดขาดมาก
ถ้าเป็นอย่างประเทศไทยตอนเมษา พวกที่ก่อกวนและเข้าถึงตัวนายก การ์ด สามารถยิงได้โดยไม่ผิดเลย แต่ประเทศไทยกฏหมายอ่อนมาก ๆ เพื่อนผมอยู่อังกฤษเล่าให้ฟังว่า ประเทศไทยตอนนี้ดีทุกอย่างแล้ว ยกเว้นต้องทำกฏหมายให้แข็งแรงและเด็ดขาดมากกว่านี้
อำนาจเงินเท่านั้นที่ครองประเทศนี้อยู่ได้

ปลดคุณออกจากประเทศไทย

ปลดคุณออกจากประเทศไทย

การพูดบิดเบือน-เฉไฉ-กะล่อน

การพูดบิดเบือน-เฉไฉ-กะล่อน พูดเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี พูดเอาความดีใส่ตัว เอาความชั่วให้คนอื่น เป็นคุณสมบัติพิเศษของนักการเมืองโกงชาติบ้านเมืองเสมอมา

นักการเมืองขี้โกงพยายามทำให้การคอร์รัปชันชาติ ที่เป็นเรื่องชั่วให้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่น่ารังเกียจ แถมเป็นเรื่องไม่ผิดทำนองคลองธรรมอีกต่างหาก

นักการเมือง “ภาพดี” บางคน ที่นักการเมืองขี้โกงหนุนหลังให้เป็นใหญ่ ยังแอบ “ชี้โพรงให้กระรอก” ด้วยการสอนว่า

“..ต้องโกงให้เป็น..โกงให้เนียน..โกงแล้วสังคมไม่รู้ว่า..โกง..”

ที่ร้ายกว่านั้น..นักการเมือง “ภาพดี” ที่อยากเป็นนายกฯ นานๆ ยังเล่นแร่แปรธาตุช่วยนักการเมืองขี้โกง ด้วยการแสร้งทำทีเป็นดึงโครงการไม่โปร่งใสไว้ หรือทะลึ่งโยนเอาโครงการไม่โปร่งใสไปฟอกผ่านหน่วยงานรัฐบางแห่ง ดังเช่น การเช่ารถเมล์เอ็นจีวีจากจีน 4 พันคัน เป็นต้น

รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้เล่ห์เตะลูกไปให้สภาพัฒน์ศึกษาว่า ควรทำหรือไม่ควรทำหรือควรทำอย่างไร? สภาพัฒน์ก็ทำทีเป็นคร่ำเคร่งศึกษา และต้องใช้เวลาศึกษาอย่างละเอียด จนต้องทำเรื่องขอต่อเวลาศึกษาโครงการนี้จากรัฐบาล

จากนั้นก็ใช้หลักวิชาเกินแทนหลักวิชาการที่ถูกต้อง มาฟอกความสกปรกไม่โปร่งใสของโครงการ ด้วยการ “ชักแม่น้ำทั้งห้า” มาอธิบายต่อสังคม แบบไม่สมเหตุสมผลชนิด “เอาสีข้างเข้าถู” จนผู้รู้จริงในโครงการนี้ทนไม่ไหวต้องออกมาโต้แย้งกันมากมาย ทำเอาผู้ทรงคุณวุฒิภาพดีในสภาพัฒน์เสียผู้เสียคนกันไปเลย

ขอบอกว่า..คนไทยวันนี้ไม่ได้โง่นะ สังคมข่าวสารข้อมูลทำให้รู้ว่า เลขาฯสภาพัฒน์ “โอ๊บ-โอ๊บ” ชื่อเล่นว่า “กบ” คนนี้..คนที่ได้ต่ออายุราชการอีก 1 ปีนั้น สนิทสนมกับ “ยี้ห้อย” ชนิดเออออ..ชี้หมาเป็นตะกวด-ชี้ตะกวดเป็นควายกันได้เลยล่ะ!

จึงไม่ควรแปลกใจ เมื่อโครงการสารพัดของ “ยี้ห้อย” ซึ่งสภาพัฒน์จะต้องรับรองหรือเห็นด้วย อีกทั้งยังต้องใช้เงินงบประมาณหลวงมหาศาลวิ่งแซงโค้งแซงคิวผ่านฉลุยได้ราวปาฏิหาริย์ ในขณะที่โครงการจำเป็นและเป็นประโยชน์มากกว่า ต้องสะดุดหยุดกึกลงอย่างไร้เหตุผลอธิบาย?

