"ทหาร" เข้าพื้นที่ “โนนดินแดง” อ้างสังเกตการณ์ห้ามชาวบ้านแผ้วถางพื้นที่ ขู่นำกำลังเข้าสลายชุมชน
สืบเนื่องจากการรายงานข่าวผ่านทางสื่อโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับกรณีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ บร.5 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 26 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 215 ฐานปฏิบัติการ ศปป.ที่ นม.1 และเจ้าหน้าที่กองกำลังสุรนารี ได้นำเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ บริเวณท้ายเขื่อนลำนางรอง อ.โนนดินแดง และพื้นที่ป่าที่บริษัทเอกชนเช่าปลูกป่ายูคาลิปตัส จำนวน 9 แปลง รวมกว่า 23,700 ไร่ พบว่ามีชาวบ้านที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่มโฉนดชุมชน เครือข่ายปฎิรูปที่ดินฯ และกลุ่มพระวันชัยที่อ้างว่าไม่มีที่ทำกินได้บุกรุกเข้าไป เผาทำลาย แผ้วถางป่ายูคาลิปตัสที่นายทุนหมดสัญญาสัมปทาน และป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ จนได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 3,000 ไร่ แม้เจ้าหน้าที่จะเข้าไปห้ามปรามขัดขวาง แต่กลับถูกกลุ่มบุคคลดังกล่าวต่อต้านขู่จะทำร้ายเอาชีวิต อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
เมื่อวันที่15 ก.ย.52 ชาวบ้านกลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าร่วมชี้แจงต่อกรณีข่าวดังกล่าว ในการสัมมนา “โฉนดชุมชน และนโยบายการกระจายถือครองที่ดิน” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรวมรวบความเห็นเสนอต่อรัฐบาลในการเตรียมการออกระเบียบสำนักนายกสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน ซึ่งคาดว่าจะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาในเร็ววันนี้ โดยศูนย์ติดตามประชาธิปไตยไทย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับศูนย์เศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ และเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) ที่สมาคมนิสิตเก่า คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ
นายไพฑูรย์ สร้อยสด ชาวบ้านกลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านลำนางรอง สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ว่าชาวบ้านกลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านลำนางรองถูกกล่าวหาว่าขัดขวางการให้เช่าพื้นที่ ล่าสุดกลายเป็นผู้แผ้วถางทำลายป่ากว่า 3,000 ไร่ จากข่าวโหมกระพือในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่ที่นั่นไม่มีไฟฟ้า ทำให้ชาวบ้านไม่ได้รับรู้ข่าวที่ถูกเผยแพร่ไปแล้ว มาได้รู้จากการบอกเล่าภายหลัง นอกจากนี้ข่าวยังมีการให้ข้อมูลถึงการใช้เฮลิคอปเตอร์ทหารบินเข้าตรวจสอบพื้นที่ว่าเป็นป่าอนุรักษ์ ทั้งที่สภาพจริงเป็นพื้นที่ป่ายูค่า
“ชาวบ้านมีการจัดการป่าคุ้มครองพื้นที่ป่า เข้าไปทำกินในพื้นที่ที่เอกชนได้ขนย้ายออกไป ในพื้นที่ไม่ถึง 2,000 ไร่ ไม่มีการขยายพื้นที่เพิ่ม เราเคารพกติกามาตลอด แต่ข่าวมีออกไปกลับบอกเราไม่เคารพกติกา” นายไพฑูรย์กล่าว
