สัมภาษณ์พิเศษ "พันศักดิ์ วิญญรัตน์" : คุณทักษิณไปแล้ว What do you do next?

 

 
 
ชื่อพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ถูกเอ่ยถึงบ่อยครั้งบนหน้าสื่อในสมัยของรัฐบาลไทยรักไทย และได้รับการยอมรับว่าเป็นกุนซือ "คิดใหม่ ทำใหม่" คนสำคัญของรัฐบาลคิดเร็วทำเร็ว และจากไปเร็วกว่าที่เคยได้รับการคาดหมาย
 
แต่ความช่างคิดใหม่ทำใหม่ของเขานั้น อาจจะเป็นทำนอง "เข้าแก๊งไหนหัวหน้าถูกรัฐประหารหมด" เช่น กัน จากรัฐบาลของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหวัณ เขาเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ครั้งนั้น ผลงานที่โดดเด่นของรัฐบาลชาติชาย คงไม่พ้นเรื่องการเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า รัฐบาลชาติชายถูกรัฐประหารไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 เขาหายไปจากแวดวงพักใหญ่ และกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งในตำแหน่งประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ถูกจดจำไปตราบนานในฐานะเจ้าพ่อประชานิยม และแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ก่อนที่ทักษิณจะถูกโค่นอำนาจโดยการรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549
 
และ ถ้าหากจะย้อนไปไกลก่อนที่พันศักดิ์จะโจนเข้าสู่แวดวงการเมือง พันศักดิ์นั้นเคยทำงานสื่อมวลชนอยู่นาน ในฐานะบรรณาธิการนิตยสารวิเคราะห์การเมือง"จัตุรัส" ช่วงทศวรรษ 1970 และเคยทำงานอยู่ในชายคาสื่อใหญ่อันดับต้นๆ ของเอเชียอย่างเครือผู้จัดการ
 
การเมือง ที่ผันผวนทำให้เขาต้องหลบออกนอกประเทศหลายครั้ง และการรัฐประหารครั้งล่าสุด ผลักดันให้เขาไปเดินเล่นเป็นช่างภาพข้างถนนในกรุงลอนดอนเสียหลายเดือน
 
ชื่อของพันศักดิ์ วิญญรัตน์ กลับมาเป็นประเด็นบนเวทีพันธมิตรฯ เมื่อคืนวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา โดย สนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัยว่า พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ลูกน้องเก่าของเขากำลังจะทำหน้าที่เป็นแม่งานสร้างภาพทักษิณ ชินวัตร ในเวทีสื่อต่างประเทศ โดยมุ่งสร้างภาพทักษิณให้กลายเป็นวีรบุรุษของเอเชีย (ฟังวิทยุคลื่นยามเฝ้าแผ่นดินย้อนหลัง
 
ประชาไท สัมภาษณ์พันศักดิ์ วิญญรัตน์ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ 2 ม็อบปะทะกัน ทำให้เราตัดสินใจชะลอบทความนี้ไว้เนื่องจากจังหวะการเมืองไทยในช่วงเวลานั้น ดูเหมือนจะพุ่งประเด็นกลับไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างสุดต้านทานอีก ครั้ง แม้ว่าประเด็นแห่งการพูดคุยจะเป็นประเด็นที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมแห่งความขัด แย้ง และอันที่จริงเป็นประเด็นที่สังคมไทยยังไม่ได้ตอบมันอย่างจริงๆ จังๆ อีกเลยหลังจากแนวนโยบายทางเศรษฐกิจที่ถูกเรียกว่า "ระบอบทักษิณ" ถูกรื้อโค่น และวิพากษ์อย่างเผ็ดมัน ในห้วงขณะที่ผู้นำของนโยบายต้องเดินทางอย่างยาวนานอยู่ภายนอกประเทศ จนกระทั่งเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ร้ายข้ามแดนอยู่ขณะนี้
 
สังคม ไทยจะเอาอย่างไรต่อ จะอยู่อย่างไรกับโลกาภิวัตน์ หากที่ผ่านมา กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ปฏิเสธนโยบายของระบอบทักษิณได้ทำงานมาอย่าง ต่อเนื่องยาวนานกว่า 3 ปี แต่เสียงของ "ระบอบทักษิณ" ต่อเรื่องนี้กลับเงียบหายไป เราจึงนัดพูดคุยกับพันศักดิ์ ในเช้าวันหนึ่ง ย่านสุขุมวิท
 
"ใน สมัยของทักษิณการเติบโตทางเศรษฐกิจดี ประชาชนเอาด้วย แต่ฐานอำนาจเก่าไม่เอา ซึ่งเกิดจากความกลัวว่าอนาคตคืออะไร ไม่ใช่เท่านั้นนะ ผมว่าคุณทักษิณก็กลัวว่าอนาคตคืออะไร ไม่ใช่แต่คุณทักษิณ ยังรวมทั้งสังคมไทยและรวมทั้งผมด้วย ต่อให้ไม่มีรัฐประหาร ไม่ใช่ว่าผมห่วงอนาคตของตัวผม เพราะผมอายุ 60 แล้ว ที่ผมทำ TCDC เพื่อเป็นสัญลักษณ์ มันจะแตกตัวเป็นมากกว่าสัญลักษณ์เพื่อหิ้วรุ่นลูกผมให้มีงานทำ จากสมัยทักษิณไปสู่อนาคต ผมถามว่าเราจะจัดการตัวเองได้ทันไหม คุณทักษิณเองก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือเปล่า คนซึ่งเกลียดคุณทักษิณก็ไม่แน่ใจ ผมเองก็ไม่แน่ใจ"
 
0 0 0
 

"วิธีไม่โกหกตัวเอง ก็คือการให้คนอื่นเขามองตัวเรา ว่าอะไรคือคุณค่า

คุณจะมีปรัชญาว่าตัวเองเป็นศูนย์กลาง ก็เป็นเรื่องความสุขส่วนตัวของคุณ
แต่ในแง่ของการจัดการทางเศรษฐกิจ
ทำอย่างไรที่จะให้โอกาสแก่คนยากจน
เพราะในที่สุดคนจนก็เป็นผู้เสียภาษีให้รัฐ"

 

 

1
เปิดเรื่อง ไทยในโลกาภิวัตน์
 
 
พัน ศักดิ์เปิดเรื่องและเล่าเรื่อง ด้วยภาพถ่ายภาพจากฝีมือของเขา เป็นภาพของคนกลุ่มหนึ่งสนทนากันอยู่ด้านหน้าโรงแรมหรูใจกลางกรุงลอนดอน ชายในกลุ่มนั้นโพกผ้า.....
 
โรงแรม Oriental Hotel Group แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ย่าน Knightsbridge เป็นโรงแรมระดับนำในกรุงลอนดอนซึ่งเคยมีคนอังกฤษเป็นเจ้าของ แต่ในปัจจุบันถูกซื้อกิจการโดยทุนจากฮ่องกง ผลของ globalization and socialization (โลกาภิวัตน์และกระบวนการทางสังคม) ซึ่งใช้เวลาร่วม 100 ปี จึงเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น เพราะฉะนั้นคนซิกห์ ชอบหรือไม่ชอบก็ตามได้ดื่มด่ำวิธีคิดและอากัปกิริยาและความกระแดะของสังคม อังกฤษเข้าไปสู่ส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณของตัวเองโดยไม่ทิ้งแกนกลางของจิต วิญญาณเดิมของตัวเอง
 
อาการของ globalization and socialization ใน ตัวของมันเองมีทั้งอาการเจ็บปวดและอาการดื่มด่ำ และอาการที่จะต้องโต้ตอบกับสังคมใหม่ซึ่งผลักดันโดยวิธีคิดการบริหาร เศรษฐกิจใหม่ของโลกไปด้วยกัน ใครจะไปคิดว่าทุนฮ่องกงเมื่อสักประมาณ 80 ปีก่อนหน้านี้จะสามารถซื้อกิจการ Hyde Park Hotel ของอังกฤษได้
 
ธุรกิจในฮ่องกงก็เป็นของเก่าแก่ของชาวสหราชอาณาจักร ซึ่งมักจะเป็นของคนสก็อตที่อยู่ในฮ่องกงเมื่อ เกือบ 30 ปีที่แล้ว ต่อมาหนังสือฟาร์อีสเทิร์นอีโคโนมิกส์รีวิวเริ่มลงเรื่องเศรษฐีฮ่องกงเป็น ครั้งแรกว่า มีเศรษฐีจีนฮ่องกงแอบอยู่ และก็ค่อยๆ เทคโอเวอร์กิจการของเศรษฐีสก็อต บริษัท เช่น ฮัทชินสัน และก็มาเป็นฮัทชินสันแอนด์วังเป่า
 
เราไปเที่ยงฮ่องกง ก็อาจจะไปเที่ยวร้านขายกล้อง ใครจะไปคิดว่า เจ้าของร้านขายกล้อง Hasselblad ที่ฮ่องกงจะกลายเป็นเจ้าของบริษัทผลิตกล้องที่ดีที่สุดในโลกที่สวีเดน คนขายกล้อง Hasselblad ไปเทกโอเวอร์กิจการของ Hasselblad เพราะคนขายกล้องของฮ่องกงมันขายกล้องได้มาก เพราะเป็นเมืองท่าปลอดภาษี
 
"อาการ socialization and globalization ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 เป็นการอาการสองทาง เป็นการกระทำสองทาง ไม่ใช่อาการทางเดียวของโลกตะวันตกสู่โลกตะวันออกเพียงเท่านั้น และมันเป็นมานานแล้ว ญี่ปุ่นอาจเป็นสังคมแรกที่เข้าสู่กระบวนการโลกาภิวัตน์ มีอาการของการเดินทางสองทางของทุน เช่นในยุคทศวรรษที่ 1980 ที่ เราเริ่มรู้จักการเดินขบวนของนักเรียนนักศึกษา บริษัทญี่ปุ่นเริ่มสะสมภาพของปิกัสโซ โมเนต์ อะไรต่ออะไร ซื้อกันเป็นร้อยๆ อัน แอบเอาไว้ในห้องนิรภัยในสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น จากนั้นก็ขยายจากการซื้อภาพปิกัสโซ่ โมเนต์ กลายเป็นซื้อที่ดินในอเมริกา ซื้อตึกร็อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐ แล้วก็เจ๊งไป
 
อาการ socialization and globalization มันยังขยายไปส่วนอื่นๆ รวมถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ที่แรกก็คือ คนเอเชียอาคเนย์ดั้งเดิม เริ่มเทคโอเวอร์สินทรัพย์ของคนที่มาจากประเทศเจ้าอาณานิคมชาวยุโรปเก่าใน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้เอง แล้วต่อมาในที่สุดก็ไปเทคโอเวอร์สินทรัพย์ของประเทศแม่เหล่านั้น อาการอันนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะคนตาตี่สัญชาติจีนเท่านั้น คนอินเดียก็ทำมานานแล้ว เช่น บริษัท ทาทา เป็นต้น
 
 
นี่คือบทบาทของผู้ประกอบการ โดยไม่เกี่ยวกับรัฐบาล?
ไม่เกี่ยวเลย
 
 
ในแง่ globalization รัฐบาลไม่มีความจำเป็นหรือ?
รัฐบาลเพียงแต่ไม่ขวางกั้นอากัปกิริยาเหล่านี้ เช่น การเคลื่อนย้ายของทุนที่ออกจากประเทศไปสู่อีกประเทศหนึ่ง
 
 
มัน เกิดขึ้นได้โดยมีปัจจัยอะไรสนับสนุน คุณกำลังจะบอกว่า มันเกิดเพราะมีความเจ็บปวดทางประวัติศาสตร์ ทำให้คนท้องถิ่นมีความทะเยอะทะยาน?
มี หลายอย่างปนกัน เช่น ความเคยชินกับสิ่งที่เขารู้ว่าอะไรคือสินทรัพย์ คนบางคนไม่รู้ว่าอะไรคือสินทรัพย์ คือผมจะบอกว่า แต่ก่อนโรงแรมโอเรียนเต็ลนั้นก็เป็นแค่บ้านหลังเดียว มีแค่ 11 ห้องนอน มันกลายเป็นสินทรัพย์ขึ้นมา เป็นสินทรัพย์ที่ตีค่าขึ้นมาได้เรื่อยๆ จนในที่สุดฮ่องกงก็ซื้อ แบรนด์โอเรียนเต็ลนี้เกิดที่ข้างแม่น้ำเจ้าพระยา มันมี mystic value (มูลค่าที่แฝงอยู่ภายใน) บวกกับการบริการที่มีคุณภาพ แบรนด์อะไรก็ตามที่เป็นแบรนด์ที่แบนๆ เฟอะๆ ก็เพราะมันไม่มี mystic value
 
การบริการอย่างมีคุณภาพ แต่ไม่มี mystic value ก็ราคาหนึ่ง ใครที่ดันเรียนเศรษฐศาสตร์มาให้เลิกซะ... competitiveness is bullshit, comparative advantage is a real shit (ความสามารถในการแข่งขันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่เรื่องความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ เป็นเรื่องจริง) comparative advantage ในลักษณะนี้ก็คือสิ่งซึ่งอีกคนหนึ่ง (คู่แข่งของตน) ใช้กระบวนการบริหารจัดการ (management) เข้ามาจัดการไม่ได้ แต่ competitiveness (ความสามารถในการแข่งขัน) ใช้กระบวนการบริหารจัดการเข้ามาจัดการได้
 
ยกตัวอย่างเช่น mystic value ไม่สามารถใช้กระบวนการบริหารจัดการเข้ามาจัดการได้ แต่คุณสามารถจัดการให้ comparative advantage มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นหรือมีมูลค่าที่ยั่งยืนได้โดยกระบวนการบริหารจัดการ ฉะนั้นสังคมไทยในอนาคต ต้องตีให้แตกว่าอะไรคือ comparative advantage ซึ่งเป็น virtual asset value ของ สังคมนี้ (มูลค่าของสินทรัพย์ที่อาจไม่ใช่มูลค่าที่เห็นได้จากการประเมินโดยตรง เช่น สินทรัพย์ทางความคิด) โดยที่อย่าโกหกตัวเองว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้คือ value
 
วิธี ไม่โกหกตัวเองก็คือการให้คนอื่นเขามองตัวเรา ว่าอะไรคือคุณค่า คุณจะมีปรัชญาว่าตัวเองเป็นศูนย์กลาง ก็เป็นเรื่องความสุขส่วนตัวของคุณ แต่ในแง่ของการจัดการทางเศรษฐกิจ ทำอย่างไรที่จะให้โอกาสแก่คนยากจน เพราะในที่สุดคนจนก็เป็นผู้เสียภาษีให้รัฐ
 
ถ้าผมเป็นรัฐบาลก็ต้องคิดอย่างนี้ คิดให้ดีต้องคิดแบบมีเหตุมีผล (rational) เมื่อคิดอย่างมีเหตุมีผล มันจะช่วยประชาชนส่วนใหญ่ไปในตัว อย่าเอาคุณธรรมอันเป็นกระบวนการหลอกหลอนความโกหกของจิตวิญญาณของตัวเองมา บังความมีเหตุมีผล อย่าเป็นอันขาด! แก่ๆ กันแล้ว จงทำความดีเพราะว่า It"s a good idea ไม่ใช่ทำความดีเพราะว่า คุณอยากห่อหุ้ม (cover) อีโก้ของคุณด้วยผ้าขาว...
 
 
นโยบายที่เกี่ยวกับโลกาภิวัตน์ของรัฐบาลนี้กับรัฐบาลทักษิณต่างกันไหม?
ไม่มีนโยบายรัฐบาลเรื่อง globalization มี แต่นโยบายของสังคม สังคมยินยอม สังคมเห็นด้วย สังคมยินยอมหรือสังคมเห็นด้วยแบบเบลอๆ ให้มีปฏิสัมพันธ์กับโลกในมิติต่างๆ โดยที่ไม่มีความชัดเจน อันนี้เป็นสังคมสยามตั้งแต่ต้น สังคมสยามตั้งแต่ต้นเบลอมากนะ เบลออย่างไร โปรตุเกสโผล่มาเราก็ใช้ กรีซโผล่มาเราก็ใช้ เยอรมันโผล่มากูก็ใช้ ยกตัวอย่างเช่น รู้ไหมว่าที่ปรึกษาธนาคารสยามกัมมาจลน่ะมีกี่ชาติ มีทั้งเยอรมัน (landed bank) และในที่สุด ก่อนสงครามโลก City Bank เป็นที่ปรึกษาสยามกัมมาจล ถามว่า globalization สังคม ไทยมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ โอ๊ย มันมีมาตั้งแต่ไม่รู้เมื่อไหร่ โปรตุกีสมันเซ่อนะ มันมองผ่านประเทศไทยไปเอาอาเจะห์ ซึ่งก็ไม่เลวนะ มีสมุนไพรจมเลย เมืองไทยเราตอนนั้นเรามีครั่งทางเหนือ
 
คือ ไม่มีนโยบาย globalization เพราะผมไม่คิดว่าชนชั้นนำของไทย ไม่ว่าเป็นยุคไหนก็ตาม จะมี dialectic strategy (การกำหนดยุทธศาสตร์จากความขัดแย้งระหว่างสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่) เกิดด้วยพื้นที่ของสังคมไทยในโลกอย่างชัดเจน มีแต่เฮกันไปเรื่อยๆ
 
 
เป็นเพราะไม่รู้ หรือเป็นเพราะตั้งหลักไม่ถูก ไม่เข้าใจโลก
ผม ว่าเขาเข้าใจเป็นส่วนๆ นะ ผมเข้าใจว่า เราส่งคนของเราไปเรียนหนังสือตั้งแต่รุ่นพ่อผม น้อยมากที่จะไปเรียนแบบที่พระองค์วรรณ (พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร) เรียน ที่เขาเรียกว่า Classical Greek ไม่ว่าจะเป็นปรัชญากรีก การเมืองกรีก ปรัชญาการเมืองกรีก หรือเศรษฐศาสตร์
 
เพราะฉะนั้นโลกาภิวัตน์สำหรับผมแล้วไม่มีอะไร ประเด็นมีเพียงแค่ว่าสังคมไทย ระดับของเศรษฐกิจไทยควรจะปล่อยให้สังคมสามารถใช้ post modern capitalism technique จนกระทั่งมากระทบ natural development ที่ผมพูดว่า natural development ในที่นี้ก็คือ analog experience learning ที่จะจัดการกับทุน
 
ตัวอย่าง sub-prime ในอเมริกาทำได้ เพราะใช้เงินคนอื่น คุณออก dept of instrument (ตราสารหนี้ เช่น พันธบัตร) ออกมา แล้วคนอื่นก็มาซื้อตราสารหนี้ของคุณ แล้วก็คนอื่นๆ ก็มาซื้อต่อๆ อย่างกับแม่ชม้อย จนกระทั่งวันหนึ่ง อ้าว ชิบหายแล้ว What is a real value ของบ้านหลังนี้ นี่แหละ market place อ้าว value มันไม่ใช่ 10 เท่าที่คุณขายกันไปขายกันมาอยู่นี่ ไอ้เทคนิคของการหาทุนไปทำอย่างอื่น หรือหากำไรจากตราสารหนี้ เนี่ย มันเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจปกติ ซึ่งมี real production, real employment (การผลิตจริง การจ้างงานจริง) รับได้ไหม แต่ประเทศซึ่งกำลังมีปัญหาอยู่นี้จะหาทางออกของตัวเองเรื่องของ comparative advantage ยังหาไม่ถูกเลย
 
สิ่งที่ผมกำลังสนใจตอนนี้ คือ เพราะเรากำลังมีอาการเปลี่ยนผ่านในสังคม หนังสือเล่มหนึ่งบอกว่า without democracy there is no real growth, democracy without growth ก็ฉิบหาย (ถ้าไม่มีประชาธิปไตย มันก็ไม่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง แต่ประชาธิปไตยโดยไม่มีความเติบโตทางเศรษฐกิจก็ฉิบหาย)
 
หนังสือเล่มนี้บอกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องเมืองจีน ถ้าเศรษฐกิจโตแบบนี้ 9-10 เปอร์เซ็นต์ทุกปีๆ democracy comes naturally (ประชาธิปไตยก็จะตามมาเอง)
 
0 0 0
 
 
 
 
 

"วิธีโต้ตอบกับความเปลี่ยนแปลงมีหลายอย่าง แล้วแต่หัวกบาลของคุณ

บางคนก็ใช้การเทศน์ แล้วสังคมไทยเป็นสังคมที่ชอบเทศน์แล้วก็ฟังเทศน์ คิดเองไม่ได้คิด
ฉะนั้นเล่านิทานอะไรก็ได้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลทักษิณนั้น ผมเข้าใจว่า
คุณทักษิณเป็นแค่สัญลักษณ์ของการเปลี่ยน"

 

 
 
2
ความกลัวกับการเปลี่ยนแปลง
 
 
แต่มันก็เถียงกันมานานแล้วนะ เรื่อง growth และ democracy อย่างกรณีสิงคโปร์ก็เป็นโมเดลที่ไม่ democracy เท่าไหร่
ไม่ใช่ คุณจะเห็นว่าสิงคโปร์ตอนนี้เริ่มติดขัด โปรดสังเกตวิธีที่สิงคโปร์ซื้อสินทรัพย์ ในประเทศไทย สิงคโปร์จะซื้ออะไรล่ะ โรงแรม ธนาคาร และก็สร้างคอนโดมีเนียมในสุขุมวิท ผมก็ขำนะที่บอกว่าทักษิณขายประเทศ ก็ต้องดูว่าใครขายก่อน
 
ทีนี้ ผมกำลังจะบอกว่าสิงคโปร์ซื้อ virtual asset สิงคโปร์ไม่ได้ซื้อเพชร ไม่ได้ซื้อทองที่ชั่งกันได้ เขาไม่ได้ซื้อ physical asset (สินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางกายภาพอย่างเดียว) แต่เขาซื้อ virtual value ของสังคมไทย คือ service (การบริการ) ซื้อ psyche (จิตวิญญาณ) ของชีวิตมนุษย์สยาม แต่เราไม่เก็ตกัน
 
หมายความว่าอะไร หมายความว่าสิงคโปร์สร้าง creative service industry ของตัวเองไม่ได้ โดยความจำกัดของจำนวนประชากร และลักษณะการบริหารสังคมสิงคโปร์ไม่สามารถมี creative industry ของตัวเองได้ สิงคโปร์จึงพยายามที่จะสร้างการบริหารจัดการ creative industry (ที่อยู่นอกประเทศ)  
 
ที่ผ่านมานั้น สิงคโปร์มีแต่สิ่งที่เรียกว่าความสามารถในการบริหารจัดการ
 
 
ปัจจัยที่ทำไม่ได้เพราะประชากรน้อยอย่างเดียวหรือ มันเกี่ยวกับการไม่มีคุณค่าทางประชาธิปไตย (democratic value) ด้วยหรือเปล่า?
สิงคโปร์มีคุณค่าทางประชาธิปไตย (ซึ่งแคบ) ของตัวเอง แต่คุณจะสังเกตไหมว่า มันไปต่อไม่ได้ไกล คือทั้งสองอย่างทั้งคือประชากรน้อย และไม่มี creative industry (อุตสาหกรรมที่เน้นความสร้างสรรค์)เป็นของตนเอง
 
เมืองจีน ตอนนี้กำลังตื่นตัวเรื่อง creative industry (อุตสาหกรรม ที่เน้นความสร้างสรรค์) ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ เปลี่ยนจากการแค่ประกอบหรือเลียนแบบ จีนลงทุนในเรื่องนี้มาก แล้วผู้นำจีนพูดว่ายังไงรู้ไหม "ในที่สุด ประชาธิปไตยก็จะมา"
 
ถามว่าเมืองจีนมีประชาธิปไตยไหม มี แต่มีแบบเพี้ยนๆ ที่เราไม่ได้เข้าใจกันมาก่อนหน้านี้ เช่น กระจายอำนาจ (diversify) จากส่วนกลางให้กับจังหวัดมหาศาลเลย ไม่น่าเชื่อ จนกระทั่งมีปัญหาเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ จังหวัดไหนอยากรวยก็ต้องมีแผนเศรษฐกิจที่จะสร้างเขื่อน สร้างโรงไฟฟ้า สร้างการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มันไม่มีองค์กรที่เข้ามาจัดการที่แท้จริง เพราะมีอำนาจของ structural economic right (มี สิทธิพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นภายใต้โครงสร้างใหญ่) ปัญหาของเมืองจีนอยู่ตรงนี้แล้ว ผู้นำจีนก็รู้และเข้าใจ ซึ่งผมชอบมาก เขาเก่งที่รู้และเข้าใจ และเขาพยายาม คือเขาบอกว่า เขาอยากให้มีความสร้างสรรค์ภายใต้ลักษณะความเป็นสังคมนิยมแบบจีน นี่เป็นเรื่องที่มาร์กซิสม์ในยุโรปเถียงกันมานาน ว่า อะไรคือ creativity ถ้าไม่ใช่ bourgeoisiecreativity (ความสร้างสรรค์แบบชนชั้นนายทุน) แล้วมันคืออะไร เถียงกันตั้งแต่รุ่นพ่อผมจนผมอายุ 66 แล้วนะ
 
จีนกำลังท้าทายตัวเอง พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังท้าทายตัวเองว่า เป็นไปได้ไหมที่จะสร้างสรรค์สินค้าและบริการ ซึ่ง Uniquely Chinese แต่ข้างล่างเขียนว่า socialism ได้หรือไม่ context ของมันคือโลกตะวันตก (สร้างสรรค์สินค้าที่มีความเป็นจีนอย่างเด่นชัดเฉพาะตัว แต่เขียนกำกับไว้ว่า สังคมนิยม), design ซึ่งเป็นพวก consumer design product มักมาจากกระบวนการ semiconscious of conscious analysis of class contradiction จึงมีการ design ออกมาแล้วดูแล้วมันส์ ยกตัวอย่างเช่น miniskirt ไม่ใช่ design แต่เป็น statement of protest
 
