วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 7 ชั่วโมง 15 นาที ที่ผ่านมา
บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา: ดอกไม้สีทอง (ตัวแม่)
Thu, 2009-10-29 08:53
Embed :
Download:
บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา: ChuPitchTV #65
ดอกไม้สีทอง (ตัวแม่)
คุยกับ คำ ผกา (ลักขณา ปันวิชัย)
ความยาว 30 นาที
Your browser can not play this video. Please download and install Flash Player.
Embed :
Download:
Vimeo คลิกชมวิดีโอผ่านเว็บไซต์ Vimeo.com
iPod video (mp4)
Window media video (wmv)
Audio format (mp3)
Mobile video format (3gp)












โอ้ย...กรี๊ดดดดดด ถูกใจ
โอ้ย...กรี๊ดดดดดด ถูกใจ ขอบคุณประชาไท ที่เอา คำผกา มาออกเป็น VDO อยากเห็นมานานแล้วว่า ใครกันคนนี้ ร้ายกาจจริง ๆ
ถูกใจจริง ถูกใจจริงๆ
ถูกใจจริง ถูกใจจริงๆ ถูกใจจริงๆๆ ถูกใจจริงๆๆๆ ถูกใจจริงๆๆๆๆ
โอแม่เจ้า
โอแม่เจ้า เห็นพี่แขกครั้งล่าสุดเมื่อซักเกือบยี่สิบปีมาแล้วในวิชา "ถุงเท้าไทย"
พี่แขกเปลี่ยนไป...(อันนี้ชมนะครับ)
แต่อย่างพิชญ์ตอนต้นรายการนี่ต้องโดนเฟมินิสต์ตบปาก
ครับ บ้านเมืองเป็นของเราทุกคน
ครับ บ้านเมืองเป็นของเราทุกคน ประชาธิปไตยย่อมมีมุมมองที่สนุกหลากหลายกว่าอำมาตยาธิปไตยซึ่งน่าเบื่อมั๊กๆเลย ครับผม
เพราะเคยอ่านคอลัมน์ของเธอในมต
เพราะเคยอ่านคอลัมน์ของเธอในมติชน ไม่กี่ครั้ง ก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี เป็นคนรุ่นใหม่ มีภาษาเขียนน่าติดตาม
แต่พอมาฟังสัมภาษณ์ในที่นี้ นอกจากจะเข้าใจคำนิยามต่อเธอตามกระทู้แล้ว
..ยังรู้สึกว่าเธอเป็นพวก'กามสุขัลลิกานุโยค'นิยม เสพสุขอย่างเสรีแบบสุดโต่ง อีกด้วย
ความพยายามจะเป็นผู้หญิงที่'ศิวิไลซ์' ...บางครั้งถ้ามันตั้งอยู่บนความคิดที่เป็นมิจฉา
จะพากันเข้ารกเข้าพงเอาได้
ครั้นมีโอกาสเอาภูมิของตนไปวัดการกระทำคนอื่นที่ปราณีตกว่า
..แต่ด้วยความเป็นมิจฉา จึงดูเบาเขา ว่า"ทุเรศ"ไปเสีย
ผมเริ่มสงสัย ว่าผู้หญิงคนนี้(หรือแบบนี้) มีคุณค่าตรงไหนกันหนอ?
มีแต่เสื่อม ทัศนคติห่วยแตก
มีแต่เสื่อม ทัศนคติห่วยแตก
เขียนได้ดีค่ะ...
เขียนได้ดีค่ะ...
ชอบรายการ CHUPITCH
ชอบรายการ CHUPITCH มาก
แต่คุณภาพเสียงแสนจะ "ห่ ว ย แ ต ก" (ม๊ากๆ)
ต้องยอมรับว่า... คุณคำผกา
ต้องยอมรับว่า...
คุณคำผกา คือ "ดอก (ไม้สี) ทอง" ตัวจริง ครับ
ป้าแขกเธอก็ไม่ได้บอกว่าเธอ
ป้าแขกเธอก็ไม่ได้บอกว่าเธอ 'มีคุณค่า' นี่ครับ
เพียงแต่ เธอเขียนและทำในอีกสิ่งหนึ่งที่คุณอาจจะไม่ชอบ
เปิดใจรับฟังเขาเสียหน่อยครับ แล้วคุณจะได้เห็นอะไรมากขึ้น
คุณแขกเขาคงไม่ได้ถึงกับมิจฉา
คุณแขกเขาคงไม่ได้ถึงกับมิจฉา หรือติดในกามอะไรหรอกครับ
บางทีการที่เราจะชูความเป็นLiberal มันก็อาจจะต้องดูextemeสักนิด ในสายตาคนทั่วไป ไม่งั้นข้อเสนอมันจะหนักแน่นและคานกับทัศนะอนุรักษ์ได้หรอครับ..
