รายงาน: ‘อภิสิทธิ์’ ลั่นค้าน ‘พ.ร.บ.ความมั่นคง’ (เหตุเกิดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว)

ทีมข่าวการเมือง

ทัศนะของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” (เมื่อ 2 ปีที่แล้ว) คัดค้านการผ่านร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยเห็นว่าหากนิยาม “ภัยคุกคามความมั่นคง” อย่างไม่แยกแยะ อาจมีการใช้กฎหมายในทางที่ผิด และย้ำว่าการชุมนุมทางการเมืองเป็นสิทธิที่ทุกคนพึงมีตราบเท่าที่ไม่ใช้ความ รุนแรง การควบคุมต้องต่างจากการก่อการร้าย และย้ำว่าหากกฎหมายผ่าน สนช. ต้องแก้ไข

 

1.
“ปัจจุบัน การกระทำที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงมีความหลากหลายมาก แต่กฎหมายทุกฉบับจะพยายามนิยามให้ครอบคลุมกว้างๆโดยไม่จำแนกแยกแยะ และมักจะใช้เครื่องมือตามกฎหมายโดยไม่มีการแยกแยะเช่นเดียวกัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็จะเกิดความเสี่ยงที่ “ภัยคุกคาม” บางชนิดจะป้องกันปราบปรามไม่ได้ ขณะที่อาจมีการใช้อำนาจตามกฎหมายในทางที่ผิด”
 
“ขณะที่ปัญหาการชุมนุมทางการเมืองนั้น เป็นสิทธิที่ทุกคนพึงมีตราบเท่าที่ไม่มีการจงใจที่จะละเมิดกฎหมายในลักษณะของการใช้ความรุนแรง หรือก่อให้เกิดความวุ่นวาย การควบคุมสถานการณ์ในลักษณะนี้ ต้องการการปฏิบัติแตกต่างจากการก่อการร้ายอย่างชัดเจน”
 
“การตรากฎหมายครั้งนี้ ต้องตระหนักว่า กฎหมายที่ออกมาจะบังคับใช้ไปจนกว่าจะมีการแก้ไข หรือยกเลิกซึ่งคงเกิดขึ้นไม่ง่ายนัก
 
ผู้ใช้กฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้มีอำนาจในปัจจุบัน
 
ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงอย่างแท้จริง การดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ จึงควรกระทำด้วยความรอบคอบ และยึดถือหลักการที่ถูกต้อง สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน
 
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,
ในบทความ “กฎหมายความมั่นคงกับสถานการณ์ปัจจุบัน”, 24 มิ.ย. 50
 
 
2.
“ต้องรอดูก่อนว่าร่าง พ.ร.บ.นี้จะผ่าน สนช.หรือไม่ หากผ่านมาแล้วไม่ได้มีการปรับแก้ในประเด็นที่หลายฝ่ายเป็นห่วง รวมถึงกระทบกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยก็จำเป็นต้องปรับแก้ ต่อไป”
 
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, 10 พ.ย. 50
 
 
3.
“กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ห้ามการชุมนุม และกลุ่มผู้ชุมนุมหากจะเคลื่อนไหวในความสงบก็ควรให้ความร่วมมือ เนื่องจากกังวลว่าอาจมีมือที่สามเข้ามา ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลทำไม่ได้เป็นเรื่องการต่อต้านการชุมนุมแต่อย่างใด แต่ต้องการให้การชุมนุมเป็นไปโดยเรียบร้อยและน่าจะเข้าใจกันได้”
 
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, 26 ส.ค. 52
 
 
 
0 0 0
 
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เห็นชอบการประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยให้มีการประกาศใช้ระหว่างวันที่ 29 ส.ค. - 1 ก.ย. เป็นเวลา 4 วัน ในบริเวณพื้นที่เขตดุสิต โดยให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ [1]
 
ใครจะไปคิดบ้างว่า คนที่สั่งการให้ใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ ในวันนี้ คือคนที่เคยคัดค้านการมีกฎหมาย พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ เมื่อ 2 ปีก่อน
 
0 0 0
 
พ.ศ. 2550 
หากไม่แยกแยะ อาจมีการใช้อำนาจในทางที่ผิด
 
โดยเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2550 ในช่วงรัฐบาล คมช. ที่มี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี และมีความพยายามผลักดันกฎหมายความมั่นคงของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในขณะนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เผยแพร่บทความ “กฎหมายความมั่นคงกับสถานการณ์ปัจจุบัน” ของเขาในเว็บไซต์ www.abhisit.org แสดงความห่วงใยกรณีที่จะมีการเสนอร่างกฎหมายความมั่นคง โดยเกรงว่าหากนิยาม “ภัยคุกคามความมั่นคง” โดยไม่แยกแยะ อาจมีการใช้อำนาจตามกฎหมายในทางที่ผิด [2]
 
รายละเอียดของบทความมีดังนี้ (ตัวเน้นโดยประชาไท)
 
กฎหมายความมั่นคงกับสถานการณ์ปัจจุบัน
โดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 24 มิถุนายน 2550
ที่มา: http://www.abhisit.org/visiondetail.php?cate_id=55
 
สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงในราช อาณาจักร พ.ศ. …. ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นเครื่องมือในการทำงานด้านความมั่นคง และเป็นการกำหนดโครงสร้างการทำงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ไปพร้อมๆ กัน โดยกฎหมายฉบับนี้จะมีการนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป
 
ความจริงความพยายามที่จะตรากฎหมายใหม่ทางด้านความมั่นคงมีมาโดยตลอด หลังจากที่ปัญหาการก่อการร้ายสากลได้ยกระดับความรุนแรงขึ้นหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 และดูจะเป็นปัญหาที่หลายประเทศมีความตื่นตัวและข้อถกเถียงอย่างมาก
 
รัฐบาลที่แล้วก็เคยตราพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาแล้ว โดยให้เหตุผลว่า เป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการคลี่คลายสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้
 
หลังการรัฐประหาร ก็มีการนำกฎอัยการศึกมาประกาศใช้และยังคงใช้อยู่ในหลายพื้นที่
 
พร้อมๆ กับการเกิดแนวคิดที่จะใช้ กอ.รมน. เคลื่อนไหวงานด้านมวลชน ซึ่งแยกแยะได้ยากว่า เป็นงานความมั่นคง หรือเป็นงานการเมือง
 
แม้สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะเป็นสภาที่มาจากการแต่งตั้ง แต่ก็เชื่อว่า การพิจารณากฎหมายฉบับใหม่จะเป็นไปอย่างเข้มข้น และการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้จะมีขึ้นอย่างกว้างขวาง ผมเห็นว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะนอกจากกฎหมายลักษณะนี้จะมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างกว้างขวางแล้ว หากกำหนดเครื่องมือความมั่นคงที่ไม่รัดกุม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ก็จะเป็นปัญหาและอุปสรรคในการดูแลรักษาความมั่นคงด้วย
 
ผมจึงอยากเห็นการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างมีกรอบและหลักคิดที่ชัดเจนดังนี้
 
1. นิยาม “ภัยคุกคามความมั่นคง” ในลักษณะต่างๆให้ชัด ปัจจุบัน การกระทำที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงมีความหลากหลายมาก แต่กฎหมายทุกฉบับจะพยายามนิยามให้ครอบคลุมกว้างๆโดยไม่จำแนกแยกแยะ และมักจะใช้เครื่องมือตามกฎหมายโดยไม่มีการแยกแยะเช่นเดียวกัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็จะเกิดความเสี่ยงที่ “ภัยคุกคาม” บางชนิดจะป้องกันปราบปรามไม่ได้ ขณะที่อาจมีการใช้อำนาจตามกฎหมายในทางที่ผิด
 
ยกตัวอย่างเช่น การก่อการร้าย ซึ่งหมายถึง การมุ่งทำลายล้างชีวิตหรือทรัพย์สินต่างๆ ในปัจจุบันจะอาศัยเครื่องมือ อุปกรณ์ การติดต่อสื่อสารโทรคมนาคม ฯลฯ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการควบคุม หรือ จำกัดสิทธิในบางสถานการณ์ บางครั้งการจำกัดสิทธิอาจก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตของบุคคลทั่ว ไป แต่ก็จำเป็นจะต้องมีการทำความเข้าใจและขอความร่วมมือ
 
ขณะที่ปัญหาการชุมนุมทางการเมืองนั้น เป็นสิทธิที่ทุกคนพึงมีตราบเท่าที่ไม่มีการจงใจที่จะละเมิดกฎหมายในลักษณะของการใช้ความรุนแรง หรือก่อให้เกิดความวุ่นวาย การควบคุมสถานการณ์ในลักษณะนี้ ต้องการการปฏิบัติแตกต่างจากการก่อการร้ายอย่างชัดเจน
 
อย่าลืมว่าในโลกปัจจุบัน การป้องกันการก่อการร้าย เป็นเรื่องที่โลกประชาธิปไตยยอมรับได้ แต่การจำกัดสิทธิทางการเมือง นอกจากจะไม่เป็นที่ยอมรับแล้ว ยังเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงอีกด้วย
 
กฎหมายใหม่จึงควรมีการแยกแยะกรณีต่างๆ ออกจากกันอย่างชัดเจน
 
2. ต้องมีความชัดเจนเรื่องผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ เราอยู่ในช่วงที่กำลังจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญที่เปรียบเสมือนกฎหมายแม่บทรับรองสิทธิ เสรีภาพต่างๆเช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2540 บางมาตราอาจมีความเข้มข้นกว่ารัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540 ด้วยซ้ำ นอกเหนือจากกฎอัยการศึก ซึ่งมักจะมีการเขียนรับรองไว้ กฎหมายอื่นๆ จะขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญไม่ได้ และการจำกัดสิทธิตามรัฐธรรมนูญต้องไม่เป็นการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานในสาระ สำคัญ โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ข้อยกเว้นที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเท่านั้น การตรากฎหมายฉบับใหม่จึงต้องกระทำด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะหากมีข้อความที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญก็จะบังคับใช้ไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาหลายประการตามมา
 
3. สะสางกฎหมายความมั่นคงให้เกิดเอกภาพ หากมีการใช้กฎหมายฉบับใหม่ควบคู่ไปกับกฎหมายอีก 2 ฉบับที่กล่าวมาแล้วข้างต้น (กฎอัยการศึก และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548) จะทำให้เกิดความซ้ำซ้อนและสับสนในเรื่องการใช้อำนาจในทุกระดับ ตั้งแต่การประกาศใช้กฎหมาย การมีอำนาจ การมอบอำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรณีของกฎหมายใหม่เป็น กฎหมายในลักษณะที่ให้มีอำนาจถาวรจะทำให้เกิดความขัดแย้งได้สูง
 
เมื่อจะตรากฎหมายทั้งที ควรจะจัดระบบกฎหมายความมั่นคงให้เป็นเอกภาพ มิใช่เพื่อประโยชน์ในความเข้าใจของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่เพื่อให้ประชาชนซึ่งอาจถูกจำกัดสิทธิรับทราบและเข้าใจ
 
4. ต้องมีกลไกควบคุมหรือถ่วงดุลการใช้อำนาจ แม้ในบางสถานการณ์รัฐจะมีความจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจเด็ดขาด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีการตรวจสอบถ่วงดุลไม่ได้ การบัญญัติให้เจ้าหน้าที่ไม่มีความรับผิดก็ดี การยกเว้นคำสั่งและการกระทำมิให้อยู่ภายใต้บังคับศาลปกครองก็ดี ทำให้โอกาสที่จะมีการใช้อำนาจในทางที่ผิดเกิดขึ้นได้มาก ควรยอมรับให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลได้ โดยอาจให้การยกเว้นเป็นเพียงเฉพาะในช่วงเวลาที่จำเป็นในการปฏิบัติการ เป็นต้น นอกจากนี้การควบคุมตัวที่ไม่ถือว่าเป็นการจับกุม ต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน เหมือนที่เกิดขึ้นในการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และกลับเป็นการเพิ่มบุคคลที่มีทัศนคติที่เป็นลบต่อรัฐ
 
5. ใช้โอกาสนี้ปรับโครงสร้างหน่วยงานความมั่นคง การกำหนดโครงสร้างในกฎหมายใหม่ ยังมีความลักลั่นและความสับสนอยู่ เช่น การคาบเกี่ยวกันของสำนักนายกรัฐมนตรี กองทัพ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น หากจะมีกฎหมายในเชิงโครงสร้างหน่วยงานความมั่นคง ก็ควรจะใช้โอกาสนี้ สะสาง และปฏิรูปไปในตัว
 
การตรากฎหมายครั้งนี้ ต้องตระหนักว่า กฎหมายที่ออกมาจะบังคับใช้ไปจนกว่าจะมีการแก้ไข หรือยกเลิกซึ่งคงเกิดขึ้นไม่ง่ายนัก
 
ผู้ใช้กฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้มีอำนาจในปัจจุบัน
 
ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงอย่างแท้จริง การดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ จึงควรกระทำด้วยความรอบคอบ และยึดถือหลักการที่ถูกต้อง สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน
 
 
0 0 0
 
พร้อมปรับแก้
 
ต่อมา เมื่อ 10 พ.ย. 2550 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติผ่านพ.ร.บ.ความมั่นคงภายในวาระแรกไปแล้ว โดยอภิสิทธิ์เห็นว่าหาก พ.ร.บ.นี้ผ่านแล้วมีประเด็นกระทบกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยก็จำเป็นต้องปรับแก้
 
โดยเขากล่าวว่า จุดยืนประชาธิปัตย์ชัดเจนว่ากฎหมายใดก็ตามหากขัดหลักประชาธิปไตย ก็จำเป็นต้องปรับแก้ เพราะไม่เห็นด้วยในหลายประเด็น เช่น การที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ต้องรับผิดในการดำเนินการใดๆ รวมทั้งขอบเขตอำนาจหน้าที่ต่างๆ แต่บางเรื่องอาจจะพอเข้าใจถึงหลักการและเหตุผลได้ อาทิ การที่เกรงว่าหากมีการนำเรื่องไปร้องศาลปกครองแล้วศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว จะทำให้มีปัญหาในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้อาจจะพอรับได้ แต่ต้องมีระยะเวลาที่ชัดเจน ไม่ได้หมายความว่ายกเว้นการตรวจสอบตลอดไป
 
"อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูก่อนว่าร่าง พ.ร.บ.นี้จะผ่าน สนช.หรือไม่ หากผ่านมาแล้วไม่ได้มีการปรับแก้ในประเด็นที่หลายฝ่ายเป็นห่วง รวมถึงกระทบกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยก็จำเป็นต้องปรับแก้ ต่อไป" [3]
 
 
0 0 0
 
คำแนะนำของผมก็คือ สนช.ควรจะพักผ่อน
 
อีกไม่กี่วันก่อนการลงมติ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ โดย สนช. เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.50 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเชิญไปพูดที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทยซึ่งจัดในช่วงค่ำ
 
ในตอนหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นเป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ บทบาทหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก โดยเฉพาะที่จะมีการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ว่า ตอนนี้ สนช.ควรจะพักผ่อนได้แล้ว
 
"คำแนะนำของผมก็คือ สนช.ควรจะพักผ่อน รอให้มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง"
 
นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่าหากกฎหมายความมั่นคงผ่านการพิจารณาของ สนช. และพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล พรรคของเขาจะไม่ยกเลิกกฎหมายดังกล่าว แต่จะแก้ไขในสาระสำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.คำจำกัดความของคำว่า "ความมั่นคง" ที่ขณะนี้ดูเหมือนว่าครอบคลุมกว้างขวางเกินไป 2.ปรับแก้โครงสร้างองค์กรที่รับผิดชอบความมั่นคง (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน.) โดยต้องทำให้สามารถตรวจสอบได้ 3.ศาลปกครองจะต้องมีอำนาจเหนือกฎหมายนี้ และสามารถดูแลการละเมิดสิทธิ์ผู้บริสุทธิ์ได้ 4.จะพยายามปรับให้กฎหมายฉบับนี้ละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญน้อยที่สุด [4]
 
โดยถัดมาหลังจากนั้น วันที่ 20 ธ.ค.50 เวลาประมาณ 20.00 น. ที่ประชุม สนช. ก็ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ด้วยมติเห็นชอบ 105 เสียง ไม่เห็นชอบ 8 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง โดยใช้เวลาในการอภิปรายประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง และไม่มีการแก้ไขสาระสำคัญใดๆ [5]
 
 
000
 
พ.ศ. 2552 
ไม่ได้ต่อต้านการชุมนุม แต่ต้องการให้เป็นไปโดยเรียบร้อย

ผ่านมา
1 วัน หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยเมื่อวันที่ 26 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ชี้แจงสาเหตุ ที่ต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 เขตดุสิต ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม-1 กันยายน โดยระบุว่าเพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
 
“สาเหตุที่ประกาศพื้นที่รักษาความมั่นคง ตาม พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ในพื้นที่เขตดุสิต ในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม-1 กันยายน เพื่อรับมือการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 30 สิงหาคม เพื่อต้องการให้การชุมนุมเกิดความเรียบร้อย ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ห้ามการชุมนุม และกลุ่มผู้ชุมนุมหากจะเคลื่อนไหวในความสงบก็ควรให้ความร่วมมือ เนื่องจากกังวลว่าอาจมีมือที่สามเข้ามา ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลทำไม่ได้เป็นเรื่องการต่อต้านการชุมนุมแต่อย่างใด แต่ต้องการให้การชุมนุมเป็นไปโดยเรียบร้อยและน่าจะเข้าใจกันได้
 
ต้องขอความกรุณาสื่อมวลชนเสนอข่าวสารให้ชัดเจนว่า รัฐบาลใช้กฎหมายฉบับนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ แต่ไม่ได้บอกว่าเหตุจะเกิดจากใคร และคิดว่าหากทุกฝ่ายต้องการให้เกิดความสงบ ขอให้ใช้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือก็เท่านั้น กลุ่มผู้ชุมนุมก็ชุมนุมโดยสงบไป ก็ไม่มีอะไร อย่างไรก็ตาม ไม่ได้จับตากลุ่มเคลื่อนไหวใดเป็นพิเศษ แต่จับตาทุกกลุ่ม เพราะกังวลว่าเมื่อเกิดการชุมนุมใหญ่ ก็จะมีความละเอียดอ่อนทั้งหมด เพราะช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาเกิดความเสียหายกับประเทศมาก และไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้นอีก
 
รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลให้เกิดความสงบทั้งหมด และหากการชุมนุมอยู่ในความสงบเรียบร้อยก็ไม่มีปัญหา
 
 
อ้างอิง
[1] รัฐบาลประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง 4 วัน เฉพาะเขตดุสิต สกัดเสื้อแดงชุมนุมใหญ่, ประชาไท, 25 ส.ค. 50, http://www.prachatai.com/journal/2009/08/25577
[2] กฎหมายความมั่นคงกับสถานการณ์ปัจจุบัน, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 24 มิ.ย. 2550, http://www.abhisit.org/visiondetail.php?cate_id=55
[3] รุมต้านพ.ร.บ.ปกครองชายแดน อจ.จุฬาฯชี้อำนาจยิ่งกว่าพระเจ้า, มติชนรายวัน, 12 พ.ย. 50 http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01p0114121150
[4] “อภิสิทธิ์” ประกาศหากเป็นรัฐบาลจะแก้ "พ.ร.บ.ความมั่นคง" แนะ สนช. พักผ่อนได้แล้ว, ประชาไท, 19 ธ.ค. 50, http://www.prachatai.com/journal/2007/12/15199
[5] ผ่านแล้วกฎหมายรัฐทหาร! สนช.ไฟเขียว พ.ร.บ.ความมั่นคง 105 ต่อ 8, ประชาไท, 20 ธ.ค. 50, http://www.prachatai.com/journal/2007/12/15218

 

ถ้าสังเกตซี่งเกิดขึ้นระหว่างส

ถ้าสังเกตซี่งเกิดขึ้นระหว่างสองปีผ่านมาและไม่เปลิ่ยนความคิดเห็นบ้าง เขาอาจจะโดนเรียกว่า "ตาบอด" หรือว่า "ไม่มีสมอง" ครับ

*เห็นเสื้อแดง ไม่ใช่

*เห็นเสื้อแดง ไม่ใช่ ประชาชน
ใช้เล่ห์กล ข่มเหง เร่งขจัด
สองมาตรฐานแท้จริงยิ่งชี้ชัด
อำนาจรัฐเลือกปฏิบัติไม่เท่าเทียม

*กฎหมายความมั่นคงชงโดยม้า
สุดแต่ว่าม้าเลือกใครให้ผลเยี่ยม
แม้การจัดรัฐประหารอันเหี้ยมเกรียม
ม้าจัดเตรียมอำนาจม้าให้มั่นคง

*จ๊อกกี้ใดม้าไม่เลือกเป็นรัฐบาล
แม้จะผ่านการเลือกตั้งพลังสูงส่ง
อย่าได้หมายจะได้อยู่อย่างยืนยง
เพราะกลไกความมั่นคงไม่ทำงาน

*ประชาชนเสียภาษีพลีให้ม้า
จะต้องรวมพลังตั้งใจหาญ
อย่าให้ม้าเป็นผู้เลือกรัฐบาล
ที่ฝืนความต้องการประชาชน

*ประชาชนต้องสู้กู่ประจาน
ม้าสันดานอำมาตยาจ้องหาผล
คอยปกป้องอำนาจบทบาทตน
ลิดรอนสิทธิ์เสรีชนอยู่ร่ำไป

*ที่สามสิบสิงหามาร่วมสู้
ให้มันรู้กันไปใครยิ่งใหญ่
ประชาชนผู้รู้ค่าประชาธิปไตย
รวมกันไล่นอมินีอำมาตยา

*ประชาชนเสียภาษีพลีให้ม้า จะต

*ประชาชนเสียภาษีพลีให้ม้า
จะต้องกล้ารวมพลังตั้งใจหาญ
อย่าให้ม้าเป็นผู้เลือกรัฐบาล
ที่ฝืนความต้องการประชาชน

*ประชาชนต้องสู้กู่ประจาน
ม้าสันดานอำมาตยาจ้องหาผล
คอยปกป้องอำนาจบทบาทตน
ลิดรอนสิทธิ์เสรีชนอยู่ร่ำไป

*ที่สามสิบสิงหามาร่วมสู้
ให้มันรู้กันไปใครยิ่งใหญ่
ประชาชนผู้รู้ค่าประชาธิปไตย
รวมกันไล่นอมินีอำมาตยา

ไม่สมเหตุสมผล

ไม่สมเหตุสมผล และไม่มีความจำเป็นเลยที่ต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในประเทศสารขัณฑ์

ไม่เห็นจำเป็นต้องลากยาวไปถึงส

ไม่เห็นจำเป็นต้องลากยาวไปถึงสองปีที่ผ่านมา แค่ไม่ถึงปีที่เด็กโง่หนีทหารเคยเห่าเรื่องม็อบว่า "คนเดียวก็มีความหมาย" แต่ตอนนี้ต่อให้เป็นล้านก็ไม่มีความหมาย เพราะกูจะเป็นนายโย้กกกกกกก หน้าด้านหน้าทน อายแทนลูกมันจริงๆ ที่มีพ่อแบบนี้
ฝากไปถึงคนเสื้อแดง ให้ระวังพวกลิ่วล้อเศษสวะ shit shit service ของพ่อลูกปากห้อย ที่จะบริการหลังการขายให้เด็กโง่หนีทหาร เข้ามาก่อกวนสร้างสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เพื่อให้พวกก๊วนเด็กโง่หนีทหาร อ้างกฎหมายมาปราบปรามเหมือนเดือนเมษายนที่ผ่านมา ประสบการณ์มีแล้ว ขอให้ใจเย็นๆ อยู่ในกรอบของกฎหมายให้มากที่สุด จะดูน้ำหน้าเด็กโง่หนีทหารกับพวกลิ่วล้อเศษสวะว่าจะเอากฎหมายมาตราไหนมาอ้างอีก

