ใครปกครองอิหร่าน: โครงสร้างทางการเมืองอิหร่านโดยสังเขป

ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างทางการเมืองอิหร่าน ซึ่งประธานาธิบดีไม่ใช่ผู้นำสูงสุด หากแต่ยังมีอีกหลายสถาบันการเมืองและผู้นำศาสนาที่ไม่เพียงแต่มีอำนาจเหนือประธานาธิบดี แต่ยังมีอิทธิพลทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กระทั่งควบคุมวิถีชีวิต และความคิดของคนอิหร่าน


(ที่มา: ดัดแปลงจากภาพกราฟฟิค AP แปลและเรียบเรียงข้อมูลจาก: AP, Wikipedia, National Democratic Institute)

 
โครงสร้างสถาบันทางการเมืองอิหร่าน จำแนกเป็นส่วนที่มาจากการเลือกตั้ง และไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
(ที่มา: ดัดแปลงจาก BBC)
 
 
การเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามมาด้วยการประท้วงผลการเลือกตั้งของผู้สนับสนุนผู้สมัครฝ่ายค้านและบานปลายเป็นเหตุจลาจลและเกิดการปราบปรามผู้ชุมนุมในขณะนี้ ทำให้ทั่วโลกจดจ้องมายังสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านแห่งนี้
 
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งประธานาธิบดีไม่ถือเป็นการเลือกตั้งผู้นำประเทศสูงสุดของอิหร่าน เพราะในอิหร่าน ยังมีหลายสถาบันการเมืองและทางศาสนาที่ไม่เพียงแต่มีอำนาจเหนือประธานาธิบดี แต่ยังมีอิทธิพลทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กระทั่งควบคุมวิถีชีวิต และความคิดของคนอิหร่าน และต่อไปนี้จะเป็นคำอธิบายโครงสร้างทางการเมืองโดยสังเขปของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
 

ประมุขสูงสุด: ผู้มีบารมีตามรัฐธรรมนูญ

คุมกองทัพ ศาล ทหาร สื่อ

โครงสร้างหรือระบบการเมืองของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน อยู่บนพื้นฐานของรัฐธรรมนูญปี 1979 (2522) ประกอบด้วยสถาบันการเมืองที่ซับซ้อน โดยมีอยาตุลเลาะห์ หรือประมุขสูงสุด (Supreme Leader) คือ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี (Ali Kamenei) ซึ่งเป็นผู้ควบคุมและกำหนดแนวนโยบายทั่วไปของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เป็นผู้นำของประเทศในการนำละหมาดในวันศุกร์ เป็นผู้รับรองผลการเลือกตั้ง
 
ประมุขสูงสุดเป็นทั้งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ ควบคุมกองทัพ หน่วยข่าวกรอง และปฏิบัติการด้านความมั่นคง มีอำนาจในการประกาศสงครามแต่เพียงผู้เดียว
 
ประมุขสูงสุด ยังเป็นผู้แต่งตั้งประธานคณะตุลาการของอิหร่าน ผู้บริหารเครือข่ายวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐ ผู้บัญชาการตำรวจ และกองทัพ รวมทั้งสมาชิก 6 จาก 12 คนของสภาผู้พิทักษ์ (Guardian Council) โดยที่มาของประมุขสูงสุดไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง แต่มาจากสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งทำหน้าที่ทั้งแต่งตั้งและถอดถอนประมุขสูงสุด โดยพิจารณาว่ามีคุณสมบัติและได้รับการยอมรับจากประชาชนหรือไม่
 
สำหรับ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติอิสลามอิหร่าน เป็นผู้ใกล้ชิดกับอยาตุลเลาะห์ โคไมนี่ (Ayatollah Khomeini) ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เคยเป็นประธานาธิบดีในปี 1981-1989 ก่อนที่จะได้รับเลือกจากสภาผู้เชี่ยวชาญให้เป็นประมุขสูงสุดของรัฐ ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่จนเสียชีวิต
 

