ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กับอภิมหากาพย์มาตรา 68 (รธน.)
ด้วยความเคารพ หลังจากศาลมีคำสั่งพิจารณารับคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เกี่ยวเนื่องการใช้สิทธิและเสรีภาพของบุคคลหรือพรรคการเมืองซึ่งมีผลทำให้เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 (รธน.) อันเป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ สืบเนื่องจากการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 291 ของรัฐบาล รัฐสภา พรรคการเมือง และบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ยื่นโดยกลุ่ม ส.ส. ส.ว. และประชาชน จำนวน 5 สำนวน ปรากฏตามข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ข่าวที่ 16/2555 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2555
รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 68 “บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว...”
แม้ว่ามีนักวิชาการโดยเฉพาะนักกฎหมายจำนวนมากออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า การที่ศาลตีความว่าตนมีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณาตามมาตรา 68 นั้นเป็นการตีความที่ผิดหลักการ เป็นการกระทำที่ใช่ไม่เพียงทำเกินหน้าที่เท่านั้นแต่เป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจเลยในกรณีนี้
เพื่อปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของสถาบันอันทรงเกียรตินี้ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกมาแถลงจุดยืนของตนถึงสองครั้งในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์โดยย้ำว่า “ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการถ่วงดุลในการตรวจสอบ” “ไม่ใช่การก้าวล่วงกำกับรัฐสภาแต่ให้มองในทางบวกว่าการรับคำร้องก็เพื่อทำให้ลดความตึงเครียด และความหวาดระแวงของสังคมที่มีต่อรัฐบาลและรัฐสภา” หรือแม้จากการให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุด ท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญยังกล่าวอีกว่า “ส่วนการตีความมาตรา 68 นั้น ขอให้ไปดูรัฐธรรมนูญฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ จะชัดเจนว่าการยื่นคำร้อง เป็นเรื่องของผู้ทราบ ไม่ใช่เรื่องของอัยการสูงสุดเพียงอย่างเดียว”
การออกมาเน้นย้ำถึงสองครั้งของนักกฎหมายผู้ทรงคุณวุฒิผู้เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์การทำงานอย่างยาวนานเกือบจะทำให้นักกฎหมายทั้งหลายหลงเชื่อ หากแต่ไม่สามารถหาเหตุผลที่จะมาอธิบายตามตรรกะทางกฎหมายหรือแม้แต่หลักการทางรัฐศาสตร์ได้เลย และ/หรือหากจะมีกฎหมายให้อำนาจเช่นนั้นจริง ก็ยังต้องมาถกเถียงว่า เป็นการให้อำนาจที่ขัดกับหลักการแบ่งแยกอำนาจในการปกครองระบอบประชาธิปไตยหรือไม่และเป็นการขัดกับอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเองหรือไม่
ยิ่งท่านประธานอ้างว่า “ก็เพื่อทำให้ลดความตึงเครียด และความหวาดระแวงของสังคมที่มีต่อรัฐบาลและรัฐสภาลงได้” แล้ว แม้เป็นที่เข้าใจในความหวังดี แต่ก็อดที่จะตั้งคำถามไม่ได้ว่าท่านมีอำนาจหน้าที่เช่นว่าตั้งแต่เมื่อไร หากท่านวินิจฉัยว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยสภาในครั้งนี้ก่อให้เกิดความวุ่นวายและความขัดแย้งของคนในสังคม การรับไว้พิจารณาก็เพื่อลดความตึงเครียดและความหวาดระแวงของสังคม ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้ว่าเป็นความหวังดี แต่มีกฎหมายฉบับไหนให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจลดความตึงเครียดและความหวาดระแวงของคนในสังคมได้ การวิเคราะห์เหตุผลที่ท่านประธานให้ไว้ยิ่งทำให้เครียดและหวาดระแวงต่อพฤติกรรมที่ไม่อยู่ในร่องในรอยของท่านหนักเข้าไปใหญ่ เป็นการตีความให้มีอำนาจกว้างขวางอย่างไม่สามารถอธิบายได้โดยหลักวิชาการ
หลักกฎหมายมหาชนทั่วไปโดยหลักแล้ว องค์กรที่ใช้อำนาจในทางมหาชนจะต้องมีกฎหมายให้อำนาจไว้ ดังนั้น การกระทำการใดๆ จึงต้องเป็นขั้นเป็นตอนและเป็นไปตามกรอบที่กฎหมายกำหนด
ท่านยังอ้างต่อไปอีกว่า “ขอให้ไปดูรัฐธรรมนูญฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ” ผู้เขียนได้ตามไปศึกษาตามที่ท่านเสนอ จึงขอนำมาฝาก ดังนี้
ฉบับแปลของศาลปกครอง:
Article 68 para 2 “In case where a person or political party has committed an act under paragraph one, the person knowing of such an act shall have the right to request the Prosecutor General to investigate its facts and submit a motion to the Constitutional Court for ordering cessation of such act...”
ฉบับแปลของ IFES Thailand (ฉบับแปลทางการ):
Where a person or political party acts under paragraph one, the witness thereof has the right to report the matter to the Prosecutor General to investigate facts and to submit a request to the Constitutional Court for decision to order cessation of such act...”
หากจะให้ตีความแบบที่อาจารย์เกษียร เตชะพีระนักรัฐศาสตร์ (ซึ่งน่าจะเอามาจากฉบับของศาลปกครอง) ได้ให้ไว้บนเฟสบุ๊คส่วนตัวแล้วว่า ท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญคงเล่นตลกโดยการตีความเอาคำว่า "submit a motion/request to the Constitutional Court for ordering cessation of such act..." ไปขยายส่วน 1. right to request และ right to submit หรือ 2. to request และ to request to submit ซึ่งหากจะตีความแบบที่ท่านอาจารย์เกษียรเดา คือ ท่านประธานศาลตีความว่า บุคคลมีสิทธิยื่นได้ทั้งต่ออัยการและศาลรัฐธรรมนูญ (แบบแรก) ซึ่งหากจะตีความตามนั้นบวกกับการตีความตามหลักกฎหมายจะมีผลดังนี้ คือ การยื่นตามาตรา 68 นี้จะต้องกระทำพร้อมกันในสองลักษณะ (เนื่องจากกฎหมายใช้คำว่า “และ/and” เป็นตัวเชื่อมระหว่างประโยค) คือ
1. เสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และ (พร้อมกับ)
2. ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการ
กล่าวคือยื่นพร้อมกันทั้งที่อัยการสูงสุดและศาลรัฐธรรมนูญจึงจะเป็นการยื่นที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ตามการตีความของท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ
คำถามต่อมาคือ แล้วใครเป็นผู้วินิจฉัยสั่งการ ก็ต้องตอบว่าเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะอัยการสูงสุดมีอำนาจเพียงการตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น ส่วนตรวจสอบได้ข้อเท็จจริงแล้วอย่างไรต่อก็ต้องบอกว่าไม่ต้องทำอะไร เพราะรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบเฉยๆ แปลกดี
เพื่อความชัดเจนอีกครั้งสำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตาม ศาลรัฐธรรมนูญอ้างมาตรา 68 ในการรับคำร้อง นักวิชาการมองว่าศาลไม่มีอำนาจรับคำร้องเพราะอะไร ขออธิบายโดยสังเขปดังนี้ (ผู้อ่านสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้จากงานเขียนและบทสัมภาษณ์ของนักวิชาการหลายต่อหลายท่านที่ได้ให้ความเห็นในกรณีนี้ไว้แล้ว)
1. ฟ้องใครได้บ้าง? มาตรา 68 ระบุว่า “บุคคลหรือพรรคการเมือง จะใช้สิทธิเสรีภาพ (exercise the rights and liberties) เพื่อล้มล้างการปกครอง..” (วรรค 1) สภาไม่ใช่บุคคลแต่เป็นกระบวนการที่มาจากกลไกในการปกครองระบอบประชาธิปไตย และทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นหน้าที่ซึ่งสภามีอำนาจทำได้ตามมาตรา 291 กรณีนี้เป็นเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ (duty ดูมาตรา 74) ไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพ (rights and liberties) กล่าวคือ มีกฎหมายให้อำนาจไว้และได้ทำตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้นั้น และกระบวนการดังกล่าวไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพของบุคคลหรือพรรคการเมืองแต่เป็นการกระทำในรัฐสภาอันเป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญ อีกทั้งหมวดดังกล่าวอยู่ในหมวดของ “สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย” (มาตรา 26-69) จึงไม่ควรเอามาปนกับเรื่องของหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
2. ใครยื่นได้บ้าง? มาตรา 68 ระบุว่า "ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการ..." ดังนั้น บุคคลธรรมดาย่อมไม่สามารถยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้เอง หากจะตีความตามภาษาอังกฤษที่ท่านประธานอ้างคงจะต้องยื่นทั้งสองที่ตามที่ได้กล่าวแล้ว
3. ยื่นต่อใคร? มาตรา 68 ระบุ “ให้ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการ..” กล่าวคือผู้ทราบการกระทำยื่นต่ออัยการสูงสุดเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายตามคำร้องจริง จากนั้นให้อัยการยื่นต่อไปยังศาลเพื่อวินิจฉัยสั่งการต่อไป การที่ศาลรับไว้พิจารณาจึงไม่ชอบเพราะไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้
4. ศาลมีอำนาจมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่? เมื่อศาลไม่มีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณาแล้วศาลจะมีอำนาจมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวได้อย่างไร ยิ่งกว่านั้นหากพิจารณาโดยตรรกะเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจตามข้อกำหนดศาลฯ ข้อ 6 เพื่อใช้มาตรการชั่วคราวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ เป็นการเอากฎหมายที่มีลำดับศักดิ์ต่ำกว่ามาบังคับการกระทำตามกฎหมายที่มีลำดับศักดิ์สูงกว่า เป็นการใช้กฎหมายข้ามสายพันธ์เป็นหลักการที่หาคำอธิบายเชิงตรรกะได้ยากมาก
สรุปคือ ศาลไม่มีอำนาจ การมีคำสั่งรับไว้พิจารณาจึงไม่ชอบด้วยประการทั้งปวง อีกทั้งการมีคำสั่งเพื่อมีผลให้รัฐสภาชะลอการพิจารณาลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยอีกถือเป็นการออกคำสั่งที่ตนไม่มีอำนาจอย่างชัดเจน
เพื่อตอบคำถามว่าอัยการไม่ควรเป็นองค์กรเดียวที่ดำเนินการเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญเท่านั้น ประชาชนที่เห็นการกระทำดังกล่าวสามารถกระทำการใดเพื่อตอบโต้หากมีการกระทำเพื่อล้มล้าง รัฐธรรมนูญ ได้หรือไม่ คำตอบคือ “ได้” กล่าวคือปรากฏตามมาตรา 69 รัฐธรรมนูญ ซึ่งให้สิทธิประชาชนในการต่อต้านการกระทำเช่นว่าด้วยสันติวิธี ซึ่งเป็นหลักการที่สอดคล้องกับการใช้สิทธิและเสรีภาพชองประชาชนตามที่ปรากฎในชื่อหมวดของรัฐธรรมนูญส่วนนี้ อีกทั้งเป็นการเน้นย้ำว่ากระบวนการทางกฎหมายย่อมต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงกลั่นกรองก่อนนำขึ้นสู่กระบวนการทางศาลต่อไป
พิจารณาโดยตรรกะ (อย่างคนที่ไม่มีความรู้กฎหมาย) หากประชาชนสามารถยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างพร่ำเพรื่อเช่นนี้โดยไม่มีกระบวนการกลั่นกรองก่อน บ้านเมืองจะไม่วุ่นวายหรือ เพราะศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นเครื่องมือทางการเมืองชั้นดีในการกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามที่ทำไม่ถูกใจอีกฝ่ายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แล้วเสถียรภาพของรัฐในการบริหารจัดการจะอยู่ที่ไหน
ต่อบทบาทของตุลาการศาลรัฐธรรมยังคงเป็นที่เคลือบแคลง ล่าสุดได้มีเสียงสะท้อนจากพรรคประชาธิปัตย์โดยคุณเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราชแสดงความกังวลต่อการประชุมสภาที่จะมีขึ้นว่า “ตนมีความกังกลหากรัฐสภาจะพิจารณาคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้ชลอการพิจารณาลงมติแก้ไขในวาระ 3 ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในสภาได้เนื่องจากการอภิปรายส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายแต่เป็นความคิดเห็นทางการเมือง เกรงว่าคนที่ไม่รู้กฎหมายนำมาอภิปรายจะเป็นปัญหา ซึ่งตนทราบข่าวว่ามีการจองกฐินถล่มศาล ตนเห็นว่าไม่เหมาะเพราะจะไม่เป็นธรรมกับศาลที่ไม่สามารถชี้แจงได้”
เพราะหากวิเคราะห์จากช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุลออกมาให้สัมภาษณ์ว่าตราบใดที่ยังไม่เห็นเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญก็ถือว่าเป็นการยกประโยชน์ให้จำเลย นัยคือพันธมิตรไม่ต่อต้านการลงมติของสภาในการรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 (แต่ก็ไม่อาจชล่าใจเพราะพธม.เองหรือผู้ยื่นเองก็ยังมีจุดเกาะเกี่ยวกับประโยชน์ตรงนี้อยู่) อาการลอยเคว้งของศาลรัฐธรรมนูญจึงน่าเป็นห่วงเพราะขาดมวลชนหนุนหลัง การที่พรรคประชาธิปัตย์ออกตัวเช่นนี้จึงเป็นการสื่อความหมายบางประการต่อองค์กรตุลาการนี้
จากประวัติความเป็นมาของตุลาการตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญปี 50 คือผลสืบเนื่องจากการทำรัฐประหาร โดยการทำรัฐประหารมีธงในการทำลายอำนาจการเมืองของทักษิณ ดังนั้น ตุลาการที่ถูกแต่งตั้งจึงเป็นที่เคลือบแคลงว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามคุณทักษิณและสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์แทบทั้งสิ้นสืบเนื่องจากผลการทำงานที่ผ่านมา ทั้งผลงานยุบพรรคไทยรักไทย ยุบพรรคพลังประชาชน และพรรคอื่นๆ ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ ทำไมประชาธิปัตย์ถึงรอด ในช่วงปี 2553 และปี 2554 จากสองคดีที่มีผู้ร้องยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์ชนะคดีด้วยเทคนิคทางกฎหมาย(แบบคลุมเครือ)แทบทั้งสิ้น มิได้พิเคราะห์ว่ามีความผิดตามข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้างหรือไม่ ในช่วงเวลาดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญถูกประจานว่ามีตุลาการบางคนประชุมเตรียมการเพื่อช่วยพรรคประชาธิปัตย์ หลักฐานชัดเป็นวีดิทัศน์เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญประชุมช่วยเหลือคดีพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายอย่างร้ายแรงและขัดต่อหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา แต่ศาลไม่เพียงไม่ตั้งคณะกรรมสอบวินัยและลงโทษตุลาการที่ปรากฏในภาพวิดิทัศน์ดังกล่าว แต่กลับจะฟ้องเอาผิดผู้เผยแพร่วิดีโอดังกล่าวตาม พรบ.คอมพ์ฯ ว่าการเผยแพร่วีดิทัศน์ดังกล่าวเป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน และล่าสุดกรณีศาลสั่งให้นายจตุพร พรหมพันธ์พ้นสมาชิกภาพ ส.ส. เนื่องจากถูกจำคุกไม่สามารถไปเลือกตั้งได้ที่ยังคงเป็นข้อกังขาของนักกฎหมาย
ทำไมต้องรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ต้องถามว่าเหตุการณ์ เมษา-พค. 53 เป็นผลสืบเนื่องมาจากบทบัญญัติที่บิดเบี้ยวอันเป็นผลิตผลจากอำนาจเผด็จการใช่หรือไม่ เพราะฝ่ายที่ไม่ชอบทักษิณต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมายโดยไม่สนหลักการสากลที่ทั่วโลกยอมรับเป็นเหตุให้ประชาชนออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมใช่หรือไม่ เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่สามารถใช้ได้เป็นการทั่วไปใช่หรือไม่ โดยเฉพาะมาตรา 237 เห็นได้ชัด เพราะเป็นบทบัญญัติให้สามารถยุบพรรคการเมืองจากการที่บุคคลเพียงคนเดียวในพรรคการเมืองกระทำความผิด ซึ่งตามหลักสากลแล้ว “บุคคลที่ไม่ได้กระทำความผิดย่อมไม่ต้องรับโทษ” หลักการเช่นนั้นเป็นธรรมแล้วใช่หรือไม่ นี่ยังไม่นับรวมมาตรา 68 ที่กำลังถกเถียงกันแบบไม่มีทีว่าว่าจะจบสิ้นง่ายๆ แล้วมีเหตุผลใดที่จะไม่แก้กฎหมายสูงสุดที่ประกอบด้วยหลักการที่บิดเบี้ยวเช่นนี้อีก
เพื่อให้เป็นที่เข้าใจเนื่องจากมาตรา 291 เปิดให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตราดังกล่าวจะต้องกระทำผ่าน “รัฐสภา” เท่านั้น จากการแก้มาตรา 291 ที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมจำนวนหลายมาตราไม่สามารถทำได้โดยกลไกรัฐสภา ดังนั้นจึงต้องแก้มาตรา 291 ไปก่อนเพื่อตั้ง ส.ส.ร. มาแก้ทั้งฉบับ ซึ่งหากศาลชี้ว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญและเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือจะต้องกลับมาแก้รัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 ที่ระบุว่า “ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติม.. ให้สภาพิจารณาเป็นสามวาระ” จากการสังเกตการณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ในช่วงเดือนที่ผ่านมาอาจจะกล่าวได้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับด้วยวิธีนี้อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 5-36 ปี (ขึ้นอยู่กับว่าแก้จำนวนกี่มาตรา) ในเวลานี้เป็นขั้นตอนของการรับร่างฯ วาระ 3 ของ ซึ่งการแก้ไขมาตรา 291 มาตราเดียวยังทำให้บ้านเมืองวุ่นวายได้ถึงเพียงนี้
แล้วอย่างไรต่อไป ด้วยเหตุผลประการทั้งปวง ผู้เขียนจะขอเรียกร้องที่รัฐสภาจะเพิกเฉยต่อคำสั่งศาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนี้ และ/หรือตอบโต้ด้วยการชี้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจ และทำหน้าที่ของรัฐสภาต่อไป เพราะหากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ไม่ได้รับการแก้ไข ความขัดแย้งจะยิ่งเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่มีวันจบสิ้น
แม้มีนักวิชาการบางท่านมีความเห็นตรงกันว่าไม่ควรปฏิบัติตามแต่เสนอให้รัฐสภารอจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย แล้วระหว่างเวลาดังกล่าวจะต้องทำอย่างไรในเมื่อมีคำสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องมีหนังสือชี้แจงภายใน 15 วัน หากรัฐสภาทำหนังสือชี้แจงตามที่ศาลได้มีคำสั่งมานั้นและ/หรือไม่ดำเนินการลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 การกระทำดังกล่าวย่อมถือได้ว่าเป็นการยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้โดยนัยแล้วหรือไม่ เพราะการกระทำการใดที่เป็นการแสดงออกถึงการยอมรับว่าอำนาจดังกล่าวมีอยู่จริง ทั้งที่ไม่มีอยู่จริง จะถือเป็นการสถาปนาอำนาจนอกรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่หรือไม่ ถือเป็นการทำลายกลไกการปกครองระบอบประชาธิปไตย หลักการแบ่งแยกอำนาจ และเป็นการสร้างบรรทัดฐานขึ้นในสังคมไทย เพราะการไม่ปฏิเสธและไม่ตอบโต้เท่ากับเป็นการยอมรับ ซึ่งอาจจะถูกนำมาสร้างเป็นบรรทัดฐานต่อไปได้
เมื่อพิจารณาแล้วว่าการรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำที่ไม่ชอบตามกฎหมายจริง เช่นนี้ ประชาชนควรออกมาแสดงพลัง/แสดงความคิดเห็นให้มากว่าอำนาจที่แท้จริงเป็นของประชาชน อำนาจตรวจสอบรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน อย่าให้นักกฎหมายเพียงไม่กี่คนมาทำอะไรที่ลิดรอนอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยอีก
กรณีการรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้จึงถือเป็นอภิมหากาพ์ที่อาจจะไม่จบลงง่ายๆ จนกว่ามีีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดพ่ายแพ้กันไปในที่สุด ที่สำคัญเนื้อเรื่องตอนต่อไปฝ่ายประชาชนจะพ่ายแพ้ต่ออำนาจตุลาการเพื่อให้เกิดการสถาปนาอำนาจเหนืออำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยอย่างสมบูรณ์ หรือจะเป็นการช่วงชิงจังหวะจากการเพลี่ยงพล้ำเองของผู้มีอำนาจเพื่อการประกาศชัยชนะของประชาชน ตัวเล่นสำคัญที่จะทำให้เรื่องราวพลิกผันต่อไปหาใช่ใครอื่นแต่คือคนไทยทุกคนที่จะร่วมกันต่อสู้บนเส้นทางประชาธิปไตยเส้นนี้ ส่วนบทสรุปจะลงเอยอย่างไรคงต้องเฝ้าติดตามกันต่อไป
Comments
ผมไปดูและฟังคำวิจารณ์ ตลก.
