สหภาพแรงงานไทรอัมพ์: พลังของคนตัวเล็กๆ

  
 
 

                   เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้จัดให้มีการมอบเหรียญเจริญ วัดอักษร ให้แก่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยมีการกล่าวเปิดงาน “พลังและความหมายของคนตัวเล็กๆ”โดยคุณกรอุมา พงษ์น้อย ภรรยาของคุณเจริญ วัดอักษร ผู้ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกปองร้ายด้วยเหตุของการเป็นแกนนำในการต่อสู้คัดค้านการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าที่ราชบุรีจนประสบความสำเร็จ

                   ต่อจากนั้นคุณจิตรา คชเดช ตัวแทนสหภาพแรงงานไทรอัมพ์แสดงปาฐกถา “บทเรียนและการต่อสู้ของสหภาพแรงงานกับรัฐและทุนข้ามชาติ” แล้วมีการอภิปราย เรื่องทางเลือกทางรอดของขบวนการแรงงานในยุคเสรีนิยมใหม่” โดย รศ.แล ดิลกวิทยรัตน์ และ รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ ซึ่งได้ปรากฏในรายงานข่าวตามสื่อมวลชนในวันถัดมาอย่างแพร่หลาย แต่น่าเสียดายที่ประเด็นในเหตุที่มีการมอบเหรียญเจริญ วัดอักษรในวันนั้นมีการพูดถึงในสื่อกระแสหลักน้อยมาก                            

สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2523 ได้ผ่านการยื่นข้อเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อบริษัทไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย) จำกัด  มาอย่างต่อเนื่อง เรื่องค่าจ้างและสวัสดิการเรื่องสิทธิเสรีภาพของคนงาน เช่น การลางาน เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในปี 2524 มีการยื่นข้อเรียกร้องให้นายจ้างเยอรมันหยุดกิริยาเหยียดหยามคนไทย และมีผลงานติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง

          ตลอดระยะเวลา 29 ปีของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์เป็นเวลาที่ต้องต่อสู้ตลอดนับตั้งแต่วันเริ่มต้นที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ กว่าจะมีองค์กรได้ ก็ต้องเริ่มต้นปกป้อง เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ปากท้อง ความเป็นอยู่ที่ดีของคนงานต่อนายทุน ต่อรัฐบาล ไม่เคยมีสักครั้งที่ทุกอย่างจะได้มาโดยง่ายดายแต่ พวกเขายังได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ถึงจะยังไม่ถึงเป้าหมาย แต่มันเกิดจากการ “รวมตัวกัน” ของคนงานจึงทำให้พวกเขามีอำนาจและพลังที่จะสามารถต่อรองได้

          จนล่าสุดเมื่อ 29 มิถุนายน 2552 บริษัทได้ประกาศเลิกจ้างคนงานทั้งหมด 1,959 คน โดยการเลิกจ้างครั้งนี้เป็นการมุ่งหวังที่จะทำลายสหภาพแรงงาน หาแหล่งค่าจ้างราคาถูก เตรียมใช้ระบบจ้างงานซับคอนแทค ที่นายทุนไม่ต้องรับผิดชอบสวัสดิการหรือการเรียกร้องจากสหภาพแรงงาน จึงเป็นเหตุให้กิดการชุมนุมประท้วงครั้งที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหลายๆไม่เข้าใจหรือไม่พยายามที่จะเข้าใจโดยคิดแต่เพียงว่าในเมื่อนายจ้างจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแล้วก็น่าจะจบกัน มาเรียกร้องอะไรกันอีก โดยลืมไปว่ากฎหมายที่ว่านั้นมันเป็นธรรมแล้วล่ะหรือ แน่นอนว่ากฎหมายที่ออกโดยชนชั้นใด ก็ย่อมที่จะเอื้อต่อชนชั้นนั้น เมื่อชนชั้นแรงงานไม่มีโอกาสในการร่างกฎหมายก็ย่อมยากจะหาความยุติธรรมแก่ชนชั้นแรงงานได้

 ที่สำคัญคือนายทุนหรือผู้ร่างกฎหมายมองเขาเหล่านั้นเป็นเพียงสินค้าหรือวัตถุ มิได้มองว่าเขาเหล่านั้นก็เป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเดียวกันที่ยังมีหลายปากท้องที่ต้องรอคอยอยู่ข้างหลัง แต่ต้องกลับมาถูกเลิกจ้างด้วยเหตุเพียงเพราะหลักการกำไรสูงสุดของลัทธิทุนนิยมนั่นเอง  ผมจึงขอนำเอาคำประกาศของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนมาเผยแพร่อีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่กำลังต่อสู้เพื่อความถูกต้องหรือกำลังถูกกดขี่ข่มเหงจากระบอบทุนนิยมสามานย์ ดังนี้

