สัมภาษณ์ ไม้หนึ่ง ก.กุนที : (2) ว่าด้วย SMEs OTOP และการเหวี่ยงกลับของซ้ายเก่า
ความเดิมตอนที่แล้ว สัมภาษณ์ ไม้หนึ่ง ก.กุนที: (1) ทำไมถึงต้องแดง! บทวิเคราะห์แดง-เหลือง การเมืองเก่า-ใหม่
"ไม่ว่า SMEs OTOP แต่สิ่งที่พวกคุณคุ้นเคยยกตัวอย่างเรื่องไวน์
คุณคุ้นเคยกับการที่ทักษิณทำให้มีไวน์ออกมา 500 ยี่ห้อ
ผ่านไป 5 เดือนเหลืออยู่ 5 ยี่ห้อ แม่ง! นโยบายนี้เลว เฮ้ย! คุณวิปริตว่ะ
ถ้าเกิดคุณสรุปอย่างนี้ อันนี้คือปรัชญาพื้นฐานของการพัฒนาสังคม
ปริมาณไปสู่คุณภาพ ที่สุดตลาดจะเลือกคุณภาพ"
ประชาไท: ถ้าเราพุ่งเป้าว่าการเสียผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นแรงผลักดันที่ทำให้คนออกมา โดยอธิบายมุ่งไปที่นโยบายประชานิยมซึ่งสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างจิตสำนึกใหม่ๆของประชาชน คำถามคือ รัฐบาลต่อๆ จากทักษิณก็ไม่ได้ล้มประชานิยม สานต่อหลายอย่าง ผลิตใหม่หลายอย่างด้วยซ้ำ
ไม้หนึ่ง: ผมเถียงครับ อันที่จริงที่รัฐบาลเหล่านี้สานต่อหรือที่ทักษิณทำเองก็ยังเป็นที่กังขาว่า คุณทำแบบอาร์เจนติน่าหรือเปล่า ที่สุดคุณทำให้ประชาชนเป็นง่อยหรือเปล่า แต่ในมุมมองของผม ผมเติบโตในครอบครัวชาวนา พอวัยรุ่นครอบครัวชาวนาของผมยกระดับมาเป็นชาวสวน ชาวนาทำเพื่อกิน ชาวสวนทำเพื่อขาย ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ ผมกลายมาเป็นพ่อค้า ผมยกระดับตัวเองมาตลอด แล้วผมก็มีการศึกษาระดับเดียวกับพวกคุณ ผมเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง ผมเห็นชีวิตคนที่มันเปลี่ยนไปด้วยทรัพยากร อำนาจ และโอกาส บางครั้งอำนาจกับโอกาส มันเป็นสิ่งเดียวกัน เงินกองทุนหมู่บ้านสองหมื่น ถึงแม้ว่าคนภาคใต้อาจจะเถียงว่าภาคใต้ไม่มีโอเค มันเพิ่งมีมา 6 ปี ต้องขยายเพิ่มด้วย ที่ผ่านมาใช้ฐานความคิดแบบนักการเมืองซึ่งล้าหลังแบบฐานคะแนนกูก็ให้ก่อน แต่คุณจะบอกว่ามันผิดไม่ได้ คุณต้องบอกว่ามันเป็นพลวัต ถ้ามันหมุนไปสู่จุดที่ดีก็ต้องบอกว่ามันถูก แต่ถ้ามันถอยไปสู่การที่แบ่งประเทศ อันนั้นมันก็เลวร้าย
เพราะฉะนั้น เงินสองหมื่นบาทมันทำให้คนเปลี่ยนจากชาวนาโดยไม่ต้องเป็นชาวสวนแบบผม แต่เป็นพ่อค้าบะหมี่ชายสี่ฯ ได้เลย แล้วคุณอาจจะถามผมว่า อ้าว แล้วความพอเพียงล่ะ...ความพอเพียงก็เป็นความลวง ในขณะที่ภววิสัยทางโลกเป็นทุนนิยม เป็นคลื่นกระแสที่เชี่ยวกราก คุณต้องทำสองอย่างในเวลาเดียวกัน คือ คุณต้องพอเพียงในรสนิยม คุณควรจะมีมือถือในยี่ห้อที่ไม่ต้องใช้เน็ตได้ถ้าคุณเป็นชาวนา หรือว่าบางเงื่อนไขคุณไม่จำเป็นต้องใช้ ทุกอย่างต้องพอเพียงในรสนิยม แต่ในการทำมาหากินต้องสอดรับกับภววิสัยทางโลก
สรุปง่ายๆ ว่า ตอนนี้นักการเมืองเลว ที่สุดวิธีคิดการมองว่าสังคมชั่วร้าย คนยังด่าพ่อค้าคนกลางอยู่เลย ซึ่งมันถูก แต่พ่อค้าคนกลางคือใคร แทบเป็นเครือข่ายของชนชั้นสูงทั้งนั้น แต่ในขณะกระบวนทัศน์ของพรรคไทยรักไทย หรือวิธีคิดของพรรคไทยรักไทยพูดถึง SMEs และ OTOP สิ่งเหล่านั้นอย่าทำเป็นเล่นไป ชาวนาที่มีลูกจบ MBA มันไม่ยากเลยที่เขาจะมาแทรกตัวในการค้าเสรีแล้วส่งข้าวของพ่อเขาเองตามห้าง ทุกคนได้เงินสองหมื่น มีทรัพยากร มีทุน ได้โครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อการผูกขาดของชนชั้นใดชนชั้นหนึ่ง จริงๆ มันก็สรุปไม่ได้ว่าไม่เอื้อ แต่มันส่งเสริมรายย่อย ไม่ว่า SMEs OTOP แต่สิ่งที่พวกคุณคุ้นเคยยกตัวอย่างเรื่องไวน์ คุณคุ้นเคยกับการที่ทักษิณทำให้มีไวน์ออกมา 500 ยี่ห้อ ผ่านไป 5 เดือนเหลืออยู่ 5 ยี่ห้อ แม่ง! นโยบายนี้เลว เฮ้ย! คุณวิปริตว่ะ ถ้าเกิดคุณสรุปอย่างนี้ อันนี้คือปรัชญาพื้นฐานของการพัฒนาสังคม ปริมาณไปสู่คุณภาพ ที่สุดตลาดจะเลือกคุณภาพ
"นักคิดนักเขียนในสังคมไทย มุ่งผลิตวาทกรรมที่เหมือนกับว่าคนที่ทำมาหากินที่สุจริต
แต่ต้องการได้กำไรที่สอดรับกับภววิสัยทางโลกกลายเป็นคนเลวไปหมด
ที่สุดอันนี้ก็ยกระดับมาสู่ทักษิณ"
ถ้าคนเคลื่อนไหวเพราะผลประโยชน์ส่วนตัวที่ได้จากโครงการประชา นิยม รัฐบาลไหนก็ทำได้ ก็ทำประชานิยมสิ ทำไมคนจะต้องยึดติดกับไทยรักไทยด้วย หรือมันมีหลักการอะไรบางอย่างหรือเปล่าที่ทำให้เขาออกมา
ความจริงใจไง เอาง่ายๆ ทุกรัฐบาล คนที่ถือครองอำนาจรัฐ มันฉกชิงอำนาจและทรัพยากรไปจากคนทั้งนั้น แต่ความจริงใจจะทำให้ประชานิยมไปพ้นจากทฤษฎีสู่การปฏิบัติที่แท้จริง พูดตรงๆ นะ ไอ้ม็อตโต้ ที่บอกว่า จงอย่าเอาปลาไปให้ประชาชน แต่จงสอนประชาชนให้จับปลา มันเป็นวาทกรรมที่ใช้ไม่ได้กับเมืองไทย เพราะอะไรรู้หรือเปล่า มันเป็นม็อตโต้ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ จากสังคมที่ไม่มีความสมบูรณ์ ในเรื่องทรัพยากร ไม่มีความสมบูรณ์ในภูมิประเทศ เอ้า คุณ ดูง่ายๆ อย่างเมืองจีนและรัสเซีย เขามีพื้นที่เพาะปลูกได้กับพื้นที่เพาะปลูกไม่ได้ เพราะฉะนั้น ไอ้วิธีคิดอย่างนี้ถึงสอดรับกับภูมิประเทศของเขา แต่ของเราทุกวันนี้แทบไม่มีแล้วไอ้พื้นที่ที่จะต้องมีอีสานเขียวอยู่ มันแทบจะมีแต่พื้นที่น้ำท่วม เพราะปัญหาจากเขื่อน พูดง่ายๆ ว่าอย่าให้วาทกรรมนี้เข้ามา หรือเข้ามาได้แต่คุณศึกษากันในหมู่นักวิชาการ ทันทีที่คุณจะไปสู่การปฏิบัติ คุณต้องบอกใหม่ว่า จงคืนปลาสิบตัวให้แก่ประชาชนสักแปด คุณเอาไปแค่สองตัว
ปัญหาของเราคือ คุณไม่ต้องสอนประชาชนจับปลาหรอก ประชาชนทำมาหากินได้ เขาขาดแค่ปัจจัยบางอย่าง ที่ช่วงสังคมพัฒนาการมาเป็นสังคมสมัยใหม่ หรือสังคมนิคส์ เขาขาดโครงสร้างบางอย่างพังไปอย่างเช่น โครงสร้างแข็งแรงในเรื่องของทฤษฎีเกษตร
ทฤษฏีเก่าคือ ชาวนาชาวสวนถูกทำลายโดยเจียไต๋ ผมเติบโตมาในยุคนั้น เติบโตมาพร้อมกับเจียไต๋ ผมเติบโตที่นครชัยศรี สวนของเรามีนาด้วยเกือบ 80ไร่ เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงปลา ปลูกผัก แต่เราทำเพื่อรับใช้ปากท้องของพวกเรา ต่อมาถูกเปลี่ยนโดยบริษัทเมล็ดพันธุ์ บริษัทปุ๋ย ให้ลดพื้นที่การปลูกข้าวให้น้อยลงเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยวหรือผักเชิงเดี่ยว เพื่อส่งขายปากคลองตลาดเราถูกทำให้อ่อนแอตั้งแต่ตรงนั้น ที่สุดประชาชนของเราจับปลาเก่งมาก แต่ปัญหาของเราที่แท้จริงไม่ใช่ประชาชนจับปลาไม่เป็น แต่คือการที่มีโจรช่วงชิงปลาของประชาชนไปตลอดเวลา ทุกวันนี้ประชาชนได้กินปลาแค่ 2 ตัว แต่อีก 8 ตัวมันถูกชิงไปไม่ว่าโดยอำนาจรัฐ จากชนชั้นสูง หรือกระบวนการบ้านเมือง อะไรก็ตามแต่ ตรงนี้สำคัญ
แล้วอีกอย่างหนึ่ง เงินทองของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง ใช้ไม่ได้กับภววิสัยปัจจุบัน ภววิสัยปัจจุบัน ในเมื่อโครงสร้างปัจจุบันของคุณถูกทำลายแล้ว ความแข็งแรงเรื่องที่นา สวนผัก สวนผลไม้ ถูกทำลายแล้ว คุณต้องมีเงิน คุณไม่มีต้นข่อยมาสีฟัน คุณต้องจ่ายเงินซื้อเดนทิสเต้ ใกล้ชิด ซอลท์ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่พวกคุณก็ถูกชี้นำแบบนี้ แม้แต่กับวงการวรรณกรรมก็ตาม
จะยกตัวอย่างเรื่องสั้นของคุณ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เป็นเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งที่คุณศุ บุญเลี้ยง วิจารณ์คุณกนกพงศ์ 3 ปีแล้วมั้ง ผมจำไม่ได้ ที่แพ่งนรา เนื้อเรื่องคือ คุณยายคนหนึ่งอยู่กับบ้านทำการเกษตร หักของเก็บผลผลิตทางการเกษตรมาขายหน้าบ้านโดยไม่เอากำไร การชี้นำอย่างนี้เป็นปัญหา อันตรายกับประชาชน ราษฎร พลเมืองอย่างที่สุด
สมมติว่าคุณยายอยู่พื้นที่ๆ หนึ่งไม่ได้ปลูกหมากเอง ไม่ได้ปลูกพลูเอง คุณยายต้องมีกำไรไหม คุณมองง่ายๆ ว่า เมืองไทยมันอุดมสมบูรณ์ ทุกอย่างเกิดขึ้นจากดิน แล้วคุณเด็ดจากดินไปขาย 2-3 บาทก็ได้กำไรแล้ว มันไม่ใช่ไง คุณต้องอย่าส่งเสริมการเอารัดเอาเปรียบและกดขี่ เพราะมันมีบางคนที่จะเหมาผักของคุณยายหมดในเงิน 99 บาท ยังไม่ถึง 100 เลย หรือ 5 บาทมันยังจะเอาเงินถอนจากคุณยายเลย ผักบุ้งกำละ 5 บาท ผักบุ้งมันเอาของคุณยายมาทั้งหมด 10 บาท แต่มันเอามาขายได้ 30บาท ที่สุดคุณต้องทำให้สังคมดำเนินวิถีชีวิตสอดรับกับกลไกการตลาดที่เป็นจริง ไม่ใช่ส่งเสริมการเอารัดเอาเปรียบ
ที่สุดชุดวิธีคิดที่ว่า...เออ เสาร์-อาทิตย์นี้ทำ อะไรกันดีแม่...นี่ไปซื้อผักสิถูกมาก แล้วเราเอามาตั้งขายบ้านหน้าบ้านเราได้กำไร 5 เท่า...คุณส่งเสริมวิธีคิดแบบนี้กันอยู่ทุกวันนี้ ทำไมไม่ไปให้การศึกษาป้าล่ะว่าควรขายเท่าไรเป็นอย่างต่ำ เราขาดปัญญาชนที่จะไปรับใช้ประชาชน คุณลงหมู่บ้านก็จะไปเอาจากเขา นั่งดูป้า ใส่เสื้อผ้าสีนี้ เอาคุณลักษณะของเขามาเขียนเรื่องสั้นส่ง เอาเงินมาใช้ แต่ไม่ได้คืนอะไรให้กับประชาชนเลยแม้แต่ไอเดียในการดำเนินชีวิต และเรื่องสั้นเรื่องนี้ ศุ บุญเลี้ยง จึงวิจารณ์ว่า ถ้าผมเป็นคุณยายแล้วผมทำมาหากินแล้วได้กำไรไม่ได้เหรอ ผมชั่วเหรอ มันกลายเป็นว่านักวรรณกรรม นักคิดนักเขียนในสังคมไทย มุ่งผลิตวาทกรรมที่เหมือนกับว่าคนที่ทำมาหากินที่สุจริต แต่ต้องการได้กำไรที่สอดรับกับภววิสัยทางโลกกลายเป็นคนเลวไปหมด ที่สุดอันนี้ก็ยกระดับมาสู่ทักษิณ
"ผมมองว่าภาววิสัยทางโลก เราต้องส่งเสริมให้แปรรูปทุกอย่างเข้าตลาดให้หมด
โดยระบุไปในรัฐธรรมนูญเลยว่า สาธารณูปโภคพื้นฐาน หรือทรัพย์ในดินสินในน้ำ
ทุกคนที่เกิดในอาณาเขตของเมืองไทย ทันที่ที่ลืมตาดูโลกแล้วแจ้งเกิด
มีรายชื่ออยู่ในสำมะโนประชากร จะต้องมีหุ้นส่วนในวิสาหกิจนั้น"
ถามจริงเมืองไทยทำไมเราถึงรู้ว่าทักษิณมันรวยนัก เพราะทักษิณมันต้องแจ้งยอดเงิน ต้องแจ้งอะไรหลายๆ อย่างเหมือนกับผู้แทนทั้งปวง เวลาเข้าเป็นสมาชิกรัฐสภา แต่คนที่ไม่ต้องแจ้งล่ะ แล้วสามารถเอาเปรียบที่กดขี่ประชาชนได้อย่างซึมลึกแล้วก็ทุกเมื่อเชื่อวัน ทำเหมือนกับน้ำเซาะทราย แล้วคำว่า น้ำเซาะทรายของเขาไม่ใช่จากหนึ่งเป็นสอง แต่จากหนึ่งหมื่นล้านเป็นสองหมื่นล้านในสองอาทิตย์ พวกนี้ไม่มีกฎหมายให้เขาชี้แจง ซึ่งที่สุดโครงสร้างเศรษฐศาสตร์แบบก้าวหน้ามีตั้งแต่สมัยนายปรีดี หรือ อาจารย์ป๋วย เค้าโครงเศรษฐกิจหน้าเหลือง ที่สุดก็เป็น Satire เสียดเย้ยกับพรรคประชาธิปัตย์ ภาษีก้าวหน้า ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน จริงๆ แล้วเราสามารถจูนสังคม ค่อยๆ เคลื่อนไปสู่ประโยชน์ของประชาชน หรือการดูแลซึ่งกันและกันของพลเมืองได้มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าโครงสร้างการเมืองหรือเศรษฐกิจมันก้าวหน้า คนรวย คุณต้องจ่าย
เมืองไทยมีวิธีคิดหนึ่งที่พวกฝักใฝ่มาร์กซิสม์ถูกด่ามาตลอด ซึ่งเป็นวิธีคิดแทรกซึมของคนชั้นสูงหรือผู้ไม่ต้องการเสียผลประโยชน์มัก กล่าวอ้างว่า คุณจะเป็นคอมมิวนิสต์ไปทำไม ทุกวันนี้ มีจนบ้าง รวยบ้าง คนชั้นกลางบ้าง ถ้าเป็นคอมมิวนิสต์ก็จะจนเท่าเทียมกันหมดจะเอาหรือ มันบ้า เพราะลองไปดูรัสเซียมีแต่น้ำค้างแข็ง ภูเขาเหน็บหนาว ไปดูจีนพื้นที่เพาะปลูกไม่มากมาย ไม่สอดรับกับปริมาณคน ประเทศไทยถ้าคุณจัดโครงสร้างดีๆ ทุกคนจะรวยเท่ากัน