โลกตะวันตกคิดเรื่อง creativity มานานตั้งแต่สมัยกรีก จนมันอิ่มตัวแล้ว โลกตะวันตกทุกวันนี้คิดอะไรไม่ออก เพราะความขัดแย้งทางชนชั้นน้อยลง มันมีอาการแบนราบ (flat) ลูกจ้าง รายวันไม่มีแล้ว มีแต่ พนักงานกินเงินเดือนบริษัท เมื่อมันแบนราบแล้ว ความขัดแย้งทางชนชั้นก็น้อย เมื่อความขัดแย้งทางชนชั้นน้อยลง ประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาของยุโรปนั้นเป็นประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาที่เกิดจาก ความขัดแย้ง แล้วยังไง คุณก็หมดวิตามิน แล้วไปพูดเรื่องอะไร environment, love the whale. สิบปีที่ผ่านมามีหนังสืออะไรใหม่ๆ ออกมาจากยุโรปไหม ไม่มีอะไรใหม่เลย
 
 
เมื่อเมืองไทยไม่มีภาพที่ชัดเจนว่าจะวางตัวเองไว้ตรงไหนใน globalization แต่ทำไมนโยบายของชุดรัฐบาลทักษิณจึงเกิดแรงต้าน
มัน คนละเรื่อง เขาไม่ได้ต้านเรื่องโลกาภิวัตน์ ที่เขาต้านน่ะ คืออาการที่เกิดขึ้นของช่วงเปลี่ยนผ่านของสังคมมนุษย์ ซึ่งในประวัติศาสตร์ มนุษย์จะมีปฏิกริยาต่อการเปลี่ยนผ่านนั้น ที่ผมสังเกตดูอย่างในกรณีของเนปาลซึ่งตอนนี้พรรคคอมมิวนิสต์ได้เป็นนายก รัฐมนตรี แต่ถ้าไม่สามารถมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้เห็นเป็นรูปธรรมเหมือนในประ เทศอื่นๆ ในสังคมมนุษย์ในโลกมนุษย์ ก็จะมีปฏิกิริยาสะท้อนกลับ
 
สำหรับ คนซึ่งโหยหาสิ่งซึ่งเป็นยูโทเปีย ซึ่งไม่มีจริง หาไม่ได้ เพราะถ้าจะมีจริง ต้องทำงานหนักและอาจจะเลวก่อนดี กับอีกประเภทหนึ่ง ที่ชีวิตเคยโอเคมาแล้ว คนที่ร่ำรวยแล้วมักจะกลัวความล้มเหลว คือสิ่งที่ตัวเองเคยมีจะหายไปหรือเปล่าไม่รู้ สำหรับคนจน หรือคนที่ไม่รวยมากนัก พวกเขากลัวความล้มเหลวน้อยกว่า ดังนั้นพวกเขาจึงเตรียมพร้อมที่จะรับความเสี่ยงที่มากกว่าได้
 
ผม ก็เห็นด้วยว่า ชีวิตที่ดีกว่าจนหน่อยนึง บางทีกลัวมากเลย กลัวจะกลับไปจนใหม่ เพราะมันเคยลิ้มรสมาแล้ว ความจนที่กูเพิ่งผ่านมันมาหยกๆ รสชาติมันเป็นอย่างไรกูรู้ดีมาก
 
เพราะฉะนั้นความกลัวอนาคต (fear of the future) มี 2 เหตุผลคือ หนึ่ง เพราะตัวเองไม่มีการผลิต ไม่มีความสามารถจะสร้างสรรค์รายได้แบบใหม่ๆ หรือมูลค่าใหม่ๆ หรืองงกับการสร้างสรรค์รายได้แบบใหม่ งงกับกระบวนการจัดการทุนแบบใหม่ งงกับคู่ต่อสู้ที่เรียกว่า "จีน" ซึ่งที่จริงเป็นบรรพบุรุษของตัวเอง เผอิญคำว่า "จีน" มัน เพี้ยนมาก มันไม่ปกติ มิติมันมากเหลือเกิน หารูทะลุไม่ได้ มีทั้งทุน มีทั้งแรงงาน มีทักษะ มีทั้งเทคโนโลยี มีทั้งความสามารถในการจัดการกับตรรกะที่หลากหลาย
 
What should you do in this society? สมมติว่าคุณเคยมีชีวิตที่ดีมา แล้วอยู่มาวันหนึ่งมีอาการท้าทายนี้เกิดขึ้นกับคุณ
 
วิธี โต้ตอบกับความเปลี่ยนแปลงมีหลายอย่าง แล้วแต่หัวกบาลของคุณ บางคนก็ใช้การเทศน์ แล้วสังคมไทยเป็นสังคมที่ชอบเทศน์แล้วก็ฟังเทศน์ คิดเองไม่ได้คิด ฉะนั้นเล่านิทานอะไรก็ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลทักษิณนั้น ผมเข้าใจว่า คุณทักษิณเป็นแค่สัญลักษณ์ของการเปลี่ยน ในสัญลักษณ์ก็มีมนุษย์ มนุษย์ก็มีปัญหา ในฐานะที่คุณกำลังถามประวัติศาสตร์กับผมมาก แล้วไงล่ะ ทักษิณแล้วไงล่ะ What do you do next? คุณทักษิณไปแล้ว What do you do next?
 
 
ตอนนี้คืออะไร นี่คืออาการของการหาทางไปไม่เจอหรือ
ผมบอกแล้วว่า เมื่อพูดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอย่าพูดเรื่องอิฐ หิน เหล็ก เงิน 100 บาทสังคมไทยต้องคิดให้ออกว่าเป็นค่า เหล็ก หิน อิฐ กี่บาท infrastructure of the mind เท่าไหร่ แล้วต้องซีเรียส ต้องมีความ emergency เหมือนอย่างที่คุณคิดเรื่องอิฐ หิน คุณต้องมี emergency มีความตั้งอกตั้งใจ คิดเองไม่ออกก็จ้างแขก ก็แขกดูไบยังจ้างฝรั่งเลย
 
เอา อย่างนี้ดีกว่า ที่เราพูดถึงแขก เขาก็จ้างฝรั่ง ความหมายคือวัฒนธรรมอาหรับนั้นทำให้เราเห็นว่าวัฒนธรรมมีความสามารถในการ ควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ นี่ไม่ยอมคิดกันเลย ชอบพูดถึงการ์ตาร์ ดูไบ เหมือนอย่างกับเป็นฮ่องกง ไม่ใช่!!! คุณต้องรู้ประวัติศาสตร์ด้วย คุยกันแค่นี้ยังไม่เคยคุยกับผมเลยสังคมไทย
 
 
แต่เราทำไม่ได้
เพราะ แขกมีอำนาจ แล้วยังไง แขกเข้าใจความสามารถในการบริหารจัดการที่จะบริหารจัดการฝรั่งอีกที แล้วสังคมไทยเป็นยังไง เราเป็นคนไทยแล้วยังไง
 
 
กระบวนการทางสังคมของไทยดูเหมือนจะเหนี่ยวรั้งโลกาภิวัตน์ เช่น เรื่องเอฟที มันจะถอยหลังหรือเปล่า
ไม่รู้ ไปถามพวกนั้นสิ การคุยกันว่า FTA มันดีหรือไม่ดีอย่างไร ขออย่างเดียว ขอให้คุยกันบนพื้นฐานความจริง ไม่เอาก็ได้ ไม่เอาก็รับผลที่เกิดขึ้นของมัน (consequences) จะเอาก็ต้องรับผลที่เกิดขึ้นของมัน
 
ผม ชอบพูดว่า ที่ดินนั้นเป็นภาระที่ต้องแบกรับ ทักษะ เป็นเครื่องมือของความมั่งมี หากคุณใช้เครื่องมือนั้นบนที่ดิน เป็นเรื่องดีมากๆ คำถามคือ ถ้าคุณให้ที่ดินโดยผ่านเครื่องมือการจัดการความมั่งมี จะเกิดอะไรขึ้น ก็จะเกิดอุตสาหกรรมที่อุดหนุนผู้ยากไร้ ซึ่งใครได้ประโยชน์
 
ถ้าชาวนาไทยขายข้าวได้เกวียนละหมื่นสี่ สัก 4-5 ปี กระทรวงเกษตรเจ๊งเลยนะ หมายความว่าผู้ที่หากินกับงบประมาณของกระทรวงเกษตรยุ่งเลยนะชีวิต
 
ความ มั่งมีเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ความมั่งมีไม่ใช่เรื่องไร้สาระ ความมั่งมีเป็นเครื่องมือสำหรับการมองชีวิตที่เป็นอุดมคติ...จึงต้องมีการ สร้างความเป็นไปได้สูงสุดให้แก่มนุษย์ การสร้างความเป็นไปได้สูงสุดไม่ควรกระจุกตัวอยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใช่ หรือเปล่า
 
ไม่ใช่ maximization of distribution of existing wealth ใช่หรือเปล่า maximization of distributing of existing wealth ก็เท่ากับ zero น่ะสิ คุณแบ่งโอเรียลเต็ลแจกคน 65 ล้านคนยังไง
 
สมัย รัฐบาลทักษิณ เราคิดกันเรื่องถ่ายโอนทุนไปให้คนจน ผมจะบอกว่า เราไม่เคยมีการคิดในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า ความสามารถและประสิทธิภาพของคนจนในประเทศไทยนั้นคือไฉน ไม่เคยเลย มีแต่งานวิจัยนิดๆ หน่อยๆ มี research paper, macro paper เรื่อง income, macro paper on tax, micro paper ของ เอ็นจีโอเรื่องหมู่บ้าน ไม่เคยมีใครบอกว่า มีการวิจัยในระดับทั้งประเทศว่า ความสามารถของคนในการสร้างผลผลิต มีหรือไม่ อย่างไร พอเอาทุนย้ายเข้าไปใกล้เขาเท่านั้น โดยยังไม่ได้ยกระดับทักษะ โดยยังไม่ได้พัฒนาเรื่องทักษะด้านการคิด รายได้ก็เพิ่มขึ้นมาเลย พิสูจน์ได้อย่างไร ผมพูดเรื่องนี้มาเกือบ 10 ปีแล้ว มันปรู๊ฟด้วยการเก็บภาษีของรัฐบาลสมัยทักษิณ พอขึ้นปีที่ 3 อัตราการเก็บภาษีในต่างจังหวัดมันขึ้นสูงกว่ากรุงเทพฯ สถิติมีอยู่ที่กระทรวงการคลัง นี่คือเรื่องที่หนึ่ง
 
เรื่อง ที่สอง ไอ้คนเก็บบัญชีคือ ธนาคารออมสินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ที่ทำหน้าที่เก็บบัญชีกองทุนหมู่บ้าน คนเก็บบัญชีน่ะรู้ว่าเงินที่ให้ไป 80,000 ล้าน ปัจจุบันกลายเป็น 120,000 ล้านแล้ว อยู่ในบัญชีของกองทุนหมู่บ้าน เงินมันเพิ่มขึ้นมา 40,000 กว่าล้าน
 
 
แต่ก็มีข้อถกเถียงว่า ชาวบ้านไปยืมเงินมาพักย้าย
This is wonderful! นั่นหมายความว่า ชาวบ้านรู้ว่า จะบริหารจัดการกับทุนอย่างไร มึงจะให้กูนั่งข้างถนนแบมือเหรอ ข้อเท็จจริงคือเงินในบัญชีมีหรือเปล่า มีเพิ่มขึ้นหรือเปล่า เพิ่มขึ้น อัตราความสูญเสียที่ผ่านมาที่แท้จริงคือเท่าไหร่ ความสามารถที่จะหมุนเงินน่ะ จะเป็นความสามารถที่ทำวิจัยกันเฉพาะเจ๊กกรุงเทพฯ เหรอ การหมุนเงินนั้นชาวบ้านก็ทำเป็น แต่เราทำให้มีระบบขึ้น และที่สำคัญคือผมเก็บภาษีคุณ นี่ขนาดยังไม่ได้ยกระดับทักษะอย่างเป็นเรื่องเป็นราวนะ
 
 
แต่เวลาที่รัฐบาลอธิบายไม่ค่อยอธิบายแบบนี้ จึงถูกโจมตีได้ง่ายๆ ว่ามันสูญเปล่า มันไม่ผลิตอะไร
ตัวเลขก็มี ก็ช่วยไม่ได้ ไม่มาถามผมนี่
 
0 0 0
 
"ผมอยากให้เมืองไทยกลับสู่รากฐาน กลับสู่รากฐานทางความคิด รากฐานในการทำความเข้าใจ
ทำมาหากินไป หมายความว่า ไม่มีใครมาเคาะประตูตอนกลางคืนแล้วบอก ขอพาตัวไปหน่อย
นี่มันเป็นสิทธิมนุษยชน
เวลาที่เราพิจารณาศีลธรรมของความเติบโตทางเศรษฐกิจ (moral of economic growth)
ก็ดูจากสถิติทารกที่ออกมาจากท้องแม่ใน 100 คนตายกี่คน
แล้วการตายมันลดลง ก็นั่นแหล่ะตัวบ่งชี้ ความชอบธรรมของความเติบโตทางเศรษฐกิจ
ไอ้อย่างอื่นมันแค่ side line"
 
 
3
อนาคตเมืองไทย ไม่มีใครรู้ 
 
 
SME ไปรอดไหม
ไปรอดอยู่แล้ว เอาเฉพาะ creative sector นะ ไม่ใช่ SME, SME มันเป็นคำแบบรวมๆ (generic term)
 
creative sector ของไทยนั้นเกือบแสนล้านต่อปี rate of margin อยู่ที่ 30-60 เปอร์เซ็นต์ ผมถามคุณว่า ไอ้โรงงานที่บางนา-ตราดนี่นะ margin left over หลังจาก export ให้กับคนไทยเท่าไหร่ 8-9 เปอร์เซ็นต์ นี่ยังไม่นับค่าจ้างที่ยังต้องแบ่งพวกที่ผลิตอะไหล่เป็นส่งโรงงานญี่ปุ่นที่เป็นคนไทยเองนะ
 
สบู่สมุนไพรเนี่ย margin จากรายได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้กลับมาที่คำถาม "อะไรคือความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (comparative advantage) ของประเทศไทย???" ท่องไว้จะได้ชัดในหัวกบาล
 
เราจะไม่ส่งสบู่ขายเพื่อช่วยคน 65 ล้านคน เช่นเดียวกัน เราก็จะไม่สร้างจรวดไปแข่งกับฝรั่งเศสกับรัสเซีย ความคิดทั้งคู่ไร้สาระ แต่การกระจาย (diversify) ความคิด และความคิดสร้างสรรค์ออกไป เป็นกุญแจสำคัญที่อยู่บนพื้นฐานของความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ ไม่อย่างนั้นคุณจะทำอะไร คุณจะขายอะไร
 
ผมจะพูดประโยคนี้เพื่อให้ช็อกคนนะ....กระแดะ!!! พูดภาษาเอ็นจีโอ ภาคส่วนอะไรๆ น่ะ กระแดะกันเกือบตาย แต่ไม่สร้างทางออกที่สร้างสรรค์ที่เป็นไปได้กันสักคน มันอะไรของคุณ คุณธรรมนำชาติ..เหรอ เออ ก็ไม่ว่ากันนะ 65 ล้านคนจะเป็นพระกันหมดเหรอ โอโฮ wonderful!! เพราะฉะนั้นอย่ามาพูดกับผมว่า รัฐบาลมีนโยบาย globalization…ไม่มี รัฐบาลควรมีเซนส์ว่า This is the world. เราไม่เคยมี ใช่ไหม ที่ผมทำ OKEM, TCDC ถูกกระทืบเกือบตาย ก็สังคมว่ายังไงล่ะ
 
 
มันแพง มัน ฟุ้งเฟ้อ
อ้าว ถ้ามันแพง มัน luxury แล้วมึงสร้างตึกสูงๆ กันทำไมล่ะ ทำไมไม่อยู่เพิงหมาแหงนกันทั้งกรุงเทพฯ
 
 
ก็เขารับไม่ได้
รับไม่ได้ก็เรื่องของคุณ ก็เลิกไปสิ แล้วก็จดไว้ในบันทึกประวัติศาสตร์ของประเทศไทยว่า ข้อเสนอเพื่อการเปลี่ยนแปลง (proposal for change) ได้เกิดขึ้นแล้ว และปฏิกิริยาตอบกลับเป็นอย่างนี้ ปฏิกิริยาที่ไม่เป็นเหตุเป็นผล (irrational) เป็นปฏิกิริยาจากอารมณ์ (emotion reaction) มันไม่ได้ดูบัญชี ผลประโยชน์ หรือรายได้นะ แต่เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าพูดเช่นนั้น การบินไทยซื้อโบอิ้ง กับ Airbus ทำไม ทำไมไม่ซื้อเครื่องบินโซเวียตถ้าอย่างนั้นรัฐบาลไทยถือหุ้นใหญ่การบินไทย เอาเงินภาษีผมไปใช้ทำไม ผมไม่ได้ขึ้นการบินไทยฟรีล่ะ ผมจ่ายภาษีแล้วน่ะ
 
มีคนเดินเข้ามาใน TCDC ถาม ว่า ทำไมต้องเสียค่าสมาชิกเพราะผมจ่ายภาษีแล้ว ผมก็เลยบอกเขาว่า ผมก็เห็นด้วยนะ ให้คุณไปบอกรัฐบาลว่า ค่าน้ำค่าไฟผมก็ไม่ควรเสียเพราะคุณเอาเงินภาษีผมไปแล้วน่ะ
 
 
แต่คนที่เข้าถึงได้มันก็เป็นแค่ชนชั้นกลาง
ก็ เหมือนกัน คนที่เข้าถึงวิธีผสมสมุนไพรก็มีแต่คนจน คนรวยเข้าถึงอีกอย่างหนึ่ง คนพอมีสตางค์ พอมีรายได้เหมือนอย่างเธอเนี่ย เรียนหนังสืออะไรมา ทำไมไม่ไปไถนา เรียนหนังสือใช้ภาษีของรัฐบาลมาตั้งเยอะตั้งแยะแล้วมาทำงานอย่างงี้ ไม่ก่อให้เกิดผลผลิต www.prachatai.com is a highly unproductive activity, no income, no tax creation…useless
 
คุณรู้หรือเปล่า ดีไซเนอร์คนเดียว จ้างคนที่ขอนแก่นกี่คน เอาแค่หลานผมคนเดียวขยายเป็นกลุ่ม ส่งบุรีรัมย์กับขอนแก่น 8 หมู่บ้าน ส่งสินค้าไปดูไบ โรงแรมหกดาว ใครเข้าถึงบ้าง คนเข้าถึงไม่มาก แต่มีผลข้างเคียงมาก เกิดผลกระทบแบบระลอกคลื่นจากความรู้ของคุณที่ประกอบกันเป็นการจ้างงานและ สร้างรายได้ ซึ่งมีผลกำไรต่อหน่วยสูง 30-60 เปอร์เซ็นต์
 
ผมไม่มีปัญหาในชีวิต คุณมีปัญหาในชีวิตเหรออย่างนั้นน่ะ การคิดอย่างนั้นเขาเรียกว่าไร้วุฒิภาวะเยี่ยงทารก (literal infantilism)
 
ผมเสนอให้ทำ discovery museum หมายความ ว่ารากของคุณ มันมีภาคภูมิที่เป็นศักยภาพ เช่น คุณคิดเรื่องซิ่นตีนจกตีนตุ๊กแกอะไรเนี่ย ก็ควรจัดการแยกประเภทให้ถูกต้อง เก็บรักษากันแมลงเข้าไปกัดไม่ได้ แสงแดดเข้าไม่ได้ เราให้นักวิจัยด้านสิ่งทอเข้าไปใช้ได้ เพราะคนพวกนี้เขาจะสามารถวิจัยแล้วดีไซน์ส่งโรงงานได้ เกิดการจ้างงานขึ้นมา
 
คำ ว่า ศิลปะ สำหรับผม หรือคำว่า ดีไซน์ คุณต้องขจัดสำนึกแบบกึ่งทารกออก คนจะอยู่บนพื้นฐานของประวัติศาสตร์ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก็คือสามารถตีความ (re-interpret ) ประวัติศาสตร์ เพื่อการอยู่ในโลกได้หรือไม่ ไม่ใช่การคัดลอกตัวหนังสือ (literal copy) คุณต้องสามารถตีความประวัติศาสตร์ของคุณเอง และความมั่งคั่งของยุโรปก็มาจากการตีความความหมายของทรัพย์สิน
 
ข้อเท็จจริงคือ คุณจะทำอะไร และคุณจะขายอะไร คุณต้องรู้ประวัติศาสตร์นะ รู้วรรณกรรมที่ดี ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง บทที่เขาไปเที่ยวซ่อง มีเด็กทหารอเมริกันที่มาจาก Mid-west เขาเรียกว่า bible belt ในอเมริกา เด็กคนนี้คงอายุสัก 17-18 พวกเพื่อนๆ ที่แก่แดดแก่ลมก็ไปเที่ยวผู้หญิง แต่เด็กคนนี้ไม่เอา ไปนั่งที่ประตู แล้วมีตาแก่เดินมา เด็กคนนี้ก็ชี้หน้าถามว่า คุณไม่อายบ้างเหรอ คุณขายผู้หญิงของคุณให้เรา ตาแก่นี่มองหน้าเด็กแล้วถอนหายใจบอกว่า ไอ้หนู โรมนี่นะอยู่มานานมาก กองทัพโน่นนี่มาโรมอยู่เรื่อย แล้วอีกหน่อยเธอก็ไปใช่ไหม โรมก็ยังเป็นโรมอยู่นะ ....เจ็บไหม เป็นเด็กเสือกไปเทศน์คนแก่ แต่โรมก็ไม่ได้ขายผู้หญิงแล้วใช่ไหม ญี่ปุ่นล่ะ สมัยสงครามโลกครั้งที่สองน่ะ ไต้หวันเมื่อก่อนนี้ก็ขายผู้หญิง เจ็กไทยรวยๆ ก็ไปซื้อ แต่เดี๋ยวนี้เป็นยังไง เปลี่ยนจากการขายเซ็กส์ไปสู่กระบวนการคิดเกี่ยวกับเซ็กส์ คุณปฏิเสธหรือว่า เซ็กส์ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ หรือไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชีวิตคุณเอง ทำอย่างไรที่จะทำให้เซ็กส์สร้างความพึงใจทางอารมณ์และทางปัญญา
 
คราวนี้ผมถามอีก อะไรคือความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของไทย? การบริการใช่ไหม a calmness of sensuality ใช่ไหม
 
นี่ ผมถ่ายรูปมาจะปีแล้วนะ ชักเหนื่อย เฮ้อ คนไทยเนี่ย หน้ามันจืดนะ ผมถ่ายรูปหน้าคนนี้ (เอารูปขึ้นมาโชว์) ไปถ่ายได้จากจาไมกัน ฝรั่ง แต่คนไทยเนี่ยไม่ ซึมซับความเจ็บปวดเข้ามาในตัว คนไทย pain bounce (ตีกลับความเจ็บปวด) กระเด้งออก ปุ้ง เขียนตรงหัวกบาลว่า เพราะมันเป็นกรรม พอคำว่าเจ็บปวดเข้ามามันก็กระเด้งดึ๊ง หน้าเรามันเลยจืด หน้าไม่มีคาร์แร็กเตอร์ สายตาพวกคุณน่ะ เป็นสายตาแบบไม่มีคาแรคเตอร์ ผมไปกรีก ไปที่อื่น ถ่ายพอร์เทรตสบายมาก เพราะเขามีคาร์แร็กเตอร์ (แบบตะวันตกน่ะนะ) แต่เพราะว่า ไม่มีคาร์แร็กเตอร์แบบ Mediterranean civilization นี่แหละมันก็เลย relaxing to those who has problems มันไม่แสดงออก คำว่า thank you ของฝรั่งบางทีฟังแล้วสงสารเลยนะ thank you, sir เสียง มันบอกถึงความเจ็บปวด บอกว่าหนาว มันออกมาในสำเนียงที่พูด ของเมืองไทยนะ ขอบคุณค่ะ.....ต่อให้ตบกับผัวมาเราก็ฟังไม่ออก เพราะว่าหน้าตาไม่บอก
 
ย้ำ อีกที อย่าไปคิดมาก อย่าไปคิดหมุนไปหมุนมากับตัวเอง สร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันที่จะล้มเหลว เป็นเครื่องมือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งการสร้างสรรค์ คุณไม่เคยล้มเหลวแล้วคุณจะสร้างสรรค์อะไร คุณก็ได้แต่ก๊อปปี้ คุณคิดสูตรคณิตแบบฝรั่งเก่งฉิบหาย ไหนลองบอกมาซิว่า อะไรคือความเป็นดั้งเดิมแท้ๆ ของคุณ อะไรคือการตีความประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่เป็นของคุณเองแท้ๆ
 
ผมบอกมีตังค์ 100 บาท หินปูนเหล็กกี่บาท ปัญญากี่บาท คำว่าปัญญานี่หมายถึงปัญญาที่ออกรบได้นะ
 
ผมอยากทำอะไรรู้ไหม ผมอยากทดลอง เราคิดว่ามนุษย์ที่อยู่ในมิติเดียวตลอดเวลาโดยเราไปรับเอาวิธีคิดแบบผู้เชี่ยวชาญ (Specialization) พวกเรียน สังคมศาสตร์ก็จะคิดได้แคบ (narrow mind) ลูกผมเรียนอยู่ที่ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ไม่เคยเดินไปศูนย์การแพทย์ที่รังสิต เพราะมันถูกทำให้รู้สึกว่า ศูนย์การแพทย์เป็นตึกเฉพาะด้าน ลูกผมชอบประวัติศาสตร์ก็เลยชอบไปฟังวิชาประวัติศาสตร์ด้วย ทั้งๆ ที่ตัวเองเรียนปรัชญา แล้วไอ้เด็กอย่างลูกผมเนี่ย มันจะเป็นทั้งประเทศไทยได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้ ที่ลูกผมเป็นได้เพราะพ่อแม่เป็นคนซึ่งอยู่กับชีวิตได้เพราะว่ามีความรู้ ทั่วๆ ไป ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ
 
