สื่อหลักตั้ง "ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์" จี้เคารพสิทธิงานสร้างสรรค์

(24 ก.ย.) สื่อกระแสหลัก ได้แก่ เครือผู้จัดการ ไทยรัฐ เดลินิวส์ เครือมติชน เครือบางกอกโพสต์ เครือเนชั่น สยามสปอร์ต ฐานเศรษฐกิจ ไอเอ็นเอ็น สยามรัฐ ดาราเดลี่ แนวหน้าและไทยโพสต์ ร่วมกันก่อตั้ง "ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์" ระบุจุดยืนส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย โดยปราศจากการปิดกั้นจากอำนาจใดๆ เชื่อมั่นว่า ประชาชนผู้รับข้อมูลข่าวสารผ่านอินเทอร์เน็ตตระหนักในคุณค่าของงานสร้างสรรค์ และสนใจติดตามข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวสารแต่ละรายโดยตรง

นอกจากนี้ ยังเสนอว่า กรณีที่มีการนำเนื้อหาจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวออนไลน์ไปเผยแพร่ในช่องทางเว็บไซต์อื่นที่มีลักษณะเป็นเชิงพาณิชย์ หรือเจ้าของเว็บไซต์ได้รับประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ผู้ประกอบการเว็บไซต์ที่นำข่าวสารไปผลิตซ้ำต้องเคารพในความมีลิขสิทธิ์และงานสร้างสรรค์ที่ผลิตโดยเว็บไซต์สมาชิก นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มีการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมาชิกกับผู้ประกอบการเว็บไซต์ที่ต้องการนำข่าวสารจากเว็บไซต์สมาชิกไปเผยแพร่ต่อ โดยยึดหลักความเคารพและคำนึงถึงลิขสิทธิ์ในการสร้างสรรค์งานเขียนและจริยธรรมทางธุรกิจ และประโยชน์ที่ผู้ผลิตข่าวออนไลน์จะได้รับด้วย

 

คำประกาศเจตนารมณ์
เรื่อง การจัดตั้งชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

ด้วยในปัจจุบัน การขยายตัวของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อประโยชน์ในการเผย แพร่ข่าวสารออกสู่สาธารณชน กำลังได้รับความสนใจจากทั้งผู้ผลิตข่าวสารในสื่อดั้งเดิม ได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และในหมู่ผู้บริโภคข่าวสาร ที่หันมาเปิดรับข้อมูลข่าวสารในรูปแบบของสื่อดิจิตอลผ่านเครื่องรับ (Devices) ที่มีมากมายหลายช่องทาง

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ทำให้การนำเสนอข่าวผ่านเว็บไซต์และช่องทางอื่นๆ สามารถทำได้รวดเร็ว และหลากหลายรูปแบบ หรือสื่อผสม (Multimedia) ทำให้มีผู้ประกอบธุรกิจเว็บไซต์ที่ให้บริการแก่ผู้เข้าชมบางส่วนที่มีลักษณะ เป็นเชิงพาณิชย์ ได้นำข่าวสารและภาพข่าวจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวออนไลน์ไปใช้อย่างไม่เหมาะ สมและปราศจากการเคารพในลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ของผู้ผลิตข่าวออนไลน์

นอกจากนี้ การนำเสนอข่าวออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และช่องทางการนำเสนอข่าวสารใหม่ๆ เหล่านี้ ยังไม่เป็นที่เข้าใจของสาธารณชนบางส่วน รวมทั้งผู้ประกอบการธุรกิจโฆษณา ดังนั้น บรรดาผู้ผลิตข่าวสารออนไลน์ ซึ่งมีชื่อท้ายประกาศเจตนารมณ์ฉบับนี้ จึงได้ตกลงร่วมกันจัดตั้ง ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ขึ้น และกำหนดให้มีข้อบังคับขึ้นเพื่อเป็นกติกาในการดำเนินการร่วมกัน เพื่อประโยชน์ต่อผู้ผลิตข่าวสารและสาธารณชนทั่วไป