ผมจะเสนอแนวคิดหนึ่งแนวคิดนี้แม้แต่กลุ่มเลี้ยวซ้ายที่มุ่งรัฐ สวัสดิการ เขาก็ยังมองไปอีกทาง ผมก็ไม่เห็นด้วยกับเขา กลุ่มเลี้ยวซ้ายจะมองว่าไม่ส่งเสริมการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ น้ำมัน ไฟฟ้า ประปา แต่ผมมองว่าภววิสัยทางโลก เราต้องส่งเสริมให้แปรรูปทุกอย่างเข้าตลาดให้หมด โดยระบุไปในรัฐธรรมนูญเลยว่า สาธารณูปโภคพื้นฐาน หรือทรัพย์ในดินสินในน้ำ ทุกคนที่เกิดในอาณาเขตของเมืองไทย ทันที่ที่ลืมตาดูโลกแล้วแจ้งเกิดมีรายชื่ออยู่ในสำมะโนประชากร จะต้องมีหุ้นส่วนในวิสาหกิจนั้น เช่น ปตท. ผมส่งเสริมให้ ปตท.แปรรูปและทำกำไรแต่ประชาชนทุกคนมีชื่ออยู่ในหุ้นของ ปตท.ทันที ถามว่าอย่างนี้ไม่เละเหรอ คุณสามารถจัดสัดส่วนได้ว่าหุ้นที่เป็นของประชากรทั้งหมดเป็นเท่าไร หารได้ปีละ 500 บาทก็สมควร ได้ปีละ 2,000 บาทก็ยิ่งดี ซึ่งในระบบทุนนิยมมันมีแต่ได้ เพราะอะไร เพราะน้ำมันของ ปตท. ประชาชนส่วนใหญ่ต้องใช้ ผมว่าอันนี้เป็นข้อเสนอที่ก้าวหน้ายังไม่เคยมีใครเสนอคล้ายกับระบบสหกรณ์ ปตท.ที่แปรรูปแล้วอยู่ๆ กลายเป็นระบบสหกรณ์ ประชาชนกิน กำไรส่วนหนึ่งก็ให้ประชาชน แม้ว่ากำไรอีกบางส่วนต้องหมดไปกับการบริหาร มันทำได้ ทำไมแนวคิดนี้ไม่มีใครกล้าคิด มันขัดผลประโยชน์ใคร ทุกวันนี้คุณก็รู้ว่ารัฐวิสาหกิจทั้งปวงโบนัสเท่าไร ทำไมการรถไฟของเรามันถึงไม่ดีกว่านี้
เมื่อกี้พูดว่าตอนนี้ประชาชนสุกงอม แต่ดันขาดปัญญาชนแบบที่เคยมี อย่าง 6 ตุลา 14 ตุลา อะไรคือปัจจัยที่ทำให้พวกเขาจำนวนไม่น้อยเหวี่ยงกลับไปเป็นกลุ่มคอนเซอร์เวทีฟในยุคนี้
มันผิดตั้งแต่เราไปมองว่า 14 ตุลา 6 ตุลาเป็นฝ่ายก้าวหน้าแล้ว บอกให้ก็ได้ ทุกวันนี้คนที่ได้ตราประทับจากการเข้าป่า กลายเป็นอภิสิทธิ์ชนส่วนหนึ่ง
"ถ้ากลุ่มคนเหล่านั้นคิดไม่สอดรับกับพวก 14 ตุลา คุณจะเหยียดหยามเขา หรือจะยังไง
พวกคุณเหมือนฝูงหมาที่รวมกลุ่มกัน ปริมาณไม่เยอะหรอก แต่คุณเห่าเสียงดัง
แล้วคุณเข้าร้าน pet shop คุณตัดแต่งขนอยู่เสมอ
มีความสะอาด ขนมัน ปากชมพู ยืนตรง ขี้เล่น ไม่ดื้อ
ในขณะที่คุณลืมไปว่าไอ้ทารกหมาป่าตัวจริง ทุกวันนี้มันก็ปรับตัวเข้ากับภววิสัยทางสังคม
จนที่สุดมันก็มาอยู่ร่วมในสังคมเดียวกับคุณ
แล้วมันเห็นว่าคุณเป็นหมาไม่แท้ คุณเป็นหมาย้อมสี แล้วที่สุดคุณเป็นสัตว์เลี้ยง"
แต่ตอนนั้นเขาก็ก้าวหน้าไม่ใช่หรือ มีไอเดียของการต่อสู้เพื่อความเป็นเท่าเทียม เป็นธรรม
แต่มันยังมีความก้าวหน้าแบบจับพลัดจับผลู ไม่ได้ก้าวหน้าจริง ผมจะยกตัวอย่างให้ ระหว่างคนที่เข้าป่าสมัยนั้น พอป่าแตกออกมาทุกคนเหมือนจะมียศถาบรรดาศักดิ์ที่มองไม่เห็นอยู่ ประชาชนทั่วไปอาจไม่รับรู้ แต่วงวรรณกรรมรับรู้และให้เครดิตพวกเขา แล้วพวกเขาก็เติบโตมาเป็นอะไรต่อมิอะไร คุณไปให้ค่ากับปัญญาชนหรือนิสิตนักศึกษารุ่นนั้น ถ้ามองรายละเอียด หลังจากพวกเขากลับออกมาทำไมเขาจึงฟูมฟายตัดพ้อพรรค ทำไมเข้าไปแล้วไม่ได้เป็น ศ. ไม่ได้เป็นอะไรเลย คุณมีต้นทุนในเมือง แต่โดยทฤษฎีคุณไม่มีต้นทุนชนชั้น และยังไม่ได้รับการพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า มือนิ่มๆ ของคุณรับใช้พรรค รับใช้ประชาชนผู้เสียเปรียบได้แค่ไหน แล้วมันก็เกิดมายาคติเช่น ผมโตเป็นหนุ่มไม่ทัน 14 ตุลา 6 ตุลา ทันทีที่ทะลึ่งมาเป็นผู้ฝักใฝ่มาร์กซิสม์ คำที่ตามมาก็คือ ซ้ายใหม่ ซ้ายไร้เดียงสา เพราะไม่มีต้นทุน เด็กบางคนจนมันจบมหาวิทยาลัยมันอยู่ในเขตงานมาตั้งแต่เกิด ขณะที่คุณเข้าไปตากอากาศแค่ไม่กี่ปี ใครเป็นตัวจริงตัวปลอม ตรงนี้ไม่เคยมีใครมาพูด คุณมีแต่เรื่องเด็กหญิงหมวกดาวแดงที่เป็นลูกสาวของปัญญาชนที่เข้าไปมีเมียมี ลูกกันในนั้นแล้วก็ออกมา อ้าว! แล้วคุณเคยพูดถึงลูกหลานของสหายผู้ปฏิบัติงานไหมว่าไอ้พวกนั้นที่ทุกวันนี้ พ่อแม่มันก็ยังอยู่ในพื้นที่ แต่ลูกเต้าเติบโตมีวัยเด็กโดยอุดมการณ์การหล่อหลอมของช่วงเวลานั้น
ผมเคยตั้งคำถามกับวินัย อุกฤษณ์ หรือวารี วายุ ที่เกาะบูบู สมัยรัฐบาลทักษิณว่า พี่ ถ้าวันหนึ่งไอ้เด็กที่มันเคยวิ่งส่งข้าวส่งน้ำให้เพื่อนฝูงพี่ที่เข้าป่า แต่วินัยเขาไม่ได้เข้าป่านะ สมัยที่พวกเพื่อนฝูงพี่หนีอำนาจรัฐเข้าไปอยู่ในป่า เด็กพวกนั้นที่มันเป้ข้าวให้พี่ เพราะมือพี่บางเกินไป ถึงวันนี้มันกลายมาเป็นคนรักทักษิณ รักประชานิยม มีโทรศัพท์มือถือ ใช้ชีวิตสอดรับกับกระแสการค้าเสรีอย่างปัจจุบัน พี่จะว่ายังไง พี่วินัยบอกว่าก็ปล่อยมันไป เมื่อมันเหลวแหลกก็ปล่อยให้มันเหลวแหลกไป ตรงนี้ไงที่ทำให้เห็นว่าคุณยึดมั่นถือมั่นกับกลุ่มความคิดบางอย่างแบบแข็ง และไม่เป็นพลวัตเลย ฉะนั้น ผมว่าตอนนี้คุณภาพใหม่ของสังคมไทยอย่างหนึ่งก็คือ เด็กจากเขตงานพวกนั้นมีโอกาสการศึกษาที่สูง ไทยรักไทยอาจช่วยเป็นส่วนน้อยด้วยซ้ำ แต่พลวัตทางสังคมเป็นไปทางนั้น คุณตั้งคำถามถึงเด็กกลุ่มนั้นไหม ลูกเต้าเหล่ากอของผู้ปฏิบัติงานจริงที่เรียนสูงขึ้นเรื่อยๆ แล้วทุกวันนี้อาจจะมาเป็นนักวิชาการ เป็นคนชั้นกลาง หรือเป็นอภิชนที่นอกคอก มันเสือกประสบความสำเร็จทางธุรกิจ ถ้ากลุ่มคนเหล่านั้นคิดไม่สอดรับกับพวก 14 ตุลา คุณจะเหยียดหยามเขา หรือจะยังไง
ประเด็นก็คือ พวกคุณเหมือนฝูงหมาที่รวมกลุ่มกัน ปริมาณไม่เยอะหรอก แต่คุณเห่าเสียงดัง แล้วคุณเข้าร้าน pet shop คุณตัดแต่งขนอยู่เสมอ มีความสะอาด ขนมัน ปากชมพู ยืนตรง ขี้เล่น ไม่ดื้อ ในขณะที่คุณลืมไปว่าไอ้ทารกหมาป่าตัวจริง ทุกวันนี้มันก็ปรับตัวเข้ากับภววิสัยทางสังคม จนที่สุดมันก็มาอยู่ร่วมในสังคมเดียวกับคุณ แล้วมันเห็นว่าคุณเป็นหมาไม่แท้ คุณเป็นหมาย้อมสี แล้วที่สุดคุณเป็นสัตว์เลี้ยง ในขณะที่เด็กเหล่านั้นเป็นหมาจรจัด สุ่มเสี่ยงกับความอดอยากและอะไรหลายอย่าง ล่าเอง ไม่มีต้นทุน พ่อแม่ส่งให้เรียนแล้วจบ ขวนขวายเอาเอง พอไทยรักไทยมา พ่อแม่ก็บอกว่าเอ้า เงินกองทุนหมู่บ้านสองหมื่นไปเซ็นเอาซะ กลับมาในเมืองเปิดบริษัทคอมพิวเตอร์ เปิดเว็บไซต์ทำมาหากิน มันมีคุณภาพใหม่หลายอย่างที่เติบโตในช่วงที่รัฐบาลไทยรักไทยเข้ามาถือครอง อำนาจรัฐ แต่มันถูกทำลายโดยกลุ่มคนซึ่งพยายามชูภาพความเลวร้ายเก่าๆ ของนักการเมือง
ถ้าพูดถึงนักการเมืองอย่างจาตุรนต์ (ฉายแสง) มันก็โคตรเท่ห์ หน้าตาดี มีการศึกษา มีวิธีคิด มีต้นทุนจากการเคลื่อนไหวจากในอดีต แต่ทำไมเวลาทับถมนักการเมืองถึงพูดถึงแต่ประเภทเนวิน (ชิดชอบ) สุเทพ (เทือกสุบรรณ) เฉลิม (อยู่บำรุง) คุณไม่แฟร์กับผู้แทนราษฎร ซึ่งนั่นเท่ากับไม่แฟร์กับราษฎร
"การศึกษาของคนที่ผ่านมาถูกออกแบบโดยอภิชน
จึงตอบสนองความจอมปลอมเหล่านี้ทั้งสิ้น
เขาไม่ต้องการให้พลเมืองเข้าใจสัจจะความจริงทางสังคม
ฉะนั้น ทุกวันนี้มันจึงเป็นว่าทำไมนักสื่อสารมวลชน กวี นักคิด นักเขียน นักวิชาการ
นักอะไรทั้งหลายทั้งปวงที่มันเคยเป็นฝ่ายก้าวหน้า จึงไม่ยืนอยู่ข้างประชาชน
ถึงมีอยู่ก็ส่วนน้อยมาก"
แล้วมองอนาคตยังไง อย่างที่มีข้อเรียกร้องเรื่องขับไล่อำมาตย์ มองความเป็นไปได้ในอนาคตแค่ไหน
โอว ผมมีความหวังเต็มเปี่ยม ผมเป็นคนพุทธ สรุปรวบควบแน่นสิ่งที่พระพุทธเจ้าพูดก็คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ทุกวันนี้อภิสิทธิ์ชนสามารถเชิดชู สามารถเล่นทริกต่างๆ กับรัฐบาลที่อภิสิทธิ์ชนหนุนให้มามีอำนาจได้ มันเป็นไปตามกลไก คุณอาจจะเลือกอำนาจ 3 รัฐบาลเบิ้ลก็ได้ แต่ที่สุด คุณตั้งอยู่แล้วคุณต้องดับไป มันเป็นสัจจะ ฉะนั้นไม่มีใครละเมิดอันนี้ได้ ปีนี้เป็นปีที่ฝ่ายอภิชนรุ่งเรืองที่สุด โหมดการเคลื่อนของมันเคลื่อนไปสู่ความเสื่อม เมื่อถึงจุดหนึ่งประชาชนอาจขึ้นมารุ่งเรือง แล้วในที่สุดก็อาจเสื่อม หรือยกระดับ เปลี่ยนคุณภาพไป ที่สุด ประชาชนจะได้เป็นใหญ่อยู่แล้ว แต่มันอาจยืดเยื้อยาวนาน
ผมถึงเกริ่นเบื้องต้นถึงเวียดนาม โฮจิมินห์ หรือมีวีรบุรุษของเวียดนามเยอะแยะมากมายที่ต่อสู้มาเป็นร้อยปี เราไม่มีกระบวนทัศน์หรือสายธารประวัติศาสตร์ที่แจ่มชัดในประชาชนของเรา พูดง่ายๆ พวกเราเพิ่งสร้างชาติกันขึ้นมาไม่กี่ปี วัฒนธรรม ประเพณี คุณก็เพิ่งเซ็ตติ้งกันขึ้นมา หลายอย่างมันก็ไม่มีรากเหง้าแท้จริง มาจัดกันเอง ตกแต่งกันเอง
ฉะนั้น การศึกษาของคนที่ผ่านมาถูกออกแบบโดยอภิชน จึงตอนสนองความจอมปลอมเหล่านี้ทั้งสิ้น เขาไม่ต้องการให้พลเมืองเข้าใจสัจจะความจริงทางสังคม ฉะนั้น ทุกวันนี้มันจึงเป็นว่าทำไมนักสื่อสารมวลชน กวี นักคิด นักเขียน นักวิชาการ นักอะไรทั้งหลายทั้งปวงที่มันเคยเป็นฝ่ายก้าวหน้า จึงไม่ยืนอยู่ข้างประชาชน ถึงมีอยู่ก็ส่วนน้อยมาก อย่างแรกคือ คุณถูกเซ็ตติ้งรสนิยม ความเป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง จะบอกให้ว่าผมสกปรกนะ ตั้งแต่หลังรัฐประหาร ข้อเขียนของผมรับใช้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ในขณะที่เช่นเดียวกัน พันธมิตรฯ ก็มีนักคิดนักเขียนที่ยอมสกปรก คือรับใช้กลุ่มมวลชนของเขา แต่ผมกำลังพูดว่า ความสกปรกนี้ไม่ได้อยู่ในจริตของปัญญาชนชั้นกลาง ปัญญาชนชั้นกลางถูกสร้าง ถูกปลูกฝังให้รับใช้อภิชน ดังนั้น จริตเขาจะโน้มไปทางอภิชน สวย สะอาด บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
ผมมาเหยงๆ กลางเวที ประชาชนปรบมือให้ผม ให้ดอกไม้ ให้มาลัยผม มีเสียงตอบรับกังวานก้องสนามหลวง แต่คุณเอารูปมาดู มันไม่ถูกจริตคุณหรอก แต่ผมเป็นคุณภาพใหม่ของประชาชนในช่วงเวลานี้ และประชาชนก็ก้าวมาพร้อมกับผม คือ ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เป็นกวี ส.ส. แม่งก็เป็นกวี ผู้นำ นปช. สามเกลอหัวแข็งบางเวลามันก็กลายเป็นกวีขึ้นมา เฉลิมก็แม่งแทบจะอภิปรายเป็นบทกวี ประชาชน 20 วันข้างทำเนียบผมเห็นอะไร มีคนที่คิดว่าทำงานบริการอยู่ที่พัทยา เห็นผมขึ้นเวทีอ่านกลอน เขาเลยแต่งเพลงมา 3 เพลง เพราะเหมือนทนไม่ไหว คือ แบบนี้กูก็ทำได้ แต่งมา 3 เพลง เพลงหนึ่งเพลงเพื่อประชาธิปไตย อีกเพลงหนึ่งอาจเป็นเพลงรักทักษิณ อีกเพลงหนึ่งพูดถึงความทุกข์ยากของตัวเอง เขามาขอร้องบนเวทีสดๆ มีแต่เนื้อมา นี่คือคุณภาพใหม่ แล้วก็มีการบันทึกบทกวีเอาใส่กระดาษไปอ่านกัน เหมือนเวียดนามในช่วงสร้างชาติ การให้การศึกษาของเขาไม่ใช่แค่การเมืองอย่างเดียว มีสิ่งที่ที่เรียกว่า "เคี่ยวให้ข้น" เพื่อ "ทำมวลสารให้งวด" แล้วก็เหมือนกับเป็นบัวหิมะหรือกำลังใจปลุกเร้ากันและกันในช่วงที่เหนื่อย ล้า
"คุณภาพใหม่อย่างหนึ่งในช่วงปัจจุบันคือ มันก้าวผ่านเข้าสู่แพทเทิร์นเดิม
ที่ออกมาต่อสู้ สูญเสีย เปลี่ยนอำนาจรัฐ ผมไม่ได้พูดว่าออกมาต่อสู้ สูญเสียแล้วชนะนะ
แต่ผมพูดว่าที่ผ่านมาเราถูกหลอกให้วนเป็นเขาวงกตว่า