                   คำประกาศเนื่องในโอกาสการมอบเหรียญเจริญ วัดอักษร ประจำปี 2552 แก่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์
สหภาพแรงงานเป็นเครื่องมือสำคัญของผู้ใช้แรงงานตัวเล็กๆ ในการปกป้องสิทธิอันพึงมีพึงได้ของตนในการดำรงชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์คนอื่นที่อยู่ร่วมสังคม ในการปกป้องสิทธิของตนจากการแสวงหาประโยชน์ทั้งจากบรรดานักลงทุนไม่ว่าจะเป็นคนไทยด้วยกันหรือต่างชาติ และจากทางภาครัฐที่มักมองเห็นความสำคัญของตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าชีวิตและความกินดีอยู่ดีของผู้ใช้แรงงาน

                       ด้วยบทบาทในการเรียกร้องสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ใช้แรงงาน ทำให้สหภาพแรงงานมักถูกมองไปในด้านลบหรือถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนที่เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ตระหนักถึงประโยชน์หรือความเจริญของส่วนรวม สหภาพแรงงานจึงมักไม่ได้รับการสนับสนุนจากสังคมมากเท่าใดในการดำเนินบทบาทเพื่อปกป้องคุณค่าและความหมายของผู้ใช้แรงงาน
                        อีกทั้งความเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจการเมืองโลกในห้วงเวลาปัจจุบันมีผลกระทบอย่างสำคัญต่อระบบการจ้างงาน ระบบเสรีนิยมใหม่ที่เปิดโอกาสให้มีการเคลื่อนย้ายทุนอย่างเสรี การแข่งขันในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศต่างๆ เป็นผลให้สหภาพแรงงานต้องตกอยู่ในสถานะที่ยากลำบากมากขึ้น
                       สหภาพแรงงานไทรอัมพ์เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการทำหน้าที่ปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรจะต้องได้รับในฐานะของผู้ใช้แรงงาน อย่างไรก็ตาม สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคอย่างมากทั้งจากภายในและภายนอกโรงงาน แม้จะเผชิญกับปัญหาอย่างมากมายแต่การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของทางสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกันของคนตัวเล็กๆ อย่างแข็งขัน
                     ความสำเร็จของสหภาพแรงงานแห่งนี้อาจไม่ได้หมายถึงเฉพาะชัยชนะในการต่อรองกับทางฝ่ายนายจ้างเท่านั้น บทเรียนที่เกิดขึ้นในระหว่างการเคลื่อนไหวมาอย่างต่อเนื่องที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในความพยายามกำหนดชะตาชีวิตของกลุ่มร่วมกันในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับอุ้งมือที่มองไม่เห็นขนาดใหญ่ นับเป็นคุณูปการที่จะมอบให้ทั้งกับผู้ใช้แรงงานและกับสังคมไทยที่จะได้มองเห็นถึงบทเรียน  ข้อจำกัด รวมถึงการสร้างทางเลือกที่จะเป็นทางรอดให้กับคนตัวเล็กๆ ในสังคมไทยกลุ่มอื่นได้เรียนรู้ต่อไปในอนาคต
                    มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจึงขอมอบเหรียญเจริญ วัดอักษร ประจำปี 2552 ให้กับทางสหภาพแรงงานไทรอัมพ์

                   เราจะเห็นได้ว่าการต่อสู้ของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์  ซึ่งเป็นคนตัวเล็กๆ ในสังคมนั้นมิได้ไร้ค่าเสียทีเดียว เพราะถึงแม้ว่าสภาพการณ์ในปัจจุบันนี้สหภาพแรงงานถูกแยกสลาย ถูกเบี่ยงเบนความสนใจจากสื่อกระแสหลักและจากภาครัฐก็ตาม หรือแม้แต่ในตัวของสหภาพแรงงานเองหลายๆ สหภาพก็ตามก็ถูกเบี่ยงเบนวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองของบางพวกบางฝ่ายไปแล้ว และมิหนำซ้ำตัวผู้นำของสหภาพแรงงานหลายๆ คนได้ถูกแปรสภาพกลายเป็น “ขุนนางกรรมกร” ไปทั้งเครื่องแต่งกาย (ชุดสูทหรือปกติขาว) และจิตใจ ด้วยการเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการไตรภาคีหรือแม้แต่การไปเป็นผู้พิพากษาสมทบจนลืมพวกพ้องและรากเหง้าของตนเอง
 
---------------------------
หมายเหตุ  เผยแพร่ครั้งแรกในกรุงเทพธุรกิจฉบับประจำวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2552
                

 

"แน่นอนว่ากฎหมายที่ออกโดยชนชั

"แน่นอนว่ากฎหมายที่ออกโดยชนชั้นใด ก็ย่อมที่จะเอื้อต่อชนชั้นนั้น เมื่อชนชั้นแรงงานไม่มีโอกาสในการร่างกฎหมายก็ย่อมยากจะหาความยุติธรรมแก่ชนชั้นแรงงานได้"

เขาเป็น Marxist จริงๆ ตดดันรฐบาลหรือพรรคใดพรรคหนึ่งให้บัญญติกฏหมายได้ไม่ใช่หรือครับ? ด้วยซ้ำ ตามรัฐธรรมนูญนี้ ยื่นกฏหมายที่ร่างเองถึงสภาก็ได้ถ้ามีการสนับสนุนพอสมควรจากประชาชนครับ ต้องบัญญัติกฏหมายก่อน แล้วบริษทต่างชาติก็ตัดสินใจได้ว่าจะลงทุนในประเทศนี้หรื่อไม่หลังไตร่ตรองปัจจัยต่างๆ ถ้าลงทุนแล้ว ถูกบังคับทำอะไรมากก่วากำหนดไว้ด้วยกฏหมาย บริษัทต่างชาติก็ไม่ไหวครับ

