เด้ง หน.อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร หลังปล่อยการ์ดพันธมิตรฯ บุกรุกสถานที่

(18 ก.ย.) มีรายงายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นายเกษตรสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีคำสั่งย้ายนายสุวรรณ วัฒนพิทักษ์พงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เข้าไปช่วยราชการที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ภายใน 24 ชม. ฐานปล่อยให้การ์ดพันธมิตรฯ เข้าไปบุกรุกสถานที่ราชการ ไม่รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และไม่แจ้งความดำเนินคดีกับการ์ดพันธมิตรฯ

ด้านนายวีระ สมความคิด ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรบึงมะลู อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ให้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกราชอาณาจักรไทย เป็นกลุ่มบุคคลไม่แจ้งสัญชาติ พร้อมอาวุธครบมือบุกรุกพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร และดำเนินคดีกับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หลังมีคำสั่งย้ายหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารออกนอกพื้นที่ โดยขอให้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ดำเนินการภายใน 30 วัน

ขณะที่ชาวบ้านกว่า 1,000 คน จาก 4 ตำบลในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ รวมตัวกันที่วัดภูมิซรอล ทางขึ้นเขาพระวิหาร เพื่อแสดงพลังต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯ โดยระบุว่า หากเกิดความรุนแรงขึ้นจะส่งผลกระทบกับพื้นที่ทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ จึงอยากให้ใช้วิธีทางการทูตเจรจาหาทางออกเพื่อยุติความรุนแรง

ส่วนบรรยากาศทางขึ้นเขาพระวิหาร ทหารนำรั้วลวดหนามมาปิดทางเข้า-ออก และห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาด

พ.อ.ประวิทย์ หุงแก้ว หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2 แถลงว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้ตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้า ภายในกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 224 อ.กันทรลักษ์ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารแก่สื่อมวลชนนำไปเผยแพร่อย่างถูกต้อง สร้างความเข้าใจอันดี ขจัดความเข้าใจผิดที่อาจเป็นเงื่อนไขก่อให้เกิดความรุนแรงได้

"โดยฝ่ายทหารจะยินยอมให้กองทัพประชาชนทวงคืนเขาพระวิหารขึ้นไปเคลื่อนไหวได้แค่ด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเท่านั้น เพราะหากเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการทางทหารจะได้รับอันตรายจากกับระเบิดหรือทุ่นระเบิด ขณะเดียวกันทหารได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ ป้องกันเหตุปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุม" พ.อ.ประวิทย์กล่าว

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีกัมพูชาขู่ว่าจะยิงปืนใหญ่ตอบโต้ถ้าคนไทยบุกเข้าไปในเขตกัมพูชาว่า ถ้าประชาชนหลุดเข้าไปถึงบริเวณที่มีกำลังเผชิญหน้าที่มันก็น่าจะเกิดปัญหา แต่เราคงจะต้องสกัดกั้น เพื่อที่ให้มีความปลอดภัย และเราได้พูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว แต่ถ้าหากมีการยิงกระสุนข้ามมาฝั่งไทยแล้วอ้างว่าไม่ตั้งใจ เราก็พร้อมที่จะป้องกันตนเอง และพร้อมที่จะรักษาอธิปไตย แต่ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น

ส่วนทหารกัมพูชาและตำรวจปราบจลาจลมาตรึงชายแดน แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า คิดว่าเป็นเพียงกำลังที่ส่งมาเพิ่มเติม เป็นกองหนุนที่เขาผลัดเปลี่ยนตามปกติ ไม่ได้เพิ่มมาขนาดใหญ่อะไร ในส่วนของกำลังทหารของเรามีพอเพียงอยู่แล้วที่จะดูแลทั้งอาวุธ กำลังพล

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวว่า จุดยืนกองทัพเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งในขณะนี้ทางรัฐบาลได้แก้ปัญหาโดยใช้การเจรจาทวิภาคี ส่วนเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารจะรักษาอธิปไตย การเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนน่าจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาทวิภาคีโดยผ่านกลไกคณะกรรมการปักปันเขตแดน ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ โดยเราจะเข้าไปสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เขาเข้ามาพื้นที่ เพราะอาจทำให้เกิดอันตราย เช่น ในพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำลายวัตถุระเบิด

"อาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดและเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร และอีกปัญหาหนึ่งคือ หากถูกจับกุมตัวไปจะกลายเป็นปัญหา และส่งผลกระทบต่อการแก้ปัญหาในพื้นที่นั้นโดยส่วนรวม นอกจากนี้ยังมีบางกลุ่มที่มีความเห็นไม่ตรงกัน เราจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้คนทั้งสองกลุ่มเกิดการกระทบกระทั่งกัน" พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลายหน่วยงานก็ประสานกันเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ทั้งท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง และกระทรวงการต่างประเทศก็ต้องไปทำความเข้ากับกัมพูชา ในระดับรัฐบาลก็มีการทำความเข้าใจกันตลอด ซึ่งเท่าที่ดูแล้วยังเข้าใจกันดี เพราะบางครั้งประชาชนหรือมวลชนอาจมีการเคลื่อนไหวได้ ก็ให้ความมั่นใจกันและกัน เพราะฝ่ายกัมพูชาก็มีอยู่บ้าง แม้จะรูปแบบต่างกัน ก็ทำความเข้าใจว่าความมุ่งหมายของรัฐบาลเป็นอย่างไร และแสดงความเข้าใจธรรมชาติว่าบ้างครั้งจะมีการเคลื่อนไหวเช่นนี้