เขาก็บอกตั้งหลายครั้งว่าตัวเขาไม่ได้ fuck around จริงมะ
..อันที่จริงเขาแค่ต้องการจะสื่อว่า "มึงทำได้" แต่มึงจะ"อยากทำ"หรือเปล่า ..เรื่องของมึง ประมาณนั้น
แล้วอีกอย่างนึง สังคมนี้คราบใคลศีลธรรมมันเยอะเหลือเกิน แต่เป็นแบบมือถ์อสาก ปากถือศีลนะ เหอๆ
ไฝที่คางมันฟ้อง
ไฝที่คางมันฟ้อง !!!
โหงวเฮ้งแบบนี้แหละ HOT ตัวจริง
ขอบคุณที่คุณ cecero
ขอบคุณที่คุณ cecero ช่วยให้ข้อคิดเห็นเพิ่ม โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการนำเสนอความเป็น Liberal ของเธอ ซึ่งผมก็เห็นด้วย
อย่างไรก็ตาม ขออธิบายเพิ่มดังนี้นะครับ
1) ในส่วนที่ผมให้ข้อสังเกตุว่า เธอเป็นมิจฉา นั้น
คงไม่เป็นการยุติธรรมถ้าจะเหมารวมในทุกๆสิ่งที่เป็นเธอ (เพราะผมไม่มีโอกาสรับรู้ชีวิตหรืออ่านงานเขียนของเธอมากนัก)
เพียงแต่ถ้าจะพิจาณาเฉพาะในส่วนที่เธอให้ความเห็นไว้ในที่นี้ ที่เกี่ยวกับ "การสวยจากภายใน"
ที่กล่าวหมายความสรุปเอาว่า การที่ผู้หญิงบางกลุ่ม ไปทำ 'Moral Spa' นั้นเป็นการหลอกลวงตนเองและคนอื่นๆ (เธอใช้คำว่าทุเรศ) ผมเข้าใจได้ว่าเธอเป็นคนตรงและเคารพต่อความรู้สึกของตนเอง ก็นับว่าเป็นเอกลักษณ์ที่เดียว
...แต่เธอก็ไม่ควรไปลดคุณค่า(devalue) การกระทำหรือความพยายามของผู้หญิงอยากสวยคนอื่นๆที่ใช้เวลาส่วนหนึ่งของสัปดาห์ไปกับการเข้าวัดฟังธรรม ฯลฯ ...ในขณะที่เธอเองก็ทำโยคะ(ตามเธออ้างในบทสัมภาษณ์)
ทั้งๆที่การไปปฏิบัติธรรมนั้น ต้องอาศัย การพิจารณาประกอบการเรียนรู้ กว่า การทำโยคะ(อาจมีดนตรีประกอบที่รื่นรมย์ มากนัก)
เธอไม่เชื่อว่า วิธีดังกล่าวจะได้ผล จึงแนะให้ไป ใช้วิธีตามแบบฉบับที่เธอคุ้นเคยหรือนึกออก คือการใช้เงินซื้อความสุข ซื้อความสวย(จากมีดหมอ)
คล้ายกับไม่เชื่อในผลของการทำดี ..ซึ่งจัดเป็น อกิริยทิฏฐิ 1 ใน 3 ของมิจฉาทิฏฐิ
2)การที่เธอไม่ได้ fuck around ไม่ได้เป็นเพราะเหตุผลทางศีลธรรม แต่เป็นเรื่องจารีต และ เหตุผลทางเศรฐศาสตร์
แต่ผมเข้าใจที่ คุณพยายามชี้ให้เห็นว่า เธอไม่ได้เป็นแบบนั้น
อย่างไรก็ตาม
กามสุขัลลิกานุโยค ไม่ได้หมายความเฉพาะการ fuck around
แต่หมายถึง การประกอบตนให้หมกมุ่นอยู่ในกามสุข
ซึ่งกามสุขในที่นี้ ไม่ได้แปลความแบบแคบๆ ที่คนไทยเราคุ้นเคยว่า เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์