ผมไปดูและฟังคำวิจารณ์ ตลก. ศรธน. ชุดนี้ จากคนที่เคยเป็นตุลาการ และเคยเป็น สสร. ยกร่าง รธน. ปี 40 ถ้าจำไม่ผิด
ผมไม่ดูว่า สีไหน แต่ผมดูและฟังเหตุผล และความแปลกประหลาดต่างๆ ที่ ตลก. ศรธน. ชุดนี้ เคยทำเอาไว้ เห็นเขาพูดดี มีเหตุผล จึงเก็บมาฝากเพื่อนๆครับ สวัสดี.
http://www.asiaupdate.tv/program/ตรงไปตรงมา/1220.html
ปล. ความหนาของวิญญูชนจอมปลอม น่ากลัวครับ แต่ผมเชื่อมั่นว่า ธรรมะ ต้องชนะอธรรมะ
เพราะคนรักประชาธิปไตย รักความยุติธรรม ในประเทศไทย มีมากกว่า
หากคนไทย ยอมให้อำนาจอธรรมเข้าครองไทย วุ่นวาย ไม่รู้จักจบจักสิ้นครับ.
ผมอยากจะแจ้งความคืบหน้าของข่า
ผมอยากจะแจ้งความคืบหน้าของข่าวสารเรื่องนี่ให้ท่านผู้เขียนบทความและผู้อ่านท่านอื่นได้ทราบว่า
เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว สิ่งที่ฝ่ายต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการที่ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญนั้น ทั้งพันธมิตรทั้งพรรคฝ่ายค้านทั้งชาวบ้านทั่วไป เขาต่างอยากให้สภาผู้แทนเร่งลงมติผ่านวาระ๓ให้เร็วที่สุด
กรรมอันเป็นเครื่องส่อเจตนาจะได้ถูกปฏิบัติไป เป็นหลักเป็นฐานให้ศาลรัฐธรรมนูญเขาพิจารณาตามคำร้อง
ดังนั้น โปรดอย่าช้าครับ เปิดประชุมเมื่อไหร่ ท่านประธานสภาโปรดบรรจุวาระเข้าไปได้เลย......ครับท่าน ยิ่งเร็วยิ่งดี...............
อย่ามัวแต่เสียเวลามาทำ..ปากกล้า ขาสั่น หางตก...กันอีกต่อไป....
บางกอก ที่คุณตะแบงว่า
บางกอก ที่คุณตะแบงว่า "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ(โจร)ด้วยวิธีการที่ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ่(โจร)" นั้น คืออย่างไร ...แล้วที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ(โจร)นั้นเป็นอย่างไร
ตรรกของพวกคุณแต่ละคน มันเป็นตรรกของหมาป่า ไม่มีเหตุผล ไร้สาระ
ดี เอากันให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด แล้วจะได้รู้กันว่าใครจะอยู๋ใครจะไป(นรก)
ใกล้ถึงเวลาการปฏิวัติของประชาชนแล้ว
คณะตลกแห่งสยามทั้งเก้าคนนี้
คณะตลกแห่งสยามทั้งเก้าคนนี้ สมควรที่จะไปเล่นละครหรือลำตัดบนเวทีมากกว่าจะมาเป็นตุลาการ ถ้าประธานสภาทำตามที่ตลกคณะนี้เล่น ก็แสดงว่าพรรคเพื่อไทยจบเห่ ปอดแหก ขี้ขลาดตาขาว ไม่สมควรเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยอีกตลอดชีวิต ลาออกแล้วไปอยู่บ้าน ทำไร่ไถนา เลี้ยงหลานจะดีกว่า
บางกอก
[quote=บางกอก]ผมอยากจะแจ้งความคืบหน้าของข่าวสารเรื่องนี่ให้ท่านผู้เขียนบทความและผู้อ่านท่านอื่นได้ทราบว่า
เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว สิ่งที่ฝ่ายต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการที่ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญนั้น ทั้งพันธมิตรทั้งพรรคฝ่ายค้านทั้งชาวบ้านทั่วไป เขาต่างอยากให้สภาผู้แทนเร่งลงมติผ่านวาระ๓ให้เร็วที่สุด
กรรมอันเป็นเครื่องส่อเจตนาจะได้ถูกปฏิบัติไป เป็นหลักเป็นฐานให้ศาลรัฐธรรมนูญเขาพิจารณาตามคำร้อง
ดังนั้น โปรดอย่าช้าครับ เปิดประชุมเมื่อไหร่ ท่านประธานสภาโปรดบรรจุวาระเข้าไปได้เลย......ครับท่าน ยิ่งเร็วยิ่งดี...............
อย่ามัวแต่เสียเวลามาทำ..ปากกล้า ขาสั่น หางตก...กันอีกต่อไป....[/quote]
ทำไมบางกอกต้องพูดแบบนี้ด้วย
ในเมื่อนี่คือเกมกำจัดพรรคการเมืองไม่ดี คนไม่ดี ไม่ให้มามีอำนาจ ตามคอนเซ็ปต์ของพวกคุณอยู่แล้ว
เมื่อคิดจะทำอะไรก็ได้ น้ำขี้น้ำเยี่ยวก็ไม่เป็นไร ล้างความสกปรกเลอะเทอะได้เหมือนกัน ไม่ใช่เหรอ
อยู่เฉย ๆ หรือแค่นั่งอมยิ้มคอยดูแดงหน้าโง่ของพวกคุณแปลงร่างเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟไปเอง ดิ
พูดแบบนี้ เด๋วคนชั่วรู้ตัวหนีออกเกมไป จะทำอะไรมันไม่ได้
คนดี ๆ อย่างพวกคุณจะต้องเหนื่อยอีกหลายปี
หรือว่าเป็นเพราะซ่อนสัญชาตญาณไม่อยู่ อยากกัดแต่กัดไม่ได้ ขอได้เห่ากรรโชกก็ยังดี
สมศักดิ์ศรีของแท้พันธุ์ดีหน่อย ใช่ไหม
@
@ เหมือนเขาผูกคอไว้...ไม่ให้แก้
ต้องตายแท้ ตายจริง ถ้านิ่งเฉย
เหมือนผูกคอ สนตะพาย ไม่ผิดเลย
พี่น้องเอ๋ย ชะตากรรม ทำอย่างไร
@ เขาผูกไว้ ซับซ้อน ตอนเขาผูก
ผูกถึงลูก ผูกถึงหลาน อันเกิดใหม่
เพื่ออำนาจ พวกเขา เฝ้าขืนใจ
ตลอดไป อย่างนี้ มีหรือยอม
@ อันรากเหง้า พวกเรา คือมนุษย์
ไม่สิ้นสุด ความคิด จิตหล่อหลอม
ไม่ยอมรับ ความดี ที่ปลอมปลอม
และไม่ยอม ให้ผูกคอ รอวันตาย
การที่รัฐสภา ชำแหละ ตลก.
การที่รัฐสภา ชำแหละ ตลก. ศรธน. ให้โลกรู้
จัดหนักๆ เอาให้ชัดๆ ก่อนลงมติ วาระ 3 ก็ดีเหมือนกันครับ
ผมยิ่งฟังสภา ยิ่งเห็นตัวตน ตลก. มากขึ้นๆๆ ชัดขึ้นๆๆ ทุกทีๆๆ ครับ สวัสดี.
ปล. และเท่ากับสะท้อนไปถึงฝ่ายที่อุ้ม ตลก. ชุดนี้ด้วย
มันก็เหมือนกับแมลงวัน มันก็เสพสมกับแมลงวัน พวกเดียวกันครับ
และมันก็เหมือนกับพันธุ์แมลงวัน ที่จะกลายพันธุ์เป็นแมลงผึ้งไม่ได้เช่นกัน คงเป็นแมลงวันตลอดไปครับ
ดังนั้น วันนี้ อย่าเป็นแมลงวัน จะดีกว่าครับ.
พบลองแปลเอง และให้ลูก ๆ แปล
พบลองแปลเอง และให้ลูก ๆ แปล ดู พบว่า ศาลรัฐธรรมนูญแปลถูกแล้วครับ ประชาไทอย่าสร้างกระแสเลย ขอให้กำลังใจศาลครับ
lucky wrote:พบลองแปลเอง
[quote=lucky]พบลองแปลเอง และให้ลูก ๆ แปล ดู พบว่า ศาลรัฐธรรมนูญแปลถูกแล้วครับ ประชาไทอย่าสร้างกระแสเลย ขอให้กำลังใจศาลครับ[/quote]
ขอโทษ ครับ กฎหมายไทยที่ประกาศในราชกิจจา(ที่จะมีผลบังคับใช้ในราชอาณาจักร) ไม่เคยเอาฉบับภาษาอังกฤษ มาเป็นคู่ฉบับหรือใช้ประกอบใดๆ ทั้งสิ้น
lucky wrote:พบลองแปลเอง
[quote=lucky]พบลองแปลเอง และให้ลูก ๆ แปล ดู พบว่า ศาลรัฐธรรมนูญแปลถูกแล้วครับ ประชาไทอย่าสร้างกระแสเลย ขอให้กำลังใจศาลครับ[/quote]
ฟังลูกแล้วกลับไปดูที่นี่ด้วย
http://www.prachatai3.info/journal/2012/06/40811
http://www.prachatai3.info/journal/2012/06/40940
รธน. 40
"มาตรา ๖๓ บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้
ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ใน
รัฐธรรมนูญนี้ มิได้
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้รู้เห็นการ
กระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาล
รัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดี
อาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว
รธน. 50
มาตรา ๖๘ บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้
ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ใน
รัฐธรรมนูญนี้ มิได้
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการ
กระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาล
รัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดี
อาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการตาม
วรรคสองศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคกา รเมืองตามวรรคสาม ให้เพิกถอน
สิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบในขณะที่
กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งดังกล่าว
นายวัฒนา เมืองสุข ยกคำสั่งศาลรธน.ปี49 ชี้ชัดยื่นยุบพรรคต่อศาลโดยตรงไม่ได้ ต้องผ่าน อสส.ก่อน
http://www.dailynews.co.th/politics/118671
อภิสิทธิ์แย้ง
http://www.dailynews.co.th/politics/118716
ดูรายงานการประชุม สสร. รธร. 50 ด้วย คุณวีรพัฒน์ เคยยกมาว่า อ.จรัญ เองก็ยังว่าต้องเริ่มที่อัยการ
(ผมหาไม่เจอ)
เสียงข้างมากในสภา ณ พ.ศ.นี้
เสียงข้างมากในสภา ณ พ.ศ.นี้ เหมือนแต่ก่อนซะเมื่อไหร่ ก่อนนั้น เลือกแล้วปชช.ก็หมดหน้าที่ แล้วสส.จะไปทำอะไรก็ช่าง แต่นี่เขามาแสดงตัวเป็นหมื่นเป็นแสน จี้สส.ของเขาให้ทำหน้าที่ตามที่เขาคาดหวัง มาแค่ตัวแทนเท่านั้นนะ อยู่ที่บ้านอีกเป็นล้านๆ แล้วท่านจะมุ่งพิทักษ์แต่สิทธิของฝ่ายผู้ร้องฝ่ายเดียวอย่างหัวชนฝา ท่านไม่เพียงแต่ตาบอดเท่านั้น ใจก็มืดบอดด้วย
เพื่อนๆครับ ประชาธิปไตย
เพื่อนๆครับ
ประชาธิปไตย เห็นต่างได้ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ ในความเห็นต่าง ไม่ต้องฆ่าต้องแกง หรือต้องประหัตประหารกันครับ
ขอบคุณครับสำหรับเรื่อง ตลก. ศรธน. ที่เกิดขึ้นมาครั้งนี้ ทำให้คนไทยได้ความรู้มากมาย จากการถกกันของเหล่านักวิชาการด้านกฏหมาย และจากการค้นคว้าหาความจริงด้วยตนเอง
ผมเชื่อว่า ประชาชนคนไทย ส่วนใหญ่ มีหัวใจเป็นธรรม เป็นกลาง ไม่ลำเอียง และมีสติปัญญาดีพอที่จะฟัง คิดตาม และพิจารณา ตัดสินใจเองได้ว่า ใครผิดใครถูกครับ
ส่วนที่รู้สึกว่า ตัวเรา จะเอียง กำลังเลือกฝ่าย ก็ขอให้ถอยออกมาห่างๆ เพื่อใจจะเป็นกลาง และลองฟังเหตุผลอีกฝ่ายดู อาจจะรู้ความจริงได้ จากหัวใจที่เป็นกลาง รักความยุติธรรม บนความถูกต้องตามกฏหมาย
ที่สำคัญก็คือ คุยกันด้วยเมตตาจิตมิตรภาพ เพราะผิดถูก ไม่ใช่อยู่ที่ตัวเราท่าน แต่อยู่ที่คู่กรณี 2 ฝ่าย ที่กำลังมีปัญหากันในเรื่องกฏหมาย
ถือว่า คุยกันเอาความรู้ ความเข้าใจครับ
เห็นต่าง จึงไม่ใช่ปัญหา สำคัญแต่ว่า อะไรจะเป็นเครื่องยุติความเห็นต่างนี้ได้ ก็คือ กฏหมายครับ และต้องยอมรับ และจบครับ
และที่สำคัญที่สุด อย่าได้เอาเผด็จการทหาร เข้ามายึดอำนาจ ก่อการรัฐประหาร ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย อีกต่อไปครับ
มิเช่นนั้น บ้านเมือง จะพังหนักเข้าไปอีก และจะไปกันใหญ่
บ้านเมือง จะถอยหลังกลับไปในวงจรอุบาทย์ แบบฉายหนังม้วนเดียว ที่มันซ้ำๆซากๆ ไปอีกหลายปี
ประเทศไทย จะตกจากประเทศกำลังพัฒนา กลายเป็นประเทศด้อยพัฒนาไปทันทีในสายตาฝรั่งมังค่า
บรรดานักวิชาการ จะรู้สึกทันทีที่ไปเมืองนอก แล้วถูกฝรั่งถามว่า ยู มาจากประเทศไหน
เกือบจะต้องเอาปี๊บคลุมหัว เวลาตอบฝรั่งไปว่า ไอ มาจากประเทศไทย
ระบอบประชาธิปไตย จะช้ำหนักจนยากจะฟื้นคืนกลับมาใหม่ได้ และจะมีคนไทยล้มตายอีกมากมาย
ผมยังมั่นใจว่า คนไทย ไม่ใช่เป็นคนมีนิสัยใจดำอำมหิต ไร้หัวจิตหัวใจ อยากเห็นคนถูกทหารยิงตายศพแล้วศพเล่า อย่างอำมหิตผิดมนุษย์หรอกครับ
การยึดอำนาจ รัฐประหาร ในสมัยนี้ ทำบ่อยๆ ไม่ดีนะครับ เพราะอาจจะชักพาศึกนอกเข้าบ้านได้
เพราะต่างประเทศจะอ้างได้ว่า ที่ต้องเข้ามา ก็เข้ามาช่วยพัฒนาประชาธิปไตยให้กับประเทศที่ด้อยพัฒนา
อย่าให้ไปถึงวันนั้น จะดีกว่าครับ
ดังนั้น หยุดการรัฐประหารทุกรูปแบบ เสียแต่วันนี้ จะดีที่สุดครับ เพื่อนๆครับ สวัสดี.
ปล. เพราะทุกวันนี้ ผมเดินตามสภากาแฟ กลิ่นอายของระบอบเผด็จการ รัฐประหาร ยังไม่จางหายไป ยังส่งกลิ่นอายมาเป็นระยะๆ อยู่ครับ.
ขอยกอีกกระทู้มาตอบแล้วกัน htt
ขอยกอีกกระทู้มาตอบแล้วกัน
http://www.prachatai3.info/journal/2012/06/40933
วันนี้ มีหลายๆความเห็น
วันนี้ มีหลายๆความเห็น ชัดเจนครับ สวัสดี.
ผมยังมีความเห็นเสนอต่อฝ่ายนิต
ผมยังมีความเห็นเสนอต่อฝ่ายนิติบัญญัติ เช่นเดิมว่า
************ ควรรอการลงมติ วาระที่ 3 ไว้จนกว่าปัญหาวิกฤติรัฐธรรมนูญ จะถูกแก้ไข **********
อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญ 2550 นี้ถูกร่างแบบหมกเม็ดที่สุด ซึ่งผมจะกล่าวต่อไปในความเห็นหน้า แต่ขอพูดถึงประเด็น การยื่นฟ้องตาม ม.68 และศาลธณญชัย รับคำฟ้องไปแล้วนั้น น่าจะมีรายการลับ ลวง พลางให้ไขว่เขว้ ดังนี้
1. ผู้ที่ถูกฟ้องในคดีนี้ คือใคร ซึ่งเรื่องนี้ ศาลธณญชัย มิได้พยายามพูดถึง ยอมเจ็บตัวเพื่อบรรลุผล ปล่อยให้สาธารณชนเข้าใจว่าผู้ถูกฟ้องคดี คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ
แต่ผมมองว่า ผู้ถูกฟ้องคดีนี้ คือ ผู้ที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็คือ สส. สว. และพรรคการเมือง(ต้นสังกัด) โดยใช้สิทธิตาม ม.291 (เรื่องนี้เป็นการสิทธิหรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แน่นอน) และยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองการกระทำครั้งนี้ (? ? ?)
2. เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีนี้ คือ ผู้ที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วไปเกี่ยวอะไรกับการกระทำของฝ่ายนิติบัญญัติ ทำไม ไม่พิจารณาว่า การยื่นร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญ จะเป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้หรือไม่ คำตอบ คือ ผลของการกระทำยังห่างไกลกว่าที่สัมพันธ์กับการกระทำ หรือแม้การกระทำนี้ไม่ต้องการผลก็ยังไม่สามารถแสดงถึงเจตนาได้ เพราะอำนาจการพิจารณาเป็นดุลยพินิจโดยอิสระของสภา เพราะสภาอาจแก้ไขถ้อยคำหรือไม่รับร่าง
แต่ผมเกรงว่า ศาลธณญชัยอาจมั่วหยิบหลัก "Innocent Agent" ขึ้นมาพิจารณา โดยพยายามชี้ให้เห็นถึงความพยายามของผู้ถูกฟ้องคดี ว่าได้พยายามใช้รัฐสภา ซึ่งมีอำนาจกระทำการ ในฐานะ "Innocent Agent" ดังนั้นการบรรลุผลของการกระทำนี้ เป็นการกระทำของบุคคลหรือพรรคการเมือง โดยยืมมือสภา
3. นักวิชาการนิติศาสตร์อาจแย้งว่า ฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่อาจเป็น Innocent agent ได้ เพราะการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นการใช้ดุลยพินิจโดยอิสระ ไม่อาจถูกครอบงำได้ ต่อให้ พรรคที่มีเสียงข้างมาก ก้ไม่อาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ หาก ไม่ได้รับการสนับสนุนจาก สว.
แต่อย่าลืม ว่า ศาลธณญชัย มักใช้หลักกฎหมาย แบบครึ่งๆกลางเสมอ เพื่อบรรลุธงที่วางไว้ เพราะ
"ศาลธณญชัย คือ กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจใช้วิธีพิจารณาความแบบไต่สวน แต่หาได้ใช้หลักไต่สวนแบบสากล แต่กลับใช้หลักไต่สวนแบบไทย ไทย ซึ่งถึงแม้จะมิใช่การใช่วิธีการไต่สวนแบบโบราณ คือบีบขมับ ตอกเล็บ หลักไต่สวนแบบไทย ไทย จะนำหลักการไต่สวนแบบสากลมาบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาแบบมีประสิทธิภาพ โดยให้ผู้มีอำนาจวินิจฉัยสามารถ ค้นหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยไม่จำกัด แต่หลักการนี้ต้องอยู่ในประเด็นที่อยู่ในคำร้องฟ้องและคำให้การ มิใช่ให้ศาลธณญชัยหยิบยกประเด็นที่ไม่ได้ต่อสู้กันไว้มาใช้พิจารณา ผู้มีอำนาจพิจารณาต้องมีความเป็นกลางในการค้นหาข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย เพื่อพิสูจน์ผิดถูกของทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน โดยต้องให้ฝ่ายที่ได้รับผลร้าย ได้ทราบข้อกล่าวหาและข้อต่อสู้ อย่างชัดเจน แต่ศาลธณญชัย จะหยิบยกข้อกฎหมายที่อยากจะใช้ ขึ้นมา โดยมีแม้แต่คู่กรณี ยังไม่รู้เลยว่า ตนจะชนะคดี หรือตนจะแพ้คดี เพราะข้อกฎหมายนั้นมันอยู่ในการต่อสู้"
4. ไม่มีใครเดาใจได้ ว่าศาลธณญชัย จะใช้อะไร มาเป็นหลัก ของคำว่า "ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"
เพราะหากศาลธณญชัย ยังคงยืนยันหลักที่ว่า การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 (ฉีกรัฐธรรมนูญ) ก็คือ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยไม่สนใจว่าจะมีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ที่ดีกว่า หรือแย่กว่ามาแทนที่
และศาลธณญชัย อาจวินิจฉัยได้ว่า นั่นหมายความว่า ทันทีที่ สภาลงมติวาระ 3 การใช้สิทธิและเสรีภาพของบุคคลหรือพรรคการเมือง เข้าใกล้เจตนา การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้ว
เรียน
เรียน เพื่อนไทยทุกท่าน
ผมเป็นคนทั่วไปใส่เสื้อทุกสี ชอบความเป็นธรรม เที่ยงธรรม เที่ยงตรง และผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่หนึ่ง ผมไม่รู้กฏหมายมากมายหรอกแต่ผมอ่านภาษาไทยออก แม้จะไม่ใช่ปรมาจารย์ทางด้านภาษา หรือทางด้านตรรกวิทยาใด ๆ
ขอยกมาตรา 68 มา...รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 68 “บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว...”
ในมาตรา 68 วรรคสอง เขียนว่า บุคคล หรือพรรคการเมืองใดกระทำตามวรรคหนึ่ง ผมคิดว่า รัฐสภา ไม่ใช่บุคคลหรือพรรคการเมือง จึงต้องไปดูคำร้องของผู้ร้องว่ามีรายละเอียดเป็นอย่างไร เขาร้องต่อศาลให้ดำเนินการกับบุคคลหรือพรรคการเมืองหรือไม่ ถ้าใช่ การที่ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่องไว้ก็ชอบแล้ว ตาม "ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ _และ_ ยื่นคำร้องของให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว" ซึ่งมันก็ชัดเจนแล้วว่าทำได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ การไปสั่งสภาให้หยุดพิจารณานั้นคงไม่ได้ แต่ถ้า "ขอ" ไม่ "สั่ง" ให้ชะลอไว้ก่อนน่ะ ผมคิดว่าน่าจะได้ เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือคอขาดบาดตายอะไร ผมไม่ใคร่เข้าใจว่า ท่านนักวิชาการชำนาญการทั้งหลายท่านเสวนากันที่ประเด็นไหน แน่ แต่ที่นักการเมืองพูดน่ะ แน่นอนว่าเขาเลือกข้างแน่ ผมจึงขอสรุปว่า ถ้าตุลาการขอให้ชะลอไว้ก่อน สามารถทำได้ แต่ถ้าสั่งน่ะทำไม่ได้แน่เพราะ "สภา" ไม่ใช่บุคคลหรือพรรคการเมือง ตามที่ระบุในรัฐธรรมนูญนี้
ผมเข้าใจของผมอย่างนี้นะว่า ให้อัยการดำเนินการสอบข้อเท็จจริงไป ขณะที่ศาลก็ขอให้ทางสภาชะลอไว้เพื่อรอผลการสอบข้อเท็จจริงจากอัยการ แล้วเมื่ออัยการสรุปข้อเท็จจริงแล้ว และเสนอไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ให้มีคำวินิจฉัยสั่งการต่อไป ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้น
ขอบคุณครับ
ฉลาด/นักฟิสิกส์สมัครเล่น
chun wrote:เรียน
[quote=chun]เรียน เพื่อนไทยทุกท่าน
ผมเป็นคนทั่วไปใส่เสื้อทุกสี ชอบความเป็นธรรม เที่ยงธรรม เที่ยงตรง และผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่หนึ่ง ผมไม่รู้กฏหมายมากมายหรอกแต่ผมอ่านภาษาไทยออก แม้จะไม่ใช่ปรมาจารย์ทางด้านภาษา หรือทางด้านตรรกวิทยาใด ๆ
ขอยกมาตรา 68 มา...รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 68 “บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว...”
ในมาตรา 68 วรรคสอง เขียนว่า บุคคล หรือพรรคการเมืองใดกระทำตามวรรคหนึ่ง ผมคิดว่า รัฐสภา ไม่ใช่บุคคลหรือพรรคการเมือง จึงต้องไปดูคำร้องของผู้ร้องว่ามีรายละเอียดเป็นอย่างไร เขาร้องต่อศาลให้ดำเนินการกับบุคคลหรือพรรคการเมืองหรือไม่ ถ้าใช่ การที่ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่องไว้ก็ชอบแล้ว ตาม "ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ _และ_ ยื่นคำร้องของให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว" ซึ่งมันก็ชัดเจนแล้วว่าทำได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ การไปสั่งสภาให้หยุดพิจารณานั้นคงไม่ได้ แต่ถ้า "ขอ" ไม่ "สั่ง" ให้ชะลอไว้ก่อนน่ะ ผมคิดว่าน่าจะได้ เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือคอขาดบาดตายอะไร ผมไม่ใคร่เข้าใจว่า ท่านนักวิชาการชำนาญการทั้งหลายท่านเสวนากันที่ประเด็นไหน แน่ แต่ที่นักการเมืองพูดน่ะ แน่นอนว่าเขาเลือกข้างแน่ ผมจึงขอสรุปว่า ถ้าตุลาการขอให้ชะลอไว้ก่อน สามารถทำได้ แต่ถ้าสั่งน่ะทำไม่ได้แน่เพราะ "สภา" ไม่ใช่บุคคลหรือพรรคการเมือง ตามที่ระบุในรัฐธรรมนูญนี้
ผมเข้าใจของผมอย่างนี้นะว่า ให้อัยการดำเนินการสอบข้อเท็จจริงไป ขณะที่ศาลก็ขอให้ทางสภาชะลอไว้เพื่อรอผลการสอบข้อเท็จจริงจากอัยการ แล้วเมื่ออัยการสรุปข้อเท็จจริงแล้ว และเสนอไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ให้มีคำวินิจฉัยสั่งการต่อไป ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้น
ขอบคุณครับ
ฉลาด/นักฟิสิกส์สมัครเล่น[/quote]
คดีเทียบเคียงนี้ เคยมีการร้องต่อศาลรัฐธรรนูญมาแล้ว ศาลฯไม่รับ บอกว่า ต้องผ่านอัยการก่อน (มีการร้องว่า คน ปชป.กระทำความผิด) แต่เคสนี้ อัยการยังไม่ทันขยับ ศาลฯรับเรื่องแล้ว ยังนี้ จะให้สังคมมองยังไงครับ.....บรรทัดฐานอยู่ตรงไหนครับ...
ต่อไป
ต่อไป ผมจะพูดถึงการหมกเม็ดในรัฐธรรมนูญ 2550 และแนวทางที่ควรแก้ไข
1. รัฐธรรมนูญ มาตรา 291(1) วรรคสอง "ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะเสนอมิได้"
...................การบัญญัติเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ?????????
...................หมายความว่า หากฝ่ายนิติบัญญัติ เห็นว่า ญัตตินั้นไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือไม่มีผลเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ ก็จบหรือ
...................จบหมายความว่า
...................1. หากมีผู้ที่เห็นว่าฝ่ายนิติบัญญัติ ปล่อยให้มีการเสนอญัตติ ม.291(1) วรรคสอง ก็ถือว่าเป็นกรณี ที่เป็นการใช้อำนาจที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก็ต้องดำเนินการตาม ม.271 ต่อไป ซึ่งในกรณี องค์กรที่มีอำนาจวินิจฉัยว่ามีผลการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ ในกรณีนี้ก็คือ ปปช. และ/หรือ
...................2. มาตรานี้ผูกพัน กับมาตรา 68 เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะเข้ามาตรวจสอบ โดยอาศํยอำนาจ ตามมาตรา 68 ซึ่งแน่นอน เรื่องนี้นักวิชาการทั้งปฐพีไทย คัดค้านมาอย่างแหลกราณ แล้ว แต่ศาลก็ยังยืนยันอำนาจ
2. ฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้โดยตรง ควรใช้องค์กร ฝ่ายวิชาการของตนที่มีอยู่ คือ สถาบันพระปกเกล้า จัดประชุมและเสวนา โดยเชิญองค์กรที่เกี่ยวข้อง คือ ตลก.ศาลรัฐธรรมนูญ และ กรรมการ ปปช. มาร่วมแสดงความเห็น เพือ่ค้นหาหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ เช่น อำนาจในการตรวจสอบตาม ม.291(1) วรรคสอง เป็นเรื่องของใครได้บ้าง หรือการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีองค์ประกอบอะไรบ้าง เช่น การขัดขวางการทำงานของสภา การขัดขวางการทำงานของฝ่าบบริหาร การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยยกเลิกทั้งฉบับ รวมถึงการใช้สิทธิหรือเสรีภาพหากกระทำตามขั้นตอนหรือวิธีการที่กำหนดในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ถือว่าเข้าข่ายหรือไม่
แน่นอนผลการประชุม ไม่อาจผูกพัน การใชอำนาจอิสระในการวินิจฉัย ของ ศาลรธน. และกรรมการ ปปช. แต่การเสวนา จะได้หลักวิชาการ ที่เป็นที่ยอมรับ ซึ่งหมายความว่า หากกรรมการปปช. หรือตลก.ศาลรัธรรมนูญ ที่วินิจฉัยออกจากหลักที่ตนเองร่วมวางไว้ ยอมแสดงถึงการใช้หลักกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
และหากผลการประชุม ยังสรุปไม่ได้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจตรวจสอบหรือเพิกถอนการกระทำของสภาในเรื่องนี้ได้หรือไม่ ก็ควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนำบทบัญญัติ คล๊ายๆ ม. 154 การควบคุมความชอบด้วยกฎหมายมาใช้เลย เพื่อคุ้มครองการทำงานของสภา
หรืออย่างที่ผมเสนอไว้ คือ
................แก้ไข เพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคห้า ว่า "การกระทำการตามวรรคหนึ่ง ไม่หมายความรวมถึง การใช้สิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลหรือพรรคการเมืองหรือการใช้อำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ตามขั้นตอนหรือวิธีการที่บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญนี้หรือกฎหมายอื่น"
บางกอก
[quote=บางกอก]ผมอยากจะแจ้งความคืบหน้าของข่าวสารเรื่องนี่ให้ท่านผู้เขียนบทความและผู้อ่านท่านอื่นได้ทราบว่า
เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว สิ่งที่ฝ่ายต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการที่ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญนั้น ทั้งพันธมิตรทั้งพรรคฝ่ายค้านทั้งชาวบ้านทั่วไป เขาต่างอยากให้สภาผู้แทนเร่งลงมติผ่านวาระ๓ให้เร็วที่สุด
กรรมอันเป็นเครื่องส่อเจตนาจะได้ถูกปฏิบัติไป เป็นหลักเป็นฐานให้ศาลรัฐธรรมนูญเขาพิจารณาตามคำร้อง
ดังนั้น โปรดอย่าช้าครับ เปิดประชุมเมื่อไหร่ ท่านประธานสภาโปรดบรรจุวาระเข้าไปได้เลย......ครับท่าน ยิ่งเร็วยิ่งดี...............
อย่ามัวแต่เสียเวลามาทำ..ปากกล้า ขาสั่น หางตก...กันอีกต่อไป....[/quote]
เจ๊บางกอกเป็นเอามาก...อาการคลั่งลงตับ....แสดงอาการเย้ยหยันประชดประชันอย่างคนสิ้นคิด...ฮา
มันกงการอะไรที่จะมายุให้สภารีบประชุมลงมติวาระ3 มันกงการอะไรเหล่าลูกหาบอำมาตย์ตุ๊ดหงอก พาลธหมา สลิ่ม แมลงสาบ สส.ถ่อยพรรคประชาธิเปรตที่อ้างว่าเคารพระบอบรัฐสภา...แต่แสดงอาการสติแตกในสภาอย่างคนไร้การศึกษาไร้การอบรม.เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา..กระสันจ้องจะล้มรบ.ที่ปชช.เลือก...รอเสียบเพื่อเป็น นายกฯเป็นรัฐบาลแทน
...คนเหล่านี้ได้แสดงธาตุแท้ สันดานดิบ ถ่อยเถื่อน จนล่อนจ้อนหมดเปลือก ไร้ยางอาย
การลุแก่อำนาจ ใช้อำนาจนอกระบบ ถ่อยเถื่อน มั่ว ก้าวก่ายอำนาจนิติบัญญัติ และบริหาร.เมื่อปล้นอำนาจไปจัดตั้งรบ.ในค่ายทหาร...สำเร็จ.ก็ลุแก่อำนาจใช้อำนาจสั่งสั่งสไนเปอร์เข่นฆ่า ไล่ล่า ขังลืม ปชช.คนไทยตาดำๆผู้บริสุทธิ์
..สภานิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร มาจากอำนาจที่ปชช.เลือก....คืออำนาจหลักของประเทศปชต.ที่ทั่วโลกยอมรับกันมีประวัติมายาวนาน....ประเทศไทยก็อาศัย..สภานิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร เป็นอำนาจหลักในขับเคลื่อนประเทศ..
ส่วนอำนาจตุลาการเสาหลักที่3..มีความสำคัญที่จะสร้างความยุติธรรมให้สังคมมาโดยตลอด ปชช.ให้การยอมรับเพราะทำหน้าที่ตรงไปตรงมาไม่เอนเอียง...
แล้วสาลรัดทำนวยฯแก๊งนี้มาจากไหน เมื่อไหร่ ผลงานตัดสินมั่วเอนเอียงจนคนเสื่อมศรัทธา ยังจะมาใช้อำนาจอะไร มามั่วก้าวก่ายอำนาจหลักของประเทศทั้ง นิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร
เป็นตัวแทนสูงสุดของ อำนาจตุลาการหรือ..ที่มาก็น่าสะอิดสะเอียนมาจากการตั้งของ คมช. ๆซึ่งสลายตัวเหลือแต่ชื่อเสียงในทางที่เลวปล้นอำนาจปชช...แต่ทิ้งมรดกบาปทิ้งอำนาจนอกรัฐธรรมนูญที่แฝงเร้น ใช้อำนาจผ่านร่างทรง..ทั้งโดยสื่อโจรเสื้อเหลืองโกงธนาคาร..ร่างทรงพรรคประชาธิเปรตที่แสดงอาการถ่อยเถื่อนในสภาอันทรงเกียรติ....และสาลรัดทำนวยหัวคูณ และองค์กรอิสระที่เอนเอียง..ฮา
สภานี้มาจากเสียงปชช.เป็นสถาบันทรงเกียรติ์ การจะทำงานมีหลักการ...จะคิดทำอะไรย่อมมองเห็นประโยชน์คนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้มีที่มาน่าสะอิดสะเอียนเหมือนสาลรัดทำมะนวยฯ จ้องยุบทำลายพรรคการเมืองของ ปชช. แต่อุ้มช่วยพรรคประชาธิเปรตไม่ให้โดนยุบซ้ำๆซาก
สภาเขาคงไม่บ้าจี้ประชุมลงมติวาระ 3 ตามแรงยุโง่ๆของกากเดนเผด็จการหรอก เขามีหลักการขั้นตอนระเบียบวิธีทำงานอย่างมีหลักการและอย่างมีเกียรติ์ ใช้เหตุผล...ฮาๆ....อย่าทำปากดีประชดประชันแดกดัน...ถึงเวลา สภาเขาก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดของเขาเองแหละ...ไม่มั่วไม่ถ่อยเหมือนกากเดนเผด็จการทรราช และศาลรัดทำมะนวยหัวคูณก็แว้วกัน......
ปชช.ลุกฮือเมื่อไหร่เด๋วก็รู้ว่าใคร...ปากกล้า ขาสั่น หางตก. ฮา ฮา
ตะหลิวเล็ก
[quote=ตะหลิวเล็ก]เสียงข้างมากในสภา ณ พ.ศ.นี้ เหมือนแต่ก่อนซะเมื่อไหร่ ก่อนนั้น เลือกแล้วปชช.ก็หมดหน้าที่ แล้วสส.จะไปทำอะไรก็ช่าง แต่นี่เขามาแสดงตัวเป็นหมื่นเป็นแสน จี้สส.ของเขาให้ทำหน้าที่ตามที่เขาคาดหวัง มาแค่ตัวแทนเท่านั้นนะ อยู่ที่บ้านอีกเป็นล้านๆ แล้วท่านจะมุ่งพิทักษ์แต่สิทธิของฝ่ายผู้ร้องฝ่ายเดียวอย่างหัวชนฝา ท่านไม่เพียงแต่ตาบอดเท่านั้น ใจก็มืดบอดด้วย[/quote]
คนเป็นหมื่นเป็นแสน ลองให้เข้าเสียค่ารถค่าเดินทางมาเองดู จะได้ถึงพันไหม พลังมวลชนทุกวันนี้ ไม่ปกติ เคลื่อนไหว ตามอำนาจของคนมีเงิน ไม่ควรนำมาเป็นหลักในการปกครองประเทศ เชื่อผมเถอะ
ขออีกนิด
ขออีกนิด พวกคุณตีความตามใจพวกคุณ สรุปเอง แล้วบอกศาลรัฐธรรมนูญ เป็นตัวตลก พูดอย่างนี้ทุกเวป ทุกสื่อ บังเอิญ หรือ มีกระบวนการสร้างวาทะกรรม อยากแก้รัฐธรรมนูญบอกข้อเสียมาด้วย เลือกแก้บางมาตราได้ไหม นักการเมืองไม่ควรเขียนรํฐธรรมนูญเพราะพวกคุณจะเข้าไปใช้ ถ้าประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแล้วขอเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ จะว่าอย่างไร มีสติด้วย
lucky wrote:ตะหลิวเล็ก
[quote=lucky][quote=ตะหลิวเล็ก]เสียงข้างมากในสภา ณ พ.ศ.นี้ เหมือนแต่ก่อนซะเมื่อไหร่ ก่อนนั้น เลือกแล้วปชช.ก็หมดหน้าที่ แล้วสส.จะไปทำอะไรก็ช่าง แต่นี่เขามาแสดงตัวเป็นหมื่นเป็นแสน จี้สส.ของเขาให้ทำหน้าที่ตามที่เขาคาดหวัง มาแค่ตัวแทนเท่านั้นนะ อยู่ที่บ้านอีกเป็นล้านๆ แล้วท่านจะมุ่งพิทักษ์แต่สิทธิของฝ่ายผู้ร้องฝ่ายเดียวอย่างหัวชนฝา ท่านไม่เพียงแต่ตาบอดเท่านั้น ใจก็มืดบอดด้วย[/quote]
คนเป็นหมื่นเป็นแสน ลองให้เข้าเสียค่ารถค่าเดินทางมาเองดู จะได้ถึงพันไหม พลังมวลชนทุกวันนี้ ไม่ปกติ เคลื่อนไหว ตามอำนาจของคนมีเงิน ไม่ควรนำมาเป็นหลักในการปกครองประเทศ เชื่อผมเถอะ[/quote]
ตื่นเสียที คนเสื้อแดงไม่ได้แสดงออกถึงเจตนารมณ์แค่ด้วยการชุมนุมอย่างเดียว
ยังมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง มีการจัดตั้งหมู่บ้านคนเสื้อแดง
ตอนใช้อำนาจล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
คนล้มก็คงเข้าใจว่า พอล้มพรรคยึดเงิน พรรคก็จะแตกคนก็จะหาย
ดูถูกเขาว่าพอหมาตายเห็บหมัดก็หนี แล้วเป็นไง
จังหวัดผมมีคนไปลงคะแนนเลือก ส.ส.อันดับต้นของประเทศ ส.ส.เพื่อไทยมายกทีม
ตอนไปลงคะแนนผมไปก่อน 8 โมงเช้าหน่อย ชาวบ้านมารอกันเต็ม
คนส่งแก๊สบ้านผมบอกจะเลือกเพื่อไทยเพราะนโยบาย 300 บาท แถมพูดถึงคู่แข่ง โดยท้าวความ
ย้อนหลังไปเกือบ 20 ปี ว่าคู่แข่งคนนั้นเคยทำประวัติไม่ดีจนดังไปทั้งประเทศ
ประเทศไทยเปลี่ยนไปแล้ว ชาวบ้านที่เคยถูกดูถูกว่าโง่ก็เปลี่ยนไป มีแต่ชนชั้นกลางในเมือง
ที่ยังไม่ยอมรับรู้อะไร
แล้วอย่าเข้าใจว่าเพราะนโยบายประชานิยมอย่างเดียว วันนี้ ชาวบ้านรู้ถึงความไม่เป็นกลางของสถาบันต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องล่าสุดที่เรากำลังพูดถึงนี้ด้วย
มีสองอย่างที่จะทำให้บ้านเมืองสงบเหมือนเดิม
คือคนที่ยังไม่ยอมรับรู้ ยอมรับรู้และปรับตัวเปลี่ยนแปลง
หรือไม่ก็ ฆ่า คนเสื้อแดงให้มารกที่สุด ทำแบบสมัยโบราณ กำหราบให้กลัวจนอยู่หมัด
แค่ศาลสั่งยุบพรรค เอาทหารออกมารัฐประหาร แล้วตั้งรัฐบาลแห่งชาติ
คงเอาไม่อยู่หรอก เกิดมาไม่เคยเห็นน้ำท่วมใหญ่ก็มาเห็นเอาเมื่อปีที่แล้ว
เกิดมาไม่เคยคิดว่าคนไทยจำนวนเป็นแสนเป็นล้านจะลุกฮือ ก็ไม่แน่ว่าจะไม่เกิด ควายแดงของพวกคุณอาจจะโง่เอาอย่างพวกตะวันออกกลางก็ได้ ถึงตอนนั้น ก็ลองคิดดูเถอะว่าใครจะไล่ใครไปอยู่ที่อื่น
ไม่มีใครอยากเห็นประเทศไทยอยู่ในกลียุค แต่ใครเล่าเป็นคนก่อ ภาวะไร้กฎหมายเกิดจากการไม่เคารพกฎหมาย ใครทำก่อน ก็เหมือนการที่เสื้อแดงไปไล่คุณตั๊ก นึกย้อนไปสิว่า ใครไปตะโกนด่าทักษิณ ตอนกินข้าว ใครไปไล่ประธานสภาชัย ชิดชอบ (ตอนยังอยู่พลังประชาชน)
ผมเองมองทักษิณด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากพวกคุณหรอก มองเป็นพวกคนรวยเพราะการวิ่งเต้นผูกขาด เห็นแก่เงิน ปากพล่อย แต่เขาเลวหรือชั่วช้าถึงขนาดที่ประชาธิปัตย์พยายามจะวาดภาพขึ้นจริง ๆ หรือ
พวกคุณคนดีก็เหมือนพวกก่อสงครามศาสนา คิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ มีศีลธรรมจริยธรรมสูงส่ง
แต่ขอโทษครับ ที่ทำ ๆ กับมาตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยา 49 มันมีแต่เรื่องชั่วช้าทั้งนั้น
lucky...นักการเมืองไม่ควรเขีย
lucky...นักการเมืองไม่ควรเขียนรํฐธรรมนูญเพราะพวกคุณจะเข้าไปใช้...แสดงว่าไม่รู้เรื่องซะเลย..ที่แก้รธน.ตอนนี้ไม่ใช่ นักการเมืองไปแก้คราบบ...เขาใช้ สสร.ที่ ปชช.ทั้งประเทศเลือก...ฮา
จะให้แก้เป็นรายมาตรา..นั่นแหละ สส.ถึงจะแก้เอง..(เข้าใจให้ถูกต้องด้วย)..มันก็ขวางอยู่ดีแหละ..เพราะ สส.แก้เอง มันก็จะอ้างว่าไม่ฟังเสียง ปชช.เหมือนเดิม...พอแก้ รธน.ให้เลือกตั้ง สสร.โดย ปชช.เลือก..ขั้นตอนโปร่งใสตรวจสอบได้ เหมือน รธน.ปี40...มันก็หาเรื่องเกเรแสดงอาการถ่อยในสภาและใช้สาลรัทำนวยจะยุบพรรคอีกนั่นแหละ..มีอะไรที่รัฐบาลทำแล้วพรรคประชาธิเปรตไม่ค้านมั่ง...ยกตย.มาซิ..พรรคนี้มันน่ามืดกระสันอยากเป็นนายกฯเป็น รบ.แม้จะแพ้เลือกตั้ง
ปชช.ยังไม่เลือก สสร. สสร.มาจากปชช. สสร.เป็นตัวแทนปชช.ๆไม่เลือกคนเสียสติ คนเปลี่ยนแปลงการปกครองพวกล้มเจ้าแน่นอน ขบวนการล้มเจ้าก็โอละพ่อจับมือใครดมไม่ได้เผลอๆจะโดนฟ้องกลับเสียคนซะด้วย..อย่างไอ้ไก่อู
สสร....ยังเป็นวุ้นอยู่เลยทำไมจึงบ้าจี้แตกตื่นตาแหกเป็นกระต่ายตื่นตูม..ถูกไอ้ลิ้ม มาร์คปั่นหัวจนเลอะเทอะบ้ากันใหญ่
...แต่ฝ่ายแค้น แมลงสาบ พาลธหมา..สว.ลากตั้งกลัวตกงานไปฟ้อง.และกะให้ศาลรัดทำนวยฯช่วยยุบพรรครัฐบาล มาร์คเมือก จะได้รอส้มหล่นลงติงเสียบเป็น รบ. นายกฯสูตรเดิมๆ ปชช.รู้ทันหมดแล้ว แต่สลิ่มแกล้งโง่..ฮา
.ปกติก็ตัดสินคดีตามรับใบสั่งอำมาตย์หงอกที่อยู่เบื้องหลัง คมช.ซึ่งเคยส่ง สุรยุทธ งาบเขายายเที่ยง มาเป็นนายกฯทะเลาะกะหน้าแหลมฟันดำที่อดได้ตำแหน่ง(ที่แท้อำมาตย์มันก็ชั่วแย่งอำนาจกันเองไม่เคยเห็นหัวปชช.)..สุรยุทธโดนเปิดโปง และพาลธหมาก็ไม่ยอมรับฝีมือ..เสียคนจนถึงทุกวันนี้..
สาลรัดทำนวยฯก็กลัวตกงานเหมือนกานเพราะ คมช.ลากตั้งมากะมือ..เลยบ้าจี้ลงมาล้วงลูกอย่างน่าเกียจใช้กฎหมายแบบมั่วลูกเดียว..เลยโดนปชช.รักความเป็นธรรมโห่ ไล่..ฮา
รับเงินเดือนภาษีปชช.แท้ๆ..แต่ดันตัดสินคดีตามใบสั่งอำมาตย์หงอกซ้ำซาก.ขนาดไอ้ลิ้มยังรู้ผลตัดสินล่วงหน้าหลายครั้ง...คำสั่งมันจึงไม่ศักดิ์สิทธิ์เหมือนสั่งขี้มูก..กลายเป็นตัวตลกงี่เง่า...ทำตัวเป็นศาลโจรจ้องปล้นอำนาจ ปชช.....มีแต่สมุนโจรเท่านั้นที่เคารพหมอบกราบยอมรับศิโรราบกะคำสั่งศาลโจร..ฮาฮา
lucky wrote:ตะหลิวเล็ก
[quote=lucky][quote=ตะหลิวเล็ก]เสียงข้างมากในสภา ณ พ.ศ.นี้ เหมือนแต่ก่อนซะเมื่อไหร่ ก่อนนั้น เลือกแล้วปชช.ก็หมดหน้าที่ แล้วสส.จะไปทำอะไรก็ช่าง แต่นี่เขามาแสดงตัวเป็นหมื่นเป็นแสน จี้สส.ของเขาให้ทำหน้าที่ตามที่เขาคาดหวัง มาแค่ตัวแทนเท่านั้นนะ อยู่ที่บ้านอีกเป็นล้านๆ แล้วท่านจะมุ่งพิทักษ์แต่สิทธิของฝ่ายผู้ร้องฝ่ายเดียวอย่างหัวชนฝา ท่านไม่เพียงแต่ตาบอดเท่านั้น ใจก็มืดบอดด้วย[/quote]
คนเป็นหมื่นเป็นแสน ลองให้เข้าเสียค่ารถค่าเดินทางมาเองดู จะได้ถึงพันไหม พลังมวลชนทุกวันนี้ ไม่ปกติ เคลื่อนไหว ตามอำนาจของคนมีเงิน ไม่ควรนำมาเป็นหลักในการปกครองประเทศ เชื่อผมเถอะ[/quote]
เขาเรียกว่า ปชช.ลงขัน ลงแขก เลี้ยงโต๊ะจีน..โค่นอำมาตย์ทรราชเผด็จการชาติชั่ว ง่ะ...ถึงเวลารู้เอง..เกิดมาแล้วหลายครั้งทั้ง ตค.ปี16 พฤษภาทมิฬ ปี 35....อาหรับสปิงส์ที่บานสะพั่ง...อำมาตย์ระวังจะไม่มีแผ่นดินอยู่....นับตีน ปชช.ดู ซิ.
ครับคุณ555 ครับ
ครับคุณ555 ครับ ขอโคว๊ตข้อความคุณตามนี้
"1. ผู้ที่ถูกฟ้องในคดีนี้ คือใคร ซึ่งเรื่องนี้ ศาลธณญชัย มิได้พยายามพูดถึง ยอมเจ็บตัวเพื่อบรรลุผล ปล่อยให้สาธารณชนเข้าใจว่าผู้ถูกฟ้องคดี คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ
แต่ผมมองว่า ผู้ถูกฟ้องคดีนี้ คือ ผู้ที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็คือ สส. สว. และพรรคการเมือง(ต้นสังกัด) โดยใช้สิทธิตาม ม.291 (เรื่องนี้เป็นการสิทธิหรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แน่นอน) และยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองการกระทำครั้งนี้ (? ? ?)"
ตอบ.
อัยการการได้ให้ความเห็นยกคำร้อง(ตามที่ผมชี้ไว้แต่ต้นว่าคำร้องนี้มันขยะ) แล้วอัยการชี้ยินยันตามผมแล้ว ว่าขยะ??? มันชัดแล้วว่ามันคือขยะ??? ในเหตุผลของอัยการที่มีหน้าที่โดยตรงฟันธง ต่างจากจินตนาการส่วนตัวคุณตรงนี้ชนิดสุดขั่วเลย? นั้นแสดงว่าความเห็นคุณ(จินตนการส่วนตัวคุณ) ตรงนี้"มั่ว" (เน้นว่ามั่วมา) แล้วถ้า"มั่ว"คงไม่ต้องอธิบายหรือให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้อีก???
ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมี
ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการ ดังกล่าว
ผู้ทราบการกระทำ เป็น ประธาน
อัยการสูงสุด และ ศาล เป็น กรรม
และ จึงไม่มีความสัมพันธ์กับกรรม
ฉะนั้น และ เป็น ของประธาน
ตัวอย่าง ครูสั่ง นายแดงเสนอการบ้านให้เพื่อนตรวจสอบความถูกต้องและยื่นส่งครูผู้สอน
lucky wrote:ขออีกนิด
[quote=lucky]ขออีกนิด พวกคุณตีความตามใจพวกคุณ สรุปเอง แล้วบอกศาลรัฐธรรมนูญ เป็นตัวตลก พูดอย่างนี้ทุกเวป ทุกสื่อ บังเอิญ หรือ มีกระบวนการสร้างวาทะกรรม อยากแก้รัฐธรรมนูญบอกข้อเสียมาด้วย เลือกแก้บางมาตราได้ไหม นักการเมืองไม่ควรเขียนรํฐธรรมนูญเพราะพวกคุณจะเข้าไปใช้ ถ้าประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแล้วขอเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ จะว่าอย่างไร มีสติด้วย[/quote]
ตอบ.
ผมตอบเรื่องนี้ไว้หลายครั้งมาก และเชื่อว่าคุณ"lucky" ได้อ่านเกือบทุกครั้ง? เพราะอยู๋ในวงสนทนาหลายครั้ง เพราะการยก เนื้อหาของ"รัดซ่ะทำมันนูนปีห้าอสูร " มันเลวร้ายอย่างไร? มันยาวมาก(เล่าแต่ละครั้งจะไม่เหมือนกันเพราะขั้นกับสมาธิการเล่า) แต่ถ้าจะใช้พื้นที่ตรงนี้แบบแคบๆ เท่าที่จะอธิบายได้ก็คือ
"รัดซ่ะทำมันนูนปีห้าอสูร"นี้ ได้ออกแบบวางกับดักทางโครงสร้างอำนาจ เพื่อสร้างสัดส่วนโครงสร้างอำนาจที่ยึดโยงอำนาจฝ่ายปชต.แค่20%(แค่เชิงพิธีกรรมเลือกตั้ง) แต่อำนาจนอกปชต.80%ในสัดส่วนอำนาจที่จะวัดผลจริงๆ ในการเข้าตัดตอนการเข้าสู่อำนาจ ไม่ได้มาจากอำนาจการเลือกตั้ง เช่น ชัดๆคือการเลือกยุบไม่ยุบพรรค นั้นคือการใช้อำนาจนอกปชต.ผ่านศาลและองค์กรอิสระ(กอกอตอ)มันชัดๆจะจะหลายกรณีแล้วและเป็นการเลือกปฎิบัติผ่านอำนาจนอกปชต.ทั้งสิ้น???