ส่วนที่มีการปลุกระดมให้นำกำลังขึ้นไปโดยไม่ฟังเสียงขอร้อง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การทำเช่นนั้นไม่เป็นผลดีกับใคร ตนอยากจะยืนยันว่าใครที่หวงแหนดินแดนอธิปไตย ต้องระวังวิธีในการปกป้อง อยากให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลและทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมองเห็นว่าแนวทางที่จะรักษาสิทธิที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือใช้กระบวนการเจรจาและยึดข้อตกลงที่ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้

เมื่อถามว่า จะไม่ให้ผู้ชุมนุมขึ้นไปบนเขาพระวิหารใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อะไรที่เป็นสิทธิก็ได้ แต่จะอธิบายให้เข้าใจว่าการขึ้นไปแล้วทำให้เกิดความเสี่ยงไม่เป็นประโยชน์กับใคร

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางการไทยและกัมพูชาพยายามแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. ที่ต่างฝ่ายต่างบอกว่าเป็นของตนมาเป็นสิบปีแล้ว โดยมีการเจรจากัน และมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องการปักปันเขตแดน

"เราต้องมองภาพให้ชัด ถ้าคนเขมรบุกรุกเข้ามาในแผ่นดินไทย แน่นอนผมก็ต้องใช้ทุกอย่าง ไม่ใช่แก๊สน้ำตา ผมก็คงยิงเอาบ้าง เพราะมันบุกรุกประเทศไทย เหมือนกันถ้าคนของเราบุกรุกประเทศเขามันก็ต้องเป็นปัญหา ดังนั้นอย่ากระพือข่าวในลักษณะเป็นการสร้างความตึงเครียดหรือความรู้สึกกดดันให้คนทั้ง 2 ฝ่ายมีปัญหากัน ผมเชื่อว่ารัฐบาลและประชาชนชาวเขมรก็อยากจะเป็นมิตรกับประเทศไทย เหมือนที่เราอยากเป็นมิตรกับเขา ไม่อยากให้มีปัญหาชายแดน ดังนั้นการดำเนินการใดๆ ของฝ่ายพันธมิตรฯ ก็ต้องไม่ไปทำให้เกิดสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากัน" นายสุเทพกล่าวถึงกรณีทหารกัมพูชาเตรียมแก๊สน้ำตาและสุนัขตำรวจคอยจัดการกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่บุกเข้าพื้นที่

"การชุมนุมเป็นสิทธิ จะไปปราศรัยตำหนิรัฐบาลอย่างไรก็ได้ แต่อย่าไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง เช่น บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ของกัมพูชาเพราะจะทำให้เกิดปัญหา และอาจถูกจับกุม หรือทำร้ายเอาได้ หากใช้อารมณ์บุกเข้าไปในฝั่งกัมพูชา ก็จะทำให้เกิดปัญหาระหว่างประเทศกลายเป็นเรื่องยุ่งยากแน่" นายสุเทพกล่าว

ส่วนที่มีข่าวว่ามีบริษัทน้ำมันไปขอสัมปทานน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนนั้น นายสุเทพยอมรับว่า เป็นเรื่องจริง มีทั้งบริษัทไทยและกัมพูชาที่ได้รับอนุมัติใบอนุญาตไปแล้ว โดยในส่วนของไทยก็อนุมัติไป 4-5 บริษัทแล้ว แต่เข้าไปขุดเจาะไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่อนุญาต จึงคาราคาซังกันอยู่ หากบรรยากาศดีๆ ตนก็อยากจะชวนให้มานั่งคุยปรึกษากัน เพื่อให้หุ้นกันทำเหมือนกับมาเลเซียและเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกฯ กัมพูชาเดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือนตุลาคม ก็คงได้พูดคุยกัน

ส่วนนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในวิสัยที่เจรจากันได้ ซึ่งรัฐบาลน่าจะพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมให้ชัดเจนถึงแนวทางปฏิบัติในการเจรจาผลักดันชาวกัมพูชาที่รุกล้ำดินแดนของไทย โดยเฉพาะเรื่องกรอบการใช้เวลาว่าจะนานเท่าใดและภาคประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไร หลังจากนั้นรัฐบาลทำข้อตกลงหรือชี้แจงกับผู้ชุมนุมเรื่องทุกอย่างก็จะจบ ในเบื้องต้นอยากให้รัฐบาลดูเรื่องความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม เพราะอาจจะมีการสร้างสถานการณ์จากผู้ไม่หวังดีได้ ส่วนแกนนำพันธมิตรฯ ได้สื่อสารไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมว่าให้ช่วยกันดูแลเรื่องความปลอดภัย

ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ กล่าวว่า ทางออกเรื่องนี้รัฐบาลจะต้องถือเอาเรื่องนี้เป็นวาระ ที่ผ่านมานายกฯ พูดเพียงว่าเรายังไม่เสียดินแดน แต่ว่าข้อเท็จจริงที่นายวีระ สมความคิด ไปตรวจสอบในพื้นที่พบชัดเจนว่ามีการรุกล้ำพื้นที่จริง นายกฯ ควรจะทำให้ชัดเจนถึงแนวทางปฏิบัติหรือวิธีที่จะเจรจากันอย่างไร อย่าปล่อยให้กัมพูชารุกล้ำอย่างนี้เรื่อยๆ จะทำให้ดุลอำนาจการเจรจาของไทยเสีย ทำให้ต่างประเทศเข้าใจผิดว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของกัมพูชา เพราะไทยไม่ได้ทำอะไรเลย

