[คลิป] เสวนา "อำนาจในการบัญญัติรัฐธรรมนูญเป็นของใคร ?"

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2555 สถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย จัดการเสวนา รัฐธรรมนูญ เสวนาวิชาการหัวข้อ "อำนาจในการบัญญัติรัฐธรรมนูญเป็นของใคร ?"โดยผู้อภิปรายประกอบด้วย รศ.มานิตย์ จุมปา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ราชบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์และ นายมะโน ทองปาน นักวิชาการด้านกฎหมาย อดีตกรรมการบริหารสภาทนายความ ดำเนินรายการโดยศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ มีรายละเอียดดังนี้

 

Comments

@ สภา มาจาก

@ สภา มาจาก เสียงประชาชน
ความเป็นคน ของคน ดลศักดิ์ศรี
เสียงเท่ากัน ถ้วนทั่ว ใช่ชั่วดี
บ่งบอกมี ประชาธิปไตย

@ ประชาธิปไตย ย่อมไม่ใช้ ความรุนแรง
หากขัดแย้ง เจรจา พาแก้ไข
ใช้มติ เสียงส่วนใหญ่ ตัดสินใจ
ความแตกต่าง ร่วมกันได้ ไม่ฆ่าฟัน

@ เอาให้แน่ เราปกครอง ระบอบใด
หากแม้นเป็น ประชาธิปไตย ใฝ่สร้างสรรค์
ประชาชน ทุกคน ย่อมสำคัญ
และยืนยัน ด้วยอำนาจ รัฐสภา

@ หากกฎหมาย ล๊อคไว้ ไม่ให้แก้
จากพวกแพ้ เลือกตั้ง พลังยิ่งใหญ่
กลายเป็นเสียงข้างน้อย คอยลากไป
ประเทศไทย จักอยู่ได้ อย่างไรกัน

หงส์แดงขอยกคําพูดของ

หงส์แดงขอยกคําพูดของ ท่านปรีดี พนมยงค์ แกนนําสําคัญใน“คณะราษฎร” ผู้ร่างประกาศคณะราษฎร(2475) ผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกสุด(2475) ผู้เคยเป็นผู้สําเร็จราชการแทนพระมหากษัตริย์(2484-2489) และต่อมาเขาได้พยายามปรองดองและปลดปล่อยกลุ่มอํานาจเก่าโดยหวังว่า กลุ่มอํานาจเก่าจะลืมความขัดแย้งในอดีต และร่วมมือกันสร้างสรรค์การปกครองที่ ยอมรับอํานาจประชาชน(2488)

ไม่นานจากนั้นท่านปรีดี ได้ถูกกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับการสวรรคต ร.8(2489-2490) และพ้นอํานาจไปด้วยกลุ่มคนที่เขาเคยทําดีด้วย(2490) ในเวลาต่อมาท่านปรีดี ได้วิเคราะห์การเมืองไทยด้วยสายตาของนักปฏิวัติในช่วงปลายแห่งชีวิต(2526) ที่น่าคิดว่า

“ในเมืองไทยเวลานี้ ซากทาส-ศักดินายังมีพลังมากหรือน้อยเพียงใดก็ไม่ควรประมาท คิดว่าได้อํานาจรัฐแล้ว จะไม่มีซากเก่าคอยจองล้างจองผลาญอย่างนั้นหรือ ? ”

สรุปได้ว่า ณ บัดนี้ ท่านทักษิณ คงจะไม่สามารถเปลี่ยนวิถีการปฏิบัติ ความคิดของ กลุ่มชนชั้นนำที่คิดแบบนี้มาตั้งแต่อดีต และเป็นที่ประจักษ์ในการเกิดบทเรียนการหักหลังปรีดี และกลุ่มนี้ก็พร้อมที่จะหักหลังทักษิณทุกวินาทีที่มีโอกาส ถึงแม้ไม่มีโอกาส ก็จะแหวกโลกเพื่อให้เป็นโอกาสล้มระบอบประชาธิปไตยให้หมดไป

ต้องชนแรงแรงอย่างเดียวครับ ไม่มีทางอื่น

1 รัฐธรรมนูณ 50

1 รัฐธรรมนูณ 50 ผ่านการลงประชามติ ถ้าจะยกเลิกเขียนใหม่ ก็ควรจะทำประชามติ 15 ล้านเสียงที่เลือก พท เข้ามาบริหารประเทศ อาจจะมีไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูณใหม่