ออกมาต่อสู้ สูญเสีย เปลี่ยนอำนาจรัฐ แล้วรัฐประหาร
เราเริ่มรู้ทันอภิชนหรืออำมาตย์แล้วว่า
การต่อสู้ในสเกลที่ใหญ่แต่ยืดเยื้อ ซุ่มซ่อน ต่อเนื่อง ยาวนาน
คือการต่อสู้ที่จำเป็นสำหรับประชาชน ซึ่งยังไม่มีทรัพยากร ไม่มีอำนาจ ไม่มีกองกำลังติดอาวุธ"
อย่างนั้นควรส่งเสริมให้ประชาชนขึ้นเวทีไปอ่านกวี ไปทำกิจกรรมต่างๆ ไหม
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อ่อนมากใน นปช. ในขณะที่พันธมิตรฯ เขาทำแข็งมาก แต่เบื้องหลังที่ให้ขึ้นมาเขามีการจัดตั้งนะ ไม่ใช่ปล่อยให้พวกไร้สาระขึ้นมา แต่ของ นปช. มันมีคุณภาพใหม่อย่างหนึ่งของสังคมไทยที่เรายังสรุปไม่ได้ว่ามันดีหรือมัน เลว ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวกับอำนาจรัฐหรือการเมือง เรานำโดยภาคประชาชนมาตลอด ไม่ว่านิสิตนักศึกษา หรือช่วงพฤษภา 35 แต่ครั้งนี้มันมีอะไรที่มันเปลี่ยนไป จุดหนึ่งที่ชัดเจนคือ ฝ่ายพรรคการเมืองมานำในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย พรรคการเมืองมีความพร้อมทั้งฐานเสียง คือมวลชนที่เขาจัดตั้ง มีความพร้อมด้านทรัพยากร ค่าเช่าแสง สี เสียง เวที มีความพร้อมด้านคอนเน็กชั่นอำนาจรัฐ เขาสามารถพูดคุยกับตำรวจ ทหาร หรือมีเพื่อนฝูงอยู่ในเครือข่ายอภิชน พูดง่ายๆ ว่าถ้าไม่ถึงจุดที่ขัดแย้งรุนแรงกับสิ่งที่อยู่สูงสุดของขั้วการปะทะ เขาสามารถเคลียร์ความรุนแรงได้หมด
พูดตรงๆ ว่าทำไมสงกรานต์เลือดที่ผ่านมา เราถึงต้องยกเลิกในวันที่ 14 (เม.ย.) เพราะความขัดแย้งมันล่วงเลยการเผชิญหน้าในระดับที่พูดคุยกันได้ พูดง่ายๆ คือ ความขัดแย้งมันเลยเถิดถึงจุดยอดที่เขาไม่จำเป็นต้องแคร์คุณ เขามีแต่ออเดอร์ลง ไม่มีการสื่อสารที่สมบูรณ์ ฉะนั้น เขาไม่สื่อสารกับคุณ เขายื่นข้อเสนอว่าไม่เลิกก็ตาย มันก็จบ
จริงๆ แล้วผมมองว่าคุณภาพใหม่อย่างหนึ่งในช่วงปัจจุบันคือ มันก้าวผ่านเข้าสู่แพทเทิร์นเดิมที่ออกมาต่อสู้ สูญเสีย เปลี่ยนอำนาจรัฐ ผมไม่ได้พูดว่าออกมาต่อสู้ สูญเสียแล้วชนะนะ แต่ผมพูดว่าที่ผ่านมาเราถูกหลอกให้วนเป็นเขาวงกตว่า ออกมาต่อสู้ สูญเสีย เปลี่ยนอำนาจรัฐ แล้วรัฐประหาร เราเริ่มรู้ทันอภิชนหรืออำมาตย์แล้วว่า การต่อสู้ในสเกลที่ใหญ่แต่ยืดเยื้อ ซุ่มซ่อน ต่อเนื่อง ยาวนาน คือการต่อสู้ที่จำเป็นสำหรับประชาชน ซึ่งยังไม่มีทรัพยากร ไม่มีอำนาจ ไม่มีกองกำลังติดอาวุธ
ผมสนับสนุนคุณวีระนะ ในสายตาผมเขาถูกทำให้สกปรก แต่วีระมีต้นทุนในการต่อสู้เพื่อประชาชน เพื่อประชาธิปไตยมาตลอด และเขาชัดเจนในการยุติการชุมนุมในวันนั้น นี่แหละคือคุณภาพใหม่ ดันทุรังต่อไปอีก 2 ชั่วโมงก็ตายกันแล้ว ก็เปลี่ยนอำนาจรัฐได้แล้ว แต่คุณภาพใหม่เกิดขึ้น คือเราไม่อยากเห็นการตาย ถึงบางคนจะมองว่าก็มึงก็ไม่อยากตายด้วย จะอย่างไรก็แล้วแต่มันคือคุณภาพใหม่ ต่อสู้ไม่ต้องสงครามครั้งสุดท้าย ไม่ต้องเสียหายกันวันนี้ แล้วก็เหมือนเป็นการสื่อสารนัยๆ ด้วยว่าอำนาจรัฐที่ถือครองนี้มันแค่ตุ๊กตา หนังหน้าไฟ นี่แหละทันทีที่ชัดว่าศัตรูคืออำมาตย์ การต่อสู้ที่ยาวนานยืดเยื้อเท่านั้นจึงจะทำให้สำเร็จผลจริงๆ
"ทศชาติชากดกเรื่องมโหสถมันเหมือนกับรัฐสมัยใหม่เปี๊ยบเลย
เป็นรัฐสวัสดิการ เป็นรัฐที่นิติรัฐแข็งแรง คนให้ความนิยมกับกษัตริย์อย่างจริงจัง
เพราะล้มล้างการกดขี่ ประชาชนเข้าถึงทรัพยากร
ใครก็แล้วแต่ถ้าต้องการเป็นที่นิยมของประชาชนในระดับสูงสุด
ต้องทำให้ความทุกข์ของประชาชนในเรื่องกายภาพนั้นมีน้อยที่สุด"
มีอีกส่วนที่อยากฝากไว้ มันไม่ใช่ส่วนของโครงสร้างหลัก แต่เป็นปฏิบัติการที่สามารถสนับสนุนประชาชน คนที่สิ้นไร้ไม้ตอกได้ อย่างเช่น ชุมชนเมืองอย่างกรุงเทพฯ ทุกวันนี้ถ้าเกิดประเทศเป็นประชาธิปไตยจริง ทั้งการเมืองเศรษฐกิจ มันก็คงจะเป็นประชานิยมมากกว่านี้ เป็นประชานิยมที่ถาวร แล้วในที่สุดมันจะมีพลวัตไปสู่การเป็นรัฐสวัสดิการ แต่ทุกวันนี้เรื่องรัฐสวัสดิการอาจดูไกลไป แต่ปฏิบัติการบางอย่างที่สามารถทำได้เลยโดยที่สำนักนายกรัฐมนตรีหรือประกาศ เป็นวาระเร่งด่วน เช่น การมีที่อยู่อาศัยให้กับคนจรเมือง การปลูกโรงนอนที่คุ้มแดดคุ้มฝนที่สนามหลวง มีห้องน้ำสาธารณะ ที่นอน พูดง่ายๆ เราก็จะไม่มีการไปถ่ายอุจจาระตามฟุตบาท เพราะประเทศไทยไม่ได้มีประชากรเยอะเหมือนอินเดีย
อีกส่วนหนึ่งคือ เปลี่ยนวิธีคิดการทำบุญ ทุกวันนี้เราต้องเห็นพ้องกันหลายส่วนว่า วัดในเมืองตักบาตรอาหารเหลือ ภิกษุต้องมีรถเข็นไปเอาอาหารที่คนใส่เกินความต้องการ แทบจะกินได้ทั้งหมู่บ้าน อธิบายถึงการล้นเกิน เราต้องการสร้างรสนิยมการทำบุญกระแสตรง ด้วยการให้ผู้ที่ต้องการกินอาหารที่แท้จริง จะเป็นกุศลที่แท้จริงด้วย เราจะมีทั้งโรงนอนและโรงทาน เปิดโอกาสให้คนมีเงินเยอะมาทำบุญให้อาหารคนในสนามหลวง คนที่ทำบุญเช่นนี้สัก 30 ครั้ง คุณจะได้เข็มเชิดชูจากรัฐบาล อีกส่วนหนึ่งเราจะให้โอกาสสำหรับคนที่ไม่ได้มีสันดานชั่วร้าย เปิดทางออกให้ประชาชน เปิดปั๊มอิฐดิน ทำเพื่อให้ปัญญาชนชั้นกลางในละแวกนั้นเข้ามาใช้แรงงานบ้าง ให้ได้เหงื่อบ้าง แล้วบันทึกชั่วโมงทำงานของคุณถึงจุดหนึ่งก็ได้เข็มเชิดชู ส่วนประชาชนที่ไม่มีเงินมาปั๊มอิฐดินก็ควรได้เงิน โดยรัฐจะจ่ายให้ก้อนละ 1 บาท เรียกว่ามีทางออกให้คนสิ้นไร้ไม้ตอกบ้าง อิฐดินตัวนี้อยู่ในกระแสที่ได้รับความนิยม คุณต้องจัดระบบการขายอิฐดิน และสร้างรสนิยมแพร่หลายในการสร้างบ้านดิน ซึ่งต้นทุนต่ำกว่าปูนซีเมนต์ อย่างนี้ครบวงจร สิ่งเหล่านี้ทำได้เลยไม่ว่ารัฐบาลไหน ถ้าพันธมิตรฯ เอาเรื่องนี้ไปชู ผมว่ามันเป็นมุมมองใหม่ แล้วพันธมิตรฯ จะได้มวลชนชั้นล่างในเมือง ประชาธิปัตย์ก็จะกินรวบฐานคะแนนในเมือง
อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดเอง แต่ผมได้แรงบันดาลใจจากทศชาติชาดก ส่วนหนึ่งพูดถึงมโหสถ ซึ่งเป็นชาติหนึ่งที่น่าสนใจของพระพุทธเจ้า เขาเป็นปัญญาชนมารับใช้ชนชั้นสูงแต่ถึงที่สุดไปมีเมียเป็นชาวนา และในยุคสมัยของเขา เขาเลือกจะสร้างคณะผู้พิพากษาให้เที่ยงธรรมโดยใช้สติปัญญา มีโรงพยาบาลกลาง มันคือ 30 บาทรักษาทุกโรค มีโรงนอนพักค้างคืน มีโรงทาน อาหารสำหรับคนจร ฉะนั้น ไม่แปลกทำไมศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่ใหม่ ทำลายโครงสร้างเดิมของพราหมณ์และฮินดู วิธีคิดของสิทธารัตถะเรื่องรัฐสวัสดิการมันสั่งสมมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ผมอาจละเมิดมาร์กซิสม์ที่จิตนิยมเกินไปหน่อย แต่ผมอยากให้คนอ่านบทสัมภาษณ์นี้กลับไปอ่านเรื่องมโหสถ เขาพูดเรื่องการพูดด้วย กับเพื่อนบ้านทำอย่างไรไม่ให้มีสงคราม เราเทียบเคียงกับเรื่องเขมรได้เลย ทศชาติชาดกเรื่องมโหสถมันเหมือนกับรัฐสมัยใหม่เปี๊ยบเลย เป็นรัฐสวัสดิการ เป็นรัฐที่นิติรัฐแข็งแรง คนให้ความนิยมกับกษัตริย์อย่างจริงจัง เพราะล้มล้างการกดขี่ ประชาชนเข้าถึงทรัพยากร ใครก็แล้วแต่ถ้าต้องการเป็นที่นิยมของประชาชนในระดับสูงสุด ต้องทำให้ความทุกข์ของประชาชนในเรื่องกายภาพนั้นมีน้อยที่สุด












ชอบไม้หนุ่งว่ะ มันพูดทุกอย่าง
ชอบไม้หนุ่งว่ะ
มันพูดทุกอย่างแบบนักวิชาการพูด แต่มันจริงกว่า แรงกว่า ตรงว่า รบกว่า
พวกสมศักดิ์หีวโต พิดหัวล้าน สมชายหัวหงอก พวกนี้ถอยเหอะ พูดซ้ำซากวกวน ดีแต่อวดภูมิ
คณภาพใหม่ของชาวบ้านปัญญาชนเขาไปไกลกว่าพวกมรึงแล้วลบ่ะเอ็ย
ผมอ่านทั้งตอนหนึ่งและตอนสองขอ
ผมอ่านทั้งตอนหนึ่งและตอนสองของบทสัมภาษณ์คุณไม้หนึ่งแล้ว เขาคิดคล้าย ๆ ผมครับ หลายคนที่เข้าป่าไปแล้วจะกลับออกมาด้วยความคิดที่ถือว่าที่นั่นเป็นตักสิลา แต่หลายคนไม่แฮปปี้เพราะได้รับการปฏิบัติต่ออย่างไม่ตรงใจ ก็มองว่าที่นั่นเป็นพวกความคิดชาวนา หาแนวทางอื่นที่แตกต่าง แต่เพราะผมอยู่ในเมืองตลอดมา ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ๆ ทำมาหากินเหมือนคุณไม้หนึ่ง ได้พบเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง จนพอที่จะบอกได้ว่านั่นคือการทำเนียนอีกแนวของชนชั้นปกครองเท่านั้น การเคลื่อนไหวเสื้อแดงวันนี้ผมไม่มองว่าเป็นช่วงการปฏิวัติสังคมนิยมเลย มันเป็นช่วงของการสร้างประชาธิปไตยที่นำแนวทางเศรษฐกิจสังคมนิยมมาใช้เพื่อรัฐสวัสดิการ คนเสื้อแดงที่ออกมาต่อสู้เขาสู้เพื่อเรื่องนี้ สังคมนิยมประชาธิปไตยคือนโยบายแบบทักษิณ และภววิสัยเพื่อบรรลุขั้นตอนสมบูรณ์ของมันน่าจะใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว การวิพากษ์วิจารณ์แกนนำนั้นเห็นว่าใช้วิธีของนักโต้วาที หาจุดอ่อนสักจุดหนึ่งมาอัด ทำเป็นลืมภาพรวมทั้งหมดว่ามันเดินหน้าบรรลุผลไปทางใด วิพากษ์แบบนี้ถ้ายังทำกันอยู่ก็ทำไป เพราะผลของมันจะกระแทกกลับไปหาคนที่ทำเองนั่นแหละ ว่าจะเป็นที่ยอมรับของมวลชนหรือไม่
คุณไม้หนึ่งเองน่าจะจำได้ว่าผมเคยบอกกับเขาว่า "มติสื่อมวลชนไม่ใช่มติมหาชน" ต้องออกมาดูนอกสังคมส่วนตัวของเราแล้วจะพบว่ามวลชนเคลื่อนไหวไปไกลมากแล้ว คุณไม้หนึ่งเองก็เคยเซ็ง เหมือนอาจารย์บางท่านตามมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เพราะอยู่ในสังคมที่รายรอบไปด้วยพวกเสื้อเหลือง ตอนนี้ทุกท่านออกไปหามวลชนแล้ว และผมเชื่อว่าทุกท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจเมื่อได้เห็นมวลชนเสื้อแดงวันนี้ชัดเจนว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเสื้อเหลืองมันด่าทอเลย แต่เป็นกลุ่มคนที่รักความถูกต้องมารวมกันทำเพื่อความเป็นธรรมที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยครั้งหนึ่ง
*การต่อสู้ ยืดเยื้อ
*การต่อสู้ ยืดเยื้อ และยาวนาน
กับหมู่พาล ถืออาวุธ สุดโหดหิน
ต้องซ่อนเร้น ต่อเนื่อง เรื่องใต้ดิน
อย่าให้โดน ตัดสิน ด้วยลูกปืน
*การต่อสู้ ขนาดใหญ่ ให้ยืดเยื้อ
สู้ทุกเมื่อ ทุกนาที ไม่หนีอื่น
กว่าประชาธิปไตย ได้กลับฟื้น
ต้องหยัดยืน ยันสู้ อยู่ยาวนาน
*การต่อสู้ กับผู้ถือ ครองอาวุธ
ต้องครองยุทธ์ ด้วยปัญญา อย่างกล้าหาญ
รู้หลบหลีก ปัดป้อง ทำนองชาญ
หลีกเลี่ยงการ เข้าปะทะ ฉะตรงตรง
*การต่อสู้ ผู้ถือครอง อำนาจกฎหมาย
อำนาจร้าย ปิดปากตา พามืดหลง
ต้องสู้ด้วย ความจริง สิ่งดำรง
มุ่งคืนคง ประชาธิปไตย
*การต่อสู้ยืดเยื้อเบื่อยิ่งนั
*การต่อสู้ยืดเยื้อเบื่อยิ่งนัก
ไม่หยุดพักปลุกระดมข่มเสื้อเหลือง
ดิ่นรนขนขวายไม่ประเทือง
ด่าเสื้อเหลืองว่าเลวไม่มีดี
*ถามว่าคนเหมีอนกันใช่หรือไม่
แต่เหตุใดให้ร้ายชอบป้ายสี
ด่าเลวทรามต่ำช้าไม่มีดี
แต่ลูกพี่ทักษิณช่างดีจัง
*แก่งแย่งชิงอำนาจคิดบาตใหญ่
เที่ยวให้ร้ายสถาบันไปถ้วนทั่ว
ปลุกระดมประชาชนให้มัวซัว
คิดการชั่วพุ่งเป้าทำลายกัน
*เมื่อตายไปสมบัติมากมายทั่งหลายแหล่
ดูแน่ๆขนไปไม่ได้มิใช่หรือ
เฝ้างมโข่งขัดแย้งแย่งกระบือ
โคตรซื่อบื้อทะเลาะกันปั่นวุ่นวาย
*ประเทศชาติจะบรรลัยคิดหรือไม่