"ศรีศักร" ย้ำไม่ใช่ทวงคืนเขาพระวิหาร แต่ต้องทวงดินแดน 4.6 ตร.กม.กลับมา
เว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการและนักประวัติศาสตร์ไทย ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ภูมิวัฒนธรรมกับการจัดการพิพิธภัณฑ์เพื่อการทอ่งเที่ยว” ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พิษณุโลก โดยได้กล่าวถึงประวัติศาสตร์เขาพระวิหาร ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้ ว่า คนไทยพูดแต่เขาพระวิหาร แต่ไม่พูดถึงแลนด์สเคป หรืออาณาบริเวณโดยรอบ อาทิ สระตาว และผามออีแดง

มาถึงวันนี้ต้องบอกว่า คนไทยโง่ 3 ครั้ง ถูกฝรั่งหลอก ตั้งแต่ ค.ศ.1902 ในยุคที่ฝรั่งเศสล่าอาณานิคม ซึ่งช่วงนั้นบอกได้คำเดียวว่า ต้องยอมรับสภาพ เพราะคนไทยเขียนแผนที่ไม่เป็น กระทั่งฝรั่งเศสเขียนมาให้ และเซ็นรับทราบเมื่อปี ค.ศ.1907 ซึ่งในแผนที่บอกว่า ให้ใช้สันปันน้ำ หมายถึง แนวสันเขา ที่น้ำไหลลงฝั่งใดคือประเทศนั้น ซึ่งบนสันเขานั้นมีเขาพระวิหาร แต่ไม่ใช่แลนด์สเคป หรือพื้นที่แวดล้อมทั้งหมดของเขาพระวิหาร นั่นคือ ฝรั่งหลอกไปครั้งแรก

ส่วนโง่ครั้งที่ 2 คือ คำตัดสินต่อมาที่ “ศาลโลก” ตัดสินเขาพระวิหาร ว่า เป็นของชาติใด สุดท้ายก็ตัดสินว่า เป็นของเขมร เพราะใช้สันปันน้ำ ทำให้ยุคนั้น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงบางอ้อว่า ถูกฝรั่งหลอก เพราะมั่นใจในศาลโลก เมื่อรู้ว่า แพ้ก็ขีดเส้น ส่วนที่เสียไป คือ เฉพาะตัวพระวิหาร จากนั้น จอมพลสฤษดิ์ จึงได้ทำแนวกัน-รั้วทุกอย่าง ตามแนวสันปันน้ำ หรือ ทางลงจากเขาพระวิหาร ประกาศว่า สักวันจะต้องทวงคืนเขาพระวิหารกลับคืนมา เพราะถูกฝรั่งหลอก และที่สำคัญ ไม่ยอมรับพื้นที่ซับซ้อนหรือคำว่า 4.6 ตารางกิโลเมตร

มาวันนี้ โง่ครั้งที่ 3 คือ คำว่า “มรดกโลก” กรณี นายนพดล ปัทมะ ให้เขมรขึ้นทะเบียนมรดกโลก บนเงื่อนไขผลประโยชน์ทับซ้อนสมัยทักษิณ แล้วฝรั่งก็ยังหลอก “นายปองพล อดิเรกสาร” ให้เป็นหัวเรือหลักในการพัฒนาร่วม 6 ชาติบนที่ดินเขาพระวิหาร นี่คือ ความโง่ แต่กลับทำให้คนๆ หนึ่งเหมือนฮีโร่ ทั้งที่คนในประเทศเสียหาย-เสียแผ่นดิน

“ไม่จำเป็นต้องใช้ 5-6 ชาติมาทำอะไร เพราะความโง่ ไม่เข้าใจฝรั่ง ที่เขามองเขาพระวิหาร คือ เขามองทั้งแลนด์สเคป ไม่ใช่แค่เขา เพราะแค่เขาพระวิหาร ชูตระหง่านอยู่แห่งเดียวก็ไร้ความหมาย ไม่มีทางขึ้น”

หลังยุคเขมรแดง ประจวบเหมาะกับความโลภของคนไทย ที่ต้องการแสวงหารายได้จากการท่องเที่ยว จึงเปิดบันได ปล่อยให้เขมรเข้ามายึดครองพื้นที่ หรือที่เรียกว่า พื้นที่ซับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ทั้งๆ ที่ จะมีคำว่า ทับซ้อนอีกต่อไปหากไปย้อนดู ความโง่ครั้งที่ 1 และ 2 วันนี้ เขมรยึดครอง พื้นที่ดังกล่าวโดยปฏิปักษ์

“เขมรคบคิดกับต่างชาติ สั่งคนและว่าจ้างคนของตนเข้ามาบุกยึดครอบครอง โดยมีกระทรวงต่างประเทศ และกรมแผนที่ทหาร รู้เห็นเป็นใจทุกครั้ง ว่า ด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน โดยไม่รู้ว่า ไทยเราเสียดินแดนไปแล้ว”

รัฐบาลอภิสิทธิ์ พูดถูกต้องคำเดียว คือ คัดค้านยูเนสโกประกาศเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เพราะรู้ดีว่า เขมรขึ้นทะเบียนไปก็ไร้ประโยชน์ เขาเป็นของเขมร แต่เส้นทางขึ้นเป็นของไทย ที่สำคัญ ผิดหลักการขึ้นทะเบียนมรดกโลกอยู่แล้ว เพราะฝรั่งเขามองแลนด์สเคป ไม่ใช่มองเฉพาะเขาพระวิหาร

