-A +A

สมัครรับข่าวผ่าน SMS เพียง 29 บาท/เดือน ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

ความคิดเห็น : ปาฐกถา เสกสรรค์ ประเสริฐกุล: เศรษฐศาสน์กับการผลิตอวิชชาเชิงโครงสร้าง



Comments



lie, a big lie, here comes

lie, a big lie, here comes statistics.



นักวิชาการผู้ซึ่งถูกกลืนไปกับ

นักวิชาการผู้ซึ่งถูกกลืนไปกับระบบอำมาตย์ คุณลองมองดูรอบตัวคุณ คุณมีอะไรที่ยังขาดเหลืออีกหรือไม่ แล้วคุณมองเห็นผู้ยากไร้หรือไม่ ที่พรุ่งนี้เขาไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนไปปลดหนี้ ที่ซุกหัวนอน ขาดส่งมาสามเดือนแล้ว ชีวิตที่อยู่ในป่าไม่ได้ทำให้คุณเห็นที่ถึงชีวิตที่ไร้โอกาสบ้างเลยหรือ หรือเห็นชอบกับกระบอกปืน เมื่อคุณกินอิ่ม เห็นชอบกับรัฐบาลที่มาจากค่ายทหาร เห็นชอบกับขบวนการที่ยุติความเป็นธรรม เห็นชอบกับวลีจากปากผู้นำที่วันๆหาอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ เห็นชอบกับการคอรัปชั่นที่กินแบบไม่อายใคร เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ละลายหายไปกับกับสายลมแล้ว เหลือแต่ตาแก่ ที่ออกมาพ่นวลีเน่าๆเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น



มีคำว่า "รากเหล้า" ด้วย

มีคำว่า "รากเหล้า" ด้วย พิมพ์ผิดหรือเปล่าครับ?



เศรษฐศาสตร์กับการผลิตอวิชชาเช

เศรษฐศาสตร์กับการผลิตอวิชชาเชิงโครงสร้าง

(Economic Religion and the Production of Structural Ignorance)

Economic Religion น่าจะแปลว่า "เศรษฐศาสน์" (เศรษฐ+ศาสน) มากกว่านะ

หรืออย่างไร ?



เห็นด้วยกับบทความนี้

เห็นด้วยกับบทความนี้ และแนวทางในการนำเสนอมากครับ

ข้าว



"งาช้างไม่ได้งอกจากปากหมา"

"งาช้างไม่ได้งอกจากปากหมา" แต่ "ปัญญาชนสามานย์อาศัยอยู่บนหอคอยนั้น" "ปัญญาชนรากหญ้า" ต้องพูดถึงเรื่องการ "กินอิ่ม-นุ่งอุ่น" ของประชามหาชน มากกว่าเรื่องที่ประชามหาชน "ฟังไม่รู้เรื่อง"

ถ้า "ปัญญาขนเทวดา" พวกนี้ กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำ น่าจะชวนกัน "ขุดหลุมใหญ่ๆ ปัสาสาวะให้เต็ม แล้วโดดลงไปฆ่าตัวตาย" กันเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป



น่าผิดหวังมาก

น่าผิดหวังมาก



พวกควายแดงบัวใต้ตมออกมาร้องกั

พวกควายแดงบัวใต้ตมออกมาร้องกันหญ่ายเรย อิอิอิ พวกมรึงจะฟังรู้เรื่องได่ไงเล่า เขาพูดให้ผู้มีปัญญาฟัง



จับไม่ได้ศัพท์

จับไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียดโดยแท้



ไม่มีใครได้สาระเพื่อชีวิตจากน

ไม่มีใครได้สาระเพื่อชีวิตจากนักวิชาการเสรีนิยมเอาตัวรอดคนเดียวคนนี้นัก

เพราะนาย ดร.เสก นี้ขาดจุดยืนแบบชนชั้น หรือจุดยืนร่วมกับคนจน

มันคิดไปแบบพระที่ไม่ต้องลงแรงทำมาหากิน....

มันมีกินมันก็บอกว่าพอแล้ว

ส่วนนายทุนใหญ่ มันก็ด่าว่าเขาละโมบ...ทั้งๆ ที่นายทุนแต่ละคนเขาก็ต้องดำรงชีพแบบพึ่งศักยภาพสูงสุดของเขา

ดร.เสก ทำแบบเขาไม่ได้ก็ด่าเขา

...

