วันอังคาร ที่ 22 พฤษภาคม 2555 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมง 25 นาที ที่ผ่านมา
อัยการไม่อุทธรณ์คดี ‘สุวิชา’ ทนายเตรียมยื่นปิดคดีพรุ่งนี้
Mon, 2009-06-01 19:32
ความคืบหน้าคดีนายสุวิชา ท่าค้อ ซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุก 10 ปี ในความผิดตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และมาตรา 112 ของกฏหมายอาญา และอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลขยายระยะเวลาอุทธรณ์จากวันที่ 3 พ.ค. เป็นวันที่ 1 มิ.ย. นั้น เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท. พิชิต นนทสุวรรณ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุดยื่นคำแถลงต่อศาลว่า ตามคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 โจทก์ ฉบับลงวันที่ 29 เม.ย. 2552 ที่ได้ยื่นขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ในคดีนี้ และทางศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายอุทธรณ์ไปถึงวันที่ 1 มิ.ย. 2552 นั้น อัยการฝ่ายคดีศาลสูงมีคำสั่งไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาและอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเห็นพ้องด้วยกับคำสั่งไม่อุทธรณ์ โจทก์จึงไม่อุทธรณ์คดีนี้
นายอานนท์ นำพา ทนายของนายสุวิชา กล่าวกับประชาไทว่าเมื่อทางอัยการไม่ดำเนินการอุทธรณ์ ทนายความก็จะดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลสั่งคดีถึงที่สุดต่อไป โดยอาจจะดำเนินการในวันพรุ่งนี้ หรืออย่างช้าที่สุดในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ หลังจากนั้นจะเตรียมการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษต่อไป
00000
ลำดับเหตุการณ์คดีสุวิชา ท่าค้อ
14 ม.ค. 2552 สุวิชา อายุ 34 ปี ทำงานตำแหน่งวิศวกรเครื่องจักร ของบริษัทขุดเจาะน้ำมันแห่งหนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว หน้าร้านสุวรรณการช่าง อ.เมือง จ.นครพนม คำร้องของพนักงานสอบสวนระบุว่า เมื่อระหว่างวันที่ 27 เม.ย.-26 ธ.ค.2551 ผู้ต้องหากระทำผิดกฎหลายบท หลายกรรม ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลรูปภาพ ซึ่งเป็นการกระทำดูหมิ่นองค์พระมหากษัตริย์และองค์รัชทายาท พนักงานสอบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 92/2552
16 ม.ค. 2552 สุวิชาถูกควบคุมตัวจาก นครพนมมายังศาลอาญา รัชดาภิเษกกรุงเทพฯ ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เจ้าพนักงานยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรก 12 วัน ไปจนถึงวันที่ 27 มกราคม โดยระบุว่า ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาจนครบกำหนดแล้ว แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบปากคำพยานอีก 15 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์จำนวน 3 เครื่อง แผ่นซีดี และเอกสารอีกจำนวนหลายรายการ จึงขอฝากขังไว้ หลังจากนั้น ทนายความของสุวิชาได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งประกันตัว 2ครั้ง แต่ศาลยกคำร้อง
26 มี.ค. 2552 อัยการมีคำสั่งฟ้องคดีนายสุวิชา ท่าค้อ เป็นจำเลยฐานกระทำความผิดโดยร่วมกับพวกที่หลบหนี หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่า จะทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร, นำ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่ปรากฏภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กโทรนิกส์หรือวิธีการอื่นใดโดยประการที่น่า จะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย อัยการขอให้ลงโทษตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91 และ 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 และ 16
30 มี.ค. 2552 จำเลยให้การรับสารภาพต่อศาลในระหว่างนัดชี้สองสถาน และศาลนัดฟังคำตัดสินในวันที่ 3 เม.ย. 2552 เวลา 9.00 น.
