พวงทอง ภวัครพันธ์: “ดินแดน” ไม่ควรถูกใช้เพื่อเป้าหมายทางการเมือง

อุณหภูมิโดยรอบชายแดนไทย-กัมพูชาทวีความร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้งหลังกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนพลเข้าสู่จังหวัดศรีสะเกษเพื่อเรียกร้องทวงปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.

การเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่ชายแดนด้านนี้ถูกใช้เพื่อทำลายความชอบธรรมของรัฐบาล ครั้งแรกคือในสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช จนทำให้นายนพดล ปัทมะ ถูกกดดันจนต้องลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากถูกฟ้องร้อง เป็นคดีความอยู่ในขณะนี้

น่าสนใจว่า กรณีปราสาทพระวิหารในครั้งนี้จะสร้างฤทธิ์เดชเผาผลาญรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้มากน้อยเพียงใด แม้ว่าฝ่ายพันธมิตรต้องล่าถอยเพราะแรงต่อต้านจากชาวบ้านศรีสะเกษ พวกเขาคงไม่ยอมเลิกราแต่เพียงเท่านี้ อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่น่าลืมว่า เมื่อครั้งที่ตนเองเป็นฝ่ายค้าน ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสชาตินิยมปราสาทพระวิหารด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่า สิ่งที่เราควรสนใจมากกว่าชะตากรรมของรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็คือ ชะตากรรมของประชาชนสองฝั่งชายแดน ชีวิตทหาร ความสัมพันธ์ของสองประเทศ ภาพพจน์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติ และโอกาสที่จะเกิดสงคราม

คำถามคือ ทำไมเรื่องดินแดนจึงถูกเลือกใช้โดยกลุ่มการเมือง

“ดินแดน” เป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหว (sensitive) ทางการเมืองอย่างยิ่ง สามารถถูกใช้เพื่อสร้างความนิยมให้กับรัฐบาลได้อย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน ก็สามารถทำให้รัฐบาลถูกโจมตีด้วยข้อหาขายชาติได้อย่างง่ายดาย พูดอีกอย่างคือ เรื่องดินแดนสามารถปลุกเร้าความรู้สึกรักชาติพร้อมๆ ไปกับความโกรธแค้นต่อชาติอื่นได้อย่างรวดเร็ว ดังไฟลามทุ่ง

อันที่จริง ลักษณะดังกล่าวนี้ไม่ได้มีแต่ประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นลักษณะร่วมของประเทศในเอเชียที่เคยตกเป็นอาณานิคมของตะวันตก การปลูกฝังความรู้สึกรักชาติในประเทศเหล่านี้จึงต้องตอกย้ำประวัติศาสตร์ของการสูญเสียอธิปไตยเหนือดินแดน ตอกย้ำหน้าที่ของพลเมืองที่ต้องปกป้องมาตุภูมิทุกตารางนิ้วของตนไว้ให้ถึงที่สุด แม้ว่าประเทศไทยจะไม่เคยตกเป็นอาณานิคม แต่ประวัติศาสตร์ไทยก็พร่ำสอนถึงภัยคุกคามจากระบอบอาณานิคมที่ต้องการยึดครองประเทศไทย และทำให้ไทยต้องสูญเสียดินแดนโดยรอบไปจำนวนมาก

แต่สิ่งที่ประเทศไทยในขณะนี้แตกต่างจากประเทศอื่นก็คือ การแก้ไขความขัดแย้งเหนือพื้นที่ชายแดนมีแนวโน้มถูกทำให้เป็นประเด็นการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ (Politicizing the territorial dispute) พร้อมๆ กับถอยห่างจากกติการะหว่างประเทศ และการประนีประนอมที่เป็นไปได้

สำหรับประเทศที่มีวุฒิภาวะ แนวทางที่พวกเขาเลือกใช้เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทเหนือดินแดนก็คือ ศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือศาลโลก แห่งสหประชาชาติ ดังเช่น สิงคโปร์และมาเลเซียได้ยื่นเรื่องให้ศาลโลกตัดสินข้อพิพาทเหนือเกาะ Pulau Batu Puteh หรือ Pedra Branca ต่อมาศาลโลกมีมติให้เกาะดังกล่าวตกเป็นของสิงคโปร์ในปี 2551

อินโดนีเซียพิพาทกับมาเลเซียเหนือเกาะ Sipadan และ Ligitan ศาลโลกมีมติเมื่อปี 2546 ยกเกาะทั้งสองให้มาเลเซีย

การแก้ไขข้อพิพาททั้งสองกรณีข้างต้นใช้เวลานานกว่าทศวรรษ แต่เรากลับไม่เคยเห็นข่าวการระดมม็อบด้วยกระแสคลั่งชาติ-เกลียดชังเพื่อนบ้านในสามประเทศข้างต้น และเมื่อศาลโลกมีมติออกมาเช่นไร รัฐบาลและประชาชนของมาเลเซียและอินโดนีเซียก็ยอมรับความสูญเสียนั้นอย่างสันติ

ไม่มีการเรียกร้องโดยนักการเมือง-นักวิชาการมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย ให้รัฐบาลของตนประกาศว่าคำตัดสินของศาลโลกเป็นโมฆะ หรือปลุกม็อบให้เข้ายึดครองดินแดนที่สูญเสียไป

แล้วเราควรประณามรัฐบาลมาเลเซียและอินโดนีเซียว่าไม่รักชาติหรือไม่?

ความรักชาติไม่ควรถูกผูกขาดด้วยวิธีการที่ก้าวร้าวรุนแรง สังคมไทยมีแนวโน้มจะเชื่อคำโฆษณาเรื่องนักการเมือง “ขายชาติ” ได้โดยไม่ยาก แต่ต้องอย่าลืมว่า ปัญหานี้มีเจ้าหน้าที่จำนวนมากรับผิดชอบอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กรมแผนที่ทหาร กระทรวงการต่างประเทศ ประชาชนควรมองว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้กำลังขายชาติ หรือละเลยหน้าที่ของตน ไม่สนใจผลประโยชน์ของชาติกระนั้นหรือ?

ดูเหมือนในประเทศนี้ คนบางกลุ่มกำลังผูกขาดความรักชาติมากขึ้นเรื่อยๆ

คนไทยจำนวนไม่น้อยย่อมรู้สึกว่าคำตัดสินของศาลโกลกกรณีปราสาทพระวิหารไม่ยุติธรรม แต่เราต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยได้เลือกที่จะเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติเอง และตัดสินใจเข้าไปเป็นคู่กรณีในกระบวนการพิจารณาคดีปราสาทพระวิหารตั้งแต่ต้นจนจบ และหากเราอ่านคำพิพากษาศาลโลกอย่างละเอียด เราก็จะตระหนักว่า ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากการกระทำที่ผิดพลาดหลายครั้งหลายหนในอดีตของฝ่ายไทยนับแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่นิ่งเฉยไม่คัดค้านการอ้างสิทธิ์ของฝรั่งเศส

แน่นอนว่าในการตัดสินคดีความต่างๆ ฝ่ายที่สูญเสียจำนวนไม่น้อยย่อมรู้สึกว่าตนไม่ได้รับความยุติธรรม เช่น อาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกลั่นแกล้ง ผู้พิพากษาขาดวิจารณญาณในการตัดสิน มีความโน้มเอียงทางการเมือง เป็นต้น แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนทั้งหลายในประเทศนี้ประกาศไม่ยอมรับคำตัดสินดังกล่าว ไม่ยอมรับกฎหมายที่มีอยู่ เอาปืนออกมาไล่ยิงตุลาการ

ในยุคโลกาภิวัตน์ ประเทศที่มีวุฒิภาวะต่างตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมือทางการค้า เศรษฐกิจ และการเมืองที่มีมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน เป็นเพื่อนบ้านกัน จำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อแข่งขันกับภูมิภาคอื่นมากเป็นพิเศษ ข้อพิพาทเหนือดินแดน แม้จะมีความสำคัญ แต่ก็ต้องไม่ให้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จนทำให้ความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ เสียหายไปด้วย ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง การเผชิญหน้าทางทหาร ที่ดูจะไม่อยู่ในความคิดของผู้นำและกลุ่มการเมืองในประเทศเหล่านั้นเลย

สำหรับประเทศไทย น่าเสียดายว่าความพ่ายแพ้กรณีปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 ยังตามหลอกหลอนสังคมไทย เราเข็ดขยาดกับศาลโลกจนทำให้เราปฏิเสธการแก้ปัญหาดินแดนด้วยกลไกศาลระหว่างประเทศ

ฉะนั้น แนวทางสันติที่เหลืออยู่ย่อมต้องเป็นการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น และประชาชนต้องตระหนักด้วยว่า “การเจรจา” ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะต้องเป็นฝ่ายได้ทุกอย่างที่ปรารถนา แต่หมายถึงการต่อรอง แลกเปลี่ยน ประนีประนอม ซึ่งหมายความต่อว่า คู่เจรจาทั้งสองฝ่ายอาจต้องเสียบางอย่าง เพื่อแลกกับบางอย่าง

การเจรจายังอาจหมายความว่า เมื่อไม่สามารถแบ่งดินแดนให้ลงตัวได้ ทั้งสองฝ่ายต้องยินยอมที่จะใช้ดินแดนนั้นร่วมกัน และแบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรม

แต่หากกลุ่มการเมืองในประเทศไทยต้องการให้รัฐบาลและกองทัพบุกปราสาทพระวิหารและยึดพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. รบกันให้รู้แล้วรู้รอดไป ทหารตัวเล็กตัวน้อยจะตายไปเท่าไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งที่พวกเขาควรทำก่อนอื่นใดก็คือ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยประกาศถอนตัวออกจากองค์กรระหว่างประเทศให้หมด ไม่ว่าจะเป็นสหประชาชาติ หรืออาเซียน ประกาศไม่ยอมรับกติการะหว่างประเทศใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตราบเท่าที่ไทยยังเป็นสมาชิกขององค์กรเหล่านี้อยู่ ไทยก็จำเป็นต้องยอมรับและทำตามกฎกติกามารยาทที่เราได้เคยตกลงไว้ไม่ใช่หรือ?