เพื่อให้การ ดำเนินการของชมรมและสมาชิกที่เป็นผู้ผลิตข่าวออนไลน์ทุกราย เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้ง จึงขอประกาศมายังสาธารณชนและผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

๑) สมาชิกชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ทุกราย มุ่งมั่นส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย โดยปราศจากการปิดกั้นจากอำนาจใดๆ

๒) สมาชิกชมรม เชื่อมั่นว่า ประชาชนผู้รับข้อมูลข่าวสารออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตระหนักในคุณ ค่าของงานสร้างสรรค์ที่ผ่านกระบวนการทางวารสารศาสตร์ และสนใจติดตามข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวสารแต่ละราย โดยตรง

๓) ในกรณีที่มีการนำเนื้อหาจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวออนไลน์ไปเผยแพร่ในช่อง ทางเว็บไซต์อื่นที่มีลักษณะเป็นเชิงพาณิชย์ หรือเจ้าของเว็บไซต์ได้รับประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ผู้ประกอบการเว็บไซต์ที่นำข่าวสารนั้น ไปผลิตซ้ำต้องเคารพในความมีลิขสิทธิ์และงานสร้างสรรค์ที่ผลิตโดยเว็บไซต์ สมาชิก

๔) ชมรมส่งเสริมให้มีการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมาชิกกับผู้ประกอบการเว็บไซต์ ที่ต้องการนำข่าวสารจากเว็บไซต์สมาชิกไปเผยแพร่ต่อ โดยยึดหลักความเคารพและคำนึงถึงลิขสิทธิ์ในการสร้างสรรค์งานเขียนและ จริยธรรมทางธุรกิจ และประโยชน์ที่ผู้ผลิตข่าวออนไลน์จะได้รับด้วย

ประกาศมา ณ วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2552

สำหรับผู้ผลิตข่าวออนไลน์ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรมในเบื้องต้น มีดังต่อไปนี้

บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด www.manager.co.th
บริษัท เทรนด์ วีจี 3 จำกัด www.thairath.co.th
บริษัท เดลินิวส์เว็บ จำกัด www.dailynews.co.th
บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) www.matichon.co.th,www.khaosod.co.th
บริษัท โพสต์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)www.bangkokpost.co.th, www.posttoday.com,www.gurubangkok.com, www.student-weekly.com
บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ งคอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน)www.nationmultimedia.com, www.komchadluek.com, www.bangkokbiznews.com
บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)www.siamsport.co.th, www.siamdara.com, www.siamsporttv.com, www.sbt.co.th, www.fhm.in.th
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ www.thannews.th.com
สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น www.innnews.co.th
หนังสือพิมพ์สยามรัฐ www.siamrath.co.th
หนังสือพิมพ์ดาราเดลี่ www.daradaily.com
หนังสือพิมพ์แนวหน้า www.naewna.com
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ www.thaipost.net

หมายเหตุ: รายชื่อ URL ของเว็บไซต์ที่ปรากฏข้างต้นเป็นเพียงรายชื่อบางส่วนของเว็บไซต์ที่สมาชิก เป็นเจ้าของเท่านั้น การดำเนินการใดๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของสมาชิกให้หมายรวมถึงเว็บไซต์อื่นที่องค์กร สมาชิกหรือบริษัทในเครือขององค์กรสมาชิกเป็นเจ้าของด้วย

 

 

