จากที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต รมว.พาณิชย์ ได้ออกมาจุดกระแสเรื่องการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ผ่านเครือข่าย social media และนำเสนอเข้าที่ประชุมพรรคเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2556
แต่การแถลงข่าวของพรรคเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2556 ในประเด็นนี้กลับถูกยกเลิก โดยให้เหตุผลว่านายอลงกรณ์ ผู้เสนอเรื่องการปฏิรูปพรรค ติดภารกิจด่วน ไม่สามารถร่วมแถลงข่าวได้ และสื่อมวลชนก็ติดต่อนายอลงกรณ์ไม่ได้ตลอดวันที่ 14 พฤษภาคม
ล่าสุดในวันที่ 15 พฤษภาคม นายอลงกรณ์ได้แถลงข้อมูลผ่านทวิตเตอร์ @alongkornpb ว่าถูก ”แหล่งข่าวอาวุโสในพรรค” ให้ข่าวบิดเบือนว่าข้อเสนอของตนสร้างความไม่พอใจให้นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค โดยนายอลงกรณ์ ได้อ้างผลงานที่ผ่านมากับพรรคว่าแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท และความสามารถในการทำงานอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเปิดเผย “พิมพ์เขียวปฏิรูปประชาธิปัตย์” ที่นำเสนอในที่ประชุมพรรคด้วย
แนวทางการปฏิรูปตามพิมพ์เขียวของนายอลงกรณ์เน้นการแยกส่วนงานบริหารสำนักงานออกจากงานการเมือง ปรับโครงสร้างพรรคใหม่ให้ทันสมัย และกำหนดสายบังคับบัญชาที่ส่วนภูมิภาคอย่างชัดเจน นำระบบใหม่ๆ อย่างไพรมารีและคอคัสเข้ามาใช้คัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นประสิทธิภาพ-ความรู้แบบในองค์กรสมัยใหม่
ทั้งนี้นายอลงกรณ์จะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 น
อลงกรณ์ พลบุตร
อลงกรณ์เผย คนในพรรคให้ข่าวบิดเบือน-โชว์ผลงานเก่าเข้าตาหมายเหตุ: เรียบเรียงจาก Twitter ของนายอลงกรณ์ พลบุตร @alongkornpb
หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าแหล่งข่าวอาวุโสในพรรค อ้างว่าท่านชวน หลีกภัยโกรธมากที่ข้อเสนอการปฏิรูปพรรคของผมขัดอุดมการณ์พรรค เน้นประชานิยม
แหล่งข่าวอาวุโสในพรรคให้ข่าวหนังสือพิมพ์แบบบิดเบือน หลังจากที่ผมเสนอพิมพ์เขียวปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เมื่อ 13 พ.ค.
การกล่าวหาว่า “ข้อเสนอปฏิรูปพรรค” ขัดอุดมการณ์พรรค-เน้นประชานิยม-เลียนแบบพรรคเพื่อไทย นั้นนับว่าบิดเบือนและเป็นการดิสเครดิต
ผมรักษาวินัยโดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อใดๆ หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค แต่กลับมีบางคนให้ข่าวใส่ร้ายบิดเบือนการปฏิรูป การอ้างคำพูดท่านชวนที่ผมให้ความเคารพแบบจงใจพูดโกหก “ขาวเป็นดำ” เช่นนี้ไม่ใช่ลูกผู้ชาย จะทำร้ายผมได้แต่อย่าทำร้าย “การปฏิรูป”
22 ปีไม่เคยไปไหน พรรคให้เป็นประธานตรวจสอบทุจริตยุคทักษิณเรืองอำนาจสูงสุด 5 ปี เต็มเสี่ยงคุกเสี่ยงตาย คนแบบนี้ไม่มีอุดมการณ์หรือ
ท่านชวนเป็นต้นแบบต่อต้านการซื้อเสียงและคอร์รัปชั่น ผมก็ต่อสู้พวกซื้อเสียงพวกทุจริตและไม่สนับสนุนนโยบายประชานิยมแบบมอมเมา
ผมเชื่อมั่นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงพึ่งตนเอง ท่านชวนท่าน ดร. อาทิตย์ให้ทำเรื่องเอทานอลตามแนวพระราชดำริ ผมก็ทุ่มเททำงานจน วันนี้มีแก๊สโซฮอลขายทั่วประเทศ ส่วนท่าน “บัญญัติ-อภิสิทธ์” ให้ผมเป็นประธานตรวจสอบทุจริตสมัยทักษิณมีอำนาจสูงสุด 5 ปีเต็ม (ปี 2545-2549) จนโดนฟ้องโดนแจ้งความเกือบ 20 คดี