นั่นทำให้พรรคบางพรรคที่ร่วมรัฐบาลอภิสิทธิ์ ภูมิใจรวยกันจนพุงปลิ้นถึงขนาดขนส.ส.ไปเลี้ยงฉลองผลสำเร็จ ในการตุน “กระสุนดินดำ” ได้ชนิดเป็นกอบเป็นกำถึงแดนดินถิ่นผู้ดี..มหานครลอนดอนโน่นแน่ะ

ต้องยอมรับว่า “ยี้ห้อย” ฝีมือไม่ด้อยไปกว่า “ทักษิณ” บางมุม “ยี้ห้อย” ยังดูเก่งกว่า “คนหน้าเหลี่ยม” ด้วยซ้ำไป เพราะ “ยี้ห้อย” ไม่ทำตัวเป็นเป้าให้ถูกเปิดโปงโจมตีขับไล่จนไม่มีแผ่นดินแม่จะซุกหัวนอนอย่าง “คนหน้าเหลี่ยม” ดังทุกวันนี้

“ยี้ห้อย” ใช้ยุทธวิธีเป็น “อีแอบ” นั่งบงการอยู่เบื้องหลัง แถมใช้นายกฯ ภาพดีรูปหล่อเป็นเกราะกำบังและช่วยเหลืออีกต่างหาก เข้าตำราการเมืองขั้น “เทพ” เขาทำกัน นั่นคือ..เหนืออภิสิทธิ์มี “เทพเทือก” เหนือเทพเทือกมี “เทพห้อย” ไงล่ะครับ

ก่อนวันลอยกระทงหลงทางของ “คนหน้าเหลี่ยม” พายัพ ชินวัตร น้องชายสุดเลิฟคนเดียวของ “มหาราษฎร์หน้าเหลี่ยม” และเป็นเพื่อนสุดสวาทขาดใจของม่ายสาว “สิเรียม” ได้โผล่หน้าให้สัมภาษณ์แบบฟันธงว่า

...ถึงเวลาที่คนไทยต้องเลือกระหว่างฝีมือกับความผิดของทักษิณแล้วล่ะ..

แปลเป็นภาษาชาวบ้านแบบตรงไปตรงมา ความหมายคำพูดของคนชื่อ พายัพ ชินวัตร น้องชายนักโทษหนีคุก “ทักษิณมหาราษฎร์” ก็คือ

พวกลื้อเหล่าคนไทยอยากพ้นความยากจน ก็ต้องยอมให้คนขี้โกงและได้ทำผิดแล้ว อย่างนักโทษชายหนีคุก ทักษิณ ชินวัตร กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเรื่องการโกงในอดีตมากมายกับการจะโกงในอนาคตนั้น ก็ต้องไม่สนใจเอาผิดด้วยนะจะบอกให้!

ความคิดนี้..ไม่ต่างไปจากนักธุรกิจการเมืองชั่วทั้งหลาย ที่เห็นประเทศไทยเป็น “บริษัท” ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์อันมหาศาล จึงยั่วน้ำลายให้นักลงทุนทางธุรกิจที่มุ่งแสวงหาแต่ผลกำไร ตาลุกวาวกับผลประโยชน์ที่จะได้รับ โดยไม่แยแสความถูก-ผิดหรือทำนองคลองธรรมใดๆ ทั้งสิ้น

นั่นทำให้สภาพประชาธิปไตยไทย เสมือน “สัตว์ป่วย” ที่ถูก “ฝูงแร้ง” รุมทึ้งรุมกินทั้งเป็น!

ตอนนี้..พวกนักธุรกิจการเมืองขี้โกงทุกคน จึงดาหน้ามาลงทุนกับการซื้อเสียงและโกงการเลือกตั้ง จนประชาธิปไตยกลายเป็นธนาธิปไตยไปเสียฉิบ

เพราะหากนักธุรกิจการเมืองพรรคใดได้เสียง ส.ส.เข้าสภามากที่สุด ก็เท่ากับได้ยึดครองประเทศไทยไว้ในกำมือไงล่ะครับ

พูดเพราะและดูเก๋ไก๋เป็นประชาธิปไตยหน่อย ก็คือ นักธุรกิจการเมืองคนใดซื้อเสียงชนะการเลือกตั้ง ก็จะกลายเป็นนักการเมืองที่ประชาชนเลือกตั้งให้เข้าสภาเข้าบริหารประเทศชาติอย่างถูกต้องกฎหมาย ตามระบอบประชาธิปไตยไงล่ะครับ

ส่วนเรื่องขี้โกงจากการซื้อเสียงเลือกตั้งนั้น นักธุรกิจการเมืองชั่วทุกคนจะรู้ดีว่า ต้องระดมสรรพวิธีวิ่งเต้นให้ตัวเองและส.ส.พรรคตน รอดจากใบแดงเปลี่ยมมาเป็นใบขาว หากใบแดงเปลี่ยนเป็นใบขาวไม่ได้ ก็ขอให้ลงโทษแค่ใบเหลือง เพื่อจะได้ลงเลือกตั้งกันใหม่ หากไม่ได้ทั้งใบเหลืองและใบขาว..ก็วิ่งเต้น ดึงเรื่องให้ช้า..ช้าจนลืมกันไปเลย

เรื่องตรวจสอบการโกงและซื้อเสียงการเลือกตั้งนั้น บางกรณี กกต.ต้องใช้เวลายืดเยื้อเป็นแรมปีหรือหลายปีทีเดียว นักธุรกิจการเมืองชั่วก็จะปล่อยให้ กกต.ทำงานกันแบบ “ถึงก็ช่าง-ไม่ถึงก็ช่าง” ไปเรื่อยๆ

แต่การบริหารชาติ..นักธุรกิจการเมืองขี้โกง ไม่เคยรอหรือฟังใครหน้าไหนทั้งสิ้น พวกเขาจะเดินหน้าตั้งรัฐบาลยึดอำนาจรัฐไว้ในกำมือก่อน เพื่อจะได้โกงบ้านโกงเมืองกันเลย