ทั้ง111,109 ล้วนคือเหยื่อกาสิโนอำนาจครั้งนี้ แต่เลือกปฎิบัติรอดแค่สัตว์สงวนประชาวิบัติ(ปชป)ทั้งที่ตัวนี้ถ้าใช่ตรรกะเดียวกันมันคือพรรคที่สมควรถูกยุบพรรคแรกในนิยามแบบนั้นของเขาถ้าไม่เลือกปฎิบัติ???เพราะคือพล็อตการกำกับหนังหน้าหนา"ล้านแล้วจ้าลูกป๋าเข้าวิน"(เกมย้ายขั่วอำนาจที่สุดทุเรศมันใช้อำนาจดิบๆเถื่อนแบบสุดๆแล้ว) เพื่อตอบสนองนีดเกมกาสิโนอำนาจนี้ ผ่านโครงสร้างอำนาจที่ออกแบบผ่าน"รัดซ่่ะทำมันนูน"ปีห้าอสูร
นั้นคือวางกับดักทางอำนาจ ไว้หลายชั้นที่ไม่ว่ารบ.ไหนมาไม่ว่าเพื่อไทยปชป. บนโครงสร้างอำนาจแบบนี้ ผมต่อให้รบ.เทวดาก็ต้องนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะตอแหล หรือใช้วิชาตอแหลศาสตร์ แบบนักการเมืองโดยเฉพาะปชป.ไม่เป็น? จึงไปไม่เป็น? เพราะเส้นทางมันต้องไปแบบนั้นเท่านั้นจึงจะอยู่รอด แล้วเทวดาถ้าใช้วิชาตอแหล(พูดอะไรให้ไกลความจริงเข้าไว้หรือวิ่งหนีความจริง)ก็ไม่ไช่เทวดา? นั้นคือผมจึงฟันธงว่าต่อให้เทวดารบ.เทวดาเจอเคสโครงสร้างอำนาจแบบนี้ก็นั่งร้องไห้ไปไม่เป็นครับ???
เพราะโครงสร้างอำนาจแบบมันไม่เอาอะไรเลย? ทั้งเรือยยนต์ปชต.และเรือสำเภากางใบ เพราะทิศทางมันล้างผลาญกันดีสเครดิตรกันเองแย่งความชอบธรรมในการคุมเรือในตัวโครงสร้างอำนาจแบบนี้ ยิ่งร.50 มันออกแบบวางกับดักหลายชั้นให้กระบวนการทางปชต.ติดกับดัก เช่นสัดส่วนอำนาจศาลมั่วทุกสนามอำนาจศาลเป็นทั้งผู้กำกับ ผู้แสดง แบบ ชงเองตบเองหมด?คือทั้งกรรมการและผู้เล่นหรือคู่กรณีไม่ใช่ผู้ระงับเหตุมันจึงยิ่งมั่วนัวเนียแบบนี้???
เช่นการเขียนบทให้ฝ่ายบริหารแล้วมั่ว นิติบัญฯ(กรณีมาบตาพุดที่ศาลสั่งเฟอร์นิเจอร์เข้าก่อนบ้านมีเสามีหลังคา มั่วงานอคนเซ้าท์(บริหาร) และนิติบัญฯ(เพราะกกหมายประกอบหน้างานนิติบัญฯโดยศาลยึดไปหมด) ความเสียหายในการเขียนบทกำกับและสั่งลงโทษกรณีคดีทักษิณมั่วมาก(ท้าดีเบตศาลพระโคทุกตัวว่ามั่วอย่างไร)
เงื่อนไขเพราะโครงสร้างอำนาจในร.50ออกแบบไว้อย่างนั้น? แล้วเป็นกับดักทางอำนาจที่วางไว้หลายชั้นมาก? แล้วถ้า บ้านเมืองจะเดินได้ต่อ ถ้าไม่ถอดสลักระเบิดที่ผู้ก่อการร้าย(ไม่สากลแต่ดิบเถื่อนถ่อยแบบไทยๆ) ได้วางกับดักไว้แบบนี้ไม่ถูกถอดสลักออก ภายใต้กฎหมา(เน้นหมา) "รัดซ่ะทำมันนูนปีห้าอสูร" ประเทศไทยจะติดกับดักวังวนกาสิโนอำนาจในพันธนาการแบบนี้ถาวรไม่ไปไหน มันก้จะวนแล้ววนๆๆๆๆแบบนี้มั่วนัวเนียกันอยู่แค่นี้??? อย่าไปฟันถึงสวรรค์วิมานเรื่องอื่นๆ? เช่นปากท้อง เพราะกับดักนี้มันพ่วงทุกเรื่องทุกมิติ???
แล้วพัฒนาการปชต.ไทยจะไหลย้อนกลับจากเรือยนต์ปชต.ไปหาเรือสำเภากางใบในสัดส่วนที่เร็วมาก เพราะตอนนี้เราอยู่ในสถานภาพพัฒนากรทางปชต.หลังยุคปรีดี? นั้นคือย้อนหลังไปหลายสิบปี นี่คือมหามหันตภัยจากสิ่งที่เกิดขึ้นไม่กี่ปีที่แล้วๆมานี้ต่อชะตากรรมอนาคตปชต.ไทยมันเลยร้ายระดับนั้น แค่ควายไทยแบบคุณ? มันดักดานถาวร เพราะติดกับดักพันธนาการหลายชั้นตรงนั้นแบบซึมลึกขนต่อมปชต.พลังทางปชต.มันตายด้านไปแล้ว???
chim
[quote=chim]ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการ ดังกล่าว
ผู้ทราบการกระทำ เป็น ประธาน
อัยการสูงสุด และ ศาล เป็น กรรม
และ จึงไม่มีความสัมพันธ์กับกรรม
ฉะนั้น และ เป็น ของประธาน
ตัวอย่าง ครูสั่ง นายแดงเสนอการบ้านให้เพื่อนตรวจสอบความถูกต้องและยื่นส่งครูผู้สอน[/quote]
ตอบ.
เนื้อหาคือการบ้า(เน้นว่าบ้าไม่ใช่บ้าน)นั้น มันมีเนื้อหา แบบไหน? อัยการชี้ขาดไปแล้ว นั้นคือกระบวนการชั้นอัยการในดุลยพินิจเบื้องต้น แต่หน้างานศาลรับมาโดยขาดการกรอง ตามเจตนารมณ์กฎหมายม.68การรับ เพราะอ้างคำว่า"และ" ที่ขัดเจตนารมณ์ กฎหมายนี้ นั้นคือ ถ้าศาลเต้นตามคำร้องขยะทุกกรณี แล้วมีคำสั่งไปขวางองคกรระดับสูงสุดของประเทศแบบนี้บ่อยๆความเสียหายศาลพระโคเหล่านี้มันรับผิดชอบอะไร?
มันเล่นซนไม่เข้าเรื่องเพื่อเอาชนะคะคานไร้สาระแบบนี้ แต่ความเสียหายล่ะ?ในการเอาคำร้องขยะมากอดไว้แถมออกคำสั่งไปกระทบองค์กรสำคัญ ที่หมายถึงหน้างานที่เขาจะเสียหายมหาศาล เพียงเพราะศาลทำงานผิดขั้นตอนตามเจตนารมณ์กฎหมายนี้
ดังนั้นคำว่าและจึงมีเนื้อหาโดยนัยยะที่ค้านเจตนารมณ์มาตรา68 การใช้ช่องทางนี้ จึงต้องมีวุฒิภาวะพอ ในการตีความเพราะมันค้นเจตนารมณ์ข้อกฎหมายนี้เนื่องจากผลกระทบมหาศาลมา ถ้ารับขยะมาทุกเคศ มันป่วนสภา,ป่วนหน้างานองคกรหลักสูงสุดของประเทศเลย
ถ้าคำร้องฟันน้ำนมแบบนี้ไปมีผลป่วนแบบนี้(ไม่ได้คิดเองอัยการชี้ชัดฟันธงแล้ว แต่ศาลพระโคมันยังไม่ได้อ่านเลยมั้ง มันบอกว่ารับเพราะมาตามที่เชื่อว่าถูกต้อง) แต่คว่าถุกต้องของมันสร้างเื่อนไขทั้งขัดเจตนารมณ์ข้อกฎหมายนี้และชั้นอัยการชี้ชัดฟันธงไปแล้วว่าคืออะไร?
ไม่มีอะไรโพสต์ครับอ่านความเห็
ไม่มีอะไรโพสต์ครับอ่านความเห็นของฝ่ายประชาธิปไตยกับพวกคลั่งอำมาตย์อำนาจเหนือมนุษย์ พวกคลั่งอำมาตย์มันก็ยังแหล่ไปแถ่ไปอยู่ดี แต่ผมดีใจนะที่ประชาชนเริ่มที่จะมาสนใจผลประโยชน์ของตนเองมากขึ้น ไม่ใช่โดนพวกอำมาตย์มันหลอกเช้าหลอกเย็น
อะตอม wrote:chim
[quote=อะตอม][quote=chim]ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการ ดังกล่าว
ผู้ทราบการกระทำ เป็น ประธาน
อัยการสูงสุด และ ศาล เป็น กรรม
และ จึงไม่มีความสัมพันธ์กับกรรม
ฉะนั้น และ เป็น ของประธาน
ตัวอย่าง ครูสั่ง นายแดงเสนอการบ้านให้เพื่อนตรวจสอบความถูกต้องและยื่นส่งครูผู้สอน[/quote]
ตอบ.
เนื้อหาคือการบ้า(เน้นว่าบ้าไม่ใช่บ้าน)นั้น มันมีเนื้อหา แบบไหน? อัยการชี้ขาดไปแล้ว นั้นคือกระบวนการชั้นอัยการในดุลยพินิจเบื้องต้น แต่หน้างานศาลรับมาโดยขาดการกรอง ตามเจตนารมณ์กฎหมายม.68การรับ เพราะอ้างคำว่า"และ" ที่ขัดเจตนารมณ์ กฎหมายนี้ นั้นคือ ถ้าศาลเต้นตามคำร้องขยะทุกกรณี แล้วมีคำสั่งไปขวางองคกรระดับสูงสุดของประเทศแบบนี้บ่อยๆความเสียหายศาลพระโคเหล่านี้มันรับผิดชอบอะไร?
มันเล่นซนไม่เข้าเรื่องเพื่อเอาชนะคะคานไร้สาระแบบนี้ แต่ความเสียหายล่ะ?ในการเอาคำร้องขยะมากอดไว้แถมออกคำสั่งไปกระทบองค์กรสำคัญ ที่หมายถึงหน้างานที่เขาจะเสียหายมหาศาล เพียงเพราะศาลทำงานผิดขั้นตอนตามเจตนารมณ์กฎหมายนี้
ดังนั้นคำว่าและจึงมีเนื้อหาโดยนัยยะที่ค้านเจตนารมณ์มาตรา68 การใช้ช่องทางนี้ จึงต้องมีวุฒิภาวะพอ ในการตีความเพราะมันค้นเจตนารมณ์ข้อกฎหมายนี้เนื่องจากผลกระทบมหาศาลมา ถ้ารับขยะมาทุกเคศ มันป่วนสภา,ป่วนหน้างานองคกรหลักสูงสุดของประเทศเลย
ถ้าคำร้องฟันน้ำนมแบบนี้ไปมีผลป่วนแบบนี้(ไม่ได้คิดเองอัยการชี้ชัดฟันธงแล้ว แต่ศาลพระโคมันยังไม่ได้อ่านเลยมั้ง มันบอกว่ารับเพราะมาตามที่เชื่อว่าถูกต้อง) แต่คว่าถุกต้องของมันสร้างเื่อนไขทั้งขัดเจตนารมณ์ข้อกฎหมายนี้และชั้นอัยการชี้ชัดฟันธงไปแล้วว่าคืออะไร?[/quote]
1.ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมี *สิทธิ* "(ผู้ทราบ)เสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง" *และ* "(ผู้ทราบ)ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย" สั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
2.ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมี *สิทธิ* (ผู้ทราบ)เสนอเรื่องให้ "อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง" *และ* "(อัยการสูงสุด)ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย" สั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
- เนื้อหาคงไม่บ้าอะไรครับ มันขึ้นกับรูปประโยค จากข้อความที่เหมือนกันคือ ประธาน (ผู้ทราบการกระทำ) เป็นผู้ยื่น กับกรรมสุดท้าย (ศาลรัฐธรรมนูญ) เป็นผู้วินิจฉัย ส่วนกรรมแรก (อัยการสูงสุด) มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง(และยื่น)เท่านั้นเองครับ
- คำว่า *และ* ในความเข้าใจคือทั้ง 2 อย่าง ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง ตามข้อแรกผู้ทราบการการทำยืนเสนออัยการสูงสุดและยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ข้อ 2 ผู้ทราบยื่นให้อัยการสูงสุด อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามที่เข้าใจคือยังไงก็ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ใช่อัยการสูงสุดที่มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ตามความเข้าใจที่ศาลท่านมองว่ารับได้ทั้ง 2 ทางเพราะถ้ารับได้ทางเดียวจะทำให้อัยการสุงสุดหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยคำว่า "และ" คือไม่สามารถวินิจฉัย มันน่าจะไม่ถูกต้องตามหน้าที่ของอัยการสูงสุดที่มักจะมีอำนาจวินิจฉัยยื่นหรือไม่ยื่นก็ได้ ก็เข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญสมควรให้เป็นหน้าที่ศาลไม่ใช่อัยการสูงสุด และเขาเขียนชัดเจนว่าศาลเป็นผู้วินิจฉัย อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็น่าจะเป็นเอกสารประกอบการวินิจฉัยของศาล การไม่ยื่นของอัยการสูงสุดที่มีความเห็นว่าไม่มีมูลเป็นความเท็จไม่สมควรยื่นค่อศาลก็เป็นนัยของข้อเท็จจริง อัยการสูงสุดก็ไม่น่าจะไม่โดน ม.157 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่
เปิดใจให้กว้าง ๆ ครับ ข้อความมันมีปัญหาจริง ๆ ขึ้นกับการตีความของแต่ละคน การที่ศาลท่านมองในแง่นั้นก็น่าจะเป็นเพราะท่านมองว่าอัยการสูงสุดสามารถวินิจฉัยยื่นหรือไม่ยื่นก็ได้ เพระการยื่นความเท็จต่อศาลโดยอัยการสูงสุดก็ไม่น่าจะถูกต้อง และไม่เป็นการจำกัดสิทธิ์การยื่นของผู้ทราบการการทำโดยอัยการสูงสุด ส่วนการขอให้สภาชะลอการลงมติวาระ 3 ก็ไม่น่าจากเกืดความเสียหายอะไร แต่ศาลท่านก็ยื่นยันไม่สามารถสั่งได้ คือสภาถ้าเชื่อในความถุกต้องก็สามารถไม่ร่วมมือกับศาลด้วยการลงมติวาระ 3 ได้แน่นอนครับ ส่วนความรับผิดขอบในการลงมติของ สส.จะเกิดอะไรก็ตาม มันก็ต้องรับผิดชอบทุกครั้ง ไม่ใชแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว
คนชุมแพยืนยันหนักแน่นว่าสมศัก
คนชุมแพยืนยันหนักแน่นว่าสมศักดิ์ เกียรติสุรานนห์เป็นลูกกะหรี๋หัวหนอง ชุมแพ
คนชุมแพยืนยันหนักแน่นว่าสมศัก
คนชุมแพยืนยันหนักแน่นว่าสมศักดิ์ เกียรติสุรานนห์เป็นลูกกะหรี๋หัวหนอง ชุมแพ
คนชุมแพยืนยันหนักแน่นว่าสมศัก
คนชุมแพยืนยันหนักแน่นว่าสมศักดิ์ เกียรติสุรานนห์เป็นลูกกะหรี๋หัวหนอง ชุมแพ
ครับ คุณ"peter"ครับ
ครับ คุณ"peter"ครับ เนื้อหาที่แย้งผมตามน้ำมาแบบนี้ แต่ตัวตนของเรื่องนี้เคสนี้ ไม่เด็กๆอินโนเซ้นท์อย่างที่คุณเข้าใจในเชิงกาสิโนอำนาจ? แต่้ร้ายสาระทางปชต.มาก ?บนพล็อตอำนาจข้า ที่ลงทุนปฎิวัติมา ออกแบบวางยาฝ่ายปชต.ไว้อย่างแน่นหนาแบบนี้ ใครก็ห้ามแตะ(สังเกตุพันเถอะมิตร(พธม.)ทหาราบในกรงลิงหรือท้าวสุวรรณ ณ.กะทะตุ๋นกบในการออกแอ็คชั่นขี้เหลืองอ๋อยเต็มสนามบิน ก็เรื่องนี้? ใบสั่งนี้คือห้ามใครแตะ ห้ามใครออกไปแล้วเอาอะไรออกไปจากห้างนี้หรือระบอบสวนสัตว์นี้เด็ดขาด) แม้มันจะเกิดไฟไหม้ใครตายก็ช่างแต่อำนาจข้อห้ามบิ่น???
เกมนี้มันวางยาอย่างร้ายสาระมาก? ปกติผมจะไม่ชอบอ้างอิงหรือเอามาม่าไวไวควิกความรู้กึ่งสำเร็จรูปมาแปะ (ถือว่าเสียเกียรติมากถ้าไม่ได้ชงเองปรุงเองแต่งเอง) แต่งานนี้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือจึงต้องอ้างอิง ตามวิธีการแบบที่คนไทยคุ้นลิ้น คือ ต้องเสิร์ฟต้องชงแบบนี้เท่านั้นจึงจะน่าเชื่อถือ ผมจึงขอยกกระทู้คุณวีรพัฒน์มาแย้งคุณ แทนผม แล้วกันตามนี้
http://www.prachatai3.info/journal/2012/06/40978
อ้อ คุณ"peter"ครับ
อ้อ คุณ"peter"ครับ อ่านแล้วคิดตามให้ทันน่ะ? คิดอะไรให้ไกลกว่านิ้วโป้งตีนคุณหน่อย? อย่าไหลตามน้ำตามกระแสมากนัก เรื่องนี้มีพล็อตอย่างไร? วางกับดักไว้หลายชั้นอย่างไร? มันไม่ใช่เกมธรรมดา? มันเดิมพันถึงยุบพรรค และก็รัฐนาวาทั้งหมดที่ยึดโยงกระบวนการทางปชต.ล่มด้วยเงื่อนไข การปฎิวัติด้วยศาลครั้งนี้???
ดังนั้นการดักคอ หรือเปิดไฟดักทางขามั่วแบบนี้? มันเป็นทางเดียวที่จะช่วยควายไทยที่ยังดักดานแบบพวกคุณ? ให้หลุดจากคอกกรงทองระบอบสวนสัตว์นี้ เป็นไทจริงๆโดยไม่มีตัวย.ยักษ์ตนนั้นกำกับพันธนาการไว้ มันเดิมพันอะไรรู้ไหม? สมมุติว่าเกมปำฎิวัติโดยศาลไม่สำเร็จ??? ทหารจะออกมายิ่งประชาวิบัตินี่มันร้ายสาระจริงไม่ช่วยหน้างานในหน้าที่มันหวังแค่เข้าสู่อำนาจทางลัดในเกมนี้เท่านั้นตัวซซยตัวไส้ศึกฝ่ายปชต ทั้งปชป.และพธม.คือจุดอ่อนของภาคการเมืองตัวแทนและภาคปชช. ให้เขาเล่นผ่านตัวซวยสองตัวนี้
นั้นคือความอำมหิตหรือ งกอำนาจของเขา???ที่ฝ่ายปชต.พยายามจะไปแตะยุ้งข้าวคลังสมบัติทางอำนาจเขา?(ที่ลงทุนปฎิวัติมาแล้วออกแบบโครงสร้างอำนาจวางยาฝ่ายปชตมาแบบนี้) ในการแก้ร.50นี้ ประสบการณ์ตรงจากที่พธม.ปิดสนามบิน นั้นชัดแล้วว่าเขางกแบบไหน? อำมหิตต่อฝ่ายปชตอย่างไร? เรื่องนี้มันจึงไม่ง่ายๆอินโนเซ้นท์แบบที่คุณคิดครับคุณ"peter"ครับ???