เขาให้ข้อมูลด้วยว่า ในพื้นที่หมดสัญญาเช่าของเอกชนที่เป็นปัญหาดังกล่าว มีชาวบ้าน 3 กลุ่มเข้าไปจัดการพื้นที่ โดยกลุ่มที่เข้าไปกลุ่มแรกคือกลุ่มยายลาซึ่งเป็นชาวบ้านจากโนนดินแดนที่เข้าไปจัดการปฎิรูปที่ดินเช่นกัน กลุ่มต่อมาคือกลุ่มพระวันชัยซึ่งเป็นชาวบ้านจากต่างอำเภอที่ต้องการที่ดินทำกิน ทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าวมุ่งไปสู่การเช่าที่ดินเพราะเห็นว่าเป็นแนวทางคล่องตัวกว่า อีกกลุ่มคือกลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านลำนางรอง ที่ต้องการจัดการที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน โดยแต่ละกลุ่มมีข้อตกลงว่าจะไม่ก้าวก่ายกัน มีกฎกติกาของแต่ละกลุ่มเอง แต่ล่าสุดกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำลำนางรอง กว่า 1,000 คน กำลังเข้าไปแผ้วถางในพื้นที่ที่กลุ่มปฎิรูปฯ เข้าไปจัดการ แต่ชาวบ้านเองไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลว่าในพื้นที่มีการตั้งค่าหัวเจ้าหน้าที่รักษาพันธ์ป่าไม้หากเข้าไปในพื้นที่ถึง 1 แสนบาท
ทั้งนี้ พร้อมกับที่มีการนำเสนอข่าวออกไป ในพื้นที่มีการประสานงานหน่วยงานป่าไม้ 6 หน่วย ขณะนี้เข้าไปอยู่ในพื้นที่แล้ว 3 หน่วย ร่วมกับกำลังทหารอีกกว่า 2,000 นาย โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ประมาณ 200 นาย ทำที่พักห่างจากที่ตั้งชุมชนของกลุ่มปฏิรูปที่ดินฯ ประมาณ 500 เมตร และมีทหารเข้ามาพักด้วยโดยอ้างว่าเพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ไม่ให้มีการแผ้วถางในพื้นที่ หากมีการแผ้วถางจะมีการนำกำลังมาสลายชุมชน โดยเจ้าหน้าที่ประกาศว่าในเร็ววันนี้ชาวบ้านไม่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งต้องออกไปจากพื้นที่ และต่อไปต้องออกให้หมดไม่เช่นนั้นจะมีการปฎิบัติการอย่างเด็ดขาด
ชาวบ้านกลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านลำนางรอง กล่าวแสดงความเห็นว่า การเสนอข่าวมีการเหมารวมกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่กรณีความขัดแย่งว่าเป็นผู้บุกรุก แต่ข่าวโจมตีเฉพาะกลุ่มปฏิรูปที่ดินฯ ว่าเป็นแกนนำในการทำลายป่า ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกไม่ปลอดภัย ดังนั้นจึงอยากให้นักข่าวเวลาเสนอข่าวควรแยกแยะแต่ละกลุ่มให้ชัดเจน และเดินลงไปดูพื้นที่จริงๆ ลงไปหาชาวบ้านว่าเขาอยู่กันอย่างไร โดยเขายืนยันว่าในวันที่ 12 ก.ย.ก่อนที่จะมีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อไม่มีนักข่าวเข้ามาในพื้นที่ของชุมชน มีแต่เฮลิคอปเตอร์ของทหารมาบินวนในพื้นที่ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ผิดปกติ เพราะการสำรวจพื้นที่ที่เคยทำมาจะเป็นการใช้เฮลิคอปเตอร์ของป่าไม้ ส่วนข้อเรียกร้องต่อทหารที่ขนาดนี้อยู่ในพื้นที่ ชาวบ้านก็อยากให้ทหารเข้ากรมกอง
“เดินดินไปสัมผัสพวกผมหน่อย พวกผมไม่รังแกใคร” นายไพฑูรย์ กล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตุว่า การสื่อข่าวสารว่าชาวบ้านทำลายป่าอนุรักษ์ ทำลายป่าต้นน้ำ อาจเป็นการสร้างความชอบธรรมให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาสลายชาวบ้าน นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตุถึงการยุยงให้ชาวบ้านกลุ่มต่างๆ เกิดความขัดแย้งกัน และยุยงเรื่องการรุกทำลายในพื้นที่ว่าอาจเป็นการสร้างความชอบธรรมในการสลายกลุ่มชาวบ้านด้วยเช่นกัน
“พื้นที่ 2 หมื่นกว่าไร่ไม่ใช่พื้นที่น้อยๆ ทรัพย์สินที่อยู่ในพื้นที่เป็นผลประโยชน์มหาศาล ผลประโยชน์ยังมีในพื้นที่อยู่” ชาวบ้านกลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านลำนางรองแสดงความคิดเห็น และกล่าวว่าการแก้เข้าไปในพื้นที่ของชาวบ้านกลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านลำนางรอง กว่า 4 เดือน ถึงวันนี้ชาวบ้านยังไม่ได้มีโอกาศในการทำอยู่ทำกินอย่างสงบเลย