 

ที่ดินใต้ปราสามพระวิหารเป็นขอ

ที่ดินใต้ปราสามพระวิหารเป็นของประเทศไทย นี่คือประเด็นการเมืองที่มาร์คนำขึ้นมาทำลายรัฐบาลสมัคร

เขาเอามาใช้แล้วนี่ครับ มาบอกท

เขาเอามาใช้แล้วนี่ครับ

มาบอกทำหอยไรครับ ชามบ้านภูมซฎอล โดนกระทืบไปกี่คนแล้ว น่าจะไปบอกเขาก่อนหน้านี้นะครับ

*มรดกโลก คนละเรื่อง

*มรดกโลก คนละเรื่อง กับเขตแดน
ไยคั่งแค้น เสียดินแดน อะไรหรือ
พระวิหาร ตอกย้ำ ทำแย่งยื้อ
ดุดันดื้อ ดึงดัน เสียดินแดน

*เพียรเฝ้าตอก กรอกหู อยู่เช้าค่ำ
ตอกและย้ำ ทำข่าว เล่าตามแผน
เพื่อการเมือง อันธพาล ผลาญด้วยแค้น
เสียดินแดน เสียดินแดน แสนใส่ความ

*ชาตินิยม คลั่งชาติ ขาดยั้งคิด
พาเบือนบิด คิดไม่เป็น เล่นหยาบหยาม
เวทีโลก เป็นผู้ร้าย คล้ายตะกราม
โลกมองข้าม ความสำคัญ น่าหวั่นใจ

*จึงมีคน คิดต้าน พาลทามิด
ที่เบือนบิด จิตป่วน ตัวกวนใหญ่
ต้องต่อต้าน ทุกที่ ทุกทีไป
เพื่อให้ได้ ความถูกต้อง ครองยุติธรรม

-----------------------------

--------------------------------

ทักษิณบังอาจทำสงครามกับใคร?

-----------------------------------

วันนี้“ทักษิณ”ประกาศตนเป็น“จอมทัพ -เป่านกหวีด” นำพรรคเพื่อไทยและพลพรรคอันธพาลการเมือง “คนเสื้อแดง”ทำสงครามยึดอำนาจรัฐไทยอย่างเป็นทางการแล้วครับ! ทักษิณ ชินวัตร เดินบนถนนการเมืองด้วยการสร้างภาพ จนเขากลายเป็น“เทพเจ้าแห่งความรัก”ของคนไทย จนกลายเป็นผู้คุมอำนาจรัฐที่ยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ทว่า..ผ่านไปแค่ไม่กี่ปี ทักษิณ ชินวัตร คนเดียวกันนี่แหละ..ที่ชีวิตตาลปัตร กลายกลับเป็น “ซาตานแห่งความเกลียดชัง”ในหัวใจของชนชาวไทย ผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไปอย่างเหลือเชื่อ

ความดีที่มีอยู่เพียงน้อยนิดของทักษิณ ได้ถูกลบล้างกลบฝังด้วยการกระทำของตนเอง หลังเผยธาตุแท้ทุกมิติในด้านลบให้ผู้คนเห็นอย่างล่อนจ้อน จนคนไทยเชื่อว่า..มหาเศรษฐีทักษิณ เป็นคนประเภทรอยยิ้มซ่อนคมดาบ? เจ้าเล่ห์แสนกล? ไม้หลักปักขี้เลน? พูดจากลับไป-กลับมา? พูดอย่าง-ทำอย่าง? ปากว่า-ตาขยิบ? มักใหญ่-ใฝ่สูง? รวยแล้ว-ยังโครตโกง? รักชาติ-จนน้ำลายไหล? ฯลฯ ดังนั้น..วันนี้..ในสายตาคนไทยและชาวโลก ทักษิณ ชินวัตร จึงกลายเป็นบุรุษไร้ราคาในด้านความน่าเชื่อถือโดยสิ้นเชิง!

โอ้..ชีวิตทักษิณจึงตรงกับปรัชญาแห่งพุทธที่ว่า ทำดีได้ดี-ทำชั่วได้ชั่ว กรรมใดใครก่อ..กรรมนั้นตามสนอง สุดท้ายมาจบลงตรง..ทุกสิ่งทุกอย่าง..ล้วนอนิจจัง.. ชีวิตมนุษย์ไม่มีวันอยู่ค้ำฟ้า เกิดมาชาติหนึ่งจึงควรทำดี-มีศีลธรรม เพราะนรกหรือสวรรค์นั้น..อยู่ในใจ? ใคร-อยากขึ้นสวรรค์-สวรรค์ก็อยู่ในอก ใคร-จะตกนรก..ก็ตกนรกที่อยู่ในใจเช่นกัน..จริงไหมล่ะ?

วันนี้..ชีวิตจริงของ ทักษิณ ชินวัตร จึงเป็นอุทธาหรณ์ดีที่สุดของมนุษย์ จากมหาเศรษฐีที่มีเงินทองล้นฟ้า แต่..ชีวิตเต็มไปด้วยปัญหาบ้านแตกสาแหรกขาด เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของชาติไทย ที่ถูกผู้คนก่นด่าประณามหยามเหยียดกันทั้งเมือง ที่สำคัญ..ชาตินี้..ทักษิณจะมีโอกาสได้กลับมาเหยียบ หรือกลบฝังเรือนร่างบนผืนแผ่นดินแม่ยามล้มหายตายจากได้หรือไม่..ไม่มีใคร พยากรณ์ได้เลย?

โอ้..สภาพแบบนี้..เท่ากับนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร กำลังตกนรกทั้งเป็นๆ อยู่น่ะสิ! ครับ..การทำเรื่องผิดๆ มากมายให้กับชาติและประชาชนคนไทย ทำให้ทักษิณ ชินวัตร ตกนรกทั้งเป็น และเป็นสาเหตุให้นักโทษชายคนนี้ยังคงทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะต้องดิ้นรนทุกวิถีทาง เพื่อหวังจะหลุดออกจากนรกขุมนั้นให้ได้ไงล่ะครับ!

ด้วยการที่ทักษิณเชื่อว่า..เงิน-คือ-“พระเจ้า” ที่จ้างพวกผีเปรตมาโม่แป้งให้ตนได้ โดยเฉพาะพวก ส.ส.และขบวนการคนเสื้อแดง ล้วนเป็นพวก “เสือหิว-หมาโหย” ที่พร้อมขายจิตวิญญาณ ให้กับเงินตราที่เขาประเคนให้ นักโทษชายทักษิณเลยไม่สนใจสิ่งถูก-ผิดใดๆ ทั้งสิ้น

เขาทำตัวเป็น “ตัวเงิน-ตัวทอง” ให้บรรดา ส.ส.เขี้ยวลากดิน และพวกสามเกลอหัวขวดเจ้าของ “โรงน้ำแข็ง” ที่ชอบ “ปั้นน้ำเป็นตัว” รวมทั้งขบวนการเสื้อแดงสารพัดกลุ่ม ทั้งลับและเปิดเผยมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม..พวก “หมาหิว-เสือโหย” ระดับหัวโจกของทักษิณ ล้วนมีสันดานชอบ “อม-โกงหัวคิว” เป็นเนืองนิตย์

ดังนั้นบรรดา ส.ส.และขบวนการเสื้อแดง จึงเต็มไปด้วยความแตกแยกไม่เป็นเอกภาพ จนทักษิณต้องโฟนอินประกาศให้บรรดา ส.ส. และพลพรรคเสื้อแดงต่อสายตรงถึงตัวเขา เพื่อรับ “น้ำเลี้ยง” โดยตรงในการทำกิจกรรม-เขย่า-กดดัน-ก่อกวน มุ่งโค่นล้มรัฐบาลมาร์ค ณ ปชป.โดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม..เหตุการณ์เปลี่ยนขั้วทางการเมือง จนสมชาย ณ ชายกระโปรง หลุดจากการเป็นนายกฯ ก่อนที่อภิสิทธิ์ ณ ปชป.จะก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้นายกฯ แทนนั้น เป็นเพราะทักษิณถูกหนุ่มชื่อพม่า-หน้าเขมร “ยี้ห้อย-หัก (หน้า) เหลี่ยม-หักหลัง” ชนิดต่อหน้าต่อตา ทำให้ทักษิณต้องสร้างพรรคเพื่อไทยให้เป็นของตนแบบเต็มร้อยเสียก่อน