เมื่อนักธุรกิจการเมืองคนใดได้ขึ้นเป็นนายกฯ ก็จะถือว่า..ประเทศไทยเป็นบริษัทของพวกตน 100% การคอร์รัปชันได้เงินราษฎร์เงินหลวงเข้ากระเป๋านั้น นักธุรกิจการเมืองชั่วถือว่า..เป็นค่าเหนื่อยในการบริหารชาติ ที่ทำได้-แต่ต้องแอบทำกันแบบงุบงิบเงียบๆ ครับ

ทว่า พายัพ ชินวัตร ได้จุดพลุอย่างเปิดเผยว่า วันนี้ประชาชนคนไทยจะต้องเลือกระหว่างฝีมือกับความผิดของทักษิณ?

ถือเป็นคำพูดเจ้าเล่ห์ที่เป็น “ยาพิษ” โดยแท้ นักโทษชายหนีคุก “ทักษิณ” ไม่ได้มีฝีมืออะไรเลย การบริหารชาติที่ผ่านมาของทักษิณ เป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนมาหาเสียง ด้วยนโยบายประชานิยมแบบใช้ “อัฐยาย” ซื้อ “ขนมยาย” เพื่อให้ “ยายกิน” ครับ

แถมทักษิณใช้เงินภาษีประชาชน 100 บาท มาซื้อของหรือแจกจ่ายให้กับประชาชนแค่ 50-60 บาท ส่วนเงินที่หายไปอีก 40-50 บาทนั้น พลพรรค “หน้าเหลี่ยมมหาราษฎร์” ยังเอาเข้ากระเป๋าตนและพวกหน้าตาเฉย ด้วยพวกเขาถือว่าเงินที่โกงนี้..เป็นค่าเหนื่อย หรือค่าจ้างในการบริหารชาติไทยไงล่ะครับ

สำหรับ “มหาราษฎร์หน้าเหลี่ยม” แล้ว บางงานหรือเงินก้อนโตบางก้อน มิใช่กินกันแบบวัดครึ่งกรรมการครึ่งนะครับ หากแต่บางที “มัคนายกหน้าเหลี่ยม” กินรวบคนเดียวเลย โดยวัดไม่ได้สักสตางค์แดงเดียวก็มีให้เห็นอยู่เนืองๆ

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทักษิณแจ้ง ป.ป.ช.ว่า มีเงินแค่ไม่กี่หมื่นล้านบาท ในขณะที่ทักษิณมีเงินที่ได้มาโดยไม่โปร่งใส เที่ยวฝากเที่ยวซ่อนไว้ในต่างประเทศอีกหลายแสนล้านบาท

ที่สำคัญกว่านั้น..ประชาชนคนไทยจับได้ไล่ทันว่า ทักษิณมิได้ทำเพื่อคนไทยโดยส่วนใหญ่ดังเช่นการแปรรูป ปตท.เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยข้ออ้างประชาชนจะได้รับสิ่งที่ดีกว่า ทว่า..การณ์กลับตรงกันข้าม หุ้นมากมายมหาศาลของ ปตท.ล้วนตกไปอยู่ในมือของนักธุรกิจการเมืองชั่ว โดยประชาชนคนส่วนใหญ่ซื้อหาไม่ได้เลย

เท่านั้นไม่พอ..นอกจากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงใน ปตท.ทั้งในด้านการบริหารและบริการแล้ว ประชาชนคนไทยยังไม่เคยได้ใช้น้ำมันราคาถูกเลย ใช้แต่น้ำมันราคาแพงจนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า แต่ปตท.กลับขูดรีดเลือดเนื้อประชาชน ด้วยการฟันกำไรปลายปีนับแสนล้านบาท เพื่อเอาเงินไปแจกจ่ายให้กับหุ้นส่วนที่มีนักธุรกิจการเมืองแอบถืออยู่จนกระเป๋าตุงกันถ้วนหน้า

นั่นคือ หนึ่งใน “ฝีมือ” การบริหารชาติบ้านเมือง แบบเห็นแก่ได้และโลภมากไม่รู้จักพอของ “ทักษิณ” กับพวกในนามพรรคไทยรักไทย ที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาว่าโกงการเลือกตั้ง จนถูกศาลฯ ตัดสินยุบพรรคในข้อหา เป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

แน่นอน..ทำชั่วครั้งที่หนึ่งได้ การทำชั่วครั้งที่สอง-สามย่อมตามมา นักโทษชายหนีคุกทักษิณและพวก จึงจำต้องเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรรคพลังประชาชน แต่ในที่สุดก็โดนยุบพรรคในข้อหาเดียวกันอีกจนได้ ตอนนี้จึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นคำรบสามว่า พรรคเพื่อชิน..เอ๊ย..เพื่อไทยครับ

การทำความชั่วด้วยการคอร์รัปชันโกงกินบ้านเมืองของพวกนักธุรกิจการเมืองชั่วหรือโจรใส่สูท ในสภาบางคนบางกลุ่มบางพวกวันนี้ ยังได้บิดเบือนการคอร์รัปชันให้เป็นเสมือนโรคที่แก้ไขให้หายไม่ได้..ถือเป็นโรคคู่บ้านคู่เมืองไปเสียแล้ว

ขนาดโพลบางสำนัก..ที่สำรวจคนไม่กี่คนยังระบุว่า นักการเมืองจะคอร์รัปชันก็ได้ แต่ขอเพียงโกงแล้วให้ประชาชนได้ผลประโยชน์บ้าง..ก็แล้วกัน!