ขอชมหน่อยทีมข่าวการเมืองประชา

ขอชมหน่อยทีมข่าวการเมืองประชาไทนี่เก่งนะ เพียรพยายามเหลือเกินที่จะไปสืบค้น ถ้อยคำเก่าๆของอภิสิทธิ์เพื่อหยิบมาเป็นประเด็นโจมตี แต่ก็จริงของพวกคุณแหละนะ ทักษิณมาแล้วก็จากไป สมัครมาแล้วก็จากไป สมชายมาแล้วก็จากไป อภิสิทธิ์มาแล้วก็จะจากไปเช่นกัน แต่ประเทศไทยนี้ต้องคงอยู่ตลอดไปครับ ขอความกรุณาโปรดเข้าใจระบบที่แท้จริงด้วยว่า ในวิถีการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น ประชาชนสามารถคัดเลือกผู้นำได้ แตกต่างจากเผด็จการ ในระบอบประชาธิปไตยประชาชนคือผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศ การที่จะหยิบประเด็นนี้มาโจมตี เพื่อให้คน คนหนึ่ง กลับมาเป็นใหญ่ต่อหมายความว่าไงครับ ถ้าพวกคุณจะต่อสู้เพื่อส่วนรวมจริงๆ ต้องต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบครับ เพื่อให้มันดีขึ้น เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เพื่อมิให้เจ้าขุนมูลนายทั้งหลายมีบทบาทในการชี้นำสังคมอีกต่อไป วัตถุประสงค์คือ เพื่อต่อสู้เอาอำนาจของประชาชนกลับมาอย่างแท้จริงนั้นเอง สามเกลอหัวขวดทำเพื่อใคร แป๊ะลิ้มทำเพื่อใคร แล้วพวกคุณล่ะทีมข่าวการเมืองของประชาไท คุณทำเพื่อใคร
การต่อสู้ของทักษิณล่ะมันทำเพื่อใคร ทำเพื่อรากหญ้าหรือไร เปล่าเลย มันทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองชัดๆเห็นๆกันอยู่

"แล้วผลประโยชน์

"แล้วผลประโยชน์ หมายความว่าเช่นไร อะไรบ้างหละ ที่เป็นผลประโยชน์-อะไรบ้าง คือผลประโยชน์ แล้วผลประโยชน์ หน้าตามันเป็นอย่างไร..." ค.คน เอ๋ย รู้ไหม Thailand อยู่ในระดับไหน...ประเทศด้วยพัฒนา = แล้วคำว่าด้วยพัฒนา มันมีความหมายอย่างไร? ... ง่ายๆ ก็ความคิดอย่างคุณไง...ด้วยพัฒนา

ยังไม่รู้อีกหรือนี่ว่ารากหญ้า

ยังไม่รู้อีกหรือนี่ว่ารากหญ้าเขาต้องการทักษิณ เขาไม่เอาพวกอำมาตย์นอกรัฐธรรมนูญ

ประชาชนได้อะไรจากอมาตยาธิปไตย

ประชาชนได้อะไรจากอมาตยาธิปไตย นอกจากความล้าหลัง และยากแค้น

เพื่อประชาธิปไตย(ที่กินได้) แ

เพื่อประชาธิปไตย(ที่กินได้)
และการกินดีอยู่ดีของประชาชนทั้งประเทศ
ไม่อยู่ใต้อุ้งตีนอำมาตย์
ไม่อยู่ใต้อุ้งตีนทหาร
โจรยึดสนามบินต้องติดคุกหรือโดนประหาร
มาร์คต้องยุบสภาเลือกตั้งใหม่
เผด็จการและสมุนกากเดนเผด็จการจงพินาศ

ทักษิณเป็นหัวหอกที่ทะลวงทิ่มแทงเผด็จการ
เปิดโปงและชนกับขันทีเฒ่าตัณหากลับ
....โปดฟังอีกครั้งๆๆๆๆๆ โ คน ขาหนีบ
ขี้เกียจจะเป่าขลุ่ยให้ควายฟัง โปรดจำๆๆๆ
เพราะขี้เกียจพิมพ์ อิอิ

(ต่อ)

(ต่อ) คนไทยทุกคนนั้นมีผลประโยชน์กันทั้งนั้น.."น้อง ค-คน เอ๋ย" จริงๆแล้วจะต้องมีผลประโยชน์เท่าเทียมกัน.เหมือนกันทุกคน...ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองมา.....แต่อนิจา มันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะ คนในชาติมัวแก่งแย่ง...ชิงดี-ชิงเด่น ฆ่าฟันกันมา กี่ปีแล้ว นิสัยเห็นใครดี-ใครเด่นกว่าตนไม่ได้...นั้นแหละคำว่าผลประโยชน์ ต่างกันมันถึงเกิดขึ้น คนที่รวยเงินทองแล้วอยากได้ยศฐาบรรดาศักดิ์ = เมื่อได้มาแล้วก็ยังไม่พอใจอยากได้มากขึ้นอีก ....ส่วนคนจนๆ ก็อยากจะรวย ทรัพย์สินเงินทอง + เอาเงิน-ทองก่อน ไม่สนยศ-ศักดิ์ อย่างนี้แหละฝรั่งถึงเรียกประเทศของเราว่า "ประเทศด้อยการพัฒนา" ก็เพราะคนในชาติ ไม่พัฒนาจิตใจ-ของความเป็นมนุษย์ชาติ เหมือนประเทศ อื่นๆ ที่เปลี่ยนแปลงกลายเป็นพวกที่เจริญแล้ว...เขาถึงไม่มีเรื่อง "คอรัปชั่น =การโกง เอาของผู้อื่นมาเป็นของตน" อย่างเช่น แย่งชิง"รัฐบาลของเขาที่มาจากการเลื่อกตั้ง เอาไปอย่างหน้าด้านๆ แล้วยัดข้อหาฝ่ายตรงข้ามแบบไม่ต้องกลัวคนประเทศอื่นๆว่า "ด้อยพัฒนา"เลย...แล้วยังมีหน้ามาพูดว่า ....ทุกอย่างทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง...เออใช่...ก็เรามัน"ด้อยพัฒนาเหมือนกัน...นะพวก

สาธุชน เป็นอย่างไรบ้าง

สาธุชน เป็นอย่างไรบ้าง กาลเวลานี่ มันช่างซื่อสัตย์ โดยแท้ มันได้ช่วยบอกตัวตน ของผู้ คน โดยแท้ ว่ามันคือ ไอ้ ควาย และนั่นมันคือแค่พวก 18มงกุฏ ศรีธนญชัย ที่ดีแต่ใช้โวหาร หลอกลวงผู้คน
แค่ 2ปี คำพูด ของ มันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว เมื่อยามมันเป็นฝ่ายค้าน มันพูดอย่าง
มาเป็นรัดทะบวม มันพูดอีกอย่าง ทั้งๆที่เรื่องเดียวกัน
มันใจกล้าหน้าด้าน ที่จะบอกว่า สีขาว นั้นคือสีดำ และขณะเดียวกัน มันก็หน้าหนา ที่ยึดคติด้านได้อายอด ที่จะบอกว่า
ไอ้ที่บอกว่าสีดำนั้นไม่ใช่ แต่ทว่ามันคือสีขาวต่างหาก

ผู้คนยังจะยอมที่จะทนเห็น ไอ้ควาย 18มงกุฏ คนมหาภัย มันหลอกลวงทำลายชาติทำลายบ้านเมือง อยู่อีกหรือ
เราคงไม่ต้องการ พวกที่แอบอ้างตนเป็นนักการเมือง แต่ที่แท้แล้วคือไอ้จอมต้มตุ๋น18มงกุฏ
มันไม่มีประเทศไหน ที่จะมี พวกที่เป็น18มงกุฏศรีธนญชัียเยี่ยงนี้

การนำข้อมูลมาชี้ให้ประชาชนเห็

การนำข้อมูลมาชี้ให้ประชาชนเห็นถึงผู้นำประเทศที่สับปลับ ไร้สัจจะ พูดเอาแต่ได้ฝ่ายตน ไร้จุดยืน เห็นแก่ประโpชน์ตนและพวกถือว่าเป็นหน้าที่ของนักข่าว สื่อมวลชนที่มีสัจจะต่อประชาชนถือว่าทำเพื่อส่วนรวม
การต่อสู้เพราะไม่ยอมรับคณะรัฐประหาร และผู้สืบต่ออำนาจของคณะนั้น รวมถึงต่อต้านผู้ที่ฉีกทึ้งทำลายรัฐธรรมนูญ ต่อต้านอำนาจรัฐที่ครอบงำอำนาจตุลาการ ถือว่าเป็นการต่อสู้เพื่อความเป้นประชาธิปไตย เพื่อความก้าวหน้าของส่วนรวม เพื่อประโยชของประชาชนทั้งประเทศ เป็นการพัฒนาในภาคส่วนของประชาชนโดยไม่พึ่งพิงโครงสร้างเจ้าขุนมูลนาย(นักวิชาการนิยมเผด็จการคุ้นชินกับการยกตนเหนือประชาชนกำหนดถูกผิดเอง) และเฉลียต่างๆ(พวกที่เรียกตนว่าสือมวลชนแต่ทำตัวเป็นข้ารับใช้เผด็จกการ)นี่ก็ทำเพื่อส่วนรวม
แล้ว "คน" ล่ะ วันนี้ทำอะไร เพื่อใครอยู่หรือ.....

..คุณอภิสิทธิ์..เป็นนักการเมื

..คุณอภิสิทธิ์..เป็นนักการเมืองเต็มตัว..ตอนนี้คงถึงจิตวิญญาณแล้ว..น่าเสียดาย..

กองทัพเดินได้ด้วยท้อง

กองทัพเดินได้ด้วยท้อง จะมาใช้งานกันฟรีๆ ไม่ได้ ฉะนั้น เพื่อให้การผลาญเงินงบหลวงเป็นไปตามกฎหมาย หลีกเลี่ยงข้อครหาว่าฉ้อราษฎร์บังหลวงรวมหัวกันทุจริตเชิงนโยบาย อีกทั้งเป็นโอกาสอันดีในการกระจายรายได้ให้นายทหารน้อยใหญ่ 20 กองร้อย ได้มีกินมีใช้ในภาวะฝืดเคือง จึงเห็นสมควรออกประกาศกฎหมายความมั่นคงมารองรับ เหตุผลเดียวกับที่ใช้อยู่ปักษ์ใต้นั่นแหละ

คนระยอง

คนระยอง คุณมาตำหนิผมว่าด้อยพัฒนา คุณจะมารู้ความคิดผมได้ไง แค่ผมโพสแค่นี้คุณจะมาเหมารวมว่า ผมด้อยพัฒนาทางความคิดมิได้หรอกครับ ทำไมผมจะไม่รู้ว่ามีคนรวยมากกว่าทักษิณในประเทศไทย ผมไม่สามารถแสดงความเห็นในเรื่องนี้ได้ต่างหาก ผมไม่ใช่โง่ครับ ไม่คลั่งศักดินาแม้แต่นิดเดียว มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเอาไม้ซีกเล็กๆไปงัดไม้ซุง ผมมีความคิดครับ สู้ไปก็แพ้ แต่มิใช่ว่าผมกลัว ตรงประเด็นชัดๆเลยนะ ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ศักดินาใหญ่เพียงคนเดียวเท่านั้นเอง ไปเดากันเอาเองว่าเป็นใคร ผมก็คิดว่าคุณก็รู้เช่นกัน แล้วคุณจะทำไงได้หึ ก็เห็นๆกันอยู่บริวารลิ่วล้อเต็มไปหมด แถมมีกฎหมายดูแลรักษาอีกต่างหาก ผมมองในภาพรวมศักดินาใหญ่ก็ไม่ดี ทักษิณก็ไม่ได้วิเศษไปกว่ากันเลย ถ้าคุณจะเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง พวกคุณต้องปลูกฝังทางความคิดกับประชาชนทั่วไปก่อน แนะนำให้คนเหล่านั้นเกิดปัญญาก่อน แล้วไอ้การที่มาเรียกร้องอภัยโทษให้ทักษิณ ทำแบบนี้คือทางออกของประชาธิปไตยที่แท้จริงไง พวกคุณต้องปล่อยให้กลไกทางกฎหมายทำงานมิใช่มาล่ารายชื่อปกป้องกัน มันไม่ถูกครับ คนทั่วไปที่เขามีสติปัญญาเค้าไม่เอาทักษิณหรอกครับ ถ้าคุณเอาทักษิณมาเป็นตัวชูโรง บอกได้คำเดียวจบเลยครับ คนที่มีการศึกษาเค้าไม่เอาด้วยหรอก และกระบวนการขับเคลื่อนประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยสมองคนที่มีวุฒธิภาวะครับ ใช้รากไม่ได้ผลหรอก ได้แต่ปริมาณแต่ไม่มีคุณภาพครับ ผมยังไม่เห็นทางที่พวกคุณจะชนะเลยครับ ตราปใดที่ยังเอาทักษิณเป็นตัวตั้ง ยิ่งคุณเอาสามเกลอหัวขวดมาเป็นแกนนำก็จบเลยครับ พวนนั้นมุ่งที่จะแจ้งเกิดทักษิณท่าเดียว ก็ไปคิดเอาเองก็แล้วกัน การมองคนมองให้สูงหน่อยครับ ถ้าคุณมองคนอื่นต่ำกว่าคุณว่าด้อยพัฒนา นั่นหมายความว่าคุณเป็นคนหลงตัวเองครับคนแบบนี้ทำงานใหญ่ไม่สำเร็จหรอก จบ