ประธานาธิบดี: มีอำนาจแต่ไม่ใช่ตัวจริง

ส่วนประธานาธิบดีอิหร่านถือเป็นประมุขฝ่ายบริหาร ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี และเป็นได้ไม่เกิน 2 วาระ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีต้องได้รับการรับรองจากสภาผู้พิทักษ์ก่อนว่าเป็นผู้จงรักภักดีต่ออุดมการณ์ปฏิวัติอิสลามหรือไม่ ประธานาธิบดีเป็นผู้ทำตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ยกเว้นหน้าที่ที่เป็นของประมุขสูงสุด ซึ่งถือเป็นผู้เห็นชอบทุกสิ่งทุกอย่างในขั้นตอนสุดท้าย
 
ประธานาธิบดียังมีรองประธานาธิบดีอีก 8 คน และมีคณะรัฐมนตรีไม่เกิน 22 คน ซึ่งการแต่งตั้งเหล่านี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาเสียก่อน อย่างไรก็ตามคณะผู้บริหารและรัฐมนตรีของอิหร่านไม่เหมือนรัฐบาลอื่นตรงที่ฝ่ายบริหารไม่มีอำนาจควบคุมกองทัพ แม้ตามรัฐธรรมนูญประธานาธิบดีจะมีอำนาจตั้งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและกระทรวงข่าวกรอง แต่ตามธรรมเนียมแล้วประธานาธิบดีต้องได้รับความเห็นชอบจากประมุขสูงสุด ก่อนที่ประธานาธิบดีจะนำรายชื่อรัฐมนตรีให้เสนอต่อสภาเพื่อให้ลงมติเห็นชอบ
 
สำหรับประธานาธิบดีอิหร่านปัจจุบันคือนายมะห์มุด อะห์มาดิเนจัด ซึ่งถือเป็นประธานาธิบดีที่ไม่ใช่อิหม่ามคนแรก นับตั้งแต่ปี 2524 อะห์มาดิเนจัดชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2548 เหนืออดีตประธานาธิบดีอาลี อัคบาร์ ฮาชิมี่ ราฟซานจานี่ (Ali-Akbar Hashemi Rafsanjani) และกำลังจะหมดวาระและมีการเลือกตั้งใหม่เมื่อ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่การเลือกตั้งที่มะห์มุด อะห์มาดิเนจัดมีคะแนนห่างพรรคฝ่ายค้านนี้ กลับสร้างความกังขาให้กับผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน
 
ตัวของอะห์มาดิเนจัด เคยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสหภาพนักศึกษา ซึ่งสหภาพนักศึกษาดังกล่าวเคยบุกยึดสถานทูตสหรัฐในกรุงเตหะรานในปี 2522 แต่ตัวเขาปฏิเสธว่าไม่ใช่ชุดที่บุกเข้าไปจับคนเป็นตัวประกันด้านในสถานทูต
 
อะห์มาดิเนจัดเป็นผู้ยึดมั่นในหลักการ ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ในบ้านหมายถึงภายในประเทศที่เขาไม่ใช่ผู้เห่อการพัฒนาหรือเป็นนักการเมืองนิยมแนวทางปฏิรูป ส่วนนอกบ้านหมายถึงในต่างประเทศที่เขามักสะท้อนจุดยืนต่อต้านโลกตะวันตก และยืนกรานที่จะดำเนินโครงการพัฒนาด้านนิวเคลียร์
 
ผู้สนับสนุนเขาส่วนหนึ่งมาจากคนอิหร่านที่ยากจน และผู้เคร่งศาสนาในพื้นที่นอกกรุงเตหะรานซึ่งมีการขยายตัวของประชากรอย่างรวดเร็ว
 

สภา: การเลือกตั้ง และสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

เดิมทีก่อนการปฏิวัติอิหร่าน อิหร่านใช้ระบบสองสภาคือมีทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่ภายหลังการปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ได้ยกเลิกวุฒิสภา เหลือแต่สภาผู้แทนราษฎรที่เรียกว่า Majlis โดยสภาดังกล่าวมีสมาชิกทั้งหมด 290 คน มาจากการเลือกตั้ง มีวาระทั้งหมด 4 ปี สภาทำหน้าที่พิจารณาและอนุมัติกฎหมาย ให้สัตยาบันสัญญาระหว่างประเทศ พิจารณางบประมาณของรัฐบาล โดยสมาชิกสภาทั้งหมดต้องผ่านการรับรองจากสภาผู้พิทักษ์จึงจะทำหน้าที่ได้
 
สำหรับสภาผู้พิทักษ์ ประกอบด้วยผู้พิพากษา 12 คน 6 คนแรกไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากการแต่งตั้งของประมุขสูงสุด อีก 6 คนมาจากการเลือกของสภา ตามการเสนอรายชื่อของประมุขฝ่ายตุลาการ สภาผู้พิทักษ์ยังมีอำนาจตีความรัฐธรรมนูญ และมีอำนาจยับยั้ง (Veto) รัฐสภาด้วยหากร่างกฎหมายขัดกับรัฐธรรมนูญหรือชารีอะห์ (Sharia) และร่างกฎหมายจะถูกส่งมายังรัฐสภาจะต้องทบทวนกฎหมายดังกล่าว นอกจากนี้การทำหน้าที่เป็นคณะที่ปรึกษาให้กับประมุขสูงสุด ยังทำให้สภาผู้พิทักษ์เป็นหนึ่งในสถาบันที่มีอำนาจสูงสุดในอิหร่านทีเดียว
 
ในระดับท้องถิ่นจะมีสภาเมือง ซึ่งเป็นสภาระดับท้องถิ่น จะได้รับเลือกจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีระยะเวลาในตำแหน่ง 4 ปี ตามรัฐธรรมนูญอิหร่านมาตรา 7 สภาท้องถิ่นเหล่านี้ร่วมกับรัฐสภาจะมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการบริหารรัฐ โดยมาตรานี้เดิมทีไม่มีผลในทางปฏิบัติ จนกระทั่งในปี 1999 ที่มีการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นเป็นครั้งแรก โดยสภาท้องถิ่นมีหน้าที่คล้ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในไทย ตั้งแต่ เลือกตั้งนายกเทศมนตรี บริหารงานของเทศบาล วิจัย ผังเมือง ประสานงานชุมชน สังคม วัฒนธรรม การศึกษา สวัสดิการ และอื่นๆ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
 

อิหม่ามและสภาผู้เชี่ยวชาญ

พวกอิหม่ามเป็นผู้มีบทบาทครอบงำสังคมอิหร่าน
 
อิหม่ามเท่านั้นที่สามารถได้รับเลือกเข้าไปในสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งทำหน้าที่แต่งตั้งประมุขสูงสุด และทำหน้าที่ตรวจสอบและถอดถอนประมุขสูงสุดได้ในทางทฤษฎี หากประมุขสูงสุดไม่ทำตามหน้าที่ ผู้นำของสภาผู้เชี่ยวชาญปัจจุบันคืออดีตประธานาธิบดีอาลี อัคบาร์ ฮาชิมี่ ราฟซานจานี่ (Ali-Akbar Hashemi Rafsanjani) ซึ่งนิยามตัวเองว่าเป็นนักปฏิบัตินิยมและอนุรักษ์นิยม
 
สำหรับสภาผู้เชี่ยวชาญจะมีการประชุมปีละ 1 หน เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ สมาชิกไม่ใช่คนทั่วไป แต่จะเป็น “86 อิหม่าม” ผู้มี “ศีลธรรมและความรู้” ซึ่งได้รับเลือกจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีวาระในตำแหน่ง 8 ปี และเช่นเดียวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภา ผู้สมัครเลือกตั้งสภาผู้เชี่ยวชาญต้องได้รับการพิจารณาคุณสมบัติจากสภาผู้พิทักษ์เสียก่อนว่ามีคุณสมบัติลงสมัครเลือกตั้งได้หรือไม่
 
สภาผู้เชี่ยวชาญจะทำหน้าที่เลือกประมุขสูงสุด และมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่จะถอดถอนผู้นำสูงสุดเมื่อใดก็ได้ บันทึกการประชุมและความเห็นของพวกสภาผู้เชี่ยวชาญถือเป็นความลับอย่างยิ่ง สภาผู้เชี่ยวชาญไม่เคยเลยที่จะเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้ว่าในบรรดาพวกเขามีใครที่ท้าทายการตัดสินใจของประมุขสูงสุด
 
อดีตประธานาธิบดีสายปฏิรูปอย่างโมฮัมหมัด คาตามี่ กล่าวหาอิหม่ามว่าขัดขวางแผนการปฏิรูปของเขา และยังเตือนให้ระวังอันตรายของ “เผด็จการ” ทางศาสนา
 
อิหม่ามยังมีอิทธิพลต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งอิงอยู่กับกฎหมายชารีอะห์ (Sharia)
 
หลายปีก่อน พวกอนุรักษ์นิยมจัดในอิหร่านใช้ระบบศาลบ่อนเซาะการปฏิรูปอิหร่านด้วยการจำคุกนักปฏิรูปและผู้สื่อข่าว และปิดหนังสือพิมพ์ของพวกปฏิรูป
 

ระบบศาลในอิหร่าน

สำหรับกระบวนการยุติธรรมของอิหร่าน ประมุขสูงสุด จะเป็นผู้แต่งตั้งประธานคณะตุลาการของอิหร่าน ซึ่งประธานคณะตุลาการจะเป็นผู้แต่งตั้งประธานศาลสูงสุดและอัยการสูงสุด ของอิหร่าน โดยอิหร่านมีหลายระบบศาล รวมถึงศาลสาธารณะ (public courts) ที่ใช้ตัดสินคดีแพ่งและคดีอาญา และ “ศาลปฏิวัติ” (revolutionary courts) ที่ใช้ตัดสินคดีที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ การพิพากษาของศาลปฏิวัติถือเป็นที่สิ้นสุดและไม่สามารถอุทธรณ์ได้
 
นอกจากนี้ยังมี “ศาลพิเศษทางศาสนา” (Special Clerical Court) ที่ใช้ตัดสินคดีที่อิหม่ามเป็นผู้กระทำผิด รวมถึงคดีที่อิหม่ามเป็นตัวการใช้ผู้อื่นไปกระทำผิดด้วย ศาลนี้จะเป็นอิสระจากระบบศาลอื่นในอิหร่านแต่จะขึ้นตรงกับประมุขสูงสุดคืออยาตุลเลาะห์แต่เพียงผู้เดียว และเช่นเดียวกับศาลปฏิวัติ คำตัดสินจากศาลพิเศษทางศาสนาถือเป็นที่สิ้นสุดไม่สามารถอุทธรณ์ได้
 

กองทัพ: เครื่องมือกำราบฝ่ายค้าน

กองทัพอิหร่านประกอบด้วยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC และ กองกำลังประจำการ ทั้งสองกองทัพอยู่ภายใต้การบัญชาการของผู้บัญชาการคนเดียวกันคือโมฮัมหมัด อาลี จาฟารี (Mohammad Ali Jafari)
 
ตามรัฐธรรมนูญอิหร่านที่พวกอิหม่ามร่างขึ้น กำหนดให้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (Iran's Islamic Revolution Guards Corps - IRGC) หรือ Pasdaran มีอำนาจปกป้องระบอบการปกครองแบบอิสลามของประเทศภายหลังการปฏิวัติอิหร่านให้เป็นรัฐศาสนาได้สำเร็จ และเพื่อถ่วงดุลอำนาจกับกองกำลังประจำการหรือ Artesh ซึ่งตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีหน้าที่ป้องกันชายแดนและควบคุมความสงบเรียบร้อยในประเทศ
 
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติกองกำลัง Pasdaran มันมีบทบาทล้ำเส้นกับกองกำลังประจำการหลัก เพราะ Pasdaran ยังมีบทบาทด้านรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ มีการพัฒนากำลังอาวุธของตนเองทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ กองกำลัง Pasdaran นี้ประมาณการว่ามีกองกำลังพร้อมรบกว่า 125,000 นาย และยังอ้างว่ามียุทโธปกรณ์ทั้งภาคพื้นดิน ทางเรือ และทางอากาศ และขีปนาวุธระยะไกลด้วย
 
นอกจากนี้ Pasdaran ยังอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการทางทหารของอิหร่านหลายครั้ง เช่นในเดือนมีนาคมปี 2550 ได้ทำให้เกิดความตึงเครียดทางการทูตกับอังกฤษ ด้วยการควบคุมตัวนาวิกโยธินของอังกฤษ 15 ราย ขณะลาดตระเวนที่ปากแม่น้ำชัต อัล-อาหรับ (Shatt al-Arab) ที่คั่นระหว่างชายแดนอิรักและอิหร่าน
 
สหรัฐอเมริกาเองก็เคยกล่าวหาหน่วยคุด (Quds Force) กองกำลังที่มีภารกิจปฏิบัติการนอกประเทศอิหร่าน ซึ่งมีกำลังพลกว่า 15,000 คน ที่อยู่ภายใต้ Pasdaran ว่าเป็นตัวการส่งมอบวัตถุระเบิดชนิดเจาะเกราะ (explosively formed projectiles - EFPs) ให้กับนักรบชีอะห์ซึ่งต่อต้านสหรัฐในอิรัก
 
หน่วยคุดนี้ เชื่อกันว่าเจ้าหน้าที่ประจำการในสถานทูตอิหร่านของหลายประเทศทั่วโลก พวกเขาถูกกล่าวหาว่าทำงานข่าวกรองในต่างประเทศ จัดตั้งค่ายฝึกอาวุธและขนอาวุธทางเรือให้กับกลุ่มนักรบต่างชาติที่อิหร่านสนับสนุน อย่างเช่นกลุ่มเฮซโบลเลาะห์ (Hezbollah)
 
ด้วยอำนาจอย่างมหาศาล ทำให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่านหรือ Pesdaran การที่ประธานาธิบดี มะห์มูด อะห์มาดิเนจัดก็เคยเป็นสมาชิกของกองกำลังนี้ และ Pasdaran ก็มีความใกล้ชิดและได้รับการสนับสนุนจากผู้นำสูงสุดอย่าง อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ทำให้ Pasdaran เป็นตัวแสดงสำคัญในทางการเมืองของอิหร่าน
 
และเชื่อกันว่า อยาตุลเลาะห์ คาเมนี ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ใช้อำนาจของเขาในการขยายอิทธิพลของเขาและ Pasdaran ผ่านการแต่งตั้งสมาชิก Pasdaran หลายคนให้มีตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง และใช้กองกำลังนี้กำราบฝ่ายที่ต่อต้านเขาและพวกนิยมปฏิรูปในอิหร่าน
 
ล่าสุดหลังการเลือกตั้งในปี 2548 ประธานาธิบดีอะห์มาดิเนจัดได้แต่งตั้งอดีตทหารผ่านศึกใน Pasdaran ให้เป็นรัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญๆ
 
นอกจากนี้ กองกำลัง Pasdaran ยังมีอำนาจในสถาบันทางสังคมของพลเรือน และมีบทบาททางเศรษฐกิจราว 1 ใน 3 ของอิหร่านผ่านการสงเคราะห์และการให้สินเชื่อปลอดดอกเบี้ย
 
ฝ่ายวิศวกรรมของ Pasdaran ที่ชื่อว่า Khatam-ol-Anbia หรือที่เรียกในชื่อย่อว่า GHORB ได้รับงบประมาณหลายพันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อว่าจ้างในโครงการก่อสร้างต่างๆ รวมไปถึงโครงการก่อสร้างสนามบินนานาชาติอิหม่ามโคไมนี่ (Imam Khomeini international airport) สนามบินแห่งใหม่ในเตหะรานด้วย
 
Pasdaran ยังเป็นเจ้าของหรือควบคุมห้องทดลองของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง บริษัทผลิตอาวุธ หรือแม้แต่บริษัทผลิตรถยนต์ด้วย
 
โดยหนังสือพิมพ์ไฟแนลเชียล ไทม์ (The Financial Times) ประมาณการว่าร้อยละ 30 ในภารกิจของ Pasdaran เกี่ยวข้องกับเรื่องธุรกิจ และส่งภาษีให้กับรัฐราว 2,000 เหรียญสหรัฐต่อปี
 