แน่นอน..ผมไม่เคยเชื่อโพลเจ้าเล่ห์นี้อย่างเด็ดขาด เพราะผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่อยากให้บ้านเมืองศิวิไลซ์ อยากให้บ้านเมืองได้นักการเมืองที่ดี เสียสละ ซื่อสัตย์ กล้าทำในสิ่งดีงามและขจัดสิ่งชั่วร้าย รวมทั้งทำงานเป็นหรือเก่งครับ

ต้องถือว่า..นักธุรกิจการเมืองชั่วนั้น ครองประเทศไทยมานานเกินพอแล้ว พวกมันโกงชาติโกงประชาชนจนประเทศไทยใกล้จะล่มจมแล้วครับ

ถึงเวลาแล้วหรือยัง..ที่พวกเราคนไทย จะทำบุญครั้งใหญ่ให้ชาติ ทำความดี-สร้างอนาคตที่ดีให้ลูกหลานไทย ร่วมมือ-ร่วมใจขจัด-ขับไล่ นักธุรกิจการเมืองขี้โกงลงจากเวทีการเมือง ด้วยการไม่เลือกนักการเมืองขี้โกงแบบ “คนหน้าเหลี่ยม” และพวกพ้องไงล่ะครับ!!!

ตั้งใจจะเขียนถึงพี่น้องตระกูล

ตั้งใจจะเขียนถึงพี่น้องตระกูลชินวัตร ในฐานะตระกูลการเมืองที่พยายามส่งไม้สืบอำนาจต่อกันเพราะล่าสุดมีข่าวส.ส.กลุ่มที่ไม่ไว้วางใจบิ๊กจิ๋ว เกรงจะเป็นไส้ศึกจริงก็เลยพยายามจะดันปู-ยิ่งลักษณ์ ให้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรครอเก้าอี้นายกรัฐมนตรีก่อนกำหนด

อันที่จริงการดันยิ่งลักษณ์ขึ้นเก้าอี้อยู่ในแผนมานานแล้ว เพียงแต่ต้องสร้างให้เป็นขั้นตอน การดันขึ้นก่อนเวลาเหมือนกับการชิงสุกก่อนห่ามอันเป็นเรื่องที่ตระกูลนี้ซาบซึ้งดี อย่างไรก็ตามคลื่นภายในพรรคเพื่อไทยที่ต้องการดันยิ่งลักษณ์ขึ้นเร็วกว่ากำหนดยังมีน้ำหนักอยู่ และอาจจะเพิ่มน้ำหนักมากขึ้นอยู่กับว่ากับบิ๊กจิ๋วจะทำตัวให้นายใหญ่ที่ดูไบไว้วางใจได้นานเท่าไหร่

อย่างกรณีที่ ส.ส.สมุทรปราการสายฮาร์ดคอร์ออกมาเปิดประเด็นว่านายกฯยุคหน้าต้องเป็นผู้หญิงนี่ก็เป็นการเคลื่อนไหวทางเปิดที่หลุดออกมาจากคลื่นใต้น้ำวงใน

แต่ก่อนจะลงถึงเรื่องพี่น้องชินวัตรในวงอำนาจ ขอเลี้ยวเข้าซอยว่าด้วย Political family สักหน่อย เพราะได้ค้นคว้าอย่างหยาบ ๆ ก่อนจะลงมือเขียน และได้พบว่าสังคมฝรั่งได้รวบรวมเรื่องราวของ Political family ค่อนข้างละเอียด กล่าวถึงตระกูลนักการเมืองที่ส่งไม้กันรุ่นต่อรุ่น ไม่เฉพาะในประเทศด้อยพัฒนาเท่านั้น เพราะในสหรัฐอเมริกา หรือ คานาดา เองก็มีตระกูลการเมืองผูกขาดอยู่พอสมควร

สังคมอเมริกันชอบบันทึกข้อมูล เขาจึงรวบรวมเอารายชื่อและสาแหรกตระกูลการเมืองละเอียดมาก ตั้งแต่ระดับชาติ อย่าง เคเนดี้ บุช ลงไปถึงระดับผูกขาดในท้องถิ่น เข้าไปดูใน Wikipedia ชื่อบทความ List of United States political families กับ List of Canadian political families ดูสิครับ..น่าสนใจทีเดียว โดยเฉพาะท่านที่ชอบสะสมเกร็ดความรู้

ยังคงอยู่ในซอยไม่ออกถนนใหญ่เพราะต้องการจะบอกว่าในสารานุกรม Wikipedia ยังรวบรวมรายชื่อสาแหรกตระกูลการเมืองของบรรดาประเทศต่าง ๆ เอาไว้จำนวนมากถึง 131 ประเทศในบทความเรื่อง List of political families ในจำนวนนี้มีประเทศไทยอยู่ด้วย แต่ไม่อัพเดทอย่างยิ่ง เขาระบุไว้เพียงตระกูล เวชชาชีวะตระกูลเดียวเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ตระกูลนักการเมืองไทยจากพ่อสู่ลูก สู่เมีย สู่หลาน ยังมีอีกมากมาย ท่านใดที่พอจะมีเวลารวบรวมช่วยอัพข้อมูลขึ้นไปให้ทันสมัยขึ้นน่าจะดีไม่น้อย