รศ.ศรีศักร บอกอีกว่า กองทัพไทย นี่ถือว่า แย่ที่สุด ทำไมปล่อยให้เขมร ครอบครองพื้นที่บริเวณทางขึ้นเขาพระวิหาร โดยอ้างว่า เป็นการพัฒนาร่วมทั้งสองประเทศ ทั้งๆ ที่บริเวณดังกล่าว คือ ของคนไทย แต่เขมรยึดครองโดยปฏิปักษ์

รศ.ศรีศักร กล่าวว่า การดำเนินการของ “นายวีระ สมความคิด” และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั่วประเทศ บุกทวงคืนดินแดนเขาพระวิหาร นั้นถูกต้องแล้ว จะต้องไปประชิดถึงแนวชายแดนไทย-เขมร สิ่งที่น่าห่วง ก็คือ กับระเบิด แต่ขอย้ำว่า ไม่ใช่ทวงคืนเขาพระวิหาร แต่จะต้องทวงคืนแดนดิน 4.6 ตารางกิโลเมตรกลับคืนมาเท่านั้น อย่าหลงประเด็น และสุดท้ายบทสรุปที่สื่อ-รัฐบาลควรจะทำ คือ ทิ้งประสาทเขาพระวิหาร เอาดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรกลับคืนมา อย่าโง่อีกเลย คนไทยจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับมรดกโลก ปล่อยให้เขมรสร้างกระเช้าขึ้น

“เสียดายที่พรรคประชาธิปัตย์คิดเป็น แต่ทำไม่เป็น ควรบอกชาวโลกไปเลยว่า ถูกหลอกตั้งแต่สันปันน้ำ พูดอีกครั้งก็ได้ว่า คนไทยโง่ ถูกฝรั่งหลอกมาแล้ว 3 ครั้ง ตอนนี้อย่าสนใจเขมร สนใจแดนดินที่เป็นของไทย คือ 4.6 ตารางกิโลเมตร”

ด้านเว็บไซต์ไทยโพสต์ รายงานว่า หลังจากการ์ดพันธมิตรฯ หรือนักรบศรีวิชัย จำนวน 24 คน บุกยึดพื้นที่และอาศัยอยู่ภายในที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามผลักดันและขอร้องให้กลุ่มนักรบศรีวิชัยออกมาจากที่ ทำการอุทยานฯ ซึ่งได้มีการยื้อกันอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดจึงยอมเดินทางออกจากที่ทำการอุทยานฯ

ที่มา: เว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์และไทยโพสต์

 

การกระทำนี้ดูเหมือนจะเป็นการก

การกระทำนี้ดูเหมือนจะเป็นการก่อชนวนศึกสงคราม ทำไม รบ.
ไม่ใส่ใจให้มากกว่านี้ แต่กลับไปสนใจ คนเสื้อแดง หรือคิดว่า
ปัญหากับเพื่อนบ้านไม่สำคัญเท่ากับการสูญเสียอำนาจ
ก็คนเห็นแก่ตัวดีๆ นี่เอง เอาบ้านเมืองมาอ้าง คิดว่าคนอื่นโง่เหรอ อภิสิทธิ์

พวกคุณมารักชาติอะไรตอนนี้

พวกคุณมารักชาติอะไรตอนนี้ บ้านเมืองพังเพราะพวกคุณมาเท่าไรแล้ว ทหารก็อ่อนแอเหลือเกิน ให้ไอ้เจ๊กธิดึงกะโหลกอยู่ได้ มันทำสงครามสื่อทุกวี่วันจนแบ่งแยกประชาชนแตกแยกอย่างไร้เหตุผล ควรให้นักประวัติศาสตร์ มาเรียกร้องร่วมด้วยจึงจะสนุก มึงอยากได้สงครามนักหรือ เกือบ 50 ปี แล้วมัวนอนหลับหาพระแสงอะไร คลั่งชาติแต่ขี้ขลาด.มนุษย์สะเปโต

*ปลุกระดมโหมขยายกระจายข่าว ที

*ปลุกระดมโหมขยายกระจายข่าว
ที่ปลุกเร้าความรุนแรงทุกแห่งหน
ทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ให้วกวน
เพียงหวังผลทางการเมืองเรื่องแย่งชิง

*พระวิหารนั้นเป็นของกัมพูชา
ต่ำลงมาที่ทับซ้อนแน่นอนยิ่ง
ชาวเขมรเข้ามาอยู่ดูรกจริง
แต่เป็นสิ่งซึ่งทับซ้อนต้องเจรจา

*หากหักหาญรานรุกบุกเข้าไล่
เรื่องจะใหญ่ไร้ปัญญาพาสิ้นท่า
มีสมองตรองคิดจิตปัญญา
ร่วมมือกันดีกว่าพาสุขจริง

ทำได้แค่นี้รบ.พรรคประชาธิปัตย

ทำได้แค่นี้รบ.พรรคประชาธิปัตย์รังแกข้าราชการประจำ ย้ายๆทำเป็นแค่นี้

ไอ้กาษิดโกเต๊กหายหัวไปไหนละ

ไอ้กาษิดโกเต๊กหายหัวไปไหนละ ไปซุกอยู่ใต้กระโปรงอีแอบที่ไหนอยู่ บอกมันด้วยว่าไอ้ตั๊บโกเต๊ก "พ่อ" มันคิดถึง

ที่ ๆ สมควรประกาศ พ.ร.บ.