แค่เก๊กหน้าหล่อ ล่อแม่ยก

แค่เก๊กหน้าหล่อ ล่อแม่ยก โกหกตอแหลไปวันๆ มันไม่ช่วยให้เป็นผู้นำที่ดีได้เสมอไป ถึงแม้คนไทยจะชอบแบบนี้ อย่างน้อยผู้นำที่ดีต้องรู้จักบริหารให้เป็น อย่าเก๊กหน้าหล่อ รอการกระตุกเชือกจากคนสั่งการอย่างเดียว มันทำให้ประเทศชาติเสียโอกาศ เสียเวลา ใหนๆก็ถูกจูงขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำแล้ว ต้องรู้จักนำให้เป็น อย่านำแบบควายไถนา อย่านำม้าเทียมรถ ต้องรอการกระตุกเชือกกำกับทิศทางถึงจะรู้จักเดิน ภาพของการเป็นผู้นำจะกลายเป็นผู้ตามทันที ถึงจะมีหน้าตาหล่อ ล่อแม่ยกได้ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากในทางการบริหาร เว้นแต่จะเล่นลิเกการเมือง หน้าหล่อ ตอแหลเก่ง ช่างออด ช่างอ้อนสเปกเลย

คุณค-คน หลงตัวเองมากกว่ามั้ง

คุณค-คน หลงตัวเองมากกว่ามั้ง ที่บอกว่า "คนทั่วไปที่เขามีสติปัญญาเค้าไม่เอาทักษิณหรอกครับ"

คนคนนี้ ใจบาป, หน้าหนา,

คนคนนี้ ใจบาป, หน้าหนา, ปากปลาร้า และบ้าอำนาจ

กลับกรอก ปลิ้นปล้อน พูดกลับไปกลับมาเอาแต่ดีเข้าตัว

นิสัยช่างเป็นคนจีบปากจีบคอ เสียดสีประชดประชัน ทิ่มแทง ใส่ร้ายฝ่ายตรงข้ามทุกเม็ด

ต่อไปคงเดินถนนอีกไม่ได้แล้ว ....ชาวบ้านเกลียดชัง ขยะแขยง และชิงชังจนถึงที่สุด

ที่จะเจอ คงไม่ใช่แค่เขวี้ยงไข่+ปาถุงปลาร้า อีกต่อไป??

คนที่ไม่เอาอำมาตย์

คนที่ไม่เอาอำมาตย์ และรักทักษิณ มีตั้งค่อนประเทศ หรือเกือบทั้งประเทศแล้วตอนนี้

มีทั้งระดับรากหญ้า ระดับชนชั้นกลาง และระดับชนชั้นสุง

รวมทั้งระดับมันสมองชั้นเลิศไม่น้อยกว่าพวกเหลืองแน่

คนอย่างนายอะพิสิด

คนอย่างนายอะพิสิด มีคุณค่าอะไรที่ควรกล่าวถึง

นอกจากนักการเมืองคนหนึ่งที่ใช้ปากไปวันๆ

อดีตเคยพูดอย่างไร ปัจจุบัน จะ พูดตรงข้ามหรือทำตรงข้าม เป็นเรื่องเล็กน้อย สำหรับเขาขอให้ ได้อยู่ในอำนาจ ซึ่งมาอย่างสกปรก นายอะพิสิด ทำได้ทั้งนั้น

น่าเสียดาย ที่นายอะพิสิด ทำลายตัวเองจนไม่มีเกียรติเหลือซักนิด เขาคิดว่า การใช้คำพูด เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่เห็นเป็นอะไร

น่าสงสารคนอย่างนี้ ที่หาศักดิ์ศรี ไม่ได้

ศักดิ์ศรีของคนสำคัญที่คำพูดและการกระทำ ถ้า พลิกพลิ้วเปลี่ยนได้เรื่อยๆ เพื่อ ยึดแต่เพียงผลประโยชน์ของตน เพื่อ อยู่ในอำนาจให้นาน คนอย่างนี้ คือ

คนปลิ้นปล้อน ขี้โกหก ไร้เกียรติ

..ที่เขาพูดกันว่า "

..ที่เขาพูดกันว่า " รู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ " "หรือหน้าไหว้หลังหลอก " มันเหมาะสมกับไอ้คนๆนี้มาก เพราะมันจะทำทุกอย่างที่ให้ได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง ปากมันพร่ามเพื่อสร้างภาพให้ตัวมันามตลอด คุณธรรม จริยธรรมทุกวันก่อนแย่งอำนาจเขามาทั้งๆที่ได้เสียงข้างน้อยจนแพ้เลือกตั้ง แล้วก็สร้างวาทกรรมหลอกพวกปัญญาอ่อนในประเทศนี้ได้อย่างแนบเนียน เหมือนกับโกเล้งจอมมายาไม่มีผิดเลย

..ตาสว่างกันหรือยังล่ะพี่น้อง เข้ามาฟังคลิปที่ไอ้ซาตาน " จอมเผด็จการกลับชาติมาเกิด" กรณีประชุมพวกขุนศึกขี้ข้าอำมาตย์ให้สร้างสถานการณ์แล้วทำร้ายชาวเสื้อแดงหลัง เพราะความแค้นจากการเสียหน้าที่ไม่สามารถจัดประชุมอาเซียนที่พัทยาได้

..นี่แหละครับนายกในฝันของพวกศักดืนาซาตานที่แท้จริง เมื่อก่อนมีฮิตเลอร์ พอลพต ซัดดัม แล้วก็มาถึงนายอภิสิทธ์ เผด็จการจอมสังหารอำมหิตคนใหม่ล่าสุดของโลก หลักฐานที่ถูกเปิดเผยโดยคณะอนุกรรมการสอบสวนฯที่เป็นนายทหารระดับสูงมันไม่ใช่ของเล่น จะด้วยเหตุผลใดลึกๆไม่รู้แต่ก็ทำให้คนไทยตาสว่างกับ " ซาตานหน้าหยก " ที่ไอ้งั่งมันยกย่องไว้เสียลอยตัวตอนปล้นอำนาจเขามาใหม่ๆ สะใจไหมล่ะพี่น้อง

..ผมก็ไม่รู้ว่าวันนี้ " ไอ้ซาตานอภิสิทธิ์ " มันยังจะหน้าด้านตระบัดสัตย์กับคำพูดในเทปตามที่คณะอนุกรรมการฯได้เปิดเผยออกมาไม๊..มันหมดแล้วที่สังคมนี้จะมีที่ยืนให้กับ " ไอ้ชั่วใจอำมะหิตคนนี้ " ที่มันถูกกระชากหน้ากากหน้ามันออกมาให้เห็นธาตุแท้ของมันแล้ว ก็จะคอยดูสิว่ามันจะเล่นลิเกต่อไปไหม..รึมันจะเข้าทำนอง " ด้านได้ อายอด " หากสังคมนี้จะยอมมันก็เป็นเรื่องที่ต้องรับกรรมกันต่อไป

..มันยังจะมาสาธยายอะไรกันอีก

..มันยังจะมาสาธยายอะไรกันอีก ชาวบ้านเขาไม่ฟังมึงแล้ว มีงเตรียมตัวไปแก้ต่างเทปการประชุมลับที่มึงได้สั่งการให้ทหารออกมาสร้างสถานการณ์ก่อนกำจัดคนเสื้อแดงและใส่ร้ายนายกทักษิณ ชินวัตร ที่คณะอนุกรรมการสอบสวนเหตุการณ์สลายคนเสื้อแดงฯ ที่เป็นนายทหารระดับสูงแฉออกมาจนลงในเว็ปทั่วโลกแล้ว

..เตรียมออกแขกหลอกชาวบ้านต่อยังไงดี เพราะบัดนี้ไอ้ที่มึงใส่หน้ากากทางการเมืองมาตลอดนั้น มันได้ถูกกระชากออกมาดโดยกลุ่มพวกมึงเองนั่นแหละ คิดว่าคงเป็นมุขสุดท้ายที่ชาวบ้านเขาจะให้โอกาสมึงได้พร่ามก่อนไม่มีที่ยืนในประเทศนี้

ไส้เดือน คำถามของคุณ แล้ว

ไส้เดือน คำถามของคุณ แล้ว "คน" ล่ะ วันนี้ทำอะไร เพื่อใครอยู่หรือ..... ตอบ ไม่ได้ทำอะไรเลย คอยนั่นลุ้นว่าทั้ง4 ฝ่ายอันประกอบไปด้วย เสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อน้ำเงิน และ ปชป ที่มีอำนาจรัฐ มันจะตีกันเมื่อไหร่ คอยลุ้นให้มันตีกันเร็วๆ ผมสนุกจังเลยครับ คือ เป็นพวกโรคจิตไงครับ อยากเห็นความฉิบหายของคนอื่น ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

สารขัณฑ์ประเทศแตกแยกเละเทะอย่

สารขัณฑ์ประเทศแตกแยกเละเทะอย่างนี้ ยังดันทุรังอุ้มรัฐบาลเป็ดง่อยให้บริหารสารขัณฑ์แลนด์อยู่ได้

อำนาจมันปิดหูปิดตามืดมิดไปหมด

อำนาจมันปิดหูปิดตามืดมิดไปหมด เคยสำลอกอะไรไว้ลืมหมด อำนาจมันหอมหวานจนลืมตัวลืมอุดมการณ์ที่แสร้งพูดไว้ขยันสร้างภาพพอมาทมำงานทำไม่ได้กลืนน้ำลายตัวเองหมด ถนัดแต่ปฏิมากรรมน้ำลาย

สรุปว่าชุมนุมได้ตามวิถีทางประ

สรุปว่าชุมนุมได้ตามวิถีทางประชาธิปไตย สงบ ปราศจากอาวุธเช่นไม้ เหล็กแหลม ระเบิดปิงปอง อนุญาตให้ใช้ปากอย่างเดียว เฮ้อเหนื่อยแทนเพราะปากดีอย่างไร สู้พวกหูนวกตาบอดหน้าด้านไม่ได้

นายกนกนางแอ่นคนเก่งคนดีศรีอมา

นายกนกนางแอ่นคนเก่งคนดีศรีอมาตย์เป็นไงลายออกหางโผล่แล้วแก้ตัวให้ดีเถอะพวกเดียวกันทำกันแล้วสมน้ำหน้านึกว่าตัวเองเป็นเทวดา เทวดาถูกดัดหลังเจ็บไหม กองทัพเริ่มไม่พอใจจะอยู่ได้สักกี่น้ำพ่อเทวดาฟ้าส่งมาเกิดเลยทำงานเป็นเป็ดง่อย เดินไม่แข็งแรงต้องมีคนอุ้มตลอดทำอะไรก็พลาดตลอดทุกเรื่อง อนิจานายกเทวดา

ต้องเอาไปปิดที่หน้าพากมันแล้ว

ต้องเอาไปปิดที่หน้าพากมันแล้วถามว่านี่อะไรใครถุยไว้จำได้ไหมผู้ดีจอมปลอม ไม่ใช่ตอนนั้นพูดอย่างแต่เดี๋ยวทำอย่าง ถุย ถุย ตะบัดสัตย์ ไม่มีจุดยืนในตัวเอง วุฒิภาวะไม่มีนายกคนนี้บ้านเมืองจะฉิบหายแน่

ทักษะในการตีความของคุณนี่ช่าง

ทักษะในการตีความของคุณนี่ช่างคับแคบจริงนะ คุณอ่านทวนใหม่กับคำที่ผมเขียน "คนทั่วไปที่เขามีสติปัญญาเค้าไม่เอาทักษิณหรอกครับ" กรุณาอ่านหลายๆรอบครับว่าผมระบุว่าตนเองฉลาดหรือไม่ คนที่ฉลาดบางคนอาจชอบทักษิณก็ได้ คนโง่บางคนก็อาจเกลียดทักษิณเช่นกัน สรุป มันเป็นปรัชญาทางความคิดครับ ผันแปรได้ตลอดกาล