"ข้อ1มุ่งมั่นสนับสนุนสิทธิในก

"ข้อ1มุ่งมั่นสนับสนุนสิทธิในการับรู้ข้อมูลข่าวสารโดยไม่มีการปิดกั้นจากอำนาจใดๆ "แค่ข้อนี้ก็ไม่จริงแล้ว เห็นส่วนมากจะนำเสนอข่าวแต่ของภาครัฐเสียเป็นส่วนมาก และไม่เคยเข้าไปดูในเว็บทุกเว็บทั้งเว็บสื่อหลักและเว็บที่เป็นสมาชิกชมรมที่กล่าวถึงข้างต้นเลย ส่วนข้อ4นั้น คนที่ทำงานสื่อหลักในประเทศไทยเคยเคารพและคำนึงถึงลิขสิทธิ์จากการที่นำข่าวสารจากสื่อต่างประเทศมาใช้เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจและอาชีพของตนเองบ้างหรือเปล่า ก่อนที่จะให้คนอื่นมีจรรยาบรรณ สื่อหลักก็ควรมีจรรยาบรรณเสียก่อน ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาเรียกร้องให้คนอื่นทำได้ จะเข้าทำนองสุภาษิต"แม่ปูกับลูกปู"นั่นเอง

ข่าวสารเรื่องของสังคมและบุคคล

ข่าวสารเรื่องของสังคมและบุคคล เมื่อออกมาเป็นข่าวแล้ว ก็ต้องเป็นของสาธาณะ ไม่น่าจะเป็นลิขสิทธิ์ของใคร นอกเสียจากเป็นบทความที่มีการใส่ความคิดเห็นของผู้เขียนเข้าไปก็อาจจะถือได้เป็นวรรณกรรมของบุคคลได้ ในส่วนของการนำไปใช้ต่อนั้นไม่น่าผิดกฎหมายใดๆ นอกเสียจากผิดมรรยาทถ้าไม่อ้างถึงที่มาของข่าวนั้น
และถ้ามีการถือสิทธิ์ในข่าวที่รายงานได้ บุคคลในข่าว, ญาติของบุคคลในข่าวที่เสียชีวิต, องค์กรในข่าว นั้นก็น่าจะมีสิทธิ์ในข่าวนั้นไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันหรือมากกว่า
คำถามง่ายๆสำหรับสำนักข่าวต่างๆ ข่าวพิเศษที่ยังไม่เป็นที่เปิดเผยที่ใด กับข่าวที่เป็นข่าวรู้กันทั่วไปแล้ว ท่านจะซื้อข่าวไหน หรือจะให้นักข่าวไปทำ่ข่าวไหน
ปัญหาที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องของ วิวัฒน์ของการสื่อสาร และความไม่เที่ยงที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งควรจะเตรียมทางไปมากกว่า

นักข่าวก็มีลูกมีเมียนะครับ

นักข่าวก็มีลูกมีเมียนะครับ ถ้าเค้าไปนั่งรอถ่ายรูป 3 ชั่วโมง
เพื่อให้ได้ข่าวเอามาลงใน เวบ แล้วก็มีคนมาก๊อบเอาไปลงเว็บตัวเอง
อย่างนี้ถูกต้องรึเปล่า ?

ทำไปทำมาสุดท้ายก็ไม่มีคนเข้ามาในเวบหนังสือพิมพ์
ขายโฆษณาไม่ได้ เพราะไม่มีคนเ้ข้า
สำนักพิมพ์ไม่มีรายได้สุดท้ายนักข่าวก็ถูกไล่ออก

เราต้องดูด้วยว่าก่อนที่จะมาเป็นผลิตภัณฑ์ใดๆ มันต้องมีกระบวนการผลิต
ใช่ว่าผลิตภัณฑ์จับต้องไม่ได้ แล้วจะมาเอาไปดื้อๆ ไม่จ่ายเงินมันไม่ถูก

คุณเห็นความแตกต่างของงาน 3 ชั่วโมงต่อไปนี้หรือไม่
1.ของนักคณิตศาสตร์นักคิดสูตรสำคัญๆ
2.แม่ค้าขนมตื่นตี 2 เริ่มทำขนมเอาไปขายตลาด
3.ชาวนาเอาข้าวให้หมูให้ไก่ รดน้ำผัก ดายหญ้า
4.กรรมกรโบกปูน
5.นักเขียนนั่งเขียนหนังสือ

แล้วถูกต้่องไม๊ที่คุณจะหยิบเอาขนมโดยไม่จ่ายตัง เอาไก่จากชาวนาไปโดยไม่บอกกล่าวไม่จ่ายค่าชดเชย