เอาแต่ได้ประโยชน์ตนมุ่งขนขวาย
คนแบ่งแยกแตกกันให้วุ่นวาย
ไอ้ฉิบหายคิดให้ดีอย่าตีกัน
*เห็นแก่ชาติบ้านเมืองกันบ้างใหม
สร้างวุ่นวายไม่มีจบรบกันทั่ว
ดีแต่ปั่นสร้างรอยร้าวให้น่ากลัว
เพราะไอ้ตัวจัญไรเฝ้าโฟนอิน
*มันหาแดกงบประมาณผลาญไปมาก
ไอ้ขี้กลากแดกไม่หยุดรู้หรือไม่
ไปเชื่อมันทำไมไอ้จัญไร
เอาแต่ได้ฝ่ายเดียวจนลืมตาย
*คนฉิบหายอย่างนี้มันมีมาก
ดูไม่ยากสุ่มหัวมั่วกันอยู่
สติปัญญาไทยทั้งหลายจงควรรู้
เพ่งพิศดูไตร่ตรองก่อนค่อยเชื่อคำ
ไม้ล้ม ไม้หนึ่ง ไม้สอง
ไม้ล้ม
ไม้หนึ่ง ไม้สอง ไม้สาม
จะกี่ไม้ก็หมดงามไร้ความหมาย
จะกี่ไม้ก็หมดนามที่ทรามใจ
ก็แค่ได้ถูกไถสร้างคำลำเข็ญ
ไม้เอก ไม้โท ไม่จัตวา
จะไม้หน้าสามสี่ดังที่เป็น
จะกี่ไม้ไร้แก่นสารด้านเห็นเห็น
เพราะมองเป็นแค่กากเดนทักษิณา
ไม้ไต่คู่ ไม้ยมก ไม้รกป่า
จะกี่ไม้ไร้ทิศทางไม่นำพา
จะกี่ไม้กี่จำทำสักครา
ช่วยชี้แจ้งแสดงว่าใน ธรรมคน
ไม้ฟืน ไม้มอน ไม้มลาย
จะหมายไหนก็แสนจะสับสน
จะหมายไหนถ้าหมายหนึ่งวกวน
อวดตนเป็นกวี ทำดี ชี้นำ ทำตัว
ไม้ยืนต้น *ไม้หนึ่งขืนยืนต้นจ
ไม้ยืนต้น
*ไม้หนึ่งขืนยืนต้นจนคงมั่น
ไม่ไหวหวั่นลมแดดที่แผดเผา
ไม้อื่นยืนแห้งตายเพราะใจเมา
เพียรรุกเร้าล้มลุกสุขไม่เป็น
*ไม้หนึ่งไม้ยืนต้นจนคงที่
สิทธิ์เสรียืนยงคงได้เห็น
ส่วนไม้อื่นยืนตายในลมเย็น
เพราะเจ้าเป็นกากเดนเผด็จการ
8
8 ระยำที่ทักษิณนำมาโกหก
===============
1) ค่าเงินบาท ตลาดหุ้น และทุนสำรองเงินตราของประเทศไทยสูงขึ้น ไม่ใช่ฝีมือของรัฐบาลทักษิณ
2) การใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ หมดในกลางปี 2006 ไม่ได้เกิดจากฝีมือการบริหารประเทศของรัฐบาลทักษิณ เงินที่ไหลเข้าประเทศไทยที่เกิดจากการพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้ทุนสำรองฯ สูงขึ้น ทำให้สามารถนำไปใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้หมด ประเทศอินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ที่เข้าโครงการไอเอ็มเอฟในเวลาใกล้เคียงกันกับประเทศไทย ก็สามารถใช้หนี้หมดก่อนกำหนดเช่นเดียวกัน
ถ้ามีฝีมือจริง หนี้สาธารณะที่มีอยู่ 3.4 ล้านล้านบาท ก็ควรจะทำให้ลดลงด้วย แต่ปรากฏว่าหนี้สาธารณะของประเทศไม่ลด หนี้ครัวเรือนก็อยู่ที่ระดับสูง ทั้งหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนต่างเกิดจากความผิดปกติของระบบ ความผิดปกติของระบบยังคงอยู่ จะส่งผลให้หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนในอนาคตในรัฐบาลต่อมาสูงขึ้นอีก
3) ราคายาง ราคาสินค้าเกษตรต่างๆ ที่สูงขึ้น ไม่ใช่เกิดจากฝีมือการบริหารประเทศของนายกฯ ทักษิณเช่นเดียวกัน
4) อบายมุข อบายมุขทุกชนิดคืออาชีพที่ไม่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มและเกิดความเจริญแก่ระบบ เป็นการเอารัดเอาเปรียบระบบ เอารายได้จากอบายมุขมาช่วยการศึกษา ส่งเด็กด้อยโอกาสไปเรียนต่างประเทศ (เกินความจำเป็น) เอามาช่วยการกีฬา เอามาช่วยการกุศล
เอา 'อกุศล' มาช่วยงาน 'กุศล' อยากได้กุศลมากเท่าใด ก็ต้องสร้างอกุศลมากเท่านั้น เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง (มิจฉาทิฐิ) การสร้างงานด้วยอบายมุขเป็นงานที่ผิดศีลธรรม ไม่ว่าสลากกินแบ่ง หวยบนดิน และหวยออนไลน์ (มิจฉาอาชีวะ) การออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รัฐเสียหายเกือบ 4 หมื่นล้านบาท ทุกวันนี้ไม่ทราบเงินไปอยู่ที่ไหน ใช้ไปอย่างไร
5) ทัวร์แจกเงิน ทักษิณเป็นคนที่ขยันทัวร์ไปตามจังหวัดต่างๆ มากกว่านายกฯ คนใดเรียกว่าทัวร์นกขมิ้น ไปค้างคืนที่ศีรษะอโศก ก่อนลากลับขอถวายเงินแก่ท่านสมณโพธิรักษ์ ตามกฎของชุมชนอโศก ทำให้รับเงินที่ขอถวายไม่ได้ มีการหาทางออก เพื่อไม่ให้เกิดการเสียหน้า โดยให้มอบเป็นทุนการศึกษาแก่โรงเรียนสัมมาสิกขาลัย ภายหลังทางชุมชนทราบว่า เป็นเงินจากกองสลากฯ จะนำเงินมาคืน ทางผู้ที่เกี่ยวข้องไม่รับคืน
เชื่อว่าเงินกองสลากที่หายไปเกือบ 4 หมื่นล้านบาท น่าจะอยู่ที่การใช้จ่ายกับทัวร์นกขมิ้นส่วนหนึ่ง หรือทัวร์หว่านเงิน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถูกยึดทรัพย์เพราะนำเงินจากกองสลากฯ ไปใช้ผิดประเภท
6) เศรษฐกิจจริงของรัฐบาลทักษิณ (Real economy) ดีด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รมว.คลังในรัฐบาลทักษิณ บอกว่าอีก 4 ปี จะทำงบประมาณแบบสมดุล ชี้บอกว่างบประมาณจะสมดุลในรัฐบาลใหม่ ฟังแล้วฟังดี แต่ดีเพียงคำพูด งบประมาณรัฐบาลทักษิณขาดดุลทุกปี งบประมาณในรัฐบาลที่ผ่านๆ มาก็ขาดดุลทุกปีเช่นกัน ไม่เป็นไปอย่างที่ดร.สมคิดพูด 4 ปีสร้าง 4 ปีซ่อม เป็นเพียงวลีชวนเชื่อ
7) ความยากจน -1 สภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจของรัฐบาลทักษิณสูงขึ้น จากที่เงินทุนไหลเข้า ทำให้มีการใช้เงินแบบมือเติบ ขาดวินัยด้านการเงินและการคลัง ปรับโครงสร้างข้าราชการ ทำให้เกิดหน่วยงานและตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นและซ้ำซ้อน ยกฐานะการศึกษา ยกสถาบันราชภัฏทั่วประเทศขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย ขึ้นเงินเดือนข้าราชการหลายรอบ ทำให้เงินคงคลังติดลบ ไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ต้องขายทรัพย์สินของกระทรวงการคลังออกเป็นจำนวนมาก
ช่วงรัฐบาลทักษิณเอารัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ 5 แห่งเข้าตลาดหุ้น ได้แก่ ปตท. (PTT) อสมท (MCOT) ท่าอากาศยานไทย (AOT) ไทยออยล์ (TOP) ปตท.เคมิคอล (PTTCH) ปตท.ไอพีโอที่ราคาต่ำ นักการเมืองและผู้อุปการคุณได้ประโยชน์จากการนำรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหุ้น แต่ไม่ได้ช่วยให้เงินคงคลังดีขึ้น ต้องขายทรัพย์สินและหนี้สินอื่นๆ ของรัฐออกมาอีก
คนไทยยุคทักษิณยากจน ไม่มีเงินซื้อ ต้องขายให้ต่างชาติ ขายจนกระทั่งต่างชาติเอามาตั้งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ได้ถึง 2 ธนาคารคือ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และยูโอบี ธนาคารทั้ง 2 นี้ ต่างชาติถือหุ้น 99 เปอร์เซ็นต์ทั้ง 2 ธนาคาร
8) ความยากจน -2 บริษัทในกลุ่มปตท. มีทั้งหมด 7 บริษัท (ปี 2549) มีตำแหน่งกรรมการทั้งหมด 161 ตำแหน่ง มีกรรมการรวมกัน 70 คน หลายคนมีหลายตำแหน่ง มีเงินเดือน และเงินตอบแทนประจำปี คนละ 10-25 ล้านบาท (เป็นผู้บริหาร 10 ปี จะมีรายได้ 100-250 ล้านบาท) ผู้ถือหุ้นรายย่อยรวม 204,561 คน ปี 2550 มีกำไรสุทธิรวม 177,935 ล้านบาท ประมาณว่าครึ่งหนึ่ง 88,968 ล้านบาท จ่ายเป็นปันผลให้กระทรวงการคลัง (หรือประชาชน 64 ล้านคนได้ประโยชน์) อีกครึ่งหนึ่ง 88,968 ล้านบาท จ่ายปันผลแก่ผู้ถือหุ้น 2 แสนคน
กล่าวโดยสรุป กลุ่ม ปตท.ขูดรีดราคาพลังงานไปจากประชาชน 64 ล้านคน เอาไปแบ่งปันให้ผู้บริหาร 70 คน และผู้ถือหุ้น 204,561 คน ผู้บริหารกลุ่ม ปตท.ที่มีรายได้ปีละ 10-25 ล้านบาท เป็นผู้อนุมัติสปอนเซอร์ตามสถานีวิทยุและโทรทัศน์ต่างๆ โฆษณาให้ชาวบ้านที่อดอยาก ไม่มีจะกิน ให้ประหยัดการใช้น้ำมัน และเป็นอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียง
indexthai@yahoo.com
*คนหลายล้าน ร่วมตีกลอง
*คนหลายล้าน ร่วมตีกลอง กลองต้องดัง
พวกไม่ฟัง ตั้งใจต้าน พาลปิดป้อง
คนตีกลอง เขาตั้งใจ จะตีกลอง
พวกปิดป้อง ถูกไม้กลอง ต้องหัวบวม
*ถึงจะใช้ วิชามาร ต้านฎีกา
เกณฑ์ลงชื่อ ค้านมา ให้ท้นท่วม
ไม่มีผล อันใด ในผลรวม
ไม่ล้มความ ตั้งใจ ถวายฎีกา
*ที่สิบเจ็ด สิงหา มารวมกัน
ไม่ไหวหวั่น อันใด ไร้ปัญหา
ร่วมเรียกร้อง ได้ยิน ทั้งดินฟ้า
ถวายฎีกา ต่อองค์ พระทรงชัย
the other
the other พยายามจะเป็นกวีบ้างแต่คงเป็นได้เพียงกะวาบี้ เพราะในมโนคติเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง อิจฉาริษยา ถ้าเป็นลูกหลานของเหล่าขุนนางอำมาตย์ความคิดเช่นนี้ก็ไม่แปลก แต่ถ้าเป็นชนชันกลางลงมาล่างนี่ซิแปลก สมองคงถูกฝังชิปหรือเช็ทโปรแกรมมา ลองหัดรีบูสทสมองใหม่บ้างนะ เผื่อจะสร้างสรรค์ ขึ้นบ้าง
จะร่ำร้องถวายฎีกาไปใยเล่า เมื
จะร่ำร้องถวายฎีกาไปใยเล่า
เมื่อนายเจ้ามิได้เข้าคุกสุขหรรษา
ทำกระแดะเตรียมยื่นถวายฎีกา
โถ่ไอ้ห่าดูกฎหมายบ้างซะที
มีกฎเกณฑ์อันใดว่าทำได้
ผิดกฎหมาย เห็น เห็น เป็นบัดสี
เคารพกฎเกณฑ์ระเบียบกันบ้างซี้
ฎีกาผีเล่ห์กลดลบันดาล
เป้าหมายที่แท้จริงคือหมิ่นเจ้า
จึงเฝ้าเพียรพยายามหยามบัดสี
ระดมคนโง่เง่าประดามี
หวังเสียดสีพระองค์ใหสงกา
คิดทบทวนหวลรำลึกบ้างหรือไม่
เจ้านั้นไซร์มิได้มีอำนาจเด่น
การกระทำในสิ่งที่ควรจะเป็น
ทำความเห็นผ่านกระบวนการตามขั้นตอน
อันคนไทยทั่วไปใยต้องทุกข์
เพราะว่าคุกก็หลบหนีมิได้เข้า
จงไตร่ตรองให้รอบก่อนใจเบา
อย่าโง่เขลาให้เขาหลอกเป็นเครื่องมือ
8 ระยำที่เดอะขี้เท่อนำมาโกหก
8 ระยำที่เดอะขี้เท่อนำมาโกหก คือบัญญัติ8ประการ
ที่เดอะขี้เท่อได้ใช้เวลาทุ่มเทรับจ้างเสกสรรปั้นแต่ง
ใส่สีตีไข่ล้างสมองตัวเองและมวลมหาโจรยึดสนามบินแนวร่วมและสาวก
เพื่อสร้างตำนานแห่งมหาโจร ด้วยหลักการแห่งมหาโจร
เปลี่ยนดำให้เป็นขาว ขาวให้เป็นดำ ชั่วให้เป็นดี
ดังเช่น ผู้ก่อการดีถือเป็นการบิดเบือนคำศัพท์ดั่งเดิมอย่างสิ้นเชิงอย่างโจ่งแจ้ง
ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อบาป ทำลายกฎหมาย ศีลธรรม
ให้ตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์แทบไม่ต่างจากยุคโจรครองเมือง
หากสังเกตุเทียบบทความของเดอะขี้เท่อและ อาจาน(โจร)
หรือนักวิชาการผู้หลงผิด ปลาโมต นาคอนทับ มีส่วนคล้ายกันมาก
หรือ ปลาโมต นาคอนทับ และ เดอะขี้เท่อคือคนเดียวกัน(ตั้งข้อสังเกตุเอง)
แท้ที่จริงเดอะขี้เท่อก็คือโจรกระจอกสมุน มหาโจรระมารเสื้อเหลือง
+มหาโจรห้อย+มหาโจรหนุ่มอ็อคเหล็กจากสหราชอาณาจักร(โจรอิมพอร์ต)
ผู้รับอำนาจโจร ย่ำยีทำลายกฎหมาย ประชาชนทุกรูปแบบแม้กระทั่งใช้สื่อรัฐ
กลไกรัฐขัดขวางการถวายฎีกาซึ่งอยู่ในพระราชอำนาจของประมุข
ซึ่งเท่ากับขัดขวางพระราชอำนาจ
ที่จะวินิจฉัยฎีกาด้วยทศพิธราชธรรมและพระราชปณิธาน
ดังที่ได้ตรัส พระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ทรงหลั่งทักษิโณทก
ตั้งพระราชสัตยาธิษฐานจะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจปกครองราชอาณาจักรไทย
โดยทศพิธราชธรรมจริยา ขณะประทับเหนือพระที่นั่งภัทรบิฐ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร
(ฝากถึงเดอะขี้เท่อต่อ) ขี้เกี
(ฝากถึงเดอะขี้เท่อต่อ)
ขี้เกียจแจกแจงในละเอียด8ระยำบิดเบือนของสมุนโจรฟันน้ำนม
ขอตั้งข้อสังเกตุง่ายๆ ให้ลองคิดเทียบดูว่าเหตุผลไหนทีน่าเชื่อถือกว่า
จากข้อ1-7 ถ้าว่าถ้าไม่ใช่ผลงานของทักษิณเป็นผลงานของใคร???