3 เม.ย.2552 เวลา 9.00 น. ที่ศาลอาญา ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินคดีที่พนักงานอัยการ โจทก์ ฟ้องนายสุวิชา ท่าค้อ เป็นจำเลยฐานกระทำความผิดโดยร่วมกับพวกที่หลบหนี หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่า จะทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร, นำ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่ปรากฏภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กโทรนิกส์หรือวิธีการอื่นใดโดยประการที่น่า จะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย อัยการขอให้ลงโทษตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83,91 และ 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 และ 16
ตัดสินว่ามีความผิดตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1), 83,91 และ 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14(2) และ 16(1) เนื่องจากเป็นความผิดหลายบท ให้ลงโทษตามมาตราที่มีโทษสูงสุด และความที่จำเลยกระทำความผิด 2 กระทง ให้ตัดสินให้ลงโทษ กระทงละ 10 ปี รวม 20 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กระทงละ 5 ปี คงเหลือโทษจำคุก 10 ปี ไม่รอลงอาญา และให้ริบของกลาง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อัยการขอเลื่อนเวลาอุทธรณ์ คดี ‘สุวิชา ท่าค้อ’ ทนายชี้คดียืด ทำให้ขอพระราชทานอภัยโทษไม่ได้
หัวไม้ Story: เปิดใจจากคุก สุวิชา ท่าค้อ
หัวไม้ Story: ปากคำใต้บัลลังก์พิพากษา ‘สุวิชา’
ศาลยกคำร้องขอประกันตัว ‘สุวิชา ท่าค้อ’ ทนายเตรียมอุทธรณ์ต่อสัปดาห์นี้
สุวิชา ท่าค้อ รับสารภาพ ศาลนัดฟังคำพิพากษา 3 เม.ย. นี้
อัยการขอเลื่อนเวลาอุทธรณ์ คดี ‘สุวิชา ท่าค้อ’ ทนายชี้คดียืด ทำให้ขอพระราชทานอภัยโทษไม่ได้
หัวไม้ Story: เปิดใจจากคุก สุวิชา ท่าค้อ
หัวไม้ Story: ปากคำใต้บัลลังก์พิพากษา ‘สุวิชา’
ศาลยกคำร้องขอประกันตัว ‘สุวิชา ท่าค้อ’ ทนายเตรียมอุทธรณ์ต่อสัปดาห์นี้
สุวิชา ท่าค้อ รับสารภาพ ศาลนัดฟังคำพิพากษา 3 เม.ย. นี้









เห็นใจจริง
เห็นใจจริง
“ดีเอสไอ” รวบตัวแสบโพสต์เว็บ
“ดีเอสไอ” รวบตัวแสบโพสต์เว็บ “หมิ่นเบื้องสูง” "
"ดีเอสไอ" นำกำลังบุกค้นบ้านมือทำเว็ปไซต์หมิ่นสถาบันเบื้องสูง พร้อมรวบตัวขณะซื้อของที่ตลาดในตัวเมืองนครพนม หลังสืบพบหนีไปกบดาน ก่อนเอาตัวมาสอบที่กทม.กลางดึก
วานนี้ (14 ม.ค.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ดีเอสไอ นำหมายค้นเลขที่ 78/2552 เข้าตรวจสอบ บ้านเลขที่ 277/149 ถ.กาญจนาภิเษก แขวงและเขตคันนายาว กทม. ภายหลังสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นสถานที่ใช้เผยแพร่ข้อความหมิ่นสถาบัน เบื้องสูงลงในเว็บไซต์ต่างๆ เมื่อไปถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว เนื้อที่ 25 ตารางวา และบริเวณประตูบ้านมีกุญแจล็อกอยู่ ดีเอสไอจึงประสานให้ญาติของเจ้าของบ้านนำกุญแจมาไขเปิดประตูเข้าไป และร่วมเป็นพยานในการตรวจค้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้อายัดเครื่องคอมพิวเตอร์มาตรวจสอบ
สำหรับเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว คือ นายสุวิชา ท่าค้อ อายุ 35 ปี ได้หลบหนีไปกบดานอยู่กับญาติที่ จ.นครพนม ดีเอสไอจึงมอบหมายให้ พ.ต.ต.กล้าหาญ คล่องพยาบาล พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงส์มณี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สำนักคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ออกติดตามจับกุม และสามารถจับกุมตัวได้ขณะเดินซื้อของอยู่ที่ตลาดภายในตัวอำเภอเมือง จ.นครพนม จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำ โดยผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้ในเวลา 21.00 น. ดีเอสไอจะควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้เข้ามาสอบสวนที่กรุงเทพฯ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส
รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับนายสุวิชา ท่าค้อ ผู้ต้องหารายนี้เป็นคนที่ชื่นชอบกีฬาพารามอเตอร์เป็นอย่างมากและมักจะไปเล่น อยู่บ่อยครั้งตามสนามต่างๆ
ต่อมาเมื่อเวลา 22.45 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ควบคุมตัวนายสุวิชา ท่าค้อ ผู้ต้องหามาสอบปากคำที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถ.แจ้งวัฒนะ โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด คาดว่ารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมจะแถลงข่าวในวันนี้
กฎหมายหมิ่นประมาทของไทยมีสองม
กฎหมายหมิ่นประมาทของไทยมีสองมาตรฐาน
1.สำหรับ คนทั่วๆไป คุณวิจารณ์เขาได้
ถ้าสิ่งที่คุณวิจารณ์เป็นเรื่องจริง
และเป็นประโยชน์ ต่อส่วนรวม คุณไม่ต้องรับโทษ
ยกตัวอย่างเช่น มีคนคิดกังหันยอดพัฒนาขึ้นมา
คุณสามารถวิจารณ์ได้ ว่ากังหันยอดพัฒนาไม่ดีอย่างไร
2.สำหรับในหลวง ราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ถ้าคุณวิจารณ์
แม้จะเป็นเรื่องจริง และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
คุณก็ต้องติดคุก 3-15 ปี
นี่คือกฎหมายหมิ่นประมาทของไทยที่มีสองมาตรฐาน
คุณพูดเรื่องจริง และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
แล้วคุณถูกจำคุก เป็นเรื่องไม่ถูกต้องครับ
กฎหมายหมิ่นประมาทของไทยมีสองม
กฎหมายหมิ่นประมาทของไทยมีสองมาตรฐาน
1.สำหรับ คนทั่วๆไป คุณวิจารณ์เขาได้
ถ้าสิ่งที่คุณวิจารณ์เป็นเรื่องจริง
และเป็นประโยชน์ ต่อส่วนรวม คุณไม่ต้องรับโทษ
ยกตัวอย่างเช่น มีคนคิดกังหันยอดพัฒนาขึ้นมา
คุณสามารถวิจารณ์ได้ ว่ากังหันยอดพัฒนาไม่ดีอย่างไร
2.สำหรับในหลวง ราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ถ้าคุณวิจารณ์
แม้จะเป็นเรื่องจริง และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
คุณก็ต้องติดคุก 3-15 ปี
นี่คือกฎหมายหมิ่นประมาทของไทยที่มีสองมาตรฐาน
คุณพูดเรื่องจริง และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
แล้วคุณถูกจำคุก เป็นเรื่องไม่ถูกต้องครับ
หวัดดีครับ
หวัดดีครับ
นายสองมาตรฐานเรารู้สึกว่านายจ
นายสองมาตรฐานเรารู้สึกว่านายจะโอหังเกินไปแล้วนะที่โพสต์แบบนี้
ขอเตือนด้วยความหวังดีว่าอย่าริอาจจาบจ้วงให้มากกว่านี้เด๋วจะหาว่าไม่เตือน
และเพื่อให้การเตือนของเราดูมีหลักการมากขึ้น เราจะบอกนายสองมาตรฐานรู้ไว้ไอ้ความขี่เท่อที่นายพ่นออกมานั้นคือเรื่องโกหก ถ้านายรู้จริง แต่เราคิดว่านายไม่รู้จริงหรอกที่โพสต์ออกมาแบบนี้ นั่นแสดงว่าที่นายโพสต์ออกมาแบบนี้ คือ การเพ้อเจ้อ (ก็ดีกว่าโกหกนิดนึง)
ในประเทศไทยกฏหมายหมิ่นประมาทให้การคุ้มครอง "คนทั่วไป" อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าใครจะไปรู้เรื่องอะไรของผู้หนึ่ง แล้วเอาไปไขต่อให้เป็นที่ปรากฎแก่ผู้อื่น โดยผู้นั้นไม่ได้ยินยอมและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้นั้น ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ การทำเช่นนั้นเข้าข่ายหมิ่นประมาท เป็นความผิดทั้งสิ้น
