-A +A

ความคิดเห็น : กป.อพช. โต้นโยบายประธาน กก.สิทธิฯ "ทัศนะอันตราย"

Comments

กรรมการสิทธ์

กรรมการสิทธ์ บางยุคนำองค์กรเข้าเป็นสุนัขรับใช้ผู้มีอำนาจที่กดขี่ข่มเหงประชาชน และ เอ็นจีโอ บางคนอาศัยความขัดแย้งวุ่นวายของคนในสังคม เพื่อ เข้าไปแสวงหาอำนาจทางการเมือง และทำตัวเป็นสุนัขรับใช้นักการเมือง

กรรมการสิทธิ์

กรรมการสิทธิ์ ได้รับแต่งตั้งจาก ศาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
จะมีปัญหาอีกมา นอกจากปัญหาด้านความคิดที่รับใช้ชนชั้นสูง

กรรมการสิทธิมีหน้าที่ป้องกันแ

กรรมการสิทธิมีหน้าที่ป้องกันและแก้ไขการละเมิดสิทธิที่เกิดกับประชาชนผู้ด้อยกว่านายทุนและรัฐ
จึงจำเป็นที่กรรมการสิทธิต้องเลือกข้าง

การกล่าวว่าจะไม่เป็น "เอ็นจีโอ หรือ สภาทนายความ" เป็นการพยายามแสดงความเป็นกลาง
แต่แท้จริงแล้วไม่น่าจะเป็ฯความคิดที่ถูกต้อง เพราะเอ็นจีโอทำงานเลือกข้าง โดยอยุ่ข้างประชาชนที่ด้อยโอกาส
สภาทนายความทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม
หากกรรมการสิทธิไม่เป็นทั้งเอ็นจีโอและสภาทนายความ
แล้วกรรมการสิทธิจะทำอะไร?

การกล่าวว่าจะไม่เป็น "เอ็นจีโอ หรือ สภาทนายความ" เป็นการแสดงทัศนคติที่มีลักษณะกล่าวโทษองค์กรดังกล่าว
อ.อมราต้องชี้แจงให้ได้ว่า องค์กรทั้งสองไม่ดีอย่างไร จึงจะไม่เป็นแบบนั้น

อ.อมราเองก็เคยทำงานและมีผลงานมาจากการทำงานกับเอ็นจีโอนและสภาทนายความไม่ใช่หรือ
แล้ว 2 องค์กรไม่ดีอย่างไร จึงจะไม่ทำงานแบบนั้น

กรรมการสิทธิชุดนี้ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า การถูกเลือกมาจากระบอบที่ให้อำนาจศาลเป็นผู้เลือกเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
อย่าให้ได้ชื่อว่า เป็นเพราะไม่มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นเพราะกระบวนการเลือกตั้งที่กระชั้นชิดและเร่งรัด
ทำให้กรรมการสิทธที่ได้รับเลือกตั้งชุดนี้มีทัศนคติที่ไม่เห็นหรือไม่เลือกที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนผู้ด้อยโอกาส

การให้สัมภาษณ์ถึงวิธีการทำงานโดยการแบ่งงานออกเป็น 3 ส่วน คือ ด้าน ICCPR ด้าน ICESCR และด้านอื่น
โดยการมอบหมายให้ นายปริญญา รับผิดชอบการทำงานในประเด็น ICESCR ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
ซึ่งปัญหาด้านทรัพยากรก็เป็นส่วนหนึ่งในประเด็น ICESCR ก็เป็นสิ่งที่แสดงชัดเจนว่า กรรมการสิทธิไม่ได้รับฟังข้อโต้แย้ง
ของประชาชนที่มีต่อปัญหาการร้องเรียนกรณีนายปริญญามีชื่อในรายงานกรรมการสิทธิชุดก่อน ว่าเป็นเจ้าของกิจการ
ผู้ละเมิดสิทธิประชาชนและชุนเกี่ยวกับโรงต้มเกลือในนครราชสีมา

