'จาตุรนต์' วิพากษ์ '6 เดือน สอนบริหารอภิสิทธิ์' : ล้มเหลว เหตุที่มาไม่เป็นธรรม

 
 
 
5 ก.ค.52 เวลา 10.30 น. โรงแรมเรดิสัน พระราม 9  นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงถึง 6 เดือนรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยระบุว่า ‘ความล้มเหลวจากที่มาและกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย’
 
นายจาตุรนต์ เริ่มต้นกล่าวถึงการออกมาแถลงครั้งนี้ว่า ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้แสดงความคิดเห็นเรื่องการเมืองบ่อยนัก แต่ถึงตอนนี้เห็นว่า เป็นโอกาสครบ 6 เดือนของการบริหารรัฐบาลปัจจุบัน น่าจะได้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ผลงานรัฐบาลเสียบ้าง ซึ่งเมื่อก่อนก็เคยวิจารณ์การทำงานของ คมช. ในการติดตามผลงานการทำงานรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งพบว่าขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ต้องประสบวิกฤตทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ทำให้ประเทศไทยประสบวิกฤตหนักหนาสาหัสมากกว่าครั้งใดๆ ในรอบหลายสิบปี ในการที่จะต้องมารับกับวิกฤตอย่างนี้  และพบว่ารัฐบาลปัจจุบันประสบความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง
 
ทั้งนี้อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยได้วิจารณ์ผลงานด้านต่างๆ ของรัฐบาล โดยระบุว่าเป็นความล้มเหลวในด้านต่างๆ 5 เรื่อง คือ 1.การแก้ปัญหาเศรษฐกิจการ 2.แก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมและการสร้างสมานฉันท์ 3.การแก้ปัญหาภาคใต้  4.กรณีปราสาทพระวิหาร  และ 5.การทุจริตคอร์รัปชั่น โดยทั้ง 5 ด้านพบว่าความล้มเหลวที่สำคัญเกิดจากที่มาและกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย  ที่มาของรัฐบาลไม่เป็นประชาธิปไตย และเนื่องจากใช้กติกาที่ไม่ประชาธิปไตยและไม่เป็นธรรม  ทำให้เป็นปัญหาความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล รวมทั้งรัฐบาลมาจากความขัดแย้ง และปล่อยให้ความขัดแย้งดำรงอยู่ โดยไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งได้
 
“รัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากประชาชนในการเลือกตั้ง แต่มาจากการใช้กติกาและกลไกที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเข้ามาเปลี่ยนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มาแทนที่โดยอาศัยหลายฝ่ายที่ไม่ใช่ประชาชนมาสนับสนุน จึงเป็นรัฐบาลที่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยผู้ตั้งตัวเองเป็นรัฐบาล มีความเกรงอกเกรงใจมากเป็นพิเศษ  จนรัฐบาลนี้ไม่อาจจะเป็นตัวของตัวเองได้ จากสภาพความขัดแย้งที่มาอย่างต่อเนื่องจากความไม่เป็นประชาธิปไตยและความไม่เป็นธรรม  ทำให้ไม่มีทางที่จะสร้างบรรยากาศของการลงทุนให้เกิดขึ้นได้  
 
“ที่สำคัญรัฐบาลนี้ยังขาดความสามารถในการบริหาร กำหนดนโยบาย การสั่งการ การประสาน ปรึกษาหารือกับผู้รับผิดชอบงานในด้านต่างๆ จะเห็นผู้นำของรัฐบาลหรือ คนสำคัญของรัฐบาล จะเน้นการพูด การชิงไหวชิงพริบ  รวมถึงคนในรัฐบางส่วน เน้นการทำลายฝ่ายตรงข้ามมากกว่าที่จะหาทางแก้ปัญหาของบ้านเมือง”
 
 
ทำลงทุน ส่งออกฮวบ กระตุ้นช้า ประเมินพลาด
ไม่สามารถดูแลเงินบาท ต่อรองการเมืองจนพลาดเรื่องใหญ่
ทั้งนี้นายจาตุรนต์ได้ขยายความปัญหา 5 ประเด็นที่สะท้อนความล้มเหลวคือ  เรื่องแรก คือ “เศรษฐกิจ” ในการแก้ปัญหาพบว่าล้มเหลวในแง่การกำหนดนโยบาย  กำกับดูแลบนโยบายไปสู่การปฏิบัติ จนกระทั่งได้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศมากกว่าควรจะเป็น   มากกว่าที่รัฐคาดการณ์หรือรัฐบาลได้บอกกล่าวกับประชาชนไทย กรณีตัวเลขเศรษฐกิจที่หดตัว 7.1 ของไตรมาสแรกของปีนี้ และยังพบว่าการลงทุนลดลงอย่างมากเป็นประวัติการณ์ คือดัชนีการลงทุนภาคเอกชนลดลงตลอด 5 เดือนแรก ในเดือนพฤษภาคมเดือนเดียวลดลง 16.5 เปอร์เซ็นต์ ถึงสิ้นปี 51 ธนาคารปล่อยสินเชื่อ สินเชื่อธนาคารอยู่ที่ 6.7 ล้านล้านบาท พอสิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เหลือ 6.5 ล้านล้านบาท  ซึ่งหายไป 2 แสนล้านบาท
 
การส่งออกในเดือนพฤษภาคมออกลดลง 26.6 เปอร์เซ็นต์ ติดลบตั้งแต่การส่งออกเริ่มลดลงในเดือนพฤศจิกายน 51 การท่องเที่ยวเดือนพฤษภาคมลดลงเหลือ 912,000 คน ติดลบ 22.2 เปอร์เซ็นต์เป็นยอดนักท่องเที่ยวต่ำกว่า 1 ล้านคนต่อเดือนในรอบหลายปี   นอกจากนั้นราคาสินเกษตรที่เกษตรกรขายได้ที่ได้มาในเดือนพฤษภาคม ลดลง 18.40 เปอร์เซ็นต์ ลดลงมากพิเศษเหมือนกัน การที่มีปัญหามากๆอย่างนี้ ที่สำคัญอย่างหนึ่งคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เน้นการใช้จ่ายภาครัฐด้วยการขาดดุลมีผลน้อย เนื่องจากขาดดุลมากกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้  คือรัฐบาลได้ประเมินภาวะเศรษฐกิจผิดพลาดและยังขี้แจงกับประชาชนไปในทางที่ผิดพลาดด้วย
 
การใช้จ่ายตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็เป็นไปอย่างช้ามาก  จนกระทั่งไม่อาจกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ขณะนี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกเหลืออีกเพียง 3 - 4 เดือนเท่านั้น ต้องปิดงบในเดือนกันยายน การเบิกจ่ายมาจนถึงเดือนพฤษภาคม มีแค่ 40 เปอร์เซ็นต์ ในบางโครงการเป็นตัวเลขที่ต่ำมากจนน่าตกใจ  ทำไมการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจึงล้มเหลวมากอย่างนี้  แล้วเราก็พบว่า ขณะนี้มีหนี้สินมหาศาลเกิดขึ้ นายกรัฐมนตรีได้แค่ปลอบใจว่า รัฐบาลจะเป็นคนใช้หนี้  ประชาชนไม่ต้องใช้  ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะเอาเงินส่วนตัวมาหรืออย่างไร
 
เศรษฐกิจมาอยู่ในสภาพอย่างนี้  รัฐบาลประเมินต่ำ ไม่พูดความจริง ไม่ทำให้คนเห็นว่านี่คือวิกฤตเศรษฐกิจที่ร้ายแรง  ในเมื่อการใช้จ่ายของภาครัฐมีข้อจำกัดมาก คือรายได้หายไปอย่างผิดคาด ต้องกู้หนี้ยืมสินแล้วก็ยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เท่าไหร่  เพราะส่วนใหญ่ต้องไปใช้ชดเชยเงินคงคลัง  ในระหว่างนี้รัฐบาลละเลยที่จะมาให้ความสนใจกับปัญหาการส่งออก  การท่องเที่ยวและราคาพืชผลเกษตร  ก็คือไม่ได้สนใจการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ทั้งของรัฐและเอกชนอย่างเพียงพอ
 
ไม่สามารถดูแลเงินบาทในการใช้ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ  ทั้งมาจากข้อจำกัดของกฎหมายที่ให้อำนาจอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมากไปและขาดการปรึกษาหารือ  การแบ่งกระทรวงที่พรรคแกนนำไม่ได้ดูแลกระทรวงหลัก เหลือเพียงกระทรวงคลังกระทรวงเดียว  ทำให้รัฐบาลนี้ทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีกำกับกระทรวงต่างๆไม่ได้  ทำให้ไม่มีการกำหนดนโยบาย ไม่มีการสั่งการในทางนโยบายที่จะไปแก้ปัญหา  
 
รัฐบาลต้องสาระวนอยู่กับการพยายามแสวงหาผลประโยชน์ตามกระทรวง กับการต่อรองผลประโยชน์ที่ไม่สามารถหาข้อยุติได้  จนกระทั่งไม่สามารถทำเรื่องใหญ่ๆ ร่วมกันได้  ตัวอย่าง ที่เห็นได้ชัดคือการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน  ปัญหาการจำนำข้าว ขายข้าวขาดทุน  จนบัดนี้รัฐบาลยังไม่มีนโยบายที่เป็นข้อสรุปว่า นโยบายสำหรับพืชผลเกษตรจะใช้นโยบายอะไร  ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมราคาสินค้าเกษตรจึงมีปัญหามากโดยไม่มีใครดูแล ประกอบกับรัฐบาลนี้การขาดประสบการณ์ในการบริหารงาน  นั่นเป็นปัญหาเศรษฐกิจ
 