ทักษิณจึงบงการให้ญาติพี่น้องใน “ตระกูลชินวัตร” ยกพลเข้าคุมพรรคเพื่อไทยไว้ในมือชนิดทุกกระเบียดนิ้วเลยครับ “นักโทษชายแม้ว” ได้จัดวางเจ๊แดง-เยาวภา ณ ชินวัตร ให้คุมคลังและคุม ส.ส.ภาคเหนือ โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นผู้ช่วย..คอยหิ้วกระเป๋าเงินให้กับภริยาซาลาเปาเจ๊า ส่วนยิ่งลักษณ์-ปู-น้องเล็กสุดสวยของตระกูลชินวัตรนั้น..ก็เป็นผู้จัดการ ทั่วไปของพรรค พายัพ ชินวัตร บุรุษสูงชะลูดผิวสีชมพูระเรื่อ น้องชายคนเดียวของทักษิณได้คุม ส.ส.ในภาคอีสาน อ้อ..มีตากล้อง-ตาปรือใส่แว่นดำทั้งวัน นาม “โอ๊ค” ลูกรักสุดเลิฟของ

“แม้ว” นั้น เป็นผู้บัญชาการด้านการตลาดและโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กับพรรคเพื่อไทยอย่าง เบ็ดเสร็จเด็ดขาด นั่นยังไม่รวมสมุนคนสนิทอย่างหมอมิ้ง-บิ๊กอ้วน และพรรคพวกร่วมอุดมการณ์อีกกลุ่มหนึ่ง ที่ทักษิณได้จัดวางกำลังไปคุมทุกอนูของพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยโรงเรียนชิน วัตรแล้ว อ้อ..สำหรับเมีย “แม้ว” ที่อ้างว่าหย่าและวางมือทางการเมืองแล้วนั้น แท้ที่จริงคุณเธอ “ผมเพิงหมาแหงน” ใช้วิธีดำน้ำสู้ แอบสั่งการล้มรัฐบาลมาร์ค ณ ปชป. แบบลับ-ลวง-พรางอยู่ตลอดเวลาครับ

บัดนี้รายงานไม่ลับ-ไม่ลวง-ไม่พรางในพรรคเพื่อไทย ระบุชัดแล้วว่า..พรรคเพื่อไทยได้กลายเป็นพรรคเพื่อชินฯ ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม รวมทั้งทักษิณและเมียได้เตรียมเม็ดเงินมหาศาล รอเพียงเวลาที่จะส่งบรรดา ส.ส.เสือ-สิงห์-กระทิง-แรด-หมา-ตะกวดผู้หิวโหย ลงสู้ในสนามเลือกตั้งในอนาคต เพื่อบรรลุเป้าหมาย..พรรคเพื่อชินฯ ต้องได้ ส.ส.เข้าสภาฯ มากเป็นอันดับหนึ่งไงล่ะครับ หากได้ ส.ส.เข้าสภาฯ มากที่สุดสำเร็จดังเป้าหมาย

คราวนี้แหละ..พ่อแม่พี่น้องเอ้ย ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศชินวัตร เพราะประดาญาติพี่น้องในตระกูลชินวัตร จะตบเท้าดาหน้าเข้าสู่ทำเนียบไทยคู่ฟ้า นั่งบริหารประเทศไทยสบายใจเฉิบอีกครั้งไงล่ะครับ ทักษิณและพี่น้องตระกูลชินวัตรและลูกสมุนผู้หิวโหย จะยึดอำนาจรัฐไทยอีกครั้งได้สำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับรัฐบาลมาร์ค ณ ปชป. กับพวกกลุ่มเพื่อนเนวิน..รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลชุดปัจจุบัน จะบริหารประเทศไทยดีหรือห่วยแตกครับ

หากรัฐบาลอภิสิทธิ์บริหารประเทศดี ฝ่าข้ามวิกฤตทางการเมืองและเศรษฐกิจ จนเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนคนส่วนใหญ่ ทักษิณที่หวังจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกคำรบ ก็จะกลายเป็นเพียงแค่วิมานทรายริมทะเล ยามถูกคลื่นสาดซัด..ก็พังครืนลงทันทีไงล่ะครับ แต่หากรัฐบาลอภิสิทธิ์บริหารชาติหน่อมแน้มอ่อนแอไม่เอาอ่าวแบบ รัฐบาลสุรยุทธ์ จนถูกประชาชนก่นด่า.ไม่ยอมรับ รัฐบาลมาร์ค..นั่นแหละจะทำให้ทักษิณ กลับมายึดอำนาจรัฐคืนได้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน..

ที่ต้องพูดแบบตรงไปตรงมาก็ คือ รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องรับผิดชอบต่อบ้านเมือง หากทักษิณและพวกกลับขึ้นมาครองอำนาจรัฐได้อีกครั้ง เพราะเชื่อขนมกินได้เลยว่า..จะไม่เป็นผลดีอย่างใหญ่หลวงต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยเฉพาะสถาบันเบื้องสูงนั้น..จะไม่มีวันมั่นคงอีกต่อไป อะฮ้า..จะร้ายแรงขนาดนั้นเชียวหรือ?..มองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า..? ไม่เกินเลยหรอกครับพ่อแม่พี่น้องเอ๋ย เพราะอดีตตราบปัจจุบัน..

ทุกอย่างชัดแจ้งแล้วว่า อดีตคอมมิวนิสต์บางคน พวกนักวิชาการที่ต่อต้านสถาบันเบื้องสูงบางส่วน สื่อมวลชนขายตัวบางพวก นักการเมืองเสือหิวอีกไม่น้อย ที่สนิทชิดเชื้อและทำงานให้ทักษิณทั้งลับและเปิดเผย ได้ประกาศชัดแล้วว่า..พวกเขากำลัง “สร้างรัฐไทยใหม่” ด้วยน้ำมือของคนเสื้อแดง!

นักวิชาการ-นักเคลื่อนไหวทางการเมืองของทักษิณบางคน ได้ระบุว่า..รัฐไทยใหม่จะไร้ซึ่งคณะองคมนตรี ไร้สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และใครจะวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์รุนแรงอย่างไรก็ได้ โดยไร้กฎหมายอาญามาตราหมิ่นพระบรมเดชานุภาพใด ใช้ลงโทษคนสารเลวเหล่านั้นครับ ฯลฯ

ผมขอยิงตรงกลางแสกหน้าทักษิณเลยว่า นักโทษชายทักษิณมักพร่ำพูดคำว่า..จงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูงยิ่งชีวิต แต่ทำไมพูดกับทำ..ช่างต่างกันราวฟ้ากับดิน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ทักษิณกลับปล่อยให้คนที่ตนชุบเลี้ยงคนแล้วคนเล่า ทำการจาบจ้วง-ทำร้าย-ทำลาย-ล้มล้างสถาบันเบื้องสูงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น จักรภพ เพ็ญแข วีระ มุสิกพงศ์ สุชาติ นาคบางไทร ดา ตอร์ปิโด ฯลฯ รัฐบาลทักษิณและรัฐบาลนอมินีอย่างสมัคร-สมชาย ก็เสมือนจงใจปล่อยให้มีใบปลิว หนังสือ วีซีดี เว็บไซต์ ที่จาบจ้วง-ทำร้าย-ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ เกิดขึ้นทั้งในและต่างประเทศเผยแพร่ราวดอกเห็ด ฯลฯ

ที่สำคัญ..ตัวทักษิณเองนั่นแหละ เคยพูดจาและกระทำเรื่องอันมิบังควรต่อในหลวงหลายครั้งหลายครา แถมยังสติแตกเที่ยวใช้สื่อต่างประเทศแสดงความอาฆาตมาดร้าย และพูดประณามสิ่งที่เขาเรียกว่า “อภิสิทธิชน-ชนชั้นสูง” คณะองคมนตรี ศาลสถิตยุติธรรมอย่างสาดเสียเทเสียครั้งแล้วครั้งเล่าอีกด้วย

การที่นักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร บังอาจใช้ ส.ส.และขบวนการคนเสื้อแดง ออกมาทำสงครามเต็มอัตราศึก หวังจะล้มล้างคนที่ทักษิณเรียกว่า “อภิสิทธิชน-ชนชั้นสูง” คณะองคมนตรี ศาลสถิตยุติธรรม ฯลฯ ดังที่กำลังกระทำอยู่ในขณะนี้นั้น จึงเป็นสิ่งชั่วร้ายที่คนไทยทั้งประเทศรับไม่ได้และไม่อาจให้อภัยทักษิณได้เลย

นัก โทษชายทักษิณ ชินวัตร ผมขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายนะว่า นาย (เอ็ง) กำลังเดินลงสู่ขุมนรกอเวจีที่แท้จริงแล้วล่ะ เพราะยิ่งผิด-ยิ่งดิ้น-ยิ่งลำบาก ยิ่งสู้-ยิ่งทุกข์ ยิ่งสู้ตาย-ยิ่งใกล้ตายเข้าไปทุกวินาที!

จงหยุดเถิด..หยุดตรงขอบเหวนรกเถอะนะ..โยมแม้ว..!