ที่ ๆ สมควรประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคง ฯ กลับไม่ประกาศใช้ ไอ้เวร
เสื้อเหลือง บุกเขาพระวิหาร กระทบต่อความมั่นคง ชัด ๆ แต่กลับมา ประกาศใช้กับ คนเสื่อแดง ไอ้ชั่ว

นักรบศรีวิชัยลุยเลย เจ๋ง

นักรบศรีวิชัยลุยเลย
เจ๋ง แจ๋ว

อย่าแดกใบกระท่อมจนเมาก่อนนะ
จะตายห่าเอา

ตอนเป็นฝ่ายค้านปากเก่งนักตอนน

ตอนเป็นฝ่ายค้านปากเก่งนักตอนนี้แม้แต่นิ้วเดียวยังเอาคืนเขาไม่ได้เลยประชาธิเปตทุเรศจริงๆ

นักรบศรีวิชัยสู้ ๆๆ เย้ ...

นักรบศรีวิชัยสู้ ๆๆ เย้ ... ได้เวลาบุกเขมรทวงคืนแผ่นดินแล้ว ลุย เล้ย... คราวนี้ได้เจอของจริงแน่ ๆ คราวนี้ ตำรวจ - ทหารเขมรนะไม่ใช่ ตำรวจ - ทหารไทย เด๋วสมใจอยาก ว่าแต่ว่าหาใบกระท่อมไปตุนไว้เยอะๆหน่อยก็ดี แถวนั้นคงหา่ยาก เหอๆๆ

สงสารหัวหน้าอุทยาน

สงสารหัวหน้าอุทยาน ที่ต้องมาตกลำบากกับพวกไร้สติปัญญา ผมให้กำลังใจนะครับหัวหน้า

เพราะ รบ.เป็นพวกพันธมิตรไง

เพราะ รบ.เป็นพวกพันธมิตรไง ไอ้สมเกียรติมันอยู่ในพรรคฝ่ายรัฐบาล แถมไอ้ยะใสหาว่าคนอื่นโง่ มันโง่ยิ่งกว่าเขาให้ไอ้เซ็กส์ลิ้มชี้เป็นชี้ตาย ถ้าเกิดสงครามเมื่อไรไอ้จัญไรพวกนี้ต้องรับผิดชอบ

อย่าว่ามันเลยพวกเดียวกันนี่

อย่าว่ามันเลยพวกเดียวกันนี่ โดยเฉพาะมีไอ้สมเกียรติเป้นโล่กำบังอยู่ รับรองว่ามันไม่ใช้ พรบ. กับคนเสื้อเหลืองแน่นอน

เป็นเวรกรรมของข้าราชการ

เป็นเวรกรรมของข้าราชการ ที่มีอัณฑมิตร ที่ปปช.คอยปกป้อง และ นายกที่เฮงซวย ไม่ดูคำวินิจฉัยที่เฮงซวยของ ปปช.ว่าเกิดผลเช่นไรกับข้าราชการบ้าง

ไอ้เปรตเดือนสิบอาละวาดอีกแล้ว

ไอ้เปรตเดือนสิบอาละวาดอีกแล้ว ดันเสือกทะลึ่งไปอีสานทีภาคใต้ ทหารประชาชนตายทุกวันมึงไม้รู้ร้อนหนาว สงสารแต่ข้าราชการท่ถูกรังแกไม่หยุด ไล่มันได้แล้วไอ้รัฐบาลเฮงซวยนี้ สาธุขอให้ทหารเขมรยิงให้เรียบเป็นหน้ากลองทีเหอะ

บริเวณเขาพระวิหารประกาศเป็นเข

บริเวณเขาพระวิหารประกาศเป็นเขตปลอดทหารไปเลย

อยู๋ใต้กาโปกป๋าคร๊าบ

อยู๋ใต้กาโปกป๋าคร๊าบ อบอุ่นปลอดภัย ไปไหนท่านก็หนีบไปด้วยคร๊าบ

มันน่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลั

มันน่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทำไมจึงจุดประเด็นเขาพระวิหารมาเล่น ทั้งๆที่เสี่ยงและเป็นปัญหาที่กระทบกับความสัมพันธ์หลายๆอย่าง ผู้ใดรู้ช่วยวิเคราะห์ที

ขอเข้าข้่างพันธมิตรสักครั้งเถ

ขอเข้าข้่างพันธมิตรสักครั้งเถอะ ที่ผ่าน ๆ มาไทยแม่งหน่อมแน้มฉิบหาย ปัญญาควายกว่าเขมร