ไม่มีใครได้ข้าว ปลา เสื้อผ้าจากนายเสกคนนี้ มันเกิดมากิน

แล้วก็ด่าคนผลิต ว่าผลิตมากได้มาก กรูอิจฉามรึง

มันน่าจะไปสอนลิงในถ้ำ บำเพ็ญตนแบบฤาษี...อย่ากินข้าวชาวบ้าน

.............

ดร.เสกมันพูดแบบมันมีทางเลือกที่จะกินน้อยๆ โดยแด ก..รับปะทาน ภาษีชาวบ้าน...

ชาวนาปลูกข้าว พ่อค้าขายข้าว...แบ่งเสียภาษีให้ไ อ้ เ หี้ ยยยย เสกสรรรับประทาน

ถ้ามรึ ง (คุณ)ไม่อยากให้คนมีอวิชาชา ............คุณก็ออกแบบโรงงานและสินค้าแบบอัฐบริขารเองซิ

ขุดแร่เอง เย็บจีวรเองซิ

........

ทุนนิยมมีปัญญหาสิ่งแวดล้อม ก็ต้องแก้แบบมหภาค...เชื่อมั่นมนุษย์บ้าง...ข้อดีก็มี....เอาควายไถนามันทรมานสัตว์
เอานักวิชาการเพี้ยนๆไปไถแทนก็จะดี

อย่าแก้แบบจุลภาคนั่งสมาธิถึงเวลาก็กินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆของชาวบ้าน



พวกโง่ๆ เอาดีแต่เอาปาวๆ ๆ

พวกโง่ๆ เอาดีแต่เอาปาวๆ ๆ ว่าล้มอำมาตย์ เดี๋ยวอ้างก็ประชาชน

สุดท้ายก็เห็นแต่เอาใจเจ้าที่ดูไบจังเลย

เค้าให้อ่านให้เห็นถึงสภาพโครงสร้างสังคมเว้ย อ่านก่อนซิวะถึงค่อยด่า



ลดเงินเดือนตนเองลงเสียครึ่งหน

ลดเงินเดือนตนเองลงเสียครึ่งหนึ่ง แล้วบริโภคแค่พออิ่มสิ แล้วค่อยสอนคนอื่น



- พระก็มีหน้าที่ของครับคุณ

- พระก็มีหน้าที่ของครับคุณ ถ้าพระยุ่งเรื่องทำมาหากิน..คุณจะเคารพท่านในฐานะพระสงฆ์อยู่ไหม? ก่อนกระทบกระแทกอะไร รู้จักพลั้งปากไว้บ้าง
- คนเราแม้ไม่ได้ปลูกข้าวให้คนกิน ไม่ได้ปลูกอู่ให้คนนอน แต่ก็ทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นในสังคมได้ตามหน้าที่ตามสิ่งที่รู้ตามอาชีพ ดร.เสกก็ทำหน้าที่ของท่าน คุณเห็นประโยชน์คน เพียงว่าเขาเอาอาหารมาประเคนให้คุณได้เท่านั้นหรือ?

อืมม.. คุณจะโกรธผมก็ไม่ว่านะครับ แต่ความคิดเห็นของคุณมันห่วยแตกจริงๆ ทั้งแสดงให้เห็นถึงความเป็นคนไม่มีศาสนา จบป.4ก็สูงเกินไปแล้วครับ



ผมไม่เห็นว่า เงินเดือนของเขา

ผมไม่เห็นว่า เงินเดือนของเขา จะมาเกี่ยวกับสิ่งที่คนฟัง(และอ่าน) ได้จากเนื้อหาที่เขาอภิปรายอย่างไร คุณมีอคติกับเขาหรือเปล่า



ไอ้ ค ว า ย หลงทุ่ง

ไอ้ ค ว า ย หลงทุ่ง มรึงรู้เรื่องว่าอะไร..ฝอยมาซิ..
ถ้าฝอยไม่ได้ไปไกลๆเลย ไม่ต้องมาทำแอ็ค ตุ้ยๆๆ อิอิ



กร๊ากกกกกกกกก..ขำจิงๆ

กร๊ากกกกกกกกก..ขำจิงๆ



. ..มรึงจะให้กรูจบ ป.2

.

