-A +A

สมัครรับข่าวผ่าน SMS เพียง 29 บาท/เดือน ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

ความคิดเห็น : สัมมนาเพื่อไทยที่เชียงใหม่ เน้นวิจารณ์รัฐบาลแก้เศรษฐกิจ



Comments



ถามแกนนำ

ถามแกนนำ คนเสื้อแดง
ประชาธิปไตย เพื่อประชาชนจะเกิดได้จริง นักปราศรัยระดับแกนนำ วีระ ณัฐวุธ จตุพร หมอเห-วง กอบแก้ว ชินวัตร วิภูแถลง แรมโบ้ และอีกหลายคนที่เด่นๆ ควรเลิกพูดความรู้สึกของนักการเมือง หรือผลงานของท่านทักษิณ มุขนี้จืด เป็นแผ่นเสียงตกร่องแล้ว

ข้อเปรียบเทียบชัดเจนอยู่แล้วไม่มีนายกคนไหนทำได้เท่า ทำดีกว่านี้ยังไม่มี การปลุกเร้าทุกเวทีเหมือนกัน เป็นเรื่องความรู้สึกของนักการเมืองสองฝ่ายแย่งอำนาจกัน แล้วมีพวกท่านออกมาเป็นแกนนำอธิบายซ้ำๆเมื่อไหร่จะถึงเวลาที่พวกท่านจะบอกกับประชาชน ประชาธิปไตยเพื่อประชาชนนั้นเป็นอย่างไร ประกอบด้วยอะไร

ทุกพื้นที่ยอมรับผลงานท่านทักษิณ สงสาร เห็นใจ จึงสระเวลา เสียเงินในส่วนของครอบครัวเพื่อรวมพลังเอาทักษิณกลับมานั้นเต็มที่อยู่แล้ว หากพวกท่านไม่สามารถอธิบายได้ พันธกิจที่เราร่วมทำกันอยู่ก็เป็นเพียงประชาธิปไตยเพื่อนักการเมืองเท่านั้นเอง

ทำไมพวกท่านไม่สานฝันของท่านทักษิณให้ประชาชนได้รู้ว่านอกเหนือจากพันธกิจปกป้อง ท่าน ทักษิณ และเอาคืนมาแล้วประชาธิปไตยจริงๆของท่านนั้นจะจุดประกายความหวังของพวกเราอย่างไร เพราะหลังจากคนที่ได้ไปร่วมกิจกรรมแดงทั้งแผ่นดินแล้ว ส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นเพียงประชาธิปไตยเพื่อนักการเมือง จึงเกิดความคิดว่า ถ้าพวกท่านยังใช้มุขเดิมเรียกมวลชนอยู่ ก็ยิ่งตอกย้ำการเรียกร้องเป็นเพียงประชาธิปไตยเพื่อนักการเมือง

ฝันของท่านทักษิณในเรื่องประชาธิปไตย อยากให้เป็นอย่างไร เวลา Phone in กรุณาถามด้วย พวกท่านอาจลืมไปแล้ว ผมคนหนึ่งไม่ลืมแต่ไม่มีศักยภาพที่จะบอกให้คนเสื้อแดงรู้ได้ทั่ว เท่าเทียมรวดเร็วเท่าพวกท่าน พวกทานทำได้ จากฐานประชาชนที่เลือกพลังประชาชนกว่า 16 ล้านเสียงจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ท่านอาจทำได้ถึง 1% เท่ากับ 1.6 ล้านคน ลองเปลี่ยนดูซิครับจะมีคนร่วมสานฝันมากขนาดไหน มากขึ้นเท่าไหร่อำนาจในการต่อรองก็มากขึ้นทวีคูณแหละครับ เอาใจ เอาแรงกาย เอาตังค์ช่วยแล้ว ยังมีแรงอีกเยอะตังค์ก็ยังไม่หมด



อยาให้พรรคเพื่อไทย

อยาให้พรรคเพื่อไทย สร้างเครือข่ายกับนักธุรกิจ ตามหัวเมือง และในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ

เพื่อสร้างเป็น Think tank เพือวางนโยบายด้านเศรษฐิจ อย่ารวบรวมมาแต่ปัญหาอย่างเดียว แต่ต้องรวบรวมวิธีการแ้ใข ข้อเสนอแนะมาด้วย

บางที พรรคอาจจะเป็นเจ้าภาพ ในการสัมมนา ว่าผู้ประกอบการ ทั้ง ส่งออก ผลิต ค้าขายในท้องถิ่น พวเขาต้องการอะไร โดยเน้นว่า ต้องให้ประชาชนนอยู่รอด คนค้าขายอยู่รอด

บางทีการสัมมนา กับบรรดาNGO ที่เป็นนักพัฒนาชุมชนจริงๆ ก็น่าจะทำด้วยเช่นกัน(ระวังพวกมาเฟียNGOบางคนไว้ด้วย)



เห็นด้วยนะ ในเมื่อ รบ

เห็นด้วยนะ ในเมื่อ รบ ไม่มีความกระตือรือร้นอะไรเลย เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะหาทางช่วยประชาชนของเราเอง