หรือหมายความว่าไม่จำเป็นต้องมีนายกคอยกำหนดบริหารประเทศ
ปัญหาทุกอย่างก็สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง หรือจะยิ่งน่าหัวขบขันยิ่ง
ถ้าจะกล่าวอ้างว่าทั้ง7ข้อเป็นผลงานของฝ่ายค้านหรือพรรคประชาวิบัติ
(ตอนนั้น ทั้งที่ตอนนี้มีอำนาจเต็มที่ก็ลอกนโยบายเดิมแทบทั้งหมดที่ตัดทิ้งไป
หลายนโยบายประชาชนก็เสียประโยชน์ที่ควรได้แต่ผลประโยชน์ตกกับ
คนที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนกลุ่มเล็กๆ) และถ้าอ้างว่าเป็นผลงานของ พธม.
เนรวิน และสนธิลิ้มและสมุนยิ่งเป็นเรื่องตลกระดับโลก
หลังจากทักษิณบริหาร4ปีแรก การเลือกตั้งครั้งที่สองทักษิณชนะเลือกตั้ง
อย่างถล่มทลายที่สุดในประวัติศาสตร์นี่คือใบเสร็จที่แสดงให้เห็นว่า
ประชาชนชอบนโยบายทักษิณแน่นอน ยกเว้นเดอะขี้เท่อหนุ่มหลังเขาที่
เอากะลาครอบหัวแล้วมาทำอวดฉลาด
ปัญหาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยหรือเหมือนฟ้าผ่ากลางวันโดยไม่มีเมฆฝนตั้งเค้า
ซึ่งช่วง4ปีแรกทำไมจึงไม่ออกมาค้านหรือแฉกันแบบนี้
เกิดหลังจากกำเนิดแห่งเจิมสากที่ไม่ได้จัดรายการในสื่อหลัก
และสนธิที่ขอความช่วยเหลือทางการเงินจากการล้มละลายธุรกิจและ
astv เมื่อสนธิถูกปลดรายการจากสื่อหลักจึงออกมาประการต่อสู้
เพื่อล้างแค้น ดังที่เคยประกาศว่าต้องล้มทักษิณให้ได้ แทนที่จะประกาศล้ม
การโกงกินการคอร์รับชั่นทุกรูปแบบไม่ว่ารัฐบาลไหนๆ
หลังจากนั้นก็เกิดขบานการใส่ร้ายป้ายสีทักษิณในทุกๆเรื่อง
ไม่เว้นแม้แต่ลูกเมียทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง อย่างไร้คุณธรรม
เพียงเพื่อต้องการทำลายศัตรูให้เสียหายมากที่สุด
ทั้งที่เขาก็คือคนไทยที่เคยสร้างประโยชน์แก่ประเทศมากมาย
ถ้าไม่จริงทำไมรัฐบาลหมีน่าห้ากไม่ยกเลิกนโยบายทักษิณทั้งหมดล่ะ
แค่การลอกนโยบายมาใช้ยังใช้ไม่เป็นและโกงกินกันอิ่มหน่ำสำราญ
ประชาชนและคนเสื้อแดงได้รับความทุกข์ยากแสนสาหัส
และการต่อสู้ดังกล่าวก็ดำรงจนถึงปัจจุบัน การออกมาทำลาย
และขัดขวางการเรียกร้องประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงทุกรูปแบบ
อย่างไร้เหตุผล ถ้าไม่เกิดขึ้นเพราะความโกรธแค้นอิจฉาริษา
และการมักใหญ่ใฝ่สูงอยากมีอำนาจของแกนนำ พธม.และสนธิ
ทางลัดจะมีเหตุผลอื่นไหนๆมาอธิบายได้
เดอะขี้เท่อก็คือลูกหาบสาวกที่โง่เที่ถูกหลอกใช้ อนาคตจะเป็นตัวพิสูจน์
วันนั้นเดอะขี้เท่ออย่าได้เผยตัวและอย่าอายที่จะถูกคนรุ่นหลังสาปแช่งก่นด่า
ถ้าเดอะขี้เท่อไม่สำนึกตัว ปาปกรรมนี้จะติดตามตัวไปจนถึงปรโลก
คงไม่มีใครช่วยได้นอกจากพญามารโกเต็ก.....
(ต่อ) ข้อที่8 ต้องแยกคุย
(ต่อ) ข้อที่8 ต้องแยกคุย ต้องยอมรับว่าค่อนข้างเห็นด้วยกับเดอะขี้เท่อ
และเป็นข้อหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยกับทักษิณ แต่เราต้องมองภาพรวมหรือ
ผลงานข้ออื่นๆมาพิจารณาด้วย
แต่ต้องย้อนดูความเป็นมา เริ่มจากยุคต้มยำกุ้งที่ทำให้ประเทศชาติล้มละลาย
เงินทุนสำรองแทบไม่เหลือจน ธารินทร์ขุนคลังชวนเชื่องช้าเข้ารับเงื่อนไข
ไอเอ็มเอฟ ออกกฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือการนำรัฐวิสาหกิจ
เข้ามาขายในตลาดหุ้น ในสภาวะที่ประเทศเกือบล้มละลาย
คนรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่จึงจำต้องเป็นต้องเสียสละ
ให้มีการแปลงสมบัติของชาติหรือรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเป็นบริษัทมหาชน
เพื่อนำหุ้นออกขายในตลาดหลักทรัพย์เพื่อหาเงินมาพยุงฐานะของประเทศ
เทียบกับหลักธรรมคือการยอมสละทรัพย์เพื่อรักษาชีวิตหรือรักษาประเทศชาติ
การหาเงินที่รวดเร็วเข้าประเทศทางหนึ่งคือการขายรัฐวิสาหกิจ ทักษิณก็คงมีความจำเป็น
ต้องทำในตอนนั้นโดยนำ รสก.บางส่วน(ไม่ใช่ทั้งหมด)เข้าตลาดหุ้น
ความจริงทุกพรรคแม้ก็ทั่ง ปชป.ก็จ้องที่นำ รสก.มาขายในตลาดหุ้น
เดอะขี้เท่อจับตาดูให้ดี การที่จะหลีกเหลี่ยงการขายสมบัติชาติหรือ รสก.
ก็คือ รัฐบาลหรือทีมเศรษฐกิจที่มีความสามารถหารายได้เข้าประเทศได้มาก
ความจำเป็นในข้อนี้ก็จะตกไปหรือไม่มีความจำเป็น แต่ถ้ามีความสามารถ
แค่รัฐบาลหมีน่าห้ากชุดนี้หรือแม้กระทั่ง พวก กมม. และ พวกไอ้ห้อย
ซึ่งอ่อนด้อยในการหารายได้เข้าประเทศและการบริหาร
รับรองว่าในอนาคตไม่ช้าไม่นานรัฐบาลหมีน่าห้าก
จะต้องนำ รสก.ออกมาขายใช้หนี้แน่
แต่ถ้าทักษิณหรือทีมเศรษฐกิจของ พท.ซึ่งมีความสามารถมากกว่า
เข้ามาบริหารประเทศ รสก.ก็จะปลอดภัย มีโอกาสน้อยที่จะถูกนำมาขาย
และถ้ามีการต่อต้านจากพนักงาน รสก.หรือ กฟผ. อย่างที่เคยต่อสู้เรื่องนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น
และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ควรสนับสนุนทักษิณมากกว่ารัฐบาลหมีน่าห้าก....
ยังไม่สายเกินไปที่เดอะขี้เท่อจะเลิกทำตัวเป็นขันทีน้อยรับใช้ขันทีเฒ่า
และมหาโจรโกเต็กและพวกกลับตัวกลับใจมาอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเถอะครับ
กลับมาใส่เสื้อแดงเถอะครับอย่าพลาดโอกาสทอง..แล้วคุณจะเสียใจชั่วชีวิต
ที่ทรยศต่อประชาธิปไตยของคนไทย ...เวลาเหลือน้อยแล้ว
นาย คิก คิก
นาย คิก คิก คนอย่างพวกคุณไม่มีจิตสำนึก มุ่งมั่นแต่จะเอาชนะท่าเดียว สามเกลอหัวขวดก็ทำการที่ทุเรศมาก พฤติการณ์การยื่นถวายฎีกามันฟ้องชัดว่าทำเพื่อคน คนเดียวที่หนีคดี ผมรับไม่ได้ในการกระทำของพวกคุณจริงๆ ในฐานะที่ผมเป็นข้าราชการกินเงินเดือนหลวง มีเงินใช้จ่ายเลี้ยงครอบครัว การยื่นฎีกา มีเป้าหมายเพื่อจงใจจะเชื่อมโยงพระมหากษัตริย์ ให้มาข้องเกียวกับทางการเมือง พวกคุณทำถูกต้องแล้วหรือ ตัวผมเองดูที่ความดีเป็นหลัก พวกคุณเสียดสีโจมตีสถาบันกษัตริย์ตลอด ทั้งๆที่พระองค์ท่านไม่เคยมายุ่งเกี่ยวทางการเมืองใดๆเลย โดยส่วนตัวถึงแม้จะเห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายหมิ่น แต่ผมก็ถือว่าระบอบกษัตริย์คงอยู่กับประเทศไทยมานานแล้ว พระองค์ท่านไม่อยู่ในฐานะที่จะมาตอบโต้พวกคุณ ผมในฐานะที่เป็นคนไทย และมีอาชีพรับราชการ ในชั่วชีวิตตั้งแต่ผมจำความได้ พระองค์ท่านดูแลเอาใจใส่ราษฎร์ของหระองค์ท่านมาตลอด ผมจำได้ในหมู่บ้านที่ผมเกิดเพราะองค์ท่าน ก็เคยไปเยี่ยมเยียนแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนเหล่านั้น พวกคุณก็รู้ว่าการยื่นฎีกาลักษณะนี้เป็นการระเมิดกฎหมาย และมีเป้าหมายแฝงเร้นที่จะบ่อนทำลายสถาบันกษัตริย์อย่างชัดเจน จริงอยู่ระบอบกษัตริย์ เป็นเพียงลักษณะการปกครองประเภทนึ่งในโลกใบนี้เท่านั้นเอง ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้ไปตามกาลเวลา แต่การกระทำของพวกคุณ มุ่งหวังแต่อำนาจจะได้อำนาจ กระทำการเพื่อช่วยเหลือคนชั่วเพียงคนเดียว ทั้งๆทีเขาทักษิณกำลังลบหนีคดีจากคำพิพากษา ไอ้นั่นมันคนเลว มันมีเงินจากการที่มันคตโกงมาจากเงินงบประมาณ ที่เป็นเงินภาษีของคนทั้งประเทศ ในเมื่อมีความขัดแย้งกันด้านความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน มันก็ต้องแก้ที่การเมืองเลืกตั้งสมัยหน้า พวกคุณก็หาเสียงแข่งขันกันนำเสนอนโยบายต่อประชาชนซิครับ ถ้าเขาเลื่อกพวกคุณคุณก็ทำน้าที่บริหารงานตามนโยบายไปซิครับ แย่มากพวกคุณนี่
*มันไม่ผิด กฎหมาย
*มันไม่ผิด กฎหมาย หรอกพี่น้อง
การตีกลอง ร้องฎีกา มากันใหญ่
หากจับคน ห้าล้าน พาลขังไว้
คงจะไม่ มีที่ขัง อย่างพอเพียง
*ไม่มีใคร หลอกใคร ให้ลงชื่อ
มีแต่ถือ จริงใจ ให้ยินเสียง
ความต้องการ ของคน บนสำเนียง
นี่เป็นเพียง เขาน้ำแข็ง ส่วนพ้นน้ำ
*รัฐบาล ขู่ฟอด ยอดนักขู่
ให้มันรู้ กันไป ใครกรายกล้ำ
รานสิทธิ ปวงชน คนใดทำ
ต้องรับกรรม แน่แท้ และแน่นอน
*มันไม่ผิด กฎหมาย หรอกพี่น้อง
การตีกลอง ร้องฎีกา พาผันผ่อน
นี่เป็นเพียง บทบาท ราษฎร
ที่ทุกข์ร้อน ขอพึ่ง พระบารมี
*ใครลงชื่อ หรือไม่ ไม่บังคับ
ไม่ได้จับ มือเขียน เปลี่ยนศักดิ์ศรี
อย่ากล่าวหา ไม่จงรัก ไม่ภักดี
เพราะทุกคน ต่างก็มี เหมือนเหมือนกัน
*ห้าล้านชื่อ ถวายฎีกา
*ห้าล้านชื่อ ถวายฎีกา พาสะท้อน
ภาพของคน เดือดร้อน คนมากหลาย
ร่วมถวาย ฎีกา มามากมาย
เขาไม่ใช่ ผู้ร้าย ใฝ่เลวร้าย
*ไม่อาฆาต มาดร้าย ไม่ดูหมิ่น
หวังถวิล ความเป็นธรรม น้ำใจหมาย
ไม่ได้สร้าง ความเสียหาย ไม่วุ่นวาย
เพียงแต่ใช้ ความภักดี ถวายฎีกา
*ผู้ถือครอง อำนาจรัฐ จัดต่อต้าน
รัฐบาล อภิสิทธิ์ชน ด้นกล่าวหา
ไม่เห็นหัว ประชาชน ในสายตา
ต้านถวายฎีกา อยู่วุ่นวาย
*ยิ่งกดขี่ ก็ยิ่งมี การต่อสู้
ยิ่งข่มขู่ ยิ่งไม่กลัว แม้หัวหาย
ยิ่งย่ำยี ยิ่งเหยียบย่ำ ยิ่งทำลาย
ยิ่งมากมาย คนต่อสู้ ชูยุติธรรม
*พวกผูกขาด ความจงรัก ความภักดี
เป็นพวกที่ ดึงฟ้า มากรายกล้ำ
ตนทำก่อน ทุกอย่าง เป็นทางนำ
แต่ห้ามใคร กระทำ ตามอย่างตน
*อภิสิทธิ์ชน คนส่วนน้อย ในประเทศ
ปฏิเสธชนส่วนใหญ่ใฝ่ครองผล
กั้นฎีกาของมหาประชาชน
มองพวกตนเท่านั้นมีสิทธิ์ทำ
*การฎีกาเพื่อปวงชนคนธรรมดา
ที่ถูกเบียนบีฑาพาตกต่ำ
รัฐประหารมารร้ายกรายล่วงล้ำ
ไม่ได้ทำเพื่อทักษิณเพียงคนเดียว
*การฎีกาของมหาประชาชน
มีแต่ผลเชื่อมดินฟ้าพาแน่นเหนียว
ราชประชาสมาสัยใฝ่กลมเกลียว
หาใช่ทำเพื่อคนเดียวอย่างแน่นอน
ที่นี่ มันอินเตอร์เนท ไม่ใช่
ที่นี่ มันอินเตอร์เนท
ไม่ใช่ ในม็อบ พธม. ที่มีแต่พวกโง่เขลา ดักดาน
ไอ้ที่นำเสนอมา ไปฉายหนังกลางแปลง พูดขายยา ชาวบ้านเขายังไม่เชื่อเลย
ขายความโง่เขลาของตัวเองได้ขนาดนี้เชียวหรือครับท่าน 555+
ผมชอบความคิดของเขาที่ว่า... น
ผมชอบความคิดของเขาที่ว่า...