แต่ สิ่งที่เราต้องการคือสมมติฐานว่ามนุษย์ไม่ใช่มิติเดียว มันต้องมีสถาบันที่ช่างฝีมือมีบ้านอยู่ติดกับนักปรัชญา ให้มันอยู่เต็มเลยนะ ให้มันอยู่กันเป็นหมู่บ้านเลยนะ เชิญช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญมาจากต่างประเทศ ประเภทที่เขารีไทร์แล้ว กลางวันตีกอล์ฟ กลางคืนสอน เด็กเดินไปที่บ้าน สอนเด็กเตรียมไม้ไผ่ยังไง คุณภาพของผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ แล้วเด็กที่เรียนการผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ก็ได้เดินผ่านบ้านนักปรัชญาด้วย ฟังเพลงโมร็อกกัน เด็กก็ขอจอยคลาสมั่ง ไม่เห็นเป็นไร ทำไมเราจึงต้องสร้างให้เด็กของเรากลายเป็นมนุษย์มิติเดียว ถ้าคุณทำแบบนั้น คุณทำบาปนะ คุณต้องสร้างบรรยากาศของความปั่นป่วนสับสน (organize chaos) ให้เด็กกลายเป็นคนที่มีความสามารถผสมผสาน แล้วเขาจะกลายเป็นช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ช่างเทคนิคอีกต่อไป ถ้าทำได้อย่างนั้น ผมให้ SME financing 5 ปีเลย 2 ปีแรกไม่เก็บต้นไม่เก็บดอก เพราะไอ้คนๆ นี้จะกลายเป็น trainer ด้วยตัวเอง เมื่อไปตั้งกิจการก็ต้องไปเทรนเด็กคนอื่น ผมในฐานะรัฐไม่ต้องจ่ายค่าเทรนไอ้เด็กพวกนั้น
 
แล้วคุณว่าอะไรขายได้ในโลกโลกาภิวัตน์นี้ โรงแรม 2 โรงแรมเหมือนกัน แต่อีกโรงแรมหนึ่งชาร์จได้ 2 เท่า เพราะอะไร ถ้าคุณมองดีๆ เพราะมีต้นไม้เยอะกว่า (หัวเราะ)
 
ผมสรุปสิ่งที่ผมพูดกับคุณแต่ต้นก็คือ ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (comparative advantage)
 
 
แต่ฟังดูประเทศไทยไม่ค่อยมองเห็น value ของตัวเอง จะทำอย่างไร
ก็ บังคับให้มองให้เห็น ถ้ามองไม่เห็นก็ตายน่ะสิ มันทำไม่ได้ บางทีผมบ้าๆ ขึ้นมา บางคืนตื่นมาคิด ไปบอกญี่ปุ่นดีไหม บอกว่า ก่อนคุณจะปลดระวางเทคโนโลยีสัก 10 ปี ให้ถ่ายโอนมาเมืองไทย แล้วใน 10 ปีนั้นเราก็จะเทรนเด็กให้ใช้เทคโนโลยีนั้น พอเวลาสลึมสลือคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล ญี่ปุ่นเขาคงไม่เอา เขาก็คงต้องเลือก เพราะไม่ได้มีแค่ประเทศไทยประเทศเดียว ผมคิดแบบนั้น คือคิดแบบ absurd คือถ้าคุณไม่ทำอย่างผมที่ผมคิดแบบ absurd คุณก็ต้องทำแบบที่ผมพูดตะกี๊
 
พอชาวบ้านใช้โทรศัพท์มือถือ คุณบอกฟุ่มเฟือย (หัวเราะ) แต่มีผลการศึกษาพบว่า เมื่อให้โทรศัพท์มือถือกับชาวบ้านในแอฟริกันไป ปรากฏว่าการผลิตสูงขึ้นเลย
 
ผมไปเยี่ยมชาวบ้านที่อุดรธานีกับหนองคายเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ไป 8-9 หมู่บ้าน มีการจัดการกองทุนหมู่บ้าน เลี้ยงหมูเลี้ยงอะไร ถามป้าคนหนึ่งว่า ป้ามีมือถือหรือเปล่า แกก็ตอบว่า มีค่ะ เอาไว้ทำอะไร ก็เอาไว้เวลาส่งของขายค่ะ แล้วใช้ทำอะไรอีก โทรถึงแฟน แล้วแฟนอยู่ทีไหน แฟนอยู่ซาอุ...เฮ้ย นี่ดีกว่าจิตแพทย์อีกว่ะ โทรศัพท์มือถือนี่ เขาใช้ทำอะไรพวกคุณรู้หรือเปล่า ที่ไปด่าชาวบ้านว่าซื้อมือถือน่ะ ผมถือว่าเป็นวิจารณ์ที่หยาบคายและโอหังมาก
 
 
ในระยะอันใกล้ อนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้จะยาวนานแค่ไหน
ไม่รู้ มีนักการธนาคารด้านการลงทุนมาคุยอะไรต่ออะไรกับผม หลังสุดที่ถามคือ เมื่อไหร่เมืองไทยจะสงบสักที แล้วบอกว่าคุณจะเป็นอะไรก็ได้ จะเป็นประชาธิปไตย เป็นคอมมิวนิสต์ อะไรก็ได้ แต่ขออย่างเดียว มีกฎหมายที่ชัดเจน มีการแปลกฎหมายที่นิ่ง มีผลผูกพันของสัญญาที่ชัดเจน ความหมายคำว่าการลงทุนโดยต่างชาติคืออะไรกันแน่ เอาให้ชัด ถ้าผมเห็นว่า ความชัดเจนของคุณ ผมไม่ได้ประโยชน์ด้วย ผมก็ไม่มา ตรงไปตรงมา ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แค่ต้องให้เกิดความชัดเจน อย่าเอาอารมณ์มาออกแบบแล้วอย่า จันทร์ พุธ ศุกร์ อย่างหนึ่ง
 
เหมือน กับเวลาที่เราอยากไปซื้อถ่านหินที่อินโดนีเซียเพื่อเอามาป้อนโรงงานของเรา เราก็ต้องขอร้องทางการอินโดนีเซียว่า ขอความกรุณาอย่าจันทร์ พุธ ศุกร์ คนละอย่าง ให้ทั้งสัปดาห์เหมือนกัน นั่นคือ อะไรที่เราต้องการ มันก็เป็นความต้องการของคนอื่นเหมือนกัน
 
ผม อยากให้เมืองไทยกลับสู่รากฐาน กลับสู่รากฐานทางความคิด รากฐานในการทำความเข้าใจ ทำมาหากินไป หมายความว่า ไม่มีใครมาเคาะประตูตอนกลางคืนแล้วบอก ขอพาตัวไปหน่อย นี่มันเป็นสิทธิมนุษยชน เวลาที่เราพิจารณาศีลธรรมของความเติบโตทางเศรษฐกิจ (moral of economic growth) ก็ดูจากสถิติทารกที่ออกมาจากท้องแม่ว่าใน 100 คนตายกี่คน แล้วการตายมันลดลง ก็นั่นแหล่ะตัวบ่งชี้ ความชอบธรรมของความเติบโตทางเศรษฐกิจ ไอ้อย่างอื่นมันแค่ side line
 
แล้ว เวลาเถียงก็ขอให้เถียงแบบตื่นเต้นทางปัญญาหน่อย อย่าเถียงกันแบบเซ่อๆ เช่น ใส่สายเดี่ยวดีหรือไม่ดี หรือวัฒนธรรมเกาหลีเข้ามา วัฒนธรรมญี่ปุ่นเข้ามา วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา อีกหน่อยถ้าวัฒนธรรมจีนเข้ามาล่ะ ก็ต้องถาม อ้าว แล้วไอ้พวกเจ๊กที่อยู่เมืองไทยล่ะ อยู่กันมาตั้งนานแล้วมึงจะว่ายังไงเนี่ย เจ๊กใหม่หมายความว่ายังไง เจ๊กเก่าหมายความว่ายังไง นี่มันกระพี้ แล้วทำไมไม่ถามว่า แล้ววัฒนธรรมของมึงไปไหน ไม่รู้เลยเหรอสังคมไทยน่ะ
 
วัฒนธรรม อีสานน่ะ เผอิญไม่ใช่วัฒนธรรมไทย แต่วัฒนธรรมอีสานมันโลกาภิวัตน์ไปตั้งนานแล้ว มันไปเทคโอเวอร์ร้านอาหารในยุโรปมากี่ปี่แล้ว จนเดี๋ยวนี้ศาสตราจารย์ที่ London School of Economics มาที่ TCDC ก็บอกว่า ลอนดอนมีสองอย่าง คือส้มตำกับแกงเขียวหวาน เป็นการล่าอาณานิคมลอนดอนโดยอีสาน เราต้องถามพวกคนที่ไม่ใช่คนอีสาน ต้องถามตัวเองว่า ทำไมอีสานจึงสร้างอาณานิคมในลอนดอนได้ ทำไมไม่เป็นวัฒนธรรมภาคกลาง ต้องถามตัวเองนะ
 
เคย เห็นหมู่บ้านในกรุงเทพฯไหมที่แต่งงานกับฝรั่ง ไม่มีนะ มีแต่คนอีสาน ทำไม เพราะว่าวัฒนธรรมด้านจิตวิญญาณของคนอีสาน ขนาดโกหกยังน่ารักเลย ฝรั่งเขามองอย่างนั้นนะ ดูง่ายดี ไม่ซับซ้อน ไม่ลึกซึ้ง แต่มันส์
 
คน อีสาน เวลากลัวมักโต้ตอบกลับด้วยการสร้างสรรค์ กับอีกประเภทหนึ่ง เวลากลัวมักโต้ตอบโดยเอาภูตผีปีศาจมาบัง เอาภูตผีปีศาจมาเป็นกลไกกำจัดความกลัว
 
เอา งี้ดีกว่า ญี่ปุ่น เยอรมัน สวิส ทำไมหลงรักคนอีสาน เพราะมีค่านิยมที่ไม่มีลักษณะไปคุกคามคุณ คุณจะเป็นคนแปลกหน้ามาก็ได้ แต่ความเพี้ยนของคนอีสานไม่คุกคามคุณ ผมอยากให้คนอีสานมีโอกาสมากๆ เพราะมีโครงสร้างความคิดเหมือนคนญี่ปุ่น เพราะคุณญี่ปุ่นเชื่อเรื่องวิญญาณ (animism) จนปัจจุบันนี้ ญี่ปุ่นก็แสวงหาความได้เปรียบจากความเชื่อด้านวิญญาณมาสู่การสร้างสรรค์ค์และการออกแบบ
 
เพราะฉะนั้น ทำอย่างไร วิธีคิดให้เครื่องมือคนอีสานด้วยทักษะทางปัญญา นั่นคือความสามารถในการตีความชีวิตและทักษะด้านเทคนิค
 
คำถามของคุณมันต้อง "เล่าเรื่อง" ถ้าไม่เล่าเรื่องก็เป็นคำถามเฟอะๆ ธรรมดา ไม่มีความหมายอะไร เถียงกันในประชาไทดอทดอมน่ะ ซึ่งผมก็ชอบอ่านนะ มันเป็นกระบวนการออกกำลังทางปัญญา (Intellectual acrobatic exercise) เถียงกันไปเถียงกันมา แต่มันต้องตั้งอยู่บนฐานของข้อมูล
 
เราปฏิเสธว่า ระบบการศึกษาของไทยจากยุค 1950-1970"s นั้นมีประโยชน์มาก แต่จากนั้นมาจนถึงปัจจุบันเราเริ่มเห็นปัญหาแล้ว ง่ายๆ คือสภาหอการค้าญี่ปุ่น จะมาบ่นว่าตั้งแต่ยุคคุณชาติชาย เรามีแรงงานที่มีทักษะไม่เพียงพอ นี่ขนาดในทางที่เราเลือกเดินนะ ที่เราเลือกว่าจะเป็นคนงานให้กับอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ก็มีปัญหา และเป็นปัญหาใหญ่แล้วในตอนนี้
 
ประชา ไทต้องไปดูกระบวนการถ่ายโอนแรงงานที่มีทักษะน้อยจะทำอย่างไร คุณต้องทำเรื่องราวแบบนี้ด้วย แล้ว ความเติบโตทางเศรษฐกิจจะบังคับให้คุณเป็นคนมีศีลธรรมเองโดยไม่รู้ตัว ยกตัวอย่างเช่น คนไทยนั้นเกลียดลาว พม่า เวียดนาม แต่เดี๋ยวนี้บ้านลูกผู้ดีมีลาว พม่ามาเป็นคนใช้ มีคนเวียดนามซักผ้า มันบังคับให้คุณต้องเป็นคนน่ารักน่ะ เพราะคุณต้องอยู่กับเขา คุณเป็นคนชั้นกลางขับรถแคมรี่ เสียค่าทางด่วนมาทำงานในเมือง คุณต้องเชื่อถือคนเหล่านี้ที่เลี้ยงลูกคุณ จะทำอย่างไร ไม่รู้ บางครั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ทำให้คนมีคุณธรรมมากขึ้นนะ
 
 
สังคมที่ชูคุณธรรมจะเป็นปฏิปักษ์กับการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือเปล่า
ไม่ สิ มันขึ้นอยู่กับคุณธรรมอะไรที่คุณกำลังพูดถึง คือผมมีความกลุ้มใจมากว่า คุณธรรมที่คุณพูดน่ะ ความดีนั้นดีไฉน แต่ไม่บอกเนื้อหาของความดี ผมมีปัญหาแค่นี้เท่านั้น
 
มี ใครบอกว่าความดีไม่ดี แต่เนื้อหาของความดีของคุณคืออะไร แค่นั้นแหละ อย่าเสียเวลาเอ่ยคำงามมากจนเกินไปแล้วไม่ทำอะไรในชีวิต วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมงนะน้องเอ๋ย
 
 
การเมืองทุกวันนี้จะจบยังไง
ผมไม่รู้ ผมคิดว่าทุกๆ คนกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่าน ผมไม่รู้ คาดการณ์ไม่ได้ และผมไม่อยากคาดการณ์เพราะผมกลายเป็นช่างภาพไปแล้ว

 

Iterator

ใช่เลยครับ บ้านเมืองเราต้องการ นักวิชาการแบบนี้
มีความรู้ศาสตร์หลายด้าน มีข้อมูล ที่สำคัญ มีประสบการณ์ มีความคิดและ ปัญญา
สื่อควร กรุณาเอาไมค์จ่อปากเขาบ่อย ๆ และ ให้เนื้อที่เขามากๆ

มันต้องแบบนี้ ไม่ดัดจริต ไ่ม่จอมปลอม

เสียดายจริง ๆ ที่ทักษิณมีเวลาทำงานน้อยเกินไป

ลิงจ๋อ

ซู๊ดยอด..แต่อย่างว่าไอ้เมียงสารขันฑ์นี่
มันเหมียนโดนสาป พอได้คนเก่งๆ ที่มีฝีมือ
ในการบอริหานจัดการปาเตด

ก้อจาต้องมีอันเปนไปทู๊กกะที

มันมีไว้ให้ไอ้พวกประจบสอพลอตอแหลดัดจาหริดกระแดะเท่านั้น

ลิงจ๋อชอบปาโยคนี้มั่กๆ เพราะมันจิงจิ๊งจิงโคดๆ คิกๆๆ

“หลังสุดที่ถามคือ เมื่อไหร่เมืองไทยจะสงบสักที แล้วบอกว่าคุณจะเป็นอะไรก็ได้ จะเป็นประชาธิปไตย เป็นคอมมิวนิสต์ อะไรก็ได้ แต่ขออย่างเดียว มีกฎหมายที่ชัดเจน มีการแปลกฎหมายที่นิ่ง มีผลผูกพันของสัญญาที่ชัดเจน ความหมายคำว่าการลงทุนโดยต่างชาติคืออะไรกันแน่ เอาให้ชัด ถ้าผมเห็นว่า ความชัดเจนของคุณ ผมไม่ได้ประโยชน์ด้วย ผมก็ไม่มา ตรงไปตรงมา ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แค่ต้องให้เกิดความชัดเจน อย่าเอาอารมณ์มาออกแบบแล้วอย่า จันทร์ พุธ ศุกร์ อย่างหนึ่ง”

กับปาโยคนี้

“แล้วเวลาเถียงก็ขอให้เถียงแบบตื่นเต้นทางปัญญาหน่อย อย่าเถียงกันแบบเซ่อๆ เช่น ใส่สายเดี่ยวดีหรือไม่ดี หรือวัฒนธรรมเกาหลีเข้ามา วัฒนธรรมญี่ปุ่นเข้ามา วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา อีกหน่อยถ้าวัฒนธรรมจีนเข้ามาล่ะ ก็ต้องถาม อ้าว แล้วไอ้พวกเจ๊กที่อยู่เมืองไทยล่ะ อยู่กันมาตั้งนานแล้วมึงจะว่ายังไงเนี่ย เจ๊กใหม่หมายความว่ายังไง เจ๊กเก่าหมายความว่ายังไง นี่มันกระพี้ แล้วทำไมไม่ถามว่า แล้ววัฒนธรรมของมึงไปไหน ไม่รู้เลยเหรอสังคมไทยน่ะ”

มันส์โคดๆพะย่ะค่ะ เจี๊ยกๆๆๆ

ภูผา

ตรง ชัดเจน สม think thank เสียดาย
ว่าแต่ว่าสังคมไทยจะได้ใช้บริการอีกครั้ง หรือไม่????

nekochan

ยาวมากครับท่าน แต่มันส์มากเหมือนกัน

เห็นไหมครับ ศักยภาพนะมันมี แต่ ku ไม่เอาเอง เพราะกลัวการเปลี่ยนแปลง

Amnat

คุณทักษิณไปแล้ว What do you do next?

คำตอบก็คือ "ต้องตามล้างตามเช็ดต่อไปจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง"

ส่วนตรงประโยคท้ายที่ท่านกลุ้มใจที่ว่า

คือผมมีความกลุ้มใจมากว่า คุณธรรมที่คุณพูดน่ะ ความดีนั้นดีไฉน แต่ไม่บอกเนื้อหาของความดี ผมมีปัญหาแค่นี้เท่านั้น

ถ้าท่านถามหาจากปรัชญาที่มนุษย์เสกสรรปั้นแต่งกันขึั้นมาแล้วละก้อ ชั่วชีวิตของท่าน หรือตายแล้วได้เกิดใหม่อีกกี่รอบ ท่านก็จะไม่มีวัุึนหาเจอครับ จนกว่าท่านจะค้นหาจากศาสนาสุดท้ายของโลกที่มีปรากฎอยู่ใน "ศาสดาพยากรณ์" ครับ

ก่อนอื่น จงรู้จักสัจธรรม แล้วท่านจะสามารถจำแนกคนดีจากคนชั่วได้

กานต์ ยืนยง

ขอบคุณ ประชาไท และ บก. ประชาไท ที่เอาบทสัมภาษณ์นี้มาลงให้ ผมชอบมากๆ

จ๋อ

ใครก็รู้ว่าอาจารย์เป็นคนที่เก่งและเป็นมันสมองของทักษิณ แต่อ่านแล้วขนลุกจริงๆ ทุนนิยมสุดยอด อ่านแล้วอันตรายจริงๆ และมีข้อสังเกตคือ

1. คงต้องตอบให้ชัดเจน ว่า without democracy there is no real.... แล้วสิงคโปร์ทำไมไม่เป็นประชาธิปไตย พอถูกซักก็ไปโน่น ประชากรน้อย หรือ ไม่มี creative industry ไม่เห็นตรงคำตอบเลย

2. ว่าด้วยคำถามให้หา comparative advantage ว่าเราจะต้องตอบให้ชัดอย่างไรว่า ประเทศเราจะเลือกผลิตอะไร อย่างไร เท่าไหร่ ใครชี้ชัดได้บ้าง ถามว่าการที่ทักษิณที่มุ่งตรงไปยังยางพารา สนับสนุนเต็มที่เพราะพรรคพวกขายกล้ายาง หรือไม่ก็มุ่งไปที่ภาคยานยนต์ หรือภาคสื่อสารอย่างไอพีสตาร์ เป็นเพราะเรามี comparative advantage ในอุตสาหกรรมดังกล่าวหรือ จึงยอมเอาไปแลกกับ FTA ให้ผลไม้เข้ามามันทำให้ประเทศเสีย advantage แต่ทักษิณได้advantage ทำไมจึงยอมให้ exim bank ปล่อยกู้ให้พม่าเพราะคิดว่า benefit ทักษิณคือ advantage ของประเทศหรืออย่างไร ตอนอาจารย์เป็นที่ปรึกษาทำไมอจารย์ไม่ไปบอกทักษิณ

เรามี comparative advantage ไรทุกวันนี้เราก็พอตอบได้บ้างแล้วนี่แม้จะตอบยากก็ตามแต่คนทำงานมีเซนส์ในเรื่องนี้แน่นอน ไม่งั้นจะมีการส่งออกหรือ แต่ว่าผลิตอะไร เท่าไหร่ อย่างไร ถ้าทุบกำปั้นตอบก็อยู่ที่กลไกตลาดหรือ invisible hand เพราะถ้ามันไม่มี advantage ทำไมธุรกิจที่ดำเนินอยู่จึงไม่เจ้ง ไม่ต้องห่วงหรอกรัฐบาลในชุดไหนบ้างไม่มีเซนส์เรื่องนี้ เพียงแต่ตลาดมันมีพลวัตรและมีวงจรชีวิตตลอดเวลา ถามให้คนไม่รู้เรื่องงงไปอย่างนั้นทำไม ไม่เห็นพูดถึง competitive advantage ที่ดร.ศุภชัยเคยเสนอไว้อยู่แล้วผมว่าน่าจะสวยกว่า และไม่อยากเชื่อเลย ว่าจะมีคนเสนอความเห็นเช่นนี้เพราะคิดว่าเรามี solution แล้วว่าเราจะมุ่งเน้นไปที่ self sufficiency ยูเอ็นยังเอาไปเผยแพร่เลย ไม่ต้องมาพูดให้โก้หรูทับศัพท์ยกเรื่องต่อเรื่องหรอกเรื่องเศรษฐศาสตร์มีคนพูดได้ดีกว่าเยอะ หลอกชาวบ้านให้มองคนรวยเป็นแรงบันดาลใจไปเถิด โดยให้ทักษิณกับพวกรวยเป็นตัวอย่างให้เขาดู เพราะยังไงหลักธรรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่จะปลูกเพิงทั้งกรุงเทพแน่

3.ในเรื่องการกลัวการเปลี่ยนแปลง กระทั่งความเห็นในวัฒนธรรม ดูมันสอดคล้องกับการที่เขากล่าวหาอาจารย์ว่าเป็นหัวหน้าแกงค์ปฏิญญาฟินแลนด์จริงจริง โชคดีที่ไปเป็นช่างภาพขอให้ประสบความสำเร็จแล้วกันอย่ามาเป็นที่ปรึกษาใครอีก น่ากลัว

หลุดโลก

ล้าหลังจังเลยพันธุ์ศักดิ์

tee

เห็นด้วยครับกับบทความ แต่ที่น่าขัน คือ พวกท่านที่คิดแบบนี้ต้องอยู่นอก ไทย ถึงมีเสรีภาพและแสดงออกมาได้แบบนี้ ส่วนพวกที่ไปนอกไม่ได้ ยังต้องอยู่ในไทย ถ้าขืนคิดพูดแบบท่าน อาจถูกตั้งข้อหา หมิ่นเบื้องสูง เดือนหน้านี่ ได้ข่าวจะเล่นงาน สั่งปิดสื่อที่เห็นต่างกับ นายพล โดยเฉพาะ ประชาไท ที่ให้โอกาสเสนอบทความของผู้มีปัญญา และให้อิสระกับทุกคนแสดงความเห็น ที่แตกต่าง จะผิด-ถูก อย่างไร อย่างน้อย พวกเราคนไทยก็ได้เรียนรู้ และพัฒนาความคิด มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ท่านนายพลจะยอมได้ เพราะอีกหน่อย เถียงเก่ง-ไม่เชื่อฟัง-ปกครองยาก ด้วยข้อหา หมิ่นสถาบัน ปฎิวัตไม่ได้ไม่ใช่กลัวคนไทยแต่ถูกห้ามจากต่างชาติมากกว่า กลัวไม่มีที่ไปเหมือนนายพลพม่าถ้าเกิด แพ้ คนไทยไม่มีวันได้เห็น นายพลฆ่าตัวตายเพราะสำนึกผิดที่ทำชาติเสียหายหรือสั่งฆ่าคนไทยเด็ดขาด แล้วคนไทยจะฝากฝังให้นายพลดูแลประเทศได้รึ

นายก้าง ขวางคอ

..คิดต่าง เห็นต่างกันได้แต่อย่าไปเที่ยวด่ากัน ผมว่าคุณพันศักดิ์ เป็นหนึ่งในทีมนายกทักษิณ ที่มีส่วนช่วยสร้างพื้นฐานทางเสรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งและมีผลทางรูปธรรมมากกว่าทุกนายกฯที่ผ่ามาในอดีต ด้วยเวลา 5-6 ปีที่บริหารบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงเชิงสร้างสรรม๊ากมากจริงๆ จนทำให้เกิด..อาการ PARANOID..ด้านความมั่นคงและผลประโยชน์ของเหล่านายทุนเก่า พวกชนชั้นขุนนางศักดินาและพวกอิทธิพลใต้ดินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายกุมอำนาจและผลประโยขน์ร่วมกันมายาวนาน ที่สำคัญทีมคุณพันศักดิ์นั้นเป็นหัวหน้าทีมที่รวบรวมเอาปัญญาชน ที่คิดใหม่และนอกกรอบแล้วมีวิธีการทำงานที่เกิดประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ มรดกตกทอดมันเห็นจะจะ ประชาชนจึงยังคงเรียกหารัฐบาลนายกทักษิณผ่านตัวแทนพรรคทรท.และพปช.แม้ว่าจะถูกกดดันมาตลอด 3 ปีก็ตาม หากมีโอกาสก็กลับมาช่วยสร้างสังคมของเราให้มีพลังเพื่อแข่งขันกับนานาประเทศได้ เพื่อลูกหลานจะได้สรรเสริญ อย่าปล่อยให้พวกฝักไฝ่ฝีสางเทวดาครอบงำไปยาวนานกว่านี้อีกเลย เดี๋ยวลูกหลานเราอดอยากและจะ..IDIOUS..กันหมด อ่านบทสัมภาษณ์แล้วคนไทยมีกำลังใจขึ้นมากครับ ขอบคุณฯทีมงานประชาไทมาก คงจะได้อ่านบทสัมภาษณ์ของท่านทักษิณในเร็ววันนี้นะครับ ..ขอบคุณ