ไครที่เคยผ่านเหตุการณ์อย่างมา

ไครที่เคยผ่านเหตุการณ์อย่างมาร์ค
แล้วยังมองการชุมนุมของเสื้อแดงเป็นผ้าขาวอยู่อีก
ถ้าไม่ไร้เดียงสาก็ปัญญาอ่อนเต็มทน

การมองโลกในแง่ดีในช่วงเข้ามารับตำแหน่งใหม่
ถูกตอบแทนด้วยบทเรียนที่แทบเอาชีวิตไม่รอด
การพลิกลิ้นครั้งแล้วครั้งเล่าของแกนนำเสื้อแดงที่นำพาผู้ชุมนุมออกทะเล
ยังวางใจได้อยู่หรือ

มีกฎหมายก็ต้องรู้จักการใช้
ผลด้านลบของการใช้กฎหมาย
กับผลด้านลบของการไม่ไช้กฎหมาย
ผู้ใช้ต้องถ่วงดุล และต้องรับผิดชอบเอง

ไครบ้างถูกนักเลงลุมตีประจำ
แล้วยังไม่คิดหาทางป้องกันตัวเอง

response: คุณ

response: คุณ คน

ผมเห็นด้วยกับข้อความที่คุณกล่าวว่า ขอความกรุณาโปรดเข้าใจระบบที่แท้จริงด้วยว่า ในวิถีการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น ประชาชนสามารถคัดเลือกผู้นำได้ แตกต่างจากเผด็จการ ในระบอบประชาธิปไตยประชาชนคือผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศ

แต่ที่คุณกล่าวว่า การที่จะหยิบประเด็นนี้มาโจมตี เพื่อให้คน คนหนึ่ง กลับมาเป็นใหญ่ต่อหมายความว่าไงครับ ผมเห็นว่าแม้คุณจะมองเจตนาของประชาไทแบบนั้นก็เป็นสิทธิที่คุณจะตีความเองได้ แต่ผมยังเห็นอีกมุมหนึ่งซึ่งไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับทักษิณโดยตรง นั่นคื่อ อภิสิทธิกล่าวเอาไว้เองว่า

(๑) นิยามของคำว่า"ภัยคุกคามความมั่นคง"มันยังคลุมเคลือ เปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจตีความไปได้กว้างขวาง ใช้กฏหมายอย่างไม่แยกแยะ โอกาสที่จะถูกใช้ไปในทางที่ผิดมีสูง ผมจึงต้องเรียนถามท่านนายกฯต่อว่า ตอนนี้ท่านเป็นผู้มีอำนาจแล้ว ท่านทำอะไรบ้างเพื่อแก้ปัญหานี้ ท่านได้พยายามแก้กฏหมายนี้อย่างไร? และการประกาศใช้ในครั้งนี้ เข้าข่ายการตีความอย่างคลุมเคลือหรือไม่?

(๒) ที่ท่านเคยให้ความเห็นไว้ว่า น่าจะมีกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลย์การใช้กฏหมายนี้ เพราะกฏหมายนี้เปิดช่องให้มีการละเมิดสิทธิของประชาชนได้ในบางสถานการณ์ ผมจึงต้องถามท่านว่า ขณะนี้ท่านมีอำนาจ ท่านได้ทำอะไรเพื่อตอบสนองความเห็นข้างต้นของท่านบ้าง? การย้ายข้างมาเป็นฝ่ายกุมอำนาจทำให้ท่านเปลี่ยนจุดยืนในเรื่องนี้หรือเปล่า? อย่างที่คุณคนพูดไว้ ท่านคิดว่าจะเป็นฝ่ายกุมอำนาจไปอีกนานแค่ไหน?

สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์จุดยืนนักการเมืองรูปหล่อว่า เก่งแต่พูด(ตามสไตล์ประชาธิป่วย) หรือว่าเก่งจริง ดีจริง ผมขอให้การกระทำของทานเป็นเครื่องพิสูจน์ อย่างนี้คงไม่หาว่าผมอคติกับท่านเกินไปนะครับ (ทั้งที่ความจริงก็อคติกับประชาธิป่วยทั้งพรรคเสียมากกว่า แฮ่ๆ)

son of a bitch definitely

son of a bitch
definitely

ไอ้บ้ามาร์ค ปีนี้

ไอ้บ้ามาร์ค ปีนี้ กับปีก่อน
หากมองย้อน กลับไป ไม่คงที่
มาตรฐาน เรื่องสิทธิ์ และเสรี
มาปีนี้ ต่ำนัก ผิดหลักการ

*ตอนฝ่ายค้าน ต้านกฎหมาย ความมั่นคง
ที่เขาชง เอาไว้ ให้ตะหาน
แต่พอตน ได้เป็น รัฐบาล
ที่เคยต้าน ก็จัดการ นำมาใช้

*นี่แหละคือ มาตรฐาน ประชาวิบัติ
ที่ต้องจัด ว่าเป็นสอง มาตรฐาน
ตอนฝ่ายค้าน กับตอนเป็น รัฐบาล
มาตรฐาน ของความคิด ผิดกันไกล

*ด่าคนอื่น รุนแรง แทรกแซงสื่อ
ตนเองถือ อำนาจ ยิ่งบาตรใหญ่
เข้ายึดครอง สื่อรัฐ จัดกว่าใคร
ทั้งเฉไฉ หน้าด้าน เกมการเมือง

*ลุกขึ้นเถิด ประชาชน คนเสื้อแดง
เราชัดแจ้ง ในเหตุผล คนรู้เรื่อง
ร่วมขับไล่ กาลียุค ขุกเข็ญเคือง
ให้บ้านเมือง เป็นประชาธิปไตย

*นัดที่ลาน พระบรมรูป

*นัดที่ลาน พระบรมรูป ทรงม้า
ยามแดดกล้า เพลาบ่าย ใจสดใส
ที่สามสิบ สิงหา พากันไป
เพื่อประชาธิปไตย ที่แท้จริง

*เพียงใช้สิทธิ์ ตามกฎหมาย ไม่ก้าวล่วง
ร่วมประท้วง อำมาตยา กาลีสิง
มาฟังเพลง ประชาธิปไตย ให้เพราะพริ้ง
เล่าความจริง สิ่งต้องรู้ สู่กันฟัง

*ไม่หวังผล ชนะได้ ในวันนั้น
ทีละขั้น ทีละตอน ไม่ร้อนคลั่ง
ไม่รีบรุก บุกไป ใฝ่ระวัง
ทั้งข้างหลัง ข้างหน้า อย่าร้อนรน

*ต่อเปลวไฟ ทีละนิด ด้วยจิตมั่น
รอถึงวัน แผ่กระจาย ขยายผล
หัวใจแดง ทั่วแผ่นดิน ถิ่นสากล
ประชาชน ต้องได้พบ ประสพชัย

ผมไม่เคยผิดหวังในตัวคุณอภิสิท

ผมไม่เคยผิดหวังในตัวคุณอภิสิทธ์และพรรคประชาธิปัตย์แม้แต่เรื่องเดียว เพราะผมไม่เคยหวังอะไรจากท่านเหล่านี้เลย
ผมรู้ดีว่าพรรคประชาธิปัตย์เกิดขึ้น เติบโต และดำรงอยู่ได้ก็เพราะเขาเล่นการเมือง เป็นอาชีพ
คำพูดทั้งหลายที่พูดออกมา ไม่ได้เกิดจากจิตส่วนลึกใดๆ แต่เป็นบทที่ต้องพูดในเวลาใดเวลาหนึ่ง เมื่อพูดไปแล้วก็ดูว่าจะเกิดผลอะไร ที่ต้องการหรือไม่ มันก็จบแค่นั้น ถ้าเราหลงคิดว่านั่นคือจุดยืน อุดมการณ์ของท่านเหล่านี้เราก็จะรู้สึกสงสัย รู้สึกผิดหวัง ผมเชื่อว่าเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำไป ถ้าไปเตือนสติความจำเขา เขาก็คงบอกว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งก็จริงอีกนั่นแหละ วันนี้เขาต้องมีคำพูดใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆมาพูดมาใช้ เพื่อให้ชนะเกมการเมือง ก็เท่านั้น
แล้วทำไมพวกเราจึงต้องมาผิดหวังด้วย เราหวังจากเขามากเกินไปหรือเปล่า ตื่นจากฝันกันเถอะ

แค่ตัววรนุชเท่านั้น

แค่ตัววรนุชเท่านั้น

ข้อความของ ค_คน

ข้อความของ ค_คน อ่านรอบเดียวก็พอแล้ว ปรัชญาแถไถ

เห็นชอบกับความเห็น ที่ใต้ยิ่ง

เห็นชอบกับความเห็น
ที่ใต้ยิ่งเติมงบ เติมเงิน ความรุนแรงก็เพิ่มขึ้นตาม
สร้างภาพเพื่อของบประมาณไปแบ่งกัน
เห็นบอกว่ามีตั้งกว่า 20 หน่วยงาน นี่

FFF FFF FFF ~~~~~~~~~~~~~~~~~

FFF
FFF
FFF

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
XXX บันทึกจากป่าช้า XXX
-----------------------------

"นายกฯคนนี้ผมเชียร์" / เปรมฯ

-----------------------------
สัปเหร่อแงบ : ผู้บันทึก
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

:)
FFF
FFF
FFF

คลิปว่าอย่างไหร

คลิปว่าอย่างไหร หาได้ที่ไหน
จำได้ว่าเมื่อตอนเสื้อแดงล้มการประชุมที่พัทยา อภิสิทธิ์ ออกมาประกาศทางทีวีว่าจะจัดการศัตรู ซึ่งน่าจะหมายถึงคนเสื้อแดงที่เป็นประชาชนจำนวนหลายสิบล้านคนในประเทศนี้

ประชาธิปัตย์

ประชาธิปัตย์ เป็นที่รวมของคนแบบนี้

สมัยนายชวน เอาที่ดิน สปก.4-01 ไปแจกคนรวย

นายชวนบอกว่า เหมือนสอบชิงทุน

คนรวย ก็มีสิทธิ์ เหมือนคนจน

(สอบชิงทุน เขาต้องการคนเก่ง ไม่เกี่ยงว่ารวยหรือจน

แต่ที่ดิน สปก.4-01 เขาเอาไว้ให้คนจน จะได้ไม่ไปบุกรุกป่า)

จัญไรจริงๆ พวกคนแบบนี้

คุณ คน

คุณ คน จากการที่คุณบอกมาว่าคุณรุ้เหมือนทุกคนรู้ว่าอำมาตย์คือใครแล้วคุณก็หัวหดไม่กล้าออกมาต่อสู้เพราะความกลัวหรือเปล่าแล้วอ้างต่างๆนาๆเกี่ยวกับทักษินแล้วหากวันนี้คุณไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรคอยแต่ตำหนิติติงชาวบ้านที่เขาออกมาสู้เพื่อหาความเป็นธรรมในสังคมให้มันเกิดแล้วคุณก็มุดหัวหดอยู่ในรูเพื่อเอาตัวรอดเมื่อคนอื่นเขาทำสำเร็จคุณก็ออกมาเสวยสุขร่วมกับคนอื่นโดยไม่ต้องออกแรงเลยแถมไม่พอในระหว่างการต่อสู้คุณก็คอยติติงเหมือนมือไม่พายแต่ก็เอาเท้าราน้ำถ่วงความเจริญของชาวบ้านอย่างนี้เขาเรียกพวกเห็นแก่ตัวโดยสันดานคุณเคยเห็นช้างกับมดแดงไหมคุณว่าช้างกับมดแดงขนาดมันต่างกันกี่เท่าแต่ทำไมช้่างถึงได้ล้มแดงลงได้ล่ะไม่เพราะพวกมันช่วยกันหรอกรึและถ้าทุกคนในประเทศนี้คิดอย่างคุณทั้หมดผมว่าคุณตายอีกกี่สิบชาติลูกหลานคุณก็ไม่มีโอกาสได้หลุดจากการเป็นทาสอำมาย์ได้มันก็จะคอยกดขี่คุณไปอย่างนี้ตลอดแน่อนิจจาพวกที่ไม่ยอมปล่อยตัวเองจากการเป็นทาสเอ๋ยสงสารจังความคิดทาสที่ไม่หยากปลดปล่อยต้องการมีนายทาสตลอดไปเพราะเหตุผลที่ว่าเขาตัวใหญ่กว่าเลยไม่กล้าแล้วหาข้ออ้างว่ากลัวจะเป็นการทำเพื่อคนนั้นคนนี้ฉนั้นจงเป็นมาสอำมาตย์ไปเถอะคุณที่อวดตัวว่าเก่งในกะลา