หายหน้าหมดเลยพวกตัวป่วนขาประจ

หายหน้าหมดเลยพวกตัวป่วนขาประจำ
ทั้ง The Other แช่ม บางกอก พิราบขาว(สงสัยโดนจับไปทำลาบแว้ววว)
ประเด็นนี้พวกสาวก อ.โกเต็ก อ.เจิมสาก อ.วีระ สมควมคิด ถนัดที่สูด
งานกร่อยเลย โดน อภิสิด กษิด เตือก ทำเมินเฉย
ประเทศกำลังเสียดินแดนต่อหน้าต่อตา
ต่อไปเขมรเปิดให้ขึ้นเขาพระวิหารทางเขมรด้านเดียว
คนไทยแถวชายแดนก็กินแห้ว..นี่ไงผลงานพรรคประชาวิบัติ
พรรคเพื่อนเนรวิน พรรคร่วม 10 เดือน
ประเทศเสียหายประเมินค่าแทบไม่ได้
นักกฎหมาย งานเข้าแล้ว ใครทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน
ปล่อยไว้ไม่ได้..
จะต้องโดนลงโทษ ถ้าเป็นสมัยก่อนคงโดนตัดหัวยกเล้า

อ.โกเต็ก อ.เจิมสาก สมสาก จำรอง สม(ขี้)เกลียด แกนนำ
และสาวกหางเหลือง ทำไมเงียบจัง..
ถ้าเป็นรัฐบาลซีกคนเสื้อแดงป่านนี้ สมุนไอ้เตือก จับวงพี้กระท่อม
ขนอาวุธ มีด ไม้ ไม้กอล์ฟ ปืนออกมาปิดนู่น ปิดนี่ ประเทศลุกเป็นไฟแว่ว
นี่ก็คือระบบสองมาตรฐานของม็อบมีเส้นเลือกเล่นเป็นเรื่องๆ
จะโค่นฝ่ายตรงข้าม กอดขาซบตักขันทีอย่างเดียว
เลือดรักชาติรักสถาบันของพวกเสื้อเหลืองทำไมจางเร็วผิดปกติ..

...หรือรวยแล้วเลิก..ไม่มีน้ำเลี้ยงก็เลยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
อ.โกเต็ก อ.มาร์ค ย่องไปแฮมเบอร์เกอร์ตากอากาศเมืองนอก มะกัน สบายใจ
ปล่อยให้สาวกสู้โดดเดี่ยวเดียวดาย..น้ำลดตอผุด
ฝนตกขี้หมูไหลคนจัญไรไปสุมหัวฝั่งขันทีกันหมด..

กร๊าก.....กักๆๆ บ่นถึงโจโฉ

กร๊าก.....กักๆๆ
บ่นถึงโจโฉ โจโฉ เอ๊ย เดอะขี้เท่อก็โผ่ลมา
หนีจากโรงพยาบาลศรีธัญญา สิท่า
บ่นอะไรเรื่องเต้าเก่าๆ..ตอนนี้นักโทษมีเพิ่ม
ทั้งนช.สนธิลิ้ม..ว่าที่ นช.กษิต

รออีกสักพักรอตอนรับ..
ว่าที่ นช.มาร์ค..นช. เตบเตือก กรรมเริ่มส่งผล ...
ทำให้ไทยเสียดินแดน ใจจริงก็ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิด
แต่ความโงเขลาเบาปัญญาของ นายกฯ รมต.ต่างประเทศ
นักสร้างภาพทำให้ไทยเสียค่าโง่อย่างไม่น่าจะเกิด
ประเด็นนี้..จับตาดูต่อไป..มาร์ค กษิต เตบเตือก อาจไม่มีแผ่นดินอยู่
ประวัติศาสตร์จะจารึกชื่อบุคคลนี้ชั่วลูกหลานแน่
ถ้าไทยเสียดินแดนทับซ้อนจริงและถ้าเยียวยาไม่ได้..
เอาอ้อยออกจากปากช้างยังง่ายกว่าทวงคืนดินแดนจากฮุนเซ็ง...

เราก็เป็นงงอยู่เหมือนกันทำไมม

เราก็เป็นงงอยู่เหมือนกันทำไมมาคิดคลั่งชาติและรักชาติในตอนนี้ ที่แล้วๆมาทำไมเราไม่กระตื้อรือล้นที่จะช่วยกันปกป้องดินแดนซึ่งเป็นมาตุภูมิที่บรรพบุรุษได้ปกป้องเอาไว้ ดูง่ายๆ แค่ ปัญหาปักษ์ใต้ทำไมไม่คิดแก้ไขกันอย่างจริงจัง ปล่อยให้บานปลายยากที่จะแก้ไข มัวแต่มาแย่งอำนาจแย่งชิงผลประโยชน์กันในกรุงเทพๆ จนบ้านเมืองเละเทะคนในชาติแตกแยกกัน ไม่มีอะไรเป็นหลัก เกินกว่าที่ควรจะเป็น ปรากฎการณ์ตั้งแต่สามปีที่แล้วมาจะเป็นลิ่มที่ตอกให้สังคมแตกแยกกว้างมากขึ้น พวกที่วางแผนอยู่เบื้องหลังคงจะรู้แก่ใจดีว่าพวกตนได้วางแผนให้ประเทศชาติเสียหายแค่ไหน แล้วจะต้องมานั่งเสียอกเสียใจในภายหลัง ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ไม่ควรทำ เศร้าใจ...

ถ้ามอง The Other

ถ้ามอง The Other เป็นตัวป่วนก็อาจผิดไปตามทัศนะผมนะ ผมมองว่า เขาไม่ใช่ตัวป่วน แต่เป็นเพียงหนึ่งใน "วอร์รูม" ขบวนการต่อต้านทักษิณ ที่ "แบ่งงานกันทำเป็นระบบ" เพราะสังเกตดูแทบทุกข่าว ที่เสนอผ่านเวบประชาไท ขบวนการนี้ จะรีบเสนอข้อคิดทวนกระแส ทันที แล้วทำตัวหายจ้อย เพราะไม่รู้จะมาร่วมถกเถียงอะไร ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูล ฐานคิด ฐานทฤษฎี หรือฐานปรัชญา

ส่วน บางกอก แช่ม พิราบขาว ซึ่งบางคนก็เป็นข้าราชการ แต่จะสีกากีตำรวจ มหาดไทย หรือสีเขียว ก็ช่างเถอะ ผมมองว่าเขาไม่ใช่ตัวป่วนหรอก เท่าที่ติดตามอ่านแนวคิด ผมว่าพวกเขามีฐานคิดเฉพาะตัว แม้ไม่ค่อยตรงกับกระแสหลักในบอร์ด แต่ก็ยังเป็นนักคิด และร่วมถกเถียงในเชิงเหตุและผล ผมจึงมองว่าพวกเขาไม่ใช่ตัวป่วนหรอก รวมทั้งหลายคนที่ไม่ได้ออกชื่อด้วย ว่าไปแล้ว กระทั่งฝ่ายที่ถูกเชื่อว่า เป็นกลุ่มกระแสหลักในนี้เอง ก็ยังมีฐานคิด และฐานข้อมูลบางอย่างที่แตกต่างกัน ใช่ว่าจะตรงกันทั้งหมดนะ

เอาน่ะ แต่ถึงที่สุดแล้ว ก็นี่แหละการถกเถียง เพื่อสร้างสรรค์

Agreed.

Agreed.

Couldn't agree more with your

Couldn't agree more with your comment : )

ผมชื่นชมในattitudeของคุณเป็นใครไม่สำคัญมากครับ เพราะแนวคิดแบบของคุณทั้ง"สำคัญ"และจำเป็นสำหรับสังคมที่กำลังมีความขัดแย้งทางแนวคิดแบบนี้ แม้จะมีความเห็นตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง แต่การเปิดใจยอมรับฟังและใช้เหตุผลพิจารณานับว่า"เป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์"เหนือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงในการอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย

โดยส่วนตัวผมเห็นว่า นายวีระ และพรรคพวกไม่ได้กระทำการโดยโง่เขลาขาดสติ พวกเขารับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในดินแดนพิพาทมานานแล้ว รับรู้การบุกรุกของชาวเขมรอยู่แล้ว รวมถึงตัวแทนพวกเขาคือนายกษิตก็เป็นถึงรมว.ต่างประเทศรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง พวกเขารู้ดีว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์กำลังทำอะไรอยู่ ดังนั้นการตัดสินใจกระทำการที่ดูโง่เขลาครั้งนี้ จึงเป็นการ"จงใจ"จัดฉากขึ้นมา เหมือนเปิดวิกลิเกเรียกคนดู เพื่อแย่งคนดูจากพวกเสื่อแดงที่ลานพระรูปมากกว่า

สิ่งสนับสนุนก็คือ นายกษิตเองก็กบดานเงียบทั้งที่เป็นเจ้าของเรื่องคนหนึ่ง และถ้าพันธมิตรยุติการเคลื่อนไหวไว้เพียงแค่นี้ ก็ยิ่งยืนยันในสมมุติฐานของผม ว่างานนี้เป็นเพียงลิเกจัดฉากเพื่อพยายามขโมยซีนจากเสื้อแดงเท่านั้น พวกหัวขบวนอย่างนายลิ้ม นายจำลองถึงนอนพุงอืดไม่ออกมาร่ายคาถามหาระรวยให้พ่อยกแม่ยก กรี๊ดๆ เอวัง

ครับผมเห็นด้วยกับบทวิเคราะห์น

ครับผมเห็นด้วยกับบทวิเคราะห์นี้แค่บางเรื่องโดยเฉพาะเรื่อง การเอาการเมืองศึกในไปมั่วกับศึกนอกของคนไทยต่อกรณีนี้(พระวิหาร)จนเกิดความเสียหายหลายอย่าง(คล้ายๆกรณีไส้ศึกหรือข้อมูลอินไซด์เดอร์)ทั้งที่เขาสวมเขาให้เราแล้วพยายามเสี้ยมเขาให้เราขวิดกันยังไม่รู้ตัว?