..มรึงจะให้กรูจบ ป.2 ก็ได้....มรึงจะอุปโลกน์ว่าพระครูมีหน้าที่ ดร.เสกมีหน้าที่ ก็ว่ากันไป...
เชิญมรึงไปทำหน้าที่สอนควายโน้น.... คนเขารู้ทันแล้ว....บางประเทศใครจะนั่งสมาธิต้องตุนข้าวไว้เองก่อน ห้ามเรี่ยไรเพราะมันอาจอ้างว่ามันทรงเจ้าได้....เหมือน ดร.เสกที่มันทรงปิฎก..ติดต่อกับธรรมะได้คนเดียว

สอนคนมรึงต้องทำได้ด้วย...ชี้ทางออกแบบทำได้เป็นตัวอย่างซิ

มรึงบอกว่าพวกทรงศีลกินเจมีหน้าที่ไม่ต้องผลิตทำมาหากิน..ก็เพราะมันไม่ผลิต มันจึงไม่รู้ความจริงของสังคม
มันจึงไม่รู้ว่านายทุนชาติ..นายทุนเอสเอ็มอี พวกเขาลำบากขนาดไหน...นายทุนน่าสงสารขนาดไหนที่ต้องแบ่งเงินบริจาคไปให้พวก ดร.เสกสรรกิน..สร้างมหาวิทยาลัย กรรมกรก็ต้องทอผ้า หาข้าวส่งสังคมให้มันกิน

สลับหน้าที่กันดีไหม? ไอ้เวร....มาทำงานเข้ากะ ทำถังเหลืองแบบกู..พวกกรู.ก็เหนื่อยที่ทำถังเหลืองให้มรึงใส่กระดาษทิดชู่ สบู่ ยาสีฟัน ... ให้พวกมรึงได้บุญคนเดียว แต่กรูทำบาปผลิตให้พวกมรึงไปทำบุญขึ้นสวรรค์ทุกคน...แมร่งมรึงนางฟ้าคนละ 500-1000 องค์ ทุกคนเลย

กรูสอนวันละ 4 รอบเลย....เดินสายมันทุกสารา

พวกกรูต้องอยู่กับเมียแก๊แก่...คนเดียว...ต้องผลิตถังเหลืองให้มันเอาไปสวรรค์กันคนละใบ......

อ้างหน้าที่ หน้าที่....

ถ้าเป็นยุคโบราณที่พวกกรูถือขวานหิน...พวกมรึงจะยังมีหน้าที่คอยแดรีกไหม....มรึงต้องถูกขวานหินหล่นใส่หัวแน่ๆๆๆ

พอยุคนี้มีเครื่องจักร์ ผลิตได้มาก แมร่งมรึงมีเวลามาเห่าหอน....สมัยตอนเสกสรรมันอยู่ในถ้ำ มันยังต้องปลูกผักกินเองเลย

ลูกๆๆของใครไม่รู้........มันยังเกิดบนใบตองเลย....ดีที่ขี้เถ้าไม่กะเด็นเข้าปาก



ใช่แล้วครับอาจารย์

ใช่แล้วครับอาจารย์ ...เยี่ยม..คมกริบ... ต่างกรรมต่างวาระ....และเหตุเกิดสมัยประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล.............................ตัวละครเด่น ๆ เช่นนายธารินทร์..นิมมานเหมินทร์ อดีต รมต.คลัง

“ สำหรับในกรณีของประเทศไทย ตัวอย่างที่สะท้อนภาพความเพียงพอของวิชาเศรษฐศาสตร์ได้ชัดเจน คือวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ดังที่ท่านคงจะจำได้ การเปิดเสรีทางการเงินในประเทศที่พัฒนามาอย่างไม่สมดุลและขาดทั้งธรรมาภิบาลและความโปร่งใสอย่างประเทศไทย ท้ายที่สุดก็นำไปสู่การพังพินาศทางเศรษฐกิจในชั่วเวลาข้ามคืน สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งคือเงินกู้จากต่างประเทศถูกนำมาแบ่งปันกันระหว่างนักการเมืองและนักธุรกิจ เม็ดเงินจำนวนมากไม่ได้ถูกนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างแท้จริง หากแต่ถูกดูดซับไปเข้ากระเป๋าปัจเจกบุคคล ด้วยการปั่นหุ้น ปั่นราคาที่ดิน ตลอดจนปล่อยกู้อย่างไร้หลักการ การนั้นก็มีการนำไปใช้ในการบริโภคสิ่งต่างๆ ล้นเกินอย่างเหลือเชื่อ สุดท้ายเมื่อรัฐบาลถูกกดดันให้ปล่อยค่าเงินบาทลอยตัว ต่างประเทศทวงหนี้คืน ทั้งประเทศก็ตกอยู่ในภาวะล้มละลาย ”

และ...................................................

“ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา พอประเทศไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและยุโรป รัฐก็ได้นำเงินมาแจกผู้ประกันตนคนละสองพันบาทเพื่อจับจ่ายใช้สอยในเรื่องใดก็ได้ เจตนารมณ์ของรัฐจึงให้เอาไปใช้สอย ไม่ใช่เก็บออม เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงไปทำข้อตกลงกับห้างร้านและองค์กรธุรกิจต่างๆ ซึ่งมีตั้งแต่ร้านขายฟาสต์ฟูด ไปจนถึงห้างใหญ่ๆ ห้างหรูๆ สถานบันเทิง โรงภาพยนตร์ โดยตกลงกันไว้ว่าให้ประชาชนสามารถนำสิ่งที่เรียกว่าเช็คช่วยชาติไปใช้แทนเงินสดได้ และให้บริษัทเหล่านั้นเพิ่มมูลค่าเช็ค ซึ่งเป็นจินตนาการเกี่ยวกับความได้เปรียบของลูกค้า อีกทั้งใช้เงินสดเป็นเงินทอนด้วย ผลที่ออกมาก็คือบรรดาห้างร้านต่างๆ พากันโหมโฆษณาสินค้าของตนเป็นการใหญ่ พร้อมทั้งแข่งกันนำเสนอเพิ่มมูลค่าของเช็ค ยังไม่ต้องเอ่ยถึงว่าสินค้าที่โฆษณากันใหญ่โตมิใช่น้อยคือเครื่องสำอางยี่ห้อต่างประเทศ อาหารต่างประเทศ สถานบันเทิงตลอดจนสินค้าฟุ่มเฟือยระดับแบรนด์เนมอีกหลายอย่าง พูดกันสั้นๆ ก็คือกระตุ้นกระแสบริโภคนิยมให้เร้าใจถึงขีดสุดเพื่อจะได้เกิด Economic intercourse และไปถึง Economic orgasm พร้อมๆ กัน
อย่างไรก็ดี สภาพดังกล่าวย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในนิยามคำว่า ‘ชาติ’ อยู่ด้วย ชาติคืออะไร แค่ซื้อเครื่องสำอางฝรั่งมาใช้เป็นการรักชาติแล้วหรือไม่ แน่นอนความสับสนใน
เรื่องนี้ทำให้คำว่าชาติเลอะเทอะมากขึ้น ที่ชัดเจนมีอย่างเดียวคือ

...............ชาติดังกล่าวไม่ได้รวมชาวไร่ชาวนาและแรงงานนอกระบบซึ่งไม่ได้มีฐานะ

เป็นผู้ประกันตนและเป็นประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่ง....................................

ข้อโต้แย้งก็คือการค้าและการจับจ่ายใช้สอยเป็นเรื่องดี ที่สุดแล้วก็จะก่อให้เกิดการจ้างงาน เม็ดเงินจะลงไปถึงรากหญ้า ทุกคนจะได้รับประโยชน์ แม้จะไม่ได้รับแจกเงินโดยตรงก็ตาม แต่เรียนตรง ๆ ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าการค้าและการจับจ่ายใช้สอยที่เกิดขึ้นครั้งนั้น จะแบ่งส่วนแบ่งให้คนยากคนจนทั่วประเทศคนละกี่บาทกี่สตางค์ ยกเว้นพวกสามล้อแดง ที่อาจจะได้เศษกระดาษและพลาสติกเพิ่มขึ้น ”