สงสัยอย่างหนึ่ง

สงสัยอย่างหนึ่ง ได้ข่าวว่าที่ฟิลิปปินส์ บ.เสนอจ่ายให้ อายุงาน 1 ปี บวก ให้เลย 35 วัน แถมจักร แถมประกันชีวิต 1 ปี ซึ่งไม่มีกำหนดในกฏหมาย คนงานที่ฟิลิปปินส์ยังไม่เอาเลย

แต่ทำไมบ้านเรามันไม่ยอมให้ฟร๊ะ ก็เพราะคนไทยคิดอยู่แค่ว่า นายทุนข้ามชาติเขาจะอยู่ไม่ได้ กระแสสังคมเลยไม่ได้กดดัน

ผมว่าเราต้องเปลี่ยนวิธีคิด ไม่งั้นเราก็ถูกขูดรีดหนักเพราะเรากลัวนายทุนมันจะเจ็บ แต่ไม่นึกถึงคนงานผู้เสียภาษี อย่างน้อยก็ VAT ซึ่งเป้นรายได้หลักของรัฐบาลด้วยซ้ำ

ในขณะที่นายทุนเหล่านั้น ได้รับการยกเว้นภาษี แถมได้รับการส่งเสริมต่างๆ รัฐก็เป็นเครื่องมือเขาอีก ที่สำคัญคนไทยยังสงสารเขาอีก กลัวเขาจะอยู่ไม่ได้ โหยยยย

ก็เงื่องใขของทางบริสัทไทยเป็น

ก็เงื่องใขของทางบริสัทไทยเป็นอย่างใง ช่วยอาธิบายหน่อยครับ

อย่างไงก้ตาม

อย่างไงก้ตาม มีคนสนใจเรื่องนี้น้อยมาก Thread นี่พิสุจน์ความจริงนั้นได้แล้วครับ การต่อสู้ครั้งนี้ สหภาพชนะยากนะ

ไม่มีอีแอบหัวหงอกเป็นเงา

ไม่มีอีแอบหัวหงอกเป็นเงา อย่าทำเหิมเกริมกับรัฐบาลโจรคณะนี้ เพราะมันยกเว้นให้แต่เฉพาะม็อบกบฎโกเต๊กเสื้อเหลืองสุดชั่วในสังกัดของอีแอบหัวหงอกเท่านั้น อย่าบังอาจว่าจะได้รับการดูแลเป็นมาตรฐานเดียวกับพวกมันเด็ดขาด จำไว้

พอใช้คำว่านายทุน

พอใช้คำว่านายทุน คนก็มองไปถึงว่า กดขี่ข่มเหง มองว่าเป็นผู้ร้าย และมองผู้ใช้แรงงาน เป็นผู้ถูกกดขี่ มองเป็นผู้ที่น่าสงสาร พอพูดว่าการรวมตัวกันต่อต้าน การใช้กฎหมู่เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ก็แถไปอีกว่ากฎหมายไม่เป็นธรรม คุณต้องการความเป็นธรรมแบบไหนกันแน่ ความเป็นธรรมสำหรับพวกคุณเท่านั้นใช่มั้ย แล้วความเป็นธรรมสำหรับนายจ้างหละ คุณลงแค่แรงแล้วคุณจะเอาอะไรมาก มองแค่ว่าแรงที่ออกเหมาะสมกับค่าจ้างมั้ย ทำงานแค่วันสองวันก็รู้แล้ว ไม่ใช่อยู่ไปแล้วเรียกร้องไปเรื่อยไม่สิ้นสุด เวลานายจ้างขาดทุนหลายร้อยหลายพันล้าน หรือจนต้องปิดกิจการ คุณไปแคร์อะไรมั้ย สะบัดก้นหนี แล้วก็หางานใหม่ก็เท่านั้น

คงไม่ได้อุดหนุนสินค้าจากบางเส

คงไม่ได้อุดหนุนสินค้าจากบางเสาธงแล้วซิ ( ขออภัยรูปไม่ชัด )
http://upic.me/show.php?id=e2565bbce48a3f2d97487141934c3d0d
สหภาพ แปรสภาพเป็น employee-own company ได้ไหม

รัฐบาลโดยหน้าที่ต้องดูแลทุกขส

รัฐบาลโดยหน้าที่ต้องดูแลทุกขสุขของคนไทยทุกคนไม่ใช่หรือ
หรือเป็นรัฐบาลของคนที่มีเงินลงทุนตั้งโรงงานเท่านัน
ถ้าไม่มี่แรงงาน คิดสักนิดว่าจะมีผลผลิตอะไรออกมาได้
สังคมมันต้องพึ่งพาอาศัยกัน ถ้าจ้องแต่จะหากำไร คนจนๆอยู่ไม่ได้ คนรวยจะอยู่ได้รึ