พันธมิตรกระทำการในครั้งนี้ ขอเอาใจช่วย จริง ๆ

ศรีศักร์นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างห

ศรีศักร์นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของพวกpseudo intellectual ที่ชอบพูดบิดเบี้ยว โกหกตอแหล หลอกลวงผู้คนหรือชาวบ้านที่ไม่ได้ติดตามปัญหาเรื่องนี้
ข้อแรกที่ศรีศักดิ์อ้างว่าฝรั่งขี้โกง นี่ก็ตอแหลแล้วพูดความจริงไม่หมด
คำถามมันมีอยู่ว่า สมัยสุโขทัย อยุธยา ที่ยกทัพบุกตีลาวเขมร มลายู รวมทั้งพม่า(พม่าทำในสมัยพระนเรศวรที่กะบุกล้างบางกรุงอังวะแต่ผเอิญพระนเรศวร ตายซะก่อนก่อนที่สงครามจะแตกหักพม่าเลยรอดตัวไปซึ่งต้องยอมรับว่าตอนนั้นไทยเข้มแข็งที่สุด) ไอ้อย่างนี้ ขี้โกงเขาหรือเปล่า หรือไม่ได้ขี้โกง
คำถามมีอยู่ว่า เมื่อสมัยร5 เราแพ้รบในสงครามเหตุการณ์รศ112 ที่ฝรั่งเศสยกกองเรือมายึดหัวเมืองภาคตะวันออก อย่างจันทรบุรีตราด ทำไมเราถึงไม่ต่อสู้กับฝรั่งเศสมันให้เห็นดำเห็นแดงไปเลย เพราะฝรั่งเศสมันอยู่ไกลถึงยุโรป กว่าจะยกทัพมา
เมืองไทยมีเวลาเตรียมตัวทันแน่ี
แต่นี่รบแพ้ ฝรั่งเศสมันไม่ยึดทั้งประเทศก็บุญแล้ว(แต่ฝรั่งเศสก็คงต้องอาจรบกับอังกฤษ เพราะอังกฤษ ก็คงไม่ยอมให้ฝรั่งเศสฮุบไทยไปง่ายๆคนเดียว อังกฤษก็ต้องขอฮุบไทยครึ่งหนึ่ง เพื่อเป็นแนวกันชน) นี่พูดกันแฟรงค์ๆ
ดังนั้นไทยเลยต้องยอมเสียดินแดนประเทศลาวทั้งประเทศ และยอมเสียพระตะบองเสียมราษฎร์ศรีโสภณซึ่งแน่นอนก็รวมเขาพระวิหารไปด้วย เพื่อแลกกับการที่ฝรั่งเศสจะถอนทหารออกจากจันทรบุรีตราด

เมื่อฝรั่งเศสส่งคนมาทำแผนที่ปักปันเขตแดน ทำไมก่อนที่ไทยจะยอมรับในแผนที่ที่ว่านั้น ทำไมไทยถึงไม่ไปดูร่วมกับคนที่ทำแผนที่ชาวฝรั่งเศส ทำไมไม่ทำ เพราะมันจะได้เข้าใจตรงกัน ไม่ใช่เล่นมาคิดเองเออเอง ว่าแนวสันปันน้ำฉันคิดของฉันอย่างนี้ แล้วก็ปล่อยให้คาราคาซัง แถมกรมพระยาดำรง9ก็ยอมรับด้วย ไม่ใช่ไม่ยอมรับ เพราะมันมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า กรมพระยาดำรงต้องทำหนังสือขออนุญาติจากรัฐบาลฝรั่งเศส เพื่อขึ้นไปดูปราสาทเขาพระวิหาร

และเมื่อเขมรมันได้เอกราชหลังสงครามโลกครั้งที่2( ความจริงองคการสหประชาชาตินั้นได้มีการออกกฏหมายบังคับอย่างกลายๆอยู่แล้วว่า ประเทศที่เคยเป็นเจ้าของอาณานิคม ต้องปล่อยให้ประเทศอาณานิคมเหล่านั้นเป็นเอกราช
ทั้งนี้เพื่อให้โลกมันสงบสุข เพราะไอ้การล่าเมืองขึ้นนี่แหละ มันทำให้เป็นเชื้อไฟแห่งสงครามเป็นอย่างดีที่ไม่มีวันมอดไหม้
ดังนั้นเพื่อลดเงื่อนไขของการเกิดสงครามจึงต้องพยายามกดดันให้ประเทศเจ้าของอาณานิคม คายเหยื่อ)
สีหนุซึ่งน่าจะเข้าใจเรื่องเขาพระวิหารดีรวมทั้งข้อกฏหมาย มันจึงถึงได้ไปฟ้องศาลโลก ถ้าหากเทียบศักดิ์ศรีกัน ในยุคนั้น
ไทยคือพี่เบิ้มในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนเขมร ก็เป็นแค่ประเทศเล็กๆที่พึ่งได้อิสรภาพ

ตอนนั้นถ้าหากสฤษดิ์ ทำเอาหูทวนลมซะ ศาลโลกจะทำอะไรได้(เหตุผล เนื่องจากว่ายุคนั้นคือยุคสงครามเย็น ทั้งสหรัฐ
และโซเวียต ต่างก็ต้องการสมุนหรือพรรคพวก ดังนั้นศาลโลกในยุคนั้นแทบไร้อำนาจเพราะไม่สามารถบังคับใช้กับประเทศคอมมูนิสต์หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้กับประเทศพี่เบิ้มมหาอำนาจทั้ง5ได้)
แต่นี่สฤษดิ์ ดันคิดว่า ไทยน่าที่จะชนะเลยส่งเสนีย์แห่งปชปไปเป็นทนายให้กับประเทศ พร้อมกันนั้นก็เรี่ยไรเงินคนไทยคนละ1บาท หรือตามแต่ศรัทธา เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่างของเสนีย์และพวก ในการเดินทางไปว่าความที่เฮก
เป็นไง แพ้ครับแพ้ สาธุชน แพ้ไปแบบชนิดขาดลอย7ต่อ3 จากชาติที่เป็นคณะลูกขุน
ก็ขนาดญี่ปุ่น อินเดีย แคนาดามิตรของไทยแท้ๆ ก็ยังให้เขมรชนะ นี่ไม่นับรัสเซีย(ซึ่งตอนนั้นรัสเซียไม่ได้มีอิทธิพลอะไรเลยต่อเขมรแถมเขมรปกครองด้วยระบอบกษัตริย์)ที่ก็ให้เขมรชนะ
ไอ้อย่างนี้แปลว่า ฝรั่ง(ซึ่งก็ไม่ใช่ฝรั่งเศส)แขกญี่ปุ่น รัสเซีย นี่มันโกงไทยเรอะ
เขาดูตามหลักฐานอย่างละเอียด ไม่ใช่คิดจะมาโกงกันให้เสียชื่อศาลโลก เพราะมันต้องมีบันทึกเก็บเอาไว้จนกว่าที่จะสิ้นอารยธรรมของมนุษย์ มันจะทำทำไมเพื่อตราบาปตนเอง(ญี่ปุ่นอินเดีย รัสเซียแคนาดา9ล9)ทำไม อยากโดนตราบาปแบบฮิตรเล่อร์เรอะ ไม่มีชาติไหนที่เจริญแล้วเขาอยากทำ