อย่างไรก็ตามนายไพฑูรย์ แสดงความเห็นว่าหากสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่คลี่คลายลงไปได้โดยไม่มีการสลายการชุมชน จากประสบการณ์ในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา ต่อไปอาจมีการออกหมายจับแกนนำชาวบ้าน ซึ่งขณะนี้คาดว่าจะมีอย่างน้อย 9 คนที่อาจต้องถูกหมายจับ
เมื่อถามถึงช่องทางของการเช่าที่ดินเพื่อจัดสรรการทำประโยชน์ตามที่ชาวบ้านกลุ่มอื่นๆ ยอมรับ แต่กลุ่มปฏิรูปที่ดินฯ กลับต้องการดำเนินการในรูปโฉนดชุมชน นายไพฑูรย์ ให้เหตุผลว่า ที่ดินดังกล่าวดั้งเดิมเป็นที่ดินของชาวบ้านที่มีการแผ้วถางกันมา หากเช่าก็เหมือนเป็นการเช่าที่ตนเอง อีกทั้งมติล่าสุดของสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ลำนางรอง เมื่อวันที่ 23 เม.ย.52 ระบุให้บริษัทเอกชนเช่าทำประโยชน์และชาวบ้านเช่าทำกินในพื้นที่ฝ่ายละครึ่งจากพื้นที่รวมกว่า 23,700 ไร่ ขณะนี้ความเป็นจริงบริษัทได้แบ่งไปแล้ว 16,000 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่เหลือไม่ถึงครึ่งต้องจัดสรรให้คนที่ต้องการจะเช่ากว่า 4,000 คน อย่างไรก็ตามหากปล่อยให้เช่าจริง คาดว่าไม่เกิน 3 ปี นายทุนก็จะเก็บเกี่ยวที่ดินตรงนี้ไปหมด เพราะไม่มีอะไรมารับประกันความยังยืนว่าที่ดินจะคงอยู่ในมือชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงื่อนไขต่างๆ ไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านร่วมกันกำหนดเอง ดังนั้นจึงยืนยันที่จะไม่เช่า
สำหรับการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านกลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านลำนางรองได้เข้าไปจัดการที่ดินในพื้นที่ที่เอกชนได้นำทรัพย์สินออกไปแล้ว เนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ โดยจัดสรรการใช้ประโยชน์ คือ มีพื้นที่รักษาให้เป็นป่าธรรมชาติโดยห้ามตัดแต่ปลูกเพิ่ม 400 ไร่ ส่วนที่เหลือก็จัดเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน
ทั้งนี้ กลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านลำนางรอง เป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรไร้ที่ดินและมีที่ดินทำกินไม่เพียงพอ จาก ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ จำนวนกว่า 170 ครอบครัว ภายใต้เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) ได้เคลื่อนย้ายเข้าไปจัดตั้งชุมชนเพื่อทำการตรวจสอบพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ซึ่งบริษัทเอกชนได้เช่าปลูกยูคาลิปตัสและสัญญาเช่าได้หมดอายุลงแล้วเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2552 ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.2552 เพื่อเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกิน โดยให้รัฐบาลปฏิบัติตามแนวทางโฉนดชุมชน
นายกว่าง อายุ 60 ปี ชาวบ้านโนนดินแดงอีกคนหนึ่ง เล่าถึงประวัติศาสตร์ของพื้นที่ว่า พื้นที่ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ในอดีตเป็นพื้นที่สีแดงที่มีการต่อสู้ของรัฐบาลและคอมมิวนิสต์ รัฐบาลมีนโยบายเปิดพื้นที่ป่าให้ชาวบ้านเข้าไปทำกิน แต่เมื่อในพื้นที่สงบรัฐบาลได้มีการจัดสรรที่ดินใหม่ในปี พ.ศ.2522 โดยจัดสรรที่ดินในพื้นที่อื่นให้ชาวบ้านแล้วบอกกับว่าที่ดินเดิมที่มีเหลืออยู่กว่า 2 หมื่นไร่นี้จะเก็บไว้เพื่อจัดสรรให้ลูกหลานในอนาคต ให้ช่วยกันดูแลรักษา แต่ต่อมารัฐบาลได้เปิดให้เอกชนเช่าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 แต่การเช่าพื้นที่มีเงื่อนไขว่าต้องมีรถไถ รถแทรกเตอร์ ขอเช่าที่แค่ 20 ไร่ แต่ต้องมีเงินเป็นหมื่นเป็นแสนซื้อรถไถ รถแทรกเตอร์ ชาวบ้านทั่วไปเลยไม่มีสิทธิ