แต่ส่วนใหญ่เห็นค้านกับเจ้าของบทความนี้โดยเฉพาะการมองเนื้อหาเรื่องนี้ขาดการแยกแยะประเด็น? แต่เอาประเด็นรวมๆมาเหมาเข่งรวมแล้วยกประโยชน์ทั้งเข่งให้คนอื่นประเทศอื่นหน้าตาเฉย?จนเป็นไปในลักษณะเพิกเฉยไม่ดูแลผลประโยชน์ชาติอย่างที่ควรเป็น?(ถ้าแยกไม่เป็นจะจะแผ่นเสียงตกร่องเรื่องคลั่งชาติ)

คือเห็นๆอยู่?มันคืออะไรปฎิเสะไม่ได้เหรอครับว่าเราถูกระทำ แต่ดูๆหรือดูดายไปงั้น?แถมดันไปคอนเฟิร์มบางเรื่องเอามามั่วบางเรื่องเช่น ประเด็นนี้ มันทั้งมีส่วนและไม่มีส่วนกับมติองค์กรโลกทั้งศาลโลกและยูเนสโก้ นั้นคือการ โมเมผนวกรวมพื้นที่ทับซ้อนและเข้ามายึดพื้นที่ทับซ้อนจนถึงปลูกสร้างถาวรวัตถุในที่ตรงนั้นผิดข้อตกลงร่วมทางชายแดนที่เขาตกลงร่วม(คือถ้าไม่ตกลงร่วมมันอาจจะต่างคนต่างอ้างสิทธิหรือตีความพื้นที่ทับซ้อนต่างกัน)และอาจลามไปไกลถึงผลประโยชน์ทางทะเลฯมหาศาล?

จนถึงเนื้อหาการเคารพศาลโลก หรือองค์กรระหว่างประเทศที่เจ้าของบทวิเคราะห์นี้หลับหูหลับตาอ่าน อาขยาน พูดเข้ารกเข้าพงไปกล่าวหาคนไทยกันเองว่าถ้าเราไม่เคารพมติศาลโลก(ตรงไหนเราโดนสวมเขาเราก้ทำหน้าที่ขวิดกันเองไม่เคยเลยแม้แต่จะเล็งไปที่ศาลเลย) จนเลยเถิดไปถึงเสนอให้เราก็ถอนตัวไปเลย เป็นนักวิชาการค่ายไหนเสียสติไปแล้วหรือไร?

ตรงไหนที่เราไปละเมิด หรือไม่เคารพ ทั้งที่แล้วมาเราถูกกระทำน้ำหน้าคนแบบคุณ? มีสำนึกบ้างไหม?ในความรู้สึกถูกกระทำจากคำตัดสินศาลโลกคุณจึงไม่รู้สึก? หรือรู้สึกแต่แค่ผ่านๆไป ที่สำคัญเราไม่เคยไปละเมิดอำนาจศาลโลก เราเคารพมาตลอด ทั้งแต่ก่อนและทุกวันนี้

และเคารพเกินเลยจนเพิกเฉยที่ใช้สิทธิ์สงวนฯนั้นด้วยซ้ำ?(แบบว่าเชื่องมากไง?) ทั้งที่กระบวนการศาล ไม่ใช่ตัดสินแล้ว ว่าเขาเอา"เขา" มาวางไว้บนหัวคุณ คุณก็มีสิทธิ์แค่ก้มหน้ากมตารับกรรมนั้นที่ศาลก่อหรือกระทำต่อคุณเท่านั้น? เพราะระบบศาลกระบวนการศาลมีการให้โอกาสคู่ความตลอดจนมีระบบศาลหลายศาลนั้นคือหลักการณ์ทั่วไปจนถึงศาลโลก

เขาตัดสินแล้วเขาก็ไม่ได้ปิดโอกาสจนถึงมีข้อวินิจฉัยในความไม่ชอบมาพากลของตุลาการฯบางท่านในการให้ความเห็นแย้งคำตัดสิน และช่องทางขอสงวนฯนั้น แม้เราขอไว้แต่ไม่ได้ใช้?หลายคนบอกตกไปแล้วจบแล้ว (ยังนู๋ๆอย่าซื่อบรือซือแค่ว่าเขาสวมเขาให้เราต้องเป็นควายได้เท่านั้น) กระบวนการทางศาลมีช่องทางอื่นๆมากมายในระเบียบศาลโลก(มาตราอะไรเคยมีคนยกมาแล้วในนี้และหลายที่ผมขี้เกียจไปเสิร์ทและยกมาให้ดู)

และเป็นช่องทางทางศาลที่เราจะใช้กระบวนการยก"เขา"ออกจากหัวคุณคืนความเป็นธรรมและเป็นไทยให้คุณได้ และที่แล้วมาเราเคารพศาล ทั้งที่ผลการตัดสินมันค้านพยานในที่เกิดเหตุ ชนิดที่ถ้าศาลมายืนตัดสินหรือนั่งตัดสินในที่เกิดเหตุไม่ดูตาม้าตาเรือ บางที่เผลอพลาดตกเขาลงไปหาเขมรต่ำเพราะเวรกรรมที่มันตาต่ำหรือศาลตาบอดมองเรื่องนี้จากพยานในที่เกิดเหตุไม่เห็น คือมันจะจะมากพยานในที่เกิดเหตุถ้าเขามีขา เขาคงจะเดินไปมอยสันขวานให้ศาลโลกในวันตัดสินนั้นแล้ว มันหลับหูหลับตา แทงผลการตัดสินออกมาได้อย่างไร

จากแผนที่หมดเม็ด ที่ค้านสนธิสัญญาก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ? หลักฐานที่หมกเม็ดส่อเจตนาทุจจริตแบบนั้นศาลยังหลับหูหลับตาให้น้ำหนัก(แถมแผนที่ทำขึ้นฝ่ายเดียวและทำขึ้นแบบค้านสนธิสัญญาหลัก(สันปันน้ำ)แบบนี้หลับหูหลับตาให้น้ำหนักไปได้อย่างไร)

และเพราะศาลดูแค่แผนที่จึงไม่รู้มิติด้านลึก(ความสูงต่ำของสันเขาในพยานทางธรรมชาติที่โยงสนธิสัญญาที่ลงนามสองฝ่ายร่วมกันตกลงสองฝ่าย แต่แผนที่ทำฝ่ายเดียวกลับมีน้ำหนักทางศาลกว่า มันบ้าไปแล้ว) แบบนี้มันน่าโดนสันขวานจามหัวไหมล่ะ?มั่วมาแบบนี้)
โอเคสรุปคือมันมั่ว? ตามแผนที่หมาอำนาจ(ฝรั่งเศสขณะนั้น) มันฉี่ข้ามเขามาประกาศบริเวรได้ เรื่องแปลกๆแบบนี้ศาลยังเชื่อ? ถ้าไม่เอาสันขวานให้มันก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว? ถ้าเป็นคนประเทศอื่น แต่นี่ประเทศไทย เรายอมรับคำตัดสินมาตลอด แต่คงห้ามความรู้สึกที่ศาลเอาเขาควายในคำตัดสินมาใส่ให้เราอย่างไม่เป็นธรรม เพราะคนทำมันไม่รู้ว่านั้นคือไม่เป็นธรรมไปสวมคำตัดสินซั่วๆมั่วมาแบบนั้น(โอเคแม้หลักฐานมันมีตามนั้นและของเราอ่อนเอง)ไม่มาปรึกษาสันเขาตรงนั้นเผื่อนสันเขามออีแดง จะมอบสันขวานไปช่วยจามศาลให้

เพราะมันหลับหูหลับตาอ่านคำตัดสินโดยไม่ดูพื้นที่ มันหน้าด้านขนาดนั้นเรายังยอมมัน แต่โดยกระบวนการศาลมันไม่ได้ยุติแค่นั้น นั้นคือศาลบางท่านที่ดวงตายังเป็นธรรมอยู่แต่เพราะมันมัดมือชกข้อมูลฝ่ายเดียวหรือเราไปแต่ไม่พร้อมที่แม้แต่แผนที่ยังทำขึ้นฝ่ายเดียว แล้วเอากฏหมา ปิดปากมามัดมือชกอีก?

กระบวนการศาลที่เป็นกระบวนการตามหลักสากลจะต้องให้โอกาสของคู่ความถ้ามีคำแย้งใหม่ที่มีเหตุมีผลหักล้างการตัดสินครั้งแรกที่แม้แต่ศาลเขายังพยายามจะให้เราเอามาชี้แจงแต่เพราะความไม่พร้อม จึงไม่ใช่ว่ากระบวนการศาลจะปิดตายลงตรงนั้น?