ทั้งสองฝ่ายนอกจากที่จะอ้างเป็นเจ้าของปราสาทพระวิหารแล้ว แต่ทว่าทั้งคู่ยังอ้างความเป็นเจ้าของพื้นที่4.6ตารางกิโลเมตรหรือราวสามพันไร่ ซึ่งอยู่ใกล้กันที่อยู่ชิดติดกันกับบริเวณปราสาทพระวิหาร(แต่ไม่ใช่เนื้อที่ที่ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่)
ศาลโลก ตัดสินให้เขมรชนะคดี ได้ปราสาทพระวิหารรวมทั้งเนื้อที่ใต้ปราสาท(เพราะปราสาทมันคงลอยอยู่กลางอากาศไม่ได้) แต่ทว่าเนื้อที่ ที่เหลืออีก4.6ตารางกิโลเมตร ศาลโลก ไม่ได้ตัดสินว่าให้เป็นของใคร (โดยอาจหวังดีว่าเพื่อนบ้านเรือนเคียงกันจะตกลงกันได้เองในอนาคตเมื่อเวลาผ่าไปและเวลาช่วยเยียวยาความบาดหมาง แต่ที่ไหนได้ศาลโลกคิดผิด
เพราะไอ้ที่4.6ตารางกิโลเมตรนี่ หรือแม้นแต่ปราสาทเขาพระวิหารเอง มันเป็นเสมือนระเบิดเวลาหรือกับระเบิดที่ถูกทิ้งเอาไว้ เพราะมันคือบริเวณที่พวกพรรคการเมืองเน่า พวกสากดินาอำมาตยาทรราชเน่า เอาไว้ใช้ปลุกระดมสร้างความคลั่งชาติ เพื่อตนเอง ด้วยกันทั้งสองฝ่ายทั้งฝ่ายเขมร และฝ่ายไทย ที่ต่างก็ใช้ที่บริเวณนี้ หาประโยชน์เพื่อหวังผลทางการเมืองของตน โดยเอา ประชาชนของทั้งสองประเทศมาเป็นเหยื่อ

สฤษดิ์ นั้น ตัวเขายอมรับคำพิพากษาศาลโลก ถ้าหากไม่ยอมรับสฤษดิ์ก็คงไม่ถอนทหารออกมารวมทั้งยังต้องคืนศิลปวัตถุกลับไปยังที่เดิมอีกด้วย แต่สฤษดิ์ ใช้วิธีการ ที่เรียกว่า ฮุบที่4.6ตารางกิโลเมตร ไว้ก่อน ส่วนปราสาทพระวิหารพร้อมที่ตั้งยกให้เขมรไป สฤษดิคิดว่า นานๆไป เมื่อมีคนไทยบไปอยู่ที่ตรงนี้ มันก็เป็นของไทยไปโดยปริยายเอง

แต่ทว่า เหตุการณ์มันดันไม่ใช่ สงครามเวียตนามเริ่มรุนแรงอย่างหนักถึงขั้นลามเข้ามาในลาวเขมรหลังจากที่สฤษดิ์ตายด้วยโรคสภาวะตับวายราวปี2505
เคนเนดี้ถึงยิงกระโหลกเละไปข้างถึงแก่อนิจกรรมทันทีที่เท็กซัส ลินดอนเบนจอห์นสัน ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทน
ส่วนไทยได้ถนอมเป็นนายก9 สงครามเวียตนามระเบิดถึงขีดสุด เพราะสหรัฐต้องเพิ่มกำลังทหารถึง5แสนนาย(มากที่สุดเท่าที่สหรัฐเคยส่งทหารไปรบนอกประเทศ มากกว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่2)
ลาวแตก เปลี่ยนกลายเป็นคอมมิวนิสต์ เขมรแตก นายพลลอนนอน แพ้ ทหารเขมรแดง เขมรคอมมิวนิสต์แตกเป็นสองฝ่าย
ตือฝ่ายเฮงสัมรินโซเวียต และฝ่ายเขมรแดงพลพตเขียวสำพันธิ์ และก็มีแดงอีกฝ่ายคือสีหนุ ที่หนีไปหลบที่ปักกิ่งจนหมดสงคราม ซึ่งเหตุการณ์ที่มันตะลุมบอนมาตั้งแต่ปีที่ไทยต้องแพ้คดีศาลโลกเสียเขาพระวิหาร
เขมรประเทศลุกเป็นไฟ เพราะกษัตริย์คือสีหนุมาเล่นการเมือง(ลาวก็เหมือนกันที่กษัตริย์ก็ออกมาเล่นการเมืองจนเละ)
เรียกว่าทั้งฝ่ายขวาฝ่ายซ้ายยกพวกฆ่ากัน ฉะนั้น ปัญหาเรื่องการปักปันดินแดนระหว่างไทยกับเขมร มันจึงต้องเลื่อนออกไปแบบชนิดไม่มีกำหนด เพราะเกิดสงครามอินโดจีนรอบสอง
พวกเขมรแดงได้ใช้บริเวณแถบเขาพระวิหารหรือที่ติดแนวชายแดนไทยเป็นเขตฐานที่มั่น ดังนั้นผู้ที่ติดตามข่าวสงครามเวียตนาม จะพบว่า มีข่าวว่าเขมรแดงวางกับระเบิดที่เขาพระวิหารตลอดแนวชายแดนไทยรวมทั้งที่ปราสาทนครวัด
จำนวนมหาศาล นักการทหารระดับนานาชาติได้ประเมิณว่า ประเทศเขมรคือดินแดนที่มีกับระเบิดมากที่สุดในโลก
มากเสียยิ่งกว่าที่มีใช้กันในสงครามโลกครั้งที่2