หรือหากอาจารย์รัฐศาสตร์ท่านใดเห็นประโยชน์ของสารานุกรมเปิดแบบ Open sources เช่นนี้ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มทำรายงานแล้วส่งขึ้นไปจะเป็นการช่วยพัฒนาทักษะการหาข้อมูลของเด็กได้อย่างดีทีเดียว ดีกว่าระบบเสิร์ชกูเกิ้ลตัดแปะส่งอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันอย่างแน่นอน

ออกจากซอยแล้ว เอาล่ะครับกลับมาสู่เรื่องที่ต้องการจะนำเสนอกันเสียที

ไม่รู้จะสงสาร สมเพช หรือ อนุโมทนากับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดี

การที่ต้องออกจากชีวิตส่วนตัวมาอยู่ในโลกการเมืองนั้นหากคนที่ชอบมันก็ดีไป แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยคงจะกระอักกระอ่วนพอสมควร

นี่ยังไม่ทันนั่งตำแหน่งอย่างเป็นทางการเลยประวัติส่วนตัวของยิ่งลักษณ์ ชินวัตรก็ถูกเผยแพร่กันพอสมควรถึงขนาดมีประวัติเชิงกระซิบเล่าขานตั้งแต่วันแรกคลอดถึงขนาดตั้งข้อสงสัยในความเป็นลูกคนสุดท้อง ผมไม่ขยายความหรอกครับและยังไม่เชื่อประวัติฉบับนี้นัก แต่สำหรับชีวิตวัยเยาว์ตั้งแต่ประถม มาถึงมัธยมที่ยุพราช จนกระทั่งชีวิตนักศึกษาในรั้ว ม.ช.นี่มันมีพยานหลักฐานร่วมสมัยเยอะ ปูของเพื่อน ๆ มีวีรกรรมอย่างไรคงจะมีการขยายความเผยแพร่กันมากขึ้นแน่ ๆ

คงจะลามไปถึงคุณอนุสรณ์ อมรฉัตร ซึ่งเป็นคนโลว์โปรไฟล์ที่อาจจะถูกลากขึ้นมาเล่าขานด้วยอีกคน อันที่จริงไม่ใช่เรื่องแปลกของคนหนุ่มน่าตาดีแถมมีฝีมือที่จะมีชีวิตวัยหนุ่มที่โลดโผนแต่เมื่อจะมีฐานะเป็นสามีของว่าที่หัวหน้าพรรคการเมือง ความเป็นส่วนตัวก็จะน้อยลงคล้าย ๆ กับสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่มีผู้ติดตามไปดูพฤติกรรมผาดแผลงนั่นแหละครับ

ก็ไม่รู้เหมือนกัน กังวลใจแทนไปทำมีมี ..เพราะปูยิ่งลักษณ์ อาจจะชอบก็ได้ !

ขึ้นชื่อว่าอำนาจนั้นหอมหวานใครเคยถืออยู่ในมือแล้วจะวางไม่ลง ก็เหมือนกับเจ๊แดง นั่นแหละ เมื่อปี 2543 ตอนที่ไทยรักไทยกำลังก่อร่างสร้างตัว เจ๊แดงถูกส่งมาเป็นผ.อ.ภาคเหนือ เจ๊แดงตอนนั้นเป็นละอ่อนทางการเมืองไม่ประสีประสา เขาบอกให้ทำอะไรก็ทำไป แต่ตอนนี้กลายเป็นเจ๊ใหญ่ที่กุมขบวนการสีแดงเอาไว้ ถนนทุกสายมุ่งมาคารวะ

เส้นทางของปู ยิ่งลักษณ์ กับ เจ๊แดง เหมือนกันตรงที่ขึ้นกับพี่แม้วกำหนด ตอนที่เจ๊แดงลาออกจากราชการเป็นพยาบาลนั้นเงินเดือนแค่ 7,000 กว่าบาทมาทำธุรกิจขายมือถือกึ่งผูกขาดฟันกำไรเป็นสิบเท่าในยุคที่มือถือก้อนบะเริ่มขว้างหัวหมาตายซ้ำยังแพงลิบลิ่ว จนกลายเป็นเศรษฐีที่ได้รับอานิสงส์จากสัมปทานของเอไอเอส พอตั้งพรรคพี่ชายก็บอกให้มาเป็นนอมินีกำกับคนในภาคเหนือ เจ๊แดงก็ทำตามไม่อิดออด ที่สุดก็เป็นภริยานายกรัฐมนตรีตามสูตรคลาสสิคของ Political family

เยาวเรศ ชินวัตร เองก็ใช่ย่อยตอนที่สร้างสุวรรณภูมิอยู่คนในวงการเขารู้กันดีว่าใช้นามสกุลไปทำอะไรบ้าง ที่ปรากฎเป็นข่าวออกมานั่นชัดเจนเพราะคนที่เกี่ยวข้องล้วนแต่เป็น ดาราวิทยาลัยคอนเน็คชั่นทั้งสิ้น