เมื่อบริษัทเอกชนที่เช่าทำสวนยูคาลิปตัสหมดสัญญาชาวบ้านเลยอยากได้ที่ให้ลูกหลาน เพราะสมาชิกของชุมชนเดิมที่ถูกย้ายออกมาจากพื้นที่ 104 หลังคาเรื่อน จากที่เคยมีที่ดินครอบครัวละ 40-50 ไร่ ได้รับจัดสรรใหม่เหลือแค่ 15 ไร่ วันนี้ได้เพิ่มมาเป็น 279 หลังคาเรือน ดังนั้นจึงได้เข้าไปดูแลพื้นที่เก่า ประมาณ 2,000 ไร่ แบ่งกันทำกิน ดังนั้นจึงขอวอนฝ่ายต่างๆ ได้เข้ามาช่วยเหลือด้วย
นายสุรพล สงฆ์รักษ์ ตัวแทนสหพันธ์เกษตรภาคใต้ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ กล่าวว่า เรื่องการจัดการที่ดินโดยชูโฉนดชุมชน เป็นกระแสที่กำลังได้รับการตอบรับ ซึ่งรัฐบาลก็ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั้ง 4 ภาคแล้ว แต่อีกด้านหนึ่งการจัดทำโฉนดชุมชนก็มีอุปสรรค์ที่ขักขวางไม่ให้เกิดขึ้นได้จริง โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนที่เป็นพื้นที่นำร่องโฉนชุมชน 3 แห่ง จากทั้งหมด 30 แห่ง ดับตั้งแต่เดือนมีนาคม (ที่มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ รวมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 6 ชุดเพื่อแก้ปัญหา) ในพื้นที่ยังคงมีการเผา ไล่รื้อ ยิงข่มขู่ชาวบ้าน รวมทั้งใช้การฟ้องร้องดำเนินคดีกับชาวบ้านทั้งทางแพ่งและอาญา ส่วนกรณีพื้นที่ส่วนป่าคอนสาร จ.ชัยภูมิ ซึ่งอยู่ในความดูแลขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ชาวบ้านก็ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีกว่า 31 ราย
สำหรับในพื้นที่บ้านลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งได้ดำเนินการปฎิรูปที่ดินโดยชุมชน ถือเป็นการโต้แย้งการครอบครองที่ดินของเอกชนรายใหญ่และรัฐ ขณะนี้ได้มีทหารเข้าไปอยู่ในพื้นที่โดยบอกว่าพื้นที่เป็นที่อนุรักษณ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการให้สัปทานเอกชนปลูกป่ายูคาลิปตัส ในพื้นที่กว่า 2 หมื่นไร่ ตั้งแต่ปี 2527 อีกทั้งเดิมพื้นที่นี้ เป็นที่ทำกินเก่าของชาวบ้านแต่มีการให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ จนเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายทุนหมดสัญญาเช่าพื้นที่ปลูกยูคาลิปตัสชาวบ้านจึงได้เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว ภาวะการณ์ของปัญหาเหล่านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง รัฐบาล นักวิชาการ ควรเข้ามาร่วมดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง
“ในขณะที่รัฐบาลบอกเดินหน้าโฉนดชุมชน แต่ประชาชนต้องเผชิญกับอำนาจ ผลประโยชน์ ความรุนแรงในพื้นที่” นายสุรพล กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมแสดงความเห็นว่า ประเด็นร่วมด้านหนึ่งนั้นโฉนดชุมชนมีความสวยหรู มีการกระจากการถือครองที่ดิน แก้ปัญหาการเปลี่ยนมือ แต่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องต่อสู้อย่างหนักโดยลำพัง ทั้งที่ปัญหาในพื้นที่ทั้งอิทธิพลท้องถิ่น นายทุน ข้าราชการในพื้นที่ ประชาชนจัดการเองไม่ได้แน่ ทั้งที่ต้องการจะต่อสู้เพื่อการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมตามนโยบายของรัฐ
ด้านนายนิพนธ์ บุญญภัทโร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่เกิดขึ้นว่า คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะได้มีมติผ่อนผันให้สมาชิกคปท.อยู่ในพื้นที่ของรัฐที่ยังไม่ได้รับรองสิทธิไป พลางก่อน จนกว่าการแก้ไขปัญหาจะเสร็จสิ้น เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2552 ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาของเครือ ข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย จึงคิดว่าไม่น่าจะมีการใช้ความรุนแรง
ในส่วนของปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ในการทำโฉนดชุมชนต้องลงลึกไปในพื้นที่ โดยภาครัฐต้องเข้าไปช่วยเหลือดูแล แต่ก็ต้องยึดหลักของกฎหมาย ซึ่งก็มีปัญหาที่ภาครัฐบางครั้งไม่เด็ดขาดรวดเร็วในการแก้ปัญหา เพราะข้อจำกัดเรื่องคนที่จะลงพื้นที่และเวลา ทำให้การลงดูพื้นที่ทำได้ล่าช้า ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบว่าป่าไม้กับอุทยานมีปัญหามากสุด เพราะเอากฎหมายไปจับ ทำให้ลำบากในการแก้ปัญหา ซึ่งในเรื่องนี้ภาครัฐ กรมที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้าน และสำนักนายกควรจะต้องมานั่งพูดคุยกันเพื่อร่วมหาแนวทางแก้ปัญหา ซึ่งไม่มีสูตรสำเร็จ ทุกฝ่ายต้องมีส่วนรวมในการแก้ปัญหา
ล่าสุดวานนี้ (16 ก.ย.52) เครื่อข่ายปฎิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการจ่อกรณีการเข้าครอบครองพื้นที่หมดสัญญาเช่าโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ระบุข้อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการสั่งการไปยังเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่าย เช่น เจ้าหน้าที่สังกัดกรมป่าไม้ และตชด.เคารพและปฏิบัติตามมติการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2552 และให้ผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบสั่งการให้ทุกฝ่ายสลายหรือถอนกำลังเจ้าหน้าที่รวมทั้งกลุ่มต่างๆ ออกจากพื้นที่ เพื่อคืนความสงบสุขให้กับชุมชน
รัฐบาลต้องยุติการต่อสัญญาเช่า และเร่งรัดนำที่ดินที่หมดสัญญาเช่ามาปฏิรูปที่ดินตามแนวทางโฉนดชุมชน เร่งรัดสั่งการให้ข้าราชการในท้องที่ออกสำรวจรังวัดพื้นที่ร่วมกับสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ ในส่วนที่เป็นพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชน 30 พื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการแสดงถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และสั่งการให้สื่อของรัฐ ยุติการนำเสนอข่าวสารที่บิดเบือนข้อเท็จจริงและทำให้สังคมเข้าใจผิด












อ้าว ไม่ไปเขายายเมี่ยงเหรอ
อ้าว ไม่ไปเขายายเมี่ยงเหรอ .......เก่งจริงกับชาวบ้านเนี่ย...
กับรากหญ้าทำเป็นเก่ง
กับรากหญ้าทำเป็นเก่ง แต่กับบิดามารดาที่ไม่ได้เป็นผู้ให้กำเนิด แกล้งโง่ไปซื้อที่ป่าสงวน กลับทำเกรงอกเกรงใจ ตกลงพวกมึงรับเงินเดือนจากภาษีคนทั้งประเทศ หรือรับเงินเดือนจากอีพวกบิดามารดาที่ไม่ได้บังเกิดเกล้าของพวกมึงกันแน่ ถึงได้เกรงใจกันนัก ทุกวันนี้พวกนายทุนเพื่อนสนิทพวกข้าราชการชั่้วๆ ขโมยตัดไม้ในป่าสงวน มีสัตว์หน้าไหนรักษาได้บ้าง ก็เห็นมีแต่หน่วยตำหนวดชั้นผู้น้อยได้งบประมาณปีละไม่กี่ล้านคอยเอาชีวิตไปทิ้ง ส่วนไอ้พวกหน้าใหญ่ตีนใหญ่ก็เอาแต่ตีกอล์ฟหากินกับการเมือง สุดชั่วแบบนี้คิดอายหมาบ้างไหม?? เอ.... หรือว่าด้านจนไม่อายกันหมดทั้งกรมแล้ว
ความมหัศจรรย์ของ biospry ?