อ้าวแล้วกัน

อ้าวแล้วกัน ก็ผมเรียนรู้จากทักษิณ และสามเกลอหัวขวดไง แถมาก็แถไปไง คุณจะมาเอาอะไรกับผม ผมก็พลิ้วของผมไปเรื่อยๆแหละ ตามอย่างทักษิณและพวกพ้องไง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆเอ๊กๆๆๆ

สู้กะผีอะไรกันคุณ

สู้กะผีอะไรกันคุณ ก็ดูตัวอย่างคดี ดา ตอร์ปิโดซิ เพิ่งตัดสินไปหมาดๆ ฟันไปซะ 18 ปี มีหมาตัวไหนช่วยเหลือบ้างฮึ ถ้าผมเป็นอะไรไป ลูกเมียผมจะแดกอะไรฮึ ไม่เดือดร้อนกันไปทั้งครอบครัวหรือไง ผมเป็นมวยครับ ติ่ดชึ่ง พลิ้วไปได้ตลอด ตอดชกไปเรื่อยๆ ทำแต้มไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ควายนี่ครับจะได้เดินหน้าท้าชน ถ้าคิดแบบนั้นก็ควายดีๆนี่เอง ผมไม่โง่ก็แล้วกันน่า คุณ คนเสื้อแดงก็คน สมองมีไว้ทำหอกอะไร ถ้าไม่รู้จักหัดใช้สมองให้มากๆ

ผมไม่ใช่พวกอนุรักษ์นิยม

ผมไม่ใช่พวกอนุรักษ์นิยม ไม่นิยมเจ้า ไม่นิยมนายทุนนักการเมือง ไม่นิยมอำมาตย์ ผมนิยมประชาธิปไตย นิยมการมีส่วรร่วมของประชาชนในการเมืองการปกครอง นิยมให้มีการแก้กฎหมายให้เท่าเทียมกันทุกระดับ แต่มันคงไปได้ยากไง ถึงต้องมาเห่าในเวปนี้ไง เผื่อคนใหญ่คนโตที่คิดหลงตัวเองว่าจะอยู่ถึงสองสามร้อยปีจะได้รู้ ว่าผมต้องการประชาธิปไตยไง อย่ามาทำตัวเป็นพ่อผมเพราะพ่อผมตายไปนานแล้ว ผมคือลูกกำพร้าไม่มีพ่อ ฮ่าๆๆๆๆๆ พลิ้วไปเรื่อยๆแหละผม

วิธีคิดของคุณชี้ชัดเลยว่า

วิธีคิดของคุณชี้ชัดเลยว่า ไร้สมอง
คนไม่ฉลาดไม่มีอะไรเสียหาย หากมีจิตใจที่รักความดีงาม รักความยุติธรรม

หวังว่า คุณคงจะรู้จักคิด กลับตัวกลับใจยังไม่สายนะ
อย่าให้คนเขาประณามความใจต่ำของคุณเลย

"ถ้าสังเกตซี่งเกิดขึ้นระหว่าง

"ถ้าสังเกตซี่งเกิดขึ้นระหว่างสองปีผ่านมาและไม่เปลิ่ยนความคิดเห็นบ้าง เขาอาจจะโดนเรียกว่า "ตาบอด" หรือว่า "ไม่มีสมอง" ครับ "

และเรียกได้ว่า
เป็นคนไม่มีหลักการครับ
หรือ
เปลี่ยนหลักการทุกๆ 2 ปี อย่างนี้
ตาบอด หรือ ไม่มีสมอง
ยังดีกว่า

คิดว่าในสายตาของนานาชาติ
เขาชอบผู้นำประเทศ
ที่เปลี่ยนหลักการไปเรื่อยๆ
หรือไม่มีหลักการไหม

คนเช่นนี้คบได้ไหม

"ขอชมหน่อยทีมข่าวการเมืองประช

"ขอชมหน่อยทีมข่าวการเมืองประชาไทนี่เก่งนะ เพียรพยายามเหลือเกินที่จะไปสืบค้น ถ้อยคำเก่าๆของอภิสิทธิ์เพื่อหยิบมาเป็นประเด็นโจมตี "

ไม่ได้โจมตีครับ
เพียงแค่แสดงให้เห็นว่า

ความจริง

คุณอภิสิทธิ์ เปลี่ยนไปอย่างไร
หรือธาตุแท้คุณอภิสิทธิ์
เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ก็ไม่รู้

คุณเป็นคนจิตใจคับแคบ

คุณเป็นคนจิตใจคับแคบ ไม่ใช่แต่ความคิด

เบื่อ

เบื่อ และอึดอัดกับนายกคนนี้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

"อภิสิทธิ์"

"อภิสิทธิ์" ทำไมวันนี้ไม่เห็นรอยยิ้มของท่านบ้างละครับ...ตอนนี้ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วนะ !....ท่านสมใจแล้วที่ได้เป็น"รัฐบาล"..เหนื่อยไม๊ที่ใส้แห้งมานานหลายปี..วันนี้ ลืมตาอ้าปากได้แล้ว ..ท่านรู้ไหม ประเทศไทยมีบุญนะที่ได้ท่านเป็น"นายกฯ".ถึงแม้นว่าประชาชนกว่าครึ่งประเทศ ไม่เอาท่าน..จะกลัวทำไม..ขนาดต่อสู้ล้มมาแล้ว3รัฐบาลทั้ง ทักษิน-สมชาย-สมัคร .ยังไม่เห็นกลัวเลย...วันนี้ได้เป็นรัฐบาลเสียที..แล้ววันนี้ท่านยังไม่มั่นใจอีกเหรอ... มี "ป๋า" คนเดียวก็พอแล้ว สบายไป 8 อย่าง แล้วจะต้องกลัวอะไรอีก...ทั้งสื่อสารมวลชนทั่วประเทศ...ท่านก็ควบคุมได้หมดแล้วนี้...เคยมีไหมที่ TV ช่อง 3 -7-5-11 พร้อมใจสนับสนุนท่าน-ชะเลียท่าน...ท่านยังจะกลัวใครอีก...หากกลัวว่าพวกข้าราชการสายอำนาจเก่ายังเหลื่ออยู่... ท่านก็ย้าย จะโยก หรือจะปลด ก็ไม่เห็นมีปัญหา เอาเลย ....วันนี้ไม่มีใครขัดขวางท่านหรอก...จะประกาศกฎหมายความมั่นคงอีกกี่พื้นที่ ก็ทำไปเลย จะไปกลัวใครที่ไหนอีก...

ก็เห็นชอบทำหน้าอมยิ้ม

ก็เห็นชอบทำหน้าอมยิ้ม เลิกคิ้วข้างซ้าย เอียงหน้ามองคนที่พูดด้วยสายตาเจ้าเลห์...................ท่าทางแบบนี้ ไม่รู้ว่า ตัวเอกหรือตัวโกง
แต่ที่แน่ๆ ประกายตา โหดเหี้ยมจริงๆ

เมื่อไหร่ประเทศไทยจะเลิกทาสเส

เมื่อไหร่ประเทศไทยจะเลิกทาสเสียทีก็ไม่รู้เน้อ สงสารคนไทยจังเป็นทาสตลอดกาล ถ้าคนไทยทุกคนไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อลูกหลานในอนาต คิดดูให้ดีนะพี่น้องประชาไท

ซาตานอภิสิทธ์ น่ารังเกียจ

ซาตานอภิสิทธ์ น่ารังเกียจ

วันเสียงปืนแตก

วันเสียงปืนแตก ผมจะมานำหน้าพี่น้องเอง.....

วาทะของสุดยอดผู้นำชาวไทย(ฝูงหนึ่ง..)

*ก็นำหน้า อยู่แล้วไง

*ก็นำหน้า อยู่แล้วไง ใช้วีดีโอลิ้ง
ไม่เฉยนิ่ง หลบในรู คู้ไม่เห็น
เป็นการนำ ทันสมัย ใฝ่ร่มเย็น
ในเชิงเช่น เป็นผู้นำ จิตวิญญาณ

*ก็นำหน้า อยู่แล้ว แนวความคิด
เรียกร้องสิทธิ์ เสรี ที่กล้าหาญ
ไม่จำเป็น ให้หญ้าแพรก ต้องแหลกลาญ
วิธีการ โฟนอิน ไม่สิ้นพลัง

(ถอยก่อน พี่-น้อง

(ถอยก่อน พี่-น้อง เสื้อแดงครับ) ผม...เคยบอกแล้วว่า "ฝรั่ง" เขาเรียกประเทศไทยของเราว่า "ประเทศด้อยพัฒนา" หรือประเทศที่ 3 เป็นความจริงที่เจ็บปวด และก็ยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่เมื่อรัฐบาล"อภิสิทธิ์"ประกาศใช้"พรบ ความมั่นคง" ตอกย้ำให้ถอยหลังลงไปอีก...ความจริงประเทศไทยน่าจะพัฒนาไปได้มากกว่านี้... ไม่ใช่ถดถอยเช่นนี้ " แล้วหากให้"อภิสิทธิ์"บริหารประเทศไปอีกซัก 1-2 ปีข้างหน้า จะมีอะไรเกิดขึ้นอีก...
... ลองดูรอบๆ ตัวเราซิครับ ละครน้ำเน่าใน TV 3-5-7-9-11 ยังฮิตไืด้รับความนิยมยังงัยก็หยังงั้น...นโยบาย"รัฐมนตรี สำนักนายกฯ"ปิดหู-ปิดตา-ประชาชนในเรื่องการรับข่าวสาร...ท้องถนนในเมืองหลวง... รถเมล์ควันดำ วิ่ง ปูดป้าด ก๊องแก๊ง..ภาษีน้ำมันก็แพง. รถไฟก็สุดเต่า่...การจราจรก็ยังติดเหมือนเดิม..ไม่เคยเปลี่ยนแปลง...ประชาชนผู้เสียภาษีที่ใช้รถ-ใช้ถนน ยังโกลาหลเหมือนเดิม...ในวันหยุดเทศกาล...หน้าฝน- ฝนตกน้ำท่วม หน้าแล้งน้ำก็ไม่พอใช้... นักเรียนรุ่นใหม่โง่และพูดจาไม่รู้เรื่อง...ส่วนครูก็มัวแต่หารายได้นอกเวลางาน... เยาวชนรุ่นใหม่ไกลวัด-ไกลวา บ้างติดยา-บ้าคนตรี...บ้าบอล-เล่นการพนัน โครงการห่างไกลยาเสพติดเป็นเพียงละครบทบาทหนึ่งของผู้พิทักษ์สันติราช...แต่เบื้องหลังค้ายา-คุมนักเลงเสียเอง ค่าเทอมก็แพงขึ้นเรื่อยๆ จนเด็กมหาลัยต้องขายตัว หรือไม่ก็ไปเต้นโคโยตี้หาเงินค่าเทอม และอีกสารพัด รวมทั้งรัฐประหารอีก...จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ยังไม่มีใครรู้...
....คนในชาติก็หลงใหล-มัวเมากับความสุขสบายแบบไม่ถาวรแล้วจะมีเวลา...หรือเอาปัญญาที่ไหนมาคิดเรื่อง.."การช่วยกันพัฒนาประเทศ".. มีคนอย่าง"ทักษิน" กล้าคิด-กล้าทำ ก็กล่าวหาว่าขี้โกง-ล้มล้างสถาบัน-ขับไล่ไปเสียแล้ว....กลับบ้านเถอะ"คนเสียแดง"วันนี้ไม่มีใครเขาช่วยเราอีกแล้ว...จะมาร้องเรียน-มาชุมนุม ก็หาว่าจะมาทำลายชาติ...ท่านทักษินก็ โฟนอินมาแล้วว่า ไม่ต้องไปไหน...อยู่นิ่งๆเหมือนกบจำศิลดีกว่า เอาเรื่องปาก-เรื่องท้องให้รอดไปวันๆก่อนดีกว่า อย่ามายากลำบากในกรุงเลย คนเสื้อแดง...จะมีคนไทยสักกี่กลุ่มที่"คิดทำให้ประเทศเราพัฒนา...ขอโทษ ถอยหลังกลับไปอีก 10ปีไม่ว่า...หากมี"รัฐบาลเฮงซวย"อย่างนี้