สำคัญคือเรามีข้อมูลใหม่ไหม? (มี!อ้อเลย?ตอนนี้ผมมีอื้อเลยทั้งหนุมานถวายแผน และหักงวงอัยการศาลโลก) ถ้าให้ผมทำจริงๆ จะตอกมันให้หน้าหงายด้วยท่าแม่ไม้มวยไทยที่ว่ามานั้นล่ะ? ให้มันคลานกลับบ้านไม่ถูก แบบลืมบ้านเลขที่กลับบ้านมันไปเลย ไม่ได้โม้ วันไหนมีเวลาจะมาชี้เป็นข้อๆ

แต่ปัญหาคือความบ้าบอของนักวิชากวน ซื่อบรื่อ แบบอ.ท่านนี้ต่างหาก ที่มั่วเห็นเขาควายเขาสวมคำตัดสินให้เรา ตัวเราก็ต้องปรับตัวเป็นควายตามนั้นเชื่องบนสันเขา"มอ"อีแดง(มอ ภาษาอิสาณคือควาย) แบบนั้นเหรอ? เรายอมเป็นควายตามมติศาลโลกได้ ในระดับหนึ่งจนถึง เวลาที่เราจะเป็นไท ได้ ไม่เป็นควายอีกต่อไป? ทำไมนักวิชากวน.ท่านนี้หรือคนไทยใจเขมรหลายคน ?จึงต้องเอาเชือกมาผูกสนตะพายคนไทยว่าอย่าดิ้อ? เป็นควายให้เขาสวมเขาคำตัดสินแบบนี้ละดีแล้ว?

เอาแค่เรื่องศาลโลกแค่นี้ เรายังควายกันไม่พอใช่ไหม? เพราะเขมร ตอนนี้ มันเอาควายไทไปไถนาทำมาหากินในพื้นที่ทับซ้อนแล้ว แถมสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรทำนาบนหลังควายไทลามไปถึงอ่าวไทย เรายังไม่รู้สึกตัวกันอีก?

เขาผิดข้อตกลงตรงนี้แบบไหน?อย่างไร?มันยังไม่รู้สึกตัวอีก ?ต่อรอง หรือเจรจาหาบ้าหาบออะไร? เพราะถ้าต่อรองตามกรอบนี้ตามนั้น ร้อยหนึ่งเราจะได้ขี้หมา มากองเดียว เพราะความเสียหายถ้าเกิดเขาลากยาวไปแนวเดียวกันไปถึงผลประโยน์ทางทะเลฯจากการที่เราไม่แย้งหรือค้าน ก็เท่ากับยอม(มุกเดียวเหมือนตอนศาลโลกเปี๊ยบเลยไหม?)

จะเอาอะไรไปต่อรองเขมร เช่น ถ้าปิดเขาพระวิหาร หรือเอาต่างชาติมาลงทุนแหล่งพลังงานทางทะเลฯ ขี้หมาสักกอง เรายังไม่มีสิทธิได้ดมเลย? นับประสาอะไรที่จะไปบอกเจรจาบนหน้าตักที่เป็นรองสุดกู่แบบนั้น

พูดจาไม่รู้ไม่รู้ประเด็นที่จะเอา พล่ามไปเรื่อย แต่เขมร รุกแต่ละเรื่องเนื้อๆทั้งนั้น เรามีแต่พล่ามตามน้ำตามกระแสการเมือง(คุณพูดถูกเรื่องเดียวนั้นคือการเมือง) นอกนั้นพล่ามมีแต่น้ำ แถมเอาเป็นน้ำแกงที่เคี้ยวจนข้นแล้วไปถวายให้เขมรด้วยซ้ำ? ปล่อยให้สภาพเขาสวม"เขา"ให้ ก้ต้องยอมเป็นควายตามนั้น ต้องกินน้ำในคลองหนองน้ำมออีแดงร้องมอมอมอกันต่อไป

หรือน้ำใต้ศอกซ้ำนอก(ระหว่างประเทศกรณีรัฐอันธพาลที่เขมรออกแบบหน้าตาให้) และซ้ำในซัดกันเองเพราะโยงการเมืองอย่างที่เห็น)

ใครละเสี้ยมแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ? พูดจามีแต่ให้ตัวเองเสียแบบนักวิชากวนท่านนี้? มีแต่น้ำไม่มีเนื้อ นั้นเห็นเขมรต่ำเขาทำไหม? แต่ล่ะอย่างรุกแต่ล่ะเรื่องผลประโยชน์ชาติเนื้อๆ แถมยังเสี้ยมเขาควายที่เขาร่วมกับศาลโลกสวมให้เรา ให้มันแหลมพอที่คนไทยจะไล่ขวิดกันเองตามภาพข่าวแบบนั้นตรงนั้นไหม? เพราะเขาหลอกให้เราซ้ำในก่อน ต่อมาหลอกล่อให้เราซ้ำนอก

ซัดกันในที่ของตัวเองแท้ๆแต่เขาหาว่าเราคือ รัฐอันธพาลได้ เขมรไม่ได้เสียหายอะไรมีแต่ได้? แถมได้มาแบบโกงด้านๆด้วยแต่ภาพกลับเห็นเราเป็นรัฐอันธพาลไปทวงของเราคืนมา ไม่ได้เพราะมีใบแสดงสิทธิถือครองของ ของคนอื่นจากศาลโลกโบกบาทาคนไทยไว้ว่า อย่าหือรือ ไม่งั้นจะโดนชาวโลกโบกบาทาแน่ ข้อหารัฐอันธพาลที่เขมรออกแบบหน้าตาให้รัฐไทยเป็นอันธพาลทั้งที่จริงๆคือถูกระทำ???

เราโดนกันขนาดนี้มันยังไม่รู้สึกกันใช่ไหม? มันหนาแบบ กลวงๆกว่าควายไหม?โถ่ประเทศชาติ???

ก่อนที่จะดีเบตเรื่องเขาพระวิห

ก่อนที่จะดีเบตเรื่องเขาพระวิหาร ต้องขอพูดถึงไอ้ควาย หางด้วนthe otherก่อน
มันคงไม่ผิดไปจากความจริง ที่จะกล่าว่า ไอ้ควายหางด้วนthe otherนั้นก็คือซากเดนของพวกสากดินาอำมาตยาทรราชเน่าและแมงสาปเน่า ที่คิดที่แต่จะเอาเปรียบในสังคม และพยายามที่จะทำลายระบอบประชาธิปไตยเพื่อให้คงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆซึ่งก็คือคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยเทียม หรืออีกนัยหนึ่งคงไว้ซึ่งระบอบมาเฟีย เผด็จการทรราชเน่าให้เกาะกินทำลายประเทศชาตินี้ จนมันเหลือแต่เศษกระดูก นั่นคือ ทิ้งเอาไว้ซึ่งมลพิษสิ่งแวดล้อมเป็นพิษมลภาวะ รวมทั้งสังคมคนกินคน อันได้แก่ สังคม18มงกุฏ ต้มตุ๋นหลอกลวง
สังคมค้ามนุษย์ ค้าบริการทางเพศที่ไม่เว้นแม้นกระทั่งเด็กเล็ก
สังคมที่เต็มไปด้วยการค้ายาเสพย์ติดที่ทำลายอนาคตของชาติอย่างสุดทรพีเลือดเย็น
สังคมที่เต็มไปด้วยขโมยโจรการอ่ออาชญากรรม
สังคมที่เต็มไปด้วยเรื่องงมงายไสยาศาสตร์ เพียงสื่งเดียวนั่นคือความโลภที่อยากที่จะได้อะไรมาอย่างง่ายๆโดยไม่ต้องออกแรง แต่พึ่ง เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือแม้นกระทั่งภูติผีปิศาจ สัตว์หรือต้นไม้ที่พิกลพิกาลและแม้นกระทั่งจอมปลวก จนกระทั่งนกแสก กุมารทอง9ล9
สังคมที่เต็มไปด้วยการคอรับชั่นที่เป็นมันทุกระดับ ชนิดที่จับที่ไหนหรือแตะที่ไหนเป็นพบว่ามันเน่าและเละเทะไปทุกที่ทุกหน่วยงานไม่ว่าภาครัฐภาคเอกชน
(ตัวอย่างของการแดกอย่างนิ่มๆนั่นคือการที่รัฐบวมโจรก่อการร้ายยึดสนามบินมารคม7 ได้ทำการอนุมัติทิ้งทวนให้กับเหล่าทหาร เป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท ทั้งๆที่ขณะนี้ประเทศชาติอยู่ในสภาวะ ประชาชนแทบจะต้องกินแกลบ และไอิ้รัดทะบวมควาย มันก็ยังดันไปกู้มาแดก8แสนล้านบาท แล้วเอามาถลุงแบบชนิดโคตรพ่อโคตรแม่มันไม่สั่งสอน
มันน่าสนใจตรงที่รัดทะบวมโจรก่อการร้ายมันอนุมัติงบโดยไม่ให้สภาอนุมัติ ซึ่งผิดกฏหมายรัฐธรรมนูญ ปี2550ที่พวกมันตั้งขึ้นมาเองอย่างชัดแจ้ง ที่ได้ห้ามรัฐ กระทำการทำสัญญาผูกพันทำธุรกรรมใดๆกับต่างประเทศ โดยที่ไม่ได้มีการผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเสียก่อน แต่นี่ไอ้แมงสาปเน่ารัดทะบวมโจร มันกล้าหน้าด้านกระทำสิ่งที่ผิดกฏหมายรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง ความสำคัญยังไม่เท่านี้ แต่ทว่า มันยังได้ฉีกกฏหมายเดิมๆ ที่ได้ตราเอาไว้ว่า การซื้อขายอาวุธสงครามนั้น
จะต้องทำการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐและที่สำคัญต้องเป็นแบบการซื้อขายชนิดต่างตอบแทน นั่นหมายความว่าถ้ารัฐไทยจะซื้อเครื่องบินรบ เรือรบรถถัง ปืนไรเฟิ่ลปืนใหญ่ กับรัฐต่างประเทศ รัฐต่างประเทศนั้น ก็ต้องซื้อสินค้าจากไทยด้วย
การที่มีกฏหมายเช่นนี้ออกมา มันดีอย่างยิ่ง เพราะสามารถป้องกันการคอรับชั่นได้เพราะเป็นการซื้อแบบรัฐต่อรัฐไม่ผ่านนายหน้าไม่มีค่าคอมมิชชั่นสำหรับนายทหารที่เ็ซ็นต์ชื่อซื้อหรือเซ็นต์รับสินค้า ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการช่วยอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมภายในประเทศ ให้ขายสินค้าเป็นการแลกเปลี่ยนได้ด้วย แต่นี่ไอ้รัดทะบวมโจรก่อการร้ายยึดสนามบิน มันยกเลิกหมด หันกลับไปใช้แบบเดิมๆในอดีตยุคทรราชนั่นคือให้ไปจัดหาซื้อเองโดยไม่ต้องผ่านรัฐ ผลก็คือ แดกค่าคอมมิชชั่นกันแบบเรื่อยๆมาเรียงๆ หรือแดกกันแบบชนิดขอให้เหมือนเดิม คือแดกกันพุงกางบนคราบน้ำตาของปวงประชาราษฏร์ที่ต้องทำงานหนักเสียภาษีให้กับเหล่าอสุรกายเลวรายำเหล่านี้
ความจริงฝ่ายค้านน่าจะใช้เรื่องนี้อภิปรายในสภา รวมทั้งยื่นเรื่องให้ปปช(ดูซิว่ามันจะแถยังไง)หรือแม้นกระทั่งยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ก็น่าที่จะย่อมได้