2 ที่สำคัญ พท ส่ง สส ลงเลือกตั้งใต้รัฐธรรมนูณฉบับนี้ ก็เป็นการยอมรับรัฐธรรมนูณฉบับนี้ไปในตัว ถ้าคุณไม่ยอมรับ ทำไมไม่เคลือนไหวให้เขียนรัฐธรรมนูณใหม่ก่อนถึงส่ง สส ลงเลือกตั้ง

3 ทำไมต้องตั้ง สสร ในเมื่อ สส ในสภาฯ ก็สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูณได้อยู่แล้ว มาตราไหนสมควรแก้ก็แก้ไป ถ้าเหตุผลคุณดีสังคมก็จะยอมรับ ไม่ใช่ยกเลิกทั้งฉบับไปเขียนใหม่ อย่าบอกว่ามันมาจากรัฐประหาร นั่นไม่ใช่เนื้อหา เพราะอย่างน้อยมันก็ผ่านประชามติ แล้วต้นแบบมันก็มาจากรัฐธรรมนูณ 40

4 ผมเชื่อว่า สสร ที่จะเลือกตั้งถูกล๊อกสเปกไว้เรียบร้อยแล้ว (หนีไม่พ้นเคลือข่ายนักการเมือง) ที่พวกคุณไม่ใช้ สส แก้มันส่อนัยว่า "คุณจะแก้กฎหมายเพิ่มอภิสิทธ์และอำนาจให้ สส นักการเมือง ฝ่ายบริหาร แล้วลดอำนาจ ศาล ฝ่ายตรวจสอบ ประชาชน หรือแม้แต่เสื้อแดงเองก็จะถูกจำกัดสิทธิมากขึ้น ใช่หรือไม่?" เพิ่อที่พวกนักการเมืองจะได้ทำอะไรตามอำเถอใจได้มากขึ้นใช่หรือไม่? เพราะ สส แก้กฎหมายเพิ่มอำนาจให้ตัวเอง"ไม่ได้" แต่ สสร ที่เป็นคนอื่นทำให้ "ได้"

5 สุดท้าย คุณพูดถูกที่สุด คนที่ควรมีสิทธิในการร่างรัฐธรรมนูณที่สุดคือ ปชช เจ้าของอำนาจ แต่ สสร ที่จะเลือกเข้ามาร่าง เป็นตัวแทนแห่งความเห็นปวงชนจริงหรือ หรือเป็นแค่ในนามเพราะผ่านการเลือกตั้ง แท้ที่จริงคนเหล่านี้เป็นตัวแทนนักการเมือง นักธุรกิจ ใช่หรือไม่? มีตัวแทนชาวนาสักคนมั๊ย มีตัวแทนแรงงานสักคนมั๊ย มีตัวแทนพ่อค้าแม่ค้ามั๊ย มีตัวแทนข้าราชการชั้นผู้น้อยมั๊ย (อย่าหวังจะได้เห็นเลย)

6 รูปแบบประชาธิปไตยไทยทุกวันนี้เหมือน ประชาชนเซนเช็คเปล่าให้ สส ผ่านการเลือกตั้ง ส่วน สส จะไปใส่จำนวนเงินเท่าไหร่ ใส่ชื่อใคร ประชาชนหมดสิทธิมีส่วนร่วม

7 สื่อ ที่ควรทำหน้าที่ตรวจสอบ กลับเป็นเครื่องของนักการเมืองในการมอมเมาประชาชน สื่อต่างประเทศเขาต้องยิงคำถามที่ตรงและแรงเพื่อตรวจสอบรัฐบาล แต่คนไทยรับไม่ได้กับคำถามแบบนั้น สื่อไหนที่ออกมาวิภาควิจารณ์รัฐฯ จะถูกปลดถูกข่มขู่คุกคาม นี่ไม่ใช่พฤติกรรมคนรักประชาธิปไตย

ระวังประชาธิปไตยไทยจะเดินไปสู่ ประชาธิไตยที่ไร้การตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ
ส่วนที่พวกคุณเรียกร้องให้แก้ ม112 เพื่อเปิดโปงอะไรก็เอาให้มันเต็มที่ แต่อย่าไปหลงเป็นเครื่องมือของนักการเมืองเพื่อรวบอำนาจอธิปไตย