โชคดีของเยาวเรศ ที่ไม่ใช่น้องรักและไม่ถูกดันเข้าสู่วงจรการเมืองเต็มตัว มิฉะนั้นจะมีการเล่าขานประวัติโลดโผนของน้องสาวสุดเปรี้ยวคนนี้ออกมาอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะอะไรที่ทำให้เรียนดาราวิทยาลัยไม่ทันจบก็ถูกส่งออกจากเชียงใหม่มาเรียนด้านอาชีพ แล้วก็ถูกส่งไปเมืองนอก เป็นสาวเนื้อหอมที่มีหวานใจหลากหลายแบบ

ย้อนหลังกลับไปเมื่อปีใหม่ 2551 เยาวเรศ พร้อมคู่ครองนายธนาคารเลือดเนื้อเชียงใหม่ เปิดคฤหาสน์ที่เพิ่งสร้างเสร็จ จัดเลี้ยงบ้านใหม่พร้อมฉลองการเลือกตั้งที่พรรคพลังประชาชน มีการดื่มกินเต้นรำอย่างสนุกสนาน นักร้องอมฮอลล์ก็ไปขับกล่อมด้วย บรรดาพี่น้องทั้งเจ๊แดง และสามีก็ไป

ได้ยินมาว่าวันนั้นทุกคนสะใจเป็นที่สุดบอกว่านี่เป็นเวลากว่าหนึ่งปีที่รอคอย..หลังจากการรัฐประหาร ต่อจากนั้นได้พูดคุยเรื่องนายกคนใหม่ที่ชื่อสมัคร สุนทรเวช และเบื้องหลังการคัดสรรหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่เดิมมีชื่อของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มาเป็นแต่ตกลงเงื่อนไขกันไม่ได้

วงพี่น้องตระกูลที่มีอำนาจสูงสุดเวลานั้นเล่ากันในงานเลี้ยงว่า บิ๊กจิ๋ว ไม่ถูกรับเลือกเพราะดันไปเสนอเงื่อนไขเป็นจำนวนที่พี่ใหญ่รับไม่ได้ ไม่เหมือนกับอีกคนที่มาแบบเจียมเนื้อเจียมถ่อมไม่เรื่องมากว่างั้นเถอะ

ไม่รู้ว่าปีใหม่ 2553 บรรดาพี่น้องในตระกูลการเมืองจะเปิดบ้านเลี้ยงฉลองแบบนี้ได้อีกหรือไม่ และจะกล่าวถึงบิ๊กจิ๋วยังไง

ซึ่งก็ต้องรอดูก่อนว่าธันวานี้จะมีการเผาบ้านเผาเมืองกันอีกรอบหรือเปล่า !?

ไหนๆ

ไหนๆ คุณทักษิณก็จะโดนถอดยศไร้สิ้นบรรดาศักดิ์ใดๆ ในประเทศไทยแล้ว

ผมก็มีข้อแนะนำอย่างนี้ครับว่า คุณทักษิณคงไม่สิ้นไร้ไม้ตอก คือเขาน่าจะไปพึ่งทางเขมรเพราะบ้านก็มีอยู่ฟรีๆ

เรื่องบรรดาศักดิ์นั้น เท่าที่พอจะรู้มานั้น ทางกัมพูชาเขาก็เตรียมจะมอบตำแหน่งสำคัญให้อยู่แล้ว

โดยคุณทักษิณก็ไม่ต้องดิ้นรน พูดชัดๆ คือไม่ทำอะไรเลยครับ

เขาจะมอบตำแหน่งที่ทรงเกียรติมาก เคยมีคนไทยได้หลายสิบปีมาแล้ว แต่ก็หนีมาประเทศไทยเสียก่อน เขาเลยถอดตำแหน่งนี้เสีย

รอว่าจะให้ใครที่สมควรได้

เพราะตำแหน่งนี้เหมาะเฉพาะคนไทยที่จะทำคุณประโยชน์ต่อกัมพูชามาก

เพื่อให้ทางกัมพูชาเขาพอใจ

ไหนๆ เข้าประเทศไทยไม่ได้ ถึงเข้ามาได้ ก็โดนไล่อยู่ดี และอยู่ก็อัปยศเปล่าๆ

ดังนั้น ขั้นตอนเพื่อได้รับยศใหม่ที่กัมพูชาก็มีไม่มาก

หนึ่ง ควรทำที่สุดคือ ถอนสัญชาติไทยเสียโดยเร็ว ซึ่งคุณทักษิณไม่มีอะไรเสียอยู่แล้ว เพราะคนไทยนั้น เสียชาติเกิดเปล่าๆ

สอง ไปถือสัญชาติเขมร เพราะถ้าสืบดีๆ คุณทักษิณกับพระยาละแวกน่าจะเคยเกี่ยวดองหรือมีความสัมพันธ์เป็นญาติไม่โดยตรงก็ทางอ้อม