ท่านอภิสิทธิ์ให้ผลักดันนโยบาย “เศรษฐกิจสร้างสรรค์และโลจิสติกส์” ตอนเป็น รมช.พาณิชย์ ผมก็บริหารจนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและอาเซียน
ท่านอภิสิทธิ์ให้ผมปฏิรูปราชการ เพราะขีดความสามารถประเทศลดลงโดยเฉพาะ “การเริ่มต้นธุรกิจในไทย” ก็สามารถลดเวลาจาก 4 วันเหลือ 60 นาที
ผมเชื่อเรื่องปฏิรูป เพราะการปฏิรูปราชการที่ว่ายากยังสามารถปรับปรุงระบบและพัฒนาคนจนสำเร็จ ทำให้กรมพัฒนาธุรกิจได้รางวัลที่ 1 ของประเทศ
ผมนำร่องปฏิรูปพรรคในภาคกลาง เช่น จัดอบรมแกนนำสมาชิกตั้งแต่ต้นปีกว่า 1,200 คน เน้นปลูกฝังอุดมการณ์ สร้างวิสัยทัศน์ “คิดเก่ง-ทำเก่ง”
ตัวอย่างที่ยกมาเพื่อให้พิจารณาเปรียบเทียบกับ “การกล่าวหาใส่ร้าย” ว่า “ผมเป็นคนไร้อุดมการณ์ ไร้หลักการ” จริงหรือไม่ หรือการกล่าวหาใส่ร้ายเกิดขึ้นเพราะผมและเพื่อนๆ เสนอ “พิมพ์เขียวปฏิรูปพรรค” และ “ความพ่ายแพ้ซ้ำซาก 21 ปี” แบบตรงไปตรงมา
เพื่อไม่ให้มีการบิดเบือนใส่ร้ายข้อเสนอการปฏิรูปพรรคอีกต่อไปจึงต้องเผยแพร่ “พิมพ์เขียวปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์”
เปิด “พิมพ์เขียวปฏิรูปประชาธิปัตย์”พิมพ์เขียวปฏิรูปมี 36 หน้า หน้า 1-19 เป็นการกล่าวถึงความเป็นมาของการปฏิรูปพรรคและการวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็ง-โอกาสและปัญหา ส่วนหน้า 20-36 เป็น “แนวทางการปฏิรูปพรรค” ผมจะนำเสนอเฉพาะข้อเสนอในส่วนนี้เท่านั้น
เริ่มจาก จุดยืน-วิสัยทัศน์-เป้าหมายการปฏิรูป-การปฏิรูปแบบองค์รวม >3ปฏิรูป-จุดเปลี่ยนปชป. > จุดเปลี่ยนประเทศไทย
จุดยืน
วิสัยทัศน์ปฏิรูปพรรค
เป้าหมายการปฏิรูปพรรค
เป้าหมายการปฏิรูปพรรคทั้ง 7 ข้อนี้ คือความฝันของประชาธิปัตย์ (Democrat Dream) และต้องทำให้เป็นความหวังของชาติ (Nation’s Hope)
แนวทางการปฏิรูปพรรคแบบองค์รวม
แบ่งเป็น
มี 5 แนวทาง 2 โครงสร้างใหม่ ดังนี้
5 แนวทาง
2 โครงสร้าง
โครงสร้างใหม่สำนักงานใหญ่
โครงสร้างใหม่สำนักงานใหญ่เน้นภารกิจหลักของพรรคการเมือง (funtional designed organisation) รองรับงานไม่ว่าเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน มีการวิจัยและพัฒนานโยบาย-ยุทธศาสตร์ประเทศ-กฎหมายและงบประมาณแผ่นดิน สำคัญสำหรับอนาคตประเทศเช่นเดียวกับการดูแลประชาชนและปราบทุจริต
โครงสร้างใหม่ส่วนภูมิภาค
โครงสร้างส่วนภูมิภาค มีดังนี้
โครงสร้างส่วนภูมิภาคในทุกระดับต้องบริหารโดยนักบริหารมืออาชีพ หรือผู้มีทักษะด้านบริหารภายใต้การกำกับของคณะกรรมฝ่ายการเมือง
2.ปฏิรูปการบริหารจัดการพรรคสรุปการปฏิรูปการบริหารพรรคเน้นการบริหารโดยนักบริหารมืออาชีพ เน้นความฉับไวเด็ดขาด และแยกงานตรวจสอบนโยบายจากงานการเมือง
3.ปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กรและบุคคลากรของพรรคมี 7 ข้อ
การปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์เน้นประสิทธิภาพของพรรค อุดมการณ์ประชาธิปไตย และคุณภาพของคน เพื่อคุณภาพของการเมืองและคุณภาพของประเทศ
พรรคประชาธิปัตย์ต้องปฏิรูปแบบองค์รวม ต้องยกเครื่องใหญ่ ต้องกลับมาเป็นทางเลือกที่ดีไม่ใช่เป็นทางเลือกสุดท้าย ต้องกล้าเปลี่ยนแปลง
คณะกรรมการบริหารควรใช้พิมพ์เขียวปฏิรูปเป็นร่างหลัก แล้วส่งให้ที่ประชุม ส.ส. กับสภาที่ปรึกษาพิจารณา ก่อนเสนอให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ
ข้อมูลเพิ่มเติม-บทความเก่า SIU ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปพรรคประชาปัตย์