วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม 2556 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 28 นาที ที่ผ่านมา
ฉันอยู่ในดินแดนประหลาด ในเมืองอันน่าสะพรึง
"ในดินแดนประหลาด"
ค่ำคืนแสนมืดมิด
กลางวันกลับมืดมิดยิ่งกว่า
ไม่มีแสงดาวและแสงจันทร์
ไม่มีแม้แต่แสงตะวัน
มีเพียงความเงียบงัน
คอยปกคลุมแน่นหนา
ในดินแดนแห่งนั้น
คนตายมิอาจพูด
คนเป็นมิอาจพูดยิ่งกว่า
ในดินแดนแห่งนั้น
คำเท็จเป็นสิ่งเลวร้าย
คำจริงเลวร้ายยิ่งกว่า
ในดินแดนแห่งนั้น
การกดขี่นั้นต่ำช้า
เสรีภาพต่ำช้ายิ่งกว่า
ในดินแดนแห่งนั้น
การไม่รู้อันตราย
การรู้กลับอันตรายยิ่งกว่า…
"ในเมืองอันน่าสะพรึง"
ความรักถูกใช้เพื่อความเกลียด
การฆ่าถูกใช้เพื่อความสงบ
การบังคับถูกใช้เพื่อการภักดี
ในเมืองแห่งนั้น
ผู้ชนะเท่านั้นใช้เหตุผล
ความแตกต่างต้องสงสัย
ความผิดแผกคือความชั่ว
ความดีมีเพียงหนึ่ง
เช่นเดียวกับความถูกต้อง
"คนในดินแดนประหลาด ช่างน่าสะพรึง"
บางคราวกลายเป็นสัตว์
บางคราวกลายเป็นเกินคน
บางคราวไม่ใช่คน
ถูกลดค่า/ไร้ค่าพอจะเป็นคน!
"ฉันอยู่ในดินแดนประหลาด ในเมืองอันน่าสะพรึง"
Comments
เกินไป...ดราม่า หลับหูหลับตาพ
เกินไป...ดราม่า
หลับหูหลับตาพูด...
นึกถึงโกวเล้ง+วารีวายุ
นึกถึงโกวเล้ง+วารีวายุ ขึ้นมาทันที
แต่ท่อนสุดท้ายนี่ยังไงๆอยู่ดูไม่ค่อยเข้ากันนะ
“ไก่ขันคืนละกี่ครั้ง
เธอไม่เคยรู้
เธอเพียงแว่วยินเมื่อยามรุ่งสาง
ขณะตื่นรับอรุณอย่างงัวเงีย
ประวัติศาสตร์ยาวนานเท่าไหร่
ทับถมไว้ด้วยอะไร
เธอไม่เคยรู้
เธอเพียงอ่านมันจากหน้าหนังสือ
และมองเห็นวันคืนอันเบิกบานเบื้องหน้า
โอ้เจ้าเด็กน้อย เหล่าเยาวชน
ฉันไม่อาจขู่เข็ญเฆี่ยนตีให้เธอเข้าใจอดีต
ฉันไม่ควรป้อนเธอด้วยอาหารขมขื่น
หากในดวงตาร่าเริงแจ่มใสของเธอ
ฉันมองเห็นแต่โลกเพียงครึ่งหนึ่ง
ในกระท่อมริมสวน
ในความมืด และความเปล่าเปลี่ยว
ฉันขับร้องเพลงเศร้าอยู่คนเดียว
ในยามที่เธอหลับนอน
ฉันซ่อนเร้นโลกอีกครึ่งหนึ่งเอาไว้
เพื่อวันคืนอันแจ่มใสของเธอ
จะไม่ถูกทำลาย”
(วารีวายุ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2530 ‘รำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลา’)
น้ำเน่า
น้ำเน่า