นักคิดนักเขียนในสังคมไทย มุ่งผลิตวาทกรรมที่เหมือนกับว่าคนที่ทำมาหากินที่สุจริต
แต่ต้องการได้กำไรที่สอดรับกับภววิสัยทางโลกกลายเป็นคนเลวไปหมด
ที่สุดอันนี้ก็ยกระดับมาสู่ทักษิณ"
รวมถึงความคิดที่ว่าเรื่องลูกชาวนา จะช่วยพ่อส่งออกข้าว รวมถึงเรื่องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลัง 14 ตุลา จนถึงยูคทักษิณชาวบ้านได้ส่วนแบ่งหรือบทบาทในทางเศรษฐกิจน้อยมากที่จริงมันเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ขยายฐานจากขุนศึก มาถึงขุนนางแต่ไม่ถึงชาวบ้าน
40-50 ปี เราค้าข้าว มีพ่อค้าส่งออกรายใหญ่ไม่กี่ตระกูล หลายตระกูลผันตัวเองเป็นนายธนาคาร เป็นเจ้าของโรงปูน เป็นเจ้าของศุนย์การค้า แต่ชาวนาก็ยังจนอยู่
ส่วนแบ่งของการค้าข้าวจากผลิต ถึงส่งออกชาวนาได้รับน้อยมาก จากราคาขายจากท้องนาถึงราคาส่งออกนั่นแหละที่ไปแบ่งกันในกลุ่มโรงสี ส่งออก รวมถึง รัฐบาลในเรื่องภาษีด้วย
*คนเสื้อแดง รักความ
*คนเสื้อแดง รักความ เป็นธรรม
คนเสื้อแดง จึงจำ ต่อสู้
คนเสื้อแดง มิใช่ ศัตรู
คนเสื้อแดง กตัญญู แผ่นดิน
*ระบอบ ประชาธิปไตย
ถูกภัย รัฐประหาร ผลาญหมิ่น
คนธรรมดา ทำมา หากิน
จำต้องดิ้น ต่อสู้ ผู้กระทำ
*เพื่อลูกหลาน ต่อไป ภายหน้า
ได้เติบกล้า ต่อไป ไม่ตกต่ำ
มีสิ่งดี กำหนด ให้จดจำ
สิ่งตอกย้ำ ประชาธิปไตย
*เช้าสิบเจ็ด สิงหา ฟ้าแจ้ง
ฟ้าสีแดง เรืองรอง ผ่องใส
แดงตามนัด จัดหมาย กันไว้
มาร่วมใจ ร่วมถวาย ฎีกา
"พฤติการณ์การยื่นถวายฎีกามันฟ
"พฤติการณ์การยื่นถวายฎีกามันฟ้องชัดว่าทำเพื่อคน คนเดียวที่หนีคดี"
ถ้าคุณเป็น "คน" จริง หวังว่า คุณคงไม่มองแค่พฤติการณ์เพียงผิวเผินที่คุณสัมผัส แล้วสรุปว่า พวกเขาทำเพื่อ อะไร
ทำไมคุณไม่ไปถามเขาทั้งห้าหกล้านคน ทีละคนว่า เขาคิดอย่างไร แล้วคุณก็จะได้องค์รวมของเหตุ ประมวลเป็นผลที่เขาต้องยื่นฎีกา
แต่ถ้าคุณยังยืนยันที่จะมองเพียงแค่พฤติการณ์ แล้วสรุป คุณไม่ใช่ "คน"
"การยื่นฎีกา มีเป้าหมายเพื่อจงใจจะเชื่อมโยงพระมหากษัตริย์ ให้มาข้องเกียวกับทางการเมือง พวกคุณทำถูกต้องแล้วหรือ ตัวผมเองดูที่ความดีเป็นหลัก"
ทำไมคุณตัดสินอุดมการณ์และแนวคิดของคน ห้าถึงหกล้านคน เพียงเพราะเขาลงชื่อถวายฎีกา คุณเป็น "คน" แถมยังเป็น "ข้าราชการ" ทำไมจิตใจคับแคบจัง
ผมเป็น "ข้าราชการและเป็นผู้บริหาร" ผมเชื่อว่าผู้บริหาร(ไม่ใช่ผู้นำ) ประเทศ อย่างทักษิณ หาอีกสิบชาติก็หาไม่เจอ
หรือถ้ามีช่วยยกตัวอย่างหน่อย ไม่เอาผู้บริหารในจินตนาการนะ
ครับพึ่งได้อ่าน(คลิกผ่านแล้วเ
ครับพึ่งได้อ่าน(คลิกผ่านแล้วเห็นมันยาวไม่มีเวลา)ขอตอบภาคสองก่อนภาคหนึ่งยาวมาก
เอาย่อหน้าแรกก่อนเลย จริงๆ ประชานิยม เป็นนิยามการให้?(ผ่านเจตนาที่ดีแม้จะมีแอบแฝงการซ้อเสียงทางอ้อม) ผ่านผู้ปกครองแบบปชต.ไปยังผู้ถูกปกครองที่พยายามแทรกพื้นที่ผู้ปกครองรุ่นเก่า ที่ให้ผ่านระบบอำมาตย์ฯราชการนั้นคือนิยามการปกครองแบบผู้ปกครองต้องเป็นผู้ให้?ที่สองผู้ปกครองทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่แย่งพื้นที่กันให้ในแบบของตัวเองลงไปยังปชช. บนความคาดหวังเข้าใจต่อกระบวนการปชต.แบบไทยๆส่วนใหญ่(รากหญ้า) ว่าผู้ปกครองต้องเป็นผู้ให้
ดังนั้นระบอบทักษิณจึงใช้วิธีการให้แบบการตลาดรวมศูนย์(ยิงตรงแต่โค้งโปรเจคไตล์ข้ามหัวอำมาตยฯราชการและนักวิชาการรู้มากหรือวิธีการแบบปชตจริงๆ(คือสะท้อนความต้องการจากปชช.ขึ้นไปผ่านระบบตัวแทนให้ทำตามใบมอบอำนาจนั้น) ไม่ใช่เบล็ดเสร็จเด็ดขาดลงมาจากข้างบนแบบนี้(แต่มันช้าไปรวมศูนย์พลังระยะสั้นแทรกนักปกครองรุ่นเก่าไม่ได้)
ภายใต้วิธีการปกครองแบบ"ปลากระป๋องแห่งชาติ" คือมันรวมศูนย์ปาลงมาจากข้างบนเพื่อแย่งพื้นที่นักปกครองรุ่นเก่า(อำมาตย์ฯราชการ) ด้วยพลทหารราบของทุนนักการเมือง อบต.ทุนนิยมนักล่าโลกาภิวัฒน์(ระบอบทักษิณใช้การออกแบบระบอบแบบนักล่าโลกาภิฯเกินไป) ผลที่เห็นได้ชัดที่สุดคือปัญหาใต้? เพราะเป็นอัตลักษณ์พิเศษผลข้างเคียงมัจึงชัดที่สุดกว่าที่อื่น แม้มันจะคือความต่างทางวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ล้านนาทางเหนือ ลาวของอิสาณ วัฒนธรรมดั้งเดิมแถบภาคกลางที่ก้ต่างเหมือนกันแต่ยังมีความยืดหยุ่นผ่าน อัตลักษณ์พุทธเป็นตัวเชื่อม
ดังนั้น ภาคใต้อย่าง3จวใต้จึงเห็นภาพชัดกับนโยบายปลากระป๋องแห่งชาติของระบอบทักษิณชัดที่สุด?(แม้มันจะผิดผ่านรูปแบบการปกครองแบบรัฐเดี่ยวรวมศูนย์ที่ล้าหลังเกินไปปรับให้สอดคล้องกับรัฐเดี่ยวแบบใหม่ที่พัฒนาการความต่างไม่สอดคล้อง) เช่นการที่กุนทียกกรณี เรื่องของพี่ศุ มาวิเคราะห์ อย่างขาดความเข้าใจที่ลึกซึ้งหรือเท่าหางอึ่ง? ของคนกุนทีต่อเรื่องนี้ นั้นคือคำว่า"อัตลักษณ์" หรือความต่างของพื้นที่ จะต้องให้พื้นที่ หรือมันต้องสะท้อนความต้องการผ่านอัตลักษณ์พื้นที่ ไม่ใช่ใช้ปลากระป๋องปาลงมาจากส่วนกลาง อย่างกุนทีตีความ ที่มองเรื่องนี้ไม่ลึกซึ้งพอ เอาความคิดลวกๆเท่าหางอึ่ง? หรือจะเอามะพร้าวไปขายสวนคนระดับพี่ศุ?
นั้นคือวิธีการนำเสนอพี่เขาลึกซึ้งระดับไหน? จากคุณสมบัติเจ้าของสวนมากี่ปี?เขียนงานเขียนมากี่ปี? แต่กุนทีนี่ พึ่งจะรู้จักมะพร้าว? หรือค้าขายเรื่องมะพร้าวไม่เท่าไหร่ แบบซื้อมาขายไป ยังไม่มีลายมือทางความคิดหรือลายวรรณกรรม(ลายเซ็นต์)ที่เป็นเอกลักษณ์เลยจะเอามะพร้าวห้าวเล็กๆเด็กๆส่วนตัวไปขายสวนพี่ที่เขาเขียนมากี่ปีแล้ว?
ผมขยายความสั้นๆเรื่องอัตลักษณ์ต่อเรื่องนี้ของพี่ศุ (ขอโทษพี่ถ้าคิดแทนหรือตอบแทนน่ะพี่ศุยังไม่ได้ขออนุญาติว่าใช่ไหม?)เรื่องการสื่อเชิง"อัตลักษณ์วิถ๊ชีวิตดั่งเดิมจะปรับตัวอย่างไรไม่ให้ถุกต้อนหรือถูกฆาตรกรรมจนถึงถูกบังคับให้ต้องปรับวิถีชีวิต ทิ้งจอบเสียม เครื่องมือดักปลาดั้งเดิมให้ปรับตัวเองหอบลูกจูงหลานวิ่งตามนโยบายปลากระป๋องแห่งชาติ หรือระบบนิเวสน์แบบนักล่าโลกาภิฯของระบอบทักษิณให้ทัน ไม่งั้นตกยุคอยู่กับระบบแบบนั้นไม่ได้? แต่เรื่องที่พี่ศุฯกำลังสะท้อนคือพื้นที่ของวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบยายนี้? จะหายไปไหนสูญพันธุ์ไหม? แล้วถ้าจะไม่ให้สูญพันธุ์ควรเป็นอย่างไร? มันคือคำถามที่ต้องตอบกับนโยบายปลากระป๋องแห่งชาติกับอัตลักษณ์พื้นที่???
ผมไม่เถียงว่าส่วนดีของประชานิยมมี?(อย่างน้อยๆแย่งพื้นที่อำมาตย์ราการแบบเก่า ให้เกิดการปรับตัวจนไปนั่งลงตรงกลางใจรากหญ็จนมีคนตาม) แต่มันควรจะปรับตัวระบบนิเวสน์แบบนักล่าฯ แบบนั้นไหม?สิ่งที่ควรคืออะไร?คำถามมันมีอยู่ในข้อเขียนของพี่ศุฯ ที่เรากำลังถามหาพื้นที่ทางอัตลักษณ์ และวิธีคิดที่ถูกต้อง ควรจะต้องสะท้อนความต้องการจากอัตลักษณ์พื้นที่ก่อนไหม? ก่อนที่จะใช้ประชานิยมรวมศูนย์เหวี่ยงแหเขวี้ยงลงมาจากส่วนกลางจนมากระทบวิถีชีวิตดั่งเดิมเขาแบบนั้น
คำถามคือคิดจากข้างล่างขึ้นไปตามระบอบปชต. หรือคิดลงมาจากส่วนกลางลงมาแบบเขวี้ยงปลากระป๋องเหวี่ยงแหลงมาทั้งประชานิยมระบอบทักษิณและอำมาตย์ราชการขณะนั้น นั้นคือสองนักปกครองแย่งพื้นที่กันแข่งกันลงมาปกครองปชช.ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดคือปัญหาใต้ ทั้งที่อำนาจที่แท้จริงคือจะต้องสะท้อนขึ้นไปจากปชช. ความผิดพลาดของประชานิยมแบบทักษิณจึงคือตรงนี้? โอเคมันแย่งพื้นที่นักปกครองรุ่นเก่าได้จริง
จนมันเกิดปัญหา คือนักล่าโลกาภิวัฒน์หรือกลุ่มทุนนักการเมืองใหม่(ที่เขาให้ฉายากลุ่มทุนสามานย์) นอกจากแย่งพื้นที่นักปกครองรุ่นเก่าที่ล้าสมัย จนเข้าถึงระดับรากหญ้าแย่งพื้นที่โครงสร้างรากหญ้าเก่า(อำมาตย์ราชการหรืองานมหาดไทยแบบเก่า) ทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน (ผวจว.กับซีอีโอ.และกระแสเลือกตั้งผู้ว่า รวมกับอบต.ทหาราบระบบทุนนักการเมืองตามระบบนักล่าไปไล่ต้อนเรื่องนี้โครงสร้างนักปกครองเก่ายังไม่พอ)
ดันไปไล่ต้อนกลุ่มทุนศักดินาที่บาดเจ็บหนักจากฟองสบู่(ที่ตัวเองไปมั่วระบบสถาบันทางการเงินไว้)จนขาดคุณสมบัติในการเป็นคู่แข่งขันกับกลุ่มทุนนักการเมืองใหม่ แถมไปไล่ตีไล่ต้อนเขาบีบพื้นที่กินเยอะเย้ยยังไม่พอพาลุกพี่เจ้าป่า(สิงคโปร(โต)มานั่งรอร่วมโต๊ะทฤษฎีต้มกบระยะสุดท้าย จนเริ่มที่จะใช้ทฤษฎีต้มกบ มัดตราสังข์ให้แน่น แบบได้ใจ? แต่จุดเปลี่ยนถึงกาลอวสานคือ การดันไปทรยศกับเกราะแก้วความชอบธรรมภาคปชช. ด้วยการหันมาใช้ทฤษฎีต้มกบกับผุ้มีพระคุณ(มองการเมืองภาคปชชว่าตามหลังเขาไม่เห็นฝุ่นและต้อนอำนาจเก่าขณะนั้นไว้หมดแล้ว)ทั้งที่เกราะแก้วความชอบธรรมภาคปชชที่คุ้มกันการตีจากอำนาจอีกขั่วด้วย คะแนนนิยม แต่ดันไปแปรสัมทานไปเป็นอุณหภูมิการครอบงำต้มกบ นั้นล่ะครับกาลอวสาน?
ส่วนเรื่องรัฐวิสาหกิจ มีบางส่วนที่ผมเห็นด้วยกับคุณ เรื่องแปรรูป แต่ไม่ใช่แบบปตท. หรือดันไปสร้างเงื่อนไขแบบปตท.ให้เขากลัวเกินเหตุ?เพราะเรื่องนี้คือต้นทุนมหาศาลทางทรัพยากรที่จะต้องเอามาบริหารจัดการ ให้หลุดพ้นจากกลุ่มทุนผูกขาดหรือระบบสัมทานที่ไปติดบาตร(ท้อง)กลุ่มทุนผูกขาดนักการเมืองจนเกินไป แต่ก็ไม่ใช่แนวคิดเก่าเต่าขุดแบบพวกหลงยุคตกขบวนโลกาภิฯต้านการแปรรูปขณะนี้(โลกาภิฯมันทั้งด้านมืดด้านสว่าง) แต่กรอบวิธีคิดที่คุณว่า หรือที่เสนอมามันยังขัดกับหลักการระดมทุนที่เกิดแรงจูงใจ(มันไม่ใช่ทุนนิยม แต่มันคือคอมมิวนิสต์ในแนวคิดคุณกุนที)จึงเอามาใช้กับระบบทุนนิยมตามกรอบนี้ไม่ได้มันขัดกัน???