 
ไม่เข้าใจเหตุความแตกแยกในสังคม เตรียมการแยบยลในการสลายการชุมนุม
ส่งเสริมการยุติธรรม 2 มาตรฐาน เอาแต่ชิงไหวชิงพริบทางการเมือง
ด้านการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม และสร้างความสมานฉันท์ นายจาตุรนต์กล่าวว่า รัฐบาลนี้ยังไม่ได้แสดงความเข้าใจว่าประเทศมีวิกฤตความขัดแย้งในสังคม  ไม่เข้าใจว่าสังคมได้มีวิกฤตแตกแยกร้าวลึกกว่าที่ผ่านมาในอดีต   ที่ต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง  ไม่ได้เข้าใจต้นเหตุของปัญหาหรือมองเห็นความจำเป็นที่จะต้องพยายามให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาหาทางออกที่ยั่งยืน  คือ การแก้กติกา สร้างค่านิยม วัฒนธรรมที่ยอมรับกติกาประชาธิปไตย  
 
ตอนเกิดการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านรัฐบาล  รัฐบาลได้เลือกที่จะใช้มาตรการทางทหารที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ  โดยรัฐบาลได้ไตร่ตรองไว้ก่อน และมีการเตรียมการมาอย่างแยบยล เป็นมาตรการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล  ใช้ปราบปรามประชาชนแบบผิดกฎหมาย   พร้อมทั้งยังส่งเสริมการใช้กระบวนการยุติธรรมแบบ 2 มาตรฐาน  แม้จะมีทีท่าอยู่บ้างว่าจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเมื่อมีการประชุมร่วมกันของ 2 สภา เนื่องจากมีการเสนอข้อมูลที่แตกต่างกันของรัฐบาล  แต่ว่าเมื่อทำงานไประยะหนึ่งปรากฏว่ารัฐบาลไม่ได้แสดงความจริงใจ  นายกรัฐมนตรีไม่ได้แสดงความเห็นอะไรเท่าไหร่ พรรคประชาธิปัตย์ไม่แสดงความเห็นอะไรต่อการแก้รัฐธรรมนูญ และยังให้อดีตหัวหน้าพรรคถึง 2 คน มาแสดงความเห็นในทางไม่เห็นด้วยต่อการแก้รัฐธรรมนูญ  หรือไม่เห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นต้นเหตุของปัญหา
 
ประเด็นในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง  ในสังคมไม่อาจแก้ได้ เพราะบุคลิกของนักการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์เอง ทั้งนายกรัฐมนตรี โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคและบุคคลอื่นๆ เน้นการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง บางคนถึงขั้นเกะกะระรานรายวัน หรือไม่ก็ใส่ร้ายดื้อๆ ยกกรณีครั้งหลังสุดกรณีแผนตากสิน 2 เป็นต้น กุเรื่องขึ้น ใส่ร้ายกันดื้อๆ ใครถามก็บอกว่าผ่านตามาแล้ว อะไรผ่านตาก็ไม่รู้ สุดท้ายคือไม่มีจริงเลย อันนี้คือไม่มีทางที่จะสร้างความสมานฉันท์ได้  ถ้าไม่แก้ที่ตนเหตุ ที่ความไม่เป็นประชาธิปไตย หรือความไม่ยุติธรรมในประเทศนี้
 
 
ปัญหาใต้ ทุ่มงบเหลว
นำกองทัพไม่ได้ เพราะกองทัพตั้งมา
เรื่องที่สาม  ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยิ่งน่าเป็นห่วง  ผมไม่ค่อยวิจารณ์เรื่องนี้ ยังคงยืนยีนท่าทีแบบเดิมมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีว่ากรณีปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ถ้ามีอะไรจะช่วยสนับสนุนได้ยินดีที่จะช่วยเสมอ  รวมทั้งรัฐบาลชุดนี้ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็ยินดีเสมอ แต่ต้องยอมรับว่า น่าเป็นห่วงมากที่ความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีระดับความรุนแรงที่สูงขึ้น  ทั้งๆที่ได้ทุ่มงบประมาณไปมาก  แต่กลับไม่เกิดผล แล้วก็ทั้งๆ ที่ประกาศเป็นนโยบาย จะแก้ให้ได้ ลดปัญหาให้ได้ภายใน 99 วัน 
 
ที่เป็นปัญหาอย่างนี้ เพราะรัฐบาลไม่ได้ให้เวลา  และรัฐบาลไม่สามารถนำกองทัพได้จริง บางเรื่องยังตกลงกับกองทัพ ผู้นำกองทัพไม่ได้  ด้วยเหตุจากการที่รัฐบาลต้องอยู่ในสภาพที่ต้องเกรงใจกองทัพ  เพราะกองทัพเป็นคนตั้งตนเองมาเป็นรัฐบาล  เลยทำให้การนำของรัฐบาลต่อกองทัพไม่สามารถทำได้   
 
ยิ่งไปกว่านั้น การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับสูงยังไม่ได้แสดงความเข้าใจความหมายของคำว่า “การเมืองนำการทหาร” เลย อันนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่มากที่ผู้รับผิดชอบโดยตรง  โดยผู้บัญชาการกองทัพบกเองเมื่อไม่เข้าใจเรื่องการเมืองนำการทหารแล้ว คุยกับนายกฯก็คุยไม่ค่อยได้ด้วย ทางรัฐบาลก็ไม่แสดงความเข้าใจ การเมืองนำการทหารแปลว่าอะไร การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงไม่สำเร็จ ทำกันอยู่อย่างนี้ ไม่ยกเครื่องทำกันอย่างจริงจัง ปัญหาก็จะเลวร้ายลงไปอีก
 
 
พระวิหาร : นายกฯมีทิฐิ ที่ทำและพูดไว้ตอนเป็นฝ่ายค้าน
เรื่องที่สี่ คือ กรณีปราสาทพระวิหาร  มาถึงวันนี้ยิ่งเกิดความชัดเจนว่าได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ จากกรณีปราสาทพระวิหาร และอาจทำให้ประเทศไทยเสียผลประโยชน์มากกว่านี้มากขึ้นได้อีก  ปัญหาใหญ่สุด อยู่ที่นายกรัฐมนตรีมีทิฐิ ไม่ยอมรับความผิดพลาดที่ได้ทำไว้ พูดไว้ ในขณะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ก่อนมาเป็นรัฐบาล คำพูดที่ว่า ที่ดินใต้ปราสาทและที่ดินบริเวณปราสาทยังเป็นของไทย ทั้งๆ ที่ศาลโลกตัดสินไปนานแล้วว่า ปราสาทพระวิหารอยู่ภายในเขตประชาธิปไตยของกัมพูชา
 
รัฐบาลนี้มีนายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ นายกษิตประกาศบนเวทีพันธมิตรฯ จะนำปราสาทพระวิหารคืนจากกัมพูชา รวมทั้งรัฐมนตรีกษิตและพรรคประชาธิปัตย์ยังระบุว่าประเทศไทยยังสงวนสิทธิท้วงคืนปราสาทพระวิหาร ตรงนี้เข้าใจว่ารวมถึงนายกฯอภิสิทธิ์ด้วย ยังสงวนสิทธิทวงคืนปราสาทพระวิหาร หากค้นพบหลักฐานใหม่ทวงคืนได้ตลอดเวลา เพราะไม่มีกำหนดอายุความ ตามข้อ 60 รัฐธรรมนูญศาลโลก ซึ่งเป็นความเห็นที่ขัดแย้งกับกระทรวงการต่างประเทศ  ขัดกับสภาความมั่นคงของไทยเอง  เป็นความขัดแย้งกับประเทศไทยเอง
 
แต่ที่สำคัญคือว่า ที่แสดงความเห็นเหล่านี้ไปแล้ว เมื่อมาถึงปัจจุบันเพื่อเอาชนะคะคานทางการเมืองกับนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีก็ออกมายืนยันความเห็นเดิม  และทั้งหมด คือทั้งนายกรัฐมนตรีรัฐบาล และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศปัจจุบัน ไม่ได้แสดงความยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีตเลยแม้แต่น้อย ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมจะทำให้เกิดความรู้สึกในทางไม่ดีจากฝ่ายรัฐบาลและประชาชนกัมพูชาต่อไป
 
 
ทุจริต : ไร้การตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ
เรื่องที่ห้า คือเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น ที่สำคัญคือปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ในปัจจุบันไม่มีการตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากกติกากำหนดไว้เป็นอย่างนั้น คือมีองค์กรที่ทำหน้าที่การตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น อย่าง ป.ป.ช. สตง.  แต่บุคลากร กรรมการต่างๆที่รับผิดชอบ  ล้วนมาจาก คมช.ทั้งสิ้น ซึ่งทำให้องค์กรตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ และองค์กรเหล่านี้เอียงมาทางรัฐบาลนี้อยู่แล้ว  เพราะว่ามาจากสายเดียวกัน ทำให้เปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้ง่าย ดูจากกรณีที่ขัดแย้งกันอยู่ เช่น กรณีรถเมล์ 4 พันคัน กรณีการขายข้าวที่กระทรวงพาณิชย์ก็น่าเป็นห่วงอยู่แล้ว  พ.ร.ก. 4 แสนล้านยิ่งเป็นเหมือนการเซ็นเช็คเปล่าให้รัฐบาล
 
 
 