ผมว่าชาวประชาไทยโปรดอ่านให้ละ

ผมว่าชาวประชาไทยโปรดอ่านให้ละเอียดและทำความเข้าใจนะครับ อย่าเพิ่งวิจารณ์แบบไม่ได้อ่านเลยมันปิดกั้นความสว่างของปัญญา
ผมเลือกอยู่ข้างคนยากคนจน มันก็เป็นอวิชาหนึ่งเป็นกรรมของผมเอง แต่มิได้หมายความว่าเราจะปิดกั้นความเจริญทางความคิดไว้นะครับ
อ. เขียนไว้ดี ผมไม่คิดว่าพวกเทคโนแครตจะอ่านและยอมรับนำไปใช้ คนที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ที่เป็นคนยากจนสิต้องขยายผลและผลักดันให้เกิดเป็นผลจริง
อ. คงอยู่ใกล้ธรรมมากแล้วนะครับ ผมยังอีกไกล ยังไงก็อย่าละทิ้งผู้ยาก ทั้งทางปัญญาและวัตถุละกันนะครับ แสดงความเห็นบ่อยๆก็ดี สังคมต้องการปัญญาและความรู้อีกมาก ถือซะว่าเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง
สาธุ........



อ่านความเห็นไอ้ควายหลงยุคนี่แ

อ่านความเห็นไอ้ควายหลงยุคนี่แล้ว...ถ้าอยู่ใกล้จะใช้ "จุดยืน"ตำปาก....

มุข จบ ป.4 - ป.2 ของมึงก็น่าเบื่อ....โคตรช่อง 7 สีเลยว่ะ...

เมื่อสามสิบสามปีที่แล้วทั้ง อ.เสก(ส.ไท) กับพวกกูก็เคยกระสันงั่นเงี่ยนอยากเป็นกรรมาชีพอยางมึงวันนี้แหละว่ะ....

แต่เป็นไม่ได้ ทิ้งชนชั้นตัวเองไม่ได้ หล่อหลอมตนเองไม่ได้ ยังไม่โกหกตัวเอง ยอมรับความจริง กลับมาเป็นตัวของตัวเองแต่ยังมีจิตใจรักความเป็นธรรม ก็พอแล้ว...ส่วนใหญ่กลับมาเรียนต่อ คนเรียนเก่งเขาก็ไปเป็นอาจารย์..บางคนก็ไปรับจ้าง เป็นข้าราชการ ทำการค้า หรืออื่นๆ เป็นพลเมืองของประเทศนี้...ไม่มีเสเเสร้ง....

อย่างพวกมึงนะหรือ กรรมาชีพ...? เขียนความเห็นถากถางคนทำงานตามวิชาชีพ...คนอยางพวกมึง ตกเย็นก็ตั้งวงแดกเหล้า เคล้าเพลงเพื่อชีวิตตามผับตระกูลสาด....ตกดึกแอลกอฮอล์ลงไข่ สีเด็กสก๊อยโต๊ะข้างๆ ผับปิดก้ไปถ่างขากันที่ลานจอดรถ ซดกันที่เบาะหลัง...โซเซกลับห้องเช่าหน้าราม ที่เพือนสุมหวัเล่นป็อกเด้งกันยันเช้า ก่อนผลอยหลับไป...ตื่นบ่ายก็ไปเลาะตามตึกกิจกรรม ทำประหนึ่งรุ่นพี่มาเยี่ยมน้อง....ไปโฉบๆตามงานสัมนาทำท่าฮาร์ดคอร์บ้างเป็นบางวัน ตกเย็นก็หาคนเลี้ยงเหล้า เอากันเป็นวัฏจักรชึวิตชั่ว...

พอมาอ่านกระทู้ในนี้ก็หลอกตัวเอง เก็บกดมานาน เลยทำท่าทำทางเป็นนักปฎิวัติ ...เป็น คอมฯ หน้า คอมฯ...ถุย...

อย่าคิดว่ากูไม่รู้จักพวกมึงนะ...ชอบป่วนกวนตีนแบบนี้...ก่อนจะเจอจุดยืนเบอร์ 45 ของพี่เสกนะ...อยู่ใกล้จะเอาเบอร์ 43 ยัดปากจริงๆ.



อ่านความเห็นไอ้ควายหลงยุคนี่แ

อ่านความเห็นไอ้ควายหลงยุคนี่แล้ว...ถ้าอยู่ใกล้จะใช้ "จุดยืน"ตำปาก....

มุข จบ ป.4 - ป.2 ของมึงก็น่าเบื่อ....โคตรช่อง 7 สีเลยว่ะ...