จ๋อ

ความเห็นแบบนี้เป็นอันตรายจริงๆ อ่านแล้วน่ากลัวมาก ทุนนิยมสุดๆ ข้อสังเกต
1.ตอบไม่ตรงคำถามกรณี without democracy. สิงคโปร์ แต่เบี่ยงเบนไปว่าประชากรน้อยหรือไม่มี creative industry
2.การมุ่งเน้นการแก้ปัญหาไปที่การมุ่งหาคำตอบที่ comparative advantage ทั้งที่นักเศรษฐศาสตร์หลายท่านต่างมุ่งปรับทิศทางไปในเศรษฐกิจพอเพียง แม้กระทั่ง UN ก็เอาหลัก self sufficiencyไปเผยแพร่ คือเรามีsolutionเรื่องนี้แล้ว การปลูกพืชต้องเชิงผสมผสานไม่ใช่เชิงเดี่ยวเพื่อdiversifyความเสี่ยง และไม่ต้องห่วงคนอื่นเรื่องทำนองนี้ผมว่ากระทรวงที่เกี่ยวข้องตลอดจนทุกรัฐบาลเขามีเซนส์เรื่องนี้ ทั้งนักลงทุนในประเทศก็มีมิเช่นนั้นเขาคงเจ๊งไปแล้ว เรื่องนี้มันคงมีพลวัตรกับวงจรชีวิตมาเกี่ยวข้องมันเลยชี้ชัดยาก และอย่าคิดว่าหลักธรรมนี้จะต้องปลูกเพิงในกรุงเทพ พูดเก๋ไห้คนไม่รู้เคลิ้ม
3.เรื่อง comparative advantage เสียดายที่ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้จี้ต่อว่า ทำไมข้าวแจแปนิโป กับ บัสมาติ จึงยังคงปลูกในประเทศญี่ปุ่นหรืออินเดีย เพราะเขาไม่ได้ดูความได้เปรียบอย่างนั้นอย่างเดียว เขาคงดู competitive advantage ด้วย อ.ศุภชัยก็เคยเสนอเรื่องนี้ไว้ อีกอย่างถ้าเช่นนั้นหมายถึงถ้าเราไม่อุดหนุนถั่วเหลืองจะไม่ให้ปลูกและให้นำเข้าเนื่องจากด้อยความได้เปรียบหรือ?
4.เรื่องจริยธรรม สมัยทักษิณเราเคยลาออกจากการเป็นสมาชิกองค์กรค้ายางโลกตามหลังประเทศมาเลย์ และมาจับมือกันเพื่อไม่ตัดราคา คงมาจากความคิดลักษณะนี้ แต่ถามว่าคุณส่งเสริมการปลูกยางเพราะเล็งว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบฯหรือว่าเป็นกรณีที่พวกคุณต้องการขายกล้ายาง คุณสนับสนุนให้คนปลูกขณะเดียวกันคุณเป็นผู้ขาย ผมจะคอยดูต้นยางที่คุณส่งเสริมว่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่งถ้าเรามุ่งไปตามทฤษฎีใหม่ก็ไม่ต้องมากังวลกัน
5.เรื่องจริยธรรม ถ้าตอนคุณเป็นที่ปรึกษา ทำไมทักษิณจึงเน้น ความได้เปรียบฯไปที่อุตสาหกรรมยานยนต์หรือสื่อสาร จนเกิดเรื่องอื้อฉาวแบบ exim-bankกับกรณีFTA vs. IP-star อุตสาหกรรม sustainable หรือไม่ และถ้าได้เปรียบจริงทำไมเราต้องขายให้เทมาเสค
6.เรื่องวัฒนธรรมขอเถียงแบบเซ่อๆเลย เรื่องนี้ขอคอนเซอเวทีฟ อาจารย์พูดเหมือนไม่รู้จักหรือรักในวัฒนธรรมไทย เรารู้แล้ว.เว้นอาจารย์ที่ผูกหูกระต่ายตุ้ดตู่
7.ที่เขาต้านทักษิณไม่ใช่เรื่องการกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่กลัวเป็นรัฐตำรวจนะคับ
8.ดีที่ไปถ่ายภาพ อย่าปรึกษาถ้าลืมจริยธรรม

Dr.Withya

การแสดงความคิดเห็นของคุณพันธุ์ศักดิ์ เป็นการแสดงความคิดเห็นที่ดีมาก คนเราต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่หยุดอยู่กับที่ดังเช่นทาสผู้ไม่รู้จะไปไหนหรือทำอย่างไรกับชีวิตหลังจากการถูกปลดปล่อยจากการเป็นทาส ประเทศไทยมีสิ่งที่ดีๆอยู่มากที่จะสามารถนำไปสร้างหรือเพิ่มคุณค่าได้ ขณะเดียวกันคนไทยที่เก่งและฉลาดก็มีมาก เพราะฉนั้นถ้าหากจะได้เปิดใจให้กว้างยอมรับให้คนเก่งและฉลาดได้ใช้ความรู้ความสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีที่มีอยู่ของประเทศ ความเจริญ การพัฒนา และความสุขสงบ ก็จะมาสู่ประเทศและประชาชนแน่นอน
ประเทศไทยดูเหมือนยังผูกติดอยู่กับการประจบสอพลอ และการกีดกันคนเก่ง คนฉลาด ไม่ให้ได้ทำงานได้ คนบางคนทั้งโง่ ทั้งเลว แต่เผอิญมีอำนาจ มีตระกูล ก็กลับได้รับการยกย่องสรรเสริญว่าเป็นคนเก่ง คนวิเศษกว่าคนธรรมดา จะมีให้เห็นเป็นจำนวนมากในประเทศไทย เพราะฉนั้นถ้าต้องการเห็นความเจริญของประเทศและความสุขสงบของประชาชนโดยแท้จริง เราคนไทยต้องมีสติ ยอมรับในความจริงและเหตุผลที่ดี ยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่จะนำประเทศและประชาชนไปสู่ความสุขความเจริญ
การเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่ความสุขและความเจริญ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่เราควรจะยอมรับให้มีเกิดขึ้นได้ เพราะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยแท้จริง หน้าที่ของเราคนไทยคือ หาคนเก่ง คนฉลาด มาบริหารประเทศ และเราคนไทยคอยดูแลควบคุมเขาให้บริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพราะนี่คือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ดีและแท้จริง

Prach

เรียน ประชาไท

โรงแรม Oriental Hotel ตั้งอยู่ในย่านที่เรียกว่า "Knightbridge" นะครับ ไม่ใช่ "Nice Bridge"

พาลทะมิด

ผมตอบได้เลยว่าเป้าหมายต่อไปคือ บ่อนทำลายใครก็ได้ที่ไม่ทำตามพาลทะมิด คงปิดล้อมดาวกระจายเอาพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางแมรี่อังตัวเน็ตมา สำเร็จโทษ คนพวกนี้บ้าคลั่งเพราะมีมนุษย์ที่คอยเสี้ยม ใส่ข้อมูล ฮาร์ฟทรู้ธ แล้วมีไอ้และอีที่ให้ความคุ้มครองอยู่ ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม คนไทยส่วนใหญ่คงต้องทนเวรกรรมกับพวกเวรตะไลไปอีกนานเท่าไรก็ไม่รู้ พระเจ้าตาก ปรีดีกับทักษิณ คนที่เคยทำความดีเพื่อประเทศไทยต้องรับชะตากรรมเดียวกัน เพราะที่นี่คือ กบถแลนด์ หรือตอแหลแลนด์ไง

Dr. Mabuse

กำลังงงงงกับย่อหน้าที่ 5

"ชื่อของพันศักดิ์ วิญญรัตน์ กลับมาเป็นประเด็นบนเวทีพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา"

ว่า ประชาไทยมีไทม์แมชีนใช้ด้วย
แต่อ่านอีกทีได้ เปลี่ยนใหม่กลายเป็นเดือนตุลาคม

ค่อยตั้งสติได้หน่อย

ขอบคุณสำหรับบทสัมภาษณ์นี้ คำถามบางคำ ออกจะดุดันไปหน่อย แต่อาจจะเป็นเพราะจุดยืนของประชาไท เป็นหยั่งงั้น
ไม่ว่ากัน

แต่น่าจะทำตามธรรมเนียมสื่อเสี้ยมตามแบบอันปฎิบัติกันมาตามประเพณี

ไปถามสุเมธ ประเวศ สุลักษณ์ ผู้นำคุณธรรมลำเลิศประเสรฺิฐศรีแห่งเศรษฐกิจพลอเพลี้ยยด้วยความคิดอันเลิศล้ำแห่งพุทธฮินดูตะวันออก ว่า คิดเห็นยังไง

นักขายยาจริยธรรมตะวันออกยี่ห้อตอลีบันผสมคิมอิลจอง จะแถกันยังไง

ที่จริงไม่อยากรู้เท่าไหร่หรอก พอเดาออก ว่า ตัวตลกพวกนี้ จะว่ายังไง

หุหุหุ

ขอขอบคุณอีกที บทสัมภาษณ์นี้จะเอาไปส่งต่ออีกหลายๆต่อ

บางกอก

ไอ้พวกที่คิดอย่างพันธศักดิ์นี่ไงที่ทำเศรษฐกิจโลกยับเยินอย่างที่เห็นๆกัน กุนซือก็ทำตัวเป็นเห็บหมาเกาะกินไปเรื่อยๆ ผู้มีรายได้น้อยลูกจ้างทั้งหลายเดือดร้อนกันทั่วโลก นายทุนใหญ่กอบโกยไว้มากรอจังหวะใช้เงินเพื่อสร้างอำนาจรัฐ ครับ นายใหญ่ไปแล้วอยากกลับมา ก้ต้องตัดมือตัดเท้าลูกน้องด้วย...เอาส่วนไหนคิดไม่ทราบว่าภายใต้ภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้จีนจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตย เก๋าเกมอย่างจีนไม่โง่ไม่กระสันถึงประชาธิปไตยทุนสามานย์มานานแล้ว

The Kingdom

ขอขอบคุณบทสัมภาษณ์ที่คงหาอ่านไม่ได้ในประเทศนี้
พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้นมันท้าทายเหลือเกิน
ไดโนเสาร์ยังสูญพันธ์
อะไรที่ไม่มีพัฒนาการวันหนึ่งก็ต้องสูญพันธ์
จะฝืนไปทำไม

ปัญญา รุ่งทอง

ขอชื่นชม ใน "ตัวตนกับความคิด" ของ พันศักดิ์ ฯ
วัตรปฏิบัติที่ต้องยกย่อง เพราะ
.....ซื่อสัตย์ต่อความคิดของตนเอง เทศนาในสิ่งที่ตนเองเชื่อ
.....คิดแบบไหน ทำแบบนั้น

ไม่เหมือน พวกอภิชน ที่พร่ำบ่นคุณธรรมจริยธรรม ตลอด 24 ชั่วโมง
.....แต่ ไม่เคยปฏิบัติตนตามนั้น "เทศนาให้คนอื่น"เชื่อ"ในส่งที่ตนเองไม่เชื่อ"
วันนี้ จึงมีแต่พวก
...."มือถือสาก ปากถือศีล" เต็มบ้านเต็มเมือง

เข็ม

ประชาไทน่าจะสำพาด ดร.ไกลสัก เพื่อนเก่าของอาจานพันสักดูบ้าง ว่าเป็นอย่างไร สบายดีไหม

ธรรมศักดิ์

think tank คำๆนี้ในประเทศไทยช่างล้าหลัง เพราะผู้ปกครองต่างหวาดผวากับคุณภาพของประชาชนตนเอง
think thank คำๆนี้เป็นธรรมดาสามัญสำหรับประเทศไทยชาติที่สนับสนุนประชาชนของคนเองเพื่อความก้าวหน้าและพลวัตรของสังคม บนหลักการความคิดของสิทธิ เสรีภาพ เท่าเทียมกันของมนุษย์
สิทธิ เสรีภาพ เท่าเทียมกันของมนุษย์ เป็นหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

ประชาธิปไตยในปัจจุบันของสังคมไทย จึงดื่มกินและบริโภคได้

ลูกเงาะ

เป็นบทสัมภาษณ์ที่ดีมากอีกบทหนึ่ง แม้ว่าบางถ้อยบางความอาจจะยังเป็นที่กังขาอยู่บ้าง
ถ้ามีโอกาส อยากถามอ.พันศักดิ์ ต่อว่า ปัจจุบันที่บอกว่ามีการล่าอาณานิคมลอนดอนโดยอีสาน ผ่านส้มตำ แกงเขียวหวานนั้น จะเปรียบเทียบได้ไหมว่าเหมือนเช่นกับแกงกะหรี่อินเดีย คีบับตุรกี เคยทำมาแล้ว หรือเราจะบอกว่ามีการล่าอาณานิคมลอนดอนผ่านคนกวาดขยะที่สถานีรถไฟใต้ดิน คนเปิดประตูโรงแรมโดยคนหน้าตาแขกที่คนทั่วไปไม่อาจจำแนกสัญชาติได้

หรือดัชนีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดูจากจำนวนทารกที่คลอดจากท้องแม่ตายน้อยลงนั้น ไม่มีใครเถียงได้ และปฏิเสธไม่ได้
ว่าเป็นสิ่งที่ดีจากการที่เศรษฐกิจเติบโต แต่จำนวนคนที่ติดยาบ้ามากขึ้น เด็กที่กินนมแม่น้อยลง หรืออุบัติเหตุ
ทางถนนที่เพิ่มสูงขึ้น ก็เป็นดัชนีผลข้างเคียงของเศรษฐกิจหรือไม่ อย่างไร

ง่ายๆและใกล้ตัว ลองดูถนนไฮเวย์ที่สร้าง มีทางเท้าให้ชาวบ้านแถวนั้นได้มีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน หรือสนามบินสุวรรณภูมิแลกมาด้วยคุณภาพชีวิตของคนเท่าไหร่ พวกเขาเหล่านั้นจะต้องเสียสละเพื่อประโยชน์ของ
คนส่วนใหญ่แค่ไหน

ด้านลบเหล่านี้ ควรต้องได้รับการบอกกล่าว ทุกวันนี้เราเห็นแต่ด้านที่"เขา"อยากให้เห็น ต่างฝ่ายไม่บอกถึงด้าน
ไม่ดีของตัวเอง แต่ท้ายที่สุดเราก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง และยอมรับอนาคตที่เราเห็นมันก่อนเลือก

gbfgxHo8o0'vpjk=yj;

old clumsy
Hero Member

กระทู้: 944

Re: โค้งสุดท้าย"โค่นรัฐบาลขายชาติ หนุนตุลาการภิวัฒน์ มุ่งสู่การเมืองใหม่ ปชต.ประชาชน
« ตอบ #1074 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:51:37 » อ้างถึง

--------------------------------------------------------------------------------
คลื่นสึนามิเศรษฐกิจ มาแน่นอน !

และมันจะมาเร็วกว่าที่สุชาติ ละอ่อนทางเศรษฐกิจของรัฐบาลกระจอกนี้จะทันตั้งตัว

รมต.คลังคนนี้มันเด็กๆ มือไม่ถึง เพราะท่องคาถาอัดฉีด อัดฉีด อัดฉีดประชานิยม วันละ 5 มื้อ

มันนึกว่าคาถาประชานิยมทักษิณจะแก้ปัญหาคลื่นสึนามิทางเศรษฐกิจได้ง่ายๆ

เชื่อเหอะ พอแก้ไม่ได้ มันก็จะโทษว่า เป็นเพราะปัญหาทางการเมือง เพราะการเคลื่อนไหวของพันธมิตร ฯ

ในสภาวะที่รัฐบาลประเทศต่างๆทั้งในยุโรป อียู ต่างพากันถอยกลับ เข้าไปคุมแบงค์ เลิกยึดแนวทุนนิยมเสรีขี้ข้าโลกาภิวัฒน์ ก็มีแต่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลไทยห่วยแตกอย่างนายสุชาติ โอฬาร ละอ่อนทางเศรษฐกิจนี่แหละ ที่ยังเที่ยวบ้าทุนนิยมเสรีขี้ข้าโลกาภิวัฒน์ ลูกกระเป๋งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่กำลังจ้องกระทืบผู้คนให้จมธรณี

อาจไม่ถึงปีหน้า ที่คลื่นสึนามิใหญ่จะมาพัดพารากหญ้ารากเน่าผู้ที่หูหนวกตาบอดท่องแต่คาถาพ่อแม้ว ละเมอเพ้อพกหาพ่อแม้วที่บอกว่า " พ่อแม้วอยู่เศรษฐกิจดี..ๆๆ " ให้หกคะเมนตีลังกา จนไม่มีที่จะทำมาหากิน

แม่ค้ากล้วยแขกที่บักนิธิ ยกมาอ้างความสำเร็จของกองทุนหมู่บ้าน ประชานิยมของบักแม้ว จะต้องร้องโอยๆขายกล้วยแขกไม่ออก กันต่อไปอีก

ถึงตอนนั้นเศรษฐกิจไทยจะพังพาบ คนจะตกงาน เงินจะหายาก

ก็คงถึงเวลากวาดบ้านกวาดช่องให้สะอาด

โทษกรรมของนักการเมืองไทย ที่มันขโมยข้าวของเงินทองไปจากผู้คนในสังคมจะต้องถูกตามล้าง

เพราะในยามที่ประชาชนจะยากลำบากกันอีกครั้ง ก็มีแต่นักการเมืองไทยที่สุดระยำนี่แหละ ที่จะนั่งเสวยสุขอยู่บนกองเงินที่มันกอบโกยไปจากสังคม

แต่คราวนี้อาจไม่ใช่ก็ได้นะ พวกมันอาจจะระหกระเหเร่ร่อน หนีขบวนการตามล่าจนไม่มีที่ซุกหัวนอนก็ได้...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันนี้ เวลา 05:54:04 โดย old clumsy » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล บันทึกการเข้า

ตอมปัวล์
Sr. Member

กระทู้: 427

มามะ...จู...จุ๊บ

Re: โค้งสุดท้าย"โค่นรัฐบาลขายชาติ หนุนตุลาการภิวัฒน์ มุ่งสู่การเมืองใหม่ ปชต.ประชาชน

เกิดเป็นคนจงอย่าชั่ว

ศึกครั้งนี้ ยาวนานมาก
ในข้อด้อย มีข้อดีประการหนึ่ง

คือมันได้เปิดเผยตัวตน ของคนในกระบวนการการต่อสู้ฝ่ายประชาชนที่แฝงตนมาเป็นเหลือบ

มันล่อนจ้อน ชัดเจน และ แยกแยะได้ว่า คนพวกนี้ หากินบนหยาดเหงื่อคราบน้ำตาประชาชนขนาดไหน

บวรศักดิ์ โคทม ปริญญา

หนังเสือที่ห่มคลุมอยู่ หลุดล่อนจ้อน เห็นขี้เรื้อน เผยตัวตนเป็นสุนัขรับใช้ ชัดเจน

คนพวกนี้ สร้างและชิงพื้นที่ฝ่ายประชาชน ตลอดเวลา

ปริญญาริบบิ้นขาว ไอ้นี่มันครอบงำ นักกิจกรรมรุ่นใหม่ในธรรมศาสตร์จนหมดสิ้น
โคทมที่รับเศษเงินระบอบทักษิณไปกินตำแน่ง
บวรศักดิ์ที่เป็นสาวกก้นกุฏิของมีชัย ล่าสุดมันปล้นสภาพัฒนาการเมืองไปจากประชาชน เอาไปดูดกินแทะทึ้งงบประมาณ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล บันทึกการเข้า

--------------------------------------------------------------------------------
ผู้ก่อกวน

คนไทยคนที่2

ต้องแสดงความเคารพต่อพันศักด์ วิญ9
ว่าเขาคือ ปัญญาชน นักคิด คนสำคัญ ที่สุดที่เป็นของจริง และยืนอยู่บนพื้นฐาน ของความจริง ของประเทศนี้
ความคิดของเขา นั้น ทรงคุณค่า และมันคงทนต่อการพิสูจน์
มันแปลกมาก ที่เศษจอตู้เน่า ของประเทศนี้ แทบจะไม่เคยเชิญบุคคลที่ทรงภูมิปัญญาของจริง อย่างพันศักดิ์ มาพูด มีแต่ไป ให้พวก เศษนักวิชาเกินที่เน่าๆ ที่ไม่เอาถ่าน ทั้งๆที่เศษนักวิชาเกินเหล่านั้น ไม่ว่าจากค่ายท่าพระจันทร์จามจุรี นิด้า ทีดีอาร์ไอ รวมทั้งพวกราษฎรโกโรโกโส9ล9 ออกมามิสลีดดิ้งพูดมันส่งเดชชักจูงผู้คนไปในทางที่ผิดๆ ประเทศตอแหลแลนด์มันถึงเป็นได้แค่ลูกผีลูกคนมาตลอด นั่นคือพอจะลืมตาอ้าปากได้ มันก็รุมทำร้ายให้หยุดโตไปทีหนึ่ง

ตือ

ha ha วันนี้มีความสุขจริงจริง เห็นพวกถ่มน้ำลายรดฟ้า ไหนว่าคนอื่นดูถูกคนจน แต่ไหนไปชื่นชมนักวิชาการแบบนี้ ไม่รู้แก่นแท้จริงๆ ยิ่งชื่นชมก็ยิ่ง happy

คุณพันศัก ไม่เคยเห็นความสำคัญของชุมชน มัวแต่อ้างความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบที่แท้ก็เป็นข้ออ้างให้จัดสรรทรัพยากรให้พวกพ้องตน โดยถ้อยคำสำนวนที่สมกับเป็นมือร่างสุนทรพจน์ให้ทากสิน ไม่ไปอ่านนักเศรษฐศาสตร์อื่นเขาบ้าง เห็นความเห็นพันศัก ทำเป็นกระดี๊กระด๊าดั่งผู้วิเศษ ยังกับคนไทยจะแล้งนักคิด ทั้งที่ปัญญาชนมีหลากหลาย ที่เห็นต่างและเฉียบคมกว่ามีตั้งเยอะ เห็นแต่เป็นกุนซือทากสิน พวกเลยออกมากระดี๊ ตลกจริงๆ

คุณพันศัก ทำเป็นพูดเรื่องกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่มันสอดใส้อะไรเราก็รู้กัน จริยธรรมก็น่าสงสัย มีความกตัญญูต่อแผ่นดินหรือไม่ รับใช้เฉพาะทักสิน ไปยุทักสินให้เปลี่ยนแปลง แน่จริงทำเพื่อคนจน เข้าใจคนจนสิ ไม่เห็นอยู่ในสายตาเท่านั้น นโยบายที่จัดทำก็เพื่อคะแนนเสียง โยนเศษเงินมาให้ พร้อมจะให้ไทยเป็นดังสิงคโปร์ ที่คิดกับพลเมืองเป็นแค่พนักงานเทมาเสค

วัฒนธรรมก็จะเปลี่ยน ไม่รู้ชาวบ้านเขาอยู่แบบสุขกว่าคนเมืองอย่างไร กระพี้แห่งวัฒนธรรมก็ยังไม่รู้ อยากเปลี่ยนนักหรือ คลั่งทุนนิยม จนแลดูคนจนเป็นไดโนเสาร์

น.

ขอบคุณประชาไท บทสัมภาษณ์นี้ออกมาได้ในจังหวะที่เหมาะมาก

แม้ว่าเนื้อหาที่ให้สัมภาษณ์จะถูกใจหรือไม่ถูกใจใครบ้าง แต่ก็เป็นแนวคิดที่ชัดเจน ท้าทายและมีแง่มุมที่สร้างสรรค์กว่าการเทศน์และอยู่กันแบบศิลธรรมจอมปลอม

พูดถึงพอเพียง แต่แม่งรวยฉิบหาย ขับเฟอร์รารี่งี้ เบนซ์งี้

เรียกร้องคนอื่นแบบหนึ่ง ปฏิบัติกับตัวเองและครอบครัวอีกแบบหนึ่ง นี่แหละตอแหลแลนด์

xkoilk

นี่เป็นบทความและการสัมภาษณ์ที่ดีที่สุดที่โผล่มาให้เห็นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ ........