 
สรุป ขาดประสบการณ์
ที่มาไม่เป็นธรรม ทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง เลื่อนลอย
“สรุปได้ชัดเจนรัฐบาลล้มเหลวทั้ง 5 เรื่อง ความล้มเหลวคือการขาดประสบการณ์ของพรรคแกนนำ มีที่มาที่ไม่ชอบธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย  การแบ่งงานไม่สามารถแบ่งงานให้สอดคล้องกับคนที่ทำงานหรือพรรคที่ทำ  แบ่งไปแล้ว  ขาดไปแล้ว คุยกันไม่ได้  กลับต้องเกรงใจพรรคร่วมรัฐบาลและกองทัพ  จนไม่เป็นตัวของตัวเอง  เรื่องทั้งหมดนี้นอกจากเกิดจากความขาดความสามารถขาดประสบการณ์ ที่มาที่ไม่ชอบธรรม  ทำให้รัฐบาลนี้ไม่สามารถอยู่ในสภาพที่จะนำพาหรือปรึกษาหารือ คิดนโยบายร่วมกันแล้ว  ยังเกิดจากการขาดความเข้าใจว่าประเทศนี้อยู่ในวิกฤตทั้งเศรษฐกิจและวิกฤตการเมืองที่ร้ายแรงกว่าครั้งไหนๆ ในรอบหลายสิบปี”
 
นายจาตุรนต์ ยังกล่าวด้วยว่า บทบาทของนายกรัฐมนตรีดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็ก แต่อาจจะไม่เล็ก คือ กิจกรรมของนายกฯดูเหมือนว่าการจัดคิวบทบาทมันค่อนข้างเลื่อนลอย  ไม่อยู่กับเรื่องใหญ่ๆ  เรื่องที่ต้องการการแก้ไขรีบด่วน ต้องการความชัดเจนในทางนโยบาย  ต้องการการสั่งการ  บัญชาการจากนายกฯ เมื่อไม่มีกิจกรรมแบบนี้ นานเข้า สิ่งที่พูดก็ลอยไปด้วย  กรณีการพูดว่า ตัวเลขเศรษฐกิจติดลบ 7 เปอร์เซ็นต์ ก็บอกว่ายังดีกว่าบางประเทศ พูดลักษณะปลอบใจไป  แต่ว่าเนื่องจากติดบุคลิกของพรรคประชาธิปัตย์ที่ชอบชิงไหวชิงพริบ เอาชนะทางการเมือง ก็เลยยิ่งกลายเป็นว่าสิ่งที่พูดลอยห่างออกจากการปฏิบัติที่เป็นจริง
 
เรื่องที่วิจารณ์ไปแล้ว ก็หวังว่าบางเรื่องจะเป็นประโยชน์ ปรับการทำงาน เพิ่มการให้ความสำคัญทางด้านนโยบาย การดูแลนโยบาย การประสานงาน การสั่งการ ให้มากขึ้น  ที่สำคัญมากคือว่ารัฐบาลนี้ต้องมาทำความเข้าใจกันใหม่ว่าประเทศอยู่ในวิกฤตที่ร้ายแรง และถ้าไม่แก้วิกฤตที่ต้นเหตุ  โดยเฉพาะวิกฤตประชาธิปไตยและความไม่เป็นธรรม ความขัดแย้งก็จะดำรงอยู่ไม่สิ้นสุด  หรือจะยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อประเทศพบวิกฤตทางการเมืองที่รุนแรงอย่างนี้ ก็ยากมากแล้วที่จะแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ยิ่งมาเจอกับรัฐบาลที่มีที่มาอย่างนี้ด้วย ถ้าไม่รีบแก้ปัญหากติกาให้ถูกต้อง ไม่รีบแก้ให้เกิดความยุติธรรมจริงๆ แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ แก้กติกาให้หมด เริ่มต้นกันใหม่ ให้ประชาชนตัดสิน หารัฐบาลที่ชอบธรรม หารัฐบาลที่มีความชอบธรรมในการบริหาร  ถ้าไม่รีบทำอย่างนี้ปัญหาจะร้ายแรงมากขึ้น และผู้ที่เกิดความเสียหายไม่ใช่ใครอื่น ก็คือประชาชนทั้งประเทศนั่นเอง  หวังว่าบางเรื่องรัฐบาลจะรีบนำไปพิจารณา
 
ประเด็นสุดท้าย มีคนถามผมว่าอยู่เรื่อยๆ เหมือนกัน คือ เรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ผมเคยเป็นประธานคณะกรรมการดูแลเรื่องไข้หวัดนกมาก่อน  ก็อยากจะให้คำแนะนำว่า ปัญหาไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009  เพราะปัญหาไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เป็นเรื่องที่ประชาชนทั้งประเทศวิตกห่วงใย  เรื่องนี้ได้สะท้อนความสามารถในการบริหารงานของรัฐบาลอย่างชัดเจน  คือ ไม่ให้ข้อมูลชัดเจน ปิดบังอยู่ นโยบายไม่ชี้แจง  ไม่มีการให้คำแนะนำอย่างเป็นระบบอย่างวิทยาศาสตร์ให้คนเข้าใจได้ง่ายว่าติดโรคจากอะไร ได้อย่างไร  ป้องกันได้บ้าง
 
ยกกรณีภาพข่าวทหารทั้งกรม ทั้งกองร้อยมีการล้างมือในกาละมัง 2 ใบ และมีผ้าเช็ดมืออยู่ผืนเดียว บอกว่าป้องกันได้แล้ว  มีการล้างถนนเป็นระยะๆ เสมือนเป็นมาตรการป้องกันได้แล้ว ซึ่งไม่ตรงเลย ไม่มีการสรุปเชิงสถิติว่าติดเชื้อจากอะไร  เกิดจากพฤติกรรมอย่างไรจึงติดโรค  สถิติข้อมูลในประเทศต่างๆ เป็นอย่างไร แล้วเปรียบเทียบกับประเทศไทยเป็นอย่างไร  นาทีนี้ทำไมไม่ใช้ทีวีพูลอย่างจริงจัง แนะนำประชาชนอย่างขนานใหญ่  คนจะได้ลดความหวาดกลัว พร้อมทั้งประชาชนจะได้ไม่ประมาท 
 
“ตอนนี้นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่พูดเพียงว่า ตายยังไม่มาก ถ้ามากก็ยังไม่เท่าประเทศอื่น ผมเห็นว่านายกรัฐมนตรีต้องเรียกประชุมชี้แจงให้เป็นระบบ  ผมเชื่อว่าประชาชนไม่ต้องการคำปลอบใจว่ายังไม่รุนแรง”
 

 

เรื่องเงินกู้ นาย ก

เรื่องเงินกู้ นาย ก ก็อ้างว่า ประเทศอื่นก็กู้เหมือนกัน
เรื่องไข้หวัด2009 นาย ก ก็อ้างว่าเป็นเองหายเอง พอมีคนตายก็บอกว่า ประเทศอื่นก็ตายเหมือนกัน อยากทราบว่าถ้าเทียบเป็นเปอร์เซนต์จำนวนคนที่ตายกับ จำนวนคนที่ติดเชื้อ2009 มากกว่าประเทศอื่นจะอธิบายอย่างไร

อยากให้ นาย ก พึงระลึกถึง อดีต นายกชาติชายว่า " คำพูดเป็นนายเรา "

ตอนเป็นผู้นำฝ่ายค้าน พธม. ล้อมทำเนียบและยึดสนามบินให้ความเห็นว่าอย่างไร
พอมาเป็น นาย ก เสื้อแดงล้อมทำเนียบให้ความเห็นอย่างไร

ตอนเป็นผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายเรื่องเขาพระวิหารอย่างไร
พอมาเป็น นาย ก แสดงท่าทีต่อเรื่องเขาพระวิหารอย่างไร

ตอนเป็นผู้นำฝ่ายค้าน แสดงความเห็นต่อการแก้ปัญหาภาคใต้อย่างไร
พอมาเป็น นาย ก แสดงฝีมือในการแก้ปัญหาภาคใต้เป็นอย่างไร

ตอนเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เคยแสดงความเห็นอย่างไร เมื่อ นายกฯหรือ รมต.ลงพื้นที่ภาคใต้แล้วโดนต่อต้าน ขว้างปา ขับไล่
พอมาเป็น นาย ก แล้วโดนบ้าง ในอนาคตข้างหน้า ผมจะคอยฟังว่า นาย ก จะให้ความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร เมื่อเป็น นายกฯ

...ประเทศไทยใต้การปกครองรัฐบา

...ประเทศไทยใต้การปกครองรัฐบาลของนายทักษิณ ทำชาติฉิบหาย สูญเสียดินแดน สูญเสียอนาธิปไตย อย่างนี้ดีกว่าไหม??