อะตอม wrote:ครับคุณ555 ครับ
[quote=อะตอม]ครับคุณ555 ครับ ขอโคว๊ตข้อความคุณตามนี้
"1. ผู้ที่ถูกฟ้องในคดีนี้ คือใคร ซึ่งเรื่องนี้ ศาลธณญชัย มิได้พยายามพูดถึง ยอมเจ็บตัวเพื่อบรรลุผล ปล่อยให้สาธารณชนเข้าใจว่าผู้ถูกฟ้องคดี คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ
แต่ผมมองว่า ผู้ถูกฟ้องคดีนี้ คือ ผู้ที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็คือ สส. สว. และพรรคการเมือง(ต้นสังกัด) โดยใช้สิทธิตาม ม.291 (เรื่องนี้เป็นการสิทธิหรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แน่นอน) และยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองการกระทำครั้งนี้ (? ? ?)"
ตอบ.
อัยการการได้ให้ความเห็นยกคำร้อง(ตามที่ผมชี้ไว้แต่ต้นว่าคำร้องนี้มันขยะ) แล้วอัยการชี้ยินยันตามผมแล้ว ว่าขยะ??? มันชัดแล้วว่ามันคือขยะ??? ในเหตุผลของอัยการที่มีหน้าที่โดยตรงฟันธง ต่างจากจินตนาการส่วนตัวคุณตรงนี้ชนิดสุดขั่วเลย? นั้นแสดงว่าความเห็นคุณ(จินตนการส่วนตัวคุณ) ตรงนี้"มั่ว" (เน้นว่ามั่วมา) แล้วถ้า"มั่ว"คงไม่ต้องอธิบายหรือให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้อีก???[/quote]
...........คุณอะตอมครับ ที่ผมแสดงความเห็นนั้น ใช้ข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่นะครับ
...........ถามคุณว่า อัยการชี้ว่าคำฟ้องเป็นขยะ แล้วยังไงต่อครับ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่ารับฟ้องโดยชอบ ซึ่งผมก็แสดงความเห็นในกระทู้อื่นด้วย ขอสรุปมารวมกันเลย
...........1. ผู้ที่ถูกฟ้องคดี ต้องต่อสู้คดี และต้องปิดทาง ใช้ข้อกฎหมายให้ศาลตีความอย่างชัดเจนเป็นหลักฐาน มิใช่ยกหลักได้ฝ่ายเดียว (ยกเว้น รัฐสภา และรัฐบาล ซึ่งไม่อาจเป็นผู้ถูกฟ้องคดีโดย ม.68 คือไม่ใช่บุคคลหรือพรรคการเมือง ไม่จำเป็นต้องต่อสู้คดี และยังต้องลงมติยืนยัน เป็นหลักฐานด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ก้าวล่วง และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายเลขาธิการ เป็นผู้โต้แย้งอำนาจศาลและชี้แจงศาล) ทั้งนี้ นักวิชาการฝ่ายประชาชนต้องเร่งให้ความเห็นและชี้แจงต่อประชาชน ในประเด็นที่มีแนวโน้มว่าศาลจะนำมาใช้อย่างครึ่งๆกลาง เช่น ต้องรณรนค์ให้หนักแน่น ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแทนที่ ไม่ใช่การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะอำนาจอธิปไตยทั้งสามยังดำรงอยู่ มิได้ถูกล้มล้าง
...........2. ส่วนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่รับคำฟ้อง (ซึ่งน่าจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ) ตลอดจนการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ต้องถือว่ามีผลผูกพัน ตราบจนกระทั่งองค์กรผู้มีอำนาจมีชี้มูล คือ ปปช. ได้ชี้มูล และวุฒสภาถอดถอน (ซึ่งคำวินิจฉัยนี้ ปปช.ไม่อาจอ้างได้ว่าผูกพันตนเอง เพราะปปช. มีหน้าที่ชี้มูลว่าชอบหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็น ประเด็น ที่นักวิชาการฝ่ายประชาชนต้องเร่งให้ความเห็นและชี้แจงต่อประชาชน) โดยฝ่ายประชาชนต้องเร่งรัดและติดตาม การยื่นถอดถอนตุลาการ ให้มีผลโดยเร็ว หาก ปปช. วินิจฉัยโดยไม่ชอบอีก ก็ยื่นถอดถอน ปปช. เพราะ วุฒิสภา มีอำนาจโดยตรง
...........................กลับมาที่ประเด็น ลงมติวาระ 3 ผมก็กำลังตรวจสอบความเห็นและข้อกฎหมายว่า จริงๆ แล้ว หากลงมติ วาระ 3 จะถูกล้มได้หรือไม่ จะเห็นได้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เองก็ยอมรับว่า ม.68 เป็นมาตราป้องกัน มิใช่แก้ไข คือถ้า ร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านเป็น่านแล้วก็ถือว่ามีผลีผลแล้วไม่อาจยกเลิกได้ (เพียงแต่จะเจอด่านต่อไปอย่างไร ) เพราะหากศาลธณญชัยมีธงว่า พรรคเพื่อไทย ผิดตาม ม.68 (คือแม้ไม่ลงวาระ 3 ก็ผิด เพราะเป็นการกระทำที่ไม่ต้องหวังผล) แล้วมีคำสั่งยุบพรรค ก็แค่มีผลต่อกรรมการบริหารพรรค เท่านั้น (กับเป็นข้ออ้างความชอบธรรมในตัดสิน ที่บิดเบน ไปว่า สภาดื้อดึงไม่ฟังศาลเอง ทั้งที่ไม่เกี่ยวกันเลย) ไม่มีผลต่อสมาชิกสภาส่วนใหญ่ ต้องรอ สส.ฝ่ายค้าน ยื่นถอดถอน หรือฟ้องอาญา (แต่ฟ้องอาญา ไม่น่าจะเข้า มาตราใด เพราะต้องการองค์ประกอบมากกว่า ม.68 มากมาย) ซึ่งการยื่นถอดถอน ตาม ม.291(1) วรรคสอง ตามผลการตัดสินของศาล นั่นหมายความว่า ต้อง ถอดถอนทั้งสภา (เพราะร่วมกันพิจารณา ญัตติ) จะทำได้หรือ
................. หรือเมื่อ ศาลรธน. ลุยถั่ว ไม่ฟังหน้าอินทร์ หน้าพรหม เพราะถือว่ามีอำนาจในมือ
................. สภาก็ควร ลุยด้วย เพราะมีนักวิชาการและมวลชนหนุน
ขอต่อ
ขอต่อ ในเรื่องข้อต่อสู้ของพรรครัฐบาล ที่ศาลอาจจะหยิบยกมา ก็คือ มติพรรค ที่ให้สนับสนุนร่าง ต้อง ต่อสู้ให้ชัดเจน ว่า
1. การยื่นร่าง เป็นการใช้สิทธิของ สส. โดยอิสระ ไม่เกี่ยวกับพรรค
2. มติพรรค ที่ให้สนับสนุนร่าง เป็นการทำหน้าที่ สส. ในสภา เป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติ
เช่นกัน ดึงเกมให้ออกจาก พรรคการเมือง เพราะไม่มีบทลงโทษ นอกจากให้ถอนร่าง ก็ไม่มีปัญหา เพราะ ยังมีร่างของรัฐบาลอยู่ ไม่มีผลต่อร่างที่ผ่านวาระ 3 แล้ว
lucky wrote:ตะหลิวเล็ก
[quote=lucky][quote=ตะหลิวเล็ก]เสียงข้างมากในสภา ณ พ.ศ.นี้ เหมือนแต่ก่อนซะเมื่อไหร่ ก่อนนั้น เลือกแล้วปชช.ก็หมดหน้าที่ แล้วสส.จะไปทำอะไรก็ช่าง แต่นี่เขามาแสดงตัวเป็นหมื่นเป็นแสน จี้สส.ของเขาให้ทำหน้าที่ตามที่เขาคาดหวัง มาแค่ตัวแทนเท่านั้นนะ อยู่ที่บ้านอีกเป็นล้านๆ แล้วท่านจะมุ่งพิทักษ์แต่สิทธิของฝ่ายผู้ร้องฝ่ายเดียวอย่างหัวชนฝา ท่านไม่เพียงแต่ตาบอดเท่านั้น ใจก็มืดบอดด้วย[/quote]
คนเป็นหมื่นเป็นแสน ลองให้เข้าเสียค่ารถค่าเดินทางมาเองดู จะได้ถึงพันไหม พลังมวลชนทุกวันนี้ ไม่ปกติ เคลื่อนไหว ตามอำนาจของคนมีเงิน ไม่ควรนำมาเป็นหลักในการปกครองประเทศ เชื่อผมเถอะ[/quote]
ถ้าคนจำนวนเป็นหมื่น เป็นแสน เอาเงินซื้อได้ เอาเงินไปซื้อ ศรธน.แค่9คนไม่ง่ายกว่าหรือ?
เลือกตั้งกี่ครั้ง ประชาชนเขาก็เลือก พรรคฝ่ายประชาธิปไตยมาอีกมันหมายถึงอะไร?
การปกครองที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน อย่างระบอบเผด็จการ..เขาไม่เอา จะยัดเยียดให้เขาทำไม?
รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เถอะนะ
ตอบคุณ555ครับ(ขอโทษที่ใช้คำแร
ตอบคุณ555ครับ(ขอโทษที่ใช้คำแรงกับคุรไปหน่อยแต่เพื่อความชัดเจนเห็นภาพจึงเสียมารยาทกับคุณ)แต่ความเห็นคุณมีปัญหาตรงนี้?
"แต่ผมมองว่า ผู้ถูกฟ้องคดีนี้ คือ ผู้ที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็คือ สส. สว. และพรรคการเมือง(ต้นสังกัด) โดยใช้สิทธิตาม ม.291 (เรื่องนี้เป็นการสิทธิหรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แน่นอน) และยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองการกระทำครั้งนี้ (? ? ?)"
ตอบ มันเป็นหน้าที่ไปตามกระบวนในรัฐธรรมนูญมาตรา291 ไม่ใช่เสรีภาพ ตามที่คุณชี้มา เพราะถ้าใช้เสรีภาพ มันจึงจะเข้าข้อกฎหมายม.68 ที่อัยการชี้แล้วว่ามันไม่เข้าข้อกฎหมายม.68อย่างไรในเนื้อหาเหตุผลส่วนนี้ด้วย ที่มันขัดแย้งกับข้อความคุณ อย่างไร ผมจึงแย้งไป???
ตอบคุณ อะตอม ปัจจุบัน
ตอบคุณ อะตอม
ปัจจุบัน การถกเถียง จะมุ่งไปที่ ฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นที่ยอมรับ (แม้แต่ศาลก็อ้อมแอ้มยอมรับ) ว่าเป็นการใช้อำนาจไม่อาจก้าวล่วงได้ (แต่ผมยังนึกไม่ออกว่าศาลจะดึงมาเข้า ม.68 ได้อย่างไร นอกจากหลัก "การกระทำโดยอ้อมของผู้ยื่นร่างผ่านInnocent agent")
แต่การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของ สส. หรือประชาชน ตาม ม.291 อันนี้ไม่ใช่อำนาจนะครับ แต่เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพราะจะทำหรือไม่ทำก็ได้ (ถ้าเป็นอำนาจต้องทำ) ผมถึงเสนอว่า ควรดึงให้เรื่องการยื่นร่างของ สส. เป็นการใช้สิทธิโดยอิสระของบุคคล ต้องต่อสู้ไม่ให้ศาลโยงมาว่าเป็นการกระทำของพรรคการเมืองได้
สำหรับ การยื่นร่างของรัฐบาล
สำหรับ การยื่นร่างของรัฐบาล หากมองว่า รัฐบาลเป็น คณะบุคคล ก็ต้องให้ฝ่ายเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โต้แย้งการรับคำฟ้องของศาลว่า ตามหลักกฎหมายมหาชน นิติบุคคลมหาชน คือคณะรัฐมนตรี จะไม่สามารถมีการกระทำได้หากกฎหมายมิได้ให้อำนาจ ดังนั้น การยื่นร่างของรัฐบาล จึงเป็นการใช้อำนาจฝ่ายบริหารตาม ม291 ไม่ใช้การใช้สิทธิหรือเสรีภาพตาม ม68 ที่ศาลจะรับคำฟ้องได้
คุณ555ครับมั่วแล้วครับ
คุณ555ครับมั่วแล้วครับ คุณใช้คำว่าสิทธิและเสรีภาพ แต่ ผมชี้และอัยการ หลายๆท่านในนี้ที่คุยเรื่องนี้ เขาก็ตีความว่าเป็นกระบวนการตามหน้าที่ในรัฐธรรมนูญ ฝ่ายนิติบัญฯในกระบวนการ ร่างกฎหมายในที่นี้คือม.291 อัยการชี้ต่างจากคุณครับเรื่องนี้ แล้วชี้ตรงตามผมครับอย่าตะแบงเลยครับ???
แล้วถ้าคุณเสนอแบบนั้น นั้นยิ่งเข้าข้อกฎหมายในม.68ที่อัยการชี้ขาดไปแล้วว่าไม่ใช่?จึงยกคำร้องไม่ส่งศาล เพราะเขาตีความเรื่องนี้ต่างจากคุณแต่ตรงกับผมครับ แต่เหตุที่ศาลรับตรงมันจึงเป็นประเด็นนี่ไงครับเขาให้เหตุผลว่ามีมูลแต่ยังไม่ได้ดูไต๋สวน จึงเป็นแค่คำสั่งที่ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยเพราะยังไม่ได้ดู แล้วถ้าดูจริงมันก้ข้อเท็จจริงเดียวกับชั้นอัยการ ถ้าศาลไม่เจตนาจะเล่นที่ไม่ชอบมาพากลหรือใช้เทคนิคทางกฎหมาย ให้ควายไทยไล่ขวิดกันเองในเจตนาแบบไหน???
ผมเข้าใจนะครับที่คุณ
ผมเข้าใจนะครับที่คุณ อะตอมพยายาม ชี้แจง แต่ผมก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่า เรื่องการรับคำร้องโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญ นี่ใครๆก็ทราบกันทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งขณะนี้มันเลยขั้นตอนนี้ไปแล้ว เป็นเรื่องที่จะผลักดันให้ ปชช.ยอมรับต่อไป เพื่อให้เกิดผลในการถอดถอน
แต่ที่ผมพยายามแสดงความเห็น เป็นเรื่องการวิเคราะห์ แนวคิดของศาลรัฐธรรมนูญ ในการรับฟ้อง เพื่อให้เกิดประเด็นการต่อสู้คดีที่หลากหลาย
เช่น หากเราจะต่อสู้ว่า การยื่นร่างของ สส. หรือ สว. ตามมาตรา 291(1) ไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จะยกข้อกฎหมายใดได้บ้าง ที่ผมบอกว่า การยื่นร่างของ สส. หรือ สว. เป็นสิทธิ เพราะมองในมุมที่ว่าหากเป็นอำนาจ มีหน้าที่ต้องกระทำ แต่หากเป็นสิทธิ ก็สามารถ เลือกได้ว่า จะกระทำหรือไม่กระทำ เมื่อมองแบบนี้ เราก็อาจหาข้อกฎหมายมาต่อสู้ได้
เช่น สส. หรือ สว. เป็นบุคคลทางการเมือง มิใช่บุคคลธรรมดา หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น บุคคลมหาชน ซึ่งก็เช่นเดียวกับรัฐบาล ไม่มีการกระทำใดได้ หากไม่มีกฎหมายให้อำนาจ ดังนั้น การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเป็นกรณีใช้อำนาจของสส. หรือ สว. เมื่อเห็นว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญไม่สอดคล้องกับสถานการณ์
และผมยังเชื่อว่า ประเด็นที่อัยการ หรือนักวิชาการท่านอื่นออกมาพูด นั้น เป็น เรื่อง การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ (มิใช่เป็นเรื่องที่ถูกร้องว่า การกระทำ คือการยื่นร่างเหมือนกรณีนี้ หรือคุณอะตอม คิดว่า เขาไม่ได้ร้องผู้ยื่นร่าง ร้องแต่การพิจารณาร่างของสภาครับ)
อันนี้ ขอแสดงความเห็นอีกประเด็นเพิ่มเติม นะครับ (ในเรื่องขอต่อสู้ ว่าศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีสิทธิ์รับคำร้อง)
.................เมื่อพิจารณา ม.291(1) วรรคสอง ซึ่งบัญญัติไว้ว่า "ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะเสนอมิได้"
.................หากใช้หลักกฎหมายทั่วไปที่ว่า "ในกรณีที่มีบทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งกันในเรื่องใด ให้ใช้บทบัญญัติหรือกฎหมาย ที่กำหนดในเรื่องนั้นไว้เป็นการเฉพาะ"
.................นั่นหมายความว่า ม.291(1) วรรคสอง ได้บัญญัติเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หากมีกรณีที่ที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ เป็นอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะของ รัฐสภา
.................ซึ่งจะเกี่ยวโยงไปกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ในเรื่องการถอดถอนว่าผู้ใด เห็นว่า รัฐสภาทำไม่ถูกต้องตาม ม.291(1) วรรคสอง คือปล่อยให้มีการเสนอญัตติเช่นนั้น ก็มีสิทธิ(ประชาชน)หรืออำนาจ(สส.) ยื่นขอถอดถอน
.................ดังนั้น ม.68 จะไม่หมายความรวมถึง การกระทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพราะหากให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจวินิจฉัย ว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มีกรณีที่ที่มีผลล้มล้าง(การเปลี่ยนแปลง)การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็จะเป็นการขัดหรือแย้งกันของ 2 องค์กร (ไม่มีทางที่กฎหมายจะบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของ 2 องค์กร วินิจฉัยในเรื่องเดียวกัน)
..................เมื่อ มาตรา 291(1) วรรคแรกกำหนดในเรื่องการวินิจฉัยว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มีกรณีที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ นี้ไว้เป็นการเฉพาะว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของสภา ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีจึงไม่เข้า ม.68 ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีอำนาจตาม ม.68 รับเรื่องไว้พิจารณาได้
หากศาลเห็นว่า การแก้
หากศาลเห็นว่า การแก้ รธน.เป็นการล้มล้าง รธน.50 ผู้ที่ร่วมลงชื่อแก้ก็ต้องกระทำผิดตาม ปอ.ม.113 ด้วยข้อหาเป็นกบถ ยกพวง
การตีความในคดีอาญา ทำไมต้องเทียบเคียงกับดิกชั่นนารี่ด้วย ทำไมแกล้งโง่ไม่ตีความตามตัวบทกฎหมาย ตามหลักสากล
ผมจะบอกเอาบุญว่า คุณพลาดแล้ว รีบหาทางลง๙ะ ก่อนที่จะไม่มีทางให้ลง
ตกลงประเทศนี้มีรัฐธรรมนูญ 2
ตกลงประเทศนี้มีรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ใช่หรือไม่
สานมีอยู่ 1 ฉบับ สภามีอยู่ 1 ฉบับ ใช่หรือไม่
ถ้าออกมาตีความกันคนละทาง 2ทาง ต้องโทษคนที่เขียนขึ้นมา ใช่หรือไม่
หรือว่าจะโทษประชาชนในประเทศต้องรู้กฎหมายฉบับนี้ ใช่หรือไม่
หรือว่าในประเทศไทยไม่มีผู้ใหญ่ที่ออกมาตัดสิน หรือปล่อยให้มีแต่เด็กทะเลาะกัน ใช่หรือไม่
ประชาชนต้องการกินดีอยู่ดี หรือว่าจะต้องให้ช่วยกันตัดสินกฎหมาย ใช่หรือไม่
peter wrote:อะตอม wrote:chim
[quote=peter][quote=อะตอม][quote=chim]ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการ ดังกล่าว
ผู้ทราบการกระทำ เป็น ประธาน
อัยการสูงสุด และ ศาล เป็น กรรม
และ จึงไม่มีความสัมพันธ์กับกรรม
ฉะนั้น และ เป็น ของประธาน
ตัวอย่าง ครูสั่ง นายแดงเสนอการบ้านให้เพื่อนตรวจสอบความถูกต้องและยื่นส่งครูผู้สอน[/quote]
ตอบ.