อย่างใดอย่างหนึ่ง

สาม ตำแหน่งที่กัมพูชาจะให้นั้น ไทยจะยุ่งไม่ได้เลยเพราะฐานะใหม่นี้ คุณทักษิณเป็นคนถือสัญชาติเขมรไปเสียแล้ว

ตำแหน่งนี้เรียกว่า

“ออกญาเสนาภิมุข” ครับ

เห็นหรือยังว่ามันเท่ห์ และกินได้ด้วย ไปไหนอาจน้องนั่งเสลี่ยง และในรัฐพิธีนั่งแถวหน้า สามารถรับแขกเมืองได้ด้วย

นายกรัฐมนตรีทูตานุทูตไปพบ ต้องขอนัดล่วงหน้า

ต้องแสดงความเคารพโดยคำนับ สมัยก่อนต้องหมอบคลานเข้าไป

สมัยนี้ประเพณีหมอบคลานถูกยกเลิกไป ก็สบายไป

ออกญาเสนาภิมุขทักษิณ จะมีชื่อเสียงเป็นยศตำแหน่งดีกว่ายศตำรวจ ห่างกันลิบลับเลยครับ

ผมจึงเห็นว่า ได้กันทุกฝ่าย คือ win-win อย่างเดียวด้วย

นอกจากนี้ ทางกัมพูชาก็จะใช้ตำแหน่งนี้เรียกร้องให้ทักษิณพ้นคดีทั้งแพ่งและอาญาด้วย ทำให้ต้องโอนทรัพย์สินเข้าไปยังเขมรได้ด้วยตามกฎหมายเฉพาะที่ให้กับออกญาเสนาภิมุข ที่ถือว่าสามารถมีทรัพย์สินที่โอนถ่ายจากแหล่งที่มา แต่ก่อนมียศได้ และแม้ว่าทรัพย์สินจะอยู่นอกประเทศ ก็ถือว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมด้วยกฎหมายเฉพาะอยู่แล้ว

เห็นหรือยังว่าตำแหน่งนี้มันขลังมาก

ดังนั้นคุณทักษิณจะไปเสียใจกับหัวโขนอันเล็กๆ จากอดีตประเทศเดิมทำไม

เขมรยังมีทรัพยากรให้โกงกินได้โอฬารมหาศาล และการเป็นอยู่ก็สบาย บ้านใหญ่โตดุจวัง เครือข่ายคมนาคมก็ทันสมัย จะมีเครื่องบินส่วนตัว เชื่อว่ารัฐบาลเขมรคงจะซื้อให้

ตำแหน่งนี้เหาไม่กินหัวด้วย

ผมเชื่อว่านี่เป็นทางออกที่ดีที่สุด

ส่วนลูกเมียกยกขบวนไปอยู่เขมร โอนสัญชาติไปด้วยก็ดีที่สุด

แล้วจะตั้งให้เป็นเจ้าพระยะ, เจ้าคุณ, คุณหลวงหรืออะไรก็สะดวก ตั้งได้ทั้งนั้น

แบบนี้จะดีต่อตระกูลชินวัตร

เป็นการเริ่มต้นชีวิตด้วยอนาคตที่ดีกว่า

ดีกว่าอยู่ในประเทศที่เขาไม่ต้องการพวกคุณอย่างแน่นอน

ผมจึงเสนอว่าทั้งหมดนี้ เขมรนั้นให้ประโยชน์ต่อครอบครัวชินวัตรอย่างเหลือเชื่อ

ไม่รับไว้ ก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วนะครับ

ขอให้ไปดีเถอะครับ

อย่าอยู่แบบคนที่ถูกเขารังเกียจขับไล่เลย

พูดเหมือนรู้จักประเทศอังกฤษดี

พูดเหมือนรู้จักประเทศอังกฤษดีอย่างนั้นแต่แท้ ไม่รู้จักประเทศอังกฤษเลยด้วยซ้ำพูดมาได้ ว่าคงโดนยิ่งไปแล้วขอเถียง เลยว่าไม่มีทางเป็นไปได้ในประเทศอังกฤษ คนเสื้อแดงชุมนุมโดยสงบไม่มีอาวุธ คุณไม่ทราบเคยอยู่หรือฝันว่าเคยอยู่จ่ะ. ถ้าจะมีการควบคุมฝูงชนเกิดขึ้น ขั้นแรกเค้าก็ใช้กระบองและสุนัขตำรวจที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีไม่มีทางที่ประเทศอังกฤษจะท่่ำอย่างที่คุณพยายาม โม่อย่างหน้าด้าน และเรื่องกฎหมายถ้ามีแข็งแรงชัแค่ไหนแต่ผู้ใช้ไม่ปฎิบัติบัตร ตามมีไปก็แค่นั้นคนไทย ต้องมีวินัยมากกว่านี้และกฎหมายก็จะศักสิทธิ์

มาแล้วหรอพี่!!!!พูดถูกใจให้เต

มาแล้วหรอพี่!!!!พูดถูกใจให้เต็ม10เลย 55555มาบ่อยๆน่ะพี่ ชอบๆๆๆๆๆ ขำดี

ตาสว่างกันเเล้วซินะ

ตาสว่างกันเเล้วซินะ กลับใจมาช่วยชาติกันเฮอะ

เมื่อไหร่คนเสื้อแดงจะมีปัญญา

เมื่อไหร่คนเสื้อแดงจะมีปัญญา หูตาสว่างซะที เอาแต่สร้างความแตกแยกในชาติ ยอมให้คนหลอก

เว็บนี้ เสี้ยมคนเสื้อแดง

เว็บนี้ เสี้ยมคนเสื้อแดง ยุยงให้ถวายฏีกาต่อให้สำเร็จ หรอ

แมง.........โม้..............