ส่วนสุดท้ายในบทที่สองนี้เรื่อง การศึกษาที่นักปกครองสมัยนั้นกลัว พลังบริสุทธิ์ แบบนักศึกษามากระเทือนอำนาจการดำรงอยู่แบบนั้นของตน(รอยต่อจากคณะราษฎร์ เพราะสงครามเย็นภาพมันน่ากลัวกว่าคณะราษฎร์) ดังนั้นขวาพิฆาตรซ้ยจึงใช้สองความน่ากลัวมาสร้างปีศาจให้กับหรือจับขังพัฒนการปชต.ให้กลายเป็นระบอบสวนสัตวืปชตไม้ดัดแบบที่ไม่มีวันได้ไปไหนจนถึงทุกวันนี้ จนได้ตำนาน"ปอบสยามกับต้นมะขามสนามหลวง"รุ่นคลาสิกสุด(มีดี ไม่มีที่อยู่(ปรีดีย์)
ดังนั้นภาพปีศาจปีดีย์(ปอบสยามรุ่นแรก) จึงถูกขยายภาพเขย่าผสมรวมกับปอบคอมมิวนิสต์ มันจึงได้ภาพปอบนักศึกษาสมัยฆ่าคอมมิวฯไม่ตาย?ที่เป็นประโยคเด็ดของพระด้วย? จนเกิด"ตำนานปอบสยามกับต้นมะขามสนามหลวง"ไล่ฆ่าจับปอบเผากันตรงสนามหลวงนั้นด้วย
ดังนั้นภาพปอบสยามจึงเป็นภาพที่น่ากลัวที่ขวาพิฆาตรซ้ายเพราะความระแวงเกินเหตุของขวา ความกลัวมันจึงทำให้เขาตัดทอนพลังนักศึกษาสมัยนั้น ให้มันเป็นนักศึกษาว่าง่ายๆเชื่องๆเขาจะป้อนอะไรก็กินได้กินดีสมัยนี้ ในเจตนาของนักปกครองที่กลัวอำนาจตัวเองกระเทือน ผลจึงคือพลังเด็กนักศึกษาสมัยตุลาฯถูกตัดทอนลดพลังอย่างตั้งใจ จนมันค่อยๆกลายเป็นผลผลิตพลังนักศึกษาที่ว่าง่ายสมัยนี้ หรือมีสนใจที่ ดีแบบกุนทีหลายหลายๆคนในนี้มีหัวก้าวหน้าหลายคน เช่นพิชญ์, ศิโรฒ ฯลฯแต่มันเป็นโครงสร้างที่ขาดพลัง?
ดูตัวอย่างสนนท.กับยังแพดฯ นั้นชัดมาก? ไม่ต่างจากเหลืองกับแดง(การเมืองภาคปชช)มันขาดเอกภาพเพราะเขาตอนทอนโครงสร้าง หรือจับแยกพลังตรงนั้นให้ตีกันเสียขอจบตรงนี้ของกุนทีน่ะครับ? ฟังมันห้วนๆเพราะผมไม่ได้เป็นเจ้าของบทวิเคราะห์เองจึงตอบตามน้ำแบบห้วนๆครับ???
หนังสือใหม่ออกแล้ว....น่าอ่าน
หนังสือใหม่ออกแล้ว....น่าอ่านมากกกก...
หนังสือชื่อ "ถึงเธอเรียกพ่อ ลิ่วล้อเรียกนายก
สัตว์นรกเรียกนาย แต่เราคนไทยขอใช้คำว่า ทรราชย์"
แฉระบอบกูธิปไตย
แฉแผน ทักษิณ ใช้คนเสื้อแดง บังคับในหลวง นิรโทษกรรม
มีคำถามมากมายบนหน้าหนังสือพิมพ์ว่า “ทักษิณ ชินวัตร สู้กับใคร? และ สู้เพื่อใคร?
ใครได้ประโยชน์บนการต่อสู้ของทักษิณ ?” “ประชาชน ได้อะไร และ ประเทศชาติ ได้อะไร ?
การด่ากราด กล่าวหาองคมนตรี เป็นคณะเผด็จการ ทำลายประเทศ ทำร้ายประชาชน โค่นล้มประชาธิปไตยเป็นการตีวัวกระทบคราด ใช่หรือไม่ ?”
”หาก องคมนตรี คือ วัว แล้ว ใคร คือ คราด ? พระเจ้าอยู่หัว คือ คราด ที่ทักษิณ ต้องการให้ได้รับผลกระทบใช่หรือไม่ ?”
ทักษิณ ยังจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จริงหรือ ? เรื่องราวที่ทักษิณ เปิดเผยกับประชาชน บนเวทีคนเสื้อแดง
เป็นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นมานาน 3 ปี แล้ว และ ทักษิณ รู้เหตุการณ์เหล่านี้ทั้งหมดมาแต่ต้น แต่ไม่เคยนำมาพูด ไม่เคยบอกให้ประชาชนฟัง
เพราะอะไร ทำไมทักษิณ จึงเก็บเงียบมานานถึง 3 ปี ทำไมจึงเพิ่งจะมาแฉความเลวร้ายขององคมนตรี ในสายตาทักษิณ และคนเสื้อแดง ในวันนี้ เพราะ การเจรจาต่อรองกับ ป๋าเปรม ไม่สำเร็จ นั่นเอง
ทักษิณ ส่ง พจมาน ชินวัตร มาขอโทษป๋าเปรม และ ขอให้ป๋าเปรม ช่วยเจรจาคมช. ให้ได้กลับเมืองไทย
ทักษิณ ยกมือไหว้ขอโทษป๋าเปรม ในงานศพแม่ อนุพงษ์ เผ่าจินดา ทักษิณ ไปพบ ปีย์ มาลากุล 1 ครั้ง และส่ง พจมาน ไปพบอีก 2 ครั้ง ที่บ้านสุขุมวิท ซึ่งเป็นบ้านหลังเดียวกันกับที่ทักษิณ อ้างว่าเป็นสถานที่วางแผนก่อรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทักษิณ โทรศัพท์เคลียร์กับ สนธิ บุญยรัตกลิน ปรับความเข้าใจ เป็นพี่น้องกัน หลังยึดอำนาจ คนทั้งหมดที่ ทักษิณ ไปพบและเจรจา เพื่อยุติปัญหา และความผิด เป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ทักษิณ อ้างว่าเป็นผู้ก่อการยึดอำนาจ ทำลายประชาธิปไตย นี่หรือคือพฤติกรรมของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย การแอบเจรจา คบหาสมาคมกับผู้ก่อการรัฐประหาร ย่อมไม่ใช่วิสัยของผู้รักประชาธิปไตย อย่างแน่นอน จริงหรือไม่?
ที่ผ่านมา ทักษิณ ไม่พูดเรื่องเหล่านี้ เพราะเจรจากันอยู่ แต่ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืน กฎหมาย ช่วยแก้ไขความผิด ให้ถูกต้องได้
ทักษิณ จึงโกรธแค้น และ ออกมา ฉะ แฉ ฉาว ทุกคน ที่ไม่ทำตามในสิ่งที่เขาร้องขอ และ ข่มขู่เหมือนกับจะรู้ชะตากรรมล่วงหน้า แต่แท้จริงแล้ว เป็นเพราะทักษิณ รู้ดีว่าบทลงโทษของการกระทำในอดีตที่ผ่านมา คืออะไร
ทักษิณ จึงอาศัยจังหวะที่ศาลอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ ไปร่วมชมพิธีเปิดโอลิมปิกส์ที่ประเทศจีน แล้วก็ไม่เดินทางกลับมาประเทศไทยอีกเลย จึงกลายเป็นผู้ต้องหาหนีหมายศาล
เมื่อศาลตัดสินว่ามีความผิด ทักษิณ จึงมีสภาพเป็นนักโทษชายหนีคุกทันทีหลังจากถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี ทักษิณ
กลับบอกว่าศาลไม่เป็นธรรม ไม่ให้โอกาสสู้คดี ทั้งๆ ที่หนีไปเอง
เมื่อตกอยู่ในสถานะนักโทษหนีคุก ทักษิณ บอกว่าเขาจะกลับประเทศไทย เพื่อมาต่อสู้ และเรียกร้องความเป็นธรรม ร่วมกับประชาชน
การโฟนอิน เมื่อครั้งคนเสื้อแดงชุมนุมที่สนามกีฬารัชมังคลาภิเษก ทักษิณ บอกว่าเขาจะกลับประเทศไทยได้ ด้วย 2 วิธี คือ 1.ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และ 2. คนเสื้อแดงพากลับ
ทักษิณ บอกว่าต้องการได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่เขาไม่เคยขออภัยโทษ และประกาศว่าไม่มีวันที่จะขออภัยโทษด้วย
ชัดไหมว่า ทักษิณ ไม่ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยู่ในสายตา และ ไม่ได้เคารพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทักษิณ เชื่อว่าเขาจะปลุกระดมมวลชน ให้มีจำนวนมากพอที่จะมายืนล้อมตัว และเป็นโล่มนุษย์ ป้องกันเขาจากการถูกจับกุม
ของเจ้าหน้าที่รัฐได้ ทักษิณ แสดงให้เห็นว่าสุดท้ายแล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็จะต้องพระราชทานอภัยโทษ ให้เขา ตามแรงกดดันของมวลชนคนเสื้อแดง ที่เขาปลุกระดมขึ้นมา
ทักษิณ กำลังใช้กฎหมู่มาทำลายกฎหมาย ทักษิณ กำลังเอามวลชนมาบีบพระเจ้าอยู่หัว ให้อภัยโทษ โดยที่เขาไม่ต้องร้องขอ เหมือนผู้ต้องคำพิพากษาของศาลรายอื่นๆ และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
หากทำสำเร็จ ก็เท่ากับว่าทักษิณ มีอำนาจเหนือพระมหากษัตริย์ หาก ทักษิณ สามารถบังคับให้พระมหากษัตริย์ ทำตามที่ตนต้องการได้ทุกอย่าง แล้วประชาชน จะอยู่ได้อย่างไร ?
คนไทยจะยอมได้หรือ
หากว่าพระมหากษัตริย์ที่เราเคารพรักและเทิดทูนอยู่เหนือสิ่งอื่นใด จะต้องทำตามคำสั่งของทักษิณ เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ท่านจะตกเป็นเหยื่อ เป็นเครื่องมือของทักษิณ เพื่อลบล้างความผิดของตนเอง ล้มล้าง และทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกหรือไม่
ถอยออกมาให้ห่างจากคนเสื้อแดง หลีกเลี่ยงการตกเป็นเครื่องมือของทักษิณ เพื่อปกป้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ของคนไทยทุกคน
***กรุณารักประเทศไทยและร่วมส่งต่อเพื่อประณามการกระทำที่เป็นทรราชย์ต่อประเทศชาติ
ของ นช.(นักโทษชาย)ทักษิณ ชินวัตร ...ตัวนี้
ด้วยการช่วยส่งต่อเมลนี้ให้ประชาชนอีกหลายคนที่ไม่ได้รู้เรื่องชั่วๆ แต่ต้องมาเป็นขี้(ฆ่า)เพื่อให้มันฆ่าและ ถูกมันใช้เป็นเครื่องมือแสดงความชั่วที่แท้จริงของมันด้วย
ขอบคุณคนรักที่ประเทศไทย และคนรักในหลวงของเราทุกคนด้วย.
ครับผมเห็นฟอร์เวิร์ตนี้เยอะมา
ครับผมเห็นฟอร์เวิร์ตนี้เยอะมาก ขอตอบไว้ในนี้ ผมเชื่อว่าสิ่งที่คุณนำเสนอเป็นข้อมูลที่รับได้ทั่วๆไปไม่ใช่เรื่องลับจนต้องทำฟอร์เวิร์ต์ลับๆล่อๆแบบนี้ และผมเห็นว่ามันเป็นธรรมชาติที่เมื่อรู้ตัวว่าถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรมจะต้องหาทุกวิถีทาง เพื่อให้หลุดออกจากแรงกระทำอันนี้แม้มันอาจจะไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องนัก?
ปัญหาจริงคือต้นกรรมของแรงกระทำนี้ว่ามัน เป็น"ธรรม"หรือเป็นการ"ทำ"และ"ถีบ"เขาโดยการอ้างกฏหมายหรือระบบตุลาการเต๋าถ่วง(ตุลาการอภิบาลนุมัติ) เก็บงานต่อจากปฎิวัติ ด้วยการหาความชอบธรรมว่าคือภาระกิจการมาระงับเหตุ แต่การกระทำไม่ได้เป็นไปตามที่อ้างทั้งหมด
เรื่องนี้มีหลักฐานชี้ชัดหลายอย่าง เช่นข้อมูลการประชุมลับในการหาทางจำกัดระบอบทักษิณจากผู้ใหญ่ของบ้านเมือง(ที่สนธิพวกเดียวกันดันออกมาเฟิร์มแฉจนโดนลอบยิง)การพยายาม แช่คาอำนาจของตัวเองไว้ในร.50(ใช้อำนาจผ่านศาลจนดุลสามอำนาจหลักมันโย้ไปหาอำนาจนอกระบบปชต)การสองมาตรฐานหลายเรื่องระหว่างเหลืองกับแดง นั้นส่อเจตนาการเป็นอันธพาลตัวใหญ่ไม่ใช่ผู้ใหญ่มาระงับเหตุ ที่สุดแทนที่จะมาระงับเหตุวงไพ่กาสิโนเถื่อนนี้ แต่กลายเป็นผู้ใหญ่ที่สังคมคาดหวังให้มาระงับเหตุดันเป็นเจ้ามือเขย่าไฮโลในกาสิโนอำนาจหันสั่นเสียเองหรือเป็นผู้เล่นเสียเองในเกมย้ายขั่วอำนาจเพื่อประโยชน์ตนแบบนี้
มันส่อเจตนาแบบไหน? แล้วการกระทำกับใคร(ทักษิณหรือเหยื่อหลายคนต่อเกมการย้ายขั่วอำนาจ เช่นยุบพรรคจับตอน111ผิดหลักนิติธรรมนิติรัฐทั้งที่รู้ก็มั่วเอาเพื่อเจตนาใช้ ศรัทธาบารมีศาลในต้นทุนศาลเดิมมาคอนเฟิร์มเกมอำนาจตนที่เป้าหมายคือเล่นงานระบอบทักษิณ
ผมเชื่อว่าคนทำฟอร์เวิร์ตนี้คือคนเสื้อเหลือง หรือพธม. ผมจึงฝากให้สติว่า คุณเข้าถึงข้อมูลระดับนี้ได้ในแง่มุมนี้ได้แล้วข้อมูลอีกด้านที่ผมหยิบมาแค่นิดเดียวของหลายตัวแปรปัญหาของอีกด้าน คุณได้เปิดใจรับฟังบ้างหรือไม่? ผมมองการดิ้นของทักษิณหลายอย่างที่ไม่ถูกต้องเช่นสาวไส้ประเทศ และแบบนี้ แต่ปัญหาคือ ต้นน้ำต้นเหตุต่างหากใครไปทำเขาไปสร้างเงื่อนไขแบบไม่เป็นผู้ใหญ่ก่อน?
เพราะถ้าไม่มีเหตุก็ไม่มีผลอันนี้ เช่นกันถ้าทักษิณไม่ใช้ทฤษฎีต้มกบกับคนไทยก็คงไม่ถึงกาลอวสานแบบนี้ แต่วิธีการบริหารจัดการกับปัญหานี้ของระบอบทักษิณไม่ใช่ไปเอาคู่กรณีอันธพาลตัวใหญ่ แบบมีปัญหาต้องพึ่งอันธพาลตัวใหญ่กว่าทเน้น เขาที่นั่งตบยุงรออยู่แล้วจากการที่ตีมาหลายครั้งมันไม่บิ่น? เล่นงานเขายามปกติไม่ได้ เพราะเกราะแก้วความชอบธรรมภาคปชชคุ้มไว้ แต่เพราะมีการเนรคุณเกราะฯตรงนั้นมันเลยคือกาลอวสานตรงนี้ การที่พธม.มาย้ายเราจากหม้อต้มกบระบอบทักษิณลงหม้อตุ๋นกบอำมาตย์แบบนี้จากบทบาททหาราบในกรงลิงพธม. ทั้งที่วิธีการด่านอรหันต์ที่เคยว่าไว้เสนอไว้ ไม่เคยคิดจะเอามาใช้และยังไม่ได้เริ่มใช้เพราะไหลตามกระแส ติดยึดตัวบุคคลที่คือคู่กรณีทักษิณ เกินไปจึงไปเชิญอันธพาลตัวใหญ่ที่นั่งตบยุงรอมันพลาดอยู่แล้ว? มาระงับเหตุมันจึงยิ่งบานปลายแบบนี้
แทนที่จะได้ใช้มาตรการด่านอรหันต์กรองปัญหาไว้หลายชั้น ไม่ใช่ไปตั้งรับไว้ที่ด่านสุดท้ายคือที่มั่นบารมีตัวบุคคล? แบบหนีเสือปะจรเข้ หรือกบเลือกนายแบบไทยๆที่สุดไม่พ้นหม้อต้มกบหรือตุ๋นกบอยู่ดีแบบนั้น ปัญหาคือสังคมขาดโอกาสที่ดีที่จะได้รักษาปชต.ไว้? เพราะกระแสไหลตามการติดยึดตัวบุคคลที่พธม.ชี้นำ พอมันไหลไปแล้วสายน้ำไม่ไหลกลับครับ? มันจะกลับมาที่ที่มั่นแรกที่กรองปัญหาไว้ที่ต้นน้ำแบบด่านอรหันต์ เพราะสายน้ำไหลย้อนกลับแบบหนังการ์ตูนไม่ได้เพราะใคร พธม.ใช่ไหมชี้นำทางนี้สายล่อฟ้าให้ทหารมาปัสวะ(ปฎิวัติ)รดที่นอน
เรื่องนี้ ผมว่าทุกคนในระบบมีส่วนผิดกระจายไปตามบทบาทหน้าที่ คือมั่วกันหมดแบบได้ที่? มันถึงมาถึงสถานการณ์แบบนี้กับการพยายามมาชี้ข้อมูลกล่าวหาทักษิณที่ปลายเหตุแบบนี้ มันได้ประโยชน์อะไรต้นกรรมที่ทำให้เป๋?คืออะไร? ใครมีส่วนร่วมทำให้มันเป๋บ้างกล้าทำก็ต้องกล้ายอมรับความเหม็นของขี้ตัวเองเป็นก่อนจะมาเพ่งโทษขี้คนอื่น
แล้ววิธีการแบบนั้นมันมัดเขาอยู่ตามเป้าหมายใช้ไฟเผาไหม? วอดแล้ววอดอีกแล้วมันจบไหม? แม้โอเค มาตรการในระบบปกติจัดการกับทฤษฎีต้มกบไม่ได้รองรับไม่ได้แน่ แต่มาตรการด่านอรหันต์ที่ผมเสนอไว้มัดได้แน่? และมัดได้โดยที่ยังรักษาปชต.ไว้หรือยังรักษาเรือไว้ได้เพียงแค่ยึดมั่นในตัวเรือก่อน ไม่ใช่เอะอะอะไร พากันสละเรือไปหาคนแบบนั้นได้เพียงแค่คุณยึดมั่นในตัวเรือเชื่อมั่นในวิธีการปชตไว้ถ้าเรือมันโครงเครง ไม่ใช่โครงนิดหน่อยก็ โหวกเหวก โวยวายแบบคนสติแตก แล้วก้ร้องเพลงมาร์ชพธมระดมพล(เพลงป่าประท้วง)
"เม่นชวนม้าลายกระต่ายชวนสิงโตแรดชวนฮิปโปมาเจอกันที่เก่า"
พ่อแม่พี่น้องเอ้ยๆๆ เรือมันจะจมเพราะทักษิณแล้ว(จริงๆที่โครงเครงหนักเพราะคุณพาชาวบ้านตื่นตูมก็ด้วย)แล้วเอ้ยๆ อย่ากระนั้นเลย สละเรือแล้วว่ายน้ำลอยคอตามข้าพเจ้ามา?ข้าพระเจ้าจะพาพวกท่านไปเรียนม.7 เพราะม.6 บนเรือแบบปชตไทยๆแค่นี้มันพาเราออกจากปัญหานี้ไม่ได้?
