อดีต ‘วาดะห์’ รวมกลุ่ม? ถกการเมืองเรื่องดับไฟใต้
อดีตวาดะห์ร่วมเสวนา หาทางดับไฟใต้ ‘เด่น – วันนอร์ – อารีเพ็ญ – นัจมุดดีน’ ร่วมแถลง 5 ข้อแก้ปัญหาชายแดนใต้ ส่งนัยยะอาจรวมกลุ่มทางการเมือง
วาดะห์รวมกลุ่ม? – นักการเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นอดีตแกนนำและสมาชิกกลุ่มวาดะห์ เช่น นายเด่น โต๊ะมีนา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ และนายนัจมุดดีน อูมา รวมสานเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาและทางออกระหว่างนักการเมืองจังหวัดชายแดนใต้ ครั้งที่ 6 เมื่อ 11 มิถุนายน 2555 ที่โรงแรม ซีเอส ปัตตานี
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน 2555 ที่ห้องฟาฎอนี โรงแรม ซีเอส ปัตตานี สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล จัดแถลงข่าว หลังจากการสานเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาและทางออกระหว่างนักการเมืองจังหวัดชายแดนใต้ ครั้งที่ 6 โดยมีนักการเมืองจากพรรคต่างๆ โดยมีนายเด่น โต๊ะมีนา สมาชิกพรรคมาตุภูมิ อดีตแกนนำกลุ่มวาดะห์ เป็นผู้นำแถลงข่าว
โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าว ส่วนใหญ่อดีตแกนนำและสมาชิกกลุ่มวาดะห์ ได้แก่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์และนายนัจมุดดีน อูมา สมาชิกพรรคมาตุภูมิ นอกจานี้ยังมีนายมุกตา วาบา สมาชิกพรรคภูมิใจไทย นายอับดุลเร๊าะห์มาน อับดุลสมัด ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ระบบบัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์) พรรคเพื่อไทย เป็นต้น
นายเด่น แถลงสรุปข้อเสนอจากการสานเสวนาว่า มี 5 ประเด็น (อ่านรายละเอียดในล้อมกรอบด้านล่าง) เช่น ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต) ยกร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2555-2557 ให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้นำหลักรัฐประศาสโนบายของรัชกาลที่ 6 มาใช้ในการปรับปรุงระเบียบข้อบังคับหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ การส่งเสริมให้คนในพื้นที่เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐเป็นส่วนใหญ่ อาจจะเริ่มจากใน ศอ.บต.ก่อน เร่งพัฒนาความยุติธรรมกระแสหลักให้สอดคล้องกับความเป็นจริง รวดเร็ว และเป็นธรรม เป็นต้น
นายวันมูหะมัดนอร์ แถลงด้วยว่า การเสวนาครั้งนี้มีผู้ร่วมเสวนาจากหลายพรรคการเมือง ซึ่งหลังจากได้ข้อสรุปจากการเสวนาแล้วทุกคน ทุกพรรคการเมือง คงจะนำไปเสนอที่ประชุมของพรรคการเมืองการต่างๆ ไม่ว่า พรรครัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งจะมีส่วนผลักดันนโยบาย เพื่อไปสู่การปฏิบัติได้มากยิ่งขึ้น
นางสาวงามศุกร์ รัตนเสถีตร อาจารย์สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า โครงการสานเสวนานี้ จัดมาแล้ว 5 ครั้ง โดยสลับกันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดือนละ 1 ครั้ง ในเวลา 1 ปี โดยทุกครั้งจะมีการสรุปและทำเป็นข้อเสนอ พร้อมแถลงต่อสื่อมวลชน โดยผู้เข้าร่วมเสวนาครั้งนี้ แต่ละคนเข้าร่วมเสวนามาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง
นางสาวงามศุกร์ เปิดเผยอีกว่า การเสวนาว่าในโครงการนี้ มีการนำร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ภาคใต้ 2555 - 2557 และนโยบายการบริหารงานและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของสภาความมั่นคงแห่งชาติมาเป็นฐานในการเสวนาและจัดทำข้อเสนอ โดยข้อเสนอที่ได้จะเสนอต่อนายกราชมนตรีต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงการสานเสวนา นายวันมูหะมัดนอร์ ได้กล่าวในวงเสวนาว่า นักการเมืองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าจะต้องมีพื้นที่ร่วมกันในการพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
ระหว่างนักการเมืองจังหวัดชายแดนใต้ ครั้งที่ 6
Comments
รัฐควรยึดหลักเสรีประชาธิปไตยแ
รัฐควรยึดหลักเสรีประชาธิปไตยแต่ไม่ปิดกั้นศาสนา
รัฐไม่ควรเอาหลักศาสนาใดที่ขัดหลักเสรีภาพมาเป็นข้อปฎิบัีติในรัฐ
รัฐไม่ควรส่งเสริมศาสนาใดๆทั้งสิ้นรัฐควรเปนฐานของกฏระัเบียบที่ทุกคนไม่ว่าศาสนาใดจะอยู่รวมกันได้
อย่าเอาศาสนาเข้ามาเป็นตัวตั้ง
อย่าเอาศาสนาเข้ามาเป็นตัวตั้งเพื่อสร้างกฏระเบียบใสด ๆ เลยครับ เพราะนั่นคือการตั้งมูลฐานเพื่อความแตกแยกในที่สุด............ ผู้รู้ท่านกล่าวไว้ว่า "อย่าเถียงกันเรื่องศาสนาเพื่อการแพ้-ชนะ แต่ให้คุยกันเพื่อแบ่งปันว่า คุณเชื่ออย่างไร ผมเชื่ออย่างไร " จบ ไม่ต้องต่ล้อต่อเถียงครับ
ตราบใดที่ยังคงมีการรักษาความบ
ตราบใดที่ยังคงมีการรักษาความบริสุทธิ์ให้แก่ศาสนาของแต่ละฝ่าย ตราบนั้นศาสนาก็เป็นเครื่องฝึกตนให้เป็นคนดีที่ไม่คิดเบียดเบียนใครและช่วยนำพาให้เกิดความสงบสุขในสังคม(ที่หลากหลาย)
โดยคนไทยทุกศาสนิกจะต้องเปิดใจกว้างมาศึกษาเรียนรู้ทำความเข้าใจและยอมรับกันและกัน แล้วนำมาปรับใช้ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ดีกว่าจะแก้ปัญหาแบบลับลวงพรางด้วยการขอสิทธิพิเศษให้รัฐจัดระบบการปกครองตนเองทีละขั้นทีละตอน ซึ่งสุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นข้อครหาในการที่จะขอสิทธิปกครองตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ
ถ้าวิธีการนี้สำเร็จ ต่อไปก็คงได้เห็นคนไทยพุทธหรือคนไทยคริสต์จะอาศัยความชอบธรรมเรียกร้องสิทธิพิเศษแบบนี้บ้าง และเมื่อถึงเวลานั้นจะมากล่าวหารัฐบาลหรือคนไทยที่นับถือศาสนาอื่นๆว่าไม่มีความยุติธรรมไม่ได้แล้ว !!
ว่าแต่ว่าปัญหาเฉพาะหน้าที่จะขอให้นักการเมืองในพื้นที่แสดงความจริงใจด้วยการช่วยป้องกันไม่ให้มีการทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ก่อนดีกว่าครับ ถ้าทำได้สำเร็จแล้วจึงค่อยคิดอ่านหาหนทางป้องกันตามแผนของท่านต่อไป