ทุกวันชาติบ้านเมืองวุ่นวายเพราะคนชื่อนายทักษิณ ชินวัตร เพียงคนเดียว

ช่างหัวแม่ ง

ช่างหัวแม่ ง ทักษิณ
เราควรคิดพิจารณาถึงปัจจุบัน มันถึงจะสร้างสรรครับ
อันไหนดีก็ว่าดี อันไหนควรแก้ก็ควรแก้
มันจะดีขึ้นตรงไหน
กับการจมจ่อมด่าว่าอดีต

ที่ดินใต้ปราสาทและที่ดินบริเว

ที่ดินใต้ปราสาทและที่ดินบริเวณปราสาทยังเป็นของไทย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

มันเป็นความซวยที่สุดอย่าวหาที

มันเป็นความซวยที่สุดอย่าวหาที่เปรียบไม่ได้แต่อดีตมาถึงรัฐบานโลซก ซกม๊ก ของไอ้นายยกหนีทหารห่วยแตก อปิแหกเนี่ย

*รัฐบาล เก่งกู้

*รัฐบาล เก่งกู้ ชูอภิสิทธิ์
นำทางผิด คิดสั้น ซ่อนปัญหา
ภาระหนี้ สร้างเสริม เติมขึ้นมา
ไร้ปัญญา สร้างงาน ให้งานมี

*ตำน้ำพริก ละลายน้ำ ทำงานจืด
ในความมืด ของเทพเทือก ตาเหลือกปี๋
มีเทพไท อยู่หน้าหอ รอต่อตี
ต้านไพรี ที่คิดต่าง อย่างเอาตาย

*รัฐบาล ทหารขี่ มีแต่กู้
แต่ไม่รู้ เอาอะไร ไปซื้อขาย
ใช้เงินเก่ง เร่งเร่งใช้ เร่งละลาย
แต่อย่าหมาย ได้อะไร ให้วังเวง

*คนตกงาน ถูกลอยแพ แย่เต็มที่
รัฐบาลนี้ มีไหม ใฝ่รีบเร่ง
แก้ปัญหา คนจน พ้นกลัวเกรง
เล่นการเมือง ตามเพรง ไปวันวัน

*ทั้งที่มา มีปัญหา ความชอบธรรม
อยู่เป็นกรรม แก่ชาติ ไม่อาจสรรค์
อภิสิทธิ์ ออกไป ชวนไล่กัน
ไล่ทุกวัน กว่าจะออก ไป ....ออกไป

หยุดสร้างกระแส คลั่งชาติ

หยุดสร้างกระแส คลั่งชาติ คลั่งเจ้า คลั่งศาสนา หยุดปลูกฝังความสอพลออันน่าขนพองสยองเกล้าให้กับประชาชน แล้วประเทศชาติจะมีความเจริญอย่างหาที่สุดมิได้

สภาพความขัดแย้งของประเทศที่เกิดขึ้นอยู่เวลานี้เป็นผลงานของอำมาตย์ที่ต้องการกำจัดทักษิณให้สิ้นซากไปจากแผ่นดินไทยจนก่อเกิดรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเก่งเรื่องการเมือง (ความหมายของคำว่าเก่งเรื่องการเมืองอย่างพรรคประชาธิปัตย์คืออะไรประชาชนคนไทยรู้ซึ้งดี) แต่ความเก่งนี้ไม่สามารถนำมาใช้กับผู้นำกัมพูชาได้ เพราะอำมาตย์ไทยไม่ใช่พ่อฮุนเซ็นที่ฮุนเซ็นจะต้องเกรงใจ รัฐบาลไทยจึงต้องทนให้ฮุนเซ็นถุมถุยอยู่ทุกวันโดยที่กองทัพไทยไม่กล้าที่จะทำอะไรได้เนื่องจากกัมพูชามีทหารพร้อมรบซึ่งต่างจากประชาชนคนเสื้อแดงมือเปล่าๆที่ทหารไทยจะใช้เอ็ม๑๖ไล่ฆ่าได้อย่างย่ามใจชนิดว่า มาแสนก็ตายแสน มาสองแสนก็ตายสองแสน

กะหิตหนีน้กข่าวที่หนามบินวันน

กะหิตหนีน้กข่าวที่หนามบินวันนี้ จะหนีทำไม เก่งนักไม่ไช่รึ รู้ตัวไม๊ว่าไม่มีความสำคัญแล้ว ดวงมึงกำลังตก โดนข้อหาร้ายแรงอย่า่งนี้ หลายๆประเทศห้ามไม่ให้เข้าประเทศเค้า แล้วมึงยังหน้าด้้านๆไม่ลาออกอีกรึไอ้ทุเรศสสสเอ๊ย

นี่หรือเมืองพุทธ

นี่หรือเมืองพุทธ !!!!!
น่าเศร้าใจจริงๆ
น่าเศร้าใจที่ถึงเวลานี้แล้ว อะไรต่อมิอะไรก็กระจ่างชัดแจ้งว่า มีกลุ่มคนที่จิตใจน่าสะพรึงส่งคนของตนไปร่วมกันวางแผนทำร้ายท่านนายกทักษิณ ร่วมกันวางแผนทำร้ายประเทศไทยที่บ้านบุคคลหนึ่งที่มีชื่อไม่เป็นมงคล...อัปปริย์ อะไรทำนองนี้ค่ะ
เวลานี้แทบทุกผู้คนในประเทศไทย น้อยนักที่จะไม่รู้ที่มาที่ไปของความแตกแยก ความอยุติธรรมในสังคม ซึ่งเกิดจากเงื้อมมือ ของกลุ่มคนนอกระบบ กลุ่มหนึ่งที่ร่วมกันทำร้ายแผ่นดินเกิด ทำร้ายคนไทยทั้งแผ่นดิน เพียงเพราะความอิฉาริษยานายกทักษิณ
สมจริงอย่างที่ท่านอดีตนายก สมัครได้กล่าวถึงพวกเหล่านั้นด้วยความท้อแท้ใจว่า....เหตุเนื่องจากความกลัวของพวกเขาเหล่านั้น ความกลัวทำให้เสื่อม !!!

ถึงเวลานี้ ทุกอย่างมันกระจ่างชัดแจ้งถึงที่มาที่ไปของความอยุติธรรมและความเลวร้ายที่ทำลายสังคมไทยอยู่ในเวลานี้
แต่ก็ยังมีคนใจบาป พยายามจ้องให้ร้ายนายกทักษิณ สร้างความแตกแยกไปทั้งชาติ
กลุ่มผลประโยชน์นี้จ้องทำลายแผ่นดินไทย ทำลายศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทย เพียงเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้อง อำนาจวาสนา ยศถาบรรดาศักดิ์ของกลุ่มพวกพ้อง และความสะใจสาแก่ใจของกลุ่มพวกพ้องเพียงแค่นั้น

................ถึงกับทำลายประเทศไทยให้ย่อยยับได้เชียวหรือ????

คอมมิวนิสต์ ตัวจริง

คอมมิวนิสต์ ตัวจริง

จิ๋มจริงๆ

จิ๋มจริงๆ มิน่าความคิดถึงได้จิ่มจัง!!!!!

ฟังอ๋อยพล่ามแล้ว

ฟังอ๋อยพล่ามแล้ว

เวียนหัวทุกทีเลย

'ความลับ' ของ ทักษิณ

'ความลับ' ของ ทักษิณ ที่มาแห่งความล้มเหลว และ โอดครวญว่าไม่เป็นธรรม
=======================================

-พ.ต.ท.ทักษิณพยายามสร้างความสัมพันธ์กับหัวหน้าพรรค คือทำธุรกิจกับการเมือง วิ่งเต้นเข้าทางผู้ใหญ่สูงสุดของพรรค

-ต่อมาตนย้ายไปเป็นเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ พ.ต.ท.ทักษิณได้สนับสนุนปัจจัยการเมืองผ่านไปทาง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ในขณะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณจึงได้เข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรี

-เมื่อก่อนเกิดวิกฤติค่าเงินบาท นายอำนวย วีรวรรณ รมว.คลังในขณะนั้นลาออก มีการคิดกันว่าจะให้ตำแหน่งนี้กับ พ.ต.ท.ทักษิณด้วยซ้ำ ตนได้ไปทาบทามคนที่น่าเชื่อถือในสังคม โดยนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รับปากว่าจะเข้ามาช่วยเป็น รมว.คลัง

-ปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณไปนำนายทนง พิทยะ ผู้บริหารธนาคารทหารไทยมารับตำแหน่งนี้แทน โดยที่ตนไม่รู้เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณไปซุบซิบกับ พล.อ.ชวลิต และนายโภคิน พลกุล อดีต รมต.สำนักนายกฯ แล้วจึงมีคำสั่งแต่งตั้งนายทนง

-ก่อนเงินบาทลอยตัว ผมไม่รู้เรื่องด้วย เพราะอยู่นอกวงของพวกเขา คนที่เกี่ยวข้องกับการลดค่าเงินบาทในขณะนั้นมี 4 คนคือ พล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ นายทนง และนายโภคิน

-ส่วนจะรู้เห็นกันขนาดไหน ผมไม่รู้ เขาบอกว่าเขาไม่รู้ อันนี้ไม่มีใบเสร็จ แต่ถ้าถามผมว่า ผลที่เกิดหลังค่าเงินบาทลอยตัวออกมาอย่างไร

"มันส่อชัดว่าทักษิณและบริษัทรอดวิกฤติคนเดียว คือผลลัพธ์มันสะท้อนชัดอยู่แล้ว การที่มีคนไปซื้อประกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทเอาไว้มากๆ หรือไปซื้อดอลลาร์เอาไว้มากๆ ก่อนประกาศลอยค่าเงินบาท ก็เหมือนจุดไฟเผาบ้านตัวเองเพื่อเอาเงินประกัน เศรษฐกิจของชาติพังเสียหาย แต่ตัวเองรอดพ้นวิกฤติเพราะได้ประกัน" นายเสนาะกล่าว

-นายเสนาะกล่าวว่า หากต้องการจะรู้ทันทักษิณ ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนอย่างไร เพราะลักษณะเฉพาะและตัวตนของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการใช้อำนาจและบริหารราชการแผ่นดินของทักษิณ ทั้งหมดนั้นประกอบขึ้นมาเป็นระบอบทักษิณ ซึ่งมีทั้งระบบการใช้อำนาจและการแสวงหาผลประโยชน์อยู่ร่วมกัน

-พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนมีวุฒิการศึกษา แต่ขาดวุฒิภาวะการเป็นผู้นำ ไม่มีสภาวะผู้นำโดยเฉพาะในระดับประเทศ เป็นคนไม่มีประสบการณ์ในการบริหารราชการ แม้เคยรับราชการตำรวจก็อยู่ไม่นาน และใช้เวลาว่างไปกับการประกอบธุรกิจ

-พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนักเสี่ยงโชค ขาดความรอบคอบ เคยประสบปัญหาทางธุรกิจ แลกเช็คและถูกฟ้องเช็คเด้ง นิยมบริหารธุรกิจแบบคิดไวทำไว โดยใช้การตลาดเป็นเครื่องมือ