ขอตอบคำถามอีกคน
ถาม: "ทักษิณไปแล้วทำไงต่อ?"
ตอบ: "ตามเหยียบขยี้ต่อไปให้สิ้นซาก จนกว่า"ท่านผู้นั้นและกลุ่ม"จะวางใจได้ว่าจะไม่มีใครบังอาจมาแย่งทาสผู้โง่งมไปประชานิยมอีกต่อไป"

็PHR

สุดยอดบทสัมภาษณ์...สุดท้ายถ้าคนจนจำนวนมากมีเงินมากขึ้น ก็เสียภาษีมากขึ้น อุ้มคนชั้นกลาง ใช่ไม๊

ประชาชน

แล้วยังไงต่อไปน่ะหรือ อิอิ
ก้คือกวาดล้าง ถอนรากถอนโคนพวกลิ่วล้อไอ้เหลี่ยม พวกเลียไข่นิยม ทำมาหาแดรกเองไม่เป็นต้องคอยเกาะขาไอ้ช่วจอมลวงโลก หน้ากากประชาธิปไตย แต่ใจเผด็จการ รวมทั้งนักวิชาการสมองฝ่อ ไร้กึ๋น หนังสือพิมพ์เห็นแก่เงิน กับไอ้พวกมือรับจ้างโพสต์ตามเวบ เดี๋ยวก็คงจะตามมาคิดบัญชี เก็บกวาดกากเดนทรราช เอาไปทิ้งลงถังขยะ เตรียมตัวตายได้เลย พวกมรึง ขาดไอ้เหลี่ยมไปคน พวกมรึงหาแดรกไม่เป้นเลยใช่ไม๊ นี่แหละข้อพิสูจน์ว่าพวกมรึงมันไม่มีกึ๋น เอาเปรียบคนอื่นมานานแล้ว มรึงไม่เห็นเหรอคนที่เขาทนไม่ได้ถึงลุกมาประท้วงบ้านเมืองมันถึงวุ่นวายไงล่ะ อีกไม่นานบ้านเมืองจะสงบและรุ่งเรืองไปอีกยาวนานหลังจากจัดการไอ้พวกเศษสวะพวกนี้เสร็จและบ้านเมืองสรุปบทเรียนนี้ได้ว่าอย่าให้คนปัญญาอ่อนมีอำนาจ และคนมีปัญยาบางที่ต้องใจแข็ง อย่าเมตตาคนชั่วเกินไป บ้านเมืองอาจจะวุ่นวายได้ ถ้าคนชั่วเหลิง อิอิ

Dr. Mabuse

ความเกลียดชังคลั่งแค้นที่ 22, 23
คุณป้าเกลือ น้ำตาล จากบ้านตุลาไทที่กลายพันธุ์ไปสมาทานเผด็จการฟาสซิสต์

(ไม่งั้นจะไชโยโห่ร้องกับงานศพที่ได้ไฟจากสวรรค์ได้ยังไง)

ถ้ามีความเห็น ก็ว่ามา

ถ้าจะมาก่นด่า กลับไปด่าในบ้านตัวเองเถอะ

ลูกเป็นเหอ ไม่ใช่ความผิดของคุณ

ถ้าจะเอาแนวความคิดที่พวกคุณใช้อยู่ตอนนี้ ก็เป็นความผิดของทักษิณ ของประเวศ
แบ่งๆกันไปแล้วกัน

ว ณ ปากนัง

*เมื่อทักษิณ ออกไป ไล่กัดเงา
เหมือนหมาเห่า เครื่องบิน สิ้นเสียหมา
เบิกประจาน ความชั่ว ทั่วโลกา
ไม่รู้ค่า เครื่องบิน จึงหมิ่นแคลน

*เมื่อทักษิณ สัญลักษณ์ ความเปลี่ยนแปลง
เมื่อมาแรง เหมือนมาแย่ง แหล่งหวงแหน
กลัวสิ่งใหม่ มากำหนด เข้าทดแทน
จึงคั่งแค้น ขับไล่ ใฝ่ทำลาย

*เมื่อทักษิณ ออกไป แล้วอย่างไร
เสียงประชาธิปไตย ยังไม่หาย
ยิ่งดังขึ้น ชัดเจน ไม่เว้นวาย
ในความหมาย ประชาธิปไตย แบบสากล

*สังคมโลก เปลี่ยนไป ไม่หวนกลับ
รู้ยอมรับ จักอยู่ได้ ไม่สับสน
ชูรากหญ้า ขึ้นมา พึ่งพาตน
ให้ทุกคน เท่าเทียม เปี่ยมสุขล้น

*ความมั่งคั่ง สร้างประชาธิปไตย
คนคิดได้ ก็ต้องไร้ ความขัดสน
รู้สรรหา รู้คุณค่า ความเป็นคน
ไร้ความจน ก็ได้ผล ประชาธิปไตย

ดอย

พลเมื่ลองดี อยู่กับตำรวจได้ พลเมืองร้าย กลัวตำรวจ ระวัง??????????

จ๋าจ้า

ทากษิณ ไป แต่ ทากษิณไม่หยุด
ยังเหลือพวกซากเดนบ่อนทำลายชาติอีกหลายตัว
การสร้างประชาชนด้วยการให้ความรู้ สร้างงาน สร้างอาชีพ ทำแบบฉาบฉวย
เป็นแบบโฆษณาชวนเชื่อ สร้างภาพ แต่ไร้ซึ่งความสำเร็จที่ประชาชนได้รับ
จาก 5-6 ปี ที่ทากษิณ บริหารประเทศ
มีแต่ทรุด กับฝันกลางวัน ที่กำลังจะทลาย
คุก คุก คุก

ชอบ

ชอบจริง ๆ บทสัมภาษณ์นี้
ตรงไปตรงมา-อาจจะมีบางอย่างที่ไม่แน่ใจว่าถูกต้อง แต่ก็ถึงกึ๋นดี

แต่ขัดใจกับความเห็นของคนพธม.บางคน ตรงที่. . .
เวลาคนอื่นทำอะไรขัดกับความต้องการของตนเอง
ทำไมจึงชอบกล่าวหาว่าคนอื่นรับจ้างทำโน่นทำนี่เสมอเลย
ถ้าไม่เชื่อในความเป็นมนุษย์ของคนอื่นแล้ว สังคมเราจะอยู่ได้อย่างไรกัน

สุรีพร

คุณทักษิณเป็นคนมีวิสัยทัศน์และเป็นคนเก่ง มองอะไร ๆ ในมุมมองท่คน"มือไม่ถึง"ก็จะรีบออกมาโวยวายเช่น 30บาทรักษาทุกโรค จำได้ว่าพรรคแมลงสาบท่มาร์ค ม.7เพ่งได้รับผลกรรมแบบเซิ้บ ๆอย่างโดนปาอึไป เคยออกมาปรามาสว่าเป็นไปไม่ได้ ราคาคุย แล้วเป็นไง คนจนท่เคยได้แต่น่งมองลูกตัวร้อน ไข้ข้นสูง เป็นตายเท่ากันยามเจ็บป่วยฯลฯในทุกรัฐบาลท่ผ่านมาก่อนท่คุณทักษิณจะเข้ามาบริหารประเทศ เพ่อคนจนได้ลืม่ตาอ้าปาก ไม่ต้องทนเห็นลูกเจ็บตายไปต่อหน้าต่อตา เพราะคำว่า "30บาท" ก่ชีวิตมาแล้วท่รอดมาได้เพราะคุณทักษิณ "ทำได้" ถึงจะมีตัวถ่วงความเจริญท่ดีแต่พูดเห็นใครจะเป็นฮีโร่ไปต่อหน้าต่อตามันทนไม่ได้กิเลสหนา หน้าด้าน จนไม่อายประชาชี แล้วสมัยท่พรรค ปชป.เคยมีโอกาสบริหารประเทศ ทำได้ม้ย? ถ้าพูดแล้วจะยาว ตอนน้เป้นไง! รัฐบาลแอฟริกากลาง เชิญให้คุณทักษิณไปแก้จนกับประชาชนของเค้า ส่วนประเทศไทยก็จงก้มหน้ารับชะตากรรมตามแต่ "พวกพันธมิตรฯ "จะบัญชาไปก็แล้วกัน ขอให้ผ้ท่คอยชักใยข้างหลังจงระวังคำสาปแช่งของประชาชนผ้บริสุทธิ์เถอะ อย่าบีบค้นกันให้มากเกินไป ทหารเองก็หมดทางเป็นท่พ่งของพวกเราแล้ว มีแต่เราจะต้องคอยระวังทหารจะรับคำส่งให้ปฏิวัติ ปฏิรูปเพ่อจะได้ช่วยกันดึงบ้านเมืองให้ด่งจมเหวเร็ว ๆ

แจ๋ม

เห็นด้วยกับคห7 คุณจ๋อ อย่างมากที่สุด
คนที่ไม่รู้ตัวว่าคิดผิด หรือทำผิด นี่อันตรายจริงๆ

ไทย ไทย ไทย

ที่บอกว่า...เสียดายจริง ๆ ที่ทักษิณมีเวลาทำงานน้อยเกินไป ของคห 1
คิดได้ยังไงเนี่ย นี่ยังผลาญสมบัติชาติไม่พออีกหรือ ยังขายชาติไม่พออีกหรือ
อ๋อ..ใช่สิ ยังแปรรูปรัฐวิสาหกิจไม่หมด ยังไม่ได้เป็นเจ้าของน้ำมันและก๊าซที่อ่าวไทย
ยังไม่ได้เป็นประธานาธิบดีของไทย ที่สำคัญยังทำให้ในหลวงช้ำพระทัยไม่พออีกหรือ
ใช่ไหมท่าน???????????????

คนไทยคนหนึ่ง

บนความเก่า...เกิดเป็นมิติที่แตกต่างอย่างสุดขั้ว

ลูกน้องเก่าท่าพระอาทิตย์ ฝีมือและความคิดสุดยอด...น่านับถือยิ่ง...ผู้น้อยขอคารวะด้วยใจ
นายเก่าท่าพระอาทิตย์ ฝีปากและพฤติกรรมที่ผ่านๆมา(เลว)สุดยอดเช่นกัน...น่ากระทืบยิ่ง

ทำเป็นคุยฟุ้งว่าเค้าเป็นลูกน้องเก่า(หวังจะกดหัวเค้า เพียงเพื่อยกตนให้สูงขึ้น)ก็เพราะเค้ามีความคิดเชิงสร้างสรรค์ และยึดมั่นในอุดมการณ์แบบนี้ดิ เลยทนอยู่กะเอ็งไม่ได้น่ะไอ้ลิ้ม....

ลูกน้องเก่า พูดเหมือนคนมีความคิด แต่ดูไอ้ลิ้มมันพูดทุกวันนี้ ยิ่งกว่าคนโง่เอาหัวแม่ตีนคิดซะอีก...

ชอบ

อ่านของคุณพันธ์ศักดิ์แล้วเกิดปัญญา

อ่านของ มล.ปนัดดา โฆษกกระทรวงมหาดไทยแล้วด้อยปัญญา โคตร ๆ ๆ

ขอให้ประชาไทสัมภาษณ์คุณพันธ์ศักดิ์บ่อย ๆ จะดีมาก

คิดใหม่ ทำไม่ได้

ความคิดใหม่ แต่ทำไม่ได้ เพราะมัวแต่ไปหาเงินเข้าพกเข้าห่อ คิดดียังไง ทำไม่ดี มันก็เหมือนเดิม

เออ แล้วถ้ากลับมาใหญ่ อย่าลืมแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกอย่างเลยนะ จะรอซื้อหุ้น ในเมื่อต้านทานทุนนิยมไม่ไหว ก็ต้องเล่นอย่างเป็นนายทุนนิยม

ฅนไท

อ่านบทความแล้ว ช่วยกระตุ้นความคิด แนวคิด ได้เป็นอย่างดี เป็นการใช้ปรัชญามาสร้างกลยุทธ ได้เฉียบขาด

แต่พออ่าน ความคิดเห็น (คห.) รู้สึกคันไม้ คันมือ....เดี๋ยวนะ รอแป็บ เดี๋ยวสวน

คนบ้านนอก

คนจนไม่กลัวกับการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว ระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านคงไม่นานเกินรอ

jamsai

หน้ามันเหมือนตีนตบเลย

แสนเศร้า

เศร้าใจที่ต้องจำทนอยู่กับความไร้เหตุผล ไร้ความคิดสร้างสรรค์ ของประชาชนร่วมชาติที่ล้าหลัง อย่างเช่นความเห็นข้างบน เบื่อจัง นี่มันศตววรษที่ 21 แล้วยังมาปลุกเร้าให้คนไทยทำสงครามยึดของประเทศเพื่อนบ้านมาเป็นของเรา มีแต่คนเค้าคิดแต่จะสร้างสันติภาพ สร้างการท่องเที่ยวแบบไม่แบ่งเชื้อชาติ รางวัลโนเบลสันติภาพเค้าให้กันไปไม่รู้กี่คนต่อกี่คนแล้ว แปลกแฮะ ประเทศเรากลับเดินสวนกระแส ไม่น่ากลับมาอยู่ที่นี่เลย รู้งี้เป็นเด็กเสริฟเมืองนอกสบายใจกว่า

พยบ.

สมชายสั่งตำรวจฆ่า ฆ่า ฆ่า ประชาชนมือเปล่า โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง สมชายสั่งตำรวจฆ่า ฆ่า ฆ่า ประชาชนมือเปล่า ทักษิณมันเลวเป็นนักโทษแผ่นดินช่วยเปิดตา หูและสมอง

ธิติ

เบื่อไอ้พวกส้งติน ที่เข้ามาด่าคนไปเรื่อย ไม่มีหัวสมอง ..

บทความเขาเขียนให้ใช้ความคิด แม่ง จะแถไป ด่าเขา ..โอย...

ผมเซพบทความสัมภาษณ์นี้ไว้เอาไว้อ่านเตือนใจ และให้ความรู้คนอื่น ๆ

มุมมองระดับมหภาคอย่างนี้ให้ฟรี ๆ ไม่เอาก็บ้าบอแล้ว...

สมัยหนึ่งจะได้ยินเรื่องราวแบบนี้ต้องซื้อโต๊ะแพง ๆ นั่งฟัง...

ขอบคุณอีกที กับประชาไท...
คุณให้การศึกษากับทุกผู้คนได้ดีมาก...
บทดี ๆ อย่างนี้ หามาให้อีกนะ....

ขอบคุณหลาย ๆ เด้อ...

รากหญ้า

ใช่เลยความคิดแบบนี้แหละพัฒนาคนได้ พวกอำมาตยาธิปไตย ขุนนางเก่ามันกลัวนโยบายเปิดโลกทรรศน์ของคนรากหญ้า เพราะคนรากหญ้าที่เป็นกลุ่มรองรับความสุขความสบายของพวกเขาต้องโง่ตลอดไป กองทุนหมู่บ้านสอนให้ชาวบ้านรู้จักระบบการหมุนเวียนของกระแสเงิน รู้จักการบริหารการเงินและสำคัญรู้ว่าพวกข้าราชการ กรม กอง มันโกงกินยังไงเพราะแค่เงิน 1 ล้านปล่อยกู้ร้อยละ 3 ยังได้กำไรตั้ง 3 หมื่นบาท งบประมาณพันล้านแค่มันเอาไปฝากไว้ 6 เดือนก็ได้ดอกเบี้ยหลายล้านมิน่าละราชการจึงพยายามอ้างว่ามีหลายขั้นตอนความจริงมันถ่วงเวลาสำหรับเรื่องเหล่านี้แหละ sml มันสอนให้ชาวบ้านรู้จักการจัดการกับงบประมาณที่ได้จากภาษี เงินแค่ 2 แสนบาท สร้างศาลากลางบ้านหลังใหญ่กว่าให้ส่วนราชการประมูลกันผู้รับเหมาเข้าแข่งเป็นสิบหลังเท่ากระต๊อบ กรรมการหมู่บ้านโกงกินก็ไม่เกินฆ่าหมู 1 ตัวไม่เกิน 2 พันแต่ราชการทำงบประมาณ 2 แสนโกงกันเกือบแสน

นวมทอง

อ่านได้อ่านดี อ่านจนจบ

ก็ไม่รู้ว่า คุณนี่ สีแดง สีเหลือง สีฟ้า หรือสีขาว

รู้แต่ว่าผมอยู่มาได้หัวผมแบนเหมือนฝากระป๋อง

แล้วไอ้ลิ้มมันก็มาเปิดฝากระป๋อง

มันก็มีทั้งดี ทั้งเน่า

ได้เวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว

We need change

ไอ้ลิ้มเล่นมาตั้งนานแล้ว

What do you do next ?

atum

สุดยอดจริงๆ รอวันน้ากลับมาบริหารประเทศ
ชื่นชมมานานแล้ว

รอพวกท่านสนธิ ท่านจำลอง เขาบริหาร
รัฐสภาไทยสักพักก่อน เขาเบื่อแล้วค่อยกลับมานะ

อ้อ เดี๋ยวเผื่อต้องรอคิว ต่อจากทหาร หาร งบ อีก พวกหนึ่ง

เคยเรียนเศรษฐศาสตร์ป.โทมา

เวลาที่เราพิจารณาศีลธรรมของความเติบโตทางเศรษฐกิจ (moral of economic growth)

ก็ดูจากสถิติทารกที่ออกมาจากท้องแม่ใน 100 คนตายกี่คน

แล้วการตายมันลดลง ก็นั่นแหล่ะตัวบ่งชี้ ความชอบธรรมของความเติบโตทางเศรษฐกิจ

ไอ้อย่างอื่นมันแค่ side line’

น่าจะตีความหมายการเติบโตของจริยธรรมทางเศรษฐศาสตร์ผิดแน่นอน
ปริมาณของทารกเป็น การเติบโตประชากรถ้ารอดเป็นตัวชีวัดที่ไม่ใช่เชิงจริยธรรมแน่นอน
เป็นตัวชีวัดความอยู่ดีกินดี หรืออื่นๆ

เวลาพิจารณาเราพิจารณาศีลธรรมของความเติบโตทางเศรษฐกิจ (moral of economic growth)หมายถึงตัวชีวัดจำนวนการประกอบเศรษฐกิจที่ไม่คดโกงหรือคอรับชั่นเชิงนโยบาย
สูงหรือคอรับชั่นน้อยต่างหาก หรือการเก็บภาษีรายได้เพิ่มที่มาจากคนโกงภาษีน้อยลงต่างหาก

no no

คห 57 เข้าใจผิดครับ จำได้เค้าๆ ว่าตัวอย่างอาจมาจากหนังสือเรื่อง moral consequence of econ growth ของ Benj friedman แล้วเค้ายกตัวอย่างเรื่องปัญหาความขัดแย้งคนดำคนขาวช่วง ุ60 ด้วยถ้าจำไม่ผิด มัน imply ความอย่างนี้แหละถูกแล้ว

คมหนาม

ระยะแรกผมคิดว่ากลุ่มหัวก้าวหน้าไม่สามารถต้านกลุ่มอนุรักษ์ได้ เพราะกลุ่มอนุรักษ์มีพลังอำนาจมาก แต่ตอนนี้ผมไม่แน่ใจเพราะ
1. คนชนบทตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อ 30 ปีที่แล้วเขาฉลาดกว่าที่คุณคิด ข้อมูลข่าวสารเพียบ คุณไปนั่งคุยกับเขาคุณอาจจะต้องอ้าปากค้าง และพวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลง
2 กระแสโลกในปี2008 แรงเกินกว่าที่กลุ่มอนุรักษ์จะต้านทานได้ ถ้าคุณไม่ยอมรับการเปลียนแปลงก็ต้องปิดประเทศ เหมือนพม่า
3. ยอมรับความจริงเถอาะครับว่าคุณทักษิณ ได้กลายเป็นสัญญาลักของการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ส่วนหนึ่งเกิดจากกลุ่มอนุรักษ์เป็นผู้สร้างขึ้น อีกส่วนหนึ่งเกิดจากบุคลิกและความสามารถของคุณทักษิณเอง มีคนจำนวนมากยังสนับสนุนคุณทักษิณอยู่ (สมมุติว่าคุณทักษิณมีโอกาสมาเดินหาเสียง ได้ สส 300 ที่นั่งเป็นอย่างน้อย)
4. ยิ่งต้านเท่าไรประเทศก็ยิ่งอ่อนแอเท่านั้น และสิ่งนี้ก็จะเป็นแรงส่งเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เร็วและแรงขึ้น

ประชาชน

ยอมรับความจริงเถอะพวกมรึง ทำเป็นโพสต์เยอะแยะ ที่แท้มีไม่กี่ตัวหรอก รับเงินไอ้เหลี่ยมแล้วมาเขียนเลียไข่ ยกย่อง ไอ้ชั่ว จาบจ้วงสถาบัน ใกล้เวลาหัวพวกมรึงจะขาดเข้าไปทุกทีแล้ว ชื่อแซ่ทั้งหมดของพวกรับใช้ทรราชตระกูลชิน ลงบัญชีหนังหมาไว้แล้ว วิบากกรรมที่พวกมรึงก่อขึ้นครั้งนี้ สาหัสสากรรจ์ และทำร้ายชาติเกินจะให้อภัย ดูไอ้เหลี่ยมเป็นตัวอย่าง มันจะต้องถูกปลดยศ ริบเครื่องราช ถอนสัญชาติ ตายต่างแดนแม้แต่ขี้เถ้าก็ไม่ให้เอาเข้าประเทศ ส่วนพวกมรึงที่อุทิศตัวรับใช้ระบอบชั่ว จะต้องได้รับโทษอย่างไม่มีการให้อภัย พวกมรึงสู้ตายได้เลย เพราะมรึงได้ตายสมใจแน่ๆ งานนี้ไม่จบง่าย มรึงย่ำยีประเทศเกินไป เลยขอบเขตมากไปแล้ว ไม่มีช่องทางจะคุยกันได้แล้ว เสียใจด้วยที่คนไทยต้องมาห้ำหั่นกันเอง แต่เป็นกรรมที่มรึงก่อขึ้น การเล่นแรงขนาดคิดล้มล้างสถาบันไม่มีคนไทยคนไหนยอมได้ มรึงเล่นเกินไปแล้วอย่าอยู่ร่วมกันเลย เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เห็นได้ชัดเจนเรื่องนี้จะจบต่อเมื่อ เหลือเสือตัวเดียวเท่านั้น ถ้ามรึงอยู่กรูไป ถ้ากรูอยู่มรึงตาย ประเทศไทยมาถึงก้าวใหม่ของประวัติสาสตร์ที่ข่มขื่นแล้ว คนชั่วต้องได้รับบทเรียน ดีหรือชั่ว มีเส้นแบ่งชัดเจน อย่าทำเป็นหัวเสธ. คิดว่าดีหรือชั่วอยู่ที่มุมมอง ไม่มีมุมมองของดีหรือชั่วในกรณีนี้ มีแต่กฏแห่งกรรม เอาศีลห้ามาเป็นตัววัด ถ้ามรึงทำผิดศีล โกหก ฉ้อฉล ใส่ไฟ ยุแหย่ มอมเมา เนรคุณ ก็คือชั่ว ถ้าไม่โกหก ไม่ลักทรัพย์ คดโกง ฉ้อฉล ก็คือดี คนชั่วก็หนุนคนชั่ว คนดีก็หนุนคนดี คนชั่วต้องถูกกำจัด คนดีต้องอยู่รอด โลกต้องมีคนดีอยู่ต่อไป ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาของคนชั่ว ยังอีกหลายพันปีกว่าจะถึงกลียุค ต้องให้ศาสนาพุทธได้ห้าพันปีก่อน ดังนั้นฟันธง ความดีต้องชนะเงินชั่วๆของไอ้เหลี่ยมแน่นอน

Maple Leaf

เห็นด้วยกับคุณคมหนาม คห59

ตอนนี้ตัวแปรไม่ใช่คุณทักษิณแล้ว แต่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่อยากเรียกว่ารากหญ้า จริงๆ ประชาชนกลุ่มนี้ไม่ใช่มีรากหญ้าที่ชื่นชอบทักษิณ มีทุกชนชั้นกระจายกันไป แต่กลุ่มรากหญ้าจะเป็นกลุ่มใหญ่

ตอนนี้กลุ่มที่ต้องการช่วงชิงพื้นที่ของสังคมนั้น ไม่ใช่ทักษิณ พวกทักษิณ และอำมาตย์แล้ว แต่เป็นชนส่วนใหญ่ที่โดนนโยบายทักษิณปลุกขึ้นมาต่อสู้กับชนชั้น...........และบริวาร

8g8

คนที่อยู่ได้ทุกรัฐบาล แสดงว่าปรับเปลี่ยน ได้ตลอดเพื่อหวังอะไร
เพื่อประเทศ

ผ่านมา

เสียดาย มันสมองของประเทศ
ประเทศไทยไม่อยากได้มันสมอง อยากจะมีแต่ "ขี้เลื่อย"
สะใจกับประเด็นที่ว่า เรากลัวอนาคต อนาคตที่มีแต่การเปลี่ยนแปลง เพราะคนไทยที่กุมอำนาจอยุ่ในสังคมไทย เป็นพวก "ไมีเคยผลิตในระบบเศรษฐกิจ" เพราะเคยสบายมาตลอด แต่ก็กลัวความจน และ "งง กับการที่ต้องไปต่อสู้ แข่งขันกับต่างประเทศ" ซึงทักษิณเป็นแค่ตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว พวกนี้จึงไม่ต้องการทักษิณ คำถามที่ต้องตอบให้ได้ว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ประเทศไทยต้องเผชิญนี้ เราจะทำอะไรต่อไป เราจะยืนอยุ่จุดใหน ทำตัวอย่างไร

เสียดาย สังคมไทยควรจะดูไปข้างหน้า เตรียมรับการเปลียนแปลงต่างๆ แต่ต้อง "เง่า" อยุ่กับการตามไล่ล่า
สิ่งที่ตัวเองกลัว (ทักษิณ) เพื่อจะกำจัดให้หมดสิ้นไป

ถามนิด ถ้าทักษิณถูกนำกลับไทย และถูกขังตามคำพิพากษาของศาลแล้ว มันทำให้ประเทศไทย ได้ประโยชน์อะไรบ้าง เมื่อต้องเทียบกับสิ่งที่สูญเสียไป สังคมไทยยังคงมี ทักษิณ 2 3 4.......ในอนาคตอีก เราก็จะยังกลัวอีก แล้วก็ไล่ล่ากันต่อๆไปอีก

เสียดาย และ สงสารประเทศไทย จัง

สมพงษ์

ว่าด้วยเรื่อง
คุณทักษิณ เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปง
จริงครับ เปลี่ยนแปลงไปทางเดียวกับโลกที่แย่ลงอย่างรุนแรงมากขึ้นทุกที

ส่วนไอ้ความดีที่ว่า หน้าตามันเป็นอย่างไร
จริงครับ มันไม่มีหน้าตา เพราะมันเป็น นามธรรม
แต่ หากคุณตั้งคำถามว่าขอแก้รัฐธรรมนูญให้ทักษิณพ้นผิดได้มั้ย จะ มีคนตอบได้ทันที
ว่า
1. ได้ เพราะ สงสาร
2. ได้ เพราะ มันเป็นพวกเรา
3. ไม่ได้ เพราะ ทำผิดต้องรับโทษ เคย ยกโทษให้แล้วไม่สำนึก ซุกแล้วซุกอีก ซ้ำซาก
4. ไม่ได้ เพราะ ฉันเกลียดมัน
5. ไม่สนว่ะ
ถึงตรงนี้ คงรู้แล้วว่าความดีคืออะไร
ที่คุณพันศักดิ์ ไม่เข้าใจ เพราะ กรอบคิดของคิดพันศักดิ์ นั้นเป็นคนล่ะกรอบของคนที่ถูกถาม
ทุนนิยม การค้า ไม่มีดีชั่ว มีแต่กำไรขาดทุน
แต่สังคมใหนๆ ก็ไม่ต้องการให้ค้ากำไรเกินควร แล้วตรงใหนล่ะที่ เกินควร ที่ว่าน่ะ
สังคมเป็นคนตอบ
แล้ว คนอย่างจำลอง ที่ฟอกไตแบบเท่าทุนล่ะ เป็นความดีหรือเปล่า
หรือแค่ โง่ ที่ไม่รู้จักหากำไร