นิตยสารฟอรบส์ฉบับล่าสุด ปีนี้ ได้รายงานอันดับมหาเศรษฐีของไทย พบเรียงลำดับความรวยดังนี้
กระทิงแดง เฉลียว รวยระดับมีเงินกว่า1แสนสามหมื่นล้านบาท
ซีพี เจริญโภคพันธ์ รวยระดับ1แสนล้านบาท
เจริญเบียร์ช้าง รวยระดับ9หมื่นล้านบาท
เครือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรั่ลรวยระดับ9หมื่นล้านบาท
เบียร์สิงห์
ธนาคารกรุงศรี
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แลนด์แอนด์เฮ้าส์
เจ้าของรายการทีวีที่จัดละครจัดรายการ
ช่อง3
9ล9 ส่วนทักษิณมาอยู่ลำดับที่16 ด้วยทรัพย์สินราว1หมื่นกว่าล้านบาท
การที่สื่อที่เชื่อถือได้ระดับโลก ประกาศรายชื่อออกมา มันได้บอกอะไรกับคนไทยบ้าง
คนไทยตาสว่างขึ้นบ้างหรือไม่ หรือว่ายังคงดักดานอยู่ ที่จะยอมให้ ไอ้ควายหางด้วนthe other มันมาแหกตาหลอกลวง

หันมาดูยังประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเช่นสหรัฐ ประชาชนอเมริกันที่ร่ำรวย(คาดว่ารวยน้อยกว่ามหาเศรษฐีของไทยแน่ๆ)
พวกเขาบริจาคเงิน เพื่อการศึกษา ค้นคว้าวิจัย บางมูลนิธิ ได้ให้เงินเพื่อการกุศลนี้ถึงปีละราว9พันล้านบาทไทยและให้มันทุกปี
ให้แบบชนิดที่ไม่มีข้อผูกมัด ต่อผู้ที่ได้รับทุนวิจัย
หันมาดูตอแหลแลนด์ มีไหม ไม่มี นอกจากไม่มีแล้วยังจะไถอีกต่างหาก
สิ่งที่น่าสนใจจากรายงานของฟอรบส์นั่นคือ พวกเศษสื่อเน่า นั้นต่างร่ำรวยมหาศาลชนิดที่แทบเหลือเชื่อเพราะมีถึง3รายใน10อันดับแรก ที่ต่างก็รวยกันอย่างมหาศาล นี่ยังไม่นับรวมพวกเศษสื่ออีแอบที่ต่างก็ร่ำรวยมหาศาลเป็นจำนวนมาก
(มันจะเป็นการดีอย่างยิ่งที่กรมสรรพากร ช่วยประกาศรายชื่อผู้ที่หรือบริษัทที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล50อันดับแรกให้กับสาธารณชนทราบ เพื่อที่จะได้เทียบกับนิตยสารฟอรบส์ เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะบอกว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่น่าที่จะเป็นการยกย่องเชิดชู บุคคลหรือบริษัทที่เสียภาษีให้กับรัฐซึ่งนั่นก็คือเสียภาษีให้กับประเทศว่าเป็นบุคคลหรือบริษัทที่รักชาติมีเกียรติน่ายกย่อง)

ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆนั้นประชาชนย่อมที่จะไม่มีรายได้ที่แตกต่างกันดังฟ้ากับเหวหรือสวรรค์ชั้นอัครนิพรหมกับนรกขุมที่18แน่

ถามจริงๆเถอะ ยังอยากที่จะอยู่ภายใต้ระบอบสากดินาอำมาตยาทรราชเน่าอีกหรือ ยังอยากที่จะมีชีวิตอยู่ภายใต้การหลอกลวงเรื่องฟ้าลิขิตหรือโชคชะตาอีกหรือ ทั้งๆที่ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่มันเกิดขึ้น ไม่ใช่จากฟ้าลิขิต หรือโชคชะตา
แต่ทว่ามนุษย์ด้วยกันต่างหาก ที่มันได้ทำให้เกิดความแตกต่างเยี่ยงนี้ขึ้น

ส่วนเรื่องเขาพระวิหาร ต้องชี้นิ้วโทษพวกสากดินาทรราชอำมาตยาเน่าและพวกแมงสาปอย่างเดียว เพราะคือพวกที่สร้างขี้
เอาไว้ให้กับประเทศนี้
หลังจากที่สยามรบแพ้ฝรั่งเศสในรศ112 ไทยก็ต้องเสียดินแดนที่รวมๆกันทั้งหมดไปราว6แสนตารางกิโลเมตร(นับตั้งแต่ร2-ร5 ซึ่งมีทั้งที่เสียให้พม่าจีนรวมทั้งฝรั่งเศสและอังกฤษ) ซึ่งนั่นรวมถึงเขาพระวิหารด้วย

และมาตอกย้ำอีกครั้ง ว่าไทยนั้นต้องสูญเสียเขาพระวิหารจริงๆ สมัยสฤษดิ์ ที่สู้กันในศาลโลก ซึ่งเสนีย์แห่งปชปเป็นหัวหน้าคณะทนายความไทยไปสู้ความที่ศาลโลกที่กรุงเฮก ไทยแพ้7ต่อ3 ขนาดที่ญี่ปุ่น อินเดีย ก็ยังตัดสินให้ไทยแพ้ดังนั้นอย่าไปด่าฝรั่ง อ้อยูเนสโก้ตอนนี้(ปี2009)เลขาธิการคนใหม่ ก็เป็นชาวอิยิปต์ไม่ใช่ฝรั่ง คนไทยควรจะทราบความจริงข้อนี้
ระหว่างที่สงครามเวียตนามซึ่งยุติลงโดยที่เวียตนามเหนือชนะเวียตนามใต้และสหรัฐ เขมรแตกเขมรแดงสามารถยึดพนมเปญและเขมรจากนายพลลอนนอลได้ เขมรแดงไล่ฆ่าคนเขมรด้วยกันเองรวมทั้งไล่ฆ่าคนเวียตนามที่อาศียอยู่ในเขมร
และเขมรแดงได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า ทุ่งสังหาร ขึ้น คนเขมรตายไปกว่าสองล้านคน และคนเขมรเชื้อสายเวียตนามโดนฆ่าตายไปนับหมื่น นี่เป็นสาเหตุๆหนึ่งที่ทำให้คอมมิวนิสต์เขมรแตกออกเป็นสองเสี่ยง นั่นคือเฮงสัมรินไปเป็นสายคอมโซเวียตต่อมามีฮุนเซ็นมาเข้าร่วมและฮุนเซ็นกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในโลกนั่นคืออายุราว29ปี
ส่วนเขมรแดงนำโดยพลพต เขียวสมพร และคอมประหลาดคือสีหนุ ที่หลบอยู่ที่ปักกิ่งจนหมดสงคราม
เวียตนามหลังจากรวมชาติได้และเห็นคนของตนโดนฆ่า ก็เลยเข้าช่วยเฮงสัมรินฮุนเซ็น ยกกองทัพเวียตนามพร้อมกองพลรถถังที34 ตีจนพวกเขมรแดงพลพต ต้องพ่ายแพ้ทิ้งพนมเปญ และมาหลบอยู่ตามตะเข็บชายแดนไทยเขมร
ในปี2536 ซึ่งตอนนั้นเขมรแดงแตกแล้วและได้หลบมาอยู่แถบชายแดนด้านเขาพระวิหาร(พลพตตอนช่วงวัยสุดท้ายได้แต่งงานกับหญิงไทยที่บริเวณแถบนั้น นิตยสารไทม์เคยได้เข้าไปสัมภาษณ์พลพตที่บ้านรวมทั้งภรรยาชาวไทยของพลพต
และพลพตได้ทิ้งวาทะที่สำคัญเอาไว้ โดยที่เขาปฏิเสธว่า เขาไม่ใช่ฆาตรกร และเขาบอกว่า ให้มันแล้วๆไป(let it gone
be by gone)
ในปี2536ซึ่งขณะนั้น คือรัฐบาลชวน1ของพรรคประชาธิปัตย์ รัฐบาลเขมรฮุนเซ็น ได้มีการตัดทางสร้างถนน เข้ามาที่บริเวณเขคทับซ้อน4.6ตารางกิโลเมตรและบริเวณเชิงเขาพระวิหาร เพื่อที่จะส่งทหารมาปราบพวกเขมรแดง ดังนั้นที่บริเวณเขาพระวิหารจึงเต็มไปด้วยกับระเบิดของทั้งสองฝ่าย รัฐบาลชวน1ประชาธิปัตย์ ไม่เคยแสดงออกถึงการออกมาคัดค้าน หรือฟ้องต่อองคการสหประชาชาติ ในเรื่องนี้แต่อย่างใด ปล่อยมันไปตามเวรตามกรรมทิ้งขี้เอาไว้
ไอ้เรื่องที่คิดจะปักปันดินแดน ไม่เคยมีความคิดอยู่ในสมอง