เมื่อเหตุการณ์สงบลง เขมร เลิกเป็นคอมมิวนิสต์สมัยฮุนเซ็น(ต้องยอมรับว่าฮุนเซ็นที่เคยเป็นทั้งเขมรแดงและต่อมาย้ายข้างไปอยู่กับเฮงสำริน เขาอย่างน้อย ก็มีจิตใจที่เป็นประชาธิปไตยเพราะยอมให้มีพรรคการเมืองต่างๆหรือแม้นแต่ที่จะให้สีหนุกลับมารวมทั้งลูกชาย ให้ครองราชย์ได้ นั้นฮุนเซ็นเป็น รัฐบุรุษของเขมรได้ เพราะจิตใจเขาไม่ใช่ทรราชและไม่ใช่คนโลภที่จะโกงของคนอื่น)

ใครๆเขาก็อยากที่จะได้เงินจากยูเนสโก้ เพื่อมาทนุบำรุงรักษาศิลปวัตถุโบราณ
ก็ทีเมืองไทยก็ยังมีมรดกโลกตั้งมากมาย มาเลย์ก็เช่นกัน เขมร ซึ่งเขายังยากจน อยู่เขาก็ต้องการความช่วยเหลือจากนักวิทยาศาสตร์จากยูเนสโก้ เขาก็เหมือนกับเรา ทำไมไม่เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง

สิ่งที่นพดล และป๊อก(ปองพล)ได้กระทำนั้น ต้องถือว่า เขาทั้งสองคนคือคนที่รักชาติของจริง เพราะ
ทั้งสองคนยืนอยู่บนความจริง ยืนอยู่บนความยุึติธรรม ที่ยึดหลัก บ้านใครๆอยู่อู่ใครๆนอน ของเขาไม่เอา แต่ของเราต้องไม่หายหล่น
เพราะศาลโลกนั้นตัดสินชัดเจนแล้ว ข้อสำคัญ ไทยยอมรับ ตั้งแต่สมัยสฤษดิ์(ไม่ต้องมาแถว่าไม่ยอมรับแบบพวกแมงสาปเน่า) และแถมไทยไม่เคยคัดค้านคำพิพากษาทั้งๆที่เขาให้เวลานานนับ10ปี จนเวลามันผ่านพ้นเลยไปแล้ว

ความจริงเรื่องนี้นพดลซึ่งเป็นนักกฏหมายรวมทั้งจบกฏหมาย(ทุนเล่าเรียนหลวงซึ่งต้องบอกว่าสมองต้องไม่ธรรมดา)
เขาต้องทราบอย่างชัดแจ้งในความจริงเรื่องนี้ ดังนั้นนพดลจึงต้องเพียรพยายามที่จะรักษาผลประโยชน์ของชาติให้มากที่สุด นั่นคือ พยายามที่จะขอจดร่วมความเป็นมรดกโลกส่วนที่อยู่ในเขตไทย(ความจริงเขมรสามารถขอส่วนของเขาเองได้อยู่แล้วเพราะนักวิทยาศาสตร์นักวิชาการของยูเนสโก้ที่เป็นกรรมการตัดสินว่าจะให้ขึ้นทะเบียนหรือไม่นั้นพวกเขามีความเห็นว่าเขมรขึ้นได้ซึ่งเขมรก็ขอขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว)เข้าร่วมไปด้วย และพยายามที่จะให้ไทยเป็นเจ้าของร่วมที่บริเวณ4.6ตารางกิโลเมตรให้ทำประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย นั่นคือ วินๆด้วยกันทั้งคู่ ชาวบ้านทั้งไทยทั้งเขมรแถวนั้นได้ประโยชน์ทั้งคู่
แต่นี่ ไอ้โจรเจ๊กกาบดโกเต๊กซ์พันธมิตรชั่วขายชาติเหลืองขี้สด และไอ้กาฝากแมงสาปเน่า ดันเอามาเล่นการเมืองซะเละ

เขมรที่ติดจานดาวเทียม เขาสามารถดูการถ่ายทอดการอภิปรายในสภาได้ ดังนั้นสิ่งที่ไอ้ควายแมงสาปเน่า เห่าออกมานั้น
ฮุนเซ็นและพวกได้ยินหมด ดังนั้นสิ่งที่อาจลืมเลือนก็เลยจำได้มันขึ้นมา
ดังนั้นไอ้ที่ขายชาติน่ะ คือไอ้แมงสาปเน่า และไอ้โจรเจ๊กกาบดโกเต๊กซ์เหลืองขี้สดพันธมิตรชั่วขายชาติ

ปองพลทำงานดูแลด้านมรดกโลก ดังนั้นปองพลต้องรู้เรื่องกฏหมายกฏระเบียบของยูเนสโก้ดีกว่้าpseudo intellectual
อย่างนายศรีศักดิ์แน่ๆ และปองพลน่าที่จะเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีกว่านายศรีศักดฺิ์ เพราะปองพลเขาสามารถที่จะแต่งนิยายเป็นภาษาอังกฤษออกขาย แต่ของนายศรีศักดิ์นี่ไม่เคยเห็น