ความบ้าอำนาจ คิดว่า

ความบ้าอำนาจ คิดว่า ความยุติธรรมอยู่ในมือตัวเอง ไม่มีใครทำอะไรได้ ถึงจะทำอะไรกับประชาชนก็ตาม ตรงนี้คือภัยคุกคามประเทศชาติอย่างสูง
นายมาร์ค ต้องแยกให้ได้ว่า ใครกันแน่ที่ทำลายประเทศชาติและประชาชนอยู่ อย่าหลงการเมือง อย่าหลงอำนาจ อย่าคิดว่าทำอะไรเพื่อใครกลุ่มใด
นายมาร์คต้องรู้จักประชาชนคนไทยให้ได้ว่า จริงๆแล้ว ความคิดเห็นต่างกันเป็นภัยคุกคามจริงหรือไม่ หรือกระบวนการที่ผ่านๆมาของพวกท่าน ได้แบ่งแยกประชาชนออกเป็นชนชั้น
ง่ายนิดเดียว คืนความยุติธรรม ให้กับมนุษย์ทุกคนที่เป็นคนไทยซะเถอะ ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย อย่าใช้อำนาจตรงนี้มาทำลายล้างประชาชนคนไทยด้วยกันเลย ถึงเขาจะเห็นต่างกับท่านก็ตาม

ธรรมดา คนพวกนี้ นายมาร์ค

ธรรมดา คนพวกนี้ นายมาร์ค มีกฏหมายในมือ ก็ย่อมนำความได้เปรียบมาใช้ ทั้งๆที่ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นคลุมเคลือและการชุมนุมทางการเมืองไม่ใช่เพิ่งจะมีขึ้นในสมัยรัฐบาลนายมาร์ค แต่มีมายาวนานติดพันมาตั้งแต่นายสนธิ พธม เสื้อเหลืองมาจนเสื้อแดง ว่าไปแล้วแทนที่นายมาร์คจะแก้ไขปัญหากลับเพิ่มปัญหา แทนที่จะเร่งรัดให้กระบวนการยุติธรรม ดำเนินคดีกับ การปิดยึดสนามบิน ก็ไม่ทำ กลับไปทะเลาะเบาะแว้งกลับตำรวจ เรื่องคดี ยิงเจ็กกบฏ คนเดียว แต่ปิดสนามบินเสียหายกลับเฉย อ้างบอกว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่พอคดียิงเจ็กกบฏสนธิ กับเข้ามาแทรกแซงเฉยเลยที่คราวนี้กับไม่ปล่อยให้ตำรวจจัดการ แปลกดี สองมาตรฐานชัดเจน เคยมีความเห็นไปแล้วว่า มาเป็นนายก บนความขัดแย้งของประชาชน ที่ตัวเองก็มีส่วนร่วม จะปกครองประเทศได้ยังไง วันนี้ก็พิสูจน์แล้ว ยังจะถลำลึกเข้าไปอีก กฏหมายใช้ไม่ได้ผลหรอก เพราะคนที่นำกฏหมายมาใช้ เคยทำผิดกันมาแล้วทั้งนั้น

อันว่า ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข

อันว่า ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ตามกระแสตัณหา อันมีกามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหานั้น ยากนักที่จะถ่ายถอน คนเรียนจบพระไตรปิฎกก็ไม่อาจถอดถอนได้ เรียนจบออกฟอร์ดก็ไม่อาจถอดถอนได้ การได้เป็นนายก เพื่อนายก ตัวนายก มันเป็นภาวะ หรือภวตัณหา ลิ้นของคนที่มีกิเลศจึงสามารถพลิกได้อย่างหน้าด้านๆ เสมอเพื่อสนองตัณหาของตน

อภิสิทธิ์ไม่ใช่คนสิ้นตัณหา จึงต้องตกอยู่ใต้ความอยากที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี แม้จะขาดความสง่างามด้วยการเสพสสมสกับคนทรายศเพื่อนก็ตาม

เป็นปรกติครับ

เป็นปรกติครับ เพราะเวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน

หลายๆท่านคงจำกันได้ เมื่อตอนประท้วง พฤษภาฯทมิฬ ตอนนั้น คุณชวน คุณวีระ คุณชวลิต คุณไตรรงค์ ฯลฯ ได้ยืนเคียงข้าง คุณจำลอง ตอนประท้วง แต่พอประท้วงสำเร็จ และตอนนั้นองค์พ่ออยู่หัว ได้ดับทุกข์ร้อนแห่งแผ่นดิน โดยทรงมีพระราชดำรัส ให้เลิกแล้วต่อกัน และทรงพระราชทานนายกฯ ชั่วคราว เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง

และแล้วเมื่อถึงตอนเลือกตั้ง คนที่เคยเคียงข้าง(เวที) คุณจำลอง คือคุณชวน ก็ใช้นโยบายหาเสียงว่า " ผมเชื่อมันในระบอบรัฐสภา " และช่วยพรรค ประชากรไท ของคุณสมัคร โดยยืมคำพูดคุณสมัครมาใช้ว่า " พรรคไม่พาผู้คนไปล้มตาย ไม่พาผู้คนเผาบ้านเมืองเสียหาย " ทำให้คุณจำลอง ที่สลัดเสื้อม่อฮ่อม ใส่สูท รับรางวัลแม๊กไซไซ ที่มันใจถึงขนาดให้สัมภาษณ์ว่า " ผมพร้อมเป็นนายกฯ " ต้องตกม้าตาย กลายเป็นเพื่อนที่ยืนเคียงอยู่ข้างเวทีอย่างคุณชวน หลีกภัย ขึ้นนั่งแป้นแทนอย่างเจ็บปวด

เห็นมั๊ยครับว่า กาลเวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน มันเป็นเพียงคำพูดผสมน้ำลาย ในเหตุการณ์เฉพาะนั้นๆ จริงๆ เพราะเค้ารู้ว่าคนไทยน่ะลืมง่ายจะตาย วางมาดดีๆหน่อยเดี๋ยวก็ลืมธาตุแท้เก่าๆเท่านั้นเองครับ ฉนั้นผมจึงเห็นว่าเป็นเรื่องปรกติครับ โดยเฉพาะพรรคฯ นี้ เค้าทำบ่อยๆมากๆ ครับ ว่างๆ จะเขียนให้อ่านกันว่าทำอะไรที่กลืนน้ำลายตนเองมั่งน่ะครับ

นับถือ

ยังไม่ได้อ่านไม่มีเวลา

ยังไม่ได้อ่านไม่มีเวลา แต่ขอแปะเนื้อหาจากอีกความคิดเห็นในเนื้อข่าวที่เกี่ยวกับนี้ไว้ก่อน(แล้วจะมาสรุป)

ครับนี่แค่"กลยุ"ของเสื้อแดงยังไม่ถึงขั้นกลยุทธ หรือยุทธวิธี อะไรเลย? เพราะรบ.มาร์ค เขาถือหางแต้มต่อเพราะกฎหมายความมั่นคง คนชงก็สมัยรบ.ทักษิณ(มันตีเขาไม่ถนัดมือหรอกถ้าจะเล่นงานความไม่ชอบธรรมของกฎหมายนี้)ที่อ.ปณิธานมาเกลาให้ใหม่ ไม่งั้นทหารชุดกอรมน.(กูอดรอมึงมานาน) เป็นเจ้าภาพหลักตอนแรกๆนั้น เนื้อหากฎหมายเก่ามากเพราะมันยกมาจากโครงสร้างกอรมน.สมัยสงครามเย็น(คอมมิวฯ)

กับโจทย์ความมั้นคงแบบใหม่ ที่โลกมีวิวัฒนาการไปไกลแล้ว ช่วงที่ชงกฎหมายนี้ใหม่ๆ และเนื้อหาอันเก่าผมเคยด่าไว้ในนี้ว่ามันเก่าเต่าขุดแบบนั้นทั้งโครงสร้างและเจ้าภาพหลัก ตอนนั้นมันตอบโจทย์มิติความมั่นคงไม่ได้ครบทุกส่วนแถมเอาไปแขวนไว้กับความเก่าหลงยุคของโครงสร้างกอรมน.เดิมขณะนั้น(เอาไว้ตอบโจทย์คอมมิวฯที่ล่มสลายไปแล้วมันเก่าไปแล้ว)

จนมีอ.ปณิธาน มาเกลาให้ โดยเฉพาะตัวโครงสร้าง นั้นอย่างที่ผมชี้ไว้หลายอันเลย? เช่นที่ไม่ควรไปผูกขาดกรอบความมั่นคงไว้ที่แค่งานการทหาร เพราะโจทย์ความมั่นคงมันมีมิติกว่านั้น และงานในหน้าที่ทหาร ก็มีข้อจำกัดในการใช้เครื่องมือแบบนั้นมาตอบโจทย์ความมั่นคงแบบใหม่(มันมีมิติอื่นๆไปไกลกว่างานทหารเยอะเลย)

เหมือนอ.ปณิธาน จะพยายามแก้ที่ผมติงไว้? แต่ในความเป็นจริงแล้ว กอรมน. ก็เหมาสัมปทานไปหมดแล้วโครงสร้างอื่นที่จะดึงงานความมั่นคงโยงไปหาหลายเจ้าภาพรองในการเข้าถึงปัญหาหลายมิติ? (ที่เสนอไว้และเหมือนอ.ปนิธานจะเอาไปเกลากลึงให้ใหม่) แต่ในความเป็นจริงขณะนี้ กรอบมันยังไม่ไปไหนอย่างที่ผมติงไว้ มันจึงกระจายไปแบบนั้นไม่ได้เพราะกอรมน.(กูอดรอมึงมานาน) จะแบ่งทอนสัมทานไปให้คนอื่นทำไม?(กว่าจะเอามาได้อดอยากปากแห้งมานาน)

ดังนั้นกฎหมายความมั่นคงตอนนี้โครงสร้างหลักมันยังรวมศูนย์ในมือกอรมน.หรือผูกขาดไว้ที่ทหาร? จนทำให้ภาพกฎหมายนี้หน้ากลัวเกินเหตุ? เพราะในสภาพจริงๆของเครื่องมือหรือ กฏหมายความมั่นคงนี้ มันไปในทางแอคทีฟเชฟฯ(ป้องกันก่อนเกิด) ไม่ใช้แพสซีพ(เกิดแล้วค่อยระงับเหตุหรือใช้แผนนี้)แบบกฎอัยการศึก หรือพรบ.ฉุกเฉิน

ดังนั้นเครื่องมือของกฎหมายนี้รบ.มาร์ค เป็นต่อ เพราะสภาพการใช้งาน ไม่เหมือนพรก.ฉุกเฉิน ที่จะมีการ ง้างฆ้อนเก้อ? (ที่แดงบอกว่าปล่อยให้เด็กโง่บ้าไปคนเดียว) เพราะกฎหมายความมั่นคงมันต่างกับสมัยท่านสมัครที่พรกฉุกเฉินใช้กับเหลือง ถ้าแบบนั้นถือว่าเงื้อมือเก้อ หรือเงื้อมือมาแล้ว มีคนคอยปัดมือให้เหลือง

สรุปผมจึงเตือนแดงว่า นี่ไม่ใช่กลยุทธ,กลวิธี แต่การทำแบบนี้มันแค่"กลยุ" ไม่มีประโยชน์ ทั้งที่เนื้อหาการต่อสู้ของเสื้อแดงมีวัตถุดิบมากมาย แต่แดงยังใช้ไม่เป็น? แล้วพอจะขยายผลก็โดนทีมโฆษกธิปไตย ของปชป.ออกมาเกทับจนประเด็นสำคัญมันเป๋ไร้น้ำหนัก ทั้งที่นั้นคือวัตถุดิบสำคัญในการสร้างความชอบธรรม ในการต่อสู้"""ที่เนื้อหาหรือปัญญา""ไม่ใช่ปริมาณหรือกำลัง

เนื้อหามันมีอะไรบ้างคุณต้องสร้างมันให้ชัด?(มีต้นทุนเป็นต่อเขาอื้อเลย) ในการขยายมวลชน ไม่ใช่ ทำเป็นแต่ขยาย"มวลซน"(ซน) แบบแดงเดือดวันสงกรานต์และการปล่อยข่าวหลอกให้อีกฝ่ายตั้งค่ายกลรับ แบบว่าเด็กโง่ (แหมสะใจได้แค่วาทะกรรมเชือดเฉือนกันไปวันๆได้อะไร) เพราะสภาพจริงๆแล้วเขาไม่โง่ครับ? เพราะค่ายกลมีสภาพที่ใช้ได้เลยทุกเมื่อ ถ้าแดงเดินทัพ?