นอกจากนี้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติหรือ Pasdaran ยังคงควบคุมกองกำลัง Basij (Basij Resistance Force) ซึ่งเป็นทหารอาสาสมัครอิสลาม มีกำลังพลทั้งชายและหญิงราว 90,000 คน และสามารถระดมพลในรัศมี 1 ไมล์ได้ทันที โดยทหารอาสา Basij มักถูกระดมพลบ่อยครั้งให้ออกมาตามท้องถนนเพื่อใช้สลายการชุมนุมของฝ่ายต่อต้าน พวกเขามีสาขาอยู่ทุกๆ ตำบลของอิหร่าน
 
 

 

ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก
วิกิพีเดีย, http://en.wikipedia.org/wiki/Iran
Profile: Iran's Revolutionary Guards, BBC, 26 October 2007 16:59 UK, http://news.bbc.co.uk/2/hi/middle_east/7064353.stm
Guide: How Iran is ruled, BBC, Tuesday, 9 June 2009 10:42 UK, http://news.bbc.co.uk/2/hi/middle_east/8102406.stm

ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาหลังสง

ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาหลังสงกรานต์ ผมว่าบทความนี้เป็นบทความที่ประชาไทคัดมาลงได้อย่างน่าสนใจที่สุด โดยเฉพาะสำหรับพวกไม่ศรัทธาระบบประชาธิปไตยและนักการเมืองแบบไทยๆอย่างผม ไม่ลองเอาระบบการเมืองของจีนมาลงให้ดูกันบ้างหรือครับ จะได้ดูกันว่าระหว่างศาสนาคุมรัฐ กับพรรคคุมรัฐนี่มันมีข้อแตกต่างกันตรงไหน ผมเดาว่าน่าจะอยู่ที่ที่มาของกลุ่มผู้มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ที่ระบบจีนมาจากการเลือกตั้งในพรรคเดี่ยวมากกว่า การแต่งตั้งโดยกลุ่มบุคคลเช่นผู้นำศาสนา ซึ่งโลกทัศน์คับแคบเกินไป

ผมชอบรัฐบาลที่ทำหน้าที่แค่ใช้อำนาจบริหาร ส่วนนิติบัญญัติและตุลาการ รวมถึงด้านความมั่นคง ยกไปให้พรรคเดี่ยวดูแลไปเลย แบบพรรคคุมรัฐและกองทัพ แต่ไม่ชอบที่ระบบอิหร่านนั้นให้อำนาจผู้นำสูงสุดตัวบุคคลซึ่งเป็นผู้นำศาสนาด้วยมากเกินไป อำนาจสูงสุดนั้นควรอยู่ที่คณะกรรมการพรรคแบบจีน จะดูกระจายอำนาจได้ดีกว่า...ศาสนานั้นไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการปกครองและการให้การศึกษาแก่ประชาชนมากจนเกินไป พรรคเดี่ยวและรัฐควรให้เสรีภาพแก่ทุกศาสนาในการแข่งขันกันให้การศึกษาแก่ประชาชนทั้งด้านศาสนาและวิชาการ ตราบใดที่การกระทำเช่นนั้นไม่ท้าทายกับอำนาจรัฐและพรรค

ระบบอิหร่านนี่ ถ้ามาประยุกต์แบบไทยๆ จินตนาการว่าเอาเจ้าอาวาสวัดธรรมกลายมาเป็นผู้นำสูงสุดทางการเมืองผมก็รับไม่ได้หรอกครับ ดูข่าวทีวีไปขำไปเดี๋ยวขากรรไกรค้างเป็นอันตรายต่อสุขภาพ...

อ๊ะ อ๊ะ โมเดล

อ๊ะ อ๊ะ โมเดล คล้ายเมืองไหนหว่า ต่างเพียงแต่ว่า ประมุขสูงสุด ไม่ได้มาจากศาสนจักร ก็เท่านั้น

มองแผนผังก้างปลาโยงใยกัน

มองแผนผังก้างปลาโยงใยกัน คุ้นๆ คล้ายๆ ประเทศเนี้ย! แล้วมันกำลังจะเหมือนกับประเทศอิร่าน หลังจากใช้อำนาจรัฐให้ได้มาซึ่งอำนาจในการเลือกตั้งหรือเปล่า กำลังรอการพิสูจน์ว่า แค่คล้าย หรือเหมือนกันเปียบเลย..กับเหตุการณ์ของอิหร่านในปัจจุบัน.