...แต่กามหมายที่แท้จริง ความพอใจใน รูปที่มองเห็น เสียงที่ได้ยิน รสที่ชิม กลิ่นที่ดม สัมผัสที่กระทบ
ผมจึงประมาณว่า เธอเป็นคนในแบบกามสุขัลลิกานุโยค จาก การที่เธอให้คุณค่ารวมถึงการปฏิบัติตอบกับผู้ชายในลักษณะเด่นด้อยต่างๆ กับ การให้ได้มาซึ่งความสวย(ดังกล่าวแล้วตามข้อ 1)
....ไม่ได้บอกว่าเธอเป็นคนสำส่อนหรือหมกมุ่นในกิจกรรมทางเพศแต่ประการใดครับ
เดี๋ยวนะคะ แล้วฟัค อะราวนด์
เดี๋ยวนะคะ แล้วฟัค อะราวนด์ นี่ถ้าทำแล้วมันเป็นไรมากมั้ย? ถ้าฟัคด้วยความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย แล้วก็รับผิดชอบต่อตัวเอง ต่อสังคม ดูแลตัวเองไม่ให้เป็น/หรือแพร่เชื้ออะไร ใดใด ไม่ให้ท้องอย่างไม่พึงประสงค์ แล้วการฟัค อะราวนด์มันผิดตรงไหน?
จากที่คุณกล่าวมา
จากที่คุณกล่าวมา "กามสุขัลลิกานุโยค" ดูจะตรงกับศัพท์ฝรั่งที่เรียกว่า Hedonism หรือ "สุขนิยม"มากทีเดียว
..แต่อย่างไรก็ดี ผมเองก็ไม่ชอบหรือเห็นดีเห็นงามกับพฤติกรรมที่เข้าข่ายดังกล่าวเท่าใดนัก
แต่ผมสารภาพว่าผมเองไม่กล้าไปวิจารณ์คุณแขกในประเด็นนี้ (ไม่ใช่ไม่เห็นว่าเป็นปัญหา แต่มองว่าเธอไม่ควรต้องมารับผิดชอบทางศีลธรรมใดๆในประเด็นลักษณะนี้) เหตุที่ผมไม่กล้าเพราะสิ่งที่เธอพูด มันสะท้อน"ความเป็นจริง" ย้ำ"ความเป็นจริง" ของ life style สตรีในสังคมนี้ที่เป็นอยู่(อาจจะมากบ้างน้อยบ้างไปตามชนชั้นที่สังกัด) ที่อาจจะดูเลวร้ายเมื่อเทียบกับ"อุดมคติ" แม้บางสิ่งที่ดูผิวเผินจะไปสู่อุดมคติ แต่ลึกลงไปแล้ว ก็หนีไม่พ้นสภาพ Hedonismอยู่วันยังค่ำ (เช่นเรื่อง Moral Spa) หรือ เสพแต่ธรรมะแดกด่วน ที่พูดถึงแต่สิ่งที่"คนชั้นกลาง"อยากได้ยิน แต่น้อยนักที่จะหันมองหรือช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่าอย่างจริงจัง (ไม่งั้นคนพวกนี้คงใช้เวลากับการเรียกร้องรัฐสวัสดิการให้คนจนมากกว่า)
และที่สำคัญมากๆเลยคือ เอาเข้าจริงคนเหล่านี้(หรือใครหลายๆคน) ก็ไม่ได้คิดถึง "วิมุตินิยม"(ขั้วตรงข้ามสุขนิยม) มากพอที่จะเอาเป็นเป้าหมายสังคมได้จริง
..เพราะถ้าจริง บริษัทซีพีคงไม่สามารถฆ่าหมูเห็ดเป็ดไก่จนร่ำรวยขนาดนี้
ความเป็นจริงคือ เราอยู่ในสังคมที่ "อีเดียต" เอามากๆ ชนิดที่ ต่อต้านบ่อน,ซ่อง,คาสิโน แต่แม่งเสือกยอมให้ตั้งโรงฆ่าสัตว์ได้ หรือ ในพระไตรปิฎก พุทธองค์ก็กล่าวยกย่อง "ภิกษุณี"ไว้มาก แต่สังคมนี้กลับกดขี่โดยไม่ให้ผู้หญิงบวช!
แล้วสังคมนี้เหลือพื้นที่อะไรไว้ให้พวกเธอบ้างเล่า?
อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าคุณแขก ไม่ต่างอะไรกับคนจำนวณมหาศาลในสังคมนี้(ทั้งชายและหญิง) เพียงแต่เธอกล้าที่จะยอมรับมัน และกล้าตั้งคำถามกับการหลอกตัวเองไปวันๆของสังคมนี้ก็เท่านั้น
...ดังนั้น สำหรับผมแล้ว ผมกลับรู้สึกชื่นชมเธอในแง่ที่เธอกล้าที่จะกระตุ้นให้เกิดสังคม "สติ" มากกว่าคิดที่จะประณามเธอนะครับ ^ ^
ขอยืนยันอีกคนนึงครับ
ขอยืนยันอีกคนนึงครับ ว่า"ฟัคอราวด์" ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้ามันไม่ทำให้ใครเดือดร้อน (และคนๆนั้นไม่ได้เป็น"วิมุตินิยม")
ไม่ผิดค่ะ ฟักทองยืนยัน
ไม่ผิดค่ะ ฟักทองยืนยัน เขาฟักอราวกันเยอะแยะ ต่างกันตรงที่หลายคนไม่มีรสนิยมชอบป่าวประกาศเรื่องฟักอราวให้เป็นปมโด่
จากที่ได้อ่าน
จากที่ได้อ่าน ความคิดเห็นของคุณ ดูเหมือนจะมีประเด็นอื่นๆ มากกว่า ส่วนที่เกี่ยวข้องกับทัศนคติและการแสดงออกต่อเรื่องเพศ แต่มีความน่าสนใจและสามารถนำมาเป็น กระทู้ทางสังคม ที่ควรหยิบยกมาพูดคุยหรือ แลกเปลี่ยนกัน ได้อย่างดีไม่น้อย ต้องขอบคุณที่ร่วมสนทนาด้วยครับ
กรณีคำให้สัมภาษณ์ของคุณแขก ผมคงไม่ขอให้ความเห็นใดๆเพิ่ม เพราะ เกรงตนเองจะแย่งเนื้อที่ของหน้าจอคอมพิวเตอร์ของผู้อ่านท่านอื่นๆไปมากกว่านี้ อีกประการ ก็เชื่อว่าตนเองได้ทำหน้าที่ ค้าน ในสิ่งที่ตนเห็นว่าเป็น 'การพูดชักจูงในทางที่ไม่ถูกต้อง' มาพอควรแล้ว
อย่างไรก็ตาม...ขอฝากความเห็นสุดท้าย คือ คำพูดของเธอ(หลายๆส่วนแต่ไม่ใช่ทุกส่วน) ผมมองว่ามิได้เป็นการกระตุ้นให้สังคมเกิดสติ(รู้ตัวและปรับปรุงตัว)อย่างที่คุณกล่าว แต่กลับทำให้เกิด 'ความประมาท' (คือรู้แค่ว่าความคุ้นเคยในด้านลบของตนเองนั้นต้องการอะไร และให้ยอมตามที่มันสั่ง)
เพราะฉะนั้น...เราต้อง
เพราะฉะนั้น...เราต้อง "ส่งเสริม" และ "รณรงค์" ให้
พี่สาว, น้องสาว, คนในครอบครัวเรา, นักเรียนหญิง และ ฯลฯ
F...ing around กัน ดีไม๊ ครับ
มีใครพูดแบบนั้นหรอ??