แมง.........โม้...................บินว่อนเลย....................อ่อน

ท่านทั้งหลายที่เห็นท่านองคมนต

ท่านทั้งหลายที่เห็นท่านองคมนตรีเป็นอุปสรรคเป็นปัญหาต่อบ้านเมือง เราทุกคนเป็นลูกด้วยกันทุกคน ไม่ว่าวันนี้พ่อแม่จะยังอยู่กับเราหรือไม่ พ่อแม่เรานั้นย่อมเลี้ยงดูเราทุกคนด้วยสิ่งที่ดีที่สุด ทุกท่านได้รับสิ่งที่ดีที่สุดกันทั่วทุกคนเรารักพ่อแม่เราหรือไม่ เราจะทำลายพ่อแม่ของเราไม่ เราจะให้พ่อแม่เราเป็นแค่คนที่เคยเลี้ยงเรามานับแต่นี้ไปพ่อแม่อยู่เฉย ๆ มันเป็นยุคของเราไม่ใช่เรื่องที่พ่อแม่ต้องเข้าใจใช่หรือไม่ บ้านนั้นอยู่ได้ก็ด้วยมีเสาคอยเป็นฐาน หากขาดฐานไปบ้านนั้นจักอยู่อย่างไร

หยุดที่จะด่ากัน อวดปัญญาใส่กันหากท่านทั้งหลายยังเข้าใจว่าคำว่ากตัญญูต่อพ่อแม่ผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่นอกเหนือจากการให้ชีวิตเลือดเนื้อจิตวิญญาณ ท่านก็ควรจะรู้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ

ถ้าอ่านคำให้สัมภาษณ์ของป๋าเปร

ถ้าอ่านคำให้สัมภาษณ์ของป๋าเปรมฯ ที่มีต่อบิ๊กจิ๋ว อย่างวิญญูชน จะเข้าใจตรงกันว่า
1.ป๋าไม่ได้ห้ามมิให้บิ๊กจิ๋วเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ถ้าห้ามคงห้ามนานแล้ว ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ 7 ตุลาคม 51
ทำไมจะต้องมาห้ามกันตอนนี้
2.ป๋ามิได้สื่อว่าการเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นการทรยศชาติ
3.แต่สื่อว่า ต่อจากนนี้ไป เมื่อเป็นนักการเมืองแล้ว จะทำอะไรต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นคนทรยศชาติ
4.ป๋าเตือนในฐานะเพื่อน และเป็นการเตือนในช่วงจังหวะที่ยังไม่เป็นนัการเมือง
5.และป๋ายังบอกว่าเมื่อเป็นนักการเมืองแล้ว ก็ยังให้พบได้ แต่จะต้องไม่พูดเรื่องการเมือง

และเป็นที่น่าเสียใจ ที่มวลสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะแกนนำเสื้อแดง ไม่ยอมเข้าใจ และจงใจตีความว่า การเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย "เป็นการทรยศชาติ" เพื่อสร้างความเกลียดชังในหมู่คนเสื้อแดงต่อป๋าเปรมให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นยุทธวิธีขั้นหนึ่งในการล้มสถาบันองคมนตรี ซึ่งนายใหญ่มองว่าเป็นอุปสรรคในการสถาปนาระบอบทักษิณ

ถามว่า ทำไมคนเสื้อแดง หรือพรรคเพื่อไทย ไม่ฟ้องร้องศาลรัฐธรรมนูญ ว่าป๋าเปรม กระทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ จากการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว ก็เพราะนักกฎหมายในค่ายพรรคเพื่อไทยซึ่งมีเป็นกระตัก รู้ดีว่ามันไม่เข้าข่าย ขืนฟ้องไปก็เสียรังวัดเปล่าๆ

เอาละมาถึงวันนี้ วินาทีนี้ สิ่งที่น่าจะนำมาถกเถียงกันมากกว่า คือ การไปสร้างวีรกรรมของบิ๊กจิ๋วที่เขมร มันผิดไปจากคำเตือนขอป๋าเปรมฯ เสียเมื่อไหร่ !?

อายัดเงินก็แล้วหากบริสุทธิ์สง

อายัดเงินก็แล้วหากบริสุทธิ์สงสัยว่าทำไมมีเงินอยู่ต่างประเทศมาก
..สังเกตคนที่อยู่เสื้อแดงส่วนมากอยู่ในสังคมมีปัญหามาก่อน....
..มัดพูดจาหยาบคาย..ใส่ร้ายโดยไม่มีเหตุ..เห็นยุยงเด็กซึ่งไม่รู้้เรื่องอำมาตย์..
..เด็กกลับด่าผู้ใหญ่ทั้งที่ตัวเองยังบริสุทธิ์และยังไม่เติบโตพอที่จะรู้เรื่องในสิ่งที่ตัวเองได้ยินจากเสื้อแดง..