ต้องมองถอยหลังไปถึงปี

ต้องมองถอยหลังไปถึงปี 80

สมัยพระเจ้าอยู่หัว ซาร์ห แห่ง ปาเลวีร์

อ้างว่าเป็นราชวงศ์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก

ภายใต้การสนับสนุนของ ซีไอเอ แห่ง ยูเอส

ได้ก่อกรรมทำเข็ญแก่ประเทศ ประชาชน

เหลือที่จะรับ

ก็เลยโดนท่านอีหม่ำ โคมานีอี ล้ม

และตั้งรัฐอิสลาม ตัวเองเป็นผู้ปกครองสูงสุด

มีประธานาธิบดีเป็นตุ๊กตา

สรุปแล้ว เลวพอกัน

คนรับกรรมก็ประชาชน

จะเปรียบประเทศไหนก็ดูเอาเอง

มันมีให้อ้างได้ทั่วโลก

เนปาล อีหร่าน จีน รัซเชีย

แต่ของเราเอาแบบไทยไทย

อุ อุ

อุ อุ ก็คล้ายกับเมืองตอแหลเมืองนีงไง เพยงแต่คนคุมไม่ใช่ผู้นำทางศาสนา แต่เป็นเทวดา

อุ อุ

อุ อุ ก็คล้ายกับเมืองตอแหลเมืองนีงไง เพยงแต่คนคุมไม่ใช่ผู้นำทางศาสนา แต่เป็นเทวดา

*การเมืองใหม่ ในอิหร่าน

*การเมืองใหม่ ในอิหร่าน ผ่านนานแล้ว
ปรากฏแนว ให้เห็น เป็นไฉน
คือระบอบ คณาธิปไตย
พลังจารีต เป็นใหญ่ เหนือปวงชน

*มีกำลัง ปกป้อง การปฏิวัติ
คอยขจัด คนคิดต่าง อย่างได้ผล
พลังจารีต ขีดเส้น บันดาลดล
เล่นเล่ห์กล ครอบงำ นำสังคม

*เป็นรูปแบบ การปกครอง ของคนดี
ที่ไม่มี ประชาธิปไตย ให้สุขสม
มีการตั้ง มาให้เลือก เหมือนเชือกปม
ผูกสังคม เข้าไว้ ให้ทำตาม

*จิตวิญญาณ ประชาธิปไตย
ย่อมเป็นไป ธรรมชาติ มิอาจห้าม
คนอิหร่าน ก็เรียนรู้ ดูงดงาม
ค่อยลุกลาม ตามกระแส แห่งโลกา

*การสื่อสาร ไร้พรมแดน แสนยิ่งใหญ่
คือหัวใจ แห่งผู้ แสวงหา
ถึงปิดกั้น เพียงใด ใช่กั้นฟ้า
สื่อสารหา กันได้ เพียงใจตรง

ก็คงได้เหมือนอีหร่านบวกรัสเซี

ก็คงได้เหมือนอีหร่านบวกรัสเซีย ถ้ายังดันทุรังไม่ฟังเสียงส่วนใหญ่ นับวันก็ยิ่งเกลียด จะอดใจรอให้ถึงวันนั้นก็อายุยืนเหลือเกิน

ผู้มีอำนาจสูงสุดกองทัพ

ผู้มีอำนาจสูงสุดกองทัพ หรือประชาชน ผู้ที่ถูกข้างมาก หรือข้างน้อย การแก้ปัญหาประท้วงหรือกฎหมาย
ทุกประเด็น ข้อไหนรักษาผลประโยชน์ของส่วนร่วม(ประเทศชาติ) เป็นไปตามกฎหมายของบ้านเมือง และเป็นสากล
ประเด้นนั้นควรจะได้รับการยอมรับเป็นอันดับหนึ่ง...