ความมหัศจรรย์ของ biospry ?
ค.ศ.1994 Dr. Daniel Rudman .M.D ลง ในวารสาร
การแพทย์ New England Jaurnal of medicine รายงานว่า ผลการใช้ HGH
สามารถชะลอความแก่ได้ ช่วยให้ดู เป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้น 10-20 ปี สังเกตุจาก
ผิวที่ขาวใสขึ้น รอยเหิ่ยวย่นลดลง ผมบาง ผมร่วง ดกดำขึ้น กล้ามเนื้อกระชับขึ้น
นอนหลับลึกขึ้น สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น
http://kl.am/gool
ความมหัศจรรย์ของ biospry ?
ความมหัศจรรย์ของ biospry ?
ค.ศ.1994 Dr. Daniel Rudman .M.D ลง ในวารสาร
การแพทย์ New England Jaurnal of medicine รายงานว่า ผลการใช้ HGH
สามารถชะลอความแก่ได้ ช่วยให้ดู เป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้น 10-20 ปี สังเกตุจาก
ผิวที่ขาวใสขึ้น รอยเหิ่ยวย่นลดลง ผมบาง ผมร่วง ดกดำขึ้น กล้ามเนื้อกระชับขึ้น
นอนหลับลึกขึ้น สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น
http://kl.am/gool
หลักการของพื้นที่ทับซ้อน
หลักการของพื้นที่ทับซ้อน ต้องไม่ให้ฝ่ายใดเข้าไปทำกิจกรรม แม้แต่พื้นที่ทับซ้อนในทะเล ก็ยังไม่อนุญาตให้ฝ่ายใดทำการสำรวจ การอ้างว่าไทยยังไม่เสียอธิปไตยในดินแดน ทั้งๆ ที่ฝ่ายกัมพูชา เข้ามาตั้งรกรากแล้ว แสดงถึงตวามอัปยศของรัฐบาลไทย ซึ่งถึงแม้จะมีกำลังทหารมากกว่า แต่ก็ยังให้ประเทศเล็กๆ แบบกัมพูชาหมิ่นศักดิ์ศรีได้
รับซ่อมInverter ขายINVERTER
รับซ่อมInverter ขายINVERTER HITACHI SIEMENS VACON ABB MITSUBISHI OMRON YASKAWA TOSHIBA FUJI Telemecanique COMMISIONNING PLC รับซ่อมPLC
รับซ่อมInverter ขายINVERTER HITACHI SIEMENS VACON ABB MITSUBISHI OMRON YASKAWA TOSHIBA FUJI Telemecanique COMMISIONNING PLC รับซ่อมPLC
รับซ่อมInverter ขายINVERTER HITACHI SIEMENS VACON ABB MITSUBISHI OMRON YASKAWA TOSHIBA FUJI Telemecanique COMMISIONNING PLC รับซ่อมPLC
รับซ่อมInverter ขายINVERTER HITACHI SIEMENS VACON ABB MITSUBISHI OMRON YASKAWA TOSHIBA FUJI Telemecanique COMMISIONNING PLC รับซ่อมPLC
www.vccontrolmatic.com
E-mail: vccontrolmatic@gmail.com
Tel2-6814414,02-2124353,02-6749991
รับซ่อมInverter ขายINVERTER
รับซ่อมInverter ขายINVERTER HITACHI SIEMENS VACON ABB MITSUBISHI OMRON YASKAWA TOSHIBA FUJI Telemecanique COMMISIONNING PLC รับซ่อมPLC
รับซ่อมInverter ขายINVERTER HITACHI SIEMENS VACON ABB MITSUBISHI OMRON YASKAWA TOSHIBA FUJI Telemecanique COMMISIONNING PLC รับซ่อมPLC
รับซ่อมInverter ขายINVERTER HITACHI SIEMENS VACON ABB MITSUBISHI OMRON YASKAWA TOSHIBA FUJI Telemecanique COMMISIONNING PLC รับซ่อมPLC
รับซ่อมInverter ขายINVERTER HITACHI SIEMENS VACON ABB MITSUBISHI OMRON YASKAWA TOSHIBA FUJI Telemecanique COMMISIONNING PLC รับซ่อมPLC
www.vccontrolmatic.com
E-mail: vccontrolmatic@gmail.com
Tel2-6814414,02-2124353,02-6749991