1 รัฐธรรมนูณ 50

1 รัฐธรรมนูณ 50 ผ่านการลงประชามติ ถ้าจะยกเลิกเขียนใหม่ ก็ควรจะทำประชามติ 15 ล้านเสียงที่เลือก พท เข้ามาบริหารประเทศ อาจจะมีไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูณใหม่

2 ที่สำคัญ พท ส่ง สส ลงเลือกตั้งใต้รัฐธรรมนูณฉบับนี้ ก็เป็นการยอมรับรัฐธรรมนูณฉบับนี้ไปในตัว ถ้าคุณไม่ยอมรับ ทำไมไม่เคลือนไหวให้เขียนรัฐธรรมนูณใหม่ก่อนถึงส่ง สส ลงเลือกตั้ง

3 ทำไมต้องตั้ง สสร ในเมื่อ สส ในสภาฯ ก็สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูณได้อยู่แล้ว มาตราไหนสมควรแก้ก็แก้ไป ถ้าเหตุผลคุณดีสังคมก็จะยอมรับ ไม่ใช่ยกเลิกทั้งฉบับไปเขียนใหม่ อย่าบอกว่ามันมาจากรัฐประหาร นั่นไม่ใช่เนื้อหา เพราะอย่างน้อยมันก็ผ่านประชามติ แล้วต้นแบบมันก็มาจากรัฐธรรมนูณ 40

4 ผมเชื่อว่า สสร ที่จะเลือกตั้งถูกล๊อกสเปกไว้เรียบร้อยแล้ว (หนีไม่พ้นเคลือข่ายนักการเมือง) ที่พวกคุณไม่ใช้ สส แก้มันส่อนัยว่า "คุณจะแก้กฎหมายเพิ่มอภิสิทธ์และอำนาจให้ สส นักการเมือง ฝ่ายบริหาร แล้วลดอำนาจ ศาล ฝ่ายตรวจสอบ ประชาชน หรือแม้แต่เสื้อแดงเองก็จะถูกจำกัดสิทธิมากขึ้น ใช่หรือไม่?" เพิ่อที่พวกนักการเมืองจะได้ทำอะไรตามอำเถอใจได้มากขึ้นใช่หรือไม่? เพราะ สส แก้กฎหมายเพิ่มอำนาจให้ตัวเอง"ไม่ได้" แต่ สสร ที่เป็นคนอื่นทำให้ "ได้"

5 สุดท้าย คุณพูดถูกที่สุด คนที่ควรมีสิทธิในการร่างรัฐธรรมนูณที่สุดคือ ปชช เจ้าของอำนาจ แต่ สสร ที่จะเลือกเข้ามาร่าง เป็นตัวแทนแห่งความเห็นปวงชนจริงหรือ หรือเป็นแค่ในนามเพราะผ่านการเลือกตั้ง แท้ที่จริงคนเหล่านี้เป็นตัวแทนนักการเมือง นักธุรกิจ ใช่หรือไม่? มีตัวแทนชาวนาสักคนมั๊ย มีตัวแทนแรงงานสักคนมั๊ย มีตัวแทนพ่อค้าแม่ค้ามั๊ย มีตัวแทนข้าราชการชั้นผู้น้อยมั๊ย (อย่าหวังจะได้เห็นเลย)

6 รูปแบบประชาธิปไตยไทยทุกวันนี้เหมือน ประชาชนเซนเช็คเปล่าให้ สส ผ่านการเลือกตั้ง ส่วน สส จะไปใส่จำนวนเงินเท่าไหร่ ใส่ชื่อใคร ประชาชนหมดสิทธิมีส่วนร่วม

7 สื่อ ที่ควรทำหน้าที่ตรวจสอบ กลับเป็นเครื่องของนักการเมืองในการมอมเมาประชาชน สื่อต่างประเทศเขาต้องยิงคำถามที่ตรงและแรงเพื่อตรวจสอบรัฐบาล แต่คนไทยรับไม่ได้กับคำถามแบบนั้น สื่อไหนที่ออกมาวิภาควิจารณ์รัฐฯ จะถูกปลดถูกข่มขู่คุกคาม นี่ไม่ใช่พฤติกรรมคนรักประชาธิปไตย

ระวังประชาธิปไตยไทยจะเดินไปสู่ ประชาธิไตยที่ไร้การตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ
ส่วนที่พวกคุณเรียกร้องให้แก้ ม112 เพื่อเปิดโปงอะไรก็เอาให้มันเต็มที่ แต่อย่าไปหลงเป็นเครื่องมือของนักการเมืองเพื่อรวบอำนาจอธิปไตย