เมื่อสามสิบสามปีที่แล้วทั้ง อ.เสก(ส.ไท) กับพวกกูก็เคยกระสันงั่นเงี่ยนอยากเป็นกรรมาชีพอยางมึงวันนี้แหละว่ะ....

แต่เป็นไม่ได้ ทิ้งชนชั้นตัวเองไม่ได้ หล่อหลอมตนเองไม่ได้ ยังไม่โกหกตัวเอง ยอมรับความจริง กลับมาเป็นตัวของตัวเองแต่ยังมีจิตใจรักความเป็นธรรม ก็พอแล้ว...ส่วนใหญ่กลับมาเรียนต่อ คนเรียนเก่งเขาก็ไปเป็นอาจารย์..บางคนก็ไปรับจ้าง เป็นข้าราชการ ทำการค้า หรืออื่นๆ เป็นพลเมืองของประเทศนี้...ไม่มีเสเเสร้ง....

อย่างพวกมึงนะหรือ กรรมาชีพ...? เขียนความเห็นถากถางคนทำงานตามวิชาชีพ...คนอยางพวกมึง ตกเย็นก็ตั้งวงแดกเหล้า เคล้าเพลงเพื่อชีวิตตามผับตระกูลสาด....ตกดึกแอลกอฮอล์ลงไข่ สีเด็กสก๊อยโต๊ะข้างๆ ผับปิดก้ไปถ่างขากันที่ลานจอดรถ ซดกันที่เบาะหลัง...โซเซกลับห้องเช่าหน้าราม ที่เพือนสุมหวัเล่นป็อกเด้งกันยันเช้า ก่อนผลอยหลับไป...ตื่นบ่ายก็ไปเลาะตามตึกกิจกรรม ทำประหนึ่งรุ่นพี่มาเยี่ยมน้อง....ไปโฉบๆตามงานสัมนาทำท่าฮาร์ดคอร์บ้างเป็นบางวัน ตกเย็นก็หาคนเลี้ยงเหล้า เอากันเป็นวัฏจักรชึวิตชั่ว...

พอมาอ่านกระทู้ในนี้ก็หลอกตัวเอง เก็บกดมานาน เลยทำท่าทำทางเป็นนักปฎิวัติ ...เป็น คอมฯ หน้า คอมฯ...ถุย...

อย่าคิดว่ากูไม่รู้จักพวกมึงนะ...ชอบป่วนกวนตีนแบบนี้...ก่อนจะเจอจุดยืนเบอร์ 45 ของพี่เสกนะ...อยู่ใกล้จะเอาเบอร์ 43 ยัดปากจริงๆ.



พวกที่ว่า อ.เสก

พวกที่ว่า อ.เสก นะครับ
ทำได้อย่างเขาซัก 1/100 ผมก็ว่าพวกคุณมีความกล้าหาญทางจิตวิญญาณแล้ว
ถ้าอย่าง อ.เสก ไม่มีจุดยืนนะครับ
คนที่มีจุดยืนในประเทศนี้จะหาได้กันหรือ?
อย่าบอกนะครับว่า ทักษิณ มีจุดยืน

อ้อ เกร็ดอย่างหนึ่งที่พวกคุณควรรู้ไว้
เมื่อก่อน คนที่จบ ป.เอก จากนอกมา ถ้่าทำงานเป็นที่ปรึกษาบริษัทนี่เงินเดือนเป็นแสน
แต่แกเลือกมาเป็น อาจารย์ สอนนักศึกษา
เพียงเพราะหวังว่าจะสามารถบ่มเพาะคนดีให้กับประเทศให้กับสังคมได้บ้าง
และได้เงินเดือนเพียง หมื่นกว่า(ตอนเริ่มต้น จำตำเลขแน่นอนไม่ได้)
ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือก เงินแสน หรือเงินหมื่น
ลองถามตัวคุณเองดูเอาเถอะ ว่าทำได้หรือเปล่า..
แล้วค่อย่ไปว่าคนอื่นเขา

ประกาศ: เว็บไซต์ประชาไท ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแสดงความคิดเห็น จากเดิมแสดงแบบขั้นบันได เปลี่ยนเป็นความเห็นต่อท้าย โดยผู้แสดงความเห็นสามารถ "อ้างอิงความเห็น" เพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นกับความเห็นก่อนหน้านั้นได้

 

จึงแจ้งมาเพื่อทราบ -- www.prachatai.com

เรื่องอื่นๆ