ในปี2552คือปีนี้เอง ที่แมงสาปเน่า มารคม7 ขึ้นมาก็เช่นกัน เขมร ได้ก่อสร้างเปลี่ยนแปลงถนนลูกรังให้เป็นถนนคอนกรีต
ซึ่งเขมรก็ทำในสมัยแมงสาปเน่้าอีกเช้นกัน เรื่องนี้คำสัมภาษณ์ของนายทหารไทยคนหนึ่งได้พูดเอาไว้ชัดเจน ถ้าหากสาธุชนที่ติดตามข่าวคราวเรื่องเขาพระวิหารต้องจำได้

สาธุชนมองเห็นอะไรหรือไม่ มองเห็นความจริงอะไรหรือไม่ ว่าใครที่มันสร้างขี้ ทิ้งขี้ให้กับประชาชนต้องมารับเคราะห์ เพียงเพื่อเล่นการเมืองที่มันเน่าๆ หวังผลประโยชน์ที่มันเน่าๆคอรับชั่นแบบเน่าๆ แล้วก็ใช้สำนวนโวหารโยนขี้ให้กับคนอื่น

แล้วมาดูเศษสื่อเน่า พวกpseudo intellectualที่เป็นสาวกของพวกสากดินาอำมาตยาทรราชเน่า ที่ออกมาบิดเบี้ยวโกหกหลอกลวงผู้คนตามจอตู้เน่าเศษสื่อเน่าของพวกมัน พูดกรอกใส่หูประชาชนไปในทางที่ผิดๆ เพราะมันยัดเยียดให้ฟังอย่่างเดียวข้างเดียว
และจากรายงานของฟอรบส์ มันจะทำให้คนไทยตาสว่าง เห็นความจริง ว่าทำไมมันถึงได้เป็นอย่างนี้มานานนับหลายทศวรรษ ทำไมมันถึงไม่จบได้ง่ายๆ แบบที่มาเลย์กับอินโดเนเซียที่ทั้งสองชาตินี้สามารถที่จะจบเรื่องกรณีพิพาทได้อย่างง่ายๆ แต่ทว่ามันไม่ใช่สำหรับตอแหลแลนด์แน่ เพราะ เขาพระวิหารและเขตทับซ้อน มันได้ถูกใช้เป็นไพ่ หรือหมากตัวหนึ่งบนกระดาน เพื่อเอาไว้ล้มฝ่ายตรงข้าม โดยที่เอาประชาชนมาเป็นเหยื่อหรือมาเป็นตัวประกัน และไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความรักชาติแต่อย่างใด

ผิดครับ ที่ดินรอบ ๆ 4.6

ผิดครับ ที่ดินรอบ ๆ 4.6 ตร.กม. ต่างหาก ข้อมูลแดงไม่ค่อยแน่นเลย 3 เกลอเค้ายังพลิกตัวแล้วเลย

แต่งกลอนเก่งดี แต่ข้อมูลน้อย

แต่งกลอนเก่งดี แต่ข้อมูลน้อย 3000 ไร่ น่ะ เป็นพื้นที่ของเรา ตัวปราสาทน่ะเป็นของเขา เขาเลิกพูดกันแล้ว ถ้าเขมรย้ายชุมชน วัด เข้ามาในตัวปราสาท ทุกอย่างจบ

วันนี้ 28 ก.ย.

วันนี้ 28 ก.ย. เขาจัดเสวนาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนกันแล้วย่ะ มี อ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดมผู้เชี่ยวชาญมาด้วย วีระ สมความคิด ถ้าองค์ดำ กับเจ้าตากยังมีญาณรับรู้อยู่ คงกำสรวลน้ำพระเนตรไหลอาบเป็นสายเลือดเป็นแม่นมั่นว่า ไอ้ลูกหลานไทยอัปรีย์กันจริง ให้ลูกหลานพระยาละแวกที่กูเคยตัดหัวเอาเลือดมาล้างตีน ให้มากระทำย่ำยีบีฑาหัวใจคนไทยอยู่ได้ โดยมีคนไทยหัวใจเขมรจำนวนหนึ่งคอยขย่มซ้ำ พวกมึงถ้าไม่เห็นด้วยกับคนที่ไปทวงคืนแผ่นดินไทย ไม่พูดหรือนิ่งเฉย ๆ จะดีกว่า เพราะถ้าแสดงความเห็นเพื่อให้สะใจ เพื่อต่อต้านวีระ สุดท้ายก็อยากต่อต้านพันธมิตร หัวใจพวกมึงทำด้วยอะไรกันวะ เอาความเกลียดพันธมิตรเหนือกว่าความรักชาติ กูไม่เข้าใจ

ทวงคืนแผ่นดินไทย?????

ทวงคืนแผ่นดินไทย????? เราเสียดินแดนให้เขมรอีกเมื่อไหร่?ตรงไหน? นอกจากพระวิหารเมื่อห้าสิบปีก่อน? มันเป็นแค่ดินแดนพิพาท(disputed territory)ที่ยังไม่มีบทสรุป ยังไม่มีใครได้ใครเสีย ท้ายที่สุดอาจต้องลงเอยด้วยการเป็นดินแดนที่ใช้เพื่อผลประโยชน์ร่วม ย่อมดีกว่าต้องมารบกันให้คนล้มตายทั้งสองฝ่าย สู้แบ่งกันทำมาหากินไม่ดีกว่า?

พันธมิตรน่ะเบื่อหน่ายมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนเรื่องเขมร แล้วข้อหาไม่รักชาติน่ะได้โต้แย้งข้างบนแล้ว แต่ว่า"คลั่งชาติ"จนขาดสติอย่างที่นายวีระทำ ผมไม่เห็นด้วยแน่นอน และผมก็ไม่เชื่อว่าน่ายวีระจะขาดสติขนาดนี้ ผมเชื่อว่าเป็นการกระทำที่มีวาระซ่อนเร้นมากกว่า คนอย่างนายวีระฉลาดจะตายไป ไม่อย่างนั้นคงเที่ยวฟ้องคนนั้นคนนี้มามากต่อมากได้อย่างไร เพียงแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวมันครอบงำ เลยทำไปอย่างนั้น

คำโต้แย้งของคุณน้ำหนักน้อยเกินกว่าจะโน้มน้าวให้ผมเชื่อได้ครับ

4.6 ตร.กม.

4.6 ตร.กม. ทำไมเราไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ ทำไมเขมรมีชุมชน วัด กองกำลังได้ ก็ในเมื่อมันยังไม่มีบทสรุปก็ต้องอย่ามาครอบครอง รอให้ได้บทสรุปก่อน เคยเห็นภาพที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพถูกต้อนรับโดยนักโบราณคดีฝรั่งเศสมั้ย ซึ่งภาพนี้ต่อมาได้ถูกอ้างจนไทยต้องเสียปราสาทพระวิหาร และมาปี 2552 นี้ ถ้าภาพชุมชน วัด กองกำลังได้ถูกนำไปอ้างอีก แล้วเกิดเขมรดันไปฟ้องศาลโลกอีกว่าเขมรมีชุมชน วัด กองกำลังตั้งอยู่หลายปีแล้ว ไม่เห็นมีใครทักท้วง จะโง่ซ้ำสองหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ถ้าเราแหกปากร้อง ว่าเฮ้ยที่ของกู และได้ป่าวประกาศออกไป ยังไงก็ยังไปหักล้างได้บ้างแหละ จะได้ไม่ถูกใช้กฎหมายปิดปาก

ข้อมูลมั่วน่าดู

ข้อมูลมั่วน่าดู