หรือถ้าหากเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง ก็ ยิ่งผิดมากขึ้น จึงอยากสอนสั่งให้นายสองมาตรฐานไปหาฎีกาเรื่องนี้มาอ่านให้ดีก่อน ค่อยมาปล่อยเสล่อแบบนี้ เพราะจะสร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้น ที่สำคัญมันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดกับสถาบันด้วยแล้วเราไม่ยอม นี่เตือนไว้แล้วนะ
(ทั้งหมดที่เรากล่าวมาเราไม่อาจอ้าวงถึงมาตราได้เพราะเราไม่ใช่นักกฎหมาย แต่เราพอรู้กฎหมายบ้างจึงยกมาให้ฟัง)
ประเด็นข้อ 2 ของนายยิ่งผิดทุเรศไปใหญ่เลย ในการวิพากษ์สถาบันนั้นถ้าทำด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ ม. 112 ไม่อาจเอาผิดได้ แต่เนื่องจากตามประเพณีไทย สถาบันเป็นสถาบันหลักสูงสุดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ฉะนั้นสถานะของสถาบันก็เปรียบได้กับศาสดาของศาสนาต่างๆ การวิจารณ์ศาสดาของศาสนาใดๆ ก็จะสร้างความไม่พอใจและความวุ่นวายจาก "ศาสนิก" ของศาสนาที่ศาสดาของตนถูกกล่าวหาวิจารณ์ ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหายุ่งยาก ประเพณีไทยจึงห้ามไม่ให้กล่าวหา วิพากษ์ วิจารณ์ สถาบัน
ซึ่งเราคิดว่าการ ละเว้น ไม่กล่าวหา วิจารณ์ สถาบัน ก็ไม่ได้เป็นการกำจัดสิทธิ์เสรีภาพอะไรคนไทยเลย นอกจากพวกคิดกบฏ พวกคิดนอกรีต และ คนชั่วช้าเท่านั้นเอง
การเสนอ คห. ในข้อ 2 ของนาย สองมาตรฐานจึงถือว่าเลวร้ายอย่างยิ่ง
ขอเตือนอีกทีว่าอย่าทำอีก แล้วจะมาหาว่าคนไทยด้วยกันใจร้าย
โ็อ้โหเก่งจิงนะไอ้งั่งเอ๊ย
โ็อ้โหเก่งจิงนะไอ้งั่งเอ๊ย ไปมุดรูอยู่ที่ไหนมาเนี่ยะ ตาบอดหูหนวกมั๊ง ไม่ต้องดัดจริตพูดถึงวิชาการเหม็นขี้ฟัน ถ้าอยู่ในเมืองไทยแล้วไม่สามารถสัมพัสได้ถึงความเป็นสองมาตฐาน มารูไหนก็รีบๆมุดกลับที่เดิมไปเลยมึง ทุกวันนี้ไม่ไช่สุวิชาหรือดาโตปิโดจะมามีอิทธิพลพูดให้ใครต่อใครไปรักไปเกลียดใครใด้ ประชาชนบัดเดี๋ยวนี้ฉลาดขึ้นและคิคด้วยสมองตัวเองได้โว้ย
I Pad ผู้โง่เขลา โปรดไปเปิด
I Pad ผู้โง่เขลา
โปรดไปเปิด ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 330
ซึ่งระบุไว้ว่า ถ้าพูดเรื่องจริง และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
ไม่ต้องรับโทษ หมิ่นประมาท
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า
กฎหมายหมิ่นประมาทของไทยมีสองมาตรฐาน
1.สำหรับ คนทั่วๆไป คุณวิจารณ์เขาได้
ถ้าสิ่งที่คุณวิจารณ์เป็นเรื่องจริง
และเป็นประโยชน์ ต่อส่วนรวม คุณไม่ต้องรับโทษ
ยกตัวอย่างเช่น มีคนคิดกังหันยอดพัฒนาขึ้นมา
คุณสามารถวิจารณ์ได้ ว่ากังหันยอดพัฒนาไม่ดีอย่างไร
2.สำหรับในหลวง ราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ถ้าคุณวิจารณ์
แม้จะเป็นเรื่องจริง และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
คุณก็ต้องติดคุก 3-15 ปี
นี่คือกฎหมายหมิ่นประมาทของไทยที่มีสองมาตรฐาน
คุณพูดเรื่องจริง และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
แล้วคุณถูกจำคุก เป็นเรื่องไม่ถูกต้องครับ
สุวิชา 2
สุวิชา 2
ส่งสารประเทศไทย
ส่งสารประเทศไทย ยังไม่มีประชาธิปไตยตัวจริงเสียงจริง เพราะผู้สมัครส.ส.ที่ใช้เงินซื้อเสียงเป็นผู้ทำลายประชาธิปไตยตัวจริง เสียงจริง ฝันไปก่อนเถอะ รอให้คนทั้งประเทศเรียนสูงๆและมีความรู้มากมายในเรื่องประชาธิปไตยจริงๆซะก่อน ค่อยมาว่ากันใหม่ (ชาติหน้าตอนบ่ายๆอิอิ) อ้าวพี่น้องทั้งหลายเรียนให้สูงๆหน่อยๆ ก็เขาว่ามา...