-การจดทะเบียนคนจนนั้น ผมเคยแนะนำว่ามันทำไม่ได้ ไปประกาศเฉยๆ ไม่ได้ เอามาขึ้นทะเบียนเฉยๆ คนที่เป็นหนี้สินอยู่ที่ไม่ใช่คนจนก็ไปจดทะเบียนด้วย มันจะบานปลายไปใหญ่

"พี่ไม่เห็นด้วย มองด้วยจิตสำนึกมันปฏิบัติไม่ได้ มันได้แค่โชว์ตัวเลขตอนเลือกตั้ง จากนั้นไม่มีผลจริง" แต่ทักษิณตอบว่า

"โธ่...พี่เหนาะ คนตาบอดมันกลัวเสือเหรอ ถ้าเราไม่พูดแบบนี้เราจะได้เสียงเหรอ"

-เขาพูดอย่างนี้แสดงว่าไม่ได้จริงใจกับนโยบาย ประกาศไปก่อนค่อยหาวิธีการทำการตลาดทีหลัง ไปเสี่ยงเอาข้างหน้าขอให้ได้คะแนนเสียงไว้ก่อน

-ไม่สนวิธีปฏิบัติราชการ แม้แต่โครงการเอสเอ็มแอล ผมก็เตือนว่าเข้าข่ายซื้อเสียงเพราะอยู่ในภาวะเลือกตั้ง ทักษิณตอบว่า

"โธ่...อำนาจอยู่ที่เรา กกต.ก็ของเรา คนก็ของเรา"

"ล่าสุดก่อนการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 มีการกระทำผิดกฎหมาย คือขนคนมาฟังการปราศรัยโดยจ้างมา มันผิดกฎหมายแน่นอน แต่ กกต.กลับเฉย" นายเสนาะกล่าว

-นายเสนาะกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเคยบอกรัฐมนตรีในรัฐบาลว่า "ไม่ต้องคิดอะไรมาก ขอให้ทำตามก็พอ"

-หากรัฐมนตรี ของ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนที่คิดมาก รอบคอบ คอยตักเตือน จะอยู่ไม่ได้เลย คนที่อยู่ได้จะต้องตอบ "เยส" อย่างเดียว เช่น นายพินิจเคยพูดว่า "ท่านนายกฯ ผมไม่เคยเห็นใครคิดได้ดีเท่านี้เลย" หรือนายเนวินก็มักพูดว่า "ดีนายๆ"

-ด้วยเหตุนี้ รัฐมนตรีบางคนในช่วงเทศกาลเลือกตั้งมักมีบัตรเลือกตั้งที่พิมพ์เกินอยู่เต็ม รถ จึงได้รับการฟูมฟักอย่างดี เหนียวแน่น ถูกเรียกใช้งานบ่อยๆ ในช่วงหลัง นายเสนาะกล่าวว่า

-ยิ่งกว่านั้น ยังมีการใช้ระบบธุรกิจครอบครัวมาจัดการผลประโยชน์ในรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ขนคนที่เคยทำงานกับตัวเองในบริษัทแบบยกชุด วางคนของตัวเองไปในทุกกระทรวง โดยไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งที่มีอำนาจอย่างเป็นทางการ

-แต่ทุกคนในกระทรวงจะรู้ดีว่า คนคนนี้คือคนของเขา จะทำอะไรก็ต้องผ่านคนคนนี้ เรียกว่ามีสองสามคนไปดูแลผลประโยชน์ทุกกระทรวง

-เป็นเสมือนหลงจู๊ แล้วยังส่งคนไปยึดตำแหน่งใน กมธ.ชุดต่างๆ ของสภาผู้แทนฯ ใน ครม.ก็ไม่ต่างกัน ทุกโครงการที่จะมีการอนุมัติ ถ้ารัฐมนตรีคนไหนเสนอเรื่องขอใช้งบกลางที่จัดสรรไว้มหาศาล ก็ต้องไปเคลียร์กับคนของเขาให้เรียบร้อยก่อน

-รัฐมนตรีหลายคนจะมีคนของเขาเข้ามาบอกว่า "เดี๋ยวทำงบฯ จะเอากี่พันล้าน แต่ต้องเอาเข้าพรรค 10 เปอร์เซ็นต์" หมายความว่าจะไปทำอะไรขึ้นมาก็ได้ ไปเขียนโครงการมา

นายเสนาะกล่าวว่า

-ถ้ารัฐมนตรีคนไหนทำไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้ เวลาทำโครงการก็ต้องจ้างที่ปรึกษาที่เป็นคนของตัวเอง แล้วใช้วิธีที่เก่งที่สุด คือยกเว้นระเบียบพิเศษ ยิ่งใช้วิธีขีดเส้นตายว่าต้องเสร็จวันนั้นวันนี้ เหมือนกรณีสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อจะได้ใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ

-นโยบาย 10 เปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรีต้องทำโครงการ โดยตบแต่งงบประมาณขึ้นมาก่อนว่ามูลค่าของโครงการจะครอบคลุม 10 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องหักเข้าพรรค จากนั้นไปตกลงกับคนของเขาผ่านคุณหญิง เมื่อเรียบร้อยเมื่อใดก็ส่งมาให้ตัวตายตัวแทนทางการเมืองที่เขาไว้ใจ

-พอเข้า ครม. นายกฯ จะเสนอโครงการและอนุมัติให้เองเสร็จสรรพ รัฐมนตรีไม่ต้องคิด ไม่ต้องสงสัย ทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ ใครเข้าใจว่า 10 เปอร์เซ็นต์มีอยู่เท่าไร คงต้องไปถามคุณหญิง

นายเสนาะกล่าวว่า

-สิ่งที่สุดทนจริงๆ คือ กรณีผู้ว่าฯ สตง.ที่ถูกแทรกแซงการทำงาน แทรกแซงองค์กรอิสระ และละเมิดพระราชอำนาจ มันเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่สำคัญ ที่ทำให้ตนลุกขึ้นอภิปรายเมื่อ 8 มิ.ย.2548 การประกาศตัดขาดแตกหักกลางสภาฯ พูดได้ว่า ถ้ามันเอาชีวิตได้มันเอาไปแล้ว มันแค้น แต่ก็ไม่กล้า

-ตอนหลังคนของ พ.ต.ท.ทักษิณก็ติดต่อมาหลายครั้ง ตนพูดตรงๆ ไปว่า

"เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว เมื่อไม่ยอมลดละเองจนเราต้องแตกหักไปสู่สาธารณชนแล้ว สิ่งสำคัญนายกฯ ก็ต้องแก้ข้อกล่าวหาทั้งหมดให้ได้"

-และตนยังพูดอีกว่า "ถ้าบอกจะกินข้าวกันตอนนี้ มันยังไงล่ะ ให้พี่เป็นผู้เป็นคนดีกว่า อย่าให้พี่เป็นหมาเลย"

-นายเสนาะกล่าวว่า ก่อนที่จะเกิดปัญหาทั้งหมดตนก็พยายามไปเตือน แต่เรื่องที่เตือนก็เป็นการขัดผลประโยชน์เขาทุกเรื่อง เช่นคิดว่ารัฐมนตรีคอรัปชั่น ตนก็ไปเตือนเพราะคิดว่าไม่รู้ ที่ไหนได้มันสั่งเอง ขนาดกลายเป็นว่ารัฐมนตรีคนไหนไม่ทำตามสั่ง ภายหลังก็อยู่ไม่ได้

-ความขัดแย้งในปัจจุบัน สาเหตุมาจากตัวปัญหาคนเดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ คนคนนี้โกงเพื่อเข้ามาสู่อำนาจ เมื่อมีอำนาจก็โกงอีก อันตรายต่อบ้านเมืองสุดๆ พ.ต.ท.ทักษิณน่ากลัวเพราะเป็นคนมีวุฒิการศึกษา จ้องวางแผนเอาเปรียบคนอื่น ถือว่าต่ำต้อยเหลือเกินในการเป็นผู้นำประเทศ

"ผมจำคำพูดของทักษิณที่เคยบอกว่า พี่เหนาะผมพร้อมแล้ว สมบัติส่วนหนึ่งผมให้ลูก อีกส่วนเก็บไว้สำหรับตายาย กินจนตายก็ไม่หมด สมบัติอีกส่วนจะทำเพื่อบ้านเมือง จะใช้หนี้แผ่นดิน

คำพูดนั้นๆ ผมเคยหลงคิดว่าคนคนหนึ่ง รวยแล้วกลับใจ คิดใช้หนี้แผ่นดิน ตอนนี้ผมรู้ความจริงแล้วว่า รวยจากโกงชาติ กล้าทำแม้เผาบ้านเมืองเพื่อเอาประกัน คนรวยคนนี้รวยแล้วไม่รู้จักพอ ไม่ใช้หนี้แผ่นดินยังไม่พอ มันยังโกงกิน ทรยศต่อแผ่นดิน" นายเสนาะกล่าวและว่า

-ตนเคยพูดและเตือนกับคุณหญิงอ้อว่า "น้อง ถ้ามันได้มาอีกแสนล้าน เอาไปทำไม" เขาพากันตอบว่า "ก็รู้ แต่ในเมื่อเล่นการเมืองมันต้องควักเงิน ก็ต้องถือว่าเป็นธุรกิจ"

-เคยเตือนหนักๆ ถึงขั้นว่า "ในอนาคตถ้ามันจะเดือดร้อนหนักๆ คือคนเป็นหัวนะ" เขาก็ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

"ก็รู้ ถ้าพี่ทักษิณจะลง ต้องให้พรรคไทยรักไทยมีอำนาจอย่างน้อยสองสมัยถึงจะปลอดภัย"