เพียงเริ่มต้น กรรมการสิทธิก็กลายเป็ฯองค์กรที่ต้องถูกตรวจสอบ มิใช่องค์กรที่มาตรวจสอบ เสียแล้ว

ที่ผ่านมาทำหน้าที่คณะกรรมการส

ที่ผ่านมาทำหน้าที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยโจร ร่วมมือกับโง่ ทนายควาย ค้ำประกันให้เผด็จการและโจรปล้นประชาธิปไตย และให้สานโจรได้ต่ออายุทำงานมาไล่บี้คน ปชต.

ใจเย็นๆ

ใจเย็นๆ จ้า

จริงๆแล้วยังไม่ได้ไม่เห็นว่าสิ่งที่อาจารย์อมราพูดทั้งหมดนั้นเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ยกขึ้นมาเป็นประเด็นคือ

“ ............นอกจากนี้ยังต้องปรับวิธีทำงาน โดยจะไม่ให้กสม.เป็นเอ็นจีโอระดับชาติหรือเป็นสำนักงานทนายความ อีกทั้งจะไม่แก้ปัญหาหรือส่งฟ้องเป็นรายๆ แต่ต้องไปให้ไกลกว่านั้น...........”

“ ..........รวมทั้งยังต้องปรับยุทธศาสตร์การทำงานใหม่ด้วย เพื่อให้กสม.เป็นองค์กรอิสระที่แท้จริงไม่ใช่เอ็นจีโอ และจะได้ไม่ถูกมองว่าทำหน้าที่เหมือนเป็นฝ่ายค้านอย่างที่ผ่านมา...........”

ถ้าอ่านตามตัวหนังสือเท่านี้ ไม่คิดว่าอาจารย์ตั้งใจจะโจมตีเอ็นจีโอ หรือกล่าวหาการทำงานของเอ็นจีโอแต่อย่างใด อาจารย์อาจจะเลือกใช้คำที่ไม่เหมาะนัก (ทำนองเดียวกับที่โอบามาเลือกใช้อย่างไม่เหมาะสมนักเมื่ออกความเห็นเรื่องอาจารย์ชาวอเมริกันเชื้อสายอัฟริกัน ซึ่งโอบามาก็ได้ออกมายอมรับแล้ว) ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการถูกเข้าใจผิด

ตอนที่อ่าน โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าอาจารย์ตั้งใจจะบอกแค่ว่า กรรมการสิทธิฯจะทำงานแบบเดียวกับเอ็นจีโอไม่ได้ เพราะบทบาทหน้าที่ของกรรมการสิทธิฯนั้นน่าจะต่างจากเอ็นจีโออยู่ บทบาทหน้าที่ต่าง แล้วจะให้ทำงานเหมือนกันได้อย่างไร

อาจารย์อมราทำงานกับเอ็นจีโอมานานกับหลายกลุ่มและหลายงาน ไม่มีเหตุผลอะไรที่อาจารย์จะต้องไปโจมตี "เพื่อนเก่า" ที่ก็ยังคงเป็นเพื่อนกันอยู่

ใจเย็นๆ โลกเราทุกวันนี้มีอะไรให้ขุ่นข้องหมองใจกันเยอะแยะมากมาย เรามาพยายามเข้าใจกันในทางที่ดีที่สร้างสรรค์จะดีไหม อะไรที่พอจะเข้าใจกันได้ ก็เข้าใจกันเถอะ อะไรที่พอจะว่ากล่าวตักเตือนก็อย่าให้ถึงขั้นประณาม อะไรที่พอจะขออภัยกันได้ก็ควรทำ และอะไรที่พอจะอภัยกันได้ก็ควรทำ

หลังจากแสดงความคิดเห็นแล้วโปรดรอสักครู่ หรือกด refresh เพื่อเรียกข้อมูลล่าสุด (ขออภัยในความไม่สะดวก)

เรื่องอื่นๆ