เนื้อหาคือการบ้า(เน้นว่าบ้าไม่ใช่บ้าน)นั้น มันมีเนื้อหา แบบไหน? อัยการชี้ขาดไปแล้ว นั้นคือกระบวนการชั้นอัยการในดุลยพินิจเบื้องต้น แต่หน้างานศาลรับมาโดยขาดการกรอง ตามเจตนารมณ์กฎหมายม.68การรับ เพราะอ้างคำว่า"และ" ที่ขัดเจตนารมณ์ กฎหมายนี้ นั้นคือ ถ้าศาลเต้นตามคำร้องขยะทุกกรณี แล้วมีคำสั่งไปขวางองคกรระดับสูงสุดของประเทศแบบนี้บ่อยๆความเสียหายศาลพระโคเหล่านี้มันรับผิดชอบอะไร?
มันเล่นซนไม่เข้าเรื่องเพื่อเอาชนะคะคานไร้สาระแบบนี้ แต่ความเสียหายล่ะ?ในการเอาคำร้องขยะมากอดไว้แถมออกคำสั่งไปกระทบองค์กรสำคัญ ที่หมายถึงหน้างานที่เขาจะเสียหายมหาศาล เพียงเพราะศาลทำงานผิดขั้นตอนตามเจตนารมณ์กฎหมายนี้
ดังนั้นคำว่าและจึงมีเนื้อหาโดยนัยยะที่ค้านเจตนารมณ์มาตรา68 การใช้ช่องทางนี้ จึงต้องมีวุฒิภาวะพอ ในการตีความเพราะมันค้นเจตนารมณ์ข้อกฎหมายนี้เนื่องจากผลกระทบมหาศาลมา ถ้ารับขยะมาทุกเคศ มันป่วนสภา,ป่วนหน้างานองคกรหลักสูงสุดของประเทศเลย
ถ้าคำร้องฟันน้ำนมแบบนี้ไปมีผลป่วนแบบนี้(ไม่ได้คิดเองอัยการชี้ชัดฟันธงแล้ว แต่ศาลพระโคมันยังไม่ได้อ่านเลยมั้ง มันบอกว่ารับเพราะมาตามที่เชื่อว่าถูกต้อง) แต่คว่าถุกต้องของมันสร้างเื่อนไขทั้งขัดเจตนารมณ์ข้อกฎหมายนี้และชั้นอัยการชี้ชัดฟันธงไปแล้วว่าคืออะไร?[/quote]
1.ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมี *สิทธิ* "(ผู้ทราบ)เสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง" *และ* "(ผู้ทราบ)ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย" สั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
2.ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมี *สิทธิ* (ผู้ทราบ)เสนอเรื่องให้ "อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง" *และ* "(อัยการสูงสุด)ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย" สั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
- เนื้อหาคงไม่บ้าอะไรครับ มันขึ้นกับรูปประโยค จากข้อความที่เหมือนกันคือ ประธาน (ผู้ทราบการกระทำ) เป็นผู้ยื่น กับกรรมสุดท้าย (ศาลรัฐธรรมนูญ) เป็นผู้วินิจฉัย ส่วนกรรมแรก (อัยการสูงสุด) มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง(และยื่น)เท่านั้นเองครับ
- คำว่า *และ* ในความเข้าใจคือทั้ง 2 อย่าง ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง ตามข้อแรกผู้ทราบการการทำยืนเสนออัยการสูงสุดและยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ข้อ 2 ผู้ทราบยื่นให้อัยการสูงสุด อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามที่เข้าใจคือยังไงก็ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ใช่อัยการสูงสุดที่มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ตามความเข้าใจที่ศาลท่านมองว่ารับได้ทั้ง 2 ทางเพราะถ้ารับได้ทางเดียวจะทำให้อัยการสุงสุดหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยคำว่า "และ" คือไม่สามารถวินิจฉัย มันน่าจะไม่ถูกต้องตามหน้าที่ของอัยการสูงสุดที่มักจะมีอำนาจวินิจฉัยยื่นหรือไม่ยื่นก็ได้ ก็เข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญสมควรให้เป็นหน้าที่ศาลไม่ใช่อัยการสูงสุด และเขาเขียนชัดเจนว่าศาลเป็นผู้วินิจฉัย อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็น่าจะเป็นเอกสารประกอบการวินิจฉัยของศาล การไม่ยื่นของอัยการสูงสุดที่มีความเห็นว่าไม่มีมูลเป็นความเท็จไม่สมควรยื่นค่อศาลก็เป็นนัยของข้อเท็จจริง อัยการสูงสุดก็ไม่น่าจะไม่โดน ม.157 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่
เปิดใจให้กว้าง ๆ ครับ ข้อความมันมีปัญหาจริง ๆ ขึ้นกับการตีความของแต่ละคน การที่ศาลท่านมองในแง่นั้นก็น่าจะเป็นเพราะท่านมองว่าอัยการสูงสุดสามารถวินิจฉัยยื่นหรือไม่ยื่นก็ได้ เพระการยื่นความเท็จต่อศาลโดยอัยการสูงสุดก็ไม่น่าจะถูกต้อง และไม่เป็นการจำกัดสิทธิ์การยื่นของผู้ทราบการการทำโดยอัยการสูงสุด ส่วนการขอให้สภาชะลอการลงมติวาระ 3 ก็ไม่น่าจากเกืดความเสียหายอะไร แต่ศาลท่านก็ยื่นยันไม่สามารถสั่งได้ คือสภาถ้าเชื่อในความถุกต้องก็สามารถไม่ร่วมมือกับศาลด้วยการลงมติวาระ 3 ได้แน่นอนครับ ส่วนความรับผิดขอบในการลงมติของ สส.จะเกิดอะไรก็ตาม มันก็ต้องรับผิดชอบทุกครั้ง ไม่ใชแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว[/quote]
-ไอ้งั่งเอ๋ยพวกมึงก็ตีความเขาข้างพวกมึงเองนั้นล่ะไอ้สัตว์ ถ้ายื่นให้อัยการด้วยให้ศาลด้วยอัยการบอกว่าไม่มีมูลแต่ศาลบอกว่ามีมูล ไอ้สัตว์แล้วมึงจะเชื่อใครไอ้งั่ง แค่ข้อ1มึงก็มั่วนิ่มแล้วไอ้สัตว์
lโจรเสื้อแดง
[quote=lโจรเสื้อแดง]คนชุมแพยืนยันหนักแน่นว่าสมศักดิ์ เกียรติสุรานนห์เป็นลูกกะหรี๋หัวหนอง ชุมแพ[/quote]
-แต่คนบ้านกูเขาว่าแม่มึงโดนหมาเหลืองขี้เลื้อนเย็ดไอ้สัตว์
00000000000000000
[quote=00000000000000000][quote=lโจรเสื้อแดง]คนชุมแพยืนยันหนักแน่นว่าสมศักดิ์ เกียรติสุรานนห์เป็นลูกกะหรี๋หัวหนอง ชุมแพ[/quote]
-แต่คนบ้านกูเขาว่าแม่มึงโดนหมาเหลืองขี้เลื้อนเย็ดไอ้สัตว์[/quote]
ท่าน 00000000 เอ๋ย ผมเห็นใจจริงที่ท่านต้องเล่นกับขี้
เหม็นมือนะท่าน
คนต่ำๆ ก็ปล่อยให้เขาคลุกอาจมไปเถอะ
คนอย่างท่านอยู่สูงกว่าพวกนั้นเยอะ
อย่าให้เขาเลียปากนะครับ
555555555
00000000000000000 wrote:peter
[quote=00000000000000000][quote=peter][quote=อะตอม][quote=chim]ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการ ดังกล่าว
ผู้ทราบการกระทำ เป็น ประธาน
อัยการสูงสุด และ ศาล เป็น กรรม
และ จึงไม่มีความสัมพันธ์กับกรรม
ฉะนั้น และ เป็น ของประธาน
ตัวอย่าง ครูสั่ง นายแดงเสนอการบ้านให้เพื่อนตรวจสอบความถูกต้องและยื่นส่งครูผู้สอน[/quote]
ตอบ.
เนื้อหาคือการบ้า(เน้นว่าบ้าไม่ใช่บ้าน)นั้น มันมีเนื้อหา แบบไหน? อัยการชี้ขาดไปแล้ว นั้นคือกระบวนการชั้นอัยการในดุลยพินิจเบื้องต้น แต่หน้างานศาลรับมาโดยขาดการกรอง ตามเจตนารมณ์กฎหมายม.68การรับ เพราะอ้างคำว่า"และ" ที่ขัดเจตนารมณ์ กฎหมายนี้ นั้นคือ ถ้าศาลเต้นตามคำร้องขยะทุกกรณี แล้วมีคำสั่งไปขวางองคกรระดับสูงสุดของประเทศแบบนี้บ่อยๆความเสียหายศาลพระโคเหล่านี้มันรับผิดชอบอะไร?
มันเล่นซนไม่เข้าเรื่องเพื่อเอาชนะคะคานไร้สาระแบบนี้ แต่ความเสียหายล่ะ?ในการเอาคำร้องขยะมากอดไว้แถมออกคำสั่งไปกระทบองค์กรสำคัญ ที่หมายถึงหน้างานที่เขาจะเสียหายมหาศาล เพียงเพราะศาลทำงานผิดขั้นตอนตามเจตนารมณ์กฎหมายนี้
ดังนั้นคำว่าและจึงมีเนื้อหาโดยนัยยะที่ค้านเจตนารมณ์มาตรา68 การใช้ช่องทางนี้ จึงต้องมีวุฒิภาวะพอ ในการตีความเพราะมันค้นเจตนารมณ์ข้อกฎหมายนี้เนื่องจากผลกระทบมหาศาลมา ถ้ารับขยะมาทุกเคศ มันป่วนสภา,ป่วนหน้างานองคกรหลักสูงสุดของประเทศเลย
ถ้าคำร้องฟันน้ำนมแบบนี้ไปมีผลป่วนแบบนี้(ไม่ได้คิดเองอัยการชี้ชัดฟันธงแล้ว แต่ศาลพระโคมันยังไม่ได้อ่านเลยมั้ง มันบอกว่ารับเพราะมาตามที่เชื่อว่าถูกต้อง) แต่คว่าถุกต้องของมันสร้างเื่อนไขทั้งขัดเจตนารมณ์ข้อกฎหมายนี้และชั้นอัยการชี้ชัดฟันธงไปแล้วว่าคืออะไร?[/quote]
1.ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมี *สิทธิ* "(ผู้ทราบ)เสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง" *และ* "(ผู้ทราบ)ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย" สั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
2.ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมี *สิทธิ* (ผู้ทราบ)เสนอเรื่องให้ "อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง" *และ* "(อัยการสูงสุด)ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย" สั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
- เนื้อหาคงไม่บ้าอะไรครับ มันขึ้นกับรูปประโยค จากข้อความที่เหมือนกันคือ ประธาน (ผู้ทราบการกระทำ) เป็นผู้ยื่น กับกรรมสุดท้าย (ศาลรัฐธรรมนูญ) เป็นผู้วินิจฉัย ส่วนกรรมแรก (อัยการสูงสุด) มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง(และยื่น)เท่านั้นเองครับ
- คำว่า *และ* ในความเข้าใจคือทั้ง 2 อย่าง ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง ตามข้อแรกผู้ทราบการการทำยืนเสนออัยการสูงสุดและยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ข้อ 2 ผู้ทราบยื่นให้อัยการสูงสุด อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามที่เข้าใจคือยังไงก็ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ใช่อัยการสูงสุดที่มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ตามความเข้าใจที่ศาลท่านมองว่ารับได้ทั้ง 2 ทางเพราะถ้ารับได้ทางเดียวจะทำให้อัยการสุงสุดหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยคำว่า "และ" คือไม่สามารถวินิจฉัย มันน่าจะไม่ถูกต้องตามหน้าที่ของอัยการสูงสุดที่มักจะมีอำนาจวินิจฉัยยื่นหรือไม่ยื่นก็ได้ ก็เข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญสมควรให้เป็นหน้าที่ศาลไม่ใช่อัยการสูงสุด และเขาเขียนชัดเจนว่าศาลเป็นผู้วินิจฉัย อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็น่าจะเป็นเอกสารประกอบการวินิจฉัยของศาล การไม่ยื่นของอัยการสูงสุดที่มีความเห็นว่าไม่มีมูลเป็นความเท็จไม่สมควรยื่นค่อศาลก็เป็นนัยของข้อเท็จจริง อัยการสูงสุดก็ไม่น่าจะไม่โดน ม.157 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่
เปิดใจให้กว้าง ๆ ครับ ข้อความมันมีปัญหาจริง ๆ ขึ้นกับการตีความของแต่ละคน การที่ศาลท่านมองในแง่นั้นก็น่าจะเป็นเพราะท่านมองว่าอัยการสูงสุดสามารถวินิจฉัยยื่นหรือไม่ยื่นก็ได้ เพระการยื่นความเท็จต่อศาลโดยอัยการสูงสุดก็ไม่น่าจะถูกต้อง และไม่เป็นการจำกัดสิทธิ์การยื่นของผู้ทราบการการทำโดยอัยการสูงสุด ส่วนการขอให้สภาชะลอการลงมติวาระ 3 ก็ไม่น่าจากเกืดความเสียหายอะไร แต่ศาลท่านก็ยื่นยันไม่สามารถสั่งได้ คือสภาถ้าเชื่อในความถุกต้องก็สามารถไม่ร่วมมือกับศาลด้วยการลงมติวาระ 3 ได้แน่นอนครับ ส่วนความรับผิดขอบในการลงมติของ สส.จะเกิดอะไรก็ตาม มันก็ต้องรับผิดชอบทุกครั้ง ไม่ใชแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว[/quote]
-ไอ้งั่งเอ๋ยพวกมึงก็ตีความเขาข้างพวกมึงเองนั้นล่ะไอ้สัตว์ ถ้ายื่นให้อัยการด้วยให้ศาลด้วยอัยการบอกว่าไม่มีมูลแต่ศาลบอกว่ามีมูล ไอ้สัตว์แล้วมึงจะเชื่อใครไอ้งั่ง แค่ข้อ1มึงก็มั่วนิ่มแล้วไอ้สัตว์[/quote]
อัยการถ้าพูดง่าย ๆ คือทนายแผ่นดิน หน้าที่เหมื่อนทนายทั่วไปคือเข้าไปสู้คดีในศาล ไม่ใช่ตัดสินคดี การยื่นเพื่อให้อัยการถ้าวินิจฉัยแบบใด เหมื่อนทนายเขามีความเห็นต่อคดีอย่างไร ถ้าจะฟ้องจำเลยแล้วแพ้ทนายก็จะแนะให้อย่างไปฟ้อง เขาไม่ใช่เป็นคนตัดสินคดี ถ้าโจทย์เชื่อว่าเขามีสิทธิ์ชนะเขาก็จะเปลี่ยนทนายสู้คดี กรณีที่ศาลรับพิจารณาคดีก็ไม่ใช่เขาจะตัดสินให้จำเลยผิดเสมอไป อาจไปยกคำร้องขั้นรวบรวมหลักฐานก็ได้ เอาแค่ข้อแรกคุณก็ไม่ผ่านแล้ว มันไม่แปลกที่คุณจะไม่เข้าใจข้อหลัง ๆ ที่อธิบาย ไปเริ่มวิชาว่าด้วยกฎหมายเบื้องต้นน่าจะช่วยได้
อะตอม wrote:อ้อ
[quote=อะตอม]อ้อ คุณ"peter"ครับ อ่านแล้วคิดตามให้ทันน่ะ? คิดอะไรให้ไกลกว่านิ้วโป้งตีนคุณหน่อย? อย่าไหลตามน้ำตามกระแสมากนัก เรื่องนี้มีพล็อตอย่างไร? วางกับดักไว้หลายชั้นอย่างไร? มันไม่ใช่เกมธรรมดา? มันเดิมพันถึงยุบพรรค และก็รัฐนาวาทั้งหมดที่ยึดโยงกระบวนการทางปชต.ล่มด้วยเงื่อนไข การปฎิวัติด้วยศาลครั้งนี้???