มีเรือกันอยู่ดีๆ แต่จะสละเรือลอยคอไปหาคนเพียงหนึ่งคน(ต่อให้เป็นเทวดาก็ช่วยได้ไม่กี่คน)สิ้นคิดกันไหม?ประเทศไทย?(แล้วใครต้นคิด) วิธีการแบบนั้นมันผิดหรือมันถูก แทนที่จะยึดมั่นปชต.หรือตัวเรือไว้ ใช้มาตรการด่านอรหันต์(อย่างไรไปห่อ่านของเก่าเอา)รองรับปัญหาถ้าระบบปกติกมันเอาไม่อยู่ ดีกว่าลอยคอไปหาอันธพาลตัวใหญ่จนเรื่องบานปลายมาถึงตรงนี้ ใครผิดบ้างล่ะ? ผมว่าทุกคนในเรือลำนี้ทั้งหมดนั้นล่ะมั่วกันเองตอนนี้จึงต้องลองสำรวจขี้ความไม่ดีที่มีส่วนไปทำให้เรือเสียครั้งนี้ก่อนจัดการตัวเองก่อนไปเพ่งโทษคนอื่นแบบไหลตามเกมป้ายสีป้ายขี้กันแบบนี้???
อ้อครับการเมืองภาคปชชงและที่ม
อ้อครับการเมืองภาคปชชงและที่มั่นสำคัญด้านสื่อ เราอย่ามาติดหล่มกันอยู่แค่นี้อำมาตยืไปไกลกว่าที่คิดครับตามนี้(ขอแปะความคิดผมยกมา)
ครับสิ่งที่น่าจับตาที่สุดตอนนี้คือ ฝั่งอำมาตย์กำลังจะแปรสัมทานงานปราบคอรัปชั่น มาสร้างวาทะกรรมอำพราง เพื่อเป็นเครื่องมือทางความชอบธรรมชิ้นใหม่ที่จะสร้างมายาภาพให้ความชอบธรรมในใช้อำนาจนอกระบบการเข้ามาหรือกุมอำนาจขณะนี้(เรียกค่าคุ้มครองในการคุมบ่อนโดยอ้างมาปราบคอรัปฯ)
ที่แม้แต่สื่อกระแสหลักโดยเฉพาะช่อง3 ยังตกเป็นเครื่องมือการเดินเกมนี้อย่างแยบยล(จริงๆผมเห็นใจสถานภาพตัวประกันของสื่อโดยเฉพาะกระแสหลัก? แม้แต่ช่อง3(บางท่านบางคน)ที่ค่อนข้างชี้นำเข้าถึงคนได้มาก? ว่าสถานภาพแบบนั้นมันคงทำอะไรอิสระลำบาก)
แต่สิ่งที่น่าห่วงและน่าจับตาอย่างยิ่งคือคนสื่อในช่องนั้น? ทำบนพื้นฐานความเชื่อแบบที่เขาฝังไมรโครชิพความเชื่อแบบนั้นให้จริงๆเสียด้วย ที่เหมือนคล้ายๆว่าตอนแรกจะยังแกว่งๆ ไม่อยู่ฝ่ายไหน? แต่ตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าถูกครอบงำ เข้าคอกไปแล้ว???
เพราะเนื้อหาในวาทะกรรมใหม่คือการ พยายามใช้ต้นทุนการปราบคอรัปชั่นมาขยายเป็นต้นทุนทางความชอบธรรมในการเข้ามาของอำนาจนอกระบบแบบลับลวงพรางและแปรไปเป็นความชอบธรรมได้ทุกเมื่อ(ปฎิวัติก็มุกนี้ตลอด)
คือตอนแรกผมก็เข้าใจไปทางนี้คล้ายๆคนสื่อกระแสหลัก?(บางคนบางช่องน่ะครับ)ว่างานระงับเหตุหรือปราบคอรัปฯคือสิ่งที่พอรับได้ในการเข้ามาของอำนาจนอกระบบ แต่พอทำไปทำมามันกลับซ้ำซากเดิมๆแล้วก้วนเดิมมันวัดผลอะไร)
"""และที่สำคัญที่สุดมันชี้เจตนาอะไร"""???
กลับมีการแช่คาวางยาอำนาจไว้อย่างแยบยล ถาวรซึมลึกในปชตไม้ดัดหรือระบอบสวนสัตว์ ที่คือทฤษฎีตุ๋นกบที่หนักกว่าต้มกบของระบอบทักษิณหลายเท่าผลงานแบบนี้ตัวช่วยหรือตัวซวย หรือตาอยู่หรือหนีเสือปะจรเข้(แถมเป็นจรเข้พันธุ์ผสมกับตัววรนัส)
นั้นคือปชตพัฒนาย้อนกลับล้าหลังไปสมัยก่อนเปรมหรือยุคเปรมนั้นคือปชตไม้ดัดหรือระบอบสวนสัตว์??? เพราะแม้ทฤษฎีต้มกบของระบอบทักษิณจะครอบงำระดับหนึ่งแต่ยังจะมีพัฒนาการทางปชต.ที่เรายังจะยกระดับประคองได้ง่ายกว่าตุ๋นกบอำมาตย์ฯหลายเท่าตัว มันไม่ครอบงำฝังลึกและไหลย้อนกลับแบบนี้???
แม้วิธีการแทรกตัวเข้ามาจะใช้วิธีการที่แยบยลผ่านหมากหลายกระดานหรือตัวเล่นทหาราบในกรงลิงปูทางให้ แต่เพราะมันมีเงื่อนไขที่ทฤษฎีต้มกบของระบอบทักษิณเป็นตัวแปร(ดันไปฆ่าตัวตายก่อนเพราะเนรคุณเกราะแก้วความชอบธรรมภาคปชชเดิม) ด้วย แต่มิติการระงับเหตุที่คนไทยคาดหวัง มันก็พังไปแล้วเพราะเขาเข้ามาไม่แค่นั้นคือทั้งแช่คาอำนาจในร.50ใช้อำนาจผ่านศาลลงมาครอบปชตหรืออภิบาลปชตไม้ดัด(ระบอบสวนสัตว์)
การแช่คาอำนาจไว้หรือแปรหน้าที่ ที่ปชช.คาดหวังให้มาระงับเหตุ แต่ดันผันตัวเองไปเป็นผู้เล่นในกาสิโนอำนาจ เสียเองในสถานะอันธพาลตัวใหญ่ตัวคุมบ่อนในขณะนี้ เนื้อหาที่เขาจะใช้ที่ไปหลอกคนสื่อไว้?(เสียใจที่คนสื่อเชื่อสนิทใจเสียด้วย) นั้นคือการใช้ยุทธวิธีเรียกค่าคุ้มครอง ด้วยมายา และวาทะกรรมการมาปราบคอรัปชั้น???
เพราะมุกนี้คือมุกคลาสสิคสุดแล้วของข้ออ้างการปฎิวัติทุกชุดทุกครั้งและถ้าจะเล่นมุกนี้มันปฎิวัติได้ทุกรบ.(อ้างเมื่อไหร่ขายได้ตลอด) เพราะคอรัปฯมีทุกรบ. ไม่เว้นแม้สมัยเปรมฯ,ชวน และมาร์คที่เป็นทายาทอำมาตย์พันธุแท้คนของตัวเองยังมีขี้เสียเองกองโตกว่าเขาด้วยซ้ำ? และสมัยเปรมคอรัป แบบเก่าๆเอาปลาทูแลกได้ด้วย? แต่โรคมะเร็งร้ายตรงนี้มันจึงมี จนแทบเรียกว่ามันคือธรรมชาติของโลกความจริงของความดีไม่ดีหรือทุกคนหรือทุรบ.มีขี้อยู่ในลำไส้แต่ปัญหาการบริหารจัดการขี้ จึงอยุ่ที่วิธีการหรือเชื่อมั่นใน???
แต่ถ้าไม่เชื่อมั่นในเครื่องมือแบบปชตเอาทหารมาโกยส้วยเอาพธม.ลงมาละเลงขี้(เหลืองอ๋อยเต็มบ้านเต็มเมืองเต็มสนามบินแบบนั้นเหรอ) แล้วตอนนี้อันธพาลตัวใหญ่นักเลงคุมบ่อน โจรเรียกร้องค่าคุ้มครอง ยังมาใช้ความชอบธรรมในบริการ การล้างขี้(คอรัปนี้แบบลับลวงพราง) แล้วกำลังขยายผลเป็นความชอบธรรมในการใช้วิธีเรียกค่าคุ้มครองในการอภิบาลปชต.
หรือใช้เงื่อนไขในการจับขังปชตไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน เพราะผลในการอภิบาลมันจึงไม่ใช่ประครองปกป้องให้ไปในทิศซทางที่เป็นปชตแต่มันคือไม้ดัดหรือระบบอบสวนสัตวืขังไว้แบบนี้ไม่ให้ไปไหน?(ตรงนี้คนสื่อคุณต้องมองให้ออกอย่ามองปัญหาแบบคนสมาธิสั้น ปฎิวัติคือบทเรียนความมสมาธิสั้นแบบไทยๆเอาความสะใจอยากออกจากวิกฤตอย่างเดียววิธีการอย่างไรไม่สนขว้างงูไม่พ้นคออย่างไรคุณก็ยังจะทำอย่างนั้นวนหมุนอยู่แค่นั้น เหมือนเสพยาเสพติด กินไม่ได้ถ่ายไม่ออก ให้เรียกทหารมาสวนทวารล้างขี้ล้างท่อล้างส้วมให้
แล้ววิธีการแบบทหารมันทำอย่างไรรู้ไหม ไดนาไม้ตืมาสวนทวารไง สะใจคนไทยสมาธิสั้นไหม คนสื่อครับพอเข้าใจที่พูดไหมเพราะตอนนี้พวกคุณกำลังสมยอมเป็นแนวร่วมให้เขาใช้วิธีการแบบนี้อยู่???
โดยที่มีประชากรกบน้อยในกะลาคนสื่อบางคน? ขันอาสาด้วยใจ(ผมใช้คำว่าด้วยใจแล้วครับคนสื่อกลุ่มนี้ไม่ได้ถูกบังคับตามสถานภาพตัวประกันต่อไปแล้วเขากล่อมอยู่หมัด? แต่ผันไปเป็นผู้เล่นผู้รับใช้เข้าคอก ระบอบสวนสัตว?อย่างสมัครใจ ด้วยหลงเชื่อในวาทะกรรมปราบคอรัปฯทั้งที่คอรัปฯ(ขี้) มันมีในทุกรบ.และความดีไม่ดีมีอยู่ในทุกตัวคน
แต่วิธีการที่จะบริหารจัดการที่ดี ควรจะใช้อันธพาลคุมบ่อนเรียกค่าคุ้มครอง หรือปชตไม้ดัดแบบนี้ไหม? ระบอบสวนสัตว์ มันจะหลุดพ้นพันธนาการนี้ออกไปไหม?ถ้ายังใช้บริการเถื่อนๆนอกระบบปชต.แบบเสพยาเสพติดนี้???
ทั้งที่วิธีการที่ถูกต้องกว่ามันมี? แต่ข้อสำคัญที่สุดคือพฤกรรมคนใช้ว่ามักง่ายแบบไหนอย่างไร? อยากหลุดพ้นออกไปอย่างถาวรหรือชั่วคราวมักง่าย แล้วหมุนปัญหากลับมาแบบเขีว้ยงงูไม่พ้นคอแบบเดิมๆ ก็คือใช้บริการอันธพาลคุมบ่อนมันต่อไป ?หรือเอาโจรมาปล้นโจรกว่าๆ แล้วโจรกว่าๆ(อำมาตย์ตุ๋นกบนี่ครอบงำหนักกว่าสาหัสกว่าต้มกบด้วยซ้ำ) เหมือนเราตกอยู่ในวังวน อิทธิพลเถื่อนเพราะกลัวพ่อค้าหลอกกิน?
ถ้าเราไม่ปรับวิธีคิดให้ถูกต้องโดยเฉพาะผู้นำทางความคิด(สื่อตอนแรกผมเข้าใจว่าไฟ้ต์บังคับแต่ตอนนี้ไม่ใช่แต่เป็นทาสรับใช้อิทธิพลเถื่อนทางปชตเพื่อไปปล้นโจรจากมหาโจรตุ๋นกบกว่าๆ) ตรงนี้ครับต้องจับทางให้ถูกการเมืองภาคปชช. และตัวช่วยทั้งหลายอย่าหลงทาง ? หรืออย่ามองแค่แก้ปัญหาแบบปัดสวะ(ปัสวะหรือปฎิวัติสอนคุณไปแล้วไม่จำ) วาทะกรรมปราบคอรัปฯนี่เหมือนกัน มันจะเป็นยาเสพติดทางการตอกย้ำซ้ำเติมประเทศซ้ำซากไหม ถ้าเลือกใช้บริการคุมบ่อนเรียกค่าคุ้มครองแบบนี้???
ในการใช้บริการเถื่อน แบบนี้ ระบบสุขาภิบาล(ที่ชี้ไว้หลายครั้งใช้อย่างไรควรมองตรงนี้กว่าไหม?) หรือเครื่องมือแบบปชต.เราต้องกล้าที่จะออกจากอิทธิพลเถือนหรือวิธีแก้ปัญหาแบบเถื่อนๆ แบบเดิมๆ แล้วยึดมั่นในวิธีการหรือทิศทางที่ถูกต้องยั่งยืนกว่า นั้นคือระบบสุขาภิบาลในการจัดการปัญหาขี้(ความดีไม่ดีในระบบ) หยุดมักง่ายใช้ทหารมาโกยขี้ หรือเอาไดนาไม้ต์มาสวนทหารถ้าทางต้นขี้ไม่ออกแบบนั้น
และใช้ทหารราบในกรงลิงพธม.มาละเลงขี้ ตามด้วยเอาอิทธิพลเถื่อน(อำมาตย์ฯ) มาเรียกค่าคุ้มครองในการบริหารจัดการขี้(ที่เขากำลังขอสัมปทานเรียกค่าคุ้มครองเราอยู่นี้)ถ้ายังอยู่ในวังวนแบบนี้ เราไม่ไปไหนแน่นอนครับ???
คนสื่อครับ(แค่ตัวบุคคลและบางช่อง) ผมหวังว่าท่านจะเป็นตัวช่วยภาคปชช.(ในความคาดหวังผมเพราะนี่คือฐานที่มั่นสำคัญของการรวมพลังการเมืองภาคปชชเพื่อปชตที่แท้จริง) แต่วันนี้ผมเห็นสัญญานแบบนี้มันผิดหวังมากจนต้องออกมาพุดแบบนี้ในพื้นที่เล็กๆตรงนี้ที่เทียบกับพวกท่านไม่ได้เชิงการรับรู้ แต่สำเนียกเรื่องเนื้อหาในทางออกของบ้านเมืองกันบ้าง เพราะพวกท่านคือความหวังสำคัญของบ้านเมืองครับอย่าให่เขาสนตะพาย???