เป็นการเสริมความเห็นโดยคัดข้อ

เป็นการเสริมความเห็นโดยคัดข้อความมาจาก ผู้จัดการ (ASTV)...
วันนี้ (12 ก.ค.) นาย สมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีที่ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานรัฐสภาคนที่ 2 ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการถวายฎีกาเพื่ออภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเปรียบเทียบกับสมัยพ่อขุนรามฯ ที่สามารถสั่นกระดิ่งร้องทุกข์กับพระมหากษัตริย์ได้ ว่า ไม่เห็นด้วย ที่ พ.อ.อภิวันท์ ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ เพราะอย่าลืมว่าอยู่ในตำแหน่งรองประธานสภา ซึ่งก็รู้ว่าในทางกฎหมายแล้วทำไม่ได้ เพราะถ้าหากขออภัยโทษ พ.ต.ท. ทักษิณ ต้องสำนึกผิดก่อน หรือถ้าอยากแสดงความคิดเห็นให้ พ.อ.อภิวันท์ พิจารณาตัวเองก่อน เนื่องจากอย่าลืมว่าเคยเป็นแกนนำ นปช. ที่ไปบุกบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งจากการกระทำดังกล่าวน่าจะถูกถอดออกจากตำแหน่งด้วยซ้ำ

นายสมชาย กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่สมัยก่อนประชาชนสามารถถวายฎีกาโดยการสั่นกระดิ่งนั้น จากที่ตนเคยอ่านประวัติศาสตร์การเมือง ของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ระบุว่าในรัชกาลที่ 4 ชอบมีหน้าม้าวิ่งเต้น เหมือนอาสาช่วยเหลือราษฎร แต่ความจริงอยู่ในคราบหน้าม้าที่ต้องการเงินจากราษฎร เอาความทุกข์มาแอบอ้างกับพระมหากษัตริย์ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ต้องถูกลงโทษในที่สุด โดยตนมาคิดดูแล้ว กลุ่มคนหน้าม้าสมัยก่อนเหมือนกลุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวจัดม็อบอยู่ในขณะนี้ บางคนรับจ้างตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จึงเป็นคำถามมาถึงทุกวันนี้ว่า หน้าม้าไม่ได้ทำอะไร แต่กลับมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ ทั้งนี้เมื่อสมัยก่อนมีอยู่ 2 เรื่อง ที่ไม่ได้รับการให้อภัยโทษ คือ การก่อกบฏ และฉ้อราษฎร์บังหลวง



คัดมาจาก ผู้จัดการ

คัดมาจาก ผู้จัดการ (ASTV)
วันนี้ (12 ก.ค.) นาย สมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีที่ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานรัฐสภาคนที่ 2 ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการถวายฎีกาเพื่ออภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเปรียบเทียบกับสมัยพ่อขุนรามฯ ที่สามารถสั่นกระดิ่งร้องทุกข์กับพระมหากษัตริย์ได้ ว่า ไม่เห็นด้วย ที่ พ.อ.อภิวันท์ ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ เพราะอย่าลืมว่าอยู่ในตำแหน่งรองประธานสภา ซึ่งก็รู้ว่าในทางกฎหมายแล้วทำไม่ได้ เพราะถ้าหากขออภัยโทษ พ.ต.ท. ทักษิณ ต้องสำนึกผิดก่อน หรือถ้าอยากแสดงความคิดเห็นให้ พ.อ.อภิวันท์ พิจารณาตัวเองก่อน เนื่องจากอย่าลืมว่าเคยเป็นแกนนำ นปช. ที่ไปบุกบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งจากการกระทำดังกล่าวน่าจะถูกถอดออกจากตำแหน่งด้วยซ้ำ

นายสมชาย กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่สมัยก่อนประชาชนสามารถถวายฎีกาโดยการสั่นกระดิ่งนั้น จากที่ตนเคยอ่านประวัติศาสตร์การเมือง ของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ระบุว่าในรัชกาลที่ 4 ชอบมีหน้าม้าวิ่งเต้น เหมือนอาสาช่วยเหลือราษฎร แต่ความจริงอยู่ในคราบหน้าม้าที่ต้องการเงินจากราษฎร เอาความทุกข์มาแอบอ้างกับพระมหากษัตริย์ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ต้องถูกลงโทษในที่สุด โดยตนมาคิดดูแล้ว กลุ่มคนหน้าม้าสมัยก่อนเหมือนกลุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวจัดม็อบอยู่ในขณะนี้ บางคนรับจ้างตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จึงเป็นคำถามมาถึงทุกวันนี้ว่า หน้าม้าไม่ได้ทำอะไร แต่กลับมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ ทั้งนี้เมื่อสมัยก่อนมีอยู่ 2 เรื่อง ที่ไม่ได้รับการให้อภัยโทษ คือ การก่อกบฏ และฉ้อราษฎร์บังหลวง

ประกาศ: เว็บไซต์ประชาไท ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแสดงความคิดเห็น จากเดิมแสดงแบบขั้นบันได เปลี่ยนเป็นความเห็นต่อท้าย โดยผู้แสดงความเห็นสามารถ "อ้างอิงความเห็น" เพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นกับความเห็นก่อนหน้านั้นได้

 

จึงแจ้งมาเพื่อทราบ -- www.prachatai.com

เรื่องอื่นๆ