จาตุรณ

จาตุรณ ยังเป็นนักการเมืองในใจเสมอ แม้จะถูกฆ่าทางการเมืองไปแล้วโดยเผด็จการ และกระบวนการยุติธรรมที่ประหลาด แม้แต่ความเห็นประธานศาลฏีกาในขณะนั้นยังไม่เห็นด้วยกับการใช้กฎหมายเฮงซวย หากอ๋อยมีเงินหน่อย คงเป็นนายกที่ดีได้
ส่วนมาร์ค หากไม่มีแม่ยกอุ้ม มันคงไม่ได้เกิดมาสร้างความเสียหายให้บ้านเมืองได้อย่างนี้
ยำคำเดิมอัณฑมิตรที่เห็นคือ ประชาธิปปัตย์แฝง มาล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกของประชาชน
เมื่อ อัณฑมิตร จะตั้งพรรคความจริงจึงปรากฎ ว่าพวกมันจริงๆ ที่ไม่ใช่ ปชป.แทบไม่มี ถ้าไม่เรียกโง่ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร

ปธ.ประชาคมกันทรลักษ์

ปธ.ประชาคมกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซัดกลุ่มล่ารายชื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ “นช.แม้ว” สติไม่สมประกอบ หรือเป็นบ้าไร้สติไปแล้ว ชี้ บ้านเมืองมีขื่อมีแป หากทำผิดกฎหมายไม่ได้รับโทษแล้วประเทศชาติจะอยู่ได้อย่างไร ขณะประธาน “ศปศ.” แนะ “ทักษิณ” กลับมาติดคุกอยู่นิ่ง 2-3 ปี และหยุดโฟนอินสร้างความแตกแยกภายในชาติอย่างที่เป็นอยู่

ปธ.ประชาคมกันทรลักษ์

ปธ.ประชาคมกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซัดกลุ่มล่ารายชื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ “นช.แม้ว” สติไม่สมประกอบ หรือเป็นบ้าไร้สติไปแล้ว ชี้ บ้านเมืองมีขื่อมีแป หากทำผิดกฎหมายไม่ได้รับโทษแล้วประเทศชาติจะอยู่ได้อย่างไร ขณะประธาน “ศปศ.” แนะ “ทักษิณ” กลับมาติดคุกอยู่นิ่ง 2-3 ปี และหยุดโฟนอินสร้างความแตกแยกภายในชาติอย่างที่เป็นอยู่

ผมเห็นนายกฯประเทศหนึ่งตอนนี้ใ

ผมเห็นนายกฯประเทศหนึ่งตอนนี้ใช้ปากแก้ปัญหามากกว่าการกระทำ
จนบางครั้งผมนึกว่าท่านเป็นโฆษกประเทศซะอีก

ที่ผมเห็นว่านายกฯประเทศนั้นล้มเหลวมากที่สุดคือ
มองเห็นคนประเทศของตนเองส่วนหนึ่งไม่รักประเทศ
จนต้องออกโครงการฉันรักประเทศ
แนวความคิดแบบนี้ แบ่งแยกคนในชาติ และไม่ส่งเสริมความสมานฉันท์

ดูโฆษณาท่านนายกฯเมื่อไร ก็ขำและอนาถใจทุกที่
เพราะจริงๆ คนในประเทศนั้น เขารักประเทศทุกคน แต่กว่าครึ่งประเทศเขาเกลียด ... (ท่านครับ)

อยากทำเสื้อรณรงค์บางจังเลย จะสกรีนคำว่า
"ข้าน่ะรักประเทศมาเสมอ แต่ข้าเกลียดนาย ก.ว่ะ"

คุณจาตุรนต์พูดว่า “รัฐบาลนี้ไ

คุณจาตุรนต์พูดว่า

“รัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากประชาชนในการเลือกตั้ง แต่มาจากการใช้กติกาและกลไกที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเข้ามาเปลี่ยนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มาแทนที่โดยอาศัยหลายฝ่ายที่ไม่ใช่ประชาชนมาสนับสนุน

มันก็ต้องย้อนกลับมาคำที่ว่า

โหวตเลือกนายกชนะเป็นประชาธิปไตย
พอโหวตแพ้เป็นเผด็จการซ่อนรูป

ค่อนขอดว่าจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร
แล้วการจัดตั้งรัฐบาลที่โรงแรมหรูที่ฮ่องกงมันดูดีกว่าตรงไหน

ถ้าเพื่อไทยมีสส.เกินกึ่งหนึ่งแล้วจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวไป
ก็จะไม่แย้ง แต่นี่ยังต้องอาศัยเสียงจากพรรคอื่นอีก เอาเป็นว่ามันไม่ได้อย่างใจคุณจาตุรนต์ก็แล้วกัน
อ้างโน้นอ้างนี่ไปเรื่อย

เข้าใจแล้วว่าคนถ้ามีอคติ

เข้าใจแล้วว่าคนถ้ามีอคติ ก็จะไม่เห็นความดี หรือความชั่วของคนที่มีตัวเองมีอคติอยู่ ไม่แปลกใช่ไหมที่จะมีคนรักทักษิณ เช่นคนรากหญ้าและคนเกลียดทักษิณเช่นคุณอยู่

ต้องทำอย่าง พธม. ใช่มั๊ย

ต้องทำอย่าง พธม. ใช่มั๊ย แล้วก็ให้ รบ. นำเงินกู้ไปใช้หนี้ ให้รู้จักอายกันบ้างนะ คนที่เค้า
ไม่รู้เรื่องด้วย ต้องมาเดือดร้อน ไม่ต้องไปสาธยายถึงคุณทักษิณหรอก ไม่มี รบ. ไหนที่มันโปร่งใสหรอกนะ
และทุกคนพากัน อิจฉา ที่คะแนนนิยมเค้าท่วมท้น จนทำให้แต่ละคน พยายามขุดคุ้ยหาข้อบกพร่ิงของเค้า
บอกได้เลยว่าถ้าทุกคน ถูกขุดคุ้ยอย่างนี้ ก็ไม่มีใครรอด

ถูกต้องที่สุดครับผ้มมมมมมมมมม

ถูกต้องที่สุดครับผ้มมมมมมมมมมม
นายเทพไทนะ ลองเอดอกไม้แดงทัดหูถือไม้เท้าซิ เงาะป่าดีๆ นี่เอง
นายกก็ฟัน เก มิน่านิสัยเกเร

คำพูดของนายสมัคร รู้ล่วงหน้า

คำพูดของนายสมัคร รู้ล่วงหน้า ชะตากรรมเด็กชายมาร์คจะเป็นเช่นไร...... มะม่วงจำบ่ม...... ช่างเหมาะเหมงเจ๋งป๊าบ กับนายกหุ่นกระบอกของประเทศไทย เรื่องต่างประเทศก็ไร้ค้า ย้อนมาไทยก็ล้มเหลวไร้ค่าอีก ต้องคลานตามง้อตามกราบคนปากห้อยๆ ที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตด่าเช้าด่าเย็น แต่นายอภิสิทธิหัวหน้าพรรคกับตามกราบตามง้อ แทบไม่เป็นอันกินอันนอน อย่างนี้หรือจะนำพาประเทศไทย .....บอกอีกครั้งก็ได้เอ้า นายเนวิน คือคนที่สมาชิกพรรคประชาธิปัต ก่นด่ามาหลายปีแล้ว หัวหน้าไปคบกับคนที่พรรคเกลียด มันจะเจริญได้ไง ...ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ควรรณรงค์ให้ สส พรรค ปชป สรรเสริญนายเนวิน จะได้ช่วยเสริมบารมีนายก เรื่องร้ายๆอาจกลายเป็นดีได้ ด้วยแรงแห่งอภัยทาน เรื่องนี้มีจริงเกิดได้จริงไม่เชื่อลองทำสิ นายอภิสิทธจูบปากกับเนวินคนเดียวแก้เคล็ดไม่ได้หรอก ถ้าจะให้ดีต้องระดมจูบทั้งพรรค ถึงจะลบล้างแรงพยาบาตที่เกิดขึ้นมาหลายปี

คุณจาตุรนต์

คุณจาตุรนต์ เป็นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ มีเหตุผล ขอให้รักษาตัวดีๆ อย่าพลาดนะคะ เชียร์ให้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

พรรคประชาธิปัตย์ถนัดแต่ใช้ปาก

พรรคประชาธิปัตย์ถนัดแต่ใช้ปากทำงาน เก่งในเรื่องเอาดีใส่ตัวชั่วให้คนอื่น.ขอสาปแช่งให้มีอันเป็นไปด้วยเถิด.สาธุ

c/o K. Jaturont C...Guess

c/o K. Jaturont C...Guess what? Why what you think and what you say are interesting to me? Because you dare to speak up for whatever you believe that it's right when others don't for their personal reasons? You know what I mean to be "a good boy"of the Invisible Hands could bring fortunes to them! Your standing for True Democracy is clear and that's why I always support you.Be yourself and keep up your good work! Thailand needs people like you.Good luck!

c/o K. Jaturont C...Guess

c/o K. Jaturont C...Guess what? Why what you think and what you say are interesting to me? Because you dare to speak up for whatever you believe that it's right when others don't for their personal reasons? You know what I mean to be "a good boy"of the Invisible Hands could bring fortunes to them! Your standing for True Democracy is clear and that's why I always support you.Be yourself and keep up your good work! Thailand needs people like you.Good luck!