แล้วเดินแบบไหน? แดงจะไม่ไปติดกับแบบสงกรานต์เดือดอีก(ตรงนี้ใช้สมองในเรื่องนี้ดีกว่าจะมาพากันวิ่งซ่อนแอบเอามวนชนมาวิ่งเล่นซนกันแบบนี้) เพราะค่ายกลตอนนี้เขากำลังจะใช้ยุทธวิธี กำจัดกำลังพลคุณ(ถอนประกัน)เขาขู่แล้วแล้ว? และถ้ากรอบการเคลื่อนไหวแดงออกไปอีกแบบ??? หรือมีมือที่สามจากมือที่สอง(คู่กรณีปลอมมาเป็นมือที่สาม) เพื่อยั่วยุแดงติดกับดักแบบสงกรานต์เดือด เสร็จโจร?

ผมสงสารแดงครับ? เพราะหลายอย่างแดงถุกระทำบนเนื้อหาที่ไม่เป็นธรรมที่เกี่ยวโยงกับอนาคตปชตไทยและบรรทัดฐานหลายๆเรื่อง? แม้แดงคุณจะมีต้นทุนมีวัตถุดิบในการต่อสู้ เยอะมากและมีเป้าหมายเพื่อปชตได้ชัดเจนกว่าเสื้อเหลืองมากเสียอีกที่นั้นขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่แต่พอเหลาลงไปเป็น???แบบที่เห็น

แต่ น่าตกใจในระดับยุทธศาสตร์ยุทธวิธีที่จะขยายผลต้นทุนมหาศาลตรงนั้นไปยังการขยายมวลชน หรือสร้างแรงดึงดูดมวลมหาศาลได้อย่างไร?

กับยุทธวิธีการเดินม็อบอย่างเดียวมีแต่เหี่ยวปลายและจะเริ่มเสียกำลังพล จนถึงไพร่พลล้า เพราะมันเดิมๆเดินชนแบบการสร้าง"มวลซน"ไม่ใช่มวลชน แล้วมวลชนที่เกณฑ์มาจากการจัดตั้งนั้น มันไม่ใช่แค่มวล"ซน"ที่ต้องใช้ต้นทุนมหาศาลในการจัดตั้งอย่างเดิมๆมันเป็นมวลชนแบบมาทาดอร์เป็นอย่างเดียวด้วย

ถ้ามาแบบนี้อย่างเดียว มันจะเข้าทางมาทาดอร์ที่จะมาล่อเป้าวัวกระทิงเปรี่ยว เพราะถ้ายุทธวิธีแบบนั้นวัวเสร็จมาทาดอร์ทุกรายแม้บางทีมีขวิดเขาได้บ้างมาทาดอร์บาดเจ็บเล็กน้อยได้บ้าง เห็นเหมือนคือการต่อสู้ แต่ผลสุดท้ายวัวก็โดนเชือดอยู่ดี?

ผมว่าแดงหันมาปรับเป็นการต่อสู้ที่เนื้อหา? เพราะต้นทุนตรงนี้คนมีมหาศาล และเป็นต่อด้วย เพียงแต่ เอามาใช้และขยายให้เป็นหรือใช้ยุทธศาสตร์ใช้โลกาภิฯล้อมกรอบ พวกหลงยุคตกขบวนโลก อย่างไรขยายแบบไหน? เพราะแนวร่วมโดยธรรมชาติที่จะขยายมวลชนไม่ใช่มวลซน ก็คือคนรุ่นใหม่ ที่อยู่กับปัจจุบันของวิวัฒนาการที่มีพลังในการที่จะต่อต้านสิ่งที่ตกยุคหลงขบวนในตัวมันเองอยู่แล้ว

เพียงแต่สร้างขยายให้เป็น? และทำให้เขาเห็นว่า พวกเขาถูกจับขังในปชตไม้ดัดหรือระบอบสวนสัตว์อย่างไร?(อันนี้ของจริงผมคอนเฟิร์มและเป็นคนตั้งคำนี้เองด้วย) ทั้งที่โลกาภิวัฒน์ กำลังล้อมระบอบสวนสัตว์เราอยู่? เพราะหลัก"นิเวสน์ประชาธรรม" หรือป่า(โลกาภิฯ)ปกสรรพสัตว์นั้นคือปชตที่เป็นระบบนิเวสน์ป่าสมบูรณ์ของโลกขณะนี้ แล้ว เราจะออกจากปชตไม้ดัดหรือระบอบสวนสัตว์อย่างไรจนถึงพาตัวออกจากหม้อตุ๋นกบอำมาตย์ฯอย่างไร เพราะพันธนาการนี้ยาวนาน มาตั้งแต่2475(ปชตครึ่งใบถุกครอบอำนาจลงมาจากสิ่งที่นอกปชตมาตลอด)

มีหลุดเข้าไปสู่ระบอบต้มกบทักษิณบ้างที่ค่อนข้างเกือบจะมีพัฒนาการที่ดี? แต่ดันไปหลงตัวเองใช้ทฤษฎีต้มกบ กับผู้มีพระคุณคือฐานเสียงเกราะแก้วความชอบธรรมของตัวเอง ดังนั้นเนื้อหาสำคัญคืออย่าเอาสิ่งที่เขาเคยโดน(ต้มกบระบอบทักษิณ)ไปเป็นยาขมในการระดุมขยายมวลชน ไปเป็นแรงดึงดูดมวลมหาศาลในการชูธงรบแบบนั้น?เพราะทั้งภาพที่มีส่วนผสมของจริงไม่จริงจนศูนยกลางตรงนี้เฟะแล้ว มันรวมได้เฉพาะประชากรแมงหวี่แมงวันที่ชอบของเน่ากลิ่นไม่ดีมันจะเอามาเป็นศูนย์กลางแรงดึงดูดมวลมหาศาลไม่ได้

มันจะขยายมวลซนส่วนที่กลัวทฤษฎีต้มกบไม่ได้คล้ายๆกับแดงพยายามสร้างทางเลือกให้กบเลือกนายคนไทย? ให้เหลือแค่ไม่โดนต้มกบระบอบทักษิณ ก็ลงหม้อตุ๋นกบอำมาตย์ แม้ตุ๋นกบจะล้าหลังเปื่อยสนิทครอบงำได้สนิทกว่า แต่ต้มกบระบอบทักษิณก็ไร้ทางเลือก

เพราะวิธีการหรือยุทธศาสตร์ยุทธวิธีคุณไร้ทางเลือกแถมมีการต้มกบโชว์ห่วยมาก่อนหน้านั้นแล้วคนขยาด จึงขยายมวลชนไปยังกลุ่มฐานกำลังใหญ่คือภาคปชช.ลำบาก เพราะ ถ้าไปแบบนั้นขอทนอยู่ในหม้อตุ๋นกบอำมาตย์ดีกว่าที่สุดเพราะทั้งต้มและตุ๋นมันไม่ใช่ทางเลือกทั้งคู่แต่ขออยู่ในที่ปลอดภัยในระบอบสวนสัตว์ยังดีกว่า?

และสิ่งที่คนหาจริงๆคือทางรอดที่สาม?คือหลุดพ้นจากพันธนาการการหม้อต้มกบและตุ๋นกบ??? ตรงนี้มีต้นทุนมหาศาลมีดีมานด์ซัพลายชัดเจน? แต่ไม่มีคนคิดคนทำคนคหกรรมที่ดีจนเป็นทางเลือกได้?จะบริหารจัดการเพื่อสร้างทางเลือกแบบนี้ โดยเฉพาะแดงไม่ทำ ?ปชป.ที่ไม่ใช่คู่กรณีโดยตรงเขาตอนนแรก (ผมเคยเกือบเชียร์ให้ทำ)แต่ตอนนี้ต่างตอบแทนอำนาจร้อนกับนักเลงอันธพานตัวใหญ่คนคุมบ่อนไปแล้วในสถานภาพทหารเอกในกรงลิงไปแล้ว ปชป.จึงเป็นทางรอดที่สามไม่ได้???

และคนที่จะปรับให้เป็นทางรอดที่สามได้คือแดงนี่ล่ะ? แต่ต้องสังคยาณายุทธศาสตร์ยุทธวิธีชนิดใหม่หมดตำราเก่าเผาไฟทิ้ง? แล้วก็รีเซ็ตสมองใหม่ให้หมดเลย? เพราะมันใช้ไม่ได้ไปไม่รอดทั้งที่ตัวเองมีต้นทุนมหาศาลแต่ใช้ไม่เป็น? เพราะเอาแม่ทัพไปเป็นศูนย์กลางล่อเป้า จัดทัพแบบยุทธหัตถี

คือมีที่มั่นเดียว ถ้าแม่ทัพโดนสอยร่วง จบข่าวเลย? ล้มทัพกลับบ้านไปนอนห้องกรงได้เลยหรือเป็นเชลยสึกแบบพม่าทำกับไทยได้เลย(ผมไม่ได้แนะนำให้ทิ้งทักษิณ) แต่อย่าเอาเป้าแบบนั้นมาเป็นจุดอ่อนทางยุทธศาสตร์? หาที่มั่นหลายทาง แบบต่างที่มั่นบนเป้าหมายเดียวกัน เช่นที่แตกแดงอย่างมองเป็นการแตกทัพแตกแยก แต่แปรไปเป็นที่มั่นหลายๆด้านหลายวิธีการ อย่าจัดทัพแบบรวมศูนย์ที่เป้านิ่งแม่ทัพคนเดียวแบบนั้น

เพราะทุกเกาทันจะพุ่งเเป้เข้าหา และทุกพระบาท,พระหัตถาก็จะบรรจงเต็มบรรทัดดอกไม้(บ้องหู) เลยไปฟาดพระโอษฐ จนกลายเป็นน้ำพระโลหิตแดงไหลนอง เลือดกลบปากถูกเขากระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างที่เห็น เป็นที่น่าเวทนาสงสาร? ทั้งที่หลายคนแอบเชียร์ แต่มันลุ้นไม่ขึ้น? แถมมีการตัดไม้ข่มนาม หรือเชื่อดไก่ให้ลิงดู ?ใครจะอยากไปเลือดกลบปากกับแดง แบบนั้นสู้หัวชนฝามองไม่เห็นทางชนะแบบนั้น???

ทำลายขวัญกำลังใจคนลุ้นคนเชียร์ ที่จะขยายมวลชนได้ แต่เพราะเขาเห็นภาพ"มวลซน"แดงเลือดกลบปากแบบนั้นใครเขาจะเอาด้วยกับคุณแดงเลือดอาบทั้งหลายครับ???

มนุษย์นั้นไม่กินของที่ถ่มลงบน

มนุษย์นั้นไม่กินของที่ถ่มลงบนดินหรอกแต่สุนัขมันสามารถกินเศษอาหารที่ถ่ายออกจากทวารหรือสำรากออกมาได้จึงทำให้เราเปรียบเทียบกับคนที่บอกว่าสิ่งนี้เลวแต่ก็เอามาใช้ได้ไม่ผิดกันเลย

กฎหมายความมั่นคงเป็นกฎหมายที่

กฎหมายความมั่นคงเป็นกฎหมายที่ทำลายระบอบประชาธิปไตยชัดๆไม่มีความจำเป็นที่ใช้พรบความมั่นคงใช้กฎหมายธรรมดาก็ได้บ้านเมืองยังไม่ได้เกิดความรุนแรงถึงขนาดต้องใช้พรบ.ความมั่นคงเหมือนสมัยสฤษออกกฎหมายอันธพาลจะทำอย่างไรก็ได้ที่ผู้บริหารพอใจจะทำขังจนลืมก็ทำได้จึงไม่ควรให้มีกฎหมายแบบนี้อยู่ต่อไปเพราะชาวโลกเขาไม่ยอมรับและเขาจะไม่มาลงทุนในบ้านเราเพราะเขากลัวกำหมายแบบนี้ถ้าผู้นำไม่พอใจอาจยึกทรัพย์เขาดื้อๆก็เป็นได้