มีใครพูดแบบนั้นหรอ?? เราแค่บอกว่าเราว่าการฟัคอราวนด์มันไม่ผิด ดังนั้นถ้าคุณหรือใครเลือกที่จะทำ มันก็ไม่ควรโดนสังคมเอากรอบจารีตมาก่นประนาม ถ้าที่เค้าทำนั้นทำด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายบนฐานของความรับผิดชอบที่เพียงพอ
เรามีน้องสาวนะ สิ่งที่เราสอนน้องสาวคือคุณจะมีเซฟเซ็กซ์ยังไง ยังไงถึงจะดูแลให้ตัวเองปลอดภัย ยังไงถึงจะเรียกว่ามีความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อตนเอง ส่วนเรื่องที่เค้าจะไปฟัค หรือไม่ฟัค มันก็สิทธิของเค้า จะฟัคผู้ชาย จะฟัคผู้หญิง มันก็สิทธิ ไม่ได้ไปบอกว่าคุณต้องฟัคอราวนด์นะ แต่บอกว่าถ้าจะฟัคมันต้องดูแลตัวเองยังไง แล้วถ้าจะฟัคอราวนด์(แบบมีความรับผิดชอบ)เราก็ไม่ได้สนใจเพราะถือว่ามันเป็นสิทธิ
อ่านเข้าใจมั้ย(ผู้ใหญ่บางคนก็ดูเข้าใจยาก อาจจะเพราะอยู่มานานเกินไป บางคนยิ่งอยู่ก็ยิ่งโง่อ่ะ)
พี่แขก สวยขึ้น
พี่แขก สวยขึ้น พูดได้ตรงประเด็น ชัดเจน และมีใจความสำคัญกับเรื่อง จริงของชีวิต
เราเห็นด้วยกับประเด็น ที่พูดถึงความสวยที่ต้องออกมาจากภายใน ซึ่งนี้น คือความ กระแดะ ของผู้ที่มีอันจะกิน และพวกเธอสามารถ
ผลิต หรือสร้างมันขึ้นมาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองต่อ คนอื่น บางที คือผู้ชายที่เธอต้องการด้วยมากกว่า หรือบางที อาจจะเพื่อ
ปลอบประโลมใจตัวเองว่า เมือไหร่ ฉันจะสละโสดซะที (หรือกลบเกลื่อนอดีต) ทั้งที่ ทุกคน ล้วน สวยจากภายในด้วยกันได้หมด ไม่ว่าจะเป็นใคร (หากไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกันไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง) ซึ่งก็น่าสงสารทุกคนเหล่านั้นเช่นกัน
ทั้งนี้ ทุกคนล้วนมีประสบการณ์ และ อคติ เป็นพื้นฐานของแต่ละคน ซึ่งเราไม่ควรนำมาเป็น บรรทัดฐานเดียวกัน ในการพิจารณา วิเคราะห์ มุมมอง แง่คิดของแต่ละคน
บนสังคมที่ทุกคนพยายามอยากให้เท่าเทียมและเสมอภาค (แต่เป็นไปได้ยากในสังคมที่เราอยู่กัน)
กามสุขัลลิกานุโยค
กามสุขัลลิกานุโยค ไม่ได้หมายถึง เรื่องเพศ
แต่หมายถึง เมื่อมีความอยากในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และความรู้สึกภายในใจ แล้วเราหาทางดับมันด้วยการสนองให้สมปรารถนา โดยที่ไม่รู้ว่านี่คือ กิเลสที่เกิดขึ้นในจิต
เช่น เราเห็นว่าบ้านสวย เราอยากได้เราก็ทำงานหนักเพื่อให้ได้มา
เราอยากกินไอศกรีม เราก็ไปซื้อมากิน
เขาเรียกว่าเป็นพวกตามใจกิเลส เท่านั้นเอง
ซึ่งตรงข้ามกับอีกพวกที่กดข่มความอยากเอาไว้ไม่ให้มันผุดขึ้นมาในจิต เช่นใช้กรรมฐานกดไว้
ถ้าจะใช้คำพระน่าจะอธิบายให้ละเอียดหน่อย
เขาไม่ได้ว่าพวกไปปฏิบัติธรรมท
เขาไม่ได้ว่าพวกไปปฏิบัติธรรมที่จริงจังนะ
เพียงแต่เขากระทบพวกไปแบบเฟคๆ
คุณใช้คำวา F.... around
คุณใช้คำวา F.... around (..ล่อไปทั่ว..)
ไม่ได้ใช้คำว่า "Safe sex" นี่
เข้าใจผิดตรงไหนไม่ทราบ ?
เรื่องของ F...ing
เรื่องของ F...ing around
ต่อไปสาวๆ คงต้องทักกันว่า...
"เป็นไงจ๊ะ...อาทิตย์ที่แล้ว เธอไป "ล่อ" กับใครมาบ้างล่ะ"
อีกคนตอบว่า...
"บ้า! เธอก็..ใครมันจะ "เอา" กันได้ทุกอาทิตย์ละจ๊ะ"
เดี๋ยวนี้..ไม่ค่อยรู้สึก เงี้..น เลย....
......