เราต้องไปขุดมา

เราต้องไปขุดมา ส่งทหารหล้าของเราออกไป จัดการเรยยยย

อภิสิทธิ์เขายังมั่นใจอยู่เลยว

อภิสิทธิ์เขายังมั่นใจอยู่เลยว่าเขามากู้สถาณการณ์เพื่อชาติ ในขณะที่พลพรรคก็ตั้งหน้าตั้งตาหาทางโซ้ยกันอยู่ ส่วนพันธมิตรก็วนเวียนอยู่กับความอาคาตมาตร้ายทักษิน
ผู้ครองอำนาจก็กลัวตนจะสูญเสียอำนาจอันไม่เคยมีอยู่จริง
คนเมืองก็ยังดูถูกคนจนว่าโง่ไม่อยากให้มายุ่มย่ามในเมืองใหญ่
เมื่อไหร่ผู้คนจะเข้าใจว่าเราล้วนคือประชาชนผู้ร่วมทุกข์ในวงเขตสมมุติที่ควรจะรักกันให้มากไว้
ใครมีความรู้อันไดก็ไม่ควรทรยศต่อความรู้และอาชีพนั้น
เพราะประชาชนเป็นรากฐานของโครงสร้างสังคม
สังคมยอมรับคุณว่าคือ
ผู้พิพากษา
วิศวกร
ทหาร
พ่อค้า
ชาวนา
แพทย์
นักการเมือง
คุณทรยศประชาชน ประชาชนพัง โครงสร้างก็พัง สังคมก็พัง แล้วไอ้เขตสมมุติหล่ะจะเหลืออะไร.........

พระวิหาร

พระวิหาร ตอกหน้านายอภิสิทธิ์อยู่หมัดมากที่สุด...อย่าทำเป็นปากดี ฝีมือนะมีไหม..

คนที่เกลียดทักษิณ ก็คือคน

คนที่เกลียดทักษิณ ก็คือคน ที่ไม่ได้อะไรจากทักษิณ ชาวรากหญ้า ลืมตาอ้าปากได้ ไม่ถูกกดขี่ ข่มเหง ดูถูกเหยียดหยามอย่างไอ้พวกอัปรีย์ the other กำลังทำอยู่ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี นี่คือความภาคภูมิใจในความเป็นเจ้าของประเทศคนหนึ่ง พวกเราจึงรักทักษิณ ส่วนไอ้พวกอัปรีย์ The other คือพวกที่เสียประโยชน์ที่เคยได้ เคยมี ก็เลยพากันหาเรื่องเกลียดทักษิณ ทำอย่างไรก็ไม่มีวันที่จะทำให้พวกเราเกลียดทักษิณตามไปได้หรอก....นี่คือเรื่องหนึ่ง
กับการปฏิบัติของผู้ที่คิดว่า ทรงคุณธรรม ธำรงซึ่งความยุติธรรม แต่ทำกับรากหญ้า ชาวเสื้อแดงอย่างไม่ใช่คนไทย นี่คือมาตรฐานที่พวกเขากำลังยัดเยียดให้ แต่กับพวกมันเดียวกัน ยกยกให้ดีไปหมดทุกอย่าง ทุกคนทั่วโลกเขารู้ เขาเห็นความเป็นมาตรฐานที่ไม่มีมาตรฐานเดียว....พวกเราทุกคนจึงรักทักษิณ และก็กำลังเกลียดพวกอำมาตย์ กินเงินภาษีเดือนๆเป็นแสน แล้วไม่ได้ทำอะไรให้ เกิดความเป็นธรรม เกิดความยุติธรรมในแผ่นดิน ยิ่งอยู่ไปก็ยิ่งเกลียดพวกอำมาตย์เข้าไปทุกที..นี่คือเรื่องหนึ่ง
พวกเรารักประเทศไทย ...ประเทศไทยเป็นของพวกเรา... ประเทศไทย(เป็นไท ไม่เป็นทาสของอำมาตย์)

ยอยอมันให้มันลืมตัว

ยอยอมันให้มันลืมตัว เข้ามาสมัครรับเลือกเป็น ส.ส. แล้วพวกเราจะทำให้มันรู้ว่า ประชาชน คือคนจริง ไม่ต้องใช้ปืนหรอก พวกอำมาตย์ ที่อยู่เบื้องหลังการทำร้ายประชาชนก็เหมือนกัน ยอๆ มันเข้าไป ให้มันลืมตัว หลงตัวเอง ความลืมตัว หลงตัวเอง จะทำร้ายมันเองให้กระอักเลือด กระอักอยู่ในอก มันทรมานยิ่งกว่า พวกเราโดน เอ็ม๑๖ อีกหลายร้อยเท่า..ไอ้ the other ก็เหมือนกัน เปิดตัวมาเป็นผู้สมัคร ส.ส.สักหน่อยเถอะ พวกเราจะได้ให้มันรู้สึกถึง ประชาชนคนไทยที่แท้จริง...

ไข้หวัดแม้ว

ไข้หวัดแม้ว (สารส้ม)
ที่น่าห่วงกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คือ "ไข้หวัดแม้ว"

ขณะนี้ เชื้อร้ายกำลังแพร่ระบาดเข้าไทย โดยเฉพาะแถบภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาการ

ผู้ได้รับเชื้อจะมีอาการพร่ำเพ้อละเมอหา

ละทิ้งข้อเท็จจริง เหตุผล และหลักกฎหมายบ้านเมือง

หูอื้อตาลาย มองเห็นเรื่องผิดปกติกลายเป็นของธรรมดา และเริ่มจะเห็นเรื่องปกติกลายเป็นเรื่องไม่ปกติ เช่น การทำผิดจนถูกศาลฎีกาพิพากษาลงโทษ แล้วหลบหนีออกนอกประเทศ กลายเป็นของธรรมดา ไม่ถูกประนาม แต่การติดตามเอาตัวนักโทษหนีคุกกลับเห็นเป็นเรื่องไม่ปกติ เป็นต้น

หูตาฝ้าฟาง เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ทั้งๆ ที่ เขาโกงกินจนร่ำรวยเป็นแสนๆ ล้านบาท ภายในเวลาไม่กี่ปี แถมยังทิ้งภาระการเงินการคลังก้อนโตไว้ให้ประเทศชาติ ประชาชนก็จนอย่างเดิม มิหนำซ้ำ ยังมีหนี้สินติดตัวมากขึ้น แต่ถูกล้างสมอง ฝังหัวด้วยภาพโฆษณาว่าเขาเป็นวีรบุรุษ เป็นเศรษฐีใจบุญ เคารพบูชาคนรวย โดยไม่สนใจว่าเขารวยเพราะวิ่งเต้นได้สัมปทานผูกขาดจากเผด็จการทหาร ทำธุรกิจสูบกินกำไรส่วนเกินจากประชาชนตาดำๆ เมื่อเข้ามาเล่นการเมืองก็ไม่หยุด รวยแบบไม่มีอายใคร รวยแบบ Ample Rich

จะมีอาการแพ้... แพ้ความจริง แพ้ความดี แพ้หลักฐานข้อเท็จจริง ไม่กล้าตอบโต้ด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงบนเวทีเดียวกัน แต่จะชอบหลบไปพูดข้างเดียว แสดงความเห็นข้างเดียว เพราะปั้นแต่งความเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงไม่ง่ายกว่า

เวลาเห็นสีเหลืองเยอะๆ จะมีอาการคลุ้มคลั่ง ควบคุมสติอารมณ์ไม่อยู่ ทุรนทุราย บางรายอาจมีน้ำลายฟูมปาก แต่ถ้าเห็นสีแดงเข้าเมื่อไหร่จะมีอาการฮึกเหิม ยิ่งถ้ามีกันมากๆ ต่อมคุณธรรมจริยธรรมจะหยุดทำงาน ขาดสติ สามารถปลุกระดมชักชวนกันไปเผาบ้านเผาเมือง ก่อจลาจล และทำร้ายประเทศชาติส่วนรวมได้โดยไม่ยั้งคิด

พาหะ

1.เงิน เงิน เงิน

2.เสียงโฟนอิน ออดอ้อน ขอความสงสาร ผสมไปกับคำพูดโกหกตอแหล ยุยง ปลุกปั่น เช่น บอกชาวบ้านว่าจะกลับบ้านเมื่อเสียงปืนแตก แต่ก็ไม่กลับ, บอกชาวบ้านว่าอย่าถอย อย่ากลับบ้านมือเปล่า แต่เมื่อการก่อจลาจลล้มเหลว ถูกสื่อต่างชาติซักถาม กลับปัดสวะพ้นตัว อ้างว่าไม่เกี่ยว ไม่ได้ยุยงส่งเสริมชาวบ้าน เป็นต้น

3.ความเท็จและความหวังที่เลื่อนลอย ด้วยการใส่ร้ายป้ายสีสถาบัน และใส่ร้ายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ในขระเดียวกัน ก็มอมเมาชาวบ้านด้วยความฝันที่เลื่อนลอย เช่น จะกลับมาปลดหนี้ให้ จะกลับมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ ฯลฯ ทั้งๆ ที่ ความจริง เขาแค่อยากจะรักษาสมบัติเงินทองส่วนตัว และตอนนี้ ถึงไม่มีเขาอยู่ บ้านเมืองส่วนรวมก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แค่ประชาชนคนไทยทุกคนร่วมมือกัน ดูแลบ้านเมืองกันต่อไป เงินงบประมาณแผ่นดินก็เงินของชาวบ้านทั้งนั้น ไม่ใช่เงินของเขาเลย

ตัวแพร่กระจายเชื้อ

แกนนำเสื้อแดง ผู้ทำมาหากินกับการรับจ้างป่วนบ้านป่วนเมืองไปวันๆ

กลุ่มเสี่ยง

ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ไม่เปิดหูเปิดตารับข้อมูลข่าวสารหลายๆ ด้าน หรือเห็นการทุจริตเป็นของปกติ หรือเห็นการมีจริยธรรมคุณธรรมเป็นเรื่องไม่จำเป็น ทำให้เสียโอกาสแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว หรือแม้แต่ผู้ที่นิยมเอาผลประโยชน์เฉพาะหน้า คนที่มีแผลติดตัว มีชนักติดหลัง คนเห็นแก่ตัว และคนโง่