ดังนั้นการดักคอ หรือเปิดไฟดักทางขามั่วแบบนี้? มันเป็นทางเดียวที่จะช่วยควายไทยที่ยังดักดานแบบพวกคุณ? ให้หลุดจากคอกกรงทองระบอบสวนสัตว์นี้ เป็นไทจริงๆโดยไม่มีตัวย.ยักษ์ตนนั้นกำกับพันธนาการไว้ มันเดิมพันอะไรรู้ไหม? สมมุติว่าเกมปำฎิวัติโดยศาลไม่สำเร็จ??? ทหารจะออกมายิ่งประชาวิบัตินี่มันร้ายสาระจริงไม่ช่วยหน้างานในหน้าที่มันหวังแค่เข้าสู่อำนาจทางลัดในเกมนี้เท่านั้นตัวซซยตัวไส้ศึกฝ่ายปชต ทั้งปชป.และพธม.คือจุดอ่อนของภาคการเมืองตัวแทนและภาคปชช. ให้เขาเล่นผ่านตัวซวยสองตัวนี้
นั้นคือความอำมหิตหรือ งกอำนาจของเขา???ที่ฝ่ายปชต.พยายามจะไปแตะยุ้งข้าวคลังสมบัติทางอำนาจเขา?(ที่ลงทุนปฎิวัติมาแล้วออกแบบโครงสร้างอำนาจวางยาฝ่ายปชตมาแบบนี้) ในการแก้ร.50นี้ ประสบการณ์ตรงจากที่พธม.ปิดสนามบิน นั้นชัดแล้วว่าเขางกแบบไหน? อำมหิตต่อฝ่ายปชตอย่างไร? เรื่องนี้มันจึงไม่ง่ายๆอินโนเซ้นท์แบบที่คุณคิดครับคุณ"peter"ครับ???[/quote]
น่าจะรองตั้งสติให้ดีครับ หาเหตุให้เจอ แล้วจะรู้เองว่าสิ่งที่คิดมันถุกหรือผิด ถ้าเชื่อเรื่องปฎิวัติจากแกนนำ2 ปีประเทศปฎิวัติไปเกี่อบสิบครั้งแล้ว แต่ถ้าเขาหลอกคนให้เชื่อได้ทำไมเขาจะไม่ทำ ถ้าถูกหวยครั้งเดียวก็คุ้มเกินโม้แล้ว ถ้าฝ่ายหนึ่งออกมาชุมนุนอีกฝ่ายไม่ออก หรือเหลืองชุมนุนกรุงเทพ แดงไปชุมนุนเชียงใหม่ ปฎิวัติมันไม่มีใครยอมรับ แต่แดงมันก็อกแตกตายซะก่อนเท่านั้นเอง และเวลามีปฎิวัติก็ดูคนทำด้วย เดี่ยวจะโดนพวกเดียวกัน ถ้าเหตุคือศาลรับพิจารณาเรื่องการแก้กฎหมาย ก็จะมีคนไม่พอใจเล่านิทานให้คุณฟังเพื่อสร้างความชอบธรรมในการกระทำของเขา แต่ละคนก็ชอบฟังนิทานในแนวที่ตัวเองชอบ แต่ไม่ใช่ตัวเองดีไปกว่าคนอื่น ผลลัพธิ์เกิดจากเหตุ ถ้าเขาฉลาดอย่างที่คุณคิด เขาคงไม่โง่ขนาดไปเป็นฝ่ายค้านเพื่อขุดหลุดดัก แล้วมาจบที่ปฎิวัติ มันไม่มีอะไรแน่นอน ลองย้อนหลังกลับดูว่าฝ่ายไหนเป็นคนเปิดเกม คุณก็จะเข้าใจว่าเกมที่เขาเล่นคืออะไร อยู่ดี ๆ ศาลท่านตื่นขึ้นมาแล้วอยากจะยุบพรรคเพื่อไทย นิทานที่คุณฟังมาก็น่าเชื่อ แต่นิทานที่ผมฟ้งมาเหตุมันเริ่มที่ สส.อ้างแก้รัฐธรรมนูญบางมาตรา แต่คนฟังเขารู้กันหมดว่าเขาจะแก้ทั้งฉบับ แล้วเขารู้ด้วยว่าจะทำยังไง ท่าที่เขาเล่นเพื่อให้ถึงที่หมายมันเลยมองไม่ยาก มันยากแค่เขาไม่ใช่คนเดินเกม ก็โชคดีที่คนเดินเกมชอบโดดลงหลุด แต่ถ้าชอบฟังนิทานมีคนที่เขาเล่าให้ฟังแล้วน่าเชื่อกว่านี้อีกเยอะ ไม่ต้องใช้อภินิหารมากมายด้วย แต่ก็อยากจะเตือนว่า สติเท่านั้นที่จะทำให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
peter wrote:00000000000000000
[quote=peter][quote=00000000000000000][quote=peter][quote=อะตอม][quote=chim]ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการ ดังกล่าว
ผู้ทราบการกระทำ เป็น ประธาน
อัยการสูงสุด และ ศาล เป็น กรรม
และ จึงไม่มีความสัมพันธ์กับกรรม
ฉะนั้น และ เป็น ของประธาน
ตัวอย่าง ครูสั่ง นายแดงเสนอการบ้านให้เพื่อนตรวจสอบความถูกต้องและยื่นส่งครูผู้สอน[/quote]
ตอบ.
เนื้อหาคือการบ้า(เน้นว่าบ้าไม่ใช่บ้าน)นั้น มันมีเนื้อหา แบบไหน? อัยการชี้ขาดไปแล้ว นั้นคือกระบวนการชั้นอัยการในดุลยพินิจเบื้องต้น แต่หน้างานศาลรับมาโดยขาดการกรอง ตามเจตนารมณ์กฎหมายม.68การรับ เพราะอ้างคำว่า"และ" ที่ขัดเจตนารมณ์ กฎหมายนี้ นั้นคือ ถ้าศาลเต้นตามคำร้องขยะทุกกรณี แล้วมีคำสั่งไปขวางองคกรระดับสูงสุดของประเทศแบบนี้บ่อยๆความเสียหายศาลพระโคเหล่านี้มันรับผิดชอบอะไร?
มันเล่นซนไม่เข้าเรื่องเพื่อเอาชนะคะคานไร้สาระแบบนี้ แต่ความเสียหายล่ะ?ในการเอาคำร้องขยะมากอดไว้แถมออกคำสั่งไปกระทบองค์กรสำคัญ ที่หมายถึงหน้างานที่เขาจะเสียหายมหาศาล เพียงเพราะศาลทำงานผิดขั้นตอนตามเจตนารมณ์กฎหมายนี้
ดังนั้นคำว่าและจึงมีเนื้อหาโดยนัยยะที่ค้านเจตนารมณ์มาตรา68 การใช้ช่องทางนี้ จึงต้องมีวุฒิภาวะพอ ในการตีความเพราะมันค้นเจตนารมณ์ข้อกฎหมายนี้เนื่องจากผลกระทบมหาศาลมา ถ้ารับขยะมาทุกเคศ มันป่วนสภา,ป่วนหน้างานองคกรหลักสูงสุดของประเทศเลย
ถ้าคำร้องฟันน้ำนมแบบนี้ไปมีผลป่วนแบบนี้(ไม่ได้คิดเองอัยการชี้ชัดฟันธงแล้ว แต่ศาลพระโคมันยังไม่ได้อ่านเลยมั้ง มันบอกว่ารับเพราะมาตามที่เชื่อว่าถูกต้อง) แต่คว่าถุกต้องของมันสร้างเื่อนไขทั้งขัดเจตนารมณ์ข้อกฎหมายนี้และชั้นอัยการชี้ชัดฟันธงไปแล้วว่าคืออะไร?[/quote]
1.ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมี *สิทธิ* "(ผู้ทราบ)เสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง" *และ* "(ผู้ทราบ)ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย" สั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
2.ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมี *สิทธิ* (ผู้ทราบ)เสนอเรื่องให้ "อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง" *และ* "(อัยการสูงสุด)ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย" สั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
- เนื้อหาคงไม่บ้าอะไรครับ มันขึ้นกับรูปประโยค จากข้อความที่เหมือนกันคือ ประธาน (ผู้ทราบการกระทำ) เป็นผู้ยื่น กับกรรมสุดท้าย (ศาลรัฐธรรมนูญ) เป็นผู้วินิจฉัย ส่วนกรรมแรก (อัยการสูงสุด) มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง(และยื่น)เท่านั้นเองครับ
- คำว่า *และ* ในความเข้าใจคือทั้ง 2 อย่าง ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง ตามข้อแรกผู้ทราบการการทำยืนเสนออัยการสูงสุดและยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ข้อ 2 ผู้ทราบยื่นให้อัยการสูงสุด อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามที่เข้าใจคือยังไงก็ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ใช่อัยการสูงสุดที่มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ตามความเข้าใจที่ศาลท่านมองว่ารับได้ทั้ง 2 ทางเพราะถ้ารับได้ทางเดียวจะทำให้อัยการสุงสุดหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยคำว่า "และ" คือไม่สามารถวินิจฉัย มันน่าจะไม่ถูกต้องตามหน้าที่ของอัยการสูงสุดที่มักจะมีอำนาจวินิจฉัยยื่นหรือไม่ยื่นก็ได้ ก็เข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญสมควรให้เป็นหน้าที่ศาลไม่ใช่อัยการสูงสุด และเขาเขียนชัดเจนว่าศาลเป็นผู้วินิจฉัย อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็น่าจะเป็นเอกสารประกอบการวินิจฉัยของศาล การไม่ยื่นของอัยการสูงสุดที่มีความเห็นว่าไม่มีมูลเป็นความเท็จไม่สมควรยื่นค่อศาลก็เป็นนัยของข้อเท็จจริง อัยการสูงสุดก็ไม่น่าจะไม่โดน ม.157 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่
เปิดใจให้กว้าง ๆ ครับ ข้อความมันมีปัญหาจริง ๆ ขึ้นกับการตีความของแต่ละคน การที่ศาลท่านมองในแง่นั้นก็น่าจะเป็นเพราะท่านมองว่าอัยการสูงสุดสามารถวินิจฉัยยื่นหรือไม่ยื่นก็ได้ เพระการยื่นความเท็จต่อศาลโดยอัยการสูงสุดก็ไม่น่าจะถูกต้อง และไม่เป็นการจำกัดสิทธิ์การยื่นของผู้ทราบการการทำโดยอัยการสูงสุด ส่วนการขอให้สภาชะลอการลงมติวาระ 3 ก็ไม่น่าจากเกืดความเสียหายอะไร แต่ศาลท่านก็ยื่นยันไม่สามารถสั่งได้ คือสภาถ้าเชื่อในความถุกต้องก็สามารถไม่ร่วมมือกับศาลด้วยการลงมติวาระ 3 ได้แน่นอนครับ ส่วนความรับผิดขอบในการลงมติของ สส.จะเกิดอะไรก็ตาม มันก็ต้องรับผิดชอบทุกครั้ง ไม่ใชแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว[/quote]
-ไอ้งั่งเอ๋ยพวกมึงก็ตีความเขาข้างพวกมึงเองนั้นล่ะไอ้สัตว์ ถ้ายื่นให้อัยการด้วยให้ศาลด้วยอัยการบอกว่าไม่มีมูลแต่ศาลบอกว่ามีมูล ไอ้สัตว์แล้วมึงจะเชื่อใครไอ้งั่ง แค่ข้อ1มึงก็มั่วนิ่มแล้วไอ้สัตว์[/quote]
อัยการถ้าพูดง่าย ๆ คือทนายแผ่นดิน หน้าที่เหมื่อนทนายทั่วไปคือเข้าไปสู้คดีในศาล ไม่ใช่ตัดสินคดี การยื่นเพื่อให้อัยการถ้าวินิจฉัยแบบใด เหมื่อนทนายเขามีความเห็นต่อคดีอย่างไร ถ้าจะฟ้องจำเลยแล้วแพ้ทนายก็จะแนะให้อย่างไปฟ้อง เขาไม่ใช่เป็นคนตัดสินคดี ถ้าโจทย์เชื่อว่าเขามีสิทธิ์ชนะเขาก็จะเปลี่ยนทนายสู้คดี กรณีที่ศาลรับพิจารณาคดีก็ไม่ใช่เขาจะตัดสินให้จำเลยผิดเสมอไป อาจไปยกคำร้องขั้นรวบรวมหลักฐานก็ได้ เอาแค่ข้อแรกคุณก็ไม่ผ่านแล้ว มันไม่แปลกที่คุณจะไม่เข้าใจข้อหลัง ๆ ที่อธิบาย ไปเริ่มวิชาว่าด้วยกฎหมายเบื้องต้นน่าจะช่วยได้[/quote]
-ถึงเขาไม่ใช่ศาล ไม่มีสทธิ์ตัดสินคดี แต่ขบวนการเขาต้องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบหาข้อเท็จจริงก่อนมันก็บัญญัติอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว ผมไม่ทราบว่าศาลเถื่อนของคุณมันดดนเจ้าของมันตบกระบานให้รีบออกมารับเรื่องทำไม มันก็คลายๆกับที่คตสชงเรื่องคดีความของทักษิณให้ศาลโดนไม่ผ่านนั้นล่ะตอนแลกคตสมันส่งให้อัยการอัยการบอกว่าให้ไปหาหลักฐานมาเพิ่มแต่คตสมันก็หักดิบส่งเรื่องให้ศาลเถื่อนของพวกมันเอง กะจะชงเองกินเองแบบเดิมเขาอ่านไต๋พวกอำมาตย์อำนาจเถื่อนออก ถ้ารัฐสภาไม่ทำตามที่ศาลเถื่อนสั่ง มันก็จะเอาเหตุนี้ล่ะเป็นหัวเชื้อล้มรัฐบาลตัดสิทธิ์นักการเมืองและยุบพรรคร่วมรัฐบาลต่อไปนี้ล่ะสิ่งที่พวกอำมาตย์อำนาจเถื่อนคิดและจะทำต่อไป อำมาตย์และอำนาจเถื่อนมันคงคิดว่าใช้ศาลแล้วพวกมันจะมีความชอบธรรม แต่ประชาชนเขาจะคิดแบบพวกอำมาตย์และอำนาจเถื่อนหรือเปล่าเดียวก็รู้ครับ
peter wrote:อะตอม wrote:อ้อ
[quote=peter][quote=อะตอม]อ้อ คุณ"peter"ครับ อ่านแล้วคิดตามให้ทันน่ะ? คิดอะไรให้ไกลกว่านิ้วโป้งตีนคุณหน่อย? อย่าไหลตามน้ำตามกระแสมากนัก เรื่องนี้มีพล็อตอย่างไร? วางกับดักไว้หลายชั้นอย่างไร? มันไม่ใช่เกมธรรมดา? มันเดิมพันถึงยุบพรรค และก็รัฐนาวาทั้งหมดที่ยึดโยงกระบวนการทางปชต.ล่มด้วยเงื่อนไข การปฎิวัติด้วยศาลครั้งนี้???
ดังนั้นการดักคอ หรือเปิดไฟดักทางขามั่วแบบนี้? มันเป็นทางเดียวที่จะช่วยควายไทยที่ยังดักดานแบบพวกคุณ? ให้หลุดจากคอกกรงทองระบอบสวนสัตว์นี้ เป็นไทจริงๆโดยไม่มีตัวย.ยักษ์ตนนั้นกำกับพันธนาการไว้ มันเดิมพันอะไรรู้ไหม? สมมุติว่าเกมปำฎิวัติโดยศาลไม่สำเร็จ??? ทหารจะออกมายิ่งประชาวิบัตินี่มันร้ายสาระจริงไม่ช่วยหน้างานในหน้าที่มันหวังแค่เข้าสู่อำนาจทางลัดในเกมนี้เท่านั้นตัวซซยตัวไส้ศึกฝ่ายปชต ทั้งปชป.และพธม.คือจุดอ่อนของภาคการเมืองตัวแทนและภาคปชช. ให้เขาเล่นผ่านตัวซวยสองตัวนี้
นั้นคือความอำมหิตหรือ งกอำนาจของเขา???ที่ฝ่ายปชต.พยายามจะไปแตะยุ้งข้าวคลังสมบัติทางอำนาจเขา?(ที่ลงทุนปฎิวัติมาแล้วออกแบบโครงสร้างอำนาจวางยาฝ่ายปชตมาแบบนี้) ในการแก้ร.50นี้ ประสบการณ์ตรงจากที่พธม.ปิดสนามบิน นั้นชัดแล้วว่าเขางกแบบไหน? อำมหิตต่อฝ่ายปชตอย่างไร? เรื่องนี้มันจึงไม่ง่ายๆอินโนเซ้นท์แบบที่คุณคิดครับคุณ"peter"ครับ???[/quote]
น่าจะรองตั้งสติให้ดีครับ หาเหตุให้เจอ แล้วจะรู้เองว่าสิ่งที่คิดมันถุกหรือผิด ถ้าเชื่อเรื่องปฎิวัติจากแกนนำ2 ปีประเทศปฎิวัติไปเกี่อบสิบครั้งแล้ว แต่ถ้าเขาหลอกคนให้เชื่อได้ทำไมเขาจะไม่ทำ ถ้าถูกหวยครั้งเดียวก็คุ้มเกินโม้แล้ว ถ้าฝ่ายหนึ่งออกมาชุมนุนอีกฝ่ายไม่ออก หรือเหลืองชุมนุนกรุงเทพ แดงไปชุมนุนเชียงใหม่ ปฎิวัติมันไม่มีใครยอมรับ แต่แดงมันก็อกแตกตายซะก่อนเท่านั้นเอง และเวลามีปฎิวัติก็ดูคนทำด้วย เดี่ยวจะโดนพวกเดียวกัน ถ้าเหตุคือศาลรับพิจารณาเรื่องการแก้กฎหมาย ก็จะมีคนไม่พอใจเล่านิทานให้คุณฟังเพื่อสร้างความชอบธรรมในการกระทำของเขา แต่ละคนก็ชอบฟังนิทานในแนวที่ตัวเองชอบ แต่ไม่ใช่ตัวเองดีไปกว่าคนอื่น ผลลัพธิ์เกิดจากเหตุ ถ้าเขาฉลาดอย่างที่คุณคิด เขาคงไม่โง่ขนาดไปเป็นฝ่ายค้านเพื่อขุดหลุดดัก แล้วมาจบที่ปฎิวัติ มันไม่มีอะไรแน่นอน ลองย้อนหลังกลับดูว่าฝ่ายไหนเป็นคนเปิดเกม คุณก็จะเข้าใจว่าเกมที่เขาเล่นคืออะไร อยู่ดี ๆ ศาลท่านตื่นขึ้นมาแล้วอยากจะยุบพรรคเพื่อไทย นิทานที่คุณฟังมาก็น่าเชื่อ แต่นิทานที่ผมฟ้งมาเหตุมันเริ่มที่ สส.อ้างแก้รัฐธรรมนูญบางมาตรา แต่คนฟังเขารู้กันหมดว่าเขาจะแก้ทั้งฉบับ แล้วเขารู้ด้วยว่าจะทำยังไง ท่าที่เขาเล่นเพื่อให้ถึงที่หมายมันเลยมองไม่ยาก มันยากแค่เขาไม่ใช่คนเดินเกม ก็โชคดีที่คนเดินเกมชอบโดดลงหลุด แต่ถ้าชอบฟังนิทานมีคนที่เขาเล่าให้ฟังแล้วน่าเชื่อกว่านี้อีกเยอะ ไม่ต้องใช้อภินิหารมากมายด้วย แต่ก็อยากจะเตือนว่า สติเท่านั้นที่จะทำให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง[/quote]
-คุณก็อ้างโน้นอ้างนี้สาระพัดอ้างแบบเดิมไร้สาระ
ภูไท ณ ภูพาน
[quote=ภูไท ณ ภูพาน][quote=00000000000000000][quote=lโจรเสื้อแดง]คนชุมแพยืนยันหนักแน่นว่าสมศักดิ์ เกียรติสุรานนห์เป็นลูกกะหรี๋หัวหนอง ชุมแพ[/quote]
-แต่คนบ้านกูเขาว่าแม่มึงโดนหมาเหลืองขี้เลื้อนเย็ดไอ้สัตว์[/quote]
ท่าน 00000000 เอ๋ย ผมเห็นใจจริงที่ท่านต้องเล่นกับขี้
เหม็นมือนะท่าน
คนต่ำๆ ก็ปล่อยให้เขาคลุกอาจมไปเถอะ
คนอย่างท่านอยู่สูงกว่าพวกนั้นเยอะ
อย่าให้เขาเลียปากนะครับ
555555555[/quote]
-ด่ากับพวกเหลืองขี้เลื้อนสนุกดีครับ ผมไม่ได้สูงส่งอะไรหรอกถ้าเวปนี้ไม่มีเหี้ยเหลืองมันคงจะเหงาแย่ฮึๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