แยกไม่ออกระหว่าง "ดอก (ไม้สี) ทอง" คุยกัน หรือ "อีตัว" คุยกัน
การยอมรับความจริงของกิเลสตัณห
การยอมรับความจริงของกิเลสตัณหามนุษย์เป็นสิ่งดีครับ โดยเฉพาะถ้าเรายังมีอยู่ และไม่ปฏิเสธมัน
แต่หากจะต้องตีความ เอาว่า คนที่บรรจงปฏิบัติกับกิเลสตัณหา ให้มันดูดี งดงามเป็นศิลปเพื่อเสพให้มันสุข มากขึ้น กลับไปแดกดันเขาว่าเป็นความไม่จริงใจ หรือ ทุเรศ
ออกจะเป็นความคิดที่คับแคบ และสุดโต่งเกินไป
ฟังคำว่า "เงี่ยน" จากปากของคำผกาใช้กับความรู้สึกผู้หญิงแล้ว นึกถึง "สุนัขตัวเมีย"มากกว่า "ผู้หญิง"
ความจริงใจ ไม่จำเป็นต้องหยาบ ก็ได้
ถ้าเปลี่ยนเป็นผู้ชายมั่งมึงว่
ถ้าเปลี่ยนเป็นผู้ชายมั่งมึงว่าไงวะแช่ม ผู้ชายมันยังคุยกันมาได้นี่หว่า
ตัวอย่างเช่น
"ไงวะ อาทิตย์ที่แล้วไป "ล่อ" ใครมามั่ง"
"อ๋อ...ก็แม่ไอแช่มไง แม่ง...ยานยังกะ...แต่เงี่..นชิบหาย ทำเอากูเหนื่อย เดี๋ยวทิตย์หน้ากูต้องไปอีกละ แสรด ใครแม่งจะเอากันได้ทุกอาทิตย์วะ"
.....
แยกไม่ออกระหว่างหมาตัวผู้คุยกันหรือผูัชายขายตัวคุยกัน??
หุหุ เอาเข้าจริง
หุหุ เอาเข้าจริง สุนัขตัวเมืย กับผู้หญิงมันต่างกันตรงไหน?
ถ้าจะเอาความเงี่ยนมาวัด
..มารดาของคุณ(และผม)ที่เป็นผู้หญิงก็เงี่ยนเหมือนกันนะครับ ข้อนี้ไม่ต่างจากหมาเลย.. ไม่หยังงั้นทั้งผมและคุณคงจะไม่สามารถลืมตาดูโลกมา"เห่าหอน"แถวนี้ได้หรอกคร๊าบ ^ ^
ผมว่า หยาบหรือไม่หยาบ พูดได้ยากครับ อันที่จริงมันไร้สาระที่จะสนใจเสียด้วยซ้ำไปเพราะมันเป็นแค่สัญญะทางภาษาเท่านั้นเอง ในภาคปฏิบัติก็คือๆกันทั้งหมดทั้งสิ้นนั่นแล
1.อวัยวะ ก. เข้าสู่อวัยวะ ข.
2.แลกเปลี่ยนของเหลวกัน
3.สารเอนโดรฟีนในสมองหลั่ง ทำให้ได้รับความสุข
4.สิ่งมีชีวิตได้ดำรงเผ่าพันธ์ต่อไป
..ทั้งหมดแค่นั้น
ลองคิดดูสิครับ ว่าถ้าวันนึง คนข้างกายคุณ "ไม่เงี่ยน"ขึ้นมา วันนั้นแหละครับ ที่คุณจะสังวรณ์ว่าเงี่ยนๆไว้แหละดีกว่ากันเยอะ
ไม่ต้องเลิกดัดจริตหรอกครับ แต่แค่ให้มันน้อยๆหน่อยก็พอ ^ ^
ทำไม
ทำไม มีแต่ปู้จายย..มาเถียงกัน
ไม่เห็นมีผู้หญิงออกมาด่า คุณแขกมั่งเลยว่า ว๊าย ๆ ทนฟังไม่ได้ ไม่ใช่ยั่งงี้นะ ไม่ช่าย ไม่ช่าย
หรือออกมาเชียร์ว่า เออ อยากพูด ยั่งงี้แหละ แต่ไม่กล้า..ไม่ป๋า อืมม แปลกดี
จริงๆแล้ว เรื่องราวที่มันวนเวียนอยู่กับที่มืดแบบนี้ เป็นผู้หญิงสบายจะตาย
ไม่เอาไหน ก็ดูน่ารักออก คิคุ ไม่รู้เรื่อง โอ๊ย ใส
หูยย ผู้ชายนี่ศักดิ์ศรีเลยนะนั่น...