ถามว่า นักการเมือง ทุจริต ยอมรับได้มั้ย?
(อาจโดนถามย้อนว่า ทุจริต นี่ไม่ผิดหรือ?)
จะมีคนตอบว่า
1. รับได้ แต่ ต้องไม่ใช่เงินผมนะ
2. รับได้ แต่ ต้องแบ่งให้ด้วยนะ
3. รับได้ แต่ ถึงคราวผม ก็ต้องรับได้นะ
4. รับไม่ได้ เพราะ การยอมรับการโกงกันได้ พ่อค้าโกง ข้าราชการกิน นักเรียนโกง คนงานโกง สังคมมันจะสงบได้ไง
ดังนั้น ขอ บอกว่า คุณพันศักดิ์ ชุ่ยมาก ที่ ถามหาว่า ความดีมันเป็นยังไง
สมมติ ว่า คุณถูกโกง คุณก็ฟันธงได้เลยว่ามันชั่ว และคุณก็รู้ทันทีว่าอะไรคือความดี
สมมติ ว่า คุณพันศักดิ์มีภรรยาแต่ลูกที่คลอดมา เป็นลูกชายชู้ รู้แล้วล่ะซิ อะไร ดี อะไร ชั่ว

ใครกันในนี้ ที่บอกว่า ชาวบ้านรู้จักบริหารเงิน คงพูดแบบสีข้างเข้าถู
คุณรู้หรือไม่ในจังหวัดบุรีรัมย์ เงินกองทุนหมู่บ้าน มีวันครบกำหนดส่งไม่ตรงกัน
คุณรู้หรือไม่ว่า นายทุนได้ทำการปล่อยเงินให้กับกองทุนฯ โดยไปยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์แบงค์ ฝากเข้าแล้วก็ถอนออกไปคืน
แล้ว ชาวบ้านต้องเอาเงินดอกเบี้ยมาส่งให้กรรมการแล้วแบ่งกันกับเจ้าของเงิน
นี่แหละ ทำไมกองทุนหมู่บ้าน จึงไม่มีหนี้เสีย
คนไม่รู้เรื่อง ก็บอกว่า ชาวบ้าน มีวินัยการเงินดี
แต่สำหรับผม เมื่อก่อนชาวบ้านเดินลุยโคลนระดับหน้าแข้ง
แต่ ทักษิณกับเงินกองทุนฯที่ไม่เข้มงวด ทำให้ชาวบ้านเดินลุยโคลนระดับเอวแล้ว เดินลำบากขึ้น
หากทำชุ่ยๆต่อ

สมพงษ์

หากทำชุ่ยๆต่อไป โคลนจะท่วมปากเอา เดินคงไม่ไหว แล้ว

สมพงษ์

สมมติ วันนี้ ตำรวจไถเงินคุณ คุณบอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็ย้ายไป คนใหม่มาคงไม่เป็นอย่างเก่า
ตำรวจไม่ได้เลวทุกคน
แต่ ทำไม เราจึงเจอแต่ตำรวจเลวๆ
-----------------------------------------------------------------
ทักษิณ 1 ยอมๆมัน คนใหม่ คงไม่เป็นอย่างมันหรอก เดี๋ยวมันก็ไป
แล้วมันก็มี
ทักษิณ 2 3 4 5 6 7 8 9 10 999999
-----------------------------------------------------------------
จับทักษิณ ติดคุก
จับพวกซื้อเสียง ติดคุก ไม่เอาหรอกแค่ตัดสิทธิ์ จับโจรได้ คาหนังคาเขา แต่ปล่อยไปแล้วบอกว่า
เองอย่ามาที่นี่5ปีนะ
จับพวกโกงกินติดคุก

นี่แหละที่เราเรียกร้องกัน เราไม่อยากให้พธม. ทำผิด กม. ไม่ใช่หรือ
แล้ว ทำไมเราจะยอมให้คนทำผิด กม. บางคนลอยนวล อย่างนั้นหรือ

ขวางถนน ย่ำสนามหญ้า ทำเลอะเทอะ บอกว่า อย่าทำผิดกม. ต้องสลายมัน

โกงชาติโกงแผ่นดิน บอกว่า ปล่อยๆเขาไปเถอะนะ ยกโทษให้เขานะ เขาเป็ฯคนดี ไม่มีอีกแล้วในประเทศไทยนี้ นะ นะ

คนเลย

ขอขอบคุณบทความที่มีคุณค่า..ประเทศนี้แปลกนะครับคนเก่งๆที่จะช่วยพัฒนาประเทศเพื่อคนยากคนจนอยู่ยากครับ ดังคำที่ว่า..ทุกคนอยากให้คนเป็นคนดี แต่ ไม่อยากเห็นใครดีไปกว่าตน....ด่วนประกาศจากเวทีพันทะมาร สาวกกลับไปที่เวทีด่วนเมียพวกเอ็งกำลังถูกนักรบศรีธัญญารุมข่มขืน..เอ้าไปเร็วอย่ามัวแต่แถ..แถวนี้

ไฮยีน่า

ไม่เคยเจอใครเจ๋งแบบนี้มาก่อน
บอกได้คำเดียวว่า สุดยอดว่ะท่าน

การบริหารจัดการตัวเอง มันต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองด้วย
สังคมแบบเทศน์และฟัง มันเสียตรงนี้ คือ คิดเองไม่ค่อยเป็น นั่นคือจัดการกับตัวเองไม่ค่อยเป็นด้วย

ถ้าไม่พึ่งพาตัวเอง เราก็ไม่ต่างกับหนี้เสีย

ปัญญา รุ่งทอง

ขอแนะนำ หนังสือ
"อนาคต กำลังไล่ล่า พวกล้าหลังครั่งชาติ"
รู้สึกว่า ทักษิณ ฯ หรือ พันศักดิ์ ฯ นี่แหละ เป็นคน แนะนำให้อ่าน

จำเรอญ

อ่านบทสัมภาษณ์นี้ ทำให้เห็นในอีกแง่มุมหนึ่ง (new perspective)
ความรู้สึกเหมือน เวลาอ่านงาน อาจารย์นิธิฯ และ งานของ Krugman

ทำให้ได้ฉุกคิด

ขอบคุณประชาไท เช่นกัน

ค.ตน

ิอ่านแนวความคิด แล้ว นำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย
ยุค ทักษิณ มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรมมาก

น่าเสียดาย ที่ รัฐบาล ไทยรักไทย
ไม่สามารถต้านทาน คนที่มีอำนาจแฝง
ที่ไม่อยากให้ มีการเปลี่ยนแปลงทางด้าน
เศรษฐกิจ และ สังคมในประเทศ

มนุษย์ ทุก ๆ คน มักจะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
เสมอ ตามหลักจิตวิทยา

พ่อพระอาทิตย์

ตอนนี้มีกำลังใจขึ้นมากที่รู้สึกว่า มีพลังมหาศาลที่กำต่อสู้กับพวกชราธิปไตย คิดว่าพวกเราคงชนะประเทศไทยคงมีวันเดินหน้า
สู้ต่อไป อย่าท้อถอยอย่าให้ได้ลิ้มปูตินและเฒ่ากาลีปกครองประเทศนี้ได้

ปล่อยมนุษย์ไว้เพียงลำพังเถอะ

ข้าพเจ้ารู้แต่เพียงว่า ข้าพเจ้าไว้วางใจใครไม่ได้เลย ทั้งศักดินาล้าหลัง(ชัดเจน)
และทุนฯสามานย์(ผูกขาด เอา mass เป็นเบี้ยล่างเหมียน-ๆกัน)

แบบแรกเจ้าสมมุติ
แบบหลังเจ้ากลยุทธ์การตลาด

อย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด

Kalee Chaplin

...ทักษิณไปแล้วยังไง...เอาแบบรากหญ้าคิดนะ รากหญ้าที่เป็นส่วนใหญ่มากของประเทศนี้
...สรุปได้มั้ยว่าวันข้างหน้าเราจะได้อะไรระหว่าง
...พระพุทธเจ้ากับโพธิรักษ์
...นักฆ่าตัดตอนกับพ่อค้ายาเสพย์ติด
...หวยบนดินกับหวยใต้ดิน
...ประชานิยมกับภาคนิยม...
...สื่อมวลชนกับนักขายข่าว...
อย่าเสียเวลาถกเถียงด่าทออะไรกันเลยครับ ลุกขึ้นมาเลือกข้างแล้วหยิบอาวุธมาฆ่ากันเสียที
ในโลกนี้มีแต่ผู้ชนะเป็นเจ้าผู้แพ้เป็นโจร คนชนะได้เขียนประวัติศาสตร์...
ประวัติศาสตร์เขียนด้วยเลือดของผู้แพ้ทั้งนั้น...
อย่ามัวมาดัดจริตเป็นนักคิดนักเขียนอะไรกันอยู่เลย...ทิ้งปากกามาจับอาวุธได้แล้ว...
เพื่อความรุ่งเรืองไพบูลย์แห่งชาติไทย...ไชโย

เจี้ยเอ๋ย

ได้เวลาสร้างคาแรกเตอร์ให้ตัวเองแล้ว เดี๋ยวถูกหาว่าเป็นไอ้หน้าจืด คงแย่กว่าเป็นไอ้หน้าเหลี่ยม (ฮา)

เอ้า! นั่งอ่านเวบบอร์ดกันเข้าไป พวกไร้คาแรกเตอร์

ไท

บทความโดนใจคนอ่าน เห็นด้วยมากๆ

44++

โว้วว โย้ววว / อันเนื่องมาจากท้องอิ่ม สมองถึงจะเเล้น / ลองคิดถึงคนท้องยังไม่อิ่มดิครับ /มีอะไรก็เอาเข้าปากหมด จะผิด จะถูก ไม่รู้หรอก / ............ เป็นเพราะ ท่าน โชคดี ฮะ ท่านจึงได้เข้าถึงการศึกษา บน ประเทศไม่เเบนราบ ได้ขนาดนี้ / ผมอยากให้คนรุ่นลูกรุ่นหลาคิดเเบบท่านทุกคน / เเต่ต้องวานคนเเบบท่านๆ ทำให้ประเทศนี้ เเบนราบขึ้น อีกหน่อยกระมัง /การศึกษา ที่ดี คงเข้าถึงได้ดีกว่านี้ซักที / ถ้าการศึกษามันดี สังคมจะดีขึ้นเอง / ปล ผมมีความเชื่อสูงมาก ว่าการศึกษาที่ดีจิงๆ ไม่ต้องสอนคุณธรรมหรอกฮะ เพราะถ้าเค้ารู้จัก ธรรมชาติ ของโลกได้ดีเเล้ว เค้าจะรู้เอง ทำไม ต้องทำดี / ............ง

คนไทยเสียภาษี

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ขอบคุณ คุณพันธ์ศักดิ์ สำหรับความเห็นดีๆ

และเสียดายความคิดของท่าน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ จะได้กลับมาทำงานให้คนไทยอีก

นกฮูก

ศัพท์แสงฟุ้งเฟ้อไปหมด มันสมองมีเส้นใยเครือข่ายมากมาย แต่ไปขมวดรวมตรงที่เงิน
สรุปแล้ว เงินคือคำตอบทุกๆอย่าง คนโง่ไม่เก่งมาเป็นทาสคนเก่ง คนรวยซะดีๆ

โง่ครับ

อ่านไม่รู้เรื่องครับท่านพันศักดิ์ พูดอะไรครับ

ผมต้องการคนอย่างท่านอภิสิทธิ์บริหารประเทศ
ต้องบริหารเก่งมากเพราะมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ทำทุกอย่าง อย่างไรก็ได้ขอ
ให้เป็นนายกเถอะน่า ตะแบงแถๆนี่แหละผมชอบ

ขอให้กำลังใจท่านสินธิ ผมติดตาม ASsholeTV มาตลอดดีมากๆด่าได้สะใจจริง
เมื่อคืนวานมีการเล่าเรื่องพระอรหันต์ เรื่องมนต์ดำ แก้ มนต์ดำ กูละเชื่อจริงๆเลย
อย่าไปสอนใครล่ะ อายุขนาดนี้แล้วยังโง่อีก พูดภาษาอังกฤษ ภาษาจีนเก่งก็โง่ได้ครับท่าน

ท่านมหาจำลอง ท่านนี้ช่างห่างไกลศาสนานักทำตัวเหมือนเคร่ง แต่ถ้าเอาแนวทางท่านพุทธทาสมาจับ ห่างไกลนัก คนละทางเลยล่ะ

อะตอม

เป็นบทสัมภาษณ์ที่อ่านแล้วจับประเด็นยากมาก คือมันไม่ได้ลำดับความคิดว่าจะสื่ออะไรแบบบทความ คือตอบตามคำถามประเด็นมันจะไหลไปเรื่อย แต่เนื้อหามีประโยชน์มาก(คนล่ะอย่างกับคำว่าเป็นความคิดเห็นที่ดีมากถูกต้องมาก)

คือความคิดเห็นเขามีวัตถุดิบเยอะมาก และจะแตกประเด็นได้เยอะมาก มีมิติ แต่นำเสนอกระจายมาก บางทีคำๆเดียวคลุมทุกประเด็นแต่ขณะเดียวกันส่วนที่อ่านมาทั้งหมดไม่แน่ใจว่าจะสื่ออะไรถึงใครโยงไปตรงไหนมันพันกัน?

ขอเข้าประเด็นที่ผมจะพูดถึงเนื้อหาบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจนี้ ออกตัวก่อนว่าไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดในความคิดเขา แต่มีบางเรื่องที่สะท้อนได้ลึกมีมิติเอาอันที่1หัวข้อแรก"ไทยในโลกาภิวัฒน์"

mystic value (มูลค่าที่แฝงอยู่ภายใน) สำหรับเราในระบบนิเวสน์โลก เรื่องนี้พูดถึงคุณค่าภายในอัตลักษณ์ไทยจุดขายที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งเหล่านี้คือตรงไหนบ้าง เช่น ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์หรือมรดกที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ประเทศไทยเป็นต่อหลายประเทศในภูมิภาคทั้งในเชิงศูนย์กลางทางคมนาคมเชื่อมต่อ(comparative advantage)ในความหมายเขาหรือเปล่า???

ถ้าเรารู้จึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทันจังหว่ะเวลาเมืองท่าสิงคโปรไม่ได้เกิด ถ้าโครงการคอคอดกะ และสนามบินพานิชย์หนองงูเห่าเราสร้างก่อนใคร รวมกันคมนาคมทางบกเชื่อมต่อเอเซีย มหาศาลมากครับเพราะนี่คือมรดกที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เราถ้ารู้จักคุณค่า และแปลมูลค่าเพิ่มมันอย่างทันจังหว่ะใช้mystic value เป็น ไม่ขายโอกาสหรือทิ้งโอกาสให้ใคร???

และเรารับโลกาภิฯที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่างกันแบบ มาม่าไวไวควิก คือรับมันแบบลวกๆเน้นฉาบฉวยรับบริโภคนวัตกรรมที่มาพร้อมกับโลกาฯอย่างทาสทางเทคโน เหมือเราตกเป็นทาสมาม่าและปลากระป๋อง นั้นคือการรับรู้สังคมฐานความรู้แบบกึ่งสำเร็จรูป มาม่าไวไวควิก เรียนเพื่ออ่านฉลากยาวิธีใช้เป็นอย่างทาส

แต่ตกเป็นทาสเจ้าของยาหรือนวัตกรรม เพราะชื้อเขามาผ่านโลกาฯ ที่ใครมีอะไรเราก็มีได้เพราะใช้เงินซื้อมาได้แต่เป็นทาสทางเทคโนโลยี่ไม่พยายามพัฒนาเป็น"นวัตกรรม" จนไปเพิ่มมุลค่าเพิ่มให้กับmystic value ที่เรามีความเป็นต่อในการจะสร้างมูลค่าเพิ่มจากความเป็นศูนย์กลางทุกอย่างชนิดที่มีค่าทางcomparative advantageเหนือใครในภูมิภาคนี่คือเนื้อหาบทที่หนึ่งที่ผมอยากเพิ่มหรือพูดถึง???

อะตอม

ขอเพิ่มเติมกรณีมรดกที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่วัด"comparative advantage" ให้เราเด่นเหนือใคร อีกหลายมิติเช่น เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพของพืช หรือการผลิตอาหารด้านเกษตรกรรมจนถึงสมุนไพรของประเทศในพืชศาสตร์เขตร้อน มันมีมูลค่า"mystic value (มูลค่าที่แฝงอยู่ภายใน)"มหาศาลในนั้น แม้สิ่งเหล่านี้เทียบเคียงน้ำมันไม่ได้ในอีกแบบแต่เราได้เปรียบเชิงความหลากหลาย

เช่นเรามีมากกว่านั้นคือน้ำมันปลูกได้ไม่มีหมดแต่ตะวันออกกลางมีมากแต่มีแบบมีหมด?น้ำหมดเราหาทดแทนได้ และปลูกพลังงานไว้หายใจเองได้ แต่เราไม่ทำเราใช้นโยบายตำข้าวสารกรอกหม้อทางพลังงาน ทั้งที่ศักยภาพภายในmystic valueเรานั้น น้องๆบราซิลหรือผู้ส่งออกน้ำมันทางเลือก,ทดแทนรายใหม่ของโลก ถ้าเราใช้ความเป็นศูนย์กลางให้เป็นประโยชน์ หรือเนื้อหาอื่นๆที่เป็นมรดกทางที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เช่น

ความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว ทั้งเชิงวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่มรดกบรรพบุรุษให้ทุนเก่าไว้มหาศาล และประกวดได้ทั่วโลกในเชิงทาง"comparative advantage"เหนือทุกประเทศในภูมิภาคบวกกับที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นต่อให้เราเป็นศูนย์กลางทางคมนาคมเชื่อมต่อไปยังที่อื่นๆ ถ้าเราพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทันและเป็นจริง แต่เราขายโอกาสแบบนี้ทิ้งไปให้ใคร

สิงคโปรเขาต่อสู้กับเราไว้ขนาดไหน? จนเขาใช้วิธีเป็นรองแต่ซื้อมาขายไปให้เยอะเข้าไว้เป็นนายหน้าฟันกำไรจนลูกค้าเคยชิน ไม่ต้องรอโคตระเพชร์ที่ไม่เคยขุดเอามาขายแบบไทย ที่ป่านนี้หนองงูเห่าตายไปกี่รุ่นเพื่อกลับชาติมาเกิดเป็นสวรรรภูมิ

สิงคโปรใช้วิธีการที่เขาแข่งเราด้วยความเป็นรองและกลัวเราจะเอามาใช้ จนเขาใช้วิธีการซื้อมาขายไปจนได้เป็นเมืองท่าสำคัญเพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านั้น เขากินผ่านทวารลูกหลานไปกี่รุ่น โคตระเพ็ชรไทยก็ยังไม่ขุดมาใช้ หรือขุดมาตอนนี้มันจะได้ค้มไหมกี่ตั้ง

เอามาชดเชยกับความเคยชินและการพัฒนาจากความเป็นรองไปไกลจนเป็นต่อได้แล้วมีทางเลือกมากขึ้นได้แล้ว แม้จะใช้ชั่วโมงบินมากกว่าหน่อย เดินเรืออ้อมกว่าหน่อย แต่ดีกว่า มาผจญภัยกับสนามบินสุวรรณภูมิไทยที่ใหญ่แต่ไม่มีคุณภาพ ทั้งที่ความจริงในเชิงcomparative advantage เราเป็นต่อแต่ เราทำเพ็ชรหายไปจนกลายเป็นถ่านได้เพราะอะไร

เพราะขนาดเพ็ชร ใต้ดินยังรอเราทะเลาะกันไม่ไหว? ที่สุดเพ็ชรยังจืดกลายพันธุ์เป็นถ่าน(เพราะรอนาน)ได้แบบสวรรณภูมิ???

อะตอม

มีเวลาจะมาต่อย่อหน้าที่2และ3เอาแค่หนังตัวอย่างก่อนงานเข้าไปล่ะ???

อะตอม

มันคิดกันสั้นๆที่คิดจะมาปิดปากการให้ทานทางปัญญา(ให้ไปแล้วมันถ่มน้ำลายใส่ เอาไปก็หลายอันไอ้พวกเนรคุณมันถึงไม่ไปไหน)??? ก็อย่างว่าล่ะประเทศไทย ตอนนี้เขากลัวพวกนี้จึงคิดจะให้คนบ้าถือไฟเอาสมองไปเผาไฟทิ้ง โดยส่งยังแพดมาปิดปากเรา

แล้วเอาสมองขี้เถ่า(ขี้เฒ่าเก่าเต่าขุดตกยคหลงขบวน)หรือเอาไฟเผาให้กลวงแล้วเอาแกลบไส่ไปแทนแค่ให้มันเดินได้สนตะพายได้ มีสมองมากไปเดี๋ยวมันเถียงคำไม่ตกฟากเอาอีก จูงไม่สะดวกจริงไหม?พธม.น้องยังแพด???ขอด่าก่อนไปไอ้พวกลูกหลานเนรคุณเอามรดกโคตระเพ็ชรที่กูทิ้งไว้ให้ไปทำถ่านเพราะโคตระเพ็ชรรอมันทะเลาะกันนานไม่ไหว???

varaya

ขอบคุณสำหรับบทความที่ดีนี้ ต้องส่งต่อให้เพื่อน
คำถามในเชิงยุทธศาสตร์ เมื่อรากหญ้าและคนรุ่นหลังได้ตื่นตาเห็นปรากฏการณ์ทางการเมืองเบื้องหน้าแล้ว เขาจะเข้าขบวนไหน เพราะขบวนการประชาชนที่เกิดขึ้นในบ้านเราล้วนถูกทำให้เป็นอื่น

บางคนเริ่มปลดรูปคนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใครออกจากข้าฝาแล้วนะ

อะตอม

ครับขอต่อภาค2 หรือส่วนที่สองของบทสัมภาษณ์นี้

กับการพูดถึงสิงคโปร นั้นโครงสร้างความป็นประเทศเขารองรับแค่ระบบนายหน้าหรือระบบพ่อค้าส่ง การพัฒนาไปสู่ประเทศที่มีนวัตกรรม เขามีข้อจำกัดหลายอย่างเช่นทรัพยากร(น้ำยังซื้อเลย)ที่จะสนับสนุนโครงสร้างการผลิตขนาดใหญ่ แต่เขาใช้จุดขายอื่นคือเมืองท่า(ที่ซื้อโอกาสไปจากเรา)จนผมจำได้ว่าสมัยผมไปมาเลฯ คุยกับเพื่อนต่างชาติ กลุ่มนั้นคนมาเลฯมันบอกว่าเมืองไทยซื้อได้ทั้งประเทศ

ผมโกรธมากและสมัยยังวัยรุ่นด้วยถ้าเป็นที่บ้านเราเพื่อนผมคงจัดการแทนไปแล้ว แต่เหตุผลกำกับเขาน่าฟัง ก็ฟังเพราะเราคนเดียว มันบอกว่าตั้งแต่รัฐบาลโอกาสเมืองท่า หนองงูเห่ากับคอคอดกะ ที่สุดมันตกมาที่สิงคโปรได้ไง เพราะสป.มันซื้อไว้หรือล่าสุด(อันนี้มาทีหลัง)หุ้นชินฯจากเสมาโดนเตะ(เทมาเสะ) ก็โดนไปแล้ว

ทีมฟุตบอลไทยมาเตะมาเลฯก็ซื้อได้ ถามปิยะพงษ์สิ?ผมกะจะเถียงแต่มันอ้างอิงคนที่คนไทยรู้จักดีและมันก็รู้จักดีด้วย ไม่ได้กล่าวหาน้าเขาแต่พูดตามการแอบอ้างจริงไม่จริงแต่ผมพยายามฟังมัน กำลังจะเถียงเหมือนมันรู้อย่าเถียงว่าไม่ใช่? เด็กเสิร์ฟ นี่หญิงไทยหรือเปล่านั่งดิ้งก์นั้นล่ะนายมีเงินซื้อก็พาไปข้างนอกได้(มาเลฯพาผู้หญิง(มุสลิม)ไปโรงแรมไม่ได้ผิดกฏหมายเขา

แต่คนไทยได้ ผมฟังมันพล่ามด้วยความโกรธ จนนึกถึงสมันร.5 พวกนี้มันยังบ้านป่าเมืองเถื่อนเป็นขี้ข้าเขาอยู่เลยแต่สมัยนี้มาดูถูกเราผมแค้นจน แทบจะลุกหนีแบบทุบโต๊ะเพราะยังวัยรุ่นอยู่ตอนนั้น แต่แค่ยกเลิกบทสนธนา ผมได้แต่นึกว่าถ้ากูอยู่ในรบ.บ้านมึงไม่ได้เกิดหรอกนี่มันโอกาสของคนไทยทั้งนั้น

มาเรื่องการเปลี่ยนผ่านอย่างไรในระบบโลกาภิวัฒน์โลก ตอนนี้เรามีอยู่สองฝ่าย สุดขั่วและสุดโต่งกับท่าทีการตั้งรับ ฝ่ายสุดขั่ว(แบบบ้านติดล้อไร้รากไร้เสาเข็มและพันศักดิ์คือเจ้าลัทธิแม้แต่ทักษิณยังเชื่อและเอาไปปฎิบัติ) เช่นการออกแบบระบบนิเวสน์แบบนักล่าโกภิวัฒน์เกินไป

จากนโยบายปลากระป๋องแห่งชาติ(ประชานิยม) คิดเบล็ดเสร็จจากส่วนกลางลงมาเหวียงแหเขวี้ยงลงมายังรากหญ้าที่ยังเข้าใจคาดหวังกระบวนการประชาธิปไตยแบบผู้ปกครองต้องเป็นผู้ให้ เพราะมีรอยต่อจากระบบเดิม(อำมาตย์ราชการ) ระบบเจ้าขุนมูลนายเดิม ที่เป็นนักปกครองอีกชั้นลงมายังประชาชน

แต่ประชานิยยมใช้วิธียิงตรงแต่โค้งโปรเจคไตล์ ข้ามหัวระบบนี้และนักวิชาการเอ็นจีโอเรื่องมาก มาตกลงตรงกลางใจรากหญ้า ด้วยการให้แบบประชานิยม(ต่อ

อะตอม

-ต่อ มาตกลงตรงกลางใจรากหญ้า ด้วยการให้แบบประชานิยม โดยใช้ฐานเสียงนักการเมืองส่งต่อไปยังทหารราบอบต. ที่จะตัดตอนระบบอำมาตย์ราชการเดิม(โครงสร้างมหาดไทย กำนัน,ผญ.) และระบบราชการที่เชื่องช้า โตมานานแต่ในมิติลงพุง

นั้นคือการตัดตอนการตอบสนองรากหญ้าแบบใหม่ คือประชานิยมแบบปลากระป๋องแห่งชาติ(ใครเปิดเป็นก็กินได้)มีโภชการการกว่าขุดเผือกขุดมันกินแบบเดิมและเป็นการให้โอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนและแปรทรัพย์สินที่แบกไว้(ที่ท่นพันศักดิ์ว่ามาว่ามีที่ดินไม่ใช่เอามาแบกนั้นล่ะ)ให้แปรมูลค่าเพิ่มให้เป็น

แต่ขาดการปรับฐานหรือความพร้อมหลายเรื่องรองรับเพราะมันรวมศูนย์และเหวียงแหลงมาไม่สะท้อนอัตลักษณ์พื้นที่จนไปทำลาย วิถีชีวิตดั่งเดิมในการอยู่แบบพึ่งพาอาศัยกันทั้งสะท้อนจากทรัพยากรลงมาหาวิถีชีวิต อย่างเชื่อมโยงกัน แต่พอออกแบบเป็นระบบนักล่าโลกาภิฯ ปลากระป๋องแห่งชาติ

ที่ชาวบ้านต้องทิ้งจอบเสียม หอบลูกจูงหลานวิ่งตาม เพื่อแย่งปลากระป๋อง ตามระบบนักล่ามือ ใครไม่ตามตกยุคอยู่ไม่ได้ในระบบ เพราะระบบพึ่งพาฯวิถีชีวิตแบบเดิมๆมันถูกตัดตอนไปวิ่งตามปลากระป๋องจากส่วนกลางเพราะมันวัดผลเข้าหาคนคิดระบบการตลาดแบบเลิเวอร์ลี่(ส่งให้ถึงบ้านเลยคือการซื้อเสียงแบบใหม่)ที่ไม่ผิดกฏหมาย

คือหลักการประชานิยมมันอาจจะมาดีถ้าไปตามเจตนารมณ์ ที่คู่กับรัฐสวัสดิการ ที่เป็นการให้จริงๆไม่ใช่ให้แบบหว่านพืชหวังผลเข้าหาคนหว่านมันจึงผิดเจตนารมณ์การให้โอกาสเข้าถึงทุนแบบถูกต้องต้องหาตัวช่วยปรับพื้นฐานกว่านั้น(ที่ท่านพันศักดิ์ว่าไว้)

ผลกระทบคือมีดีและเสีย ดีถ้าเปิดเป็นแต่ถ้าไม่?เช่น3จังหวัดใต้ที่มีอัตลักษณ์พิเศษไม่สอดคล้องกับรูปแบบรัฐเดียวรวมศูนย์ แต่แนวคิดประชานิยมกลับพยายามรัดให้แน่กว่าเดิม และขยันปาขยะความไม่ใช่ เขาเป็นมุสลิม แต่เอาปลากระป๋องน้ำซอสหมู(ระบบดอกเบี้ย)มาให้กู

ยิ่งปามาเท่าไหร่ส่วนหนึ่งเป็นขยะมลพิษที่ไม่เข้าใจส่วนหนึ่งมันโดนหัวกู เหมือนปาหัวหมา ถ้ามีร้องเอ๋งที่แปลว่าเอ็งตาย เอาอะไรมาปาหัวข้า แต่คนให้บอกว่าให้แทบตายยังไม่เห็นคุณ? นั้นล่ะครับคือปัญหาประชานิยม หรือปลากระป๋องแห่งชาติ เพราะมันเป็นการให้แบบปาหัวลงไป

แทนที่คนหัวแข็งกว่าจะรับได้(ใต้)แต่กลายเป็นคนหัวอ่อนกว่า ที่โดนใจ ส่วนที่หัวแข็งกว่ารวมเอ็นจีโอนักวิชาการและปชป.และอำมาตย์ทุนศักดินาและที่เสียประโยชน์กับระบบทักษิณหรือเสียที่มั่นฐานคะแนนเสียงจึงได้ร่วมวง

อะตอม

ส่วนที่หัวแข็งกว่ารวมเอ็นจีโอนักวิชาการและปชป.และอำมาตย์ทุนศักดินาและที่เสียประโยชน์กับระบบทักษิณหรือเสียที่มั่นฐานคะแนนเสียงจึงได้ร่วมรำวงสหบาทา จนเกิดมีจิกโก๋สวนลุม(สนธิ)ก่อนจะมาเป็นพธม. เพราะทักษิณเริ่มเร่งอุณหภูมิ การครอบงำทุกภาคส่วนตามทฤษฎีต้มกบ เพราะมองว่ายึดฐานเสียงรากหญ้าจากประชานิยมไว้หมดแล้ว

การเมืองภาคประชาชนยังตามแทบมองไม่เห็นฝุ่นก็เริ่มออกลายจนละเลยเกราะแก้วความชอบธรรมเดิม ที่อีกข้างพยายามตีให้ตายขนาดมหาสารลงมาตีก็ไม่บิ่นเพราะเกราะแก้วความชอบธรรมสมัยแรกคุ้มไว้ แต่เมื่อสัมาหารัปทานไปเป็นเกราะเหล็กอีกชั้นตามทฤษฎีต้มกบ

เอาไว้รองรับการตีเป็นระยะๆของอำนาจอีกฝ่าย เพื่อให้เบล็ดเสร็จเด็ดขาดนั้นล่ะครับคือกาลอวสาน เพราะแทนที่มันจะยิ่งแกร่งเพราะมีเกราะเหล็กอีกชั้นจับลงหม้อต้มกบครอบงำทุกภาคส่วนแขนขาไว้หมด แต่ปัญหาคือแก้วแก้วเจ็ดสีมณีเจ็ดชั้น ที่แปรสัมทานไปเป็นเกราะเหล็กและอุณหภูมิการต้มกบมันจึงบางลงๆ

ไปอังกับไฟต้มกบ(ผลประโยชน์ทับซ้อน) เกราะเหล็กมันจึงร้อนในขณะที่เกราะแก้วมันเริ่มบางลงๆ จนจิ๊กโก่สวนลุมเห็นก่อน คอยตีทีล่ะนิดละหน่อย ที่สุดพอมันเริ่มกะเทาะมากๆเด็กในห้างยังมองเห็นพากันเอาไม้ไล่ตีได้

ที่นี้พวกที่ตบยุงนั่งรอดูมันผูกขาดเล่นอยู่คนเดียวตีเท่าไหร่มันก็ไม่บิ่นแถมมีการกินเยาะเย้ยถากทางทุนศักดินาเก่าและเริ่มไล่ต้อนกลุ่มทุนเล็กว่าบางกลุ่มจนสร้างความแค้น เช่นสนธิและ ทีพีไอก็ใช่ ฝ่ายค้านก็ไปเยาะเย้ยและบีบเขาหลายเรื่องเพราะถือว่าเป็นต่อคิดว่ามีเกราะสองชั้น

แต่พอเกราะเหล็กที่ออกแบบเองมันร้อน ซ่อนตัวไม่ได้ กระโดดออกมาจะถามหาเกราะแก้วความชอบธรรมที่ตัวเองเนรคุณกับเขา มันบางจนไม่เหลือแล้วความชอบธรรม ต่อจากนั้นก็ต้องร้องเพลงสวัสดีเท้ายำสหาบาทาใครตีก็โดน เด็กในห้างยังเอาไม้แหย่เล่นได้เลยเจ้ในตลาดยังชี้หน้าด่าว่า ขายชาติได้เลยว่าขายชาติ เพราะคิดว่าจะเชิญสิงคโตลูกพี่นักล่าเจ้าป่ามาร่วมนั่งโต๊ะ

ตามนิยามระบบนักล่าโลกาฯแบบใหม่(การขยายขนาดเศรษฐกิจด้วยการร่วมทุน) แต่ถ้ามันไม่เล่นแร่แปรชาติ และเล่นกลทางการเงินเกินไปจนภาพ(ภาพน่ะส่วนจริงแค่ไหนทุกวันนี้ก็ตามถามอยู่)เป็นพ่อมดทางการเงิน นี่คือแทนที่เราจะสัมผัสด้านสว่างของโลกาภิฯ แต่เพราะวิธีการออกแบบเรา เอาทั้งหัวและตัวของผู้นำไปหันหาด้านมืดจากหลายกรณีแบบนี้

คำถามมันจึงเกิดมามายจนพาลพาโลไปถึงการปฎิเสธโลกาจาก-

อะตอม

อย่าพึ่งฟันธงว่าผมจะสรุปอย่างไรเข้าข้างใครรอภาคสองต่อภาคสามครับ ตอนนี้ขอตัวไปก่อน???

ทนง

ผมเป็นเพียงชาวไร่ชาวสวนตัวเล็กๆ ขอตอบเพียงสั้นๆว่า ความคิดแบบนี้ต้องมีมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าอาณาจักรไหนในประวัติศาสตร์ แตกต่างกันไปตามกาลเวลา แต่ถามว่ามีอาณาจักรใดอยู่นิรันดรไหม สุดท้ายก็ล่มจม อมิตพุทธ.

อะตอม

ครับต่อเรื่องนี้มหากาพย์ครับ
การที่ผมเปรยว่าสิงคโปร โครงสร้างเขาจะรองรับระบบอุตสหกรรมหนักหรือมีนวัตกรรมไม่ได้เพราะประเทศขนาดเล็กมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรแต่อย่างไต้หวันนี่เป็นประเทศที่มีนวัตกรรมเป็นของตัวเองเยอะมาก เพราะเขาใช้วิธีคล้ายญี่ปุ่นและจีนคือการใช้เทคนิค "เลียนรู้ด้วยวิธีลัดกับกับดักทางเทคโนโลยี่"

คือเขาไม่รับเทคโนฯแบบเรา(มาม่าไวไวควิก)ความรู้กึ่งสำเร็จรูปหรือเอาแค่อ่านฉลากยาวิธีใช้ให้เป็นแต่เป็นทาสนวัตกรรมเจ้าของเทคโนฯ เราจึงเป็นแค่อย่างมากรับจ้างผลิตเขาย้ายฐานเข้ามามากเราก็เลยดูพองๆแบบสมัยฟองสบู่ พอแตกก็ไม่เหลืออะไรเหลือคนไทยตกงาน

แต่เทคนิคที่ว่า(เลียนรู้ด้วยวิธีลัดกับดักเทคโน)นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ญี่ปุ่นใช้ จนเอากลับไปขายแข่งเจ้าของนวัตกรรมเดิม สมัยนั้นขนาดก๊อปปี้เลย แต่อันนี้ไม่ใช่(ต้นแบบไต้หวันจะชัดกว่าเพราะพัฒนาขึ้นจนกฎหมายลิขสิทธิเอาผิดไม่ได้

คือกับดักเทคโนนี้เหมือนหมักปาร้าในไห ฟองสบู่แตกไหแตกไม่เป็นไรมันจะหอบเงินหนีก็หนีไปแต่เรายังเหลือเนื้อปราร้า เทคโนฯที่เราจะเอาไปพัฒนาใช้เองหรือขนาดเข้าไปซื้อกิจการด้วยการบริหารผ่านเราทั้งหมด ด้วยการพัฒนาศักยภาพด้านการแข่งขันจากเจ้าของนวัตกรรมต้นแบบในการเลียนรู้ที่สูงกว่าเรียนรู้ เพราะแค่เรียนรู้นั้นเพื่ออ่านฉลากยาวิธีใช้ให้เป็นแต่เลียนรู้นี้เป้าหมายเพื่อผลิตใช้เองเป็น

จากการพัฒนาจึงคนล่ะอย่างกับก็อปปี้ เห็นรถยนต์ญี่ปุ่นไหมทุกวันนี้ล้ำหน้ายุโรปต้นน้ำนวัตกรรมนี้เพราะการพัฒนา ไม่ใช่ก็อปปี้ เราต้องก้าวไปถึงระดับการมีนวัตกรรม ไม่ใช่ประเทศรับจ้างผลิตหรือเป็นที่ให้เขายืมปัจจัยการผลิตยืมทรัพยากร มาพัฒนาใช้แบ่งกำไรให้เราแค่ ผู้รับจ้างผลิต

เพราะสิ่งเหล่านี้เรามี"comparative advantage" ในตัวทรัพยากรและปัจจัยเอื้อต่อการลงทุนมากมายที่เป็นมากกว่า"mystic value (มูลค่าที่แฝงอยู่ภายใน)"ที่พันศักดิ์พูดถึงและมากกว่าคำว่าจุดขาย แต่มันคือมรดกทางที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ดีที่ใครจะเลียนแบบเราไม่ได้ในความเป็นต่อเรื่องศูนย์กลางหลายๆเรื่อง

เพราะเราไม่ได้มีโครงสร้างแบบเชิงเดี่ยว(เหมือนตะวันออกกลางน้ำมันหมดก็ไม่มีอะไรแล้ว)แต่ปัญหาคือ"วิสัยทัศน์"เรา ยึดกรอบวิธีคิดแบบไหนในทิศทางที่จะพูดถึงระดับยุทธศาสตร์แต่เรากลับตีโจทย์ปัญหาใหญ่นี้ให้พันธนาการไว้ที่เกมอำนาจในบ้านสหาบาทสหบาทากับมหากาพย์ตำนาน

"ปอบสยามกับต้นมะขามสนามหลว

อะตอม

แต่เรากลับตีโจทย์ปัญหาใหญ่นี้ให้พันธนาการไว้ที่เกมอำนาจในบ้านสหาบาทสหบาทากับมหากาพย์ตำนาน

"ปอบสยามกับต้นมะขามสนามหลวง" หรือเรือยนต์ประชาธิปไตยแต่กางใบ(สมบูรณ์)สำเภารุ่นเก่าเอาไว้ กัปตันสองคนสองยุคเหยียบเรือคนล่ะแคม และขย่มเรือเพื่อข่มขู่ให้ผู้โดยสารเลือกข้าง ทิศทางแทนที่มันจะขับเคลือนกันแบบดุลกันคานกัน ในลักษณะตรวจสอบกัน แต่พลวัฒน์มันกลับเป็นการดันกันทิศทางมันเลยคือการหมุน แล้วก็วน เพราะขณะที่เครื่องยนต์เทอร์ไบด์ติดเครื่องเดินหน้า

ขณะเดียวกันนั้นอีกฝ่ายก็ติดเบรคชักใบให้เรือเสีย? เพราะเชื่อมั่นในรูปแบบวิธีการที่ต่างกันแบบสุดขั่วและสุดโต่ง มันจึงตรงกันข้ามกันตลอด เหมือนที่ผมพูดไว้บ่อยๆเรื่องแบบบ้านติดล้อ(สุดขั่วทุนนิยมนักล่าโลกาฯ)กับแบบบ้าน สุดโต่ง(สมถะแบบบ้านเสาเดียว) ซึ่งสองแนวทางนี้เท่านั้นตอนนี้ที่กำลังกำหนดทิศทางของบ้านเมืองต่อโจทย์คำว่า"โลกาภิวัฒน์"

พวกสุดขั่วก็หอบลูกจูงหลานวิ่งตามตูดทุนนิยมสุดตัว ไร้รากไร้เสาเข็มออกแบบระบบนิเวสน์ในระบบแบบทุนนิยมนักล่าโลกาภิวัฒน์ เป็นการเปิดบ้านแบบอ้าซ่า ถึงมุ้งถึงยุ้งข้าว(เล่นแร่แปรชาติกรณีนอรมินี่หมอผีทางการเงินให้ทุนนอกมาถล่มคนในประเทศแบบเชิญโคตระนักล่าสิงคโตมาไล่ล่าในบ้าน เกินนิยามคำว่าขยายขนาดเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มขนาดการต่อรองในเวทีโลก

เพราะวิธีการมันหันหน้าเข้าหาด้านมืดของโลกาภิวัฒน์แบบสุดตัวหัวทิ่มเกินไป จนสร้างให้ฝ่ายสุดโต่ง(แบบบ้านเสาเดียว) ที่สร้างวาทะกรรมคุณธรรมจนเกินเนื้อหาของหลักเหตุและผล แต่ใช้สัญาลักษณ์ความเชื่อและศรัทธานำเหตุผล จนส่วนใหญ่ใช้ความรู้สึกในการตัดสินปัญหาและทิศทางประเทศ
จนตกเป็นเครื่องมือของเกมอำนาจที่พยายามใช้เหตุผลแฝง(แม้จะมีจริงแต่ถูกสร้างให้เกินจริงกว่านั้น)ให้เห็นอันตรายจากพวกสุดขั่ว แบบบ้านติดล้อว่าอันตรายความพยายามที่จะสร้างพลังทางความเชื่อให้มีพลังมากพอ มันจึงต้องผลิตเนื้อหาจากวาทะกรรมมากมายให้เกินจริง เพื่อสร้างหลุมดำความเกลียดชังมวลมหาศาล

ในการฉุดกลับกระแสสุดขั่วแบบบ้านติดล้อที่กำลังวิ่งห้อตามตูดทุนนิยมแบบไร้ราก ด้วยวิธีคิดที่สุดโต่งลงทางแคบ แบบบ้านเสาเดียว(ยูโทเปีย)กับความจริงโลก(เกือบจะเป็นการมุดรูลงถ้ำ) แต่แบบนั้นยังมีคนอยู่ได้มากกว่า เพราะแบบบ้านเสาเดียวนั้นส่วนใหญ่ที่เห็นก็คือศาลพระภูมิ หลักคิดเดียวกัน

นั้นมันเป็นแค่ที่เทวดา หรือเจ้าที่,เทพสถิตย์ ปัจเจกแต่จะให้คนจำน

อะตอม

นั้นมันเป็นแค่ที่เทวดา หรือเจ้าที่,เทพสถิตย์ มันใช้ได้กับปัจเจกแต่จะให้คนจำนวนมากที่มีคุณสมบัติแบบเทพเทวดาเข้าไปอยู่ หรือเอาปัจเจกมาตอบโจทย์พหุ แนวทางฮีนยาน(ยานลำเล็กมาตอบโจทย์มหายาน(ยานลำใหญ่) แม้สองยานจะมีเป้าหมายเดียวกันคือคุณธรรม,จริยะธรรม

แต่รายละเอียดของเนื้อหาตลอดจนวิธีการวิธีใช้มีเสกลต่างกันแยกตามข้อเท็จจริงของโจทย์ขณะนี้ในทางปฎิบัติก่อนเอายูโทเปียมาไฮแจ็ค ยานลำใหญ่ต้องตอบด้วยอะไร พหุฯใช่ไหม แล้วเอาปัจเจกไปตอบ เหมือนเอาพระมาเป็นนายกเพราะการใช้มาตรฐานการวัดระดับคุณธรรมแบบปัเจก หรือหีนยานมาใช้กับมหายานยานลำใหญ่แบบประชาธิปไตยเพราะถ้าตั้งสมมุติฐานแบบนั้นเอาพระประธานมาเป็นนายกดีกว่า เพราะคุณธรรมสูงสุดแล้ว

ไม่มีความผิดเลยใครจะยกไปไหนวัดไดก็ได้ เพราะเราใช้ความกลัวจากการที่เราเคยมีคนทำผิดพลาดในการตอบโจทย์โลกาภิฯแบบสุดขั่วไว้ แต่เราบริหารจัดการกับความกลัวต่อโลกาภิแบบใด ใช้อารมณ์ความรู้สึกศรัทธาในตัวบุคคลหรือใช้เหตุผลปัญญาตามไตรสิกขา(ศิล,(คุณธรรมจริยะ)สมาธิ(สติ),ปัญญา(ใช้เหตุผลในการใช้ประโยชน์จากโลกาฯหรือฐานความรู้มาบริหารจัดการมันด้วย หลักเหตุ,ผล)

จนเป็นสังคมพุทธที่เป็น
ผู้รู้(รู้เพราะเข้าถึงสังคมฐานความรู้ไม่ใช่สังคมรับรู้ผ่านศรัทธา)จนเกินความรู้จริงในการตั้งรับสิ่งแวดล้อมรอบตัวหรือโลกาฯ
ผู้ตื่น) เมื่อรู้แล้วเราจะมีการตั้งรับมันด้วยความตื่น ไม่ใช่ตืนตูมเพราะมีกรณีเด็กเลี้ยงแกะหรือมีคนสร้างกรณีน้ำผึ้งหยดเดียวขึ้นในสังคมให้แตกตื่นด้วยการสร้างหลุมดำความเกลียดชังให้เกินจริงจนเป็นสังคมสติแตกตื่นตูมไร้หลักยึดเพราะขาดสติจึงลืมปัญญาและเหตุผลแบบนี้
ผู้เบิกบาน) เราจะอยู่กับโลกาภิวัฒน์ให้เบิกบานได้เราต้องทำที่1และ2ข้างบนนั้นให้ดีให้ถูกต้อง

นั้นคือการตั้งรับแบบมัชฉิมาทางแบบพุทธที่คุณพันศักดิ์ไปพูดแบบรู้ไม่จริงว่าสีหน้าคนไทยไร้ความรู้สึก คือมันกลางๆเกินไป เฉื่อยเพราะเราไม่เคยเจออะไรหนักๆแบบประเทศอื่น มันเป็นเรื่องดีเหรือเรื่องหนักๆแบบนั้นคุณพันศักดิ์กับการล้อทางสายกลางแบบนั้น

เพราะระบบที่สมดุลแบบเสถียรคือเป้าหมายสูงสุดของทุกระบบไม่ใช่เหรอ โตแบบสุดขั่วที่สุดก็คืนสู่สามัญทุนนิยมเหมือนกันต่อไปเราอาจจะข้ามพ้นไปหาสุขนิยมมากว่าวัตถุนิยมก็ได้นั้นอาจจะหมายถึงทางสายกลางไปไกลกว่าเรื่องพวกนี้
เพราะถ้าเราข้ามไปถึงตรงนั้นได้ระบบที่สมดุล(พอดี)หรือเสถียร ความสงบที่ยั่งยืน???

อะตอม

บังเอิญผมแอบสรุปท่อนที่3ไว้ในข้างบนเกือบหมดแล้วขอเพิ่มเติมนิดเดียว เรื่องการตีความประวัติศาสตร์ แบบใดให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของการออกแบบการอยู่ร่วมกับโลกาภิวัฒน์ที่เป็นระบบนิเวสน์โลกขณะนี้หรือปัจจุบันนี้

กับตัวอย่างเรื่องโสเภณีกับกรุงโรม เขาน่าจะเปรียบเทียบโสเภณีกับเรื่องโลกาฯด้านมืดโรมก็เหมือนกับประเทศเรา เรามองเรื่องความมีอยู่เป็นอยู่บนข้อเท็จจริงอันดับแรกก่อนค่อยตีความ ปัญหาเพราะเราไปออกแบบบความมีอยู่เป็นอยู่นั้นไม่ได้ เหมือนเราไปออกแบบให้โลกไม่มีหนูได้ไหม? มันสกปรกน่าเกลียดตัวแพร่เชื้อ

แต่เขาก็คือเป็นสัตว์ที่จะมีสิทธิในการอยู่บนโลกนี้อย่างชอบธรรมไม่ต่างจากเราแต่ปัญหาของเราคือเราจะบริหารจัดการกับความีอยู่เป็นอยู่นั้นอย่างไร อันดับแรกบริหารจัดการจากเราก่อนเพราะเราออกแบบได้เลยจากเราแต่เราจะไปปฎิเสธการมีอยู่เป็นอยู่ของสิ่งนั้น ด้วยการล้างเผ่าพันธุ์ไม่ได้

เช่นกันโลกาฯด้านมืดเขามาพร้อมองค์ประกอบเดียวกันกับด้านสว่าง(คนยังมีดีมีชั่วอยู่ในทุกตัวคน) แม้ด้านมืดที่เราออกแบบไม่ได้ แต่ป้องกันได้ ด้วยการบริหารจัดการอย่างไร ที่บางเรื่องก็ใช้หลักอนัตตาเข้าไปจัดการมันเพราะผ่านเวลาของวิวัฒนาการ บางทีคอรัปชั่นโสเภนีฯทุนนยิมนักล่าเช่นเฮดฟัน
มันอาจจะถึงกาลสิ้นไฟแบบกรุงโรม ไต้หวันแม้แต่ในไทยที่ไม่มีโสเภนี คอรัปฯแบบนั้นแล้วเพราะเงื่อนไขวิวัฒนาการ แต่การเกลียดมันแบบสร้างเงื่อนไขการล้างเผ่าพันธุ์แบบฆ่าหมู่ยิวแล้วที่สุดยิวสูญพันธุ์ตามความโกรธเกลียดนั้นไหม

แต่กลับกันยิวกลับเป็นเชื้อชาติที่มีอัจฉริยะเยอะมากที่สุด แม้แต่ไอนสไตน์ก็ยิวแต่ถ้าเราใช้แนวคิดพิพากษาความมีอยู่เป็นอยู่ด้วยการกำจัดออกแบบตามแนวคิดแบบนั้นด้วยการสร้างวาทะกรรมคุณธรรมจริยะธรรมมาฆาตรกรรมความมีอยู่เป็นอยู่จริงของนักการเมืองทุกคนไม่ว่าพรรคไหนตอนนี้ ไม่ต่างกันหรือต่างบ้างในรายละเอียดเท่านั้น

แต่เราต้องนิยามคุณธรรมจริยะธรรมความดีให้ถูกต้องที่เนื้อหา ไม่ใช่ที่วาทะกรรมแบบที่เป็นอยู่นี้ เราพิพากษาคนหรือกำหนดความเป็นคนมีคุณธรรม ส่วนใหญ่ตอนนี้กำหนดหรือพิพากษามันโดยบริบทของ"วาทะกรรม" ที่ปากมันจะประดิษฐคำอย่างไรก็ได้แต่สำคัญมันอยู่ที่เนื้อหาและคุณสมบัติจริงๆที่มีในจิตใจที่ประกอบขึ้นจากผลรวมของการกระทำของคนหนึ่งอัตตาที่สะสมผ่านผัสสะอายตนะในรัสมีเส้นรอบกรรมตามประสบกรรมที่ต่างกัน จนมันจะฉายนิยามคำนี้ออกมาถูกต้องอย่างไร?

truth...man

"ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน และมีเสรีภาพพ้นจากการเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า “ศรีอาริยะ” นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า"

คณะราษฎร
๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕

ปล.ขอให้เจตนา..ของท่านจงเป็นจริงในเร็ววัน....สาธุ..สาธุ..สาธุ

อีสานเทคโอเวอร์ตะวันตก

ชอบมากครับ บอกได้ครับคำเดียวว่า อยากใช้คนแบบนี้อีก

อะตอม

ครับมีคนพูดต่อเลยขอต่อ เพราะที่พูดไว้นั้นรวมๆและตามโจทย์ของบทสัมภาษณ์ไม่ตรงกับสถานการณ์โลก,โลกาภิวัฒน์โลกตอนนี้เลยอยากจะขอแตกประเด็นมาที่วิกฤตแฮมเบอร์เก้อ(อเมริกา)หรือผลกระทบจากโลกาภิวัฒน์โลกที่จะส่งตรงมายังเราด้วยผลกระทบจากโลกาภิฯ

เพราะโลกได้เปลี่ยนผ่าน(หรือเปล่า???)ด้านร้อนจากนายดับเบิ้ลทูบูดมาที่โอบามา(น่ารัก โอ๋มากมาก)ซึ่งเป็นความคาดหวังก้อนมหึมาส่งตรงมายังเขา เพราะความล้มเหลวที่สัมผัสด้านร้อนหรือสะท้อนตัวตนอเมริกาด่านเลือดขึ้นหน้า(911)เพราะโดนหนังสติ๊กเด็กเลี้ยงฟายที่ชื่อนายบินแล้วเด่น(บินลาเดน)โฟกัสที่ปาก

ที่กำลังโม้ข่มชาวโลกถึงโครงการสตาร์วอร์(ตาวิเศษเห็นน่ะ)กับระเบิดสั่งตายจากพระเจ้า(สมาร์ทบอมส์โทมาฮ็อค และรุ่นใหม่ๆที่ทำงานร่วมกับตาพระเจ้าดาวเทียม)ที่กร่างหนักหลังสงครามเย็นเพื่อประกาศศักดาผู้ไร้เทียมทาน โดยมีน้องไทยนั่งฟังเคลิ้มจนหลับน้ำลายไหลแต่นายบินแล้วเด่นเลยใช้หนังสติ๊ก(ก็เครื่องบินอเมริกาและลูกหลานคือกระสุน)

เล็งยิงไปโฟกัสปากนายดับเบิ้ลทูบุชที่กำลังโม้ข่มชาวโลกถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ แต่ตอนนี้มันป้องกันหนังสติ๊กเด็กเลี้ยงฟายที่ชื่อบินแล้วเด่นไม่ได้โดนเต็มๆจนหน้าเบี้ยวบูดกลายเป็นนายดับเบิ้ลทูบูด ตรงนั้นควรเป็นการให้สติชาวอเมริกาว่าคืออะไร

บทเรียนนี้ท่านได้แต่ใดมาที่ว่าไร้เทียมทานนั้นจริงไหม?เทคโนลียี่สมองกล(สตาร์วอร์ตาพระเจ้าที่ออกแบบสั่งตายได้)นั้นมันซับซ้อนกว่าสมองคนหรือไม่ตรงไหน? ทำไมแค่สติ๊กเด็กเลี้ยงฟายจึงเอาไม่อยู่แล้วมันสาเหตุอะไรแทนที่นายดับเบิ้ลทูบูดจะหาคำตอบตรงนั้นด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีใครใหญ่เกินคนหรือสมองคนจนคิดดูถูกชาวโลกแบบนั้น

และทบทวนถึงสาเหตุจนถึงการปรับตัวกับท่าที่ที่กร่างไม่ฟังใครหลังสงครามเย็นแต่กลับเป็นท่าที่ทีแข็งกร้าวหนักมองเรื่องศักดิ์ศรีมากกว่าปรับท่าที่ จนประกาศสงครามแตกหักกับนักรบผี(ยุทธศาสตร์การรบแบบผี)ที่เป็นเจเนอเรชั่นต่อจากการรบแบบกองโจรที่แพ้เสียหน้าที่เวียตนามมาแล้วไม่เข็ด

เพราะผีคือไม่มีพิกัดแน่นอนมุสลิมทั่วโลกใครเป็นผีใครเป็นคน ที่ว่ามีตำบลแน่นอนเช่นอัฟกาฯกับอิรัค(อิรัคแค่แม้เสือกับลูกวัว)เพื่อเป้าหมายเข้าไปกุมยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงานจนเป็นตัวแปรให้ใจกลางบ่อพลังงานโลกข่นขลัก ด้วยยุทธวิธีการรบที่เน้นศักยภาพตามคำโม้เรื่องระเบิดสั่งตายจากพระเจ้าและดาวเทียวตาพระเจ้าที่ออกแบบโดยคนเข้าไปค้นหา

อะตอม

ด้วยยุทธวิธีการรบที่เน้นศักยภาพตามคำโม้เรื่องระเบิดสั่งตายจากพระเจ้าและดาวเทียวตาพระเจ้าที่ออกแบบโดยคนเข้าไปค้นหา ทำลายล้าง แต่โดนการตั้งรับแค่อิรัคก็โดนทะเลทรายกลืนแล้ว กับการประกาศโลกต้องเลือกข้าง(คล้ายๆพธม.ขณะนี้)เท่ากับประกาศสงครามกับมุสลิมทั่วโลก เพราะแยกไม่อออกว่าใครผีใครคนใครผู้ก่อการร้ายใครคือมุสลิมทั่วๆไป หรือแม้แต่ซ้ายจัดหรือขวาจัด

แต่ท่าทางที่เหมาเข่งแบบนั้นเท่ากับประกาศสงครามแนวรบใหม่กับมุสลิมโลกที่ไม่มีเป้าหมายพิกัดผีที่แน่นอนกับยุทธวิธีค้นหาทำลายล้างด้วยศักยภาพทางการทหารและยุทโธที่ควรจะใช้ได้ผลกับเป้าหมายที่ชัดเจนในการรบแต่นี่ไม่ใช่อเมริกากำลังรบกับใคร แต่ให้แปลตรงๆตอนนี้คือรบกับผี ที่ไม่มีพิกัด

มีเพียงพลังการต่อต้านที่พร้อมจะกระจายเป้าให้กำลังทำลายล้างแบบอเมริกาทอนศักยภาพลงมาแล้วเข้าสิงแต่ตัวเองเป็นเป้านิ่งทั้งทหารและพลเรือนจนถึงผลประโยชน์อเมริกาทั่วโลก ขนาดตั้งอยู่ในใจกลางอเมริกาและเป็นแพนตากอนยังโดนเลย และภาคสองบุช ตอนที่แขงกับ อัลกอร์ แทนที่อเมริกาจะทบทวน แต่กลับมองว่าภาระกิจรบกับผีต้องแตกหักและต่อเนื่อง

แทนที๋โลกจะได้สัมผัสด้านเย็นของอเมริกา(อัลกอร์นักอนุรักษ์)แต่เพราะความกลัวมันทำให้เสื่อม เขาจึงยิ่งทุมงบประมาณ เข้าใจว่ามีคลังน้ำมันที่อิรัคคือปฎิกรรมสงคราม มันยิ่งกะเทาะเปลือกทาสแท้อเมริกาในภาพลบผ่านหน้าดับเบิ้ลทูบูดจนใจกลางพลังงานระแวงส่งผลกระทบมากมายต่อราคาน้ำมัน

มันจะเอาหน้าด้านๆไม่ได้ และถอยไม่ได้การรบกับผีก็ยิ่งถลำลึก จนต้นทุนทางสังคมโลกที่เคยได้จากภาพเก่าเริ่มหายไปบอกกับการทุ่มงบประมาณที่กะว่าจะใช้นำมันอิรัคมาชดเชยกลับไม่เป็นผลความเชื่อมั่นในต้นทุนเก่าเริ่มสะท้อนผ่านค่าเงินดอลฯ เพราะเอาต้นทุนเก่าไปเผาไฟไล่ล่าผี เพื่อพิทักษ์ความใหญ่ความเป็นพี่เบิ้มเสียหน้าไม่ได้

เป็นไงครับ เคยเตือนและฝากบอกไปแล้วช่วง911(กับบทวิเคราะห์เรื่องหนังสติกเด็กเลี้ยงฟายท้าทายโครงการสตาร์วอร์)เขียนวิเคราะห์ไว้ตอนเกิดเหตุใหม่ๆตรงเป๊ะเลยนายดับเบิ้ลทูบูด เตือนครั้งที่สองไปยังอเมริกาตอนสู้กับอัลกอร์ ว่าอเมริกาและโลกเลือกเอาอยากจะสัมผัสโลกผ่านผู้นำด้านเย็น(อัลกอร์) หรือด้านร้อน(บุช) แต่เขาเลือกเผาต่อเหมือนพธม.
ผลคือสรุปเผาลามไปถึงบ้านถึงยุ้งข้าว เศรษฐกิจล่มความเชื่อมั่นสลายเพราะไฟใช่ไหมพธม.และแบ็คพธม.อย่าคิดเล่นกับไฟ???

อะตอม

เอาโฟกัสมาที่บ้านเราให้สังเกตุยุทธศาสตร์นักรบผีให้ดีว่าเราที่ตามตูดอเมริกานั้นเรากำลังตอบโจทย์3จังหวัดใต้เชิงการทหารแบบนั้นไหม เพราะเราโดนโจทย์เดียวกันอยู่และศักยภาพในต้นแบบเราถอดแบบมาจากอเมริกาเปี๊ยบ ค้นหาทำลายล้าง(รายละเอียดพูดไว้ในนี้ประมาณหนึ่งกับบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจของคุณฮึ)

เยอะแล้วอยากรู้ไปอ่านเอาแต่กรณีนาย บารัก โอบามา(น่ารัก โอ๋มันมากมาก)เข้า เพราะแน่นอนอเมริการัดเข็มขัดและเน้นเอาตัวรอด การสร้างภาพพ่อพระผู้ให้คงไม่แบบเดิมๆเพราะเขาแย่แล้ว และเราใกล้ชิดติดตุดเขามาตลอด และขนาดเศรษฐกิจเราจะเล็กแต่พึ่งอเมริกาเลยครึ่ง เราจึงต้องปรับ อย่าไปโอ๋มากมากกับนายบารัก รักษาไว้ให้เต็มที่แต่เรียมตัวให้ดีและหาทางเลือกอื่นชดเชย

ตอนนี้เราต้องเน้นดูแลตัวเองและเน้นเศรษฐกิจในบ้าน เพราะเรามีฐานเกษตกรรมรองรับ เป็นต่อประเทศอื่นในเชิงความมั่นคงทางอาหารและมีความมั่นคงด้านอื่นๆที่หลากหลาย เราเน้นภาครากหญ้ามากกว่ามหภาค(เพราะมหภาคโตยากตอนนี้) ดูโอแทร็คทักษิณยังใช้ได้ตรงส่วนไหนโตยากไปยากเราก็มาเน้นที่อีกภาค
ที่เราแน่นที่สุดนั้นคือภาคเกษตรก็คือรากหญ้า

อย่าคิดว่านี่คือการให้เปล่าเพียงแค่ปรับให้ดีจากนโยบายปลากระป๋อง ให้เป็นชุมชนเข้มแข็งและยืนบนความแข็งแกร่งในตัวตนอัตลักษณ์ความสามารถเฉพาะของแต่ละพื้นที่ แล้วเงินมันจะวนกลับมาที่ฐานภาษีตามการสร้างมูลค่าเพิ่มของศักยภาพแต่ละท้องที่ไม่ใช่ปลากระป๋องแห่งชาติแพ็คเกตเดียวรวมศูนย์แบบเดิมๆ

เราต้องเอาด้านที่แข็งแกร่งออกมาโชว์กำลังภายในในบ้าน เพื่อชดเชยนอกบ้าน ส่วนนอกบ้านในเวที โ ลก เราต้องคำนวนขนาดน้ำหนักเราให้ดีว่าโมเม็นตั้มแรงปะทะปัญหาใหญ่การต่อรองเวทีโลกแบบไหน ไม่ใช่เราแค่แบนตั้มเวท(น้าเขาทราย)จะไปท้าต่อยกับไทสันตรงๆ แต่ถ้าต้องสู้เราต้องรวมหมู่กันรุมกัดหูมัน อย่าให้มันใช้นังเฮดบัด(ไอเอ็มเอฟ)กับนายเฮดมาเป็นนายโรงจำนำบีบไข่เราเขียวแบบคราวนั้นเราต้องรวมตัวเพื่อเป้าหมายเป้นนายธนาคารให้มัน

ตั้งกองทุนการเงินแข่งกับไอเอ็มเอฟผมเชื่อว่าขนาดเศรษฐกิจเอเซียตอนนี้ไม่น้อยกว่าฝั่งอเมริกายุโรป เช่นจีนญี่ปุ่นเพี่ยงแค่เรารวมกลุ่มไฟกัดหูบีบไขเขียวไทสันหรือนังเฮดฟันและไอเอ็มเอฟอเมริกาอย่างที่เคยทำกับเราและภูมิภาคเอเซียตอนฟองสบูแตก

อะตอม

ครับบังเอิญมีการตอบโต้กระแสเรื่องที่เสนอนี้(เชื่อว่าและเห็นเองจากฟากการเมืองฝ่ายค้าน) ต่อเรื่องนี้ที่เสนอ ที่เขาพยายามตอบโต้ว่า อย่าเอาแนวคิดแบบย้ายเศรษฐกิจมหาภาคลงมาหาจุลภาค เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจหรือตั้งรับเศรษฐกิจโลกที่กำลังจะส่งผลกระทบมายังเรา(ดีเดย์ปีหน้า)

เป็นคำเตือนที่ดีครับถ้าไม่วิตกจริตหรือเจตนาดีสเครดิตรข้อเสนอ(นี้ที่ผมให้มา)มากกว่าตั้งใจแย้งที่เหตุผล แม้ถ้ามองกันจริงๆแล้วระบบเศรษฐกิจไทยพึ่งพามหภาค(โดยเฉพาะภาคส่งออก) ส่วนใหญ่ และขนาดเศรษฐกิจเราพึ่งพาภาคส่งออกและการท่องเที่ยวเทียบสัดส่วนกับเกษตร(รากหญ้า)แล้วห่างกันมาก

แต่นั้นคือมิติการปะแป้งแต่งหน้าใส่เสื้อผ้าแบนด์เนมหรือในหน้าที่การงานที่ต้องปรับตัวเข้าหาโลกาภิวัฒน์ที่ต้องอินเทรนตามสมัยเข้าได้กับสถานการณ์ แต่ตัวตนเราจริงๆคือพื้นเพลูกชาวนาลูกเกษตรกร แม้สมัยนี้คุณจะมีกิจการใหญ่โต เทียบมูลค่าขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าที่นาและข้าวในที่นาบรรพบุรุษหลายเท่าตัว

แต่ที่มาที่เป็นตัวตนที่ยั่งยืนคือลูกชาวนา แล้วเสื้อผ้าที่คุณใส่(ปรับตามกระแสโลกาฯ)นั้นไม่แน่นอนไม่ยั่งยืนฉาบฉวยเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย เดียวก็มีสายเดียวเกาะอกซึ่งวันนี้เอ๊าท์แล้วไม่อินเทรนแล้วแต่เสื้อคอกระเช้าที่คุณยายใส่นั้นยั่งยืนมากี่สิบกี่ร้อยปี เหมือนกับมหภาค หรือการดูแลกิจการปัจจุบันที่สัดส่วนจริงๆรายได้จริงๆของบ.หรือประเทศเราพึ่งพาสัดส่วนตรงนี้เป็นหลัก(ส่งออกมหภาค)

แต่เมื่อแนวโน้มนอกบ้านกำลังจะสร้างปัญหาแบบฟองสบู่สมัยนั้น(ฝ่ายค้านที่พยายามดีสเครดิตรผมนั้น) ก็เป็นคนร่วมสังฆกรรมการตีฟอง(ปล่อยให้เงินไหลเข้าอย่างขาดมาตรการรองรับที่ดีหรือสร้างวัฒนธรรมสร้างหนี้เป็นอย่างเดียว)จนเกิดNPLในระบบที่สุดฟองสบู่แตกคราวนั้นที่สุดมากระทืบประเทศไทยซ้ำด้วยปรส.ก็คือปชป.ทั้งนั้นที่สร้างมหาวินาทให้ประเทศเพราะการบริหารจัดการผ่านมือรบ.ปชป.แบบนั้น

นั้นคือความเสียหายระดับมหภาคหรือการบริหารเปลือกสีสันภายนอกในตัวตนความเป็นประเทศไทยและที่แนะนำนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องย้ายมหภาคมาทั้งหมด แต่ควรเพิ่มสัดส่วนจากเดิม เพื่อหันมาหาตัวตนที่แท้จริงภาคเกษตรเหมือนทำบริษัทเจ้งแล้วที่สุดต้องกลับไปไหน กลับไปหาพ่อหาแม่ที่บ้านนอกไหม นั้นคือตัวตนเรามูลค่ามันต่างกันหลายสิบเท่าทางขนาดเศรฐกิจก็จริง
แต่ขณะที่ธุรกิจไปไม่ได้ การกลับมาเสริมฐานรากให้มั่นคงในสัดส่วนจึงไม่ใช่เรื่องการย้ายมหภาคมา

อะตอม

-การกลับมาเสริมฐานรากให้มั่นคงในสัดส่วนจึงไม่ใช่เรื่องการย้ายมหภาคมา ขุดเผือกขุดมันทำนาหากินตามชนบทรากหญ้าอย่างเดียวตามที่พยายามจะนำเสนอแต่ในเมื่อมหาภาค สังคมระดับใหญ่ออกไปจากบ้านพื้นเพ(โลกาฯ)เริ่มมีปัญหา

แทนที่เราจะเพิ่มเม็ดเงินไปทุ่มให้กับระบบเศรษฐกิจภาคนั้นแบบสุดตัว(จนครั้งหนึ่งเคยลืมตัวตนคือที่บ้านเกิดเรา) แม้มันจะคือที่มาของกิจการส่วนใหญ่ที่เราพัฒนาตัวเองไปสู่โลกาฯจนเรามุ่งเน้นภาคนั้นจนเคยสร้างปัญหาแบบฟองสบู่แตกคราวนั้นมาแล้วเราได้บทเรียนแล้ว ดังนั้นเราต้องมองที่การกระจายสัดส่วนมหภาค และจุลภาค ให้สมดุล

คืออะไร??? คนล่ะอย่างกับการย้ายโรงงานมาทำนาน่ะ หรือเกษตกรตามบรรพบุรุษแต่หมายถึงการเพิ่มกระจายสัดส่วนลงมาหาตัวตนที่ยั่งยืนและเป็นความมมั่นคงที่คือตัวตนประเทศเราคือภาคเกษตร และรากหญ้า หันมาดูแลพ่อแม่พี่น้องมากกว่าการพยามเลี้ยงเพื่อนเลี้ยงลูกค้าเพื่อหวังประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล แม้มันจะสัดส่วนกำไรตัวเงินมหาศาลแต่ความเสี่ยงมันยิ่งกว่าเล่นพนันไม่ยั่งยืน

แต่เมื่อสถานการณ์แบบนั้นมันไม่แน่นอนการลดความเสี่ยงด้วยการมาเพิ่มมิติการดูแลครอบครัวคนรอบข้างปรับมาเป็นความเป็นอยู่อย่างพอเพียง(ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียงน่ะคำนี้ใช้ผิดหลักภาษาและเศษฐศาสตร์ผมกล้าเถียงทุกที่ทุกเวทีทุกคนว่าผิดใช้ให้ถูก)เพราะแนวทางพระราชดำรัชเป็นปรัชญา(ความพอเพียง)อธิบายเรื่องนี้ดีที่คนล่ะอย่างสุดขั่วกับเศรษฐกิจพอเพียง

เพราะถ้าเอาเศรษฐกิจพอเพียงมอธิบายเรื่องนี้จะขัดแย้งกับเศรษฐศาสตร์และเรื่องที่พยายามจะพูดนี้เพราะแต่ละศาสตร์ใช้เครื่องมือในเสกลหยาบละเอียดต่างกันใช้งานผิดประเภทไม่ได้งงและมั่วเหมือนเรื่องนี้ถ้าอธิบายผ่านเศรษฐกิจพอเพียงมั่วทันทีเหมือนกับการเอาเรื่องที่บ้านไปเถียงกับงานบริษัท

เช่นเรื่องนี้ที่สับสน(ของปชป.ในงานเมื่อวานของพรรค)ผมขอให้งานของพรรควันนั้นที่พยายามนำเสนอสิ่งที่ผมให้ตุ๊กตาเอาไว้เรื่องโครงสร้างกิจกรรมที่ยึดโยงประชาชนที่ไม่ใช่มิติทุนหรือเงินแบบเดิมๆคุณทำการบ้านนี้มานำเสนอค่อนข้างจะพยายามล้ำใครแต่ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่ให้โจทย์ แต่คุณมีการบุกเบิกตามโจทย์ที่ให้ไว้ดี

แต่คุณไปทบทวนที่พยายามแย้งผมเรื่องที่พูดนี้เอาง่ายๆแยกเรื่องที่ดูและเศรษฐกิจหรือระบบการเงินกิจกรรมในบ้านกับงานบ.ให้ชัดว่าคืออะไรคุณจะเข้าใจที่พูดและแยกแยะได้ว่าไม่ใช่ขายบ.มาดูแลงานบ้าน(มหภาคมหาจุลภาค)แบบที่เข้าใจ???

อะตอม

ขอยกอีกตัวอย่างเพื่อให้เห็นรูปธรรมขึ้น ก็คือสมมุติว่าเราคือชาวประมงเราหากินกับสมุทรศาสตร์พานิชย์นาวี(การค้าขายกับชาวโลกในสังคมโลกาภิฯ) เมื่อมีพยากรณ์อากาศว่าปีหน้าพายุจะเข้ามาเยอะมากด้วยพิษแฮมเบอร์เก้อร์ที่อาจจะถึงขนาดมีเฮริเคน หรือฝั่งเราเรียกไต้ฝุ่น

บนความถี่ที่สูงมากสภาวะอากาศเศรษฐกิจโลกแปรป่วนหนักแน่ เพราะตัวแปรสหรัฐและเริ่มมีผลกระทำออกมาเยอะแล้วไม่ใช่พยากรณ์อากาศแบบเลื่อนรอยพายุมาแล้วแต่ยังเดินทางไม่ถึงเรา

ดังนั้นสิงที่เราชาวประมงจะเตรียมการรับกับมันแบบไหน เราต้องออกทะเลหาปลาแบบเดิมๆไหมในความถี่ในการเตรียมลงทุนต่ออุปกรณ์หาปลา กับสถานการณ์แบบนั้น กับเราหันมามองเรื่องบนบกที่บ้าน หรือหาอะไรทำที่บ้านที่ยังไม่ดีหรือมีอะไรต้องทำที่เป็นกิจกรรมบนบกก่อนที่เราจะยึดอาชีพชาวประมงหาปลาหรือทำอาชีพส่งออกนำเข้าหรือรู้จักทะเลในเชิงมหภาค

จริงๆเรามีสวนยางเราภาคเกษตรหรือหัตกรรมครอบครัวที่ทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาทะเล เพราะทะเลฯตอนนี้ไม่สงบกับการแก้ปัญหาด้วยความพยายามทุ่มงบเพื่อเอาชนะทะเลคลั่งเช่น เพิ่มขนาดเรือให้ใหญ่ขึ้น ด้วยการเพิ่มขนาดเศรษฐกิจจากการเข้าถึงความร่วมมือระดับภูมิภาคหรือทวีปที่เคยเสนอไว้นั้นก็คือทางออกหนึ่ง

ในระดับมหภาคหรือความพร้อมอีกระดับหนึ่ง แต่ถ้าเป็นชาวประมงระดับกลางหรือส่งออกระดับเล็กลงมาถ้าจะไปลงทุนเพิ่มขนาดเรือแบบนั้นเพื่อตั้งรับกับปัญหาฤดูมรสุมมันจึงเป็นการตั้งรับที่เกินตัวไม่ตรงโจทย์ดังนั้นการตั้งรับมิติตรงนี้ละ คือสิ่งที่ผมพูดถึงให้กลับมาเน้นจุลภาค ตามแนวคิดแบบดูโอแทรค ของทักษิณปรับใช้ได้ครับ

อย่าไปเกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ปรุงใหม่ให้รสชาติมันดีขึ้นเพราะเมนูนี้ไม่มีลิขสิทธิแน่นอนเพราะปลาไหลคือทรัพยากรณ์ธรรมชาติที่ทุกคนมีสิทธิ์จะตกเบ็ดมาทำเมนูปลาไหลได้ทุกคนเมื่อมันออกทะเลไม่ได้ก็หันมาพึ่งการหาปลาน้ำจืดเปลี่ยนจากปลาทูมาเป็นปลาไหล ก็ไม่เสียหลายเพราะเรามีทางเลือกกว่าประเทศอื่นๆ

เราจึงมีทางออกต่อการตอบโจทย์มรสุมทะเลคลั่งได้หลายทางจนกว่ามันจะสงบ เราจึงค่อยออกรบออกเรือประมงทางทะเลใหม่ในแบบปกติ