การรักษา

สำหรับผู้ที่อาการเบา : สามารถให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ความเลวร้ายของระบอบทักษิณ เล่ห์เหลี่ยม การทุจริต และการทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง ปลุกจิตสำนึก กระตุ้นความรักชาติบ้านเมืองส่วนรวม

สำหรับผู้ที่อาการหนัก : เฝ้าระวัง ดูอาการ หากทำผิดกฎหมายบ้านเมืองเมื่อใด ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เอาให้หลาบจำ พร้อมกับฟื้นฟูความคิดอ่าน เสริมภูมิต้านทาน ให้กลับมาคิดถึงบ้านเมืองส่วนรวมมากกว่าคิดถึงผลประโยชน์ส่วนตัวของคนๆ เดียว

วัคซีนป้องกัน

ใช้สติปัญญา ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างรู้เท่าทัน ไม่หลงเพ้อไปกับผู้ติดเชื้อรายอื่นๆ

อาจจะต้องฆ่าหรือกำราบต้นตอเชื้อโรค เพื่อนำพิษมาปรับเป็นบทเรียน ทำเป็นเซรุ่ม โดยทำให้คนในชาติเห็นและเข้าใจโดยกระจ่าง เป็นบทเรียนร่วมกันของประเทศชาติถึงความเลวร้ายของมัน

คัดมาจากแนวหน้า อยากให้ได้อ่านทั่ว ๆ กัน

นายอภิสิทธิ์

นายอภิสิทธิ์ มันเป็นได้แค่นายกสมาคมนักโต้วาทีแห่งประเทศไทย

ขอให้กำลังใจคนดีๆอย่างคุณจาตุ

ขอให้กำลังใจคนดีๆอย่างคุณจาตุรนต์ ตลอดจนคนเสื้อแดงที่มีใจรักความเป็นธรรมทุกท่านนะคะ
คนไทยส่วนมากรู้อะไรดี อะไรชั่ว และคนไทยส่วนมากก็ยืนข้างคุณค่ะ

เพียงแต่เสียงของคนส่วนมากนั้น ถูกปฏิเสธ ถูกเมิน กระทั่งถูกข่มเหงย่ำยีจากคนกลุ่มน้อยที่ฉกฉวยเอาอำนาจประชาชนไป
แผ่นดินนี้ ยิ่งนานก็ยิ่งแตกแยก ยิ่งนานก็ยิ่งร้าวฉาน ไม่มีวันหลอมรวมกันได้อย่างสนิทใจอีกต่อไปแล้ว
...................น่าแปลกนะคะ ว่ากลุ่มผลประโยชน์ที่แย่งชิงอำนาจจากประชาชนคนไทย ไปให้พวกพ้องในเวลานี้ ทำไมเขาไม่มองการณ์ไกลว่า สุดท้ายหากเกิดสงครามประชาชนขึ้นมาเต็มรูปแบบ

พวกเขานั่นแหละคือเป้าหมาย

รัฐบาลเก่งแต่ปาก

รัฐบาลเก่งแต่ปาก

การดำเนินการขององค์กรอิสระต่า

การดำเนินการขององค์กรอิสระต่างๆล้วนมุ่งสร้างภาพองค์กร งานตนเองไม่ทำ มาจัดประนอม หามวลชน คนรับใช้
สุดท้ายตุลาการจะเข้ามาทำงานแทนทุกองค์กร โดยไม่มีความสามารถ อาศัยเพียงภาพ ที่บรรพตุลาการสร้างมาว่ายุติธรรม
ซึ่งในปัจจุบันล้วนต้องรอพิสูจน์ว่าคนเชื่อว่ายุติธรรมจริง หรือ ไม่กล้าวิจารณ์ เนื่องจากกลัวละเมิดอำนาจศาล และ กลัวถูกฟ้องคดีซึ่งตุลาการก็ตัดสินเอง
หลักที่ศาลวางไว้ช่วง3-4 ปีที่ผ่านมาจะเป็นบรรทัดฐานที่ต้องรอการพิสูจน์ว่าเมื่อมีคนทำตามอย่างบ้างจะเกิดปัญหาใหญ่ต่อบ้านเมืองเช่นไร หากไม่ให้มีการทำตามอย่างตุลาการจะใช้เหตุผลทางกฎหมายใดให้สามารถยอมรับได้ ไม่ก่อความแตกแยกในบ้านเมืองมากกว่านี้ เช่นการปิดสนามบิน
ที่สำคัญองค์กรอิสระพวกนี้ควรจะเริ่มรู้สึกตัวเสียทีว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปัญหา เลิกหลงคำเยินยอกับคำว่าอภิวัฒน์เสียที
หากรับอภิสิทธได้ ก็เท่ากับยอมรับว่าไอ้เปรม,ทหาร,ตุลาการใหญ่กว่าคนในแผ่นดิน หากผู้นำองค์กรเหล่านี้ และ ไอ้เปรมรับรองก็บริหารประเทศได้ มันเป็นทัศนคติที่อันตรายกว่าการยอมรับคนโกงเสียอีก เพราะไม่รู้ว่าไอ้สามสี่ตัวที่ว่ามันโกงหรือปล่าว

ว่าที่ นายกฯ ของไทย

ว่าที่ นายกฯ ของไทย

เป็นเรื่องจริงอย่างยิ่ง

เป็นเรื่องจริงอย่างยิ่ง ที่ท่านผู้อ่าน และสมาชิก จะสังเกตุเห็นได้ชัดๆว่า ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ นั้น ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง เพราะท่านเองนั้นต้องพึ่งอะไรๆ อีกหลายๆด้าน อาทิเช่น

1. ท่านต้องพึ่งพรรษาการเมือง ของ ท่านรองนายกฯ สุเทพฯ เพราะว่า ที่ท่านได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคฯ ได้นั้น ก็เพราะ บารมีของท่านรองฯ ที่ต้องหักหาญกับท่าน บัญญัติ บรรทัดฐาน ที่มี ท่านชวนฯ เป็นแบ๊คฯ เช่นกัน ( ทำให้มีคลื่นใต้น้ำเบาๆ คอยกระแทกหลังท่าน นายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นระยะๆ อย่างน่าเสียวสันหลัง )

2. ท่านต้องรักษามารยาท ของผลต่างตอบแทน ที่ " กลุ่มหัวหน้าเสื้อเหลือง " ให้การหนุนหลัง จนได้เป็นนายกฯ ดังนั้น จึงต้อง อ้อมแอ้ม รับ ท่านกษิต เข้าเป็น รมต. ทั้งๆที่มีข้อกล่าวหาว่า " ไม่สง่างาม" อันเนื่องจากเคยอยู่ใน " ก๊วนหาที่นอนที่สนามบินฯ "

3. ท่านต้องรักษา (อีกแล้ว) สัญญาใจกับ " สหภาพแรงงาน " ทั้งหลาย ที่ต่อรองท่านไว้ เมื่อตอนที่ช่วยกันโหวดไล่ อดีตท่านนายกฯ ทักษิน ดูขนาดเรื่องที่ จะฟื้นฟู รฟท. โดยกลุ่มเสือหิว " เพื่อนเนวิน " ของพรรคร่วมรัฐบาลสิ พอ สหภาพบอกว่าจะเข้าร่วมกับ " เสื้อแดง " เท่านั้นแหละ ท่านก็ต้องเงียบ

4. ท่านต้องยอมก้มหัวให้กับ " ผู้มีอิทธิพลทางสื่อ " ที่มารยาทสามหาว จนแม้แต่กระทั่งไม่ได้ให้เกียรติในความเป็นนายกฯ ของท่านเลย เพราะเกรงการ "กล่อมมอมเมาลูกค้า ASTV " จะทำให้ท่านร่วงจากตำแหน่ง โดยยังไม่ได้ทำอะไรเลย ( ดูง่ายๆ เมื่อก่อนนี้ ถ้าใครติดตามข่าว ASTV เหมือนผม จะสรรเสริญ เยินยอ ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ และรัฐบาลชุดนี้เต็มที่ แต่ตอนนี้ใครเปิดดูอีกที จะตกใจกับการพลิกลิ้นครั้งมโหฬาร เพราะตอนนี้ ท่านและรัฐบาล กำลังโดนด่า และชี้นำอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูเต็มที่ )

5. ท่านต้องรักษาน้ำใจ " ข้าราชการเน่าๆ " ที่ยังยึดติดการทำงานแบบเดิมๆ ช้าวชาม เย็นชาม ที่เคยต้องถูกบี้จากอดีตท่านนายกฯ ทักษิน แล้วตอนนี้น้ำมา ปลากินมดแล้ว ดังนั้น ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ก็เลยต้องนิ่งๆ จะเห็นได้จากที่ท่านเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ สิ่งแรกๆที่ท่านได้ ให้สัมภาษณ์เลย ก็คือเรื่อง " รื้อฟื้นระบบข้าราชการ " ซึ่งประชาชนหลายๆฝ่ายคัดค้านกันเต็มที่ รวมทั้งลูกจ้างประจำ และชั่วคราว ที่ อดีตนายกฯ เคยให้ยกเลิกระบบข้าราชการและให้สอบบรรจุเข้าทำงานแทนอัดกันเต็มที่ จนกระทั่งท่านต้องนิ่งๆไว้ก่อน

แค่นี้ผมก็สงสาร ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เต็มที่แล้ว และคิดว่า ท่านคงจะคิดได้ว่า " กรรมมีจริงๆฟ่ะ "

ด้วยความเคารพครับ