อ่อนปวกเปียกขึ้นมาต่อหน้าเรานี่
เก็บไปเล่ากับเพื่อนได้อีกสามบ้านแปดบ้าน
ไม่รู้นะ เรื่องนี้ โนคอมเมนท์
บ้า
บ้า
พวกลึกๆ แล้วอยากเด่นอ่ะดิ
พวกลึกๆ แล้วอยากเด่นอ่ะดิ
ติดตามคุณจากมติชนสุดสัปดาห์มา
ติดตามคุณจากมติชนสุดสัปดาห์มานานแล้วค่ะ สุดยอออออด เห็นด้วยแทบทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสาวๆ บางคนพากันเข้าวัดบวชชีพราหมณ์แล้วกลับออกมาแอบ rad เงียบจากภายในเหมือนเดิม
*มติชนรายสัปดาห์ พิมพ์ผิดค่ะ
*มติชนรายสัปดาห์ พิมพ์ผิดค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ
เมื่อไร่อาจารย์พิชญ์จะเลิก
เมื่อไร่อาจารย์พิชญ์จะเลิก อธิบายคำถามตัวเอง และพูดมากจนทำร้ายตัวเอง คนมาร่วมรายการไม่ได้โง่ ไม่ว่าจะอาจารย์ระดับไหน มาเจออาจารย์พิชญ์อธิบายคำถามตัวเอง หรือพยายามอธิบายประกอบคำถาม เหมือนกำลังคุยกับเด็ก เหมือนเขาไม่รู้ไม่เข้าใจคำถามตัวเอง เวลาถามอะไรแล้วเขากำลังคิดที่ตอบ ช่องว่างแม้ไม่กี่วินาทีนั้น อาจารย์พิชญ์ก็อธิบายคำถามซ้ำเข้าไปอีก อย่าทำร้ายตัวเองด้วยอาการน้ำล้นถ้วยไปมากกว่านี้เลย อาจารย์พิชญ์เองก็ทราบว่ามีคนคอมเมนท์เรื่องนี้มาก ขอแสดงความเห็นด้วยความหวังดีและห่วงใยจริงๆ อาจารย์ยังอายุน้อย ปรับตัวยังทัน ส่วนเรื่องบุคลิกหรือท่าทีนอกจอ อันนั้นไม่ขอแตะ
เมื่อไร่อาจารย์พิชญ์จะเลิก
เมื่อไร่อาจารย์พิชญ์จะเลิก อธิบายคำถามตัวเอง และพูดมากจนทำร้ายตัวเอง คนมาร่วมรายการไม่ได้โง่ ไม่ว่าจะอาจารย์ระดับไหน มาเจออาจารย์พิชญ์อธิบายคำถามตัวเอง หรือพยายามอธิบายประกอบคำถาม เหมือนกำลังคุยกับเด็ก เหมือนเขาไม่รู้ไม่เข้าใจคำถามตัวเอง เวลาถามอะไรแล้วเขากำลังคิดที่ตอบ ช่องว่างแม้ไม่กี่วินาทีนั้น อาจารย์พิชญ์ก็อธิบายคำถามซ้ำเข้าไปอีก อย่าทำร้ายตัวเองด้วยอาการน้ำล้นถ้วยไปมากกว่านี้เลย อาจารย์พิชญ์เองก็ทราบว่ามีคนคอมเมนท์เรื่องนี้มาก ขอแสดงความเห็นด้วยความหวังดีและห่วงใยจริงๆ อาจารย์ยังอายุน้อย ปรับตัวยังทัน ส่วนเรื่องบุคลิกหรือท่าทีนอกจอ อันนั้นไม่ขอแตะ
เรื่อง "เอากัน" เป็นเรื่อง
เรื่อง "เอากัน" เป็นเรื่อง "ธรรมชาติ" ก็จริง
แต่จะต้องดู "ให้เหมาะให้ควร" ด้วย
ไม่อย่างนั้น คุณก็มีสิทธิ์ "นั่งขี้" (เรื่องธรรมชาติไง) หน้าบ้าน ได้
ก็ไม่มี "ปัญหา" อะไร ใช่ไม๊